[FIC] ::: Love Percussion ::: [KrisYeol]

ตอนที่ 8 : ::: ~ [Part 7] ~ :::

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,091
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    12 ม.ค. 56


Kris Part
 
วันนี้เป็นเช้าวันศุกร์ แต่ผมไม่สุขเลยแม้แต่นิด ตื่นก็สายเพราะเพิ่งผล็อยหลับไป
ตอน ตี 4 นี่เอง ตื่นมาอีกที 8 โมงกว่าแล้ว ตาลีตาเหลือกลุกออกจากเตียงเข้า
ห้องน้ำแทบไม่ทัน รีบวิ่งลงบันไดมาจะใส่รองเท้า ก็พลันนึกขึ้นได้ว่า รองเท้าหนัง
ผมอยู่ที่ชานยอล ...
 
ป่านนี้ชานยอลคงไปถึงโรงเรียนแล้ว นี่มันยังโกรธผมอยู่หรือเปล่า...
 
 
ผมเดินเข้าไปเรียนพร้อมกับรองเท้าผ้าใบสีขาวด้วยสภาพย่ำแย่เหลือทน เย็นนี้ผมก็ไม่ได้ไป
ซ้อมดนตรีไทยด้วย เพราะต้องไปคุมพวกเด็กเครื่องเป่าซ้อมวงโยวันนึง อดไปเจอชานยอล
ที่ห้องดนตรีไทยอีก แล้วทีนี้ผมจะได้ขอโทษมันตอนไหนล่ะเนี่ย ถ้าให้ผมรอถึงวันจันทร์นะ 
ผมต้องหงุดหงิดตายแน่ๆ
 
 
'พี่คริสครับ จะเริ่มซ้อมเลยมั๊ยครับ' 
 
'เออ ซ้อม!!!' 
 
จนเวลาล่วงเลยมาตอนเย็น ผมก็ยังไม่เจอมัน ที่โรงอาหารก็ไม่เจอ พอจะตามไปที่ห้อง
ผมก็ดันโดนมาสเซอร์สอนภาษาเรียกตัวไปคุยด้วยอีก เออ ให้มันได้อย่างนี้นะ
วันนี้ผมเลยโคตรหงุดหงิด เมื่อกี้ไอ้เด็กในวงโยก็โดนผมเหวี่ยงไปทีนึง ดูท่าวันนี้
เด็กในวงโยคงได้เจอกับนรก
 
'เงียบดิ๊ หยุดพูดได้และ รีบจัดแถว อย่าให้ต้องพูดมาก' การซ้อมวงโยเป็นไปด้วยบรรยากาศ
อึมครึมผมก็รู้ดีว่าตอนนี้มันเป็นแบบนั้น แต่ผมหงุดหงิดมากจนมองเห็นอะไรก็อารมณ์ไม่ดีไปซะหมด
 
'กูไม่มาคุมแค่ไม่กี่วัน ทำไมมันเละเทะแบบนี้วะ เป่าก็แย่ เดินก็แย่ ระเบียบมันหายไปไหนหมด'
เด็กวงโยทั้งวงโดนผมเหวี่ยงไปอีกรอบ หลังจากที่โดนก่อนหน้านี้ไปแล้วหลายดอก
 
'พอ หยุด วางเครื่อง ไปคนละ 5 รอบ เร็วๆเลย รีบไป วิ่ง !!!' ผมตะโกนสั่งเสียงดัง
ลั่นโถง จนเด็กที่วิ่งเล่นอยู่แถวนั้นหันมามองเป็นตาเดียว ไม่ใช่ว่าผมจะสั่งเด็กวงโยวิ่งทุกวัน
จะเป็นแบบนี้ก็ต่อเมื่อ ใกล้แข่งขันวันสำคัญ เพื่อเป็นการเข้มงวดกับน้อง แต่ช่วงนี้ แข่งก็ไม่มี
ไม่ได้มีงานสำคัญอะไรด้วย แต่ผมดันสั่งวิ่ง นี่ผมก็ยังไม่เข้าใจตัวเองเลย ว่าผมสั่งทำไม
แต่ตอนนี้มองอะไรก็ดูแย่ ดูหงุดหงิดไปทุกอย่างเลย
 
ผมยืนดูไอ้เด็ก วงโย วิ่งไปได้ 2 รอบก็เริ่มทนไม่ไหว ต้องตะโกนให้พวกมันมายืนรวมกัน
เหมือนเดิม 
 
'พอ!! หยุด !! กลับมาตั้งแถวแบบเดิม เร็ว อย่ามัวอืดอาด วิ่งสิโว๊ย'
 
'เฮ้ย มึง มายืนคุมเพื่อนซ้อมกันไปเองก่อน พอ 6 โมงเย็นก็เลิกตามปกตินะ กูไปและ'
ผมเรียกเด็กคนหนึ่งในวงโยออกมาสั่ง แล้วก็เดินออกจากตรงนั้น ดิ่งไปที่ห้องดนตรีไทย
 
ผมเปิดประตูห้องดนตรีไทยเข้าไปก็เห็น ทุกคนนั่งอยู่พร้อมเพรียง ชานยอลนั่งอยู่ประจำที่
ตรงเปิงมางเช่นเดิม มันหันมาสบตากับผมพอดีทันทีที่ผมก้าวขาเข้าไปยืนในห้อง จากนั้น
มันก็สะบัดหน้าหนีไปเลย
 
'อ้าว คริส วันนี้ต้องไปคุมเด็กข้างล่างไม่ใช่เหรอ' อาจารย์ดนตรีไทยที่นั่งอยู่หน้าห้อง
ทักผมขึ้นทันที่ที่เห็นหน้าผม
 
'สวัสดีครับอาจารย์ คือผมฝากคนอื่นคุมแทนแล้วครับ' ผมยกมือไหว้อาจารย์ แล้วก็เดิน
เข้าไปนั่งตรงที่ประจำของตัวเอง หยิบกลองสแนร์ที่วางอยู่กับพื้น ออกมาตั้งติดกับขาแล้วลาก
เก้าอี้มานั่งตรงที่เดิมที่เคยนั่ง ข้างๆเปิงมางที่ตั้งอยู่ห่างไปไม่ถึงเมตร มันไม่ยอมหันมาทาง
ที่ผมนั่งเลยสักกะนิด
 
อาาา เจ็บหัวใจจัง
 
'อ้าว โอเค ไปพักได้ เดี๋ยวค่อยกลับมาซ้อมอีกรอบ' หลังจากซ้อมเพลงกันไปอีกสองรอบ
อาจารย์ดนตรีก็ปล่อยไปพัก ชานยอลลุกออกจากเปิงมางทำท่าจะเดินออกจากห้อง ผมที่เห็น
แบบนั้นเลยรีบพุ่งเอาตัวไปขวางไว้ มันมองหน้าผมทีนึงแล้วก็เดินกระแทกไหล่ผมออกจาก
ห้องไปเลย 
 
 
'ชานยอล มาคุยกันก่อนสิ' ผมเดินตามมันออกมาจากห้องดนตรีไทย มันเดินออกไปทั้งๆ
ที่ยังไม่ใส่รองเท้า ดูแล้วเดินไปแบบไม่มีจุดหมาย ออกแนวจะหนีผมให้พ้นมากกว่า 
 
'ชานยอล รอก่อน' มันเดินไปเรื่อยๆแล้วก็วนกลับมาที่ห้องดนตรีไทยเหมือนเดิม
ผมรีบเดินตามมันเข้าไปในห้อง หายใจหอบนิดหน่อยด้วยความเหนื่อย ก็มันเล่นเดินขึ้น
เดินลง แล้วก็วนกลับมาที่เดิม ผมเรียกยังไงก็ไม่หัน พอผมวิ่งไปขวางทางมัน มันก็เดิน
กระแทกไหล่ผมไป เห็นผมเป็นธาตุอากาศไปซะงั้น
 
 
ชานยอลยังคงไม่ตอบ มันมองหน้าผมนิ่งๆ แล้วเดินไปหยิบถุงพลาสติกที่วางอยู่ข้างหลังเปิงมาง
มาโยนใส่หน้าผมอย่างแรง  ผมแกะถุงพลาสติกดูก็พบว่าข้างในเป็นรองเท้าหนังสีดำที่ผมให้มันยืม
ไปเมื่อวาน
 
 
'ขอโทษ!!!' ผมเอื้อมมือไปคว้าแขนชานยอลมา จับตัวมันกระแทกเข้ากับผนัง แล้ว
ตะโกนใส่หน้ามัน ท่ามกลางทุกสายตาของเด็กในห้องดนตรีไทย ชานยอลพยายามผลักมือผมออก
ริมฝีปากเม้มเข้าหากันแน่น มันจิกเล็บลงบนแขนผมแน่น ปากมันเริ่มขยับคล้ายว่าอยากพูดอะไรบางอย่าง
แต่อาจารย์ดนตรีไทยเดินเข้ามาในห้องพอดี
 
'อ้าว เล่นอะไรกัน ไปเร็ว ซ้อมต่อ' ผมปล่อยตัวชานยอลให้เป็นอิสระ เดินไปประจำที่เครื่องดนตรี
อย่างจำยอม ชานยอลกลับไปนั่งหน้าเครียดอีกรอบ บรรยากาศรอบๆตัวผมเข้าสู่ความตึงเครียดอีกครั้ง
 
'เดี๋ยวๆ หยุด ชานยอล ทำไมเล่นแข็งจัง เมื่อวานยังเล่นได้อยู่เลยนะ' อาจารย์ดนตรีไทยพูดขัดจังหวะ
การเดี่ยวเปิงมางของชานยอลไว้ก่อน เมื่อเห็นว่า ชานยอลเล่นผิดเพี้ยนไปจากจังหวะที่เคยซ้อมเอาไว้
วันนี้ชานยอลดูเกร็งๆกับการเล่น สะบัดมือได้ไม่พริ้วเหมือนเดิม 
 
'ขอโทษครับ' ชานยอลพูดเสียงค่อย สีหน้าดูอ่อนเพลีย ขยับเขยื้อนตัวเหมือนคนไม่มีแรง
นี่มันเป็นอะไรหรือเปล่า น้องเป็นแบบนี้เพราะผมหรือเปล่า 
 
ผมเฝ้ามองชานยอลด้วยความเป็นห่วง ช่วงที่ยังไม่ถึงการเล่นของมัน มันก็เอาแต่นั่งก้มหน้า
ผิดกับปกติที่ต้องชวนไอ้เด็กที่นั่งอยู่ข้างๆคุยเล่นรอเวลาโชว์ฝีมือ
 
'อ้าว โอเค วันนี้พอแค่นี้ก่อน เจอกันอาทิตย์หน้านะ คริส กับ ชานยอล อาจารย์ขอคุยด้วยเดี๋ยวสิ'
 
อาจารย์ดนตรีไทยเรียกผมกับชานยอลเข้าไปคุยในห้องเล็ก ชานยอลเดินนำหน้าผมเข้าไปก่อน 
แล้วผมก็เดินตามเข้าไปเงียบๆ เข้ามาเสร็จ อาจารย์ดนตรีไทยก็รอปิดประตูแล้วเริ่มต้นคุยทันที
 
'อาจารย์ขอพูดเลยนะ อาจารย์ไม่ว่า ถ้าพวกเธอจะจีบกัน รักกัน ชอบพอกัน อันนั้นเป็นเรื่องส่วนตัว'
 
อาจารย์ดนตรีไทยเว้นระยะนิดหนึ่งก่อนจะเริ่มพูดต่อ
 
'อาจารย์ไม่รู้หรอกนะว่าพวกเธอน่ะไปถึงขั้นไหนกันแล้ว แต่ดูเหมือนว่าตอนนี้พวกเธอทั้งสองคน
กำลังมีเรื่องผิดใจกันอยู่ อาจารย์มองออกนะ' 
 
ผมกับชานยอลเหล่มองกันพอประมาณก่อนจะก้มหน้ารับความผิดต่อ
 
'และพวกเธอก็เห็น พวกเธอเป็นนักดนตรี เธอรู้ดีว่ามันมีผลกับการเล่นดนตรี วันนี้ชานยอลเล่น
เกร็งมาก ส่วนคริสก็เล่นด้วยความซึม ทั้งๆที่เพลงนี้เป็นเพลงสนุกแท้ๆ'
 
'อาจารย์ขอเลยนะ รีบไปเคลียร์กันซะ แล้วอย่าให้เกิดอะไรแบบนี้ขึ้นอีก อาจารย์ขอแหล่ะ'
อาจารย์พูดเสร็จก็เดินออกจากห้องไป ปล่อยให้ผมกับชานยอลยืนอยู่ในห้องกันสองคน
ไอ้ชานยอลทำท่าจะเดินออกจากห้อง แต่ผมคว้ามือมันไว้ก่อน แปลกที่มันไม่ดิ้นซักนิด
มันเป็นอะไรไปเนี่ย ผมไม่เข้าใจมันเลย จะพูดอะไรซักคำก็ไม่มี
 
'ขอโทษ' ผมเองก็ไม่รู้จะพูดอะไรไปได้มากกว่านี้ ถ้าผมรู้ว่าทุกอย่างจะกลายเป็นแบบนี้
ผมจะไม่มีวันทำแบบที่ผมทำไปเมื่อวานแน่นอน
 
'ขอโทษทำไม มึงไม่ผิด' 
 
มันพูดเสร็จก็แกะมือผมออกแล้วเดินออกจากห้องไป
 
ผมเดินตามมันออกจากห้อง เดินตามมันไปเรื่อยๆ พร้อมกับพูดคำว่า ขอโทษไปตลอดทาง นักเรียน
ที่ยังอยู่ในโรงเรียนก็มองมาที่ผมกับชานยอลเป็นตาเดียว แต่ผมไม่แคร์ ผมจะตื๊อขอโทษมันไป
แบบนี้แหล่ะ จนกว่ามันจะยกโทษให้ผมอ่ะ 
 
 
'ชานยอล หันมาคุยกันก่อนสิ' ผมเดินตามมันออกไปที่ป้ายรถเมล์ ผมยังคงพูดกับมันด้วยคำเดิมๆ 
และชานยอลก็ไม่มีปฏิกิริยาตอบรับอะไรเลย
 
 
'ขอโทษ!!!' ผมทรุดตัวลงคุกเข่ากับพื้น ท่ามกลางนักเรียนโรงเรียนผมที่ยืนรอรถเมล์กันเนืองแน่น 
ที่ผมทำมันบ้ามาก ผมว่าผมต้องบ้าไปแล้วแน่ๆ ที่ทำแบบนี้ แต่ผม ไม่รู้จะทำยังไงดีแล้ว
 
 
'มึงทำบ้าอะไรเนี่ย ลุกขึ้น' มันก้มลงมาพูดกับผม เอื้อมมือมาดึงให้ผมให้ลุกขึ้น เด็กนักเรียนที่ยืนอยู่
ที่เห็นผมคุกเข่าลงกับพื้นก็ส่งเสียงโห่กันใหญ่ แต่ผมไม่สนใจหรอก อยากโห่ ก็โห่ไป กูกำลังง้อคน
 
ผมยอมลุกขึ้น ปัดเศษฝุ่นที่เข่าตัวเองออกแล้วก็ยิ้มให้มัน มันมองหน้าผมแบบโกรธๆ พอเห็นว่าผมยิ้มให้
ก็สะบัดหน้าหนี โธ่ ยังไม่หายงอนอีกเหรอ
 
'หายโกรธแล้วใช่มั๊ยอ่ะ ขอโทษนะ ขอโทษ ไม่ได้ตั้งใจ ที่หอมแก้ม ...'
 
'หยุด อย่าพูด' มันหันมาตะคอกใส่ผม ผมเลยได้แต่ทำหน้าเจี๋ยมเจี้ยมตามที่มันสั่ง รถเมล์สาย
ที่ผ่านหน้าบ้านก็แลนเข้ามาจอดพอดี ผมเลยขึ้นรถเมล์ตามมันไป ยืนอยู่ข้างๆมันแบบนั้น
พยายามกระเซ้าเย้าแหย่มันนิดๆหน่อยๆ มันก็เหล่หางตามาเฉยๆแต่ยังไม่ยอมพูดอะไรเพิ่ม
 
พอลงรถเมล์ปุ๊ปมันก็โบกมอไซค์รับจ้างเข้าบ้านไปเลย ครั้นจะตามไปก็คงไม่ทันแล้ว
 
เฮ้อ ! ผมถอนหายใจออกมา ยืนทำหน้าเซ็งๆมองชานยอลนั่งรถมอไซค์เข้าซอยบ้านไป 
นี่กว่าผมจะเจอมันอีกก็วันจันทร์หน้า 
 
หรือว่าเสาร์อาทิตย์นี้ผมควรจะ แวะไปหามันที่บ้านซักนิดดี
 
 
 
 
Chanyeol Part
 
 
สับสน สับสน สับสน สับสน สับสนมากๆ 
 
นี่มันเกิดอะไรขึ้นกับผม ชีวิตผมที่เคยปกติดีมีสุขมาทุกอย่าง แต่ในระยะเวลาเพียงไม่ถึงอาทิตย์
 
นี่กี่วันเอง 5 วันเองมั๊ง !!!
 
นี่มันทำให้ผมเปลี่ยนไปขนาดนี้เลยเหรอ
 
หลังจากผมตาลีตาเหลือกกลับมาหาไอ้ครนิสที่โรงเรียนตามคำสัญญา ผมก็เจอมัน แล้วตอนนั้น
ผมไม่รู้เลยว่า มันยังอยู่ตรงนั้น อยู่ไม่ไกลจากผมเลย ผมที่หลงคิดว่ามันกลับไปแล้วตะโกน
ด่ามันลั่นโรงเรียนเลย แล้วจู่ๆผมก็ได้ยินเสียงใครบางคนดังมาจากข้างหลัง
 
ไม่รู้ว่าด้วยจิตสำนึกภายในที่พอยังจะมีต่อคนเป็นพี่บ้างหรืออะไร ...
 
ผมดันเผลอเรียกมันว่า 
 
'พี่คริส'
 
 
โอเค !! ยอมรับ มันก็อายุมากกว่าผม เป็นรุ่นพี่ที่ถ้าไม่นับเรื่อง ... ที่ผมเคยเกลียดมัน
มันก็เป็นรุ่นพี่ที่น่าเคารพคนหนึ่งนะ พักหลังๆผมคุยกับเซฮุนเรื่องไอ้คริสมันบ่อยมาก
บ่อยจนทุกคนทัก ถามมันไปเรื่อย ถามจนเซฮุนรำคาญ ผมถามเยอะมาก จนเซฮุนบอกว่า
 
'มึงชอบพี่เค้า อยากคุยกับพี่เค้า มึงก็ไปคุยกับเค้าเองดิ'
 
 
อะไร ผมชอบไอ้คริสตรงไหน ไม่ได้ชอบ เลยนะ ไม่ได้ชอบ !!!
 
ไม่ได้ชอบจริงๆ T///////T
 
 
วันนั้นพอมันเห็นว่าผมมาแล้ว มันก็เดินเข้ามาประชิดตัวผม สายตาที่มองมานี่เล่นเอาผมไม่กลับขยับ
มันเดินเข้ามาชิดมาก ตอนแรกมันยกมือคล้ายจะโอบผม แต่แล้วมันก็เปลี่ยนมาเป็นลูบหัวผมแทน
พอผมตั้งสติได้ผมก็ผลักมันกระเด็น
 
บ้า ไอ้บ้า !!! มาลูบหัวคนอื่น หวั่นไหวนะโว๊ย
 
 
แถมมันยังกลับไปหยิบรองเท้าที่ผมปาไปขึ้นมาอีก ผมกลัวจะรู้ว่าผมซื้อรองเท้ามาให้มัน ผมเลยวิ่ง
ไปคว้าเอาไว้ ยื้อไปยื้อมา ถุงรองเท้าขาด มันเลยเห็นว่าผมซื้อรองเท้ามา แล้วผมก็นึกได้พอดีว่า
ผมใส่รองเท้าไอ้คริสอยู่ เออ ทำไมผมเพิ่งนึกได้วะ แทนที่ผมจะถอดรองเท้าคืนไอ้คริสไป แล้ว
ใส่รองเท้าแตะแทน แต่พอผมจะถอดรองเท้าออก มันก็ห้ามผมไว้ ผล้วบอกว่ามันจะใส่รองเท้าแตะแทน
 
'ของขวัญชิ้นแรกที่ได้จากชานยอลคือรองเท้าแตะ'
 
แหม่ โรแมนติคไปนะ ของขวัญชิ้นแรกเป็นรองเท้าแตะ 
งั้นของขวัญชิ้นแรกที่ผมได้จากคริส คือ เงินในโทรศัพท์ป๊ะ
 
ไม่สิ น่าจะเป็นอ้อมกอดครั้งแรกนั้นมากกว่า
 
ไม่สิ ไม่ใช่ เฮ้ย ผมคิดอะไรของผมอยู่ล่ะเนี่ย  !!!
 
 
หลังจากนั้นผมก็เดินออกจากโรงเรียนมาพร้อมกับมัน เดินกันไปเรื่อยๆจนถึงป้ายรถเมล์
ตอนแรกมันชวนผมไปหาไรกิน แต่ผมไม่อยากไปกิน แต่อยู่ดีๆผมก้ได้ยินเสียอะไรบางอย่าง
 
อยู่ดีๆมันก็มาร้องเพลงข้างๆหูผม ไอ้บ้า แล้วมันก็ร้องดังขึ้นๆ จนคนหันมามอง
 
อะไรของมึ๊ง !!! สุดท้ายผมก็ยอมไปเดินหาไรกินกับมันก่อนกลับบ้าน กินไปกินมา
มันก็ชวนผมคุย อยู่ดีๆมันก็ถามผมว่า เคยมีแฟนมั๊ย ผมก็ตอบไปว่ามี ...
 
แต่เอาจริงๆป๊ะ ผมเคยมีแฟนจริงๆ แต่มันคือการเป็นแฟนกันแค่วันเดียว
 
จำรุ่นพี่ผู้หญิงต่างโรงเรียนที่ผมแอบชอบได้มั๊ย ตอนวันเกิดของผม ผมเคยขอของขวัญ
จากพี่เค้าด้วยการเป็นแฟนกัน 1 วัน 
 
เป็นวันที่ผมมีความสุขมากที่สุดวันหนึ่งในชีวิตเลยนะ ><
 
แต่ตอนนี้ชานยอลโสดสนิทศิษย์ส่ายหน้ามากๆ ไม่เคยจีบใคร แล้วก็ไม่มีใครมาจีบ
จนมาเจอไอ้พี่คริสเนี่ยแหล่ะ !!!
 
พอระหว่างทางกลับบ้าน ผมไม่พูดกับมันลย มันสะกิดยังไงผมก็ไม่ยอมหัน
มันคงคิดว่าผมโกรธมันอยู่ แต่ที่จริงแล้ว ผมเขิน จนไม่กล้าหันไปสบสายตามันต่างหาก
 
ในใจผมเริ่มสับสน สับสนว่ากำลังคิดอะไรอยู่ จนเมื่อเดินไปจนใกล้จะถึงบ้านผม
อยู่ดีๆผมก็อยากถามอะไรมันบางอย่าง
 
 
'นี่มึงชอบกูจริงๆเหรอ' ผมก็ไม่รู้ว่าทำไมผมถึงถาม คงเป็นเพราะความอัดอั้นของผม
ที่เก็บสะสมมาหลายวัน หลายวัน แค่ สี่ห้าวันเนี่ยแหล่ะ แม่ ง (พูดแล้วโมโห)
 
'เออ ชอบ ตอนแรกชอบไม่มาก แต่ตอนนี้ชอบมากเลย ก็ไม่รู้ว่าจะเร็วไปมั๊ย ถ้าจะบอกว่า
อยากได้ชานยอลเป็นแฟน'
 
ทันทีที่ผมได้ยินประโยคนี้ผมถึงกับเข่าอ่อน เป็นแฟน แฟนงั้นเหรอ นี่มันเกิดอะไรขึ้น
อยู่ดีๆผมก็มีผู้ชายมาจีบ มีผู้ชายอยากมาเป็นแฟนด้วย คิดดูสิ 16 ปีที่ผ่านมา
ผมคือเด็กผู้ชาย ที่ชอบผู้หญิงมาตลอด แล้วอยู่ดีๆวันหนึ่ง
 
อยู่ดีๆวันหนึ่ง ผมก็ดันหวั่นไหวกับผู้ชายด้วยกันเอง อยู่ดีๆผมก็ดันจะหลงรักผู้ชายด้วยกันเอง
 
ใช่ ผมกำลังหลงรักไอ้คริส ผู้ชายที่ผมเคยเกลียดมาตลอด แล้วอยู่ดีๆผมก็เปลี่ยนใจมารักมัน
ผมไม่อยากจะยอมรับความรู้สึกตัวเองเลย แต่ความรู้สึกของผมกับมันที่มีอยู่ตอนนี้
มันบอกไปในทางเดียวกันว่า ผมก็มีความรู้สึกดีๆกับมัน 
 
ตั้งแต่วันที่ผมเจอมัน จนวันที่ผมร้องไห้ต่อหน้ามัน จนเหตุการณ์ล่าสุดที่มันหอมแก้มผม 
เป็นจุมพิตที่แก้มที่ทำให้ผมเห็นภาพต่างๆชัดเจนมากขึ้น
 
มันโน้มตัวเอาจมูกเข้ามาชนกับแก้มของผมในคราวแรก ลมหายใจร้อนๆนั่นแทบจะทำ
ให้แก้มผมแทบละลาย จากนั้นก็เปลี่ยนเป็นเนื้อนุ่มๆจากปากของมันแทน มันอุ่น
อุ่นจนบอกไม่ถูก ผมกำชายเสื้อมันแน่น เพื่อระบายความรู้สึกที่ไหลวนอยู่ในตัวผมออกไป
แต่มันไม่หายไป จนไอ้คริสถอยห่างออกไปมันก็ยังไม่ออกไป 
 
ผมว่า ผมคงห้ามความรู้สึกตัวเองไม่ได้แล้วจริงๆ 
 
ผมโกรธ โกรธมันมาก โกรธที่ทำให้ผมเป็นแบบนี้ โกรธที่ทำให้ผมรู้สึกสับสนแบบนี้
โกรธตัวเองที่เป็นแบบนี้ โกรธที่เผลอไปชอบมันซะได้ 
 
วันต่อมาผมไม่ได้เจอกับมันเลย จนกระทั่งตอนเย็นผมเห็นมันเดินเข้ามาในห้องดนตรีไทย
ผมไม่ปฏิเสธว่าหัวใจผมมันพองโตขึ้น แต่ผมก็ยังโกรธมันอยู่ ก็ไม่รู้เหมือนกันสิ (.___.)
 
และสิ่งเดียวที่มันพูดกับผมในวันนี้คือ 'ขอโทษ'
 
อาาา ผมหวั่นไหวกับคำพูดนั้นเหลือเกิน อยากจะยกโทษให้มันเต็มที่ แต่อีกด้านหนึ่งของ
ความคิดสั่งให้ผมใจแข็งไว้ก่อน
 
จนพอเลิกซ้อมดนตรีเสร็จ มันก็เดินตามผมมาที่ป้ายรถเมล์ แถมยังคุกเข่าขอโทษผมอีก
เห็นแบบนั้นแล้วผมก็ใจอ่อน อยากจะบอกมันว่าผมไม่โกรธอะไรแล้ว แต่ที่ผมยังไม่คุยกับมัน
เพราะผมกลัวว่าจะหลุดความในใจออกไปมากกว่า
 
ชานยอลน้า ชานยอล ทำไมถึงได้ ... 
 
 
'แม่ครับ มียาพาราบ้างป๊ะ ผมเหมือนจะเป็นไข้ยังไงก็ไม่รู้' หลังจากผมกินข้าวเย็นที่บ้านจนอิ่มแปร้
ผมก็ร้องขอยาไก้ไข้จากแม่ ผมปวดหัว ครั่นเนื้อครั่นตัวเหมือนจะเป็นไข้
 
'มีๆ รอก่อนนะ เดี๋ยวแม่ไปหยิบให้' แม่ผมลุกจากโต๊ะกับข้าวไปค้นกล่องในตู้เก็บของ
แล้วส่งแผงยาสีขาวมาให้ผมแผงหนึ่ง 
 
'กินซะนะ สองเม็ด แล้วรีบขึ้นไปนอนปะ' แม่ลูบหัวผมสองสามที ผมยิ้มให้แม่แล้วก็วิ่งขึ้นบันได้
ไปที่ห้องนอน หยิบขวดน้ำข้างๆเตียงขึ้นมากินยาแล้วล้มตัวลงบนที่นอน แต่ก็ไม่ลืมที่จะ
คว้าเอาไดอารี่ในลิ้นชักออกมาเขียนก่อนนอน บันทึกความรู้สึกของตัวเองลงไปทั้งหมด
เขียนคำว่า 'ไอ้บ้าคริส' ตัวโตๆ แล้วตามด้วยอิโมร้องไห้หน้าแดงกำกับลงไป 
ย้อนกลับไปดูหน้าเก่าๆของตัวเองที่เขียนไว้เมื่อ 3 วันก่อน ก็เพิ่งสังเกตว่ามันมีแต่คำว่า
 
'คริส'
 
แล้วก็ร่วมด้วย ไอ้บ้า ไอ้เชี่ ย ไอ้ห่ า ไอ้ตุ๊ด ยาวยัน ทำอะไรอ่อนโยนเป็นด้วยเหรอคนอย่างมึง
ยัน รองเท้ามึงใส่สบายดีนะ  ยัน มาหอมแก้มกูทำไม คิดว่ากูเขินมั๊ย 
มุมข้างล่างของหน้าหนึ่งเป็น กรอบสี่เหลี่ยมเล็กๆที่ผมวาดไว้ ข้างในเป็นเนื้อเพลง เพลงหนึ่ง
ที่ไอ้คริสร้องให้ผมฟัง ตอนชวนไปหาอะไรกินด้วยกัน ไอ้พวกเพื่อนในห้องชอบ
ร้องเพลงนี้กันในห้อง ผมไม่เคยชอบเลย สงสัยว่ามันเพราะตรงไหน 
จนแม่ ง ไอ้คริสมาร้องให้ผมฟังเนี่ยแหล่ะ เนื้อเพลงมันก็วนอยู่ในหัวของผม
 
'อยู่ต่อเลยได้มั๊ย อย่าเพิ่งปล่อยให้ตัวพี่คริสไป ชานยอลก็รู้ว่าหัวใจพี่คริสอยู่ที่
ชานยอลหมดแล้วตอนนี้'
 
แล้วทำไมผมต้องเขียนเนื้อเพลงที่มันร้องไว้แบบนี้ด้วยก็ไม่รู้ 
 
อ่านแล้วก็ยังรู้สึกเขินอยู่ เฮ้อ แค่คิดผมยังไม่รู้เลยว่า ผมจะเอายังไงต่อกับชีวิตดี
แล้วผมจะเอายังไงต่อกับไอ้คริสดี นี่ผมเล่นตัวแบบนี้มันจะยังสนใจผมอยู่หรือเปล่า
มันอาจจะเบื่อผมแล้วก็ได้ ใช่ มันอาจจะเบื่อผม เบื่อ เบื่อไปเลย มีเบอร์โทรศัพท์ผม
ก็ไม่ยอมโทรมา ส่งข้อความมาอย่างเดียว รักจริงต้องตื๊ออีกเด้ !!!
 
ผมนี่ถ้าจะไม่ไหวแล้วแหล่ะ นอนดีกว่านะกูนะ
 
ผมเอื้อมมือไปปิดไฟหัวเตียง วางไดอารี่ไว้ที่โต๊ะหัวเตียง หลับตานอนหลับ
หวังว่าคืนนี้จะนอนฝันดี ฝันถึง ...
 
ไม่ดิ ไม่ใช่
 
พอๆๆ นอน !!!
 
 
.
.
.
 
 
Kris Part
 
 
'แม่ ขนมเค้กเสร็จยัง' ผมวิ่งลงมาจากบันได ตรงเข้าไปในห้องครัว เห็นแม่ยืนอยู่ในนั้น
ก็รีบเอ่ยปากถามสิ่งที่ผมไปอ้อนขอแม่ไว้ตั้งแต่เมื่อคืน
 
 
 
'แม่ คริสขอไรอย่างสิ' ผมเข้าไปหาแม่ในห้องนอน นั่งลงข้างๆท่านแล้วก็ซุกตัวเองเข้าไป
ในผ้าห่ม เวลาผมอ้อนจะเอาอะไรผมทำแบบนี้ทุกครั้งเลย
 
'อ่าๆ พูดมาเถอะไม่ต้องลีลา บอกมาเลยว่าอยากได้อะไร' แม่จ้องหน้าผมอย่างรู้ทัน
ผมยิ้มแห้งๆก่อนจะเริ่มร่ายความในใจ
 
'โอเคๆ พรุ่งนี้แม่จะทำเค้กให้' ผมเล่าเรื่องทุกอย่างให้แม่ฟังจนหมด บอกว่าอยากได้เค้ก
ไปง้อคน แม้ก็ทำให้ ตอนแรกแม่จะทำเค้กสตรอเบอรี่นมสด แต่พอผมบอกว่า คนที่ผมจะง้อ
ไม่ใช่ผู้ชาย แม่ดูตกกะใจที่ได้ยินแบบนั้น แต่สุดท้ายก็พยักหน้าเข้าใจ แล้วบอกว่า
จะเปลี่ยนเป็น เค้กช็อกโกแล็ตแทน
 
เย้ๆ ~~
 
 
'เสร็จแล้วๆ มาดูซิ ว่าน่าทานมั๊ย' กลิ่นช้อกโกแล็ตหอมฉุยชวนให้ผมต้องรีบเข้าไปขอดู
อา ดูน่าทานมากๆเลย แม่จัดการเอาใส่จานใหญ่ให้ผมแล้วเอาฝาปิด ส่งให้ผมกับมือ
 
'อ่ะ เอาไปได้แล้ว ขอให้ง้อสำเร็จนะ' แม่ผมน่ารักที่สุดในสามโลก ผมเดินถือเค้กออกจาก
บ้านไปอย่างอารมณ์ดี ตื่นเต้นนิดหน่อยกลัวว่า ชานยอลจะไม่ยอมออกมาหาผมหรือเปล่า
แต่ก็ต้องลองดูน่ะแหล่ะ
 
 
-ติ๊งต่อง-
 
 
'มาหาใครจ๊ะ' เสียงของผู้หญิงคนหนึ่งดังออกมาจากในบ้าน จากนั้นก็มีผู้หญิง
หน้าตาดีคนหนึ่งเดินออกมาจากบ้าน มาเปิดประตูเหล็กหน้าบ้านต้อนรับผม
 
'เอ่อ ผมเป็นรุ่นพี่ของชานยอลที่โรงเรียนครับ ชานยอลอยู่ป่าวครับ'
ผมถาม ผู้หญิงคนนั้นพยักหน้า
 
'อยู่จ้า แต่ยังหลับอยู่เลย เข้ามาในบ้านก่อนสิ' 
 
ผู้หญิงคนนั้นเดินนำผมเข้าไปในบ้านเดี่ยวหลังไม่ใหญ่มากนักที่หน้าบ้านมีบ่อ
ปลาเล็กๆตั้งอยู่ ผู้หญิงคนนั้นให้ผมนั่งที่โซฟาในห้องรับแขก ผมวางเค้ก
ช็อกโกเล็ตลงบนโต๊ะเล็กด้านหน้า 
 
ซักพักก็มีผู้หญิงมีอายุคนหนึ่งเดินมานั่งข้างผม ส่วนผู้หญิงคนที่เปิดรับผมเข้ามา
ในบ้านนั่งเก้าอี้ตัวเล็กที่ตั้งอยู่อีกข้าง มองมาที่ผมด้วยสายตาอยากรู้อยากเห็น
 
ผู้หญิงคนนี้ ตาโต แก้มยุ้ยเหมือนชานยอลเลย แต่น่ารักน้อยกว่าหน่อย
 
'เป็นรุ่นพี่ชานยอลที่โรงเรียนเหรอจ๊ะ' ผู้หญิงคนนั้นถามผม ผมยกมือไหว้แล้วยิ้ม
 
'ครับ ชื่อคริสครับ อยู่ ม.6 '
 
'อ๊ะ ๆๆ ใช่คริสคนที่เค้าร่ำลือกันใช่มั๊ย ว่าเป็น ดาวเด่นของโรงเรียน เพิ่งมีโอกาสได้เจอตัวจริง
หล่อกว่าที่เค้าเล่าๆกันมาเยอะเลยนะเนี่ย' ผู้หญิงคนที่เปิดประตูรับผมเข้ามาในบ้านพูดขึ้น
ผมหันไปมองหน้าเธอแล้วก็ยิ้มอายๆ
 
'อย่าไปแซวน้องเค้าแบบนี้สิ เยจิน แล้วน้องชายตัวดีแกน่ะ ยังไม่ตื่นหรือไง' 
 
'ยังเลยแม่ เมื่อคืนลูกชายแม่ป่วย สงสัยจะนอนยาวววววว'
 
สรุปคือ ผู้หญิงที่เปิดประตูให้ผมเข้ามาในบ้านคือพี่สาวของชานยอล ชื่อว่าเยจิน ส่วน
ผู้หญิงสูงอายุคนที่นั่งข้างผมคือแม่ของชานยอล
 
'อ่า คริส ขอโทษทีนะ เมื่อคืนชานยอลป่วยจริงๆ กินยาแล้วก็นอนเลย แต่เดี๋ยว
แม่ขึ้นไปบอกชานยอลให้นะ ว่าคริสพี่ที่โรงเรียนมานะ'
 
คุณแม่ของชานยอลทำท่าจะลุกเดินขึ้นไปบนห้องของชานยอล แต่ผมร้องห้ามไว้ก่อน
 
'อ่อ ไม่ต้องหรอกครับแม่ คือจะเป็นอะไรมั๊ยครับ ถ้าผมขอขึ้นไปที่ห้องชานยอลเลย
ผมมีเรื่องจะคุยกับน้องนิดหน่อยครับ แค่นิดเดียวแหล่ะครับ'
 
ผมลองขออนุญาติ ยังไงผมก็อยากคุยกับมันเป็นการส่วนตัวพอดี ผู้ชายเข้าห้องผู้ชาย
ไม่เสียหายหรอก
 
'อือ ได้สิ เยจิน พาคริสเค้าขึ้นไปที่ห้องทีนะ'
 
'ค่ะแม่'
 
'โอเค นี่คริส เดี๋ยวแม่เอาน้ำขึ้นไปให้นะ'
 
แม่ชานยอลหันมาพูดกับผม ผมรีบยกมือขอบคุณแม่ของชานยอลแล้วรีบเดิน
ตามพี่เยจินขึ้นไปบนห้องของชานยอล 
 
'ห้องนั้นนะ เข้าไปได้เลยนะ ไอ้ชานยอลมันไม่เคยล็อกห้องหรอก อิอิ'
 
'ขอบคุณครับพี่เยจิน'
 
'เออ ว่าแต่ว่า นี่เรามีแฟนยัง ?' พี่เยจินกระซิบกระซาบ
 
'เอ่อ ยังไม่มีครับ'
 
'จริงอ่าา อิอิ ว่าแต่เราอ่ะ กำลังจีบน้องพี่อยู่ช๊ะ' พี่เยจินมองซ้ายมองขวาอีกทีแล้วพูดต่อ
 
'พี่เชียร์อยู่นะ สู้ๆนะไอ้น้อง' พี่เยจินชูสองนิ้วให้ผมแล้วก็เดินหายไป เออ พี่เยจินรู้ได้ไง
ว่าผมแอบจีบชานยอลอยู่ แล้วนี่แม่ของชานยอลรู้หรือเปล่านะ
 
ผมเปิดประตูห้องออก และถือเค้กเข้าไป ภายในห้องของชานยอลก็เหมือนห้องของเด็กชายทั่วๆไป
ดูรกๆไปบ้างแต่ก็ไม่ถึงกับรถมาก ผนังห้องทาด้วยสีฟ้าอ่อนสะอาดตา มีทีวี คอมพิวเตอร์ วางอยู่ อีกด้านของห้อง
ผมหันไปมองทางขวาก็เจอเตียงขนาดไม่ใหญ่ตั้งอยู่ คนที่ผมตามมาง้อกำลังนอนหลับสบายอยู่ใต้ผ้าห่มผืนหน้า
มีเพียงหน้าที่โผล่พ้นออกมา ผมวางเค้กไว้บนโต๊ะหัวเตียงแล้วนั่งลงข้างๆมัน ชานยอลตอนนอนหลับยังคงน่ารัก
ไม่เต่างไปจากเดิม แก้มขาวยุ้ยยังดูน่าจับเหมือนเดิม จังหวะการหายใจที่สม่ำเสมอของชานยอลทำให้ผมรู้ว่า
มันกำลังหลับสบายอยู่ แล้วมันก็ป่วยอยู่ ผมเอื้อมมือไปแตะหน้าผากชานยอลเบาๆ สัมผัสได้ว่า ตัวมันยังอุ่นๆอยู่ 
ผมก็ไม่อยากปลุกมัน ปล่อยให้มันหลับไปดีกว่า ได้มองมันตอนอยู่นิ่งๆแบบนี้บ้าง ก็น่ารักดีเหมือนกันนะ
 
ผมละสายตาจากชานยอล มองไปรอบๆห้อง พลันสายตาก็ไปสะดุดเข้ากับ สมุดเล่มหน้าที่หลนอยู่บนพื้น
ผมหยิบขึ้นมา ตอนแรกก็กะว่าจะเก็บใส่ลิ้นชักให้ แต่พอผม อ่านตัวอักษรบนหน้าปกแล้วก็ชั่งใจว่าจะเก็บ
หรือว่าเปิดอ่านดี เพราะมันเขียนไว้ว่า
 
 
-บันทึกประจำวันของชานยอลสุดหล่อ-
 
 
ผมขำกับชื่อที่เขียนอยู่บนหน้าปก ท่าทางชานยอลจะไม่ชอบให้ใครชมว่าน่ารักจริงๆด้วย
 
ผมจะเปิดอ่านดีมั๊ยนะ จะดูเป็นการละลาบละล้วงชีวิตส่วนตัวมันมากไปมั๊ย ถ้าเป็นผม ผมก็ไม่อยาก
ให้ใครมาเปิดไดอารี่ผมอ่านเหมือนกันนะ ผมเองก็เขียนอยู่ทุกวันก่อนนอน 
 
แต่แอบเปิดอ่านซักนิดคงไม่เป็นไรหรอกมั๊ง ก็แค่อย่าให้ไอ้ชานยอลรู้แค่นั้นเอง 
 
ผมเปิดหน้าแรกออกมาอ่าน เป็นการอารัมภบทถึงปีใหม่ที่เริ่มขึ้น มีเขียนข้อสัญญากับตัวเอง
ว่าจะ ปีนี้จะปรับปรุงตัวเป็นคนใหม่ จะสู้ จะทำโน่นทำนี่ ผมอ่านแล้วก้ได้แต่ยิ้ม เพราะมันเขียน
คล้ายๆผมเลย ผมเปิดอ่านไปเรื่อยๆก็เจอกับ ไดอารี่หน้าที่เขียนถึง ผู้หญิงคนหนึ่ง เนื้อหาประมาณว่า
ตกหลุมรักพี่เข้าอย่างจัง ซึ่งผมคิดว่าน่าจะเป็นคนที่ ชานยอลเล่าว่าเคยมาสารภาพรักกับผม แล้วผมก็
ปฏิเสธไป เอาตรงๆผมก็จำๆม่ได้หรอกว่าใคร ถ้าผมไม่ได้เห็นหน้า ผมเปิดอ่านไปเรื่อยๆแล้วก็ได้แต่ยิ้ม
ขำบ้างในบางตอนที่มันเล่าเรื่องชีวิตในโรงเรียนของมันแต่ล่ะวันกับแก๊งค์เพื่อนของมัน ผมเปิดอ่านทุกหน้า
อย่างละเอียด พยายามรู้จักนิสัยของชานยอลผ่านตัวหนังสือที่มันเขียน
 
ผมเปิดอ่านไปเรื่อยๆจนถึง หน้าท้ายๆ แล้วผมก็สังเกตเห็นอะไรบางอย่าง
 
บางอย่างที่ทำให้ผมมือสั่น หัวใจเต้นแรงจนแทบทนไม่ไหว ริมฝีปากยิ้มออกจนสุด กวาดสายตาไล่อ่าน
ทุกบรรทัดที่ชานยอลได้เขียนไว้ทั้งหมดด้วยความอยากรู้
 
โธ่ ชานยอล ไอ้เด็กบ้า !!!
 
แล้วแบบนี้จะไม่ให้ผมรักได้ยังไงไหว (.//////.)
 
ผมปิดสมุดไดอารี่ลงแล้ววางไว้บนโต๊ะหัวนอน หมุนตัวกลับไปมองชานยอลที่ยังคงนอนหลับไม่รู้เรื่องรู้ราว
อยู่บนเตียง ยื่นมือไปปัดเส้นผมที่ปรกหน้าอยู่ออกเพื่อที่จะได้เห็นหน้ามันชัดขึ้น ไล้ลงมาที่แก้มอีกหน่อยก่อนจะ
ดึงผ้าห่มขึ้นมาปิดตัวมันให้อุ่นกว่าเดิม 
 
'น่ารักนะเราน่ะ' ผมพูดกับชานยอลที่ยังคงหลับปุ๋ยเป็นเด็กน้อยอยู่
 
ผมตั้งมั่นกับตัวเองเดี๋ยวนั้นเลยว่า ผมต้องจีบชานยอลให้ติดให้ได้ ต้องทำทุกอย่างเพื่อให้ชานยอลรักผม อยู่กับผม
ผมจะไม่มีวันปล่อยชานยอลไป ผมต้องการแค่ชานยอล แค่คนนี้ คนเดียว เท่านั้น
 
 
'น้องชานยอลของพี่คริส เป็นแฟนพี่เหอะนะ'
 
 
 
TBC.
 
----------------------------------------------------------
 
[Talk] ไม่รู้จะอิจฉาพี่คริสที่ได้ชานยอล หรืออิจฉาชานยอลที่มีพี่คริส ดี ... Orz
ชานยอลไม่รู้เรื่องรู้ราวเลยว่าเกิดอะไรขึ้น ฮาาาาาาา 
 
ป.ล. จะรวมเล่มด้วยนะคะฟิคเรื่องนี้ (' ') #ช่างกล้า  ฮ่าๆ รู้ว่าคงไม่มีคนซื้อ แต่ก็อยากรวมค่ะ 
ทำเก็บไว้ของตัวเอง เป็นความภาคภูมิใจของตัวเอง (.__.) หรือถ้ามีคนสนใจ (จริงๆ) ก็จะเปิดขายไม่แพง 
ประมาณว่าขายราคาทุนเลย ประมาณนั้นค่ะ
 
ไปและ ช่วงนี้เร่งแต่งทุกวันเลยค่ะ อีคนแต่งยังลุ้นเลยว่าเรื่องจะเป็นยังไง 5555555555
 
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

374 ความคิดเห็น

  1. #368 Prae'w (@fanchan_ky) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 26 มีนาคม 2560 / 17:51
    งื้ออออออออ มาขอทำไมตอนน้องหลับเล่าาาาาาาพี่คริส
    #368
    0
  2. #354 Printhida Klinkaewnarong (@rainbowky) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 14 สิงหาคม 2559 / 16:38
    อยากมีแบบนี้จังเลย แง้ววววว พี่คริสบุกบ้านเลยจ้า บุกอ่านไดอารี่น้องด้วย รู้ความในใจน้องหมดแล้ว. งื้อออออ คนบ้า
    #354
    0
  3. #332 sbater (@songbow) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 3 ธันวาคม 2556 / 19:38
    โอ้ยยยย น่ารักมากมายอ่ะ
    #332
    0
  4. #324 maynicha (@maydeephala) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 3 ตุลาคม 2556 / 02:11
    ยอลจะง้อคริสไหมว่ะ อ่า~~~~
    #324
    0
  5. #309 HwangBoruem (@boruemmygang) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 23 มิถุนายน 2556 / 21:09
    เอาเค้กช็อกโกเเลตมาง้อน้องง
    น่ารักเฟ่อๆๆๆๆๆๆๆ
    เเหมพี่คริสขาาา
    ไดอารี่ของคนอื่นเขาไม่ให้อ่านนะ55555
    เเต่ว่าถ้าเป็นของน้องยอลอ่านไปเถอะ
    น้องยอลไม่ว่าา55555
    เเหมพอเห็นหน้านั้น ยิ้งเเป้นเลยนะ- -"
    55555555555555
    #309
    0
  6. #295 sbater (@songbow) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2556 / 23:15
    พี่คริสน่ารักอ่ะ><
    #295
    0
  7. #282 nan'sp nan (@nansp2) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2556 / 13:38
    หนูอยากได้ๆๆๆพี่คริสน่ารักมากๆๆๆ
    #282
    0
  8. #270 Onlytop (@babymaryzii-top) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2556 / 23:19
    คือพี่คริสแกเป็นผู้ชายอบอุ่นอ่ะ ยอมทำทุกอย่างเพื่อคนทีตัวเองชอบ
    อ่านแล้วอยากให้มีผู้ชายแบบนี้เข้ามาในชีวิตบ้าง -/////////////////-
    #270
    0
  9. #245 Parery_SuJuEXO (@paie) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 29 มีนาคม 2556 / 01:02
    หมดกัน พี่คริสรู้หมดแล้วนะยอล
    เลิกนอนแล้วตื่นมาเป็นแฟนพี่คริสด่วนเลยยย >///<
    #245
    0
  10. #198 zeebel (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 3 มีนาคม 2556 / 18:23
    ชานยอลลลลลลลล

    พี่คริสรู้ความจริงซะแล้ว



    น่ารักมากอ่าาาาาา>3<

    เขินแทน

    ชอบเรื่องนี้มาก
    #198
    0
  11. #182 thetist--? (@eveyoyo) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2556 / 18:10
    เขินพี่คริสจะตายอยู่แล้ว -/////- 
    #182
    0
  12. #128 dongdanglee (@leedongdang) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2556 / 00:10
    พี่คริส ลาตาย เรื่องนี้หล่อมากค่ะ
    #128
    0
  13. #115 joong_took (@mathana) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2556 / 13:16
    'น้องชานยอลของพี่คริส เป็นแฟนพี่เหอะนะ' >////<
    #115
    0
  14. #87 YelliE (@yellie0627) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 23 มกราคม 2556 / 00:55
    พี่คริสบ้ามาก คุกเข่าขอโทษน้องที่ป้ายรถเมล เมื่อวานก็ตะโกนร้องเพลงไปทีนึงและ
    โอ๊ยยย เขิลแทนน้องยอลจริงๆ
    ที่แท้น้องยอลก็แอบรักพี่คริสเหมือนกัน อ๊ากกกก แม่ยกฟิน
    ฟินต่อเนื่องตอนที่พี่คริสแอบอ่านไดอารี่ *เต้นฉลองรอบห้องนอน*
    พี่คริสอ้อนแม่ได้น่ารักมากกกกก ถ้ามีลูกชายแบบนี้นะ ขออะไรก็ให้หมดอ่ะ น่ารักฝุดฝุด
    ชอบพี่เยจินอ่าาาา มีให้กำลังใจว่าที่น้องเขยด้วย น่ารักเฟ่อออ
    ..ว่าแต่ พี่เค้ารู้ได้ไง รึแอบเห็นพี่คริสหอมแก้มน้องชายตัวเองที่หน้าบ้าน 55555
    #87
    0
  15. #54 LOvE ChuN-Lun 4EVER (@thanna) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 16 มกราคม 2556 / 01:20
    เย้ ที่แท้น้องยอลก็มีใจให้พี่คริสอยู่ไม่น้องนะเนี่ย
    #54
    0
  16. #53 whatbest (@whatgoodwhatbest) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 13 มกราคม 2556 / 16:59
    น่ารักอะ
    #53
    0
  17. #45 happy_virus (@bubblebee416) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 13 มกราคม 2556 / 11:27
    เดินหน้าต่อไป สู้ๆ พี่คริสสสส ยอลใจอ่อนแร้วอ่ะ >.<
    #45
    0
  18. #44 misspdl (@misspdl) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 13 มกราคม 2556 / 09:52
    โอ้ยยยย น่ารักมากกกเลย เขินๆๆ น้องชานยอลของพี่คริสสส
    #44
    0
  19. #43 luvnats (@luvnats) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 13 มกราคม 2556 / 07:37
    อร้ายยยยยยยยยยยยยยยย
    โคตรรักพี่คริสเลยอ่ะ

    คนหน้าตาดี ไอ่นิสัยแมน ไอ่เอาใจเก่ง งื้ออออ อยากได้

    พี่จะซื้อฟิคเล่มนี้ ออกเมื่อไหร่มาบอกให้โอนเงินได้เลย

    ตอนนี้ เม้นท์ไม่ได้อ่ะ ฟีลไม่ใช่

    มันต้องโฮกอย่างเดียว

    แอร๊ววววววว~
    #43
    0
  20. #39 happy-n1O ' (@ranna_taji) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 13 มกราคม 2556 / 02:56
    กรี้ดดดดดน่ารักกกกก ชอบบบบบบบบบบบบบ อิจจาน้องยอลจริงงนะเรื่องนี้ ฮือออ

    อพคค่ะ รักน้องให้มากๆๆนะะะะ





    #39
    0
  21. #33 Jane (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 12 มกราคม 2556 / 22:22
    ชานยอลเอ้ยยยยยย

    พี่คริสรู้หมดละลูก ><



    น่ารักอ่าาาาาาาาาาาา

    อ่านแล้วก็เขินๆ

    ชอบชอบชอบชอบ
    #33
    0