FUTURE วิศวะสุดหล่อขอหมอเป็นเมีย

ตอนที่ 14 : จะไม่เหมือนที่ผ่านมา 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 24,287
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,366 ครั้ง
    10 ส.ค. 62






-14-

จะไม่เหมือนที่ผ่านมา

 [อนา อนาคต]





ผมลืมตาตื่นขึ้นมาในเวลาปกติ แต่วันนี้แปลกหน่อยตรงที่ไม่ได้ตื่นเพราะฟิวส์ปลุก แต่ตื่นเพราะเสียงแจ้งเตือนข้อความจากโทรศัพท์ ผมพยายามขยับออกจากอ้อมกอดของอีกคน แต่ดูเหมือนว่ามันจะยากเกินไปเพราะฟิวส์กอดผมไว้แน่นเหลือเกิน หรือว่าเจ้าเด็กนี่มันตื่นแล้วแกล้งกอดผมไว้อย่างนี้กันนะ

“อือ” ผมหันไปหาฟิวส์ก่อนจะกดจมูกลงบนแก้ม เหมือนจะเห็นว่ามุมปากน้องมันกระตุกก่อนที่อ้อมกอดจะคลายออกเล็กน้อย

หลอกล่อ!

ผมขยับตัวเอื้อมเอาโทรศัพท์มาดู ฟิวส์ยังไม่ยอมให้ผมลุกออกดีๆ และไม่ยอมปล่อยผมออกจากอ้อมกอดอุ่นๆ นี่สักที หน้าหล่อหันมาทางผม ปากสวยๆ วนมาใกล้ๆ หูก่อนจะจูบเบาๆ แล้วเลื่อนขึ้นไปวุ่นวายกับผมที่เพิ่งตัดใหม่ของผม

“อื้อ~ ตื่นแล้วก็ลุกสิ” ผมบอกแล้วขยับหนี มาอ้อนตอนเช้าแบบนี้มันไม่ปลอดภัยทั้งต่อผมและต่อฟิวส์

“ใคร” เสียงเข้มว่าเมื่อผมหันมาสนใจแชทมากกว่าเจ้าตัวที่กวนอยู่ คางของฟิวส์เลื่อนมาเกยที่ไหล่เหมือนจะขอดูด้วย ผมเลยยื่นให้ดู

“พ่อ”

“หืม?” เสียงฟิวส์ตอบรับในลำคอก่อนจะขยับลุกขึ้นนั่ง แขนยาวโอบเอาผมไปติดกับตัวโตๆ กอดผมไว้ในอ้อมแขนแล้วดูข้อความสนทนาที่ผมคุยกับพ่อ

“พ่อตามให้ไปช่วยงานที่คลินิกแล้ว” ผมว่าแล้วเงยหน้าขึ้นมองอีกคน ฟิวส์พยักหน้าตามแต่ไม่ได้พูดอะไรออกมา มือสวยยังวนเวียนเล่นที่คอของผมอยู่อย่างนั้น

ตั้งแต่อยู่กับฟิวส์มา งานที่คลินิกพ่อผมก็ไม่ค่อยได้เข้าไปเลย พ่อผมเปิดคลินิกทันตกรรมอยู่ใกล้ๆ นี้ เวลาที่ผมว่างจากเรียนผมก็ไปที่นั่น ความจริงมันมีชื่อผมอยู่ในคลินิกนั่นแหละ แต่แบบว่าเป็นของพ่อไง เลยใช้โอกาสลาได้มากกว่าคนอื่นเขาหน่อย นี่ก็ลามา…ตั้งแต่เจอฟิวส์แล้ว

“พี่ไม่ไปตั้งแต่ตอนไหนเนี่ย” ฟิวส์ว่าเมื่อเห็นพ่อผมบ่น

“ก็ตั้งแต่เจอฟิวส์ก็ไม่ได้เจอพ่อเลย”

“กี่เดือนแล้วเนี่ย”

“เราคบกันนานขนาดนั้นแล้วเหรอ?” ผมเงยหน้าขึ้นถามด้วยแววตาที่คิดว่าใสซื่อ เห็นแก้มที่เริ่มแดงของฟิวส์แล้วมันทำให้ผมมันเขี้ยว ยืดตัวขึ้นไปจูบคางสวยๆ นั่นหนึ่งที

“ตัวแค่นี้ทำไมทำตัวน่ารักเก่งจัง” ฟิวส์ว่าแล้วขยับลุกขึ้นนั่งดีๆ ดึงไปเข้าไปแทรกกลางแล้วโน้มตัวลงมาป้อนจูบหวานๆ ให้ผม

“อื้อ~ พอแล้ว” ผมผลักอีกคนออกก่อนจะหันมาสนใจโทรศัพท์ที่ยังสั่นอยู่

อยากอยู่กับแฟนทั้งวันทั้งคืน แต่เสาร์นี้ต้องไปทำงานสินะ

ฟิวส์มาส่งผมที่คลินิก ส่วนน้องไปทำงานกับเพื่อน ไม่รู้ว่าคืองานอะไรแต่มันก็ดีแล้วที่น้องได้ไปอยู่กับเพื่อนบ้าง มาเฝ้าผมทั้งวันมันก็คงแปลกๆ ทุกวันนี้ทั้งมาร์ค ทั้งบาร์ชอบบ่นกับผมเวลาเจอหน้า เด็กพวกนั้นบ่นว่าฟิวส์พูดถึงผมตลอดจนรำคาญ อวดว่าผมน่ารักจนนึกว่าผมไม่ใช่คน ไปตัดผมมาใหม่ก็บอกว่าสวยจนนึกว่าผมเป็นนางฟ้า เด็กนั่นมันขี้เวอร์จริงๆ

ผมยิ้มให้กับคนไข้ที่เข้ามาใหม่ วันนี้นั่งขูดหินปูนมาแทบทั้งวันแล้ว ผมเข้ามาตอนสิบโมงจนตอนนี้เลยบ่ายสามมาได้หลายนาทีแล้ว คิดว่าคนนี้เสร็จก็คงต้องขอกินข้าวก่อนสักแป๊บ เวลามาอยู่คลินิกพ่อทีไรไม่เคยได้กินข้าวแบบเต็มคำสักที คนไข้เยอะเกินจนผมก็เพิ่งรู้ว่าคนเราใส่ใจเรื่องฟันมากขึ้นขนาดนี้ ส่วนใหญ่ก็คือมาจัดฟัน แล้วมันต้องดูแลไปด้วย

“ถอนนะครับ?” ผมถามคนไข้หลังจากดูชาร์ตเสร็จ น้องเขาพยักหน้าแล้วยิ้มก่อนจะนอนลงที่เตียงตามที่พี่ฟ้าบอก

“เจ็บไหมคะหมอ” เสียงใสๆ ถามออกมาจนผมต้องยิ้มให้

“เหมือนเดิมครับ เจ็บแค่ฉีดยาชา” ผมบอกหลังจากที่ดูประวัติการรักษาน้องแล้ว

ไม่ใช่ว่าโกหกหรือหลอกหรอกนะ เวลาฉีดยาชาแล้วมันก็ไม่รู้สึกอยู่แล้ว หลังจากยาชาหมดฤทธิ์จะเป็นยังไงก็ค่อยว่ากัน เหมือนตอนนั้นที่ขูดหินปูนให้ฟิวส์รู้สึกว่าน้องมันจะบ่นว่าอ้าปากนานจนปวดปาก แต่ผมก็พยายามทำให้เร็วแล้วก็เบามือที่สุดแล้ว

“เสร็จแล้วครับ”

“กัดผ้าค่ะ” พี่ฟ้าบอกหลังจากกดผ้าลงกับแผล น้องค่อยๆ ลุกขึ้นก่อนจะหันมามองผม ตาโตนั่นคลอไปด้วยน้ำตาผมเลยยิ้มให้

“เห็นไหม? แป๊บเดียวเอง” ผมบอก น้องก็ยกมือไหว้ก่อนจะเดินออกไป

ผมทำงานต่อจนถึงหกโมงกว่าๆ เหมือนว่างานของผมจะหมดแล้วเลยได้ยืดตัวขึ้นพักบ้าง เวลาทำฟันให้คนไข้นี่ผมแทบลืมทุกอย่างไปเลย ผมชอบมันมาก อาจจะด้วยเพราะว่าพ่อเป็นหมอฟันแล้วได้คลุกคลีกับอะไรแบบนี้มาตั้งแต่เด็ก ผมบิดตัวเล็กน้อยเมื่อพี่ฟ้าชี้ไปที่ตะกร้าวางชาร์จ

“เรียบร้อย” พี่เขาบอกออกมา ผมเลยพยักหน้าให้

“คุณพ่อเสร็จยังครับ” ผมถาม

“เหมือนอาจารย์มีคิวถึงทุ่มหนึ่งนะคะ วันนี้อาจารย์บอกว่าจะปิดร้านเร็ว ไปทานข้าวกับครอบครัว”

“หืม? ผมไม่เห็นรู้เรื่อง” ผมบอกกับพี่ฟ้า

“จะรู้ได้ไง เดินออกจากห้องตรวจบ้างหรือยังเราอะ โทรศัพท์น่ะได้เช็กบ้างหรือเปล่า แม่เขาบ่นว่าเราไม่กลับบ้านตั้งหลายครั้งแล้ว” ผมหันไปทางประตูก่อนจะยิ้มอ้อนพ่อ

“ก็ผมไม่ว่างนี่นา” ผมบอกออกไป

“โกหกหน้าตายมากเลยอนา ที่ไม่ว่างนี่เพราะไอ้คนข้างล่างหรือเปล่า”

“หืม?”

“มีเด็กขี่มอ’ไซค์คันใหญ่ๆ มาจอดรอตั้งแต่บ่ายสามแล้ว” พ่อผมบอก

“เหรอครับ?” ผมหันไปดูโทรศัพท์ที่ไม่มีสายเข้า แต่มีข้อความไลน์ที่ยังไม่ได้อ่าน แต่ผมก็ยังไม่ได้เปิดดูเพราะพ่อยังไม่ได้เดินไปไหน

“พ่อไม่ให้ไปไหนหรอกนะวันนี้ เตรียมตัวแล้วลงไปรอข้างล่าง จะพาไปกินข้าวกับแม่” พ่อบอกก่อนจะเดินออกไป ส่วนผมก็ทำได้แค่พยักหน้ารับคำ

“น้องอนา คนที่มารอนี่ใช่น้องคนหล่อๆ คนนั้นหรือเปล่า” พี่ฟ้าถาม

“คนไหนครับ?”

“ที่เป็นคนไข้ที่น้องอนาบอกให้จีบตอนนั้นอะ”

“พี่ฟ้า…น้องเขาอยากจีบเองต่างหาก” ผมตอบกลับ คิดไปถึงเรื่องคราวนั้นแล้วก็เขินไม่หยุด

“นั่นแหละ สรุปแล้วใช่คนที่จีบน้องอนาไหมคะ”

“ไม่ใช่แล้ว เป็นแฟนกันแล้ว” ผมบอกเบาๆ ก้มหน้าลงมองมือถือไม่กล้าสบตาพี่ฟ้า

“ว้ายยย คุณหมอนี่ร้ายมากเลยนะคะ” พี่ฟ้าแซว ผมเลยได้แต่กัดปากกลั้นเขินอยู่อย่างนี้ ร้ายอะไรกันล่ะ เด็กนั่นต่างหากที่ร้าย

ผมเดินลงมาที่ชั้นล่างเมื่อเก็บกระเป๋าเรียบร้อยแล้ว คนที่พ่อบอกว่ารออยู่ก็คือคนที่ผมคิดว่าเขาจะมารอ ถ้ามาตั้งแต่บ่ายสามจริงคือทิ้งงานมาหรือเปล่า หรือว่าทำเสร็จแล้วค่อยมาหาผม

“มานานยัง” ผมถามเมื่อเดินไปถึงตัวคนที่เล่นโทรศัพท์อยู่ ยิ้มให้พี่ที่เคาท์เตอร์เล็กน้อยแล้วหันมาสนใจฟิวส์ต่อ

“ยังเลย เพิ่งมา”

“บ่ายสาม…” ผมพูดออกไปแค่สองคำ เด็กนี่ก็ยิ้มออกมาเมื่อถูกจับได้

“อือ งานเสร็จเร็วแล้วไม่อยากอยู่กับพวกมันอะ ไอ้มาร์คนี่พี่วีมารับกลับเลย ส่วนคำผานเสร็จแล้วมันก็กลับ เพื่อนทิ้งผมหมดเลยเหลือแค่แฟนแล้วอะตอนนี้” ผมหัวเราะออกมาน้อยๆ กับคำบอกเล่ายาวๆ ของน้อง

“ไม่ใช่ว่าทิ้งเพื่อนมาหรอกนะ” ผมบอก

“บ้า~ ใครเขาทิ้งเพื่อนกัน”

“นี่พี่ต้องไปกินข้าวกับพ่อ…” ผมบอกเบาๆ แล้วมองหน้าน้อง

“อ๋อ งั้นผมไปรอที่ห้องนะ”

“ทำไมไม่ไปด้วยกันเลยล่ะ” เสียงทุ้มที่ดังขัดการสนทนาของเราคือเสียงของพ่อ ฟิวส์หันไปมองก่อนจะหันมามองผมที่พยักหน้าให้ น้องลุกขึ้นอย่างเป็นอัตโนมัติก่อนจะยกมือไหว้พ่อผมอย่างสวยงาม

“สวัสดีครับ…คุณพ่อ”

“คุณหมอก็พอ” พ่อผมบอกแค่นั้น ฟิวส์เลยยิ้มออกมา “มีอะไรต้องคุยกันอีกไหม แม่รอนานแล้ว” พ่อหันมามองผม ผมเลยหันไปหาฟิวส์

“ไปกินข้าว…ด้วยกันไหม?”

“คือ ผม…” ผมเองก็รู้สึกไม่ต่างจากน้องหรอก ผมไม่ค่อยได้พาใครไปกินข้าวกับพ่อแม่ ก็มากสุดที่คุยกับคนก่อนๆ มันไม่กี่เดือนเอง บางคนพ่อกับแม่ก็ไม่รู้ด้วยซ้ำ แต่คนนี้รู้สึกเหมือนว่าจะออกตัวแรงหน่อย

“จะไปหรือไม่ไป?” พ่อถามอีกรอบ

“เอ่อ เดี๋ยวผมขับรถให้นะครับ” ฟิวส์บอกแล้วยิ้มให้พ่อผม ท่านเลยยื่นกุญแจรถมาให้ก่อนจะเดินนำออกไป คนหล่อหันมามองหน้าผมเหมือนอยากขอความช่วยเหลือ แต่ตอนนี้ผมช่วยไม่ได้หรอกนะ เพราะผมเองก็เพิ่งรู้ว่าต้องไปกินข้าวกับที่บ้านเหมือนกัน


------


ความจริงแล้วพ่อกับแม่ผมไม่ใช่คนดุ ติดจะใจดีด้วยซ้ำเพราะพวกท่านเป็นหมอ พ่อผมอบอุ่น แล้วแม่ผมก็น่ารัก นิสัยของพวกท่านที่เหมือนกันก็คือความจริงจัง นั่นจึงเป็นสิ่งที่หลายๆ คนกลัว เวลาสอนหรือเวลาดุมันดูมีเหตุผลไปหมด จนผมไม่เคยขัดหรือเถียงเลยสักครั้ง

“แวะไปรับแม่ก่อน” เสียงคนข้างหลังบอกตอนที่เรากำลังจะออกรถ

“ไปที่โรงพยาบาล” ผมบอกฟิวส์ น้องมันเลยพยักหน้าให้แล้ววนไปที่โรงพยาบาล

ไม่รู้ว่าเป็นโชคดีหรือโชคร้ายของผมที่วันนี้พ่อกับแม่ว่างตรงกัน แล้วผมเองก็ดันไม่มีอะไรให้ทำด้วย มากกว่านั้นคนที่ขึ้นชื่อว่าแฟนก็ดูเหมือนว่างจนมานั่งรอได้ตั้งนาน มีแพลนจะไปกินข้าวกับแฟนนั่นแหละ แต่นี่มันผิดพลาดไปนิดหน่อยตรงที่แฟนต้องมากินข้าวกับพ่อแม่ผมด้วย

“คุณคะ สั่งสลัดให้ฉันด้วย” แม่บอกกับพ่อที่กำลังอ่านเมนู ท่านพยักหน้าแล้วสั่งสลัดเพิ่ม

“รายการอาหารมีแค่นี้นะคะ รอสักครู่นะคะ” พ่อพยักหน้าเบาๆ พนักงานก็เดินออกไป

เกิดความเงียบขึ้นระหว่างรอ เมื่อพ่อกับแม่นั่งมองผมกับฟิวส์ที่อยู่ตรงข้าม ไม่ใช่แค่ฟิวส์หรอกที่รู้สึกกลัว ผมเองก็รู้สึกไม่ต่างกันเวลาสบตาพ่อ เราสองคนยังไม่ได้คุยอะไรกันอีกเลย เพราะเวลาที่อยู่ในรถก็เงียบ เวลาที่เดินเข้ามาก็เงียบ แม้แต่ตอนนี้ก็ยังเงียบ

“อนาจะไม่พูดอะไรหน่อยเหรอคะ” ผมสะดุ้งเมื่อแม่พูดออกมาแบบนั้น ผมหันไปยิ้มให้ท่านก่อนจะมองมาที่ฟิวส์

“เอ่อ น้องชื่อฟิวส์ครับ เรียนวิศวะ” ผมบอกแล้วฟิวส์ก็ยกมือไหว้ท่านอีกครั้ง

“น้อง?”

“ครับ ผมเรียนปีสอง” ฟิวส์ตอบ เสียงที่เคยร่าเริงตอนนี้ดูเหมือนจะไม่มั่นใจในตัวเอง แต่น้องก็เก็บอาการได้ดีมาก ไม่หลบตา ไม่เล่นจนเกินไป พยายามทำให้ตัวเองผ่อนคลายจนผมต้องเลื่อนมือไปกุมมือที่อยู่ใต้โต๊ะไว้

“วิศวะเหรอ? ทำไมรู้จักกัน แม่นึกว่าเพื่อนลูก” แม่ถามพลางทำหน้างง

“แฟนลูก” พ่อบอกออกมาแค่สองคำ ส่วนแม่ก็หันไปมองหน้าพ่อก่อนจะหันมามองผมที่ส่งยิ้มหวานๆ ไปให้

“แฟน?”

“ครับ คือ…เราเพิ่งคบกันได้ไม่นานาเลยไม่ได้พ่อกับแม่น่ะครับ” ผมบอก

“ไปเจอกันได้ยังไง นี่เราไปจีบน้องเขาหรือเขาจีบเนี่ยอนา” แม่ถามต่อ

“ผมเคยจีบใครที่ไหนล่ะครับ” ผมตอบ

“ผมตามจีบพี่อนาเองแหละครับ คือ…ผมชอบพี่เขามาก” ฟิวส์ว่า แต่คนเขินกลับเป็นผมที่นั่งบีบมือน้องอยู่ตรงนี้

“คิดจะบอกพ่อตอนไหน หรือคนนี้ก็จะเหมือนคนที่ผ่านๆ มา” พ่อถาม เป็นคำถามที่ทำเอาฟิวส์ต้องเงยหน้าสบตาพ่อตรงๆ

เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ฟิวส์ซีเรียสมาก การที่ผมเอาน้องไปเปรียบเทียบกับคนที่ผ่านๆ มา แล้วคิดว่าน้องจะเป็นแบบนั้นมันคือความผิดร้ายแรงสำหรับฟิวส์ ฟิวส์ไม่ชอบให้ผมคิดเรื่องพวกนั้น เพราะเขาบอกผมเสมอว่าเขาไม่เหมือนคนที่ผ่านๆ มาของผม ฟิวส์ไม่ชอบคำพูดของผมที่ดูเหมือนจะไม่มั่นใจในตัวเขา อาจจะเพราะว่าเขาเองก็ยังเด็กกว่า ไม่มั่นใจในตัวเองด้วย พอผมไปพูดแบบนั้น มันเลยเหมือนจี้ฟิวส์เข้าไปอีก

ผมยอมรับว่าผมคิดเรื่องนี้บ่อยๆ หลายครั้งที่ฟิวส์จับได้ แต่น้องไม่ได้ว่าอะไร อาจจะมีงอนบ้างตามประสาแต่ว่าสุดท้ายแล้วฟิวส์ก็ขอให้ผมมั่นใจในตัวฟิวส์เสมอ น้องบอกซ้ำๆ และแสดงให้เห็นตลอด เวลาที่อยู่ด้วยกันทุกครั้งเรามีความสุข มันมากจนผมไม่อยากห่างน้องไปไหน มันชัดเจนจนผมเชื่อน้องไปหมดแล้วทั้งใจ แต่พอพ่อมาพูดแบบนี้ ผมก็เกิดหวั่นไหวขึ้นมาเหมือนที่ผ่านมาเสมอ

“ผมจะไม่ทำให้พี่อนาเสียใจครับ” ประโยคสั้นๆ ที่ฟิวส์พูดออกมา กับสายตาที่มองพ่อของผม มันมั่นคงจนผมต้องบีบมือน้องไว้ ไม่อยากให้น้องโกรธ ไม่อยากให้น้องเสียใจที่พ่อคิดแบบนั้น และไม่อยากให้น้องโมโหที่ผมผิดหวังมามากมายจนพ่อกับแม่เองก็รับรู้

“ก็ดี”

พ่อพูดแค่นั้นแล้วเราก็เริ่มรับประทานอาหาร พ่อกับแม่คือคู่รักที่มั่นคงและเอาใจใส่กันเสมอสำหรับผม ผมดีใจที่พวกท่านยอมรับและเปิดใจกับสิ่งที่ผมเป็น แม้ว่าพ่อจะคิดมากเสมอเวลาที่ผมคบกับใครก็ตาม ความรักและความสัมพันธ์ของผมมันล้มเหลวจนพ่อเองก็ยังสงสาร และแม่เองก็ต้องคอยใส่ใจในเรื่องนี้มากขึ้น

“เอาเกี๊ยวไหม?” ปากถามอย่างนั้น แต่มือหนากลับคีบเกี๊ยวมาให้ผม ถ้าพ่อกับแม่ไม่อยู่ตรงนี้ผมคิดว่าฟิวส์คงป้อนผมไปแล้ว

“วันนี้นอนบ้านไหม?” คำถามของพ่อทำเอาเกี๊ยวในปากของผมหมดอร่อยไปเลยทันที เช่นกันกับปลาในช้อนของฟิวส์ที่มันยังค้างอยู่ที่จาน

“นั่นสิ วันอาทิตย์พอดี ไปทำบุญกับแม่ไหมลูก” ผมหันไปมองหน้าฟิวส์ก่อนจะพยักหน้าให้แม่

“แต่ผมขอกลับไปเอาหนังสือก่อนนะครับ แล้วเดี๋ยวจะตามไป” ผมบอก ท่านก็ยิ้มให้

“ถ้าฟิวส์อยากไปหาอนาที่บ้าน ก็ไปได้นะ” แม่หันมาพูดกับฟิวส์

“ขอบคุณครับ” ฟิวส์ตอบกลับแค่นั้นก่อนจะกินข้าวต่อ

ดูจากท่าทางของน้องและสายตาของแม่กับพ่อผมแล้ว ผมเชื่อได้เลยว่าฟิวส์คงไม่ตามผมไปหรอก เราติดกันจริง อยู่ด้วยกันแทบทุกวัน แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าขาดกันไม่ได้ ผมยิ้มให้ฟิวส์แล้วกินข้าวต่อ ตักอาหารให้น้องบ้างให้พ่อบ้าง จนมื้อค่ำที่ไม่ร่าเริงเหมือนทุกทีของผมจบลง

พ่อกับแม่มาส่งผมที่คลินิกแล้วกลับก่อน วันนี้ผมคงต้องไปค้างที่บ้านจริงๆ เพราะรับปากท่านไว้แล้ว ผมขึ้นคร่อมมอเตอร์ไซค์คันเก่งของฟิวส์ ใส่หมวกกันน็อคที่น้องยื่นมาให้แล้วนั่งซ้อนเงียบๆ อีกคนก็ไม่ได้พูดอะไรนอกจากออกรถเบาๆ แล้วขับช้าๆ เหมือนว่าฟิวส์ไม่อยากให้ถึงหอเร็ว เหมือนกับผมที่ขยับเข้าไปกอดอีกคนจากด้านหลัง

“เอาจริงผมอยากตามไปที่บ้านพี่เลย แต่อยากให้พี่มีเวลากับครอบครัวบ้าง” ฟิวส์บอกตอนที่เราเข้ามาในห้อง

“แค่วันเดียว” ผมบอกแล้วยิ้มให้ฟิวส์

“ก็จริง แต่ผมต้องคิดถึงพี่มากแน่ๆ” อีกคนพูดแล้วขยับไปนั่งที่ปลายเตียง

“เราโทรคุยกันได้”

“ผมก็ไม่ได้อยากกวนพี่ไหมล่ะ พ่อพี่ก็ดุขนาดนั้น” ผมยิ้มให้กำลังใจแล้วเดินเข้าไปหาอีกคนหลังจากเตรียมของเสร็จ

“แล้วพ่อแม่ฟิวส์ดุไหม?” ผมเดินเข้าไปหา แทรกตัวตรงหว่างขาที่น้องแยกออก เอามือแนบกับแก้มนุ่มๆ แล้วลูบเบาๆ

“ไม่รู้ พ่อแม่ผมยังไม่รู้เลย แต่ปกติก็ไม่ได้ดุ” น้องว่าแล้วดึงเอาผมเข้าไปกอด หัวสวยวางแนบกับหน้าท้องผมแล้วจูบมันเบาๆ

“ไม่เป็นไรหรอก ฟิวส์ไม่เหมือนคนพวกนั้น” ผมบอก ฟิวส์ไม่เหมือน แล้วพ่อกับแม่ก็ต้องรู้ว่าฟิวส์ไม่เหมือน

“พ่อพี่เขาคิดว่าผมจะดูแลพี่ไม่ได้ ความจริงผมก็เคยคิดแบบนั้นนะ แต่ตอนนี้ผมไม่คิดแล้ว”

“หืม?”

“ผมอาจจะยังเด็ก แล้วพี่ก็อาจจะมีอนาคตที่ดี ผมไม่รู้ว่าจะดูแลพี่ได้ดีเท่าที่พ่อกับแม่พี่ทำไหม ผมไม่รู้ว่าต่อไปผมจะเอาใจใส่พี่ได้เท่าที่คนอื่นๆ ทำหรือเปล่า แต่ผมจะไม่ทำให้พี่เสียใจ ถ้าวันไหนที่พี่คิดว่าผมไม่ดีพอพี่จะเลิก ผมก็ยอมนะ อะไรก็ได้ที่ทำให้พี่มีความสุข พี่อยากให้ผมทำแบบไหนพี่บอกผมได้เลย” ตากลมสบกับตาผม มันนิ่งและจริงจังจนผมอยากจะร้องไห้ออกมา ผมทิ้งตัวลงในอ้อมกอดของฟิวส์ ซุกหน้าลงกับไหล่กว้างๆ ของคนเป็นแฟน ซึมซับอ้อมกอดที่อบอุ่นนี้ไว้

“เด็กโง่ แสนดีแบบนี้พี่จะเลิกได้ไง” ผมบอกอยู่กับไหล่ของฟิวส์

“ผมไม่รู้ แต่ผมจะสู้นะ ผมจะทำทุกอย่างจนกว่าพี่จะบอกว่าไม่ต้องทำแล้ว ให้พี่บอกผมว่ามากกว่านี้ก็ไม่มีประโยชน์แล้วผมถึงจะหยุดทำ” ผมนั่งลงบนตักฟิวส์ก่อนจะประคองหน้าหล่อเพื่อสบตา มองเข้าไปในดวงตาคู่สวยเพื่อส่งมอบความรู้สึกที่ผมมี ความรู้สึกที่มันมากกว่าคำว่าชอบ แม้ว่าผมกลัวที่จะพูดออกไปแต่ใจผมรู้ดีว่าถ้าเสียคนคนนี้ไปผมต้องแย่แน่ๆ

“ไม่ให้ไปไหนหรอก ต่อให้ทำดีแค่นี้ก็ไม่ให้ไปไหนหรอกนะ” ผมว่าแล้วจูบเบาๆ ที่มุมปากของฟิวส์

“เหมือนผมจะรักพี่มากเลยอะพี่อนา ผมกลัวว่าผมจะรักพี่มากกว่านี้ ผมต้องทำยังไง ผะ…อือ…” ผมปิดปากบางด้วยปากของผม แค่ได้ยินคำนั้น คำว่ารักที่พูดออกมาด้วยน้ำเสียงเศร้าๆ อย่างนั้น กับแววตาที่มั่นคงแบบนี้ แค่นั้นผมก็อยากจูบน้องซ้ำๆ เพื่อบอกน้องว่าผมเองก็รู้สึกไม่ต่างกัน ผมไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามันเร็วไปไหม ผมไม่รู้เลยว่าอนาคตมันจะเป็นอย่างไร แต่ผมขอแค่มีฟิวส์อยู่ในนั้น อยู่ในทุกๆ วันของผม ไม่ต้องรักมากขึ้น ต่อให้รักเท่าเดิม หรือน้อยลงก็ขอแค่ให้รัก ให้รักผมต่อไปแบบนี้ก็พอ

“อื้อ~ อืม…” ผมผละออกเมื่อจูบจนพอใจแล้ว ฟิวส์ดึงผมเข้าหาก่อนจะจูบลงที่แก้มของผม จูบวนๆ อยู่อย่างนั้นและผมก็ยอมให้น้องจูบ

“ผมรักพี่นะครับ ต่อให้มันยากแค่ไหนผมก็จะรัก ต้องต่อสู้กับอดีตของพี่ ต้องต่อสู้กับความคิดของพ่อแม่พี่ หรือต้องต่อสู้กับอนาคตของผม ผมก็จะไม่หยุดรักพี่”

“อื้อ~”

“ผมจะเป็นคนที่ดีกว่านี้ เป็นคนที่พี่จะพึ่งพาได้ ต่อไปผมจะดูแลพี่ให้ดี” ฟิวส์บอกพลางพรมจูบไปตามใบหน้าของผม ก่อนที่ผมจะผละออกมามองน้อง พยายามมองเพราะเหมือนกับว่าน้ำตาจะมาคลออยู่ที่หน่วยตามากเกินไป

“ไม่ต้องดูแลก็ได้ แค่อยู่ด้วยกันแบบนี้” ผมบอกฟิวส์ น้องยิ้มให้ผมก่อนจะพยักหน้ารับ ปากสวยขยับก่อนจะกดผมลงเพื่อจูบแถวๆ ดวงตาของผม เมื่อก่อนมันเคยร้องไห้หนักมาก ตอนนี้และต่อไปมันคงไม่ร้องแล้ว

“ผมจะปล่อยพี่ไปหาพ่อพี่แค่ไม่กี่วันหรอก ผมจะไปทวงคืนแน่นอน คิดถึงผมให้มากๆ เลยนะ” ฟิวส์บอกยิ้มๆ

“แน่นอน นี่จะอยู่ห้องพี่หรือจะกลับห้อง” ผมถามแล้วลูบแก้มน้องไปด้วย

“คิดว่านอนนี่ เฮ้อ! แต่ผมจะนอนหลับไหมอะ”

“ไปนอนห้องตัวเองก็ได้” ผมบอก แต่ถึงผมจะบอกอย่างนั้นผมก็จะทิ้งกุญแจไว้ให้น้องอยู่ดีนั่นแหละ ความจริงตอนกลับมาอยากเปิดห้องมาแล้วเห็นฟิวส์นอนรออยู่ แต่ผมก็คงไม่กล้าบอกน้องออกไปแบบนั้น

“ไม่เอา ผมรอพี่อยู่ที่นี่ดีกว่า” ผมยิ้มเมื่อฟิวส์พูดออกมาแบบนั้น ก้มลงจูบอีกคนเบาๆ ก่อนจะผละออกมา

เสียงเรียกเข้าจากโทรศัพท์คือสิ่งที่บอกว่าผมหมดเวลาแล้ว ตอนนี้ต้องกลับไปให้แม่กับพ่อซักฟอก ซึ่งความจริงพวกท่านไม่ได้ทำขนาดนั้นหรอก แค่…ให้ผมกลับไปเพื่อจะดูความประพฤติของผมเท่านั้น ถ้าผมยังเหมือนเดิมมันก็คงไม่เป็นไร หรือถ้าผมคิดถึงฟิวส์มากๆ พ่ออาจจะเห็นใจ พวกเขาไม่เคยห้ามผม เหมือนๆ กับที่ผมไม่เคยขัดใจพวกเขาสักครั้ง ได้แต่หวังว่าพวกท่านจะเห็นด้วยกับคนคนนี้ของผม และเชื่อว่าคนคนนี้ของผมจะไม่ทำให้ผมผิดหวัง


FUTURE วิศวะสุดหล่อขอหมอเป็นเมีย

#ขอหมอเป็นเมีย


10/8/2019

          บอกรักพี่อนา แล้วก็ขอคอมเมนต์ให้กำลังใจนายฟิวส์ด้วย แค่พ่อตาเองฟิวส์ นู่นนนน ไปหาอาจารย์วีไป อย่ามานอนคิดถึงแฟนแบบไม่ได้ประโยชน์นะ ไปถามเขาไป ว่าพี่เขาทำยังไงถึงได้น้องมาร์คมา แต่จะฮามากนะ ถ้าพี่วีตอบว่า ปล้ำเอา โอ๊ยยย ใรก็ได้มาสอนฟิวส์หน่อยเร้ววววว

9/8/2019

          ไม่รู้ว่าฟิวส์จะไหวไหม แต่แป้งไม่ไหวแล้วแหละ ฝันดีค่ะทุกคน

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.366K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,573 ความคิดเห็น

  1. #1506 rungtawanpholcha (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 26 มิถุนายน 2563 / 11:01

    ปรึกษาพี่วีด่วนค่ะ..รักแท้

    #1,506
    0
  2. #1254 Biekps99 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2563 / 23:00
    สู้ๆ แสดงความจริงใจเข้าไว้
    #1,254
    0
  3. #1093 KiHaE*129 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 5 ธันวาคม 2562 / 04:19

    แสดงความจริงใจให้พ่อแม่พี่อนาเห็นให้ได้นะ

    ฟิวส์สู้ๆ

    #1,093
    0
  4. #935 maybee23 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 19 ตุลาคม 2562 / 07:18
    อยู่ๆก็มาเจอพ่อตาแม่ยายแบบนี้ก็ต้องอดทนหน่อยนะเดี๋ยวเขาก็กลับมาหาแล้ว
    #935
    0
  5. #788 Miki_milky (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 24 กันยายน 2562 / 23:01
    เจอหน้าพ่อตาแม่ยายแล้วฟิวส์
    #788
    0
  6. #582 Kun Kuna (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2562 / 03:47
    คุณพ่อคุณแม่ คงแค่อยากเห็นหน้าค่าตาลูกเขยมากกว่านะ55
    #582
    0
  7. #574 manejanb (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 12 สิงหาคม 2562 / 07:19

    สู้ๆๆฟิวส์
    #574
    0
  8. #570 namnamtee (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 11 สิงหาคม 2562 / 15:10

    นับว่าคุณพ่อคุณแม่พี่อนายังปราณีฟิวส์อยู่มากนะ สู้ๆค่ะ
    #570
    0
  9. #569 CHRY SANTHEMUM (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 11 สิงหาคม 2562 / 11:37
    -เด็กมันน่ารักกก
    #569
    0
  10. #567 Rainbow_Jang (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 11 สิงหาคม 2562 / 08:29

    ดีแน่ๆ
    #567
    0
  11. #566 Loveinthemyst (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 11 สิงหาคม 2562 / 08:23
    👍🏻👍🏻ความรักคือสิ่งสวยงาม
    #566
    0
  12. #565 golf8 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 11 สิงหาคม 2562 / 04:26
    สู้ๆๆๆคนหล่อ เอาความจริงใจเจ้าสู้เลยยย
    #565
    0
  13. #564 Jang2459 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 11 สิงหาคม 2562 / 01:15
    ฟิวไม่ไหวแน่ๆอ่ะ 😁​
    #564
    0
  14. #563 PleVirojsakul (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 10 สิงหาคม 2562 / 23:09

    ส่งใจให้น้องฟิวส์ พี่อนา ห่างกันวันสองวัน ไม่เป็นไรหรอกโน๊ะ
    #563
    0
  15. #562 Phungzaka (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 10 สิงหาคม 2562 / 22:51
    เอาใจช่วยฟิวส์ให้ทำได้อย่างที่ตั้งใจ

    เอาใจช่วยพี่อนาให้มั่นใจในตัวน้องว่าน้องจะทำได้อย่างที่พูดจริงๆ
    #562
    0
  16. #561 บ๊อบบินไงจะใครล่ะ (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 10 สิงหาคม 2562 / 22:49

    บอกรักพี่อนาแล้วนะ!! อ่านตอนนี้แล้วแอบน้ำตาซึมนิด

    #561
    0
  17. #560 saranya1983 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 10 สิงหาคม 2562 / 22:42
    รักกันจนรีดอิจฉาแล้ววววววววว
    #560
    0
  18. #559 yisan2 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 10 สิงหาคม 2562 / 22:19

    คืนนี้ฝันดีแน่ๆเค้าบอกรักกันแล้ว ฟิวส์รู้จักคำว่ารักแล้วนะ!!
    ตอนอบอุ่นละมุนจังฮิ้ววววววว
    #559
    0
  19. #558 MeMinTen (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 10 สิงหาคม 2562 / 22:15

    สู้ๆ นะทั้งสองคน
    #558
    0
  20. #557 Nanthara (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 10 สิงหาคม 2562 / 13:13

    อ้าวเจอพ่อตากับแม่ยายแล้วจะเป็นยังไงน้อสู้นะน้อง555555555
    #557
    0
  21. #556 dang24 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 10 สิงหาคม 2562 / 12:11

    เออ แล้วแม่เขาจะโอไหมนะ

    #556
    0
  22. #554 SJom (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 10 สิงหาคม 2562 / 11:38
    เอาให้อยู่นะฟิวส์!!!
    #554
    0
  23. #552 Jang2459 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 10 สิงหาคม 2562 / 08:11
    ฟิวสู้ๆนะ ????​
    #552
    0
  24. #549 golf8 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 9 สิงหาคม 2562 / 23:21
    ฝันดีไรท์

    เอาใจช่วยนะคนหล่ออออของหมอฟัน
    #549
    0
  25. #548 บ๊อบบินไงจะใครล่ะ (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 9 สิงหาคม 2562 / 23:05

    ฟิวส์ไหวอยู่แล้วแหละเนอะฟิวส์

    #548
    0