คัดลอกลิงก์เเล้ว

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้




ต่างคนก็ต่างมีเหตุผลที่ต้องทำ

แต่อยู่ที่ว่าเหตุผลของคนสองคนจะมีความหมายหรือเปล่า

เพราะรักถึงทำ?

เพราะไม่รู้ความจริงถึงทำ?

สุดท้ายสิ่งที่ทำคือตัวตัดสิน

เรื่องในตอนนี้ อัพเดท 21 เม.ย. 61 / 20:48

บันทึกเป็น Favorite


แทฮยอง เราเลิกกันเถอะ"มิน ยุนกิคนตัวขาว หน้าตาจิ้มลิ้มบอกอีกหนึ่งชีวิตที่'เคย'ใช้ชีวิตร่วมกันมา 7 ปี ตัวสีหน้าเรียบนิ่ง ราวกับไม่รู้ว่าใจอีกฝ่ายสลายเพียงใด

 

หือ....มันก็ถูกแล้วหนิ เค้าอ่านใจอีกฝ่ายไม่ได้ซักหน่อย

 

    "...ยุนกิ ทำไม.."อีกหนึ่งชีวิตคือคิม แทฮยองผิวแทน หน้าตาหล่อเหลาราวกับพระเจ้ารังสรรค์ให้อย่างดี ถามเหตุผลที่ถูกบอกเลิกด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ น้ำตาเคล้าคลออยู่ตรงหน่วยตา ก่อนจะค่อยๆไหลออกมาดั่งธารน้ำเมื่ออีกคนไม่บอกแม้แต่เหตุผล แล้วหันหลังเดินออกไป

 

แผ่นหลังบางของอีกฝ่ายถูกบดบังด้วยหยาดน้ำตา ก่อนจะค่อยๆหายไปในทางที่เคยจากมา

 

ไม่แต่ว่ายังไง.. เค้าก็ยังไม่เข้าใจเหตุผล

 

ทำไม

 เพราะอะไร

 

ผมทำอะไรผิด

 

ทำไมคุณถึงจากกันไปง่ายๆ

 

ทำไมไม่มีแม้แต่น้ำตา

 

ไม่รักผมแล้วหรอ

 

ได้โปรด..

 

กลับมา


 

                คำพูดเหล่านี้วนอยู่ในหัวราวกับคอยตามหลอกหลอน ถ้าหากได้พูดไปคงดี ถ้าหากอีกคนอยู่ให้พูดคงดี ถ้าหากอีกคนกลับมาคงดี กลับมาเหมือนเดิม..ต่อให้อีกคนไม่รักเค้าแล้ว เกลียดเค้า หรือจะกลับมาตบตีเค้าก็ได้ เค้าใช้ชีวิตอยู่่อไม่ได้จริงๆถ้าหากไม่มีอีกฝ่าย..

 

  "ยุนกิ...กลับมาหาผมได้ไหม"เค้าอยากจะให้อีกฝ่ายได้ยินเสียจริง..

 

  "ผมอยู่ไม่ได้ถ้าไม่มีพี่"

 

  "ผมรักพี่นะ"

ได้แต่เอ่ยคำบอกรัก..ที่อีกคนไม่มีทางได้ยิน

 

  "รักพี่มากๆ"

ขอใุห้คุณกลับมา

 

  "รักมินยุนกิ"

ต่อให้ไม่รักผมแล้ว

 

  "แทฮยองรักยุนกิมากๆ"

ถึงแม้จะเกลียดผมแล้วก็ตาม

 

 

คุณจะเสียใจบ้างมั้ยนะ

 

 


ติ๊ก!

365

 

 

                แสงสาดส่องผ่านผ้าม่าน สะท้อนให้เห็นร่างบางของใครคนนึง.. 

 

ไม่หรอก เค้าไม่ได้หลับบนเตียงอย่างวันอื่นๆ

 

                ใบหน้าขาวที่ซีดอยู่แล้วซีดลงไปอีก คราบน้ำตาบนใบหน้าสื่อให้รู้ว่าผ่านการร้องไห้มามากเท่าไหร่ ริมฝีปากบางที่ขบเม้มเข้าหากันจนช้ำ

 

  บรรยายขนาดนี้...

 

คงรู้แล้วสินะว่าอีกคนเสียใจแค่ไหน

 

 ยุนกิซุกหน้าลงกลับเข่าสองข้างที่ชันขึ้นมา ปล่อยให้น้ำตาไหลไปเงียบๆ ไม่มีแม้แต่เสียงสะอื้น 

 

 ภายในห้องที่เคยมีอีกคนแวะเวียนมาหาบ่อย คอยสร้างเสียงบ่นให้ห้องเค้า ตอนนี้...เค้าได้ทิ้งมันไปแล้วล่ะ ทิ้งไว้กลับความเจ็บปวด ความทรมาน 

 

 ใช่..เค้ามันเลว เค้าเลือกจะเห็นแก่ตัวแล้วทิ้งอีกคนที่เค้ารักไว้ข้างหลัง รู้ไหม ตอนที่บอกเลิก เค้าต้องพยายามกลั้นน้ำตาแค่ไหน ยิ่งได้เห็นน้ำตาอีกคน ยิ่งทรมาน อยากจะกอดแน่นๆแล้วบอกว่าล้อเล่น 

                แต่ในเมื่อเค้าเลือกแล้ว..เค้าก็จำเป็นต้องเก็บกลั้นความรู้สึกทั้งหมดไว้ แล้วหันหลังเดินออกมา เมื่อคิดว่าอีกคนมองไม่เห็นแล้วจึงปล่อยให้น้ำตาร่วงหล่นเงียบๆ คอยมองอีกคนอยู่ห่างๆ เผื่อจะร้องไห้จนเป็นลม หรือคิดสั้นขึ้นมา

 

หากเป็นเช่นนั้น เค้าคงจะยอมเป็นคนตายแทนดีกว่า

 

 

 ไม่ใช่เค้าไม่มีเหตุผลในการทำแบบนี้ ที่เค้าทำแบบนี้ถึงแม้ต่างฝ่ายต่างเจ็บปวด แต่เวลาที่เหลือคงช่วยเยียวยาอีกฝ่ายได้ 

 

 ถึงแม้ว่าเค้าจะไม่มีโอกาสได้เยียวยาเลยก็ตาม

 

 

                ดวงตาตี่มองตัวเลข 365 ในแฮนทอลลี่เคลาด์เทอร์หรือที่เรียกง่ายๆก็เครื่องกดนับ เมื่อเห็นตัวเลขในนั้นกลับอดที่จะยกยิ้มสมเพชให้ตัวเองไม่ได้

 


 

ติ๊ก!

358

 

                แม้จะผ่านมาสัปดาห์หนึ่งแล้ว แต่ความรู้สึกในวันนั้นยังคงชัดเจนเสมอในหัวใจ ลึกๆลงไปก็อยากจะไปหาอีกฝ่ายแล้วขอคืนดีซะ อยากจะบอกว่าคิดถึงแค่ไหนตลอด 7 วันที่ผ่านมา 

                ไม่ได้! เค้าจะทำแบบนั้นไม่มได้ เพื่อตัวอีกฝ่ายอีก เค้าไม่ได้ผลประโยชน์อะไรจากการกระทำของตัวเองสักนิด ในขณะที่อีกคนได้ผลประโยชน์เต็มๆ มันอาจจะดูแย่ที่พูดอย่างนี้ แต่มันคือความจริง ดวงตาตี่มองภาพที่อีกคงเหม่อมองท้องฟ้าไร้เมฆ ดวงตาดูเศร้าสร้อยจนทำให้เค้าเกลียดตัวเองเสียเต็มประดา

 เค้าแอบมองแทฮยองหลังจากร้องไห้จนแทบจะเป็นเลือด ที่ทำอย่างนั้นเพราะเค้ากลัวอีกฝ่ายจะคิดอะไรไม่เข้าท่า แต่เหตุผลจริงๆคงไม่พ้นคิดถึง



ติ๊ก!

329

 

                นิ้วมือเรียวกดเครื่องนับเฉกเช่นทุกวันหลังจากเลิกกับแทฮยอง แล้วก็แอบมองแทฮยองเหมือนทุกวันด้วย ตลอดหนึ่งเดือนเศษที่ผ่านมา ทำให้เค้าเห็นว่าอาการเศร้าของอีกฝ่ายดีขึ้นเรื่อยๆ ยังดีที่มีปาร์ค จีมินอยู่ข้างๆเลยทำให้อีกฝ่ายยิ้มได้บ้าง แล้วดูเหมือนว่าอีกไม่นานคงจะเป็นเหมือนเดิม

         

       ในขณะที่เค้ายังคงยิ้มไม่ออกเหมือนเดิม

 

 ทุกอย่างมันกำลังดีขึ้น แล้วยุนกิก็จะไม่ทำให้มันกร่อยอีกเด็ดขาด แม้ว่าอยากจะวิ่งไปหาอีกคนแค่ไหนก็ตาม



ติ๊ก!

324

 

 วันนี้เค้าไม่ได้ไปหา ไม่สิ ไปแอบดูแทฮยองเหมือนวันอื่น เพราะเค้ามีนัดสำคัญมาก แม้เหตุผลที่ไปมันจะไม่น่าฟังเอาเสียเลย

 

   "คุณยุนกิ สวัสดีค่ะ" สาววัยกลางคนที่ยืนทำหน้าที่อยู่ทักทายเค้าด้วยรอยยิ้มแล้วโค้งให้เค้าพอเป็นพิธี

 

   "สวัสดีครับ คุณอึนบี" ยุนกิทักทายอีกฝ่ายกลับ ก่อนที่คุณอึนบีจะยิ้มให้เค้า

 

   "ค่ะ คุณหมอรออยู่เลยค่ะ" คุณอึนบีว่าเสร็จก็เดินนำเค้าไปที่ห้อง'คุณหมอ' พอถึงที่หมายต่างฝ่ายต่างโค้งให้กันอีกรอบก่อนที่คุณอึนบีจะกลับไปประจำที่เดิม

 

 

                มารยาทที่ควรกระทำคือการเคาะประตูแล้วรอให้อีกฝ่ายอนุญาติสินะ.. อืมเค้าคงทำแบบนั้นถ้าหากว่าคนที่อยู่ในห้องไม่ใช่ไอ่หมอนี่ คิดได้แล้วก็ผลักประตูอย่างไม่แยแสคิมซอกจินที่อยู่ในห้องเลยสักนิดเดียว 

 

   "นายนี่ไม่เคยคิดจะเคาะประตูก่อนเข้ามาเลยรึไงนะ" ประตูยังไม่ทันปิดสนิท เสียงบ่นก็ดังลอยมาตามอากาศแล้ว

 

   "จำเป็นด้วยรึไง" ลอยมาตามอากาศคงไม่พอ เลยไม่สนคำบ่นเหมือนมันเป็นอากาศอีก อีกคนถอนหายใจปลงๆก่อนให้เค้านั่งลง

 

   "มาตรวจอาการหรือมากวนตีนกูวะเนี่ย"

 

   "เออหน่าา พูดมากว่ะมึง กูง่วงแล้ว"

 

   "มีตอนไหนที่มึงไม่ง่วงบ้างล่ะวะครับไอ่เผือก"

 

   "..."

 

   "เอาล่ะมึง มาเข้าเรื่องเลยดีกว่า" เมื่อเห็นอีกคนเงียบไปไม่เถียงกลับมา คุณหมอหน้าหล่อเลยต้องเริ่มจริงจังขึ้นมา

 

   "มา ตามกูมา"

 

 

 

 

 

   "เป็นไงบ้างมึง" เมื่อเครื่องมือการแพทย์หลากหลายชนิดห่างออกไปจากรอบตัวจึงเอ่ยถามเพื่อนสนิทตั้งแต่ประถมขึ้น

 

   "ยุนกิ.. กูไม่โอเคกับอาการมึง" ซอกจินพูดแล้วจ้องหน้าขาวอย่างจริงจัง คำพูดกวนประสาทในตอนแรกหายไปราวกับไม่เคยมี

 

   "มัน..ไม่มีทางที่ทำให้กูดีขึ้นโดนไม่เสียหายเลยหรอ" นัยตาที่แฝงความเศร้าของสองคนจ้องกันอย่างไม่มีใครยอม

 

   "ต้องมีสิ ถึงโอกาสมันน้อยกูก็จะทำให้ได้"

 

   "..."

 

   "กู.. จะไม่ยอมเสียเพื่อนที่กูรักที่สุดในชีวิตไปแน่"

 

   "ซอกจิน..."

 

   "มึงต้องเข้มแข็งนะ มึงต้องอยู่กับกูไปจนถึงแปดสิบสิ"

 

   "อืม..กูสัญญา" ร่างของเพื่อนรักทั้งสองโผลกอดกันอย่างเหลืออด ทั้งคู่ปล่อยให้น้ำตาค่อยๆล่วงลงสู่พื้นห้องสีขาวอย่างไม่อาจห้าม

 

แม้จะริบหรี่.. แต่พวกเราก็ยังเชื่อในความหวัง

 

   "หึ ที่แท้ก็เป็นแบบนี้"

 

 

 



ติ๊ก!

319

 

                ตกใจ.. เค้าตกใจมาก วันนี้เค้าก่ะจะพักผ่อนอยู่บ้านเสียหน่อย เนื่องจากอาการปวดหัวตุบๆเริ่มถี่ขึ้น  แต่ใครจะไปคิดล่ะว่าอยู่ดีๆเสียงออดบ้านจะดังขึ้น แล้วไอ่คนที่กดออดดันเป็นคนที่เค้าไปแอบมองดูอยู่บ่อยๆต้องแต่เลิกลากัน ....แทฮยอง

 

   "มีอะไร" เสียงทุ้มหวานทำอีกคนห้วนๆซ่อนความรู้สึกทั้งหมดไว้

 

  "ผมแค่จะมาสะสางปัญหากับคุณ" คำแทนตัวที่อีกฝ่ายเรียกเค้าทำเอาใจหายวูบ แทฮยองไม่เคยใช้คำนี้กับเขาเลยต่อให้จะทะเลาะกันแค่ไหน จะมีเพียงแค่ 'ผม' และ 'ยุนกิ'

 

   "มีอะไร" แม้จะเสียใจมากแค่ไหน แต่เค้าจะต้องเก็บไว้

 

   "หึๆ อะไรกัน ได้ผัวใหม่แล้วลืมผัวเก่าหรอครับคุณ" เสียงเรียบนิ่งและวาจาน่าเกลียดที่อีกคนเอ่ยทำเอาความรู้สึกตีในหัวไปหมด 

 

 เริ่มปวดหัวแล้วสิ

 

   "นายพูดอะไรแทฮยอง"

 

   "อย่ามาทำไขสือ แล้วก็อย่าเอาปากนั่นมากเรียกชื่อผม!!" ร่างหนาของอีกคนดันคนตัวเล็กกว่ากระแทกใส่กำแพงอย่างแรงจนจุก เสียงตะคอกของอีกฝ่ายทำเอาอยากจะร้องไห้แล้วถามว่าตนเองทำอะไรผิด สองเดือนที่ผ่านมาเค้าแล้วแทฮยองไม่เคยเจอกันตรงๆซักที

 

   "อะไรของนาย!" ความเจ็บปวดรวดแล่นออกมาเป็นการตะคอกใส่อีกคน

 

   "อะไรกัน ลืมความร่านของตัวเองแล้วหรอครับ!!!" ...ทำไมถึงพูดจาแบบนี้ได้

 

   "พี่ไม่เคยไปร่านใส่ใคร!!"

 

   "อะไรกัน จำเมื่อห้าวันที่แล้วไม่ได้หรือไงคุณ!!!" ห้าวันที่แล้ว... วันที่เค้าไปหาเพื่อนหมอนี่หน่า

 

   "อะไรพี่ทำอะไร พี่ไปหาหมอ"

 

   "เหอะ ไปหาหมอหรือไปเอากับหมอครับ" หยาบคาย...หยาบคายที่สุด

 

   "ไปหาสิ ไม่มีอะไรเกิดขึ้นทั้งนั้น"

 

 เพียะ!!

 หน้าของยุนกิหันไปตามแรงกระทบบนไปหน้า รสชาติฝาดของเลือดที่คละคลุ้งในปากทำเอารู้ตัวว่าแรงตบตะกี้แรงแค่ไหน 

เจ็บ เจ็บมาก.. แต่มันคงสู้ใจของเค้าไม่ได้

 

 

 

   "ตอแหล!!!!!!" พอเถอะ...

 

   ".." กลั้นไว้..อย่าให้มันไหลออกมา..

 

   "เลิกกับผมก็ดี! ผมไม่อยากคบกับคนขายตัว!!!" ได้โปรดพอ..

 

   "..." กลั้นไว้สิ กลั้นไว้

 

   "หวังว่าเราจะไม่เจอกันอีกนะครับ" ไปเถอะแทฮยอง

 

   "....."

 คิม แทฮยองค่อยๆเดินออกจากบ้านหลังเล็กที่เคยอบอุ่นไปอย่างง่ายดาย แผ่นหลังกว้างเริ่มหายไปจากระยะสายตา

 

   "ฮึก..." น้ำตาที่เก็บกลั้นไว้ตั้งแต่แรกไหลทะลักออกมาอย่างไม่หยุดหย่อน

 

เค้าไม่เข้าใจ.. ไม่เลยสักนิด ทำไมอีกคนถึงได้ทำร้ายเค้าขนาดนี้ ทั้งแรงตบ ทั้งเสียงตะหวาด ทั้งคำพูดรุนแรง นี่เห็นเค้าเป็นตัวอะไรแทฮยอง 

 

   "หยุดสิ..ฮึก..หยะ..หยุดร้อง..ฮือ..สิ" แขนขาวเช็ดน้ำตาซ้ำแล้วซ้ำเล่าแต่เหมือนว่าน้ำตาจะมากกว่าที่คิดจึงไม่หยุดไหลง่ายๆ

 

แต่เหมือนเค้าลืมอะไรสักอย่าง...

 

อ่า...นึกออกแล้ว

 

   "ปวดหัว ปวดหัว ..ปวดหัว" มือบางจับกระหม่อมทั้งสองข้างของตัวเองแล้วโยกไปมาราวกับทรงตัวไม่อยู่  ความปวดหัวรุนแรงจนตั้งทรุดลงกับพื้น แวบหนึ่งที่เค้าลืมไปว่าตัวเองชื่ออะไร แวบหนึ่งจริงๆ แต่ความปวดหัวกับไม่แวบเหมือนชื่อที่หายไป มันยิ่งเพิ่มเลื่อยๆ

 

   "ต้องโทร..หา..ซอก.จิน" มือที่เคยจับกระหม่อมเอื้อมมือไปหยิบโทรศัพท์เครื่องหรูที่วางบนโต๊ะข้างๆ

 

-เพื่อนรักสติออบซอ

 

 ตรู๊ดดด ตรู๊ดด--

 

   "มึงกูปวดหัวมาก ไม่ไหวแล้ว.." เมื่ออีกคนรับสายเค้าก็รีบพูดรัวๆ ก่อนที่สติทั้งหลายจะดับวูบไป

 

   "ยุนกิ! ยุนกิ!! เกิดไรขึ้นวะ!! ไอ่กิ!! บัดซบ!!!!"

 

ผมเป็นเนื้องอกในสมองนี่หน่า

 



ติ๊ก!

298

 

   "อือ.."

 

   "ยุนกิ!!" เสียงของใครหลายคนดังขึ้นพร้อมกัน สติเค้ายังกับมาไม่ครบพอที่จะแยกว่ามีกี่คนหรือว่าใครบ้างหรอกนะ

 

   "น้ำ.." เสียงแหบแห้งของคนที่สลบไปนานถามหาเครื่องดื่มเป็นอย่างแรก

 

   "นี่ๆๆ" เห็นมือจะเห็นมือหนึ่งคู่ที่คอยประคับประคองแก้วน้ำให้ แล้วกับสัมผัสได้ว่ามีมืออีกคู่ที่ประคองหลังของเค้าอยู่ เมื่อคิดว่าความรู้สึกกระหายมันหายไปแล้วจึงเริ่มหันมองคนรอบตัวบ้าง

 

อื้อหือ.. แต่ละตัว..

 

   "พวกมึงมาไง" ไม่ตกใจก็แย่แล้ว นี่เล่นมากันตั้ง 4 คน แถมแต่ละคนนี่เพื่อนสนิทเพื่อนตายเค้าทั้งนั้น

 

   "กูโทรบอกพวกมันเองแหละ" ตัวแรกเลย คิมซอกจินที่รู้จักกันแล้ว

 

   "มึงเป็นไงบ้าง" ตัวที่สอง คิมนัมจุนไอ่นี่เพื่อนสนิทคนที่สองของเค้าควบตำแหน่งแฟนซอกจิน

 

   "ปวดหัว" ผมตอบอีกคนไปตามที่รู้สึก

 

   "มึงไหวมั้ย" ตัวที่สาม จองโฮซอก เป็นทั้งเพื่อนตอนม.ต้นและเพื่อนร่วมงาน เป็นตัวเพิ่มความหรรษาให้กลุ่มเลยแหละ

 

   "ก็ดีกว่าก่อนหน้านี้"

 

   "พี่หลับไปโคตรนานเลย" ตัวสุดท้าย จอนจองกุก เด็กกว่าผมปีหนึง เจอกันตอนผมขึ้นม.ต้นปี2 น่าจะอายุเท่าๆแทฮยอ--

 

   "อึก!" เหมือนมีสวิตซ์เปิดปิด เมื่อนึกถึงชื่อของคนใจร้ายความปวดหัวก็แล่นเข้ามาระลอกใหญ่ ไอ่หมาสี่ตัวรีบเข้ามากรู่ที่เตียงผมแล้วโหวกเหวกโวยวายถามไถ่กันใหญ่

 

  "ไม่เป็นไรๆ กูหลับไปกี่วันวะ" โบกมือไปในอากาศเมื่อเริ่มหายปวดหัวแล้วเปลี่ยนประเด็นก่อนที่พวกมันจะรุมถามผม

 

   "สาม" นัมจุนพูดขึ้น สาม.. สามไรวะ สามวัน?

 

   "สามวัน?" ผมถามมัน

 

 "สามอาทิตย์อิสัส!!" โฮซอกใจดีตบมุขให้พวกกูอีก แต่ทำไมกูหลับไปนานขนาดนั้นวะ เอาเถอะยังไงก็ตื่นแล้ว

 

 "พวกมึงจะอยู่กันต่อป่ะ" ซอกจินถามพวกมันหลังจากเงียบมานาน

 

 "อ่าา พวกผมอยากอยู่นะ แต่ดันมีธุระกันหมดเลยดิ ตกลงกันว่าเสร็จธุระแล้วจะมาหา" จองกุกเป็นคนตอบแทนพลางทำหน้าเสียดาย ...โถ่อิกระต่ายยักษ์ ยังไงพวกมึงก็กลับมา ทำหน้าเหมือนออกจากห้องไปกุจะปีนหน้าต่างหนีงั้นแหละ

 

 "เดี๋ยวขนเสื้อผ้ามาไว้เลยล้ะกัน กูจะสิงที่นี่จนกว่ามึงจะออก"โฮซอกมันตอบครับ พวกมึงจำเป็นต้องเฝ้ากูขนาดนี้มั้ย

 

 "มึงให้กูอาศัยที่นี่เป็นบ้านเลยมั้ย"ผมถามมันทีเล่นทีจริง

 

 "กูทำได้นะ"ซอกจินคนเลว กูพูดเล่นครับมึง

 

 "กูพูดเล่นมั้ยล่ะ"

 

 "พวกกูไปล้ะนะ เจอกันๆ"

 

 "เออๆ"ผมตอบรับแล้วมองประตูที่ปิดลง เมื่อห้องเงียบสงบผมเลยถามไอ่เพื่อนหมอตัวดี

 

 "มึงได้บอกพวกมันไหม"

 

 "ไม่อ่ะ กูบอกว่ามึงล้มหัวฟาดพื้น แต่กูว่ากูจะบอกความจริงพวกมันเย็นนี้"

 

 "ไม่ต้องหรอกมึง กูไม่อยากให้พวกมันเป็นห่วง"

 

 "มึงแบกรับคนเดียวไม่ไหวหรอก ยิ่งไม่บอกมันยิ่งห่วง"

 

 "เฮ้อ.."

 

 "กูยังไม่สะสางกับมึงนะมินยุนกิ ถ้ามึงปวดหัวแล้วสลบกูจะไม่ว่า แต่ปากมึงแตก หลังก็ช้ำอีก มึงรู้ใช่ไหมว่าตัวก็ไม่ได้ใหญ่เหมือนคนอื่นเค้า ร่างกายช่วงนี้ก็แย่ลงอีก ดูแลตัวเองดีๆ ถ้ากูไปไม่ทันมึงจะเป็นยังไง ที่หลังถ้าไม่ไหวมึงรีบบึ่งมาโรงพยาบาลเลยนะ"นั่น เทศนากูซะรู้สึกผิดไม่ทัน

 

 "ใจเย็นๆมึง ไม่มีไรหรอกก็กูล้มไงมันเลยเป็นแบบนั้น มึงคิดมาก"ผมเลือกที่จะโกหกมันไปก่อน ไม่อยากให้มันต้องไปยุ่งกับแทฮยอง มันคงไม่ยอมแน่ถ้ารู้ว่าแทฮยองเป็นคนทำ

 

 "ยุนกิ มึงอย่าแบกภาระทุกอย่างไว้คนเดียว ภาระทางบ้านมึงก็เยอะแล้วนะ ในจะเรื่องค่าน้ำ ค่าไฟ ค่ารักษา ไอ่ค่ารักษากูช่วยได้แต่ฟอร์มเยอะไม่ให้ช่วย"

 

 "จ้าๆ รับทราบจ้าพ่อ เดี๋ยวเล่าให้ฟังพร้อมพวกมันเลยล้ะกัน ยังไงมึงก็จะบอกพวกนั้นอยู่แล้ว มึงก็ไปทำงานได้แล้วไม่มีการมีงานรึไง"

 

 "เออๆ เดี๋ยวกูมาหาบ่อยๆ"มันพูดเสร็จก็โบกมือแล้วออกจากห้องไป

 

  เมื่อห้องเหลือแค่ผมคนเดียว ผมจะเบนสายตามองท้องฟ้าแล้วคิดเรื่องต่างๆมากมายในหัว ร้อยทั้งร้อยเป็นเรื่องของคนรักเก่าที่ทำร้ายเค้าทั้งนั้น

 

เค้าไม่สามารถเลิกรักแทฮยองได้

 



ติ๊ก!

256

 

  ผมเริ่มคิดแล้วว่าไอ่ที่ผมพูดทีเล่นทีจริงไปมันจะกลายเป็นความจริงไป จนผ่านมาตั้งเดือนหนึ่งแล้ว ผมยังไม่ได้ออกจากโรงพยาบาลซะที แต่ก็สบายไปอีกแบบ แถมไม่ต้องเจอหน้าใครบางคนด้วย แม้จะคิดถึงมากก็ตาม

 

 "พี่ยุนกิ~~~~ ผมลงไปซื้อขนมแปปนะพี่ เอาไรป้ะ?"จองกุกที่วันนี้ว่างมานั่งเล่นกับผมถามผมเสียงแจ๋ว ผมบอกรายการขนมที่ต้องการพร้อมกาแฟอีกหนึ่งแก้ว

 

 พอผมสั่งมันเสร็จมันก็กระโดดหย๋องแหย๋งตามฉบับกระต่ายตัวเท่าควายไม่พอยังมีสมองเป็นควายออกไป พอไม่มีคนชวนคุยผมก็เริ่มทำกิจกรรมยอดฮิต คือการเล่นโทรศัพท์ ฟังเพลง ส่องเฟส ส่องไอจีไปทั่ว

 

แปะ แปะ

 

 ไม่ต้องสงสัยครับเสียงอะไร.. เสียงน้ำตาของผมเอง..

 

 ผมเคยคิดว่าก็โอเคดีที่ไม่เจอหน้าแทฮยอง พอคิดถึงก็หยิบโทรศัพท์มาส่องเฟส ไอจี ทวิตแล้วก็ดูภาพเก่าของผมกับเขาไป ถึงแม้ว่ามันจะช่วยได้นิดเดียวก็เถอะนะ

 

 ตอนนี้ผมไม่โอเคแล้วล่ะ ผมกดยกเลิกช่องทางที่ผมเอาไว้ติดตามเค้าทั้งหมด แต่ยังเหลือรูปเก่าๆไว้ในเครื่อง

 

ให้มันเหลือ เป็นความทรงจำของผมเถอะนะ

 

 กดปิดหน้าจอแล้ววางมันไว้อย่างที่ควรจะเป็น ปล่อยให้น้ำตาไหลอีกครั้ง ในหัวยังคงมีภาพที่อีกคนถ่ายกับ'คนรักใหม่'พร้อมแคปชั่นชวนอิจฉา

 

 

 

 

KiM Tae.H

เมื่อสักครู่

 

ในที่สุดก็ยอมคบกับกูนะมึง Park JimiNNie

 

 

 

 

 

 บอกแล้วไงว่าแทฮยองได้ส่วนประโยชน์เต็มๆ เค้าน่ะไม่ได้อะไรเลย แถมยังโดนอีกคนทำร้ายด้วย เค้าควรจะทำยังไงดีล่ะ..หื้อ?

 

 "พี่ยุนกิร้องไห้อีกแล้วอ่ะ ผมจะฟ้องทุกคน"เสียงของคนที่พึ่งกลับมาทำเอาเค้าสะดุ้งนิดหน่อย นี่ผมต้องเหม่อจนไม่รู้ว่าหมอนี่มันเข้ามาหรอเนี่ย ไอ่คำขู่แสนน่ากลัวนั่นอีก

 

 "อย่านะเว้ย พวกมันรู้ได้พากันเทงานล้ะแห่มาที่นี่แน่"

 

 "อ่า..พี่ยุนกิ ไม่ทันแล้ว"มันบอกหน้าเจื่อนๆแล้วชูหน้าจอโทรศัพท์ที่มีข้อความว่า พี่ยุนกิร้องไห้อ่ะ ส่งไปในแชทกลุ่ม

 

 "ย่าห์!!! จอนจองกุกลบเดี๋ยวนี้นะ"

 

 "คิๆ ขอโทษน้าพี่ ทุกคนอ่านข้อความหมดแล้วว"มึงจะขอโทษหรือจะสมเพช เลือกมา 

 

ปัง!!

 

 "ยุนกิ!!"นั่น เปิดประตูเสียงดังไม่เกรงใจชวนบ้านเค้าเล๊ยย มากันครบเลยด้วย

 

จ้าา มินยุนกิโดนสืบสวนยาวจ้าาาา

 

 

 

 

 

 

 

 "พวกกูก็ตกใจหมดนึกว่ามึงปวดหัวอีก"พอผมเล่าขบพวกมันก็เทศนาแล้วก็ด่าๆผมนิดหน่อย แต่ถามว่าพวกมันจะกลับไปทำงานมั้ย

 

 "พวกมึงจะกลับไปทำงานมั้ยเนี่ย"

 

 "กูฝากเวรคนอื่นไปแล้ว"ซอกจิน

 

 "กูลาบริษัทแล้ว"นัมจุน

 

 "กูปิดออฟฟิตแล้ว"โฮซอก

 

 ตามนั้นนะจ้า

 

 "โอ๊ะ!"ความเจ็บปวดที่แล่นเข้ามาเหมือหลายๆครั้งในเดือนนี้ มันเริ่มถี่ขึ้นมากๆ 

 

 "เป็นไร!"ประสานเสียงกันอีกแล้ว จะร้องโอเปร่าหรอวะครับ

 

 "ไม่เป็นไรๆ ไม่ต้องห่วง.."อยู่ๆดีคำพูดที่จะพูดมันกลับหายไป ผมลืม.. ลืมว่าจะพูดอะไรไปแล้ว มีแต่ความเจ็บปวดแล่นมาแทนที่ 

 

 "มึงอย่าโกหก กูเป็นหมอนะ"มันพูดกับผม... มัน..ชื่อว่าอะไรนะ

 

 "กูรู้หน่า...ซ.."เสียงผมมันกลืนกลับลงไป ผมลืมชื่อมัน อ่าๆ นึกสิๆ

 

 "ยุนกิ.."นึกออกแล้วๆ

 

 "ซอกจินๆๆ"ผมพูดชื่อมันแล้วหันไปมองหน้ามัน ทำไมเคร่งขนาดนั้นวะ

 

 "โฮซอก นัมจุน จองกุกคิดเหมือนกูมั้ย.."ซอกจินถามสามคนที่เหลือทั้งๆที่จ้องหน้าผม

 

 "อืม"นัมจุน

 

 "ไม่จริงหน่า.."โฮซอก

 

 "ผมไม่โอเค"จองกุก

 

 "อะไรวะ?.."ผมถามพวกมันงงๆ

 

 "ตะกี้.. มึงลืมชื่อกูใช่มั้ย"

 



ติ๊ก!

213

 

 ผมวางเครื่องกดเลขในมือ แล้วหันไปมองพวกมันที่นั่งหน้าสลอนกันอยู่ จนปัจจุบันผมก็ยังไม่ได้ออกจากโรงพยาบาลซักทีจนรู้สึกชินไปแล้ว 

 

 หลังจากที่ผมลืมชื่อซอกจินวันนั้น ผมก็เริ่มลืมชื่อคนอื่นบ่อยๆแม้แต่ชื่อตัวเองก็เคย ตอนนี้เหมือนความจำผมจำได้เพียงแค่ 10 คน เท่านั้น

และคนที่จำแม่นที่สุดคงไม่พ้นแทฮยอง

 

 พอผมเริ่มลืมชื่อคนอื่น พวกมันๆทั้งหลายก็ลางานกันมานั่งนอนเล่นเฝ้าผมทั้งวี่ทั้งวัน นัมจุนลางานบริษัทยาวจนกว่าอาการผมจะดีขึ้น จองกุกอยู่ในช่วงปิดเทอมมหาลัยเลยไม่มีปัญหา โฮซอกหอบงานจากออฟฟิต ซอกจินก็ลางานที่โรงพยาบาลเช่นกัน แต่ถ้ามีเคสด่วนเคสพิเศษมันก็ไปช่วยเหมือนกัน

 

 "พวกมึงนี่มัน.."มันคำจะด่าแล้วครับ ด่าจนไม่รู้จะด่ายังไง

 

 "หน่าา กูจะอยู่กับมึงจนฝังเข้าไปในเซลล์สมองเลยแหละ"โฮซอกมันเงยหน้าจากงานแล้วพูดกับผม ผมเลยประเคนนิ้วกลางให้รัวๆ

 

 "กุขี้เกียจไล่ล้ะ"

 

  ผมหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาฟังเพลงไปเรื่อยๆ เบื่อก็เล่นเกมส์ อ่านนิยายไปเรื่อย แต่อยู่ดีๆก็รู้สึกอยากไปล้างหน้าที่ห้องน้ำขึ้นมาซะอย่างงั้น 

 

 "พวกมึงกูเข้าห้องน้ำนะ"

 

 "เออๆ"นัมจุนที่สวีทอยู่กับซอกจินตอบผมเป็นอันว่ารู้แล้ว

 

 ผมลุกค่อยเอาขาแตะพื้น แต่ยังไม่ทันจะได้ยืนก็รู้สึกงงๆนิดหน่อย ตะกี้กูจะทำอะไรหว่า

 

  "พี่ยุนกิมีอะไรหรอ"เด็กหน้ากระต่ายถามผมงงๆเรียกความสนใจหมาอีก3ตัวได้ดี

 

  "อ่า ตะกี้กูบอกจะไปไหนนะ"ผมหันไปถามพวกมันแล้วทำหน้าอึนๆ รู้สึกมึนไปหมดเลย ผมพูดแค่นั้นพวกมันก็กรู่กันมาหาผมทันที

 

  "กูเรียกหมอดีไหม"โฮซอกถามพวกนัมจุน

 

  "เฮ้ยๆ ไม่เป็นไรๆ กูนึกออกแล้วว่าจะไปห้องน้ำ"

 

  ผมตอบพวกมันแล้วค่อยๆลุกขึ้น การทรงตัวที่ว่าง่ายๆตลอดยี่สิบกว่าปีที่เกิดมากลายเป็นเรื่องยากในตอนนี้ จองกุกรีบวื่งมาประคองผมนั่งกับเตียงทันที สีหน้าพวกมันแย่ลงจากตอนเช้ามาก เป็นห่วงผมสินะ..

 

  "ยุนกิกูขอเถอะ ให้กูตรวจก็ได้"ซอกจินขอผมเสียงเครียด

 

  "เฮ้อ ก็ได้ ประคองกูหน่อยสิ"

 

 

 

 

 "เป็นไงบ้าง"นัมจุนถามซอกจินหลังจากตรวจเสร็จและได้ผลเรียบร้อย

 

 "มันเริ่มใหญ่ขึ้นแล้วว่ะ"

 

 "หน่า พวกมึง..อย่าเครียด..สิ"ผมพูดออกไปติดๆขัดๆ ทำไมการพูดมันรำบากขนาดนี้วะ

 

 "พี่ยุนกิ.."

 

 "ตอนนี้อาการเป็นยังไงบ้างมึง"โฮซอกถามซอกจินอีกรอบ

 

 "หลงๆลืมๆ การทรงตัวไม่ค่อยจะดี เผลอๆอาจจะทรงตัวไม่ได้เลย ได้ยินไม่ค่อยดี การพูดก็จะติดๆขัดเหมือนตะกี้.."ผมมองพวกมันอย่างซาบซึ้ง พวกมันเป็นห่วงผมมากจนทำให้ผมมีกำลังใจจะสู้กับโรคเลยแหละ

 

บางทีก็อยากให้แทฮยองเป็นห่วงผมบ้าง

 

ห่วงเหมือนที่ผมห่วงมัน

 



ติ๊ก!

189

 

  หืม..อีกร้อยกว่าวันเองงั้นหรอ.. ทำไมปีหนึ่งถึงได้น้อยขนาดนี้นะ เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็วในแต่ละวัน พวกมันยังคงมานั่งเฝ้าผมกันเหมือนเดิม และผมก็ยังคิดถึงแทฮยองเหมือนเดิม อาการของผมทรุดตัวลงเรื่อยๆ เริ่มมองไม่ค่อยจะเห็นสายตาเบลอๆอยู่บ่อยแต่ผมก็ยังมีความสุขนะ มีความสุขที่ยังมีพวกมันอยู๋ข้างๆในแต่ละวัน ไม่มีวันไหนเลยที่ผมจะเสียใจหรือเสียดาย

 

  แทฮยองนายเป็นไงบ้างนะ นายมีความสุขดีหรือเปล่า กินข้าวครบมั้ย ทะเลาะกับแฟนใหม่บ่อยมั้ย พักผ่อนบ้างหรือเปล่า คิดถึงฉันบ้างมั้ย เคยคิดจะมาขอโทษหรือขอคืนดีกันกันบ้างมั้ย คำถามพวกนี้มีในหัวของผมมากกว่าวิธีหายจากโรคนี้เสียอีก

 

  ผมกึ่งนั่งกึ่งนอนยิ้มมองพวกมันนอนกันระเกะระกะขวางทางไปหมด ทั้งขนมไอกุก งานไอ่ซอก ไอเทมคู่รักของไอ่นัมจิน

 

  ผมส่ายหัวอย่างระอ่าให้ภาพตรงหน้าก่อนจะหยิบขนมจองกุกขึ้นมากิน อยู่แขนก็ชาราวกับไฟฟ้าช็อตจนไม่มีแรงถือถุงขนม ความรู้สึกกังวลตีขึ้นมาในอก ก่อนที่จะกลับมาเป็นเหมือนเดิม ผมจับแขนผอมบางที่แห้งลงไปอีกตลอด 5 เดือนที่ผ่านมา

 

เหลือเวลา..ไม่มากแล้วสินะ

 



ติ๊ก!

124

 

 "ยุนกี้ จะเอาไรมั้ย พวกเราสามคนจะออกไปข้างนอกสักหน่อย"โฮซอกถามผมแล้วเรียกผมด้วยสัพนามแปลกๆตามฉบับคนไม่เต็ม

 

 "ไม่เอาอ่ะ"

 

 "มีอะไรกดเรียกพยาบาลนะมึง"นัมจุนย้ำเตือนผม

 

 "ครับพ่ออออ"

 

 "ก็ทั้งหมดนี่แหละว่ะ เลี้ยงปานลูก"นัมจุนพูดต่อโดยมีจองกุกพยักหน้าเสริม

 

 "สรัด"พอผมด่าพวกมันก็หัวเราะกันใหญ่ เดี๋ยวลูกคนนี้จะเตะเรียงตัว

 

 

 

 

  พอห้องกลับมาเงียบอย่างที่ไม่ได้เป็นมานานก็ทำให้เค้ามีเวลาได้คิดอะไรไปเรื่อย คิดไปได้สักพักความรู้สึกแปลกๆก็แทรกเข้ามา

 

  ปวดหัว ปวดหัวมาก มากจนแทบระเบิด

 

 "อุ๊ป"

 

  อาหารที่พึ่งกินไปทั้งหมดทะลักออกมาจากปากจนแสบปากแสบคอไปหมด พออ้วกเสร็จก็กดชักโครกแล้วพิงกับแพงห้องน้ำสักพัก แล้วจึงเดินกลับมาเตียงที่นอนมาเกือบปีแล้ว

 

  "อ๊ะ"ความรู้สึกด้านชาราวกับเป็นอัมพาตข้างเดียวทำให้เค้าล้มลงอย่างห้ามไม่ได้ 

 

 

 "ปวดหัว ปวดหัว ฮึก..ปวดหัว ไม่ไหวแล้ว ฮึก..โฮซอก จองกุ..ฮือ..ก ซอกจิน ..ฮืออ..นัมจุน ฮึกกกก...แทฮยอง" 

 

 

 

 

 

 "กูขอโทษยุนกิ.."

 

 "พวกกูไม่น่าปล่อยมึงไว้คนเดียวเลย"

 

 "ไม่เอา ไม่เครียดสิวะ กูไม่เป็นไรแล้ว"

 

 "ฮึก..พี่ยุนกิ"

 

 "เฮ้ย! ไอ่ต่ายยักษ์อย่าร้องสิๆ!"

 

 "ขอโทษนะมึง!!"

 

 "พวกมึงไม่ต้องคิดมากหน่า"

 



ติ๊ก!

56

 

  อีกเดือนกว่าๆจะหมดแล้ว ฮ่าๆ ทำไมไม่รู้ถึงได้รู้สึกเศร้าแปลกๆแฮะ 

 

 หลังจากวันนั้น พวกมันก็คอยเฝ้าผมไม่ห่างตัว เป็นห่วงและดูแลผมมากกว่าเดิม ในขณะที่อาการผมแย่ลงเช่นกัน ผมเริ่มลืม แม้กระทั่งวิธีพูด วิธีจับของ จำคนได้เพียงแค่ 6 คนเท่านั้น เผลอๆจะ 5 คนด้วยซ้ำ

 

 มินยุนกิมักจะเห็นทุกคนสำคัญกว่าตัวเอง

 

 "ยุนกิ แดกข้าว"มันเรียกผมไปกินข้าวกลางวัน อ่าาา ซอกจินสินะ

 

 "มึงแน่ใจนะยุนกิ"คนที่หน้าเหมือนม้าถามผม โฮซอกป่ะ?

 

 "อยาก..ออก"วันนี้ผมขอคุณพ่อทั้ง4ว่าอยากไปกินข้างโรงอาหาร ส่วนวิธี ผมลืมไปแล้วอ่ะ

 

 "มาๆ"ไอ่คนตัวสูงๆกับไอ่เด็กหน้ากระต่ายคอยพยุงผมเดินจนไปถึงโรงอาหาร

 

 

 

 

 "อร่อยป้ะ"ไอ่เด็กหน้ากระต่ายที่น่าจะชื่อจองกุกตักข้าวยัดปากผมก่อนจะถามผม

 

 "อื้อ"ผมพยักหน้าตอบไปแทน ในหัวว่างเปล่ามากจนไม่รู้จะทำอะไรเลย

 

 "ดีๆ แดกเยอะๆ"ไอ่เพื่อนหน้าหล่อบอกผม

 

 

  ปากกำลังเคี้ยวข้าวที่มีคนป้อนให้ แต่สายตากลับมองไปทั่วอย่างสนอกสนใจ ความปวดหัวแล่นปรี๊ดเข้ามาจนทำให้เผลอปัดช้อนข้าวทิ้ง 

 

 "ยุนกิ!"สี่คนนั้นตะโกนชื่อผมก่อนจะประคองตัวผมกันคนละด้าน

 

  จะเป็นเรื่องดีหรือเรื่องร้ายกันล่ะที่สายตาของเค้าเผลอจับจ้องไปที่แผ่นหลังของคนรักเก่าก่อนที่สติจะดับวูบไป

 



ติ๊ก!

31

 

 อีกหนึ่งเดือนจะขึ้นปีใหม่แล้วแหะ อยากอยู่กับเขาจัง เอ..เค้าชื่อว่าอะไรนะ จำไม่ได้แฮะ

 

  น่าขำดีเนอะ ทั้งๆที่รักเขามากแต่ก็ดันลืมชื่อเขา มันน่าโมโหจริงๆเลย

 

 "ยุนกิ เดือนนี้อยากออกไปไหนป่าว?"อย่างน้อยผมก็ยังไม่ลืมชื่อเพื่อนสนิทสี่หน่อที่อยู่ด้วยกันตลอดของผม ถึงแม้จะต้องลืมชื่อตัวเองก็ยอม เพราะพวกเขาสำคัญกว่าผมนี่

 

 ร่างกายของผมที่ผอมบางและขาวซีดกว่าคนทั่วไปอยู่แล้ว ตอนนี้ผมแทบจะกลืนหายไปในอากาศเลยล่ะ 

 

 "อื้อ"ผมพยักหน้าให้จินไป อ่าชื่อพวกเขายาวเกินไปที่ผมจะจำไหวน่ะ สี่คนนั้นเลยให้ผมเรียกสั้นๆเอา

 

 "งั้นเดี๋ยวอีกสองอาทิตย์จะพาไปเที่ยวทั้งวันเลย"โฮปบอกผมด้วยเสียงร่าเริง

 

 "ภาระ..รึเปล่า?"เอาจริงๆมันก็อยากไปนะครับ แต่ว่าผมแทบจะทำอะไรไม่ได้แล้ว ตอนนี้ผมคล้ายจะกลับไปเป็นทารกแล้วล่ะ

 

 "ภาระอะไรกันพี่ก็...นี่ก็เพื่อนกันหมดหน่า"ผมมองหน้ากุกแล้วยิ้มบางๆ 

 

 "ตอนนี้นอนเถอะ เดี๋ยวพวกฉันไปซื้อของก่อน ห้ามลุกไปไหนนะ"จุนกับชับผมประมาณพันรอบได้แล้วนะเนี่ย ฮ่าๆๆ ไม่ลุกไปไหนหรอกหน่า

 

 

  เอาอีกแล้วสินะ ห้องกลับมาเงียบแล้วสิ พอเหลือผมอยู่ในห้องคนเดียวอากาศก็ดูหนาวขึ้นทันตาเลยแฮะ ถ้าเป็นแต่ก่อน..ผมจะทำยังไงกับอากาศแบบนี้นะ ผมลืมไปแล้วด้วยสิ

 

  ดวงตาของผมขยายกว้างขึ้น เมื่อมองเห็นก้อนขาวๆที่ดูนุ่มๆอยู่นอกหน้าต่างโรงพยาบาล มันเรียกว่าอะไรนะ..? อ่าช่างเถอะ

 

 

นายจะทำอะไรอยู่นะ แทฮยอง

 

 



ติ๊ก!

17

 

  วันนี้พวกนั้นพาผมออกมาเที่ยวตามที่สัญญากันไว้ แต่จินบอกว่าให้เที่ยวแค่รอบๆโรงพยาบาลเท่านั้น แต่ไม่เป็นไรแค่นี้ก็มีความสุขมากแล้วล่ะ 

 

ขอบใจนะพวกนาย




ติ๊ก!

10

 

  หลังจากผ่านอาทิตย์ที่แสนสนุกมา ผมก็ต้องมานั่งมองความวุ่นวายเดิมๆในห้องพยาบาลอีกเช่นเคย ถึงมันจะน่าเบื่อ แต่ก็มีความสุขไม่น้อยเลยนะ

 

  จะว่าไป อีกแค่อาทิตย์กว่าๆก็จะปีใหม่แล้วแฮะ ท้องฟ้าตอนเที่ยงคืนคงสวยน่าดู ผมสัญญาเลยล่ะว่าจะอยู่ดูพลุทั้งหลาย

 




ติ๊ก!

5

 

  ผมว่า.. ผมคงอยู่ดูพลุไม่ได้แล้วล่ะ อาการของผมมันแย่ลงมากๆในตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา

 

  "ยุนกิ...นายจะอยู่ ได้แค่ก่อนเที่ยงคืนปีใหม่นะ"เสียงสั่นๆของเพื่อนสักคนที่ผมจำไม่ได้แล้วบอกผม

 

  ใจหายเลยล่ะ

 

ทั้งใจหายกับประโยคที่ได้ยิน

 

ใจหายกับเสียงสั่นๆและน้ำตาของคนที่ผมพึ่งนึกออกเมื่อไม่นานว่ามันคือเพื่อน

 

ใจหายที่จะไม่ได้อยู่บนโลกอีกแล้ว

 

ใจหายที่จะไม่ได้เจอทุกคนอีก

 

สุดท้ายคงใจหายที่จะไม่ได้รักแทฮยองต่อไป

 



ติ๊ก!

2

 

  สวัสดีครับ.. รู้จักผมกันรึเปล่า รู้จักงั้นหรอ ช่วยบอกผมทีว่าผมคือใคร ผมลืมไปแล้วล่ะ 

 

 

 บอกไม่ได้งั้นหรอ ไม่เป็นไร มาดูชีวิตของผมในตอนนี้เถอะ

 

  วันๆผมเอาแต่นอน หลับบ้างไม่หลับบ้าง อยากลุกไปเดินไปเล่นเหมือนคนอื่นเค้านะครับ แต่ผมคงทำไม่ได้อาการปวดหัวแล่นเข้ามาทุกครั้งที่เผลอ ร่างกายของผมชาดิก ดวงตาก็มองไม่ค่อยเห็นอะไร 

 

  ตื่นมาก็เห็นแค่คนสี่คนที่บอกว่าเป็นเพื่อนสนิทผมล้อมรอบเตียง บางครั้งพวกเขาก็ร้องไห้ บางครั้งก็ยิ้มเศร้าๆ พวกเขาคอยบอกผมว่าผมเป็นใคร พวกเค้าเป็นอะไรกับผม เขาบอกแค่นี้จริงๆ แต่ในใจของผมกับรู้สึกว่ามีบางอย่างที่สำคัญมากๆที่พวกเขาไม่ยอมบอก 

 

คงมีแต่ความทรงจำที่ผมยังไม่ลืมว่่าเคยอยู่กับใครคนหนึ่ง

 

ที่ผมรักสุดหัวใจ

 

 



18.58

 

ติ๊ก!

1

 

 วันสุดท้าย ผมมองก้มลงมองเครื่องกดเลขในมือ ตอนนี้ผมจำอะไรไม่ได้แทบทั้งหมด ส่วนใหญ่ที่ยังไม่ลืมก็ดันเป็นเรื่องของใครไม่รู้ที่ทำให้ผมยิ้มอย่างมีความสุข

 

  ผมหวังว่าจะนึกออกในวันนี้นะ

 

นึกสิๆๆๆ

 

อืม...

 

จดหมาย?

 

อ่าๆ นึกออกแล้วๆ

 

"จิน บ้าน..เรา..จดหมาย.."ผมมองหน้าคนที่บอกผมว่ามันชื่อจิน มันมองหน้าผมงงๆ

 

 "น่าจะให้ไปเอาจดหมายที่บ้านมัน"คนที่ชื่อจุนแปลให้ ซึ่งมันถูกต้อง

 

 "เอาซ..องที่มี..ชื่อ..แทฮ..ยอง ให้..แท"พอผมพูดชื่อนี้ไปดูทุกคนจะตกใจน่าดู

 

 "ให้ฉันไปช่วยหามั้ยซอกจิน"

 

 "เดี๋ยวพวกพี่หาเจอแล้วเอามาให้ผมล้ะกัน ผมจะเอาไปให้มันเอง"

 

 "ก็ดี ฉันไม่อยากเจอหน้ามันนักหรอก โฮซอกมึงหาชั้นล่างล้ะกัน"

 

 "งั้นเดี๋ยวกูเฝ้ายุนกิอยู่นี่นะ"

 

 "ผมนั่งเฝ้าเป็นเพื่อนรหว่างรอจดหมายล้ะกัน"

 

 "โอเคๆ"

 

  พอทุกคนตกลงกันโอเค จินกับโฮปก็เดินออกจากห้องไป ทิ้งให้เหลือแค่กุกกับจุนเฝ้าผม เมื่อห้องเงียบ จุนก็ถามผมแบบไม่จริงจัง

 

 "ทำไมนายถึงรักคนที่ทำร้ายนายได้นะยุนกิ"

 

 "พี่นัมจุนอ่ะ!!"

 

 "ขอโทษๆ ฉันถามเล่นๆ"

 

 "ไม่..รู้สิ รัก..มากเกิน...มั้ง แค่กๆๆ"

 

 "ยุนกิ! กดเรียกหมอเร็ว!"

 

 "ฮิๆ ไม่เป็น..ไร"

 

 "ไม่เป็นไรอะไรของพี่!! ไอจนเป็นเลือดขนาดนี้!"

 

 ปัง!

 

  "ขอทางหน่อยค่ะ!"

 

 

 "พี่ยุนกิ..ฮึก"เมื่อร่างของพยาบาลเข็นเตียงของยุนกิออกไปจองกุกก็ทรุดตัวปล่อยโฮออกมาอย่างไม่อายใคร

 

 "จองกุก..ไม่เป็นไร ยุนกิจะต้องปลอดภัย"คนเป็นพี่กอดน้องเอาไว้แน่น ก่อนจะโทรบอกโฮซอก แต่ห้ามไม่ให้อีกฝ่ายมาที่นี่แล้วจัดการธุระตัวเองต่อไป

 

 

ด้านจินโฮป

 

20.35

 

  "เป็นไงบ้าง นัมจุนโทรมาทำไมหรอ"คุณหมอหน้าหล่อที่เดินลงมาจากชั้นสองพร้อมจดหมาย 5 ฉบับในมือ ถามคนสีหน้าไม่ค่อยสู้ดีที่นั่งรอเค้าอยู่ กว่าจะหาจดหมายเจอก็เล่นปาไป 2 ชั่วโมงกว่าแล้ว

 

  "ยุนกิ..เข้าห้องไอซียู"

 

  พอพูดจบพวกเขารีบบึ่งออกจากบ้านแล้วไปที่บ้านของแทฮยองอย่างไม่คิดชีวิต ถึงพวกเขาจะเกลียดมันที่ทำให้ยุนกิเจ็บ แต่ถ้าเพื่อนเค้ารักมัน เค้าก็คงจะหักหลังเพื่อนไม่ได้

 

  พวกเขารักยุนกิมาก เพราะชะตาชีวิตอีกคนไม่ได้สะดวกสบาย แถมยังลำบาก มีไม่กี่คนที่รู้ว่าจริงๆยุนกิเป็นคนอ่อนโยนแค่ไหน ทำเป็นปากแข็ง เข้มแข็งและปกป้องคนอื่นตลอดเวลา เอาเข้าจริงมันก็แค่การพยายามเข้มแข็งปกป้องตัวเอง

 

  มินยุนกิน่ะน่าสงสาร น่าเอ็นดู พอรู้ว่ายุนกิต้องแบกรับภัยร้ายของโรคนี้ก็พากันใจหายกันไปทั่วหน้า ทั้งเศร้า ทั้งเสียใจ รู้สึกผิด ยิ่งไปกว่านั้นคือเกลียดตัวเอง เกลียดตัวเองที่ไม่สามารถปกป้องคนที่พวกเขารักไว้ได้ มันน่าโมโหจริงๆ

 

 

 

 กริ๊งงง กริ๊งงง กริ๊งง--

 

 "มาแล้วๆ จะกดอะรนักหนา"พอพวกเขามาถึงก็กดออดรัวๆจนเจ้าของบ้านรำคาญ

 

 "คิมแทฮยองคือนายใช่มั้ย"ซอกจินถามแทฮยองเสียงเข้ม พลางกำหมัดในมือแน่น

 

 "ครับ พวกคุณเป็---"

 

 ผลัวะ

 

  "ไอเลว!!"เสียงโฮซอกตะโกนด่าพร้อมผลุนผลันไปต่อยหน้าแทฮยองจนซอกจินห้ามไม่ทัน

 

 "อะไรเนี่ย มาต่อยผมทำไม"คนโดนต่อยยังคงงงๆอยู่ แต่ก็อดเคืองไม่ได้ อยู่ดีๆมาต่อยเค้าเนี่ยนะ บ้าหรือเปล่า เค้าไม่มีคนมาดูแลแล้วนะ ไอ่จีมินก็แค่คบเล่นๆ ตอนนี้ก็เลิกกันไปแล้ว ใครจะทำแผลให้กูวะเนี่ย

 

อยู่ดีหน้าของยุนกิก็ลอยขึ้นมาในหัว

 

 "โฮซอกใจเย็น ฉันก็อยากซัดหน้ามัน แต่เราต้องรีบแล้วนะ"

 

 "ห้ะ อะไรจะพาผมไปไหนเนี่ย"

 

 "หุบปากแล้วตามมา เดี๋ยวไปถึงที่หมายล้ะจะอธิบายความเลวของมึง"

 

 "อะไรวะเนี่ย"ปากก็บ่นไป แต่เค้ากลับเลือกที่จะเชื่อใจคนพวกนี้ ไม่รู้สินะ

 

 21.32

 

 "ที่หลังย้ายบ้านมาไว้ใกล้ๆโรงพยาบาลนะ"

 

 "ห้ะ"

 

 "ตามมาเถอะ ถึงเวลาต้องอธิบายแล้ว"ในที่สุดก็จะหายงงสักทีสินะ

 

 

 

21.54

 

 "ห้องไอซียู??"ร่างสูงมองห้องตรงหน้างงๆ ก่อนจะเห็นว่ามีอีกสองคนนั่งรออยู่ คนหนึ่งเป็นเพื่อนในคณะเค้า เคยคุยกันบ้างนิดหน่อย

 

 "นี่หรอแทฮยอง"คนตัวสูงๆเงยหน้ามามองเค้าแล้วเอ่ยถามเด็กที่นั่งข้าง

 

 "ครับ"

 

 "เดี๋ยวๆ ผมงงไปหมดแล้ว"

 

 "อ่ะ เอานี่ไป อ่านแล้วมึงน่าจะเข้าใจ"อยู่ดีคนที่หน้าหล่อๆก็ยื่นซองจดหมายมาให้ผม ผมหยิบมันมา ก่อนที่พี่เค้าจะเอาซองจดหมายที่เหลือไปให้คนอื่น  ผมอ่านหน้าซองเงียบๆ ลายมือนี้ ลายมือของคนที่ผมไม่เคยลืม

 

 ลายมือยุนกิ

 

  ข้างในซองจดหมายเป็นเครื่องบันทึกเสียงเครื่องหนึ่งพร้อมหูฟังให้ ผมหยิบหูฟังมาใส่หูของตัวเอง แล้วกดเล่นเสียง

 

 ย่าห์ แทฮยองอ่า อ่านอยู่รึเปล่า คิดถึงนายจัง...

 

'คิดถึงเหมือนกัน'

 

 

นายลืมฉันหรือยังเนี่ย ฮ่าๆ เอาล่ะ เข้าเรื่องกันเหอะเนอะ อ่า จะว่าไงดีล่ะ ถ้านายฟังเสียงนี้อยู่ฉันคงใกล้ตายหรือไม่ก็ตายไปแล้วล่ะ...

 

'พูดอะไรน่ะยุนกิ'

 

ขอโทษนะที่บอกเลิกนาย มันจำเป็นน่ะ ฉันไม่อยากตายตอนคบกับนายอยู่น่ะ เดี๋ยวนายจะเอาแต่จมอยู่กับฉัน..

 

'เพราะอย่างนี้เองหรอ ผมสิที่ต้องขอโทษพี่ ผมทำร้ายพี่นะ'

 

ฉันมีเนื้องอกในสมอง

 

'ไม่นะยุนกิ พี่อย่าโกหกกันสิ'

 

มันมีวิธีรักษานะ แต่ถ้ารักษา ความทรงจำของฉันกับนายก็จะหายไปน่ะสิ

 

'ทำไมล่ะ ถ้ามันหายไป ผมก็จะสร้างมันใหม่'

 

ขอโทษที่ไม่ได้บอก ฉันไม่อยากให้นายเครียด แค่นี้ก็เครียดกับงานที่มหาลัยมากแล้วหนิ

 

'เป็นเรื่องของพี่ ผมยอมอดหลับอดนอนตลอด'

 

พี่ไม่รู้ว่านายมีคนรักใหม่หรือยัง แต่พี่ก็หวังว่าจะมีนะ

 

'ไม่เอา ผมรักแค่พี่คนเดียว'

 

พี่หวังว่าเราจะไม่เจอกันที่โรงพยาบาลนะ เดี๋ยวความจะแตก

 

'...ทำไมผมถึงไม่ฟังพี่ตอนนั้นนะ'

 

ถ้าพี่ตายแล้วจะย้ายมาอยู่บ้านพี่ก็ได้นะ คอนโดมันเสียตัง ฝากดูแลต้นไม้ที่เราช่วยกันปลูกด้วยนะ

 

'ผมย้ายไปแน่นอน แต่พี่ต้องอยู่กับผมด้วยสิ มันเหงานะ ต้นไม้เราปลูกด้วยกัน เราก็ต้องดูแลมันด้วยกันสิ'

 

พี่รักนายนะ

 

'ผมก็รักพี่'

 

อ้ะ ปวดหัวๆ

 

'...'

 

กริ๊งงง กริ๊งงง

 

หืม มีคนมาบ้านพี่แฮะ แอบหวังว่าจะเป็นนายนะ

 

'...นั่นผมเอง ผมที่ทำร้ายพี่เอง ผมขอโทษ ผมขอโทษ'

 

22.58

 

  ผมกดเล่นเครื่องเสียงซ้ำๆพร้อมน้ำตาที่มันไหล ไม่กล้าแม้แต่จะเงยหน้ามองใคร ผมเลวเกินไปที่จะมองหน้าใคร เป็นเพราะผมทำให้พวกเขาเสียเพื่อนสนิทไป เป็นเพราะผมแท้ๆ 

 

  "ผมขอโทษ"ผมกราบเท้าพวกเค้าแล้วบอกขอโทษ

 

  "แทอยอง.."

 

  "เป็นเพราะผมแท้ๆ"

 

  "ถ้าผม.. ถ้าผมดูแลเค้าให้ดีกว่านี้.."ทั้งเสียงทั้งตัวของผมสั่นสะเทือนจากการร้องไห้

 

  "...แทฮยอง"

 

 ใครสักคนประคองผมให้ลุกขึ้นแล้วกอดผมไว้ เค้าลูบหัวผมเบาๆ ทำไมผมถึงทำร้ายคนดีๆอย่างนี้ได้นะ ทำให้คนที่เค้าและผมรักตายแท้ๆ

 

  "ไม่เป็นไร ยุนกิ..จะต้องมา..หาพวกเรา"เสียงของเค้าสั่นพอๆกับผม คำพูดของเค้าราวกับปลอบตัวเองเช่นกัน

 

  สัมผัสเปียกชื้นตรงไหลของผม ทำให้ผมรู้สึกผิดกว่าเดิม ไม่รู้ว่าตอนไหนที่ทุกคนรุมกอดพวกเราสองคน ทุกคนล้วนมีน้ำตาบนใบหน้า หวังให้คนในห้องปลอดภัย

 

23.24

 

  ผลัก

 

   เสียงเปิดประห้องทำให้พวกเราหันไปสนใจ คุณหมอเดินออกมาและพูดขึ้นอย่างไม่รอให้ถาม

 

  "คุณยุนกิยังไม่พ้นขีดอันตรายครับ.. แต่เค้าอยากเจอพวกคุณนะ"

 

 

  พอหมอพูดจบก็เปิดประตูเป็นเชิงให้เราเข้าไป พอเห็นร่างของอีกคนที่มีสายระโยงระยางเต็มไปหมดทำเอาพวกเราต้องปิดปากกลั้นเสียงสะอื้นกันทุกคน

 

  ผมปล่อยให้สี่คนนั้นเค้าไปล้อมเตียงยุนกิ ส่วนผมก็ยืนมองอยู่ตรงมุมห้องพร้อมน้ำตาที่คลออยู่

 

ผมทำร้ายเค้ามากขนาดนั้น เค้าคงเกลียดผมแล้ว

 

 

 "แทฮยอง..มานี่สิ"คนที่ต่อยหน้าผมกวักมือเรียกแล้วยิ้มให้ผมบางๆ

ทำไมล่ะ

 

 "มึงไม่อยากมองยุนกิใกล้ๆรึไง"จองกุกถามผมแล้วลากผมมาหายุนกิ

ทำไมพวกคุณ

 

 "อ่ะนี่ มายืนตรงนี้สิ"พี่คนตัวสูงเว้นที่ไว้ให้ผมยืน

ไม่โกรธผมหรอ

 

 "เร็วสิ"คนที่กอดผมเดินมาดันหลังผมไปที่เตียง

ใจดีจัง

 

 "แทฮยอง..."เสียงของคนที่ผมรักที่สุดทำให้น้ำตาผมร่วงอีกครั้ง

 

 "โกรธพี่..อยู่รึเปล่า"คำพูดอีกคนทำให้ผมกอดเค้า

 

 "ผมสิต้องถาม พี่โกรธผมรึเปล่า ผมขอโทษ"

 

 "ไม่..เคย"

 

 "ทำไมล่ะ ผมทำร้ายพี่เพราะความงี่เง่า ไม่แม้แต่จะฟังพี่ด้วยซ้ำ"

 

 "อย่า..ร้อง"

 

  "ผมขอโทษจริงๆนะ ถ้าผมไม่งี่เง่า เราก็จะได้อยู่ด้วยกันแท้"

 

  "ฮึก.."

23.50

 

 "ผมนี่มัน.."

 

 "เรา..ผิด..คู่"

 

 "ฮ่าๆ นั่นสินะ"

 

 "พี่จำตอนที่เราไปเดทครั้งแรกได้มั้ย"

 

 "ไม่"

 

 "งั้นผมจะเล่าให้ฟัง"

 

 "พวกเราน่ะนะ ตอนแรกก่ะว่าจะไปดูนั่งด้วยกัน แต่ดันมีโปรโมชั่นน้ำโค้กซื้อ 3 แพ็ค จ่าย 2 แพ็คอ่ะ ผมก็ดันอยากได้ กว่าจะอ้อนพี่ได้ก็เลยเวลาหนังฉายไปแล้ว ฮ่าๆ"

 

 "นาย..มัน..งี่เง่า"

 

 "แล้วพี่จำตอนผมจีบพี่ได้ป่ะ ผมก่ะจะจีบพี่แท้ๆแต่ดันจีบคนไม่เป็น สุดท้ายพี่ก็ต้องจีบผม ตอนนั้นผมอยู่ปี1 เอง"

 

 "ฮ่าๆ"

  

.

.

.

.

.

.

.

 

 

23.57

 

 "พวก..นาย"

 

 "มีอะไรหรอ"ทุกคนถามคนตัวเล็กที่นอนยิ้มอยู่บนเตียง

 

 "ฝากอะไรหน่อยสิ"

 

 "ว่าไงล่ะ"

 

 "ดูแลตัวเองกันหน่อยนะ ดูแลไอ่เด็กเวรสองคนนี้ให้ด้วย"เพราะเป็นเรื่องสำคัญ เค้าจึงอยากจะพูดชัดให้รู้เรื่อง

 

 "ย่าห์ เด็กเวรอะไรกัน!"เด็กมหาลัยสองคนพูดพร้อมกัน ก่อนที่ทั้งห้องจะระเบิดหัวเราะออกมา

 

 "ไม่ต้องบอกก็ต้องทำเว้ยย ยังไงไอ้แทฮยองก็น้องใหม่พวกเราแล้วอ่ะ"

 

 "อย่าลืมดูแลตัวเองด้วย"

 

 "ไม่หรอกหน่า"

 

 "อย่าลืมดูพลุแทนกูนะ"

 

 "ได้เลย"

 

 "จองกุก"

 

 "ครับ"

 

 "ตั้งใจเรียนแล้วมาทำงานที่ออฟฟิตเป็นเพื่อนไอ่โฮซอกนะ อย่าโตแต่ตัว แล้วก็หยุดออกกำลังกายได้แล้ว นายจะเป็นมนุษย์กล้ามแล้วนะ อย่าเล่นเกมส์มากเกินล่ะ อย่าติดยาด้วย ดูแลตัวเองดีๆ"

 

 "รับทราบครับ

 

 "โฮซอก"

 

 "จัดมา"

 

 "ฝากรับงานแทนกูด้วยนะ คงต้องเหนื่อยหน่อย แต่รอไอ่จองกุกจบเถอะ มึงก็อย่าทำห้องรกมาก กลิ่นมันเหม็นมาถึงห้องกู บุหรี่อย่าสูบมาก แล้วหาขอให้หาเมียได้เร็วๆ ดูแลตัวเองดีๆ ฝากดูจองกุกให้ด้วย"

 

 "เคๆ"

 

 

 

23.58

 

 "นัมจุน"

 

 "ว่ามาเลย"

 

 "ดูแลซอกจินดีๆ ถ้าทำมันร้องไห้กูจะตามไปหลอกมึง"

 

 "กลัวแล้ว"

 

 "ให้แน่ มึงต้องรีบกลับไปทำงานเลยนะ ลางานมาเฝ้ากูปีหนึ่งเลย มึงไม่โดนไล่ออกแล้วรึไง"

 

 "ไม่อ่ะ กูลาออกเองเลย"

 

 "คิม นัม จุน"

 

 "ขอโทษๆกูอยากเฝ้ามึงนี่ ยังไงก็หางานได้อยู่แล้วแหละ"

 

 "มึงนี่มัน.... มึงก็ดูแลตัวเองดีๆ ถ้ามีหลาน พาหลานมาเยี่ยมกูด้วย"

 

 "จัดไป"

 

 "ซอกจิน"

 

 "กูรออยู่"

 

 "มึงเป็นเพื่อนที่กูรักมากที่สุดเลย อยู่กับกุมานานที่สุดด้วย กูขอบคุณที่มึงคอยปกป้องและเป็นที่ปรึกษาให้กุตั้งแต่เด็กจนตอนนี้ กูรักมึงๆมาก มาเยี่ยมกูบ่อยๆล่ะ กูขอหลานด้วยนะ รักนัมจุนมากๆ อย่าทะเลาะกันบ่อยล่ะ กูฝากดูแลแทฮยองกับจองกุกด้วย แล้วก็อย่าลืมดูแลตัวเอง"

 

 "กุสัญญา มึงก็เป็นเพื่อนที่กูรักที่สุดเหมือนกัน อยู่กับกูมาตั้งแต่เด็กๆ พอต้องแยกกันจริงๆใจหายเลย กูรักมึงนะ คอยดูพวกกูจากบนฟ้าด้วยล่ะ"

 

 "แทฮยอง"

23.59

 

 "พี่รักนายนะ รักมากๆ รักที่สุด ถึงแม้จะจำไม่ได้ว่าเราเคยทำอะไรด้วยกันบ้าง แต่พี่ก็ยังรักนายเหมือนเดิม พี่คิดถึงนายทุกวันถึงแม้บางวันจะจำไม่ได้ด้วยซ้ำว่านายชื่ออะไร เป็นอะไรกับพี่ พี่ยังมีสิ่งหนึ่งที่ไม่ลืมคือพี่รักนาย พี่อาจจะเอาแต่ใจมากไปหน่อย แต่พี่ก็ทำเฉพาะกับพวกนาย เพราะพี่เชื่อใจไง 

 

  พี่ขอโทษที่บอกเลิกเรา เราคงรุ้เหตุผลแล้ว แต่มีอย่างนึงที่พี่ยังไม่ได้บอกในนั้นคือ หลังจากที่พี่บอกเลิกเราไป พี่แอบตามดูเราอยู่ตลอดนะ จนพี่เข้าโรงพยาบาลนี่ล่ะ 

 

  ดูแลตัวเองดีๆ อย่าทำโปรเจคดึก อย่าเล่นเกมส์ดึก พักผ่อนบ้าง กินข้าวบ่อยๆ อาบน้ำบ่อยๆด้วย เหม็น พี่ไม่ได้หวังว่าหลังจากนี้นายจะรักพี่ต่อไป นายอาจจะมีแฟนใหม่ แต่พี่ก็ไม่โกรธหรอกนะ อย่ายึดติดกับพี่มาก เชื่อฟังเพื่อนพี่ด้วยล่ะ ถึงมันจะบ้า เอ๊ะ นายก็บ้าเหมือนกัน คงอยู่ด้วยกันได้ แล้วตอนนี้ได้คบกับเด็กนั่นอยู่ไหม"

 

 

 

 "ผมก็รักพี่ รักพี่มากๆ ตอนนี้ผมไม่ได้คบกับมันแล้ว ไม่เคยรักมันเกินไปจากคำว่าเพื่อนเลย แต่เพราะตอนนั้นผมโกรธพี่แบบงี่เง่ามากๆแล้วก็ช้ำใจด้วยเลยเผลอไป

 

  ต่อให้พี่งี่เง่ากับผมแค่ไหน ผมเคยบ่นพี่ด้วยหรอ ผมรักพี่มากๆ อยากจะพาไปเที่ยวด้วยกันมากกว่านี้ ผมสัญญาจะดูแลตัวเอง ผมจะไม่นอนดึก จะพักผ่อนเยอะๆ จะอาบน้ำทุกวัน จะไม่ค้างที่มหาลัย จะเชื่อฟังพี่ๆทุกคน แต่ผมคงรักใครไม่ได้แล้ว พี่ยึดไปคนเดียวเลย ใจร้ายจัง 

 

  พี่ไปอยู่บนนั้นก็ดูแลตัวเองดีๆ คอยมองพวกเราห้าคนด้วยนะ ผมสัญญาว่าจะไปเยี่ยมบ่อยๆ จะเอาอาหารที่พี่ชอบไปให้ จะซื้อคุมะมงไปให้ จะซื้อดอกไม้ที่พี่ชอบไปให้

 

 

  อ่าใช่สิ ผมยังไม่ขอพี่คืนดีเลย"

 

5!

 "..."

 

4!

 "พี่ยุนกิครับ.."

 

3!

 "..."

 

2!

 "เป็นแฟนกับผมนะ"

 

1!

 "อื้อ.."

 

 

00.00

 

 ปัง ปัง ปัง!!

 

 แฮปปี้นิวเยียร์!!!!

 

  ท่ามกลางเสียงสังสรรค์ขอคนนับล้าน กลับมีร่างบางของใครบางคนที่หลับใหลไปพร้อมรอยยิ้ม 

 

 เสียงร้องไห้ดังระงมทั่วห้อง แม้อยากจะยิ้มและมีความสุขแค่ไหน แต่ก็ไม่สามารถทำได้ คนที่พวกเขารักได้จากไปแล้ว แต่ยังไม่จากไปจากหัวใจของพวกเขา ทุกถ้อยคำที่คนหลับอยู่พูดมา พวกเขาสัญญาจากใจจริงว่าจะทำให้ได้

 

 "พี่ยุนกิ ผมรักพี่"

 



 



 

 

 

 

 

ผลงานเรื่องอื่นๆ ของ Cat,จัง จากทั้งหมด 9 บทความ

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

7 ความคิดเห็น

  1. #7 P.SKS.723 (@PimSupawinee) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 25 สิงหาคม 2561 / 07:10
    ร้องไห้ตามเลยยยย
    #7
    0
  2. #6 P.SKS.723 (@PimSupawinee) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 10 กรกฎาคม 2561 / 18:12
    ฮื้ออออ คือร้องตามเลยยยย
    #6
    0
  3. #5 bing2004bg (@bing2004bg) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2561 / 00:38
    เศร้าจนเเบบ....น้ำตาไหลเยอะมากเลยอ่ะ
    #5
    0
  4. #4 Kitsanakran (@Kitsanakran) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2561 / 16:21
    ซึ้งมาก😭
    #4
    0
  5. วันที่ 27 เมษายน 2561 / 07:47
    ทำไมอ่านไม่ได้
    #3
    0
  6. วันที่ 26 เมษายน 2561 / 16:23
    น้ำตาไหลเลยอ่ะ อยากให้มีss2เลย สงสารทุกคนมากๆ
    #2
    0
  7. #1 -Sayuri- (@Cinderera22) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 24 เมษายน 2561 / 14:34
    โอโห้ อ่านจบแบบ...น้ำตามาเลยอ่ะㅠㅠ
    #1
    0