คัดลอกลิงก์เเล้ว

[SF SkyDragon] Don't hate me {100%}

โดย Life of ME

ก็แค่เป็นไม้กันหมาให้ วิ่งหนีด้วยกัน อย่าทำเป็นรังเกียจกันไปหน่อยเลยน่า

ยอดวิวรวม

427

ยอดวิวเดือนนี้

3

ยอดวิวรวม


427

ความคิดเห็น


1

คนติดตาม


3
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  6 พ.ค. 60 / 23:45 น.

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้
Don't hate me





ก็แค่เป็นไม้กันหมาให้ วิ่งหนีด้วยกัน
อย่าทำเป็นรังเกียจกันไปหน่อยเลยน่า















*เรื่องนี้เอามาลงแยกอีกรอบนะคะ มีการปรับปรุงแก้คำผิดเล็กน้อย ส่วนบทความรวมอันเก่าจะยังไม่ลบค่ะ*
b
e
r
l
i
n
?

เรื่องในตอนนี้ อัพเดท 6 พ.ค. 60 / 23:45

บันทึกเป็น Favorite




[SF SkyDragon]

Don’t hate me



มินิคูเปอร์สีเหลืองดำดูสะดุดตาจอดสนิทอยู่บริเวณหน้าตึกคณะศิลปกรรมศาสตร์ได้เพียงครู่หนึ่งก็มีบางคนที่อยู่ในรถเปิดประตูก่อนจะก้าวขาเรียวสวยออกมาช้าๆ อย่างไม่เร่งรีบ แล้วเดินไปเปิดท้ายรถเพื่อหยิบกระดาษเขียนแบบชุดที่จะต้องนำไปส่งอาจารย์ที่คณะของเธอ เมื่อตรวจดูว่าเอกสารครบแล้วจึงยื่นมือเรียวดันท้ายรถลงเพื่อปิด ก่อนจะเดินออกจากตรงนั้น



ฟิ้ว~



บ้าจริง” เธออุทานเบาๆ เมื่อลมที่พัดแรงพัดเอากระดาษเขียนแบบของเธอปลิวกระจัดกระจายไปทั่วบริเวณนั้น

และในขณะที่ดวงตาคู่สวยกำลังจับจ้องที่กระดาษโดยมองผ่านแว่นกันแดดสีชาเธอก็เหลือบมองไปข้างหน้าก็เห็นแลมโบกินีสีแดงสดที่กำลังพุ่งมาด้วยความเร็ว



เอี๊ยด!!



กรี๊ด!!” เสียงสูงแหลมของหญิงสาวหวีดร้องขึ้นด้วยความตกใจแต่โชคดีแลมโบกินีไม่ได้ชนเพียงแต่หยุดสนิทในระยะประชิดกับตัว จึงไม่ได้รับบาดเจ็บอะไร

เป็นอะไรมั้ยครับ?!” ชายหนุ่มเจ้าของรถรีบก้าวลงจากรถประคองตัวหญิงสาวอย่างที่เกือบโดนรถของเขาชนด้วยความเป็นห่วง

มะ...ไม่เป็นไรค่ะ” หญิงสาวหันตอบก่อนจะบิดหน้าหนีด้วยความเขินอายใบหน้าหล่อเหลาที่มีดวงตาสีน้ำตาลเข้มสวยน่าหลงใหล

.

.

.

แหวะ!” หญิงสาวผมสีน้ำตาลทองยาวสลวยที่สวมแว่นกันแดดสีชาและในมือถือกระดาษเขียนแบบที่ตอนนี้ยืนดูเหตุการณ์อยู่สักพักแล้วส่งเสียงออกมาด้วยท่าทางขยะแขยง ก่อนจะก้าวขาเรียวเดินจากไปปล่อยให้คนอีกสองคนนั่งทำหน้ามึนอยู่ตรงนั้น

 

 

 

Valentine’s Day

@คณะศิลปกรรมศาสตร์ สาขาแฟชั่นดีไซน์



หญิงสาวผมน้ำตาลทองยืนรับดอกไม้และช็อกโกแล็ตจากชายหนุ่มราว 5-6 คน ที่ยืนล้อมเธออยู่ เมื่อพวกเขาให้ของแล้วก็แสดงท่าทางเขินอายแล้วก็รีบเดินจากไป ต่างจากเธอเองที่เมื่อรับของเสร็จกลับทำหน้าตาเมินเฉยและกำลังเดินไปรวมกลุ่มกับเพื่อนๆ เธออีก 3 คน ด้วยท่าทางที่ไม่ค่อยจะดีใจที่ได้ของนัก แต่ไม่ทันที่จะเดินไปถึงก็ถูกร่างของใครบางคนมาชนเธออย่างจงใจ จนทำให้ช็อกโกแล็ตในมือชิ้นหนึ่งหล่นลงบนพื้น  เธอจ้องมองช็อกโกแล็ตที่หล่นลงไป แล้วหันมาจิกสายตาคมใส่อีกฝ่ายที่ลอยหน้าลอยตาจนน่าหมั่นไส้

อุ๊ยขอโทษนะ” คู่กรณีเอ่ยขอโทษอย่างไม่เต็มใจก่อนจะยิ้มเยอะคล้ายกับได้ชัยชนะ

เหอะ...อยากได้หรอ ช็อกโกแล็ตนี่น่ะ?” แชรินถามด้วยใบหน้าเรียบเฉยพร้อมก้มลงหยิบช็อกโกแล็ตที่ตกอยู่ที่พื้นออกแรงปาใส่หน้าอีกฝ่ายอย่างแรง

นี่เธอ!!!” หญิงสาวตรงหน้าตวาดใส่แชรินด้วยความโกรธที่โดนทำให้ขายหน้า

ก็เห็นว่าอยากได้เลยเอาให้ไง คงไม่มีใครให้ล่ะสินะ :)" พูดพร้อมกับยิ้มเยาะอย่างสะใจ ไม่ใช่แค่ชนะแต่ทำให้คนที่คิดว่าได้เปรียบทีแรกเสียหน้าได้อีกด้วย เธอจิกตามองอีกฝ่ายอย่างเหนือกว่าอีกครั้งก่อนที่จะเดินไปรวมกับกลุ่มเพื่อน

แก แก อีโอ๊ย!! กรี๊ดดด!!” หญิงสาวกรี๊ดออกมาด้วยความเกรี้ยวกราดที่ทีแรกเธอควรเป็นฝ่ายได้ชัยชนะแต่กลับโดนหักหน้าอย่างจัง

เฮ้ๆ คุณเป็นอะไรน่ะ ใครทำอะไรคุณ” จียงที่เดินผ่านแถวนั้นพอดีเอ่ยถามสาวในสต๊อกของเขา(?) ด้วยความตกใจกับท่าทางที่กำลังฟาดงวงฟาดงาของอีกคน

จียงโอปป้าขาายัยแชรินค่ะมันปาช็อกโกแล็ตใส่ฉัน” หญิงสาวซุกอกของจียงอย่างออดอ้อนพร้อมกับตีสีหน้าเศร้า

ยัยนั่นอีกแล้วหรอ” จียงบ่นอุบ พร้อมส่ายหน้าไปมาเบาๆ

 

 

 

4 สาวสุดฮอตของคณะที่กำลังถูกห้อมล้อมด้วยผู้ชายนับสิบคนที่ทั้งมอบดอกกุหลาบและช็อกโกแล็ตให้พวกเธอจนดูชุลมุนวุ่นวายไปหมด พวกเธอเองก็รับของมือเป็นระวิงทั้งที่ควรจะดีใจที่มีคนให้ของแต่ก็กลับทำหน้าเฉยชาเชิงรำคาญเสียด้วยซ้ำ

มินซี่จ๋ารับดอกไม้ของผมไว้หน่อยน้าา~

ดาร่าทำไมคุณต้องน่ารักขนาดนี้เป็นแฟนกับผมเถอะนะ”

บอมไปเดทกับผมเถอะนะ I love you baby~

ซีแอลให้โอกาสผมซักครั้งเถอะน้าา อย่าเย็นชาไปเลยนะคนสวย”

ชายหนุ่มนับสิบคนแย่งกันพูดจนฟังเกือบจะไม่ได้ศัพท์ หญิงสาวทั้ง 4 คน ไม่มีการพูดตอบโต้กับชายหนุ่มแม้แต่น้อยเพียงแต่รับของอย่างเบื่อหน่าย แต่ทุกคนก็ต้องชะงักเมื่อชายหนุ่มคนหนึ่งเดินผ่ากลางวงเข้ามา

นี่ซีแอลเธอทำอะไรน้องฮันนี่ของฉัน!” จียงตวาดใส่หน้าแชริน

“นั่นชื่อหรออย่างกับพวกตัวประกอบไม่มีบทพูด”

“นี่เธอ!” จียงออกสีหน้าไม่พอใจแทนเจ้าตัวที่ตอนนี้หายไปไหนก็ไม่รู้ คงจะจริง บทไม่มีจริงอย่างที่แชรินว่า(555)

ทำไมล่ะ ก็ยัยนั่นดูบทน้อยจริงๆ นี่นา แล้วก็เห็นว่าอยากได้ช็อกโกแล็ตเลยสงเคราะห์ก็แค่นั้นเอง” แชรินตอบพร้อมทำหน้าเชิงหาเรื่องจนอีกฝ่ายถึงกับคิ้วกระตุกด้วยความหงุดหงิด

แต่ไม่ทันที่จียงจะได้โต้กลับก็ถูกขัดจังหวะด้วยเสียงสูงแหลมของใครบางคน

พี่จียงขาาา!~~” หญิงสาวร่างท้วมใหญ่เจ้าของเสียงหวีดแหลมวิ่งกระแทกร่างทุกคนที่ขวางทางเธอจนกระเด็นไปอย่างไร้ทิศทาง

เฮ้ยยัยช้างน้ำเอ้ยเพรียว” จียงอุทานอย่างตกใจเมื่อเห็นหญิงสาวคนนั้นจะเผลอเรียกฉายาเธอออกมา

อะไรกันเรียกชื่อน้องผิดๆ อย่างนั้นได้ไง น้องชื่อเพรียวนะคะ!” หญิงสาวบ่นกับจียงด้วยท่าทางไม่พอใจที่เรียกชื่อเธอผิดๆ ถูกๆ “วันนี้พี่จียงยังไม่มีแฟนใช่มั้ยค่ะ วันนี้เป็นแฟนกับเพรียวนะคะ ><” เคราะห์กรรมของความเจ้าชู้เปลี่ยนแฟนวันละคนของเขาทำให้วันนี้เขาต้องหาทางแก้กับสถานการณ์นี้อย่างเร่งด่วน โชคดีที่หันไปเห็นตัวช่วยฉุกเฉินพอดี

เฮ้ยเอ่อ...อ่า...ฉันมีแล้ววันนี้ฉันมีแฟนแล้ว นี่ไงๆ แฟนฉัน!! จียงพูดกับเพรียวอย่างเลิกลั่กก่อนจะดึงร่างของแชรินเข้ามาแนบชิดกับตัวเขาโดยที่เจ้าตัวไม่เต็มใจ “งั้นฉันไปล่ะ บาย!” จียงพูดพร้อมรีบดึงมือของแชรินวิ่งหนีไปอย่างรวดเร็ว

 


CL’s part

 

จียงลากฉันขึ้นมาบนรถแลมโบกินีสีแดงสดของเขาก่อนที่เขาจะดูเร่งรีบกับการสตาร์ทเครื่องแล้วขับออกมาจากมหาลัย หมอนี่น่ะมีเด็กในสต๊อกเพียบเปลี่ยนแฟนทุกวันแทบไม่ซ้ำหน้ากันเลย อยู่นานหน่อยอาจสัก 3 อาทิตย์ นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่หมอนี่ลากฉันมาเป็นไม้กันหมา เพราะถ้าเขาไม่ชอบใครถ้าฉันอยู่แถวนั้นก็มักจะบอกว่าฉันเป็นแฟนของเขาในวันนั้นแล้วก็จะลากมาด้วยตลอด ทั้งที่ฉันกับหมอนี่ไม่ถูกขี้หน้ากันจะตาย แต่กลับเจอหน้ากันได้ทุกวี่ทุกวัน จะว่าไปไอ้ที่บอกว่าเปลี่ยนแฟนทุกวันคงไม่ใช่ล่ะมั้ง เรียกว่าคู่เดทหรือคู่นอนจะดีกว่า เพราะฉันยังไม่เคยเห็นหมอนี่ให้ความรักกับใครจริงๆ ซักครั้งเดียว

ฉันนั่งชิวๆ อยู่ในรถหรูของอีตาบ้าจียงที่ตอนนี้ดูอารมณ์ดีที่หนียัยเพรียวอะไรนั่นมาได้ เชอะลากฉันมาลำบากตั้งกี่ครั้งไม่เคยจะเห็นหมอนี่ขอบคุณจากใจสักที

หลังจากตัดพ้อกันตัวเองแล้วฉันมองออกไปนอกกระจกรถมองบรรยากาศรอบๆ อยู่พักหนึ่งก็เกิดนึกเอะใจขึ้น

นี่นายจะพาฉันไปไหน?” ฉันเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงทื่อๆ กับหมอนั่น อย่างเขาไม่จำเป็นต้องพูดดีๆ หรอก

ไปเดินเล่นชิวๆ ที่สวนสาธารณะกันมั้ย วันนี้อากาศดีด้วย” เขาตอบด้วยน้ำเสียงอารมณ์ดีแต่ก็แฝงด้วยความกวนประสาท

ฉันไม่ตอบเพราะรู้ว่าขัดอะไรไม่ได้ปล่อยให้เขาขับต่อ ขับมาไม่เท่าไหร่เราก็มาถึงสวนสาธารณะที่นี่ดูสงบร่มรื่นดี น่านั่งพักซักแปป และมันคงจะดีกว่านี้มากถ้าฉันไม่ได้มีหมอนี่อยู่ข้างๆ แต่ก็นะมาเหมือนเดิมเป๊ะจียงเอื้อมมือมาเปิดประตูให้ฉันแล้วก็พูดเหมือนกันทุกครั้งที่เขาพาฉันมาข้างนอก

เชิญครับ กลับเองนะผมจะเดินเล่นแถวนี้ก่อน ^^” เขาพูดพร้อมกับยิ้มยียวนกวนประสาทยั่วโมโหฉัน แต่ฉันชินซะแล้วหล่ะ

ฉันก้าวขาลงจากรถแล้วออกแรงปิดประตูก่อนจะรู้ตัวว่าฉันไม่มีเงินหรือของอะไรติดตัวมาเลย ตอนที่ฉันโดนหมอนั่นลากมาก่อนหน้านั้นฉันฝากของไว้ที่บอมออนนี่หมด “เวรเอ้ย!

 

[End CL’s part]

 

แชรินลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะตัดสินใจหันกลับไปเคาะกระจกรถแลมโบกินีราคาแพงเพื่อเรียกคนในรถ ซึ่งแน่นอนเขาได้ยินแต่ก็ทำท่าทีเมินเฉยไม่สนใจจนกระทั่ง...

กรี๊ดนั่นมันรถจียงโอปป้านี่นา!” เสียงหวีดแหลมของผู้หญิงคนหนึ่งดังขั้นเมื่อมองเห็นรถของจียง

จริงด้วยโอปป้ามาทำไมที่นี่นะ” หญิงสาวอีกคนถามขึ้น

มาเดทกับฉันเน่เลย ><” และอีกคนเริ่มพูดเสริม

ฉันต่างหากย่ะ!” และเริ่มเถียงกัน

เอ๊ะ แล้วยัยนั่นทีเคาะกระจกรถโอปป้าอยู่นั่นมันใครกัน?!” ขณะที่กำลังจะตีกันคนหนึ่งก็เริ่มเพ่งประเด็นไปที่แชริน

กรี๊ดกิ๊กใหม่หรอ!” ผู้หญิงอีกคนเริ่มเหวี่ยง

ฉันไม่ยอมนะ!” อีกคนหนึ่ง

โอปป้าเป็นของฉันคนเดียว!” อีกคน

จียงโอปป้าทำแบบนี้ไม่ได้นะ” และอีกคน

จียงเองเมื่อเห็นผู้หญิงหลายคนกำลังวิ่งกรูเข้ามาหาเขา ก็ตื่นตกใจแล้วลงจากรถล็อครถคว้ามือแชรินที่ยืนงงอยู่วิ่งหนีไปด้วยกันทันที

นี่นายลากฉันมาทำไมอีกเนี่ยไปหาแฟนคลับนายนั่นไป!” แชรินตะโกนใส่จียงทั้งที่เธอยังคงโดนลากอยู่

ขืนอยู่ให้จับได้ฉันก็ตายสิ แล้วฉันก็ต้องลากเธอมาเป็นไม้กันหมาด้วย” เขาตอบพร้อมกับวิ่งด้วยความเร็วสูง

พอวิ่งมาได้ซักพักก็ถึงสระน้ำที่มีให้บริการถีบเรือเป็ดอยู่ เมื่อเห็นว่าผู้หญิงพวกนั้นไม่ตามมาแล้วจียงจึงหันไปพูดกับแชรินด้วยใบหน้ายิ้มแย้มเหมือนเด็กๆ

ถีบเรือเป็ดกัน ^^” ใบหน้าระรื่นนั่นทำให้แชรินถึงกับถอนหายใจและมองมันอย่างเอือมๆ

“ไม่อะ...” เธอถูกเขาลากเดินไปหาพนักงานก่อนจะพูดจบ แล้วพนักงานก็อธิบายให้พวกเขาเข้าใจกับการเก็บเงินของวันนี้

วันนี้เรามีโปรโมชั่นพิเศษนะครับ ถ้ามาเป็นคู่รักเราลดครึ่งราคา มาด้วยกันหรือเปล่าครับ?” เขาพูดจบแล้วหันมาถามจียงและแชริที่ยืนข้างๆ กัน

จียงด้วยความที่อยากจ่ายเพียงครึ่งราคาจึงเอื้อมมือไปโอบไหล่แชรินแล้วดึงตัวเธอให้ชิดกับเขาก่อนจะหอมแก้มเธอโดยไม่ได้รับอนุญาตอย่างรวดเร็ว “ใช่ครับ เราเป็นคู่รักกัน ^^” จียงพูดพร้อมกับยิ้มให้พนักงานคนนั้น

นะ...นี่นาย! *-*!” แชรินหันไปทำหน้าไม่พอใจใส่อีกฝ่าย เขาจึงค่อยๆ ก้มหน้าลงมากระซิบข้างหูแชริน

เงียบเถอะน่า อยากโดนมากกว่านี้หรอยัยหมวย ^^” พูดจบเขาก็ค่อยๆ เลื่อนหน้าออกมาแล้วส่งเงินให้พนักงาน “นี่ครับ

คู่คุณนี่น่ารักดีนะครับ” เขาพูดพร้อมกับยิ้มให้

ผมรู้ดีครับ” เขาตอบ ก่อนหันไปถามแชริน “เอาเป็ดตัวไหนดี...เอาสีชมพูนะ โอเค

นายไม่ให้ฉันเลือกแล้วจะถามทำไมกันตาบ้า”

ทั้งสองขึ้นเรือเป็ดแล้วถีบไปเรื่อยๆ รอบสระน้ำคนนึงก็ดูมีความสุขสนุกดี แต่อีกคนกลับเบื่อหน่ายพร้อมถอนหายใจรัวๆ ให้คนข้างๆ ถีบไปได้ประมาณกลางสระพวกเขาก็ต้องช็อคอีกครั้งเมื่อหันกลับไปที่จุดจ่ายเงินค่าเรือเป็ด เพราะว่าตรงนั้นมีผู้หญิงนับสิบคนยืนออกันอยู่

วันนี้เรามีโปรโมชั่นพิเศษนะครับ ถ้ามาเป็นคู่รักเราลดครึ่งราคา มาด้วยกันหรือเหล่าครับ?”

เราเป็นคู่เลสกันค่ะ!” ผู้หญิงสองคนตอบ

เราก็คู่เลสค่ะ!” ผู้หญิงอีกสองคนก็ตอบเหมือนกัน เมื่อผู้หญิงสี่คนลงเรือไปพนักงานก็ต้องรีบหยุดคนที่เหลือไว้

ตอนนี้เรือเป็ดหมดแล้ว เหลือแต่เรือแคนนูนั่งได้สามคนครับ

ได้ค่ะ!” ผู้หญิงสามคนรีบจ่ายเงินแล้วขึ้นเรือแคนนูไป

เรือแคนนูมีลำเดียวนะครับ ขอโทษด้วยนะครับตอนนี้ไม่มีเรือแล้ว...

ไม่เป็นไร ฉันว่ายน้ำได้!

งั้นห่วงยางอยู่ทางนั้นนะครับ... อ้อ คำเตือนระวังนะครับในน้ำมีปลาดุกที่นี่เคยมีประวัติคนโดนปลาดุกกัดนิ้วเพราะเอาปลาทาโร่ให้ ถึงจะไม่เป็นอะไรมากแต่ก็ขอให้ระวังนะครับ

รับทราบค่ะไปพวกเรา” ว่าจบหญิงสาวอีกสามคนก็กระโดดน้ำว่ายตามคนอื่นๆ ไปอย่างทุลักทุเล

เมื่อผู้หญิงพวกนั้นเริ่มออกตัวกันจียงและแชรินก็มาถึงอีกฝั่งพอดีพวกเขารีบวิ่งหนีต่อจนมองไม่เห็นผู้หญิงพวกนั้น พอเห็นว่าทางสะดวกแล้วแชรินจึงดึงมือของจียงให้หยุดวิ่ง

นี่จียงฉันเหนื่อยแล้วหิวน้ำด้วย ขอซื้อน้ำก่อนได้มั้ย” แชรินพูดกับจียงด้วยอาการเหนื่อยหอบ

ฉันก็หิวน้ำเหมือนกัน งั้นไปซื้อน้ำกินกัน” เขาพูดพร้อมกับมองหาร้านขายน้ำแต่ก็ดันไปเจอร้านขายสายไหมเข้า ไม่รู้เพราะอะไรแต่วันนี้แลเขาจะเป็นเด็กน้อยเอามากๆ เลยหันมาพูดกับแชรินด้วยท่าทางแบบเด็กๆ ว่า “อยากกินสายไหมอะ อยากกิน อยากกิน ><

นายนี่เป็นเด็กหรือเปล่าเนี่ย -_-!” แชรินบ่นพร้อมกับใบหน้าที่ดูเหนื่อยหน่ายกับเด็กน้อยในร่างผู้ใหญ่นี่เต็มทน

พี่ครับ สายไหมสองไม้ครับ” พูดไม่ทันขาดคำเจ้าตัวก็หันไปสั่งสายไหมซะแล้ว

อุ๊ยหล่ออะ น่ารักอ่า...นี่ค่ะพ่อรูปหล่อ ><” คนขายที่เป็นผู้ชายรูปร่างกำยำที่จิตใจเป็นหญิง(ออกแนวที่เขาเรียกกันกระเทยควาย)พูดกับจียงเสียงแหลมน่าสยองก่อนจะส่งสายไหมให้โดยถือวิสาสะลูบมือของจียงด้วยตอนส่งสายไหมให้เล่นเอาชายหนุ่มขนลุกขุนพองกันเลยทีเดียว ส่วนแชรินน่ะหรอก็แอบกลั้นหัวเราะอยู่ด้านหลังเขา

 “นี่เธอ กินมั้ย?” เมื่อทั้งสองเดินผ่านร้านสายไหมมาได้นิดหน่อยจียงก็หันมาพูดกันแชรินพร้อมกับยื่นสายไหมให้

 

นี่นายฟังภาษาคนไม่รู้เรื่องหรอฉันว่าฉันบอกนะว่าฉันหิวน้ำ แล้วจะให้กินสายไหมเนี่ยนะเหนียวคอแย่” เธอพูดกับเขาอย่างไม่เป็นมิตรพร้อมกับเดินต่อไปข้างหน้าเรื่อยๆ จียงก็ส่ายหัวไปมาอย่างช่วยไปได้แล้วเดินกินสายไหมต่อ พอเดินไปสักพักก็พบกับเด็กผู้ชายอายุราวๆ 5 ขวบกำลังยืนร้องไห้อยู่ โดยที่ตรงใกล้ๆ กับเด็กคนนั้นมีไอศกรีมช็อคโกแล็ตตกอยู่ที่พื้น จียงเห็นเลยค่อยๆ เดินเข้าไปหาเด็กคนนั้น

ว่าไงหนู ไอศกรีมตกหรอ?” เขาพูดด้วยท่าทางดูเป็นมิตรพร้อมกับยิ้มน้อยๆ ให้

ครับ...ฮึกๆ...” เด็กชายตอบเสียงสะอื้น

อะนี่ พี่ให้ ถือว่าแทนไอศกรีมที่หล่นไปนะ” จียงพูดก่อนยื่นสายไหมที่อยู่ในมือไม้หนึ่งยื่นให้เด็กน้อยพร้อมกับยิ้มอย่างอ่อนโยนให้ เด็กคนนั้นรับไปก่อนจะค่อยๆ ยิ้มตอบกลับมา

ขอบคุณนะครับ พี่ชาย รักกับพี่สาวนานๆ นะครับ” เด็กน้อยพูดอย่างไร้เดียงสาก่อนจะวิ่งหายไปอย่างมีความสุข

แชรินที่ยืนดูเหตุการณ์อยู่ข้างหลังจียงถึงจะอยากบอกเด็กน้อยว่าเธอไม่ใช่แฟนเขาแต่เด็กคนนั้นก็ไปเสียแล้ว เธอเลยได้แต่แอบอมยิ้มให้กับความน่ารักน่าเอ็นดูของทั้งคู่ซึ่งพอจียงหันกลับไปก็แอบเห็นแชรินอมยิ้มอยู่

ง่ำๆ ไม่กินจริงดิ” จียงถามแชรินพร้อมกับกินสายไหมที่อยู่ในมือไปด้วย

ก็บอกว่าไม่เอาไง ไปต่อเถอะน่าเดี๋ยวผู้หญิงของนายก็ตามมาทันอีกหรอก” แชรินพูดจบก็เดินนำหน้าจียงไป

คร้าบๆ”





 

เมื่อทั้งสองเดินต่อได้ไม่เท่าไหร่ก็ได้ยินเสียงสูงแหลมไล่หลังมาอีกครั้ง

จียงโอปป้า!! ~~” เสียงผู้หญิงหลายคนที่กำลังวิ่งไล่พวกเขามานั่นเอง

เวรแล้วหนีเร็ว!” อีกครั้งที่จียงหันไปพูดกับแชรินพร้อมกับจับมือพาวิ่งไปด้วยกัน เขาพาอีกคนวิ่งมาประมาณร้อยเมตรก็ดึงแชรินเข้าไปหลบหลังพุ่มไม้ที่อยู่ข้างทาง

ยัยพวกนี้นี่ตามไม่เลิกจริงๆ แล้วดูสิบางคนยังตัวเปียกอยู่เลย” แชรินกระซิบคุยกับจียงที่นั่งอยู่ข้างๆ

ชู่ๆ อย่าพูดดังสิ” พูดไม่ทันขาดคำก็ได้ยินเสียงผู้หญิงพวกนั้นพูดกันทั้งที่พวกเธอก็ยังคงวิ่งอยู่

จียงจียงโอปป้า อยู่ไหนกัน ออกมานะวันนี้โอปป้าต้องไปเดทกับฉัน!!” ในใจได้แต่คิดว่านี่เขาเล่นเกมส์วิ่งหนีซอมบี้อยู่หรืออย่างไร ทำไมถึงได้ตามไม่เลิกแบบนี้เหมือนหนีเท่าไหร่ก็ไม่พ้น

เมื่อจียงรู้สึกว่าผู้หญิงพวกนั้นวิ่งไปไกลแล้วจึงพูดกับแชรินให้หนีต่อ จนเมื่อวิ่งต่อได้สักพักก็เห็นผู้หญิงพวกนั้นวิ่งสวนมาในทางเดียวกับที่พวกเขากำลังจะไป ตอนนั้นเองจียงก็มองไปเห็นคุณลุงคนหนึ่งกำลังนั่งอ่านหนังสือพิมพ์อยู่ที่ม้านั่งทางข้างหน้าที่พวกเขากำลังจะวิ่งไปถึง

คุณลุงครับผมขอยืมแปปนะ” พูดจบจียงก็คว้าหนังสือพิมพ์ในมือคุณลุงมาปิดหน้าไว้ทำทีเป็นอ่าน “นี่แชริน หันหลังสิ หันหลัง!” เขาหันไปบอกกับแชริน

ฮะๆ หันหลังหรอ ได้ๆ” เธอหันหลังตามที่เขาบอกอย่างงงๆ โชคดีที่คนพวกนั้นไม่ทันได้สังเกตุแชรินและไม่เห็นหน้าจียงพวกเธอเลยวิ่งผ่านไปอย่างรวดเร็ว จียงเมื่อเห็นว่าผู้หญิงพวกนั้นไปแล้วจึงหันไปขอบคุณคุณลุงที่ให้ยืมหนังสือพิมพ์(แบบงงๆ)แล้วเขาก็จับมือแชรินแล้วรีบวิ่งกลับไปที่รถทันที

เมื่อมาถึงรถจียงก็ให้แชรินขึ้นรถไปด้วยและสตาร์ทรถขับออกจากที่นั่นอย่างรวดเร็วก่อนจะหันไปพูดกับเธอด้วยรอยยิ้ม

ไปดินเนอร์กัน”

 “ฮะ?” เธอแทบไม่เชื่อหูตัวเองว่าศัตรูคู่อาฆาตตลอดกาลของเธอจะชวนเธอไปดินเนอร์ด้วยกันงั้นหรอ

 

 

 

ไม่เข้าใจหรือไง ฉันชวนเธอไปดินเนอร์ด้วยกันอยู่นะ” เขาพูดพร้อมกับขับรถไปด้วย

นายบ้าหรือเปล่าเนี่ย ฉันเกลียดขี้หน้านายจะตาย อยู่ๆ จะมาชวนไปดินเนอร์เนี่ยนะ?” เธอพูดกับเขาอย่างไม่เชื่อหูตัวเอง เธอหูฝาดไปแน่ๆ คนอย่างเขาไม่มีทางทำดีกับเธอหรอก

ก็วันนี้เธออุตส่าห์มาวิ่งหนีเป็นเพื่อนฉันนี่ ก็เลยอยากจะเลี้ยงตอบแทนซะหน่อย” คำพูดและรอยยิ้มที่ดูสดใสของเขาที่ไม่ค่อยได้เห็นบ่อยๆ ถูกส่งมาให้เธอ ทำให้ต้องบิดหน้าหนีเพราะกลัวจะหลงใหลในรอยยิ้มและใบหน้าที่สดใสนั่น

ละ...แล้วทำไมฉันต้องไปด้วยฉันไม่หิวซะหน่อย” เธอพูดเชิงปฏิเสธเขา

 

คร๊อก~

 

มะ...ไม่ใช่เสียงท้องฉันร้องหรอกนะ!” เธอรีบปฏิเสธแต่แน่นอนว่าไม่เนียน

โกหกไม่เนียนเลยนะซีแอล” เขาพูดพร้อมกับยิ้มเยาะเธอที่ตอนนี้หน้าขึ้นสีจางๆ เพราะเสียงท้องร้องตัวเองเมื่อครู่

 

แปะ!

 

เม็ดฝนเม็ดเล็กๆ ที่ตกลงบนกระจกหน้ารถทำรู้ว่าฝนกำลังตกและอาจจะตกหนักขึ้นเรื่อยๆ เมื่อมองดูเมฆดำทมิฬบนท้องฟ้าแล้ว และใช่ ฝนตกลงมาอย่างต่อเนื่องและแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง จนรถหลายคันที่ขับอยู่ในเส้นทางเดียวกันก็ต้องจอดหลบข้างทาง เพราะถ้าฝืนขับต่ออาจเป็นอันตรายได้

จียงเองก็เช่นกัน เขาเบี่ยงรถมาจอดข้างทางเพราะไม่กล้าเสี่ยงที่จะขับต่อ...ยิ่งมีเธอนั่งมาด้วยเขายิ่งไม่กล้าเสี่ยง

ทั้งคู่ต่างมอบความเงียบสงัดให้แก่กัน เสียงที่ได้ยินตอนนี้มีเพียงเสียงของพายุฝนที่โหมกระหน่ำอยู่นอกรถเท่านั้น จนเวลาผ่านไปซักพักแชรินก็เป็นฝ่ายเริ่มพูดทำลายความเงียบในรถขึ้น

ฝนตกหนักขนาดนี้ไม่หยุดง่ายๆ แน่ นี่ฉันต้องตกอยู่ในรถนี่กับนายอีกนานแค่ไหนกันเนี่ย!” เธอพูดด้วยน้ำเสียงที่ดูไม่สบอารมณ์เล็กน้อยหารู้ไม่ว่านั่นกลับกระทบจิตใจของคนข้างๆ เธอ

ทำไมล่ะ ติดอยู่ในรถกับฉันแค่สองคน มันน่ารังเกียจมากหรือไงฮะ” เขาพูดตอบด้วยสีหน้าท่าทางเย็นชาลงอย่างเห็นได้ชัดเมื่อเทียบกับก่อนหน้านี้

ใช่นายน่ะมันน่ารังเกียจ ไอ้พวกผู้ชายคาสโนว่าที่หลอกกินผู้หญิงไปวันๆ อย่างนายฉันขยะแขยะที่สุดคนอย่างนายเคยรักใครจริงหรือเปล่าก็ไม่ระ...” ด้วยความที่สุดจะทนของจียง เขาจึงเลือกจะหยุดคำพูดที่ออกจากปากสวยๆ ของแชรินด้วยริมฝีปากหยักลึกได้รูปของเขาแล้วมอบจูบที่สื่อความรู้สึกประหลาดจนเธอไม่อาจคาดการณ์อะไรได้จากจูบนั้น มันเย็นชาแต่ก็เกรี้ยวกราด อ่อนไหวแต่ก็รุ่มร้อนและจริงจัง เขาบดปากกับริมฝีปากบางของอีกฝ่ายพร้อมทั้งดึงตัวเธอเขามาแนบชิดกาย

แชรินเบิกตากว้างด้วยความตกใจก่อนจะพยายามปลุกตัวเองให้ตื่นจากภวังค์ เมื่อตั้งสติได้ก็รีบผละตัวออกจากเขาออกแรงผลักคนข้างหน้าอย่างสุดแรงจนเขากระแทกกับประตูรถ เธอเปิดประตูรถก้าวออกจากรถทันที แต่ก็ไม่ลืมที่จะหันกลับมาสบถเสียงใส่เขาด้วยความโมโหที่ถึงขีดสุด

คนอย่างนายก็ทำได้แค่เรื่องแบบนี้นั้นแหละ ไอ้คนอย่างนายมันไม่มีทางได้หัวใจใครแน่ๆ!!” พูดจบก็ออกแรงดันประตูรถให้ปิดอย่างแรงโดยไม่สนใจราคาที่แพงแสนแพงของมันแม้แต่น้อย

เธอก้าวขาฉับๆ เดินจากไปทันทีทั้งที่ตอนนี้ฝนยังคงตกหนักอยู่ไม่ซาลงแม้แต่น้อย ส่วนจียงเองเมื่อเธอสบถเสียงใส่เขาเขาจะอยู่เฉยๆ ได้อย่างไร ชายหนุ่มทึ้งหัวตัวเองครั้งหนึ่งเพราะการกระทำไร้สติของตนเองเมื่อครู่ก่อนรีบเปิดประตูรถวิ่งตามไปคว้าตัวเธอไว้แล้วกอดจากด้านหลังล็อคตัวเธอไว้แน่นไม่ให้ไปไหน

เธอจะไปไหน เงินก็ไม่มี โทรศัพท์ก็ไม่มีไม่ใช่หรอ แล้วฝนตกหนักขนาดนี้อีก!” เขาพูดกับเธอพร้อมใช้ลำแขนแกร่งล็อคเธอเอาไว้

เรื่องของฉัน ปล่อยเดี๋ยวนี้!” เธอพยายามจะดิ้นให้หลุดจากการเกาะกุมของเขาแต่ดูเหมือนจะไม่เป็นผลเลยสักนิด

ฉันไม่ปล่อยแล้วถ้าเธอยังไม่หยุดดิ้นฉันจะจูบเธอตรงนี้เนี่ยแหละ!” เขาพูดขู่เธอด้วยน้ำเสียงดูจริงจังมากๆ จนเธอต้องหยุดนิ่งด้วยความลังเล

นะ...นายจะบ้ารึไง นี่มันข้างถนนนะ คนขับรถผ่านตลอดจะบ้าหรือไงฮะ” เธอยังคงเถียงเขาและยังคงพยายามดิ้นให้หลุดต่อไป

อย่าคิดว่าฉันไม่กล้านะ ลี แชรินถ้าไม่อยากโดนฉันจูบที่ข้างถนนนี่ก็กลับไปขึ้นรถแล้วไปดินเนอร์กับฉันเดี๋ยวนี้!” เขาพูดด้วยสีหน้าจริงจังจนดูน่ากลัว

“...” เธอนิ่งไปด้วยความลังเลอีกครั้งหนึ่ง

ว่าไง”

กะ...ก็ได้” เมื่อได้ยินคำตอบของเธอเขาจึงค่อยๆ ปล่อยเธอออกจากการเกาะกุมแล้วดึงมือเธอให้กลับไปขึ้นรถ ปิดประตูก่อนรีบวิ่งไปประจำที่คนขับ

แค่นี้ก็จบเรื่อง” พูดก่อนถอนหายใจยาวๆ ครั้งหนึ่งให้กำความดื้อด้านของผู้หญิงข้างๆ

แล้วจะไปดินเนอร์ทั้งที่ตัวเปียกแบบนี้เนี่ยนะ?” เธอหันไปถามเขาที่เริ่มสตาร์ทรถเพราะตอนนี้ฝนเริ่มซาลงจนสามารถขับรถต่อได้แล้ว

ก็เพราะเธอเล่นหนีไปแบบนั้นไง ทำเอาฉันเปียกไปด้วยเลย ไหนๆ เปียกแล้วก็ดินเนอร์มันทั้งอย่างนี้แหละ... ว่าแต่เธอตอนตัวเปียกนี่เซ็กซี่ชะมัด แล้วยิ่งทำตัวดื้อเมื่อกี้อีก มันน่าจับมาลงโทษซะให้ได้” เขาพูดพร้อมกับมองเธอหัวจรดปลายเท้าด้วยสายตาที่มีเลศนัยจนน่าขนลุก จะไม่ให้เขาพูดว่าเธอเซ็กซี่ได้ยังไงในเมื่อเธอใส่เสื้อนักศึกษาที่ถึงแม้จะไม่ได้รัดหรือบางอะไรมากมายแต่ฝนที่ตกหนักจนตัวเธอเปียกขนาดนั้นก็ทำให้สามารถมองเห็นสัดส่วนโค้งเว้าของเธอได้อย่างชัดเจน “ฉันเริ่มไม่อยากไปดินเนอร์ที่อื่นซะแล้วสิ ตรงนี้เลยแล้วกัน

นี่ไม่ต้องมามองด้วยสายตาน่ารังเกียจแบบนั้นเลยนะ ขับรถไปสิ!” เธอตะคอกใส่เขาอย่างไม่พอใจและเขินเขา(?) พร้อมกับยกมือขึ้นปิดร่างกาย ซึ่งแน่นอนว่าปิดไม่มิด

ก็ได้ๆ” รอยยิ้มและใบหน้ากวนประสาทนั้นถูกมอบให้เธอก่อนที่เขาจะหันกลับไปขับรถต่อ

 

 

 

@ภัตตาคาร

 

ภัตตาคารสุดหรูระดับ 5 ดาว ที่ตั้งอยู่ใจกลางเมือง ที่ไม่ใช่ว่าทุกคนจะเข้าได้ คนที่เข้าได้จะต้องเป็นคนที่เรียกว่าถ้าไม่รวยระดับมหาเศรษฐีก็คงต้องเส้นใหญ่มีอำนาจเอาเรื่อง และพวกที่เป็นบุคคล V.I.P เท่านั้นถึงจะเข้าได้ แชรินกวาดสายตามองไปทั่วภัตตาคารอย่างสนใจ แต่ก็ต้องเก็บอาการไว้ไม่ให้ถูกจียงแซวได้ ที่นี่ของทุกอย่างถูกจัดวางไว้อย่างสวยงามหรูหราและโรแมนติกมากๆ ซึ่งโอกาสจะได้มาที่แบบนี้มีไม่บ่อยนัก

ผมขอโต๊ะสำหรับสองคนครับ” จียงพาแชรินมาหยุดอยู่หน้าเคาน์เตอร์เพื่อจองโต๊ะ แต่พนักงานผู้ชายกลับมองเขาด้วยสายตาครุ่นคิดก่อนพูดตอบไป

ขอโทษนะครับโต๊ะเต็มหมดแล้วคุณได้จองไว้หรือเปล่าแล้วคุณเป็นลูกค้า V.I.P หรือเปล่าครับ?” พนักงานถามยาวด้วยใบหน้าไม่รับแขก ซึ่งนั่นเองทำให้จียงเกิดอาการไม่พอใจทันที

นี่จำฉันไม่ได้หรอฉันคว็อน จียง พ่อฉันเป็นเจ้าของที่นี่ ลืมแล้วหรือไงฮะ?” จียงขมวดคิ้วเล็กน้อยอย่างไม่พอใจ ซึ่งนั่นทำเอาพนักงานชายหน้าถอดสีเลยทีเดียว

ขอโทษครับๆ คุณจียงเรามีโต๊ะครับ เอาโซนไหนดีครับ?” เขารีบโค้ง 90 องศาให้จียงอย่างรวดเร็วก่อนจะถามเขาเกี่ยวกับโต๊ะ

เอาตรงที่ติดกับกระจกเห็นวิวทั้งกรุงโซล ที่พ่อชอบนั่งนั่นแหละ

ครับๆ งั้นเชิญทางนี้เลยครับ” พนักงานชายพูดพร้อมกับเดินนำพวกเขาทั้งสองไปที่โต๊ะที่อยู่ในโซนที่ไม่ค่อยมีคนสักเท่าไหร่ นี่เป็นโซนที่โรแมนติกที่สุดของภัตตาคารนี้ ที่สามารถมองเห็นทิวทัศน์กรุงโซลตอนกลางคืนได้ทั้งเมือง ไฟจากตึกในเมืองและรถที่แล่นพลุกพล่านในตัวเมืองกลับทำให้บรรยากาศดูโรแมนติกมากขึ้นเมื่อมองจากมุมสูงบนภัตตาคาร

ชอบที่นี่มั้ย?” จียงเริ่มเปิดการสนทนาขึ้นก่อน หลังจากทั้งคู่เงียบอยู่พักหนึ่ง

ชอบสิ ที่นี่สวยมากเลย ดูโรแมนติกมากๆ อีก” ไม่น่าเชื่อว่าหลังจากที่แชรินพูดจบเธอก็หันมามอบรอยยิ้มที่สดใสของเธอให้กับจียง จนเขาต้องเบือนหน้าหนีให้กับรอยยิ้มนั้นเพราะกลัวใจจะสั่นไปมากกว่านี้

งั้นหรอ... รู้มั้ยฉันไม่เคยพาใครมาที่นี่เลยนะ เธอเป็นคนแรก” เขาพูดพร้อมหันกลับมายิ้มบางๆ ให้เธอ

จริงหรออย่างนายเนี่ยนะจะไม่เคยพาใครมาเลย แล้วทำไมฉันถึงได้มาที่นี่ล่ะ?” แชรินถามพร้อมกับทำท่าทางสงสัยที่ออกจะดูน่ารักซะมากกว่า จนจียงเองก็อดยิ้มให้ความน่ารักของเธอไม่ได้

จริงสิ ฉันไม่เคยพาใครมาเลย...และที่ฉันพาเธอมาก็เพราะอยากจะขอบคุณน่ะ ฉันขอบคุณเธอมากนะที่วันนี้มาช่วยฉันหนียัยพวกนั้น”

นี่ฉันไม่ฝันไปใช่มั้ยนายขอบคุณฉันเนี่ยนะ?” แชรินพูดอย่างไม่เชื่อหูตัวเอง เกิดมาก็เพิ่งได้ยินคำว่าขอบคุณออกจากปากคนตรงหน้า

ฮ่าๆ เธอไม่ได้ฝันหรอก ฉันขอบคุณเธอจริงๆ นะ” จียงยิ้มอย่างอ่อนโยนให้กับแชรินอีกครั้ง และเมื่อทั้งคู่เงียบไปสักพักจียงก็เอ่ยทำลายความเงียบของการสนทนาขึ้น “นี่รู้มั้ย ที่โต๊ะนี้น่ะ เป็นที่ที่พ่อของฉันขอแม่แต่งงาน ฉันน่ะอิจฉาพวกท่านมากที่ได้มีโอกาสแบบนั้น” จียงผุดรอยยิ้มเบาบางขึ้นบนใบหน้าเมื่อเขาพูดจบก่อนจะหันมามองที่อีกฝ่าย

อือใช่ น่าอิจฉาอยู่

ลี แชริน” ดวงตาคมจ้องลึกเข้าไปในดวงตาอีกคน สื่อความหมายที่ซื่อตรงชัดเจน เหมือนจะบอกว่าสิ่งที่อยู่ในใจเขาตอนนี้นั้นคือเรื่องจริง ออกมาจากใจของเขาจริงๆ ไม่มีการเสแสร้ง

ฮะอะไรกันทำไมต้องเรียกด้วยชื่อเต็มยศขนาดนั้นด้วย?” เธอตกใจเล็กน้อยเมื่อเขาเรียนชื่อเธอแบบนั้น แล้วอยู่ดีๆ ก็ยื่นมือมากุมมือทั้งสองข้างของเธอไว้ก่อนจะพูดด้วยสีหน้าจริงจังหากแต่ก็อ่อนโยนในเวลาเดียวกัน ซึ่งในตาคู่นั้นของเขาช่างดูน่าหลงใหลและดูจริงใจกับคำพูดที่ออกมามาก

เป็นแฟนกับฉันนะ"

ฮะ?








THE ENDING IS UP TO YOU

 



 

 






Open:14/02/14
Closed:04/05/14


B
E
R
L
I
N
?

ผลงานเรื่องอื่นๆ ของ Life of ME จากทั้งหมด 7 บทความ

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

1 ความคิดเห็น

  1. #1 NiNEw
    วันที่ 24 ธันวาคม 2560 / 15:25
    น่ารัก....
    #1
    0