[FIC] ::: Love Percussion ::: [KrisYeol]

ตอนที่ 15 : ::: ~ [Part 12] ~ ::: [End]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,209
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    27 ก.พ. 56

Part 12 [End]

          Kris Part

และแล้ววันนี้ก็มาถึง วันที่เราต้องออกเดินทางไปแสดงดนตรีที่ต่างจังหวัด เป็นวันที่พวกเรา
ทั้งเด็กดนตรีไทย และสากล ต่างก็เฝ้ารอมาเป็นระยะเวลาหนึ่งเดือนเต็มๆ ตรากตรำ ฝึกซ้อม โดนด่า กันมาจนชื่นใจแล้ว ก็ได้เวลาออกเดินทางกันเสียที


'เอ๊า ขนเครื่องดนตรีขึ้นรถเลยนะ วางไว้ดีๆล่ะ ชานยอลไปดูน้องๆด้วย' อาจารย์ดนตรีไทย สั่งให้ชานยอลเดินไปดู รุ่นน้องที่กำลังยกเครื่องดนตรีไปใส่รถ ส่วนผมก็ต้องจัดการในส่วนของผมไป

'ยกระวังๆนะ' ผมหันไปบอกชานยอล มันหันมายิ้มโชว์ฟันขาวๆแล้วก็เดินไป ผมมองตามอย่างอ้อยอิ่ง ตั้งแต่เป็นแฟนกันมาก็ไม่อยากจะแกะตัวออกห่างจากมันเลยนี่ก็ถึงครบเดือนนึงแล้วที่อยู่ด้วยกันมา จากนี้ตอนเย็นผมก็ไม่ได้กลับบ้านกับมัน ตอนที่ซ้อมวันสุดท้ายผมเศร้ามาก พยายามนั่งเบียดมันตลอดเวลาที่มีโอกาส จนผมโดนมันดุ หนักสุดคือ บ่นว่าผมน่ารำคาญ

ตอนนั้นนะ ผมโกรธมาก ลุกพรวดออกจากห้องไปเลย จนชานยอลต้องเดินออกมาตามผมข้างนอก จนมันพูดขอโทษผมนั่นแหล่ะ ผมถึงหายโกรธ ดึงตัวมันมากอดไว้นานมาก จนเด็กในวงเดินมาตาม ให้กลับไปซ้อมดนตรีต่อนั่นแหล่ะ ผมกับชานยอลถึงได้เดินกลับไป แต่ผมยังไม่ได้คุยกับมันเรื่องนี้เลยนะ มันเองก็ดูจะยังไม่รู้ตัวด้วย

'เอ๊าขึ้นรถกันได้แล้ว คริสคอยนับน้องด้วยนะว่าครบหรือเปล่า อาจารย์จะไปเอาของก่อน' อาจารย์ดนตรีไทย สั่งผมเสร็จก็เดินหายไป เด็กๆทั้งหมดที่ขนเครื่องดนตรีเสร็จแล้วก็ทยอยเดินขึ้นรถ ผมรอขึ้นเป็นคนสุดท้าย เพื่อจะนับคนให้ครบก่อน นับไปเรื่อยๆ จนถึงคนสุดท้าย ... แต่ผมยังไม่เห็นชานยอล

'พี่คริส' เสียงเรียกอันคุ้นเคยดังขึ้นข้างหลัง ผมหันไปมอง ชานยอลนั่นเอง มันเดินถือถุงขนมมาด้วย พอเห็นว่าผมหันมาแล้ว มันก็ยิ้มแฉ่งให้ ผมยิ้มกลับแล้วรับเอาถุงขนมมาถือไว้ เยอะแยะเชียว คงพอกินไปตลอดทาง

'ไป ขึ้นรถกัน' ชานยอลคว้ามือผมที่ว่างอยู่ไปจับไว้ แล้วเดินนำขึ้นบันไดไป ส่วนผมก็เดินตามมันขึ้นไปผมกำมือมันไว้ให้แน่นที่สุดเท่าที่จะทำได้ ต่อจากนี้จะไม่ได้อยู่ใกล้ๆกันตลอดเวลาแบบนี้อีกแล้ว

บนรถบัสติดแอร์คันใหญ่บึ้มออกเดินทางสู่ต่างจังหวัด การเดินทางใช้เวลาทั้งหมด 4 ชั่วโมง นอนซัก 2 ตื่น ก็คงจะยังไม่ถึง ผมนั่งกับชานยอลบริเวณกลางๆรถ ส่วนเด็กคนอื่นๆก็นั่งหน้ารถบ้าง ท้ายรถบ้าง แต่ส่วนมากพวกดื้อๆก็จะนั่งกันหลังรถ และด้วยความเป็นนักดนตรี ผสมกับความคึกคะนองภายในหัวใจ พวกมันก็ขน เอากลองขึ้นมาตีเล่นกันท้ายรถด้วย เคาะกันไปเคาะกันมา เป็นเพลงบ้างไม่เป็นเพลงบ้าง ดิ้นไปดิ้นมากันในพื้นที่แค่เท่าแมวดิ้นตายแค่นั้นมันก็ทำกันได้ ก็นะ ดนตรีซึบซับกันเข้าไปอยู่ในสายเลือดกันหมดแล้ว

ส่วนผมเลือกที่จะนั่งตรงกลางเพื่อหลีกหนีเสียงดังท้ายรถ ถึงว่าจะช่วยได้ไม่มาก แต่ก็ดีกว่านั่งอยู่แถวนั้นเลย ผมกับชานยอลนอนนั่งฟังเพลงกันอยู่ 2 คน ไม่ยุ่งเกี่ยวกับใคร ชานยอลก็เอาแต่มองวิวนอกหน้าต่างไปส่วนผมก็จับมือมันวางไว้บนตัก ผมคิดว่าชานยอลยังไม่รู้ว่าหลังจากนี้จะเกิดอะไรขึ้น ก็จริงที่ผมกับมันยังอยู่ โรงเรียนเดียวกัน แถมบ้านก็ยังอยู่ใกล้ๆกัน จะไปหาตอนไหนก็ได้ แต่จากนี้ไปผมก็มีแข่งดนตรีต่อ ส่วนชานยอลก็ต้องซ้อมดนตรีไทยของตัวเองเหมือนกัน เวลาเลิกเรียนก็ไม่ตรงกัน กลับบ้านยิ่งไม่มีทาง พร้อมกันเลย เพราะผมเลิกไม่เป็นเวลา ส่วนชานยอลก็ซ้อมบางวันเท่านั้น ส่วนเสาร์อาทิตย์         ชานยอลมีเรียนพิเศษ ส่วนผมก็ต้องมาโรงเรียนบ้าง นี่ผมเครียดจริงๆนะเนี่ย เอาไงดีล่ะเนี่ย จะทำยังไงดี ผมไม่อยากห่างกับชานยอลนะ

'ชานยอล' ผมเรียกชานยอลที่ยังคงนั่งมองวิวข้างทางอยู่ มันหันมาแล้วก็ทำหน้าสงสัย ผมจ้องหน้า ใบหน้านั้นแล้วก็ได้แต่เศร้า จนการแสดงดนตรีครั้งนี้ผมต้องห่างกับมันแล้วจริงๆสินะ

'อ้าว เรียกแล้วก็ไม่พูด' ชานยอลพูดแล้วก็หันหน้าไปมองวิวต่อ ผมเขยิบเข้าไปใกล้ตัวมันอีกนิดก่อนจะเอาหัว พิงกับไหล่ของชานยอล ผมรู้ว่าถ้าผมบอกเรื่องนี้กับมัน มันต้องโวยวายแน่นอน

'จะอ้อนอะไรจากแฟนเหรอน้องคริส อิอิ' ชานยอลหัวเราะคิกคักที่เห็นผมหงิมลง ผมเหลือบตามองมันน้อยๆแล้วค่อยๆปิดตาตัวเองลง ไม่มีอีกแล้วที่จะได้มาอยู่ใกล้ๆกันแบบนี้ ได้ทำกิจกรรมร่วมกันแบบนี้ ได้เจอหน้ากัน และเดินกลับบ้านพร้อมกันทุกเย็น ไม่มีแล้ว ... แล้วทำไมผมต้องรู้สึกว่าน้ำตามันจะไหลแบบนี้

'ชานยอล ถ้าวันหนึ่งเราสองคนต้องห่างกัน ชานยอลจะว่ายังไง' ผมถามขึ้นทั้งๆที่ยังเอยหัวซบไหล่มันอยู่

'หมายความว่ายังไงอ่ะ แยกกัน ผมกับพี่คริสแยกกันเหรอ ไม่จริงใช่ป่าว' เสียงของชานยอลดูวิตกและหวาดกลัว จนผมต้องเงยหน้าขึ้นมา

'ไม่จริงใช่มั๊ย พี่คริสจะไปไหน ไม่ให้ไปนะ' ชานยอลพูดกับผมแล้วก็สะบัดหน้าไปมา แววตาดูไม่เผื่อใจอะไรไว้ทั้งนั้น ผมเองก็อยากจะคุยกับมันใจจะขาด แต่ผมก็ไม่อยากให้มันสติแตกไปมากกว่านี้ เอาไว้ให้แสดงดนตรีกันเสร็จเรียบร้อยก่อนแล้วผมค่อยบอกมันดีกว่า

'เปล่าๆ ไม่มีอะไร พูดเล่นๆน่ะ กินขนมต่อดีกว่ามา' ผมแกะถุงขนมออกอีกห่อแล้วก็ชวนมันกินต่อ แต่มันก็ยังดูไม่วางใจอยู่ดี มันเอามือผมไปจับไว้ แล้วถามคำถามกับผมด้วยสีหน้าจริงจัง

'จริงๆนะ เราจะไม่จากกันไปไหนใช่มั๊ย'ดวงตากลมโตจ้องมองมาที่ผมด้วยความหวัง ผมพยายามยิ้ม พยัก หน้าเล็กน้อยแล้วก็ป้อนขนมเข้าปากมากมัน

'ไม่มีทาง พี่รักชานยอลนะ' ผมลูบกลุ่มผมนิ่มๆของมันอย่างแผ่วเบา หลังจากกินขนมหมดไปอีกห่อก็ได้เวลาหลับ วงดนตรีเคาะจังหวะท้ายรถเงียบลงไปแล้ว สงสัยจะหลับแล้วเหมือนกัน ทั้งรถในความเงียบสงบ ชานยอลเองก็หลับไปแล้ว คงเหลือแต่ผมที่ยังคงตาสว่างอยู่แบบนั้น ถ้าชานยอลรู้เข้าจะเป็นยังไงนะ ผมพยายามบอกตัวเองว่า ผมก็ยังคบกับชานยอลเหมือนเดิม ยังคุยกันเหมือนเดิม แต่ก็อดเศร้าไม่ได้เลยถ้าไม่มีไอ้ตัวร้าย ที่นอนซบไหล่ผมอยู่เดินกลับบ้านด้วยกันตอนเย็นแล้วจะเป็นยังไง ถ้าตอนเย็นๆผมจะไม่ได้นั่งเล่นดนตรีข้างๆมัน อะไรที่มันทำไปจนชินในระยะเวลาหนึ่ง พอมันหายไปก็อดใจหายไม่ได้เลยจริงๆ

ผมนึกย้อนไปถึงวันแรกที่ผมถูกบังคับให้มาที่ห้องดนตรีไทย ผมยังจำได้ดีว่าวันนั้นผมไม่ได้เต็มใจจะมาเลยซักนิด ยิ่งได้มาเจอ ไอ้ชานยอลกวนโอ๊ย ผมยิ่งอยากจะหายตัวไปจากตรงนั้น ผมอยากจะหมุนเวลาให้ผ่านไปเร็วๆ ให้มัน จบๆไปเสียที ตอนนั้นเวลา 1 นาทีก็เหมือน 1 ปี ผมได้แต่คิดว่าเมื่อไหร่เวลาจะผ่านไป 1 เดือนนะ แต่ตอนนี้ผมอยากจะยืดเวลาให้ออกไปให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ แต่ผมคงได้แค่ฝัน

เวลาผ่านไปนานเท่าไหร่ไม่รู้ จนผมผล็อยหลับไป มารู้ตัวอีกทีก็ใกล้จะถึงที่หมายแล้ว รถบัสคันใหญ่เลี้ยวเข้าไป ในประตูโรงเรียนแห่งหนึ่งที่จะเป็นสถานที่ในการแสดงดนตรีของพวกเราในวันพรุ่งนี้ ผมเขย่าตัวชานยอลให้ตื่น เพราะถึงที่หมายแล้ว เด็กทุกคนในต่างเร่งกันเก็บสัมภาระเพื่อเตรียมตัวลงจากรถ

'โหย พี่สองคนนี่ตัวติดกันดีจังเลยยย ... นะ อิอิ' เด็กดนตรีไทยคนหนึ่งที่เดินผ่านมาทางเบาะผมพอดีเอ่ยทักขึ้นด้วยน้ำเสียงทะเล้น ผมมองหน้ามันด้วยใบหน้าที่ปราศจากรอยยิ้ม ยุ่งนักนะมึงเนี่ย

'แหม พี่ ผมแซวเล่นน่า นี่จบงานนี่จะยังตัวติดกันแบบนี้มั๊ยอ่ะ อิอิ' มันยังไม่เลิกกวน ทั้งๆที่ก็เห็นแล้วว่าผมไม่สบอารมณ์ สงสัยมันอยากตาย

'เออ ใช่ จบงานนี้ ..' อยู่ดีๆชานยอลก็ครางขึ้นมา ผมหันไปมองหน้ามันด้วยความตกใจ

'จบงานนี้ก็ต้องแยกย้ายกันใช่ป๊ะ โหย ความรักจะล่มหรือเปล่าเนี่ยยย' ไอ้เด็กคนนั้นยังไม่เลิกแซว ผมยื่นมือไปตบหัวมันทีหนึ่งแล้วรีบไล่ให้มันเดินไป ผมหันกลับไปมองชานยอลที่ยังนั่งตัวแข็งทื่ออยู่ เป็นอย่างที่ผมคิดจริงๆ ชานยอลยังไม่คิดถึงเรื่องนี้เลย

'ชานยอล ...' ผมกำลังจะเอื้อมมือไปแตะตัวชานยอล แต่เสียงอาจารย์ดนตรีไทยก็ดังแทรกขึ้นมาพอดี ทำให้ผมกับชานยอลไม่ได้คุยอะไรกันต่อ ต่างฝ่ายก็ต่างรีบกันเก็บของตัวเองแล้วเดินลงจากรถ

'โอเค นี่ก็จะเย็นแล้ว  ไปอาบน้ำกันก่อนแล้วกันนะ แล้วค่อยออกมากินข้าวกัน วันนี้เข้านอนให้เร็ว เพราะพรุ่งนี้ต้องตื่นแต่เช้า' อาจารย์ดนตรีไทยเดินไปกับอาจารย์อีกคนที่ออกมารอต้อนรับพอดี โรงเรียนนี้เป็นโรงเรียนที่ใหญ่มาก ดูเหมือนว่าจะไม่มีมีโรงเรียนผมโรงเรียนเดียวที่มาแสดงดนตรีในวันนี้ เพราะผมเห็นมีรถบัสจอดอีกหลายคัน

...ชานยอลสอดมือเข้ามาจับแขนผมไว้แน่นมาก จนผมต้องหันไปมอง มันไม่พูดอะไรนอกจากก้มหน้า ผมไม่รู้หรอกว่า มันคิดอะไรอยู่ แต่ถ้าให้ผมเดา มันก็คงกำลังคิดแบบเดียวกับผมอยู่ ผมไม่พูดอะไรนอกจากออกแรงดึงมันให้เดินต่อ พวกเราเดินกันไปที่ตึกๆหนึ่งซึ่งผมคิดว่ามันเป็นหอของโรงเรียน อาจารย์ท่านที่ออกมาต้อนรับให้พวกเรานอนกันในห้องโถงยาวที่มีฟูกนอนปูไว้เต็มไปหมด ในนั้นมี กลุ่มนักเรียนที่มาถึงก่อนหน้าพวกเราแล้วหลายกลุ่ม แน่นอนว่าผมกับชานยอลนอนข้างๆกัน จากนั้นพวกเราก็ไปอาบน้ำเพื่อออกไปกินข้าวกัน เรานั่งกันที่โรงอาหารที่มีนักเรียนนั่งอยู่จนเต็ม ชานยอลถือชามข้าวมานั่งข้างๆผม ผมชวนมันคุยสัภเภเหระไปเรื่อยเพื่อให้มันได้ลืมเรื่องนั้นไป พอมันเริ่มยิ้มได้บ้างผมก็ดีใจ จนคุยไปคุยมาก็ดันวกกลับมาเรื่องเดิม

แล้วจากนี้จะเป็นยังไง ถ้าผมต้องห่างพี่คริสอ่ะชานยอลถามด้วยสีหน้าเคร่งเครียด ผมเองก็ไม่รู้แฮะ ที่คิดได้ตอนนี้คือต้องพยายามหาเวลาอยู่ด้วยกันให้มากที่สุด

ก็ ... ไม่รู้สิ ก็คงพยายามหาทางอยู่ด้วยกันให้ได้มากที่สุดล่ะมั๊งผมตอบ ชานยอลทำปากยื่นๆอย่างคนที่กำลังใช้ความคิด ซักพักก็ตอบออกมา

ตอนเย็นก็กลับด้วยกันเหมือนเดิมไง ใครเลิกก่อนก็รออีกคนมันพูดแล้วก็ตักข้าวเข้าปากเคี้ยวตุ้ยๆ

หลังจากนี้พี่มีแข่งนะ เลิกทีก็ 2 3 ทุ่มโน่นแหล่ะ จะรอไหวเหรอ ไม่กลับไปการบ้านเหรอไงผมตอบอีก จากนี้ผมก็คงเลิกดึกขึ้นเรื่อยๆ จะให้มันมารอก็ใช่เรื่อง โดนแม่ดุทุกวันแน่ๆ

ก็ทำที่โรงเรียนไง ระหว่างรอชานยอลพูดทั้งๆที่ยังเคี้ยวข้าวอยู่ เดี๋ยวข้าวก็ติดคอหรอกนั่น

แล้วแม่ไม่ว่าเหรอ ตัวเองไม่มีซ้อมแล้วนี่ ไม่เป็นไรหรอก

ทำไม มึงไม่อยากอยู่กับกูแล้วเหรอ ไอ้พี่คริส ไอ้บ้า มึงอ่ะพอชานยอลได้ยินที่ผมพูดเสร็จมันก็เริ่มโวยวายลั่นโรงอาหาร พร้อมสรรพนามมึงกูแบบที่มันเคยชอบใช้ ผมต้องรีบเอามือข้างหนึ่งปิดปากมันไว้ เพราะตอนนี้คนทั้งโรงอาหารเริ่มหันมามองที่ผมกับ แล้วคนทั้งโรงอาหารเป็นเด็กโรงเรียนอื่นทั้งนั้น

เงียบๆก่อน ไม่ใช่ไม่อยากอยู่ด้วย อย่างอนดิผมพูดกับมัน ส่วนมันก็ได้แต่จ้องหน้าผมตาเขียวปั๊ด

ก็กลัวชานยอลโดนว่า งั้นเอาอย่างนี้ พี่แวะไปหาชานยอลที่บ้านก่อนกลับบ้านตัวเองทุกวันดีมั๊ยได้ผล ชานยอลเริ่มยิ้มออกมาบ้างแล้ว

เอางี้ด้วย วันศุกร์พี่คริสต้องมานอนบ้านผม ส่วนวันเสาร์ผมจะไปนอนบ้านพี่คริส โอเคนะ สัญญาแล้วนะชานยอลพูดทุกอย่างด้วยความรวดเร็วจนผมตั้งตัวไม่ทัน

แล้วก็ ตอนกลางวันพี่คริสต้องมานั่งกินข้าวกับผมโดยไม่มีข้อแม้ พอกินเสร็จต้องไปนั่งคุยกับผมก่อน ห้านาทีก่อนจะเข้าคาบต่อไปค่อยกลับห้อง เข้าใจนะยังไม่ทันที่ผมจะได้พูดอะไรต่อ ชานยอลก็แทรกขึ้นมาอีก

แล้วก็ต้องใส่สร้อยมาทุกวัน จะได้รู้ว่ามีเจ้าของแล้วชานยอลจับที่คอเสื้อผม แล้วล้วงเอาสร้อยสีเงินออกมา ผมมองแล้วก็ได้แต่ยิ้ม ตั้งแต่มันใส่ให้ผม ผมยังไม่เคยถอดเลย

ตอนเดินกลับบ้านจะกลับกับใครต้องโทรมาบอกผมก่อนนะ

ห้ามไปไหนโดยไม่มีผมด้วย ห้ามไปรับของจากผู้หญิงคนไหน อ้อ ผู้ชายก็ห้ามนะ ห้ามไปมองใครที่ไหน อะไรยังไงก็ห้าม ที่สำคัญที่สุดคือห้ามนอกใจผมนะชานยอลชี้หน้าผมอย่างคาดโทษ ผมได้แต่ขำกับข้อห้ามของมัน ถึงมันไม่บอกผมก็ตั้งใจจะทำอยู่แล้ว

          ‘โอเค พอแล้ว เข้าใจแล้ว ไม่นอกใจหรอกน่า ผมลูบแก้มนิ่มๆของชานยอลเล่นอย่างแผ่วเบา แต่มันปัดมือผมทิ้ง แล้วก็จ้องหน้าผมตาเขียวอีกรอบ

          ‘ไม่ สัญญามาก่อนว่าจะทำ

          คร๊าบ สัญญา กินข้าวต่อเถอะผมชี้ให้มันหันไปจัดการกับจานข้าวต่อ ส่วนผมก็จัดการของตัวเองต่ออีกนิดเดียวก็หมดจาน แต่พอผมเงยหน้าขึ้นมาเท่านั้นแหล่ะ ผมก็เห็นกับอะไรบางอย่างเข้า

          โต๊ะฝั่งตรงข้ามของผมเป็นกลุ่มเด็กนักเรียน ม.ปลาย จากอีกโรงเรียน ซึ่งผมก็ไม่รู้ว่าเป็นโรงเรียนอะไร กำลังยิ้มน้อยยิ้มใหญ่มาที่โต๊ะฝั่งผม แต่มันไม่ได้ผมนะ มันมองคนที่นั่งข้างๆผมต่างหาก ... มันกำลังมองชานยอลด้วยสายตากรุ้มกริ่ม ผมไม่ชอบเอาซะเลย และที่สำคัญที่สุดคือ มัน เป็น ผู้ ชาย

          … นี่มึงยิ้มหวานให้ใครวะ ...

          มันมองอะไรผมหันไปถามชานยอลที่กำลังยกแก้วน้ำขึ้นดื่ม

          ใครอ่ะ อ่อ นั่นเหรอชานยอลพูดพลางโบกไม้โบกมือให้ไอ้เด็ก ม.ปลายคนนั้น ดูแล้วท่าทางจะอายุเท่าชานยอลนะ ถ้าจะโบกมือเป็นเพื่อนกันได้ขนาดนี้

          เคยเจอกันที่งานดนตรีที่กรุงเทพนะ มันก็อยู่ชายล้วนอ่ะ สนิทกันชานยอลพูดทั้งๆที่ยังโบกไม้โบกมือให้ไอ้เด็กนั่นอยู่ แถมยังมีตะโกนคุยกันข้ามโต๊ะด้วย ไอ้นั่นก็คุยตอบกันไปมาสนุกเชียวแหล่ะ แต่ผมไม่ชอบสายตาไอ้นั่นเลย ดูดี๊ด๊าเกินเหตุไปนะ ก็แค่เจอกันที่งานแสดงดนตรีป๊ะ ... หึ

          ไป เก็บจานผมผลักให้ชานยอลลุกขึ้น ส่วนผมก็ลุกตาม พยายามจะไม่หันไปมองไอ้เด็กคนนั้นเพราะกลัวว่าสายตาผมมันหาเรื่องเกินไป แต่ก็นั่นแหล่ะ สุดท้ายผมก็เหลือบไปมองมันด้วยหางตาแว๊บหนึ่งก่อนจะเดินตามชานยอลไป พอเก็บจานเสร็จ ผมก็ชวนชานยอลกลับห้อง ไม่อยากให้มันอยู่แถวนี้เลย ผมมีความรู้สึกชานยอลมันเนื้อหอมขึ้นมาก เหมือนดอกไม้สีสวยบานสะพรั่งส่งกลิ่นหอมเรียกแมลงไปทั่ว แล้วไอ้แมลงที่มันมาตอมนี่ก็มีแต่ แมลงตัวผู้ซะด้วยสิ ... อะไรกันวะ !!!

           เฮ๊ย ชานยอล ไงวะ ไม่เจอกันนานไอ้เด็กคนเดิมที่นั่งโต๊ะฝั่งตรงข้ามเมื่อกี้เดินเข้ามาทักชานยอลจากข้างหลัง พอชานยอลหันไปเท่านั้นแหล่ะ ไอ้เด็กนั่นก็เดินเข้ามากอดชานยอลเลย เฮ้ย ! ของกู

          ไงวะ ไม่เจอกันนาน ฝีมือไปถึงไหนและ สู้กูได้ยังไอ้เด็กนั่นพูดกูมึงกับชานยอลด้วย นี่มันสนิทกันขนาดไหนเนี่ย

          สู้ได้ไม่ได้ ต้องรอดูว่ะ ไงมึง สบายดี วันนั้นเหตุตั้งสถานะในเฟซว่า เหงา ชานยอลเริ่มต้นบทสนทนากับเด็กคนนั้นด้วยความสนิทสนม

          เออ เหงาดิ ไม่มีเพื่อนคุย รอมาคุยกับมึงเนี่ย เหงามือด้วย อยากประลองกับมึงจะแย่

หลังจากนั้นผมก็ถูกตัดออกจากโลกของสองคนนั้น เพราะพวกเขากำลังคุยในเรื่องที่ผมไม่รู้เรื่อง มีหยอกบ้าง ล้อกันบ้าง หัวเราะคิกคักด้วยความสนุกจนผมไม่รู้จะแทรกตัวเข้าไปได้ยังไง และเมื่อรู้ตัวอีกที ผมก็เดินกลับมาที่ห้องแล้ว

ผมล้มตัวลงนอน ทั้งๆที่ตอนนั้นนาฬิกาบอกเวลาแค่สองทุ่ม แต่ผมเริ่มเหนื่อยแล้วและ เหนื่อยใจน่ะ เหนื่อยมากเลยด้วย ผมนอนพลิกตัวไปพลิกตัวมาซักพัก ก็ยังไม่มีวี่แววว่าไอ้ชานยอลจะกลับมาที่ห้อง จนรุ่นน้องในโรงเรียนผมเดินกลับมาที่ห้องกันหมดแล้ว มันก็ยังไม่กลับมา นี่มันหายไปไหน

มึง เห็นชานยอลบ้างไหมผมถามเด็กคนหนึ่งที่เดินเข้ามาในห้องพอดี มันหันไปถามเด็กอีกคนแล้วก็หันมาตอบผม

เห็นยืนคุยกับพี่จากอีกโรงเรียนอยู่อ่ะคำตอบของไอ้เด็กสองคนนั้นทำเอาผมหน้าชา ยืนคุยอยู่เหรอ นี่มันไม่ได้สังเกตแล้วเหรอว่าผมเดินหายไปไหนแล้วน่ะ

พี่คริสเป็นไรเปล่า เดี๋ยวผมออกไปตามให้มั๊ยเด็กที่ตอบคำถาม พอเห็นว่าผมเงียบไปนานก็อาสาจะเดินออกไปตามชานยอลให้ ผมได้แต่ส่ายหน้าบอกว่าไม่เป็นไร ... ไม่เป็นไรหรอก ถ้านึกขึ้นได้ มันก็คงจะกลับมาเอง

ใจผมน่ะ อยากจะเดินออกไปตามด้วยตัวเองด้วยซ้ำ แต่สมองอีกด้านหนึ่งของผมบอกว่า ถ้าผมออกไปตอนนี้ ผมต้องได้มีเรื่องชกต่อยกับไอ้เด็กนั่นแน่ๆ แล้วผมก็ไม่อยากให้เกินเรื่องขึ้นที่นี่ มันไม่ดีต่อชื่อเสียงโรงเรียนเลย ผมเลยตัดสินใจนอนรอไปเรื่อยๆ จนกว่าชานยอลจะกลับมาแทน

.

.

.

โอเค ผมชักจะรอไม่ไหวแล้ว นี่มันเกือบจะสี่ทุ่มแล้วนะ ผมยังไม่เห็นมันเลย มันไปไหน อยู่กับไอ้นั่นเหรอ ไหนว่ามันอยากอยู่ใกล้ๆผมไง แล้วทำไมไปอยู่กับไอ้นั่นตั้งนานสองนาน

ผมสะบัดผ้าห่มออกให้พ้นตัว แล้วลุกขึ้นจากที่นอน แต่ยังไม่ทันที่ผมจะได้เดินออกไปนอกห้อง ผมก็เห็นชานยอลเดินเข้ามากับไอ้เด็กคนนั้นพอดี ... สนิทสนมกันขนาดที่จะต้องเดินโอบไหล่กันเข้ามาเลยหรือไง

ผมยืนจ้องชานยอลที่เดินมากับไอ้เด็กนั่นด้วยสีหน้าบอกบุญไม่รับเต็มที่ พอมันเห็นผมมันก็ทำหน้าตกใจนิดหน่อย ตกใจนิดหน่อยเหรอ ผมว่ามันควรจะโทรหาผมซักหน่อย ถามว่าผมอยู่ไหน หายไปทำไม ผมไม่ได้ใจแคบหึงหวงเรื่องไม่เป็นเรื่องหรอกนะ เหรอ ... ผมไม่ได้หึงหรอก ไม่ได้หวงด้วย เหรอ ... จริงๆนะ หึ

อ้าว พี่คริส ผมนึกว่านอนไปแล้วซะอีกชานยอลทักผมด้วยสีหน้ายิ้มแย้มมีความสุข แน่แหล่ะ ต้องมีความสุขสิ คุยกับไอ้นั่นน่ะมีความสุขจะตาย ... ผมไม่ได้คิดมากหรอกนะ ไม่ได้คิดอะไรเลยแม้แต่นิดเดียว

ยังไม่ง่วง ผมพูดด้วยน้ำเสียงเรียบๆ พยายามปรับน้ำเสียงไม่ให้เหวี่ยงเลย ชานยอลดูหน้าเสียๆไป ทำไม ผมดุเหรอ ผมไม่ได้เหวี่ยงเลยนะ ... สาบาน

เอ่อ งั้นกูไปนอนก่อนนะ ดีใจที่ได้คุยกับมึง เจอกันพรุ่งนี้เว้ยไอ้เด็กนั่นขอตัวไปนอน แต่ก็ยังไม่วายลูบเอวชานยอลอีกนิดหน่อยก่อนจะไป อะไร พวกมึงเป็นอะไรกันถึงต้องลูบเอว แล้วมาดีจงดีใจที่เจอ อาลัยอาวรณ์กันนักเหรอ ... ชานยอลน่ะของกูนะโว๊ย

...ผมไม่ได้พูดอะไรต่อนอกจากมองตามเด็กคนนั้นเดินไป มันไม่รู้เหรอไงว่าผมเป็นอะไรกับชานยอล

นอนกันเถอะ ผมง่วงแล้วชานยอลเดินเข้ามาจับมือผมแล้วทำท่าจะเดินไปที่ ที่นอน แต่ผมสะบัดมือออกก่อนด้วยความโมโห

นี่ถ้าไม่ง่วงก็จะไม่เดินกลับมาใช่มั๊ยโอเค ผมยอมรับแล้ว ว่าผมเหวี่ยง น้ำเสียงของผมมันเหวี่ยงสุดๆไปเลย ชานยอลมองหน้าผมงงๆก่อนจะพูดต่อ

พี่คริสเป็นอะไร งอนอะไรอ่ะผมจ้องหน้าชานยอลนิ่งๆซักพักโดยที่ไม่พูดอะไร มันชานยอลอดรนทนไม่ไหวรีบพูดขึ้นมาอีกที

พี่คริสเป็นอะไร ไม่พอใจอะไร บอกผมดิชานยอลเดินเข้ามาเขย่าแขนผมแรงๆ คล้ายจะอ้อนวอนให้ผมยอมปริปากพูดอะไรบางอย่าง แต่ผมก็ยังไม่ตอบอะไร ผมแกะแขนชานยอลออกแล้วเดินกลับไปที่ ที่นอนตัวเอง ล้มตัวลงนอนแล้วไม่พูดอะไรอีกเลย

อย่าเพิ่งนอน พี่คริส ลุกขึ้นมาคุยกับผมก่อน งอนอะไรชานยอลเขย่าตัวผมแรงมาก แต่ผมก็ยังไม่หันกลับไป ... ใครบอกผมงอน ผมง่วงต่างหาก ง่วงมาก อยากจะหลับไปนานๆเลย

นอนเหอะ ขี้เกียจพูดแล้วพูดเสร็จผมก็ดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมโปง เป็นอันจบทุกๆอย่างลงตรงนั้น

แล้วผมก็ไม่รู้สึกอะไรอีกเลยจนถึงเช้า

.

.

.

ตื่นเช้ามาผมไม่เจอชานยอลแล้ว ผมหันไปมองที่นอนว่างๆของมันก็ได้แต่สงสัยว่ามันหายไปไหน ผมสงสัยว่ามันแต่งตัวลุกไปแล้วหรือเปล่า แต่พอผมดูที่กระเป๋ามัน ก็ยังเห็นชุดนักเรียนมันอยู่นะ แสดงว่ามันยังไม่ได้แต่งตัว แล้วมันหายไปไหน

พวกมึงเห็นชานยอลมั๊ยผมลุกขึ้นยืนถามเด็กที่นอนอยู่อีกฝั่ง ก็มีแต่คนส่ายหน้า แล้วมันหายไปไหน ผมคิดว่ามันอาจจะออกไปเดินเล่น ... หรือไปกับไอ้เด็กคนนั้น ... ช่างมันเถอะ ถ้ามันอยากจะทำแบบนั้นผมก็ไม่ห้ามมันแล้ว

... ปากผมบอกไม่สน แต่หัวใจผมเจ็บแปลบจนบอกไม่ถูก ...

จนเวลาแปดโมงเช้าแล้ว ซึ่งเป็นเวลาที่อาจารย์เรียกให้ไปรวมกันที่โรงอาหารผมก็ยังไม่เจอชานยอล เด็กทุกคนแต่งกายด้วยชุดนักเรียนมารวมกันพร้อมหน้า ยกเว้นมัน อาจารย์ดนตรีไทยเช็คชื่อไปก็ขาดแต่ชานยอล อาจารย์หันมาถามผมว่า ชานยอลไปไหน ผมก็ส่ายหน้าบอกว่าไม่รู้ แล้วมันไปไหนล่ะเนี่ย ผมชักเริ่มเป็นห่วงมันแล้วสิ มือถือมันก็ไม่ได้หยิบไป

แล้วนี่ชานยอลไปไหน ใครเห็นบ้างทุกคนส่ายหัว ไม่มีใครรู้ว่ามันไปไหน ... นี่มันเป็นอะไรไปหรือเปล่า

คริส ไปตามหาน้องหน่อยสิ รีบหน่อยนะอาจารย์ดนตรีไทยหันมาขอร้องผม ไม่ต้องทันให้จบประโยคผมก็พุ่งตัวออกไปทันที ผมไล่หามันตั้งแต่หน้าโรงเรียน ยาวไปยันข้างหลังโรงเรียน ผมนึกไม่ออกเลยจริงๆว่ามันจะไปที่ไหน แต่ผมว่ามันคงไม่ขึ้นไปบนตึกเรียนหรอก แล้วโรงเรียนนี้มันก็ไม่ได้เล็กๆเลย มันไปอยู่ไหนกันนะ ...

         

          Chanyeol Part

          ผมไม่รู้ว่าพี่คริสงอนอะไรผม อาจจะเป็นที่ผมยืนคุยกับเพื่อนต่างโรงเรียนผมนานไปไหน ก็ผมไม่ได้เจอกับมันนานมากแล้วนะ ผมยืนคุยเพลินไปหน่อย จนหันไปหาพี่คริสอีกทีมันก็หายตัวไปแล้ว ผมคิดว่ามันคงง่วงเลยกลับห้องไปก่อน ผมเลยอยู่คุยกับเพื่อนต่อ มันชวนออกไปนั่งเล่นข้างๆคลองหลังโรงเรียนอีก เลยยาวเลย หันไปดูนาฬิกาอีกทีก็จะ 4 ทุ่มแล้ว เลยชวนกันเดินกลับห้อง

          พอผมกลับมาที่ห้องก็เจอไอ้พี่คริสยืนจังก้าอยู่พอดี หน้าตามันเหวี่ยงมาก ตอนนั้นผมก็เริ่มรู้ตัวเองว่างานเข้าแล้วแหล่ะ แต่ก็พยายามใจดีสู้เสือไว้ แต่พอคุยไปคุยมา ปรากฏว่าไอ้พี่คริสงอนผมจริงๆ ผมพยายามถามว่ามันเป็นอะไร มันก็ไม่ยอมตอบ สุดท้ายมันก็เอาผ้าห่มคลุมตัวเองแล้วนอนไปเลย ตอนนั้นผมก็ไม่รู้จะทำยังไงต่อ เลยกะว่า เช้ามาค่อยง้อแล้วกัน แต่พอผมตื่นมาก็ต้องพบกับเรื่องตกใจบางอย่าง ... ก็สร้อยรูปกุญแจซอลที่คอผมมันดันหายไปน่ะสิ

          ผมงี้หน้าซีดเลย ผมพยายามดูตรงที่นอนก็ไม่มี ผมจำได้ว่า ตอนผมกินข้าว ผมยังคลำสร้อยที่ตัวเองเจออยู่นะ แต่จากนั้นผมก็ไม่รู้ตัวเลย ผมเลยรีบลุกออกจากเตียงเพื่อออกไปตามหา ไล่ตั้งแต่ห้องน้ำเผื่อว่าจะเจอ ยาวไปจนโรงอาหาร ก็ยังไม่เห็น ผมพยายามดูทุกซอกทุกมุมที่ผมจะเดินไปแล้วจริงๆ หรือว่าจะมีใครเอาทิ้งขยะไปแล้วหรือเปล่านะ แค่คิดผมก็อยากจะร้องไห้ แล้วผมจะมีหน้าไปบอกพี่คริสได้ยังไงว่า ผมทำสร้อยหายน่ะ

          หายไปไหนน่ะผมเดินตามหาไปเรื่อยๆก็ยังไม่เจอ ผมแทบจะร้องไห้แล้วตอนนั้น เมื่อคืนนี้ผมไปเดินเล่นกับเพื่อนแถวๆคลองหลังโรงเรียน ผมเลยลองเดินไปอีกรอบ ถึงแม้ว่าความหวังที่ผมจะพบสร้อยมันจะเหลือน้อยมากก็ตาม

          หายไปไหนอ่ะ น้องคริส กลับมาหาพี่มาผมเดินเรียกสร้อยไปตามทางด้วยน้ำตานองหน้า ผมเรียกสร้อยกุญแจซอลของผมว่าน้องคริส เพราะว่ามันดูน่ารักดี แล้วตอนนี้น้องคริสหนีพี่ไปไหน ไม่เอานะ น้องคริส อย่าทำแบบนี้

          ผมพยายามตามทางไปเรื่อย พยายามดูตรงพงหญ้าก็ยังไม่เห็น ดูไปตามข้างคลองก็ไม่มี ดูตามทางก็ไม่เจอ หรือว่ามันจะหล่นลงไปในคลองแล้ว โฮ แค่คิดผมก็ขาอ่อน แล้วผมจะไปบอกไอ้พี่คริสมันยังไง บอกว่าผมทำสร้อยหายเลย มันต้องโกรธมากแน่ๆ แค่นี้มันก็โกรธผมจะแย่แล้ว

          ฮือๆ น้องคริส น้องคริสไม่อยากอยู่กับพี่แล้วเหรอผมก้มตัวลงนั่งยองๆข้างคลอง พยายามมองซ้ายมองขวาก็ยังไม่เห็นวี่แวว สร้อยสีเงินอันเล็กๆของผม หาไม้มาเขี่ยไปตามดินก็ยังไม่มี ผมว่าผมคงหมดหวังแล้ว ผมไม่กล้าเจอหน้าไอ้พี่คริสแล้ว ผมไม่รู้ว่าจะพูดยังไงดี

          ชานยอล ...เสียงที่คุ้นเคยดังขึ้นข้างหลังผม ผมหันไปมองตามเสียงเรียกก็เห็นว่าเป็นพี่คริส แต่ยังไม่ทันที่ผมจะได้พูดอะไร มันก็วิ่งเข้ามากอดผมไว้

          มาทำอะไรอยู่ตรงนี้ ตามหาแทบแย่ หายไปตอนไหน ทำไมทำแบบนี้ ทำไมไม่บอกกันก่อนห๊า ไม่คิดว่าพี่จะเป็นห่วงเหรอพี่คริสรัวคำพูดใส่ผมจนฟังไม่ทัน ผมทำอะไรไม่ถูกนอกจากร้องไห้

          พี่คริส ฮือผมปล่อยโฮออกมาเต็มไหล่มัน เราสองคนยืนกอดกันแบบนั้นนานพอสมควร จนพอผมเริ่มนิ่ง ไอ้พี่คริสก็ผละตัวออกไป

          มาทำอะไรอยู่ตรงนี้ เขาตามหากันแทบแย่พี่คริสพูดพลางเช็ดน้ำตาบนหน้าผมด้วยนิ้ว ตอนแรกผมเกือบจะหยุดร้องไห้แล้ว แต่พอผมเห็นสร้อยที่คอมันผมก็น้ำตาไหลออกมาอีกรอบ

          เป็นอะไร

          ฮือ พี่คริส สร้อยอ่ะ สร้อยผมชี้ไปที่คอของมัน เหมือนไอ้พี่คริสจะรู้ เลยพยายามเปิดคอเสื้อผมดู แล้วมันก็ทำตาโตใหญ่เลยที่เห็นว่าสร้อยผมหายไป

          สร้อยหายที่ไหนมันถามผม ผมก็ส่ายหน้ารัว ผมไม่รู้จริงๆ ไม่ได้ตั้งใจทำหายนะ

          ผมไม่รู้ ผมเลยออกมาตามหา ฮือ พี่คริสผมก้มหน้าร้องไห้หนักมาก ไอ้พี่คริสไม่ตอบอะไรนอกจากกอดผมไว้แบบนั้น มันไม่โกรธผมใช่มั๊ย

          สร้อยหายที่ไหนมันถามผม ผมเงยหน้าขึ้นมองมันแล้วก็ส่ายหน้า

          ไม่รู้ ... ผมหาทุกที่แล้วนะ ไม่เจอเลยน้ำตาผมจะไหลอีกรอบ ไอ้พี่คริสต้องผิดหวังในตัวผมมากๆ มันอุตส่าห์ให้สร้อยเส้นนั้นกับผมตอนขอเป็นแฟน มันมีความหมายมากนะ

          ผมขอโทษนะ ผมไม่ได้ตั้งใจนะ ผมไม่ได้ตั้งใจผมกอดไอ้คริสไว้แน่นเพราะกลัวว่ามันจะโกรธ ผมเองก็ทำอะไรมากไปกว่านี้ไม่ได้แล้ว ผมไม่อยากให้มันโกรธ เพราะผมก็เสียใจ ... น้องคริสผมหายไปแล้ว

          แล้วเมื่อคืนมาทำอะไรแถวนี้เหรอ ถึงออกมาตามหาไอ้พี่คริสถามผม ผมพยักหน้า

          ใช่ เพื่อนผมมันชวนมาเดินเล่นไงผมพูดไปตามตรง แต่พอผมพูดถึงไอ้เพื่อนต่างโรงเรียนคนนั้นขึ้นมา ไอ้พี่คริสก็ทำหน้าบึ้งทันที

          ออกมาเดินเล่นกับคนอื่นแล้วก็ทำสร้อยหายมันพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา จนผมจุกอยู่ข้างใน

          พี่คริส ผม ...

          ‘แล้วก็ปล่อยให้พี่รอ

          ‘…’

          ‘บอกทีว่าจะเอายังไง

          ผมจ้องหน้าไอ้พี่คริสด้วยความตกใจ ว่าอะไรดลใจให้มันพูดแบบนั้น จะเอายังไงมันหมายความว่าอะไรผมไม่เข้าใจหรอกนะ และผมก็จะไม่มีวันทำความเข้าใจมันด้วย

          พี่คริสหมายความว่ายังไง เอายังไง หมายความว่ายังไง

          ‘ไหนบอกว่าจะอยู่ด้วยกันให้ได้มากที่สุดไง แล้วทำไม ... เมื่อคืนหายไปน้ำหยดใสๆเริ่มไหลออกมาจากตาข้างซ้ายของไอ้พี่คริส ผมมองภาพนั้นด้วยความตกใจ นี่ผมทำมันถึงขั้นร้องไห้เลยเหรอ

          พี่คริสเป็นอะไร ผมขอโทษ ผมขอโทษนะผมสวมกอดไอ้พี่คริสไว้แน่น ผมไม่รู้เลยว่าที่ผมหายไปเมื่อคืนจะทำให้มันเครียดได้ขนาดนี้ ผมไม่รู้ตัวจริงๆ ไม่รู้ตัวเลย ทำไมผมเป็นคนที่แย่แบบนี้

          ถ้าไม่อยากอยู่ด้วยกัน ... ก็บอก พี่จะไปไอ้พี่คริสพูดในสิ่งที่ผมไม่อยากได้ยินมากที่สุด ไม่นะ ผมอยากอยู่กับมันที่สุดในชีวิตแล้ว ไอ้พี่คริสก้มหน้าแล้วทำท่าจะหันหลังหนี ผมรีบคว้าแขนมันไว้เพราะกลัวว่ามันจะเดินหนีไป

          อย่า อย่าหนีนะ ผมอยากอยู่กับพี่นะ อย่าพูดแบบนั้น ฮือๆ ผมขอโทษผมจับมือมันขึ้นมาแนบแก้มแล้วปล่อยโฮ ผมรู้สึกผิดจริงๆที่ทำไปแบบนั้น

          ผมไม่ได้ตั้งใจทำสร้อยหาย มันหลุดไปตอนไหนไม่รู้ เพื่อนคนนั้นก็แค่เพื่อนนะ ไม่มีอะไรมากกว่านั้น ผมอยากอยู่กับพี่คริสนะ พี่คริสเชื่อผมเหอะนะ พี่คริส ผมรักพี่นะ ผมไม่รู้จะหาคำพูดอะไรมาสาธยายให้มันเชื่อ แต่ผมพูดทุกอย่างที่อยู่ในใจผมแล้วจริงๆ ผมรักมัน ผมไม่อยากให้มันหายไปจากชีวิตผม

          เด็กน้อยเอ๊ยไอ้พี่คริสลูบหัวผมเบาๆ มันกระชับตัวผมแน่นขึ้น ลมร้อนๆที่หูของผม ช่วยให้ผมรู้ว่ามันกำลังซบหน้าอยู่ตรงนั้น

          หยุดร้องไห้เถอะ ไม่โกรธแล้ว เฮ้อ กับมึงนี่กูโกรธไม่เคยลงเลยจริงๆไอ้พี่คริสใช้มือเกลี่ยน้ำตาผมออกเบาๆ ผมยิ้มจนสุดแก้ม ผมยกมือขึ้นเช็ดคราบน้ำตาของมันออกเหมือนกัน ผมกับมันยืนยิ้มให้กันอยู่นาน จนผมนึกออกว่ายังหาสร้อยของตัวเองไม่เจอ

          เออ สร้อย ผมยังหาสร้อยไม่เจอเลยผมทำหน้าเศร้าใส่มัน พยายามมองซ้ายมองขวาเพื่อหาสร้อยตัวเอง แต่ก็ไม่เห็นวี่แวว ผมว่ามันคงหายไปแล้วจริงๆ

          ช่างมันเถอะ ไม่เป็นไรหรอก เดี๋ยวพี่ทำให้ใหม่ไอ้พี่คริสลูบไหล่ผมเป็นการปลอบ แต่ผมก็ไม่ได้รู้สึกดีขึ้นซักเท่าไหร่ สร้อยนั่นมีความหมายกับผมมาก ผมกอด จับ มันอยู่ทุกวัน ผมผูกพันกับมันนะ ถึงแม้ว่าผมจะได้มันมาไม่นานมากก็เถอะ

          แต่มันก็ไม่เหมือนอันเก่า เพราะตอนนั้นเราใส่ให้พร้อมกันผมทำหน้าเซ็ง ผมไม่อยากได้อันใหม่ ผมอยากได้อันเก่า น้องคริสของผมน่ะ

          งั้น เอางี้ไอ้พี่คริสถอดสร้อยออกมาจากคอตัวเองแล้วโยนลงคลองไป

          นี่ไง หายเหมือนกันแล้วไอ้พี่คริสหันมายักไหล่ใส่ผมแล้วก็ยิ้มมุมปาก ผมมองการกระทำนั้นอย่างไม่เข้าใจ มันโยนสร้อยมันทิ้งไปทำไม

          โยนสร้อยทิ้งไปทำไมอ่ะผมทำหน้าตกใจและมองตามสร้อยนั้นไป มันจมไปแล้ว หายลงไปในคลองเลย

          ตอนนี้ก็คิดซะว่า พี่กับชานยอลไม่มีใครมีสร้อยนะ แล้วมารอใส่ให้กันอีกที โอเคนะไอ้พี่คริสยิ้มกว้าง เป็นยิ้มที่อบอุ่นและน่ารักที่สุดเท่าที่ผมเคยเห็นมา

          พี่คริสอ่ะ ฮือผมวิ่งเข้าไปกอดมันแล้วก็ร้องไห้ใส่อีกรอบ แต่คราวนี้เป็นน้ำตาแห่งความดีใจ ทำไมมันน่ารักแบบนี้ ทำไมแฟนผมน่ารักเอาโล่ประกาศแบบนี้ คุณแฟนที่แสนดีที่สุดของผม

          เข้าร่มกันเถอะ ตรงนี้ร้อนไอ้พี่คริสจุงมือผมเดินเข้าไปตรงข้างตึกเรียนที่มีเงาของตึกกันพาดผ่านอยู่ ผมยังสะอึกสะอื้นไม่เลิก ผมพยายามปัดน้ำตาตัวเองออกอย่างลวกๆ ไอ้คริสเลยดึงมือผมออกแล้วใช้มือเช็ดหน้าผมแทน

          ตกลงเมื่อคืนออกไปทำอะไรกับไอ้นั่นพอเข้าที่ร่มปุ๊ป มันก็เริ่มเปิดประเด็นทันที ผมเห็นมันพูดแบบนี้แล้วก็นึกขำ แต่ก็ดูน่ารักอยู่นะที่มันหึงแบบนี้

          ก็รู้จักกันมาตั้งนานแล้ว ก็แค่เพื่อนกันอ่ะ ไม่ได้เจอกันนานและ เลยคุยกันยาวเลยผมตอบไป คิ้วมันดูขมวดขึ้นมากเรื่อยๆ ตอนที่ผมพูดถึงไอ้เพื่อนต่างโรงเรียนคนนี้

          แล้วทำไมต้องออกไปคุยกันตรงคลอง ออกไปเดินเล่นเหรอ เพื่อนผู้ชายเดินเล่นกันสองคนเนี่ยนะ

          อ้าว ก็มันชวนเดินออกไปอ่ะ ก็แค่คุย ไม่มีอะไรเลย ผมกับไอ้นั่น แค่เพื่อน จริงๆนะผมชูสองนิ้วสาบานว่าแค่เพื่อนจริงๆ

          พี่ว่าไอ้นั่นมันคงไม่ได้คิดกับชานยอลแค่เพื่อนหรอก หึ ดูสายตามันก็รู้ไอ้พี่คริสทำหน้าโหด ส่งเสียงฮึดฮัดไม่พอใจ โห่ ก็บอกแล้วว่าแค่เพื่อน

          ต่อให้มันชอบผมจริงๆนะ ก็ไม่เกิดอะไรขึ้นหรอก เพราะผู้ชายที่ผมรักมีแค่พี่คริสคนเดียวไม่รู้ว่าอะไรทำให้ผมกล้าพูดแบบนั้น แต่ก็พูดไปแล้ว ผมว่าแก้มของผมคงเริ่มแดงแล้วล่ะ แต่ก็ช่างมันเถอะ ไอ้พี่     คริสมันชอบจะตายแก้มแดงๆของผมเนี่ย

          จริงๆนะ รักแต่พี่จริงๆนะไอ้พี่คริสยิ้มแป้น ผมก็ได้แต่พยักหน้า ความร้อนเริ่มแผ่ไปทั้งหน้า บางทีก็แอบคิดว่าไม่น่าพูดอะไรแบบนั้นออกไป

          อ่อ มีพ่ออีกคน ... แต่นอกนั้นก็ ... ไม่มีหรอกผมก้มหน้างุดทันทีที่มันเขยิบตัวเข้ามาใกล้ และก่อนที่ผมจะพูดทักท้วงอะไรได้ มันก็ใช้สองแขนยันกำแพงตึกคร่อมร่าของงผมไว้ ผมเงยหน้าขึ้นสบตาดวงตาคู่นั้น ดวงตาที่ผมมองทีไรก็ทำให้ผมอยากจะละลายลงไปกับพื้น

          จะทำอะไรปากผมถามว่าจะทำอะไร แต่ตอนนี้มือผมไปวางแปะอยู่ที่เอวมันแล้ว บางทีผมก็ไม่เข้าใจตัวเองซักเท่าไหร่

          เติมความหวานก่อนเล่นดนตรีไอ้พี่คริสยิ้มกรุ้มกริ่ม เติมความหวานงั้นเหรอ โอเค ได้ !!

          ไอ้พี่คริสก้มหน้าลงมาช้าๆ พร้อมกับค่อยๆเลื่อนมือลงมาจับหน้าผมไว้แล้วกดจูบลงมา ริมฝีปากของมันกับผมประกบกันอยู่ซักพักก็เปลี่ยนเป็นความชื้นเข้ามาแทนที่ หัวใจของผมเต้นแรงขึ้นเรื่อยๆเมื่อรู้สึกได้ว่าปลายลิ้นของมันกับผมกำลังสัมผัสกัน และเต้นแรงที่สุดเมื่อมันเริ่มดูดดุนเอาทุกหยาดหยดของความหวานในปากของผมไป ยิ่งดูดแรงมากขึ้นเท่าไหร่ ความร้อนในตัวผมก็พุ่งสูงมากขึ้นเท่านั้น ผมกำชายเสื้อมันแน่นเพื่อระบายความอัดอั้น เพราะกลัวว่าตัวผมมันจะระเบิดไปเสียก่อน มันร้อน ร้อนไปหมดเลย ทั้งร้อนและหวาน เหมือนช็อกโกแล็ตลาวาในขนมเค้กที่ถูกอบอยู่ในเตาอบขนม

          อื้อ อืมผมครางในลำคอเมื่อเริ่มรู้ตัวว่าลมหายใจจะหมดลงแล้ว ไอ้พี่คริสผละออกไปแป๊ปเดียว แต่ก็แค่แป๊ปเดียวเท่านั้นมันก็เริ่มจูบผมต่อ คราวนี้รุนแรงกว่าเดิม หนักแน่นกว่าเดิม สองมือของมันที่ตอนแรกจับใบหน้าของผมอยู่ก็เริ่มเลื่อนลงไปที่ไหล่ เรื่อยลงไปที่เอว จากนั้นก็เปลี่ยนเป็นกอด และลูบไล้แผ่นหลังผมไปมา ผมเองก็กอดมันแน่นไม่แพ้กัน เราสองคนกอดกันจนบดเบียดแนบชิดไปทุกส่วน หรือแม้แต่ตรงส่วนนั้น ...

          มือไอ้พี่คริสยังคงลูบไล้ไปเรื่อยๆ โดยที่ริมฝีปากของเรายังแนบชิดสนิทกันอยู่ มือข้างหนึ่งเริ่มปัดป่ายลงมาที่เอว และเริ่มวนหาที่ว่างของชายเสื้อนอนของผมเพื่อล้วงเข้าไปสัมผัสผิวข้างใน ซึ่งผมก็ยอมให้มันทำ จากเนื้อตรงเอวก็เปลี่ยนเป็นกล้ามเนื้อหลัง ซักพักก็ล้วงเข้ามาทั้งสองมือ วนเวียนอยู่แถวหน้าท้อง พอเขี่ยท้องน้อยผมเล่นจนพอใจก็เริ่ม ลูบไล้ คืบคลาน สูงขึ้นไป ขึ้นไป ขึ้นไป ...

 

          -RRRRRRRRRRRRR-

          เสียงเรียกเข้าโทรศัพท์ของไอ้พี่คริสดังขึ้นพอดี มันทำหน้าไม่พอใจเล็กน้อยแต่ก็ยอมกดรับแต่โดยดี ก็เพราะว่าเป็นอาจารย์ดนตรีไทยโทรมาน่ะสิ มันเลยต้องรับ

          เจอแล้วครับอาจารย์ กำลังจะพาไปอาบน้ำครับ ครับ โอเคครับไอ้พี่คริสะกดปุ่มสีแดงบนหน้าจอลงไปแบบเซ็งๆ ดูมันอารมณ์เสียมาก ก็แน่แหล่ะ ผมยังเซ็งเลย

          มาต่อกันมะมันหันมาถามผมด้วยสีหน้าที่ดูมีความหวังมาก โอย พอเถอะ เดี๋ยวก็โดนด่าหรอก

          ไม่ต่อแล้ว ไปอาบน้ำผมจับตัวมันหันหลังและออกแรงผลักมันให้เดินต่อ ตอนแรกมันก็ไม่ยอมเดิน แต่พอผมดันแรงขึ้นมันก็ยอม

          วุ๊ เซ็งว่ะมันบ่นขณะเดินกลับไปที่ตึกนอน จากนั้นก็เดินงุ๊งงิ๊งอะไรก็ไม่รู้ไปตลอดทาง ท่าทางมันจะอารมณ์เสียมากจริงๆ

          อย่าบ่นน่า ไว้กลับบ้านก่อนก็ได้

          เอ๊ะ ผมพูดอะไรออกไปหว่า ...

 

.

.

.

 

          Kris Part

          หลังจากที่ผมตามหาตัวชานยอลเจอ และปรับความเข้าใจกันเรียบร้อยแล้วนั้นก็ได้เวลาที่ต้องมารวมตัวกับคนอื่นๆเสียที แต่ผมยังติดใจเสียงโทรศัพท์นั่นไม่หาย รออีกสิบนาทีก็ไม่เสียหายนะครับอาจารย์

          ชานยอลหายไปไหนมา คนอื่นเขารอ ทำแบบนี้ใช้ไม่ได้เลยนะพอผมพาชานยอลไปอาบน้ำแล้วกลับมารวมตัวกับอาจารย์ มันก็ถุกดุทันที ผมเองก็ไม่รู้จะช่วยยังไง เพราะดันบอกอาจารย์ไปตั้งแต่แรกแล้วว่าไม่รู้ว่าน้องมันหายไปไหน ผมก็เลยได้แต่ยืนมอง แล้วก็ยืนปลอบใจหลังจากนั้น

          เอาน่า ไม่เศร้านะ เดี๋ยวกลับบ้านจะพาไปเลี้ยงไอติมผมพูดกับชานยอลพลางลูบไล่มันไปเรื่อย พยายามจะทำไม่ให้มันเศร้า เพราะเดี๋ยวต้องขึ้นแสดงดนตรีแล้ว เดี๋ยวจะพาลเล่นไม่ได้เอา

          สัญญาแล้วนะ เอาถ้วยใหญ่สุดเลยนะชานยอลหันมาทำปากยื่นใส่ ผมเลยดีดปากมันไปทีด้วยความหมั่นไส้ พอได้ยินเรื่องของกินปุ๊ปมันก็อารมณ์ดีขึ้นปั๊ป

          สัญญา ไปเหอะ ใกล้เวลาขึ้นเล่นแล้วผมเดินจับมือกับชานยอลให้เดินตามคนอื่นๆเข้าไปในห้องประชุมขนาดใหญ่ซึ่งเป็นสถานที่จัดงานแสดงดนตรีไทย ภายในงานมีนักเรียนมาร่วมงานเป็นจำนวนมาก ตอนนี้บนเวทีก็มีวงดนตรีไทยจากโรงเรียนอื่นๆขึ้นโชว์ และทุกโรงเรียนก็ต่างงัดเอาความสามารถมาประชันกันเต็มที่ ผมเห็นแล้วก็เริ่มอยากจะขึ้นไปแสดงแล้ว วันนี้ผมกับชานยอลได้รับโอกาสพิเศษให้ขึ้นโชว์ตอนช่วงพักซะด้วย

          เป็นไง พร้อมมั๊ยผมหันไปถามชานยอลที่ยืนอยู่ข้างๆผม ตอนนี้ผมกับมันยืนอยู่ข้างหลังเวที เตรียมตัวจะเล่นโชว์เพลงพิเศษในช่วงพัก ก่อนจะเริ่มวงดนตรีไทยที่จะขึ้นแสดงในช่วงหลัง

          ชานยอล วันนี้เล่นลาวคำหอมเหรอ จะได้ฟังมึงเล่นซอแล้วดิเสียงของใครที่ผมไม่ถูกชะตาดังขึ้นมาจากข้างหลัง และผมจำได้ดีว่านั่นคือเสียงของใคร

          ใช่ๆ คอยดูกูด้วยนะชานยอลหันไปคุยกับไอ้เด็กนั่นอย่างสนุกปาก อีกรอบที่ผมกลายเป็นหมาหัวเน่าอีกครั้ง นี่ขนาดว่าผมคุยกับชานยอลไปแล้วตั้งรอบนึงนะ

          อะแฮ่มผมแกล้งกระแอมเสียงดังๆเพื่อให้ชานยอลกับไอ้เด็กนั่นรู้ว่าผมยังยืนอยู่ตรงนี้ ชานยอลหันมายิ้มแห้งๆใส่ผม ส่วนไอ้เด็กนั่นก็มองผมด้วยสายตาที่ไม่เป็นมิตรซักเท่าไหร่

          เออ งั้นเดี๋ยวกูไปเตรียมตัวก่อนนะชานยอลยิ้มให้เด็กนั่น ผมก็ได้แต่ปล่อยให้มันล่ำลากันไป พยายามจะไม่มอง ไม่สนใจว่ามันพูดอะไรกันบ้าง แต่ก็อดไม่ได้จริงๆ

          ‘โอเค กูจะดูมึงอยู่ข้างหน้าเวทีเลย มองหากูด้วยนะ ไอ้บ๊องไอ้เด็กนั่นพูดเสร็จก็ยื่นมือมาแตะแก้มชานยอลเบาๆสองสามที ตอนนั้นแหล่ะที่ผมปรี๊ดแตก

          เฮ้ย มึง อยากมีเรื่องใช่มะผมตรงเข้าไปคว้าคอเสื้อเด็กคนนั้นไว้ ดูเหมือนว่ามันก็ยังไม่ยอมผมเหมือนกัน จนชานยอลต้องรีบเข้ามาดึงตัวผมไว้นั่นแหล่ะ

          เฮ้ย อย่าๆ ปล่อย ไอ้พี่คริส อย่ามีเรื่องงงชานยอลตะโกนสุดเสียงจนผมต้องปล่อยมือออกจากคอเสื้อของไอ้เด็กนั่น มันก็ยังดูไม่สลดเท่าไหร่ ยักคิ้วกวนตีนให้ผมหนึ่งทีแล้วเดินหายไป โหย ไอ้ Sad อย่าหนีดิ จงใจยั่วโมโหผมชัดๆ

          เป็นอะไรไปเนี่ย มันหยอกผมเล่นเฉยๆชานยอลหน้านิ่วคิ้วขมวดพูดกับผมด้วยเสียงสั่นๆ นั่นหยอกเล่นเหรอ นี่ถ้าไม่มีผมอยู่ด้วยสงสัยจะหลอกจุ๊บแก้ม ... จุ๊บแก้ม โอ๊ย ...

          หยอกเหรอ นั่นหยอกเหรอ มันก็เห็นว่าพี่ยืนหัวโด่อยู่ มันไม่รู้หรือไงว่าเราเป็นแฟนกันอ่ะผมตะโกนคำว่าแฟนกันเสียงดังลั่นบริเวณ จนนักเรียนชายหญิงที่ยืนอยู่หลังเวทีหันมามองที่ผมกันทุกคน

          คนหันมามองหมดแล้ว ไอ้พี่คริส พอแล้ว หยุดพูดชานยอลพยายามเอามือปิดปากผมไว้ไม่ให้พูด แต่ผมไม่แคร์และ แฟนผมนี่ ผมมีแฟนเป็นผู้ชาย น่ารักด้วย โห่

          ไม่เห็นเป็นไรเลย ให้เขารู้กันไปสิ ว่าชานยอลเป็นแฟนพี่ และพี่ก็เป็นแฟนชานยอลผมตะโกนเสียงดังกว่าเดิม พวกเด็กผู้หญิงที่ยืนกันอยู่ก็เริ่มส่งเสียงหัวเราะคิกคักกันใหญ่ ไม่รู้ว่าชอบหรือว่าอะไรกันแน่

          อ้าว คริส ชานยอล ไปเร็วเลย ได้เวลาแล้วอาจารย์ดนตรีไทยเดินเข้ามาได้จังหวะพอดี ทันก่อนที่ชานยอลจะตะโกนด่าผมได้ ผมรีบจับมือชานยอลแล้วลากมันเดินตามอาจารย์ไปทันที

          โอเค พอพิธีกรเขาพูดเสร็จ เขาจะแนะนำเรานะ จากนั้นก็ออกไปเล่นได้เลย พวกน้องๆเขายกเครื่องดนตรีไปตั้งไว้ให้แล้ว ตั้งใจเล่นนะ อาจารย์จะลงไปถ่ายรูป อาจารย์ดนตรีไทยเดินมาส่งพวกผมเสร็จก็เดินหายไปอีกคน ชานยอลยังคงยืนหน้ามุ่ยอยู่ สงสัยจะโกรธที่ผมตะโกนแบบนั้น ผมล่ะไม่เข้าใจว่าทำไมมันจะต้องอาย แต่พอผมนึกไปถึงวันที่มันเปิดเพลงให้ผมฟังวันนั้นผมก็หายโกรธ โอเค ก็ได้ !!!

          ‘พี่ขอโทษผมพูดแล้วทำหน้าเศร้า หวังว่ามันจะเห็นใจ แต่มันแค่หันมามองด้วยหางตาแล้วสะบัดหน้าหนี

          พี่ขอโทษนะ ก็คนมันหึงนี่ ... หวงด้วยอ่ะ ไม่อยากให้ใครมายุ่ง อย่าโกรธเลยนะ นะ นะ นะผมโอบเอวชานยอลแล้วกระชับให้เข้ามาใกล้ๆ นี่ถ้ายังไม่หายโกรธคงได้มีจับจูบ แต่มันคงไม่อยากให้ผมทำตรงนี้หรอก

          เออ ปล่อยเถอะ ชานยอลหันมาพูดหน้าเหวี่ยงๆ ดูไม่แล้วไม่ค่อยอยากจะเชื่อว่าหายโกรธแล้ว

          ไม่โกรธแล้วนะ รักนะผมยื่นหน้าเข้าไปกระซิบข้างๆหูกางๆของมัน ชานยอลหลุดยิ้มหวานออกมากว้างมากแล้วก็รีบหุบลงโดยไว สงสัยจะอาย

          เออ รู้แล้วน่า ปล่อยก่อน จะออกไปอยู่แล้วมันรีบผลักตัวผมออกก่อน เพราะพิธีกรเริ่มพูดแนะนำช่วงพักแล้ว ผมกับชานยอลก็พยายามตรวจดูความเรียบร้อยของเสื้อให้กันและกันก่อนจะเดินออกไปหน้าเวที

          พี่คริส มานี่ก่อนชานยอลดึงไหล่ผมไว้ก่อนจะที่ผมจะก้าวขาออกไป และกว่าที่ผมจะรับรู้อะไรได้ทัน ผมก็ถูกขโมยหอมแก้มไปซะแล้ว

          ตั้งใจเล่นนะชานยอลพูดเสร็จก็เดินนำผมออกไปก่อน ปล่อยให้ผมอึ้งไปซักพัก แล้วค่อยเดินตามออกไป

          ครับ เชิญชมกับการแสดงดนตรีในช่วงพักได้เลยครับ แล้วพบกันในช่วงต่อไปครับ

          พิธีกรทั้งสองพูดเสร็จก็เดินเข้าหลังเวทีไป ส่วนผมกับชานยอลก็นั่งเตรียมพร้อมอยู่ที่เครื่องดนตรีอยู่แล้ว ผมกับมันหันมาสบตาซึ้งกันประมาณสามวิก่อนจะเริ่มเล่น ไม่รู้ว่าผมคิดไปเองหรือเปล่านะ แต่วันนี้เพลงที่ผมกับชานยอลเล่นมันหวานกว่าตอนที่ซ้อมกันมามาก

          บทเพลงดำเนินไปเรื่อยๆตามที่ซ้อมกันมา ทำนองเพลงหวานๆจากซอด้วงที่ชานยอลนั่งเล่นอยู่นั้นช่วยดึงดูดความสนใจของเด็กนักเรียน และผู้ชมในหอประชุมได้เป็นอย่างดี ผมเหลือบมองชานยอลเป็นพักๆ มีอยู่บ้างที่มันและผมหันมาสบตากันพอดี ความในสายตาที่ส่งให้กันก็หวานไม่แพ้กันแล้ว จากนั้นไม่นานเพลงก็จบลง เสียงปรบมือจากคนทั้งห้องประชุมก็ดังขึ้น

          โอ๊ย เขินแทนโว๊ยไอ้รุ่นน้องโรงเรียนผมที่ยืนอยู่หน้าเวทีตะโกนเสียงดังขึ้นมาทันทีที่เสียงปรบมือเบาลง ปากดีจังนะมึงน่ะ

          ผมกับชานยอลโค้งให้ผู้ชมหน้าเวทีเสร็จก็เดินกลับเข้าข้างหลังเวทีไป เจอกับอาจารย์ดนตรีไทยพอดี อาจารย์ยืนยิ้มแป้นดูมีความสุขมาก สงสัยจะปลื้มใจที่พวกผมเล่นเพลงกันได้ดีขนาดนั้น

          พวกเธอสองคนเล่นได้ดีมากๆนะ อาจารย์โรงเรียนอื่นชมกันใหญ่เลยว่านักดนตรีสองคนนี้เล่นดีมากๆผมกับชานยอลหันมองหน้ากันแล้วก็ยิ้ม ไม่รู้เหมือนกันว่าเล่นกันได้ดีขนาดไหน แต่ถ้าขนาดว่ามีคนชมฝีมือคงไม่ใช่เล่นๆอยู่แหล่ะ อิอิ

          แต่อะไรมันทำให้เธอสองคนเล่นได้ดีกันขนาดนี้น้า ตอนซ้อมก่อนหน้านี้ก็เล่นได้ไม่ลื่นแบบนี้เลยนะ

          ง่ายๆครับอาจารย์ ก็แค่ต้องเติมพลังก่อนขึ้นแสดงผมพูดกับอาจารย์ ก็เติมพลังก่อนขึ้นแสดงนี่ช่วยได้จริงๆนะ แต่ผมไม่กล้าบอกกับอาจารย์หรอกว่าวิธีเติมพลังนั้นน่ะมันทำยังไง

          เติมพลังเหรอ สงสัยอาจารย์ต้องให้เด็กในวงเติมกันบ้างซะแล้ว ต้องกินให้เยอะๆเนอะ ฮ่าๆ อาจารย์เดินหายไปอีกรอบ ปล่อยให้ผมกับชานยอลยืนมองหน้ากันแล้วก็ขำก๊าก สงสัยต้องปล่อยให้อาจารย์เข้าใจไปแบบนั้นแล้วแหล่ะ

          นี่ถ้าให้เด็กทั้งวงเติมพลังแบบที่ผมกับพี่คริสทำกันคงวุ่นวายกันน่าดูอ่ะ

          มาเติมพลังกันอีกได้มั๊ย เดี๋ยวต้องเล่นวงใหญ่อีกอ่ะ กลัวพลังไม่พอผมกระซิบพูดข้างหูชานยอล มันยิ้มเขินๆทีนึงก่อนจะตีไหล่ผมป๊าปๆเต็มแรงอีกหลายที

          ไอ้บ้า!!!’ ชานยอลพูดก็รีบวิ่งหนีผมไปอีกคน ผมเลยรีบวิ่งตามไปด้วยความหมั่นเขี้ยว นี่ถ้าจับตัวได้คงต้องจับไปเติมพลังกันอีกซักรอบ

          เติมพลังเยอะๆ ร่างกายจะได้แข็งแรง

.

.

.

          Chanyeol Part

          การแสดงดนตรีของเราจบลงไปแล้ว และตอนนี้ผมก็กำลังนั่งอยู่หน้าคอมพิวเตอร์ของบ้านไอ้คริส เล่นอะไรไปเรื่อยรอไอ้คริสอาบน้ำ ส่วนผมอาบเสร็จเรียบร้อยจากบ้านตัวเองมาแล้วเลยสบายไป

          ผมนั่งอ่านเฟซบุ๊คไปเรื่อยๆ เปิดดูไปซักพักก็เจอกับรูปที่เด็กในวงดนตรีไทยคนหนึ่งแท็กมา ในรูปมี ผมกับไอ้พี่คริสยืนข้างกันด้วย เห็นรูปแล้วทำให้ผมนึกถึงเหตุการณ์เมื่อเช้า ในภาพนั้นเป็นรูปที่นักดนตรีที่ไปแสดงทั้งหมดร่วมกันถ่ายรูปกันหน้าเสาธงต่อหน้าเด็กทั้งโรงเรียน และไอ้พี่คริสก็ได้รับเลือกให้เป็นตัวแทนกล่าวอะไรหน้าเสาธงซักหน่อยพอเป็นพิธี ตอนแรกก็เป็นพิธีอยู่หรอก แต่มันเริ่มไม่เป็นพิธีก็ตอนที่มันเริ่มกล่าวขอบคุณนั่นแหล่ะ

          ผมขอขอบคุณอาจารย์ที่เกี่ยวข้องทุกคนครับ ขอบคุณมาสเซอร์ที่ส่งผมมาอยู่วงดนตรีไทย ขอบคุณอาจารย์ดนตรีไทยที่ให้ผมได้ร่วมวง ขอบคุณที่ทำให้ผม ... ได้เจอกับความรักครับไอ้ที่พูดนั่นไม่เท่าไหร่ แต่ตอนพูดมันดันหันมามองทางผมด้วยเนี่ยสิ นี่มันเป็นอะไรมากมั๊ย ทำไมชอบป่าวประกาศความรักของผมกับมันจัง คนทั้งโรงเรียนนี่ก็โห่ฮิ้วกันใหญ่ ยิ่งไอ้พวกเด็กดนตรีไทยกับวงโยที่ยืนข้างหลังผมนี่ไม่ต้องพูดถึงเลย ส่งเสียงร้องดังยิ่งกว่าลิงริดสีดวงแตก สงสัยจะร้องหาแม่ให้พาไปส่งที่โรงพยาบาล วุ๊

          ก็อยากพูดอ่ะ พี่ผิดตรงไหนอ่ะนี่คือคำตอบที่ผมได้จากมัน โอเค ช่างมันเถอะ อยากทำอะไรก็ทำไป

          ผมไล่ดูอะไรไปเรื่อย ก็ว่าจะเปิดเพลงในเครื่องมันฟังเล่นๆ ผมเปิดโปรแกรมคลิกฟังเพลงขึ้นมา หยิบ Headphone มาครอบหูแล้วก็นึกสนุกเปิดดูรายชื่อเพลงที่มันฟังบ่อยที่สุดขึ้นมา ผมไล่ดูเพลงตั้งแต่อันดับท้ายๆขึ้นไปข้างบน ส่วนมากก็เป็นเพลงไทยกับเพลงสากลสลับกันไป ตอนแรกผมก็ไม่อะไรมากนะ แต่พอเลื่อนขึ้นไปดูสิบอันดับแรกแล้วทำไมใจผมมันเต้นแปลกๆก็ไม่รู้

          ผมเคยได้ยินมาว่า คนเราเวลาอยู่ในอารมณ์ไหนก็มันจะชอบฟังเพลงในอารมณ์นั้น เช่น มีตอนนึงที่ผมกำลังจะสอบ ผมก็ชอบฟังเพลงปลุกใจตัวเอง ฮ่าๆ หรือช่วงที่ผมอกหักรักคุดผมก็ชอบฟังเพลงเศร้าๆ เรียกให้น้ำตามาไหลออกมาให้ได้มากที่สุด ส่วนเพลงที่ไอ้คริสฟังอยู่บ่อยมาก สิบอันดับแรกนี่มีแต่เพลงแอบรักทั้งนั้นเลย มีเพลงรักหวานๆปนมาบ้างแต่ก็มีแค่เพลงสองเพลง

          ผมลองนั่งคิดไปเรื่อยว่า อย่างไอ้คริสจะไปแอบชอบใครได้ หน้าอย่างมันนี่จะชอบใครก็ได้โดยไม่ต้องรู้สึกผิด จะขอใครเป็นแฟนก็ได้ไม่เห็นจะต้องกลัวว่าจะโดนปฏิเสธ ... เอ หรือว่าจะเป็น ตัวผมเอง

          น่านสิ มีอยู่ช่วงหนึ่งที่มันตามจีบผมนี่ ที่มันเล่นพูดกลางห้องดนตรีไทยเลยนะว่าจะจีบผม ตอนนั้นผมคิดว่ามันบ้า และแค่อยากจะเอาคืนผมเท่านั้น ไม่คิดเลยว่ามันจะทำจริงๆ หรือจนกระทั่งวันนี้ วันที่ผมเป็นแฟนกับมันแล้ว ทุกสิ่งที่เกิดขึ้นล้วนเป็นสิ่งที่ผมไม่เคยคิดถึงเลย

          ผมลองดูชื่อเพลงสามอันดับแรก เพลงที่สามนี่ผมโคตรจะรู้จักดีเพราะไอ้พี่คริสเคยร้องให้ผมฟังที่ป้ายรถเมล์ ส่วนเพลงที่สองนี่ผมไม่เคยฟัง เลยลองกดฟังดู ... ฟังแล้วก็จั๊กจี้ นั่งกุม Headphone ตัวเองแล้วก็ได้แต่เอาหน้าโขกซุกกับโต๊ะคอม ดิ้นไปดิ้นมา

          เออ รู้แล้วว่าไม่ได้เผลอบอก ไอ้บ้าผมพูดกับตัวเองไปตลอดการฟังเพลง โอ๊ย ไม่ไหวนะ เขินเป็นบ้า

          จนเพลงนั้นจบผมก็กดไปฟังเพลงแรก เพลงนี้ฟังแล้วไม่เปลี้ยเท่าเพลงแรก แต่ฟังแล้วออกจะเศร้าซะมากกว่า นึกขำที่คนอย่างมันก็ฟังเพลงแอบรักแบบนี้กับเขาด้วย ผมฟังเพลงนั้นจนจบด้วยรอยยิ้ม และพอเพลงจบปุ๊ปไอ้พี่คริสก็เดินออกมาจากห้องน้ำพอดี

          ทำไรอยู่ห๊ะไอ้พี่คริสตัวหอมละมุนเดินออกมาจากห้องน้ำพร้อมกับชุดนอนแสนสบาย มันเดินลงมานั่งข้างๆผมแล้วก็ดูว่าผมกำลังทำอะไร แต่พอมันเห็นว่าผมกำลังทำอะไรเท่านั้นแหล่ะ มันก็รีบโวยวายใหญ่เลย

          อ้าว เฮ้ย ปิดๆไอ้พี่คริสพยายามจะแย่งเมาส์จากมือผมไป ผมเลยเอามือยันหน้ามันไว้ แล้วผลักมันออกไป มันที่รู้ว่าผมไม่ยอมก็ได้แต่นั่งสงบเสงี่ยมเจียวตัวไป จากพี่คริสมาดแมนแฮนดซั่ม กลายเป็นคริสน้อยหงุมหงิมไปในทันที

          จริงๆนะ รักใครไม่ได้อีก จริงๆนะผมแกล้งเกาคางมันเล่น ชอบจังเวลาเห็นไอ้พี่คริสจนมุม ผมแม่งโคตรสะใจ เพราะส่วนมากผมถูกมันต้อนเข้ามุมตลอด

          ยังไม่ได้บอกเลยว่าฟังเพราะชานยอลไอ้พี่คริสพูดโดยที่หันหน้าไปอีกทาง สงสัยจะอาย เหอๆ แถไปเถอะ ผมรู้ดีถ้ามันมาแนวนี้นี่คือมันกำลังพยายามปกปิดอะไรบางอย่าง

          ทีงี้ล่ะปากแข็ง เดี๋ยวผมก็ไม่พูดบ้างซะเลยนี่ ชิผมผลักไหล่มันอย่างไม่สบอารมณ์ ทีมันแกล้งผมนะ แกล้งได้แกล้งดี ทีงี้ทำมาเป็นอาย

          อย่าเลยนะ แค่นี้ก็พูดน้อยพอและ กว่าจะพูดอะไรออกมาได้มันหันกลับมาถึงเอวผมเข้าไปกอด จนแผ่นหลังผมชิดกับตัวมัน ผมก็ได้แต่หัวเราะคิกคักๆเพราะจั๊กจี้

          ผมบอกแล้วเหรอว่าผมจะไม่พูดอะไร ฮี่ๆ ฮ่าๆ อย่าจี้ดิ ไม่เอ๊าผมพายามดิ้นไปมาให้หลุดจากแขนไอ้คริส แต่มันก็กอดผมไว้แน่นมากทีเดียว ดิ้นไปดิ้นมามือผมก็ไปโดนแป้นพิมพ์เข้า แล้วมันก็เผลอไปเข้าคำสั่งอะไรไม่รู้ โปรแกรมเลยเด้งกลับไปสู่หน้า List รายการเพลงเดิมที่ไอ้พี่คริสเคยเปิดค้างไว้ ผมก็ไม่ได้อะไรอีกนั่นแหล่ะในตอนแรก แต่ชื่อไฟล์เพลงมันน่าสงสัยมากเลยจริงๆ

          ... ครั้งแรกขอแบบนี้ ...

          นี่มันอะไรอ่ะผมพูดเสียงเบา พลางเอื้อมมือไปคลิกที่ชื่อไฟล์สองทีเพื่อให้โปรแกรมมันเล่น ภาพที่ปรากฏขึ้นมานี่ทำเอาผมเงิบไปเลย

          อ้าว เฮ้ย เปิดได้ไงไอ้พี่คริสรีบปล่อยมือจากผมแล้วกุลีกุจอลุกขึ้นไปปิดหน้าจอคอมลงไป แต่เสียงของคลิปก็ยังดังลอด Headphone ออกมาอยู่ ไอ้พี่คริสเลยรีบดึงสาย Headphone ออก กลายเป็นว่า เสียงดังแบบ เอ่อ ยังไงดีล่ะ ... เสียงดัง อื้อๆ อ้าๆ ของคลิปถูกเปิดออกลำโพงใหญ่ดังลั่นห้องเลย  ในคลิปมีเสียงร้อง โอ๊ย ด้วยอ่ะ  ไอ้พี่คริส นี่มึงดูอาร๊าย !!!!

          ‘เฮ้ยๆไอ้พี่คริสรีบเดินไปถอดปลั๊กคอมออก จากนั้นทุกสิ่งทุกอย่างก็เงียบลง รวมถึงผมกับมันที่ตกอยู่ในความเงียบงันทั้งคู่ ไม่มีใครกล้าพูดอะไร มันเองก็ตกใจ ส่วนผมนี่สติหายไปไหนแล้วก็ไม่รู้

          เอ่อ คือ ขอโทษนะ ที่ให้เห็นอะไรแบบนั้น คือ ....

          ไม่เป็นไร ไม่ต้องอธิบาย ... อืม ช่างมัน ... เถอะผมพูดขัดมันก่อนที่มันจะพูดอะไรได้จบ แปลกนะถ้าเป็นแต่ก่อน ให้ผมมาดูคลิปอะไรแบบนี้ผมคงจะอ๊วกอ่ะ แต่ที่ดูเมื่อกี้มันก็ .... ไม่ดิ ไม่ใช่ ไม่คิดอะไรทั้งนั้นแหล่ะน่า

          ไม่โกรธนะ ขอโทษนะไอ้พี่คริสเดินเข้ามากอดเอวผมไว้หลวมๆ ผมพยักหน้าเป็นคำตอบ ไม่ได้คิดจะพูดอะไรต่อ พูดไม่ออกและ ผมก็เข้าใจแหล่ะ ธรรมดาของผู้ชาย ... เออ นั่นแหล่ะ ผู้ชาย !!!

          ไม่โกรธหรอก เข้าใจแหล่ะ วันหลังเก็บไว้ให้มันพ้นๆสายตาหน่อยนะผมพูด ไอ้พี่คริสยิ้มกว้างแล้วก้มหน้าลงมาจูบผม ผมก็ทำอะไรไม่ได้ไปมากกว่าการจูบตอบ ทำไมตัวผมมันร้อนแบบนี้ล่ะ ภาพของคลิปเกย์เมื่อกี้เริ่มวนเวียนเข้ามาในหัว เฮ้ย ไม่เอาดิ ออกไปจากหัวผมเดี๋ยวนี้นะ ส่วนมือไอ้คริสนี่ก็ซนสุดๆ ลูบไปลูบมาอยู่นั่น เดี๋ยวซักพักมันต้องล้วงเข้าไปในเสื้อผมแน่ ... นั่นไง พูดไม่ทันขาดคำ เง้อ จั๊กจี้เป็นบ้า

          ผมกับไอ้คริสจูบกันไปนานเท่าไหร่แล้วก็ไม่รู้ จากที่ยืนจูบกันอยู่ดีๆ ก็เปลี่ยนมานั่งจูบที่เตียง พอผมรู้ตัวอีกครั้งก็ถูกมันคร่อมไว้ซะแล้ว เสื้อนอนผมก็ค่อยเลิ่กขึ้นเรื่อยๆ จนพุงกะทิออกมาสัมผัสกับลมหนาวของแอร์จนขนลุกซู่ แต่มือไอ้พี่คริสไม่ได้หยุดแค่ที่หน้าท้อง แต่มันค่อยๆคลืบคลานขึ้นไปเรื่อยๆที่หน้าอกของผม ดูมันจะกล้าๆกลัวๆที่จะสัมผัสพื้นผิวแถวๆนั้น นิ้วทั้ง 5 ของมันค่อยๆเขยิบเข้าไปถึงจุดบางจุดที่ผมไม่เคยให้ใครได้จับ ตอนแรกมันก็แค่ใช้ปลายนิ้วเขี่ย แต่แค่สะกิดเบาๆผมก็ขยำเสื้อไอ้พี่คริสจนจะขาดหลุดมืออยู่แล้ว

          อยากให้ต่อมั๊ยผมล่ะตลกกับคำถามมันมาก อยากจะพูดจังเลยว่า อยากต่อก็ต่อเถอะ แต่ผมไม่กล้าพูดอ่ะ เขิน       -///////-

          ‘พี่คริส ผมถามอะไรอย่างจู่ๆผมก็นึกคำถามที่ผมเคยอยากถามมันเมื่อนานมาแล้วออก

          ถามมาสิ อยากรู้อะไรล่ะไอ้พี่คริสเปลี่ยนจากท่าคร่อมมาเป็นท่านอนกอดหันหน้าเข้าหากันแทน ผมทำหน้าลังเลอยู่แป๊ปหนึ่งว่าจะถามดีมั๊ย แต่เป็นคำถามที่ผมอยากถามมันมานานแล้ว

          ถ้าสมมติว่า สมมตินะ สมมติว่าถ้าผมไม่ชอบพี่คริส ถ้าทุกวันนี้ผมยังไม่ได้รักพี่คริส พี่คริสจะยังตื๊อจีบผมอยู่หรือเปล่า

          ทำไมถึงถามแบบนั้นอ่ะไอ้พี่คริสเลิ่กคิ้วสงสัย

          ตอบมาเถอะน่า 

          ‘ไม่รู้สิ ที่จริงพี่ก็ไม่ชอบไปยุ่งกับใครมากนะ ถ้าชานยอลไม่รักพี่จริงๆ พี่ก็คงรักชานยอลไปแบบนั้นล่ะมั๊ง

          ‘งั้นเหรอ แล้ว ถ้าสมมติวันหนึ่งเราเลิกกันล่ะพี่คริสผมถามมันต่ออีก เป็นคำถามที่ผมอยากจะถามมันมานานมาก มันเป็นคำถามที่ผมหาคำตอบให้ไม่ได้ ถ้าสมมติวันหนึ่งผมกับมันต้องเลิกกัน...

          พี่ไม่รู้หรอกว่าเราจะรักกันไปนานแค่ไหน แต่วันนี้เรารักกัน มันก็พอแล้วไม่ใช่เหรอ แต่ถ้าวันไหนที่เราต้องเลิกกัน พี่ต้องเสียใจมากแน่ๆ

          ‘พี่ไม่กล้าสัญญาหรอกว่าจะรักตลอดไป แต่วันนี้พี่รักชานยอลมากที่สุด รู้แล้วนะผมพยักหน้ารับกับคำตอบ

          ขอบคุณนะผมพูด พลางซุกตัวเข้าไปใกล้ไอ้พี่คริสมากขึ้นจน ผมหน้าผมเข้าไปซุกอยู่ตรงซอกคอมัน

          ขอโทษนะ ที่แต่ก่อนคิดไม่ดีกับพี่คริส แล้วก็ขอบคุณนะ สำหรับที่ผ่านมา ผมก็ไม่สัญญาว่าจะรักพี่ คริสตลอดไปเหมือนกัน แต่วันนี้ ผมรักพี่คริสที่สุด รักมากๆเลยนะ

          ขอบคุณเหมือนกันนะ ขอบคุณที่อยู่ตรงนี้ ขอบคุณที่อยู่กับพี่นะไอ้พี่คริสลูบหัวผมแผ่วเบา จากนั้นก็จูบที่ขมับผมแรงๆอีกทีนึง

          ครับผมหลับตาลงพร้อมกับรอยยิ้ม สิ่งเดียวที่รู้สึกได้ในตอนนี้คือลมหายใจร้อนๆที่ข้างหู และนอนฝันดีไปจนเช้า

.

.

.

          ไง มึง ดูอิ่มเอิบจริงนะไอ้เพคฮยอนเอ่ยทักผมทันทีที่ผมเดินเข้าไปในแถวเคารพธงชาติ ผมไม่พูดอะไรนอกจากยิ้มไปเรื่อย อิจฉากูอ่ะดิ๊

          มึงกับพี่คริสได้เสียกันแล้วเหรอไอ้จงอินเดินหน้ามึนเข้ามาถามผม วันๆมันก็ไม่เคยคิดเรื่องอะไรนอกจากเรื่องนี้เลยใช่มั๊ย

          ได้พ่อง ไปเข้าแถวเลยไป๊ผมหันไปทำหน้าหมีใส่มัน เพลียเหลือเกิน

          การเข้าแถวจบลงไปอย่างรวดเร็ว ผมกับเพื่อนแวะซื้อน้ำเปล่ากันก่อนขึ้นห้อง ผมเดินขึ้นตึกมาเรื่อยๆ จนเมื่อใกล้ๆถึงห้องเรียน ก็เจอกับไอ้พี่คริสยืนอยู่ตรงโถงเล็กแถวห้องน้ำกับพี่ซูโฮ สองคนนี้ที่จริงดูไม่น่าจะเป็นเพื่อนสนิทกันได้เลย คนหนึ่งตัวโคตรสูง ส่วนพี่ซูโฮ ผมขอหลีกเลี่ยงที่จะใช้คำว่าเตี้ยไปใช้คำว่า สูงน้อยกว่ามาตรฐานพี่ ม.6 ทั่วไปก็แล้วกัน ...

          พี่คริส พี่ซูโฮ สวัสดีค๊าบไอ้เซฮุนยกมือไหว้พี่สองคนเป็นคนแรก แล้วก็ตามด้วยเพื่อนคนอื่นๆ ส่วนจงอินสวัสดีแค่พี่คริส แล้วยืนมองหน้าพี่ซูโฮด้วยหน้ามึนๆแบบที่มันชอบทำ

          ‘เฮ้ย ทำไมพี่ตัวขาวจังวะอยู่ดีๆมันก็ชี้หน้าถามพี่ซูโฮ เฮ้ย นี่มึงเป็นอะไรเนี่ย

          ไอ้จงอิน มึงไปชี้หน้าพี่เค้าแบบนั้นได้ไงไอ้เซฮุนตีมือจงอินดังเพลี๊ยะให้เก็บมือลงไป แล้วก็ยกมือไหว้ขอโทษพี่ซูโฮกันใหญ่ ผมเองก็ด้วย ไอ้จงอินนี่มัน ... โอ๊ะ อยากจะบ้า

          อย่าถือสาเพื่อนผมเลยนะพี่ มันก็แบบนี้แหล่ะพี่ ดีโอรีบพูดแก้ตัวให้จงอิน แต่ดูไอ้จงอินก็ยังไม่สำนึก  

          แม่งขาวเกินไปป่าววะไอ้จงอินแม่งยังไม่เลิกพูดอีก จนพี่ซูโฮชักจะหงุดหงิด

          มึงอ่ะแหล่ะ ดำไปหรือเปล่า มายุ่งอะไรกับสีผิวกูล่ะ

          ‘เฮ๊ย พูดได้ด้วยอ่ะ เชี่ย ตุ๊กตาหิมะป่าววะไอ้จงอินทำหน้าโคตรตกใจที่เห็นว่าพี่ซูโฮพูดได้

          ตุ๊กตาหิมะอะไรมันจะอยู่ได้แบบนี้วะ มึงไหวป๊ะเนี่ยจากนั้นก็เกิดสงครามย่อมๆระหว่างพี่ซูโฮและจงอิน เพราะไอ้จงอินพยายามจะเข้าไปจับตัวพี่ซูโฮ อยากจะรู้ว่าตัวเป็นเกร็ดน้ำแข็งจริงหรือเปล่า เพื่อนๆผมเลยต้องเข้าไปรั้งตัวจงอินเอาไว้ ตอนแรกผมก็จะเข้าไปช่วยห้ามด้วย แต่ไอ้พี่คริสมาดึงแขนผมไว้ก่อน

          มานี่แป๊ปดิผมเดินตามไอ้พี่คริสเข้าไปซอกข้างๆห้องน้ำ ในมือมันมีกล่องนมจืดกล่องใหญ่อยู่กล่องนึงด้วย

          ทำไมอ่ะ มีอะไรผมถามมัน มันไม่พูดอะไรนอกจากหยิบหลอดออกมาเจาะกล่องนมแล้วดูดทีนึง

          ทำอะไร ไม่เข้าใจผมถามอีก มันก็ยังไม่พูดอะไรนอกจาก หันปลายหลอดนมมาทางผม

          ‘เติมพลังผมยิ้มรับกับคำพูดของมัน เอื้อมมือออกไปกะจะคว้ากล่องนมมาจากมัน แต่มันก็เอากล่องนมหลบไป

          ไม่เอาสิ กินจากหลอดมันพูดเสร็จก็ยื่นหลอดนมมาทางผม ผมก็ไม่ค่อยเข้าใจหรอก แต่ก็ยอมดูดนมต่อจากมัน

          อืม ก็นมทั่วไปผมบอกกับมัน มันยิ้มแล้วก็เอานมไปดูดต่อ แล้วหันหลอดมาทางผมอีกรอบ

          จากนั้นผมก็ยอมกินนมจากหลอดโดยไม่พูดอะไร พอผมดูดเสร็จ มันก็หันหลอดไปดูด แล้วก็ยื่นมาให้ผมดูดต่อ แล้วก็หันปลายหลอดกลับไปดูดเอง มันค่อยๆไปทำช้าๆ เราผลัดกันดูดนมคนละที โดยไม่ละสายตาจากกันเลย  และทุกครั้งที่ผมดูดนม หยาดน้ำใสๆจากปากผมก็ติดปลายหลอดไปด้วย มันก็รีบเอากลับไปดูดต่ออย่างไม่รังเกียจ มันหันปลายหลอดไปมาแบบนั้นจนนมหมดตอนที่ผมดูดพอดี

          หมดแล้วผมบอกมัน มันยิ้มแล้วก็ทิ้งกล่องนมไป จากนั้นก็ตรงเข้ามาดูดปากผมแทน ตอนแรกๆก็แค่เลียคราบนมที่ริมฝีปากเฉยๆ ซักพักก็เปลี่ยนเป็ดดูดคราบนมในปากแทน

 

... เติมพลังยังไงของมันล่ะเนี่ย แขนขาผมไม่มีแรงแล้ว ...

 

          ผมกับไอ้พี่คริสเดินจุงมือกันออกมาจากข้างห้องน้ำ ไอ้พวกเพื่อนผมกับพี่ซูโฮหายไปไปไหนแล้วก็ไม่รู้

          งั้นพี่ไปก่อนนะ ตอนกลางวันโต๊ะเดิมนะไอ้พี่คริสหันมาบอกลาผม ฟังแล้วก็รู้สึกเศร้าๆ แต่เอาเถอะ อีก 2 3 ชั่วโมงก็เจอกันอีก

รักนะ รักพี่ป๊ะมันถามผมก่อนจะเดินไป ผมจ้องตามันอายๆแล้วก็ได้แต่ยิ้ม มองซ้ายมองขวาไม่เห็นใครเลยเลื่อนหน้าเข้าไปใกล้ๆหูมันแล้วกระซิบบอก

          ‘รักที่สุดเลยไอ้พี่คริสยิ้มกว้างจนหูจะฉีก ผมเองก็ไม่แพ้กันหรอก พอเถอะ กลับห้องกันดีกว่า

          งั้นเติมพลังอีกรอบได้ป๊ะน่าน มันยังมีหน้ามาขออีก เมื่อกี้ก็พอแล้วน่า

          น่านิดนึงนะมันยังอ้อนไม่เลิก เอ๊ะ บอกว่าไม่ ก็ไม่เซ่ !!!

          ‘ไปเรียนได้แล้วไปๆผมดันให้มันเดินไปอีกทาง มันก็ทำท่าจะไป แต่ก็วกกลับมาอีก

          รักนะ รักพี่นะ รักพี่นะ

          รักดิ ไปได้แล้วน่า

          ‘ไม่อยากไปเลยอ่ะ รักจนไม่อยากไปไหนเลยนะ

          ‘เออรู้แล้ว ไปเรียนเถอะ

          ‘รักนะ

          ‘เออ ไม่เอาแล้ว โอ๊ยยยยยผมผลักตัวไอ้คริสกระเด็นเพราะมันพยายามจะเข้ามายุ่มย่ามกับปากผมอีก ปากจะเปื่อยแล้ว พอได้แล้ว    

          งั้นรอตอนเย็นนะ วันนี้พี่ไปค้างบ้านชานยอลนะผมพยักหน้า แล้วมันก็อาศัยช่วงที่ผมเผลอกดจูบลงมาอีก

          พอๆๆๆเถอะ จบได้แล้วแหล่ะ ได้เวลาเรียนแล้ว

          ^^~

 

The End
-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------


[!!!] เพลงที่ชานยอลฟังในเครื่องพี่คริส 2 เพลง เพลงแรกชื่อเพลง ตั้งใจไม่ได้เผลอ - Funky Burger 
ส่วนเพลงที่สอง (ที่พี่คริสเปิดฟังบ่อยสุด) ชิ่อเพลง รักใครไม่ได้อีก - Room39 ค่ะ


เย้ ในที่สุดก็แต่งจบ เป็นฟิคยาวเรื่องแรกที่เราแต่งจบเลยนะเนี่ย *จุดพลุฉลองไปไกลถึงขั้วโลกเหนือ*
ก่อนอื่นต้องขอบคุณผู้อ่านทุกๆท่านเลยนะคะ ทั้งที่เปิดเผยตัวและไม่เปิดเผยตัว ที่ตามให้กำลังใจมาตลอด
เราก็แต่ง เอิ๊กอ๊ากๆไป ดีบ้างไม่ดีบ้าง สนุกบ้างไม่สนุกบ้าง ยังไงก็ต้องขอโทษไว้ด้วยนะคะ เราก็ยังมือใหม่มาก
ชื่อเรื่องก็ไม่ค่อยจะสัมพันธ์กับเนื้อเรื่องนะ เพราะตอนแรกไม่ตั้งใจจะแต่งฟิคเรื่องนี้เลย กะว่าจะทำเป็น
SF ซักประมาณ 2 ตอนก็พอ แต่งๆไปอ่ะ 5 ตอนจบแล้วแหล่ะ แต่งไปแต่งมามันกลายเป็น 12 ตอนได้ไงก็ไม่รู้ ==
ภาษาก็เงอะๆงะๆไปเรื่อยๆแต่ก็พยายามสุดชีวิตเท่าที่ นังปามปาดาคนนี้จะสามารถทำได้แล้วค่ะ TT

ใจจริงไม่อยากให้ฟิคมันจบเลย เพราะเรารู้สึกผูกพันกับ พี่คริสวงโย และน้องยอลวงดนตรีไทย และเดอะแก๊งค์
เหลือเกิน เราเองก็เล่นดนตรีมาตลอด แต่งๆไปก็นึกถึงชีวิตตัวเองตอนอยู่ ม.ปลาย ไปด้วย มันคิดถึงจนจับใจจริงๆ
แต่ก็นั่นแหล่ะค่ะ พี่คริสและน้องยอลก็จะโลดแล่นอยู่ในโลกของพวกเขาเอง ไปเรื่อยๆ จนพี่คริสจะจบ ม. 6
จนชานยอลร้องไห้เสียตาบวมปูด จนวันปัจฉิมของพี่คริสที่ชานยอลมาอยู่ร่วมงานด้วย จนถึงวันสุดท้ายจริงๆที่
พี่คริสจะอยู่ ม.ปลาย จนพี่คริสขึ้นมหาวิทยาลัย จนชานยอลเลื่อนชั้นมาอยู่ ม.6 จนพี่คริสกลับมาเยี่ยมโรงเรียน
ไปเรื่อย และจนกว่าจะมีใครบอก เลิกกันก่อน แต่คิดเหรอว่าพี่คริสจะยอมเลิกกับชานยอลง่ายๆ หรือชานยอลจะ
ปล่อยพี่คริสไปง่ายขนาดนั้น ซึ่งอีตัวคนแต่งก็ยังไม่รู้ เพราะยังคิดไม่ถึง (พอเถอะ 555)

ไปแล้วค่ะ เจอกันในรวมเล่มนะคะ ซึ่งมันจะว่ากันด้วยเรื่องของ NC ... เอิ๊ก ไปและค่า ~ ><

'รักนะ' ... Palmpada

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

374 ความคิดเห็น

  1. #374 Prae'w (@fanchan_ky) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 26 มีนาคม 2560 / 22:32
    เติมพลังงื้ออออออ เขิน
    #374
    0
  2. #360 Printhida Klinkaewnarong (@rainbowky) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 14 สิงหาคม 2559 / 21:05
    แง้ จบแล้วหรอ แง้งงงง คริสยอลลูกแม่ ต้องรักและดูแลกันตลอดไปนะคะคนดี
    #360
    0
  3. #315 HwangBoruem (@boruemmygang) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 23 มิถุนายน 2556 / 23:04
    เเงงงงงงงง
    จบเเล้วอ่ะ
    ไม่อยากให้จบเลยยยยTT
    อยากอ่านต่อ
    ฟิคเรื่องนี้เป็นฟิคตที่โคตรหวาน เเละละมุนมากกกกกก
    โคตรเขินเลยอ่ะ
    รู้มัยที่บ้านหนูหมอนขาดไปหลายใบเเล้ว
    กัดจนขาด- -"
    5555555555
    เวลาเข้าฉากเศร้าก็เอาซะบ่อน้ำตาเเตก
    เเต่เวลาหวานก็หวานซะ><
    เเต่ว่าจงอินกับซูโฮอ่ะ
    จะเอายังไง55555555
    #315
    0
  4. #302 sbater (@songbow) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2556 / 21:04
    หวานซะพี่คริสดูไรอ่ะเอาซะน้องอึ้งเลยอ่ะ555
    #302
    0
  5. #301 sbater (@songbow) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2556 / 13:29
    หวานซะพี่คริสดูไรอ่ะเอาซะน้องอึ้งเลยอ่ะ555
    #301
    0
  6. #288 nan'sp nan (@nansp2) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2556 / 15:20
    จบแล้ว แฮปปี้มากๆๆๆ
    #288
    0
  7. #276 Onlytop (@babymaryzii-top) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2556 / 23:19
    งื้อออออออออ จบแล้วเหรอ แงๆๆไม่อยากให้จบเลยคือมันสนุกมากอ่ะ
    ขอบคุณสำหรับฟิคสนุกๆนะคะ ^^
    #276
    0
  8. วันที่ 30 เมษายน 2556 / 23:44
    สนุกมากจริงๆ ♥
    ชอบมากๆ เลย น่ารักมากๆ เลยเด็กเปอร์เด็กเปิง -//////////////-
    ♥ ขอบคุณที่แต่งมาให้อ่านนะคะ ขอบคุณมากๆ เลยค่ะ รักไรท์น้า !
    #264
    0
  9. #252 poppo_poppy (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 31 มีนาคม 2556 / 17:42
    ขอบคุณสำหรับฟิคมากนะค่าาา



    สนุกมาก ๆ น้องยอลกับพี่คริสน่ารักสุด ๆ ^ ^



    #252
    0
  10. #209 MinRy (@minry-sungmin) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 15 มีนาคม 2556 / 23:38
    สนุกมากอ่ะ อยากอ่านถึงตอนสองคนนี้เรียนจบแล้วใช้ชีวิตคู่กันเลยอ่ะ น่ารักมากจริงๆ ><
    #209
    0
  11. #206 zeebel (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 7 มีนาคม 2556 / 04:20
    ไม่อยากให้จบเลย

    ฟิคเรื่องนี้น่ารักมากจริงๆ

    หวานมดแทบขึ้น

    พี่คริสก็ขี้อ้อนเหลือเกิน

    แถมขี้หึงอีก ป่าวประกาศซะ

    ผู้หญิงที่หัวเราะคิกคักน่ะสาววายป่ะ

    เขินแทนอ่ะจริง

    เอิ่มไฟล์ ครั้งแรกขอแบบนี้ คืออะไรคะพี่คริส

    ขอเติมพลังอีก ฟินไป

    น้องชานยอลปากเปื่อยหมดแล้วค่ะ5555
    #206
    0
  12. #205 3lee (@lovelee789) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 5 มีนาคม 2556 / 07:50
    โอ้ยยยยยยยย~อยากจะระเบิดตัวเขินนะเว้ย!!
    ทะเลาะกันที่ก็ใจหาย...พอตอนง้อตัวนี่จะขดเป็นเกลียว -////-
    ชานยอลนี่ก็ไม่ได้รู้เรื่องรู้ราวอะไรเล้ย พี่คริสเจ๋งนะทนได้ขนาดนี้ -___-b
    พี่คริส -/////- อิยอลมันยังไม่พร้อมรอมันหน่อยละกันนะ *ตบไหล่*

    จบแล้ว!! จบแล้วจริงๆหรอฮืออออออ ;0;
    จบแล้วมันก็โหวงๆอะนะ...ไว้ว่างๆเข้ามาอ่านอีก555
    ยังไงพี่คริสก็ไม่เลิกกับชานยอลหรอกนะ...ชานยอลก็เลิกรักพี่คริสไม่ได้เหมือนกัน ^___~
    #205
    0
  13. #203 Jane (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 4 มีนาคม 2556 / 22:52
    งือออออ สลายตัวทันที><

    เขินเป็นบ้าเลย
    #203
    0
  14. #193 แอมบีซี่สส (@am-bezi) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 1 มีนาคม 2556 / 11:14
    โอ๊ยยย จบแบบนี้ ละลายตัวเอง >< 
    จูบเติมพลังกัน บ๊ะๆๆๆ หวานเยิ้มหยดย้อย 

    #193
    0
  15. #191 happy-n1O ' (@ranna_taji) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 1 มีนาคม 2556 / 00:26
    อยากจะบอกว่าไม่อยากให้จบบบบ กรี้ดดดดดด เอาไรตกลับมานะะะคัมแบ๊คเดียวนี้ นาว!!!! 

    เรารักพี่คริสและน้อชานยอลเรื่องนี้มากกกก ฮืออออยากเติมพลังด้วย *เด่วววอะไรรรรรร

    รอน่ะะะะะะปูเสื่อรอรวมเล่มเบยยยยยยย น่ารักที่สุดดดคริสยอลลลล



    พีเอส โครตเศร้าเลยประโยคนี้ตรงกับสถาณการณ์ตอนนี้มาก 'ไม่จริงใช่มั๊ย พี่คริสจะไปไหน ไม่ให้ไปนะ' น้ำตาจะไหลพีคริสขอร้องอ่าทิ้งน้องน่ะค่ะ


    พีเอสสอง ห้ามทิ้งพวกเราไปไหนอีกน่ะะะะะะ คัมแบ๊คทูมี~~~

    #191
    0
  16. #189 LOvE ChuN-Lun 4EVER (@thanna) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2556 / 23:53
    งือ จบแล้ว ขนาดเราเป็นคนอ่านยังผูกพันกับเรื่องนี้มากๆเลยอ่า แบบชอบมากจริงๆ เพราะเราก็เล่นดนตรีไทยมาตั้งแต่เด็กด้วยอ่า พี่คริสวงโยกับน้องยอลเล่นดนตรีไทยแบบ ใช่มากเลยอ่า ตอนจบนี่หวานมดขึ้นคอมเลย
    #189
    0
  17. #188 thetist--? (@eveyoyo) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2556 / 20:03
    งื้อจบแล้วว T///T
    ปิดท้ายได้น่ารักมากๆ ♥
    สนุกมากๆเลยค่ะ 
    #188
    0
  18. #186 KY_12_PH (@phueng97) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2556 / 19:30
    น่ารักทั้งคู่เลย
    ฟิน-//////////////////-
    #186
    0
  19. #175 luvnats (@luvnats) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2556 / 15:49
    ฮรือออออออ
    ไม่อยากให้จบ ไม่อยากเห็นคำว่า The End
    คิดถึงอักษรสามตัว TBC มากกว่า

    ต้องคิดถึงพี่คริส น้องชานยอลมากแน่ๆ
    ผูกพันมากเลยอ่ะ เป็นเพราะได้อ่านความรู้สึกของตัวละครในแต่ละช่วงด้วยแน่
    พี่คริสที่อ่อนไหวในยามมีความรัก
    น้องชานยอลที่ขี้เหวี่ยงในยามหงุดหงิด

    ขอบคุณน้องคนแต่งที่ให้พี่แก่ๆคนนี้ได้มีความรู้เรื่องดนตรีไทย
    ได้รับรู้ถึงโลกแห่งดนตรีที่ตัวเองไม่เคยรู้จัก หรือเข้าถึง
    มันสนุกมากกว่าที่คิด ดูแล้วเพลินมากๆ ^ ^

    พี่เมนท์ไม่ค่อยเก่งค่ะ
    รออุดหนุนรวมเล่มนะคะ

    ขอให้ผลสอบออกมาดังหวังนะคะ
    #175
    0
  20. #173 PaRaNPaRK1004 (@spy_thailand) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2556 / 05:53
    พี่คริส จะน่ารักไปไหน น่ารักมาก ชานยอลเราขอพี่คริสนะ (โดนกระทืบแน่ ฮ่าาา)



    รอสเปฯ จะมีใช่ไหม มีเถอะนะ ><//
    #173
    0
  21. #161 smitt❤9413 (@smitt-9413) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2556 / 17:01
    งื้ออออออออออออออออออออ ~

    ละมุนจนฉากสุดท้ายเลย > <

    ถ้าพี่คริสจะเติมพลังบ่อยขนาดนี้ คงมีพลังเต็มเปี่ยมไปทุกวันเลยล่ะสิ! >///<



    จบแล้วจริงๆ หรอเนี่ย..ใจหายเลยแฮะ

    ติดตามมาตั้งแต่แรก แค่อ่านฉากเปิดตัวพี่คริสก็กรี๊ดแล้วอ่ะ

    ชอบมากๆๆ เลย พี่คริสช่างแสนดี คอยดูแล เอาใจใส่น้อง

    ชานยอลก็น่ารัก ถึงตอนแรกจะห่ามๆ ไปหน่อย แต่พอเป็นแฟนกันก็อ้อนซ้าา ><



    รักกันไปนานๆ เลยนะทั้งสองคน <3
    #161
    0
  22. #159 dyo (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2556 / 15:03
    โอ๊ย จบแล้วจริงๆหรอคะ .____.

    ติดตามฟิคนี้มานานมาก อ่านครั้งแรกในบอร์ดใหญ่ พอมาเจอที่นี่ก็อ่านตั้งแต่แรกอีกรอบ

    มันผูกพันจริงๆนะ พี่คริสกับน้องยอลเนี่ย อ่านไปก็เขินไป ยิ่งมาตอนนี้นะแบบฟินตัวจะแตกค่ะ

    พี่คริสก็ขี้หึงอะน่ารักโคตรๆเลย จากที่ทะเลาะกันมาพอมารักกันนี่ก็โคตรรักกันเลย

    รวมเล่มนี่ซื้อแน่ๆค่ะ แงงงง อยากได้เก็บไว้อ่านเรื่อย ไม่ได้นึกถึงเอ็นซีนะคะ เชื่อเค้าเถอะ 5555555

    #159
    0
  23. #158 jansica (@quipblur) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2556 / 14:24
    อุกรี๊ดดดดดดดดดดดดดดด ก่อนอื่นเลยต้องขอกรี๊ดดังๆให้กับตอนนี้ แบบเอร้ยยยยยยย อัลไลกันเนี่ยยยยย ทั้งคู่เลยยยย
    เขินมากกกกก อิพี่คริสนี่เติมพลังบ่อยมากนะ ไม่กลัวน้องหัวใจวายตายก่อนรึไง เพราะคนอ่านนี่ก็จะตายอยู่ละ ฮืออออออออ
    คือไม่รู้จะพูดอะไรนอกจากเขินมากกกกกกกก อรั้ยยย>< แต่ตอนอิพี่คริสหึง+หวงนี่มันน่าเอาหลังมือฟาดซะจริงๆ หึงอะไรไม่เข้าเรื่อง แต่ก็เข้าใจอ่ะนะ ก็แฟนน่ารักนี่เนอะ กี๊สๆๆๆๆๆๆ

    มาถึงตอนจบแล้ว เราก็รู้สึกผูกพันธ์กับฟิคเรื่องนี้เหมือนกัน แบบมันอธิบายไม่ถูกอ่ะนะ ไม่อยากให้จบเลย งือออๆๆๆ อยากให้มีต่อไปเรื่อยๆ ให้ถึงพี่คริสเรียนจบเลยเป็นไง?!! กี๊สสสสสสส(อินี่เว่อมาก55555555)

    แล้วก็เรื่องนี้นะ เราอ่านแล้วก็เขินทุกตอนเลย คือชอบมาก ชอบมากๆๆๆๆ แบบมันน่ารักอ่ะ อ่านแล้วโลกสดใส อ่ะคึคึคึ สนุกทุกตอนเลยไม่มีตอนไหนไม่สนุก

    รวมเล่มเมื่อไหร่เราซื้อแน่ๆค่ะ อยากได้เก็บไว้มากๆ(สาบานว่าไม่ได้คิดถึงncเลยจริงๆ .____.) ถึงไม่มีncเราก็จะซื้อค่ะ!!!! ฮึ่มมมมมมมม

    สุดท้ายก็ต้องขอขอบคุณไรเตอร์มากๆเลยนะคะที่เขียนฟิคน่ารักๆสนุกๆแบบนี้มาให้อ่าน เราชอบมากๆ จะคอยติดตามตาอไปนะคะ^^
    #158
    0
  24. #157 yeoliekris (@iamgee) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2556 / 14:03
    จบแล้ววว โอ๊ยย ตอนจบๆสนุกน่ารัก ละมุน มีดราม่าเล็กน้อย
    เอาจริงแอบโกรธชานยอลที่ไม่สนใจพี่คริสแล้วไปเดินเล่นกับเพื่อน
    แต่พอชานยอลพาร์ทก็หายโกรธเลย 555 อ่านแล้วก็สงสารชานยอลด้วย
    เข้าใจความสรู้สึกเลย ทำสร้อยหาย TT เสียดายแทน
    แต่พี่คริสก็แก้ปัญหา โยนสร้อยลงน้ำเลย 555 ดีแล้วๆ
    "เติมความหวานก่อนเล่นดนตรี" >///<
    ครูไม่น่าโทรมาเลย จริงๆนะ -.,- รออีกสิบนาทีก็ไม่เสียหายครับครู << พี่คริสพูดถูกมาก
    หมั่นไส้เพื่อนชานยอลคนนั้นอ้ะ น่าต่อยจริงๆเลย พี่คริสถึงกับป่าวประกาศ ตะโกนเสียงดัง 555
    "ชานยอลเป็นแฟนพี่ แล้วพี่ก็เป็นแฟนชานยอล" #ฟินค่ะ
    พวกผญที่หัวเราะคิกคักนี่เป็นสาววายใช่มะ 5555 เขินแทนชานยอลอ่ะ
    เติมพลังก่อนขึ้นแสดง จนเพลงหวานมดขึ้นเลยนะ >///<
    >>ครั้งแรกขอแบบนี้<< คืออัลไล? 555 อิพี่คริสโหลดเก็บไว้หลังจากชอบน้องใช่มั๊ย?
    แล้วก็สองคนนี้ยังไม่เคยมีแฟนนี่นะ อร๊ากก แค่คิดก็ฟินแล้ว อิพี่คริสก็กล้าๆกลัวๆ ครั้งแรกใช่ม๊ายย?? หื๊มมม
    เขินอ่ะๆๆๆ ยิ่งอ่านก็ยิ่งเขินนะเรื่องนี้ ชอบมากๆๆ ละมุนสุดๆ ฮรื๊อออ ไม่อยากให้จบเลย
    รอรวมเล่มมม ลงชื่อจองคนแรกเลยย ^0^

    #157
    0
  25. #155 Rabbit_Yizing (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2556 / 13:33
    เติมพลังกันบ่อยๆแบบนี้ คนอ่านฟินตัวแตกแล้วค่า-///////- เขิน*

    ชอบตอนน้องยอลฟังเพลงมาก บอกให้รู้ถึงความรู้สึกพี่คริส

    แต่ไฟล์'ครั้งแรกขอแบบนี้'มายังไงกันคะ..-..-555555555

    ใจหายเหมือนกัน ฟิคจบแล้วT T ชอบเรื่องนี้มากเลย

    ยังไงจะรอรวมเล่มนะคะ XD
    #155
    0