FUTURE วิศวะสุดหล่อขอหมอเป็นเมีย

ตอนที่ 28 : รอยยิ้มแสดงความรัก

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 21,985
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,017 ครั้ง
    10 พ.ค. 64





-27-

รอยยิ้มแสดงความรัก

[ฟิวส์ คติพจน์]




“โผล่มาแล้วเหรอคะสุดหล่อ” พี่ลี่กับพี่ตี๋เดินเข้ามาทักทายผมทันทีที่เดินออกจากห้องเรียนในตอนเที่ยง

“นึกว่าต้องไปตามตัวถึงคณะทันตะแล้ว โชคดีจริงๆ ที่เจออยู่วิศวะ” พี่ตี๋บอกให้ผมได้หัวเราะออกมา เมื่อเช้านี้พี่เขายังคอมเมนต์สเตตัสผมอยู่เลย

“มีอะไรหรือเปล่าครับ” ผมถามกลับ

“มีค่ะ เย็นนี้ไปถือธงคณะให้หน่อยค่ะ” พี่ลี่บอก

“ธงคณะ? อ๋อ…กีฬาเหรอครับ” ผมถามกลับ

“ว้าว! โชคดีจังเลย น้องคณะยังรู้ว่าที่คณะมีกิจกรรมอะแก” พี่ลี่ตีไหล่พี่ตี๋เบาๆ แล้วว่าออกมา

“นั่นสิแก นึกว่าท่องแต่ตารางหมอฟันจนลืมงานกิจกรรมแล้ว”

“พอแล้วน่า…” ผมบอกกลับแล้วเกาท้ายทอยแก้เก้อ มันก็จริงอย่างที่พี่เขาบอก ตัดขายโลกไปแล้วก็ลืมไปเลยว่าเขายังทำกิจกรรมกันอยู่

“นั่นแหละ ไปแต่งตัวถือธงให้ด้วย ชุดนักศึกษา” พี่ลี่บอกกลับ

“แล้วผมไม่ต้องแข่งบอลเหรอ ทำไมพี่วีไม่บอกอะไรผมเลย” ผมว่ากลับ

“โอ๊ยยย มันจะมาแข่งอะไร ติดผัวติดเมียจนตกรอบหมดแล้ว พูดแล้วกูโมโห!” พี่ตี๋บอก

“ตกรอบ?” ผมถามเรื่องที่ไม่น่าจะเป็นไปได้เลยสักนิด อย่างน้อยก็ต้องได้เข้าไปชิงที่สามดิวะ

“เออ! ไอ้วีคนดีกับไอ้เหนือคนคูลหายหัวไปกับเมีย ไม่โผล่มาแม้แต่ข้างสนาม มันจะเอาอะไรไปสู้เขา” พี่ตี๋ว่าต่อ

“พี่พันไม่บ่นตายเหรอ” ผมพึมพำเบาๆ

“ไอ้โค้ชอะนะ? มันก็ไปเหมือนกัน”

“หะ?”

“เห็นว่าไปตามจีบนักกีฬาว่ายน้ำ จนหาทางกลับสนามบอลไม่ถูก กูยังไม่รู้เฉยๆ หรอกว่าใคร” พี่ลี่ว่าแล้วทำท่าโมโห

“เสียระบบสุดๆ”

“มึงอะตัวดี!!” พี่เขาว่าพร้อมกัน ผมเลยได้แต่หัวเราะแหะๆ แทนคำแก้ตัว

“เดี๋ยว…ขอโทรบอกพี่อนาก่อนนะครับ”

“เสียระบบ!!”

ผมนั่งให้รุ่นพี่แต่งแต้มเครื่องสำอางลงบนหน้า หลังจากที่บอกพี่อนาว่าต้องทำงานให้คณะอย่างกะทันหันพี่เขาก็หัวเราะกลับมา คนตัวเล็กของผมบอกว่าผมขี้ลืม ต้องหายามากระตุ้นความจำ อะไรมันจะมากระตุ้นได้ แค่ได้ยินคำว่าอนาผมก็ลืมทุกคำที่พี่ลี่กับพี่ตี๋สั่งแล้ว แค่เห็นตารางเรียนของพี่อนาผมก็ลืมทุกตารางกิจกรรมแล้ว ตัวเองคือต้นเหตุยังจะมาบอกว่าผมผิดอีก

“พี่ฟิวส์ สวัสดีครับ”

“อ้าว…ถือป้ายคณะเหรอ” ผมถามเมื่อเห็นว่าคนทักทายคือเดือนคณะคนล่าสุด ปีที่แล้วผมก็ทำแบบนี้เหมือนกัน

“ใช่ พี่ฟิวส์บอกจะเลี้ยงผมอะ งานประกวดเสร็จแล้ว” น้องมันทวง แล้วดาวคณะที่อยู่ข้างกันก็พยักหน้า

“เออ ลืม” ผมบอก

“เราก็ไม่ใช่พี่อนาอะเนอะ” น้องมิ้นท์ว่าอย่างนั้น ผมเลยเหลือบไปมองคนที่เป็นเดือนอีกคน โฟนมันกำลังทำหน้างอ แต่นั่นแหละ…ไม่ได้เข้ากับหน้าหล่อๆ ที่ออกแนวสวยนั่นสักนิด

“ที่หนึ่งในใจก็ต้องพี่อนาสิ” ผมบอกกลับแล้วยักคิ้วให้น้องทั้งสองคนก่อนจะลุกขึ้นให้พวกเขาได้เช็กหน้าตาตัวเองต่อจากผม

เวลาหนึ่งทุ่มตรงเราออกจากคณะ และมารวมกันที่จุดตั้งขบวน ผมเดินคนเดียวเพราะถือธง ไม่ได้ถือคู่กับใคร ข้างหน้าเป็นโฟนกับมิ้นท์ ส่วนข้างหลังก็เป็นขบวนช็อปสีเข้มที่ใครๆ ก็อยากได้ เห็นว่าอยากได้คนใส่ช็อปอะครับ เพราะถึงมันจะเปื้อนฝุ่นแต่เจ้าของมันกอดอุ่นมาก ผมก็ไม่รู้ว่าจริงไหม เดี๋ยวลองถามพี่อนาดูก่อน

“เดินวนตามเกษตรเลยนะ” พี่ที่คุมขบวนเดินมาบอกพวกเราที่อยู่ข้างหน้า เพราะว่าเดินนำมันเลยต้องรู้ว่าเขาให้เดินยังไงกัน รูปแบบการเดินก็แล้วแต่อารมณ์คนจัดเขาอีก

“เอาน้ำไหมฟิวส์” คำผานเดินมาหาผม วันนี้ผมไม่เห็นมันที่ห้องเรียน แต่มันก็มาเข้าแถวร่วมกิจกรรมเพราะผมบอกว่าผมต้องมา

“หายหัวไปไหนมา” ผมถามแล้วรับน้ำดื่มจากมัน

“เรื่องของกู”

“อ้าว!”

“กูก็แฮงค์ป้ะ แม่งมอมเหล้ากู” มันบอกแล้วมองผมเคือง

“มอมอะไร กินเองทั้งนั้น” มันตาขวางใส่เมื่อผมว่ากลับ

“แล้วเพื่อนมึงไปไหน”

“ก็มึง…อ๋อ ไอ้มาร์คเหรอ?”

“เออ”

“กับพี่วีแหละมั้ง” ผมบอกกลับ

“ตลอด…นี่กูยังไม่ได้พูดเรื่องบอลที่แพ้เขา ดีนะว่ายน้ำมีพี่บาร์กับไอ้โฟน กูนี่อยากวิ่งไปเตะแทน” มันว่าเหมือนแค้น

“เขาเตะกันวันไหนทำไมกูไม่รู้”

“ก็วันศุกร์ที่มึงไม่มาอะ กูโทรตามแล้วนะแม่ง” มันบอกกลับ

“เออ ถ้าเป็นวันนั้นกูก็ออกมาช่วยไม่ได้อยู่ดี” ผมว่าเมื่อนึกถึงสภาพนั้นของตัวเอง

“แล้วนี่พี่อนาจะมาไหม?” มันถามแล้วมองไปรอบๆ

“กูบอกไว้แล้ว เรียนเสร็จก็น่าจะมามั้ง” ผมว่า จากที่จะได้ไปรับพี่เขา ตอนนี้คงต้องรอให้พี่เขามารับเพราะผมทิ้งรถไว้ที่คณะแล้วเดินมากับทุกคน

ขบวนเริ่มเคลื่อนจริงๆ ก็ดึกมากแล้ว เพราะรอฟุตบอลคู่ชิงชนะเลิศเสร็จก่อน ผมเดินตามป้ายคณะเข้าไปในสนาม กล้องหลายตัวถูกใช้เก็บภาพกิจกรรมสำคัญของมหา’ลัย นอกจากนั้นยังมีกล้องจากคนที่เข้าร่วมงาน หรือคนอื่นๆ ที่อยากเก็บภาพอีกหลายตัว ผมยิ้มให้มันทุกตัวเพราะจินตนาการว่ากล้องพวกนั้นคือตาสวยๆ ของพี่อนา

ขบวนของคณะผมเข้ามาในสนามเรียบร้อยด้วยจำนวนคนที่มากกว่าหลายๆ คณะ เพราะว่าเป็นคณะที่ใหญ่แล้วพี่เขาก็เกณฑ์มาเยอะ เราลงมาเป็นขบวนที่สองต่อจากคณะเกษตรที่นำมากก่อนหน้าแล้ว ต่อไปคือช่วงเวลาที่น่าเบื่อ นั่นคือการรออีกสิบกว่าคณะเข้ามาในสนาม พี่สั่งให้หลายคนนั่งรอได้ ต่างจากผมกับน้องสองคนข้างหน้า เราต้องถือป้ายกับธงอันทรงเกียรติ ซึ่งมันไม่สมควรที่จะนั่ง

“น้องฟิวส์ ขอถ่ายรูปได้ไหมคะ” พี่คนหนึ่งเดินเข้ามาพร้อมกับกล้องในมือ ผมเลยยิ้มให้ก่อนจะขยับตัว

“ได้ครับ” ผมยิ้มให้กับกล้อง แล้วปล่อยพี่เขาถ่ายไป ในที่สุดคนถ่ายก็ลดกล้องลงแล้วส่งยิ้มมาให้ด้วยหน้าขึ้นสี

“ยิ้ม…หวานมากเลยค่ะ” พี่เขาว่าแล้วหัวเราะกับเพื่อน

“ขอถ่ายรูปคู่ได้ไหมคะ” เพื่อนพี่เขาว่า

“รูปคู่…”

“ไม่ได้ก็ไม่เป็นไรนะ”

“ถ่ายได้ครับ” ผมไม่ได้มีปัญหาเรื่องพวกนี้ ผมจะถ่ายคู่กับใครใจผมก็อยู่กับพี่อนา พวกเขาเองก็รู้ว่าผมคบกับพี่อนาอยู่ แค่ความชื่นชอบ ชื่นชมในตัวผมที่ผมรู้สึกขอบคุณมากๆ ก็เท่านั้น เจตนาการเข้าหาของแต่ละคนมันต่างกันชัดเจนอยู่แล้ว

“ขอถ่ายเดือนสองรุ่นหน่อย” อีกคนว่าออกมา แล้วโฟนเลยหันมาหาผม ผมพยักหน้าให้น้องน้องก็ขยับเข้ามา

“ยิ้มหวานสุด คนมีความรักอะเนอะ” พี่เขาว่ายิ้มๆ ส่งสายตาล้อเลียนมาให้ผม

“อย่าแซวผมสิ” ผมบอกกลับเขินๆ

“มันอดไม่ได้นี่คะ นี่ถ้าพี่อนามาจะขอถ่ายรูปคู่เลย”

“ใช่ๆ ไม่เห็นรูปคู่เลย เห็นแค่…รูปนั้น” พี่เขาว่าแล้วหน้าแดงขึ้นมาให้ผมได้หัวเราะ ก็รูปคู่รูปเดียวที่ผมเอาลงมันก็รูปตอนที่ผมกอดพี่เขาอยู่บนเตียงไง

“งั้น…ถ่ายรูปใหม่กันไหมครับ” เสียงหวานดังมาจากข้างหลัง เรียกให้บรรยากาศตรงนี้ดีขึ้นกว่าเดิม โฟนหันกลับไปมองแล้วขยับห่างจากผม พอดีกับที่พี่อนาเดินเข้ามาหาด้วยรอยยิ้มหวานๆ

“มาแล้วเหรอ?” ผมหันไปถาม ลืมให้ความสนใจพี่ที่ขอถ่ายรูปไปสักพัก

“อื้อ…กินอะไรหรือยัง?”

“มีแค่ไอ้คำผานที่เอาน้ำมาให้ กินข้าวตั้งแต่เที่ยงแล้ว” ผมบอกแล้วทำหน้าอ้อนพี่เขาไปด้วย

“อ่า…เสร็จกี่โมงเนี่ย”

“ปกติก็สามสี่ทุ่มแหละ” ผมบอก พี่อนาเลยก้มลงมองนาฬิกา

“เดี๋ยวพี่ออกไปรอข้างนอกนะ” ผมส่ายหน้าแทนคำตอบ

“อยู่อีกแป๊บหนึ่งดิ อีกนานกว่าจะเดินต่ออะ” ผมบอกกลับ

“แล้วจะให้อยู่ทำไมล่ะ”

“ก็…ถ่ายรูปไง” ผมว่าแล้วหันไปหารุ่นพี่สองคนที่ยืนหน้าแดงอยู่ เช่นกันกับคนที่อยู่รอบๆ

“ใช่ค่ะ ถึงจะได้หลายรูปแล้ว ก็ขอหน้าตรงหน่อยนะคะ” พี่เขาบอกกับพี่อนา

“อยากให้คนที่สบตาผ่านกล้องได้รับความรักไปด้วยอะค่ะ” พี่อีกคนบอก

“งั้นก็ไม่ได้หรอก…ความรักของผมให้ได้แค่ฟิวส์อะ”

“งื้อออ”

“โอ๊ยยยย พี่อนา…” พี่เขาหวีดเบาๆ เหมือนน้องที่อยู่ข้างหลังผม

“เถอะน่า มาถ่าย” ผมบอกแล้วคว้าแขนอีกคนให้ขยับเข้ามาชิด เป็นเรื่องสวยงามสำหรับองค์ประกอบภาพเพราะวันนี้เราใส่ชุดนักศึกษาเหมือนกัน แล้วก็อารมณ์ดีเหมือนกัน คนหลังกล้องคงได้เห็นตัวอย่างของคำว่ารักแน่นอน

“ไทด์เบี้ยว” ถ่ายไปได้สักพักพี่อนาก็บอกกับผม มือน้อยเลื่อนขึ้นมาจัดมันให้ และแน่นอนว่าพี่สองคนนั้นเก็บภาพไปเรียบร้อยแล้ว

“เกินไปโว้ยยย” ผมหันไปมองข้างหน้าเมื่อเห็นว่าพี่ปินถือกล้องมาอีก พี่ปินเคยทำกิจกรรมในส่วนของการเก็บภาพกิจกรรมในคณะ แล้วพี่เขาก็ตามมาถ่ายในตอนนี้ เหมือนกันกับกล้องของคณะทันตะที่เดินปรี่เข้ามาจากอีกฟากเมื่อเห็นพี่อนาอยู่กับผม

“คู่รักที่อวดผ่านโซเชียล วันนี้ได้เห็นแล้วเหรอครับ”

“อันมาด้วยเหรอ?” พี่อนาถามคนที่เข้ามาใหม่ แล้วปล่อยมือจากไทด์ของผม

“เห็นพี่เนี่ยเลยเดินมา” พี่เขาบอกแล้วยกกล้องขึ้นถ่าย

ผมเข้าใจว่ายตัวเองหล่อ หน้าตาดี และเป็นที่ดึงดูด ผมชินที่ถูกแอบถ่าย แล้วก็ไม่ได้ขัดข้องเวลาที่พี่เขามาถ่ายตอนมีงานกิจกรรม แต่คนข้างๆ ที่ยิ้มกว้างตลอดเวลาที่มีกลองแพลนมาคืออะไรวะ อืม…มากกว่านี้อีกหน่อยจะหวงรอยยิ้มของพี่อนาแล้ว แต่ก็มีอีกความคิดหนึ่งมาต่อต้าน ใช่…อยากอวด อยากอวดให้ทุกคนรู้ว่าผมได้รับรอยยิ้มหวานๆ นั่นทุกวัน

ผมแนบธงเข้ากับข้างลำตัว แล้ววาดแขนผ่านคออีกคน ดึงพี่อนาเข้ามาจนชิดเพื่อบอกทุกคนว่าคนคนนี้คือของผม พี่เขาเงยหน้าขึ้นมามองแล้วยิ้มให้ผม เสียงกระซิบเบาๆ ว่า สงสาร ทำให้ผมต้องเถียงตัวเองในใจว่าควรจะบอกให้พี่เขาไปรอข้างนอกหรือเปล่า รู้ไงว่าผมอยากอวด แล้วก็รู้ไงว่าผมหวง

งานปิดกีฬาครั้งนี้เสร็จตอนสี่ทุ่มกว่าๆ พี่อนาเดินออกไปรอข้างนอกตั้งนานแล้ว ผมที่กำลังเดินออกจากสนามจึงไม่ต้องห่วงอะไร ยังไงเดินออกไปก็มีแฟนมารอเช็ดเหงื่อให้แน่ๆ อะ สงสารก็แต่คนไม่มีแฟน แย่หน่อยนะครับ

“มึงกลับกับพี่อนาเลยใช่ไหม” คำผานเดินออกมาถามผมเมื่อเราออกจากสนามกันแล้ว

“เออ ไปกินข้าวกันไหมมึง” ผมถามกลับ

“ไม่ กูรีบ”

“รีบไปไหน ช่วงนี้รีบบ่อยนะมึง” ผมว่ากลับ จริงอยู่ที่ผมไม่ค่อยได้ไปกับเพื่อนกับฝูง แต่มันเองก็ไม่ค่อยได้บ่นถึงผมเท่าไหร่เหมือนกันนะช่วงนี้

“เออ ช่างกูเถอะ มึงไปนั่นไป พี่เขารอแล้ว” มันว่าแล้วดันหลังให้ผมเดินไปหาพี่อนา

“มึง…” หายไปไหนแล้ววะ ผมยืนคว้างอย่างโง่ๆ โง่มากเลยด้วยเพราะเมื่อกี้มันยังคุยกับผม แล้วนี่มันหายไปไหนได้เร็วด้วยเวลาแค่ไม่ถึงนาที

“มองอะไร” พี่อนาเดินเข้ามาหาแล้วถามขึ้น

“ไอ้คำผานหาย เมื่อกี้มันยังคุยกับผมอยู่เลย” ผมบอก

“อ้าว…ก็ว่าอยู่ เมื่อกี้เห็นแวบๆ” พี่อนาว่าแล้วมองตามผม

“อือ ช่างมันเถอะ มันบอกไม่กินข้าวด้วยอะ”

“เหรอ? งั้นเราก็กลับเลยป้ะ”

“รถอยู่คณะ” ผมบอก พี่อนาเลยพยักหน้ารับ

“เดี๋ยวเดินไป”

จากนี่เดินไปถึงคณะผมมันพอเดินได้ แต่มันมีข้อเสียตรงที่ว่ามันมืดมากแล้ว แสงไฟมันมีแต่ไม่มากพอเลยจำเป็นจริงๆ ที่จะต้องคืนธงคณะให้รุ่นพี่เก็บไว้ แล้วจับมือพี่อนาเดิน ทางนี้พี่เขาอาจจะไม่ชิน ผมพาเดินน่าจะดีกว่า

“เหนื่อยไหม?” พี่อนาถาม

“ไม่เหนื่อยหรอก พี่เหนื่อยไหม? มารอผมอะ” ผมถามกลับ

“ไม่เหนื่อยหรอก” พี่อนาว่ากลับ

“ทางตรงนี้มันมืด เดินระวังนะครับ”

“เดินกับฟิวส์ต้องระวังฟิวส์หรือระวังถนน”

“ระวังถนนสิ จะมาระวังผมทำไมล่ะ” ผมตอบกลับแล้วพี่อนาก็หัวเราะเบาๆ

“งุ้งงิ้งมากมั้ง ลืมไปเลยมั้งว่าเคยทะเลาะกันมาอะ” เสียงใสๆ ที่ผมมั่นใจว่ามันคือเสียงของพี่ยี่หวาดังเข้ามาขัดจังหวะจนต้องหันไปดู คนสวยเดินเข้ามาพร้อมกับพี่แพนแล้วก็พี่ลี่ ส่วนพี่ตี๋นี่คือได้ยินแค่เสียงช่วยโบกรถให้น้องอยู่

“ทำไมรู้เรื่องทะเลาะล่ะ” ผมถามกลับ

“ลูกรัก นี่ยี่หวานะคะ” เสียงหวานๆ ว่าอีกครั้งพร้อมกับแขนผอมๆ ที่กอดคอผม

“อย่าเดินแบบนั้นครับ รถเยอะ” พี่อนาบอกแล้วดึงผมให้ชิด ทำให้หญิงสาวสุดสวยที่อยู่ใกล้ถนนที่สุดต้องถอยลงมาเดินตามหลัง

“แล้วทำไมพี่เดินด้วยกันได้ล่ะ” พี่แพนถาม

“พี่เป็นแฟนกันครับ” พี่อนาตอบ

“อะไรนะ”

“พี่เป็นแฟนกันเดินคู่กันได้ครับ แบบว่าเดินคู่อะครับน้องแพน” พี่อนาหันไปว่าซ้ำ แต่ผมยังจับมือพี่เขาไม่ปล่อย กลัวอีกคนสะดุด

“มึง ร้ายกันทั้งคู่เลยว่ะ” พี่ลี่ว่า

“สุดๆ แล้ว ไม่งั้นจะปราบไอ้ฟิวส์ได้ไง” พี่ยี่หวาบอกให้ผมได้เบ้หน้า

“ผมปราบพี่อนาเถอะ” ผมแก้ให้ มาหาว่าอีกคนปราบผมได้ไง

“จ๊ะพ่อคนเก่ง เรื่องเขาทิ้งมาว่าไงคะ ขอสัมภาษณ์หน่อย” พี่ยี่หวาว่าต่อ

“ไม่ให้สัมภาษณ์ หยิ่ง” ผมว่ากลับ

“อ้าว!”

“ยังไม่ได้ขอบคุณคำผานเลย” พี่อนาว่าแล้วกระตุกแขนผมเบาๆ

“หืม?”

“เหมือนที่ฟิวส์ขอบคุณเพื่อนพี่ไง” พี่อนาบอก

“ไม่มีใครรู้ มันแค่ไปนั่งกินเหล้าเป็นเพื่อน” ผมบอกกลับ

“เดี๋ยวก่อน กูรู้ว่าเป็นแฟน แต่จะมาตัดบทกูแล้วไปพูดกันแค่สองคนก็ไม่ได้ป้ะคะ” พี่ยี่หวาดึงแขนผมให้หันกลับไปหา

“มันผ่านมาแล้ว ทะเลาะกันแล้ว รักกันมากขึ้นแล้วด้วย” ผมบอกกลับ สามคนที่เดินตามมาเลยอ้าปากค้างอย่างไม่รู้จะพูดอะไร

“มันบอกรักเขาอีกแล้วว่ะ” พี่ลี่บอกเพื่อน

“ตี๋มันเก็บเศษเหล็กได้เยอะยัง ต้องเอาไปขายได้แล้วนะ” พี่แพนว่า

“ลำบากจังเลย สินสอดของพี่เหรอ” พี่อนาถามขำ

“ใช่ ต้องเก็บเยอะด้วย พี่พอลล่าบอกว่าค่าตัวพี่แพง” พี่ยี่หวาตอบ

“ไม่ต้องก็ได้ หนีตามฟิวส์มาแล้ว” ค้างมากกว่าเดิม ไม่ใช่พี่ผม ผมก็ค้างด้วยอีกคน จากสามกลายเป็นสี่แล้ว

“ทำไมพูดออกมาขนาดนี้เนี่ย” ผมว่ากลับเมื่อได้สติ

“ก็กลัวไม่ได้เหมือนกันอะ” พี่อนาว่า

“กูยอม!” พี่ยี่หวาบอก

“กูก็ไม่สู้!” พี่แพนว่าแล้วเดินนำผมกับพี่อนาออกไป โดยไม่ลืมที่จะดึงแขนพี่ยี่หวาไปด้วย ปล่อยพี่ลี่ยืนนิ่งมองพี่อนาตาปริบๆ

“พี่เป็นขนาดนี้เลยเหรอคะ?” เสียงแหบถามออกมา แล้วพี่อนาก็หัวเราะ

“นั่นสิ ทำไมเป็นขนาดนี้เนี่ย” ผมถามแล้วขยี้ผมอีกคนอย่างมันเขี้ยว

“เพราะรักมากเลยเป็นแบบนี้ไง” พี่อนาบอกแล้วยิ้มตอบ

“หนูขอลาค่ะ” พี่ลี่ว่าแล้วหมุนตัวเดินไปทางห้องสโมสรนักศึกษา ปล่อยพี่อนามองตามพร้อมเสียงหัวเราะ

“ร้ายนะเราอะ” ผมว่าแซว

“ตัวเองก็น้อยที่ไหน ตอนถ่ายรูปก็กอดพี่ไม่ห่างเถอะ” พี่อนาบอกกลับ แต่ผมก็ยักไหล่อย่างไม่สะทกสะท้าน ทำไมต้องปฏิเสธในเมื่อมันคือความจริง

“ก็รักมากเลยไม่อยากห่างไง”

“เหมือนกันเลยเนอะ”

“ไม่อยากห่างเหมือนกันเหรอ?” ผมแกล้งถาม แล้วคนที่กำลังเดินไปที่รถก็หันกลับมามอง แล้วบอกคำที่ผมอยากได้ยิน

“รักมากเหมือนกันเลย” บอกออกมาด้วยเสียงหวานๆ และรอยยิ้มที่ไม่ต่างจากผมเลยสักนิดเดียว

เหมือน…เหมือนคนเดียวกันมากๆ เลยเนอะ




FUTURE วิศวะสุดหล่อขอหมอเป็นเมีย

15/11/2019

ยิ้มกันอยู่ใช่ไหม? ตอบก่อนว่ายิ้มอยู่ไม่ใช่กลอกตา เฮ้อๆๆๆ หวานมากค่ะ หวานมากๆ รอยยิ้มก็หวาน บรรยากาศก็หวาน รักกันมากแหละ ดูออกแล้วไม่ต้องเเสดงออกก็ได้ 

คิดถึงกันใช่ไหม แป้งก็คิดถึงเหมือนกัน แต่เพิ่งว่างมาลงให้จริงๆ ค่ะ ยังไงจะพยายามรีบๆ ลงให้จบนะคะ รออ่านไปด้วยกันนะคะ

ทวิตเตอร์ : @pflhzt

เฟซบุ๊ก : faddist

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.017K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,574 ความคิดเห็น

  1. #1437 ชาใหญ่ (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2563 / 22:57
    คำผานต้องมาแน้วววววว
    #1,437
    0
  2. #1323 _chananchida (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 22 เมษายน 2563 / 14:20
    คำผานกับพี่พันบ่นิ??
    #1,323
    1
    • #1323-1 Arreeart(จากตอนที่ 28)
      13 พฤษภาคม 2563 / 17:18
      ไม่ได้ๆ555ถ
      #1323-1
  3. #1315 Ziimod (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 19 เมษายน 2563 / 09:26
    คำผานนังลูกทัวดี แอบมีพิรุธ
    #1,315
    0
  4. #1273 pp_wert (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2563 / 14:32
    คำผานเธอแอบมีพิรุธนะ
    #1,273
    0
  5. #1267 Biekps99 (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2563 / 20:05
    ยอมเหมือนเดิมเพิ่มเติมคืออิจฉาตาร้อนมาก
    #1,267
    0
  6. #1234 ENJOY_EVERYDAY (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 27 มกราคม 2563 / 10:55

    เบื่อกะคู่นี้ละเกิ๊น เหม็งฟามรักซะจริง

    #1,234
    0
  7. #1215 Saguramio (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 25 มกราคม 2563 / 07:48

    อะไรคือหวานกันไม่เกรงใจคน เหม็นความรักโว้ยยยยย
    #1,215
    0
  8. #1133 KiHaE*129 (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 10 ธันวาคม 2562 / 01:58

    ขอลาด้วยคนค่ะ

    แหมมมมมมมมมมมมมม

    #1,133
    0
  9. #1076 Kannaporn_M (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 27 พฤศจิกายน 2562 / 23:52
    เหม็นฟามรัก..
    #1,076
    0
  10. #1073 KM_Tookta (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 18 พฤศจิกายน 2562 / 21:06
    จ้าาาา ทำไมขี้อวดกันจังเลยจ้า
    #1,073
    0
  11. #1072 palmsainoi (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 18 พฤศจิกายน 2562 / 18:05
    หวานชะเบาหวานขึ้นตา
    #1,072
    0
  12. #1069 maybee23 (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 17 พฤศจิกายน 2562 / 12:50
    ร้ายต่อใจคนโสดจังคู่นี้555555
    #1,069
    0
  13. #1068 Miki_milky (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 17 พฤศจิกายน 2562 / 07:49
    น่ารักชะมัดคู่นี้
    #1,068
    0
  14. #1067 Peony.n (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 17 พฤศจิกายน 2562 / 00:43
    ขอค้างด้วยอีกคน พี้หม๊อร๊ายม่ากจ้าาาา
    #1,067
    0
  15. #1066 Neenasaeng (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 16 พฤศจิกายน 2562 / 21:29
    รถอ้อยคว่ำหลายคันเลย
    #1,066
    0
  16. #1065 Writerkikkok (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 16 พฤศจิกายน 2562 / 17:50
    คนโสดขอกระอักเลือดแปป
    #1,065
    0
  17. #1063 Mmm02 (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 16 พฤศจิกายน 2562 / 11:20

    ไรท์ หายไปหลายวันนะ....วันนี้เลยหวานมาก ...ให้อภัย

    #1,063
    0
  18. #1060 golf8 (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 15 พฤศจิกายน 2562 / 23:57
    หวานนนนมากกก มองบนแป๊ปปปนะคะะะ
    #1,060
    0
  19. #1059 ao_Sumaree (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 15 พฤศจิกายน 2562 / 23:38
    ศิษย์พี่ทศกัณฐ์ไม่ธรรมดาจริงๆ หมอเค้าแจกอ้อยหนักทุกคนเลย
    #1,059
    0
  20. #1058 jazsasii (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 15 พฤศจิกายน 2562 / 22:08
    หวานขนาดนี้ ถ้าบอกว่าตอนสุดท้ายก้อเชื่อค่ะ...บอกรักกันอยู่ได้ อิจฉาหนักมาก
    #1,058
    0
  21. #1057 MeMinTen (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 15 พฤศจิกายน 2562 / 20:18

    คู่นี้นี่มันจริงๆ
    #1,057
    0
  22. #1056 aungsuma5594 (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 15 พฤศจิกายน 2562 / 19:44
    ชอบมากๆเลย มาไวๆนะคะ อ่านแล้วไม่สะดุดเลย ชอบบบบ
    #1,056
    0
  23. #1055 ChorthipJoy12 (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 15 พฤศจิกายน 2562 / 19:15
    ร้ายทั้งคู่
    #1,055
    0
  24. #1054 manejanb (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 15 พฤศจิกายน 2562 / 18:57

    เบาหวานขึ้นตา.....
    #1,054
    0
  25. #1053 Panida1987 (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 15 พฤศจิกายน 2562 / 18:48

    หวีดดังๆไปเลยค่ะ
    #1,053
    0