[FIC] ::: Love Percussion ::: [KrisYeol]

ตอนที่ 2 : ::: ~ [Part 2] ~ :::

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,350
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    20 ธ.ค. 55

วันนี้จบลงไปแบบกระท่อนกระแท่น 

หลังจากที่ผมสะกดกลั้นอารมณ์โมโห บากหน้าเข้าไปขอร้องมันในห้องเล็ก
มันก็ยอมออกมาคุยงานกับพวกผมจนได้ ซึ่งงานก็ไม่มีอะไรมาก
แค่วงดนตรีไทยเค้าจะบรรเลงของเค้าไป โดยมีกลองไทยและกลองสากล
เป็นเครื่องดนตรีให้จังหวะ ผมถามไอ้เด็กชานยอลนั่นว่า แล้วอาจารย์
บอกไว้มั๊ยว่าจะให้เล่นเพลงอะไร มันก็บอกว่ายังไม่รู้ อาจารย์ยังไม่ได้ต่อเพลงให้

ถุย กูก็เห็นมึงลีลาตั้งนาน นึกว่าจะมีอะไรมาก

วันนี้ผมเลยลงความเห็นว่าให้ทุกคนแยกย้ายกันกลับบ้าน เพราะวันนี้ขืนอยู่กันไป
ก็คงจะไม่ได้อะไรมากไปกว่านี้ มันก็ตาเขียวใส่ผมทันที หาว่าผมมาทำตัวเบ่งใหญ่
ว่าเป็นหัวหน้า โอ๊ย ผมก็แค่ออกความเห็นมั๊ยล่ะ ในฐานะที่ ทั้งห้อง ผมโตสุด
ผมก็เสนอทางที่ดีที่สุดให้ ก็ในเมื่อวันนี้ไม่มีอะไร ก็แยกย้ายกันไปก่อน
พรุ่งนี้ อาจารย์อยู่ ค่อยมาว่ากันอีกที มันก็ทำปากจิ๊จ๊ะไม่พอใจ แต่ผมรู้แหล่ะ
ว่ามันหาเรื่องเถียงผมไม่ได้มันเลยเงียบ ผมแอบเห็นมันทำหน้าจ๋อยๆด้วย
พอผมจ้องมันมากๆ มันก็หลบตา ทำเป็นเหลือกตาขึ้นมองเพดาน
แก้มขาวๆพองซ้ายพองขวา ตามันกลมโตแล้วก็ใสมากเลย ตามันอย่างกะตากวางแน่ะ
เหมือนมีน้ำกลิ้นไปมาในตาตลอดเวลา เวลามันไม่กวนตีนมันน่ารักมากเลยนะ

ผมชมมันว่าน่ารักเป็นรอบที่เท่าไหร่แล้วเนี่ย

พอตอนเดินกลับบ้าน ผมกับไอ้เด็ก ม.5 ในวงเปอร์เดินกลับทางเดียวกัน
ผมก็มีโอกาสคุยกับมันไปตลอดทาง ผมก็ไม่รู้ตัวหรอกว่าตอนกลับผมคุยอะไรกับมันไปบ้าง
จนพอผมกับมันจะแยกกันเดินเข้าซอยบ้านนั่นแหล่ะ อยู่ดีๆมันก็พูดขึ้นมา

'พี่คริสชวนผมคุยเรื่องชานยอลมาตลอดทางเลยนะเนี่ย พี่คิดอะไรกับมันเหรอ'

พอมันพูดมาเท่านั้นแหล่ะ ผมงี้สะดุ้งเลย นั่งนึกย้อนๆไป ก็จริงอย่างที่มันพูด
ผมพูดถึงไอ้เด็กหน้าขาวนั่นมาตลอดทาง ถามโน่นถามนี้ ถามว่ามันอยู่ห้องไหน
แล้วรู้จักมันมากแค่ไหน น้องในวงผมก็ตอบไม่ค่อยได้หรอก เพราะไม่ได้รู้จักส่วนตัว
แต่มันก็พยายามตอบ ที่แปลกที่สุดคือผม นึกถึงแต่ไอ้นั่นมาตลอดทางที่เดินกันมากว่า 20 นาที

ผม งง ตัวเองอ่ะ นี่ผมเป็นอะไร

.
.
.

'คริสกินเข้าไป เร็วๆ กูรีบ' ไอ้ซูโฮเพื่อนสนิท(ต่างห้อง)ตบหัวเรียกสติให้ผม
รีบกินข้าว เพราะผมมัวแต่ชะเง้อมองอะไรบางอย่างอยู่ ไม่ต้องเดาให้ยากก็ต้องเป็น
ชานยอล แน่นอน โรงเรียนผม ม.ต้น กับ ม.ปลาย พักแยกกัน แล้วเด็ก ม.ปลาย
ก็คนน้อยกว่า ตอนพักกินข้าวผมเลยมีเวลาทอดสายตามองอะไรต่อมิอะไรได้ถนัดมากขึ้น

ผมซื้อข้าวมานั่งกินที่โต๊ะตัวประจำ ซึ่งรุ่นน้องทุกคนรู้ดีว่าเป็น โต๊ะของเด็ก ม.6 ก็จะไม่มีใครกล้ามานั่ง
มันเป็นโต๊ะที่วิเศษที่สุดในโรงอาหาร เพราะสามารถมองเห็นทุกคนที่เดินเข้ามาในโรงอาหาร 
ผมซื้อข้าวมานั่งกินไปซักพัก คุยเฮฮากับเพื่อนในกลุ่มไปซักพัก ตาผมก็เหลือบไปเห็นใครบางคนเดิน
หน้าแป้นลงมา ไอ้เด็กชานยอลเดินลงมากับกลุ่มเพื่อน มันตัวสูงโย่งที่สุดในกลุ่ม ดูเก้งก้างไปบ้าง
แต่ก็ไม่ได้ตลกมากนัก มันเดินยิ้มแย้มเฮฮามากับเพื่อน ก็ดูมีความสุขดี แต่พอมันเหลือบมาเห็นผม
ที่นั่งอยู่ที่โตีะเท่านั้นแหล่ะ ปากมันก็หุบลง หน้าตาเริ่มบึ้งตึงแบบที่ชอบทำใส่ผม แล้วก็เดินจ้ำอ้าว
หายไปในฝูงนักเรียนที่กำลังต่อคิวซื้อข้าว ผมนี่ งง เลย ตอนแรกก็เดินลงมาอารมณ์ออกจะดี
ทำไมพอเจอหน้าผม หน้ามันบูดเป็นตูด แตกต่างกับตอนแรกราวฟ้ากับก้นเหว 

ผมย้ายที่นั่งไปนั่งอีกฝั่ง ที่สามารถมองเห็นโต๊ะทั้งโรงอาหารได้ เพื่อสอดส่องหาไอ้เด็กชานยอลนั่นต่อ
พยายามชะเง้อมองว่ามันไปนั่งตรงไหน คงต้องขอบคุณในความตัวสูงของมัน ที่ไม่ว่าจะเดินไปทางไหน
ก็ดูเป็นจุดเด่น กลุ่มเพื่อนของมันพากันมานั่งตรงโต๊ะถัดไปของเด็ก ม.6 เพราะว่าในโรงอาหาร
ไม่มีที่ให้นั่งอีกแล้ว ตอนแรกมันแลดูอึกอักไม่ยอมนั่งนะ เพราะถ้ามันนั่งนั่นหมายความว่า
มันจะต้องนั่งตรงข้ามกับผมพอดีเป๊ะๆ แบบไม่มีใครมาบังได้เลย มันพยายามขอแลกที่กับเพื่อนอีกคน
แต่ก็ไม่มีใครยอม มันเลยจำต้องนั่งตรงนั้น ผมก็นั่งจ้องมันไป เพราะอยากเฝ้าดูพฤติกรรมมัน
ว่ามันเป็นคนยังไงกันแน่ จนผมลืมกินข้าว แล้วโดนไอ้ซูโฮตบหัวเข้าดังป๊าปนั่นแหล่ะ

'ไอ้ห่านี่ก็นะ มัวแต่จีบเด็ก เร็วๆ' ซูโฮพูดเสร็จแล้วก็หันกลับไปนั่งแทะปีกไก่ของโปรดของมันต่อ
ผมหันไปมองหน้ามันแบบ งงๆ เมื่อกี้ที่มันว่า ผมจีบเด็กนี่หมายความว่ายังไง

'อะไร กูจีบเด็กที่ไหน' ผมถามมัน

'อ้าว ก็มึงนั่งจ้องหน้าเค้าอ่ะ ไม่ยอมแดกข้าวเข้าไปซักที' ซูโฮตอบ (โดยที่ยังไม่หยุดแทะไก่)
ผมหันไปมองหน้าชานยอลแล้วหันกลับไปมองหน้ามันอีกครั้ง ผมไม่ได้จีบไอ้เด็กชานยอลนี่ซักหน่อย
ผมก็แค่มองมันเฉยๆอ่ะ

'กูแค่มองมันเฉยๆ จีบที่ไหน กูเปล่า'

'โอ๊ย มึงนี่ จ้องน้องอย่างกะจะแดกเข้าไปทั้งตัว'

'กูก็แค่มองเฉยๆอ่ะ ทำไม มองไม่ได้เหรอ' ผมถามมันอีก ก็ผมมองเฉยๆจริงๆนะ ไม่ได้คิด
อยากจะจีบอะไรน้องเลยซักนิด อีกอย่าง ผมจีบใครไม่เป็นด้วย ก็ผมไม่เคยมีแฟนนี่

'เออ ไม่จีบก็ไม่จีบ รีบแดกเหอะ ไม่งั้นกูไม่รอนะเว้ย ต้องขึ้นไปปั่นงานอีก'
ซูโฮพูดแล้วก็รีบแทะไก่ต่อด้วยความเร็ว ผมก็รีบจ้วงๆข้าวใส่ปาก แต่สายตา
ก็ยังไม่หยุดจับจ้องไปที่ชานยอลที่กำลังจ้วงข้าวใส่ปากด้วยความเร็วเช่นกัน
กับข้าวที่ไอ้เด็กชานยอลกินนี่สงสัยจะเผ็ดนะ กินซะปากแดง เหง่อแตกพลั่ก
หูกางๆก็แดงสงสัยจะร้อน สวดจมูกก็สูดน้ำมูกฟึดฟัดๆก็คงเพราะเผ็ดอีกนั่นแหล่ะ
ผมนั่งจ้องมัน ปากก็อมยิ้มน้อยๆ เพราะกิริยาการกินมันน่ามองดี ทำไมมันไม่
ทำตัวเฉยๆแบบนี้ตอนที่อยู่กับผมบ้างนะ ไม่ชอบเลยอ่ะ ไอ้สายตา กับวาจาก้าวร้าวแบบนั้น

'เฮ้ย กูขึ้นห้องก่อนนะ ไม่รอและ เจอกันตอนเย็น' ไอ้ซูโฮที่แทะไก่เสร็จก่อน
รีบลุกออกจากโต๊ะแล้วเดินขึ้นห้องไปด้วยความรวดเร็ว เพื่อนๆที่นั่งร่วมโต๊ะก็ค่อยๆทยอย
ตามกันขึ้นไปส่วนผมก็นั่งละเลียดข้าวไปเรื่อยๆ กะว่าถ้าไอ้ชานยอลลุกเมื่อไหร่ 
เดี๋ยวผมค่อยลุกตาม ผมนั่งจ้องหน้ามันไปเรื่อยๆ กินน้ำ เคี้ยวน้ำแข็งจ้องมันด้วย
ความเพลิดเพลิน มันเองก็รู้ว่าผมจ้องมันอยู่ เลยพยายามไม่เงยหน้า จนไปๆมาๆมันคงทน
ไม่ไหวแล้วล่ะมั๊ง มันเลยเงยหน้ามามองหน้าผมมแบบหาเรื่อง แล้วก็พูดอะไรบางอย่าง
ที่ผมไม่ได้ยินแต่อ่านจากปากดูก็รู้

-มองไรสัด-

โห พูดแบบนี้ผมถึงกับเงิบ พอมันพูดเสร็จมันก็ลุกขึ้นไปเก็บจานแล้วก็เดินหายไป
ส่วนผมนี่ก็ได้แต่นั่งคิดว่ามันเป็นอะไร ผมว่ามันต้องอคติอะไรกับผมซักอย่าง
มันเลยไม่ชอบขี้หน้าผม

แต่แปลกอีกและ เกิดเรื่องแปลกๆกับผมอีกและ ปกติผมออกจะเป็นคนเลือดร้อน
ไม่ชอบให้รุ่นน้องมาปีนเกลียว แล้วก็ไม่ชอบให้ใครมาด่าด้วย นี่ถ้าเป็นคนอื่นนี่
ผมกระชากหน้ามาต่อยหงายไปนานแล้ว แต่พอไอ้เด็กชานยอลนี่ทำแล้วผมไม่โกรธว่ะ

ตรงกันข้าม ผมว่ามันทำแล้วออกจะน่ารักมากกว่าน่าหมั่นไส้

ความรู้สึกนี้ชวนให้ผมนึกถึงคำพูดของน้อง ม.5 ในวงกับคำพูดของไอ้ซูโฮเมื่อกี้

นี่ผมคิดอะไรกับชานยอลจริงๆหรือเปล่านะ

.
.
.

ตอนเย็นผมเดินมาที่ห้องดนตรีไทยกับกลุ่มน้องๆในวงเปอร์เพื่อมาซ้อมดนตรี
กันอย่างที่ได้รับมอบหมายหน้าที่ไว้ ผมเดินเข้ามาแล้วก็เจอกับอาจารย์ดนตรีไทย
ท่านเดิมอยู่ในห้อง กับไอ้ชานยอลนั่งอยู่ในคอกๆหนึ่งที่มีกลองวางอยู่รอบตัวมัน
คือผมไม่ค่อยถนัดเรื่องดนตรีไทย ผมเลยไม่รู้จักชื่อเครื่องดนตรีที่มันนั่งเล่นอยู่อ่ะ

'อ้าว นายคริสมาแล้วเหรอ มาสิๆ อาจารย์กำลังต่อทางเปิงมาง[1] ให้เจ้าชานยอล
มันพอดี ลองมาฟังไปพร้อมๆกันนะ' อาจารย์หันมาเรียกผมเมื่อเห็นว่า
ผมเปิดประตูเข้ามาในห้องพอดี ผมเดินอาดๆไปหาอาจารย์ดนตรีไทย
โดยที่สายตาจดจ้องไปแต่ที่ไอ้ชานยอล มันจ้องผมได้แป๊ปเดียวก็ทำเป็น
สนใจกับเครื่องดนตรีต่อ 

'เออ นี่เดี๋ยวอาจารย์ขอไปคุยกับเด็กที่เล่นระนาดก่อนนะ เดี๋ยวอาจารย์มา
เธอสองคนคุยกันไปก่อนนะ' อาจารย์ดนตรีไทยเดินไปทำอย่างอื่นต่อ
ทิ้งให้ผม อยู่กับชานยอลสองคนภายใต้ความรู้สึกที่ช่างอึดอัดไปเสียหมด

'เออ ว่าแต่เครื่องดนตรีนี้ เรียกว่าอะไรเหรอ เปิง อะไรนะ' ผมพยายาม
หาเรื่องคุยเมื่อเห็นว่ามันเมินเฉยใส่ ผมทำเป็นด้อมๆมองๆข้างซ้ายข้างขวา
ว่าเครื่องดนตรีมันเป็นยังไง เปิงมางเป็นเครื่องดนตรีที่สวยนะผมว่า
ไม้ที่กันด้านนอกลงรักปิดทองดูวิจิตรบรรจงตามแบบไทยๆ ภายในมีกลอง
ขึงไว้ 7 ใบ แต่ไม้ที่กั้นเป็นคอกไม่ได้ปิดล้อมไปหมด มันกั้นแค่ด้านหน้าแค่นั้น
ข้างหลังมีส่วนที่เปิดไว้ให้คนเข้าไปนั่งข้างในคอกได้

'เปิงมางคอก ชื่อดนตรีไทยแค่นี้ยังไม่รู้อีก' มันหันมาคุยกับผมด้วยสายตา
เหยียดๆอีกแล้ว เอ๊า ก็กูไม่รู้นี่ว่ามันเรียกว่าอะไร ขอถามหน่อยไม่ได้หรือไงกัน
ที่ใจมันจะไม่คิดพูดดีๆกะกูเลยเร๊อะ 

'อ้าว ก็คนไม่รู้นี่หว่า ถามหน่อยไม่ได้ไง๊ ว่าแต่ จะหน้าบึ้งแบบนั้นอีกนานมั๊ย
พี่ว่าตอนชานยอลทำหน้าปกติๆ คุยเล่นเฮฮานี่น่ารักออกนะ'
ผมไม่อยากใช้คำว่า กู มึง กับน้อง เพราะผมว่า หน้าตาอย่างไอ้เด็กชานยอลนี่
มันน่ารักจนผมไม่อยากใช้คำว่ากูมึงด้วยเลยจริงๆ (ยกเว้นตอนมันทำหน้าเป็นตูดอ่ะนะ)

'ใครน่ารัก แล้วมึงก็ไม่ใช่พี่กู' มันเงยหน้าขึ้นมาจ้องผมตาเขียว แต่ผม
ไม่กลัวเลยซักกะนิด ตอนนี้ไม่ว่ามันจะทำอะไร ผมว่ามันก็ดูตลก ดูน่ารักไปหมด
ในสายตาผมซะแล้ว

'ก็ชานยอลไง ที่น่ารัก พี่ชมชานยอลนะเนี่ย' ผมพูดกับมัน มันจ้องหน้าผมเขม็ง
สงสัยจะไม่ชอบให้ใครมาชมว่าน่ารักล่ะมั๊งเนี่ย เพราะยิ่งพูดดูเหมือนหน้ามันก็ยิ่งบูด

'กูไม่ได้น่ารัก แล้วกูขอบอกมึงอีกรอบ มึงไม่ใช่พี่กู ไม่ต้องมาแทนตัวเองว่าพี่'

มันลุกเดินออกจากคอกเปิงมางแต่ผมคว้ามือมันไว้ได้ทัน มันพยายามสะบัด
แต่ผมไม่ยอมปล่อย ผมดึงตัวมันให้กลับมานั่งในคอกเปิงมางแบบเดิม 
ผมเดินเข้าไปในคอกนั้นด้วย เพื่อกันไม่ให้มันเดินหนีอีก มันที่เห็นว่าผม
ยืนปิดทางมันไว้แบบนั้น มันก็ยอมนั่งลงแต่โดยดี ไหล่กว้างๆลู่ลงเล็กน้อย
เหมือนหมาน้อยหูตกที่หมดหลงทาง หูมันกางอย่างกะ เอล์ฟชื่อดอบบี้
ในเรื่อง Harry Potterแบบนั้นเลย ต้นคอมันก็ข๊าวขาว 
ดูแล้วนุ่มๆนิ่มๆ ถ้าเอานิ้วแตะๆคงเด้งน่าดู เออ ว่าแต่ผมคิดอะไรไปไหนกันเนี่ย

'ไหนลองเล่นเพลงที่อาจารย์บอกไว้หน่อยสิ พี่อยากฟัง' ผมยืนกอดอกสั่งมัน
มันหันมามองค้อนผมอีกรอบ ประมาณว่า มึงมีสิทธิ์อะไรมาสั่งกู ส่วนผมก็
จ้องหน้ามันนิ่งๆ ไม่พูดอะไร มันที่เห็นว่าคงทำอะไรต่อไม่ได้ ก็เลยยอมเล่นเพลงให้ผมดู

ผมยืนดูมันเล่นเพลงด้วยความทึ่งเล็กน้อย ถึงผมจะไม่เคยเล่นดนตรีไทย แต่ดู
จากความพลิ้วของมันแล้ว ฝีมือมันก็คงพอตัว จังหวะเพลงที่มันเล่นก็โจ๊ะๆดีนะ
ถ้าเล่นกันเป็นวงใหญ่ๆน่าจะสนุกอยู่ ถ้าเอาจังหวะของพวกกลองสแนร์มาใส่ลงไปด้วย
คงจะดีอยู่ไม่น้อย ผมยืนฟังมันเล่นจนจบ แล้วก็ยิ้มน้อยๆ ผมว่าผมเริ่มจะนึกภาพ
วงดนตรีไทยผสมดนตรีสากลออกบ้างแล้วนะ แต่อาจจะต้องปรับอะไรซักหน่อย

'เก่งนะ' ผมออกปากชมเมื่อมันเล่นจบ มันหันมาเหล่ผมน้อยๆแล้วก็สะบัดหน้ากลับไป
ผมเดินออกจากคอกไปหยิบกลองสแนร์คู่ใจเดินมาหาชานยอล ผมเห็นมันทำท่าจะเดินหนี
แต่ก็รีบเอาไม้กลองชี้หน้ามันไว้ ให้มันกลับไปนั่งที่เดิม

'กลับไปนั่งก่อน แล้วเล่นอีกรอบ พี่จะนับจังหวะ' มันยอมเดินกลับไป เพราะผมยืนขวางทาง
มันเอาไว้ มันเริ่มเล่นดนตรีอีกรอบ ผมก็นั่งนับจังหวะไป แล้วก็แอบเคาะจังหวะตามบ้าง
พอมันเล่นจบ ผมก็ให้มันเล่นอีกรอบ เพราะผมจะลองเล่นตามจังหวะที่นึกเอาไว้

'โอ๊ย เหนื่อย' มันแอบบ่น แต่ผมได้ยินชัดเจน

'เป็นนักดนตรี ห้ามบ่นเวลาซ้อมดนตรี' ผมใช้ไม้กลองกำกับให้มันเล่นเพลงอีกรอบ
มันก็เล่น พอเล่นจบผมก็ให้มันเล่นอีกรอบไปเรื่อยๆ หน้ามันบึ้งลงเรื่อยๆ 
แก้มยุ้ยๆเริ่มซับสีแดง ผมเดาว่าเพราะมันคงเริ่มเหนื่อย ก็เล่นเปิงมางนี่ต้องใช้แรงเยอะอยู่นะผมว่า
รอบแรกๆผมก็ตั้งใจให้มันเล่นจริงๆนั่นแหล่ะ แต่พอรอบหลังๆนี่ผมออกแนวแกล้งมันมากกว่า
ผมเพิ่งรู้ว่า นั่งดูคนแก้มแดงๆ หน้ามุ่ยๆแบบนี้ เล่นดนตรีก็เพลินตาดีเหมือนกันนะ

'เล่นอีกรอบเหรอ โอ๊ย กูคนนะ ไม่ใช่หุ่นยนต์ กูขอพักบ้าง' มันบ่นอย่างหัวเสีย
เมื่อผมบอกมันว่าให้เล่นอีกรอบช้าๆ ผมสีน้ำตาลเข้มจัดเริ่มเปียกชื้นไปด้วยเหงื่อ 
ผมขำเล็กน้อยตอนที่มันหันไปหยิบขวดน้ำขึ้นมาดื่มอึกใหญ่ๆหลายอึก
ผมมองหน้ามันแล้วก็ขำ แก้มมันแดงมากเลย แเดงอย่างกะเนื้อแตงโม

'มองเชี่ยอะไร' น่านมันหันมาแว๊ดผมอีก ส่งเสียงจิ๊จ๊ะด้วยความไม่พอใจ
อย่างที่มันชอบทำ (ใส่ผมคนเดียว) แต่ผมเริ่มชินและไม่ถือสาแล้ว
เดี๋ยวเรื่องอคติที่ว่านี่ ผมมีแผนเตรียมเคลียร์และ 

.
.
.

หลังจากนั้นผมกับชานยอล และทุกคนในวง ทั้งดนตรีไทยและสากลก็
ร่วมฝึกซ้อมกันเบื้องต้น ผมออกความเห็นในส่วนของดนตรีสากลให้
อาจารย์ดนตรีไทยฟัง แล้วอาจารย์ท่านก็เห็นด้วย ทุกอย่างเลยไปใน
ทางที่ดีขึ้นเรื่อยๆ พอมาเล่นรวมกันแล้วผมว่ามันก็ดูดีไม่น้อยเลยแหล่ะ

แต่ที่ไม่โอเคเลย คือไอ้เด็กชานยอลนี่ ยังไงมันก็ไม่ยอมคุยดีๆกับผม
ผมชวนคุยทีไร ถ้าไม่กูมึง ผ่านหูมา ก็ต้องมีคำบ่นออดๆแอดๆเป็นสิงสาราสัตว์
ออกมาเดินเล่นในห้องดนตรีไทยกันให้คึกคัก จนเมื่อถึงตอนเลิกและทุกคนกำลังจะ
แยกย้ายกันกลับ ผมก็เข้าไปประกบไอ้เด็กชานยอลนั่นทันที

'บ้านอยู่ไหนเหรอ' ผมถามมัน ผมกะว่าจะไปส่งมันที่บ้านแหล่ะ
แล้วก็ใช้เวลาช่วงที่เดินทางกลับบ้านเนี่ยแหล่ะ ถือโอกาสเคลียร์ทุกปัญหากับมัน
จะได้จบๆปัญหายุ่งๆ บึ้งๆ ตึงๆของมันซะที 

'มึงจะรู้ไปทำไม' น่าน มันยังไม่พูดดีกับผมง่ายๆ ทั้งๆที่ผมพยายามพูดดีกับมันแทบตาย

'ก็แบบ มีเรื่องจะคุยด้วยนิดหน่อย จะได้ใช้เวลาที่ชานยอลกลับบ้านคุยกันไง
ได้ไม่เสียเวลา'

'กูไม่มีอะไรจะคุยกับมึง' 

'น่า พี่ไม่ทำอะไรเราหรอก แค่คุย คุยอย่างเดียว' ผมยกนิ้วก้อยให้มัน
ถือเป็นการสัญญา เผื่อว่ามันจะบ้าจี้เกี่ยวนิ้วก้อยกับผมบ้าง แต่ผมคิดผิด
มันปัดมือผมทิ้ง

'ไม่โว๊ย ไม่ให้ไป ไปไกลๆกูเลย' 


'เฮ้ย ชานยอล กูเพิ่งรู้ว่ามึงย้ายมาอยู่หมู่บ้านเดียวกะกู เดี๋ยวกลับด้วยกันเลยดิ'
เด็ก ม.5 ในวงโยผมที่ผมเดินกลับบ้านด้วยทุกวันเดินมาคุยกับชานยอล
พร้อมชักชวนชานยอลให้กลับบ้านด้วยกัน 

'อ้าว งั้นชานยอลก็อยู่หมู่บ้านเดียวกับพี่อ่ะดิ' ผมยิ้มกว้าง เมื่อทุกอย่าง
ช่างเป็นใจ คราวนี้ไอ้เด็กชานยอลนี่ก็ไม่มีข้ออ้างอะไรในการหนีผมอีกแล้ว


ผมกับชานยอล และไอ้เด็ก ม.5 อีกคนเดินกันไปรอรถเมล์ที่ป้ายรถเมล์
รอกันไปซักพักรถเมล์ก็ยังไม่มา จนโทรศัพท์ของเด็ก ม.5 อีกคนดังขึ้น

'อ้าว อ่อ ครับแม่ ได้ครับ เดี๋ยวผมไป' 

'พี่คริสครับ คือแม่ผมให้ไปหาที่ห้างอ่ะครับ แม่บอกว่ารออยู่ที่ห้าง
สงสัยผมจะไม่ได้กลับด้วยแล้วแหล่ะครับ ผมขอโทษนะ'
มันรีบขอโทษขอโพยผมเป็นการใหญ่ ผมก็เข้าใจมันแหล่ะ 
แล้วมันก็รีบขึ้นแท็กซี่ไปเลย ทิ้งผมกับชานยอลไว้ที่ป้ายรถเมล์กันเพียงสองคน

ผมดูมันที่ยืนอยู่ข้างๆแล้วก็อดยิ้มอีกรอบไม่ได้ เพราะหน้ามันกลับมาบึ้ง
อีกครั้งเมื่อมันรู้ตัวว่าต้องอยู่กับผมแค่สองต่อสอง ผมกับมันไม่พูดอะไรกันเลย
จนกระทั่งขึ้นรถเมล์และลงรถเมล์ พอลงรถเมล์ปุ๊ป ก็ต้องเดินอีกสักพักเพื่อ
เข้าซอยบ้าน ซึ่งผมก็กะว่าจะใช้เวลานี้แหล่ะ เคลียร์ปัญหากับมัน

'ชานยอล พี่ขอพูดตรงๆเลยนะ' ผมเปิดประเด็นกับมันแต่ก็ถูกขัดเสียก่อน

'มึงไม่ใช่พี่กู หยุดแทนตัวเองว่าพี่ได้แล้ว ฟังแล้วจะอ๊วก' มันตะคอกใส่ผม
แล้วพยายามเดินหนี ผมก็สาวเท้าไวขึ้นเพื่อให้ทันมัน ดีนะที่ผมขายาวพอๆกับมัน
ไม่งั้นคงเหนื่อย

'เอ๊า คนเค้าพูดเพราะๆด้วย ก็ไม่ชอบ ทำไมอยากให้พูดหยาบๆใส่เหรอ'

'กับมึงอ่ะ ไม่จำเป็นหรอก' มันหันมาตะคอกใส่ผมอีกแล้ว และก็เป็นจริงที่ว่า
ความอดทนของคนนั้นมีจำกัด เพราะผมเริ่มชักไม่อยากจะทนและ
ผมจับแขนมันไว้ แล้วให้มันหันมายืนคุยกันแบบนี้ดีๆ ถ้าคืนนี้ผมไม่ได้เคลียร์กับมัน
ผมไม่ปล่อยมันกลับบ้านจริงๆด้วย

'มึงอยากให้กูโหดเองนะ' ผมพูดหน้านิ่งๆ มันที่เห็นผมขึ้นบ้างก็ดูจะมีท่าทีอ่อนลง
ลงไปแต่ก็ยังไม่สิ้นฤทธิ์

'ไง จ๋อยอ่ะดิ โอเค ฟังกูนะ กูไม่รู้ว่าทำไมมึงถึงโกรธกู แต่เท่าที่กูจำได้คือ
กูไม่เคยมีเรื่องอะไรกับมึง แล้วกูก็สงสัยมากว่าทำไมมึงถึงโกรธกู' ผมบอกมัน
และสาบานเลยว่าผมไม่ได้ตะคอกมันนะ ผมพูดนิ่งๆ แต่ไอ้เด็กชานยอลนี่เริ่มมีน้ำตาคลอเบ้า

เฮ้ย ร้องไห้ทำไม

'มึงไม่จำเป็น...' มันยกมืออีกข้างปาดน้ำตาใสๆที่กำลังไหลออกมา
'มึงไม่จำเป็นต้องรู้หรอกว่าทำไม รู้แค่ว่ากูเกลียดมึง...ก็พอ'

โอเค พอมันพูดคำว่าเกลียดแล้วผมเริ่มเจ็บว่ะ 

'แต่กูไม่พอ มึงต้องบอกกูว่าทำไม กูไปทำอะไรให้มึง'

'มึงไม่เคยรู้ตัวหรอกเนอะ ว่าเคยทำอะไรลงไปบ้าง' ชานยอลพูดทั้งน้ำตา
มันเริ่มไหล่ออกมาราวกับเปิดก๊อก ตอนนี้ผมเริ่มทำอะไรไม่ถูกแล้ว
นี่ผมเคยไปทำอะไรมันไว้เหรอ 

มันเริ่มสะอึกสะอื้นจนตัวโยน ผมเลยปล่อยแขนมันแล้วดึงมันมากอดแทน
ซึ่งมันก็ยอมเข้ามาซบไหล่ผมแต่โดยดี ผมลูบหัวมันเบาๆ ตัวมันนุ่มนิ่ม
แล้วหัวมันก็มีกลิ่นหอมๆด้วย นี่ขนาดตัวผอมๆยังนิ่มขนาดนี้
แล้วถ้าที่แก้มมันจะขนาดไหนนะ

'มึงบอกกูมาเหอะ ว่าทำไม มึงโกรธกูเรื่องอะไร ไม่ว่ามันจะเป็นเรื่องอะไรก็ตาม
กูจะรับฟังและปรับปรุงตัวเอง' ผมบอกกับมัน มันผละตัวออกมา
ด้วยใบหน้าที่เปียกไปด้วยน้ำตา 

'คนที่กูรัก เค้าแอบชอบมึง' พอมันพูดออกมาผมถึงกับหน้าชา มึงโกรธกูด้วยเรื่อง
แค่นี้เหรอไงฮะ

'แค่นี้เหรอ' ผมพูด มันมองผมตาเขียวทันทีที่ได้ยิน

'เออๆ แล้วยังไงต่ออ่ะ'ผมยิ้มแห้งๆ เอาใจยากจริงๆไอ้เด็กนี่

'เค้าเคยไปสารภาพรักกับมึง แต่มึงปฏิเสธเค้า' อ่า ผมเริ่มเห็นภาพ มันคงแค้นแทน
คนที่มันชอบสินะ ช่างเป็นคนที่มั่นคงในความรักซะจริงๆ

'แต่กูว่ามึงคงไม่เคยจำหรอก มึงคงหลอกผู้หญิงมาเยอะแล้ว' ผมเริ่มหัวเสียกับคำพูดมัน
อย่างแรกคือมีแต่คนคิดกับผมแบบนี้ คิดว่าผมคงควงสาวทิ้งไปวันๆ ซึ่งผมไม่ใช่คนแบบนั้นเลย
อย่างที่สองคือถ้ามันรู้จักผมดีพอ มันจะไม่คิดแบบนั้น ผมไม่เคยปฏิเสธผู้หญิงคนไหน
แบบรุนแรง ผมจะบอกเธอไปตรงๆว่า ผมยังไม่อยากคบใคร ผมอยากอยู่ของผมแบบนี้
บางคนที่เข้าใจง่ายๆก็มี ที่ไม่เข้าใจก็เยอะ แต่ส่วนมากที่ไม่เข้าใจนี่จะเป็นพวกผู้หญิงแรงๆ
แต่อย่างชานยอลคงไม่ชอบหรอก พวกผู้หญิงแรงๆ คนที่มันชอบน่าจะอยู่ในพวกแรกมากกว่า

'ฟังนะ กูขอโทษถ้ากูทำอะไรผิด แต่กูก็อยากให้มึงเข้าใจกูว่า กูปฏิเสธผู้หญิงทุกคน
ที่เข้ามาในชีวิต กูไม่เคยคบใคร ไม่ว่าคนที่มึงชอบเค้าจะเสียใจขนาดไหน
กูก็ขอโทษด้วยจริงๆ' ผมพูดด้วยความจริงใจ ผมไม่พูดเพื่อหวังซื้อใจหรอก
อย่างที่บอก ผมเป็นคนตรงๆ คิดอะไรก็พูดแบบนั้น ไอ้ชานยอลก้มหน้าร้องไห้
ตัวมันยังคงสั่นไหวด้วยแรงสะอื้น โอย นี่ผมควรจะทำยังไง ผมปลอบใครไม่ค่อยจะเป็นหรอกนะ

'หึ กูไม่เชื่อมึงหรอกว่ามึงไม่เคยคบใคร' มันเงยหน้าขึ้นมาพูด โห ผมล่ะนับถือ
ร้องไห้หนักขนาดนี้ยังมีแรงมาเถียงกับพอต่อ

'มึงมัน ... แม่งเอ๊ย' มันยกมือสองข้างขึ้นเช็ดน้ำตาอย่างเร่งรีบ 
'แล้วทำไมกูต้องมาร้องไห้ต่อหน้ามึงด้วยวะ ยิ่งกับคนอย่างมึง'

โอเค ผมน็อตหลุดและ คนอย่างผมนี่มันยังไงเหรอ มันเลวมากนักเหรอ
ผมไม่ยอมรับความผิดที่ผมไม่ได้ก่อหรอกนะ ทุกคนน่ะก็ต่างคิดกันไปเองทั้งนั้น

'ทำไม คนอย่างกูมันทำไม มึงรู้จักกูดีแค่ไหนกันเชียว' ผมเริ่มโกรธ
รู้สึกว่าน้ำเสียงตัวเองเริ่มดุดันมากขึ้นเรื่อยๆ 

'ก็ไม่ได้รู้ดีหรอก แล้วก็ไม่อยากรู้ด้วย' มันยังคงเถียง เฮ้อ ผมละปวดหัวกับมัน
นี่ผมควรจะทำยังไงดี ผมไม่อยากให้มันเข้าใจผมผิดๆไปนะ
และไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นก็ตาม วันนี้ผมกับมันต้องเคลียร์กันให้จบ ไม่งั้น
ผมคงนอนไม่หลับ แล้วก็คงจะนั่งหงุดหงิดไปทั้งคืน

'กูต้องอยู่กับมึงไปอีก 1 เดือนใช่มะ' อยู่ดีๆผมก็ถามมัน มันทำหน้างงเล็กน้อย
แต่ก็พยักหน้าตาม

'งั้น 1 เดือนที่มึงกับกูต้องอยู่ด้วยกันอ่ะ'

'มึงลองมาคบกะกูมะ'



TBC

-------------------------------------------------------------------------------------------------



[1] เปิงมางคอก ::: เปิงมางเป็นเครื่องดนตรีในวงปี่พาทย์มอญ ประกอบด้วยกล่องสองหน้าที่ขึงด้วยหนัง 
ตัวกลองทำด้วยไม้จำนวน ๗ - ๙ ใบ (หรือกว่า) มีขนาดใหญ่เล็กลดหลั่นกัน เทียบเสียงเท่ากับเครื่องดนตรีอื่นๆ 
ในวงตามบันไดเสียง กลองเหล่านี้แขวนไว้กับคอกไม้ที่ทำด้วยไม้เนื้อแข็ง ประกอบกันเป็นรูปโค้ง คนตีนั่นในคอก 
ตีด้วยมือตามจังหวะ และทำนองเพลง

เปิงมางคอก เรียกย่อๆกันว่า เปิงมาง ค่ะ คนที่เล่นเปิงมางนี่ก็เรียก เด็กเปิง ค่ะ หรือเปิงมาง แล้วแต่สะดวก
คนแต่งว่ามันน่ารักดีั เด็กเปอร์ กับ เด็กเปิง เราว่ามันน่ารักดีนะ (ในสายตาเรา 5555)

เรื่องข้อมูลทางดนตรีเราผ่านมานานแล้ว ถ้ามีอะไรเพิ่มเติมสามารถบอกได้เลยนะคะ ^^

อันนี้เป็นการประชันเปิงมางคอกเพลง กระต่ายเต้น ค่ะ สนุกดีนะคะ ลองดูได้ค่ะ

http://www.youtube.com/watch?v=-qI3o1kueqc


บะบุย -3-)/
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

374 ความคิดเห็น

  1. #363 Prae'w (@fanchan_ky) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 26 มีนาคม 2560 / 01:22
    เดี๋ยวนะะะะะะะะ ง่ายๆแบบนี้เลย?55555
    #363
    0
  2. #348 Printhida Klinkaewnarong (@rainbowky) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 14 สิงหาคม 2559 / 15:04
    ชานบอลเบบี้ ชานยอลโซคิ้วท์มีที่ไหนทำตัวแข็งกระด้าง เกลียดเค้าแทบตายแต่มาร้องไห้งอแงซุกอกเค้า งื้อออออ น่ารัก คบเลยๆๆๆๆ
    #348
    0
  3. #327 sbater (@songbow) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 1 ธันวาคม 2556 / 20:55
    อ๊ากกกกกกกกกก พี่คริสขอน้องยอลคบวู้ๆๆๆ 
    เขินแปป><
    #327
    0
  4. #304 HwangBoruem (@boruemmygang) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 23 มิถุนายน 2556 / 19:47
    โถถถถถถ
    รู้เเล้วทำไมน้องยอลถึงไม่ชอบพี่คริส
    เพราะคนที่น้องยอลชอบไปชอบพี่คริสเเทน
    โถถถ555555
    ไม่เปนไรหรอกก
    น้องยอลก็ไปคบกับพี่คริสเลยสิ><
    #304
    0
  5. #290 sbater (@songbow) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2556 / 21:59
    อื้อหือออออออ เจอเฮียโหดไปทีถึงกับน้ำตาแตก
    #290
    0
  6. #265 Onlytop (@babymaryzii-top) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2556 / 23:17
    คบเลย
    คบเลย
    คบเลย
    #265
    0
  7. วันที่ 29 เมษายน 2556 / 20:07
    เขินอ่ะไรท์ ใช่แล้วมันน่ารักจริงๆ เด็กเปอร์ ♥ เด็กเปิง

    กรี๊ดดดดดดดดดดดด~ #ดิ้นๆๆๆๆ

    น่ารักอ่ะ คบกันแล้วๆ ><

    โอย ชอบๆๆๆๆๆ ♥
    #263
    0
  8. #240 Parery_SuJuEXO (@paie) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 28 มีนาคม 2556 / 23:54
    หนูเงิบกับพี่อ่ะพี่คริส ยอลบอกเกลียด แต่พี่ขอคบ ฮ่าๆๆๆ ก็ลองดูว่าเด็กเปิงมันจะใจอ่อนมั้ย
    #240
    0
  9. #177 thetist--? (@eveyoyo) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2556 / 17:13
    งื้ออออ น่ารักกก
    พี่คริสหลงรักน้องยอลอ่ะดิ้ -///- 
    #177
    0
  10. #170 zeebel (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2556 / 00:06
    อ๊ายยยยยยยยย น่ารักมากกกกกเลย

    ชานยอลตอนร้องไห้ต้องน่ารักมากแน่เลย -คิดภาพตาม-

    ชอบค่ะชอบ ชอบแนวนี้ เด็กม.ปลายแถมเป็นนักดนตรีอีก

    ที่สำคัญกางเกงน้ำเงินด้วย เป็นปลื้มมมมม



    ว้ายยยยยเขินนนนนนนนน >///
    #170
    0
  11. #164 MemiChan (@memichan) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2556 / 21:55
    เด็กเปอร์กับเด็กเปิง ~
    น่ารักโพดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด
    อร้ายยยยย
    พี่คริสขอน้องคบ พี่คริสขอน้องคบ พี่คริสขอน้องคบ
    กรี๊ดดดดดดดดดดดดด
    #164
    0
  12. #136 krisyeol- (@krisyeol-) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2556 / 00:31
    แง้วววววววววว.....น่ารักโฮกกกกกกกกกกกกก!!!!! น้องยอลเสริมสวยเพื่อปี้คริส!!!!! >____< พี่คริสโรแมนติคอ่าาาาาาา แปล Just the way you are แบบแทนน้องยอลเข้าไป งืออออออออออ ฟิน!!!!!!! น่ารักมากค่ะไรท์ นี่อ่านไปนึกถึงบรรยากาศหอประชุมโรงเรียนตัวเองเวลามีวงนักเรียนมาเล่นด้วย เห็นภาพมากๆ 5555555
    #136
    0
  13. #124 dongdanglee (@leedongdang) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2556 / 23:38
    กูว่าอียอลไม่ได้เสียใจเรื่องนี้หรอก 5555
    #124
    0
  14. #92 may love shinee&SJ&FT&BB (@may0904) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 27 มกราคม 2556 / 22:28
    โหเฮีย จีบแบบนี้เลยหรอ
    #92
    0
  15. #80 YelliE (@yellie0627) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 22 มกราคม 2556 / 03:42
    พี่คริส แกจ้องน้องยอลมากไปป่ะว๊าาาา
    ชอบตอนที่พี่คริสยกนิ้วก้อยขึ้นมาสัญญา
    น่ารักมุ้งมิ้งมากอ่ะพี่คริสสสสสส
    ที่แท้น้องยอลก็โกรธพี่คริสแทนเพื่อนนี่เอง



    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 22 มกราคม 2556 / 03:32
    #80
    0
  16. #76 Rabbit_Yizing (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 21 มกราคม 2556 / 22:07
    ชานยอลซึนอ่ะ5555 พี่คริสรุกเลยค่ะ ขอคบเลย ปราบเด็กดื้อให้อยู่หมัดเลยนะXD
    #76
    0
  17. #73 ฮัดชิ้ว! (@joyzpzkung) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 21 มกราคม 2556 / 21:09
    เป็นการคว้าโอกาส(?)ที่ไม่ธรรมดาเลยจริงๆ
    555555555555555555

    ชานยอลบอกเกลียด คริสขอคบ
    ถ้าในวงโยฯมีอย่างนี้จริงๆนี่ฟินมากนะคะ -///-
    ชานยอลน่ารัก << อันนี้ไม่เถียงเพราะคือเรื่องจริง

    ปล.อันที่จริงแล้วเคยเม้นไปแล้วในบอร์ดไหนสักบอร์ดเนียแหละค่ะ
    แต่จำไม่ได้ละ มาเม้นใหม่ในนี้แทนละกัน *ว่างมาก* -w-
    #73
    0
  18. #48 whatbest (@whatgoodwhatbest) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 13 มกราคม 2556 / 15:34
    พี่คริสขอคบทั้งๆทีเค้าเกลียด เงิบค่ะ
    #48
    0
  19. #47 whatbest (@whatgoodwhatbest) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 13 มกราคม 2556 / 15:32
    พี่คริสขอคบทั้งๆทีเค้าเกลียด เงิบค่ะ
    #47
    0
  20. #41 `BdUCKBABY (@milfeulle_tifa) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 13 มกราคม 2556 / 03:08
    เปอร์เปิงง
    น่ารัก ' - '

    #41
    0
  21. #26 PaRaNPaRK1004 (@spy_thailand) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 10 มกราคม 2556 / 22:42
    พี่คริสเป้นคนเล่าเรื่องไง เราเลยเข้าใจพี่คริสได้
    แต่ชานยอลนี่แบบ มองแบบอคติมากอ่ะ แต่ก็นะ

    คบกะพี่คริสซะเถอะ ฮ่าๆๆ
    #26
    0
  22. #23 happy-n1O ' (@ranna_taji) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 10 มกราคม 2556 / 01:28
    กรี้ดดดดอพคนะะะะร้ายนะะะะะ แอ๊บซื่อนิ!!!
    #23
    0
  23. #21 hypotasm (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 8 มกราคม 2556 / 22:25
    โว้วววว พี่คริสสสสส แผนสูงนะค๊าาาา

    ขอคบรวดเร็วทันใจมากค่ะ

    ยอลรักใครน่ะ น้องสาว?
    #21
    0
  24. #12 happy_virus (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 25 ธันวาคม 2555 / 19:52
    มิน่าล่ะ ก้อว่าโกดไรพี่คริสนักหนา งี้ยอลจะคบกะพี่คริสป่าวอ่ะ ฮิฮิ
    #12
    0
  25. #7 LOvE ChuN-Lun 4EVER (@thanna) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 24 ธันวาคม 2555 / 00:56
    สนุกมากอ่า พี่คริสเริ่มฟิวขาดซะแล้ง ที่แท้น้องยอลก็แอบชอบคนที่แอบรักพี่คริสนี่เอง
    #7
    0