ตอนที่ 1 : PROLOGUE [THE BEGINNING OF CHAOS]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3347
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 74 ครั้ง
    27 พ.ค. 62


Prologue

          “ห่วยบรม”

            “...”

            “..นี่มันขยะชัดๆ”

            “...”

            “ไม่เคยคิดเลยว่า ขยะแบบนี้จะออกมาจากปลายปากกาของดีไซน์เนอร์มือฉมังอย่างคุณ”

            “หยุดซ้ำเติมซักทีได้มั้ย!

            ผมแย่งสมุดสเก็ตช์เล่มใหญ่ออกจากมือของหญิงสาวที่เพิ่งยืนด่าผมปาวๆคืนมา ก่อนจะฉีกกระดาษสี่ห้าแผ่นที่เต็มไปด้วยแบบเสื้อผ้าหลากหลายแบบ ที่เพิ่งร่างขึ้นออกมาขยำ แล้วปาทิ้งลงไปที่ถังขยะ ผมไม่ใช่คนที่ไร้เหตุผล ผมรู้ดี ว่าดีไซน์เหล่านั้น มันก็คือขยะอย่างที่เธอเรียกจริงๆ

            “เชส คุณแน่ใจเหรอว่าจะทำมัน? มันยังไม่สายนะ ที่จะยกเลิก” หญิงสาวในชุดจัมพ์สูทสีเทา เพ้นท์ลายเก๋ ใบหน้าแต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางโทนนู้ดที่ยืนอยู่ข้างโต๊ะทำงานของผมเอ่ย พร้อมก้มหน้าลงมาเพื่อมองผมด้วยแววตาจริงจัง

            “หรือไม่งั้น คุณก็ให้ฉันกับคนอื่นทำกันเอง แล้วคุณค่อยคัดทีหลัง ดีมั้ย?

            “ไม่” ผมปฏิเสธแทบจะในทันที “นี่คือแบรนด์ ‘CHASE YAGAWA’ ถ้าคอลเลคชั่นเปิดตัวของไลน์ใหม่ไม่ใช่ฝีมือผม มันก็ไม่ใช่ CHASE YAGAWA”

  หญิงสาวแย้มยิ้มน้อยๆ ก่อนจะเอ่ยต่อด้วยเสียงที่พยายามทำให้น่าจูงใจมากขึ้น

            “ไม่เอาน่า อย่าคิดอย่างนั้นสิ เชส พวกเรารู้ดีว่าคอนเซ็ปท์ของ YAGAWA เป็นยังไง และคุณต้องการงานแบบไหน ครีเอทีฟ ไดเร็คเตอร์เดี๋ยวนี้เขาก็ไม่ค่อยได้ดีไซน์กันเองแล้ว เขาก็แค่สั่งงาน คัดเลือกแล้วก็ควบคุม ยังไงไลน์อื่นคุณก็กุมทั้งหมดอยู่แล้วนี่”

            “แต่แบรนด์นี้เป็นชื่อของผมและเราก็เพิ่งสร้างมันขึ้นมาไม่นาน ผมอยากจะมีส่วนร่วมกับทั้งหมด เธอน่าจะรู้นี่คลาริส” ผมแย้ง ถึงจะรู้ว่ามันไม่ดีเลย อา.. นิสัยแย่ๆของผมที่แก้ไม่หาย เห็นทีจะมีแต่ชอบเถียง ทั้งที่ไม่คิดอะไรให้ดีก่อน อวดดีและก็หวงของ..

  ชื่อของผมคือ เชส ยางาว่า ชื่อเดียวกับแบรนด์ที่เรากำลังพูดถึงตอนนี้ ซึ่งทั้งผู้ก่อตั้งและครีเอทีฟไดเร็คเตอร์ของแบรนด์นี้ก็คือผมคนนี้นี่แหล่ะ ทว่าตอนนี้ เรากำลังประสบปัญหาใหญ่กัน เนื่องจาก..

            ย้อนไปเมื่อสองอาทิตย์ที่แล้ว..

            ณ ห้องประชุมของออฟฟิศ CHASE YAGAWA

            ในห้องประชุมขนาดกลางนี้ มีผู้บริหารและหัวหน้าแผนกทั้งหมดของบริษัทนั่งเรียงกันรอบโต๊ะ โดยมีผมนั่งอยู่ตรงหัวโต๊ะ ส่วนปลายโต๊ะอีกฝั่ง คือมิสเตอร์มอร์ริส ชายวัยกลางคนที่ทำหน้าเคร่งเครียด เหมือนแบกโลกไว้ทั้งใบตลอดเวลา ดวงตาเรียวเล็กที่ล้อมรอบไปด้วยริ้วรอยตามกาลเวลาดูชัดขึ้นไปอีกเมื่อคิ้วของเขาขมวดลงตลอดเวลา รกสายตาชะมัด เขาไม่เคยส่องกระจกหรือไง ว่าตัวเองดูบูดเบี้ยวกว่าเดิมขนาดไหน เมื่อทำหน้าตาแบบนั้น

            “ผมขอเริ่มเปิดการประชุมโดยรายงานยอดขายของบริษัทเราในเดือนที่แล้วก่อนนะ” เขาเริ่มเปิดการประชุมด้วยเสียงเข้ม นัยน์ตาสีเข้มเรียวเล็กกวาดตามองไปทั่วห้อง ก่อนจะเอ่ยขึ้นช้าๆ

            “ในเดือนที่แล้ว ยอดขายของเราเพิ่มขึ้นจากเดิม 4%” เมื่อกล่าวจบ ทุกคนก็ปรบมือขึ้นมา เขาเว้นจังหวะซักพัก ก่อนที่จะกล่าวต่อ

  “ผมรู้ว่า แบรนด์ของเรามีการพัฒนาคืบหน้าอย่างต่อเนื่องโดยตลอด ด้วยฝีมือที่เต็มไปด้วยพรสวรรค์ของมิสเตอร์ยางาว่า ถึงแม้ว่าจะเจาะตลาดแค่ลูกค้าผู้ชาย แต่ก็ไม่ทำให้แบรนด์ของเราล้มลงไปได้”

  อืม ถูกต้อง

  แต่ว่า.. ผมไม่คิดว่าเขาจะชมผมฟรีๆหรอกนะ

            “แต่ถึงอย่างนั้น แบรนด์ของเราก็ยังถือว่าทำได้ไม่สุดพอ”

  นั่นไงล่ะ ว่าแล้วว่าต้องพูดอย่างนี้

            “มิสเตอร์มอร์ริส คุณต้องการจะพูดว่าอะไรเหรอครับ” ไม่ต้องให้ผมโต้ตอบ ก็มีหัวหน้าแผนกหนึ่งเอ่ยถามขึ้นมาแทน

            “ผมอยากเสนอให้เราเปิดตัวไลน์เสื้อผ้าผู้หญิงครับ” คำตอบของเขา ทำให้เรียกเสียงกระซิบกระซาบ จากบรรดาผู้เข้าประชุม

            “ถ้าเราสามารถเปิดไลน์เสื้อผ้าของผู้หญิงขึ้นมาได้ แบรนด์ของเราจะไปได้ไกลมากกว่านี้ เพราะพวกคุณน่าจะรู้ว่าตลาดแฟชั่นของผู้หญิงใหญ่กว่าผู้ชาย รวมถึงผู้เสพแฟชั่นในโลกออนไลน์และตามห้างร้านส่วนใหญ่ ล้วนแต่เป็นผู้หญิงทั้งนั้น” มิสเตอร์มอรริสกล่าวต่ออย่างเนิบๆ แต่แววเฉียบขาดชัดเจนในน้ำเสียง ถึงผมจะมีอคติกับเขาขนาดไหน แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ ว่าเขาคือหุ้นส่วนคนสำคัญและกำลังที่ช่วยประคองธุรกิจ เช่นเดียวกับสนับสนุนการเงินของแบรนด์จนอยู่ได้มาถึงทุกวันนี้

            “แต่ผมพอใจที่แบรนด์ของผมเป็นอย่างนี้ และผมคิดว่ากระแสตอบรับของเราก็ไม่ได้แย่อะไร ตลาดแฟชั่นผู้ชายเดี๋ยวนี้ ก็กำลังขยายขึ้นเรื่อยไปทีละนิด ผมไม่คิดว่าเราจำเป็นจะต้องเพิ่มไลน์เร็วขนาดนี้” ผมโต้ขึ้นมา โดยพยายามพูดให้ดูนุ่มนวลที่สุด แต่มิสเตอร์มอร์ริสก็แย้งผมกลับ พร้อมส่งสายตาคมกริบ

            “แต่ที่เรามากันได้ขนาดนี้ คุณคงไม่น่าปฏิเสธได้หรอกนะ ว่าเป็นเพราะเงินลงทุนกับการตลาดตั้งหลายเปอร์เซ็นต์”

            “แต่ถึงอย่างนั้น ผมก็อยากจะโฟกัสกับตลาดแฟชั่นผู้ชายก่อน ถ้าจะขยายไปกลุ่มลูกค้าผู้หญิง เริ่มในอนาคตก็ยังไม่สาย”

            “ผมว่ามันเป็นเพราะเหตุผลส่วนตัวของคุณมากกว่ามั้ย” ชายวัยกลางคนที่อยู่อีกฝั่งของโต๊ะสวนขึ้นมา นี่จะไม่ไว้หน้ากันเลยใช่มั้ย?!

            “มิสเตอร์มอร์ริส ผมว่าคุณ..”

            “มิสเตอร์ยางาว่า ผมรู้ว่าแบรนด์นี้เป็นแบรนด์ที่คุณก่อตั้งขึ้นมา แต่ตอนนี้ มันก็คือบริษัทของพวกเราทุกคนเหมือนกัน ถ้าคุณถนัดแค่เสื้อผ้าบุรุษ ดีไซน์เนอร์ในทีมคนอื่นก็คงช่วยได้...”

            “ถ้าอย่างนั้น ผมทำเองก็ได้” ผมเอ่ยตัดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงเจือความหงุดหงิด“ที่ผมดีไซน์เสื้อผ้าผู้ชายก่อน ไม่ได้หมายความว่าผมจะดีไซน์เสื้อผ้าผู้หญิงไม่เป็น”

            “เชส อย่ารีบตัดสินใจสิ” คลาริสที่นั่งอยู่ด้านขวาของผมเอ่ยเตือนด้วยน้ำเสียงกังวล เธอรู้ดีว่าผมเป็นคนที่ไม่ค่อยจะทนกับการโต้วาทีกันนานๆได้ แต่ผมก็ส่งสายตาให้เธอเป็นนัยว่าไม่ต้องพูดอะไร ก่อนจะลุกขึ้น ประกาศเสียงดังชัด

            “ทุกคนรอดูได้เลย ในแฟชั่นโชว์ของ Fall and Winter ปีหน้า แบรนด์ CHASE YAGAWA จะเปิดตัวไลน์ Ready-to-Wear ของผู้หญิงเป็นครั้งแรก!

 

            ...เสียงประกาศดังชัดนั่นยังก้องขึ้นอยู่ในหัว ผมเบนสายตาลง มองไปที่กระดาษที่เต็มไปด้วยแบบสเก็ตช์ของเสื้อผ้าผู้หญิง ซึ่งมองยังไง มันก็ไม่ใช่สิ่งที่ผมอยากจะสร้างสรรค์ขึ้นมาเลย ยอมรับตามตรง ตอนที่ประกาศไปว่าจะดีไซน์เสื้อผ้าผู้หญิง ในหัวผมไม่คิดอะไรเลย เพียงแค่รู้สึกมั่นใจว่าทำได้แน่นอนเท่านั้น แต่พอมาดีไซน์จริงๆ กลับไม่มีอะไรออกมา ตอนสมัยเรียน ผมมีโอกาสได้ดีไซน์เสื้อผ้าผู้หญิงไม่กี่รอบเท่านั้น แต่ตอนหลังก็ทำแค่เสื้อผ้าผู้ชายอย่างเดียว เพราะมีแรงบันดาลใจมากกว่า จนกระทั่งเปิดแบรนด์ของตัวเอง ผมก็ทำแค่เฉพาะของผู้ชายเท่านั้น แต่พอต้องมาทำในสิ่งที่ตัวเองไม่ได้มีแรงบันดาลใจ อยากทำขึ้นเอง มันจึงรู้สึกว่างเปล่าไปโดยปริยาย

ผมถอนหายใจ ก่อนจะเงยหน้ากลับไปมองร่างเพรียวที่ยืนเท้าเอวอยู่ที่เดิม เธอกล่าวด้วยน้ำเสียงเป็นห่วง เหมือนทุกครั้ง

            “ฉันเข้าใจดีค่ะ ว่าคุณคิดยังไง แต่ฉันก็แค่อยากจะให้คุณพึ่งพาคนอื่นบ้างก็เท่านั้น”

            “ผมรู้น่า ช่วงนี้ ผมคงเครียดเกินนิดหน่อย”

            “...”

            “บอกตามตรงนะ ที่ผมเป็นอย่างนี้ เพราะผมยังไม่มีภาพในหัว ว่าผู้หญิงของ CHASE YAGAWA จะเป็นยังไง” ผมเอ่ยอย่างเหนื่อยใจ ก่อนจะอธิบายสิ่งที่ยังคาอยู่ในหัวต่อ

  “ผู้ชายของ CHASE YAGAWA เป็นผู้ชายที่บ้าบิ่น มั่นใจ กล้าที่จะแสดงออกถึงความต่าง เป็นคนที่ทันสมัยจนถึงล้ำสมัยและเต็มไปด้วยไฟ ผมอยากจะให้ผู้หญิงของ CHASE YAGAWA มีความรู้สึกคล้ายๆแบบนี้ แต่ว่า พอเป็นผู้หญิง มันควรมีอะไรที่แตกต่างกว่านี้หน่อย แต่ก็ยังคงแสดงถึงความเป็น CHASE YAGAWA

  คลาริสนิ่งไปซักพัก เหมือนจะกำลังครุ่นคิด แล้วเอ่ย

  “นั่นสินะคะ ขึ้นชื่อว่าผู้หญิง แถมเป็นไลน์ใหม่ มันก็ควรจะมีอะไรที่แตกต่าง จาก CHASE YAGAWA แบบเดิม เพื่อทำให้ทุกคนทึ่งกัน”

  เราสองคนต่างเงียบไปซักพัก เหมือนกับหลุดเข้าไปอยู่ในโลกของตัวเอง เมื่อคิดยังไง ก็คิดไม่ได้ ประจวบเหมาะกับที่เหลือบไปเห็นว่าเวลาก็เลยมาถึงหกโมงแล้ว ผมจึงเอ่ยขึ้น ทำลายความเงียบแล้วลุกขึ้นสวมเสื้อโค้ทที่เพิ่งโชว์ในแฟชั่นโชว์ที่ผ่านไปของผม

            “เอาเถอะ ผมคงต้องหาแรงบันดาลใจให้ได้ก่อน ตอนนี้ เราโฟกัสกับแฟชั่นโชว์ที่กำลังจะมาถึงก่อนแล้วกัน ผมลืมถามคุณไปว่าซิปที่สั่งมาแก้มาถึงหรือยัง”

            “มาถึงแล้วค่ะ”

            “ดีมาก ขอบคุณนะ คลาริส” ผมเอ่ยขอบคุณขณะที่เดินออกไปจากสตูดิโอโดยที่คลาริสเดินตามผมมาในลิฟต์ด้วย ผมกดปุ่มชั้น ในขณะที่ประตูลิฟต์ปิดลง พร้อมกับเสียงสูงของคลาริสที่ดังขึ้น

            “ไม่เป็นไรค่ะ คุณจะไปที่ร้านเดิม?

            “ใช่”

            “อย่าขับรถไปเลยนะคะ แถวนั้นรถติด”

            “งั้นเหรอ ขอบคุณที่เตือนนะ” เสียงของผมทับกับเสียงลิฟต์ที่ส่งเสียงบอกว่าถึงชั้นที่ผมจะต้องออกแล้ว

            “ค่ะ แล้วเจอกัน” เสียงของคลาริสดังออกมาจากข้างหลัง ก่อนที่ประตูลิฟต์จะปิดลง ผมหยิบแว่นกันแดดขึ้นมาสวม ในขณะที่เดินออกจากตึกที่ทำงานของผม ผมเดินไปยังสถานีซับเวย์ที่ใกล้ที่สุด ซับเวย์ของนิวยอร์ก ไม่ใช่ที่ที่น่าพิศมัยนัก มันทั้งอับทั้งมืด วุ่นวาย และแฝงไปด้วยคนที่ไม่ประสงค์ดี แต่ถึงอย่างนั้น  มันก็เป็นเสน่ห์และเอกลักษณ์อย่างหนึ่งของนิวยอร์ก การมองชีวิตของผู้คนมากมายที่เดินขวักไขว่ เป็นสิ่งที่น่าสนใจเช่นกัน ผมเดินเข้าไปในรถไฟที่มีคนอยู่พอสมควร แล้วหยุดที่ริมประตูอีกฝั่ง ไม่นาน ประตูก็ปิด แล้วรถไฟก็แล่นไปข้างหน้า ผมหยิบหูฟังที่เสียบกับโทรศัพท์ขึ้นใส่ในหู แล้วเปิดเพลย์ลิสต์เพลงแนว alternative rock ที่เพิ่งสร้างขึ้นสำหรับคอลเลคชั่นที่พวกเรากำลังเร่งทำสำหรับแฟชั่นโชว์ที่ใกล้จะถึงอยู่นี่ ก่อนจะทอดสายตามองผู้คนในรถไฟฟ้า ที่นี่เต็มไปด้วยผู้คนหลากเชื้อชาติ สีผิว อายุ เพศ และแต่ละคน ก็แต่งตัวหลากสไตล์ ผมวิเคราะห์แฟชั่นของแต่ละคนในหัว ขณะที่ฟังเพลงไปด้วย อืม... ผู้ชายที่นั่งอยู่ตรงกลางแต่งตัวโดยรวมเกือบจะดี แต่เขามีไหล่ที่กว้าง ถ้าใส่เสื้อที่ไม่มีลายเน้นตรงไหล่น่าจะดูดีกว่านี้ ส่วนผู้หญิงคนที่นั่งอยู่ริมขวา เกือบจะชิคแล้ว แต่ว่าประโคมเยอะไปหน่อย จนดูรกและเกะกะ ถ้าเปลี่ยนสร้อยกับกำไลให้ดูเบสิคขึ้นมาหน่อย จะลงตัว เพราะดีเทลทั้งเสื้อและเสื้อคลุมมันก็หนักพอแล้ว

            รถไฟค่อยๆแล่นช้าลง แล้วหยุดที่สถานีที่ไปถึง ผมเหลือบตามองไปที่ประตูที่กำลังเปิดอย่างเหม่อลอย อืม.. ผู้หญิงที่เดินเข้ามาหุ่นเหมือนนางแบบและเหมือนนางแบบใช้ได้  ผมเริ่มวิเคราะห์เธอตั้งแต่รองเท้าขึ้นไป รองเท้าคัชชูหัวแหลมสีเบจกำมะหยี่ ผ่าน จัมพ์สูทสีกากีแขนกุด ทับด้วยเบลเซอร์สีขาว อันนี้ก็ใช้ได้ กระเป๋าคลัทช์สีขาว ดูโมเดิร์น อันนี้ก็ผ่าน ถ้าสวมสร้อยเล็กๆ อาจจะทำให้ลุคดูมีอะไรมากกว่านี้ ส่วนใบหน้าที่ล้อมกรอบด้วยผมยาวสลวยสีดำเข้มที่ปล่อยสยายไว้ข้างหลัง ก็...

            สวย..

            จู่ๆ ก็รู้สึกเหมือนว่าหัวใจผมสูบฉีดแรงขึ้น ผมกะพริบตามองผู้หญิงคนนั้นให้ชัดๆ ใบหน้ารูปไข่ ผิวสีขาวใสเหมือนตุ๊กตากระเบื้องเคลือบ ดวงตาของเธอเสมองไปด้านข้าง ทำให้รูปทรงอัลมอนด์ ที่คม โต และเปี่ยมไปด้วยพลังชัดกว่าเดิม และที่เด่นที่สุดคงเป็นจมูกที่โด่งมาก ไม่เหมือนคนเอเชียทั่วไป หรือว่าเธอเป็นลูกครึ่ง? ปากของเธอแต่งแต้มด้วยลิปสติกสีแดงสด ทำให้เมคอัพที่ดูธรรมชาติ เหมือนไม่ได้เติมแต่ง ดูโดดเด่นขึ้นมา จนดูมีสไตล์ ทุกอย่างบนใบหน้านั่น เข้ากันได้ดี จนทำให้เธอเป็นผู้หญิงที่มีเสน่ห์มากคนหนึ่ง 

            ผมรีบเสมองไปทางอื่น เมื่อเหมือนเธอจะรู้ตัวว่ามีคนมองอยู่ แต่เมื่อเธอหันไปมองทางอื่น ผมก็แอบมองเธอเป็นระยะ หลังแว่นกันแดดที่ผิดบังสายตา พลางพยายามคิดคำที่จะสามารถอธิบายความรู้สึกเกี่ยวกับเธอคนนี้ แค่คำว่าสวย มันยังไม่ใช่ เธอจะไม่ได้สวยหยาดเยิ้ม เหมือนกับนางแบบและนักแสดงที่ผมเคยเจอ แต่มันกลับมีอะไรบางอย่างในตัวเธอที่ทำให้ผมละสายตาไม่ได้ แต่แล้วไม่นาน ก็ถึงสถานีที่ผมต้องลง ราวกับฟ้าเป็นใจที่เธอคนนั้นก็เดินออกไปที่สถานีเดียวกัน ผมเดินตามหลังเธอไปยังทางออก เมื่อเดินไปใกล้ๆ ก็กะได้ว่าเธอน่าจะสูงไม่น่าเกิน 170 ด้วยซ้ำ ผมไม่แน่ใจว่าเธอเป็นนางแบบรึเปล่า เพราะส่วนสูงของเธอ น่าจะเฉียดเกณฑ์มาตรฐานแค่นิดเดียว จึงน่าจะลำบาก เพราะเดี๋ยวนี้ เฉลี่ยความสูงของนางแบบก็ประมาณ 174+ เข้าไปแล้ว แต่ผมหวังว่าเธอจะเป็นจริงๆ ถ้าผมค้นเจอเธอในบริษัทโมเดลลิ่งได้ สาบานได้ว่าผมต้องเอาเธอมาเป็นนางแบบให้ผมให้ได้

            แต่ผู้คนที่มีมากมาย เดินทั่วขวักไขว่ ทำให้เธอคนนั้นถูกกลืนหายไปกับฝูงชนทั่วพริบตา ผมถอนหายใจด้วยความเสียดาย ที่เมื่อเธอหายไป คำที่สามารถตอบความความประทับใจเกี่ยวกับเธอได้กลับลอยขึ้นมาทันที

            ไร้เดียงสา แต่เจนโลก ลึกลับแต่น่าท้าทาย มีความอ่อนหวาน แต่กล้าหาญและเต็มไปด้วยเสน่ห์อย่างไร้ความปราณี!

            ความรู้สึกเสียดายเอ่อล้นขึ้นมา ผมเดินออกไปจากสถานีด้วยความผิดหวัง แต่ก็พร้อมด้วยไฟดวงเล็กที่เริ่มประทุขึ้นมา ถ้าเจอเธอคนนั้นอีกครั้ง ผมจะไม่มีทางพลาดอีกแน่ แต่ตอนนี้ ที่สำคัญยิ่งกว่า ผมค้นพบแล้ว ว่าผู้หญิงของ CHASE YAGAWA เป็นยังไง











ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 74 ครั้ง

216 ความคิดเห็น

  1. #212 mummy_yaoi (@mimm5341) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 10 เมษายน 2562 / 23:40
    ชอบนิยายแนวนี้จัง
    #212
    1
    • #212-1 PANTASIA_ (@pandolla1418) (จากตอนที่ 1)
      18 เมษายน 2562 / 02:00
      ดีใจที่ชอบค่า
      #212-1
  2. #211 Mrs_A (@Mrs_A) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 30 พฤศจิกายน 2561 / 15:29
    งุยชอบบบบ
    #211
    0
  3. #199 (Dada~~) (@farrar) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 27 มีนาคม 2561 / 09:07
    กลับมาอ่านตอนแรก ขำทุกรอบ




    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 27 มีนาคม 2561 / 09:09
    #199
    1
    • #199-1 PANTASIA_ (@pandolla1418) (จากตอนที่ 1)
      10 เมษายน 2561 / 21:23
      โอ๊ยย รัก<3
      #199-1
  4. #29 Wa11flower (@Wa11flower) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 8 มีนาคม 2560 / 22:48
    ชอบๆ พอดีเราเรียนสายศิลปะด้วยเลยเข้าใจศัพท์ คนเขียนเรียนสายนี้เหมือนกันรึเปล่าคะเนี่ย >< )
    ปล. คำว่า และก็ เปลี่ยนเป็น แล็ว ก็ น่าจะอ่านลื่นกว่านะคะ
    #29
    1
    • #29-1 Mad Magic Mushroom(?!) (@pandolla1418) (จากตอนที่ 1)
      9 มีนาคม 2560 / 03:23
      ดีใจที่ทำให้เชื่ออย่างนั้นนะคะ แต่เปล่าค่า ไรท์เป็นเด็กที่เคยมีความฝันด้านแฟชั่นดีไซน์มาก่อนที่ตอนนี้ผันมาสายการเงินแทนค่ะ แต่ว่าเคยมีประสบการณ์เกี่ยวข้องกับวงการนี้นิดหน่อยและมีเพื่อนที่เรียนทางด้านนี้อยู่ค่ะ จึงได้ข้อมูลมาเขียน ขอบคุณสำหรับคอมเม้นท์นะคะ

      ป.ล. เจอคำว่า'และก็'เยอะๆตอนไหนนะคะ รบกวนช่วยบอกหน่อยได้มั้ยเอ่ย เพราะหาแล้วไม่เจอน่ะค่ะ (ตาลาย) TT
      #29-1
  5. #15 shalalala (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2560 / 21:59
    ชอบค่ารีบๆอัพน้าาาา~ ชอบอ่ะ ประโยคที่ว่า ผมรู้แล้วว่าผู้หญิงของเชส ยากาว่า เปนยังไง
    #15
    1
  6. #5 dragon200 (@yugifsy2000) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 26 มกราคม 2560 / 21:47
    แต่งเก่งอ่ะ แนวไม่ซ้ำใครดี ชอบๆๆๆ ^_^
    #5
    1
  7. #1 pannitapunch (@pannitapunch) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 22 มกราคม 2560 / 02:58
    เจิมมมมมมมมมม >< 
    #1
    1