FUTURE วิศวะสุดหล่อขอหมอเป็นเมีย

ตอนที่ 29 : จะไม่ทำให้เสียใจอีกแล้วนะ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 17,356
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 808 ครั้ง
    10 พ.ค. 64





-28-

จะไม่ทำให้เสียใจอีกแล้วนะ

[อนา อนาคต]





Ana Future

12 hr

จะไม่ทำให้เสียใจอีกแล้วนะ

737 likes 132 comments


ผมอ่านสเตตัสของตัวเองที่ตั้งไว้ตั้งแต่ตอนตื่นนอน สเตตัสที่ผมอัปเดทพร้อมกับรูปของแฟนที่นอนซุกไหล่ผมอยู่ ฟิวส์ยังไม่ได้ตอบคอมเมนต์ บางทีน้องอาจจะยังไม่เห็นด้วยซ้ำ จนตอนนี้เย็นเข้าแล้วแต่ยังไม่เห็นอีกคนเคลื่อนไหว มีเพียงขอความส่วนตัวที่บอกว่าให้ผมรออยู่ที่คลินิกเลย เขาบอกว่ามีคุยงานในตอนบ่าย เพื่อที่จะได้มีเวลาว่าในสุดสัปดาห์ ผมเองก็เคลียร์งานทุกอย่างแล้ว แต่ของผมมันไม่มีอะไรมาก นอกจากบอกพ่อว่าจะไม่เข้าคลินิก

วันนี้ผมเลยต้องเข้ามานั่งประจำหน้าห้องตรวจแม้ว่าจะมีพี่หมออีกคนมาช่วยพ่อแล้วก็ตาม


Yiwaa ขอหายไปสักพัก

Darika Drang หวานอีกแล้ววว

Dew Dely : รูปร้อยรูปที่จ้างคนไปถ่ายมาอัปลงเพจ ไม่มีความหมายเมื่อเจอรูปนี้

คำผาน ที่บ้านมีโคมไฟใหญ่กว่ารถถัง : เซ็นสัญญามาเลยนะครับ

Masa Mark เสียใจเก่งเหรอ Future Forfun

Bar Sarawut เรียกร้องความสนใจเก่ง

Pandora วันก่อนบอกรักกันกลางถนนจ้าาา

Polla Tears เสียใจคราวนี้มาซบอกพี่นะคะ Future Forfun

Gay Danai ภาพล่อแหลม


ผมหลุดยิ้มกับคอมเมนต์ของเพื่อน ตอนนี้เพื่อนในเฟซบุ๊กผมเป็นชาววิศวะไปเกือบครึ่ง แทบจะมากเท่าๆ กับเพื่อนในคณะผมแล้ว คนที่เข้ามากดติดตามก็เพิ่มมากขึ้น มีหลายครั้งที่ฟิวส์แซว แต่ผมก็บอกกลับไปว่าเขามาตามเพราะหน้าหล่อๆ ของฟิวส์ต่างหาก ดูจากโพสต์นี้ คนมาถูกใจเยอะก็เพราะรู้ว่าคนที่ซุกหน้าอยู่คือฟิวส์ไง

“ดีกันแล้วเหรอ” พ่อเดินมาถาม

“ครับ” ผมตอบกลับไป แล้วพ่อก็พยักหน้า

“เห็นฟ้าบอกว่าจะไม่เข้าคลินิกเสาร์อาทิตย์ จะพากันไปไหน?

“ไป...บ้านฟิวส์” ผมบอกกลับเบาๆ

“อนา...ไหนบอกว่าพ่อแม่เขาไม่เห็นด้วยไง” พ่อถามกลับ สายตาที่ทอดมองมาด้วยความเป็นห่วงทำให้ผมส่งยิ้มบางๆ ไปให้

“ไม่เป็นไรหรอกน่า ลูกพ่อเก่งจะตาย” ผมบอก

“อย่าให้เห็นร้องไห้อีก” พ่อว่ากำชับ ผมเลยเดินเข้าไปหาแล้วกอดเอวของคนเป็นพ่อไว้อ้อนๆ

“ผมรักเขา” ผมบอก

“รู้แล้ว รักจนโดดงานไปบ้านเขา ทีเขาไม่เห็นกล้ามาหาพ่อเลย” พ่อว่าแล้วมองสบตาผม

“น้องก็มาแล้วไง”

“ไม่นับ” พ่อบอก

“ให้พามาใหม่เหรอ?” คนหล่อของผมพยักหน้าช้าๆ "ไหนบอกไม่ชอบไง"

“เห็นร้องไห้ขนาดนั้นกับยิ้มกว้างขนาดนี้ ไม่ชอบคงไม่ได้แล้วแหละมั้ง” พ่อว่าแล้วยีผมของผมจนมันฟู ฟูเหมือนใจของผมที่ค่อยๆ เต้นแรงขึ้นกว่าเดิม

“จริงเหรอครับ” ผมถามอย่างตื่นเต้น ถ้าฟิวส์มาได้ยินคงดีใจไม่ต่างกัน

“ก็ดูๆ อยู่ พ่อไม่ได้ห้ามนี่” พ่อว่ากลับ

“ก็อยากให้พ่อยอมรับด้วย”

“ที่ลูกเป็นพ่อยอมรับได้ แต่การที่จะมีผู้ชายหรือใครสักคนมาอยู่กับลูก พ่อก็ต้องดูยาวๆ หรือเปล่า” พ่อบอกแล้วลูบหัวผทไปด้วย

“ตอนนี้ยาวพอยัง?” ผมเงยหน้าขึ้นถาม

“ก็...ระดับหนึ่ง”

“ทำไมพ่อหลอกล่อเก่งอะ” ผมว่าแล้วยู่หน้าให้

“ไม่เก่งจะเป็นพ่อของลูกได้เหรอ หืม? วันนี้เลิกดึกนะ พรุ่งนี้ไม่มาอะ” พ่อบอกแล้วผละออกจากผม แต่ผมยังจับเสื้อเชิ้ตตัวแพงนั่นไว้

“พ่อครับ อนารักพ่อนะ” ผมว่าแล้วยิ้มให้พ่อ

“ถ้ารักไอ้เด็กนั่นมากกว่าพ่อ พ่อจะตี” พ่อว่า เรียกเสียงหัวเราะจากพี่ฟ้าที่เดินเข้ามาพอดี

“เงียบเลยฟ้า ทำงานกันได้แล้ว” พ่อว่าก่อนจะเดินออกไป

“คุณหมอนี่หวงน้องอนามากเลยนะคะ” พี่ฟ้าบอก แล้วยื่นแฟ้มประวัติคนไข้มาให้ผม

“คนแก่” ผมบอกแล้วยู่หน้าให้

“รักเด็กนี่เนอะ เห็นนะในเฟซบุ๊กอะ”

“พี่ฟ้าอย่าล้อ~


วันนี้หน้าที่ผมคือเช็กประวัติคนไข้แบบคร่าวๆ เหมือนทุกๆ ครั้งที่พ่อให้ทำ ทำไปผมก็จะได้ศึกษาไปเป็นเคสๆ ด้วย ครั้งนี้ผมทำมันอย่างมีความสุขมากกว่าหลายๆ ครั้ง นี่จะสินะ ที่เขาบอกไว้ว่าความรักทำให้เรามีความสุข และทำให้คนรอบๆ ตัวเรามีความสุข

“เรียบร้อยแล้ว เชิญข้างในเลยนะครับ” ผมบอกคนไข้ที่กำลังรอคิวอยู่ให้เขาไปตรวจ

“อยากมีโมเมนต์มาทำงานแล้วแฟนมานั่งรอจังเลยค่ะ” น้องเขาบอกแบบนั้นก่อนจะลุกขึ้นยิ้มให้ผม

“น้องเขาว่าไงนะพี่ฟ้า” ผมหันไปถามผู้ช่วยที่ยืนขำอยู่

“น้องเขาบอกว่าน้องฟิวส์รออยู่ข้างล่างค่ะ”

“แล้วผมมี…”

“ไม่มีแล้วค่ะ” พอพี่ฟ้าพูดอย่างนั้นผมก็สับขาออกจากหน้าห้องตรวจอย่างกระตือรือร้น ข้างนอกมีคนรอแค่สองคน นั่นหมายความว่าเคสของพ่อก็กำลังจะหมด


หลายคนอิจฉาผมที่ผมมีแฟนมารอหลังเลิกงาน มารับหลังเลิกเรียน ผมไม่ได้ตั้งใจเปิดเผยเพื่อให้ใครอิจฉา ไม่ได้อยากอวด และไม่ชอบเวลาที่มีคนมองว่าผมอวด ที่ผมโพสต์ผมแค่อยากแสดงให้เห็นว่าผมรักฟิวส์ ที่ผมบอกให้ฟิวส์มารับก็เพราะว่าผมอยากอยู่กับฟิวส์ให้นาน เวลามีคนมาบอกว่าชอบโมเมนต์แบบนี้ ผมเลยได้แต่ยิ้มตอบเพราะผมเองก็ชอบมากเหมือนกัน แต่มันก็ไม่ใช่ทุกคนที่ชอบ เพราะบางคนที่มองผมอยู่ตอนนี้แสดงออกชัดเจนว่ากำลังไม่พอใจ


ฟิวส์ไม่ได้อยู่คนเดียว ผู้หญิงที่นั่งอยู่ข้างๆ นั้นกำลังมองมาที่ผม ข้อมือสวยยกนาฬิกามาดูเพื่อที่จะบ่งบอกว่ามารอผมนานแล้ว ปากสวยจะอ้าทักแต่ผมชิงยกมือไหว้ก่อน


“สวัสดีครับคุณน้า” แม่ของฟิวส์ค่อยๆ ยกมือขึ้นรับไหว้ผม ส่วนคนหล่ออีกคนที่นั่งอยู่ข้างกันก็ค่อยๆ หันมามองผม ฟิวส์ลุกขึ้นเดินเข้ามาหาผมก่อนจะทำหน้าเหมือนอยากขอโทษผมเต็มที แต่ผมก็แค่ยิ้มให้น้อง ยังไงก็จะได้เจออยู่แล้ว แค่เร็วกว่าที่คิดนิดหน่อยเท่านั้นเอง

“เหนื่อยไหมครับ” ฟิวส์ถามผม แต่ตาผมกลับมองไปที่อีกคนที่คล้ายกับฟิวส์เหลือเกิน โดยเฉพาะตาสวยๆ ที่มองผมเหมือนจะเจาะให้ทะลุนั่น

“ฟิวส์ พ่อเหรอ?” ผมถามน้องเบาๆ

“อื้อ คือ…พ่อกับแม่มารับไปบ้าน” ฟิวส์บอก ผมเลยพยักหน้าให้ ถ้าพ่อกับแม่ฟิวส์มารับ ผมจะยังมีสิทธิ์ได้ไปอยู่ไหม

“เสร็จหรือยัง ถ้าเสร็จแล้วก็รีบไปเตรียมตัวจะได้รีบไปกัน” แม่บอก

“แม่ พี่อนาเพิ่งเดินลงมาเองนะ ยังไม่ได้นั่งพักเลย” ฟิวส์ว่า แม่เลยถอนหายใจออกมา

“แล้วจะให้นั่งอีกนานไหมล่ะ” แม่ถามฟิวส์

“ก็จนกว่า…”

“ไปเลยก็ได้ครับ” ผมพูดแทรกฟิวส์ น้องเลยหันมาทำตาดุใส่ผม มือเรียวยื่นมาปัดผมตรงหน้าออกให้อย่างอ่อนโยน เหมือนจะปลอบประโลมว่าถ้าเหนื่อยก็พักก่อน ถ้าไม่ไหวก็ตั้งหลักก่อน น้องจะอยู่กับผมตรงนี้ แต่ผมเคยบอกไว้แล้วว่าจะรักน้องให้มากขึ้น จะไม่ทำให้น้องเสียใจอีก พ่อกับแม่น้อง…เรื่องนี้ผมจะพิสูจน์เองว่าผมดีพอ

“คุณพ่อเราทำงานที่นี่ใช่ไหม?” พ่อของฟิวส์ถามหลังจากที่เงียบมานาน

“ใช่ครับ นี่เป็นคลินิกพ่อผม” ผมบอกกลับแล้วท่านก็พยักหน้า

“งั้นก็ไปบอกพ่อเขาหน่อยว่าจะไปกับทางนี้”

“ลูกผมบอกผมแล้วครับ ผมรู้เรื่องทุกเรื่องของลูกอยู่แล้ว” พ่อผมเดินลงมาจากชั้นสอง เรียกสายตาทุกคนให้มองขึ้นไป ไม่เว้นแม้แต่น้องสองคนที่เดินลงมาหลังจากทำฟันเสร็จ พวกเขาไหว้พ่อก่อนจะหันมายกมือไหว้ผม เหมือนจะหยุดยืนมองอีกหน่อยแต่ผมส่งยิ้มไปให้อย่างขอร้อง น้องเขาเลยเดินออกจากคลินิกไป

“ปิดคลินิกเลยนะคะคุณหมอ” พี่ชลเดินมาถามพ่อ พ่อเลยยิ้มแล้วพยักหน้าให้

“หมอจะคุยกับแขกอีกหน่อย ที่เหลือจัดการกันได้เลยนะ” พ่อว่า แล้วพี่ๆ เขาเลยขึ้นไปที่ชั้นสอง ปล่อยตรงนี้ไว้ให้พ่อได้คุยกับแขก

“คุณหมอ…” แม่ของฟิวส์เรียกพ่อเบาๆ จนท่านหันไปมอง ตาคมของพ่อผมขยายกว้างกว่าเดิมเล็กน้อยเมื่อมายืนอยู่ข้างฟิวส์ในตอนนี้

“คุณฟารดา”

“รู้จักกันเหรอ?” พ่อของฟิวส์หันไปถาม

“ใช่ ฉันนัดคิวหมอพนาให้รักษารากฟันคุณไงคะ”

“หมอพนา?”

“สวัสดีครับ ผมชื่อพนา” พ่อว่าแล้วเดินเข้าไปหาพ่อของฟิวส์แล้วยื่นมือออกไป คนหล่อทางนั้นมองภรรยาตัวเองเล็กน้อยก่อนจะยื่นมือออกมาสัมผัสกับมือของพ่อผม

“สวัสดีครับ ผมบรรพต พ่อของฟิวส์” พ่อฟิวส์ว่าแล้วมองมายังฟิวส์ที่ยืนงงอยู่ข้างผม

“คนกันเองทั้งนั้น” พ่อผมว่าแล้วส่งยิ้มออกไป “พ่อของคนที่ทำให้ลูกผมร้องไห้ตั้งหลายวันนี่เอง”

“พ่อ” ผมเรียกพ่อไว้แล้วเดินเข้าไปกระตุกแขนพ่อผม

“ร้องไห้? ได้ข่าวว่าลูกชายฉันถูกลูกชายคุณหมอทิ้งนะคะ” แม่ของฟิวส์ว่า

“แม่ เราคืนดีกันแล้ว” ฟิวส์ว่าแล้วขยับ แต่ไม่ได้เดินไปหาแม่ ท่านยืนอยู่ตรงข้ามผมกับฟิวส์ในตอนนี้ ตาสวยหวานมองมาที่ลูกชายตัวเองเหมือนตำหนิก่อนจะมองพ่อผม

“อย่าให้มันเป็นเรื่องใหญ่เลยครับ ผมแค่อยากบอกให้รู้ว่าผมรับรู้เรื่องของลูกตลอด…ทุกเรื่อง” พ่อผมเน้นคำว่าทุกเรื่องแล้วมองไปที่แม่ของฟิวส์

“แล้วคุณหมอคิดยังไงกับลูกชายผม” พ่อของฟิวส์ถาม พ่อผมเลยหันกลับไปมองฟิวส์เล็กน้อย

“ก็ยังเด็ก ไม่รู้ว่าจะจริงจังกับลูกชายผมได้เท่าไหร่ ไม่นานมานี้ทำให้ลูกชายผมร้องไห้ แต่ลูกชายผมคงรักลูกชายคุณมาก ลูกของคุณถึงได้มายืนอยู่ตรงนี้” พ่อผมบอก

“หึ! ถ้าลูกชายผมไม่รักลูกชายคุณหมอมาก ผมเองก็ไม่มายืนอยู่ตรงนี้หรอก” พ่อฟิวส์บอก

“คุณคะ ถ้าช้ากว่านี้เราจะไม่ทันขึ้นเครื่องนะคะ” แม่ฟิวส์ว่าแล้วมองที่ข้อมือ

“ขึ้นเครื่อง?” ผมหันกลับไปถามฟิวส์

“บ้านผมอยู่เชียงใหม่อะ” ฟิวส์บอก

“เชียง…เชียงใหม่? ลูกจะไปเชียงใหม่เหรอ? ไหนบอกพ่อว่าจะไปบ้านฟิวส์ แต่ไม่ได้บอกว่าบ้านฟิวส์อยู่ไหน…” ผมกับพ่อก็กำลังอาการเดียวกันนี่แหละ ผมบอกพ่อแค่นั้น เหมือนกับที่ฟังจากฟิวส์ ทั้งอาทิตย์ที่อยู่ด้วยกันเข้าใจว่าบ้านน้องอยู่แถวนี้ตลอด เพราะอีกคนขี่มอเตอร์ไซค์ ผมเลยเข้าใจว่าบ้านอยู่ไม่ไกล

“นี่แกไม่ได้บอกเขาเหรอว่าบ้านอยู่ไหน” พ่อฟิวส์ถาม

“ก็อยากเซอร์ไพรส์” ฟิวส์ว่าเบาๆ มือหนาเลื่อนมาจับมือผมไว้เหมือนกลัวว่าผมจะโกรธ แต่ผมไม่ได้โกรธฟิวส์ ผมแค่ตกใจเท่านั้นเอง มันเกินความคาดหมายมากๆ ความจริงวันนี้มันก็เกินไปตั้งแต่เจอพ่อกับแม่ของฟิวส์อยู่ตรงนี้แล้วแหละ

“เด็กอย่างที่เขาว่าจริงๆ” แม่ฟิวส์บ่นเบาๆ

“เออ ก็แล้วไง จะไปกันไหม? จะไม่ทันแล้ว” พ่อฟิวส์ว่าออกมาแล้วมองมาที่ผมกับฟิวส์

“ไปนะ” ฟิวส์อ้อนขอเบาๆ แล้วขยับเข้ามาจนเกือบจะชิดผม

“พ่อครับ…” ผมเลยเงยหน้าขึ้นมองพ่อที่เงียบอยู่นาน

“เฮ้อ~ ฝากลูกผมด้วยแล้วกัน” พ่อผมบอกกับท่านทั้งสองที่ยืนรอคำตอบ

“ผมจะดูแลให้แล้วกัน” พ่อฟิวส์ว่า

“ไปกันเถอะ หรือต้องเก็บของอะไรไหม?” แม่ฟิวส์ถาม

“ถ้ายังเหลือเวลา ผมขอไปเอาเสื้อผ้าสักหน่อยได้ไหมครับ” ผมเอ่ยขอ

“ไม่ต้องหรอก ถ้าไม่รังเกียจใส่ของฟิวส์ก่อนได้ไหม พอดีจองตั๋วไว้หมดแล้ว” แม่ฟิวส์ว่า ผมเลยพยักหน้า

“จองไว้หมดแล้ว…” หมายความว่าท่านรู้ว่าผมจะไป แล้วก็หมายความว่าท่านอนุญาตให้ผมไปตั้งแต่ตอนที่จองตั๋วแล้วใช่ไหม

“ใช่ จองไว้สี่ที่ตั้งแต่ที่โทรมาวันนั้นแล้ว” พ่อของฟิวส์บอกแล้วเดินนำไปที่รถ

“เดี๋ยวผมจะนัดวันอีกทีนะครับ ไกลขนาดนั้นเดี๋ยวคงต้องคุยอีกที” พ่อผมบอกกับแม่ของฟิวส์

“เรามาได้ค่ะ เอาวันที่คุณหมอสะดวกเลย” พ่อผมพยักหน้ารับ

“ไปก็อย่าทำให้เขาลำบากนะ” พ่อบอกกับผม

“ทางเราไม่ลำบาก แล้วก็จะดูแลไม่ให้อนาลำบาก” แม่ฟิวส์บอกก่อนจะเดินตามพ่อออกไป ปล่อยให้ผมยืนมองหน้าพ่อไม่ต่างจากฟิวส์

“คุณหมอครับ! พ่อกับแม่ผมเขา…เขา…” ฟิวส์ว่าแล้วชี้ออกไปข้างนอก

“หึ! เด็กยังไงก็ยังเป็นเด็ก” พ่อผมว่า

“แต่ผมดูแลพี่อนาได้นะครับ!”

“ทำไมคราวนี้ต่อปากต่อคำ หรือว่าพ่อแม่โอเคแล้วจะทำยังไงก็ได้” พ่อผมถามแล้วมองฟิวส์

“พ่อ…”

“ดูแลให้ดีเหมือนปากว่าด้วยแล้วกัน” พ่อผมบอกอย่างนั้นก่อนจะกดฝ่ามือลงบนหัวผมเบาๆ ผมเลยยิ้มให้ท่านอย่างเข้าใจ การกระทำที่บอกว่าเป็นห่วง คำพูดที่ฝากฝังผมไว้กับครอบครัวของฟิวส์



เราใช้เวลาเดินทางไปสนามบินไม่นาน ผมไม่รู้ว่าท่านจัดการเรื่องแบบนี้ให้ ไม่รู้ด้วยว่าไปจองตั๋วเครื่องบินให้ผมได้ยังไง แค่ยื่นบัตรก็เดินเข้าเกทอย่างงงๆ แล้ว ส่วนฟิวส์ไปจัดการเรื่องรถที่พ่อเขาเช่ามาแล้วค่อยจะตามเข้ามาอีกที พ่อกับแม่ของฟิวส์ยังไม่ได้พูดอะไรกับผมอีก แต่ท่านก็หันมามองเป็นระยะเหมือนจะดูว่าผมตามมาหรือเปล่า

“นั่งรอเจ้าเด็กนั่นตรงนี้แหละ” แม่ฟิวส์บอก

“ครับ” ผมบอกแล้วนั่งลงถัดจากท่านมาอีกที่หนึ่ง

“ทำไมไปนั่งไกลขนาดนั้น ฉันไม่ทำอะไรหรอก ก็บอกคุณหมอไปแล้วว่าจะดูแล” แม่ฟิวส์ว่า ท่านเหมือนจะไม่ดุ ท่านเหมือนจะใจดี แต่น้ำเสียงยังเรียบนิ่ง เหมือนตอนที่ฟิวส์โกรธผมไม่มีผิด โอเค…มันอาจจะไม่มากขนาดนั้น แต่มันก็มีความน่ากลัวอยู่เล็กน้อย

“ผม…”

“เฮ้อ~ เลิกกลัวได้แล้ว เดี๋ยวเด็กนั่นก็มาโวยวายอีกว่าไปดุแฟนมัน” พ่อฟิวส์ว่า

“ฉันดุตรงไหนคะคุณ”

“ครับๆ คุณไม่ได้ดุ แต่ว่าเสียงคุณมันนิ่งเกินไปนะผมว่า” พ่อฟิวส์บอก แม่ท่านก็เลยหันมาหาผม

“ขอโทษแล้วกัน เสียงฉันก็เป็นแบบนี้แหละ กับเด็กนั่นก็พูดแบบนี้เหมือนกัน” น้ำเสียงของท่านอ่อนลงเล็กน้อย แต่ก็อย่างว่า ท่านยังคงจังหวะเดิมไม่เปลี่ยน

“ไม่เป็นไรครับคุณน้า”

“คุณแม่”

“ครับ?”

“เรียกว่าคุณแม่ได้แล้ว” ท่านบอก พอผมเงยหน้าขึ้นมองท่านก็มองตรงไปข้างหน้าก่อน ผมไม่รู้ว่าท่านเห็นหรือเปล่าว่าผมกำลังกลั้นยิ้มอยู่ แต่ภาวนาว่าอย่าเห็นเถอะ มันคงตลกน่าดู ถ้าพอลล่ารู้มันคงล้อว่า แค่แม่ผัวบอกให้เรียกแม่ก็ดีใจจนเนื้อเต้น แล้วกายคงจะบอกให้ผมเก็บอาการอีกสักหน่อย แต่มันยากเหลือเกิน ผมดีใจจนอยากจะวิ่งรอบสนามบินอยู่แล้ว

“โอ๊ย! ทันพอดี ถ้าผมมาไม่ทันจะปล่อยผมไว้นี่หรือไง” ฟิวส์เดินเข้ามาพร้อมบ่นมาด้วย พ่อเลยหันไปมอวงเหมือนจะตำหนิ

“ก็เป็นอย่างนี้ พ่อเลยว่าได้ว่าเด็ก แต่ก็เด็กจริงๆ นั่นแหละ”

“พ่ออะ!”

“เออ มาๆ เดี๋ยวเขาก็เรียกแล้ว” พ่อฟิวส์ว่า

“ตามใจกันแบบนี้ไงถึงไม่โตสักที” แม่ฟิวส์ว่าก่อนจะยกขาขึ้นไขว้กันเหมือนที่ท่านชอบทำ มองแล้วเวลาแบบนี้ท่านสวยมาก ดูสวย ดูมีความมั่นใจ จนคนอย่างผมตัวเล็กเหลือนิดเดียว

“แม่ก็ลองตามใจผมดูบ้างสิ” ฟิวส์บอก

“ถ้าไม่ตามใจลูกจะได้มายืนอยู่ตรงนี้กับแฟนไหม?” แม่ถามแล้วสะบัดหน้าหนีจากฟิวส์ และนั่นทำให้ท่าต้องหันมาสบตากับผม

“ขอบคุณนะครับ” ผมบอกท่านก่อนจะค่อยๆ คลี่ยิ้มให้

“ยิ้มสวยขนาดนี้ก็ยิ้มบ่อยๆ หน่อยสิ” ท่านว่า แต่หน้าสวยนั่นจะเหมือนเดิมไม่เปลี่ยน เปลี่ยนแค่สายตาที่มองมาเท่านั้นเอง อาจจะไม่ถึงขั้นเอ็นดูมากมาย แต่ก็ต่างจากวันแรกที่ท่านเห็นผมอยู่บนเตียงของฟิวส์มากๆ

“ฮื้อ~ ผมรักแม่อะ” ฟิวส์ว่าก่อนจะกอดคอคนสวยแล้วก้มลงหอมแก้มเบาๆ

“อายหน่อยไหมหะ?” แม่ท่านดุ

“ไม่อาย มีแม่สวย มีพ่อหล่อ มีแฟนน่ารักมาก มีความสุข” ฟิวส์ว่าก่อนจะนั่งลงที่ว่างที่ผมเคยเว้นไว้ แขนยาวพาดมาที่คอผมก่อนจะลูบที่หัวไหล่ผมเบาๆ รอยยิ้มสวยๆ ประดับอยู่บนหน้าหล่อๆ นั่น บ่งบอกว่าน้องมีความสุขมากแค่ไหนในเวลานี้ ซึ่งมันก็คงไม่น้อยไปกว่าผมสักเท่าไหร่ เมื่อมีแม่แฟนที่ยอมรับ มีพ่อแฟนที่พยายามเข้าใจ และมีแฟนที่รักผมมาก ตอนนี้ผมมีความสุขมากๆ แล้วล่ะ


ผมเชื่อแล้วว่าฟิวส์จะทำให้ความรู้สึกของผมเพิ่มขึ้นทุกวัน มันเพิ่มขึ้นตลอดเวลาจริงๆ




Future วิศวะสุดหล่อขอหมอเป็นเมีย

#ขอหมอเป็นเมีย

5/12/2019

เอาจริงๆ นะ ต้องยอมคุณอนาที่อวยแฟน หรือยอมคุณฟิวส์ที่รักแฟน หรือยอมคุณแม่ของคุณฟิวส์ก่อนดี แม่! แม่จะมานั่งหน้านิ่งแล้วก็แกล้งทำหยิ่งใส่ลูกสะใภ้ไม่ได้ สรุปมาเดี๋ยวนี้ว่าทำไมยอมเขา บอกออกมาเดี๋ยวนี้ว่าทำไมยอมให้น้องคบกับพี่อนา บ้อกกกอ้อกกม้าาาา ชอบความเฟียสของแม่ แต่ก็ยอมความหวานของพี่อนา ตะมุตะมิ น่ารักเหมือนเด็กน้อย อ้อนพ่อก็เก่ง อ้อนแฟนก็เก่ง ตอนหน้าคือไปเชียงใหม่กันนะ ไปหนาวๆ หวานๆ ที่นั่นกัน

เฟซบุ๊ก : faddist

ทวิตเตอร์ : @pflhzt


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 808 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,574 ความคิดเห็น

  1. #1525 mn_mind (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 5 กรกฎาคม 2563 / 09:38
    น่าร๊ากกกกก
    #1,525
    1
  2. #1515 rungtawanpholcha (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 26 มิถุนายน 2563 / 15:56

    ยิ้มสิค่ะ..รอไรลงตัว🤗🤗🤗

    #1,515
    0
  3. #1348 M'X19 (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 28 เมษายน 2563 / 20:35
    น่ารักกกกกกกกกก
    #1,348
    0
  4. #1268 Biekps99 (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2563 / 20:39
    โล่งอก
    #1,268
    0
  5. #1216 Saguramio (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 25 มกราคม 2563 / 08:37

    เขิน~อ่ะ
    #1,216
    0
  6. #1139 maybee23 (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 19 ธันวาคม 2562 / 12:18
    เย้พ่อแม่ตาฟิวไฟเขียวแล้ววววว
    #1,139
    0
  7. #1134 KiHaE*129 (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 10 ธันวาคม 2562 / 02:14

    เข้

    คุณพ่อคุณแม่ไฟเขียวว

    #1,134
    0
  8. #1116 บ๊อบบินไงจะใครล่ะ (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 6 ธันวาคม 2562 / 11:27

    ชอบคุณหมอพนามาก เข้าใจลูกจริงๆอะ

    #1,116
    0
  9. #1113 251130 (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 6 ธันวาคม 2562 / 07:35

    ??’???’???’???’???’???’???’???’???’???’???’???’???’???’?

    #1,113
    0
  10. #1100 yisan2 (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 5 ธันวาคม 2562 / 21:13

    เย้ๆๆพ่อแม่น้องยอมแล้วอ่ะนะ มารับสะใภ้ด้วยเนี่ย!!แถมคุยกับคุณหมอพ่อของพี่อนาด้วย วันนี้มีความสุขจัง
    #1,100
    0
  11. #1098 Miki_milky (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 5 ธันวาคม 2562 / 20:00
    น่ารักสุดๆๆ พ่อแม่เปิดทางแล้ว
    #1,098
    0
  12. #1096 decham100 (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 5 ธันวาคม 2562 / 19:51
    รอๆๆๆๆๆๆจร้า
    #1,096
    0