คัดลอกลิงก์เเล้ว

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้














o w t h

เรื่องในตอนนี้ อัพเดท 7 ก.ย. 61 / 17:45

บันทึกเป็น Favorite


     คุณจะทำยังไงถ้าหากขึ้นต้องใช้ชีวิตเหมือนปลาวาฬ?

     มินยุนกินั่งนิ่งเหม่อมองท้องฟ้ากว้างอย่างไม่รีบร้อน ท้องฟ้าที่ใครๆต่างใช้เปรียบเทียบหรือบอกเล่าเรื่องราวอะไรสักอย่าง ความหมายของมันที่มนุษย์สร้างขึ้นมีมากมายเต็มไปหมด แล้วความหมายท้องฟ้าของยุนกิหรอ?
 "มหาสมุทร"

     ส่วนเหตุน่ะหรอ ไม่รู้สิ อาจจะเพราะมันเป็นสีฟ้าครามน่าค้นหา ทั้งยังกว้างใหญ่หาจุดสิ้นสุดไม่ได้ล่ะมั้ง จนแล้วจนรอดยุนกิก็ยังคงนั่งมองท้องฟ้าเป็นชั่วโมง ราวกับมันเป็นทีวีเครื่องยักษ์ที่ฉายหนังอยู่
     ไม่นานร่างเล็กก็ลุกขึ้น ใช้เวลาสักพักให้ตัวเองยืดเนื้อยืดตัวแล้วออกตัวเดินกลับบ้าน ระหว่างทางเงียบสงบ ไม่มีเสียงจอแจของผู้คน แม้ว่าจะมีคนอยู่เต็มทางเดินก็ตาม

"กลับมาแล้วครับ"เสียงทุ้มของยุนกิพูดขึ้นอย่างเคยชิน แม้ว่าจะรู้อยู่แก่ใจว่าไม่มีใครจะตอบรับกลับมาอยู่แล้ว 
     อย่างที่คิดนั่นแหละ เขาอยู่คนเดียวในบ้านหลังนี้ พ่อแม่หายออกจากบ้านไปไหนไม่รู้ ไม่บอกกล่าวกันเลย ทิ้งไว้ให้แค่กระดาษใบหนึ่งกับเงินที่จะประทังชีวิตเขาได้ทั้งชีวิต จนเวลาตอนนี้ล่วงเลยมา 7 ปี
     คนตัวขาวเดินช้าๆไปที่ห้องครัว มองหาอะไรก็ตามที่พอมาเป็นอาหารให้เขาได้ เจอแค่ไข่จำนวนหนึ่งกับน้ำเปล่าอีกหลายขวด ยุนกิคิดหน่อยๆภายใต้หน้าเรียบนิ่ง ก่อนจะสรุปกับตัวเองได้ว่าวันนี้ไม่กินข้าวเที่ยง คนตัวขาวทิ้งตัวลงบนเตียงควีนไซส์ที่แม้ซื้อให้ตั้งแต่เด็ก แล้วหลับไป

     เช้าอีกวันโจมตีเขาด้วยแสงอาทิตย์อ่อนๆ และเสียงนาฬิกาปลุก ยุนกิเงยหน้าขึ้นมองมันอย่างหงุดหงิด แล้วลุกขึ้นนั่งงงๆ ก่อนจะตรัสรู้ได้ว่าวันนี้เขามีเรียนเช้า พอนึกได้ก็อดจะถอนหายใจไม่ได้ อยากจะจบๆไปสักที เขาเบื่อเสียงซุบซิบนินทาเต็มที่แล้ว แต่สุดท้ายก็ลุกขึ้นไปจัดแจงตัวเอง หยิบโทรศัพท์ขึ้นมามองเวลา ยังพอมีเวลาสำหรับกินข้าวเช้าอยู่
     ทำไมเขาไม่ไปกินที่ม.หรอ? คงเพราะเบื่อล่ะมั้ง เบื่อข้าว? ฮึ เบื่อคน  คิดเซ็งๆแล้วก็ตักข้าวไข่เจียวเข้าปาก 

     สายตากวาดมองคนรอบๆอย่างที่ทำทุกวัน ก่อนเดินจ้ำอ้าวเข้าคลาสเรียนคนเดียว พอทุกคนเห็นเค้าในสายตาก็พากันจับหมู่นินทาเขาแทน แม้ว่าก่อนหน้านั้นจะเป็นใครสักคนที่พวกเจ้านางไม่ชอบขี้หน้า เลยเอามาเป็นขี้ปากตัวเอง ยิ่งคิดยิ่งรำคาญ สุดท้ายเขาก็นั่งคนเดียวเช่นเคย
     เมื่อคลาสจบ ยุนกิก็ไม่จำเป็นต้องอยู่เป็นขี้ปากคนอื่นต่อ เดินออกจากห้องอย่างรวดเร็ว แล้วสุดท้ายก็เดินออกจากม. วันนี้เขามีเรียนเช้ารอบเดียว ที่เหลือก็กลับไปนั่งมองท้องฟ้าเหมือนเดิมที่สวนสาธารณะ ดวงตาปิดลงอย่างเบาแล้วความทรงจำในวันวานก็แล่นมา

'นี่ยุนกิ นายจะไม่คุยกับใครเลยจริงดิ' ใครสักคนในความทรงจำเค้าถามอย่างเอื่อมๆ

'....'แต่เขาทำได้เพียงแค่เงียบกลับไป

'นายนี่มันจริงๆ รู้ว่ายุนกิไม่ตอบก็ยังจะถาม' สักพักก็มีใครอีกคนเดินเข้ามาแล้วส่ายหน้าเบาๆ

'ไปกินข้าวกันฮะ'

'เอาดิ! ที่ไหนดีอ่ะ' เสียงเจี๊ยวจ๊าวของใครไม่รู้ขานตอบอย่างแข็งขัน

"ไข่ขยี้"ยุนกิเผลอพูดออกมา เขาลืมตาแล้วคิดกับตัวเองอย่างงุนงง ไข่ขยี้? ทำไมเขาถึงพูดออกมานะ

     คิดไปก็พานทำให้ปวดหัวเปล่าๆ เขาตัดสินใจเดินกลับบ้านเพราะไม่รู้ว่าจะไปไหนต่อดี เขาไม่ค่อยรู้ด้วยว่าวัยรุ่นสัยนี้จะไปไหนต่อหากไม่กลับบ้านนอน อาจจะไปเที่ยวกับเพื่อน หรือไปฉลองอะไรไร้สาระด้วยกัน แต่ยุนกิ..ไม่มีเพื่อนสักคนเดียว
"กลับมาแล้ว"เป็นอีกครั้งที่พูดกับความว่างเปล่า ต่อด้วยการเดินเข้าห้องครัวโง่ๆที่มีแค่ไข่ไม่กี่ฟองกับน้ำ 

     นึกไปนึกมาก็อยากกินไข่ขยี้ ถึงจะถามหาเหตุผลว่าทำไมกับตัวเองไม่ได้ แต่เขาก็เผลอทำจนเสร็จแล้ว เอาตามจริงนี่เป็นครั้งแรกที่เขาเคยกิน ถึงแม้จะสับสนว่าทำไมทำเป็น ดูเหมือนชีวิตเขาจะใช้คำว่าทำไมเยอะขึ้นทุกที
สุดท้ายก็หยุดคิดอะไรไปเรื่อยแล้วตักเข้าปาก จู่ๆความคิดอะไรก็แล่นเข้ามาในหัว
'อีกแล้วอ่อวะ' เสียงทุ้มพูดขึ้นบ่นๆ

'บ่นแต่มึงก็กินป่ะ' ยุนกิตอกกลับอีกคนนิ่งๆจนทำอีกคนสะอึก

'ว้าย เถียงไม่ออกดิ' เสียงล้อเลียนดังขึ้นข้างตัวแต่เขาก็ไม่ได้หันไปมอง

'สัส อย่าล้อดิ แล้วจะไปกินไหนอ่ะ ที่เดิม?'

'ร้านเดิมอ่อ ลองไปร้านอื่นบ้างได้ป่ะ'

'แล้วจะไปไหน เดี๋ยวนี้หาคนทำไข่ยี้ถูกปากยากนะเว้ย'

'ยุนกิเอาไงอ่ะ'

'....เดี๋ยวทำให้กิน'

'จริงป่ะ มึงทำเป็นอ่อ!! ไมไม่บอกวะ รู้งี้ขอให้ทำให้กินนานละ'

แผละ แผละ

     เสียงหยดน้ำตาตกลงพื้นโต๊ะโดนที่ตัวเขาก็ไม่รู้ตัวเช่นกัน ยุนกิทำหน้างงๆแล้วยกมือขึ้นเช็ดน้ำตา แต่มันก็ไม่ยอมหยุดไหลสักที

'เฮ้ย ยุนกิอร่อ-- เดี๋ยว! มึงร้องไห้หรอ?'

'มึงเป็นอะไร ยุนกิบอกพวกกู'
ทุกคนกุลีกุจอมาล้อมเขา เขาโบกมือปัดไปมาเชิงว่าไม่มีอะไร แต่ทุกคนก็ยังไม่เชื่อ ซักไซร้จนเขาขู่ว่าจะไม่ทำไข่ขยี้ให้กินอีก เลยแยกย้ายกันนั่งที่ แต่สายตากับปากยังไม่วายถามอยู่ 
'ไม่รู้ อยู่ดีๆน้ำตาก็ไหล'

'เอ้า ไหงงั้นอ่ะ'

'ไม่รู้'

'อ่ะ ไม่รู้ก็ไม่รู้ แต่...!'

'อะไร'

'มึงต้องไปทะเลกับพวกกู' พอจบประโยคทุกึนก็ส่งเสียงร้องอย่างดีใจ

'ห้ะ อะไรอ่ะ ก็กูไม่รู้'

'กูก็ไม่รู้เหมือนกัน ป่ะ ไปตอนนี้เลย'

'มึงรีบหรอโฮซอก'ชื่อของใครบางคนหลุดออกมา แล้วใบหน้าของคนที่ชื่อว่าโฮซอกก็ค่อยๆชัดขึ้น

'รีบดิวะ นานๆทีจะบังคับมันไปเที่ยวด้วยได้ เนอะจีมิน'โฮซอกหันไปหาแนวร่วมกับคนที่นั่งข้างๆเขา พอหันไปก็เห็นใบหน้าชัดขึ้น

'ก็จริงนะ ไปกันเหอะน้านัมจุน' จีมินพูดอ้อนๆคนที่ค้านตอนแรก และใบหน้าอีกคนก็ไม่มีหมอกที่ดำที่บังอยู่ตอนแรก

'เออๆ จินว่าไงกูก็ว่างั้นอ่ะ'

'เอ้า โยนให้กูเฉย ถามแทฮยองดิ มันเป็นคนชวนอ่ะ'

'จองกุกมึงเห็นด้วยกับกูแทนทุกคนหน่อย'

ใบหน้าของแต่ละคนชัดเจนขึ้นในความทรงจำ ทุกคนจับจ้องมาที่เขาแล้วระบายยิ้มอบอุ่นอย่างที่ไม่เคยได้มาก่อน

"พวกนาย...."แล้วยุนกิก็เผลอพูดออกมาอีกครั้ง เขาลุกขึ้นยืนอย่างฉุดตัวเองไม่อยู่ เมื่อเห็นว่าทุกคนค่อยๆเดินออกจากประตูบ้านเขาไป ยุนกิเดินอย่างขาดการคิดอะไรทั้งสิ้น

เอีี๊ยดดดดด..

เสียงรถเบรกดังขึ้นในหัว จนทำให้เสียบแก้วหูไปหมด ยุนกิตาเบิกกว้างอย่างช็อคๆ มันจะเป็นไปได้ยังไง ในเมื่อยุนกิน่ะ..หูหนวก

     'เชี่ย!!' เสียงสบถของทุกคนทำให้เขาจมอยู่ความคิดอีกครั้ง สถานการณ์ในตอนนี้ทำเขางุนงงไปหมด แล้วเขาก็ต้องกรีดร้องอย่างดัง เขาโดนจองกุกโยนออกมาจากรถ ก่อนที่จะมีรถบรรทุกชนเข้าเต็มคันไม่ถึงวิ ดวงตาเบิกกว้าง เมื่อเห็นสายตาที่อ่อนแรงของแทฮยองและนัมจุนมองมาอย่างอ่อนโยน แทฮยองพูดอะไรสักอย่าง แต่เขาไม่ได้ยินเสียง ก่อนที่นัมจุนจะพูดอีกคนแล้วทั้งคู่ก็หลับตาลงช้าๆ

'ดีใจที่นายยังมีชีวิต ใช้ชีวิตแทนพวกเราทีนะ'

'อย่าร้องไห้อีกนะ'

เอี๊ยดดดดดดดดดดดดดดดดดดด.........

     เป็นอีกครั้งที่เสียงรถเบรกดังขึ้น เพียงแต่ครั้งนี้มันโฉบเอาร่างของเขาไปตามท้องถนน ความเจ็บปวดแปรเปลี่ยนเป็นชา ใบหน้าของใครสักคนที่คาดว่าน่าจะเป็นคนขับรถดูตื่นตระหนก คนเริ่มล้อมตัวเขาที่โอบไปด้วยเลือด ดวงตาเรียวค่อยๆปิดลงช้าๆอย่างอ่อนแรง แต่กลับมีรอยยิ้มบางๆประดับหน้า เป็นรอยยิ้มอ่อนโยนที่เขามีให้ทุกคน 
     ซอกจิน นัมจุน โฮซอก จีมิน แทฮยอง จองกุก..ฉันจำพวกนายได้แล้วนะ...
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
  ดวงตาเรียวลืมตาขึ้นอีกครั้ง มองรอบกายที่เป็นสีขาว ก้มมือมือตัวเอง ก็เห็นดั่งเช่นปกติ ไร้รอยแผลใดๆ
"ยุนกิ!!!"เสียงเรียกชื่อเขาจากใครกลุ่มหนึ่งดังขึ้น เขาเงยหน้ามองตามเสียง ก่อนจะระบายยิ้มกว้างอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

"ทุกคน!!"ยุนกิเรียกตอบรับ แล้ววิ่งไปกอดซอกจิน แล้วทุกคนก็รุมกอดเขาสองคนอย่างอบอุ่น

"อยู่ด้วยกันตลอดไปนะ"ยุนกิพูดด้วยน้ำเสียงดีใจ ทุกคนพยักหน้าแล้วกอดแน่นขึ้น

พวกเขาจะไม่มีวันพรากจากกันไปไหนอีกแล้ว




ตอนนี้ยุนกิได้คำตอบแล้ว

ทำไมท้องฟ้าถึงเป็นมหาสมุทรสำหรับเขา

เพราะมันอ้างว้าง และโดดเดี่ยว

เป็นเหมือนปลาวาฬ 52Hz ที่แหวกว่ายในมหาสมุทรอย่างโดดเดี่ยว

ไม่มีใครได้ยินเสียงของคุณ

และคุณก็ไม่ได้ยินเสียงของใคร

แล้วคุณล่ะ

ได้คำตอบหรือยังล่ะ คุณจะทำยังไงหากต้องใช้ชีวิตแบบปลาวาฬ

ปลาวาฬ 52Hz ที่โดดเดี่ยว



 

 
   

ผลงานเรื่องอื่นๆ ของ Cat,จัง จากทั้งหมด 9 บทความ

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

0 ความคิดเห็น