Autism in love [Chanbaek]

ตอนที่ 3 : Autism in love 03

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,826
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 48 ครั้ง
    19 ม.ค. 61


รูปภาพที่เกี่ยวข้อง



Chapter03


“สมองผมผิดปกติ หรือหัวใจเขาพิการ”


ไม่มีการรับปากว่าจะดูแลแต่ในขณะเดียวกันก็ไม่ปฏิเสธอะไร ไฟทล์บินเร่งด่วนเท่าที่จะหาได้ ทำให้ชานโฮและมินอาต้องไปถึงสนามบินราว ๆ เที่ยงคืนของวัน สัมภาระต่าง ๆ ถูกจัดขึ้นรถอย่างเงียบ ๆ ท่ามกลางสายตาของชานยอลที่ไม่ต่างจากลูกชายคนโตของบ้าน


“ดูแลน้องให้ดี ๆ นะชานยอล อย่าทิฐิกับน้องให้มาก ยังไงเขาก็เป็นน้องชายแก” ชานโฮพูดกับลูกชายหัวแก้วหัวแหวนอีกครั้ง


น้ำเสียงเต็มไปด้วยความเป็นห่วงจนแทบจับสังเกตได้ เขาเชื่อว่าชานยอลดูแลตัวเองได้ แต่กลับแบคฮยอนคนที่เข้านอนตั้งแต่สองทุ่มไปแล้ว ผู้ซึ่งเป็นน้องเล็กของบ้าน ปาร์ค ชานโฮไม่มั่นใจเท่าไหร่นักว่าลูกชายของเขาจะได้ทำมันได้ดีหรือไม่


“ย้ำจังเลยนะว่ามันเป็นน้องชายของผม” ชานยอลอดกระแหนะกระแหนไม่ได้ และเป็นอีกครั้งที่ชานยอลไม่ตอบรับและปฏิเสธว่าจะดูแลแบคฮยอนให้กับคนเป็นพ่อ


“ชานยอล....”


“รู้แล้วน่า! ผมจะให้ข้าวมันสามมื้อต่อวัน ไม่ให้ขาด โอเคยัง?


“แกต้องให้ความรักกับน้องด้วย พ่อบอกกี่ครั้งแล้วว่า....”


“มันน่าสมเพช” ชานยอลพูดต่ออย่างนึกรำคาญ นั่นทำให้ปาร์ค ชานโฮถึงถอนหายใจอย่างนึกระอา เมื่อไม่ว่าจะพูดยังไง ความไม่ชอบหน้าที่ชานยอลมีต่อแบคฮยอนเด็กที่ต้องการความรักมากกว่าใครจะไม่เข้าถึงใจอีกฝ่ายเลย


“เอาล่ะ พ่อคิดว่าแกรู้ดีว่าพ่อจะพูดยังไง อย่าทำให้พ่อผิดหวังเด็ดขาด...และก็ดูแลตัวเองด้วย” เมื่อร่ำลากันเสร็จ ชานโฮก็ได้ฤกษ์ขึ้นรถตรงไปที่สนามบินเพื่อไปทำธุระที่ฟลอริด้าทันที


ส่วนสองชีวิตที่ต้องใช้ชีวิตที่เกาหลีใต้เพียงลำพัง คนเล็กที่นอนสลบไสลอยู่บนเตียงอย่างสบายใจ ส่วนคนโตที่เพิ่งส่งพ่อเสร็จก็รู้สึกโหวง ๆ ในใจ เหมือนกำลังแบกภาระอันหนักอึ้งอยู่ยังไงยังงั้น


ชานยอลแต่ได้พรูดลมหายใจออกมาอย่างหนักใจ เขาหวังแค่เพียงว่าระหว่างนี้ชีวิตเขาและเจ้าเด็กออทิสติกนั่นจะราบรื่นดีจนกว่าแม่ของเจ้านั่นจะกลับมารับช่วงต่อ การดูแลคน ๆ หนึ่งมันจะไปยากอะไรก็แค่ให้ข้าววันละสามมื้อก็พอแล้ว....


ชายหนุ่มชะงักไปหลังพบว่าข้างนอกฝนกำลังตกหนักและดูท่าจะแรงขึ้นเรื่อย ๆ ฝั่งคนน้องที่นอนหลับไปแล้วก็ถึงกับลืมตาสะดุ้งตื่นขึ้นมาได้ยินเสียงฟ้าร้อง ดวงตาเรียวเล็กที่เหมือนจะเหม่อลอยกำลังเงี่ยหูฟังเสียงฝนตกอีกครั้ง ก่อนจะรีบคว้าคุณโลมาผู้ซึ่งเป็นสหายที่แสนดีเข้ามากอดแนบอกไว้แน่น


เปรี้ยง!


“อ๊ะ...!!” แบคฮยอนถึงกับตัวสั่นโยกเกินควบคุม เมื่อฝันร้ายและสิ่งที่เจ้าตัวกลัวมาตลอดกำลังคุกคามอย่างช้า ๆ โดยปกติหากฟ้าร้องกระหน่ำขนาดนี้ คุณแม่มินอามักจะเข้านอนกดอดปลอบอยู่เสมอ แต่คราวนี้คุณแม่ต้องไปทำธุระกับคุณชานโฮทำให้ไม่มีใครปลอบเขาเหมือนเช่นทุกที....แม้แต่คุณโลมาก็ช่วยได้แค่เพียงเล็กน้อย


....พี่ชานยอล


เมื่อคิดถึงใครอีกคนคนที่แบคฮยอนเชื่อว่าจะช่วยคลายความกลัวให้แก่เขาได้ คนตัวเล็กก็ไม่รอช้าที่จะคว้าคุณโลมาและผ้าห่มคลุมตัวตรงดิ่งไปยังห้องของพี่ชายคนโตโดยพลัน แบคฮยอนถึงกับหมอบลงกับพื้นและหลับตาปี๋ด้วยความตื่นกลัวเมื่อมองเห็นแสงสว่างวาบลอดเข้ามาทางหน้าต่าง


เมื่อเห็นว่าข้างนอกสงบจนแน่ใจ คนตัวเล็กก็ไม่รอช้าที่จะรีบออกจากห้องและตรงไปยังห้องของพี่ชายผู้เป็นที่รัก ....โชคดีที่ห้องนอนของพี่ชานยอลไม่ได้ล็อก ทำให้แบคฮยอนไม่ต้องเสียเวลาเคาะ ดวงตาเรียวเล็กมองเตียงนอนของอีกฝ่ายในความมืด ก่อนจะค่อย ๆ ย่องเข้าไปในห้องอย่างลับ ๆ ล่อ ๆ เพราะกลัวพี่ชายผู้แสนดีตื่นเอา


ร่างเล็กค่อย ๆ แทรกกายเข้าไปใต้ผ้าห่มหนาบนเตียงเดียวกันของพี่ชาย มิวายหยิบคุณโลมาเข้ามาใต้ผ้าห่มด้วย เพราะกลัวอีกฝ่ายจะตื่นกลัวเสียงฟ้าร้องเหมือนกัน ผู้เป็นเจ้าของห้องที่หลับไปแล้วพลิกตัวเพียงเล็กน้อย แต่ยังไม่รู้สึกตัวว่ามีหนึ่งชีวิตแอบเข้ามาในห้อง เพื่อขออาศัยไออุ่นให้คลายความกลัวลง


เปรี้ยง!


เสียงฟ้าผ่าจากที่ไหนสักแห่ง ทำเอาแบคฮยอนเผลอซุกตัวเข้าหาพี่ชานยอลอย่างลืมตัว ดวงตาเรียวเล็กแสดงความหวาดกลัวออกมาอย่างเห็นได้ชัด ก่อนจะหลับตาปี๋ลงภาวนาขอให้ฝันร้ายของเขาผ่านไปไว ๆ

เปรี้ยง!

“ฮือออ กกลัว”

“กล้าดียังไงเข้ามาในห้องฉัน!!” เสียงเข้มดังขึ้นท่ามเสียงสายฝนที่โปรยปรายจากข้างนอก ทำเอาคนที่แอบย่องเข้ามาพลอยสะดุ้งโหยงอีกครั้ง คราวนี้แบคฮยอนกลับรู้สึกว่ามันน่ากลัวยิ่งกว่าเสียงผ่า เพราะมันทำให้แบคฮยอนแทบไม่กล้าหายใจ


…!!


“ฉันถามทำไมไม่ตอบ!” ชานยอลกระชากเสียงถามอีกครั้ง


“นน้องกลัวเสียงฟ้าร้อง น้องขอนอนด้วยนะ” แบคฮยอนเอ่ยถามเสียงอ่อนราวกับจะขอความเห็นใจ น่าแปลกที่ไม่มีเสียงกรรโชกใส่เหมือนอย่างทุกที มีแต่เสียงฝนเท่านั้นที่เป็นคำตอบ


เปรี้ยง!


ท้องฟ้าจะไม่มีท่าทีสงบลงเสียที เป็นอีกครั้งที่แบคฮยอนเห็นแสงวาบสว่างเข้ามาผ่านหน้าต่าง คนตัวเล็กโผซุกอกพี่ชายตัวโตไว้แน่นแต่คราวนี้เขากลับไม่ได้รับความปรานีเหมือนอย่างเคย ทันทีที่แบคฮยอนเผลอตัวซุกกอดชานยอล คนตัวสูงก็สลัดออกแทบทันทีเพราะความรังเกียจ


เพราะแรงที่ชานยอลผลักไสหรือเพราะความรังเกียจทำให้แบคฮยอนตกจากเตียงใหญ่อย่างง่ายดาย คนตัวเล็กลุกขึ้นโงนเงนด้วยความมึนงงกับสิ่งที่เกิดขึ้น แบคฮยอนรู้เพียงแค่ว่าพี่ชายตัวโตกำลังจ้องเขม็งมาทางเขาราวกับอยากจะกินเลือดกินเนื้อ


“ออกไป!!” เสียงตวาดดังลั่นอีกครั้งอย่างไม่สบอารมณ์ ทว่าคนน้องกลับส่ายหน้าพรืดปฎิเสธเพราะกลัวเสียงฟ้าร้อง ถ้าไม่มีคนไปนอนปลอบแบคฮยอนก็จะไม่ไปเด็ดขาด


“ออกไป


“มไม่ น้องไม่ไป” แบคฮยอนส่ายหน้าปฏิเสธ ดวงตาของคนน้องพยายามอ้อนวอนอีกฝ่ายผ่านสายตา แต่อย่างที่บอก แบคฮยอนไม่ได้รับความปรานีจากพี่ชายตัวโตอีกแล้ว


“ได้ไม่ออกไปใช่ไหม ดีดีมาก” ชานยอลมองแบคฮยอนราวกับสิ่งที่น่ารังเกียจในชีวิต ชายหนุ่มลงจากเตียงแล้วปรี่ไปยังน้องเล็กของบ้านที่กำลังนั่งกอดเข่าอยู่ข้างเตียง


“พี่จ๋า พี่จะพาน้องไปไหน น้องจะอยู่นี่!!” แบคฮยอนพยายามขืนตัวไว้อย่างสุดพลัง เมื่อชานยอลไม่พูดพร่ำทำเพลงกระชากข้อมือแบคฮยอนอย่างแรงพร้อมกับกู่ลู่กู่ลังตรงไปยังห้องน้ำที่ตั้งอยู่ภายในตัวห้อง


“พพี่จ๋า น้องไม่ไป” แบคฮยอนปฎิเสธทั้งน้ำตา ก่อนที่ร่างจะล้มลงในห้องน้ำและตามมาด้วยเสียงปิดประตูดังปังตามหลัง


ชานยอลกลับไปคว้าโลมาหน้าโง่ส่งคืนผู้เป็นเจ้าของโดยการโยนใส่หน้าแล้วล็อกประตูจากข้างนอก ทำให้แบคฮยอนตกอยู่ท่ามกลางความมืดและเสียงฟ้าร้องระงมในห้องน้ำชื้น ๆ สี่เหลี่ยมแคบ ๆ


“อยากอยู่ด้วยนัก ก็อยู่ตรงนี้แหละ รำคาญ!!” ชานยอลพูดทิ้งทาย ไม่สนใจเสียงอ้อนวอนเรียกพี่จ๋า ๆ หาตนทั้งคืน


*

ชานยอลตื่นเช้ามาด้วยความอารมณ์ดีเพราะอากาศที่เย็นสบายและไม่มีเสียงรบกวนตลอดทั้งคืน ชายหนุ่มเปิดประตูห้องน้ำเตรียมเข้าไปทำกิจวัตรประจำวันเช่นทุกวัน แต่ทันทีที่เปิดประตูเข้าไปชานยอลก็พบกับอีกคนกำลังนั่งกอดตัวเองอยู่มุมห้องน้ำ เขาแทบจะลืมไปด้วยซ้ำว่าเมื่อคืนนี้เขาเผลอใจร้ายกับใครบางคน


แบคฮยอนค่อย ๆ เงยหน้าขึ้นเมื่อสบตาคนใจร้าย ก่อนจะทักทายอีกฝ่ายที่ไม่ใช่คำด่าทอแต่กลับเป็นรอยยิ้ม เขายิ้มทักทายพี่ชานยอล พี่ชายของเขาเหมือนอย่างที่ชอบทำในทุกวัน แม้จะได้รับสายตารังเกียจกลับมาเช่นทุกวันก็ตาม


“น—นึกว่าจะไม่เปิดประตูให้กันซะแล้ว”


“.....”


“ขอบคุณนะ” ร่างเล็กค่อย ๆ พยุงตัวเองลุกขึ้น ในที่สุดฝันร้ายของแบคฮยอนก็ผ่านพ้นไปเสียที ฝันร้ายที่เขาต้องเผชิญกับความกลัวเพียงผู้เดียว แต่เมื่อแสงตะวันทอเข้ามาทุกอย่างก็สิ้นสุดลงเสียที


ร่างเล็กค่อย ๆ เดินผ่านพี่ชายตัวเองพร้อมกับกอดคุณโลมาไว้แนบอก เขาเดินผ่านพี่ชานยอลเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น เหมือนเมื่อคืนชานยอลไม่เคยใจร้ายลากแบคฮยอนเข้ามาในห้องน้ำพร้อมกับจับขังไว้


ถ้าคุณแม่มินอามาเห็น คุณแม่ต้องชอบแน่ ๆ เพราะคุณแม่แค่บอกว่าเวลาแบคฮยอนโกรธ เขาจะไม่น่ารัก คุณแม่ต้องรักแบคฮยอนเท่าฟ้าเหมือนอย่างที่แบคฮยอนรักคุณแม่และครอบครัวใหม่ของเรา


แบคฮยอนเดินกลับห้องนอนของตัวเองเข้าไปทำกิจวัตรประจำวันของตัวเองเหมือนที่คุณแม่มินอาเคยสอนเอาไว้ ทิ้งอีกคนในจมอยู่ความรู้สึกกึ่งสำนึกผิดและไม่รู้สึกผิดกับการกระทำ


คำว่าต่างคนต่างอยู่น่าจะเป็นคำบรรยายความสัมพันธ์ระหว่างเราได้ดีที่สุด....


หลังชานยอลจัดการตัวเองเสร็จแล้วก็ได้เวลาที่เจ้าตัวจะลงมาชั้นล่าง ดวงตากลมโตมองไปยังอีกคนที่เหมือนจะมานั่งวาดรูปอยู่บนโซฟาได้สักพัก แบคฮยอนในเวลานี้ดูไม่สนใจใครด้วยซ้ำ มัวแต่ให้ความสนใจกับรูปวาดฝีมือตัวเอง ไม่สนใจว่ากะเพาะจะเรียกร้องอาหารเช้า


คนที่ปกติอย่างชานยอลถึงถอนหายใจอย่างเบื่อหน่าย เมื่อไรพ่อจะกลับมา คำถามนี้เกิดขึ้นในความคิดเขาเป็นร้อยครั้ง เพราะความรู้สึกผิดที่มีอยู่เพียงน้อยนิด ทำให้ชานยอลพยายามลดความใจร้ายของตัวเองลง อย่างน้อยเช้านี้เขาก็จะทำอาหารเช้าเผื่อน้องชายที่ถูกยัดเหยียดให้ก็แล้วกัน


“จะกินอะไร”


“.....”


“ไอ้แบคฮยอน จะกินอะไร!!” พอพูดดี ๆ ก็ไม่สนใจ พอขึ้นเสียงใส่ก็ทำท่าตกอกตกใจจนเผลอปล่อยสีเทียนลงพื้น ให้มันกลิ้งมาหยุดที่ปลายเท้าของชานยอล


“แม่..แม่ไม่เคยถามอย่างนี้”


“น้ามินอาไม่ถาม แต่ฉันถามแกจะกินอะไรเด็กพิเศษ เขากินเหมือนคนอื่นหรือเปล่า!!” ไม่อยากขึ้นเสียงใส่ แต่สุดท้ายก็อดไม่ได้


จนถึงตอนนี้ปาร์ค ชานยอลเพิ่งตระหนักว่าตัวเองไม่เคยสนใจแบคฮยอนเลย ทุกครั้งที่ทานข้าวร่วมโต๊ะกัน เขาไม่เคยอยากมองเห็นเด็กนี่เลยสักครั้งและไม่เคยรู้ด้วยซ้ำว่าในแต่ละวันแบคฮยอนกินอะไรบ้าง


“ใคร... เด็กพิเศษ?


“แกไง”


“น้องไม่ใช่เด็กพิเศษ!! น้องเป็นลูกของคุณแม่ พี่ชานยอลอย่ามั่ว!” พอถูกบอกว่าเด็กพิเศษ แบคฮยอนก็ถึงกับขึ้นเสียงกลับบ้าง ท่าทางก้าวร้าวผกผันกับสายตาที่อ่อนโยน เด็กที่ถูกเลี้ยงมาโดยคุณแม่คนเดียวมาโดยตลอดจะไม่มีทางแสดงออกไปมากกว่าการขึ้นเสียงถ้าไม่มีใครสั่งสอน


ฝ่ายคนโตกว่าก็ถึงกับหุบปากฉับ ชานยอลหลับตาลงสะกดกลั้นอารมณ์ของตัวเองเพราะไม่อยากทะเลาะกับแบคฮยอน ชายหนุ่มถึงกับต้องนับหนึ่งถึงสิบในใจตัวเอง เขากลัวเหลือเกินว่าภายในพริบตาร่างแบคฮยอนจะถูกซัดไปอยู่มุมห้อง


“...แล้ว-จะ-กิน-อะ-ไร” ชานยอลพูดช้า ๆ ให้อีกฝ่ายได้ยินอย่างชัดเจน


“กินอะไรก็ได้ กินได้หมด” นี่คงจะเป็นบทสนทนาอันแสนปกติที่สุดของคู่สองพี่น้องนี้


“......”


“เร็ว ท้องร้อง ....หิวแล้ว”




 

“เผ็ด”


“กินน้ำเยอะ ๆ”


“เยอะแค่ไหน? ไม่เห็นหายเผ็ดเลย” แบคฮยอนเอียงคอถามพี่ชานยอลด้วยความสงสัย กลีบปากบางกำลังแดงแจ๋เพราะความเผ็ดหลังกินอาหารเช้าฝีมือพี่ชายตัวโต


เพราะแบคฮยอนบอกว่ากินอะไรก็ได้ ชานยอลถึงไม่รอช้าทำข้าวผัดกิมจิที่ตัวเองถนัดสองจาน พอถามว่ากินเผ็ดได้ไหมแบคฮยอนก็ตอบมาว่าไม่รู้ ชานยอลจึงปรุงแต่งเป็นรสชาติตัวเองโดยการใส่โคชูจังเพิ่ม นั่นจึงเป็นสาเหตุให้กลีบปากของแบคฮยอนแดงจนดูเหมือนแอบเอาลิปแม่มาเล่น


“ไม่หายเผ็ดเลย” แบคฮยอนพูดเสียงแผ่วพลางจับปากตัวเองไม่หยุด ดวงตาเรียวเล็กเริ่มกลั้นกรองน้ำตาออกมาเพราะรสชาติอาหารที่ไม่เคยพบเจอ


“ทนเอา ห้ามร้องไห้”


“พี่ชาน...พี่ชานยอลแกล้งน้อง”


“ไม่ได้แกล้ง”


“พี่ชานยอลแกล้ง!” คราวนี้แบคฮยอนจ้องเขม็งไปยังผู้เป็นพี่ที่กำลังยิ้มระรื่นอย่างไม่สะทกสะท้าน อยากจะต่อว่าแต่ก็นึกคำไม่ออก อยากจะร้องหาแม่แต่ก็ทำไม่ได้ ในหัวแบคฮยอนในตอนนี้มีแต่คำว่าพี่ชานยอลหล่อเท่านั้น


“ต่อไป...ต่อไปนี้”


“.....”


“น้องจะไม่วาดรูปพี่ชานยอลอีกแล้ว”


“.....”


“จะไม่วาดอีกตลอดไป”


“มีนมอยู่ในตู้เย็นกล่องหนึ่ง อยากหายเผ็ดก็ไปหยิบกินเอา”




กว่าแบคฮยอนจะยอมสงบลงก็นานหลายนาที ชานยอลรับหน้าที่เป็นคนล้างเพราะไม่อยากพูดกับเด็กไม่มีปกติอย่างแบคฮยอนให้มากความ เขาได้แต่ภาวนาให้พ่อของเขาและคุณมินอารีบจัดการธุระให้เสร็จเร็ว ๆ ก่อนที่เขาจะพลั้งมือฆ่าเจ้าเด็กนี่เสียก่อน ฝั่งแบคฮยอนหลังจากหายเผ็ดแล้วก็กลับเข้าสู่โลกของตนเอง


มือสวยไม่ต่างจากมารดากำลังบรรจงขีดเขียนกระดาษอย่างที่ชอบทำทุกวัน วันนี้แบคฮยอนไม่ได้วาดเกี่ยวกับครอบครัวอีกแล้ว แต่เขากำลังวาดอาหารที่เพิ่งทานไปเมื่อครู่นี้ต่างหาก ดวงตาเรียวเล็กจ้องมองกระดาษไม่กะพริบ บ่งบอกได้ดีว่าคนวาดตั้งใจขนาดไหน แม้มันจะไม่ได้งดงามเหมือนที่คนทั่วไปวาด แต่มันก็ออกมาจากใจของแบคฮยอน


“อะไรจะวาดไว้ฟ้องพ่อเหรอ” ชานยอลพูดขึ้น เมื่อหลังเห็นอีกคนกำลังวาดรูปอาหารอยู่ ดูก็รู้ว่าแบคฮยอนกำลังวาดอาหารที่เขาเพิ่งทำให้กิน


“ไม่ฟ้องหรอก ม..ไม่ต้องกลัว” เด็กในปกครองว่า ก่อนจะกลับเข้าสู่โลกของตนเองอีกครั้ง ความเงียบเข้าปกคลุมเราทั้งคู่ แบคฮยอนกำลังบรรจงสร้างงานศิลปะชิ้นเอกของตนเองอย่างเงียบ ๆ ส่วนชานยอลก็ยืนกอดอกมองดูเด็กไม่ปกติ


ไม่มีการส่งเสียงดัง เมื่อเราตัดสินใจอยู่คนละส่วนของบ้าน ชานยอลเปิดเพลง เล่นเกมส์อยู่ในห้องนอนของตนเอง ไม่วายล็อกกลอนเอาไว้ป้องกันไอ้เอ๋อเข้ามาก่อกวน เมื่อตะวันตกดินเขาก็ลงมาทำอาหารง่าย ๆ นั่นก็คือไข่เจียวให้ไอ้เอ๋อ


แบคฮยอนยิ้มกริ่มเมื่อเห็นพี่ชายตัวสูงเดินลงมาข้างล่างอีกแล้ว ผิดกับชานยอลที่มองน้องชายต่างสายเลือดอย่างไม่เป็นมิตร


“มึงมองอะไร ไอ้เอ๋อ!” ทำเสียงกึ่งตะคอก ทำเอาแบคฮยอนถึงกับทำสีเทียนหลุดมือ มันสะดุ้งโหยงราวกับว่าชานยอลคือซาตาน นั่นทำเอาคนตัวสูงถึงกับคิ้วขมวด


เขาดูใจร้ายขนาดนั้นเลยหรือ?


“มองไม่ได้เหรอ ก็พี่ชานยอลหล่ออ่ะ” แบคฮยอนพูดเสียงแผ่ว ไม่วายเสี่ยงชีวิตเอียงคอมองชานยอลตาใสแป๋ว นั่นทำเอาคนตัวสูงถึงกับชะงักไปครู่หนึ่ง


“หยุดเต๊าะกู แล้วเตรียมตัวมากินข้าวได้แล้ว” ไร้ทำด่าทอ ชานยอลเลือกที่จะเดินเข้าไปในครัวแล้วทำอาหารให้ไอเอ๋อกินอย่างเงียบ ๆ  แบคฮยอนเนี่ยมันร้ายนัก ขนาดไม่ปกติยังสามารถทำให้เขาใจเต้นแรงได้เลย


“วันนี้ขอนอนด้วยได้ไหม”


“ถ้ามึงจะมานอนกับกู ต้องไปนอนห้องน้ำ”


“ง่ะ...ม—ไม่ได้นะ ห้องน้ำมันนอนไม่ได้!” แบคฮยอนเถียงผู้เป็นพี่โดยพลัน คุณแม่มินอาสอนเขาว่าห้องน้ำใช้อาบน้ำ ห้องนอนใช้ตอนเราหลับ แบคฮยอนจำสิ่งที่คุณแม่มินอาสอนได้แม่นเลย พี่ชานยอลต้องจำผิดแน่ ๆ


“จะนอนไม่ได้ได้ไง เมื่อคืนมึงก็นอน”


“ม—ไม่ได้นอนสักหน่อย นั่งร้องไห้ต่างหาก” แบคฮยอนพูดอย่างไม่คิดอะไร ก่อนจะตักข้าวไข่เจียวคำโต ๆ เข้าปาก โดยไม่ทันได้สังเกตว่าคำพูดไร้เดียงสาของตนเอง จะสะกิดใจชานยอลเข้าอย่างจัง


“ถ้ามึงอยากนอนด้วยว ต้องห้ามก่อกวนอีกเข้าใจไหม”




________________

สกรีมแท็ก #auscb

ฟิคนี้จะจบปีไหนกันนะ?555 ภาวนาให้รีบจบล่ะกัน 

ฟิคดราม่าไม่ใช่แนวเลย ฮือ

ฝากคอมเมนต์ด้วยนะคะ จะได้มาต่อเร็วๆ ไปเล่นแท็กกันให้หายคิดถึงเลย


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 48 ครั้ง

452 ความคิดเห็น

  1. #396 ohhrungeiei (@ohhrungeiei) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2561 / 10:52
    แหนะๆเริ่มใจอ่อนหล่ะซิ้5555
    #396
    0
  2. #374 พี่มัคคค. (@mmtuan) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 23 มกราคม 2561 / 10:30
    เนี่ย น้องก็คือน้องอะฮือแออออ ตอนน้องบอกว่า จะไม่วาดรูปพี่ชานยอล อีกแล้ว แล้วรู้สึกเอ็นดูเลยอะ ฮือ น้องน่ารักมากๆ อย่าใจร้ายกับน้องเลยน้า;____;
    #374
    0
  3. #371 LOOKSORN. (@mook-naka) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 22 มกราคม 2561 / 22:33
    อ่าว มันเปงฟิคดราม่าหลอ5555 อ่านๆไปรู้สึกเหมือนเปงฟิคน่ารักกรุ๊งกริ๊งดีง่ะ ชอบบบ อารมณ์ประมาณพระนางด่ากันไปทะเลาะกันมา สุดท้ายก็ได้กัน ฮริ้ง ไม่อยากให้ลงดราม่าเยอะเลออ ชอบประมาณนี้555 ..แต่ไม่ว่าพี่พาจะแต่งไง นุ้ก็อ่านหมดแหละ จุ๊บๆ
    #371
    0
  4. #360 Prince Yixing (@yixingjinglebell) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 21 มกราคม 2561 / 08:16
    น้องไม่สกปรกหรอก ชานยอลนั่นแหละสกปรกกว่า โดยเฉพาะจิตใจ
    #360
    0
  5. #339 areeyaa (@areeya-pn) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 20 มกราคม 2561 / 15:05
    พูดกับน้องดีๆจะเป็นไรไหมพี่ชาน ใครกันแน่จิตใจไม่ปกติ อย่ามารักน้องแล้วกัน!!!
    #339
    0
  6. #319 &CREEPIN (@hunhan_bb) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 20 มกราคม 2561 / 01:17
    คำก็-เอ๋อ สองคำก็-เอ๋อ ระวังใจไว้เถอะนะ ชานยอลนะ ไม่มีเค้าขึ้นมาแล้วจะรู้สึก ไรท์สู้ๆ น้าาา
    #319
    0
  7. #317 MeowKL (@MeowKL) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 20 มกราคม 2561 / 00:56
    มีใจเต้นแรงด้วยยยยย ทำมาเปงด่า จริงๆแล้วก็แพ้ฟามน่ารักของน้องใช่มั้ยล่าาาาาา
    #317
    0
  8. #135 Pear.25 (@Pear_MH) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2560 / 17:19
    เง้ออ รออ
    #135
    0
  9. #134 FONJAE💖 (@discouraged) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2560 / 17:01
    รอนะคะ รออออิอ
    #134
    0
  10. #133 oporandyou (@oporandyou) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2560 / 16:51
    อยากอ่านนนนนนน
    #133
    0
  11. #131 liii_meiii (@ymg_s) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2560 / 15:59
    ฮืออยากอ่านแล้วจ้ะ
    #131
    0
  12. #130 Aoy Soothi'nie (@aoypromjaroen) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2560 / 14:27
    รออออออออออ
    #130
    0
  13. #129 Plxsh. (@villain_Y) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2560 / 14:22
    รอนะะะพะ
    #129
    0
  14. #128 byunmyx (@nuest_1-4-3) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2560 / 14:14
    กรี๊ดดดไรท์คัมแบค อยากอ่านแย้ว รอน้าา
    #128
    0