[FIC] ::: Love Percussion ::: [KrisYeol]

ตอนที่ 9 : ::: ~ [Part 8] ~ :::

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,124
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    18 ม.ค. 56

Part 8


Chanyeol Part

ผมค่อยๆลืมตาตื่นขึ้นมองเพดานอันคุ้นตาที่เห็นอยู่ทุกๆวัน ความรู้สึกหนักหัวตั้งแต่เมื่อคืนยังคง
ปรากฏอยู่ชัดเจน อาการร้อนๆหนาวๆก็ยังคงมีอยู่ไม่หาย 

'คะ คริส' พิษไข้เล่นงานผมรุนแรงขนาดว่าละเมอเห็นหน้าไอ้คริสในห้องนอนผมเองเลยเหรอ

'ชานยอล ตื่นแล้วเหรอ' อาาา ไอ้คริส มันพูดตอบโต้กับผมในฝันด้วย 

'เข้ามาในห้องนอนฉันได้ยังไง ..' ผมถามไอ้คริสในความฝันต่อ มันยิ้มให้ผมด้วย อา ยิ้มแบบ
นี้อีกแล้ว ไม่ชอบเลย เห็นแล้วเคลิ้ม

'แม่ชานยอลเปิดให้เข้ามา เอาเค้กมาฝากด้วย กินมั๊ย' อา ไอ้เค้กในฝันผมเอาเค้กมาฝากผมด้วย
อยากกินเค้กจังเลย ป่วยแบบนี้ ก็กินเค้กได้ใช่มั๊ยล่ะ

'กินๆๆ' ผมพยักหน้า อ้าปากค้าง หลับตาปี๋ เพื่อรอรับเค้กเข้าปาก แต่ไอ้คริสในความฝันไม่ยอม

'ลุกขึ้นมานั่งดีๆก่อนสิ แล้วจะให้กิน' ไอ้คริสทำหน้าดุใส่ผม โห่ ไอ้คริสในความฝันกับ
ไอ้คริสตัวจริงนี่ชอบบังคับผมเหมือนกันเลย ไอ้คริสตัวจริงก็ชอบบังคับผมแบบนี้แหล่ะ
บังคับให้ทำนั่นทำนี่ ไอ้คริสตัวจริงน่ะ ... ว่าแต่ ไอ้คริสตัวจริง ตัวจริงงั้นเหรอ

'ไอ้คริส' 

'ชิ บ หาย แล้วไง มึง มึงเข้ามาอยู่ในห้องกูได้ยังไง มึง มึงปีนเข้ามาเหรอ แม่ ขโมยอ่ะ แม่'
ผมตะโกนเรียกคนในบ้านเสียงดัง ปัดผ้าห่มให้พ้นตัวแต่ก็ไปไหนได้ไกลนักเพราะพิษไข้
ที่ยังคงเล่นงานผมอยู่ ผมล้มฟุบอยู่ตรงขอบเตียงอีกฝั่ง จนไอ้คริสต้องเดินมาช่วยพยุงผมขึ้นมา
นอนบนเตียงเหมือนเดิม

'เดี๋ยวก็ล้มหัวฟาดพื้นหรอก นอนดีๆสิ' ผมสอดมือไว้ใต้จุ๊กกุแร้ของผมแล้วดันให้ผม
นอนลงกับเตียงแบบเดิม ผมมองหน้ามันไม่กระพริบตา สองมือจับต้นแขนของมันเอาไว้แน่น

อย่าจ้องตากันแบบนั้นสิ มันทำให้ตัวร้อนขึ้นกว่าเดิมนะรู้มั๊ย

'นอนเยอะๆนะ ทำไมถึงป่วยได้เนี่ย ไปตากฝนมาเหรอ หรือว่าอะไร' มันพูดพลางลูบหัว
ผมสองสามที โดยที่แขนอีกข้างยังสอดอยู่ใต้ตัวผมอยู่ นี่มันเล่นอะไรกับผมเนี่ย ออกไปซักทีซิ
ตัวเกร็งจนขยับเขยื้อนไม่ได้แล้วนะ 

'เรื่องของกูแน่ะ มึงออกไปได้แล้ว ปล่อยตัวกูด้วย' ผมโวยวายดิ้นขลุกขลักๆให้มันลุกไปเสียที
มันก็ยังไม่ยอมลุกไป รอยยิ้มของมันก็โคตรของโคตรมีเลศนัย ผมรีบมุดเข้าผ้าห่มตัวเองเพื่อหลบมัน

'หลบทำไม ออกมาก่อนดิ ชานยอล' ไอ้คริสพยายามดึงผ้าห่มออก ผมก็ไม่ยอมปล่อย จนกลายเป็น
สงครามแห่งการแย่งชิงผ้าห่มย่อมๆบนเตียงของผม แต่ไอ้คริสแรงโคตรเยอะเลย ถึงผมจะพอดึงผ้าห่ม
ตัวเองไว้ได้บ้างแต่ก็ดึงได้ไม่หมด สุดท้ายมันก็เลยดึงปลายผ้าด้านหนึ่งออกแล้วมุดเข้ามาหาผมในผ้าห่ม

นี่มันเล่นอะไรของมันล่ะเนี่ย 

'เจอตัวแล้ว ชอบเหรอ เกมส์มุดผ้าห่มเนี่ย' ผมเงยหน้าขึ้นมาก็เจอหน้ามันอยู่ห่างกับผมไม่ถึงคืบ
มันค่อยๆมุดเข้ามาแล้วจับตัวผมเอาไว้ ผมดิ้นขลุกขลักๆไปมาในอ้อมกอดของมัน จากนั้นมันก็ทิ้งน้ำหนักตัว
ลงมา ตรึงให้ผมอยู่ใต้ร่างมันแบบนั้น 

'ป่วยแล้วยังแรงเยอะเหมือนเดิมเลยนะ เราอ่ะ' มันใช้มือข้างหนึ่งเกลียเส้นผมของผมของออกจากใบหน้า
แล้วจู่ๆมันก็ก้มลงมาเป่าลมใส่หูผมเล่น จั๊กจี้ข้างหูมาก อะไรของมันอีกล่ะเนี่ย ทำอะไรไม่เคยถามความเห็น
กูเลยซักคำนะมึงอ่ะ


'เฮ้ แม่ให้เอาข้าวต้มมาห้ายยย' ประตูห้องนอนของผมถูกเปิดออก ตามมาด้วยเสียงสวรรค์ที่มาช่วยชีวิตผม
ได้ทันใจมากพี่สาว แต่จะว่าไปก็ไม่ดีนะ เพราะ สภาพผมกับไอ้คริสตอนนี้อยู่ใน ท่าทางที่ ดูยังไง๊ ยังไง
ก็ไม่ใช่แค่ รุ่นพี่รุ่นน้องกัน


'ว๊ายย พระเจ้าช่วยกล้วยแช่อิ่ม !!!' 


'อุ๊ย ขอโทษครับพี่เยจิน' ไอ้คริสรีบลุกออกจากตัวผมเมื่อเห็นว่า มีคนเปิดประตูเดินเข้ามาในห้องก็รีบลุก
ออกไปยืนข้างเตียง ส่วนผมก็รีบลุกขึ้นมานั่งบนเตียง ตาย ตาย ตาย พี่สาวผมรู้หมดเลยว่าเกิดอะไรขึ้น TwT

'เอา คือ พี่ขอโทษที่มาขัดจังหวะน้า คือ แม่ให้เอาข้าวต้มมาให้ ฮาาา' พี่สาวผมเดินไปที่โต๊ะหนังสือผม
แล้วก็วางข้าวต้มสองถ้วยลงกับโต๊ะ'

'อ้อ แล้วแม่ให้ชานยอลกินยาด้วยนะ แล้วก็ เออ น่านแหล่ะแบบ ... อร๊าย ><' อยู่ดีๆพี่สาวผมก็
อายขึ้นมาซะงั้น สะดีดสะดิ้งเหมือนโดนหนุ่มมาจีบ นี่มันอายอะไรล่ะเนี่ย อายไอ้คริสเหรอ ชอบไอ้คริสเหรอไง

'พี่เยจินไหวป๊ะเนี่ย' ผมพูดกับพี่สาวที่ยังคงยืนบิดไปบิดมาอยู่ 

'ไม่ไหวว่ะ โอย ตายห่า น้องชายพี่มีผู้ชายมาจีบ หล่อด้วย วร้ายยย' มันทำหน้าฟินแล้วก็เดินออกจากห้องผมไป
ทำไมเดี๋ยวนี้ มีแต่คนชอบทำให้ผมงงล่ะ หรือว่าผมเข้าใจอะไรยากไปเอง 

'อ้อ ลืม !!!' อยู่ดีๆพี่สาวผมก็เดินกลับเข้ามาในห้องอีก หน้าตาดูจริงจังมาก แต่พอเห็นหน้าไอ้คริสก็เปลี่ยนเป็น
พี่สาวผมชี้นิ้วมาที่ผมแล้วพูดต่อ
ยิ้มแย้มสดใสซะงั้น

'คือ แม่บอกว่าให้ชานยอลเช็ดตัวด้วย เช็ดให้ตัวเองได้ใช่ป๊ะ แล้วก็ เดี๋ยวพี่กับแม่จะออกไปห้าง ส่วนชานยอล แก'

'ชานยอลป่วยไง ก็อยู่ที่บ้านไปเนอะ เดี๋ยวพี่ซื้อมาฝาก ไปและ บัยส์' มันส่งสัญญาณมือปางห้ามญาติมาที่ผม
แล้วจบลงด้วย เสียงบ๊ายบาย แบบห้วนๆ ก่อนจะเดินออกจากห้องไปจริงๆ

'พี่สาวนายนี่แปลกดีนะ' ไอ้คริสหันมาพูดกับผม ผมขู่เสียงฟ่อใส่มันทีหนึ่งแล้วก็พยายามจะลุกออกจากเตียง
เพื่อตรงไปกินข้าวต้ม แต่ทำไม โลกผมมันหมุนแบบนี้ล่ะเนี่ย

'อ้าว เฮ้ย ชานยอลเป็นไรไป' ไอ้คริสรีบวิ่งเข้ามาอุ้มผมขึ้นไปบนเตียงอีกรอบ โห ตัวผมหนักมากนะ แต่มัน
ยกเหมือนตัวผมเบาหยองอย่างกะปุยนุ่น 

'อยู่บนเตียงเนี่ยแหล่ะ เดี๋ยวพี่เอามาให้' มันพูดเสร็จก็เดินไปหยิบถ้วยข้าวต้มแล้วตรงมานั่งข้างๆเตียง
ตอนแรกมันจะส่งถ้วยให้ผมแล้วก็เปลี่ยนใจดึงกลับไป

'เอ๊ะ ไม่เอาดีกว่า ชานยอลนอนเฉยๆเถอะ เดี๋ยวพี่ป้อนเอง' มันใช้ช้อนตักข้าวต้มมาให้จ่อตรงปากผม
ผมใช้แขนยันตัวเองขึ้นมานั่งพิงหัวเตียงแล้วมองมันแบบแปลกๆ 

'กูกินเองก็ได้ แล้วมึงไม่กินของมึงหรือไงล่ะ' ผมยื่นมือจะไปจับช้อนเอามากินเอง มันก็เบี่ยงมือไปอีกทาง
ไม่ให้ผมจับช้อน

'ไม่กินอ่ะ กูกินมาแล้ว อีกชามนั่น เอาไว้เผื่อเด็กน้อยแถวนี้จะกินไม่อิ่ม' มันยักคิ้วให้ผม อ้าว หลอกด่าผมนี่
จะหาว่าผมเป็นคนกินจุมากใช่มั๊ย หึ !!!

'ชิ' ผมจิ๊ปากใส่มัน แล้วก็หันหน้าหนีไปอีกทาง รู้ทันผมไปซะทุกเรื่องเลย

'เอ้า จะกินมั๊ย เร็วๆสิ อ้ำๆ' มันอ้าปากพงาบๆพูด อ้ำๆ เห็นผมเป็นเด็กไปแล้วหรือไง นี่ผมอยู่ ม. 5 แล้วนะ
แต่ถึงผมจะบ่นในใจ ผมก็อ้าปากรับเอาข้าวต้มเข้าปากไปด้วยความหิว

ข้าวต้มช้อนแล้วช้อนเล่าถูกป้อนเข้าปากผมอย่างต่อเนื่อง ผมรู้สึกว่าข้าวต้มวันนี้มันอร่อยกว่าทุกวัน แล้วผมก็มี
ความสุขที่ได้กิน ผมเหลือบตามองไอ้คนที่นั่งอยู่ข้างๆเตียง ที่คอยส่งข้าวต้มเข้าปากผมอยู่ หรือจะเป็นเพราะมัน
ที่ทำให้ข้าวต้มชามนี้ดูอร่อยขึ้นจนผิดปกติ

'หมดแล้ว เอาอีกชามมั๊ย' ข้าวต้มในชามหมดลงในเวลาอันรวดเร็ว ปกติชามเดียวผมไม่อิ่มหรอก แต่วันนี้ผม
ว่าผมไม่ไหวจะกินอะไรเพิ่มแล้วแหล่ะ

'ไม่เอาอ่ะ อิ่ม' ผมพูดแล้วกระเถิบตัวเองมุดเข้าไปอยู่ใต้ผ้าห่มต่อ ฮ้าา อุ่นดีจัง ผมพร้อมจะหลับอีกรอบแล้ว

'อ่ะ นี่ยา' ไอ้คริสส่งยามาให้ผม ผมรับมาใส่เข้าปาก แล้วไอ้คริสก็ส่งน้ำมาให้ผมต่อ

'โอเค ได้เวลานอน เย้' ผมพูดขึ้น แล้วก็รีบมุดเข้าไปในผ้าห่มต่อ อาา อุ่นที่สุด

'เดี๋ยวก่อน รอก่อน ยังไม่ได้เช็ดตัวเลย' ผมโผล่หัวออกมาจากผ้าห่ม มองตามันปริบๆ เช็ดตัวงั้นเหรอ

'ไม่ต้องเช็ดได้ป๊ะ กินยาแล้วนี่นอนเลยเหอะ' ผมพยายามหลีกเลี่ยงการเช็ดตัว ไม่เอานะ อย่างกะฉากรัก
ในละครให้มันเอาผ้าชุบน้ำมาเช็ดตัวผมอ่ะ บ้าไปแล้ว นี่ไม่ใช่หนัง ไม่ใช่ฟิค นี่คือชีวิตจริงนะ !!!

'ตัวยังร้อนอยู่เลยไม่ใช่เหรอ น้ำก็ไม่อาบ แล้วดูท่าลุกไปอาบไม่ไหวหรอก ก็ต้องเช็ดตัวดิ' มันพูด
สีหน้าดูจริงจัง มันเริ่มหันซ้ายแลขวาดูว่าในห้องผมมีอะไรที่พอจะใช้ได้จัง นี่ผมกับมันต้องเล่นบท
วาบหวามเช็ดตัวกันจริงๆงั้นสิ

'อ่ะ ลุก ถอดเสื้อ' พอมันเดินหาผ้าขนหนูผืนเล็กกับขันในห้องน้ำมาได้ มันก็เดินมาสั่งให้ผมถอดเสื้อ
โอ๊ย ชิบหายแล้ว ไม่เอานะ ผมหนาว ฮือๆ TwT

'ห๊ะ หา ถอดเสื้อเหรอ เดี๋ยวกูเช็ดตัวเอง เองก็ได้ มะ มึง ไม่ต้องหรอก มึงเอาผ้าชุบน้ำวางไว้เลย 
เดี๋ยวกูจัดการตัวกูเอง ... จะดีกว่า' ผมพูดเสียงเบาหายแทบกลืนลงไปในลำคอ ขืนผมให้มัน
มาโดนตัวผมตอนนี้ ผมคงจะแย่ เออ น่านแหล่ะ แย่แน่ๆ

'ทำไม อายเหรอ' ไอ้คริสพูดหน้าตายมาก ยักคิ้วด้วย ใช่สิ มึงมีแต่ได้นี่ อยากลวนลามกูนัก
ใช่มั๊ยล่ะ เหอะ กูไม่ยอมหรอก

'ไม่ได้อายเว้ย กูแค่ แบบ ...' ผมพยายามหาคำพูดที่ฟังแล้วไม่ติดเรทมากที่สุด แต่ก็ยังนึกไม่ออก
ยังไม่ทันได้พูดต่อ ไอ้คริสก็ตรงเข้ามาดึงผ้าห่มของผมออก แล้วเริ่มสอดมือเข้าไปในเสื้อนอนผมแล้ว

อ้าว เฮ้ย ผมต้องดิ้นดิ

'ไอ้คริส ปล่อยยยยยยยยยยยกูเดี๋ยวนี้นะ ไม่นะ อ๊ากกกกกก' ผมพยายามปัดมือมันออก แต่อย่างที่รู้ๆกัน
ว่ามือมันเหนียวอย่างกะตุ๊กแก แง๊ ชานยอลยังไม่อยากโชว์หน้าอกหน้าใจต่อหน้าผู้ชายนะ 

'นี่ กูไม่ได้จะทำอะไรมึงซักหน่อย ก็แค่จะเช็ดตัวให้ ไม่ได้ลวนลาม โอเคป๊ะ สาบาน'มันยกสองนิ้ว
แทนคำสาบานของมันเอง แหม่ ใครก็สาบานได้ป๊ะล่ะ

'กูไม่เชื่อ'

'เอ๊า แล้วให้ทำยังไง เอาน่า รีบเช็ด จะได้เสร็จๆ เอางี้ เช็ดให้แค่ข้างหลังพอ เพราะว่าถ้าชานยอลเช็ดเอง
คงไม่ถึง แล้วข้างหน้า ชานยอลก็เช็ดเอง โอเค๊' 

มันยื่นข้อเสนอให้ผม ไอ้นี่แม่งเป็นคนพูดจาหว่านล้อมเก่งจริงๆ แล้วผมก็คล้อยตามมันทุกครั้ง ผมเลยปล่อย
ให้มันเลิกเสื้อนอนผมขึ้นช้าๆ จนขึ้นมาทิ้งหน้าอกจนสุดท้ายก็ถอดมันทิ้งไป ร่างกายผมเผยสู่สายตาไอ้คริสมัน 
ใช่ว่าผมไม่เคยถอดเสื้อต่อหน้าผู้ชายด้วยกันกับเพื่อนผมก็ถึงขั้นอาบน้ำด้วยกันก็มี แต่ผมก็ไม่เคยอายเท่านี้มาก่อน 
สายตาไอ้คริสจับจ้องมาที่ตัวของผมไม่วางตา อย่าบอกนะว่ามันไม่เคยเห็น ท่อนบนเปลื่อยของผู้ชายด้วยกันอ่ะ 
ของมันก็ไม่ต่างกับผมหรอก

'เอ่อ ...' ไอ้คริสอ้ำอึ้ง ผมว่าหน้ามันแดงล่ะ เห็นหน่มน๊มกูแล้วเขินอ่ะดิมึง ฮี่ๆ

'นอนคว่ำดิ จะได้เช็ดตัวให้' ผมยิ้มนิดๆ แล้วก็นอนคว่ำลงอย่างที่มันบอก ผมว่าฉากนี้มันคุ้นๆนะเหมือนเคย
เห็นในหนัง นี่ถ้าเปลี่ยนจากผ้าขนหนูชุบน้ำเป็นน้ำแข็งนี่ มัน ...

'หึ อย่างกะหนังจันดารา' ไอ้คริสมันตอบแทนให้ผมแล้ว เออ เหมือนจริงๆด้วย

'หนาวววววววววววววว' ผมร้องขึ้นเมื่อสัมผัสได้ถึงน้ำเย็นๆบนแผ่นหลัง น้ำมันเย็นมากเลย หรือเป็นเพราะว่า
พัดลมที่ผมเปิดอยู่หรือเปล่า

'อ่อ ขอโทษนะ เดี๋ยวไปปิดพัดลมให้ก่อน' เสียงไอ้คริสดังขึ้น หลังจากนั้นผมก็ได้ยินเสียงปิดพัดลม
ผมไม่เห็นภาพอะไรเลยตอนนี้ เพราะผมเอาหน้าซุกกับหมอนไปแล้ว ไอ้คริสมันใช้ผ้าชุบน้ำเช็ดหลังไปเรื่อย 
และด้วยเพราะผมใส่กางเกงขาสั้น มันเลยเช็ดเลยลงไปยันขาด้วย แหม่ รู้สึกดีจัง รู้สึกว่าร่างกายเย็นลงและสบายตัว
ขึ้นเยอะมาก

อา สบายจัง ขอหลับเลยแล้วกันนะ 



'ชานยอลลล ตื่นนน นอนกินบ้านกินเมืองแท้ๆ'

ผมลืมตาตื่นขึ้นมาเป็นรอบที่ 2 ของวัน อาการปวกหัวที่เคยมีหายไปแล้ว เหลือบดูนาฬิกาหัวเตียงก็เห็น 
เข็มสั้นชี้ เลข 3 ซะแล้ว ถ้าผมจำไม่ปิดผมลืมตาตื่นขึ้นมาตั้งแต่เข็มสั้นชี้เลข 10 โห นี่ผมนอนต่อนานขนาดนี้เลยเหรอ 
ว่าแต่ ไอ้คริสไปไหนแล้วล่ะ

'พี่เยจิน ไอ้คริสอ่ะ' ผมถามพี่เยจินที่ยืนอยู่ข้างเตียง พี่เยจินพยักเพยิดหน้าไปทางโต๊ะหัวเตียงผมว่ามี 
จานใส่เค้กช็อกโกแล็ตก้อนไม่ใหญ่นักวางอยู่ พร้อมกับกระดาษโน๊ตแผ่นเล็กวางอยู่ข้างๆ ผมเอื้อมมือไป
คว้ากระดาษโน๊ตมาอ่าน ในกระดาษโน๊ตเขียนข้อความไว้เยอะมาก ผมอ่านแล้วได้แต่เงียบ พออ่านเสร็จผม
ก็สอดกระดาษโน๊ตเข้าไปใต้หมอนแล้วทำท่าจะลุกออกจากเตียง

'คริสนี่หล่อโคตรเลยอ่ะ แถมยังเป็นคนดีอีก เอาเสื้อผ้าแกไปซักให้ กางเกงในก็ซักให้ อีพวก ถุงเท้าเน่าๆของแก
คริสมันก็เอาไปซักให้นะ ตากให้เสร็จสรรพ พี่กับแม่กลับบ้านมาถึงกับอึ้ง' พี่เยจินนั่งลงข้างๆเตียงผม มองหน้าผม
แล้วก็ยิ้ม เหมือนพี่เยจินจะรู้ดีว่าผมกำลังคิดอะไรอยู่

'ถ้าตอนนี้กำลังสับสนในตัวเองล่ะก็ ขอบอกว่า อย่าสับสนอีกเลย เล่นตัวมาก ระวังเค้าจะยอมแพ้ซะก่อนนะ'

'ผมกับมันรู้จักกันมา 5 วันเองนะ ตอนแรกผมโคตรเกลียดมันเลย แต่พอหลังจากนั้นไม่กี่วัน ผมก็เริ่มรู้สึกแปลกๆ
กับมัน พี่ว่าผมบ้าป๊ะ ผมต้องบ้าไปแล้วแน่ๆ' ผมพูด ในหัวเต็มไปด้วยความสับสน หัวสมองกำลังสั่งให้ผม
คิดแบบหนึ่ง แต่หัวใจผมมันกำลังบอกอีกอย่าง

'นี่ ถ้ามันจะบ้านะ ก็ปล่อยให้มันบ้าไปเถอะ ถ้าจะรักจะชอบเค้าขนาดนี้แล้วล่ะก็' พี่เยจินพูดแล้วก็ลูบหัวผม ก่อนจะพูดต่อ

'ไม่รู้หรอกว่าชานยอลเกลียดคริสทำไม แต่ปัจจุบันนี้คืออะไร ถามตัวเองเถอะ ไปและ' พี่เยจินเดินออกจากห้องไป
ทิ้งให้ผมต่อสู้กับความคิดของตัวเองต่อในห้องนอน ผมเอนตัวลงพิงหมอนอีกรอบ ล้วงมือเข้าไปหยิบกระดาษโน๊ต
ออกมาจากใต้หมอนอีกรอบอ่านออกเสียงให้ตัวเองฟังอีกครั้ง ก่อนจะมุดเข้าไปในผ้าห่มอีกรอบด้วยความรู้สึกเขินจนตัวบิด


...ไม่รู้ว่าชานยอลหายโกรธพี่ยัง อยากจะปลุกขึ้นมาคุยแต่ก็ไม่กล้าเพราะเห็นว่ากำลังหลับสบาย
เค้กช็อกโกแล็ตหัวเตียงแม่พี่ทำมาให้กินด้วยนะ เชื่อว่าคงกินจนหมดนะ ไอ้เด็กกินจุ
ป.ล. พวกเสื้อผ้าใช้แล้ววันหลังอย่าหมกไว้ในห้อง ก่อนกินข้าวต้องล้างมือด้วยนะ ห้ามลืม !!! (.V.)
ป.ล. หายไว้ๆนะ เห็นชานยอลป่วยแบบนี้แล้วพลอยจะป่วยตาม รู้สึกไม่ดี เจอกันที่โรงเรียนนะ :) ...


ผมโผล่หัวออกมาจากผ้าห่ม กวาดสายตามองไปรอบๆห้อง ตรงตระกร้าผ้าดูเรียบร้อยขึ้น เพราะเสื้อผ้าที่ผมเคยหมกๆ
ไว้ถูกเอาออกไปหมดเลยปกติผมเป็นคนซักเสื้อผ้าเองทั้งหมด ยกเว้นว่าถ้าตอนไหนที่ผมไม่ว่างแม่ถึงจะเอาไปซักให้ 
ผมจะซักผ้าทุกวันเสาร์ ตรงผนังห้องข้างซ้ายผมจะมีบอร์ดตารางการใช้ชีวิตของตัวเองติดไว้ ว่าผมต้องซักผ้าทุกวันเสาร์
สงสัยไอ้คริสคงอ่านแล้วเห็นว่าผมไม่สบายอยู่ เลยอาสาซักเสื้อผ้าให้ล่ะมั๊ง ผมหันไปมองเค้กช็อกโกแลตที่หัวเตียง
เพิ่งสังเกตว่าอีกข้างมีส้อมพลาสติกวางไว้ 2 อัน ผมยิ้มส้อมพลาสติกขึ้นมาอันหนึ่ง ค่อยๆบรรจงจิ้มลงไปในเนื้อเค้กนิ่ม
หั่นออกมานิดหน่อยแล้วก็ เอาเข้าปาก โฮ TT เค้กอร่อยมาก แป้งนิ่มมาก ช็อกโกแล็ตหวานมาก 

ผมหันไปตักเค้กออกมาอีกชิ้นแล้วเห็น ส้อมพลาสติกอีกอันที่วางอยู่ก็นึกถึงคนที่ถือเค้กเอามาให้ ผมว่ามันก็ควรจะ
ได้นั่งกินกับผมนะ ในเมื่อมันอุตส่าห์ให้แม่มันทำแล้วถือมาให้ขนาดนี้

ใจผมก็อยาก แบ่งเค้กเอาไปให้มันที่บ้านนะ ผมรู้จักซอยบ้านมัน แต่ผมไม่รู้ว่าบ้านมันคือหลังไหนเนี่ยดิคือประเด็น
สงสัยคงต้องรอวันจันทร์ พอคิดได้แบบนั้นผมก็ถือจานเค้กลงไปหาพี่เยจินข้างล่างทันที

ผมเริ่มเชื่อคำของพี่เยจินขึ้นมาบ้างแล้วว่า อดีตน่ะเป็นยังไงน่ะก็ช่างมันไปก่อน เพราะปัจจุบันนี้ผมรู้สึกแบบนี้
เอาล่ะ ถ้าผมจะบ้า ก็ขอบ้าให้สุดๆไปเลยแล้วกัน ไหนๆก็มาถึงขั้นนี้แล้วก็



Kris Part

เมื่อเช้าผมเจอชานยอลด้วย เจอกันที่ป้ายรถเมล์อีกแล้ว ทั้งๆที่ผมก็ไม่ได้คิดว่าจะเจอมันหรอก แต่สุดท้ายก็เจอ
พอมันเจอผมมันทำหน้าตกใจมาก พยายามซ่อนถุงกระดาษสีขาวใบกลางๆไว้ข้างหลังตัวเองใหญ่เลย ผมเห็นมันมีพิรุธ
เลยถามมันว่า ในถุงนั้นมีอะไร มันบอกว่าไม่มีอะไรทั้งนั้นแหล่ะ แล้วก็รีบเดินหนีผม แต่ในใจผมคิดว่ามันต้องมีอะไรแน่ๆ
มันก็ยังบอกว่าไม่มีอะไรทั้งนั้นไม่ใช่ของๆผม ไม่มีอะไรในถุงนั้นที่เกี่ยวกับผมเลยแม้แต่น้อย ผมก็เลยไม่เซ้าซี้ เปลี่ยนเรื่อง
ไปถามมันว่า หายป่วยหรือยัง มันก็บอกว่าหายแล้ว ผมเอามืออังหน้าผากมันเพื่อดูว่าตัวมันยังร้อนมั๊ย ตัวมันก็ปกติดี
หน้าดูมีสีเลือดมากขึ้น แก้มใสก็ยังออกสีชมพูนิดๆเหมือนเดิม 

จนผมกับมันขึ้นรถเมล์มาถึงหน้าประตูโรงเรียน กำลังจะเดินแยกกันตรงใต้ตึก มันก็เรียกผมไว้ก่อน

'ไอ้คริส มึง ...'

'อะไร' ผมหันไปถามมัน มันดูลังเลลุกลี้ลุกลนชอบกล กำถุงกระดาษสีขาวในมือไว้แน่น

'คือ อ่ะนี่ คือ ... แม่กูเค้าทำมาให้ ขอบคุณที่วันนั้นเอาเค้กไปให้ที่บ้าน' มันพูดเสร็จก็ยัดถุงกระดาษใส่มือผม
แล้วก็รีบวิ่งหนีไป

'อะไรของมัน' ผมเปิดถุงกระดาษในมือออกดูด้วยความงง ภายในถุงกระดาษมีถ้วยฟอยด์ปิดฝาอยู่ 1 ถ้วย
ผมลองหยิบถ้วยนั้นออกมาดูก็พบว่าเป็นเค้กช็อกโกแล็ต แต่สภาพมันดูเละๆไปหน่อยนะ

ในถุงกระดาษมีส้อมพลาสติกอยู่อันนึงแล้วก็มีกระดาษาโน๊ตทิ้งไว้ด้วย

... รีบกินนะ เดี๋ยวจะเย็นหมด ต้องกินให้หมดนะ โอเค๊ ?
ป.ล. เค้กสภาพมันดูแย่ไปหน่อยแต่รสชาติมันโอเคมากนะ ... 


เนี่ยเหรอของฝากจากแม่ ผมมองเค้กแล้วก็ได้แต่ยิ้ม ทำไมผมถึงไม่คิดว่า เค้กนี่เป็นฝีมือของแม่มันเลยนะ
แต่ตรงกันข้ามผมกลับคิดว่า ไอ้ชานยอลทำมาให้ผมเอง

'เฮ้ย ไอ้คริส เค้กน่าอร่อยว่ะ มากินคำดิ๊' ผมเดินถือถุงกระดาษเข้าไปในโรงอาหาร ยังที่ประจำที่เคยนั่ง อยู่ทุกเช้ากลางวันเย็น
ไอ้ซูโฮที่นั่งอยู่ก่อนแล้วเอ่ยทักทายอย่างอารมณ์ดี ผมนั่งลงกับโตีะแล้วก็รีบหยิบเอาถ้วยเค้กออกมา ไอ้ซูโฮที่เห็นว่าผมหยิบ
เค้กออกมาก็รีบกระเถิบเข้ามานั่งข้างผมแล้วพยายามฉกส้อมไปในทันที

'ไอ้สาด ห้ามกินเว้ย ถ้วยนี้กูหวง' ผมตบหัวซูโฮไปป๊าปใหญ่ มันลูบหัวตัวเองป้อยๆ มองผมสายตาละห้อย แต่ผมไม่สงสารอ่ะ

'หวงจังวะ ปกติมึงไม่ใช่คนหวงของกินนี่ แม่มึงทำมาไม่ใช่อ่อ แบ่งกันกินบ้างเด้' ไอ้ซูโฮเริ่มโวยวาย เพราะทุกครั้งที่ผมเอาอะไรมากิน
ผมต้องแบ่งกินกับมันตลอด แต่วันนี้มันไม่ใช่เค้กของแม่ผมนี่

'ไม่ใช่เค้กของแม่กูเว้ย มีคนให้กูมา' ไอ้ซูโฮมองหน้าผมแบบมีเลศนัย ก่อนจะเริ่มยิ้มหวาน

'แอะๆ โห ไวไฟนะมึง รู้จักน้องแค่ อาทิตย์เดียว นี่ถึงขั้นทำของให้กินแล้วเหรอ โห เห็นติ๋มๆ ร้ายนักนะมึงอ่ะ' 

'นิดหน่อยว่ะ' ผมหันไปยักคิ้วให้ไอ้ซูโฮ ก่อนจะหันมาจัดการกับเค้กช็อกโกแล็ตที่ข้างในเป็นไส้ช็อกโกแล็ตเหลวๆอยู่ เค้กแบบนี้
แม่ผมก้เคยทำให้กินแล้ว เรียก ช็อกโกแล็ตลาวา แม่ผมทำอร่อยมาก แต่ผมว่า เค้กอันนี้อร่อยกว่าเยอะเลยแถมกินแล้วยังสมอง
ปลอดโปร่งพร้อมสู้กับวิชาการเรียนในวันนี้แบบสุดกำลัง




'เอ้า นักเรียน ทุกคน เงียบๆก่อนนะ คือวันนี้ มาสเซอร์ขอย้ายมาสอนในห้องใหญ่นี้เพราะว่า จะให้รวมกันเรียนกับน้อง ม.5 
อีกห้องหนึง เพราะอาทิตย์ที่แล้วมาสเซอร์ติดธุระเลยไม่ได้สอนน้องเค้า เลยขออนุญาติมารวมกันวันนี้เลยนะ'

มาสเซอร์วิชาแนะแนวเรียกตัวเด็ก ม.6 ห้องพวกผมให้ไปรวมกันที่ห้องใหญ่ เป็นห้องที่ไม่มีเก้าอี้ และมีไว้เพื่อทำกิจกรรมจิปาถะทั่วไป
พวกผมก็นั่งคุยกันไปมาระหว่าง รอให้เด็ก ม.5 เดินมาถึง ซึ่งตอนนั้นผมไม่ได้รู้เลยว่าจะเป็นเด็กห้องไหน

'เอ้า เข้ามาเลยๆ นั่งข้างโน้นเลยนะ' พอเด็ก ม.5 เดินเข้ามาในห้อง ตอนแรกผมก็ไม่ได้สนใจอะไรมาก จนกระทั่งผมเห็นเซฮุนเดิน
นำหน้าเข้ามาในห้อง

'อุ๊ย พี่คริสๆ ไอ้ชานยอล พี่คริสอยู่ในห้องด้วยเว้ย' เพคฮยอนที่เดินตามเซฮุนเข้ามา เริ่มพูดเสียงดังขึ้นทันทีที่เห็นผมนั่งอยู่

'ตายห่า ไม่เอาแล้ว คาบนี้กูโดด' เสียงใหญ่ๆ(ที่ผมจำได้แม่นว่าเป็นเสียงของชานยอลดังขึ้น) จากข้างนอกห้อง

'เอ๊า รีบเข้ามาได้แล้ว' มาสเซอร์แนะแนวเดินออกไปข้างนอกห้องและตามเด้กนักเรียนที่ยังยืนอยู่หน้าห้องให้รีบเดินเข้ามา
ซักพักผมก็เห็นชานยอลเดินหน้ามุ่ยเข้ามาในห้อง พอมันเห็นหน้าผมมันก็รีบเดินเข้าไปนั่งหลังห้อง ส่วนผมนั่งกับเพื่อนอยู่หน้าห้อง

'เอ๊า โอเค วันนี้เนื่องจากมาสเวอร์ต้องสอนรวมกันทั้ง ม.5 และ ม.6 มาสเซอร์เลยอยากจะพูดในเรื่องที่ทั้งสองชั้นเรียนสามารถ
คุยร่วมกันได้ วันนี้มาสเซอร์เลยว่าจะมาพูดคุยกันด้วยเรื่อง 'ความรัก' '

เด็กนักเรียนในห้องเริ่มส่งเสียงโห่ร้องเมื่อได้ยินว่ามาสเซอร์กำลังจะสอนเรื่องความรัก

'มาสเซอร์ครับ นี่มันคาบแนะแนวนา ไม่ใช่คาบเพศศึกษา' เพื่อน ม.6 ห้องผมที่นั่งอยู่หลังห้องพูดขึ้นมา เด็กทั้งห้องส่งเสียงฮาครืน

'ไม่สิ เราจะไม่เถียงกันในประเด็น เรื่องเพศ คาบนี้เป็นคาบแนะแนว ซึ่งรวมไปถึงแนะการใช้ชีวิตด้วย' มาสเซอร์พูดพร้อมรอยยิ้ม
บางๆบนใบหน้า

'แล้วการใช้ชีวิตของเรา ย่อมต้องเป็นไปด้วยความรัก ความรักที่จะเรียน ความรักที่จะใช้ชีวิต' หลังจากนั้นมาสเซอร์ก็เริ่มพูดคุยเรื่อง
การใช้ชีวิตในแต่ละวันของเรา พูดแนะไปถึงการสู้กับอุปสรรคต่างๆ ด้วยความหวัง และความรัก เด็กในห้องก้ตั้งใจฟังเป็นอย่างดี
จนมาถึงช่วงกลางคาบที่มาสเซอร์เริ่มเรียกให้เด็กในห้องแสดงความคิดเห็นกันบ้าง

'อ้าว ไหนๆ ก็วิชาการกันมาทั้งคาบแล้ว มาสเซอร์อยากฟังความเห็นของนักเรียนบ้าง มาสเซอร์อยากรู้ว่า ในมุมมองของทุกคนแล้ว
ความรักคืออะไร' 

มาสเซอร์เริ่มสุ่มเรียกชื่อนักเรียนไปเรื่อย ไอ้เด้ก ม.6 เพื่อนผมบางคนก็ตอบได้โคตรเกรียน บางคนก็ตอบได้โคตรเสี่ยว บางคนก็โคตรเน่า
ส่วนเพื่อน ม.6 เพื่อนผมคนหนึ่งที่ค่อนข้างเป็นคนธรรมะธรรมโมก็ตอบได้โคตรปลง

'ความรักเป็นสิ่งไม่เที่ยง หากความรักนั้นเกิดจาก กิเลส และ ...'

พอมันพูดเสร็จ ทั้งห้องก็ร่วมกันอนุโมธนากับมันไป

'เอ้า ถามเด็ก ม.5 บ้างดีกว่า ชานยอล ไหนลองบอกมาสเซอร์ทีซิ ว่าสำหรับชานยอลแล้ว ความรักคืออะไร' มาสเซอร์ถามชานยอล
ที่นั่งอยู่กับแก๊งส์มันที่หลังห้อง ผมหันไปมองหน้ามันด้วยความสนอกสนใจ อยากรู้จริงๆว่า มันจะตอบว่ายังไง

'อืม ไม่รู้สิครับ ผมก็ตอบไม่ถูก' มันพูด สีหน้าดูสับสนกับความคิดของตัวเอง

'ไม่รู้จริงๆเหรอชานยอล ชานยอลเคยมีความรักมั๊ย หรือตอนนี้แอบชอบใครบ้างหรือเปล่า ลองเอาความรู้สึกนั้นมาตอบก็ได้'
มาสเซอร์ถามต่อ ผมยังคงตั้งใจฟังมันพูดด้วยความตื่นเต้น

'อ้อ งั้น ...' ชานยอลเงียบไปซักพักหนึ่งก่อนจะพูดขึ้น 'งั้นตอนนี้ ความรักสำหรับผมก็คงเป็นการได้เห็นอีกด้านหนึ่งของกันและกันครับ'
มันพุดแล้วก็นั่งลง เรียกเสียงโห่ร้องได้จากคนทั้งห้อง แต่ไอ้ชานยอลไม่ยิ้มเลย มันพุดเสร็จมันก็ลงไปนั่งหน้านิ่งเหมือนเดิม

ผมนั่งทบทวนคำพูดของชานยอล 'อีกด้านหนึ่งของกันและกัน' มันคืออะไรกันนะ คิดเท่าไหร่ก็คิดไม่ออก ฟังยังไงก็ยังไม่เข้าใจ

'เป็นคำตอบที่ดีเหมือนกันนะ อ้าวไหนลอง อ่ะ คนนี้ดีกว่า สุดหล่อประจำโรงเรียน คริส ...' ผมสะดุ้งทันทีที่ได้ยินชื่อตัวเอง ผมลุกขึ้นยืนขึ้น
เด็กทั้งห้องส่งเสียงโห่ร้องดังลั่นห้อง

'คริส ในฐานะที่เป็นคนดังของโรงเรียน มาสเซอร์ขอจัดให้เป็นการสัมภาษณ์เล้กๆเลยแล้วกันนะ อ่ะ ออกมายืนข้างมาสเซอร์นี่มา'

มาสเซอร์เรียกผมออกไปหน้าห้อง ผมไม่เคยออกมายืนหน้าห้องแล้วสั่นแบบนี้เลย แต่ทำไมวันนี้ผมถึงใจเต้นแรงจัง

'อ้าว โอเค ไหนแนะนำตัวหน่อย ให้น้อง ม.5 ได้รู้จักด้วย' ผมสูดหายใจเข้าเล้กน้อยก่อนจะเริ่มพูดแนะนำตัว

'อ่า สวัสดีครับ ชื่อ คริส ครับ อายุ 17 ย่าง 18 ปีแล้ว' ผมพูด ตาเหลือบไปมองชานยอลที่นั่งหลังห้องเป็นบางครั้ง

'มาสเซอร์ต้องขอถามถึงชีวิตส่วนตัวของคริสนิดหนึ่งนะ ตอนนี้ คริสมีแฟนอยู่หรือเปล่า' มาสเซอร์เริ่มถามคำถาม เรียกเสียงอู้อ้า
ของทั้งห้องได้เป็นอย่างดี

'ถ้าหน้าอย่างพี่คริสไม่มี พวกผมก็สมควรจะละทางโลกไปแล้วแหล่ะครับ' เด็ก ม.5 คนหนึ่งตะโกนแซวผมขึ้นมา เล่นเอาฮาก๊าก
กันทั้งห้อง ส่วนผมก็ส่ายหน้าเบาๆ

'ไม่มีครับ อันที่จริง ผมไม่เคยมีแฟนมาก่อนเลย' ไอ้พวกเพื่อน ม.6 ผมไม่ค่อยอึ้งกับคำตอบผมเท่าไหร่ แต่ฝั่ง เด้ก ม.5 สิ
นั่งอ้าปากค้างกันทั้งห้อง

'เอ้า มึงอ่ะ เตรียมละทางโลกได้เลยนะมึงนะ' เพื่อนในห้องผมหันไปแซวเด็ก ม.5 ที่พูดแซวผมไปก่อนหน้านี้ ผมแอบหลุดขำนิดๆ
ที่เห็นว่าเด็ก ม.5 คนนั้นถึงกับหน้าเสีย

'เอาล่ะๆ เงียบก่อนๆ น่าสนใจมากเลยนะคริส เพราะมาสเซอร์เห็นว่า คริสเป็นคนที่หล่อและน่ารักมาก แถมยังเป็นเด็กกิจกรรม
เรียนอยู่ในขั้นดี และมีความประพฤติดีมาก' มาสเซอร์พูดกับผม จากนั้นก็มีเสียงเพื่อน ม.6 ผมตะโกนขึ้นมา

'คริสแม่งเป็นเกย์ชัวร์' 

จากนั้นก้เริ่มมีเสียงถกเถียงกันทั้งห้อง จนมาสเซอร์ต้องออกเสียงปรามอีกครั้ง

'อ้าว ใจเย็นๆก่อน เอาอย่างนี้นะ มาสเซอร์ขอถามแบบนี้ดีกว่า คริสมีความเห็นยังไงกับเรื่องของ เพศกับความรัก'

'ผมคิดว่า ... ความรักไม่ขึ้นกับเพศครับ' ผมพูด สายตาเหลือมองชานยอลที่นั่งหลังห้อง มันเองก็กำลังมองผมอยู่พอดี
แต่พอเห็นว่าผมมองไป มันก็หลบตา

'โอเคๆ มาสเซอร์เข้าใจแล้ว แต่อีกสิ่งที่มาสเซอร์ยังอยากถามอยู่ก็คือ คริสเคยแอบชอบใครบ้างมั๊ย' มาสเซอร์ถามคำถามต่อ
ผมพยายามสุดหายใจลึกๆก่อนจะตอบออกไป

'ถ้าก่อนหน้านี้ไม่เคยรู้สึกชอบใครเลยครับ แต่ตอนนี้ ... ตอนนี้ผมเริ่มมีความรู้สึกนั้นกับเค้าบ้างแล้ว' ผมพูดขึ้นแล้วมอง
ไปที่ชานยอลอีกครั้ง ผมว่ามันก็คงรู้ว่าผมหมายถึงมันน่ะ

'โอ้ เป็นเรื่องที่น่ายินดีนะคริส แล้วอาจารย์จะขอถามต่อนะ ว่า คริสคิดว่า ความชอบกับความรักน่ะ แตกต่างกันยังไง'

'ตอนแรกผมก็ไม่รู้หรอกครับ แต่ตอนนี้ผมว่าผมรู้แล้วครับ' ผมพูด และทั้งๆที่อากาศก็ไม่ได้ร้อนอะไร แต่ทำไม
หน้าผมมันร้อนขึ้นเรื่อยๆแบบนี้ล่ะ

'อ่า งั้นมาสเซอร์อยากให้ คริสลองอธิบายความหมายซักหน่อยนะ เอาตามความคิดของคริสเลยนะ เริ่มที่ ความชอบก่อน'

'เอ่อ ความชอบก็คือ รู้สึกสนใจ อยากอยู่ใกล้ อยากรู้จัก' ผมพูดตามความรู้สึกของตัวเอง พยายามนึกถึงภาพตอนที่เจอ
กับชานยอลเป็นครั้งแรก

'แล้ว ความรักล่ะ ความรักต่างกับความชอบยังไง ในความคิดของคริส' มาสเซอร์ยังคงถามต่อ ไอ้ทั้งเพื่อนและรุ่นน้องในห้อง
ก็มองมาที่ผมเป็นตาเดียว ดูจะสนใจกับคำตอบของผมมาก

'ความรักเหรอครับ ไม่รู้สิครับ ความรักมันมากกว่าชอบ มันไม่ได้แค่ อยากอยู่ใกล้หรืออยากจะแค่รู้จักแล้ว แต่มันคือความ
รู้สึกที่ลึกซึ้งกว่านั้น' ผมพยายามเค้นคำพูดออกมา พยายามนึกถึงเหตุการณ์เมื่อวันเสาร์ตอนที่ผมเอาเค้กไปง้อชานยอลถึงบ้าน

'ลึกซึ้งกว่างั้นเหรอ ลึกซึ้งกว่ายังไงล่ะ' 

'ก็ เป็นความรู้สึกที่ บอกไม่ถูกเลยครับ หัวใจมันพองโตกว่าตอนชอบเยอะมาก ผมรู้แค่นี้ครับ' ผมพูดออกไปแบบนั้นเพราะผม
ไม่รู้จะอธิบายยังไง มันพูดออกมาเป็นคำพูดไม่ได้จริงๆ

'เน่าเนอะมึงอ่ะ' เพื่อน ม.6 ของผมอีกคนส่งเสียงแซวมาอีกรอบ ผมหันไปแยกเขี้ยวใส่มันก่อนจะหันไปยิ้มให้มาสเซอร์

'โอเคๆ งั้น คำถามสุดท้ายเลยนะ มาสเซอร์อยากให้นึกถึงคำว่าความรัก แล้วนึกถึงคำที่มาต่อจากคำนั้นน่ะ อย่างเช่น
สำหรับมาสเซอร์ แล้ว เมื่อมาสเซอร์พูดถึงความรักแล้ว มาสเซอร์จะนึกถึงสีแดง หรืออย่างที่มาสเซอร์เคยถามเด็ก ม.4
คนหนึ่ง ว่า เมื่อพูดถึงความรักแล้วนึกถึงอะไร เด้กคนนั้นตอบ ว่า หนังโป๊' เรื่องเล่าของมาสเซอร์เรียกเสียงฮาได้ทั้งห้อง
ก่อนจะเริ่มเงียบลงเมื่อมาสเซอร์พูดต่อ 

'แล้วคริสล่ะ เมื่อพุดถึงความรัก สิ่งแรกที่คริสนึกออกเลยคืออะไร' 

'เอ่อ ...' ผมนิ่งไปครู่หนึ่ง พยายามถามตัวเองเช่นเดียวกับที่มาสเซอร์ถาม คำๆเดียวที่ปรากฏในหัวผมตอนนี้คือ ...

ชานยอล

'เมื่อผมพูดถึงความรักแล้วผมจะนึก ชานยอล'

ผมพูดแล้วมองไปที่ชานยอลที่นั่งนิ่งอยู่หลังห้อง ราวกับห้องหยุดเคลื่อนไหว เหมือนกับห้องนี้มีแค่มันกับผมอยู่สองคน
แต่ผมก็พูดมันออกไปแล้ว ต่อหน้า เด้กนักเรียนเกือบร้อยชีวิตในห้องนี้

'หือ ชานยอลงั้นเหรอ ชานยอล เด็ก ม.5 ที่มาสเซอร์เพิ่งเรียกถามไปเมื่อกี้น่ะเหรอ' มาสเซอร์หันมาพูดกับผม
แล้วก้หันไปมองชานยอลทีหนึ่ง

'ครับ' ผมพยักหน้า ไม่รู้เหมือนกันว่าพูดไปได้ยังไง นิสัยพูดตรงของผมยังคงทำหน้าที่ของมันได้ดีอยู่เสมอ

'ความรักของผมคือชานยอล'

.
.
.

'โกรธป๊ะ คาบแนะแนวเมื่อเช้าอ่ะ'

'ก็แค่โดนเพื่อนล้อทั้งคาบต่อไปเลย ก็ไม่ได้โกรธหรอก หึ' 

ชานยอลค้อนใส่ผมทีนึงก่อนจะสะบัดหน้าหนีเดินไปต่อแถวซื้อข้าวที่ร้านข้าวแกงเจ้าอร่อย 
ส่วนผมก็รีบตามไปต่อหลังมัน เด็กที่ยืนอยู่แถวนั้น หันมามองที่ผมกับชานยอลแล้วก็หัวเราะคิกคักๆกัน 
ข่าวเรื่อวผมกับชานยอลนี่ลามไปไวยิ่งกว่าไฟลามทุ่งซะอีกนะ

'จะสั่งอะไรกินอ่ะ บอกบ้างดิ จะสั่งตาม' ผมพูดกับชานยอลที่ยืนรอใหุ้ึงคิวสั่งกับข้าว ไอ้ชานยอลเหล่หางตา
มามองผมแค่แว๊บเดียวแล้วก็หันกลับไปโดยไม่พูดอะไร

ผมยืนอยู่ข้างหลังมันก็ได้แค่ยิ้ม ได้อยู่ใกล้ๆแค่นี้ก็มีความสุขจะแย่

'เอา พะแนงไก่กับไข่ดาวครับป้า' 

'สองจานเลยครับป้า แล้วก็นี่เงินครับ'

ผมรอจังหวะที่ชานยอลสั่งกับข้าวเสร็จ ก็รีบพูดแทรกกับป้าที่ตักข้าวพร้อมกับยื่นเงินจ่ายค่าข้าวแกงสำหรับ 2 จาน 
ไอ้ชานยอลเองก็ไม่ได้พูดขัดอะไรนอกจากหันมาขอบคุณผม

'อยากจ่ายนักก็ ไม่ว่าอะไรหรอก' 

ถึงมันจะไม่มีคำว่าขอบคุณอยู่ในประโยคเลยแม้แต่น้อยแต่ผมก็จัถือว่ามันกำลังขอบคุณผมนะ
อย่างน้อยมันก็ไม่ได้ด่าอะ จริงป๊ะ

ผมเดินตามมันนั่งที่โต๊ะ ตอนแรกมันนั่งตรงข้ามกับดีโอ ผมทำท่าจะนั่งโต๊ะเดียวกับมัน แต่เหลือที่ให้ผมนั่งข้าวเซฮุนเท่านั้น

'ดีโอ แลกที่กันได้มะ' ผมเรียกดีโอที่ตั้งหน้าตั้งตากินข้าวอยู่ ดีโอเงยหน้าขึ้นมาทำตาโตใส่ผมทีนึงก่อนจะรีบกุลีกุจอลุก
เปลี่ยนที่กับผม

'มึงไม่ไปนั่งกับเพื่อนมึงไง๊ มานั่งกะกูทำไมเนี่ย' ชานยอลแว๊ดใส่ผมทันที่ที่เห็นปมนั่งลงกินข้าวตรงกับกับมัน 
ทั้งที่ความเป็นจริงผมควรจะเดินไปนั่งกับเพื่อนที่โต๊ะข้างหน้าโรงอาหาร แต่วันนี้ผมไม่ไป ผมอยากนั่งกินข้าวกับชานยอลมากกว่า

'ก็กูอยากนั่งกินข้าวกับมึง ทำไม มีปัญหาเหรอ'

'เห็นหน้ามึงแล้วกินข้าวไม่ลง' มันพูดกับผม จ้องหน้าผมแบบโคตรกวนตีนเลย แหม พุดมาได้

'ทีวันที่ไปกินกระเพาะปลา เห็นกินเอาๆ ไม่เห็นว่าไม่เจริญอาหารตรงไหน' ผมตักข้าวใส่ปากแต่สายตายังจดจ้องที่หน้ามัน 
มันเบะปากใส่ผมแล้วก็ก้มหน้าลงกินข้าว 

'แล้วไหนว่ากินอะไรไม่ลง' ผมถามชานยอลที่กินข้าวจนกมดและกำลังรวบช้อนไว้ข้างๆจาน

'เรื่องของกูแน่ะ' มันพูดเสร็จก็รีบ ลุกเอาจานไปเก็บ ผมไม่รอช้าที่จะเดินตามชานยอลไปทันที 

'กินข้าวเสร็จแล้วจะไปไหนต่ออ่ะ' ผมถามมันที่กำลังกดน้ำเปล่ากินที่ตู้อยู่

'กูจะไปไหนก็เรื่องของกูสิ มึงกลับห้องไปเรียนต่อเหอะ' 

'ก็พี่อยากอยู่กับชานยอลอ่ะ' ผมพูดแล้วก็ยิ้ม ได้พูดแบบนี้กับชานยอลแล้วมีความสุขจนบอกไม่ถูก
ตอนแรกชานยอลเหมือนจะหลุดยิ้มแต่ก็รีบแสร้งพยายามตีหน้าขรึมๆต่อ

'จะอยากอยู่กับกูไปทำไม กูพูดกับมึงแรงๆแบบนี้ มึงยังชอบเหรอ ?' 

'ถ้าเป็นชานยอลคนนี้ พี่ไม่ถือ' ผมพูดแล้วก็ยื่นมือไปจับแก้มมันด้วยความหมั่นเขี้ยว มันรีบปัดมือผมทิ้ง
แล้วก็เอามือถูกแก้มตัวเองใหญ่เลย

'นี่ทั้งตัวกู มึงชอบจับแต่แก้มกูใช่มั๊ย'

'ก็ชอบทั้งตัวแหล่ะ ถ้ายอมให้จับทั้งตัวก็จะจับ'

'ไอ้บ้า' ชานยอลหันมามองหน้าผมคิ้วขมวด ดูไม่ค่อยชอบที่ผมพูดติดทะลึ่งแบบนั้น

'กูผู้ชายนะโว๊ย ไม่ใช่ผู้หญิงให้มึงมา ป้อใส่' ชานยอลพูดเสร็จก็สะบัดหน้าหนีไปทางอื่น 
ถ้าผมเข้าใจไม่ผิดอาการแบบนี้นี่เค้าเรียกกันว่างอนนะ

'ทำไม งอนเหรอ พี่พูดแค่นี้' 

'ไม่ได้งอนเว้ย กูผู้ชาย ไม่งอน ไม่ได้มีนิสัยแบบผู้หญิง โอเคป่าว' มันหันมาตะคอก แต่ดีกรี
ความกลัวอยู่ในระดับที่ไม่น่ากลัวเลย มั่นใจนะว่านั่นเรียกตะคอก

'เออ ไอ้ผู้ชายอกสามศอก อย่าเผลอไปชอบผู้ชายด้วยกันเข้าซะล่ะ' ผมพูดกับชานยอล เห็นท่าทาง
ของมันแล้วหมั่นไส้เสียเหลือเกิน

'ไม่มีวัน กูไม่ได้ชอบผู้ชาย เชอะ' พูดเสร็จมันก็เชิดหน้าหนีไป ริมฝีปากยื่นออกมาอย่างคนเอาแต่ใจ

ปากแข็งจริงๆ ไอ้เด็กนี่



เลิกเรียนแล้ว !!! ได้เวลาไปซ้อมดนตรี ผมรีบหยิบกระเป๋าถือคู่ใจเดินตัวปลิวออกจากห้อง อารมณ์ดี
ที่จะได้ไปซ้อมดนตรี ต่อ ผมเดินผิวปากออกมาจากห้องอย่างหลั่นล้า แต่ก็ต้องชะงักลงเมื่อมองลงไป
ข้างล่างตึก ผมเห็นอะไรบางอย่าง

ชานยอลกับเซฮุน 

ผมอยู่แค่ ชั้น 3 ผมเห็นทุกอย่างชัดเจนดี ภาพนั้นทำให้ผมรู้สึกเจ็บจี๊ดจนบอกไม่ถูก

หึ ...

ผมแค่นยิ้มแล้วก็ละสายตาออกจากภาพนั้น

ไม่ไปซ้อมดนตรีแล้วได้มั๊ย

.
.
.

'อ้าว คริส มาพอดีเลย มานี่หน่อยสิ อาจารย์มีเรื่องให้ช่วยนะ' ผมเดินเข้าไปในห้องดนตรีด้วยสภาพ
แห่งความ หงุดหงิด แต่ด้วยหน้าที่ที่ผมทิ้งไม่ได้เลยต้องบังคับฝืนใจให้ตัวเองมา

'ครับ' ผมเดินเข้าไปหาอาจารย์สอนดนตรีไทยที่ยืนอยู่กับชานยอล ผมมองหน้าชานยอลนิดเดียว
แล้วก็หันไปคุยกับอาจารย์ดนตรีไทยต่อ

ชานยอลหันมามองหน้าผมแปลกๆ คงเพราะสายตาผมดูเหวี่ยงๆล่ะมั๊ง ก็แน่ดิ อารมณ์เสียอีกแล้วแม่ง

เพราะมึงเลย วุ๊ !!!

'เนี่ย อาจารย์คิดว่าจะเพิ่มเพลงไปโชว์อีกเพลง เป็นเพลงที่เล่นระหว่างพักน่ะ ตอนช่วงที่แขกกิน
ข้าว อาจารย์เลยอยากเสนอว่าอยากจะเล่น เพลงหวานๆซักเพลง เอาให้เพราะๆ แล้วก็เติมดนตรี
สากลเข้าไปนิดๆให้ดูน่าสนใจ อาจารย์เลยจะให้ คริสเล่นกลองทอม[1] ส่วนชานยอลอาจารย์จะให้
เล่นซอด้วง[2] ไม่ได้เล่นนานใช่มั๊ยชานยอล เคาะสนิมซักหน่อยนะ อาจารย์ว่ามันต้องออกมาดี'

ชานยอลพยักหน้ารับ ผมเองก็เพิ่งรู้ว่าชานยอลมันเล่นซอด้วงได้ด้วย แต่ตอนนี้ผมไม่สนใจเรื่องนั้นหรอก
มองหน้าชานยอลตอนนี้แล้วผมอารมณ์ไม่ค่อยดี

'อาจารย์ใช้ให้เด็กไปยก กลองคองโกมาให้แล้ว เดี๋ยวมาเทียบเสียงกับกลองแขกหน่อยนะ อาจารย์เชื่อว่า
คริสคงได้แหล่ะ ไม่อยากหรอก คุยกับชานยอลไปก่อนนะ แล้วเดี๋ยวมาเริ่มซ้อมกัน'

อาจารย์ทิ้งให้ผมอยู่กับชานยอลสองคนอีกแล้ว ถ้าเป็นก่อนหน้านี้ผมคงดีใจ แต่วันนี้ผมว่ามันไม่ใช่ 
ผมไม่อยู่ในอารมณ์นั้นเลย 

'...' 

ผมกับชานยอลต่างมองหน้ากัน ชานยอลเองก็ดูอยากจะพูดอะไรบ้าง แต่มันก็ไม่ยอมพูด ส่วนผมตอนนี้
ไม่ต้องส่องกระจกก็รู้ว่ากำลังหน้าบูดเป็นตูด 

'เอ่อ คือ ...' ชานยอลพูดอะไรไม่ออก ใช่สิ มีแต่ผมคนเดียวนี่ที่เป็นคนเริ่มต้นคุยกับมันก่อนน่ะ
มันเคยจะชวนผมคุยก่อนซะที่ไหน

'ไว้ค่อยคุยกันนะ' ผมตัดบทการสนทนาไว้แค่นั้นก่อนจะเดินออกจากห้องไป ไม่ไหวอ่ะ มองหน้า
มันนานๆแล้วก็พาลน้ำตาจะไหล

ตกลงมึงจะเอายังไงกันแน่วะชานยอล กูเนี่ยไม่ไหวแล้วเนี่ย !!!!! TT



'คริส มานี่ๆ' อาจารย์ดนตรีไทยเรียกผมให้ไปนั่งข้างๆ หลังจากที่เครื่องดนตรีถูกยกเข้ามา กลองทอม
สีขาวตั้งอยู่ข้างๆเก้าอี้ตัวที่ชานยอลนั่งอยู่ มันถือซอด้วงอยู่ในมือ ส่วนอาจารย์นั่งเก้าอี้อีกตัวที่อยู่ฝั่งตรงข้าม
บนตักอาจารย์มี กลองแขกวางอยู่ ตัวหนึ่ง

'โอเค อาจารย์จะบอกก่อนนะว่า เพลงที่จะให้เราทั้งสองคนเล่นชื่อว่าเพลงลาวคำหอม[3] ซึ่งชานยอลเคยเล่น
มาแล้วเมื่อตอน ม.ต้น แต่คริสคงไม่ชินกับเพลงนี้เท่าไหร่ แต่เพลงนี้เป็นเพลงที่เพราะมากนะ หวานมากๆด้วย'

อาจารย์เริ่มอธิบายถึงความเป็นมาของเพลง ว่าเพลงนี้เป็นเพลงสำเนียงลาว จังหวะ 2 ชั้น [4]
ประพันธ์โดย พระยาประสานดุริยศัพท์ จากนั้นก็อธิบายว่าที่เลือกเพลงนี้เพราะเป็นเพลงที่ไพเราะ
และหวานมากนั่นเอง

'เพลงนี้นะ มีเนื้อร้องด้วย เนื้อหากล่าวโดยสรุปได้ประมาณว่า กำลังใฝ่หมายปองดอกฟ้า
เป็นเพลงที่พรรณนาถึงความรู้สึกแอบรักแอบชอบน่ะ' อาจารย์ดนตรีไทยอธิบาย จุดประสงค์
คงจะเพื่อให้พวกผมเล่นได้ถึงอารมณ์เพลงมากขึ้น

'โอเค เรามาเริ่มซ้อมกันเลยดีกว่า เอ้านี่คริส เดี๋ยวอาจารย์ตีจังหวะกลองแขกให้ฟังนะ
แล้วคริสก็เทียบกับเสียงของกลองทอมนะ ให้มันเท่ากัน หรือใกล้เคียงกันที่สุด'

ผมพยักหน้าเข้าใจว่า อาจารย์ต้องการให้ผมเล่นจังหวะกลองแขกประกอบดนตรีโดยใช้
กลองทอมแทน ถึงแม้ว่าเสียงจะไม่เท่ากันซะทั้งหมด แต่ก็มีความใกล้เคียงกันอยู่

'ทั่ม ติง ทั่ม ติง โจ๊ะ จ๊ะ อ่ะ ลองดู เสียงแรกจะต่ำสุด นะ แล้วไล่ขึ้นมา' ผมตั้งใจซ้อมเพลง
ด้วยความตั้งใจ พยายามเทียบเสียงกลองให้เท่ากันมากที่สุด เล่นไปเล่นมาแล้วก็สนุกดี
ผมต้องท่องจังหวะหน้าทับของกลองแขกเพื่อเล่นประกอบเพลงด้วย

'โอเค ทีนี้มาดูชานยอล ซอด้วงนี่เทียบเสียงมาหรือยัง' อาจารย์หันไปคุยกับชานยอลต่อ
สีหน้ามันดูหมองลงและไม่ค่อยมีชีวิตชีวา 

'เฮ้ย นั่น เคาะเสียง ซอล กับ เร ซิ' อาจารย์ดนตรีไทยหันไปหาเด็กเล่นระนาดที่นั่งอยู่ไม่ไกล
ให้เคาะ ซอล กับ เร ให้ฟังเพื่อเทียบเสียงซอด้วง จากนั้นไอ้ชานยอลก็ดึกคันชักออกมาเพื่อสีสาย
ของซอจนเกิดเสียง บิดลูกบิดปรับเสียงสองอันไปมาจนได้เสียงคีย์เดียวกันกับเสียงของระนาด

'ชานยอล โอเคนะ' อาจารย์ดนตรีไทยถามชานยอล มันก็พยักหน้าว่าไหว และพยายาม
เล่นเพลงต่อไป เสียงของซออู้ที่แหลมเล็กเริ่มดังกังวาลไปทั่วทั้งห้องดนตรีไทย ไพเราะจับจิต
และก็เจือความเศร้าอยู่ไม่ขาด

'โอเค วันนี้พอแค่นี้ก่อน กลับบ้านได้เลยนะ แล้วพรุ่งนี้มาซ้อมกันต่อ'อาจารย์ดนตรีไทยลุก
ออกไป แล้วก็ตามด้วยผม ชานยอลคว้ามือผมไว้แล้วกระตุกเบาๆ ผมหันหลับไปมองตามแรงดึงนั้น

'มึงเป็นอะไร' มันถามผม ผมส่ายหน้าแล้วก็ แกะมือมันออก เดินตรงไปหยิบกระเป๋าแล้ว
เดินออกจากห้องทันที ไม่อยู่รอกับพร้อมกับเด็ก ม.5 ในวงโย ไม่รอแม้กระทั่งชานยอล
ผมก็ไม่เข้าใจตัวเองว่าเป็นอะไร รู้แค่ว่าตอนนี้ มันเซ็งมากมาย ยังไงผมก็สะบัดภาพเมื่อตอนเย็น
ออกไปจากหัวไม่ได้ซักที

งอนอยู่นะ งอน

ถ้ารักกันจริงอย่างที่เขียนไว้ในไดอารี่ของตัวเองก็ตามมาง้อด้วย



TBC.


[1] กลองทอม พูดให้เข้าใจง่ายๆคือกลองที่ใช้เล่นตามกีฬาสีน่ะค่ะ
มีลักษณะเป็นทรงกระบอกยาว มีสองใบเล่นคู่กัน ดังภาพ กลองทอม

[2] ซอด้วง เป็นซอสองสาย มีเสียงแหลม ก้องกังวาน ลักษณะกระโหลกเสียงของซอด้วง
มีลักษณะเป็นทรงกระบอก ทำจากไม้จริงหรืองาช้าง มีคันบิดด้านบนเพื่อปรับเสียง ดังภาพ
ซอด้วง

[3] เพลงลาวคำหอม คลิกที่ลิงค์เพื่อฟัง เพลงบรรเลง เพลงประกอบเนื้อร้อง ประกอบละครสี่แผ่นดิน
ขับร้องโดย คุณ ปุ้ย ดวงพร พงศ์ผาสุก ค่ะ เป็นเพลงที่ไพเราะมากค่ะ คนแต่งเคยเล่นเพลงนี้ในงาน โรงเรียน เมื่อตอน ม.1
รู้สึกชอบมาก เพราะเป็นเพลงที่มีำทำนองไพเราะ หวานหยดย้อยมากมาย อร๊าย >< #เขิน


[4] จังหวะ 2 ชั้น ตามจังหวะของเพลงไทยเดิมแบ่งจังหวะออกเป็น จังหวะ 3 ชั้น
จังหวะ 2 ชั้น และ จังหวะ ชั้นเดียว ไล่ความเร็วตั้งแต่ ช้าสุด ปานกลาง และเร็ว ตามลำดับ

สปอยฟิค ตอนต่อไป

'พี่คริส อยู่กับไอ้ชานยอลป๊ะ ชานยอลมันไม่กลับบ้านอ่ะพี่'

'คริส มีคนมาตะโกนเรียกหน้าบ้านแน่ะลูก'

'ไอ้เชี่ยคริส ไอ้เลวววววววววววววววววว' 
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

374 ความคิดเห็น

  1. #369 Prae'w (@fanchan_ky) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 26 มีนาคม 2560 / 18:13
    ชานยอลกับเซฮุนทำอะไรกันทำไมพี่คริสถึงเป็นแบบนี้อ่าาาาา
    #369
    0
  2. #355 Printhida Klinkaewnarong (@rainbowky) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 14 สิงหาคม 2559 / 17:03
    พี่คริสเห็นอะไรง่ะ ชานยอลกับเซฮุนทำไรกัน งื้อออออ งอนน้องเค้าหนักมากเลยนะเนี่ย น้องใจเสียหมดแล้ว
    #355
    0
  3. #333 sbater (@songbow) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 4 ธันวาคม 2556 / 11:08
    ยอลซวยแล้ววยย พี่คริสงอน55555
    #333
    0
  4. #325 maynicha (@maydeephala) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 3 ตุลาคม 2556 / 02:22
    มุ้งมิ้งค์มากอ่ะ กรี๊ด
    #325
    0
  5. #310 HwangBoruem (@boruemmygang) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 23 มิถุนายน 2556 / 21:28
    เเหมมม
    พี่คริสขาาาา
    ถ้าจะสารภาพกันขนาดนี้นะ
    น้องยอลเขินตาย
    เเต่ว่า???
    พี่คริสเห็นอะไรอ่ะ
    ค่องนะๆTT
    #310
    0
  6. #296 sbater (@songbow) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2556 / 23:40
    คริสเจอไรอ่ะ?
    แหม๋ยอลแกแมนมากกกกกกกกเลยโนะ-0-?
    #296
    0
  7. #283 nan'sp nan (@nansp2) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2556 / 14:40

    พี่คริสเห็นยอลทำไรเนี่ย????

    #283
    0
  8. #271 Onlytop (@babymaryzii-top) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2556 / 23:19
    จันดารา!
    ว่าแต่อพค.มันเห็นอะไรแว้?????
    #271
    0
  9. #246 Parery_SuJuEXO (@paie) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 29 มีนาคม 2556 / 01:37
    สรุปพี่คริสไปเห็นอะไรมา = =
    #246
    0
  10. #199 zeebel (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 3 มีนาคม 2556 / 20:01
    ฮ่าๆๆๆ ฮาพี่เยจิน แลดูจะเชียร์น้องเขยมาก

    พี่เยจินสาววายป่ะเนี่ย คิคิคิคิ

    'ความรักของผมคือชานยอล'น้ำเน่ามากพี่คริสเอ๊ย!!

    เขินแทนชานยอล

    แล้วนั่นพี่คริสเห็นอะไรหว่า

    น้องชานยอลรีบไปง้อพี่คริสด่วนๆเลยนะคะ
    #199
    0
  11. #183 thetist--? (@eveyoyo) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2556 / 18:37
    พี่คริสไปเห็นอะไรเข้าเนี่ย

    น้องยอลเคลียร์ด่วนเลย! -3-
    #183
    0
  12. #88 YelliE (@yellie0627) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 23 มกราคม 2556 / 01:50
    ตอนที่พี่คริสกำลังเอาผ้าเช็ดหลังให้น้องยอล อยู่ดีดีก็นึกถึงประโยค 'จัน...ไปเอาน้ำแข็งมาถูหลังฉั๊นซิ' ขึ้นมา 555555
    พี่คริสน่ารักมากกกก ซักผ้าให้น้องยอลด้วยอ่าาา โอ๊ยยย ผช แบบนี้ หาได้ที่ไหนเนี่ยยยย
    ส่วนพี่เยจินก็แลดูจะรู้ใจน้องชายมากจริงๆ ทำตามที่พี่สาวบอกเลยน้องยอล อิอิ

    คาบแนะแนวฮามากกกกก ฮาเด็ก ม.4 เมื่อพูดถึงความรัก คิดถึงหนังโป๊ 555555555
    ส่วนพี่คริสก็น้ำเน่าชะมัด ความรักของผมคือชานยอล (ขออ้วกแป๊ป 55555)
    เลี่ยนเว่อวีวา แอร๊ยยย เขิลแทนน้องยอลลลลล ^\\\\\\\\\^ *ลงไปดิ้นบนพื้นห้องนอน*

    อยากรู้จัง พี่คริสเห็นน้องยอลกะเซฮุนทำอะไรรรรรรรร
    เล่นเอาซะพี่คริสงอนเลยอ่าาาา ไม่ธรรมดานะเนี่ยยย
    #88
    0
  13. #60 LOvE ChuN-Lun 4EVER (@thanna) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 20 มกราคม 2556 / 02:11
    กรี๊ด ชานยอลสีซอด้วง  ชอบอ่ะ เพลงหวานอีกต่างหาก  รีบง้อพี่คริสด้วยนะ งอนไปแล้ว
    #60
    0
  14. #59 Jane (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 20 มกราคม 2556 / 00:38
    เห็นอะไรอะพี่คริสสสสสส ไม่ยอมบอกคนอ่านเล๊ยยยน



    ไรเตอร์อัพไวๆน้าาาาา

    อยากเห็นคนเขาง้อกัน >
    #59
    0
  15. #58 happy-n1O ' (@ranna_taji) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 19 มกราคม 2556 / 14:08
    รี้ดด้ขิลโค่ดดชอบจังเลยเรื่องนี้ ฮืออ
    มาต่อไวไวน่ะ น้องไปดักรอหน้าบ้านแน่ๆๆๆ อพคเตรียมตัวเหอะะะ

    ปล เราว่าเราต้องเสียตังกับฟิคนี้แง่มๆๆ ><
    #58
    0
  16. #57 PaRaNPaRK1004 (@spy_thailand) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 19 มกราคม 2556 / 02:59
    เขินตอนสัมฯพี่คริสตอนคาบแนะแนวอ่า

    พี่คริสเห็นอะไรหว่า

    ปล.เค้าชอบซออู้มากกว่า เสียงทุ้มๆเหมาะกับเพลงซึ้งๆดี
    #57
    0
  17. #56 ชานมไข่มุก (@pairloveprin) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 18 มกราคม 2556 / 22:05
    รู้สึกว่าพี่เยจิน จะเห่อว่าที่น้องเขยมากนะคะ
    #56
    0
  18. #55 fasai_sky (@skyfapim) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 18 มกราคม 2556 / 21:10
    โอยย แอบฮาพี่เยจิน พี่แกดูกรี้ดกร๊าดคริสยอลมาก
    พี่เป็นสาววายป่ะเนี่ย 5555555

    เขินตอนพี่คริสบอกว่า'ความรักของผมคือชานยอล'มากก
    โอย ต่อหน้าคนตั้งเยอะ ฮืออ เขินแทน ><

    แล้วนี่พี่คริสไปเห็นยอลทำอะไรล่ะเนี่ย ถึงได้หน้าบูดแล้วงอนใส่ยอลขนาดนั้น
    แหม่ะ กำลังหวานๆ(?)กันอยู่แล้วเชียว งื่อ
    ยัยปารค์รีบไปง้อเลยนะ -.-
    #55
    0