ชะตารักนางเซียน ภาคปลาย

ตอนที่ 1 : บทนำ1

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 112
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 9 ครั้ง
    27 เม.ย. 63

“ท่านอ๋องน้อย”

“คารวะท่านอ๋องน้อย”

“ทำความเคารพท่านอ๋องน้อย”

“คารวะฟางอ๋อง ท่านอ๋องน้อย”

เสียงทักทายที่ดังขึ้นอยู่เสมอยังคงดังอยู่ภายในความทรงจำของ ‘เหม่ยจิน’ ทั้งๆที่เขาไม่ได้ถูกเรียกเช่นนั้นมานานแล้ว

เหม่ยจิน คือบุตรชายของ ท่านหมอเทวดา‘จางเหมยฮวา’ ที่ถูกรับมาเลี้ยงดูโดยท่านลุงเขย ผู้มีศักดิ์เป็นถึงท่านอ๋องครองแผ่นดินแคว้นชิง

 

หลังจากท่านแม่ของเขาที่ถูกพาตัวเข้าวังหลังแคว้นฉี ได้สิ้นชีพลงตอนเขาอายุ5ขวบปี ท่านลุงเขยก็รับเขาเป็นบุตรบุญธรรมและพากลับเมืองหลวงแคว้นต้าหง

ที่นั่น เหม่ยจินได้ถูกเลี้ยงดูอยู่ในรั้วในวัง มีเพียงท่านน้าทั้งสาม และพี่สาวพี่ชายที่มาหาเขาบ่อยๆจนเขาเติบใหญ่ ตัวเขาเองแทบไม่ได้พบเจอกับอ๋องน้อยคนอื่นๆ ที่เคยได้ยินผ่านหูอยู่บ้าง

แต่เมื่อพบเจอก็มีเพียงความอึดอัดใจ สงสัยเขาจะโดนเกลียดเข้าให้แล้ว ทั้งที่ไม่รู้ว่าตัวเองทำอะไรให้อ๋องน้อยผู้นั้นเลย

 

แต่ตอนนี้เหม่ยจินอายุครบ20ปีแล้ว และถึงเวลาที่สัญญากับท่านแม่ ว่าเขาจะขึ้นเขาไปยังบ้านเกิด ซึ่งเป็นเพียงถ้ำหลังน้ำตกแห่งหนึ่งทางตะวันออกของแคว้นชิง

เขาที่หลบออกจากจวนอ๋องมาได้ห้าปี ก็ได้แต่ส่งสาสน์หาท่านลุงเขยเพื่อบอกกล่าวก่อนจะเดินทาง ขณะที่เดินลงมาจากโรงเตี้ยมชายาสวรรค์ ทั้งหลงจู้และเสี่ยวเอ้อที่เดินผ่านไปมาล้วนทำความเคารพ

เขาเป็นนายน้อยของโรงเตี้ยมและโรงน้ำชา ชายาสวรรค์ ซึ่งเขาก็ไม่ได้ยุ่งเกี่ยวกับกิจการเท่าใดนัก เพียงมาอาศัยพักอยู่กับท่านน้าหานตงเท่านั้นเอง

 

ตอนนี้พี่สาวหนี่หลิงแต่งงานกับท่านน้าหานตงและมีน้องสาวน้อยชายอย่างละสองคนออกมาวิ่งเล่นกันเต็มจวน ตัวเขาเองยังได้ไปสอนวรยุทธ์และวิ่งเล่นกับเด็กๆมาบ้าง

“จะเดินทางเลยหรือขอรับคุณชายน้อย” เสียงทักทายของท่านน้าหานตงดังขึ้นมาแต่ไกล

เหม่ยจินหันขวับกลับไปมองขณะที่กำลังจะก้าวเท้าขึ้นรถม้า เขายกเท้ากลับลงมาวางไว้ที่เดิมก่อนจะคารวะท่านน้าที่ชอบเรียกเขาว่า‘คุณชายน้อย’ ซะเหลือเกิน

“คารวะท่านน้าหานตง หลานคงต้องเดินทางไปตะวันออกเสียหน่อยขอรับ”

 

“เอาเงินไปเพิ่มสักหน่อยเถิดขอรับ ของทุกสิ่งในร้านชายาสวรรค์ล้วนเป็นของคุณชาย เป็นของที่พี่สาวทั้งสองสร้างขึ้นมา ตระกูลลู่อกตัญญูยิ่งนักหากคิดจะยึดเป็นของตนเองเช่นนี้ข้าคงไม่มีหน้าไปพบท่านแม่ของท่านบนสวรรค์เป็นแน่”

“ท่านน้าสมควรได้รับแล้วขอรับ ท่านแม่ก็ไม่อยู่แล้ว ตัวข้าก็ได้อานิสงค์จากการทำงานหนักของท่านน้า ขอเพียงไม่ไล่ข้าเวลามาขอพักพิงก็ดีมากพอแล้วขอรับ”

ต่างคนต่างก็ถ่อมตนอยู่อย่างนั้นจนน่าหงุดหงิดใจสำหรับคนที่ยืนฟังอยู่รอบข้าง ถ่อมกันไปถ่อมกันมา จนกระทั่งหนี่หลิงต้องเดินออกมาจัดการเอง

 

“คุณชายน้อยเอาถุงเงินนี้ติดตัวเถิดเจ้าค่ะ ถุงนี้เดิมเป็นของท่านหญิง ในนี้หากมิใช่ข้าน้อยและคุณชายน้อยก็ไม่มีใครนำของออกมาได้ ถือว่าเป็นเครื่องรางให้คุณชายน้อยเดินทางปลอดภัยนะเจ้าคะ”

สุดท้ายเหม่ยจินเลยต้องรับมาแต่โดยดี ที่ผ่านมาแม้เขาจะดื้อเพียงใด แต่ก็ไม่เคยปฏิเสธหนี่หลิงได้สักครั้ง เพราะพี่สาวหนี่หลิงเป็นคนเลี้ยงเขามา

นางเคยเล่าให้ฟังว่า ขณะที่ท่านแม่คลอดเขาตอนนั้นท่านแม่สำเร็จเป็นกึ่งเซียนแล้ว จึงทำให้ร่างกายท่านแม่อ่อนแอเพราะคลอดเขาต้องพักฟื้นถึงหนึ่งปีเต็มๆ ถึงอย่างนั้นท่านแม่ก็ให้นมเขาได้ตรงเวลาตลอดไม่เคยปล่อยให้หิว

 

แม้เขาจะจำใบหน้าของท่านแม่ไม่ได้แล้ว แต่เหม่ยจินยังจำอ้อมกอดอบอุ่นของนางได้ดี ซ้ำยังจำได้ว่าเขาตื่นเต้นกับเวทย์มิติของท่านแม่เพียงใด

เหม่ยจินนั่งรถม้าที่ท่านหว้าอู ผู้ดูแลและองครักษ์ของเขาจัดหามาให้ ขณะที่หว้าอูขับรถม้า ตัวเขาก็เอนหลังพักผ่อนอย่างสบายอารมณ์ ในใจนึกมโนภาพว่าสิ่งใดกันที่ท่านแม่เขียนไว้ในจดหมาย

ในแผ่นดินใหญ่แห่งนี้แคว้นที่เหม่ยจินอาศัยอยู่ตอนนี้มีชื่อว่าแคว้นต้าซ่งตอนนี้เป็นแคว้นที่เรืองอำนาจมากที่สุดในแถบแคว้นทางเหนือของแผ่นดินใหญ่ ทางใต้ลงไปจนถึงทะเลจะมีอีกหลายแคว้นเล็กๆ

 

แต่ที่สำคัญคือใต้สุดนั้นมีแคว้นใหญ่นามว่าแคว้นฉี แคว้นซึ่งฮ่องเต้ต้าซีจิ้นเฟยผู้ซึ่งพรากแม่ไปจากเขาตลอดกาลปกครองอยู่

แม้เจ็บแค้นเพียงใดแต่เพราะเขาเคยเห็นสภาพสงครามและไม่อยากให้เกิดขึ้นอีก จึงทำได้เพียงเก็บความเจ็บแค้นไว้ในส่วนลึกของดวงใจ

เวลานี้เส้นทางการเดินทางไปยังบ้านเกิดของเขาจากเมืองหลวงแคว้นต้าซ่งไม่ลำบากอีกแล้ว เนื่องจากตอนนี้เป็นแผ่นดินเดียวกันซ้ำไฟสงครามยังมอดดับไปสิ้นจากแผ่นดินใหญ่แล้ว

 

แต่เพราะต้องเดินทางผ่านภูเขาหลายลูกทำให้การเดินทางล่าช้า ต้องเปลี่ยนไปขี่ม้าเมื่อเข้าสู่เขตภูเขา เพราะเขาได้เรียนรู้วรยุทธ์จากท่านหว้าอูและท่านลุงเขยตั้งแต่ยังเด็ก เลยสามารถใช้ชีวิตในยุทธภพได้อย่างสบายใจ แม้ไม่ได้มีสังกัดพรรคใดๆก็ตาม

“พักหน่อยเถิดขอรับ” หว้าอูเอ่ยขึ้นมาเมื่อเห็นอาทิตย์ลับขอบฟ้าแล้ว แม้เร่งเดินทางเท่าไรแต่ก็ใช้เวลาไปแล้วสามวันอยู่ดี เหม่ยจินได้แต่คิดว่าตัวเองน่าจะเดินทางออกมาเร็วกว่านี้สักนิด เพราะข้ามคืนนี้ไปก็จะเป็นวันครบรอบ20ขวบปีของเขาแล้ว

“อีกไกลหรือไม่ หากไม่ถึง100ลี้ เราเดินทางต่อเถิด”เหม่ยจินต้องพึ่งพาหว้าอูให้นำทาง เพราะท่านหว้าอูเคยมากับท่านแม่ครั้งหนึ่ง ตัวเขาเองก็เคยแต่ไปกับท่านแม่ผ่านทางเวทย์มิติ ซ้ำตอนที่จากถ้ำมาอายุก็เพิ่งจะ1ขวบปีจึงจำทางไม่ได้เลย

 

“ไม่ถึงร้อยลี้ขอรับ แต่...แต่ครานั้นข้าน้อยเฝ้าอยู่ด้านล่างของภูเขา ไม่อาจทราบได้ว่าถ้ำที่นายน้อยว่าอยู่ที่ใด” หว้าอูอธิบาย

“ช่างเถิด ข้ามีวิธีหา ไปกันให้ถึงเขาลูกนั้นก่อนเถิด”เหม่ยจินหลับตาลงก่อนจะสูดหายใจเข้าลึกๆ เขารู้สึกได้ว่าที่นั่นอยู่ไม่ไกลแล้วจริงๆ เขารู้สึกได้…

สายลมพัดพริ้มปลิวสะบัดปะทะร่างกายแกร่งที่กำลังห้อม้าข้ามผ่านทุ่งกว้างเอย ลำธารเอย ภูเขาเอย ผ่านภูเขาไปแล้วสองสามลูกกว่าจะมาถึงใต้น้ำตกแห่งหนึ่งโดยบังเอิญ

 

 

...

ซื้อนิยายคลิก!!!

นิยาย ตำนานรักดอกเหมย ภาคต้น

 

นิยาย ตำนานรักดอกเหมย ภาคปลาย ท่านหมอเซียนบุตรชายท่านมาตามหาแล้วขอรับ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 9 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

0 ความคิดเห็น