นิยาย Dek-D

ไม่พลาดทุกการอัปเดต
เพียงอ่านผ่านแอปนิยาย Dek-D

แอปที่จะทำให้คุณสามารถอ่านนิยายได้ทุกที่ ทุกเวลา พร้อมฟังก์ชันการใช้งานหลากหลาย รับรองสนุกไม่มีเบื่อ! ดาวน์โหลดฟรีได้แล้ว บน Android, iOS และ HUAWEI

ผม ( ไม่ ) อยากเจอผี

'วันฮาโลวีน' วันที่ผมจะได้ขนมมากมาย แต่มันก็เป็นวันปล่อยผีด้วย แล้วทำไม...ผมต้องมาเจอผีน้องชายตัวเองเนี่ย!? อย่าเข้ามานะ ผมกลัวแล้ว!!! // โครงการประกวด Halloween Fiction Contest ครั้งที่ 4 ค่ะ

ยอดวิวรวม

220

ยอดวิวเดือนนี้

0

ยอดวิวรวม


220

ความคิดเห็น


8

คนติดตาม


5
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  24 ต.ค. 57 / 14:47 น.
นิยาย ( ) ҡͼ

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้


วันเปิดเรื่อง  :         24 ตุลาคม 2557

ผู้แต่ง           :         แป้งโกกิ



 

            ก่อนอื่นขอสวัสดีทุกท่านที่เข้ามาอ่านเรื่องสั้นเรื่องนี้นะคะ เรื่องนี้แต่งขึ้นเพื่อเข้าร่วมประกวดใน โครงการ Halloween Fiction Contest ครั้งที่ 4 ในหัวข้อ ไม่อยากให้เรื่องนี้มีผี ที่ทางบอร์ดนักเขียนได้จัดขึ้นค่ะ

 

            นี่ถือว่าเป็นครั้งแรกที่แป้งแต่งเรื่องสั้น อาจจะมีจุดบกพร่องบ้าง ต้องขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วยนะคะ ถ้าหากว่าอยากจะติชมหรือแนะนำตรงไหน สามารถบอกได้เลยนะคะ

 

            ขอฝากเรื่อง ผม ( ไม่ ) อยากเจอผี ไว้ในอ้อมใจของทุกๆ ท่านด้วยนะคะ ขอบคุณมากค่ะ




เนื้อเรื่อง อัปเดต 24 ต.ค. 57 / 14:47



ผม ( ไม่ ) อยากเจอผี
 

 

Trick or Treat ถ้าไม่อยากโดนแกล้งก็ส่งขนมมาให้หมด!

 

            ประโยคนี้ออกจากปากผมมาเป็นรอบที่เท่าไหร่แล้วไม่รู้ ไม่ได้นับเสียด้วยสิ รู้แต่เพียงว่าวันนี้ผมคงต้องพูดประโยคนี้หลายรอบทีเดียว

 

            วันนี้เป็น วันฮาโลวีน วันที่เด็กๆ จะแต่งตัวเป็น ผี แล้วไปเคาะประตูบ้านเพื่อขอขนมจากพวกผู้ใหญ่ และผมก็กำลังฝึกพูดประโยคนั้นเพื่อจะพูดได้อย่างไม่ติดขัด เผื่อเจอผู้ใหญ่ใจดีให้ขนมมาเยอะล่ะนะ

 

            ที่จริงผมทั้งชอบและไม่ชอบวันฮาโลวีนนะ ทำไมน่ะเหรอ? ก็เพราะว่า...

 

            ผมชอบที่จะได้กินขนมไม่อั้น และไม่ชอบที่มันเป็นวันปล่อยผีด้วยน่ะสิ! เกิดเจอผีตัวเป็นๆ ระหว่างที่เดินขอขนมตามบ้านต่างๆ ผมคงได้วิ่งป่าราบแน่

 

            สาธุ! อย่าได้เจอผีจริงๆ เลยนะ ผมสวดภาวนาในใจพลางสะบัดหัวแรงๆ สองสามทีแล้วจัดชุดที่สวมใส่อยู่ให้เข้าที่เข้าทางอีกครั้ง

 

            วันนี้ผมแต่งตัวด้วยเสื้อผ้าเซอร์ๆ ที่ขาดเป็นหย่อมๆ พร้อมกับใส่หัวฝักทองเพื่อปิดบังใบหน้า ผมตั้งใจว่าจะแกล้งเป็นผีฟักทองล่ะ แต่ก็นะ...ใครๆ ก็คงรู้หมดแล้วว่าเจ้าผีตัวนี้คือผมเพราะผมเล่นใส่แบบนี้มันทุกปีเลยน่ะสิ

 

            ก็คนมันขี้เกียจซื้อชุดใหม่นี่นา

 

            แสงสีนวลของดวงจันทร์และแสงสีส้มจากโคมไฟฟักทองที่ประดับอยู่ตามทางเดินช่วยทำให้มองเห็นทางได้ดีในเวลากลางคืนแบบนี้ ผมกำลังจะก้าวเดินแต่ก็ชะงักไปก่อนแล้วหันไปพูดกับอากาศข้างๆ

 

            “โซล นายก็ตามมาด้วยล่ะ” พูดจบผมก็ก้าวเดินทันที

 

            อ๊ะ! ผมไม่ได้บ้าขนาดตั้งชื่อให้อากาศนะ แต่ โซล คือชื่อน้องชายฝาแฝดของผมเอง ทุกปีเรามักจะไปเคาะประตูบ้านขอขนมด้วยกันตลอด จนทุกคนเรียกว่า ซันโซล พี่น้องขนม ไปแล้ว

 

            อย่างที่คิด...ผมชื่อ ซัน นั่นแหละ

 

            แต่ว่าเมื่อวันฮาโลวีนปีที่แล้วโซลประสบอุบัติเหตุรถชนเสียชีวิต ภาพในวันนั้นยังติดตาผมอยู่จนถึงทุกวันนี้ ถึงแม้ว่าผมจะกลัวผีแต่ก็ยังอยากเรียกให้น้องชายตามไปด้วย เพราะรู้ดีว่าเขาชอบขนมมาก

 

            ผมอยากให้เขามีความสุข แม้ว่าเขาจะเป็นวิญญาณไปแล้วก็ตาม

 

            ก๊อกๆ

            ระหว่างที่กำลังรำลึกถึงน้องชายสุดที่รัก ผมก็เดินมาหยุดอยู่ที่หน้าบ้านหลังหนึ่งแล้วใช้มือเล็กๆ เคาะประตูบ้านที่ปิดสนิทแต่มีโคมไฟฟักทองแขวนอยู่ ซึ่งมันเป็นสัญลักษณ์ว่าเจ้าของบ้านเต็มใจต้อนรับเด็กๆ ที่จะมาขอขนม

 

            รออยู่ครู่หนึ่งประตูบ้านก็เปิดออกพร้อมกับมีคุณป้าตัวอ้วนโผล่ออกมา

 

            “สวัสดีครับ ป้ากรีน” ผมชอบทักทายเป็นมารยาทก่อนแล้วจึงค่อยพูดเข้าเรื่อง “Trick or Treat ถ้าไม่อยากโดนแกล้งก็ส่งขนมมาให้หมด!

 

            ผมพูดเสียงดังพลางแบมือออกมาด้วย แต่ทว่าป้ากรีนกลับยืนนิ่งอยู่หลายวินาทีก่อนที่เธอจะหันซ้ายหันขวาแล้วกลับเข้าบ้านไปแถมปิดประตูใส่หน้าผมเสียงดังด้วย

 

            อ้าว...นี่สงสัยผมคงเตี้ยไป เธอเลยมองไม่เห็น

 

            ก๊อกๆๆ

            ผมเลยเคาะประตูอีกรอบและคราวนี้จะต้องให้ป้ากรีนหันมาสนใจให้ได้ แต่ทว่ายืนรออยู่นานสองนานก็ไม่มีวี่แววว่าเธอจะออกมา

 

            อย่างที่รู้ๆ กันว่าผมเป็นเด็กก็เลยมีความอดทนต่ำ เมื่อผู้ใหญ่บ้านนี้ไม่สนใจงั้นก็ไปบ้านหลังอื่นแล้วกัน

 

            ผมถอนหายใจเบาๆ กับตัวเองแล้วเตรียมจะเดินออกมา แต่เพียงเสี้ยววินาทีระหว่างที่ผมหันหลังกลับก็ได้ยินเสียงเคาะประตูขึ้นอีกครั้ง และคราวนี้มันดังกว่าที่ผมเคาะหลายเท่านัก

 

            เสียงเคาะประตูปริศนานั่นทำให้ผมต้องรีบหันขวับไปมองแต่ก็ไม่เห็นมีใครยืนอยู่ตรงนี้ แล้วใครกันที่เป็นคนเคาะ ในเมื่อ...ผมไม่ได้เคาะ!?

 

            วูบ!

            สายลมยามค่ำคืนพัดผ่านไประลอกหนึ่งเล่นเอาหนาวเข้าไปถึงกระดูก ผมรู้สึกมวนท้องอย่างบอกไม่ถูกและรู้สึกว่าหลังเย็นวูบขึ้นมาอย่างประหลาด แต่ก่อนที่จะได้คิดอะไรต่อ ประตูบ้านก็เปิดออกมาอีกครั้ง

 

            ป้ากรีนเปิดประตูมาดูอีกรอบ ท่าทางของเธอแตกต่างจากเมื่อกี้โดยสิ้นเชิง ตอนนี้เธอกำลังยืนตัวสั่น เหงื่อผุดขึ้นเต็มหน้าผากทั้งๆ ที่อากาศก็ไม่ได้ร้อนเลยสักนิด แถมยังใช้นิ้วชี้อวบๆ ชี้มาทางด้านหลังของผมด้วย

 

            “ซ...โซล...” คุณป้ากรีนพูดเสียงแผ่ว และชื่อนั้นทำให้ผมต้องหันขวับไปมองที่ด้านหลัง

 

            พระเจ้าช่วย! ช่วยบอกทีว่านี่ผมฝันไปใช่ไหม!

 

            สิ่งที่ผมเห็นคือร่างโปร่งใสของน้องชายที่ไม่มีขา โซลก้มหน้าลงจนเส้นผมลงไปปิดดวงตาเผยให้เห็นแต่รอยยิ้มเหยียดยาวชวนขนลุกขนพอง

 

            “ไม่จริง เธอตะ...ตายแล้วนี่” ป้ากรีนเริ่มสติแตกพลางถอยหลังไปหลายก้าว “กรี๊ดดด! อย่าเข้ามานะ!

 

            ป้ากรีนกรีดร้องสุดเสียงแล้วรีบวิ่งหน้าเข้าบ้านโดยไม่ลืมปิดประตูใส่หน้าผมเป็นรอบที่สอง

 

            อ๊ะ...เดี๋ยวก่อน! อย่าทิ้งผมไว้คนเดียวสิ!

 

            “ซัน...” น้ำเสียงแหบแห้งดังขึ้นจากร่างโปร่งใส โซลค่อยๆ ลอยเข้ามาหาอย่างเชื่องช้าและเมื่อระยะห่างของเราลดน้อยลงผมก็ยิ่งรู้สึกเย็บเยียบขึ้นเรื่อยๆ จะกระทั่งต้องยกแขนทั้งสองข้างขึ้นมากอดตัวเองเอาไว้

 

            ผมลอบกลืนน้ำลายไปหนึ่งอึกแล้วเงยหน้ามองน้องชายอีกครั้งอย่างกล้าๆ กลัวๆ

 

            “โซล...นั่นนายจริงๆ เหรอ”

 

            ไม่ได้รับคำตอบใดๆ นอกจากร่างโปร่งใสที่กำลังพยักหน้าขึ้นลงช้าๆ

 

            “ตะ...แต่นายตายไปแล้วนะ ทำไมถึงมาอยู่ที่นี่ได้ล่ะ ละ...แล้วนายเป็น...ผีหรือเปล่า” ทั้งๆ ที่ผมพอจะรู้อยู่แล้วแต่ก็อยากถามเพื่อความแน่ใจ เพราะถ้าใช่ล่ะก็...จะวิ่งหนีป่าราบจริงๆ ด้วย!

 

            โซลมองผมนิ่งแล้วเอียงคอเล็กน้อยอย่างสงสัย ร่างโปร่งใสนั่นหยุดลอยเข้ามาหาแล้วตอบคำถามของผมอย่างเชื่องช้า

 

            “ฉันตายแล้ว แล้วที่ฉันมาอยู่ที่นี่เพราะว่านายเป็นคนบอกให้ฉันตามมาเองไม่ใช่เหรอ”

 

            อยากจะตบปากตัวเองให้ดิ้นตาย! เออใช่...ผมเป็นคนบอกเอง แต่ที่บอกไปนั่นก็เพื่อสร้างบรรยากาศ เข้าใจคำว่าสร้างบรรยากาศไหม ไม่ได้จะให้มาจริงๆ แบบนี้สักหน่อยนะเว้ย!

 

            “เราจะได้ไปขอขนมด้วยกันเหมือนที่ผ่านๆ มาไง” โซลพูดต่อพลางหัวเราะชวนสยองออกมา แต่แน่นอนว่าผม...

 

            “แต่นายตายแล้ว! มันเป็นเหมือนเดิมไม่ได้แล้ว!” ผมปฏิเสธเสียงแข็งแล้วฉวยโอกาสตอนที่โซลเผลอรีบวิ่งหนีออกมาจากตรงนั้น

 

            ผมพยายามวิ่งหนีให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้และเคาะประตูบ้านหลายต่อหลายหลังเพื่อจะขอที่หลบผี บางบ้านก็เปิดประตูออกมา บางบ้านก็ไม่มีใครออกมา แต่ที่เหมือนกันทุกบ้านคือไม่มีใครสนใจผมสักคน

 

            ทำไมล่ะ! หรือว่า...โซลแกล้งทำให้ทุกคนไม่เห็นผม!?

 

            ไม่นะ...อย่าตามมาหลอกหลอนกันเลย!


 

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
 

 

            “แฮ่ก...แฮ่ก...” เสียงหอบดังแข่งกับเสียงหัวใจที่เต้นแรง ผมยืนกุมหน้าอกอยู่ตรงต้นไม้ใหญ่ต้นหนึ่ง

 

            วูบ!

            ลมพัดมาอีกระลอกทำให้รู้สึกเย็นเยียบไปถึงกระดูกขึ้นมาอีก ผมยืนหอบอยู่อีกครู่หนึ่งแล้วปาดเหงื่อที่คอออกลวกๆ ก่อนจะหันซ้ายหันขวาว่าตัวเองอยู่ที่ไหน แล้วก็ต้องยืนตัวแข็งทื่อเมื่อรู้ว่าที่นี่คือ...สุสาน!

 

            นี่ผมวิ่งหนีมาถึงสุสานได้ยังไงกัน!

 

            “ซัน...”

 

            หัวใจผมกระตุกวูบทันทีเมื่อได้ยินเสียงแหบแห้งดังขึ้นจากข้างหลัง ผมค่อยๆ หันไปดูแล้วก็เป็นอย่างที่คิด...ร่างโปร่งใสไร้ขาของน้องชายฝาแฝดกำลังลอยอยู่ใกล้ๆ

 

            มันใกล้มากจนตัวเราจะชิดกันอยู่แล้ว!

 

            “อย่ามาหลอกกันเลยนะ! ฉันกลัวแล้ว!” ผมหลบตาปี๋ตะโกนลั่นพร้อมกับทรุดลงไปนั่งกับพื้น มือก็พนมไหว้เหนือหัวปลกๆ “ไปที่ชอบๆ เถอะ!

 

            “อืม...ที่ชอบของฉันก็คือข้างๆ ซันไง”

 

            “แต่ฉันเป็นคน ส่วนนายเป็นผีนะ!

 

            “หา...” โซลลากเสียงครางยาวชวนสยองแล้วก็นิ่งเงียบไป ผมไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นเลยค่อยๆ หรี่ตามองแล้วก็เห็นว่าน้องชายยังไม่ไปไหน แถมยังทำตาถลนอย่างโกรธเคืองราวกับอยากจะฆ่ากันให้ตาย

 

            “อย่าฆ่าฉันเลยนะ!” ผมตะโกนออกมาอย่างสติแตก และโซลก็กลับมาด้วย

 

            “ฉันจะไปฆ่านายได้ยังไงล่ะ ก็นายน่ะเป็น...”

 

            “ใช่ ฉันเป็นพี่ชายนาย แต่ถ้านายอยากเอาฉันไปอยู่ด้วย นายก็จะฆ่าใช่ไหมล่ะ!

 

            “นี่ซัน...” โซลลอยเข้ามาใกล้กว่าเดิมพร้อมกับเอื้อมมือโปร่งใสทางผมด้วย และมันทำให้ผมสติแตกยิ่งกว่าเดิม!

 

            “ไม่นะ! อย่าฆ่าฉัน!

 

            “ฟังฉันก่อน”

 

            “ฉันไม่อยากตายยย!!!

 

            “บอกให้ฟังกันก่อนไงล่ะเว้ย!

 

            พลั่กกก!!!

            โซลตะโกนออกมาอย่างเหลืออดพร้อมกับที่ผมรู้สึกถึงแรงปะทะของอะไรบางอย่างกับหัวฟักทองที่ใส่อยู่ ความรุนแรงของการปะทะกันทำให้หัวฟักทองหลุดออกไปจากหัวผม

 

            ไม่สิ...ต้องบอกว่าหลุดออกไปจากบ่ามากกว่า ในเมื่อหัวผมก็หลุดออกไปเช่นกัน เดี๋ยวนะ! นี่โซลฆ่าผมจริงๆ เหรอ!?

 

            “นายฆ่าฉัน นายใจร้ายที่สุด!” ผมโอดครวญแต่ก่อนจะได้พูดอะไรไปมากกว่านี้เจ้าน้องชายก็ลอยไปหยิบหัวฟักทองโยนมาให้ผม

 

            โซลมองผมอย่างเหนื่อยหน่ายแล้วพูดต่ออย่างรำคาญ “เจ้าพี่บ้า นายเลิกเล่นไร้สาระสักทีได้ไหม ทำมาเป็นกลัวผี ทั้งๆ ที่ตัวเองตายไปแล้วเนี่ยนะ”

 

            “ฉันตายก็เพราะว่านายฆ่าฉันนั่นแหละ” ผมเถียง

 

            “เดี๋ยวเจอชกอีกรอบหรอก” โซลเงื้อหมัดขึ้น เมื่อกี้เจ้านี้คงอัดหัวผมสินะ “ฉันฆ่านายที่ไหน ซัน...นายตายมาเป็นปีแล้วนะ!

 

            อุก!

            เล่นเอาสะอึกไปเลยแฮะ

 

            หา! ฉันไม่เชื่อ นายโกหก ผมอยากจะพูดแบบนี้แต่ก็ขี้เกียจเล่นแล้วล่ะ

 

            ผมยักไหล่ให้น้องชายแล้วดึงหัวตัวเองออกมาจากหัวฟักทองก่อนจะโยนเจ้าหัวฟักทองนั่นกลิ้งไปกับพื้น มันกลิ้งขลุกๆ ไปหยุดอยู่ที่หน้าป้ายหลุมศพหลุมหนึ่ง

 

            ซัน ควิ้น

ชาตะ 16 / 05 / 19XX

มรณะ  31 / 10 / 19XX’

 

            นั่นเป็นชื่อที่ถูกสลักอยู่บนป้ายหน้าหลุมศพ และมันก็คือชื่อของผมเอง ผมเคยบอกว่าน้องชายผมตาย แต่ผมไม่ได้บอกสักหน่อยว่าผมไม่ได้ตายไปด้วย เฮอะ! ช่วยไม่ล่ะนะที่ผมก็ถูกรถชนและตายไปพร้อมๆ กับโซลนั่นแหละ

 

ผมจับหัวตัวเองต่อเข้ากับคอเสียงดังกึกๆ สักพักหนึ่งมันก็เข้าที่เข้าทาง

 

            ผมมองน้องชายที่ทำหน้ารำคาญอยู่แล้วบอกเขาเสียงทะเล้น “เอาน่าๆ ฉันก็แค่อยากหาอะไรทำเท่านั้นเอง ฮ่าๆ”

 

            ผมหัวเราะเสียงดังลั่นสุสานพร้อมกับตบไหล่โซลสองสามที แต่หมอนั่นก็ยังไม่เลิกตีหน้ายุ่ง จะโกรธอะไรนักหนาเนี่ยกับอีแค่ผมแกล้งทำเป็นมนุษย์ แล้วให้โซลเป็นผีตามไปหลอกทีหลังเท่านั้นเอง

 

            บางทีผมก็อยากลองกลัวผีบ้างสักครั้ง จะได้รู้ว่าเป็นยังไงน่ะ

 

            “เลิกงอนเถอะน่า” ผมบอก “เอางี้ งั้นเราไปหาอะไรสนุกๆ ทำกัน”

 

            “ทำอะไร หวังว่านายคงไม่เล่นเป็นมนุษย์อีกหรอกนะ”

 

            “ไม่ล่ะ” ผมเหยียดยิ้มบางๆ ให้น้องชาย “คราวนี้เราจะเล่นเป็นผีกัน จะไปหลอกมนุษย์แล้วเอาขนมมาให้หมด”

 

            “จะหลอกทุกบ้านเลยหรือเปล่า” เจ้าหมอนี่...พอเป็นเรื่องขนมละยิ้มหน้าบานเชียวนะ

 

            “แน่นอน” ผมตอบน้องชายพร้อมกับดีดนิ้วดังเปาะ แล้วพื้นดินตรงหลุมศพต่างๆ ก็สั่นสะเทือนก่อนที่จะมีร่างโปร่งใสโผล่ขึ้นมาจากหลุมทีละตนสองตน “เราจะไปหลอกพร้อมๆ กันทั้งหมดนี่แหละ ก็นี่มันวันปล่อยผีนี่นา”

 

            “งานนี้คงสนุกนะ” โซลหัวเราะในลำคอ ผมเลยหัวเราะตอบแล้วมุ่งหน้าพาเหล่ากองทัพผีมุ่งสู่ปฏิบัติการสร้างเสียงกรีดร้องให้กับมนุษย์

 

            บอกแล้วว่าคืนนี้ผมไม่อยากเจอผี เพราะไม่งั้นคงได้ร่วมสร้างวีรกรรมชวนสยองแน่ๆ

 

 

            ก๊อกๆ

          “Trick or Treat ถ้าไม่อยากโดนแกล้งก็ส่งขนมมาให้หมด!

          เปิดประตูสิ...พวกผมกำลังรอคุณอยู่นะ...
 

[ THE END ]

ผลงานอื่นๆ ของ แป้งโกกิ,ฮารุฮิเมะ

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

ยังไม่มีรีวิวของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

8 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 31 มกราคม 2559 / 20:50
    สนุกค่า
    #8
    1
  2. วันที่ 12 พฤศจิกายน 2557 / 18:00
    555เดาเล่นๆแต่ถูกด้วยอ่ะ  ฟลุ๊กสุดๆ
    #7
    0
  3. วันที่ 30 ตุลาคม 2557 / 18:04
    //หัวเราะ

    - ไม่ใช่เรื่องที่มีการหักมุมน่าประทับใจ แต่มีตัวละครที่น่าประทับใจ 

    - เพราะภาษาที่ดูเป็นเด็กจริง ๆ เลยทำให้คนอ่านสามารถเข้าถึงตัวละครได้ดี ถ้ามีอะไรจะต้องติก็คงเป็นบางจุดที่มีความคิดเกินเด็กมากไปสักหน่อย

    - บางทีก็รู้สึกว่าย่อหน้าบ่อยเกินไปหน่อย แต่เอาเถอะ ปกติเราก็ย่อหน้าบ่อยเหมือนกัน

    - ในเมื่อมาทางตลกเต็มพิกัดแล้ว ก็น่าจะไปต่อให้สุดโดยการเพิ่มฉากตลกขึ้นอีก เราคิดว่ายังเต็มได้อีกอย่างต่ำสองสามมุก

    ตามนั้น
    #6
    0
  4. วันที่ 29 ตุลาคม 2557 / 13:19
    สองพี่น้องน่ารักซะจริงๆ
    #5
    0
  5. วันที่ 28 ตุลาคม 2557 / 21:00
    เป็นผีที่น่ารักมาก ฮาทั้งพี่ทั้งน้อง ทำไปได้
    #4
    0
  6. วันที่ 25 ตุลาคม 2557 / 17:10
    สองผีนี้นี่มัน.... ตบหัวหลุดทั้งคู่เลย ฮ่าๆๆๆๆๆ โดยเฉพาะคนพี่ แหม....มันกวน....!
    #3
    0
  7. วันที่ 24 ตุลาคม 2557 / 19:23
    สวัสดีครับ คุณแป้งโกกิ

    เห็นส่งเรื่องในกระทู้เป็นคนแรกเลย เลยประเดิมอ่านเป็นเรื่องแรกเลยละกัน

    เนื้อเรื่องสอดคล้องกับธีม "อยากให้เรื่องนี้ไม่มีผี" ได้ดีครับ และมีลูกเล่นในการเล่าเรื่องเพื่อเตรียมจะมาเฉลยในตอนหลังว่าจริงๆ แล้วซันก็เป็นวิญญาณได้ดี แต่การเดินเรื่องเร็วไปหน่อยเลยทำให้อารมณ์ของบางฉากดูกลางๆ ไป เช่น ถ้าเพิ่มคนที่ซันไปเคาะประตูอีกสักคนสองคนจะช่วยให้เนื้อเรื่องน่าสนใจมากขึ้น และตอกย้ำว่ามีผีโซลโผล่ออกมาจริงๆ (อย่างป้ากรีนที่ปิดประตูไปแล้ว ก็ให้เดินไปเคาะอีกบ้านเลยก็ได้) ส่วนช่วงที่เจอโซลแล้ววิ่งหนี อยากให้มันออกแนว chase scene มากกว่านี้อีกนิดจะลุ้นระทึกมากเลยครับ คือวิ่งๆ แล้วตัดมาสุสานเลย ตรงนี้สามารถเขียนเรื่องต่อไปได้แล้วให้ซันวิ่งมาถึงสุสานโดยไม่ต้องตัดฉากก็ได้ครับ (จะดูโรคจิตไปมั้ยถ้าอยากให้โซลไล่ซัน แล้วตอนหลังโซลก็พูดประมาณว่า สนุกมากป่ะวิ่งไล่ผีด้วยกันเนี่ย ฉันน่ะเบื่อจะตาย)

    เห็นว่าเพิ่งแต่งครั้งแรก แต่ภาษาและการเล่าเรื่องราบรื่นดีมากครับ แทบไม่มีคำผิดเลย แต่ก็มีบ้างนะ แต่หาไม่เจอละลืมมาร์คเอาไว้ต้องขออภัย ยังไงถ้าหากสนใจและชอบด้านนี้แนะนำให้ฝึกเขียนเยอะๆ ครับ อนาคตมีสิทธิ์รุ่งแน่นอน!

    ปล.ส่วนคะแนนขออุบไว้ก่อนนะครับ วันนี้แวะมาเม้นประเดิมก่อนจ้า

    #2
    0
  8. วันที่ 24 ตุลาคม 2557 / 17:49
    เอิ่ม.... ผีสองตัวนี่ จับไปถ่วงน้ำให้หมดเลยดีม้ายย~~~~~
    #1
    0