ECCENTRIC DESIGNER รักนี้ ดีไซน์ไม่ได้

ตอนที่ 5 : Page 2.5 [TO BE ECCENTRICALLY CREATIVE]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1260
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 25 ครั้ง
    23 พ.ค. 62


 
 
 
   
 
Story: Page 2.5 

         “We don’t need fashion to survive, we just desire it so much.”

 — Marc Jacobs —

         ปุจฉา จู่ๆ ฉันมาอยู่ในสถานการณ์อย่างนี้ได้ยังไง

                วิสัจชนา ทุกอย่างมันเริ่มจาก

            ก.ไก่ ฉันตื่นมาใส่คอนแทคเลนส์ไม่ทัน

  ข.ไข่ ฉันมองเห็นยัยป้ายิปซีสิบแปดมงกุฎนั่นกำลังหลอกผู้ชายคนหนึ่งเพื่อไปรีดตังค์กับคำพูด Bullsh*t ลวงโลกของแก ซึ่งมันทำให้ฉันรับไม่ได้อย่างแรง เพราะเคยถูกดึงไปโดยวิธีการเดียวมาแล้ว ในวันนั้น ฉันแค่หยุดมองดูป้ายของป้าแกเพราะรู้สึกดวงตก แล้วยังไม่ทันคิดอะไร ก็ถูกดึงไปซะแล้ว แต่ไม่คิดว่าป้าแกจะมาพล่ามอนาคตฉันอย่างที่ฟังดูก็รู้ว่าแถกับหลอกขายหินปัญญาอ่อนที่เห็นตามจตุจักรตั้ง 50 เหรียญ พอฉันจะหนี ก็บังคับให้ฉันจ่ายตั้ง 20 เหรียญ โดยให้หลานแกบังทางออกไว้ จนฉันที่ตอนนั้นยังรู้เท่าไม่ถึงการณ์ยอมจ่ายไปให้จบๆ จนเรื่องในวันนั้น ทำให้ฉันแค้นอยู่ในอกมาจนถึงทุกวันนี้

  ฃ.ขวด เพราะอย่างนี้ไง ความดีที่นานๆทีจะมีครั้ง ปนกับความแค้นในอกของฉัน จึงทำให้ต้องเดินเข้าไปดึงเขาออกมาอย่างหวังดี โดยแกล้งทำเป็นรู้จักเขา แถมยังพูดพล่ามอะไรไม่รู้ใส่ผู้ชายคนนั้น จนเขาไม่รู้จะเอ่ยยังไงกลับด้วยนะ

            ค.ควาย เพราะความหน้าบางของฉัน จึงทำให้กว่าจะกล้าสบตาเขา ก็ลากมาซะไกลแล้ว แต่พอหยุดแล้วมองเขาดีๆน่ะสิ ถึงเห็นว่า

            ค.ควายจุดหนึ่ง เขาโครตสูง...สูงชะลูดยังกะตึก Empire State! แบบถึง 185 ซม.ชัวร์ๆอ่ะ

            ค.ควายจุดสอง เขาแต่งตัวได้เด่นและดูดีมาก เสื้อสูทสีดำลายตารางหมากรุกกับเนคไทสีแดง อย่างกับนายแบบมาเอง

            ค.ควายจุดสาม เขาโครตหล่อวัวตายความล้ม! ทั้งดวงตาเรียวหลังแว่นกันแดดสุดเท่ที่ถึงเห็นลางๆก็รู้ว่ามีเสน่ห์ จมูกโด่งเป็นสัน กรามชัดแบบที่หายากมากในหมู่คนเอเชีย

            ค.ควายจุดสี่ เขาดูเหมือนกับผู้ชายที่ฉันเพิ่งเห็นในห้องบรรยายเป๊ะๆ

            สรุปได้ว่า เขาคือ

            “ช..เชส ยางาว่า???!!

            เวรกรรม! นี่ฉันเพิ่งลากดีไซน์เนอร์ระดับโลกมา แล้วพล่ามอะไรใส่ก็ไม่รู้ตั้งเยอะ แถมยังอวดดี แนะนำที่ดูดวงให้อีก โอ๊ย! ฉันอยากมุดหัวลงดินจริงๆ!

            “เธอจำผมได้ด้วยเหรอ น่าปลื้มแฮะ” เชส ยางาว่าเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำเป็นเอกลักษณ์เหมือนตอนบรรยายนั่น มุมปากเขายกขึ้นอมยิ้มนิดๆ จึงไม่รู้ว่าเขาพูดจริงหรือพูดไปงั้น

            “ฉ..ฉันต้องขอโทษคุณจริงๆนะคะ ไม่รู้ว่าเป็นคุณถึงถือวิสาสะแกล้งทำเป็นรู้จักคุณแล้วพาออกมา ไม่รู้ว่าคุณอาจจะหาแรงบันดาลใจอยู่” นี่คือการสันนิษฐานที่น่าจะเป็นไปได้ที่สุดแล้ว สำหรับดีไซน์เนอร์สุดแหวกแนวอย่างเขา โอ๊ย! ฉันละอยากจะร้องไห้จริงๆ ฉันนี่มันโครตบ้า ถ้าเขาทำงานเก็บข้อมูลอยู่จริงๆล่ะ เขาไม่โกรธฉันเหรอ ที่ทำงานเขาเสีย?

            ดีไซน์เนอร์หนุ่มคนนั้นกลับเงียบไป เวรกรรม! หรือว่าเขาจะมาดูดวงจริงจัง?! แต่ก็แค่ดูดวง ไม่เห็นน่าอายซักหน่อย ฉันที่ก้มหัวลงขอโทษอยู่จึงไม่กล้าสบตาเขา รู้สึกร้อนๆหนาวๆอย่างบอกไม่ถูก แต่แล้ว ก็ได้ยินเสียงเขาพูดขึ้นมา

            “นั่นน่ะสิ”

            “?

            “เพราะเธอ ผมเลยเสียแรงบันดาลใจไปหมด”

            “งั้นเหรอคะ ฮ่ะๆ” เสียงหัวเราะของฉันดังขึ้นแล้วก็แผ่วลงอย่างเฝื่อนๆ

            นี่เขาโทษฉันจริงดิ? หรือล้อเล่นนะ? หรือเขาอาจจะติสต์จนโครตตรง คนปกติถ้ารู้สึกเคืองใคร แต่เพื่อจะรักษาภาพลักษณ์ ก็ควรแกล้งเออออ บอกว่าไม่เป็นไรไม่ใช่เหรอ!

            “เอ่อ.. ฉันต้องขอโทษจริงๆนะคะ ถ้าจะให้ฉันชดเชยยังไงก็บอกมาละกันนะคะฉันจึงขอโทษเขาอีกที โอ๊ย ให้ตาย รู้สึกขนลุกเป็นบ้า นี่คือเขาไม่ได้พูดจริงใช่มั้ย?

            “เอาอย่างงั้นเหรอ”

            “คะ?

            “เธอจะชดเชยให้ผมใช่มั้ย?” เชส ยางาว่าถามฉันด้วยใบหน้าเรียบเฉย ดวงตาเรียวหลังแว่นกันแดดนั่นจ้องมาในนัยน์ตาของฉันนิ่งๆ จนฉันรู้สึกหนาวกว่าเดิมทั้งที่เพิ่งเข้าฤดูใบไม้ร่วง  นี่เขาซีเรียสจริงดิ?!

            “อ่า ก็ได้สิคะ ถ้าฉันทำได้นะคะ” ฮือ เขาน่ากลัวชะมัด นี่เขาคงไม่ได้ซีเรียสสินะ แต่ทำไมใบหน้าของเขาถึงดูจริงจังขนาดนี้!

            “อืม…” ชายหนุ่มลากเสียงยาว เหมือนกำลังครุ่นคิด พลางมองฉันตั้งแต่หัวจรดเท้า เอิ่ม.. เขาคิดอะไรกันอยู่แน่เนี่ย

            “ไปดื่มกาแฟกันมั้ย”

            “คะ?

            ร่างสูงปรายตามองฉันเรียบๆ แต่ทำให้ขนลุกไปทั้งตัว ก่อนจะเอ่ย

            “ค่าแรงบันดาลใจผมน่ะ แพงมาก ผมว่าเราคงเคลียร์กันคงไม่จบง่ายๆที่นี่หรอก”

 

            ...เพราะเช่นนี้

  “มอคค่าเย็นของเธอ”

  “โอ๊ะ ขอบคุณค่ะ” ฉันก้มหัวลง แล้วรับกาแฟมาจากมือของชายหนุ่ม ก่อนที่เขาจะเลื่อนเก้าอี้ออก เพื่อนั่งลงตรงข้ามฉัน

  ตอนนี้ ฉันกำลังนั่งประจันหน้ากับดีไซน์เนอร์ระดับโลกในร้านกาแฟแห่งหนึ่ง บอกตามตรง ฉันยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเขาชวนฉันมาที่นี่ทำไม คือฉันทำอะไรผิดขนาดนั้นเลยเหรอ? หรือเขาแค่เหงา อยากหาเพื่อนดื่มกาแฟด้วยเฉยๆ? หรือแค่อำเล่น?

  ระหว่างทางที่มาที่นี่ เราไม่ได้พูดอะไรกันด้วยซ้ำ เขาแค่เดินนำฉันไปร้านกาแฟร้านหนึ่งไม่ไกลจากสวนนั่น แต่ระหว่างทาง ก็เหมือนมีคนพอจำเขาได้ รวมถึงคนที่หันมองตามเขาเพราะชุดที่ดูเด่นออกมาจากคนอื่นบนร่างสูงโปร่ง ราวกับนายแบบ ยิ่งฉันต้องมาเดินเคียงข้างกับเขา ก็รู้สึกตัวเล็กลงไปอีกอย่างบอกไม่ถูก พอได้รับกาแฟ ฉันก็ยกจิบขึ้นจิบพอเป็นพิธี ก่อนจะชำเลืองไปที่ร่างสูงที่นั่งตรงข้าม ซึ่งกำลังจิบอเมริกาโน่เย็นที่ถือในมือ ทอดมองออกไปนอกหน้าต่าง ทำให้เห็นดวงตาเรียวคมที่ซ่อนอยู่หลังแว่นกันแดดหรูลางๆ ประจวบกับแสงแดดอ่อนๆที่ลอดทะลุผ่านหน้าต่าง ทำให้ผิวสีแทนอ่อนของเขาประกายขึ้น ดูน่าหลงใหลราวกับหลุดออกมาจากปกนิตยสาร

  “เธอชื่ออะไรนะ” ฉันสะดุ้งนิดๆ เมื่อจู่ๆเขาก็หันกลับมามองฉันผ่านแว่นกันแดดคู่นั้นด้วยสายตานิ่งเรียบ พร้อมยิงคำถามที่ควรถามตั้งนานแล้ว ฉันรีบรวบรวมสติกลับมา แล้วเอ่ยตอบ

  “เจส..”

  สติๆ ยัยเจส อย่าเผลอหลงเขาเชียวล่ะ..

  “ชื่อเต็ม?

  “เจสสิก้า..ยูน”

  “คนจีน? เกาหลี?

  “คนไทยค่ะ” ฉันแก้ ร่างสูงจึงเลิกคิ้วขึ้นเหมือนแปลกใจ เขาไม่ใช่คนแรกที่คิดว่าฉันเป็นคนจีน เพราะหน้าตาของฉันค่อนไปทางหมวยมากกว่าและนามสกุลจีนจ๋านี่อีก ฉันจึงกล่าวเสริม

  “ฉันเป็นลูกครึ่งไทย-ไต้หวันน่ะค่ะ”

  “อ๋อ ก็ว่าอยู่” เขาพยักหน้ารับ “ไม่ได้เกิดที่นี่สินะ”

  “ค่ะ” ฉันพยักหน้าตอบ “ฉันเกิดแล้วก็โตที่ไทยค่ะ”

  “งั้นเหรอ แล้วมาเรียนสาขาอะไร ปีไหนแล้วล่ะ”

  “ไฟแนนซ์ ปีสามค่ะ”

  “ชอบเล่นหุ้นกับพวกงานธนาคารเหรอ?

  “อ่า.. ก็ประมาณนั้นค่ะ” ฉันลังเลเล็กน้อยก่อนจะพยักหน้า ฉันไม่ได้ไม่ชอบสายที่ฉันเรียนนะ มันก็สนุกสุดถ้าเทียบกับบรรดาวิชาสายธุรกิจทั้งหมด

  “เธอนี่เก่งเนาะ ผมนี่โครตเกลียดตัวเลขเลย แค่ทำแพทเทิร์นก็ปวดหัวจะแย่อยู่แล้ว” เชสบ่น คราวนี้ใบหน้าเขาดูผ่อนคลายลง ขณะพูดก็อมยิ้มน้อยๆ ทำให้ฉันใจเต้นแปลกๆ

  “ฉันก็ไม่ได้ชอบคำนวณหรอกค่ะ แต่ก็ทำได้”

  “งั้นเหรอ” เชสเลิกคิ้ว ก่อนจะเอ่ยต่อด้วยใบหน้าที่เหมือนจะคิ้วขมวดลงนิดนึงเพื่อวิเคราะห์ “ก็นะ ฉันเองก็จินตนาการคนอย่างเธอนั่งเฉาอยู่กับโต๊ะไม่ได้หรอก”

  เอ๊ะ! เขาหมายว่ายังไงนะ?

  “ทำไมเหรอคะ”

  ฉันไม่ปล่อยให้ความสงสัยในหัวลอยไปลอยมาอยู่ในนั้นต่อไป เชสจึงนิ่งไปซักพัก ก่อนจะยิ้มนิดๆแล้วเอ่ย

  “ใช่ เธอดูดีเกินกว่าที่จะเป็นมนุษย์ธรรมดาซะอีก”

  โฮกกกก ดาเมจ!

  ฉันเกือบจะไอออกมา ดีนะที่ยังไม่ได้ดื่มกาแฟ นี่มันดาเมจแรงมาก ราวกับมียานอพอลโล่พุ่งชนเข้าที่หัวใจ นี่..เขาชมฉัน?

  “..ฮ่ะๆๆ นี่คุณล้อฉันเล่นเหรอคะ” ฉันที่ไม่รู้จะตอบยังไง จึงชิงหัวเราะขึ้นมาก่อนแก้เก้อ “ผม        เปล่าล้อเล่น” เชสตอบเสียงจริงจัง “เพราะเธอเป็นเทพธิดาไง”


  แค่กๆๆๆ


  ฉันไอสำลักกาแฟขึ้นมาอย่างเสียมารยาททันทีที่ได้ยินประโยคนั้น จนต้องมองหาทิชชู่ ซึ่งเชสก็รีบกุลีกุจอไปหยิบมาให้ ฉันรับมันมาแล้วไอต่อซักพักจนหาย ก่อนจะพยายามรวบรวมสติกลับมา เมื่อกี้ฉันฟังอะไรผิดหรือเปล่า ทำไมฉันยังขนลุกไม่หาย?!

  “เธอโอเคมั้ย” เชสเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเป็นห่วง ฉันที่ไอจนน้ำตาไหล หันกลับไปพยักหน้า

  “ไม่เป็นไรค่ะ ขอโทษนะคะ ที่เสียมารยาท”

  เชสจึงส่ายหน้าแล้วเอ่ยเพิ่มด้วยน้ำเสียงโทนเดิมกับเมื่อครู่

  “แน่ใจนะ? เอากระดาษเพิ่มอีกมั้ย”

  ฉันรีบส่ายหน้าเป็นพัลวัน

  ฮือออ ไม่เข้าใจ ไม่เข้าใจเลย นี่มันมุขของดีไซน์เนอร์เหรอ ดีไซน์เนอร์ตัวท็อปอย่างเขาเล่นมุขเสี่ยวเป็นด้วยเหรอ? ฉันค่อยเงยหน้าขึ้นมาโดยมีทิชชู่บังไว้เหลือแต่ตา ก็เห็นดวงตาคมกริบหลังเลนส์แว่นสีเข้มนั่นยีลงเหมือนกำลังขำ ฉันจึงหลุดค้อนเขาขึ้นมา

  “เดี๋ยวเถอะ นี่คุณหยอกฉันขึ้นมาแบบไม่ทันให้ตั้งตัวเลยนะ”

  เชสจิบกาแฟ อมยิ้มน้อยๆแล้วตอบ

  “ผมแค่เป็นคนตรงๆ”

  “ฉันว่าไม่ใช่ละ”

  ฉันแย้ง นี่มันโครตแปลกเลยนะ หรือว่าจริงๆแล้วเชส ยางาว่าเป็นคนขี้แกล้ง ไม่ก็ตลกหน้าตาย

  “อ้อ เธอ” เชสเอ่ยเรียกฉัน ในขณะที่หยิบโทรศัพท์ของตัวเองออกมายื่นให้ฉัน

  “ขอเบอร์ด้วย”

  หะ??!! เชส ยางาว่าขอเบอร์ฉัน? บ้าน่า เขาจะเอาไปทำอะไร

  “คะ?” ฉันเอ่ยทวน

  “เบอร์-โทร-น่ะ” เชสโน้มหน้ามาข้างหน้า แล้วย้ำแต่ละคำอย่างช้าและชัดเจน สายตาคมกริบก็ยังนิ่ง แต่ดาเมจทะลุทะลวงเหมือนทุกครั้ง

            ฉันจึงพูดไม่ออก ได้แต่ทำหน้าเหลอหลาใส่เขา  นี่เขาจะขอเบอร์ฉันทำไม? นี่คือจีบ? หรือว่าแกล้ง? ไม่น่าจะใช่มั้ง ถึงฉันจะมั่นหน้า แต่ก็มีขอบเขต หรือว่าจะให้มาช่วยงาน? ตลกแล้ว ในหัวสมองเต็มไปด้วยความคิดปั่นกันเหมือนในโฆษณาโกโก้ครั้นช์ แต่แล้วเชสก็ดึงฉันกลับมาในปัจจุบันด้วยเสียงทุ้มเอื่อยเฉื่อย

            “คิดอะไรเยอะแยะ ผมเมื่อยแล้วนะ”

            “จะเอาเบอร์ฉันไปทำอะไรเหรอคะ คุณคงไม่ได้จีบฉันอยู่สินะ” ฉันรีบรับโทรศัพท์ของเขามา ก่อนที่เขาจะบ่นซ้ำ พร้อมพูดติดตลก แต่คาดไม่ถึงว่าคนตรงข้ามจะตอบฉันอย่างตรงๆแบบหน้าตาย

            “อืม”

            ฉันเบิกตากว้างด้วยความตกใจ รู้สึกลมหายใจติดขัดแปลกๆชั่วครู่ เชสยังคงสบตาฉันด้วยดวงตาคมกริบนั่นอย่างเรียบนิ่ง จนดูไม่ออกว่าเขาล้อเล่นหรือเปล่า ฉันจึง..

               “ฮ่ะๆๆ คุณคงเป็นพวกตลกหน้านิ่งสินะคะ ฮ่ะๆๆ” หวังว่าเขาจะไม่ถือนะ ที่ฉันหัวเราะแก้เก้อคลายความอึดอัดน่ะ

            แต่ว่าเชสกลับไม่ได้ขำตาม แต่เอ่ยประโยคนี้ขึ้นมาแทน

            “ใช่ ผมกำลังจีบเธอ”

            ราวกับนั่งอยู่บนรถไฟเหาะที่กำลังทิ้งดิ่งลงมา หัวใจฉันหล่นวูบ หน้าร้อนผ่าว ตาเบิกกว้างอย่างตกใจ ไม่จริงน่า? นี่ไม่ใช่เดือนเมษาซักหน่อย เขาจะมาหลอกฉันอย่างนี้ทำไม?

            “จีบเธอให้ CHASE YAGAWA น่ะ”

            เขาพูดถึงตัวเอง? ไม่ใช่ละ หรือว่า..

            ดวงตาคมกริบของชายฝั่งตรงข้ามจ้องมาในนัยน์ตาของฉันอย่างแฝงนัยบางอย่าง ก่อนจะกล่าว

            “ผมอยากให้เธอมาเป็นมิวส์ในไลน์เสื้อผ้าผู้หญิงที่กำลังจะเปิดใหม่ในปีหน้า”

            ช็อค...

            ฉันช็อคหนักกว่าเดิม

            นัยน์ตาทั้งสองข้างของฉันเบิกกว้าง พยายามประมวลผลในสมองซ้ำๆว่าที่เขาพูดนี่ ความหมายตรงกับที่ฉันเข้าใจมั้ย ฉันอาจจะได้ยินผิด

            “เธอน่ะ มาเป็นมิวส์ให้ผมได้มั้ย” คราวนี้ ชายหนุ่มตรงหน้าก็ถอดแว่นกันแดดที่ปิดบังนัยน์ตาของเขามาโดยตลอด เผยให้เห็นดวงตาเรียวคมที่ล้นเสน่ห์ ซึ่งกำลังจ้องลึกเข้ามาในนัยน์ตาของฉันอย่างจริงจัง แต่แฝงไปด้วยการขอร้อง

            “เอ่อ.. ขอโทษนะคะ แต่ฉันไม่เข้าใจสถานการณ์ตอนนี้เลย คือคุณกับฉันเพิ่งเจอกันเมื่อกี้ ฉันทำลายแรงบันดาลใจของคุณ คุณก็เลยอยากให้ฉันชดใช้ ซึ่งก็คือมาเป็นมิวส์ให้กับคุณเลย แต่ว่าให้ฉันเป็นง่ายๆอย่างนี้เลยเหรอคะ..คือ..”

            “ที่ผมพูดไปที่สวนนั่น ผมก็แค่พูดไปอย่างนั้น เพื่อให้ผมได้คุยกับเธอ”

            เดี๋ยวนะ ฉันไม่เข้าใจ.. นี่เขา..

            “ที่จริงนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ผมเจอเธอ” ดวงตาคมกริบนั่นยังสบตาฉันอย่างจริงจังเช่นเดิม ถึงแม้ว่าฉันจะเบิกตาขึ้นกว้างด้วยความตกใจก็ตาม

            “ไม่รู้ว่าเธอจำได้หรือเปล่า ผมเคยเจอเธอมาแล้วสองครั้ง ครั้งนี้เป็นรอบที่สาม” สิ่งที่เขาพูดออกมา ทำให้ฉันตกใจยิ่งขึ้นกว่าเดิม อะไรกันน่ะ? เราเคยเจอกันมาแล้วงั้นเหรอ?!

            “ครั้งแรก ผมคิดว่าเธอแค่ดูน่าประทับใจ แต่ไม่คิดว่าเธอจะติดอยู่ในหัวผม จนถึงครั้งที่สอง ผมตัดสินใจไม่ปล่อยให้เธอผ่านไป ผมเข้าไปถึงเธอได้แล้ว แต่เธอกลับหนีไป” พูดถึงตรงนี้ เขานิ่งไปซักพัก เดี๋ยวนะ? เราเคยพบหน้ากันมาก่อนงั้นเหรอ บ้าน่า ฉันจำไม่เห็นได้เลย แล้วฉันเป็นคนหนีไปเนี่ยนะ?!

            “ผมคิดว่ามันเป็นแค่ความบังเอิญที่ทำให้ได้เจอเธอ แต่พอมาถึงครั้งนี้ ผมว่ามันไม่ใช่แล้วล่ะ เพราะฉะนั้น ครั้งนี้ ผมไม่มีทางให้เธอหลุดมือผมไปได้เด็ดขาด” ก่อนที่ฉันจะเอ่ยถาม เขาก็พูดต่อด้วยน้ำเสียงเรียบ แต่จริงจัง แววตาของเขาดูซื่อตรง จนความคลางแคลงใจของฉันแทบจะไม่เหลือ

            “นี่คุณ.. พูดจริงเหรอคะ”

            “แล้วเธอคิดว่าคนอย่างผมจะเสียเวลามาอำเธอเล่นทำไม”

            อ้าว.. ก็จริง แต่ว่า.. คนอย่างฉันเนี่ยนะ? ที่ทำให้ดีไซน์เนอร์ชื่อดังอย่างเขาประทับใจได้?! นี่มันเกิดอะไรขึ้นกับโลกใบนี้เนี่ย??!

            “เธอไม่จำเป็นต้องข้องใจหรืออะไรก็ตามแต่ ผมมั่นใจในสายตาของผม และผมมั่นใจว่าผู้หญิงคนนั้นคือเธอ” ทุกคำที่ออกมาจากปากของเชสหนักแน่นและซื่อตรง แต่ถึงยังไง ฉันก็ไม่อยากจะเชื่ออยู่ดี ว่าฉันเป็นคนที่เชสอยากได้มาเป็นมิวส์ของแบรนด์ของเขา

            “แต่ถึงยังไง..”

            “ไม่ต้องห่วง ผมจะให้เวลาเธอคิด แต่กดเบอร์ของเธอลงไปก่อน” คราวนี้เชสใช้น้ำเสียงติดออกคำสั่งแบบดุนิดๆ ฉันจึงรีบหยิบโทรศัพท์ของเขาที่รับมาตั้งนานแล้ว กดเบอร์โทรของตัวเองลงไป ก่อนจะยื่นคืนให้เขา เชสรับโทรศัพท์ของเขาคืนไป แล้วกดโทรออกหาโทรศัพท์ของฉัน พอมันส่งเสียงเรียกเข้า เขาจึงจะกดตัดสาย แล้วพยักหน้าอย่างพอใจ

            “อีกสามวัน ผมจะให้ผู้ช่วยของผมนัดเธอไปบอกคำตอบ” เขากล่าวอย่างสบายๆ แต่สายตาของเขากลับไม่เป็นอย่างนั้น..

            “ถึงวันนั้น ผมหวังว่าจะได้ฟังคำตอบที่น่าพอใจนะครับ มาดมัวแซล J


 

     

Talk: น่าจับเฮียตีตายจริง// พูดอะไรไม่เคลียร์ 555

หวังว่านิยายเรื่องนี้จะให้ความเพลิดเพลินหรือสาระ(ซักนิด)

กับทุกคนไม่มากก็น้อยนะคะ

เจอกันค่ะ

PANTASIA

x
S
N
A
P

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 25 ครั้ง

216 ความคิดเห็น

  1. ความเห็นนี้ถูกลบแล้ว :(
  2. #16 My secret Princese (@lovemy0987) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2560 / 18:08
    อยากอ่านแล้วค่ะ
    #16
    1