[FIC] ::: Love Percussion ::: [KrisYeol]

ตอนที่ 3 : ::: ~ [Part 3] ~ :::

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,205
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    20 ธ.ค. 55

'คบพ่องงงงสิ ไอ้ตุ๊ด'

นี่คือคำสุดท้ายที่มันพูดกับผม ก่อนมันจะเตะผ่าหมากผมโคตรแรง
แล้ววิ่งหนีไป ผมอยากจะวิ่งตามไปแทบขาดใจ แต่ตอนนั้นโคตรปวดไส้ไก่แทบขาดดิ้น TT

ผมเดินกลับมาบ้านด้วยสภาพสะบักสะบอม เดินเข้าบ้านด้วยอาการหน้าเขียว
เลือดลมบริเวณใต้สะดือลงไปไหลเวียนไม่ค่อยดี แม่ถามว่าผมเป็นอะไรมากมั๊ย
ทำไมดูหน้าซีดๆ ผมก็บอกว่าไม่เป็นอะไร แล้วขอขึ้นห้องทันที

ผมทิ้งตัวลงนอนซักพักเพื่อฟื้นฟูกำลังวังชาอีกครั้ง จนผล็อยหลับไป
แล้วตื่นขึ้นมาอีกทีก็ตอน 4 ทุ่มครึ่งแล้ว ถึงแม้ว่าช่วงล่วงของผม
ยังคงสะอึกสะอื้นอยู่เล็กน้อย แต่ผมก็ยังไหว ผมไม่รีรอที่จะกดเบอร์โทรศัพท์
หาเพื่อนที่สนิทที่สุดในชีวิต อย่างไอ้ซูโฮในทันที

'ว่าไงมึง รอก่อนๆ กูยังไม่ถึงบ้าน มึงเข้าไปก่อนได้เลย' ไอ้ซูโฮรับสายมา
ก็ไม่ได้คิดจะฟังที่ผมพูดเลย วันๆในหัวมีแต่เกมส์ รัวมาไม่ยั้ง จนผมพูดไม่ทันเลย

'ป่าวๆ กูไม่ได้จะมาเร่งให้มึงเปิดคอม กูจะโทรมาปรึกษาอะไรนิดหน่อย'

'ไอ้เด็กเมื่อกลางวันใช่มั๊ย' ซูโฮพูดมานิ่งๆ ผมยิ้มมุมปาก 
แหม่ ไอ้เพื่อนคนนี้นี่รู้ใจผมจังเลย

.
.

'ก็มันยังเถียงกูอยู่ แล้วก็ยังเข้าใจกูผิด กูเลยยื่นข้อเสนอให้น้องมันไปข้อหนึ่ง'
ผมจัดการเล่าเรื่องทุกอย่างให้มันได้ฟัง ตั้งแต่เจอชานยอลครั้งแรกที่ห้องมาสเซอร์
จนเหตุการณ์เมื่อตอนเย็นก่อนผมโดนเตะผ่าหมาก

'แล้วมึงยื่นข้อเสนอเชี่ยไรให้น้องไป'

'กูก็แค่ บอกให้น้องมันลองมาคบกะกู'

'ห๊า โอ๊ย ไอ้ควายเผือก คนหล่อแต่โง่ แม่งมีอยู่บนโลกนี้จริงๆด้วย มึงพูดไปแบบนั้นได้ยังไง๊
นี่ถ้าเป็นกูนะ กูคงไม่ได้แค่เตะมึงว่ะ กูคงกระทืบมึงด้วยอ่ะ' ไอ้ซูโฮตะโกนใส่มือถือมา
ซะหูผมแทบแตก โห กูโทรมาขอคำปรึกษานะเนี่ย ไม่ได้โทรมาให้มึงด่าซ้ำเติมกู 
แค่นี้กูก็จุกจะแย่อยู่แล้ว

'เอ๊า กูผิดอะไรอ่ะ ก็แค่ให้น้องมันลองมาคบกะกูดูเฉยๆ ไม่มีอะไรเลยจริงๆ'
ผมพูดซื่อๆ ตรงๆ จากใจ เพราะผมคิดแค่นั้นจริงๆนะ ไม่ได้อะไรเลย 
ก็แค่ให้น้องลองมาคบกัน จะได้รู้ว่าจริงๆแล้วผมเป็นคนยังไงอ่ะ

'คริส กูรู้ว่ามึงไม่เคยมีแฟน แล้วก็ไม่เคยแอบชอบใคร บางครั้งกูก็คิดว่ามึงอาจจะตายด้าน
แต่กูก็ไม่เคยคิดว่ามึงจะโง่อะไรแบบนี้ โง่ภาษาไทยด้วย ไอ้บ้า'
มันยังด่าผมไม่เลิก นี่ผมจะร้องไห้แล้วนะ ผมทำอะไรผิดอ่ะ 

'อะไรอ่ะ ก็แค่ให้น้องมาคบกะกู'

'โอ๊ย ไอ้ฟาย คริส กูถามจริงว่ามึง เข้าใจคำว่า ลองมาคบกันมั๊ย ยังไงเหรอ บอกกูหน่อยซิ'

'ก็ให้มารู้จักกันไง แบบ รู้จักกัน คุยกัน จริงๆ จะได้รู้นิสัยกูไง'
ผมตอบไป ก็ผมเข้าใจแบบนี้จริงๆนี่นา

'พ่องงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงง' อีกแล้ว ผมโดนด่าพ่อแบบนี้เป็นรอบที่สองติดๆกันแล้วนะ

'คริส กูจะบอกให้เอาบุญนะ เวลาใครบางคนเค้าพูดกับใครอีกคนว่า ลองมาคบกันดูมั๊ยอ่ะ
เค้าหมายความว่า ให้มาเป็นแฟนกันโว๊ย ไอ้โง่' 

โอเค โดนด่าไอ้โง่มากี่รอบแล้วก็ไม่รู้วันนี้โดนด่าจนซึมเข้าไปในมันสมองชั้นในสุดแล้ว 
แล้วผมก็ยอมรับว่าผมโง่มากจริงๆ เฮ้ย ผมไม่เคยรู้มาก่อนว่ามันหมายความว่าอย่างนั้นนะ

'แล้วนี่กูควรจะทำยังไงดี ไอ้ซูโฮ มึงช่วยกูด้วย น้องมันต้องเกลียดหน้ากูไปแล้วแน่ๆ'
ผมงอแงใส่ไอ้ซูโฮ 

'น้องมันอคติกับมึงแล้วอ่ะ แล้วยิ่งมาเจออะไรแบบนั้นอีก ฮาาา กูว่ายาก 
แต่ก็ไม่ใช่ว่าไม่มีทางหรอกนะ' ไอ้ซูโฮพูดมาปลายสาย ผมตาโตขึ้นทันที
ไม่ว่าทางนั้นจะเป็นยังไง ผมก็พร้อมจะทำนะ ขอแค่น้องมันไม่เกลียดผมก็พอแล้ว

'โอ๊ย ทำไงๆอ่ะ บอกกูมาเลย กูพร้อมจะทำ'

'ก่อนจะไปถึงขั้นนั้น กูถามไรมึงอย่างสิ ทำไมมึงถึงอยากไม่ให้ชานยอลเกลียดมึงเหรอ
แต่ก่อนกูไม่เคยเห็นมึงเป็นแบบนี้เลยนะ ใครจะโกรธจะเกลียดมึง ถ้ามึงไม่ผิด
มึงไม่เคยจะใส่ใจอ่ะ แล้วทำไมพอเป็นชานยอลมึงถึงดู ทุรนทุรายแบบนี้'

ซูโฮถามให้ผมได้คิดอีกรอบ ที่มันถูกน่ะถูกร้อยเปอร์เซนต์เลย มีคนรักก็ต้องมีคนเกลียด
แต่ผมไม่เคยสนใจถ้าใครจะเกลียด ผมไม่อยากจะวอแวด้วย ผมว่ามันน่ารำคาญ
แต่กับชานยอล ผมวางไม่ลงเลย ผมพยายามทำทุกอย่างให้มันหันมาสนใจ 
ผมไม่อยากให้มันทำหน้าบึ้งใส่ ไม่อยากให้มันเกลียด อยากให้มันพูดดีๆด้วยกับผม
แค่ซักนิดก็พอ

'กูตอบตามตรงนะ กูไม่รู้ว่ะ'ผมตอบไปตามตรง ผมไม่รู้จริงๆ แต่ที่รู้ๆคือ
ตอนนี้ผมอยากให้ชานยอลยิ้มให้ผมมากว่าบึ้งตึงใส่

ก็ตอนมันยิ้มอ่ะ น่ารักเท่าโลก

'อืม กูพอเข้าใจและ ในเมื่อมึงถึงข้ามขั้นขอน้องมันคบไปแล้ว ก็คงจะทำอะไรไม่ได้
มีทางเดียวเท่านั้นที่จะทำให้น้องไม่เกลียดมึง นั่นคือเดินหน้าต่อ' 
ไอ้ซูโฮพูด แต่ผมก็ยังไม่เข้าใจ

'เดินหน้ายังไงวะ' ผมถามมัน

'พูดให้เข้าใจง่ายๆก็คือ มึงต้องจีบชานยอลให้ติด'

'ห๊า จีบชานยอล'

.
.

ผมวางสายจากไอ้ซูโฮเสร็จก็เข้าไปอาบน้ำแล้วก็ทิ้งตัวลงบนเตียงอีกรอบ 
มือข้างหนึ่งยกขึ้นมาก่ายหน้าผากด้วยความเครียด นี่ผมเพิ่งเจอไอ้เด็กบ้านี่
มา 3 วันนะเนี่ย ผมยังแทบจะเป็นบ้า แล้วมันเป็นใคร ทำไมถึงมีอิทธิพล
กับผมขนาดนี้อ่ะ

ดวงตากลมโตนั่นมีอิทธิพลกับผมมากตอนที่มันต้องมาด้วยความโกรธ

ริมฝีปากสีชมพูเข้มๆนั่นก็มีอิทธิพลกับผมมากเวลาพูดอะไรแรงๆออกมา

คิ้วบางๆนั่นก็มีอิทธิพลกับผมมากตอนที่มันกำลังหงุดหงิด

แก้มยุ้ยๆที่ชอบพองลม ป่องซ้ายทีขวาที เวลาที่กำลังครุ่นคิดอะไรซักอย่าง
ยิ่งโคตรมีอิทธิพลกับผมเลย

แถมตัวนิ่มๆกับผมหอมๆบนหัวกลมๆนั่นอีก

มันทำให้ผมนอนไม่หลับ ผมไม่รู้ว่าผมเป็นอะไร ตอนนี้ผมรู้แค่อย่างเดียวคือ
เวลาที่ผมนึกถึงมันแล้วหัวใจผมมันพองโตอย่างบอกไม่ถูก

ผมพยายามหลับตาลง บอกกับตัวเองว่าหลับตาไปเรื่อยๆก็คงจะหลับไปเอง 
ในหัวสมองมีแต่ภาพไอ้ชานยอล ไล่เรียงตั้งแต่วันแรกที่เจอ จนเมื่อล่าสุด
กับเสียงของไอ้ซูโฮที่วนเวียนอยู่ในหัวสมองเมื่อผมถามคำถามสุดท้ายกับมันไป

- มึงว่ากูคิดยังไงกับไอ้เด็กชานยอลวะ - ผมถามมันก่อนที่มันจะวางสาย

- มึงชอบน้องมัน จบมะ - 

โอ้ โอเค จบเลย ตรงดีนะมึง 

ประโยคนั้นของไอ้ซูโฮทำผมเครียดจริงๆเหอะให้ตาย

.
.
.


วันนี้ผมตื่นแต่เช้า ไม่สิ อย่าเรียกว่าตื่นแต่เช้าเลย เรียกว่าไม่ได้นอนเลยดีกว่า หลับๆตื่นๆ
ทั้งคืน จนเมื่อผมเห็น นาฬิกาบอกเวลา ตีห้า ผมก็เด้งตัวจากที่นอน ลุกขึ้นอาบน้ำแปรงฟัน
เตรียมตัวไปโรงเรียนด้วยความตื่นเต้น 

ตื่นเต้นที่จะได้เริ่มทำตามแผนที่ไอ้ซูโฮมันบอกน่ะ

ผมเดินออกจากบ้าน ฟ้ายังไม่ทันสว่างดี ผมแวะซื้อข้าวเหนียวหมูปิ้งไปกินระหว่างทาง
ด้วยความหิว พี่แม่ค้าก็ใจดี๊ดี แถมให้ผมตั้งสองสามไม้แน่ะ เพราะผมซื้อกับพี่แกทุกวันเลย
แถมยังหยอดผมมาด้วยว่า ทำไมวันนี้ตื่นเช้า ผมก็แกล้งบอกไปว่า นอนไม่หลับเพราะ
มัวแต่คิดถึงใครบางคน พี่แม่ค้าแกก็ถามผมอีกว่าผู้หญิงหรือผู้ชาย ผมนี่เหวอเลย
พี่แม่ค้าพูดเหมือนจะรู้ว่าผมกำลังจะไปจีบเด็กผู้ชายอ่ะ จ่ายตังค์เสร็จก็เดินตรงไปป้ายรถเมล์ 
พลันสายตาผมก็เห็นอะไรบางอย่าง

อ้าว เฮ้ย นั่นมันไอ้ชานยอลนี่หว่า กำลังก้าวขาขึ้นรถเมล์ เห็นแบบนั้นผมก็เร่งสปีดเท้า
ตามไปขึ้นรถเมล์คันเดียวกับมัน

ซูโฮสอนผมมาว่า ถ้าอยากให้ชานยอลรู้สึกดีๆกับผม ผมต้องทำตัวดีๆกับชานยอล
ผมก็เถียงมันว่า ผมพยายามมากกกก ที่จะทำดีกับชานยอลแล้ว แต่น้องมันไม่เคยเห็นดี
มันก็บอกผมว่า ต้องดีมากกว่านี้อีก พยายามพิสูจน์ตัวเองว่า มึงอ่ะเป็นคนดีจริงๆนะ
ไม่ใช่ผู้ชายเลวๆอย่างที่น้องคิด

ผมเดินตามชานยอลขึ้นไปบนรถเมล์สายที่ผ่านหน้าโรงเรียน ซึ่งเป็นรถเมล์พัดลม
คนบนรถค่อนข้างแน่นซะจนจะเป็นปลากระป๋อง ยิ่งถนนสายนี้นี่ยิ่งไม่ต้องพูดถึง
ความติด แหง็ก ไม่ขยับ ไม่เขยื้อน ไม่ว่าจะเป็นช่วงเวลาไหนก็ตาม 
ผมเห็นชานยอลเดินเข้าไปถึงเกือบในสุด ก็รีบเดินตามเข้าไป มันก็ยังไม่รู้ตัวนะ
ว่าผมกำลังเดินเข้าไปหามัน ผมแอบเข้าไปยืนข้างๆมันแบบเนียนๆ
สงสัยเพราะคนบนรถเมล์เยอะมากมั๊ง มันเลยไม่ทันเห็นว่าผมมายืนอยู่ข้างๆมันแล้ว

-ชิดในครับพี่ ชิดในครับ ค่าโดยสารด้วยครับพี่ เตรียมไว้เลยคร๊าบ-

'สองคนครับพี่' ผมส่งแบงค์สีเขียวส่งให้กระเป๋ารถเมล์ที่เดินมาเก็บเงิน
จ่ายเผื่อให้ชานยอลด้วยอีกคน ด้วยความเป็นคนดี (?)

'เฮ้ย มึง มาได้ไงวะ' มันที่เพิ่งเห็นผมทำหน้าตกใจสุดขีด ส่งเสียงดังลั่นรถเมล์
จนทุกคนหันมามอง 

'เงียบๆหน่อยดิ' ผมบอกกับมัน มันรีบสงบปากสงบคำแล้วหันไปมองทางอื่นทันที
แต่คนเยอะแบบนี้มันก็มองอะไรไม่ได้มากหรอก แค่ยืนให้ตรงๆได้ก็เก่งแล้ว

ผมกับมันต่างคนต่างเงียบไปตลอดทาง มันก็แสร้งทำเป็นก้มมองพื้นไปเรื่อย
ส่วนผมก็ได้แต่จ้องหน้ามัน สงสัยคงเป็นเพราะว่า ไม่มีอะไรน่ามองไปกว่าหน้ามันแล้วมั๊ง

ยิ่งรถเมล์เคลื่อนตัวไปเรื่อยๆ คนที่เดินขึ้นมาบนรถก็เพิ่มขึ้น ผมเลยต้องเดินชิดใน
เข้าไปอีก จนตัวติดกับชานยอลเลย มันจ้องหน้าผมเขม็งอย่างกะผมจะไปลวนลามมัน
แถมตอนนี้หน้าผมกับหน้ามันอยู่ห่างกันไม่ถึงคืบ ตัวผมกับมันก็สูงพอๆกันอีก
นี่ถ้ารถเบรกแรงๆนะ ผมกับมันคงจะ ...

O.O

เฮ้ย ...

ปากไอ้ชานยอลจุ๊บแก้มผมพอดีเป๊ะเลย คนทั้งรถโอดครวญกันใหญ่ ว่าทำไมรถเมล์เบรกแรงแบบนี้
คนทั้งรถตัวเอนไปข้างหน้าด้วยแรงเหวี่ยงของรถ รวมถึงไอ้ชานยอลที่ยังคงค้างอยู่ในท่าจุ๊บแก้มผม
และไม่มีทีท่าว่าจะถอนปากออกไป ผมเองก็อึ้งกิมกี่ยืนค้างอยู่แบบนั้นเหมือนกัน
แล้วพอเหมือนมันจะตั้งสติได้มันก็รีบเอนตัวกลับไปยืนในท่าเดิม ตาโตๆของมันโตขึ้นกว่าปกติ
ประมาณ 2เท่า สีหน้าดูตื่นๆคล้ายคนใกล้จะสติแตก ผมเองก็พูดอะไรไม่ออก
สิ่งเดียวที่ผมรู้สึกตอนนี้คือ หน้าผมมันร้อนมากเลย นี่ใช่มั๊ยที่เค้าเรียกว่า อาการหน้าแดงน่ะ

ตลอดทางบนรถเมล์ มันไม่มองหน้าผมเลยซักกะนิด แถมยังพยายามขืนตัวเองเอาไว้ไม่ให้
มาถูกตัวผมด้วย อยากจะถามมันเหมือนกันว่าเมื่อยมั๊ยที่ต้องยืนเกร็งแบบนั้น เห็นแล้วโคตรตลก
ส่วนผมก็มองหน้ามันมาตลอดทาง โคตรจะเพลิน

'เมื่อคืนนอนหลับสบายป๊ะ' อยู่ดีๆผมก็ถามมัน 

จนรถเมล์ใกล้จะถึงที่หมาย มันก็รีบเบียดคนออกไปตรงประตูทางลง ทำไมเวลาบนรถเมล์วันนี้
มันดูผ่านไปเร็วจัง นี่ให้ผมยืนจ้องหน้ามันแบบนี้ไปอีก 3 ชั่วโมงผมก็ทำได้นะเนี่ย 
ไม่เหนื่อยไม่เมื่อย เหมือนทุกวันที่ผ่านมาเลย

ผมไม่รอช้าที่จะเดินเบียดคนออกไปรอที่ประตูเหมือนกัน พอลงรถมา มันก็เดินข้ามถนนไปเลย
ส่วนผมข้ามตามมันไม่ทันเพราะมีรถดันมาตัดหน้าซะก่อน ผมเลยพลาดโอกาสจะประกบมันต่อ
ไม่เป็นไร รอตอนกลางวันหรือตอนเย็นก็ได้ ยังไงผมก็ต้องได้เจอมันอีกอยู่ดี

.
.
.

จนตอนกลางวัน ผมก็ลงมากินข้าวกลางวันตามปกติ และนั่งที่ลงที่ประจำกับกลุ่มเพื่อนกลุ่มเดิม
ผมนั่งเก้าอี้ฝั่งที่จะเห็นทุกคนที่เดินเข้ามาในโรงอาหาร ก็แน่แหล่ะเพื่อรอส่งไอ้ชานยอลมันอ่ะ
ผมพยายามกินข้าวช้าๆ ค่อยๆกินทีละคำเพื่อรอ จนผมเห็นแล้วว่าเพื่อนกลุ่มมันเข้ามาที่โรงอาหารแล้ว
แต่ผมไม่เห็นมัน มันไปไหนของมันกันอ่ะ ผมพยายามชะเง้อคอมองสุดคอก็ยังไม่เห็น 
นี่ผมไม่เห็นมันจริงๆนะเนี่ย

'ชะเง้อคอจะเคล็ดแล้วนะมึงอ่ะ' ไอ้ซูโฮที่กำลังแทะไก่อย่างมีความสุขถามผมกลางวงข้าว
ผมหันไปมองหน้ามันแล้วก็ทำหน้าเจื่อนนิดๆ ผมก้มหน้าก้มตากินข้าวด้วยอารมณ์ไม่ดีเล็กน้อย
หน้าผมเริ่มบึ้งเมื่อเห็นว่า เลยเวลาพักมาครึ่งชั่วโมงแล้วก็ยังไม่เห็นวี่แวว

'ไม่ได้เห็นหน้าแล้วหงุดหงิดอ่ะดิมึง ฮิฮิ' ไอ้ซูโฮมันหันมาเยอะเย้ยผมด้วยหน้ากวนส้นเท้ามาก
ผมหันไปทำหน้าดุใส่มัน มันยักไหล่ไม่ใส่ใจแล้วก็หันไปแทะไก่ต่อ 

แต่ที่ไอ้ซูโฮพูดมานี่ก็ถูกนะ ตอนนี้ผมกำลังหงุดหงิด หงุดหงิดแบบโคตรหงุดหงิด ปกติผมไม่ค่อย
อะไรกับใครนะ โกรธคนย๊ากยาก แต่ตอนนี้นี่ผมพร้อมจะระเบิดลงทุกเมื่อ ส่วนไอ้ตัวต้นเหตุ
ก็ไม่รู้หายหัวไปไหน 

ผมตัดสินใจวางช้อนในมือ แล้วก็บุกเดี่ยวไปที่โต๊ะของเพื่อนของชานยอล ผมจำได้ว่า ไอ้เพื่อน
กลุ่มนี้แหล่ะที่เดินลงมากับชานยอลเมื่อวาน ผมจำไอ้เซฮุนได้ มันเป็นเด็กวงโย มันเล่นทูบา
ผมเลยไม่ค่อยสนิทกับมันมากแต่ก็พอคุยกับมันได้แหล่ะ ส่วนเด็กคนอื่นผมก็จำหน้าได้
ถ้าถามไอ้เด็กกลุ่มนี้มันต้องรู้แน่ๆว่าชานยอลไปไหน

'เอ่อ ถามไรหน่อยดิ' ผมเดินไปยืนหน้าโต๊ะของไอ้เด็ก ม.5 กลุ่มนี้แล้วก็พูดขึ้นเบาๆ
ไม่รู้ว่าหน้าผมดุ หรือว่าอะไร พวกมันจ้องผมกันตาค้างทั้งโต๊ะเลย

'เอ่อ อ่า ...'
'โอ้'

มันอ้ำอึ้งกันทั้งโต๊ะเลย เฮ้ย กูไม่ได้มาดุพวกมึงนะ กูมาถามดีๆ ผมพยายามปรับสีหน้า
ให้ดูยิ้มๆ เผื่อว่าไอ้เด็กกลุ่มนี้จะหายกลัว 

'เซฮุน พี่ถามไรหน่อยดิ เห็นชานยอลบ้างป๊ะ'ผมเลือกหันไปคุยกับเซฮุนที่พอจะคุ้นเคย
กันมาบ้างก่อนเป็นคนแรก

'อ่อ คือ ชานยอลมันไม่ยอมลงมากินข้าวอ่ะครับ' เซฮุนตอบ ผมไม่รอช้าที่จะถามต่อทันที

'แล้วทำไมมันไม่ลงมากินข้าวอ่ะ' 

'อ่อ มันฝากพวกผมซื้อขนมขึ้นไปให้มันกินอ่ะครับ' เด็กตาโตๆอีกคนตอบผมบ้าง
พอผมจ้องตามันกลับ ตามันก็โตขึ้นอีก เออ แปลกดีนะ

'ซื้อขนมขึ้นไปให้งั้นเหรอ แล้วนี่ พวกน้องซื้อขนมให้ไอ้ชานยอลมันยัง' ผมถามต่อ
เริ่มนึกแผนอะไรดีๆได้ 

'ยังครับพี่ มันไม่ได้ฝากตังค์ลงมาด้วย พวกผมเลยเกี่ยงกันอยู่ว่าใครจะซื้อ' 
เด็กตาตี่ๆอีกคนพูดขึ้น

'มึงก็ซื้อดิ เพคฮยอน กูรู้ว่ามึงรวย' เด็กผิวคล้ำๆอีกคนพูดขึ้นพร้อมชี้มาที่
ไอ้เด็กตาตี่ โอเค ไอ้เด็กตาตี่นี่ชื่อเพคฮยอนสินะ

'รวยบ้านแกสิ กูจะเอาตังค์ไปเติมโทสับเว้ย วันหมดแล้ว ไอ้จงอินมึงซื้อดิ'
ไอ้เพคฮยอนหันไปชี้หน้าไอ้จงอินแล้วตอกกลับ

'โหย ไม่เอาอ่ะ เซฮุน มึงเพื่อนสนิทชานยอลมันอ่ะ ซื้อดิ' ไอ้จงอินมันหันไปโบ้ยให้ไอ้เซฮุน
ไปซื้อ แต่ไอ้เซฮุนส่ายหน้าใหญ่เลย

'อ้าว แล้วพวกมึงไม่ใช่เพื่อนไอ้ชานยอลมันเหรอ ไม่เอาอ่ะ ดีโอ มึงซื้อดิ ซื้อเลย' 
ไอ้เซฮุนชี้นิ้วไปทางไอ้ดีโอ ไอ้ดีโอตาโตขึ้นอีกและ เออ เด็กกลุ่มนี้นี่มันตลกดีจังเลย 
หลังจากนั้นมันก็เถียงกันอีกซักพัก จนผมต้องบอกให้พวกมันหยุด

'พอๆ หยุดๆ เออ เรื่องซื้อขนมไปให้ชานยอลนี่ เดี๋ยวพี่ซื้อไปให้น้องมันเองนะ
พวกน้องกินข้าวกันไป น้องอยู่ ม.5 ห้อง 3 ใช่ป๊ะ' ผมถามพวกมันให้
แน่ชัดอีกครั้ง ว่าผมจะเดินไปไม่ผิดห้อง

'ใช่ครับพี่ โอ้ ขอบคุณครับพี่' พวกมันพร้อมใจกันขอบคุณผมหมดเลย 
แหม ทีงี้ล่ะพวกมึงสามัคคีกันดีจังนะ

.
.
.

ผมซื้อของกินมาสองสามอย่าง มีพวกขนมปังกับลูกชิ้น ผมซื้อน้ำมาให้มันด้วย
กลัวว่ามันจะหิวน้ำ ผมเดินถือไปหามันที่ห้อง ตอนนั้น ทุกคนยังอยู่ในช่วงพัก
เลยไม่มีใครอยู่ในห้องเลย ผมเดินเข้าไปในห้องไม่เห็นใครซักคน แต่พวกเพื่อน
ไอ้ชานยอลมันยืนยันว่าชานยอลนั่งอยู่ในห้องจริงๆนะ แล้วมันไปไหน

ผมเดินสำรวจรอบๆห้องเรียน ตอนแรกผมคิดว่าผมคงชวดอีกรอบ
เพราะไม่เห็นว่าจะมีใครอยู่ในห้อง จนเมื่อผมเดินไปหลังห้อง ผมก็เจอกับใครบางคน

ไอ้ชานยอลมันหลับอยู่บนเก้าอี้ที่ต่อกันยาว 4 5 ตัว บริเวณหลังห้อง 
มันใช้กระเป๋ามาหนุนต่างแทนหมอนมันคงหลับสนิทมากอ่ะ 
เพราะขนาดว่าผมเดินเข้ามาใกล้ขนาดนี้มันก็ยังไม่รู้สึกตัว ผมเดินเข้าไป
ไปในแถวของโต๊ะที่อยู่ตรงหน้ามันก่อนจะกระโดดขึ้นนั่งบนโต๊ะ
ผมนั่งจ้องมันที่กำลังหลับตาพริ้มด้วยรอยยิ้มบางๆ 

ผมไม่เคยเจอใครน่ารักเท่ามันมาก่อนเลย ไม่ว่าจะเป็นผู้หญิงหรือผู้ชายที่ไหนก็เถอะ
ผมชอบแก้มของมันที่สุดและ ใจผมนะอยากจะเอื้อมมือไปจับแก้มมันซักทีด้วยความหมั่นเขี้ยว 
แต่ผมยังไม่กล้าว่ะ ไม่อยากจะลักจับตอนมันกำลังหลับแบบนี้ เอาไว้แกล้งจับแก้มมัน
ให้มันโมโหเล่นดีกว่า ผมจะได้หาเรื่องคุยกับมันต่อได้ ผมนั่งมองมันหลับไปเรื่อยๆ
จนเหลือบไปเห็นนาฬิกาข้อมือว่าอีกสิบนาทีใกล้จะได้เวลาเข้าเรียนคาบต่อไปแล้ว
ผมเองก็ไม่อยากจะปลุกมันซะด้วยสิ เห็นเด็กมันกำลังหลับมีความสุขแบบนี้ ก็ปล่อยมันหลับไปดีกว่า

ผมหากระดาษเปล่าๆในห้องมาเขียนข้อความอะไรบางอย่างใส่ไว้ในถุงขนมที่ผมซื้อมาให้มัน
ผมหวังว่ามันจะชอบของกินที่ผมซื้อมาให้มันนะ ผมไม่เขียนว่าผมเป็นคนซื้อมาให้ 
เพราะผมคิดว่ามันคงเอาไปโยนทิ้งแน่ๆ เดี๋ยวมันจะไม่ได้กินอะไรช่วงพักกลางวันด้วย

'กินให้อิ่มนะไอ้เด็กบ้า' ผมพูดกับมันที่ยังหลับอยู่เบาๆ

เด็กบ้าอะไรก็ไม่รู้ น่ารักชิบหาย

.
.
.

'เอ้า นายคริส เดี๋ยววันนี้ลองเล่นแบบเต็มๆเลยนะ ทั้งวงเลยนะ
เอาตามที่คุยกันไว้เมื่อกี้นั่นแหล่ะ อาจารย์ว่าโอเคแล้ว' อาจารย์ดนตรีไทย
หันมาพูดกับผมที่นั่งอยู่ข้างๆกับเปิงมาง เด็กวงโยคนอื่นๆก็นั่งถัดๆจากผมไป
พออาจารย์ดนตรีไทยสั่งปุ๊ป พวกผมจัดแจงกลองให้เข้ามาชิดตัวด้วยท่านั่งตี
แล้วก็เริ่มบรรเลง โดยพวกผมจะเริ่มนำจังหวะกันมาก่อนด้วย Bass Drum [1]
แล้วตามด้วย การบรรเลงของวงดนตรีไทย ที่มีระนาดเอก ระนาดทุ้ม ขลุ่ย 
แล้วก็มีเครื่องสายไทยมาร่วมวงด้วย เครื่องดนตรีประกอบจังหวะ อย่างพวกฉิ่ง กรับ 
กลองสองหน้าก็จะบรรเลง ประกอบจังหวะตอนที่ เครื่องดนตรีไทยบรรเลง
ส่วน ไอ้ชานยอลที่เล่นเปิงมางนี่รอเล่นพร้อมๆผม ในช่วงเล่นเดี่ยว 
หรือถ้าในทางดนตรีสากลแล้วเรียกว่าการ 'โซโล่' โดยมีเปิงมางคอกเป็นตัวนำ
แล้วตามด้วย กลอง Tenor [2] เพราะว่ามีเสียงสูงต่ำไปในทางเดียวกันได้
ส่วนกลองแต๊กอย่างผม กับ Bass drum จะคลอไปตามจังหวะ
จากที่ลองๆซ้อมกันมาผมว่ามันโอเคมากเลยนะ ผมเล่นดนตรีมาหลายปีก็เพิ่งรู้ว่า
ดนตรีไทยกับดนตรีสากลมันเข้ากันได้ดีมาก ดีมากกว่าที่ผมคิด

แต่แลดู เด็กดนตรีสากลอย่างผม กับ ไอ้เด็กดนตรีไทยอย่างชานยอล
จะยังเข้ากันไม่ค่อยได้เท่าไหร่

'วันนี้กินข้าวกลางวันอร่อยป๊ะ' ผมลองแกล้งๆแซวมันช่วงพักเพราะอยากรู้
ว่ามันจะตอบว่ายังไง มันมองหน้าผมแป๊ปนึง แล้วก็เบือนหน้าหนีไปไม่ยอม
ตอบคำถาม

'โหย คุยด้วยก็ไม่ยอมคุย' ผมพูดกับมันอีก พยายามทำน้ำเสียงให้รับรู้ว่า
ใกล้จะงอนแล้วนะ แต่มันก็ยังไม่สนใจ

'ไม่อยากคุยกับมึง' เสียงมันบ่นมาเบาๆ แต่อย่างที่ผมเคยบอก
ประสาทสัมผัสของหูผมน่ะดีมาก แล้วยิ่งถ้าเป็นชานยอลพูดด้วยแล้วล่ะก็
ผมยิ่งฟังได้ชัดมากกว่าเดิมอีก

'ลูกชิ้นเมื่อกลางวันอร่อยมะ' ผมพยายามคุยกับมันอีก ผมอยากรู้ว่ามัน
กินของกินที่ผมวางทิ้งให้มันจริงๆมั๊ย

'มึงรู้ได้ไงว่าเมื่อกลางวันกูกินลูกชิ้น'ได้ผลแฮะ มันยอมหันหน้ามาคุยกับผมแล้ว
สายตาหาเรื่องอีกตามเคย มันจ้องผมนิ่งเลย ผมก็ได้แต่ยิ้ม มันกินของที่ผมซื้อให้มันจริงๆด้วย

'ยิ้มเชี่ยอะไร' มันถามผมอีก ถึงมันจะยังไม่ยอมพูดดีๆกับผม แต่ผมก็ดีใจนะ
ที่มันหันมาคุยกับผมแล้วอ่ะ

'เปล่า ไม่มีอะไร แค่ยิ้มขำคนที่เมื่อกลางวันแอบไปหลับอยู่ในห้อง
แล้วไม่ยอมลงไปกินข้าว' ผมพูดเสร็จก็ทำท่าจะเดินหนี มันเลยรีบตะโกนรั้งผมเอาไว้

'มึงกลับมาก่อนเลยนะ มึงรู้ได้ไงว่ากูแอบหลับอยู่ในห้องอ่ะ' มันถามผมอีก
หน้าตามันดูโกรธมากเลยอ่ะ แต่มันก็ยังน่ารักอยู่ดี

'เอาเป็นว่า พี่รู้ก็แล้วกัน แล้วได้กินขนมปังเนยกระเทียมป๊ะ' 
ผมยักคิ้วให้มัน นี่ผมเพิ่งรู้ตัวนะเนี่ยว่าเรื่องกวนส้นเท้า ผมก็ไม่เป็นสองรองใครเลยน่ะ

'มึงอย่าบอกนะว่ามึงเป็นคนซื้อของกินมาให้กูอ่ะ' มันเริ่มโวยวาย ยกมือข้างหนึ่ง
ขึ้นมาชี้หน้าผม 

'เก่งนี่ ทายถูกด้วย' ผมปรบมือให้มัน 2 3 แปะ แล้วก็ยิ้มให้มัน 

'โอ๊ย กูอยากจะอ๊วก' มันดิ้นเร่าๆ ทำท่าโก่งคอจะอ๊วกทุกสิ่งออกมา

'อ๊ะๆ อย่าอ๊วกออกมานะ เสียดายของบ้าง ห้ามกินทิ้งกินขว้าง ฮ่าๆ' ผมหัวเราะดังลั่น
สะใจอยู่ไม่น้อยที่แกล้งมันได้ อีกอย่างก็คือ ผมดีใจสุดๆเลยที่มันกินของที่ผม
ซื้อให้มันหมดเลย เพราะมันไม่ปฏิเสธเลยว่ามันไม่ได้กิน 

มันจ้องหน้าผมอย่างกะจะกินเลือดกินเนื้อผมให้ได้ ผมก็มองหน้ามันกลับแบบนิ่งๆ
อย่างที่ชอบทำบ่อยๆ มันที่ทำอะไรไม่ได้ก็นั่งลงที่เดิมแล้วก็หยิบขวดน้ำมานั่งกินไปเรื่อยๆ
สงสัยจะพยายามล้างท้องตัวเอง ฺฮ่าๆ จนเวลาผ่านไปซักพัก อาจารย์ดนตรีไทยก็เดินเข้ามาหาชานยอล
อาจารย์หันมาเรียกผมให้เข้าไปคุยด้วยกัน ผมก็เดินเข้าไปคุยตามหน้าที่ แต่ชานยอลมันก็ยังไม่เลิก
หันมามองหน้าผมด้วยท่าทีรังเกียจสุดฤทธิ์ อาจารย์ดนตรีไทยที่เห็นชานยอลมองผมแบบนั้นก็
เลยพูดขึ้นมา

'ชานยอลทำไมมองพี่เค้าแบบนั้นล่ะ' อาจารย์ดนตรีไทยถามชานยอล แล้วหันมามองหน้าผมทีหนึ่ง

'เปล่าครับไม่มีอะไร' ชานยอลส่ายหน้า ส่วนอาจารย์ดนตรีไทยทำหน้า งง แล้วหันมามองหน้าผมอีกที

'แต่อาจารย์ว่าน่าจะมีนะ อาจารย์ขอเตือนทั้งคู่เลยนะ ว่าอย่ามีเรื่องกัน อย่าลืมว่าเราต้องร่วมงานกันไป
อีก 1 เดือน แถมยังต้องออกไปแสดงดนตรีด้วยกันที่ต่างจังหวัดอีก อาจารย์ไม่อยากให้เกิด
ปัญหาขึ้นในวง' เหมือนว่าอาจารย์จะอ่านใจพวกเราทั้งสองถูก ว่ากำลังมีเรื่องที่ไม่เข้าใจกันอยู่

ผมเห็นด้วยกับอาจารย์นะ คนทำงานด้วยกันก็ไม่ควรจะมีเรื่องกัน ยิ่งโดยเฉพาะการเล่นดนตรี
อารมณ์และความรู้สึกที่เรามีสามารถสื่อออกมาผ่านทางดนตรีได้ เพลงที่หวานให้คนเศร้ามาเล่น
ยังไงมันก็ไม่ซึ้ง ส่วนคนที่กำลังมีความสุขให้มาเล่นเพลงที่ทุกข์ยังไงก็ไม่หมอง ถ้าคนในวง
มีเรื่องไม่เข้าใจกัน หรือบาดหมางกัน เล่นรวมกันยังไงก็ไม่มีทางบรรเลงออกมาให้เข้ากันได้เป็นหนึ่งเดียว

'เข้าใจมั๊ยชานยอล อาจารย์ไม่อยากพูดซ้ำสองนะ' อาจารย์ดนตรีไทยหันไปพูดเน้นย้ำกับชานยอลอีกครั้ง 
ชานยอลหน้าจ๋อยลงไปอย่างเห็นได้ชัดเมื่อโดนอาจารย์ตำหนิ

อาจารย์ดนตรีไทยเมื่อคุยกับผมและชานยอลเสร็จก็เดินไปทำอย่างอื่นต่อ ไอ้ชานยอลที่เมื่อเห็นว่า
อาจารย์เดินไปแล้ว ก็หันมาเล่นงานผมทันที

'เพราะมึง ชอบมาวุ่นวายกับกู มึงทำให้กูโดนด่า' มันหันมาด่าผมฉอดๆเลย ผมเงิบอีกรอบกับคำพูดมัน
มันคิดได้ไงว่าผมทำให้มันโดนด่า มันทำตัวมันเองทั้งนั้น

'พี่ไม่ได้ทำให้ชานยอลโดนด่า แต่เป็นเพราะชานยอลเองนั่นแหล่ะที่มองพี่แบบนั้น ชานยอลเลยโดนด่า'
ผมพูดอธิบายกับมันแบบโคตรจะดี แต่มันก็ยังไม่เลิก

'เพราะมึงชอบมาวุ่นวายกับกูไง กูเลยหงุดหงิด มึงอ่ะแหล่ะผิด' สายตาที่มันมองมานี่โคตรน่าเตะ
เด็กอะไรก็ไม่รู้ ตัวเองทำผิดแต่ไม่ยอมรับ ผมนี่พูดกับมันโคตรดี ถ้ามันยอมอ่อนลงซักนิด
มันก็คงไม่โดนด่า 

'พี่ผิดตรงไหน พี่ทำดีทุกอย่างแล้วนะ พี่พูดกับชานยอลโคตรเพราะ เมื่อเช้าก็อุตส่าห์
จ่ายค่ารถเมล์ให้ ตอนกลางวันก็ซื้อขนมไปให้กิน' 
ผมพูด ผมว่ามันใกล้จะระเบิดแล้วแหล่ะ แต่ผมก็ยังพูดต่อไป 

'ชายยอลซะอีกที่ไม่เคยทำดีกับพี่เลย พูดกูมึงกับรุ่นพี่ แต่พี่ไม่เคยถือเลยเพราะเห็นว่า
ชานยอลเป็นรุ่นน้อง พี่ก็อยากจะตักเตือน แต่ชานยอลก็ไม่ยอมฟัง แถมเมื่อวาน
ยังเตะกล่องดวงใจพี่ด้วย' พอผมพูดมาถึงตรงนี้แล้วผมก็ขอหยุดหายใจแป๊ปนึง
เพราะยังจุกอยู่ไม่หาย 

'แต่เรื่องนั้นพี่ก็ไม่ถือแล้วเหมือนกัน พี่จะคิดซะว่า ชานยอลจุ๊บแก้มพี่บนรถเมล์เมื่อเช้า
เป็นการขอโทษพี่ไปแล้ว' ผมยักคิ้วให้มันอีกที โอ๊ย แกล้งแหย่ให้ชานยอลโมโหนี่สนุกจริงๆ

'นี่มึง หยุดเลยนะ' ชานยอลลุกขึ้นชี้หน้าผมด้วยความโกรธสุดขีด 

'มึงอ่ะ เลิกยุ่งกับกูที หยุดตามกูได้แล้ว มึงก็อยู่ของมึงไป กูก็อยู่ของกู มึงจะมายุ่งกับกูทำไม
เลิกยุ่งกะกูเหอะ แค่นั่งร่วมห้องกันกูก็อึดอัดจะแย่แล้ว' สายตามันจ้องมาที่ผมคล้ายจะแดก
หัวผมเข้าไปให้ได้ ก็น่ากลัวอยู่หรอก แต่ดูแล้วผมว่ามันน่าแกล้งต่อมากกว่า

'พี่ขอโทษชานยอลแล้วกันนะที่ทำให้รู้สึกอึดอัด' ผม(แกล้ง)ทำหน้าเศร้าๆ
เพื่อลองดูปฏิกิริยาของมัน มันดู งงๆ นิดหน่อยที่ผมยอมขอโทษ สงสัยจะคาดไม่ถึง อิอิ

'เอ่อ .. เออ ดีแล้ว กูบอกแล้วว่ามึงอ่ะแหล่ะผิด'มันทำเป็นพูดซ้ำเติม แต่สายตามันดูลังเลนะ
สงสัยจะเดาทางผมไม่ถูกซะแล้ว

'แล้วพี่ก็ต้องขอโทษอีก ถ้าพี่จะต้องทำให้ชานยอลรู้สึกอึดอัดต่อไป ' ผมพูดยิ้มๆ 
มันจ้องผมด้วยความ งง เดาไม่ออกล่ะสิ ว่ากูจะมาไม้ไหน 

'มึงหมายความว่าไง' มันถาม 

'พี่จะพูดให้เข้าใจง่ายๆเลยก็คือ กูจะจีบมึง' ผมเน้นย้ำคำว่า กูจะจีบมึง จงใจให้มัน
ได้ยินแบบชัดๆ คงกระแทกใจมันอยู่ไม่น้อยแหล่ะ

'มึงจะจีบกู' ชานยอลตะโกนลั่นห้อง จนเด็กนักเรียนทั้งห้องดนตรีไทยหันมาดู
ผมกับชานยอลว่าเป็นอะไรกัน บางคนก็เริ่มซุบซิบ หัวเราะคิกคัก 
แต่ผมไม่สนใจนะ ผมสนใจชานยอลมากกว่าว่ามันจะคิดยังไง

'ใช่ กูจะจีบมึง กูว่ากูชอบมึงว่ะ' ผมพูดหน้าตาย จากใจ จริงๆ จังๆ ไม่มีโกหก

ไอ้ชานยอลอ้าปากค้าง พูดอะไรไม่ออก ผมว่าไม่แน่มันอาจจะร้องไห้ กับเรื่อง
ช็อกที่มันเพิ่งได้ยิน แต่ผมก็อยากให้มันรู้ไว้ ก็อย่างว่า ผมเป็นคนตรงๆนี่

ก็ไอ้ซูโฮมันบอกผมมาว่า เรื่องกลเม็ด วิธีในการจีบมันเป็นคุณสมบัติเฉพาะตัว
ไม่สามารถสอนกันได้ อย่างมากก็ให้ได้แค่เทคนิค ไปปรับใช้เอา มันบอกว่า
ให้ผมเป็นตัวของตัวเองไปเลย ผู้ชายทุกคนมีมารยาพอๆกับผู้หญิงนั่นแหล่ะ
มันบอกผมแบบนี้ แล้ววันนี้ผมก็รู้แล้วว่า ผมมีมารยาในการจีบหนุ่ม (?) อยู่จริงๆ

ก็นี่ไง ผมก็เป็นอย่างที่ผมอยากเป็น ผมบอกมันตรงๆ ให้เข้าใจง่ายๆ
ชอบก็คือชอบ จะจีบผมก็บอกว่าจะจีบ เอาให้รู้ๆกันไป

'มะ มึงอ่ะ มึงเพิ่งเจอหน้ากูกี่วันเอง 3 วันได้มั๊ง มึงจะชอบกูได้ไง ไอ้ ...
ไอ้บ้า บ้า มึงบ้าไปแล้ววว' ชานยอลโวยวายลั่นห้องอีกรอบ สายตาทุกคนในห้อง
จับจ้องมาเป็นตาเดียว 

'กูก็ไม่รู้ว่ะ ว่ากูชอบมึงได้ไง แต่ กูก็ชอบมึงอ่ะ มึงน่ารัก' ผมพูดกูมึงกับชานยอลยาวเลย
ผมว่าบอกแบบนี้แล้วมันดูจริงใจดี

'ม่ายยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย' 

'เอ้ย เงียบๆกันหน่อย มาซ้อมกันต่อ ชานยอลเข้าที่ คริสประจำที่ได้แล้ว'
ชานยอลกรีดร้องลั่นห้องดนตรีไทย จนอาจารย์ดนตรีไทยต้องส่งเสียงปราม

'เด็กสมัยนี้ มันเปิดเผยกันดีจริงๆ' อาจารย์บ่นต่อท้ายพร้อมกับส่ายหัวเบาๆ 
ผมถึงกับหลุดขำเมื่อได้ยิน

ผมกับชานยอลจำใจต้องกลับไปอยู่ในที่ของตัวเอง ซึ่งก็ไม่ห่างกันเลย อยู่ติดๆกันนั่นแหล่ะ
และก่อนที่จะเริ่มซ้อมเพลงกันอีกรอบผมก็แอบเหล่ไปทางมันไปอีกที

ผมไม่ได้เข้าข้างตัวเองนะ ผมว่าหน้ามันแดงแหล่ะ แดงยันหูเลย 

นี่หมายความว่ามันอายใช่ป๊ะ ?


TBC.

------------------------------------------------------------------------------------------------------------


แปะโป้ง เรื่อง Bass Drum, Tenor drum แล้วก็เดี๋ยวจะมาอธิบายเรื่อง Snare Drum ด้วยค่ะ เดี๋ยวมา Edit ค่า


วันนี้มี Percussion สนุกๆมาให้ดูอีกแล้วค่ะ เป็นเพื่อนเก่าของผู้แต่ง สมัยตอนอยู่ ม.ปลาย ค่ะ

http://www.youtube.com/watch?v=1FUvEfQfPeE

กลองสแนร์ที่พี่คริสถูกวางตัวให้รับบทนี้ไป อยู่ทางซ้ายมือของเรานะคะ ตรงกลางคือ กลอง Tenor
ส่วนขวามือสุดคือ Bass drum ค่ะ 

ไปและ บะบุยยย -3-)/
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

374 ความคิดเห็น

  1. #364 Prae'w (@fanchan_ky) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 26 มีนาคม 2560 / 01:35
    ฮ่อยยยยยยยยยยยยย 5555
    #364
    0
  2. #349 Printhida Klinkaewnarong (@rainbowky) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 14 สิงหาคม 2559 / 15:42
    พี่คริสรุกหนักมากกกก งื้อออออ โดนน้องจุ๊บแก้มเมื่อเช้านี่เหมือนได้ยาดีเลยใช่มะ น้องเขินไปหมดแล้ว คนบ้า พูดอะไรก็ไม่รู้ คนเยอะแยะ
    #349
    0
  3. #328 sbater (@songbow) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 1 ธันวาคม 2556 / 21:43
    5555555 ยอลงงอ่ะดิๆๆ

    พี่คริสสู้เขา!!!!!
    #328
    0
  4. #320 maynicha (@maydeephala) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 3 ตุลาคม 2556 / 01:21
    ยอลหวั่นไหวอ่ะ กรี๊ดดด เหตึผลที่ยอลเกลียดคริสนี่แบบ....
    #320
    0
  5. #305 HwangBoruem (@boruemmygang) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 23 มิถุนายน 2556 / 20:01
    โอ้ยยยยยย
    อยากจะกรี๊ดมากกกกก
    ตอนฉากในรถเมล์>///<
    น้องยอลจุ๊บเเก้มพี่คริสสสสสสสสสสสสสสสสส
    น่ารักมากกกก
    เเล้วก็ชอบตอนที่พี่คริสบอกว่าจะจีบน้องยอล
    โอ๊ยยยยยยย
    ฟินจะตายอยู่เเล้ววว><
    #305
    0
  6. #291 sbater (@songbow) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2556 / 22:17
    น่ารักอ่ะ วีธีเฮียเจ๋งอ่ะ

    #291
    0
  7. #278 nan'sp nan (@nansp2) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2556 / 19:17
    โครตน่ารักอ่ะอ๊ากเขิน!!!
    #278
    0
  8. #266 Onlytop (@babymaryzii-top) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2556 / 23:18
    อร๊างงงงงงงงงงงง อพคคคคคคคคคคค.แกตรงมาก
    ฉันชอบผู้ชายแบบนี้ >//////////////<
    #266
    0
  9. #241 Parery_SuJuEXO (@paie) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 29 มีนาคม 2556 / 00:13
    พี่คริสโคตรตรงอ่ะ
    น้องเขินเลยเห็นมั้ยๆ ><
    #241
    0
  10. #178 thetist--? (@eveyoyo) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2556 / 17:21
    อั้ยยย -////////-
    คริสยอลลี่น่ารักไปแล้ววว
    คริสตรงมากลูก 5555
    #178
    0
  11. #171 zeebel (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2556 / 00:32
    ชอบเรื่องนี้มาก กิกิ

    ชานยอลน่ารัก มีหอมแก้มด้วย

    แต่ก็นะเตะกล่องดวงใจพี่คริสซะ ฮ่าๆๆๆๆๆๆ

    พี่คริสรุกน้องหนักมากอ่ะ ชานยอลก็เขินน่ารัก

    เรื่องนี้ชานยอลซึนมากอ่ะ

    โมเม้นที่คริสนั่งดูชานยอลหลับ มันแบบมุ้งมิ้งมากอ่ะ

    น่ารักกกกกก
    #171
    0
  12. #165 MemiChan (@memichan) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2556 / 22:13
    น่ารักมากไม่ไหวแล้ว > <
    คริสคะ... ตรงไปค่ะ 555555
    น้องยอลเขินแบบน่ารักโพดๆ 
    แต่ฮาพวกเพื่อนยอลมาก มาแปปเดียวแต่ชอบง่ะ 555
    น่ารักไปหมดเลยฟิคเรื่องนี้ 
    #165
    0
  13. #125 dongdanglee (@leedongdang) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2556 / 23:45
    กรี๊ดดดด อีพี่คริสตรงไปป่ะ
    #125
    0
  14. #114 joong_took (@mathana) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2556 / 10:42
    ชอบ >///<
    #114
    0
  15. #81 YelliE (@yellie0627) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 22 มกราคม 2556 / 16:48
    พี่คริสโดนเตะกล่องดวงใจ สงสารอ่ะ น้องยอลง่ะเตะอะไรไม่เตะ ดันไปเตะกล่องดวงใจ
    จุดอ่อนของ ผช แอบจุกแทนพี่คริสเบาๆ 555555
    พี่คริสซื่อบื้อเนอะ เชื่อและว่าแม่มไม่เคยมีแฟนจริงๆ
    ตอนที่ซูโฮด่า อพค โอ๊ยยย ฮามากกกกกก ฮาจนอยากจะลงไปนอนดิ้นกะพื้น
    แต่ละคำ มันช่างเหมาะกะคนโดนด่าจริงๆ กร๊ากกกกกกก
    อพคนี่ก็กวนประสาทใช่ย่อยนะ แหย่น้องเข้าไป เดี๋ยวน้องมันก็ใจอ่อนเอง
    น้องยอล ม.5 พี่คริส ม.6 น่ารักมากจริงๆ แอร๊ยยยยย ^\\\\\\\^

    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 22 มกราคม 2556 / 16:50
    #81
    0
  16. #75 ฮัดชิ้ว! (@joyzpzkung) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 21 มกราคม 2556 / 21:53
    โอ้ยยยยยยยยยยยยยย !
    ถึงชานยอลจะเตะกล่องน้องชายของพี่คริสแรงเเค่ไหน พี่คริสก็ไม่เจ็บหรอก
    เพราะหัวใจพี่คริสอยู่กับชานยอล ฮิ้ววววววววววววววว *ยื่นมาขอติ๊บ*
    ก๊ากกกกกกกกกกกกกก

    เดินหน้าจีบเเบบนี้ชานยอลจะเขินตัวบิดเลยไหมหนอ?
    *อนิจจัง*
    #75
    0
  17. #49 whatbest (@whatgoodwhatbest) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 13 มกราคม 2556 / 15:54
    กล้ามาก พี่คริส
    #49
    0
  18. #42 `BdUCKBABY (@milfeulle_tifa) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 13 มกราคม 2556 / 03:19
    พี่คริสแม่มม
    ทำน้องเขินอะ 555
    #42
    0
  19. #31 happy-n1O ' (@ranna_taji) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 11 มกราคม 2556 / 02:14
    โหยยยยโครตน่ารักเลยยย กึจะจีบ น่ารัก กูว่ากูชอบวะ โอยยยยยย *เก๊ากะชอบพวแกแกกก คะริสสสสสสสสย๊อลลลลบบบบบ ><
    #31
    0
  20. #27 PaRaNPaRK1004 (@spy_thailand) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 10 มกราคม 2556 / 22:55
    ตรงม๊ากกก ปากตรงกะใจสุดๆ 
    แต่แอบฮา พี่คริส ตอนขอคบ ตอนแรกอ่ะ นี่มันไม่ได้อยากให้เป็นแฟนนี่หว่า
    แต่พอรู้ว่าชอบแล้ว เดินหน้าจีบเลยจ้า ฮ่าๆๆๆ
    #27
    0
  21. #13 happy_virus (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 25 ธันวาคม 2555 / 22:16
    อิพี่คริสสสสสสสสสสสส โจ่งแจ้งมาก ตรงมากจ้าาาาาา ยอลก้อใจอ่อนสักทีเซ่ !!!!!!!!
    #13
    0
  22. #4 jansica (@quipblur) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 21 ธันวาคม 2555 / 16:23
    โง้ยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย เขินๆๆๆๆๆๆๆเขินมากๆๆๆๆๆๆๆ ไม่ทนแล้ว ทำไมน่ารักอย่างี้อ่ะ
    แกแบบมันรักใสๆหัวใจสี่ดวง(?)มาอ่ะ น่ารักมุมิมากเลย
    แล้วพี่คริสคะ คำว่าเป็นคนซื่อๆตรงๆกับทึ่มนี่มันใกล้กันมากเลยนะคะ พี่ว่าพี่เป็นแบบไหนคะ? 55555555555

    มาต่อเร็วๆนะคะ อ่านแล้วดิ้นมาก อิอิ
    #4
    0
  23. #2 CHANchan (゚ロ゚;) (@qrts) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 20 ธันวาคม 2555 / 21:21
    เคยอ่านจากในบอร์ดเอ็กโซมาแล้ว
    ชอบมากเรื่องนี้ อิอิ
    ชานย ลนีารักก เตะกล่องดวงใจพี่คริสซะ 5555555
    พี่คริสรุกมากเลยนะคะ
    เอาซะน้องยอลเขินเลย
    ซื้อของกินไปให้แถมยังแอบดูคนอื่นตอนหลับบบ
    น่ารักกก
    #2
    0