คัดลอกลิงก์เเล้ว

[SF SkyDragon] Love Song {100%}

โดย Life of ME

ขอบคุณเพลงรักที่ทำให้เราได้เจอกัน...

ยอดวิวรวม

261

ยอดวิวเดือนนี้

2

ยอดวิวรวม


261

ความคิดเห็น


0

คนติดตาม


2
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  8 พ.ค. 60 / 18:20 น.

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้
I hate this love song










ขอบคุณเพลงรักที่ทำให้เราได้เจอกัน...



















*เรื่องนี้เอามาลงแยกอีกรอบนะคะ แต่บทความรวมอันเก่าจะยังไม่ลบค่ะ*
themy  butter

เรื่องในตอนนี้ อัพเดท 8 พ.ค. 60 / 18:20

บันทึกเป็น Favorite



[SF SkyDragon]

Love Song

 

ชายหนุ่มบุคลิกธรรมดาๆ คนหนึ่ง สะพายกีต้าร์คู่ใจมาหยุดอยู่ที่ใต้ต้นไม้ใหญ่ที่ตั้งตระหง่านบนเนินเขาเตี้ยๆ แห่งหนึ่ง เสียงนกร้องเบาๆ คลอกับเสียงใบไม้ที่พัดปลิวลู่ลมให้ความรู้สึกสงบอย่างไม่อาจอธิบายได้ ชายหนุ่มประครองกีต้าร์สีดำคู่ใจของเขาออกจากกระเป๋าอย่างเบามือ วางกระเป๋าลงข้างๆ เขายิ้มอย่างอ่อนโยนให้คนเบื้องหน้าน้อยๆ ก่อนจะเริ่มบรรเลงกีต้าร์พร้อมร้องเพลงให้เธอฟังด้วยใบหน้าเปี่ยมด้วยความสุข

เขามีความสุขทุกเวลาเมื่อได้อยู่กับเธอ เธอเป็นคนที่ทำให้โลกที่หมองหม่นของเขาสดใสอยู่เสมอ เขาจึงอยากจะมอบเพลงนี้และสิ่งนี้ให้กับเธอ เมื่อเล่นจบไปเพลงหนึ่งเขาก็ก้มลงหยิบบางอย่างในกระเป๋ากีต้าร์ที่อยู่ด้านข้างของเขา กระเป๋ากีต้าร์กำมะหยี่สีดำสนิทดูลึกลับที่ตอนนี้ถูกปกคลุมด้วยใบไม้สีเหลืองแกมส้มเล็กน้อย เขาหยิบกล่องสี่เหลี่ยมเล็กๆ สีขาวออกมาจากกระเป๋ากีต้าร์ นั่นคือกล่องใส่ปิ๊กที่เขาชอบใส่ปิ๊กกีต้าร์อันโปรดไว้ในนั้นเสมอและบางครั้งเขาอาจใส่ของสำคัญๆ ไว้ในนั้นด้วย ซึ่งบางคนอาจมองว่าเป็นกล่องไร้ค่าแต่กลับมีค่ามากสำหรับเขา ซึ่งวันนี้เขาใส่ของสำคัญที่จะมอบให้เธอเอาไว้

นิ้วเรียวค่อยๆ หยิบแหวนสีเงินเงาสวยที่มีหัวแหวนเป็นเพชรเม็ดเล็กๆ ออกมาจากกล่องมองมันด้วยรอยยิ้มก่อนที่จะคุกเข่าลงต่อหน้าเธอที่เขารักแล้วเอ่ยคำบางคำออกมาพร้อมกับใบหน้าที่เปื้อนยิ้ม

ลี แชริน...แต่งงานกับผมนะ

 

 

 

ปีก่อน

 

ถนนคนเดินที่มีผู้คนพลุกพล่านจอแจตั้งอยู่ในย่านชื่อดังของเกาหลีใต้นั้นยังมีหญิงสาวคนหนึ่งเดินเล่นมองดูบรรยายกาศรอบๆ อย่างสบายอารมณ์ เธอเดินตามทางมาเรื่อยๆ ก็ได้ยินเสียงบางอย่างที่สะดุดหูเธอจึงเดินตามหาต้นเสียงที่เธอสนใจ เดินไม่เท่าไหร่ก็มาที่ศูนย์กลางของถนนคนเดินแห่งนี้ มันเป็นที่โล่งกว้างที่มีน้ำพุอยู่ตรงกลาง เธอมองตรงไปยังน้ำพุนั้นก็เห็นชายหนุ่มผมทองคนหนึ่งยืนเล่นกีต้าร์อยู่ข้างหน้าน้ำพุนั่นโดยมีกระเป๋ากีต้าร์กำมะหยี่สีดำสนิทกางอยู่ข้างหน้า ในนั้นมีเพียงเศษเหรียญและธนบัตรจำนวนเล็กน้อยเท่านั้น ‘ทำไมกันนะทั้งที่เล่นเพราะขนาดนั้นแท้ๆ ทำไมไม่มีคนให้เงินเลย’ เธอคิดอย่างเอะใจพร้อมกับมองคนที่เดินผ่านชายที่เล่นกีต้าร์เปิดหมวกคนนั้นไปอย่างไม่สนใจ เธอยืนมองอยู่พักหนึ่งก่อนจะค่อยๆ เดินเข้าไปใกล้เขามากขึ้นเพื่อฟังเสียงเพลงที่เขาเล่นและขับร้องออกมาพร้อมกับอมยิ้มให้เขาก่อนจะหยิบเงินจำนวนหนึ่งวางใส่กระเป๋ากีต้าร์ของเขา ชายหนุ่มโค้งหัวลงเชิงขอบคุณพร้อมกับยิ้มอย่างอ่อนโยนให้หญิงสาว เธอยิ้มตอบพร้อมกับยืนฟังเพลงของเขาไปก็ปรบมือให้จังหวะไปอย่างสดใส

 

หลังจากวันนั้นเธอก็มาที่นี่ทุกๆ วัน เพื่อมาฟังเพลงและมาพบกับใบหน้าที่สดใสของเขา บางครั้งเธอก็มายืนข้างเขาแล้วช่วยร้องเพลงให้ และวันนี้เป็นอีกวันที่เธอมาหาเขาที่ถนนคนเดินแห่งนี้ เมื่อเขาเล่นจบไปอีกเพลงหนึ่งก็เอาสายสะพายกีต้าร์ออกจากตัวก่อนจะนั่งลงที่ขอบน้ำพุข้างๆ หญิงสาวผมน้ำตาลทอง

เฮ้อ...คุณมาดูผมเล่นกีต้าร์ทุกวันเลยทั้งที่ไม่มีใครสนใจผมเลยแท้ๆ

ก็คุณเล่นเพราะนี่ฉันไม่เข้าใจจริงๆ ว่าทำไมคนอื่นถึงเมินเฉยใส่คุณได้” หญิงสาวพูดกับชายหนุ่มก่อนหันไปยิ้มอย่างอ่อนโยนให้

ขอบคุณมากนะที่สนใจนักดนตรีเปิดหมวกอย่างผม” เขาหันมองหน้าเธอแล้วยิ้มตอบเธอ

มันเปิดกระเป๋าไม่ใช่หรอคะ ฮ่าๆ” หญิงสาวพูดเชิงติดตลกก่อนจะหัวเราะออกมาเบาๆ

โถ่ คุณนี่ ฮ่าๆ” ชายหนุ่มยิ้มให้เธอก่อนพูดต่อ “เราเจอกันตั้งหลายครั้งแล้วผมยังไม่ได้มีโอกาสรู้จักคุณเลย คุณชื่ออะไรหรอ?”

แชริน ลี แชรินค่ะ” แชรินตอบคำถามของอีกฝ่ายก่อนจะถามกลับบ้าง “แล้วคุณล่ะ

คว็อน จียงครับ เรียกผมว่าจียงนะ

ค่ะ แล้วจียงเป็นคนแถวนี้หรอ?

อ้อ ใช่ครับ บ้านผมไม่ไกลจากที่นี่เท่าไหร่ แล้วแชรินล่ะ?”

บ้านฉันก็ไม่ไกลจากที่นี่ค่ะ ฉันอยู่กับพี่สาวคนนึง แต่บ้านจริงๆ อยู่ที่อเมริกา พ่อแม่มีธุรกิจอยู่ที่นั่น แต่ฉันจะกลับมาอยู่ที่นี่ซัก 5 ปีก็จะกลับไปช่วยธุรกิจของพ่อแม่ที่นั่น

อย่างนี้เอง นี่ก็พักมาสักพักแล้ว ผมว่าผมควรจะเล่นกีต้าร์ต่อแล้วล่ะ ช่วยผมร้องเพลงด้วยนะแชริน” จียงพูดขึ้นพร้อมกับหยิบกีต้าร์มาคล้องบ่าไว้

ได้เลยค่ะ ^^

 

 

 

Jiyong’s part

 

ผมเป็นคนฐานะปานกลางๆ คนหนึ่ง ที่อยากเล่นกีต้าร์และร้องเพลงอย่างที่ผมรักที่จะทำมันก็เท่านั้น ซึ่งเมื่อผมทำสิ่งที่ผมรักแล้วมีความสุขและทำให้คนอื่นรู้สึกดีกับสิ่งที่ผมทำมันช่างมีความสุขยิ่งขึ้นไปอีก

เธอคนนั้น ‘ลี แชริน’ เธอเป็นคนอัธยาศัยดี ยิ้มแย้มแจ่มใส และน่ารัก ในขณะที่ใครคนอื่นไม่เป็นค่ากับสิ่งที่ผมทำ แต่เธอคนนี้กลับสนใจและเข้าใจผมมากกว่าใคร เสียดายที่เธอฐานะดีเกินไปและแสนดีเกินกว่าที่ผมจะเอื้อมถึง...ที่ผมพูดแบบนี้ไม่ใช่อะไร แต่เพราะผมเริ่มหลงรักผู้หญิงสดใสคนนี้เข้าแล้ว

 

[End Jiyong’s part]

 

 

 

ยิ่งนานวันหัวใจของจียงยิ่งหวั่นไหวเขาไม่อาจเมินเฉยหรือละสายตาจากผู้หญิงคนนี้ได้เลยแม้แต่วินาทีเดียว เช่นเดียวกับแชรินที่ตอนนี้ความผูกพันธ์เริ่มทำให้เธอหวั่นไหวและเริ่มก่อเกิดเป็นความรู้สึกพิเศษบางอย่าง

วันนี้จียงไม่ได้ไปที่ถนนคนเดินอย่างที่ไปทุกๆ วัน แต่วันนี้เขาพาเธอมาหยุดอยู่ที่หน้าต้นไม้ใหญ่ที่ตั้งตระหง่านอยู่บนเนินเขาเตี้ยๆ แห่งหนึ่งที่ดูสงบร่มรื่นจากต้นไม้รอบๆ เสียงนกร้องคลอกับลมที่พัดเบาๆ

ว้าว ที่นี่อากาศดีจัง” แชรินพูดก่อนจะสูดหายใจยาวๆ ครั้งหนึ่งอย่างสดชื่น

ชอบที่นี่มั้ย?” จียงหันไปถามแชรินที่ยืนยิ้มอย่างอารมณ์ดี

ชอบสิ ชอบมากเลย ^^” ใบหน้าสวยผุดยิ้มหวานน่ารักขึ้นอย่างจริงใจ

หรอ ผมก็ชอบเหมือนกัน ผมน่ะชอบมาที่นี่เวลาคิดอะไรไม่ออกหรือมีเรื่องไม่สบายใจนะ มันจะทำให้ผมสงบขึ้นเยอะเลย” จียงพูดก่อนจะเอากีต้าร์พิงกับต้นไม้ใหญ่แล้วนั่งลงที่ใต้ต้นไม้ แชรินที่ยืนอยู่เห็นจียงนั่งเลยนั่งลงข้างๆ กับเขา ทั้งสองเงียบไปซักพักจียงก็กล่าวทำลายความเงียบสงบขึ้น “แชรินเคยมีคนที่ชอบมั้ย...” จียงพูดเสียงเบา

อืม...นั่นสินะ เหมือนจะมีอยู่คนนึงนะ” แชรินทำท่าคิดก่อนจะตอบจียง

งั้นหรอ...” ‘เสียดายจังเธอชอบใครกันนะ’ จียงคิดน้อยใจอยู่ในใจ ไม่อยากให้เธอชอบใครคนอื่นเลยจริงๆ

แล้วโอปป้าล่ะ

โอปป้าหรอ?” จียงทวนคำพูดพร้อมกับเลิกคิ้วมองอีกฝ่าย

เรียกไม่ได้หรอ” แชรินถามก่อนจะเบ้ปากใส่จียงซึ่งแน่นอนว่าในสายตาของเขานั้นมันน่ารักมากๆ เลยล่ะ

ดะ...ได้ ได้สิ” ใบหน้าหล่อหันหนีอีกคนเนื่องจากอาการเขินรอยยิ้มและการเบ้ปากน่ารักนั่น

โอปป้ายังไม่ได้ตอบรินเลยนะ

อ้อ...ก็มีนะ...ตอนนี้” พูดก่อนจะหันกลับไปมองหน้าแชรินที่กำลังจ้องหน้าเขาอย่างสงสัย

ใครคือผู้หญิงที่โชคดีคนนั้นกัน คนที่จียงโอปป้าที่แสนน่ารักของรินไปชอบน่ะ บอกได้มั้ยคะ?” แชรินเอียงคอพร้อมทำท่าทางสงสัยที่ออกจะดูน่ารักมากกว่า

ก็...เธอไงซีแอล...” จียงตอบพร้อมกับมองลึกเข้าไปในนัยน์ตาสีน้ำตาลของหญิงสาวตรงหน้า “แชรินเป็นแฟนกับผมได้มั้ย...” นัยน์ตาสีเข้มมองจดจ้องอีกฝ่ายอย่างรอคำตอบ ถึงแม้เสียงที่พูดจะเบาและดูไม่มั่นใจแต่ดวงตาของเขากลับชัดเจนกับความหมายของประโยคนั้น

“...” หญิงสาวไม่ตอบเพียงแต่หันหน้าหนีเขาแล้วมองตรงไปข้างหน้า

ลืมไป เธอมีคนที่ชอบอยู่แล้วนี่นา คนๆ นั้นคงไม่ใช่ฉันหรอกสินะ ฉันคงไม่คู่ควรกับเธอ ขอโทษนะ...” จียงพูดตัดพ้อก่อนจะถอนหายใจครั้งหนึ่งแล้วหันกลับมามองไปข้างหน้า

ตกลงค่ะ...ฉันตกลงค่ะโอปป้า” แชรินผุดยิ้มอ่อนโยนขึ้นอีกครั้งแล้วหันมามองอีกฝ่ายที่หันมามองเธอด้วยท่าทางสงสัย

ตกลงอะไรหรอ?”

เป็นแฟนไงคะ ก็เพราะฉัน...ชอบโอปป้าค่ะ” รอยยิ้มสดใสถูกส่งมอบมาให้จนคนที่ได้รับนั้นก็ดีใจจนหุบยิ้มไม่อยู่ มันไม่บ่อยนักที่เขาจะสมหวังในสิ่งที่ปรารถนา

 

 

 

2 ปีต่อมา

 

นี่ก็เกือบ 3 ปีแล้วที่ทั้งสองรู้จักกันมาความสัมพันธ์ของพวกเขาทั้งสองพัฒนาไปอย่างรวดเร็วจนตอนนี้ต่างคนก็ต่างคิดว่าไม่สามารถรักใครได้มากกว่านี้อีก

ในห้องสีขาวสะอาดที่ทำให้รู้สึกสงบยังมีเสียงโทรศัพท์มือถือของบางคนดังอยู่อย่างต่อเนื่อง ชายหนุ่มที่อยู่ในห้องได้ยินเสียงโทรศัพท์ของเขาก็รีบเดินไปรับโทรศัพท์ก่อนจะเห็นว่าเป็นเบอร์ที่ไม่คุ้นเคย แต่เขาก็ตัดสินใจกดรับมัน

ฮัลโหลครับ นั่นใครครับ” จียงเอ่ยถามปลายสาย

...

ใช่ครับผมคว็อน จียง” จียงตอบอย่างสุภาพก่อนที่ปลายสายจะถามกลับมาด้วยประโยคยาวเหยียด

...

ใช่ครับ...ครับ

...

อะ...อะไรนะครับทำไมผมถึงต้อง...” จียงอุทานอย่างตกใจเมื่อได้ยินเช่นนั้น

...

ผมทราบครับ...แต่คุณก็น่าจะรู้ว่าผมระ...” เขาพูดด้วยน้ำเสียงเบาลงก่อนจะถูกพูดขัด

...

แต่...ผม...” 

...

คุณจะทำแบบนั้นไม่ได้นะมันสำคัญกับผมมาก” เขาต้องตกใจอีกครั้งกับคำพูดของปลายสายนั้นจนต้องกำหมัดไว้แน่นอย่างข่มอารมณ์

...

 

ปลายสายตัดสายใส่ชายหนุ่มอย่างไร้เยื่อใย ชายหนุ่มยืนแน่นิ่งไปราวกับสติหลุดลอยไปไกลแสนไกล มือของเขาค่อยๆ คลายออกทำให้โทรศัพท์ในมือตกลงกระแทกกับพื้นห้องอย่างแรง แต่นั่นก็ไม่ทำให้เขาตกใจแม้แต่น้อย ชายหนุ่มทรุดตัวลงนั่งเก้าอี้พร้อมกับเอามือกุมขมับแล้วถอนหายใจยาวๆ ครั้งหนึ่งก่อนแน่นิ่งไปราวกับหินไร้ชีวิตจิตใจ

 

 

 

หลายวันต่อมา

 

ฮัลโหลดาร่า วันนี้เธอว่างใช่มั้ย?...เจอกันที่เดิมนะ” เมื่อพูดจบก็เดินทางมาที่จุดนัดทันที...

 

ถนนคนเดินที่เขามาในทุกๆ วัน

 

ว่าไงดาร่า” เขาเอ่ยทักทายพร้อมโบกมือทักผู้หญิงตัวเล็กหน้ารักที่กำลังเดินมา

ไงจียง” หญิงสาวยิ้มหวานให้จียงก่อนจะเดินเข้าไปกอดจียง “ฉันคิดถึงนายจัง

ฉันก็คิดถึงเธอ” จียงกอดตอบก่อนจะพูดต่อ “ไปดูของกันเถอะ” จียงยิ้มอย่างอ่อนโยนให้เธอก่อนจับมือเรียวเล็กของหญิงสาวเดินไปด้วยกัน

 

 

 

อีกด้านหนึ่ง

 

แชรินกำลังเดินมาที่น้ำพุที่จียงชอบมาเล่นกีต้าร์เมื่อเดินมาถึงแล้วก็พบว่าจียงไม่อยู่ตรงนั้น เธอเลยพยายามที่จะโทรหาแต่กลับไม่มีสัญญาณ เลยตัดสินใจเดินไปเรื่อยๆ ตามทางอย่างไม่คิดอะไรมาก แต่ก็ต้องชะงักตัวแข็งทื่อเมื่อเห็นชายหญิงคู่หนึ่งเดินผ่านหน้าเธอไป ถึงแม้คนในที่แห่งนี้จะพลุกพล่านมากแต่เธอก็สามารถมองรู้ได้ภายในเสี้ยววินาทีว่าคนๆ นั้นที่เดินผ่านเธอคือ จียง คนรักของเธอ ‘จับมือแบบนั้นคืออะไรกัน...’ เธอคิดในใจโดยที่มือคู่สวยของเธอเริ่มสั่นระริกและสีหน้าที่เริ่มเปลี่ยนไปเมื่อชายหญิงทั้งสองคนนั้นนั่งลงที่ม้านั่งที่อยู่ไม่ห่างจากเธอนัก ไม่รู้ว่าเธอคิดไปเองหรือรู้สึกว่าเขาเองก็เห็นเธอเช่นกัน พวกเขาดูมีความสุขและดูสนิทกันเกินกว่าเพื่อน และมันยิ่งทำให้เธอแทบหยุดหายใจเมื่อจียงจับคางของหญิงสาวเงยขึ้นแล้วค่อยๆ ก้มลงหาเธออย่างช้าๆ

คว็อน จียง...” แชรินเอ่ยเรียกชื่อชายหนุ่มเมื่อเธอเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าเขา พร้อมกับน้ำตาที่เอ่ออยู่ในตาสีน้ำตาลคู่สวยและมือเรียวที่กำหมัดแน่นอย่างข่มอารมณ์ครุกรุน

ชะ...แชริน” สีหน้าที่ดูตกใจเล็กน้อยของจียงทำให้หญิงสาวที่อยู่ข้างๆ เขาทำท่าทางสงสัย

ใครกันหรอจียง” หญิงสาวถามถึงผู้มาใหม่

อ้อ แฟนเก่าน่ะ” จียงตอบหน้าตาย แชรินเมื่อได้ยินแบบนั้นหัวใจของเธอก็เหมือนกับแก้วที่ตกจากที่สูงลงมาแตกละเอียดไม่มีชิ้นดี ทำไมเขาถึงพูดกับเธอแบบนั้นเขาต้องการอะไร ไปจากเธออย่างนั้นหรอ... คำถามมากมายทะลักเข้ามาในสมองของเธอ มันเยอะเกินกว่าคนๆ หนึ่งจะรับไหว แต่กลับไม่มีแม้แต่คำพูดแก้ปัญหาที่วิธีที่จะตอบคำถามเหล่านั้น เหมือนกับทุกอย่างมันขาวโพลนโล่งไปหมด ความรู้สึกมากมายนั้นทำให้เธอไม่อาจกลั้นน้ำตาของเธอได้อีกต่อไป หยดน้ำใสค่อยๆ ไหลรินออกจากดวงตาที่สื่อถึงความเจ็บปวดและเศร้าโศกลงมาอาบแก้มใส เธอคิดอยู่ในใจว่าสภาพเธอในตอนนี้ช่างน่าสมเพชนัก คนอย่างเธอไม่ควรอยู่ในสภาพแบบนี้ และยิ่งในที่ที่มีคนที่ไม่ได้รักเธอแล้วอย่างเขามันช่างเจ็บปวดจนเกินจะทนได้

\         “ฉันจะกลับอเมริกานะ...วันนี้เลย...” แชรินเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นสะอื้น เสียงของเธอในตอนนี้แทบจะไม่มีเลยด้วยซ้ำ เธอพูดก่อนจะหันหลังเดินจากไปอย่างช้าๆ แล้วค่อยๆ เปลี่ยนเป็นวิ่งแทน น้ำตาที่ไหลอาบแก้มเธออย่างไม่ขาดสายราวกับฝนที่ตกไม่หยุด ใครที่ว่าฟ้าหลังฝนสวยงามเสมออาจไม่จริงสำหรับเธอในตอนนี้ก็ได้

 

 

 

นายรู้ได้ยังไงว่าเธอจะเห็น” หญิงสาวเอ่ยถามชายที่ยืนข้างๆ

ฉันรู้จักเธอดีถ้าเธอไม่ไปที่น้ำพุเธอต้องมาแถวนี้แน่ แล้วเราก็เดินผ่านขนาดนั้นเธอต้องเห็น” จียงพูดก่อนก้มหน้าลงโดยมีสีหน้าที่เศร้าลงอย่างเห็นได้ชัด

แล้วนาย...แน่ใจหรอ ว่าทำแบบนี้น่ะดีแล้ว...

“...” จียงเงียบไม่ตอบเพียงแต่ยิ้มบางๆ พร้อมกับพยักหน้าเบาๆ ก่อนก้มหน้าลง โดยที่มีน้ำใสๆ คลอเอ่ออยู่ที่ในดวงตาสีเข้มแสนเศร้านั่น

 



หลายวันก่อน

 

ฮัลโหลครับ นั่นใครครับ” จียงเอ่ยถามปลายสาย

[ฉันเป็นแม่ของแชริน เธอใช่คว็อน จียงใช่มั้ย?]

ใช่ครับผมคว็อน จียง” จียงตอบอย่างสุภาพก่อนที่ปลายสายจะถามกลับมาด้วยประโยคยาวเหยียด

[เธอคบหากับแชรินอยู่ใช่มั้ย แล้วเล่นกีต้าร์เปิดหมวกสินะ]

ใช่ครับ...ครับ

[เธอต้องเลิกยุ่งกับลูกสาวฉัน แล้วทำให้เธอกลับมาที่อเมริกาซะ!] ปลายสายเริ่มขึ้นเสียงใส่เขา น้ำเสียงน้ำดูเด็ดขาดมากจนน่ากลัว

อะ...อะไรนะครับทำไมผมถึงต้อง...” จียงอุทานอย่างตกใจเมื่อได้ยินเช่นนั้น

[คว็อน จียง เธอก็น่าจะรู้ใช่มั้ย ว่าลูกสาวฉันดีแค่ไหน และรวยมากแค่ไหน]

ผมทราบครับ...แต่คุณก็น่าจะรู้ว่าผมระ...” เขาพูดด้วยน้ำเสียงเบาลงก่อนจะถูกพูดขัด

[ยังไงลูกสาวฉันต้องกลับมา!] ปลายสายย้ำอีกครั้งอย่างจริงจัง

แต่...ผม...” 

[ไม่มีแต่รู้ใช่มั้ยว่าฉันสามารถสั่งถางที่เนินเขานั้นที่ที่เก็บความทรงจำของพวกเธอได้นะ!!]

คุณจะทำแบบนั้นไม่ได้นะมันสำคัญกับผมมาก” เขาต้องตกใจอีกครั้งกับคำพูดของปลายสายนั้นจนต้องกำหมัดไว้แน่นอย่างข่มอารมณ์

[เพราะแบบนี้ไงมันสำคัญมากไม่ใช่รึไงเพราะฉะนั้นเลิกยุ่งกับลูกสาวฉันซะหรืออยากให้ฉันทำอย่างที่พูดก็เลือกเอา!!]

  

ปลายสายตัดสายใส่ชายหนุ่มอย่างไร้เยื่อใย ชายหนุ่มยืนแน่นิ่งไปราวกับสติหลุดลอยไปไกลแสนไกล มือของเขาค่อยๆ คลายออกทำให้โทรศัพท์ในมือตกลงกระแทกกับพื้นห้องอย่างแรง แต่นั่นก็ไม่ทำให้เขาตกใจแม้แต่น้อย ชายหนุ่มทรุดตัวลงนั่งเก้าอี้พร้อมกับเอามือกุมขมับแล้วถอนหายใจยาวๆ ครั้งหนึ่งก่อนแน่นิ่งไปราวกับหินไร้ชีวิตจิตใจ

เขานั่งนิ่งไปพักหนึ่งก่อนจะเอามือล้วงกระเป๋ากางเกงหยิบแหวนสีเงินที่มีหัวแหวนเป็นเพชรเม็ดเล็กๆ ออกมา แล้วจ้องมองมันอย่างครุ่นคิดและไม่รู้เพราะอะไรอยู่ๆ ก็มีน้ำใสๆ เอ่อคลออยู่ในดวงตาสีเข้ม

 

 

 

ที่อเมริกา

ณ บ้านของแชริน

 

แม่บอกลูกแล้ว ไอ้คนๆ นี้มันไม่มีดีอะไร แรกๆ ก็อย่างนึง พอนานเข้าสันดานมันก็จะออกมา ไอ้คนนี้มันไม่คู่ควรกับลูก หาคนที่ดีกว่านี้เถอะ” ผู้เป็นแม่พูดกับลูกสาวของตน

รินเข้าใจค่ะ แต่รินขอแค่ช่วยงานบริษัทเราดีกว่าค่ะ รินยังไม่หาใครใหม่ตอนนี้หรอกค่ะ” แชรินพูดกับแม่ด้วยสีหน้าที่ปราศจากซึ่งอารมณ์ใดๆ คลายกับว่าไร้ความรู้สึกไปเสียแล้ว

แล้วแต่หนูแล้วกัน แม่ไปก่อนนะ

ค่ะ” แชรินรับคำก่อนจะมองผู้เป็นแม่เดินออกไปจากห้อง ไม่ทันไรก็มีใครบางคนเปิดประตูห้องเข้ามาหาเธอแล้วเดินมาประจันหน้ากับเธอ

แชรินที่จียงทำไปน่ะเพราะว่าแม่เราเป็นคนบังคับให้เขาทำนะ เขารักเธอจริงๆ ที่เขาทำไปมันเป็นแค่เรื่องโกหก!” พี่สาวของเธอพูดพร้อมกับมองหน้าแชรินด้วยสีหน้าจริงจังที่อยากจะบอกน้องสาวให้รู้ความจริง

รินรู้แล้วล่ะค่ะ” แชรินตอบแล้วยิ้มบางๆ ให้ พร้อมกับดวงตาที่เริ่มร้อนผ่าวและน้ำตาที่คลออยู่ในดวงตาที่เปี่ยมด้วยความเศร้าโศก เธอรู้ว่าซักวันหนึ่งเธอจะต้องกลับมาที่อเมริกาอย่างแน่นอน แม่ของเธอไม่มีวันให้เธอกับเขารักกันไปตลอดแน่ ถึงเธอจะอยากอยู่ใกล้เขามากแค่ไหนถึงรู้ว่าที่เขาทำมันแค่เรื่องโกหกแต่เธอก็ไม่อาจเห็นเขาทำเรื่องโกหกนั้นได้ มันเจ็บปวดเกินกว่าเธอจะรับไหวและยิ่งเธอดื้อรั้นที่จะอยู่เธอก็เหมือนยิ่งทำร้ายตัวเองให้ทนดูเขาทำเรื่องโกหกพันธุ์นั้นต่อไปเรื่อยๆ สู้กลับมาตั้งแต่แรกๆ เสียดีกว่า


 

 

วันก่อน

 

อ้อ แฟนเก่าน่ะ” จียงตอบหน้าตาย แชรินเมื่อได้ยินหัวใจของเธอก็เหมือนกับแก้วที่ตกจากที่สูงลงมาแตกละเอียดไม่มีชิ้นดี ทำไมเขาถึงพูดกับเธอแบบนั้นเขาต้องการอะไร ไปจากเธออย่างนั้นหรอ... คำถามมากมายทะลักเข้ามาในสมองของเธอ มันเยอะเกินกว่าคนๆ หนึ่งจะรับไหว เธอไม่อาจกลั้นน้ำตาของเธอได้อีกต่อไป หยดน้ำใสค่อยๆ ไหลรินออกจากดวงตาที่สื่อถึงความเจ็บปวดและเศร้าโศกลงมาอาบแก้ม เธอคิดอยู่ในใจว่าสภาพเธอในตอนนี้ช่างน่าสมเพชนัก คนอย่างเธอไม่ควรอยู่ในสภาพแบบนี้

เธอไม่อาจทนเห็นเขาทำเรื่องแบบนี้ได้เรื่องโกหกแบบนี้มันโหดร้ายเกินไปสำหรับเธอ

 

 

 

หลายเดือนต่อมา

 

ฮัลโหลครับ

...

ใช่ครับ...

...

ครับ

...

อะ...อะ...อะไรนะครับ... ไม่จริง..มันไม่จริงใช่มั้ย...

...

ผมไม่เชื่อเด็ดขาด!

...

 

เป็นอีกครั้งที่จียงคุยโทรศัพท์แล้วทำให้เขาเผลอคลายมือปล่อยโทรศัพท์ลงกระแทกพื้น แต่คราวนี้เขาไม่เพียงแต่เครียดแล้วทรุดตัวลงกับเก้าอี้แต่เขากลับทรุดตัวไปกับพื้นห้องแล้วใช้กำปั้นที่กำหมัดแน่นออกแรงทุบลงกับพื้นห้องครั้งแล้วครั้งเล่าอย่างบ้าคลั่งเหมือนกับต้องการที่จะระบายความรู้สึกภายในออกมา พร้อมกับหยดน้ำแห่งความเศร้าที่ไหลรินออกจากดวงตาสีน้ำตาลเข้มอย่างไม่ขาดสาย เขากัดริมฝีปากตัวเองแน่นเพื่อข่มเสียงสะอื้นอ่อนแอที่ออกมา เขากัดแรงจนรู้สึกได้ถึงรสเค็มปร่าของเลือดที่มาจากริมฝีปาก แถมยังทุบกำปั้นซ้ำลงกับพื้นห้องจนรับรู้ได้ถึงความหนืดเหนียวและกลิ่นคาวเลือดที่เริ่มซึมออกมาจากกำปั้นของเขาที่ถึงแม้ความรู้สึกที่เจ็บสะท้านไปทั่วร่างในทุกครั้งที่ทุบกำปั้นซึ่งมีเลือดซึมลงกับพื้นมันจะเจ็บแสนทรมานก็ตามแต่ก็เจ็บเทียบเท่าหัวใจที่บอบช้ำแตกสลายดวงนี้ได้ เขายังคงทุบกำปั้นและร้องไห้อยู่ราวกับคนที่สิ้นสติอย่างไม่คิดที่จะหยุดการกระทำของเขาในตอนนี้

 

 

 

3วันก่อน

 

ในห้องสีขาวสะอาดที่มีเตียงสีขาวตั้งอยู่กลางห้องแสงแดดอ่อนๆ สาดผ่านม่านบางเข้ามาสาดกระทบกับร่างบนเตียง เธอเป็นเพียงผู้หญิงคนหนึ่งที่ไม่วิเศษไปกว่าคนอื่น ใบหน้าที่ซีดขาวท่าทางไร้เรี่ยวแรงขอเธอสามารถบ่งบอกได้ชัดเจนว่าเธอกำลังป่วยหนักและด้วยสภาพจิตใจที่ไม่สู้ดีนักก็เป็นผลเสียทำให้ร่างกายยิ่งทรุดหนักลงไปเรื่อยๆ

แชริน...

แม่คะ...ระ...ริน...ทรมาน...” หญิงสาวพูดด้วยน้ำเสียงที่เบาบางแทบฟังไม่ได้ศัพท์ เธอดูอาการแย่ลงกว่าทุกวันแย่เกินกว่าจะบอกได้ว่าเธอจะหายขาด

แม่จะตามหมอที่เก่งที่สุดมารักษาลูกให้ได้ เท่าไหร่แม่ก็ยอม!” แม่ของเธอพูดด้วยน้ำเสียงสั่นสะอื้นแต่ท่าทางและสีหน้ากลับจริงจังทั้งๆ ที่ยังมีหยดน้ำใสไหลรินอาบแก้มทั้งสองของเธออยู่

มะ...ไม่ต้องค่ะแม่...” แชรินยื่นมือมากุมมือผู้เป็นแม่อย่างแผ่วเบาก่อนจะเบนสายตาไปที่กระดาษแผ่นหนึ่งที่วางอยู่ตรงหัวเตียง แม่ของเธอจึงหันตามสายตาของลูกสาว แต่เธอก็ต้องน้ำตาไหลอีกครั้งเมื่อมองเห็นลูกสาวมองเธอแล้วพยักหน้าเบาๆ พร้อมกับยิ้มบางๆ ให้ ทั้งที่นัยน์ตาของแชรินเองยังคงมีน้ำใสๆ คลออยู่เช่นกัน

ไม่... แม่ไม่เซ็นหรอก...” แม่ของเธอเอื้อมมือหยิบกระดาษแผ่นนั้นขึ้นแล้วทำท่าทางจะฉีกทิ้ง แต่ก็ถูกมือของลูกสาวรั้งไว้

เซ็นเถอะค่ะ...ริน...มะ...ไม่อยากทรมาน...กว่านี้แล้ว...” เธอยิ้มอย่างแผ่วเบาให้ผู้เป็นแม่อีกครั้งถึงจะเป็นยิ้มที่อ่อนโยนแต่กลับดูเศร้าโศกนั่นทำให้แม่ของเธอร้องไห้หนักกว่าเดิม เธอรักลูกของเธอมากเกินไปจนไม่ได้นึกถึงความรู้สึกจริงๆ ของลูกสาวเลย เธอไม่คิดว่าแค่ทำให้แชรินเสียใจที่ต้องแยกจากคนรักจะทำให้สภาพจิตใจเธอแย่ถึงขนาดทรุดลงขนาดนี้ ผู้เป็นแม่มองใบหน้าของลูกสาวพร้อมกับยิ้มให้ด้วยรอยยิ้มที่ปลอบโยนโดยที่ในใจทำได้เพียงพร่ำบอกขอโทษกับสิ่งที่ทำลงไป ก่อนจะเลื่อนสายตาลงมาดูที่กระดาษ

___ ปิดเครื่องช่วยหายใจ

___ ไม่ปิดเครื่องช่วยหายใจ

ผู้เป็นแม่กลั้นใจทำตามคำขอของลูกสาวและตัวเธอก็ไม่อาจทนเห็นลูกสาวต้องทุกข์ทรมานได้อีกแล้ว หมอที่ยืนอยู่ข้างๆ หันมองหน้าแม่ของแชรินแล้วพยักหน้าเบาๆ ก่อนจะกดปิดเครื่องช่วยหายใจ “ผมขอตัวก่อนนะครับ...ขอพระเจ้าคุ้มครอง” จากนั้นหมอก็เดินออกจากห้องไป

พระเจ้า...ถ้ามีจริงขอให้คุ้มครองเธอด้วย

แชรินค่อยๆ เลื่อนมือขึ้นมาเอาหน้ากากออกซิเจนออกด้วยมือที่สั่นเทาและอ่อนแรงเต็มที “ขอบคุณนะคะ...แม่...” เธอเอ่ยอย่างแผ่วเบากับแม่ก่อนจะพูดต่อ “แม่คะ... ริน...อยากกลับ...เกาหลีใต้...ที่เนินเขานั่น...ต้นไม้...ต้นนั้นริน...คะ...คิดถึงเขา...” แชรินพูดติดขัดจนแทบฟังไม่รู้ศัพท์ เธอพยายามเค้นเสียงออกมาเพื่อ ‘คำขอสุดท้าย’ ของเธอพร้อมกับกุมมือแม่เอาไว้แน่นเท่าที่จะมีแรงเหลือที่จะกุมไว้ให้นานพอ

ได้...ได้สิจ๊ะ...เพื่อลูกเรื่องแค่นี้แม่ทำได้... แม่สัญญา...” ผู้เป็นแม่พยายามฝืนยิ้มให้ลูกสาวพร้อมน้ำตาทั้งที่ใจจริงนั้นกำลังเสียใจจนไม่อาจอธิบายได้ ราวกับดวงใจของเธอกำลังร้าวเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เมื่อจ้องมองดูลูกสาวในตอนนี้

ขอบคุณคะ...มะ...แม่คะ... ริน...รักพี่กับพ่อนะคะ แล้วก็...ริน...ระ...รักแม่...นะคะ...” เธอเค้นเสียงสุดท้ายออกมาและยิ้มอย่างอ่อนโยนเหมือนที่ชอบทำให้ผู้เป็นแม่พร้อมกับน้ำตาที่ไหลรินอย่างต่อเนื่องไร้ทีท่าที่จะหยุดลง แม่ของเธอเองก็เช่นกันเธอลูบผมลูกสาวของเธออย่างแผ่วเบาก่อนจะก้มลงให้หน้าผากของเธอแตะกับแชรินเบาๆ และมืออีกข้างก็ยังคงกำมือของแชรินไว้แน่น

แม่...ก็รักหนูนะ...” น้ำตาของผู้เป็นแม่ไหลรินอีกครั้ง และคราวนี้ทุกอย่างก็เงียบสงัดไม่มีแม้แต่เสียงสะอื้นหรือเสียง...  ‘ลมหายใจ’ ของลูกของเธอ... มือที่เคยจับกันแน่นค่อยๆ คลายออกอย่างช้าๆ หญิงสาวที่ขึ้นชื่อว่าแม่ไม่โวยวายหรือพูดอะไรอีกต่อไปเพียงแต่ปล่อยให้น้ำตาไหลอาบแก้มทั้งสองของเธอไปอย่างช้าๆ แล้วโอบกอดร่างไร้วิญญาณของลูกสาวด้วยอ้อมกอดที่อบอุ่นที่เธอไม่ได้ให้กับลูกสาวมานานแสนนานแล้ว เธอไม่อาจให้อภัยตัวเองได้ที่ทำให้ลูกสาวเธอต้องเป็นแบบนี้ เธอได้แต่โทษตัวเองในใจซ้ำแล้วซ้ำเล่าแต่ความผิดในใจก็ไม่อาจลบเลือนได้

 

 

 

หลายเดือนต่อมา

I hate this love song..

ผมเกลียดเพลงรักนี้

  

 사랑 노래가 싫어 다신  부르리 너를 떠올리지 않게 잊을  있게

 

ผมเกลียดเพลงรักนี้ ผมจะไม่ร้องมันอีกแล้ว

ผมจะได้หยุดคิดถึงคุณและสุดท้ายผมก็จะสามารถลืมคุณได้

  

 사랑 노래가 싫어 웃으며 부르리 그대가 외롭지 않게 지금 너에게로 

 

ผมเกลียดเพลงรักนี้ ผมกำลังจะร้องมันด้วยรอยยิ้ม

เพื่อคุณจะไม่อ้างว้าง ผมจะไปหาคุณ

 

 두려워 이세상은 의미없어 달과별이있는  있는  곳에 데려가줘

 

ผมกลัว โลกนี้ที่มันไร้ความหมาย

โปรดพาผมไปที่ที่คุณอยู่ ที่ที่มีดวงจันทร์และดวงดารา

  

우리는 아름다웠는데 you know 내게 사랑을 가르져준 

 

พวกเราเคยมีความทรงจำที่สวยงาม คุณก็รู้

คุณสอนผมให้รู้ว่ารักคืออะไร

 

I hate this love song..

ผมเกลียดเพลงรักนี้

 

 

 

เขาหยิบแหวนสีเงินเงาสวยที่มีหัวแหวนเป็นเพชรเม็ดเล็กๆ ออกมาจากกล่องก่อนที่จะคุกเข่าลงต่อหน้าเธอแล้วเอ่ยบางคำออกมาพร้อมกับใบหน้าเปื้อนยิ้ม


ลี แชริน...แต่งงานกับผมนะ


เขายิ้มให้คนเบื้องหน้าทั้งที่มีหยดน้ำใสกำลังค่อยๆ ไหลลงอาบแก้มของเขาและไหลรินลงมาเรื่อยๆ อย่างไม่รู้จะหยุดเมื่อใด ชายหนุ่มค่อยๆ โน้มตัวลงกอดแผ่นหินที่อยู่เบื้องหน้าด้วยความอาลัยอาวรณ์ ทำไมต้องเป็นแบบนี้ ทำไมเธอต้องจากไป ถ้าเราไม่ได้เจอกันเธอคงไม่ต้องจากไป

ทำไม...ทำไมกัน...” ชายหนุ่มไม่อาจสะกดกลั้นน้ำตาแห่งความโศกเศร้าได้อีกเขาไม่อาจทำใจรับได้ว่าเธอไม่ได้อยู่กับเขาแล้วเธอไม่ควรจะเป็นแบบนี้ เขาได้แต่โทษตัวเอง

เมื่อเขารู้ตัวว่าไม่สามารถนำเธอกลับมาได้เขาจึงหยิบแหวนขึ้นมาก่อนจะจุมพิตลงที่แหวนอย่างแผ่วเบาแล้ววางมันลงพร้อมกับกล่องปิ๊กกีต้าร์ที่หน้าแผ่นหิน และหยิบกีต้าร์ที่เอามาด้วยพิงไว้กับต้นไม้ตรงที่เธอชอบนั่ง...

ถ้าเป็นไปได้...ผมจะมาเล่นกีต้าร์ให้คุณฟังทุกๆ วันเลย... แต่ว่านะ...ถ้าวันนั้นที่เราเจอกันถ้าผมไม่เล่นกีต้าร์แล้วร้องเพลงรักนั่น...คุณก็คงไม่เป็นแบบนี้สินะ... I hate this love song...” เขาพูดกับตัวเองก่อนจะหันหลังเดินจากไปด้วยน้ำตาที่ยังคงไหลออกจากตาคู่นั้น

ถึงตัวเธอจะไม่ได้อยู่กับเขา แต่วิญญาณ...และหัวใจของเธอจะอยู่เคียงข้างเขาตลอดไป... 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

จียงตื่นขึ้นจากภวังค์ห้วงนิทราพร้อมกับความสงสัยกับความฝันที่แสนจะยาวนานนับปีของเขา ก่อนจะเอามือแตะที่หางตาตัวเองก็สัมผัสได้ถึงน้ำตาที่ไหลออกมาจากดวงตาสีน้ำตาลเข้ม

นี่ฉันร้องไห้หรอ...” เขาพูดกับตัวเองเบาๆ ก่อนจะดันตัวเองให้ลุกขึ้นนั่งแล้วครุ่นคิดกับฝันของตนเองอย่างสงสัย “เธอคือใครกัน... ลี แชริน...

 

 

 

ถนนคนเดินที่มีผู้คนพลุกพล่านจอแจตั้งอยู่ในย่านชื่อดังของเกาหลีใต้นั้นยังมีชายหนุ่มผมสีทองคนหนึ่งยืนเล่นกีต้าร์และร้องเพลงอยู่บริเวณน้ำพุที่เป็นศูนย์กลางของถนนคนเดินแห่งนี้ เขามองเห็นเพียงผู้คนที่เดินผ่านหน้าเขาไปอย่างไร้เยื่อใยไม่สนใจในสิ่งที่เขากำลังทำ

 

 

 

แต่ในคนเหล่านั้นเขากลับเห็นผู้หญิงผมสีน้ำตาลทองคนหนึ่งกำลังยืนปรบมือให้จังหวะและยิ้มอย่างสดใสอยู่เบื้องหน้าเขา ซึ่งเขานั้นจดจำเธอได้เป็นอย่างดี จากฝันของเขา...

 

 

 

ลี แชริน...

 










THE END


 

 

 

 

ขอบคุณเพลงรักที่ทำให้เราได้เจอกัน..

..ฉันเกลียดเพลงรักที่ทำให้ฉันต้องจากเธอ

 




 




.........................................................................................

แต่งได้ทำร้ายเมนตัวเองดีจริงๆเลยเรา (2NE1 ไรท์เมน CL)
พล็อตมันมาแบบนี้มันมาตอนไรท์ตื่นนอนอะ คือทำไมข้าถึงแต่งแบบนี้โหดร้ายจริงๆ T^T #ด่าตัวเอง(?)
ถ้าถามว่าต้องการอะไรจาก SF เรื่องนี้ บอกเลย...อยากให้รีดร้องไห้ มันรู้สึกภูมิใจถ้าเราแต่งแนวนี้แล้วมีคนร้องไห้อะ(ออกแนวโรคจิต)

รู้สึกยังไงกับเรื่องนี้เม้นท์กันด้วยน้าา จะได้เอาไปปรับปรุงกับเรื่องหน้า
ติดตามเรื่องอื่นๆของไรฟ์เตอร์ผู้นี้ด้วยน้าาา

ขอบคุณที่ติดตามค่ะ ^^

 

 

 

Open:14/03/14
Closed:14/03/14

themy  butter

Vote ผิดปกติที่
writer@dek-d.com

ผลงานเรื่องอื่นๆ ของ Life of ME จากทั้งหมด 7 บทความ

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

0 ความคิดเห็น