ราชาซอมบี้ตนนั้น...น้องผมเอง

ตอนที่ 2 : บทที่ 1 ฝนหลงฤดู

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 260
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 33 ครั้ง
    3 เม.ย. 64

บทที่ 1

ตั้งแต่มีนขึ้นชั้นประถม ทุกวันนี้ชีวิตผมก็สบายกว่าเก่า เพราะไม่ต้องไปแอบเฝ้าน้องทุกวันที่รั้วเด็กอนุบาลเหมือนเมื่อก่อนแล้ว พวกเราสองคนสามารถกินข้าวเที่ยงด้วยกันได้ทุกวันเลยครับ!
ตอนนี้เทอมใหม่ชั้นประถมของพวกเราก็ใกล้จะเปิดเทอมแล้ว อีกไม่กี่วันก็จะมีสอบปลายภาค ผมละตื่นเต้นสุด ๆ ผมจะได้อยู่กับมีนตลอด 24 ชั่วโมงในช่วงปิดเทอมเชียวนะ
ฮ่าาา~~ คิดแล้วผมก็เริ่มเก็บของใส่กระเป๋ารอเวลากริ่งพักเที่ยงดังด้วยใจจดจ่อ
‘5 4 3...2...1’
กริ๊งงงงง~
ร่างของผมพุ่งออกจากที่นั่งติดประตูหลังห้องทันทีที่กริ่งดังแบบเนียน ๆ ก่อนที่คุณครูจะบอกเลิกคาบเรียนด้วยประสบการณ์ที่สั่งสมมาหลายปี
เทคนิคนี้ตัวผมเริ่มฝึกมาตั้งแต่ที่น้องมีนเข้ามาเรียน ผ่านมา 3 ปีผมก็กลายเป็นเทพเจ้าของการโดดออกจากห้องระหว่างเรียนแล้วครับ ในวันที่มีนมาเรียนวันแรก ตัวผมที่เป็นห่วงน้องเริ่มหาวิธีที่จะดอดออกจากห้องให้ไวขึ้น และด้วยความฉลาดของผม หลังจากที่ลองผิดลองถูกมาหลายวิธี ในที่สุดก็ได้เส้นทางเหมาะเหม็งมาจนได้
ผมคลานเข่าหนีออกจากโซนชั้นป.4 ที่ยังไม่ยอมปล่อยเด็กสักทีทั้ง ๆ ที่กริ๊งดัง แล้วมาดักรอมีนอยู่หน้าห้องเด็กป.1อย่างทุก ๆ วันทั้งเช้ากลางวันเย็นอย่างที่ทำเป็นประจำ
“นักเรียนเคารพพพ~”
ได้ยินเสียงหัวหน้าชั้นป.1 บอกเลิกชั้นเรียน ก่อนที่เด็กทุกคนจะพร้อมใจพูดขอบคุณคุณครู นี่ก็เป็นเรื่องที่เห็นได้เกือบทุกวัน และครูประชำชั้นก็เคยชินกับผมแล้ว ที่มายืนยิ้มหน้าแป้นรอน้องอยู่หน้าห้องทั้งเช้าสายบ่ายเย็น ทุก ๆ วันเธอมักรอผมมาถึงหน้าห้องก่อนจะปล่อยเด็ก ๆ ออกมาพักเที่ยง
แต่วันนี้กลับดูแปลกไป ปกติกลุ่มเด็กที่เดินออกมาคนแรก ๆ จะมีมีนอยู่ในนั้น ผมขมวดคิ้วรอสักพักแต่เด็กออกมาเกือบจะหมดห้องแล้ว ผมก็ยังไม่เห็นมีนแม้แต่เงา
ด้วยความสงสัยผมเลยคว้าเด็กผู้ชายที่ออกมาหลังเพื่อนมาถาม “มีนไปไหน”
“มะ มีนไม่สบายฮับ” เจ้าเด็กอ้วนหดตัวลงเมื่อผมจ้องเขม็ง มันเหล่ตากลับไปมองคุณครูสุดสวยที่เดินตามออกมาเป็นคนสุดท้ายในห้องแล้วเรียก “ครูฮับ...พะ พี่วีมาถามหามีน”
“พี่วี” คุณครูที่เดินตามออกมาเรียกผมเสียงอ่อน “ปล่อยเป๋าเป่าได้แล้ว น้องมีนตอนนี้เป็นไข้นอนพักอยู่ที่ห้องพยาบาล ครูโทรแจ้งคุณแม่เธอไว้แล้ว”
“อ้อครับ โทษนะน้อง” ได้ยินครูว่าอย่างนั้น ผมก็ปล่อยแขนไอ้เด็กอ้วนและตบแขนมันไปสองแปะให้มันหายหงอ ก่อนจะไหว้ลาครูแล้ววิ่งไปห้องพยาบาล
มีนป่วยอีกแล้ว
เหตุการณ์แบบนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเป็นครั้งแรกผมเลยไม่ตื่นตระหนกมากนัก ถึงจะบอกว่าสุขภาพมีนแข็งแรงขึ้น แต่พออากาศเปลี่ยนทีหนึ่งก็ป่วยเสียครั้งหนึ่ง ถือเป็นเรื่องธรรมดาของมีนไปแล้ว
แต่ครั้งนี้ผมกลับรู้สึกแปลกออกไป ไม่ใช่ว่าอากาศเปลี่ยนเร็วไปหน่อยเหรอ พึ่งเข้าหน้าหนาวไปเมื่อต้นเดือนเองนี่น่า มีนก็พึ่งจะป่วยไป
อย่างไรก็ตามร่างกายของมีนไม่เคยโกหก หยาดฝนหยดหนึ่งตกใส่หัวผมให้ได้รู้สึกตัว ผมเงยหน้าขึ้นมองฟ้าก็รู้เลยว่าวันนี้อากาศไม่ได้แจ่มใสเหมือนเก่าจริง ๆ
“ฝนหลงฤดูงั้นเหรอ?”
บนฟ้าเริ่มมืดครึ้ม อากาศเหมือนจะมีฝนห่าใหญ่ตกลงมาเร็ว ๆ นี้ แถมผมยังรู้สึกว่าลมที่พัดมามันเย็นกว่าปกติ
ผมเร่งฝีเท้าไปห้องพยาบาลที่อยู่กึ่งกลางระหว่างโซนเด็กประถมกับเด็กมัธยมต้น ผมหลบหยาดฝนบาง ๆ เข้าไปในทางเดินเชื่อมระหว่างตึกแทนการลัดสนามฟุตบอล ก่อนจะไปถึงห้องพยาบาล ผมแวะร้านสะดวกซื้อใกล้โรงอาหารที่เป็นทางผ่าน หยิบนมกับขนมปังที่กินง่าย ๆ ไปให้มีนรองท้อง เธอน่าจะลุกมากินข้าวไม่ไหวแน่ พอน้องได้กินอะไรรองท้องเสียหน่อย ก็จะได้กินยาได้
กว่าผมจะวิ่งมาถึงห้องพยาบาล ฝนก็ตกแรงจนละอองฝนถูกพัดขึ้นมาด้านในทางเดินทำเอาถุงเท้าเปียกไปหมด ผมถอดทั้งรองเท้าและถุงเท้าที่เปียกโชกไว้นอกห้องพยาบาลไม่ให้พื้นเปียกก่อนจะเดินเข้าไป
ห้องพยาบาลเป็นตึกที่แยกออกมาจากตึกอื่นเพื่อให้ความสงบกับผู้ป่วย และเพราะเป็นโรงเรียนใหญ่ จึงมียารักษาเบื้องต้นอยู่ครอบคลุมไม่ใช่มีแค่ยาแก้ปวดกับแก้ไข้หวัดอย่างเดียว ที่ชั้นล่างของตึกเป็นห้องครูพยาบาลและห้องแจกยาสำหรับเด็กที่ป่วย แต่ไม่จำเป็นต้องนอนพัก ชั้นสองจะมี 4 ห้องเป็นของเด็กประถมกับมัธยมต้น แบ่งแยกชายหญิงไว้คนล่ะห้องพอดีรวมเป็น 4 ห้อง และมีห้องน้ำในตัวทุกห้อง
ผมที่เดินเข้ามาชะเง้อคอมองสักพักก็ไม่เห็นใคร คุณครูห้องพยาบาลไม่อยู่ ผมเดาว่าเธอน่าจะออกไปพักเที่ยง ผมเดินไปเซ็นชื่อเอาไว้ในสมุดคนมาเยี่ยม ก่อนจะเดินขึ้นไปชั้นบนเหมือนที่ทำเป็นประจำ
ห้องพยาบาลที่มีนอยู่เป็นห้องแรกทางฝั่งซ้ายมือ ผมเปิดประตูกระจกบานเลื่อนเข้าไปด้วยความเคยชิน ด้านในเปิดแอร์ไว้ในอุณหภูมิห้อง ทำให้อากาศอบอุ่นกว่าภายนอกที่มีฝนตกหนัก เตียงอื่น ๆ ทั้ง 4 เตียงว่างโล่งมีเพียงเตียงติดหน้าต่างที่มีผ้าม่านปิดไว้รอบเตียงเท่านั้นที่มีคนนอนอยู่ และนั่นคือเตียงประจำของมีน
“มีน” ผมที่มาหยุดข้างเตียงเธอเอ่ยเรียกขณะที่เอื้อมมือไปเปิดม่าน
ในนั้นมีเด็กหญิงวัย 6 ขวบตัวน้อยถักเปียสองข้างนอนอยู่บนเตียง ปากเธอซีดแต่แก้มกลับแดงปลั่งเพราะพิษไข้ แม้ผมพึ่งจะเรียกเธอไป เธอก็ยังไม่รู้สึกตัว
ผมยกหลังมืออังหน้าผากเธอ ก็สัมผัสได้เลยว่าตัวเธอร้อนจนแทบลวก
“ดูท่าจะอาการหนักแฮะ”
ผมวางของกินไว้ปลายเตียงก่อนจะเดินไปเข้าห้องน้ำ และขนกะละมังเล็กกับผ้าขนหนูสะอาดที่เอาไว้เช็ดตัวผู้ป่วยออกมา น้ำในกะละมังเย็นกำลังพอดี ๆ ผมนำผ้าขนหนูจุ่มน้ำแล้วเช็ดหน้าให้น้องก่อน จะแกะเจลลดไข้แผ่นใหม่แปะบนหน้าผากน้อง เสร็จแล้วก็เริ่มเช็ดส่วนอื่นอย่างเบามือ ผมเช็ดตัวเธอไปเรื่อย ๆ ผ่านไปเกือบ 15 นาทีอุณหภูมิน้องก็ลดลงนิดหน่อยแล้ว ผมจึงเอากะละมังไปเก็บ
ผมทำทุกอย่างนี้บ่อยจนชำนาญแล้วเช่นกัน ใครใช้ให้น้องสาวผมอ่อนแอขนาดนี้กันล่ะ วันไหนที่แม่ไม่ว่างทุกครั้งก็จะเป็นผมที่หยุดเรียนเพื่อดูแลเธออยู่เสมอ
“มีน” ผมสะกิดเรียกเธออีกครั้ง จะปล่อยให้เธอหลับต่อไม่ได้ คนป่วยต้องกินยาให้ตรงเวลา
ผมอุ้มเธอลุกขึ้นนั่ง มีนก็พึ่งจะสะลึมสะลือตื่น
ดวงตากลมโตที่ขอบตาแดงก่ำจากความร้อนในร่างกายกะพริบช้า ๆ ปากน้อยขยับเบา ๆ สีหน้าเด็กหญิงดูเจ็บปวดมาก
“พี่วี...มีน มีนเจ็บจังเลย”
“เที่ยงแล้วมีนกินนมก่อนนะ เดี๋ยวพี่จะไปเอายาลดไข้กับยาแก้ปวดมาให้” ผมยื่นนมที่เสียบหลอดไว้แล้วให้น้อง
มือเล็ก ๆ พยายามจะยกขึ้นมารับแต่กลับยกไม่ขึ้น ผมเลยเป็นคนถือกล่องนมให้มีนดื่มแทน
“ดูท่าคราวนี้จะเป็นหนักจริง ๆ นะมีน เจ็บมากไหม” ผมพูดเบา ๆ ข้างหูมีนที่พิงตัวอยู่ในอกผม มืออีกข้างก็ยกขึ้นลูบหัวน้องเบา ๆ
“มีนเจ็บ เจ็บเหมือนจะตายเลย ฮึก พี่วี” น้ำตาเม็ดเป้งไหลออกจากหางตา ปากเล็ก ๆ คายหลอดออกมาทั้ง ๆ ที่กินไปแค่นิดเดียว
“กินอีกนะ จะได้ไม่ปวดท้องตอนกินยา” ผมคะยั้นคะยอแต่น้องกลับส่ายหัว
“ไม่ ไม่ได้ มีนจะอ้วกแล้วอ่ะพี่วี”
เห็นน้องพูดออกมาแบบนั้นผมก็วางกล่องนมลง ก่อนจะประคองร่างมีนพิงหัวเตียง “อึ๊บไว้อย่าพึ่งอ้วก! เดี๋ยวพี่ไปเอาถุงก่อน!”
ผมวิ่งไปหยิบถุงแล้วเอามันมารองอ้วกน้อง
“อุ่ก แหวะ...”
ผมอยู่ลูบหลังให้เธอไปเรื่อย ๆ น้องผมเรียกได้ว่าอ้วกออกมาหมดไส้หมดพุงเลยทีเดียว พอมีนอ้วกเสร็จ ผมยื่นก็น้ำเปล่าให้มีนล้างปาก ผมค่อย ๆ ประคองร่างมีนลงนอน ก่อนจะหยิบโทรศัพท์ที่แอบคุณครูเอาไว้ออกมาโทรบอกแม่ เรื่องอาการของน้องที่เป็นหนักกว่าที่คิด
แต่ก่อนที่ผมจะกดโทรออก แม่ก็เป็นฝ่ายโทรเข้ามาเสียก่อน
“แม่...” ผมรับโทรศัพท์ยังไม่ทันที่ผมจะพูดอะไรต่อ ปลายสายก็พูดแทรกขึ้นมา
[วี พี่วีฟังแม่นะ! รีบไปอยู่กับน้อง ลูกดูแลน้องแทนแม่ได้ใช่ไหม อยู่กับน้องแล้วไปซ่อนตัวไว้ ลูกต้องปกป้องน้องก่อนที่แม่จะไปหา เข้าใจไหม] เสียงของแม่ฟังดูร้อนรนจนผมรู้สึกไม่ดี
“แม่ผมอยู่กับน้องแล้ว มีนป่วยหนักน้องต้องไปโรงพยาบาล” ผมบอกแม่
[โอเค ถ้างั้นลูกฟังแม่ก่อนพี่วี อยู่กับน้องไว้อย่างพึ่งไปไหน ไม่ต้องไปตามครู ไม่ต้องไปไหนทั้งนั้น ตอนนี้นอกโรงเรียนกำลังมีปัญหาแต่แม่กำลังจะไปรับพวกลูก แล้วนอกจากน้องมีนแล้วมีใครอยู่กับพวกลูกอีกรึเปล่า พี่วี...พี่วีอยู่กับใครรึเปล่า] ระหว่างแม่พูดก็มีเสียงกรีดร้องดังแทรกเข้ามาในโทรศัพท์
“เปล่าครับแม่ ผมอยู่กับน้องในห้องพยาบาลสองคน แม่เป็นอะไรรึเปล่าข้างนอกเกิดอะไรขึ้น” ผมเริ่มกังวลขึ้นมาแล้ว เสียงแม่ดูไม่ดีเลย
[ดีแล้ว ไปล็อกประตูซะพี่วี อย่าให้ใครเข้าไปนอกจากแม่ โอเคไหม สัญญากับแม่สิ ลูกต้องล็อกประตูและรอแม่ ห้ามออกมา] แม่ไม่ตอบคำถามแต่กลับสั่งผมเสียงเครียดแทน
ถึงผมไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น แต่มันน่าจะเป็นเรื่องใหญ่มาก เสียงของแม่หอบหายใจเหมือนกำลังวิ่งอยู่ แล้วไหนจะเสียงกรีดร้องโหยหวนที่ดังแทรกเข้ามาอีก เพื่อไม่ให้แม่เป็นห่วงพวกเราผมจึงตอบตกลงเสียงหนักแน่น “ได้ครับ ผมจะรอแม่ ผมจะปกป้องน้องให้ดี แม่ไม่ต้องเป็นห่ว...ง แม่!” ก่อนที่ผมจะพูดจบ เสียงเหมือนอะไรบางอย่างร่วงลงพื้นดังลั่นทำให้ผมตกใจ
[…] ปลายสายเงียบไปไร้เสียงตอบรับ
“แม่…” เกิดอะไรขึ้น “แม่ แม่เป็นอะไร เงียบทำไม” ผมกำโทรศัพท์ในมือแน่นขึ้นแล้วกุมมือมีนที่นอนมองมาทางผมแน่นเช่นกัน
[ไม่ ไม่จริง] เสียงปลายเหมือนดังมาจากที่ไกล ๆ และสั่นระริกอย่างที่คนฟังรู้สึกได้
“…แม่ แม่เป็นอะไร อะไรไม่จริงแม่ แม่ผมใจไม่ดีเลย แม่ตอบผมสิ” ผมกุมโทรศัพท์ถามเสียงสั่น มือน้อย ๆ ของมีนที่ผมกุมอยู่ก็สั่นตามไปด้วย
“แม่เป็นอะไรพี่วี ฮืออ” มีนเริ่มสะอื้นหนักกว่าเก่า
ผมมองน้องก่อนจะส่ายหัว ผมไม่รู้จะบอกน้องว่าอะไรจริง ๆ เสียงปลายสายเงียบไปนาน ระหว่างนั้นมีเสียงตะโกน เสียงกระจกแตก เสียงดังอึกกระทึก ปนกับเสียงคำรามน่ากลัวแทรกเข้ามาตามลำดับ
ที่ปลายสายมีเสียงดังขลุกขลัก และเงียบไปนานก่อนจะมีเสียงตอบกลับมาอีกครั้ง
[วี...น้องอยู่ใกล้ ๆ ใช่ไหม เปิดโฟนให้แม่คุยกับน้องหน่อย] เสียงของแม่ฟังดูอ่อนแรงกว่าทีแรกมาก
“ผมเปิดแล้ว แม่ไม่เป็นอะไรใช่ไหม เมื่อกี้เกิดอะไรขึ้น”
“ฮึก ฮึก แม่เป็นอะไร ฮึก” เด็กหญิงน้ำตาไหลอาบแก้ม แม้จะไม่รู้เรื่องว่าเกิดอะไรขึ้นกับแม่ แต่เธอก็รู้สึกได้จากเสียงของแม่ตอนนี้ แม่กำลังเจ็บเหมือนกัน และหัวใจเธอก็รู้สึกกลัวเหลือเกิน
[พวกลูกฟังแม่นะ ตั้งใจฟังให้ดี] ปลายสายหยุดไปนาน ก่อนจะพูดขึ้นมาอีกครั้ง [แม่คง...ไปหาพวกลูกไม่ได้แล้ว ฮึก] เสียงสะอื้นอย่างโศกเศร้าดังแทรกขึ้นมา ทำเอาสองพี่น้องแทบจะร้องตามผู้เป็นแม่ไปด้วย
[ไม่ได้อีกแล้ว ฮึก พี่วีต้องดูแลน้องมีนดี ๆ นะครับ ตอนนี้ข้างนอกอันตรายมาก อย่าไว้ใจใครนอกจากครอบครัว ไม่…ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ลูกต้องห้ามทิ้งกันเข้าใจไหม] ในตอนนั้นปลายสายก็ไอออกมาอย่างแรง [อึก เอาล่ะ…แม่ยังไม่ไว้วางใจเลย พี่วีล็อกประตูรึยังครับ]
“ผมจะไปล็อกเดี๋ยวนี้ แม่อย่าพึ่งวางนะ” ผมพูดพร้อม ๆ กับที่ใช้แขนเสื้อเช็ดน้ำตา ผมวิ่งออกไปมองซ้ายมองขวา เมื่อไม่เห็นใครก็ลงบันไดไปหยิบรองเท้าตัวเองเข้ามา ผมล็อกประตูหน้าตึกพยาบาลไว้ แล้วก็ดึงม่านลงมาบังไว้อีกชั้น ก่อนจะไล่ปิดหน้าต่างชั้นหนึ่งจนหมด เมื่อเช็คดูจนเรียบร้อยแล้วก็กลับขึ้นไปไปล็อกห้องที่มีนนอนอยู่
“ผมล็อกหมดแล้วแม่ ปิดหน้าต่างหมดแล้วด้วย” ผมพูดบอกแม่
[ดี ดีแล้ว แม่เชื่อว่าพวกลูกจะไม่เป็นอะไร แค่ก…พี่วีของแม่เก่งอยู่แล้ว และ...และน้องมีนของแม่ก็เข้มแข็งมาก แม่รักพวกลูกนะ พวกลูกรู้ใช่ไหม] เสียงของแม่เบาลงเรื่อย ๆ
“ผมรู้ มีนก็รู้ แม่…” ผมพยักหน้าตอบทั้ง ๆ ที่ยังไงแม่ก็มองไม่เห็น ส่วนมีนก็ร้องออกมาเป็นเผาเตาเมื่อได้ฟังเสียงเจ็บปวดของแม่
[ไม่ต้องร้องแล้วพี่วี...น้องมีนด้วย ลูกก็รู้ว่าแม่จะเสียใจเมื่อได้ยินพวกลูกร้องไห้...ใช่ไหม] เสียงระโหยของแม่พยายามจะเอ็ดพวกเราเหมือนเมื่อก่อน แม้จะไม่มีพลังเท่าเก่า แต่พวกเราก็พยายามปิดปากกั้นสะอื้นในลำคอเพื่อแม่
พวกเราทั้งคู่รู้ดีว่าแม่กำลังจะตาย พวกเราที่โตอยู่ในโรงพยาบาลตั้งแต่เด็กนั้นรู้ดี
ในช่วงเวลาที่เหลืออยู่อันน้อยนิดของแม่ ผมกับมีนอยู่คุยเป็นเพื่อนแม่ในทุก ๆ เรื่องที่พวกเราคิดออก แต่เสียงตอบรับของแม่ก็ค่อย ๆ สั้นลงทุกที ไม่รู้ว่าเราคุยกันมานานเท่าไหร่แล้วในที่สุดก็ไม่มีเสียงของแม่ตอบกลับมาอีก
ผมไม่ได้กดวางสาย แต่วางโทรศัพท์ที่ต่อสายแม่ค้างไว้ลงบนเตียง ผมก้มลงกอดร่างของน้องไว้แน่น แม่ไม่ชอบให้พวกเราร้องให้เราก็จะไม่ร้อง
พวกเรากอดกันอยู่อย่างนั้นเนิ่นนาน ในขณะที่เสียงแปลก ๆ ก็ยังคงดังออกมาจากโทรศัพท์...

------------------------------
ตอนนี้เศร้าง่ะ ฮืออออ คุณแม่...
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 33 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

9 ความคิดเห็น

  1. #4 คุณป้า (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2562 / 12:41

    ปวดตับ

    #4
    0
  2. #3 Kuroshio (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2562 / 04:07
    น้องจะเป็นซอมโดยไม่ต้องโดนกัดรึเปล่านะ?
    #3
    0