เล่ห์ร้ายพ่ายรัก

ตอนที่ 4 : บทที่ 3 จูบแรก

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 497
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 6 ครั้ง
    18 เม.ย. 56

บทที่ 3 จูบแรก





         หลังจากที่เธอทำงานมาได้สองเดือนบ่อยครั้งที่เธอจะต้องออกไปพบลูกค้ากับเขาทั้งในและนอกประเทศแล้วไหนจะเป็นการใช้ชีวิตในแต่ละวันของบอสหนุ่มที่ชอบไปสถานบันเทิงแล้วยังจะกระเตงเธอไปด้วยอีกกว่าจะได้กลับบ้านเกือบสว่างก็มี บ่อยครั้งที่เธอแอบหนีกลับบ้านก่อน ทำให้รอดพ้นไปได้บ้างแต่วันนี้สิ เล่นให้เธอทำงานตั้งแต่เช้าทั้งงานเก่าที่เสร็จไปแล้วแต่ก็ยังหาเรื่องมาให้เธอแก้ใหม่ แล้วไหนจะงานใหม่อีก คิดได้เพียงเท่านั้นเจ้านายหนุ่มก็เดินออกมาหยุดอยู่ข้างหน้า เธอลุกขึ้นมองหน้าบอสหนุ่มพลางเอ่ยถาม
 
        “บอสจะกลับแล้วเหรอคะ?” เธอถามออกไปด้วยท่าทางดีใจ เพราะถ้าเจ้านายกลับเธอก็จะได้กลับบ้านไปนอนพักผ่อนเหมือนกัน
 
        “เปล่า ฉันยังไม่กลับเพราะฉะนั้นเธอต้องไปกับฉัน” เวกัสเมื่อเห็นท่าทางดีใจของเธอก็นึกอยากจะแกล้งเธอขึ้นมา
 
        เวกัสเดินนำหญิงสาวมาที่รถที่คนสนิทของเขาจอดรออยู่ เวกัสแนะนำคนสนิทที่เป็นทั้งเพื่อนทั้งน้องชายของเขาให้รู้จักกับสาวน้อย
 
        “นี่ไคท์ คนสนิทของฉัน” เวกัสเอ่ยแนะนำด้วยใบหน้าที่เรียบตึงเหมือนเคย
 
       “สวัสดีคะ หนูชื่อพัชคะ ขอเรียกว่าพี่ได้ไหมคะ” เธอพูดด้วยท่าทีเป็นมิตรเพราะดูจากคนสนิทของเจ้านายจะเป็นคนที่น่ารัก อบอุ่น ขี้เล่นเป็นคนที่น่าคบคนนึงเลยแหละ
 
      “เอ่อ..ก็ได้ครับ” ไคท์ตอบด้วยความเอ็นดู ผู้หญิงคนนี้ทั้งสวย แล้วยังน่ารักซะขนาดนี้เขาคงปฏิเสธไม่ลง
 
      เมื่อเวกัสเห็นความสัมพันธ์ของคนทั้งคู่ที่เริ่มพัฒนาขึ้น แล้วยังท่าทีที่พัชราวีแสดงกับไคท์อีกเขาก็ยิ่งไม่สบอารมณ์ที่เธอแสดงท่าทีสนิทสนมกับคนสนิทของเขาแต่กลับไม่เคยทำกับเขาเลย
 
      “นี่จะยืนคุยกันอีกนานไหม?” เวกัสพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงอย่างที่ไคท์รู้ในทันทีว่าเขาหวงผู้หญิงคนนี้มาก
 
      พัชหันไปมองเจ้านายพลางคิดในใจ ‘ จะอะไรนักหนาเนี่ย! เอาใจยากจริงๆ
หลังจากนั่งรถอยู่ได้ไม่นาน พาหนะสี่ล้อก็เคลื่อนเข้ามาจอดยังไนต์คลับสถานบันเทิงชื่อดังที่ถูกกฎหมาย  หนุ่มหน้าตาดีทั้งสองคนเดินประกบสาวน้อยหน้าใสเดินเข้าไปข้างในเรียกความสนใจของหนุ่มๆสาวๆในนั้นอยู่ไม่น้อย ทุกคนต่างรู้จักสองหนุ่มเป็นอย่างดี นักธุรกิจชื่อดังที่ใครๆก็ให้ความสนใจแต่ที่น่าสนใจยิ่งกว่านั้นคือสาวน้อยหน้าใสที่เดินมากับเวกัสคนนั้น 
 
      เวกัสเดินนำสาวน้อยไปยังมุมส่วนตัวของเขา พลางจ้องมองสาวน้อยข้างกายที่ไม่ได้ให้ความสนใจสิ่งรอบกายเลยผิดกับสาวๆสมัยนี้ที่ต่างชอบเข้ามาในสถานบันเทิงแบบนี้ 
 
      “ฉันให้เวลาส่วนตัวกับเธอ อยากจะไปอยู่กลางฟลอหรือจะทำอะไรก็เชิญ”
 
      หญิงสาวหันหน้ามามองเจ้านายหนุ่มของเธออย่างไม่สบอารมณ์ “ขอโทษนะคะ พอดีฉันไม่ใช่ผู้หญิงเที่ยวกลางคืนที่มาก็เพราะทำตามหน้าที่! ”
 
      เวกัสได้แต่อึ้งไม่คิดว่าเธอจะแสดงความไม่พอใจขนาดนี้ แต่ก็ปรับเปลี่ยนสีหน้าอย่างรวดเร็วพลางหันไปสั่งเครื่องดื่มกับพนักงาน แล้วหันหน้ามามองสาวน้อยเป็นเชิงถาม
 
      “ขอน้ำเปล่าที่นึงคะ” พัชตอบแล้วหันกลับไปทางเดิมสายตาสะดุดเข้ากับร่างหนาที่คุ้นตา เธอลุกขึ้นแล้วตะโกนเรียกเพื่อนหนุ่มของเธอ “กันต์! ทางนี้ๆ” เวกัสมองตามสาวน้อยหยุดเข้ากับผู้ชายคนนั้น คนที่เธอกอดกลางโรงแรม ชายหนุ่มเดินตามมาทางเสียงเรียก
 
      “เฮ้ยย พัชมาไงเนี่ยไหนว่าไม่ชอบเที่ยวที่แบบนี้ไง” กันต์ถามด้วยความสงสัย เพราะเขาพยายามชวนเพื่อนสาวมาเที่ยวที่แบบนี้หลายครั้งแล้วแต่พัชก็ปฏิเสธลูกเดียว
 
      “ก็ไม่ได้อยากจะมาหรอก พอดีทำตามหน้าที่อ่ะ” พัชพูดพลางปรายหางตามองเจ้านายหนุ่ม กันต์มองตามก็เห็นหนุ่มรูปร่างดี หน้าตาหล่อเหลา ด้วยความสงสัยก็เลยเอ่ยถามออกไป
 
      “แล้วนี่ใครอ่ะ” กันต์ถามถึงคนที่มากับเพื่อนสาว
 
      “นี่ คุณเวกัส เจ้านายเราเองแหละ” พัชพูดแล้วหันหน้าไปทางเจ้านาย “แล้วนี่ก็กันตพัฒน์”
 
      “เรียกผมว่ากันต์ก็ได้ครับ” กันต์พูดกับชายหนุ่มตรงหน้าที่ดูแล้วจะไม่ชอบเขาเท่าไหร่เพราะดูจากสีหน้าและแววตาที่เขาส่งมาให้ตน แต่เขาก็ไม่ได้สนใจอะไร
 
      “บอสให้เวลาส่วนตัวกับฉันใช่ไหมคะ? ถ้างั้นฉันขอ...”
 
      “ไม่ได้!” เวกัสสวนกลับไปทันควันเพราะรู้ว่าเธอจะขออะไรแค่คิดว่าเธอจะไปอยู่ใกล้หรือพูดคุยกับหมอนั่นเขาก็ชักจะไม่สบอารมณ์ขึ้นมาทันที “เพราะเธอต้องอยู่ดูแลฉัน แล้วอีกอย่างฉันยังไม่กลับบ้าน”
 
      “แต่บอสบอกว่าให้เวลาส่วนตัวฉันนี่คะ ฉันจะทำอะไรก็ได้” เธอย้อนถาม
 
      “เธอไม่มีสิทธิ์จะมาย้อนถามฉันนะ!” เวกัสตะคอกกลับ ‘ เพราะไอ้หนุ่มนี่เธอถึงคิดที่จะขัดคำสั่งฉันเชียวหรือ? ’ เวกัสคิดอยู่ในใจสายตาจับจ้องที่ใบหน้านวลที่ตอนนี้เธอคงโกรธเขามาก
 
      “แต่...” พัชพยายามจะตอบกลับแต่ก็มีคนมาสะกิดแขนเธอไว้
 
      “พัช พัช พอเถอะ” กันต์รีบห้ามเพราะรู้ดีว่าเรื่องนี้เพื่อนเขาคงไม่ยอมง่ายๆแน่ แล้วดูเหมือนคุณเวกัสอะไรนี่จะหวงเพื่อนเขาไม่ใช่น้อย อย่างนี้ก็สนุกล่ะ!
 
      พัชหันมองหน้ากันต์แล้วหันหน้ากลับไปมองหน้าเจ้านายอย่างไม่ค่อยพอใจนัก แล้วหันไปมองหน้ากันต์อีกครั้งนึง “ถ้าอย่างนั้น กันต์ก็นั่งนี่แหละนั่งเป็นเพื่อนเราหน่อยได้ไหม?”
 
      “ได้ดิเพื่อแกอ่ะได้เสมอ” กันต์พูดพลางโอบคอเพื่อนสาวโยกไปด้วย
 
      เวกัสเห็นภาพทั้งสองคนโอบกันเขายกเครื่องดื่มขึ้นดื่มแล้วกระแทกแก้วลงอย่างแรงเพื่อดึงความสนใจจากสาวน้อย
 
      “เป็นอะไรคะบอส หรือจะให้ฉันรับใช้อะไร?” พัชถามด้วยใบหน้ากวนๆไม่ได้เกรงกลัวต่อคนตรงหน้าเลยแม้แต่นิด
 
       เวกัสมองหน้าคนตัวเล็กแล้วหันไปทางไคท์ “ฉันต้องการน้ำอัดลม” 
 
       ไคท์รับคำสั่งแล้วเดินออกไปจากที่ตรงนั้นเพราะคำว่าต้องการน้ำอัดลมก็หมายถึงหาสาวให้หน่อยนั่นเอง เพียงไม่นานไคท์ก็เดินนำหน้าสาวๆที่แต่งตัวแสนยั่วมาทางเจ้านายหนุ่ม สองสาวสวยนั่งประกบข้างเจ้านายหนุ่ม
 
       พัชราวีเห็นสาวสวยสองคนที่คอยแต่เอาเนื้อเอาหนังถูตัวเจ้านายหนุ่มของเธอไม่หยุดก็นึกเหยียดผู้หญิงพวกนี้อยู่เหมือนกันแต่เธอก็ไม่ได้สนใจอะไร นั่งคุยกับเพื่อนหนุ่มของเธอต่อไปด้วยความที่สถานที่นี้มีเสียงเพลงดังอยู่เสมอ ทำให้เธอต้องคอยกระซิบข้างหูกับเพื่อนหนุ่มอยู่ตลอด ทำให้ชายหนุ่มที่นั่งอยู่ถัดไปที่คอยแต่จ้องมองเธอถึงกับลมออกหู ทนดูภาพความสนิทสนมไม่ไหวจนต้องลุกขึ้น สาวสวยสองคนที่นั่งอยู่ข้างกายถึงกับหน้าเหวอ 
 
       เวกัสหันไปพยักหน้าให้ไคท์จัดการสาวสองคนนี้แล้วเดินไปหยุดอยู่หน้าคนสองคนโดยที่สองคนนั้นไม่รู้ตัว
 
       “เฮ้ยกันต์จำ...” คำพูดทั้งหมดหายไปพร้อมกับแรงกระชากของคนตัวโตทำเอาร่างทั้งร่างกระทบเข้ากับแผงอกกว้างอย่างจังจนรู้สึกเจ็บ เธอเงยหน้ามองคนที่กระชากเธอ
 
       “อะไรของบอสเนี่ย! ฉันเจ็บนะ” เธอพูดพลางมองหน้าคนตัวโตอย่างไม่เข้าใจ
 
       “ฉันจะกลับบ้านแล้ว” เวกัสพูดพลางปรายสายตาไปมองไอ้หนุ่มหน้าอ่อนนั่น
 
       พัชเงยหน้ามองคนที่กอดเธอไว้แน่น “ แล้วคุณมาบอกฉันทำไมอ่ะ ไปบอกพี่ไคท์สิพี่เค้าเป็นสารถีคุณหนิ” เธอพูดพลางดิ้นจะสลัดตัวออกจากคนตัวโต 
 
       “เธอก็ต้องกลับด้วย!” เวกัสตะคอกใส่หน้าคนตัวเล็กพลางจูงมือเธอจะออกจากที่นี่แต่ก็ต้องหยุดกึกเมื่อมีมืออีกมือยื่นมาจับแขนของเธอไว้
 
       “คุณกลับไปเถอะครับ เดี๋ยวผมไปส่งพัชเองไม่ต้องเป็นห่วง” กันต์พูดขึ้น
 
       “ไม่ต้อง! พัชมากับฉัน เธอก็ต้องกลับกับฉันเท่านั้น” เวกัสเน้นคำพูดให้หนุ่มนี่รู้ว่ายังไงพัชก็ต้องกลับกับตนคนเดียว!
 
        เวกัสเดินจูงมือพัชราวีออกมาโดยไม่ฟังเสียงคำทัดทานของคนตัวเล็กหรือใครทั้งนั้นพอมาถึงรถ เวกัสก็เปิดประตูออกมาอย่างแรงแล้วจับคนตัวเล็กให้เข้าไปอยู่ในรถพร้อมกับปิดประตูอย่างแรง ทำให้คนตัวเล็กถึงกับสะดุ้ง มองร่างหนาที่อยู่ในรถอย่างไม่เข้าใจ
 
        “บอสเป็นอะไรเนี่ย โมโหใครมาหรือเปล่า? หรือสองคนนั้นบริการไม่ถึงใจ ถึงได้โกร....” ปากบางที่ถามอย่างรัวเร็วไม่หยุดถูกเรียวปากหยักหนาประกบเข้าอย่างรวดเร็วโดยที่คนตัวเล็กไม่ทันได้ตั้งตัว มือหนาจับที่ท้ายทอยของสาวน้อยอีกมือเอื้อมไปจับที่เอวพลางลูบไล้ไปทั่วร่างน้อย  ร่างบางเมื่อได้สติก็พยายามผลักอกกว้างออกแต่แรงที่ว่ามีอยู่มากกลับสู้คนตัวโตไม่ได้ จากผลักกลายเป็นทุบ จากทุบเป็นหยิกแต่ก็ไม่เป็นผล จนเมื่อคนตัวโตเห็นว่าคนตัวเล็กเริ่มหายใจไม่ออกจึงค่อยผละออกมาอย่างเสียดาย
 
        พัชราวีมองหน้าเจ้านายของเธออย่างไม่พอใจพลางคิดในใจ ‘ นี่มันจูบแรกของเรา เสียให้กับบอสเนี่ยนะ ’
 
        “นี่! บอสทำไรเนี่ย เป็นบ้าอะไรห๊ะ!” เธอถามเจ้านายหนุ่มด้วยความไม่พอใจที่อยู่ๆก็พรากจูบแรกของเธอไปแบบนี้ จูบที่เธออยากจะเก็บไว้ให้คนรัก แต่ตอนนี้กลับไม่มีอีกแล้ว
 
        เวกัสเบือนหน้าหนีไม่คิดที่จะตอบคำถามของสาวน้อยข้างกาย เพียงไม่นานเวกัสก็หันมามองหน้าคนข้างๆแล้วพูดขึ้นด้วยสีหน้าที่เป็นปกติ
 
        “ข้อตกลงใหม่ ต่อไปนี้ห้ามเธอเรียกฉันว่าบอสอะไรนั่นอีก”
 
        “ไม่ให้ฉันเรียกว่าบอสแล้วจะให้เรียกว่าไร ลุงเหรอ?” พัชจงใจพูดกวนๆใส่เขาเพราะยังโกรธเขาไม่หายที่จูบเธอแบบนั้น
 
         เวกัสค้อนใส่หญิงสาวแล้วพูดด้วยเสียงที่ราบเรียบแต่ทำให้คนที่ฟังถึงกลับขนลุก “เรียกฉันว่าพี่เวส แล้วแทนตัวเองว่าพัช”
 
         “พี่เวส” หญิงสาวพูดทวนคำของชายหนุ่ม “ทำไมฉันต้องเรียกบอสว่าพี่ด้ว....” คำพูดของเธอถูกกลืนลงคอพร้อมกับสัมผัสที่รุนแรงจากริมฝีปากหนาลิ้นหนาสอดเข้าไปในโพรงปากบางทำให้เธอถึงกับอ่อนระทวย เพียงไม่นานเขาก็ผละออก
 
         “หึ หึ” เวกัสหยักยิ้มมุมปากอย่างผู้ถือไพ่เหนือกว่าแล้วพูดขึ้นด้วยสีหน้าเรียบ “ถ้าเธอไม่เรียกฉันว่าพี่เธอจะโดนแบบนี้”
        ...............ต่อ..................
 
         “ไม่มีทาง!! ทำไมฉันต้องเรียกคุณว่าพี่ด้วย!” พัชตะคอกออกไปด้วยความโกรธ จูบแรกที่เธอเก็บไว้ให้คนที่เธอรักหายแว๊บไปกับเจ้านายที่ป่าเถื่อน ที่รู้จักกันเพียงแค่สองเดือน

         “คุณทำตัวไม่น่าเรียกว่าพี่เลยสักนิด! คนป่าเถื่อน! ฉันจะไม่เรียกคุณว่าพี่เด็ดขาด!”

 
         หลังจากเหตุการณ์ที่พัชโวยวาย เวสไม่ตอบอะไรได้แต่นั้งเงียบอย่างเย็นชา พัชได้แต่นั่งเงียบตลอดการเดินทางโดยไม่ได้สังเกตสองข้างทางเลยแม้แต่น้อยจนเมื่อรถเข้าหยุดอยู่ที่คฤหาสน์หลังใหญ่รอบๆถูกประดับด้วยพืชพันธุ์นานาชนิด มีน้ำพุอยู่หน้าคฤหาสน์ เหล่าคนใช้ทั้งหลายต่างพากันเดินออกมารอรับเจ้านายใหญ่ หญิงสาวหลุดออกจากภวังค์พลางไล่มองไปรอบๆบ้าน นี่ถ้าเกิดว่าเธอมาตอนกลางวันที่นี่คงสวยน่าดู เธอหันไปมองเจ้านายหนุ่มที่ตอนนี้เดินลิ่วเข้าไปในตัวคฤหาสน์ เธอวิ่งเข้าไปแล้วจับแขนของเขาไว้
 
        “ทำไมคุณไม่ไปส่งฉันที่บ้าน” เธอถามเสียงห้วนเมื่อเห็นว่าเขาหันหน้ากลับมาหาเธอแต่ไม่มีเสียงตอบรับแต่กลับโน้มหน้าเข้ามาใกล้พลันภาพตอนที่อยู่บนรถก็ผุดขึ้นและทำให้เธอรู้ว่าเธอควรจะพูดยังเธอจึงรีบพูดออกมา
 
       “ทำไมคุณไม่ไปส่งพัชที่บ้านคะ?” เธอรีบเปลี่ยนเสียงพูดพลางเหลือบมองหน้าคนตัวโต แล้วคิดในใจว่าฉันจะไม่มีวันเรียกอีตาเจ้านายนี่ว่าพี่เด็ดขาด! และเห็นว่าเขากลับไปยืนตัวตรงตามเดิมแล้ว

       “หึ ก็ฉันไม่รู้ว่าบ้านเธอยู่ไหนหนิ”
 
       “ถ้าไม่รู้แล้วทำไมไม่ถามล่ะคะ?” เธอถามกลับไปด้วยใบหน้าที่บึ้งตึง
 
       “ก็เห็นนั่งทำหน้าเคลิ้มเลยไม่อยากกวน” เขาตอบเธอกลับมาด้วยสีหน้าราบเรียบเหมือนเคย
 
       “เคลิ้ม? ฉันเนี่ยนะคะเคลิ้มไม่มีทาง” เธอเนี่ยนะเคลิ้มก็แค่...ก็แค่คิดไม่ถึงเท่านั้นเอง เธอหันกลับไปมองเขาแต่เขากลับเดินขึ้นบันไดไปทิ้งให้เธออยู่ในห้องโถงของบ้านที่ดูยังไงก็ใหญ่กว่าบ้านเธอหลายเท่า
 
       “แล้ว..พาฉันมาแล้วทิ้งไว้อย่างงี้เนี่ยนะ! อะไรของเขาเนี่ย! แล้วเราเอาไงอ่ะ”เธอได้แต่บ่นกับตัวเองยิ่งคิดเธอยิ่งสับสนว่าจะอยู่หรือกลับบ้าน เธอเลือกที่จะกลับบ้านเธอเดินไปทางประตูแล้วเดินออกไปทางประตูรั้วแต่ยังไม่ทันจะถึงประตูรั้วการ์ดก็เดินเข้ามาล้อมเธอไว้ ด้วยความสงสัยเลยเอ่ยถามออกไป
 
       “นี่พวกคุณมาล้อมฉันไว้ทำไม ฉันไม่ได้ขโมยของไปนะ” เธอพูดออกไปเพราะคิดว่าคนพวกนี้ต้องคิดว่าเธอขโมยของแน่ๆ
 
       “นายสั่งไว้ว่าห้ามคุณผู้หญิงออกจากที่นี่ครับ” การ์ดคนนึงเอ่ยตอบเธอ
 
       “แต่ฉันจะกลับบ้าน!” เธอพูดเน้นสิ่งที่เธอต้องการออกไป
 
       “ไม่ได้ครับนายสั่งไว้”
 
       “จะอะไรนักหนาเนี่ย! ก็บอกว่าจะกลับบ้านไง! แล้วนายนั่นน่ะก็กลับบ้านแล้วเพราะฉะนั้นตอนนี้ฉันเลิกงานแล้วเขาไม่มีสิทธิ์มาสั่งฉัน! หลบไป!” เธอบ่นออกมาด้วยเสียงดังๆพลางมองตาขวางใส่ทุกคนแล้วเดินเข้าไปผลักการ์ดคนนั้นให้หลีกทาง แต่ก็มีการ์ดคนอื่นเดินมาดักเธอไว้อีก
 
       “จะเอายังไงอยากมีเรื่องเหรอ?” เธอถามออกไปด้วยเสียงห้วนๆ
 
       “เปล่าครับแต่คุณผู้หญิงควรทำตามที่นายสั่งนะครับ”
                      
       “ไม่ทำ ใครจะทำไม” เธอตะคอกออกไปเสียงดังด้วยความไม่พอใจ
 
       “ไม่ทำจริงเหรอ?”
 
       เธอหันกลับไปทางเสียงที่เย็นชา ราบเรียบ เนื้อตัวกลับหนาวๆร้อนๆขึ้นมาเมื่อเห็นร่างหนาที่คุ้นตาเดินออกมาจากตัวคฤหาสน์ด้วยท่วงท่าและสายตาที่นิ่งดุจน้ำแข็ง 
 
       “ใช่!”เธอจำต้องเก็บอาการหวาดหวั่นไว้แล้วเอ่ยออกไปด้วยเสียงที่ห้วน “ทำไมฉันต้องทำตามที่คุณบอก?”
 
       “มันดึกแล้ว” เสียงทุ้มเอ่ยออกมาพลางจ้องมองหน้าเธอด้วยสีหน้าที่ไม่บ่งบอกอารมณ์ใดๆ
 
       “ก็ใช่ไงมันดึกแล้วฉันควรจะกลับบ้านซักที แล้วจะขวางฉันไว้ทำไมไม่ทราบ?” เธอพูดออกไปด้วยเสียงยียวน
 
       “เธอนี่เข้าใจอะไรยากจริง!” เขาพูดพลางก้าวขายาวๆมาทางเธอ รู้ตัวอีกทีตัวเธอก็ลอยอยู่เหนือพื้น ช่วงลำตัวของเธอพาดกับบ่ากว้าง ขาสองข้างห้อยโตงเตงอยู่ที่ช่วงท้องของเขา เธอพยายามจะดิ้นทั้งเตะทั้งทึ้งเพราะตอนนี้หัวใจเธอกำลังเต้นแรงเธอกลัวว่าเขาจะได้ยินแต่ก็ไม่เป็นผลคนตัวโตพาเธอเข้ามายังห้องโถงแล้วพาเธอขึ้นไปยังชั้นสองเข้าไปในห้องนอนห้องหนึ่ง เขาโยนเธอขึ้นไปบนเตียงจนศรีษะกระแทกกับขอบหัวเตียง
 
       “โอ๊ยยยย เจ็บ” เธอร้องครางออกมาด้วยความเจ็บมือกุมที่ศรีษะพลางเหลือบมองหน้าคนที่โยนเธอมาไม่ได้ดูอะไรเลยดูแล้วเขาจะตกใจเป็นอย่างมากเธอจึงแกล้งร้องออกมาดังๆ
 
       “โอ๊ย!”
 
       “นี่เป็นไรไหม” เขาเอื้อมมือมาลูบหัวเธอตรงที่เธอกุมอยู่ เธอหัวเราะออกมาเมื่อเห็นท่าทางของเขาที่ดูจะเก้เก้กังกัง
 
       “ขำอะไรของเธอ!” เมื่อเห็นสาวน้อยหัวเราะออกมาก็รู้ว่าตัวเองโดนหลอกเลยส่งสายตาเย็นเฉียบไปให้
 
       “เปล่า”เธอตอบออกไปด้วยท่าทางยียวน “แล้วนี่จะให้ฉันนอนนี่เหรอ?”
 
       เขาไม่พูดอะไรเดินไปที่ตู้เสื้อผ้าหยิบเสื้อเชิ้ตออกมาหนึ่งตัวแล้วโยนให้เธอก่อนจะเดินไปที่ประตูแต่เขาก็หันหน้ากลับมามองเธอพลางพูดขึ้นมาด้วยเสียงเบาๆ
 
       “อาบน้ำแล้วก็นอนได้แล้ว ฉันยกห้องให้” 
 
      ‘ ยกห้องให้ งั้นห้องนี้ก็เป็นของ…’  “เอ่อคุณเวส” เธอร้องเรียกเขาไว้ด้วยเสียงที่แผ่วเบา
 
“ขอบคุณนะคะ” เธอเอ่ยออกไปพลางยิ้มให้เขา “ฉันขอโทษที่ว่าคุณว่าป่าเถื่อน...” เธอพูดเสียงแผ่วพลางเหลือบมองหน้าคนตัวโต เขาเพียงแต่ยิ้มรับเธอออกมาเท่านั้นแล้วเดินออกไป
       
       รอยยิ้มของเธอที่มอบให้เขาเมื่อกี้นี้เป็นรอยยิ้มที่เขาอยากได้จากเธอมากที่สุด ตลอดสองเดือนที่ผ่านมามีแต่คำว่าเจ้านายกับลูกน้องเท่านั้นที่ขั้นระหว่างกลางของเขาสองคนแต่ต่อไปนี้เขาจะตัดมันทิ้งไปเหลือเพียงสายสัมพันธ์ที่เขาจะพัฒนามันขึ้น
 
      7.30 น.
 
       “นมแจ่มครับ คุณแม่กับพัชยังไม่ลงมาอีกเหรอ” เวกัสเดินเข้ามาภายในห้องอาหารเห็นนมแจ่มแม่นมของเขากำลังช่วยกันจัดโต๊ะอาหารกับคนใช้อยู่ แต่ไม่เห็นวี่แววของผู้หญิงทั้งสองคนเลย จึงถามขึ้น
 
        “เอ่อ.. คุณผู้หญิงอยู่ในห้องครัวคะส่วนคุณพัชนี่ใครคะคุณหนู?”
 
        “อ๋อ ผมลืมบอกไปว่าผมพาเลขามาที่นี่น่ะครับ ถ้างั้นผมขอไปดูเธอก่อนแล้วกันนะครับ” เขาตอบออกไปพลางก้าวยาวๆไปยังห้องนอนของตัวเองที่ตอนนี้มีหญิงสาวหน้าใสอยู่ในห้องนั้น
 
        เขาเปิดประตูเข้าไปด้วยเสียงที่เบา เขาเห็นเธออยู่ในชุดคลุมอาบน้ำแต่ดูเหมือนว่าเธอจะอาบเสร็จนานแล้วเพราะดูจากตามตัวไม่มีหยดน้ำอยู่เลย เธอกำลังยืนอยู่หน้าตู้เสื้อผ้าบานใหญ่ของเขาคิ้วเรียวขมวดเข้าหากันพลางบ่นออกมาด้วยท่าทางที่เหมือนเด็กๆ ที่เขาได้เห็นทำให้รู้สึกมีความสุข
 
       “ใส่ไรล่ะเนี่ย มีแต่เสื้อตัวใหญ่ๆ ไม่คิดจะใส่เสื้อผ้ารัดๆบ้างหรือไง” เขาได้ยินถึงกลับอมยิ้ม
 
       “ฉันไม่ใส่เสื้อผ้ารัดๆหรอกนะ มันอึดอัด” เขาพูดขึ้นทำเอาร่างบางถึงกับสะดุ้งด้วยความตกใจ
 
       “เฮ้ยยยย คุณเวสเข้ามาทำไมพัชโป๊อยู่นะ” เธอเอ่ยออกมาด้วยเสียงที่แสดงความไม่พอใจพลางเอาแขนไขว้หากันไว้ที่อก
 
       “โป๊ที่ไหน” 
 
       “เนี่ยแหละโป๊ คุณช่วยออกไปก่อนได้ไหมคะ” เธอเอ่ยอ้อนวอนเขา
 
       “ก็ได้ ว่าแต่เธอจะใส่อะไร” เขาถามออกไป ร่างบางทำหน้านิ่งคิดพร้อมกับเอ่ยออกมาเบาๆ
 
       “เอ่อเด๋วพัชใส่เสื้อผ้าชุดเก่านั่นแหละคะ แต่เสื้อผ้าพัชอยู่ที่ไหนพัชหานานแล้ว”

 
       “ฉันให้คนเอาไปซัก เอาเสื้อผ้าแม่ฉันไปก่อนแล้วกัน” เขาไม่ฟังเสียงคัดค้านเดินออกมาจากห้องแล้วตรงดิ่งไปยังห้องของผู้เป็นมารดา
 
       พัชนั่งรอเสื้อผ้าอยู่ที่ริมเตียงสายตามองไปรอบๆห้องของใช้ต่างๆรวมถึงผนังล้วนเป็นสีโทนดำที่ดูยังไงก็เข้ากับบุคลิกของเขา อยู่ๆภาพเมื่อคืนก็ย้อนกลับเข้ามาในหัวเธอภาพที่เขาโน้มหน้ามาจูบเธออย่างรวดเร็วยิ่งคิดหัวใจเธอก็ยิ่งเต้นโครมครามเธอเอามือจับที่หน้าอกข้างซ้ายรู้สึกถึงอัตราการเต้นของหัวใจที่ผิดปกติตั้งแต่ที่เขาจูบเธอ เธอไม่เคยรู้สึกแบบนี้เธอสามารถเข้าใกล้กับผู้ชายได้ทุกคนโดยที่เธอก็ไม่รู้สึกเก้อเขินแต่กลับผู้ชายคนนี้ทำไมนะ ทำไมเธอต้องกลัวการเข้าใกล้เขา ทุกครั้งที่เธอแสดงความไม่พอใจหรือนิ่งเฉยก็เพื่อปกปิดความรู้สึกที่อยู่ข้างใน ความรู้สึกที่เธอไม่สามารถตอบได้ว่ามันคืออะไร คิดได้เท่านั้นเธอก็ต้องสะดุ้งเมื่อมีมือหนาจับที่ไหล่ของเธอ เธอหันหน้าไปมองก็เห็นคนตัวโตยืนอยู่ด้วยใบหน้าที่ไม่บ่งบอกอารมณ์เหมือนเช่นเคย
 
       เขายื่นเดรสสั้นสีชมพูหวานให้กับเธอ เธอยืนมองหน้าเขาสลับกับเดรสสั้นสีชมพูตรงหน้า
 
       “เอ่อ.. คุณเวสจะให้ฉันใส่เดรสตัวนี้จริงๆเหรอคะ?” เธอถามออกไปด้วยความไม่แน่ใจว่าเขาเห็นเธอเป็นผู้หญิงหวานขนาดนั้นเลยเหรอ
 
       เขาไม่ตอบแต่กลับก้าวยาวๆมาหาเธอ เธอก้าวถอยหลังแต่ก็ต้องหยุดเมื่อมือหนาเอื้อมมาจับที่เอวของเธออีกมือก็ถือเดรสตัวนั้นทาบไว้บนตัวเธอ
 
       “ทำอะไรคะ?” 
 
      “ก็น่าจะใส่ได้หนิ ไม่น่าจะมีปัญหาอะไรนะ” เขาตอบออกมาหน้าตาเฉย
 
      “คือ....พัชไม่ชอบใส่กระโปรงแล้วมันก็สั้นไป” เธอพูดด้วยเสียงอึกอักพลางชี้นิ้วไปที่เดรสตัวนั้น
 
      “ผู้หญิงก็ต้องใส่แบบนี้สิ”
 
      เธอกำลังจะตอบกลับแต่ก็มีเสียงของผู้หญิงขัดขึ้นจากทางด้านหลัง เธอหันหน้าไปมองก็เจอเข้ากับหญิงวัยกลางคนที่ดูยังไงก็ต้องเป็นชาวต่างชาติแต่กลับพูดภาษาไทยได้อย่างชัดเจนใบหน้าถูกแต่งแต้มแต่พองาม ผมบลอนด์ทองเปร่งประกาย ดวงตาคมเข้ม จมูกโด่งเป็นสัน รับกับริมฝีปากบางเฉียบที่ดูสวยสง่าได้อย่างเข้ากันขนาดเธอเห็นยังต้องอาย

       “เด็กๆ ไปกินข้าวกันได้แล้วจ๊ะ” 

       “สวัสดีคะ” เธอกล่าวสวัสดีพลางยกมือไหว้คนตรงหน้าเธอที่ตอนนี้เดินเข้ามาหยุดอยู่ตรงหน้าเขาและเธอ
 
       “สวัสดีจ๊ะ หนูพัชใช่ไหม เห็นนมแจ่มบอกว่าเป็นเลขาตาเวสไม่นึกว่าจะน่ารักขนาดนี้” หญิงสาวได้แต่ยิ้มรับ
 
       “อ้อ ฉันชื่อนาตาเซียจ๊ะเป็นแม่ของตาเวส” เธอเอ่ยแนะนำตัวแล้วระบายยิ้มให้กับสาวน้อยตรงหน้า
 
       “แล้วนี่ทำไมยังไม่แต่งตัวอีกล่ะ หืม”  
 
       “เอ่อ..พอดีหนูไม่ค่อยถนัดชุดกระโปรงเท่าไหร่นะคะ” เธอพูดออกไปด้วยอาการเก้อเขิน

       “ฮ่าๆใส่เถอะจ๊ะเดี๋ยวก็ชินไปเอง” คุณนาตาเซียพูดพร้อมกับระบายยิ้มมาให้กับเธอ เธอเดินไปรับเสื้อจากเขา แต่พอเข้าใกล้ได้กลิ่นน้ำหอมจากตัวเขาใจเธอก็กลับมาเต้นโครมครามอีกครั้งเธอรู้สึกได้เพียงเท่านั้นก็รีบวิ่งเข้าไปให้ห้องน้ำกลัวว่าเขาจะได้ยินเสียงหัวใจเผลอๆเธออาจจะกำลังหน้าแดงอยู่ก็เป็นได้ เธอรีบเปลี่ยนเสื้อผ้าเพราะกลัวคุณนาตาเซียจะรอแล้วเดินออกมาจากห้องน้ำพลางดึงให้เดรสสั้นตัวนี้ยาวขึ้นเพราะแค่เธอขยับตัวเดินมันก็ล่นขึ้นมาข้างบนขาอ่อนซึ่งเธอไม่ชอบเลยแม้แต่นิดเดียว 
 
        ทุกย่างก้าวของเธอจากการเดินปกติเธอจะเป็นคนที่ก้าวยาวๆแต่เพราะเดรสสั้นตัวนี้ทำให้เธอต้องก้าวสั้นๆไม่งั้นมันได้ล่นขึ้นมาข้างบนแน่! และดูเหมือนว่าคุณนาตาเซียกับเจ้านายจะเห็นท่าทางของเธอ ไม่งั้นเขาทั้งสองคนคงไม่หันหน้ามาหาเธอแล้วยิ้มแบบนี้หรอก 
เมื่อเดินมาถึงห้องอาหารคุณนาตาเซียก็จัดแจงเก้าอี้ให้เธอนั่งฝั่งซ้ายของเธอส่วนเจ้านายของเธอนั่งทางฝั่งขวาซึ่งก็คือนั่งตรงข้ามเธอนั่นเอง 
 
       “นมแจ่มเสื้อผ้าของหนูพัชได้หรือยังจ๊ะ” นาตาเซียหันไปทางนมแจ่มที่ยืนอยู่ข้างๆ

       “ได้แล้วคะเดี๋ยวแจ่มไปเอามาให้เลยนะคะ” นมแจ่มเอ่ยบอกนายหญิงของบ้านและเดินออกไปจากห้องอาหาร
 
       นาตาเซียหันมาทางสาวน้อยหน้าใสที่เธอชักจะถูกชะตาขึ้นมาตั้งแต่ครั้งแรกที่เห็นหน้า แล้วก็เหมือนจะมีลางสังหรณ์ว่าเธอจะต้องได้สาวน้อยคนนี้มาเป็นลูกอีกคนหนึ่งแน่ๆก็อยู่ดีๆตาเวสก็พาสาวคนนี้เข้าบ้านทั้งๆที่ไม่เคยพาใครหรือเลขาคนไหนมาบ้านเลยซักครั้งเดียว แล้วไหนจะเป็นแววตาที่ลูกชายคนเดียวของเธอมองหนูคนนี้อีก เธอหันมายิ้มให้กับสาวน้อย
 
       “หนูทำงานกับตาเวสมานานหรือยัง?” เธอถามสาวน้อยแล้วเอื้อมมือไปตักอาหารให้กับสาวน้อย

       “ขอบคุณคะ ตอนนี้ก็ได้สองเดือนแล้วคะ”เธอเอ่ยขอบคุณ คุณนาตาเซีย
ระหว่างการทานอาหารเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะของสองสาวต่างวัย หลังมื้ออาหารนาตาเซียก็คอยแต่ดูแลเอาใจใส่สาวน้อยที่เป็นเพียงแค่เลขาของลูกชายเท่านั้น

       “นี่ก็รบกวนเวลาคุณนาตาเซียมามากแล้วหนูว่า หนูกลับก่อนดีกว่าคะ” เธอพูดขึ้นพลางยกมือไหว้หลังจากที่มาพักอยู่บ้านเจ้านายเกินควร ที่จริงเธอตั้งใจจะกลับตั้งแต่ตอนเช้าแต่เพราะคุณนาตาเซียที่ไม่ยอมให้เธอกลับเพียงเพราะว่าต้องการเพื่อนคุย 

       “รบกวนอะไรกันหนูออกจะน่ารัก แล้วอีกอย่างไม่ต้องเรียกห่างเหินแบบนั้นหรอกเรียกว่าอาเถอะจ๊ะ” คุณนาตาเซียพูดด้วยรอยยิ้มพลางเอื้อมมือมาลูบผมเธอ เมื่อเธอเห็นคุณนาตาเซียตลอดเวลาที่ได้พูดคุยเธอเหมือนรู้สึกได้อยู่กับแม่ของเธอที่เสียไปตั้งแต่เธอยังเด็ก

      “ไม่ดีมั้งคะที่จะให้เรียกคุณว่าอา” 

     “อาเป็นคนบอกให้เรียกจะไม่ดีได้ยังไง อาเอ็นดูหนูเหมือนลูกเหมือนหลานนะ” เธอระบายยิ้มให้กับสาวน้อย

      “ก็ได้คะ ถ้างั้นหนูกลับละคะ” เธอพูดพร้อมกับยกมือไหว้อีกครั้งแล้วหันหน้าไปทางเจ้านายของเธอที่นั่งอยู่เงียบๆไม่มีปากมีเสียง “พัชกลับก่อนนะคะ สวัสดีคะ” เธอพูดแล้วหันมายิ้มให้กับคุณนาตาเซีย
 
      เธอเดินออกมาจากสวนข้างบ้านได้ไม่นานก็มีเสียงฝีเท้าหนักๆวิ่งตามมาทางด้านหลังแต่เธอก็ไม่ได้สนใจอะไรอาจจะเป็นการ์ดที่อยู่ในบริเวณบ้าน เธอเดินต่อไปยังประตูรั้วแต่ก็มีมือหนามารั้งเธอเอาไว้ เธอหันกลับไปมองตามมือนั่นก็พบกับร่างสูงดวงตาดำขลับของเจ้านายเธอ ทำไมนะเข้าใกล้ทีไรเป็นต้องตื่นเต้นทุกที เธอจำต้องทำกลบเกลื่อนความตื่นเต้นนั้นไว้ด้วยการถามออกไปเสียงแข็งๆ
 
      “มีอะไรคะ?” เธอถามออกไปด้วยเสียงและใบหน้าที่คิดว่าเป็นปกติที่สุด

      “ฉันไปส่ง” เขาไม่พูดเปล่ากับจูงเธอให้เดินตามเขาไปที่โรงจอดรถของบ้านที่มีรถอยู่เกือบๆสิบคัน เขาพาเธอไปทางLamborghini Veneno  รุ่นใหม่ล่าสุด ที่ราคาเหยียบ 47 ล้าน เธอเข้าไปอยู่ในรถที่หรูที่มีเจ้านายของเธอเป็นคนขับ เธอรู้สึกตื่นเต้นจนเหงื่อออกท่วมทั้งที่แอร์ก็เย็นจนแทบแช่แข็งได้เธอได้แต่นั่งกุมมือตัวเอง แล้วเบือนหน้าหนีคนข้างๆที่คอยเหลือบมองเธอตลอดจนเธอรู้สึกเขิน นั่งไปได้สักพักจนถึงปากซอยเธอก็ต้องสะดุ้งเมื่อมือหนาของคนข้างกายเอื้อมมากุมมือเธอไว้ เธอปรายหางตามองปฏิกิริยาของคนข้างกายที่หันมามองเธอแวบหนึ่ง

       “บ้านเธออยู่ไหน?” เขาถามสายตายังมองไปทางถนน
 
       “เดี๋ยวส่งฉันที่ห้างใกล้ๆนี่ล่ะคะ ฉันนัดเพื่อนไว้” เธอจำต้องโกหกออกไปเพราะเธอไม่อยากอยู่ใกล้เขามานักกลัวว่าคำจะจับความผิดปกติของตนได้

        “ใคร? ผู้หญิงหรือผู้ชาย?”เขาถามกลับมาด้วยเสียงห้วนๆ

        “ผู้หญิงคะ บอกไปคุณก็ไม่รู้จักแล้วนี่มันก็เป็นเรื่องส่วนตัวของฉัน”เธอตอบเขา หลังจากนั้นบรรยากาศภายในรถหรูก็เงียบลงไม่มีใครคุยกับใครหรือมองกัน เพียงไม่นานรถสปอร์ตหรูก็จอดเทียบท่าหน้าห้างดัง เธอกล่าวขอบคุณเขาแต่ชายหนุ่มกลับทำสีหน้าเย็นชาราบเรียบใส่เธอเขาขับรถออกไปไกลจนสุดสายตา เธอจึงไปเรียกแท็กซี่เพื่อกลับบ้าน



   
    virepam:ไวร์แพม
 ขอบคุณทุกคนที่ติดตามขอบคุณทุกแรงเชียร์นะคะ^^
แล้วก็ขอโทษด้วยที่อัพช้า อย่าโกรธกันเลยนะ ><

 


 
 
 
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 6 ครั้ง

13 ความคิดเห็น

  1. #7 เมเปิ้ล (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 11 เมษายน 2556 / 16:44
    หึงโหดแฮะ
    #7
    0