FUTURE วิศวะสุดหล่อขอหมอเป็นเมีย

ตอนที่ 23 : ไม่ได้ห้าม แต่ไม่ชอบ (100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 22,605
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,264 ครั้ง
    28 ก.ย. 62





-22-

ไม่ได้ห้าม แต่ไม่ชอบ

 [อนา อนาคต]





          ผมลืมตาตื่นขึ้นมาในอ้อมกอดของฟิวส์ เจ้าตัวยังหลับตาพริ้มโชว์ขนตายาวๆ ให้ผมได้มอง ผมเลื่อนสายตาจากเปลือกตาสีน้ำตาลอ่อนไปที่คิ้ว เลื่อนกลับมาที่จมูก ไล่ไปที่แก้ม และจบลงที่ปาก ปากที่จูบหมดทุกส่วนของผม จูบทุกส่วน ทั้งตัว ทั้งคืน


          ผมเลื่อนมือขึ้นไปลูบขนแข็งๆ บนหน้าของน้อง มันกำลังขึ้นเป็นตอและน่าแปลกที่อีกคนไม่บ่นว่าคัน ทุกครั้งน้องจะไม่ปล่อยให้ผมเห็นหรอก แต่ช่วงนี้สงสัยคงจะมีกิจกรรมหนักจริงๆ เลยปล่อยปะละเลยตัวเองแบบนี้ แบบที่มันมาทิ่มผมไปทั้งตัวอย่างเมื่อคืนนี้

          “อืออย่าซน” อีกคนว่าแล้วรวบมือผมไว้ ก่อนจะจับผมซุกเข้าอก

          “ไม่ซนสักหน่อย” ผมบอก

          “ไม่ซนเหรอ?” ผมเงียบไป ก่อนจะหยุดนิ่งเมื่อรู้สึกถึงกลางลำตัวของอีกคนที่กำลังจะตื่นมาชนขา

          “ไม่ซน” ผมว่าแล้วจูบที่แก้มสากๆ ของฟิวส์

          “ยั่วแบบนี้เรียนเช้าผมก็ไม่ปล่อยนะพี่อนา” ผมหลุดยิ้มเมื่อได้ยินประโยคของฟิวส์ หน้าผมเห่อร้อนขึ้นเมื่อนึกถึงท่าทางของตัวเองเมื่อคืน ท่าทางที่ทำเอาอีกคนพูดว่า ยั่ว ได้ทั้งคืน ผมก็ทั้งตั้งใจแล้วก็ไม่ตั้งใจยั่วแหละ แต่มันก็ไม่ใช่ความผิดของผมสักหน่อย ผมแค่อยากเอาใจฟิวส์ แล้วก็อยากให้ฟิวส์เอาใจผม

          “ไม่ไหวแล้ว” ผมครางเบาๆ อย่างขอร้อง แล้วขยับเข้าไปชิดอีกคน


          ผมซุกหน้าลงกับอกฟิวส์ ปล่อยเนื้อตัวเปลือยเปล่าให้สัมผัสกันอย่างทรมาน มันอยากทำแหละ แต่ทำอีกไม่ไหวแล้วจริงๆ เมื่อคืนฟิวส์สูบพลังงานผมมากเกินไป แล้วผมเองก็ถวายวิญญาณให้ฟิวส์มากจนเกินตัวเหมือนกัน จนวันนี้ไม่รู้เลยว่าตัวเองจะมีแรงลุกหรือเปล่า แต่น่าแปลกที่ผมตื่นเช้าได้อย่างสดชื่น ถึงจะปวดตัวหน่อยแต่ก็รู้สึกสบาย ปลอดโปร่ง และเต็มอิ่มมากๆ


          “จะไปเรียนจริงเหรอ?” ฟิวส์ว่าแล้วจูบที่หน้าผากผม ผมต้องยอมรับจริงๆ ว่าน้องชอบจูบ ชอบเอาปาก เอาจมูกมาคลอเคลียมากๆ แล้วผมก็รู้สึกดีมากๆ เวลาน้องทำอย่างนั้น รู้สึกเหมือนมีคนโอ๋เวลาน้องเอาจมูกมาคลอเคลีย รู้สึกตัวลอยเวลาอีกคนกดจมูกลงที่แก้ม แล้วก็รู้สึกเหมือนถูกสูบวิญญาณเวลาฟิวส์จูบ ยอมรับแบบไม่มีข้อโต้แย้งเลยว่าฟิวส์จูบเก่งมาก

          “ไม่ไปแล้วจะเรียนจบไหม?”

          “ตัวแค่นี้จะเก่งไปไหน” ฟิวส์ว่าแล้วกอดผมเข้าไปหาอีก กดจมูกลงมาที่ผมของผมแล้วจูบลงที่หน้าผากอีกที

          “ทำไมชอบจูบ” ผมเงยหน้าขึ้นถาม

          “ก็พี่น่าจูบ” อีกคนบอกกลับอย่างเอาใจ ผมเลยต้องหลุดยิ้มออกมาอย่างห้ามไม่ได้

          “น่าจูบแค่ไหน”

          “น่าจูบมากอยากจูบตลอดเวลา” เสียงกระเส่าดังอยู่ข้างหู ให้ผมได้ขนลุกไปทั่วร่าง ส่วนแข็งๆ ที่อยู่กลางลำตัวของน้องเสียดสีกับหน้าขาจนของผมเองก็กำลังตื่นเหมือนกัน

          “อื้อยะอย่า” ผมเลื่อนมือลงไปปัดมืออีกคนออก มือที่เลื่อนมาบั้นท้ายผมทันทีที่พูดจบ

          “แน่นหวะ” ฟิวส์ว่าแล้วตบเบาๆ ตรงส่วนที่บอกว่าแน่น

          “หื่น!

          “กับพี่คนเดียวครับ” ฟิวส์ว่าแล้วจูบที่หัวไหล่ของผมเบาๆ

          “พูดดี” ผมว่าแล้วจิ้มแก้มน้อง

          “โกนหนวดด้วย ให้โกนไหม?” ฟิวส์ถาม ผมเลยพยักหน้า

          “เดี๋ยวโกนให้” ผมบอกแล้วยกมือขึ้นลูบไล้มันอย่างหลงใหล

          “อืมถ้าจะชอบขนาดนี้ไม่โกนก็ได้นะ ผมไม่ได้ลำบากอะไร” ฟิวส์บอกแล้วเอียงแก้มเข้าหามือผม

          “ไม่เอา เดี๋ยวชอบมากกว่านี้” ผมว่า ซึ่งมันเป็นความรู้สึกของผมจริงๆ เห็นมันแล้วอยากเข้าไปคลอเคลีย อยากให้มันขูดกับผิวแก้ม ถ้าปล่อยไว้ผมต้องแย่แน่ๆ ต้องตกเป็นทาสมันทุกวันหรือเปล่า

          “หืม? ชอบมากๆ สิดีกับผม”

          “ไม่ดีกับพี่อะดิ เดี๋ยวก็เป็นแบบเมื่อคืนอีก” ผมว่าเขินๆ คำขอรอบเดียวสองรอบนั่นคือคำลวงโลกชัดๆ

          “แบบนั้นสิดี” ฟิวส์ว่า มือใหญ่ลูบที่คอผมแล้วสอดเข้าไปที่กลุ่มผมที่กำลังยาวอีกแล้ว

          “ดีแค่ไหนเหรอ?” ผมว่าแล้วแกล้งลูบผ่านส่วนแข็งขืนที่อยู่ใต้ผ้าห่ม

          “พี่อนา” ผมปล่อยมือออกแล้ววางไว้ที่เอวของฟิวส์เมื่อได้ยินเสียงเข้มๆ ยิ้มหวานๆ ให้คนที่ดุผมแล้วยืดตัวขึ้นไปจูบแก้มสากๆ ของอีกคน

          “จุ๊บ!

          “อ้อนมาก อ้อนเกินไปแล้ว”

          “อย่านะ! ผมดันอกกว้างไว้เมื่ออีกคนพลิกตัวขึ้นคร่อมผม

          “อย่าอะไร? อย่ามาห้าม”

          “อื้อ! ฮะๆ มันอ๊ะ! ผมส่งเสียงของมาอย่างไม่มีความหมาย เมื่อฟิวส์กดจมูกลงมาหา ถูกมันกับอกผมแล้วมือหนาๆ นั่นก็ปัดป่ายไปทั่วตัวผม

          “หึๆ ไม่รอดหรอก”

          “ฟิวส์~ ไม่เอา ฮ่าๆ” เสียงหัวเราะของผมดังขึ้นในตอนเช้าเมื่อเจ้าตัวสูงกดหน้าลงมาหาไม่หยุด ความสากระคาผิวจนรู้สึกจักจี้แต่ก็รู้สึกดีไปพร้อมๆ กัน ผ้าห่มร่นลงไปจนปิดแค่เอวแล้ว ดิ้นอีกนิดนี่คือผมโดนจับกลืนอีกแน่ๆ

          “ตาฟิวส์! ผมชะงักแล้วฟิวส์เองก็นิ่งไป คนตัวสูงค่อยๆ ผละออกแล้วลุกจากตัวผม หน้าหล่อหันไปทางประตูและนั่นทำให้ผมเห็นคนที่ยืนมองเราอยู่

          “แม่” ผมไม่รู้ว่าตอนนี้หน้าของตัวเองมันเป็นอย่างไร รู้แค่ว่าหัวใจผมที่กำลังลิงโลดเมื่อกี้ห่อเหี่ยวลงอย่างรู้สึกได้ แม่ของฟิวส์ยืนอยู่ตรงนั้น หน้าประตูห้องและมองเราสองคนที่อยู่ในสภาพล่อแหลมแบบนี้


          ฟิวส์เคยบอกผมแล้วว่าพ่อกับแม่ของน้องไม่โอเคเรื่องของเรา ผมไม่ได้ลืมเรื่องนี้ แต่เวลาที่เราอยู่ด้วยกันมันมีความสุขจนผมปัดเรื่องพ่อแม่ออกไปได้อย่างง่ายๆ กกกอดลูกชายของเขาไว้และทำให้ฟิวส์รักผม เห็นแก่ตัวอย่างไม่น่าให้อภัยทั้งๆ ที่ไม่มีสิทธิ์ทำให้ฟิวส์รู้สึกอย่างนี้สักนิด


          พ่อแม่คนไหนจะชอบที่ลูกชายตัวเองต้องมาเป็นเกย์เพราะชอบเกย์ สำหรับผมแล้ว พ่อแม่ผมรู้มาตั้งแต่แรกว่าผมชอบผู้ชาย เขารู้ว่าผมเป็นเกย์ แต่กับพ่อแม่ฟิวส์มันไม่ใช่ น้องไม่เคยชอบผู้ชาย น้องอาจจะเคยควงหรือคบกับใครมาบ้างแล้วแต่คนพวกนั้นก็เป็นผู้หญิง น้องบอกผมเองว่าผมเป็นผู้ชายคนแรกของน้อง แล้วแบบนี้พ่อกับแม่ของน้องจะรู้สึกอย่างไร เขาต้องเกลียดผมอยู่แล้วที่ทำให้ลูกชายของเขาเบี่ยงเบน



          “สวัสดีครับ” ผมยกมือขึ้นไหว้แม่ของน้องหลังจากที่เดินออกมาจากห้องน้ำ สภาพตอนที่ท่านเข้ามาเจอมันทำให้ท่านนิ่ง จ้องหน้าฟิวส์แบบไม่รู้จะพูดอย่างไร ผมเลยขอออกไปจัดการตัวเองในห้องน้ำ ปล่อยให้ลูกชายกับคนเป็นแม่ได้คุยกันอยู่ตรงนี้ก่อน

          “มานั่งนี่” ฟิวส์ยื่นมือมาหาผม อีกคนอยู่ในบ็อกเซอร์สีเข้มกับเสื้อนอนบางๆ ตรงด้านหน้าเป็นแม่ที่มองมาที่ผมอย่างสำรวจ

          “นี่เหรอคนที่ลูกชอบ” แม่ของฟิวส์ว่า ผมยิ้มให้ท่านอย่างยากลำบากก่อนจะค่อยๆ นั่งลงข้างๆ ฟิวส์

          “สวัสดีครับ ผมชื่ออนา” ผมไหว้ท่านอีกครั้งถึงแม้ว่าท่านจะยังไม่รับไหว้สักครั้งก็เถอะ

          “เรียนอะไร เป็นลูกเต้าเหล่าใคร แล้วมาอยู่ด้วยกันอย่างนี้พ่อแม่ไม่ว่าเหรอ”

          “แม่!

          “ผมเรียนทันตะครับ ผมตอบแล้วจับแขนอีกคนไว้ “พ่อผมเป็นหมอฟัน ผมคบกับฟิวส์นานแล้วครับ แล้วพ่อแม่ก็รับรู้” ผมไม่ได้บอกว่าพวกท่านยอมรับ แต่พวกท่านรับรู้แล้วจริงๆ

          “รู้? แล้วก็ปล่อยมาแบบนี้เหรอ? หน้ายังเด็กอยู่แบบนี้แล้วมาอยู่ด้วยกันแบบนี้มันจะเรียนจบไหม?”

          “แม่! พี่อนาเขาเรียนปีห้าแล้ว แล้วถ้าแม่ไม่มาผมก็จะไปส่งพี่เขาที่คณะแล้ว” ฟิวส์ว่าเสียงดัง

          “เหรอ? แต่ตอนที่เข้ามาฉันยังเห็นพวกเธอกกกันหน้าระรื่นอยู่เลย” แม่เองก็ว่ากลับเสียงดังไม่แพ้กัน

          “แม่ผมบอกไปแล้วนะว่าผมคบกับพี่เขาอยู่!

          “พ่อกับแม่ก็บอกไปแล้วว่าไม่โอเคไง!

          “แต่ผมรักเขาไง!

          “ฟิวส์ ผมดังแขนอีกคนไว้ ลูบเบาๆ ให้ฟิวส์ใจเย็น บีบมือน้องเบาๆ เพื่อปลอบ บอกน้องว่าผมอยู่ตรงนี้ ค่อยๆ คิดและค่อยๆ พูดกับแม่

          ผมเข้าใจว่าผู้ใหญ่เขามีความคิดเป็นของเขา คนคนหนึ่งจะมาให้มายอมรับในสิ่งที่ตัวเองไม่ชอบมันก็ไม่ได้ ผมอยากขอให้ท่านเข้าใจความรักของผมแต่ดูเหมือนว่ามันจะเป็นไปได้ยากเหลือเกิน

          “ถึงพ่อกับแม่จะไม่ยอมรับ ลูกก็ยังจะคบกับเขาใช่ไหม” แม่ฟิวส์ถาม

          “แม่ครับผมรักพี่เขาจริงๆ นะ” ฟิวส์บอกแม่ คนตัวสูงก้าวไปหาแม่แล้วนั่งลงอ้อน

          “มันยากที่แม่จะยอมรับ ลูกไม่เคยเป็นแบบนี้ เข้าใจใช่ไหม?” คนเป็นแม่หันไปหาฟิวส์แล้วบอกออกมา

          “ผมรู้ ตั้งแต่บอกแม่ไปตอนนั้นจนตอนนี้ ผมก็ยังรักพี่เขาอยู่” ฟิวส์บอกแล้วมองมาที่ผม ผมเองก็มองสบตาน้อง

          หลายคนบอกว่ามันก็แค่ชั่วคราว แค่ควารักหวาบหวิวที่ผมอยากลองเหมือนทุกๆ ครั้ง พ่อแม่ผมก็บอกว่าเดี๋ยวคนนี้ก็ทิ้งผมไปเหมือนทุกที แต่มันไม่ใช่ ตั้งแต่วันนั้นจนถึงวันนี้เรายังรักกันดีและไม่มีใครมาแทรกได้เลย ที่มองอยู่ตอนนี้ก็ไม่เห็นสาเหตุหรือเหตุผลที่จะทำให้เราเลิกกัน สำหรับผม เราคงเลิกกันตอนที่ฟิวส์หมดรักผมแล้ว ซึ่งน้องบอกเองว่ามันเป็นไปไม่ได้แน่นอน

          “เฮ้อ~”

          “ผมรักพี่อนาจริงๆ นะแม่” ฟิวส์บอก หน้าหล่อวางลงที่หัวไหล่เล็กๆ ของคนเป็นแม่ อ้อมกอดที่อบอุ่นนั่นโอบแม่ไว้หลวมๆ

          “แล้วนี่มีเรียนไม่ใช่เหรอ? จะไม่ไปหรือไง” แม่หันมาพูดกับผม

          “เอ่อไปครับ” ผมบอก ท่านคงอยากคุยกับลูกชายของท่านแค่สองคน ผมเองก็ไม่สามารถเดาได้ว่าท่านจะคุยอะไร จะบอกหรือบังคับให้ฟิวส์เลิกกับผมไหมก็ไม่รู้ ถ้าเอาคำถามเมื่อเช้าของฟิวส์มาถามตอนนี้ ผมตอบได้อย่างไม่ลังเลเลย ผมไม่ไปเรียนก็ได้

          “ผมจะไปส่งพี่อนา”

          “ไม่ต้อง อยู่กับคุณแม่ก็ได้” ผมบอกเมื่ออีกคนลุกขึ้นจะไปส่ง

          “แล้วพี่จะไปยังไง รถพี่อยู่กับพี่พอลล่า” ฟิวส์แย้ง

          “เดี๋ยวพี่ให้พอลล่ามารับ” ผมบอก อาจจะลงไปรอเพื่อนอยู่ข้างล่างสักพัก ตอนนี้ก็เจ็ดโมงสี่สิบแล้ว ก็น่าจะทันหรือสายนิดหน่อย

          “ผมจะไปส่ง”

          “แต่ว่า

          “เอารถแม่ไป” แม่ของฟิวส์บอกแล้วยื่นกุญแจรถให้กับฟิวส์ “แล้วไปแต่งตัวดีๆ ก่อน”




------



          “ครับ” ฟิวส์เดินไปที่ตู้เสื้อผ้า เลือกกางเกงของเขาก่อนจะเอาออกมาสวม แต่พอคนหล่อเงยหน้ามาสบตากับแม่ก็ต้องถอนหายใจแล้วไปจัดการตัวเองในห้องน้ำ ผมเลยยืนเก้ๆ กังๆ อยู่ตรงนี้กับกระเป๋าที่เอามาทิ้งไว้ที่นี่ตั้งนานแล้ว

          “แล้วนี่ไม่กินข้าวเช้าเหรอ?” แม่ของฟิวส์เงยหน้าขึ้นมาถามผม

          “ผมคิดว่าคงไม่ทันแล้วครับ” ผมบอกแล้วมองนาฬิกา

          “ต่อไปก็ตื่นให้เร็วกว่านี้”

          “ครับ” ผมตอบรับ ยอมรับว่าไม่กล้าสบตาคู่สวยที่มองมา แต่ก็ไม่รู้ว่าจะวางสายตาไปตรงไหน โชคดีที่ฟิวส์ออกมาเร็วหน่อยถึงทำให้ผมรู้สึกหายใจสะดวกขึ้น

          “ถ้าเวลาเหลือก็พากันกินข้าวก่อน เดี๋ยวแม่รอ” แม่ฟิวส์บอก แล้วฟิวส์ก็พยักหน้าให้

          “สวัสดีครับคุณน้า ผมยกมือไหว้ ท่านพยักหน้าให้แล้วมองไปที่ลูกชายของท่านที่ยังทำหน้านิ่งอยู่ ผมเดินไปหน้าห้องแล้วถือรองเท้าออกไปใส่ข้างนอก ไม่นานฟิวส์ก็ตามออกมา

          

          เรายังไม่ได้พูดอะไรกัน ขณะที่เดินออกมาฟิวส์ก็กุมมือผมไม่ปล่อย ความเงียบโรยอยู่รอบตัวเรา เหมือนกำลังรอเวลา รอให้เราทบทวนและเลือกคำพูดที่ดีที่สุดในตอนนี้ แม้ว่าจะอยู่ในรถมือหนานั่นก็ยังไม่ปล่อยมือผม ฟิวส์ขับรถช้ากว่าเดิมแต่ผมก็ยังไม่รู้จะพูดอะไรเหมือนเดิม

          “พี่รักฟิวส์นะ” ผมบอกก่อนจะค่อยๆ ซบลงที่หัวไหล่ของคนที่กำลังขับรถอยู่ วางมืออีกข้างทับกับมือน้องที่กุมมือผมอยู่ “รักมาก” ผมบอกซ้ำ

          “ผมรู้ผมก็รักพี่มาก ผมไม่เลิกหรอกนะ” ฟิวส์บอกกลับ หน้าหล่อหันมาหาผมแล้วจูบที่หน้าผากผมก่อนจะผละออกไปมองไฟจราจรที่กำลังจะเปลี่ยนสี พอไฟเปลี่ยนเป็นสีเขียวรถที่ติดฟิล์มดำของแม่ฟิวส์ก็ค่อยๆ เคลื่อนออกไป

          “คุยกับแม่ดีๆ นะ” ผมบอกน้อง แต่ยังไม่ขยับออกจากไหล่กว้างๆ ที่อบอุ่นทุกครั้งที่ผมซุก

          “อืม

          “อย่าขึ้นเสียง ท่านก็รักฟิวส์ไม่แพ้พี่” ผมบอก น้องไม่ตอบอะไร แค่ขับรถเลี้ยวเข้ามาจอดในที่จอดรถ

          “พี่กินข้าวทันไหม? ปวดหัวหรือเปล่า หรือว่าเจ็บตรงไหนอยู่ไหม?” ฟิวส์ถามแล้วหันมาสำรวจผม นั่นทำให้ผมต้องผละออกจากไหล่ของฟิวส์แล้วส่ายหน้าตอบ

          “ไม่เป็นไร” ไม่เจ็บตัว ไม่ปวดหัว แต่ว่ารู้สึกเหมือนบีบหัวใจ “ไม่อยากไปเรียนแล้ว” ผมบอกออกมาในที่สุด โผเข้ากอดอีกคนอย่างทนไม่ได้ ผมไม่สามารถรู้ได้เลยว่าหลังจากนี้จะเกิดอะไรขึ้น พอน้องกลับไปแล้วผมไม่รู้ว่าจะทำยังไงต่อ ไม่รู้ว่าแม่ของน้องจะพูดอะไร ไม่รู้ว่าน้องจะยังอยู่ข้างผมได้ไหม ถึงแม้ว่าน้องจะบอกว่าไม่มีทางเลิก แต่ถ้าแม่น้องขอให้เลิก ขอให้ผมหยุด ผมเองก็ยังไม่รู้เลยว่าจะตัดสินใจแบบไหน ยิ่งฟิวส์เป็นลูกชายของแม่ก็คงจะตัดสินใจลำบากกว่าผมหลายเท่า


          คนหนึ่งก็แม่ คนหนึ่งก็คนรัก เป็นผมผมก็ไม่สามารถเลือกได้เหมือนกัน


          “ผมขอโทษนะ” ฟิวส์บอกแล้วลูบหลังผมเบาๆ

          “ขอโทษอะไร”

          “ขอโทษที่ทำให้พี่รู้สึกแบบนี้ ขอโทษที่ทำให้พี่ไม่สบายใจ ขอโทษที่ทำอะไรให้พี่ไม่ได้เลย” เสียงทุ้มค่อยๆ บอกออกมาอย่างช้าๆ แล้วผมก็ต้อง่ายหน้าไปมากับอกฟิวส์

          “ฟิวส์ทำดีแล้ว แค่นี้พี่ก็รักฟิวส์มากๆ แล้ว” ผมบอก

          “พี่ไม่ต้องห่วงนะ ผมรักพี่มาก มากจนไม่สามารถเลิกรักพี่ได้”

          “อื้อ~” ผมตอบรับในลำคอเมื่อปากสวยขยับลงมาทาบทับริมฝีปากผม เราจูบกันช้าๆ ถ่ายทอดความรัก ความเป็นห่วง และความรู้สึกมากมายในอกตอนนี้ให้กันและกัน ความรู้สึกที่ไม่รู้ว่าจะเรียบเรียงออกมาเป็นคำพูดอย่างไร ได้แต่ถ่ายทอดมันออกมาผ่านทางริมฝีปากที่บดเบียดกันอยู่ตอนนี้

          “อย่าคิดมาก ตั้งใจเรียน เลิกแล้วโทรหาผมนะ” ฟิวส์บอกหลังจากผละออกจากผม

          “จะมารับใช่ไหม?”

          “แน่นอน ผมจะปล่อยหัวใจผมไว้ได้ไง” ฟิวส์ว่าแล้วจูบหน้าผากผมอีกครั้ง

          ผมฝืนมองตาน้องทั้งๆ ที่ไม่กล้ามอง ไม่กล้าให้ฟิวส์เห็นความอ่อนแอ และความสั่นไหวตอนนี้ ไม่อยากให้น้องรู้ว่าตอนนี้คนคนนี้กำลังกลัวจนจะร้องไห้แล้ว

          “ฟิวส์~”

          “อนาอดทนและเชื่อใจผม” ในที่สุดก็ต้องปล่อยน้ำตาออกมาจนได้ ปล่อยออกมาโดยไม่มีเสียงสะอื้น มีแค่น้ำตาที่ไหลออกมาอย่างไม่รู้จะหยุดมันอย่างไร จนฟิวส์ต้องยื่นมือมาปาดมันออกแล้วจูบซับที่เปลือกตาเพื่อปลอบผม

          “พี่รักฟิวส์... ผมพูดได้แค่ประโยคนี้ พูดได้แค่นี้ หวังว่ามันจะแทนความรู้สึกทั้งหมดได้ และหวังว่าน้องจะรับรู้คำว่ารักของผม


          ผมไม่อยากก้าวขาลงจากรถ ไม่อยากเดินออกมาจากตรงนั้น ที่กลัวที่สุดคือกลัวว่าจะไม่ได้กลับไปตรงนั้นอีก ตรงที่มีฟิวส์ มีที่รักของผม มีคนของหัวใจผม และตอนนี้ผมรู้ตัวแล้วว่าเขาเป็นทุกอย่างของผม ไม่ใช่แค่อนาคตแต่ฟิวส์คือปัจจุบัน คือทุกๆ วันของผม และผมคงอยู่ไม่ได้ถ้าไม่มีเขา

          “อนา! อีคนเลว ทิ้งเพื่อนไปกับผัวตลอด ทิ้งแบบไม่เห็นหัวกูอนา” ผมเงยหน้าขึ้นมองเพื่อน น้ำตาค่อยๆ ไหลออกมาเมื่อเพื่อนพูดอย่างนั้น

          “มึง กายเรียกผมก่อนจะดึงแขนให้หลบเข้าไปในห้อง ตอนนี้ยังไม่มีใครมา มีแค่ผมกับพวกมันสองคน

          “เป็นอะไร? มันทำอะไรมึง? ใครทำ” พอลล่าเริ่มลนลาน มือไม้สัมผัสไปทั่วตัว เช็ดน้ำตาให้ผมที่เอาแต่ส่ายหัวไปมา

          “อนา”

          “แม่ฮึก! แม่ฟิวส์มา” ผมบอก

          “มึง

          “เขาไม่ชอบกู กะฮึกกูกลัว” ผมว่าก่อนจะเดินเข้าไปในอ้อมกอดของกาย เหมือนๆ กับมันที่อ้าแขนรับแล้วกอดปลอบผม

          “ไม่เป็นไรนะ ไม่เป็นไร” กายบอกแล้วลูบหัวปลอบผม

          “มึงอย่าเพิ่งกลัว ฟิวส์ว่ายังไงบ้าง” ผมผละออกมามองพอลล่า ยกมือขึ้นเช็ดน้ำตาตัวเองออกลวกๆ แล้วเม้มปากแน่น

          “ฟิวส์รักกู ฟิวส์จะไม่เลิก” ผมบอกแล้วสูดลมหายใจเข้าลึกๆ

          “อือนั่นไง มึงต้องเชื่อน้อง” พอลล่าบอก

          “แต่กูก็ยังกลัว” ผมว่าเสียงแผ่ว

          “กูเข้าใจ แต่ก็อย่างที่พอลล่าว่า มึงต้องเชื่อฟิวส์” กายบอกแล้วเดินเข้ามาลูบหัวผม

          “กูกลัวว่าเราจะต้องเลิกกัน”

          “มึงรักเขามากเลยนะอนา ตอนนี้มึงอ่อนแอมากเลย” พอลล่าบอกแล้วเดินเข้ามากอดผม

          “กูเขาคือความเข้มแข็งของกู” ผมตอบเพื่อนกลับไป แล้วพวกมันก็พยักหน้า

          “สู้นะมึง อดทนก่อน ฟิวส์มันคงจัดการให้มึงได้”

          “แค่แม่ผัวไม่รัก มึงก็ใช่เสน่ห์ปลายจวักเออ มึงไม่มี” พอลล่าว่า

          “พอลล่า! อารมณ์ร้องไห้ของผมชะงักเลย จนต้องขยับออกมามองค้อนให้มัน

          “เออน่าฟิวส์รักแทบถวายหัวอยู่แล้ว คิดอะไรมาก” มันบอกต่อ

          “รักผัว ทำตามที่ผัวบอก ไปนั่งรอเรียน” กายว่าแล้วชี้ไปที่โต๊ะมุมเดิมของเรา

          อืมรักฟิวส์ก็ต้องเชื่อใจฟิวส์ เอาจริงๆ ผมเชื่อน้องมากกว่าที่เชื่อตัวเองอีก อย่างที่บอกไว้เลยว่าถ้าผมรักน้องจนอ่อนแอ น้องก็คือความเข้มแข็งของผม ตอนนี้ผมกำลังหน่วง ตอนนี้ผมกำลังเศร้า แล้วก็หวังแค่ว่าน้องจะกลับมาเป็นความสดใสของผม กลับมาให้ผมรัก กลับมาให้ผมหลงจนยอมน้องได้ทุกอย่างเหมือนเดิม





#ขอหมอเป็นเมีย

28/9/2019

พี่อนาสู้ๆ นะ เราเองก็จะสู้เหมือนกัน พี่ต้องอดทน แล้วน้องเองก็ต้องอดทนนะ ทำไมรู้สึกรักพี่ อนาดึงพี่มากอดมาก ไอ้ตัวน้องก็คุยกับแม่ดีๆ คุยกับแม่ให้แม่รักพี่เหมือนที่เรารักนะ

25/9/2019

          มาแล้วววว เป็นยังไงบ้างคะทุกคน สบายดีกันใช่ไหม ยังอ่านตอนเดิมวนไปวนมาอยู่หรือเปล่า มาถึงตอนนี้แล้วเป็นยังไงบ้างคะ ใจหายวูบวาบกันเลยไหม หลบหน่อยอนาแม่มาแล้ว ฮือออ เป็นอึดอัดแทนคุณพี่ เป็นกังวลแทนคุณน้อง ไม่อยากจะเดาใจแม่ แต่นักอ่านที่น่ารักของแป้งทุกคนคงจะเดาๆ กันแล้วใช่ไหม ยังไงก็ยืนอยู่ข้างๆ กันจนจบนะ

ทวิเตอร์ @pflhzt

เฟซบุ๊ก faddist

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.264K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,573 ความคิดเห็น

  1. #1513 rungtawanpholcha (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 26 มิถุนายน 2563 / 13:11

    หน่วงสุด😭😭😭😭

    #1,513
    0
  2. #1491 similunkh (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 20 มิถุนายน 2563 / 21:42
    เดจาวูอะคล้ายๆวีมารค์เลยอะ
    #1,491
    0
  3. #1431 Arreeart (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2563 / 15:23
    ฉากเดียวกันกับวีมาร์คเเละก็ร้องไห้อีกเหมือนเดิม
    #1,431
    0
  4. #1428 PornchanokChaiwu (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2563 / 20:37
    คือแม่แบบทุกเรื่องยกเว้น กัณฑ์บาร์ เหนือพระราม
    #1,428
    0
  5. #1412 58637233 (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2563 / 20:54
    สวัสดีครับผมชื่ออนาเป็นลูกสะใภ้เเม่ครับ😁
    #1,412
    0
  6. #1307 Tk0954519300 (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 16 เมษายน 2563 / 14:19
    แม่ มาทุกตอน มาทุกเรื่อง55555 โอยยยยยยยย
    #1,307
    0
  7. #1262 Biekps99 (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2563 / 14:11
    เอาแล้วไง
    #1,262
    0
  8. #1212 Saguramio (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 23 มกราคม 2563 / 23:11

    เผด็จการเลยอนา!!!!
    #1,212
    0
  9. #1128 KiHaE*129 (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 8 ธันวาคม 2562 / 23:24

    แม่ก็ยอมอ่อนลงอยู่นะ

    ยังไงก็คุยดีๆ นะฟิวส์

    #1,128
    0
  10. #1126 Peoney_Black_Night (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 8 ธันวาคม 2562 / 20:18
    เหตุการคุ้นๆเหมือนตอนวีกับมาร์คเลยแต่ของมาร์คคือพ่อมาด้วยไง
    #1,126
    0
  11. #1125 AirrUtai (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 8 ธันวาคม 2562 / 14:12
    คนเป็นแม่ก็คงทำใจได้ยากนะเรสเช้าใจเลยอ่ะ. เพราะเราก็เป็นแม่เหมือนกัน
    #1,125
    0
  12. #1041 Aomkom1981 (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2562 / 13:05
    โอ๋ๆๆๆๆอย่าร้องนะอนา
    #1,041
    0
  13. #943 maybee23 (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 19 ตุลาคม 2562 / 15:26
    พี่อนาต้องผ่านมันไปได้นะ
    #943
    0
  14. #836 jaisai09 (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 29 กันยายน 2562 / 22:33
    พี่อนา ต้องให้พระเอกออกโรงบ้างค่ะ กอดๆ
    #836
    0
  15. #835 Pigsmall30 (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 29 กันยายน 2562 / 21:29
    พี่อนาค่ะ น้องจะช่วยพี่เอง อย่าร้องน้าาาา
    #835
    0
  16. #834 qw1234567890 (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 29 กันยายน 2562 / 15:03

    สู้ๆนะพี่อนา เราต้องผ่านมันไปได้ ✌✌
    #834
    0
  17. #833 dang24 (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 29 กันยายน 2562 / 14:50

    วงวารหมอนะ

    #833
    0
  18. #832 ChorthipJoy12 (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 29 กันยายน 2562 / 13:21
    แม่ผัว คิคิ
    #832
    0
  19. #831 Wannapawan (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 29 กันยายน 2562 / 13:18

    สู้ๆนะ พี่อนา
    #831
    0
  20. #830 บ๊อบบินไงจะใครล่ะ (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 29 กันยายน 2562 / 09:38

    ผ่านมันไปให้ได้น้า

    #830
    0
  21. #829 Somluck2510 (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 29 กันยายน 2562 / 08:03

    สู้สู้น่ะ
    #829
    0
  22. #828 Jang2459 (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 29 กันยายน 2562 / 02:26
    แม่อย่าใจร้ายเรยนะ
    #828
    0
  23. #827 hamsterninja1997 (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 29 กันยายน 2562 / 00:52
    รออออคะ
    #827
    0
  24. #826 lily Yukari (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 28 กันยายน 2562 / 23:45
    แม่ฟิวส์คะอย่าว่าพี่อนาเลยคะหนูสงสารพี่เขา อย่าทำร้ายพี่อนาเลยนะคะ
    #826
    0
  25. #825 หมิงหมิง. (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 28 กันยายน 2562 / 22:20

    รอนะคะะะ
    #825
    0