FUTURE วิศวะสุดหล่อขอหมอเป็นเมีย

ตอนที่ 4 : หวงไม่ได้ แต่ไม่ให้ใครหรอก

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 35,019
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,740 ครั้ง
    26 ก.ค. 62

 





-4-

หวงไม่ได้ แต่ไม่ให้ใครหรอก

[อนา อนาคต]







          ผมมองตัวหนังสือมากมายตรงหน้าแล้วเงยหน้าขึ้นฟังอาจารย์อีกรอบ ช็อตโน้ตลงไปตามที่คิดว่าสมควร ก่อนจะเปิดกลับไปดูเนื้อหาอีกที เมื่อวานก็คิดว่าอ่านมาดีแล้วทำไมเหมือนไม่ได้อ่านกันนะ


          เวลาหกโมงเย็นนักศึกษาคณะอื่นอาจจะกำลังหาข้าวกิน แต่นักศึกษาคณะทันตแพทยศาสตร์ ปีห้าอย่างผมทำแบบนั้นไม่ได้หรอกนะ แม้ว่าตอนนี้จะหิว แต่ผมก็ต้องสนใจเนื้อหาที่อาจารย์กำลังบรรยาย เพราะมันมีผลต่อการทำงานในชั้นคลินิกของผม


          อีกหนึ่งชั่วโมงก็จะจบการบรรยายของวันนี้ แทนที่ผมจะดีใจแต่กลับหงุดหงิด ผมเปิดทบทวนเคสหนึ่งของตัวเองที่คล้ายกับตัวอย่างของอาจารย์แล้วขมวดคิ้ว ปกติผมไม่ต้องมาเปิดแบบนี้นะ ถ้าอ่านมาผมก็จำได้แล้ว แต่ตอนนี้ต้องมาเปิดทวนไปมาอย่างเสียเวลาเพราะแทนที่ผมจะนึกเนื้อหาที่อ่านได้ ผมกลับนึกถึงหน้าคนที่นั่งเฝ้าแทน


          หน้าหล่อๆ ของเด็กปีสองคณะวิศวะคนนั้นนั่นแหละ


          “อนา! มึงมานี่เลยตัวดี มานั่งเล่าให้กูฟังเดี๋ยวนี้” ทันทีที่ออกจากห้องเรียน พอลล่าก็มาลากแขนผมแล้วผลักลงที่โต๊ะตัวหนึ่งในโรงอาหาร

          “ไปทำยังไงถึงได้เขามาขนาดนั้น” กายกอดอกถามผมอีกคน     

     

          ประโยคแรกที่เพื่อนสนิททักทายหลังหยุดมาสองวันคือเรื่องผู้ชาย พอลล่าหนะไม่เท่าไหร่ เพราะมันเป็นผู้หญิงคนเดียวในกลุ่มที่ตามผู้ชายแทบทุกคนในมอ ไม่รู้มันเอาเวลาไหนไปตามเขา แต่มันรู้เรื่องเขาหมดจนไอ้กายรับรู้ด้วยโดยอัตโนมัติ


          “นั่นมันน้องฟิวส์ น้องฟิวส์วิศวะที่กูลากมึงไปดู และบอกว่าเขาคือพ่อของลูกกู มึงมันทรยศ!” พอลล่าว่าผม ผมถอนหายใจแล้วพยักหน้า ก่อนจะค่อยๆ สอดตัวเข้าไปนั่งเก้าอี้ดีๆ

          “กูไม่ได้ตั้งใจนะ กูแค่แกล้งน้องมันเล่น” ตามความจริงคือไม่ได้ตั้งใจ ตอนนั้นแค่อยากแกล้งฟิวส์ไปอย่างนั้น แต่มันน่าแปลกที่เวลาแค่ไม่กี่วันมันทำให้ความรู้สึกอยากแกล้งเล่นกลายเป็นอยากรู้จักจริงๆ

          “แกล้ง? มึงแกล้งยังไง มึงเอาเวลาไหนไปแกล้งเขา”

          “คือ...น้องมันมาขูดหินปูนที่คลินิกพ่อ แล้วกูเป็นคนขูด น้องมันถามว่าถ้ามันจีบใครสักคนจะจีบติดไหม กูก็เลย...”

          “เสนอตัวให้เขาจีบ?

          “มันก็ไม่ถึงเสนอตัว...” ผมลากเสียงเบาๆ

          “ด่าว่าตอแหล คนไข้จะได้ยินไหม” พอลล่าว่า

          “มึงด่าเถอะ มึงด่าแล้วอะ” ผมบอกกลับ แล้วล้วงกระเป๋าเอาโทรศัพท์ออกมาเพราะมันสั่น

          “แล้วคือพวกมึงก็ติดต่อและเอากันเลย? กายว่าแล้วชี้โทรศัพท์ผม

          “เอาบ้าอะไรหละ มึงใช้คำให้มันดีกว่านี้หน่อยได้ไหม? ผมว่ามันกลับ

          “เออๆ ก็อย่างที่กูว่าไหมหละ”

          “ก็...คุยกัน” ผมตอบกลับ

          “มึงแม่ง...ไปเอามาคุยได้ไงวะ” ไอ้กายยังบ่นไม่เลิก

          “แล้ว...เวลาน้องอยู่กับมึงน้องเป็นไงบ้างวะ น่ารักไหม หรือนิ่งๆ ยิ้มบ่อยป้ะ หรือเก๊กหน้าดุ มึงๆๆๆ เล่าให้กูฟังหน่อยยย” พอลล่าเขย่าแขนผม แล้วถามออกมารัวๆ

          “พอๆ ไหล่กูหลุดไหมเนี่ย” ผมผลักมันออกแล้วนวดไหล่ตัวเอง

          “ก็กูอยากรู้ มึงงงง น้องเป็นไงบ้าง ต่างจากในรูปใช่ไหม น้องพูดเก่งป้ะ? ผมคิดตามคำถามของเพื่อน ฟิวส์ก็เหมือนๆ กับรูปนั่นแหละ บางทีทำตาดุ บางทีทำหน้างอน ไม่ได้ต่างจากรูปที่น้องอัปเดททุกๆ วัน แต่น้องพูดเก่ง เก่งจริง และพูดเอาใจเก่งด้วย เนี่ย...แทบจะยกใจให้อยู่แล้ว แต่กลัวเพื่อนหาว่าง่าย

          “อยู่ด้วยแล้วละลายเหมือนผู้หญิงเพ้อไหม?” กายถามต่อ

          “เออๆ แล้วกล้ามหน้าท้องที่น้องมันชอบถอดอะ ดีมากไหมมึงงง” พอลล่าทำหน้าฟินเหมือนเพ้อถึงอะไรสักอย่างแล้วเขย่าแขนผมอีกรอบ

          “คำถามนั้นพี่อนาตอบไม่ได้หรอกนะครับ” เสียงทุ้มที่ผมเพิ่งได้ยินไปเมื่อวานดังอยู่ไม่ไกล พอลล่ากับกายหันไปตามเสียงนั้น แล้วเพื่อนคนสวยของผมก็ชะงักค้าง ไม่ต่างจากไอ้กายที่หันมาหาผมสลับกับเด็กหน้าหล่อที่เดินเข้ามา

          “นะน้อง

          “ฟิวส์ครับ สวัสดีครับพี่ๆ” ฟิวส์ยกมือไหว้พลอลล่ากับกายแล้วทักทาย ความจริงแล้วมันไม่ต้องแนะนำตัวเลยก็ได้ ดูก็รู้ว่าที่พอลล่าเงียบไปไม่ใช่เพราะนึกชื่อไม่ออก แต่ที่เงียบอะเพราะรอยยิ้มของฟิวส์ต่างหาก

          “แม่งหล่อกว่าในรูปอีกหวะ” กายว่าหลังจากที่สำรวจหน้าหล่อๆ นั่นเสร็จ

          “อ่าต้องดีใจใช่ไหมครับ ขอบคุณนะครับ” ฟิวส์ลูบคางตัวเองเหมือนเขินแล้วค่อยๆ พูดออกมา ท่าทางและหน้าตาที่แสดงออกไปตามความคิดนั่นทำเอาเพื่อนผมที่เป็นผู้หญิงคนเดียวในนี้หน้าแดงแล้วหน้าแดงอีก ความพูดมากของพอลล่าหายไปทันที คำถามมากมายคงไม่มีในหัวเพื่อนผมแล้ว และมันคงมาอยู่ในหัวผมแทน

          “มาได้ไงเนี่ย” ผมถามออกไป

          “ก็ขี่มอเตอร์ไซค์มา จอดไว้ตรงนู้นแล้วค่อยเดินเข้ามาเพราะเขาไม่ให้เอาเข้ามาข้างใน” ฟิวส์ว่าแล้วพลางชี้ไปที่จอดรถรวม

          “หมายถึงรู้ได้ไงว่าพี่เลิกตอนนี้” ผมถามกลับเพราะเท่าที่จำได้คือไม่เคยให้ตารางเรียนตัวเองกับอีกคนเลยสักครั้ง

          “ผมไม่รู้หรอกว่าพี่เลิกตอนไหน แค่ตอนนี้ผมว่างแล้วผมเลยลองมา แล้วก็รู้สึกว่าโชคดีจังที่มา” ตาคมสบกับตาผมเพื่อแสดงให้เห็นว่าเขารู้สึกว่าตัวเองโชคดีขนาดไหน สายตาที่ส่งมาทำเอาผมอดจะยิ้มตามไม่ได้และในที่สุดผมก็ยิ้มตอบ

          “เพิ่งเลิก ยังไม่ได้กินข้าวเลย”

          “อ่อยฉิบหาย” ผมทำเป็นไม่สนใจเสียงของกายที่พูดขึ้นทันทีที่ผมพูดจบ

          “ฮ่าๆ ไปกินข้าวกันครับ พี่ๆ ไปด้วยกันไหม?” ฟิวส์เป็นคนชวน

          “นี่ชวนตามมารยาทหรือว่าอยากให้ไปด้วยจริงๆ” กายถาม

          “ก็ความจริงคิดว่าจะไปกินกับพี่อนาสองคน แต่ถ้าพี่อนาอยากให้เพื่อนไปด้วยผมก็โอเค เพราะผมก็อยากรู้จักพวกพี่เหมือนกันครับ”

          “น้องอยากรู้จักกูอะมึง” พอลล่าสะกิดกาย

          “เขาบอกว่า ถ้าถ้าเพื่อนมึงอยากให้ไปด้วย แล้วตัดภาพไปที่เพื่อนมึง” กายตอบพอลล่าแล้วหันมาหาผม

          “ก็แล้วแต่ แต่พวกมึงต้องเตรียมทำเคสของพรุ่งนี้ไม่ใช่เหรอ?” ผมถามกลับ

          “จากความฉลาดที่มึงสะสมมา เพื่อนมึงหมายความว่าไง” กายหันกลับไปหาพอลล่า

          “กูโง่ได้ไหมอะวันนี้ เห็นหน้าน้องฟิวส์ก็คิดอะไรไม่ออกแล้วอะ” ตากลมโตมองไปที่ฟิวส์แล้วส่งยิ้มให้ ฟิวส์เองก็ยิ้มตอบแบบขำๆ

          “ฉลาดเถอะ” ผมบอก

          “เออ! กูกลับไปทำเคสก็ได้ เคสที่ไม่ใช่แค่กูอะ เคสที่มึงก็ต้องทำอะ” มันหันกลับมาตอบผม

          “ทำให้ด้วยได้ป้ะ?” ผมถามแล้วยิ้มอ้อนเพื่อน

          “แล้วแบ่งน้องฟิวส์ให้กูด้วยได้ป้ะ?”

          “งั้นเดี๋ยวกูทำเอง” ผมตอบ ได้ยินเสียงหัวเราะของฟิวส์ แต่ผมไม่ได้หันไปดูเพราะกำลังมองเพื่อนสองคนที่กำลังกลอกตาให้ผม ไม่ใช่ว่าอย่างนั้นอย่างนี้ ยังไงการทำเคสของคนไข้แต่ละคน เราก็ต้องทำเองอยู่แล้ว ผมแค่แกล้งถามเพื่อนไปอย่างนั้นเอง ไม่ได้จริงจังตั้งแต่แรกแล้วต่างหาก ไม่ได้หวงหรืออะไรอย่างอื่นเลยนะ



          อาหารมื้อเย็นของผมมันไม่ได้ยุ่งยากมากมายเหมือนทุกๆ ครั้ง ฟิวส์พาผมมาที่ตลาดมอที่มันมีครบทุกอย่างที่คิดจะกิน แต่ที่ตรงนี้คือที่ที่นักศึกษาหลายๆ คนมา โชคดีหน่อยที่ตอนนี้ไม่ใช่เวลาที่ทุกคนจะมาหาข้าวกิน จะมีก็เป็นส่วนน้อยที่ยังเดินให้เห็นประปราย และบางคนเองก็กำลังจะกลับ


          “คิดยังไงมาตลาดมอ” ผมถามคนที่กำลังเดินนำ

          “คิดว่าพี่คงไม่ค่อยได้มา” จริงอย่างที่น้องมันว่า ที่นี่ไกลจากคณะผมพอสมควร การที่จะมากินข้าวที่นี่จึงไม่ใช่ตัวเลือกของผม ผมมักจะหาอะไรกินแถวนั้นแล้วกลับหอฝั่งนั้นเลย

          “อือ ไม่ค่อยได้มาจริงๆ” ผมว่าแล้วมองไปตามร้านต่างๆ

          “พี่อยากกินอะไร”

          “ไม่รู้อะ เยอะแยะไปหมดเลย” ผมตอบไปแบบนั้นเพราะยังเลือกไม่ได้ มาอย่างนี้แล้วก็ไม่อยากกินอาหารตามสั่ง อยากลองกินอะไรที่ไม่ได้กินบ่อยๆ มากกว่า

          “กินแบบผมไหม?” คนตัวสูงหยุดยืนแถวๆ ร้านยำแล้วหันมาถาม

          “แบบไหน?”

          “แบบผมไง แบบ หน้าหล่อขึ้นสีเล็กน้อยแล้วหลบตาผม “แบบฟิวส์อะ” ผมหลุดยิ้มอย่างห้ามตัวเองไม่ได้ ทั้งเขินคำพูดของฟิวส์ ทั้งเอ็นดูท่าทางเงอะๆ งะๆ นั่น ทำไมมันเรียกรอยยิ้มจากผมได้มากมายขนาดนี้นะ

          “กลัวท้องเสีย” ผมตอบหลังจากจัดการกับความเขินของตัวเองได้แล้ว

          “พี่อะ ไม่โรแมนติกเลย”

          “แล้วจะให้พี่ตอบว่าไง ถ้าตอบว่ากินงี้ จะพาไปกิน?” ผมทำเก่งขยับเข้าไปหาแล้วเลิกคิ้วถาม

          “ก็ไปไหมหละ” เสียงแหบที่ตอบกลับมาแบบที่ผมไม่คาดคิด มันทำให้ผมหน้าแดงขึ้นในทันที ก็ใครมันจะไปคิดว่าเด็กมันจะกล้าขนาดนี้หละ

          “พี่จะกินยำ” ผมหมุนตัวแล้วเดินไปต่อแถว ที่มีคนก่อนหน้าแค่ไม่กี่คน หยิบจับเลือกของสดที่อยากกินอย่างไม่รู้จะทำอะไรดี ไอ้ที่หยิบมาใส่ถ้วยตอนนี้ก็แทบจะไม่ได้มองด้วยซ้ำ

          “ขอวุ้นเส้นด้วย” ฟิวส์ขยับมาซ้อนหลัง ผมรู้สึกได้ว่ามันใกล้กันมาก ใกล้จนผมต้องเกร็ง อยากขยับตัวหนีแต่ข้างๆ เขาก็เลือกอยู่ เหลือบมองมาทางพวกเราแล้วยิ้มด้วย โอ๊ย~ เกร็งไปหมดแล้วนะ

          “ขยับออก ผมบอกอีกคนเบาๆ

          “อยากเข้าไปใกล้ๆ” ฟิวส์กระซิบกลับที่ข้างหู

          “ฟิวส์~” ผมบอกอีกคนอย่างขอร้อง ได้ยินเสียงหัวเราะน้อยๆ จากคนตัวสูง ก่อนที่ฟิวส์จะขยับออกไปเล็กน้อย ถึงจะขยับออกไปไม่มากแต่มันก็ทำให้ผมรู้สึกดีขึ้น อย่างน้อยก็หายใจสะดวกขึ้นก็แล้วกัน


          เราทิ้งให้ป้าเขาทำยำให้แล้วเดินดูอย่างอื่นที่คิดว่าจะกิน แน่นอนว่ามันเป็นเพราะผมไม่อยากยืนอยู่ตรงนั้นนานๆ อย่างน้อยการเดินออกมาแบบนี้มันก็ทำให้สามารถหลบสายตาของคนพวกนั้นที่มองมาได้


          “เฮ้ย! ไหนว่ารีบกลับไงวะ ทำไมมาอยู่นี่” ใครสักคนทักฟิวส์ เด็กตัวสูงหันมามองผมเล็กน้อยก่อนจะหันกลับไปตอบเพื่อนตัวเอง

          “ก็รีบแหละ” ฟิวส์บอก

          “อะไรของมึง มึงรีบมากินข้าวที่ตลาดมอเนี่ยนะ?” เพื่อนน้องมันถาม

          “ก็เออ ฟิวส์บอกแล้วขยับนิดหน่อย นั่นทำให้ผมมองเห็นเพื่อนของน้องมัน แล้วเด็กกลุ่มนั้นก็มองเห็นผมพอดี ผู้ชายในเสื้อช็อปสามสี่คนตรงหน้าตาโตแล้วอ้าปากค้างเมื่อสบตากับผม นั่นทำให้ผมทำตัวไม่ถูก ได้แค่ส่งยิ้มไปให้เหมือนที่เจอคนอื่นๆ

          “แม่ง

          “โคตรน่ารักเลย”

          “พอเลยพวกมึง” ฟิวส์ขยับมาบังผมกับเพื่อน “พี่ก็หยุดยิ้มได้แล้วครับ”

          “อ้าว

          “มึงอย่าหวงสิฟิวส์ เขาเป็นเมียมึงหรือไง ก็ยัง?” เด็กคนหนึ่งในกลุ่มนั้นพูด

          “ไอ้

          “ฟิวส์” ผมดึงแขนน้องมันไว้ก่อนที่อีกคนจะพุ่งเข้าไป ท่าทางหงุดหงิดของฟิวส์มันทำให้ผมรู้สึกหวั่นๆ เหมือนกับว่าถ้าจะให้มีเรื่องตรงนี้น้องมันก็จะมีให้ได้ แล้วมีเรื่องเพียงเพราะคำพูดแค่นี้มันทำให้ผมไม่ชอบใจสักเท่าไหร่

          “กูขอโทษ เลิกมองแบบนั้นได้แล้วไอ้สัส กูแค่หยอก” น้องคนนั้นว่า

          “หยอกพ่อง!

          “เออๆ กูขอโทษ ขอโทษนะครับพี่” น้องมันบอกกับฟิวส์ก่อนจะหันมาขอโทษผม

          “อื้อ ไม่เป็นไร ฟิวส์ ผมลูบแขนอีกคนที่ยังไม่หันมามองผม แต่เดาได้ว่าน้องมันคงจะจ้องเพื่อนมันอยู่

          “มึงจะขึ้นทำไมเนี่ย มันก็ขอโทษแล้ว” เพื่อนอีกคนขยับเข้ามา

          “เออ! อย่าเล่นอีกนะมึง” ฟิวส์ว่าออกมาในที่สุด

          “มันก็ไม่ได้จริงจังป้ะวะ มึงอะคิดมากฟิวส์”

          “ก็กูจริงจังไงไอ้เหี้ย กูจริงจังกับเขาเนี่ย” ผมพูดอะไรไม่ออก เหมือนๆ กับเพื่อนน้องมันที่ชะงักไปครู่หนึ่ง แต่หลังจากนั้นทั้งกลุ่มก็เออออแล้วขอแยกออกไป ไม่ลืมจะหันมาขอโทษผมอีกครั้ง ซึ่งแน่นอนว่าผมไม่ได้ติดใจอะไรอยู่แล้ว


          ผมไม่รู้ว่าทำไมฟิวส์ถึงหงุดหงิด การที่มีคนเรียกผมว่าเมียหรือเรียกเหมือนผู้หญิงมันไม่ได้ทำให้ผมรู้สึกไม่ดี ถึงแม้ว่าผมจะเป็นผู้ชายแต่ผมก็ชอบผู้ชาย แล้วคำพูดพวกนั้นมันก็แค่คำพูด มันไม่ได้สำคัญอะไรกับเรื่องการคบหาของผมเลย แต่ก็รู้สึกดีที่ฟิวส์เป็นห่วงความรู้สึกของผมขนาดนี้

          “ที่โกรธนี่เพราะอะไร หืม?” ผมเดินไปอยู่ตรงหน้าคนตัวสูง เงยหน้าขึ้นสบตาคนที่หลบตา แล้วในที่สุดฟิวส์ก็ถอนหายใจออกมา

          “มันเรียกพี่ว่าเมีย แล้วมันบอกว่าพี่ไม่ใช่ของผม”

          “หืม?”

          “ผมรู้ว่ามันก็จริง พี่ยังไม่ใช่ของผม แต่ผมก็จริงจังกับพี่ป้ะวะ ยังไงผมก็จะทำให้พี่ชอบผมให้ได้อะ” ฟิวส์ว่าออกมาแล้วสบตากับผม

          “เข้าใจแล้ว แล้วนี่อารมณ์ดีขึ้นยัง?” ผมถามแล้วยิ้มให้

          “เฮ้อ~ ถ้าเป็นปกติมีเรื่องไปแล้ว แต่นี่มีพี่หรอก” ฟิวส์ว่า มือใหญ่นั่นฉุดเอามือผมไปกุมแล้วค่อยดึงเบาๆ ให้ผมเดินไปด้วยกัน เป็นธรรมชาติและไม่ขัดเขินเหมือนหลายๆ ครั้งที่ผ่านมา

          “ไปซื้อน้ำแล้วไปเอายำกัน” ผมบอก


          มื้ออาหารที่เลยเวลาเย็นมานาน นอกจากจะทำให้รู้สึกหิวมากแล้วยังทำให้รู้สึกอร่อยมากขึ้นด้วย เป็นเพราะว่าเลยเวลามานานแล้วนั่นแหละผมถึงกินเยอะกว่าเดิมขนาดนี้ จากที่จะมีแค่ยำกับน้ำหวาน ตอนนี้ฟิวส์วางอะไรไว้ที่โต๊ะผมก็จับยัดเข้าปากหมด มันดูอร่อยไปทุกอย่างถึงแม้ว่ามันจะเป็นแค่ลูกชิ้นทอดก็ตาม


          “พี่กินเก่งจังวะ” ฟิวส์ว่า

          “ก็บอกแล้วว่าหิว” ผมตอบกลับหลังจากที่ดื่มน้ำเรียบร้อยแล้ว

          “เอาอะไรอีกไหม?” ฟิวส์ถาม

          “ไม่ไหวแล้ว ลุกไม่ได้แล้ว” ผมตอบกลับ

          “พี่น่ารักหวะ เวลากินยิ่งน่ารัก” ผมหายใจผิดจังหวะไปนิดหน่อยเมื่ออยู่ดีๆ อีกคนก็พูดออกมาแบบไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย

          “ก็คือพูดออกมาแบบดื้อๆ งี้เลยเหรอ” ผมถามกลับ

          “ก็น่ารัก ผมก็บอกว่าน่ารักไง”

          “เออ” ผมตอบกลับ หลบสายตาแพรวพราวนั่นแล้วหันไปอีกทาง

          “พี่น่ารักหวะ”

          “รู้แล้ว คนบอกเยอะแยะ” ผมว่ากลับ

          “ใคร! อย่าไปทำตัวน่ารักให้ใครเห็นได้ป้ะวะ ผมก็อยากหวงนะเว้ย แต่ก็รู้ว่าหวงยังไม่ได้อะ” น้องมันว่าแล้วช้อนตาขึ้นมองผม

          “ทำไมหวงไม่ได้”

          “ก็ยังไม่ได้เป็นแฟนกัน”

          “ต้องเป็นแฟนก่อนเหรอถึงจะหวงได้” ผมถามกลับยิ้มๆ

          “พี่อนา

          “อยากหวงก็หวงสิ ใครว่าอะไร”

          “พี่แม่ง”

          “แล้วผมบอกคนอื่นได้ไหมว่าพี่เป็นของผม” น้องมันถามกลับ ทำให้ผมคิดไปถึงเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อสักครู่ ผมเม้มปากเมื่อนึกหาคำตอบที่เหมาะสมยังไม่ได้ เข้าใจแล้วเข้าใจคำว่ายังไม่ใช่แฟนก็ทำไม่ได้แล้ว แต่ถ้าจะให้นับเวลาที่รู้จักมันยังน้อยนิดเหลือเกิน ถึงแม้ว่าความรู้สึกที่มีให้มันจะมากมายก็เถอะ

          “ตอนนี้ก็ไม่ได้เป็นของคนอื่นนะ” ผมตอบแบบนั้น ฟิวส์สบตากับผมแล้วผมเองก็ไม่หลบตา ความรู้สึกถูกถ่ายทอดผ่านดวงตาคู่นั้น และผมเองก็หวังว่าน้องจะเข้าใจความรู้สึกของผม ผ่านดวงตาคู่นี้ คู่ที่อยากมองแค่น้องมันตลอดเวลา




FUTURE 

วิศวะสุดหล่อจะขอหมอเป็นเมีย


26/7/2019

          ตอนนี้คือชอบไปหมด ชอบความเพื่อนของพี่อนาและหลงพี่อนาไปหมดแล้ว โอ๊ยยย เหมือนจะเฉยๆ แต่พี่เขาก็คือไม่ยอมเด้อ เหมือนจะไม่อะไรกับน้อง เหมือนจะเล่นๆ กับน้อง แต่คือไม่ให้เพื่อนใกล้ได้เลยนะคะ แอบร้ายอยู่นะเนี่ย น้องฟิวส์ก็ลุยเต็มร้อยมาก หบุดหัวเราะหลุดยิ้มจนปวดปากไปหมดแล้วค่ะ

          ปล.ขอบคุณทุกคนที่ช่วยตรวจคำผิด

#ขอหมอเป็นเมีย

เฟซบุ๊ก : faddist

ทวิตเตอร์ : @pflhzt

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.74K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,573 ความคิดเห็น

  1. #1564 S.Map (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 13 มกราคม 2564 / 21:57
    ดีอ่ะ อ่านไปยิ้มไป
    #1,564
    0
  2. #1557 tipsukonwa2 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 9 มกราคม 2564 / 13:46
    พี่หมอก็สู้ไม่ถอย
    #1,557
    0
  3. #1551 Nuna_MinJ (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 6 มกราคม 2564 / 21:38
    ชอบคุณหมอจัง
    #1,551
    0
  4. #1536 Namhommm (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 11 สิงหาคม 2563 / 05:23
    เขิลไม่ไหวแล้ววว
    #1,536
    0
  5. #1535 Namhommm (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 11 สิงหาคม 2563 / 05:23
    เขิลไม่ไหวแล้ววว
    #1,535
    0
  6. #1478 SOSOTUS (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2563 / 17:15
    อนาคตหมอฟันนะเมียผมต้องมาแล้ว น่ารัก
    #1,478
    0
  7. #1444 นิรนาม (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2563 / 19:50

    ทันตะปีห้าไม่มีทางเรียนเลคเชอร์ถึงหกโมงได้หรอกนะคะ เรียนอย่างมากสุดก็สองถึงสามชั่วโมงต่อวันสำหรับเลคเชอร์

    #1,444
    0
  8. #1384 Rawadee14 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2563 / 19:11
    เจอแล้วค่ะ เจอแล้ว เจอคู่ที่หวานกว่าเหนือพระรามแล้วค่ะะะะ ไม่ไหวแล้วว่า🤟🤟🤟🤟🤟
    #1,384
    0
  9. #1358 เด็กดื้อ เด็กดื้อ (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 29 เมษายน 2563 / 19:50

    โอ้ยยยยย เหม็นความรักเว้ยยยย😁😁

    #1,358
    0
  10. #1354 ก็แค่ฉันในอีกมุม (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 28 เมษายน 2563 / 22:07
    ติ้ดดดดดดดด//เสียงหัวใจหยุดเต้น >///<
    #1,354
    0
  11. #1338 munoom110538 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 27 เมษายน 2563 / 00:56
    ใจเย็นนะลูก พึ่งจีบเอง นี้เขินตามแทบไม่ทัน
    #1,338
    0
  12. #1275 น้องเกรียนรี่ (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2563 / 22:21
    เขาชวนไปกินกัน....
    #1,275
    0
  13. #1244 Biekps99 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2563 / 17:36
    อย่าใจร้อนลูกค่อยเป็นค่อยไป
    #1,244
    0
  14. #1224 ENJOY_EVERYDAY (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 25 มกราคม 2563 / 21:26
    หวงเก่ง หวงจริงจัง 555555
    #1,224
    0
  15. #1204 Saguramio (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 22 มกราคม 2563 / 23:48
    ห๊ะ!!! นี่เราอยู่ท่ามกลางสวนอ้อยหรอ....
    #1,204
    0
  16. #1193 Black-color (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 5 มกราคม 2563 / 18:57
    ชอบความหวง ชอบความแคร์พี่อะ
    #1,193
    0
  17. #1169 SandSeaSun (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2562 / 22:14
    ขยันหยอดขยันอ่อยจริงคู่นี้อ่ะ
    #1,169
    0
  18. #1083 KiHaE*129 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 5 ธันวาคม 2562 / 00:49

    ใช่

    น่ารักอะ

    ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

    หวงได้เต็มที่เลยจ้าาา

    #1,083
    0
  19. #1027 mhoiekung (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 7 พฤศจิกายน 2562 / 22:42
    ฟิวขาดเลยจ้าาาาหวงสุดๆไอดื้อเอ้ย
    #1,027
    0
  20. #925 maybee23 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 19 ตุลาคม 2562 / 00:42
    ชอบความไม่ยอมของคู่นี้อะ หยอดมาสิก็หยอดกลับเหมือนกัน555555555
    #925
    0
  21. #891 Rabbiitao (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 14 ตุลาคม 2562 / 09:31
    ฟิว.. ฟิวขาดเลยตอนยอกพี่อนาไม่ใช่ของฟิว 555
    #891
    0
  22. #774 Miki_milky (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 23 กันยายน 2562 / 05:49
    อิน้องโคตรหวงพี่สุดๆๆ
    #774
    0
  23. #766 Khaofang75 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 16 กันยายน 2562 / 21:35
    อนา

    เธอมันร้าย
    #766
    0
  24. #752 loognamfzt403 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 31 สิงหาคม 2562 / 20:28
    จะเป็นเบาหวานไหมอ่ะ?
    #752
    0
  25. #731 hh_9094 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 28 สิงหาคม 2562 / 16:53
    พี่อนาอ้อยมากกกกกก
    #731
    0