ราชาซอมบี้ตนนั้น...น้องผมเอง

ตอนที่ 3 : บทที่ 2 เธอตื่นแล้ว

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 321
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 48 ครั้ง
    3 เม.ย. 64

บทที่ 2

มีนร้องไห้จนหลับไปแล้ว เพราะเรื่องของแม่ทำให้อาการของน้องทรุดหนักกว่าเดิมจนผมกังวล ตัวเธอแดงจัดปากน้อย ๆ หอบหายใจจนไอความร้อนลอยออกมาจนเห็นได้ชัด
ถึงผมจะเศร้าที่แม่พึ่งจากเราไป แต่ผมที่เป็นพี่ชายก็ต้องเข้มแข็ง ผมยังมีน้องที่ป่วยหนักให้ต้องดูแล ผมแทบไม่ได้พัก ผมวิ่งไปเอายาลดไข้จากตู้ยา บดจนละเอียดผสมกับน้ำแล้วค่อย ๆ หยอดใส่ปากมีน ผมเปลี่ยนเจลลดไข้ให้มีนสลับกับเช็ดตัวด้วยน้ำเย็นอุณหภูมิห้อง ผมเช็ดตัวเธอไปเรื่อย ๆ จนกว่าผ้าจะอุ่นแล้วค่อยเปลี่ยน ผมทำซ้ำแบบนี้เกือบ 30 นาที ไข้ของมีนก็ค่อย ๆ ลดลง แต่ผมก็ยังไม่วางใจ น้องดูหายใจลำบากมาก ปกติพอไปโรงพยาบาลจะต้องให้ออกซิเจนกับต่อสายน้ำเกลือ แต่ผมไม่ใช่พยาบาลและที่นี่ก็เป็นแค่ห้องพยาบาลในโรงเรียน
ผมนั่งอยู่ข้างเตียงน้องคอยดูแลเธอ ขนมที่ซื้อมาถูกทิ้งไว้บนพื้นนอกจากนมที่น้องกินเข้าไปแล้วอ้วกออกมา ทุกอย่างก็ยังอยู่เหมือนเดิม
ผมไม่อยากกินอะไรเลย ผมไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตอนนี้เวลาผ่านไปนานแค่ไหนแล้ว ผมรู้แค่ว่าต้องเช็ดตัวน้องทุก ๆ 15 นาทีตามที่พี่พยาบาลเคยสอน และคอยหยอดน้ำใส่ปากน้องเป็นพัก ๆ ไม่ให้เธอขาดน้ำเพราะเหงื่อเธอออกเยอะมาก ตอนนี้น้องมีแค่ผม ถ้าผมหายไปแล้วเกิดน้องชักขึ้นมา หรือน้องหายใจไม่ออกจะทำยังไง
อาการน้องไม่ได้แย่ลง แต่ก็ไม่ได้ดีขึ้น ผมรู้ว่าปล่อยให้เป็นแบบนี้ต่อไปคงไม่ดีแน่ ถึงอย่างนั้นผมก็ไม่รู้ว่าต้องทำยังไงให้น้องดีขึ้นกว่านี้ ผมมันก็แค่เด็ก 9 ขวบธรรมดา พอคิดแบบนี้แล้วน้ำตาก็เริ่มคลออีกครั้งอย่างไม่รู้ตัว น้ำตาสองสามหยดร่วงลงกระทบหลังมือที่กำแน่นอย่างแค้นใจ ทำให้ผมรู้สึกตัวว่าตัวเองกำลังร้องไห้อีกแล้ว
ผมมันน่าสมเพชทั้งที่บอกว่าจะไม่ร้องแล้ว ทั้งที่บอกว่าจะเข้มแข็ง แต่น้ำตาก็ยังไหล ผมกลัว ผมกลัวเหลือเกิน ถ้าน้องจากไปอีกคนผมจะอยู่ยังไง ตอนนี้ผมมีแค่น้อง แค่น้องคนเดียว
ตอนนี้หกโมงจะหนึ่งทุ่มแล้ว ไม่รู้ว่าแบตโทรศัพท์ที่ผมแอบพกมาโรงเรียนหมดไปตั้งแต่เมื่อไหร่ ผมที่ร้องไห้ระบายความอัดอั้นในใจออกมาจนรู้สึกดีขึ้นและกลับมามีสติอีกครั้ง ก็เอื้อมมือไปหยิบมันขึ้นมา
ผมนึกย้อนไปถึงเสียงแปลก ๆ ที่ดังออกมาจากปลายสายหลังจากที่แม่ตาย ถึงจะไม่ได้ตั้งใจฟังมากนัก แต่ก็เหมือนว่าทางนั้นจะเกิดอุบัติเหตุร้ายแรงทีเดียว ผมเหมือนจะได้ยินเสียงข้าวของพัง เสียงกรีดร้อง เสียงคำรามน่ากลัว เสียงปืน และเสียงระเบิดดังแทรกขึ้นมาเป็นพัก ๆ
ถ้ามีคนตาย ถ้ามีอุบัติเหตุร้ายแรงขนาดนั้น มันก็ต้องมีข่าวใหญ่ใช่ไหมล่ะ ผมต้องรู้สถานการณ์ภายนอก แม่บอกให้เราหลบอยู่ในนี้เพราะงั้นข้างนอกมันต้องมีอะไรแน่ ๆ

ผมค้นหาสายชาร์ตโทรศัพท์ในกระเป๋านักเรียน ก่อนจะกดเปิดโทรศัพท์ทั้ง ๆ ที่ยังชาร์ตอยู่ด้วยความหวัง นี่ก็ผ่านมานานมากแล้ว ถ้าเรื่องมันจบแล้ว ผมคงพามีนไปโรงพยาบาลได้
ผมเปิดเน็ตเข้าเว็บข่าวทั้ง ๆ ที่ไม่เคยเปิดมาก่อนในชีวิต
อย่างที่คิด มันเป็นข่าวใหญ่ แต่ผมไม่เข้าใจเลย ยิ่งผมอ่านมากแค่ไหนผมก็ไม่เข้าใจ
อะไรคือคนตายเดินได้ อะไรคือเชื้อไวรัส ทำไมพวกเขาบอกเหมือนแม่ ให้หลบอยู่ในบ้านห้ามออกไปไหน
ผมเลื่อนหน้าเว็บลงมาจนเจอภาพประกอบ ผมจ้องมองภาพนั้นอย่างไม่เชื่อสายตา
อะไรน่ะ คนเหรอ หรือว่าผี
ไม่สิผมเหมือนจะเคยเห็นมันมาก่อนในหนัง ใช่เหรอ ใช่เรื่องจริงเหรอ
ผมรู้สึกไม่เชื่อในสิ่งที่เห็น ผมเปิดดูข่าวหลาย ๆ เว็บ หัวใจของผมก็เต้นแรงขึ้นอย่างหวาดกลัว พวกเขาพูดคล้ายกันเกือบหมดแต่คำเรียกตัวต้นเหตุของเรื่องกลับแตกต่างกันออกไป
'คนตายเดินได้ ซอมบี้ ผีดิบ ผู้ติดเชื้อ'
ผมได้ยืนยันแล้วว่ามันคือเรื่องจริง ผมกดคลิปวิดีโอที่ถูกแนบมาพร้อมกับข่าว มันเป็นภาพจากกล้องโทรศัพท์ ภาพที่ผมเห็นมันเหมือนกับว่าผมกำลังดูหนังสยองขวัญที่ไม่เหมาะสำหรับเด็ก
โดยที่ผมไม่รู้ตัว มือผมก็กดดูคลิปอื่นต่อไปเรื่อย ๆ ถึงสถานที่กับคนในวิดีโอจะแตกต่างกันไป แต่มีสิ่งหนึ่งที่เหมือนกัน พวกเขาโดนตามล่า พวกเขาโดนกัด และพวกเขาก็กลายเป็นพวกมัน
ไม่รู้ทำไมทั้ง ๆ ที่ในวิดีโอดูน่าสยอง แต่ผมกลับมองมันไม่วางตา
จากนั้นผมก็ปิดคลิปแล้วค้นหาหัวข้อใหม่ 'ซอมบี้' ใช่แล้วนี่คือคำที่ถูกเรียกมากที่สุดจากในวิดีโอ ผมควรรู้เกี่ยวกับมันให้มากขึ้นถ้าอยากจจะอยู่รอดต่อไป เพราะเรื่องนี้ดูเหมือนจะไม่จบง่าย ๆ อย่างที่ผมคิด
ในเน็ตตอนนี้ความคิดเห็นและรายงานสถานการณ์เกี่ยวกับซอมบี้อัปเดตอย่างรวดเร็ว กระทู้ยอดฮิตขึ้นหน้าใหม่ทุกครั้งที่ผมรีเฟรช ผมไล่อ่านกระทู้และความคิดเห็นพวกนั้นอย่างจริงจัง
คำที่เห็นบ่อยที่สุดคือ ซอมบี้ เชื้อไวรัส และโจมตีที่หัว
จากที่ผมอ่านมา การโจมตีที่หัวคือจุดอ่อนของพวกมันที่ทุกคนลงความเห็นเป็นสิ่งเดียวกัน พวกซอมบี้ไร้ความรู้สึก มันขยับได้เพราะความอยากอาหารเพียงอย่างเดียว และมนุษย์ก็คืออาหารของพวกมัน
การโจมตีจุดอื่นของซอมบี้จะไร้ผล ถ้าจะฆ่ามันต้องที่หัวเท่านั้น และอย่าให้โดนกัดหรือข่วน เพราะถ้าโดนก็จะติดเชื้อไวรัสที่ยังไม่มีทางรักษาจากพวกมัน และกลายเป็นพวกมันในไม่กี่นาทีหลังจากที่โดนกัด
นอกจากนี้ก็ยังมีคนคอยประกาศถึงสถานที่ที่ซอมบี้ยังเข้าไม่ถึงเพื่ออพยพผู้คน เส้นทางอพยพจากเมือง รายงานความคืบหน้าของรัฐบาลที่กำลังหาวิธีรับมือกับเรื่องนี้ รวมไปถึงขั้นตอนการปฏิบัติตัวและหลีกหนีพวกซอมบี้
ผมอ่านไปก็หวั่นใจไป เรื่องมันใหญ่กว่าที่ผมคิดไว้มาก ถ้ามันยังเป็นอยู่แบบนี้ ผมคงพาน้องไปโรงพยาบาลไม่ได้แน่ แต่แล้วผมก็เลื่อนผ่านกระทู้ไปเรื่อย ๆ จนเจอเข้ากับหัวข้อหนึ่งที่ทำผมกลัว หัวใจผมบีบรัด หน้าผมซีดขาวแค่เพียงได้เห็นหัวข้อกระทู้ ผมกลั้นใจกดเข้าไปอ่านด้วยนิ้วที่สั่นระริก
"...ไม่จริง" เมื่ออ่านจบ ผมก็เงยหน้าขึ้นมองไปทางน้อง หัวใจผมเหมือนกำลังถูกบดขยี้ 'มีนจะกลายเป็นซอมบี้งั้นเหรอ'
นี่มันเลวร้ายมากกว่าที่ผมคิด มีนน่ะเหรอจะกลายเป็นซอมบี้ ไม่จริงหรอก ไม่มีทาง น้องผมแค่ป่วยเอง เป็นไข้เพราะอากาศเปลี่ยนเท่านั้น มีนของผมน่ะนะ มีนน่ะ ไม่เหมือนใคร น้องจะกลายเป็นซอมบี้ได้ยังไง น้องไม่มีทางเป็นพวกมันหรอก น้องต้องหายดี ใช่แล้ว มีนต้องหายดี ใช่...
'น้องจะต้องไม่เป็นไร ไม่เป็นไร ไม่เป็นไร'
ผมเริ่มหลอกตัวเองซ้ำ ๆ ผมสะกดจิตตัวเองให้เชื่ออย่างนั้นด้วยความกลัว ผมปล่อยโทรศัพท์ตกลงพื้นก่อนจะพยักหน้าและคลี่ยิ้มออกมาอย่างเชื่อสนิทใจ
พวกในเน็ตโกหก ใช่พวกเขาโกหก ทุกอย่างที่พวกเขาพูดมันโกหก ผมจะไม่อ่านมันอีกแล้ว ผมนี่โง่จริง ๆ เชื่อพวกเขาไปได้ยังไง น้องของผม ผมเลี้ยงเธอมากับมือ เฝ้ามองเธอมาตั้งแต่เกิด คอยระวังและดูแลอยู่ไม่ห่าง เธอไม่มีทางเป็นแบบที่พวกเขาพูดแน่
ผมเริ่มเช็ดตัวให้เธออีกครั้ง
ในวินาทีนั้นจิตใจของผมก็บิดเบี้ยวไปแล้วโดยไม่รู้ตัว
ตอนนี้ 6 โมงเช้าแล้ว ผมไม่ได้นอนทั้งคืน และผมก็ไม่เคยละสายตาจากเธอ เมื่อผมเช็ดตัวเธอ ผมมองเห็นทุกการเปลี่ยนแปลงของเธอ ผิวที่แดงจัดของเธอค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นซีดลง เส้นเลือดสีดำเริ่มแพร่ขยายไปตามผิว อุณหภูมิที่ร้อนดั่งไฟเผาลดลงจนเย็นเฉียบ อาการหอบหายใจของเธอหายไป ทุกอย่างมันเกิดขึ้นอย่างช้า ๆ ผ่านการจ้องมองของผมเมื่อคืน
การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้มันทำให้น้องผมน่ารักน้อยลงมาก ให้ตายเถอะ
แต่ถึงอย่างนั้น ผมก็ยังคงยิ้มอยู่ และมือข้างหนึ่งก็กุมมือน้องไว้มั่น ถึงเธอจะน่าเกลียดขึ้นแค่ไหนเธอก็คือน้องของผม ในตอนที่กุมมือเธอไว้ ผมรู้สึกได้ถึงชีพจรที่เต้นอย่างแผ่วเบาของเธอ มันเบามาก แต่มันก็ยังเต้นอยู่ ถึงภายนอกเธอจะเปลี่ยนไป แต่เธอยังคงอยู่ เธอยังอยู่แน่นอน
ไม่ช้าเปลือกตาสีซีดของเด็กหญิงก็ค่อย ๆ เปิดขึ้น เผยให้เห็นดวงตาที่ขาวโพลนจนน่าขนลุก

ในที่สุด...น้องของผม เธอก็ตื่นแล้ว

--------------------------
เรื่องนี้นาน ๆ อัพทีไม่ว่ากันน้าาา
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 48 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

9 ความคิดเห็น

  1. #9 จอมเวทย์สีเงิน (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 7 มกราคม 2564 / 16:12

    รอ~ จะเป็นยังต่อนะ รีบกลับมาลงเร็วไวนะคะ
    #9
    0
  2. #8 CrescentMoonStar (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 12 เมษายน 2563 / 01:57
    รอนร้าาา
    #8
    0
  3. #7 ^me^ (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 30 มกราคม 2563 / 22:11

    รออยู่
    #7
    2
    • #7-1 P-ITEM(จากตอนที่ 3)
      2 กุมภาพันธ์ 2563 / 13:40
      ไม่ได้ทิ้งจ้า แต่ขอเขียนเรื่องอื่นให้เรียบร้อยก่อนนะคะ เรื่องนี้เราก็อยากเขียนมากเหมือนกันค่ะ
      #7-1
  4. #6 Deffy-Deefey (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 9 พฤศจิกายน 2562 / 11:42

    บรรยายบรรยากาศ ความเปลี่ยนแปลง แล้วก็ความเครียดตัวละครดีจังเลยค่ะ ;//;)
    #6
    0
  5. #5 Phatranooch Piyanirun (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 9 พฤศจิกายน 2562 / 08:11
    ขอบคุณ​ค่ะ​
    #5
    0