[FIC] ::: Love Percussion ::: [KrisYeol]

ตอนที่ 14 : ::: ~ [Part 11] ~ ::: [Update 100%]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,527
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4 ครั้ง
    14 ก.พ. 56

Part 11 
 
(ตอนนี้ พี่คริสกับชานยอลสลับกันบรรยายเรื่องเยอะหน่อยนะคะ
 
 
Chanyeol Part
 
งานแสดงดนตรีใกล้เข้ามาทุกวันแล้ว และพวกผมก็ซ้อมกันหนักมากๆ ผมเองก็
ต้องปั่นงานไปด้วย ซ้อมดนตรีไปด้วย จนสภาพผมตอนนี้เหมือน โครงกระดูกเดินได้
ตอนแรกผมก็ไม่ได้สนใจอะไรมากนัก ผมก็เด็กผู้ชายบ้านๆคนหนึ่งที่ไม่ได้สนอะไร
เกี่ยวกับรูปลักษณ์ตัวเองมากนัก จนไอ้เพคฮยอนมันทักขึ้นมานั่นแหล่ะ
 
'มึงนี่โทรมลงไปเยอะเลยเนอะ' 
 
'เออ จริงๆด้วย หน้ามึงดูแบบ ใกล้ตายอ่ะ' เป็นไอ้จงอินที่พูดเสริมขึ้นมา ผมล่ะเกลียด
คำพูดมันจัง ฟังไม่เคยจะเข้าหู 
 
'หรือว่ามึงใกล้ตายวะ' ดีโอพูดปิดท้าย ฟังแล้วอยากจะสาดน้ำกรดใส่ไอ้พวกเพื่อนผมจัง
 
'ช่วงนี้กูนอนน้อยอ่ะ ซ้อมก็หนัก ปั่นงานอีก โอ๊ย เหนื่อยยย' ผมบ่นๆแล้วก็ทิ้งหัวลงกับโต๊ะ
เรียน พักกลางวันนี้ผมว่าผมไม่ลงไปกินข้าวดีกว่า ขอนอนอยู่บนห้องก็แล้วกัน
 
'นอนน้อย มัวแต่เล่นจ้ำจี้กะพี่คริสอ่ะดิ ฮ่าๆ' ไอ้เซฮุนพูดขึ้นมาบ้าง ใครเค้าให้มึงออก
ความเห็นเนี่ย ผมแม่งยังไม่เคยเกิดเลยอะไรกับพี่คริสนอกจาก กอดแล้วก็ ... จูบ
ไซ้บ้าง เออ ก้แค่นั้นแหล่ะ แค่นั้น !!! 
 
'พ่อ ง มึง เซฮุน พูดให้มันดีๆ ไม่มีอะไรทั้งนั้นแหล่ะ ก็กูเลิกดึกทุกวันเลยนี่
เดี๋ยวอาทิตย์หน้าก็ต้องมานอนโรงเรียนอีก พวกมึงก็ต้องมาเหมือนกัน เหอะ' 
ผมพูดแล้วชี้ๆหน้า ไอ้เพื่อนตัวดีทั้ง 4 ตัวของผม ที่ต้องมาทำฉากกับมาสเซอร์ศิลปะ
ที่จะใช้ในงานแสดงดนตรีที่กำลังจะถึงนี้ด้วย
 
'เออ พวกกูรู้แล้วน่าา ว่าแต่มึงเหอะ โทรมๆแบบนี้ระวังพี่คริสไม่รักกนะ ก๊ากกก' ไอ้เพคฮยอนพูด
หน้าทะเล้นอยากจะเอาดินสอจิ้มตามันซักสองสามที 
 
'... เออ ปล่อยกูเหอะ มึงลงไปกินข้าวได้แล้ว ไปๆๆๆ' ผมไล่ให้พวกมันลงไปข้างล่าง 
แต่ก็ไม่ลืมฝากตังค์ให้พวกมันซื้อ ขนมปังกระเทียมขึ้นมาให้ด้วย
 
 
 
'ทำไมไม่ลงไปกินข้าว เดี๋ยวโรคกระเพาะก็ถามหาหรอก' ระหว่างที่ผมกำลังเคลิ้มๆจะหลับ
เสียงใหญ่ๆของใครบางคนก็ดังขึ้นข้างหูผม ผมลอบยิ้มกับโต๊ะตัวเอง ก่อนจะแสร้งทำเป็น
ไม่ได้ยินแล้วหลับต่อไป
 
'หลับไปแล้วเหรอ หลับจริงๆอ่ะ งั้นขนมปังกระเทียมกับลูกชิ้นนี่ก็คงไม่ต้องกินแล้วเนอะ'
ประโยคต่อมา ทำเอาผมต้องรีบเด้งตัวเองขึ้นมา เพราะกลัวว่าของกินจะหายไป ไอ้พี่คริสขำก๊าก
ทันทีที่เห็นผมมองถุงขนมในมือตาเป็นมัน คือ ต่อให้ผมจะง่วงแค่ไหน ท้องไส้ของผมก็ยังทำงาน
เหมือนเดิมนะ
 
'เอามาๆ หิวๆ' ผมพูด ทำเสียงออดอ้อน หลังๆมานี่ผมติดไอ้คริสมาก ชอบอ้อนมันด้วย ก็ไม่รู้
ว่าทำไมผมถึงเป็นแบบนี้เหมือนกัน แต่สิ่งหนึ่งที่ผมรู้คือถ้าผมอ้อนมันเมื่อไหร่ อะไรที่ผมอยากได้
ผมก็ได้หมดเลย
 
ไอ้คริสวางถุงขนมไว้บนโต๊ะผม แล้วเดินไปลากเก้าอี้อีกตัวมานั่งข้างหน้า ผมเริ่มเปิดถุงขนมออกด้วย
ความหิว ผมไม่รอช้าที่จะ จิ้มหนูลูกชิ้นใส่ปากด้วยความเร็ว จากนั้นก็ตามด้วยน้องไก่ทอด 
พอเสร็จของคาวก็ตามด้วย พี่หนมปังกระเทียมเจ้าอร่อย ผมฟาดทุกอย่างเกือบเรียบ เหลือไว้ให้ไอ้คริส
อย่างละสองสามชิ้น
 
'กินไปเหอะ พี่กินข้าวมาแล้ว' ไอ้พี่คริสพูดขึ้นเมื่อเห็นว่าผมหยุดกินแล้วดันถุงขนมไปหามัน
ผมยิ้มให้กับคำตอบที่ได้รับแล้วก็ดึงเอาขนมมากินต่อจนเกลี้ยงไม่เหลือซักชิ้น ฮ้า หนังท้องตึงๆแบบนี้
ยิ่งทำให้หนังตาผมหย่อนยิ่งกว่าเดิมนะ
 
'ง่วงเหรอ เมื่อคืนนอนกี่ทุ่ม' ไอ้คริสถามผมหน้ายิ้มๆ ผมไม่พูดอะไรนอกจากยิ้มตอบมันไป แล้วก็
ก้มหน้าลงนอนกับโต๊ะเหมือนเดิม แขนข้างหนึ่งวางพาดยาวไปกับโต๊ะ ส่วนอีกข้างก็เอารองหน้าตัวเอง
เอาไว้
 
'พี่คริสก็นอนพร้อมผมอ่ะ ทำไมพี่คริสไม่เห็นง่วงเลย' ผมพูดเสียงอู้อี้ เพราะปากติดอยู่กับโต๊ะแล้ว 
 
'ง่วงเหมือนกันแหล่ะ แต่พอเห็นหน้าชานยอลก็หายง่วงและ อยากตื่น' ไอ้พี่คริสพูดเสร็จก็ฟุบหน้า
ตัวเองลงมานอนกับโต๊ะในท่าเดียวกัน และหันหน้ามาทางผม ผมมองตามันแล้วก็ได้แต่กระพริบตาปริบๆ
 
'ทำไมเห็นหน้าผมแล้วอยากตื่นล่ะ'
 
'ก็จะได้มองตาชานยอลตลอดเวลาไง' ดูไอ้คริสมันพูดเข้าสิ ไม่กลัวผมเขินบ้างเหรอ
 
'งั้นไม่ให้มอง' ผมแกล้งหลับตาปี๋ เรียกเสียงหัวเราะจากไอ้คริสได้แป๊ปนึงแล้วก็เงียบลง
จากนั้นมันก็เอามือข้างหนึ่งมาลูบหัวผมเล่นทั้งๆที่ยังนอนฟุบหน้ากับโต๊ะกันทั้งสองคน
 
'ลูบหัวแบบนี้แล้วชอบมั๊ย' พี่คริสถามขึ้น ผมพยักหน้าน้อยๆแล้วก็หลับต่อ มีไอ้พี่คริสอยู่ใกล้ๆ
แบบนี้แล้วสบายใจมากๆ
 
จนเวลาผ่านไปซักพักจากลูบหัว ไอ้พี่คริสก็เปลี่ยนมาเป็น จิ้มแก้มผมแทน 
 
'เดี๋ยวนี้ดูซูบไปนะ แก้มไม่ค่อยนิ่มเหมือนเดิม' หือ ว่าไงนะ แก้มไม่นิ่มเหรอ ผมเด้งหัวตัวเอง
ขึ้นมาทันที่ที่ได้ยินประโยคนั้นจากปากไอ้คริส 
 
'ผมโทรมเหรอ' ผมนึกไปถึงคำพูดของไอ้เพื่อนตัวแสบของผมทันที ที่มันบอกว่าสภาพ
ผมดูแย่ลงไปมาก ไอ้คริสก็ยังมองออก ไม่สิ มันสมควรจะมองออกเป็นคนแรกด้วยซ้ำ
 
'บอกว่า ซูบ ไม่ได้โทรม แก้มดูตอบๆไป แบบนั้นอ่ะ' มันพูดแล้วก็ชี้ๆมาที่แก้มผม
ผมยกมือขึ้นจับแก้มตัวเอง ผมก็ไม่รู้หรอกว่าสารรูปตัวเองตอนนี้เป็นไงบ้าง แต่ผมไม่
ชอบเลยที่ไอ้คริสพูดแบบนี้ 
 
'ซูบลงไปจริงอ่ะ แก้มไม่เด้งแล้วเหรอ ดูแย่ขนาดนั้นเลย' ผมเริ่มวิตก แก้มนิ่มๆขาวๆของ
ผมคือจุดขายของผมเลยนะ 
 
'ก็ไม่นี่ ก็แค่บอกว่า ซูบไป แค่นั้น เป็นไรไปอ่ะ' 
 
'แก้มผมมันไม่นิ่มแล้วเหรอ' ผมลูบแก้มตัวเองไปมา ถ้าไม่นับว่าผมเริ่มมีสิวขึ้น ผมว่า
มันก็นิ่มเหมือนเดิมนะ หรือเพราะผมชินกับแก้มตัวเอง
 
'ก็มันซูบไปไง มันก็ไม่ค่อยเด้งมือ ก็เดี๋ยวนี้ซ้อมเยอะไง' สงสัยหน้าตาผมจะบ่งบอก
ความกังวลในใจผมได้มากจริงๆ ถึงขั้นไอ้คริสต้องเอามือมาโอบคอผมไว้แล้วก็พยายามย้ำว่า 
ไม่มีอะไรเลยจริงๆ
 
แต่ทำไมผมถึงยังเครียดอยู่ล่ะ ... เครียดจนเริ่มกลัว
 
ไม่นะ ไม่ !!!
 
.
.
.
 
'มาๆ มาซ้อมเพลงลาวคำหอมกันหน่อย ไม่ได้ซ้อมนานแล้ว เดี๋ยวลืมซะหมด' 
พอตกเย็น พวกผมก็ต้องมาซ้อมดนตรีกันต่อ ส่วนผมกับไอ้พี่คริสงานหนักกว่าคนอื่น
หน่อยที่ต้องเล่นเพลงมากกว่าคนอื่นเขา คนมันเก่งก็งี้แหล่ะนะ ...
 
อาจารย์ดนตรีไทยเรียกให้ผมกับไอ้คริสไปซ้อมเพลงกันต่อ ผมต้องเล่นซอด้วง
ที่ไม่ค่อยถนัดมากนัก แต่ก็พอเล่นได้อยู่ มีไอ้พี่คริสเล่นกลองทอมประกอบจังหวะ
 
จะว่าไป ตั้งแต่วันนั้นที่มันงอนผม จนถึงวันนี้ก็ยังไม่ได้ซ้อมด้วยกันอีกเลย
 
'วันนี้เพลงหวานจังแฮะ หวานกว่าครั้งแรกที่ซ้อมกันนะ' อาจารย์ดนตรีไทยพูดชม
เมื่อผมเล่นเพลงจบ 1 รอบ จากหางตาผมสังเกตเห็นได้ว่าไอ้พี่คริสลอบมองผมแล้วยิ้มบางๆ
 
'คนกำลังมีความรักกันน่ะครับอาจารย์' ไอ้พี่คริสพูด ส่วนผมก้มหน้าอย่างเดียว อาจารย์ดนตรีไทย
มองหน้าผมสลับกับไอ้คริสไปมา 
 
'อ้อ เป็นแฟนกันแล้วเหรอ ไวจัง ก่อนหน้านี้ยังเกลียดกันอยู่เลยไม่ใช่เหรอไง' อาจารย์พูดแล้วก็ขำ
ว่าแต่ว่าเมื่อกี้อาจารย์พูดว่าอะไรนะ เป็นแฟนเหรอ ให้ตาย ผมลืมเรื่องนี้ไปซะสนิท ผมกับไอ้คริสยังไม่ได้
เป็นแฟนกัน
 
แล้วมันก็ไม่เคยพูดว่าเป็นแฟนกับผมด้วย !!!
 
แล้วนี่ผมกับมันไปถึงขั้นไหนต่อไหนแล้ว ก็ยังไม่ได้ตกลงเป็นแฟนกัน ผมกับมันยังไม่ได้เป็นแฟนกัน
ผมกับมันยังไม่ได้คบกัน ที่บอกรักกันทุกวันนี้ก็แค่รักกัน แต่ยังไม่ได้เป็นแฟนกัน 
 
ยังไม่ได้เป็นแฟน
 
ยังไม่ได้เป็นแฟน
 
ไอ้คริสมันยังไม่ได้ตกลงจะคบกับผม 
 
มัน ...
 
 
'ชานยอล เหม่อไปไหนนะ' ผมสะดุ้งได้สติเมื่ออาจารย์ดนตรีไทยเรียกเสียงดังมากขึ้น พร้อมกับปรบมือ
ใกล้ๆหู
 
'เอ่อ ขอโทษครับ' ผมก้มหน้า รู้สึกได้ว่า ตัวเองกำลังเหงื่อแตกพลั่ก คำว่า แฟน วิ่งวนไปทั่วร่างกาย
สมาธิ และสติหลุดลอยหายไปในอากาศ
 
'นี่คริสดูจะยังจำ จังหวะหน้าทับไม่ได้เลยนะ เดี๋ยวยังไง ลองไปให้ชานยอลสอนดูนะ เอาให้คล่องๆนะ'
อาจารย์ดนตรีไทยสั่งไอ้คริสไว้แล้วก็บอกให้พวกผมพอแล้วไปซ้อมเพลงหลักต่อ ผมมองไอ้คริสได้
แว๊บเดียวแล้วก็รีบเดินออกจากห้องไป พอมันถามว่าผมจะไปไหน ผมก็ตอบว่าไปเข้าห้องน้ำ
แต่ผมไม่ได้ปวดเข้าห้องน้ำหรอก ผมจะหนีไปร้องไห้ต่างหาก
 
นี่ผมร้องไห้เพราะไอ้คริสมากี่รอบแล้ว ...
 
.
.
.
 
Kris Part
 
วันนี้ อาจารย์ดนตรีไทยปล่อยพวกผมเร็วกว่าปกติ เพราะตั้งแต่พรุ่งนี้เป็นต้นไป พวกผมต้องขนเสื้อผ้ามา
นอนที่โรงเรียนกันยาวจนวันเสาร์หน้าที่เสร็จจากงานแสดงดนตรีถึงจะได้กลับบ้าน ไอ้ซูโฮก็ต้องมานอน
อาทิตย์หน้าเพื่อช่วยทำฉากสำหรับการแสดงดนตรีนี้อีก 
 
ด้วยความที่พวกผมเลิกเร็วกว่าปกติ เด็กดนตรีไทยเลยชวนเด็กๆวงเปอร์ไปสังสรรค์กันซะหน่อย
และยานพาหนะที่ดีที่สุดในการเดินทางครั้งนี้ก็คงเป็น 
 
รถตุ๊กตุ๊ก !!!
 
พวกเราตกลงปลงใจไปกันสิบคน หลังจากตกลงราคากับพี่คนขับตุ๊กตุ๊กแบบเสร็จสรรพแล้วก็ถึงเวลา
ในการจัดท่าทางในการนั่งให้เหมาะสม และพอสำหรับเด็กผู้ชายตัวไม่เล็กเลยทั้งสิบคน 
 
'เอ้า ไอ้ตัวใหญ่ๆอ่ะขึ้นไปก่อนแล้วให้ไอ้พวกตัวเล็กๆขึ้นไปนั่งตัก ส่วนที่เหลือเกาะข้างหลังไป'
ผมสั่งเรียบร้อยก็ให้ทุกคนขึ้นไปนั่ง ชานยอลขึ้นไปนั่งข้างในสุด แล้วก็ตามด้วยเด็กอีกคน จากนั้นก็มีอีกคน
ที่พยายามจะเบียดตัวเองลงไปในเบาะหนังหลากสีอันนั้น จากนั้นก็เป็นเด็กตัวเล็กๆอีกสามคนขึ้นไปนั่งตัก
พวกตัวใหญ่ที่นั่งเบาะ ผมให้ เด็ก ม.ต้น อีกสามคนเข้าไปนั่งตรงพื้นรถเพราะเห็นว่ายังนั่งได้ ส่วนผมก็เดิน
ไปปีนข้างหลังรถตุ๊กตุ๊กขึ้นไปนั่ง มือข้างหนึ่งจับเบาะ อีกข้างจับราวเหล็กบนหัว และเมื่อเห็นว่าทุกคนขึ้นมา
บนรถครบแล้ว ผมก็สั่งให้คุณพี่คนขับออกรถได้
 
'ทำอะไร' ผมสะดุ้งนิดหน่อยเมื่อรู้สึกได้ว่ามีคนมาจับมือข้างที่ผมวางไว้ตรงเบาะไป ผมมองตามมือตัวเอง
แล้วก็ได้แต่ยิ้ม เพราะสองมือของไอ้ชานยอลนี่จับมือผมไว้แน่นเชียว
 
'...' ชานยอลไม่พูดอะไรนอกจากจับมือผมไว้แบบนั้น มันหันมามองหน้าผมทีนึงแล้วก็หันกลับไป
ผมก็เพิ่งสังเกตเห็นว่าตามันบวมมากเลย ดูแดงๆเหมือนคนร้องไห้มา แปลกนะ ตอนก่อนซ้อมดนตรี
ยังดูอารมณ์ดีอยู่เลยนี่นา
 
'อิจฉาคนมีแฟนเว๊ย' ไอ้เด็กที่นั่งอยู่ตรงพื้นรถพูดขึ้นเมื่อเห็นว่าชานยอลคว้ามือผมไปกอด ผมมอง
หน้าไอ้เด็กนั่นแล้วก็ได้แต่ยิ้ม
 
'โอ๊ย จิกทำไม' ผมส่งเสียงร้องเมื่อรู้สึกเจ็บที่หลังมือ ก็ไอ้ชานยอลเล่นเอาเล็บจิกลงบนมือผมเต็มแรง
 
'...' ไม่มีเสียงตอบกลับเหมือนเดิม ผมว่ามันดูแปลกๆไปนะ ดูเงียบผิดปกติ
 
ไม่ทันที่ผมจะได้พูดอะไรต่อ พวกเราก็เดินทางมาถึงร้านพอดี ที่นี่เป็นร้านแถวๆบ้านผมเอง อาหารอร่อย
และที่สำคัญที่สุดคือเหล้าไม่แพง !
 
 
'ใครอยากแดกเหล้าชงเองนะเว้ย' ผมพูดกับรุ่นน้องในวงทุกคน เมื่อขวดเหล้าสีน้ำตาลอ่อนและมิกซ์เซอร์
ถูกนำมาส่งที่โต๊ะ ส่วนชานยอลนี่ตอนแรกผมกะจะชงให้แก้วนึง มันรีบบอกว่าไม่เอาๆใหญ่เลย
 
'อ้าว ทำไมวันนี้มึงไม่กินวะชานยอล ปกติ แดกแทนน้ำไม่ใช่เรอะ' ไอ้เด็กที่นั่งตรงข้ามผมพูดขึ้น
ชานยอลที่นั่งอยู่ข้างๆผมกลับทำหน้าไม่สบอารมณ์ใส่แทน
 
'กูไม่อยาก แดกเหล้าแล้วหน้าเหี่ยว' ชานยอลพูดเสียงเบา ผมว่ามันดูหงอยๆไปนะ ปกติถ้าอยู่กับเพื่อน
ในวง หรืออยู่กับพวกน้องๆในวง มันจะร่าเริง ชวนคุยสนุก เฮฮา บ้าบอไปเรื่อย แต่วันนี้มาแปลกมาก
เหล้าก็ไม่แตะ แถมบางทีก็ยกมือขึ้นมาตบแก้มตัวเอง สีหน้าดูเป็นกังวล ซักพักก็เรียกตัวน้องวงโยหน้าใสกิ๊ง
ที่เป็นสาวประเภทสองคนหนึ่งออกไปคุยด้วย ... ว่าแต่ว่าออกไปคุยเรื่องอะไรกันหว่า
 
'พี่คริส ผมถามไรอย่างดิ' เด็กวงดนตรีไทยคนหนึ่งพูดขึ้นตอนกำลังกรึ่มได้ที่ ผมพยักหน้า แล้วมันก็พูดต่อ
 
'ตกลงพี่คริสเป็นเกย์ช๊ะะะะะะะ' มันพูดลากเสียงยานคราง ผมว่ามันคงเมาแล้วแหล่ะ แต่เอาเถอะ ในเมื่อ
มันถามผมก็จะตอบ 
 
'ถ้าจะหมายความว่ากูชอบผู้ชายด้วยกันอ่ะ ตอบเลยว่าไม่ใช่' 
 
'เอ๊า แล้วพี่ชอบชานยอลได้ไงอ่ะ ชานยอลมันก็ผู้ชายนี่' เด็กคนนั้นถามอีก ผมยกแก้วเหล้าขึ้นซดอีกอึกใหญ่
แล้วพูดต่อ
 
'ก็กูชอบชานยอลคนเดียว' ผมพูดหน้านิ่งๆ ไอ้เด็กนั่นทำท่าคล้ายจะอ๊วก ใบหน้าพะอืดพะอมเหลือแสน
ผมเลยหยิบถั่วกับแกล้มในจานปาหัวมันไปเม็ดนึง โทษฐานเมาแล้วกวนส้นเท้า
 
'ไปไหนมา' ผมหันไปทักชานยอลที่เดินกลับมานั่งที่เก้าอี้พอดี
 
'เปล่า ไม่มีอะไร' มันพูดแค่นั้น แล้วก็นั่งกินต่อ ผมก็ได้แต่สงสัย แต่เก็บเอาไว้ในใจก่อน
 
ผมกับชานยอลไม่ได้คุยอะไรกันต่อ จนเวลาล่วงเลยเข้าไป เกือบห้าทุ่ม ผมก็ไล่ให้ทุกคนกลับบ้าน
เพราะพรุ่งนี้ต้องขนเสื้อผ้าขึ้นมาที่โรงเรียนกันตั้งแต่เช้า
 
ผมพาชานยอลเดินกลับบ้าน เพราะเห็นว่าบ้านก็อยู่อีกไม่ไกลนัก จะได้ถือโอกาสเดินคุยกับน้องไปด้วยเลย
 
'ชานยอลเป็นอะไรไปหรือเปล่า เห็นนั่งหน้าเครียดๆตั้งกะอยู่บนรถตุ๊กตุ๊กแล้ว' ผมตัดสินใจถามชานยอล
เมื่อเห็นว่ามันยังคิ้วขมวดอยู่ ก่อนหน้านี้มันก็หยิบกระเป๋าตังค์ออกมานับเงินแล้วก็รีบเก็บใส่กระเป๋า
เหมือนพยายามซ่อนไม่ให้ผมเห็นแบบนั้น
 
'เปล่า ไม่มีอะไรหรอก' ชานยอลมาแนวเดิมอีกแล้ว ปฏิเสธไว้ก่อนคุณพ่อสอนไว้
 
'ไม่มีอะไร แล้วทำไมต้องหน้าเครียดแบบนั้น อย่าเครียดดิ มีอะไรก็บอกกัน' ผมพูดกับชานยอล จากนั้นมันก็
นิ่งเงียบไปนาน นานมากๆ จนก่อนที่มันจะเดินเข้าบ้านมันนั่นแหล่ะ มันถึงยอมปริปากพูด
 
'ถ้าพี่คริสไปเจอคนที่น่ารักกว่าผม พี่คริสจะเปลี่ยนใจมั๊ย' 
 
ผมไม่เข้าใจที่ชานยอลต้องการจะถามซักเท่าไหร่ และที่ไม่เข้าใจเลยคือมันถามแบบนี้ทำไม
 
'พูดอะไรอ่ะ ทำไมถึงคิดแบบนั้นอ่ะ' 
 
'ตอบมาเถอะน่า' มันเร่งเร้าให้ผมตอบ ผมใช้เวลาคิดอยู่แป๊ปนึง แค่แป๊ปนึงเท่านั้นแหล่ะ แต่นั่นก็ยัง
ไม่เร็วทันใจชานยอล
 
'แล้วถ้าวันหนึ่งกูไม่น่ารัก แก้มเหี่ยว ตัวซีด ตาไม่โต มึงจะยังรักกูป๊ะ' จากนั้นมันก็เริ่มหาเรื่องผม เปลี่ยน
สรรพนามไปเป็นแบบแต่ก่อน ตั้งแต่สมัยที่ยังเกลียดกันอยู่ 
 
'เป็นอะไรไปล่ะเนี่ย' ผมพยายามจับไหล่มันไว้ให้มันอยู่นิ่งๆ แต่ดูมันก็ยังไม่ค่อยยอมฟังเท่าไหร่ นี่มันไปเอา
ความคิดแบบนี้มาจากไหนกันล่ะเนี่ย
 
'ตอบมาก่อนดิ ว่าจะยังรักอยู่มั๊ย' มันจ้องตาผมนิ่ง ผมปัดผมที่หน้าผากมันออก ยิ้มบางๆแต่ก็ไม่ได้พูดอะไร
 
'ตอบดิ ตอบเร็วๆ' มันเริ่มดิ้นไปมา ผมดูแล้วก็ได้แต่ขำ ผมกลั้นขำไม่ได้เลยจริงๆ
 
'รักดิ' ผมตอบ มันยืนนิ่งไปซักพัก เกือบจะอ้าปากเถียงต่อแล้ว แต่ผมหยุดมันไว้ก่อน
 
'ไม่ว่าชานยอลจะเป็นยังไงพี่ก็รัก' ผมดึงมันเข้ามากอด ขยี้หัวมันแรงๆเผื่อว่ามันจะสบายใจขึ้น บอกรักอยู่
ทุกวัน ยังต้องกลัวผมจะทิ้งไปไหนอีก 
 
'ไม่เชื่อ' ชานยอลพูดเสียงอู้อี้เพราะผมกดหน้ามันลงกับหัวไหล่ มันก็ดิ้นขลุกขลักๆ คงจะเป็นเพราะหายใจ
ไม่ออก 
 
'ไม่เชื่อได้ยังไง พูดมาจากใจเลยนะเนี่ย'
 
'ก็ก่อนหน้านี้ แก้มกูเด้งกว่านี้นี่ นี่หน้ากูเหี่ยวแล้ว มึงก็ไม่รักกูดิ' ชานยอลผลักผมออกสุดแรง แล้วก็ลั่นประโยค
ที่ทำให้ผมถึงกับฮาก๊าก ส่วนชานยอลก็ได้แต่หน้าบูดเป็นตูด ผมพยายามทำให้ตัวเองหยุดขำให้ไวที่สุดเพราะ
กลัวมันจะโกรธไปมากกว่านี้
 
'ขำอะไร กูจริงจังนะเว้ย ซีเรียสอ่ะ เข้าใจมั๊ย' นี่ถ้าผมไม่เห็นว่ามันไม่ได้แตะเหล้าเลย ผมคงจะคิดว่ามัน
เมาอีกแล้ว หน้ามันแดงมากเลย ดูยังไงก็น่ารักที่สุด
 
'อ่าๆ ไม่ขำแล้ว อย่างอนนะ ไม่ต้องเครียดเรื่องนั้นหรอกน่า เข้าบ้านเหอะ รีบเข้าไปเก็บกระเป๋ารอ พรุ่งนี้เจอกันนะ'
ผมพูดเสร็จก็จับมันหมุนตัวแล้วผลักให้เดินเข้าไปในบ้าน ไม่งั้นมันคงหาเรื่องเถียงกับผมต่อ
 
ผมก้าวขาเดินกลับบ้าน พร้อมคิดแผนบางอย่างในหัว 
 
สงสัยคงถึงเวลาที่จะได้ใช้เจ้าสิ่งนั้นแล้ว ...
 
.
.
.
 
Chanyeol Part
 
วันต่อมาผมก็ออกจากบ้านไปโรงเรียนแต่เช้า ผมมาพร้อมกับไอ้พี่คริสมัน พอผมไปถึงโรงเรียนปุ๊ป เหวี่ยงกระเป๋า
ลงบนเสื่อนอนเสร็จปุ๊ปก็รีบไปหาบุคคลที่ผมแอบนัดหมายไว้ตั้งแต่เมื่อวาน พร้อมกับแบงค์หลายสีในมือหลายใบ
ที่ผมอุตส่าห์ไปกราบกรานขอยืมจากพี่เยจินมาเพื่อการนี้โดยเฉพาะ
 
'ไง มึงได้มามั๊ย' เด็กวงโยที่เป็นสาวประเภทสอง อันมีนามในวงการว่า 'อึนเฮ' ยืนรอผมอยู่ที่ข้างตึกกิจกรรม
อย่างที่ผมได้นัดแนะเอาไว้เสียดิบดีตั้งแต่เมื่อวานนี้ ในมือของอึนเฮถือถุงกระดาษสีน้ำตาลอยู่ 1 ใบ เพราะผม
จำได้ว่า ไอ้เด็กนี่เคยเอาครีมมาเร่ขายในห้องดนตรีไทยอยู่ ก็ไม่รู้ว่ามันเอามาขายทำไม ทั้งๆที่โรงเรียนนี้เป็น
โรงเรียนชายล้วน แล้วผมก็ไม่เคยสนใจของแบบนี้ด้วย แต่ตอนนี้ผมสนใจมาก โคตรสนใจเลย
 
'ได้สิคุณพี่ มือชั้นนี้แล้ว ครบตามที่อยากได้เลยนะ' มันเปิดถุงสีน้ำตาลให้ผมดู ผมก็หยิบของในนั้นขึ้นมาดูทีละ
อย่าง มี เจลล้างหน้าลดสิว ครีมกันแดด Cleanser สบู่อาบน้ำ และครีมบำรุงผิว ที่ อึนเฮ บอกว่าใช้ดี ใช้แล้ว
หน้าเด้ง เนียนใส เป็นสีชมพู ผมมองสิ่งของด้วยความพอใจ หวังว่าคุณภาพจะคุ้มค่ากับที่ผมลงทุนไปนะ 
 
'โอเค อ่ะนี่เงิน พอดีนะ พันห้า' ผมยื่นแบงค์สีเทาให้มัน เห็นแล้วก็ใจหาย แต่เอาเถอะ เพื่อตัวผมเอง
และเพื่อไอ้พี่คริส ... ทำไมผมต้องแคร์มันขนาดนี้ด้วย
 
ผมเดินขึ้นไปบนห้องดนตรีไทย เพราะถึงเวลาที่ต้องซ้อมดนตรีพอดี วันนี้ผมใส่เสื้อหนาวแขนยาวมา เพราะอึนเฮ
บอกว่า ผมไม่ควรจะให้ผิวตัวเองโดนแดด จะทำให้ผิวคล้ำและเสีย และควรจะกินน้ำเยอะๆ จะทำให้ผิวชุ่มชื้น
ไม่อยากจะบอกว่าผมร้อนมากเลย แต่ผมก็พยายามอดทน ... ร้อนๆๆๆ
 
'ใส่เสื้อหนาวทำไม' อาจารย์ดนตรีไทยทักผมทันทีที่ผมเดินเข้าไปในห้อง ผมยิ้มๆแล้วก็บอกไปว่าหนาว
แต่ผมนี่เหงื่อแตกพลั่กไปทั่วทั้งหน้า แล้วหัวของผมก็เปียกชื้นเหงื่อไปหมดแล้ว 
 
ไม่มีใครถามอะไรผมต่อ ผมก็เดินไปนั่งประจำที่ของตัวเอง ดีนะว่าไอ้คริสไม่อยู่ในห้อง ไม่งั้นมันคงถามว่า
ผมไปเอาถุงสีน้ำตาลนี้มาจากไหน
 
'เอ้า มาเริ่มซ้อมเลยนะ' หลังจากนั้นพวกเราก็เริ่มซ้อมดนตรีกัน ซักพักพี่คริสก็เดินเข้ามาในห้อง แต่ผม
กับมันก็ไม่ได้คุยกัน เพราะต่างคนก็ต่างซ้อมกันไป จนเวลาล่วงเลยไปตอนเย็น ที่อาจารย์ปล่อยให้พวกเรา
ไปอาบน้ำกันนั่นแหล่ะ
 
'อ้าว ชานยอล ไปดิ ไปอาบน้ำ' ไอ้คริสหันมาเรียกผมที่ยังนั่งอยู่กับเครื่องดนตรีแบบนั้นไม่ยอมลุก 
ผมกะว่าให้ไอ้คริสมันเดินออกไปก่อน ผมค่อยเดินตามออกไป แต่ผมลืมไปเลยว่ายังไงมันก็ต้องรอผม
เดินไปดวยกันอยู่ดี แล้วไอ้ถุงสีน้ำตาลใส่เครื่องสำอางค์ของผมจะทำยังไงดีละเนี่ย
 
'อ่า พี่คริสเดินไปก่อนเลย เดี๋ยวผมตามไป' ผมพูดแล้วก็หันมานั่งทำท่าเจี๋ยมเจี้ยมสงบเสงี่ยมเรียบร้อย
แบบเดิมไม่ยอมลุก
 
'แล้วจะนั่งอยู่ทำไมอ่ะ ไปกันเหอะ เร็วๆ จะได้รีบไปกินข้าวด้วย ไม่หิวเหรอ มาเร็วๆ' ไอ้พี่คริสเดิน
เข้ามาดึงแขนผมให้ลุก ตอนแรกผมก็พยายามขัดขืนแต่สุดท้ายก็ต้องลุกตามมันไป จำใจต้องถือถุงใส่
เครื่องสำอางค์ของผมไปด้วย พยายามแอบไว้ข้างหลัง แต่ก็ไม่พ้นสายตาไอ้คริสอยู่ดี
 
'นั่นถุงอะไร' นั่นไง เอาแล้ว ตอบว่าอะไรดีล่ะ 
 
'อ่า เครื่องสำอาง ของพี่เยจินอ่ะ พี่เยจินฝากซื้อ' ผมใช้มุกเดิมตั้งแต่ตอนคราวซื้อรองเท้า หวังว่าคราวนี้
มันจะเชื่อนะ
 
'อ๋อ ฝาก อึนเฮ มันซื้อเหรอ เจ้าแม่เครื่องสำอางค์เลยนั่น' ไอ้พี่คริสพูดแล้วก็หัวเราะ ส่วนผมก็ทำเป็น
ขำๆตามไป แอบลอบถอนหายใจอย่างโล่งอก 
 
'แล้วนี่ใส่เสื้อแขนยาวทำไม ไม่ร้อนเหรอ' มันหันมาถามผมอีก เรื่องอะไรที่ผมไม่อยากให้ถามนี่ ถามผมจัง
 
'อ่าา อยากใส่อ่ะ แค่นั้นแหล่ะ ไปเหอะๆ' ผมดันให้ไอ้คริสรีบเดินต่อไป อย่าถามได้มากมั๊ยเล่า ไม่อยากหา
ขอแก้ตัวแล้ว !!!
 
 
หลังจากนั้นพวกผมก็เตรียมตัวอาบน้ำ และด้วยความที่ผมต้องเดินไปเข้าห้องน้ำกับไอ้คริส ทำให้ผมจำต้อง
ทิ้งน้องๆเครื่องสำอางค์ไว้ในถุงแบบนั้นก่อน ผมซื้อมาก็อยากรีบใช้นะ จะได้เห็นผลเร็วๆ TT
 
'เอ๊า ไง พี่ชานยอล ได้ใช้บ้างยัง' ระหว่างทางเดินไปอาบน้ำผมก็ป๊ะเข้ากับ อึนเฮ พอดี มันทักผมด้วย
ใบหน้ายิ้มแย้ม แต่ผมนี่แทบจะกระโดดเอามือปิดปากมันให้มิด จะพูดทำไม !!!
 
'ใช้อะไร' ไอ้พี่คริสหันมาถาม โอย ความแตกแน่ๆ ผมเลยต้องรีบแก้ไขสถานการณ์โดยเร็ว
 
'ไม่มีอะไรหรอก ไปเหอะ ไปๆๆๆ' ผมรีบดันตัวพี่คริสให้เดินต่อ เดินเถอะ เดินเร็วๆ อย่าอยู่ตรงนี้อีกเลย
 
 
'นี่ปิดบังอะไรพี่อยู่หรือเปล่า' ไอ้พี่คริสถามขึ้นระหว่างกินข้าวอยู่ที่โรงอาหาร ผมรีบวางช้อนหันไปส่าย
หน้ารัวๆ พยายามทำหน้าจริงใจว่าไม่มีอะไรจริงๆ ถึงแม้ผมจะรู้ว่า ยังไง๊ ยังไง ไอ้คริสก็คงไม่เชื่อผมอยู่ดี
 
'ถ้าไม่มีก็โอเค' ไอ้พี่คริสทำหน้าไม่ค่อยเชื่อเท่าไหร่ แต่ก็ไม่ถามอะไรต่อ ต่อเวลาให้ผมไปได้อีกนานโข
 
'ไป ไปซ้อมกันต่อ' ผมกับไอ้พี่คริสเดินจุงมือกันเดินขึ้นไปบนตึก ผมไม่ลืมที่จะใส่เสื้อกันหนาวไว้ด้วย
เพราะอึนเฮ กำชับมานักหนาว่า แสงจากหลอดนีออนในห้องก็ทำให้ดำได้ ผมเลยต้องใส่เสื้อแขนยาวไว้ตลอดเวลา
 
'ตกลงนี่หนาวจริงๆเหรอ ทำไมเหงื่อออกหัวแบบนั้นล่ะ' ระหว่างที่เดินจุงมือกันขึ้นไปบนตึกมันก็ทักผมขึ้น 
ผมพยายามเช็ดเหงื่อที่หน้าตัวเองออกอย่างลวกๆ พยายามกลบเกลื่อนความลับแบบโคตรจะไม่เนียน ยิ่งผมเครียด
เหงื่อก็ยิ่งแตก 
 
'ถอดออกเถอะ เหงื่อแตกขนาดนี้' ไอ้คริสพยายามถอดเสื้อผมออก แต่ผมไม่ยอม เอามือกอดอกไว้แล้วเดินหนี
ผมไม่ยอมถอดหรอก ผมไม่อยากดำ ถ้าดำแล้วไอ้พี่คริสก็ไม่ชอบน่ะสิ
 
 
 
Kris Part
 
วันนี้ไอ้ชานยอลดูแปลกๆ วันนี้อากาศค่อนข้างร้อนมาก แต่มันกลับใส่เสื้อหนาวตัวหนา กางเกงขายาว คลุมทั้งตัวเลย
เหงื่อที่หน้ามันก็แตกพลั่ก ดูก็รู้ว่ามันร้อนมาก ผมพยายามให้มันถอดเสื้อหนาวออก มันก็ไม่ยอมถอดออก แล้วก็
เดินหนีไปเฉย 
 
จนเวลาล่วงเลยไปประมาณสองทุ่ม อาจารย์ดนตรีไทยก็ปล่อยให้พวกเราไปนอน ผมก็เดินตามชานยอลออกไป
จนถึงห้อง ผมเองก็รีบล้มตัวลงนอนทันที ซ้อมดนตรีมาทั้งวันเลย ขนาดผมเล่นไม่ค่อยเยอะนะเนี่ย ยังปวดขนาดนี้
ถ้าเป็นไอ้ชานยอลนี่คงเหนื่อยน่าดู 
 
'พี่คริสรีบนอนนะ' ผมกับชานยอลนอนข้างกัน มันรีบล้มตัวนอนข้างๆผม รีบบอกให้ผมรีบนอน มันก็
ทำท่านอนหลับเหมือนกัน แต่ผมว่ามันแปลกๆ ชานยอลนอนยากกว่าผม แล้วทำไมวันนี้จะมาหลับก่อนผม
ผมว่าไม่ใช่แล้วแหล่ะ ...
 
'หลับแล้วเหรอ' ผมถามชานยอล เฝ้าสังเกตมันอยู่เป็นระยะๆ แต่ดูยังไงผมก็รู้ว่ามันแกล้งหลับน่ะ
 
เอาวะ งั้นแกล้งหลับด้วยก็ได้
 
 
 
ผมแกล้งหลับไปซักพัก ก็ได้ยินเสียงกุกกักๆข้างๆ ลองลืมตาตื่นขึ้นมาดู ก็เห็นว่าไอ้ชานยอลหายไป 
ผมมองไปที่ประตู เห็นหลังใครแว๊บๆ เดินออกไปพอดี ก็เลยลุกขึ้นเดินไปเปิดประตูออก หรือว่าชานยอล
จะไปเข้าห้องน้ำ แต่ผมไม่เชื่อว่ามันจะไปคนเดียว เพราะมันเคยบอกผมว่ามันกลัวผี
 
ผมแอบย่องเดินตามมันไปเรื่อยๆจนถึงห้องน้ำ พยายามแอบหลบอยู่หน้าห้องน้ำไม่ได้มันรู้ตัว ผมหลบ
อยู่ตรงประตูห้องน้ำ แอบส่องเป็นระยะๆ ก็เห็นชานยอลมันเริ่มจัดแจง จับกระจุกผมของตัวเองขึ้นไปมัด
เป็นจุกกลางหัว แล้วก็จัดแจงหยิบของออกมาจากถุงสีน้ำตาลที่มันถือเมื่อตอนกลางวัน ออกมาวางไว้
ตรงอ่างล้างหน้า ถึงผมจะเห็นไม่ชัดแต่ก็พอดูออกว่าเป็นพวก โฟมล้างหน้ากับครีมอะไรประมาณนั้น
แต่ดูมันเก้ๆกังๆนะ คล้ายคนใช้ไม่ค่อยจะเป็น 
 
'อันนี้มันใช้ยังไงวะ' เสียงไอ้ชานยอลบ่นกับของต่างๆที่วางตรงหน้า ขอบคุณที่ผมเป็นคนหูดีเลยทำให้
ได้ยินทุกอย่างชัดทุกคำ
 
ผมนั่งมองไอ้ชานยอลล้างหน้าตัวเองแล้วก็ได้แต่ขำ มันล้างหน้าเหมือนอาบน้ำเลย เปียกไปทั้งตัว หลังจากนั้น
ก็เป็นครีมอะไรซักอย่างในกระปุก ดูเหมือนว่ามันจะควักออกมาเยอะจนเกินไปนะ เลยทาไม่หมด แปลกนะ
ผมไม่เคยเห็นไอ้ชานยอลทาครีมอะไรเลย โฟมล้างหน้าแต่ก่อนมันก็ไม่มี แล้วไหงวันนี้มันดันมีใช้ได้หว่า
แล้วไหนมันบอกว่า พี่เยจินฝากซื้อไง
 
'ว้า เหลือเยอะเลย งั้นเอาทาตัวไปแล้วกัน' ชานยอลเริ่มละเลงครีมลงบนแขนตัวเอง จากนั้นก็ตบท้าย
ด้วยน้ำอะไรซักอย่างตบลงไปบนหน้า 
 
'โอม จงเต่ง จงตึง จงเด้งดึ๋งดั๋ง' ชานยอลพูดพลางตบแก้มตัวเองแรงๆ 
 
ตอนแรกผมกะว่าจะเดินเข้าไปถามให้รู้ดำรู้แดงไปเลย แต่คิดไปคิดมา ผมว่าอย่าดีกว่า ผมมีแผนที่ดีกว่านั้น
ผมรีบวิ่งกลับไปที่ห้องเมื่อเห็นว่ามันใกล้จะเดินออกมา แสร้งหลับเป็นตาย เหมือนกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น
จากนั้น ผมก็รู้สึกว่ามีอะไรบางอย่างทิ้งตัวลงมา ชานยอลกลับมาถึงที่ห้องแล้วนั่นเอง กลิ่นครีมบำรุงหอมฉุย
ลอยมาแตะจมูกผมเบาๆ
 
'ทำให้ขนาดนี้ต้องรักผมให้มากๆนะ' เสียงของชานยอลดังขึ้นข้างๆหู ผมเกือบจะหลุดยิ้มแล้วตอนที่ได้ยิน
อยากจะตะโกนออกไปจังเลยว่า แค่นี้ก็รักจนจะไม่ไหวอยู่แล้ว
 
'ฝันดีนะ รักนะ' เสียงชานยอลดังขึ้นอีกครั้งพร้อมกับแรงกดที่แก้มของผม อ่า นี่ชานยอลหอมแก้มผมเหรอ 
 
จากนั้นเสียงก็เงียบไปนาน ผมคิดว่ามันคงหลับไปแล้วจริงๆ แต่ผมเนี่ยสิ นอนไม่หลับ ใจมันเต้นแรงจนนะ
ทะลุออกมาจากอกแล้ว ไอ้คนที่นอนอยู่ข้างๆผมทำไมน่ารักแบบนี้
 
ได้เวลาแล้วที่ผมกับมันจะต้องทำสัญญารักกันซักที ...
 
 
Chanyeol Part
 
วันเวลาล่วงเลยเข้ามาวันจันทร์ แล้ว พวกผมที่มาซ้อมดนตรีกันก็ยังต้องมาเรียนตามปกติ ตอนเย็นค่อยกลับ
ไปซ้อมต่อ และในทุกคืนที่ผ่านมาผมก็ยังต้องแอบไอ้พี่คริสออกไปห้องน้ำตอนดึกๆ เพื่อไปประทินผิวด้วย
เครื่องสำอางที่อุตส่าห์ซื้อมาหลายบาท แต่ใช้ไปสองวันผมก็ยังไม่รู้สึกว่าหน้าตัวเองดีขึ้นเท่าไหร่ ผมรู้ว่ามัน
ต้องใช้เวลา แต่ว่าผมเป็นคนใจร้อนนี่ ถ้าไอ้คริสมันเปลี่ยนใจไปซะก่อนล่ะ
 
แล้วตั้งแต่ผมใช้เครื่องสำอางมามันก็ยังไม่เคยพูดชมผมเลย นี่มันไม่สังเกตเลยเหรอว่ามีอะไรบางอย่าง
ในตัวผมเปลี่ยนไปน่ะ มันต้องเห็นสิ ต้องเห็น !!!
 
วันนี้ที่โรงเรียนมีประกวดวงดนตรีกัน ในช่วงบ่ายเลยไม่มีเรียน กินข้าวเสร็จ พวกผมก็ชักชวนกันลงไป
ดูดนตรีกันที่ใต้โถงตึก และแน่นอน ผมยังใส่เสื้อกันหนาวอยู่ ก็อึนเฮ บอกว่า ต่อให้อยู่ในร่ม ก็ยังดำได้
เพราะแดดมันสะท้อนเข้ามา ผมทาครีมกันแดดไปแล้วรอบนึง แต่อึนเฮบอกว่าต้องทาซ้ำ ผมเลยใส่
เสื้อกันหนาวเพื่อตัดปัญหาไปเลย ไม่เป็นไร ผม! ทน! ได้!
 
อูย ร้อนสุดๆ
 
'ชานยอล เป็นเชี่ยไรมากมั๊ย ใส่เสื้อกันหนาวอยู่ได้ มึงคิดว่ามึงอยู่เกาหลีเหรอไง' เสียงไอ้เพคฮยอน
บ่นขึ้นเมื่อเห็นว่าผมใส่เสื้อกันหนาวไม่ยอมถอดเลย ทั้งๆที่อากาศร้อนตับจะแตก
 
'เรื่องของกูเหอะน่า อย่ายุ่งๆ นี่ ไอ้ดีโอ อย่าดึงหมวก' ผมหันไปแว๊ดไอ้ดีโอ ที่ชอบทำหน้ามึนดึงหมวก
ผมอยู่เรื่อย ไม่รู้มันเป็นอะไรของมัน 
 
ผมกับกลุ่มเพื่อนเดินเข้าไปในบริเวณการแข่งดนตรี มีคนมาดูเยอะมากจริงๆ เข้ามาในร่มแบบนี้ค่อยดีหน่อย
ไม่ร้อนมาก (เหมือนอยู่กลางแดด)
 
จากนั้นวงดนตรีก็สลับกันขึ้นมาแสดง กรรมการตัดสินให้คะแนนที่นั่งอยู่ด้านหลังก็เป็นคุณครูสอนดนตรี
และศิษย์เก่าที่จบไปแล้ว ทุกวงก็ต่างงัดความสามารถกันออกมาแสดงอย่างเต็มที่ เพราะการแสดงรอบนี้
เป็นรอบคัดเลือก วงที่ผ่านการคัดเลือกจะได้ขึ้นแสดงอีกครั้งในงานคริสมาสต์ที่จะขึ้นทุกๆช่วงเดือนธันวาคม
เพื่อหาวงชนะเลิศต่อไป
 
วงแรกๆจะเป็น วงของเด็ก ม.ต้น ก่อน จากนั้นถึงเป็น วงของเด็ก ม.ปลาย ช่วงที่เด็ก ม.ปลายขึ้นเล่นเนี่ย
แหล่ะสนุกที่สุด เพราะฝีมือระดับเทพๆทั้งนั้น เล่นมันส์สะใจ สะดุ้งตับไตของเด็กวัยรุ่นเลือดร้อนได้มากที่สุด
 
'จงอินแม่งเต้นเชี่ยว่ะ' ผมกับไอ้เซฮุนยืนหัวเราะท้องแข็ง เมื่อไอ้จงอินเริ่มวาดลวดลายรั่วๆ เชี่ยๆออกมา
ท่ามกลางสายตาของเด็กนับร้อย เต้นห่าอะไรไม่ได้นึกถึงจิตใจเพื่อนๆบ้างเลย ท่าเต้นมันอุบาทว์มากอ่ะ
 
'มัว แต่ยืนขำ มาช่วยกูเต้นเลย เร็วๆ' ไอ้จงอินตะโกนให้พวกผมเข้าไปร่วมวงเต้นด้วย ไม่ต้องพูดพร่ำทำเพลง
กันแล้ว ใส่กันเลยเถอะ หลังจากนั้นพวกผมก็แข่งกันเต้นท่าอุบาทว์ แต่ยังไง ไอ้จงอินก็ชนะเลิศอยู่ดี 
เรื่องแบบนี้ต้องยกให้มัน
 
พวกผมดิ้นกันลืมตายมาก เรียกว่าถ้าซื้อบัตรเข้างานมาห้าร้อยพวกผมเต้นกันไปคนละห้าล้าน วงดนตรีนี่พวกผม
แทบไม่ได้สนใจมองกันเลยจริงๆ ดิ้นอย่างเดียว ผมที่ใส่เสื้อกันหนาวมาด้วย ยิ่งเหงื่อออกมากกว่าคนอื่น หัวผม
นี่เปียกไปหมดเลย แต่ผมไม่สนใจและ เวลานี้ขอดิ้นก่อนนะ
 
วงดนตรีเล่นไปจนเกือบจะครบแล้ว จนมาถึงวงสุดท้าย ที่เรียกได้ว่าเป็นที่หนึ่งของโรงเรียนแล้ว เป็นวงดนตรี
ของรุ่นพี่ ม.6 ที่รวมตัวเทพๆเอาไว้จนครบ หน้าตาแต่ละคนในวงก็หล่อกินขาด แต่ก็ยังแพ้ไอ้พี่คริสของผมอยู่ดี
ว่าแต่ว่า วันนี้ไอ้พี่คริสหายไปไหนนะ ตั้งแต่เจอกันเมื่อเช้าก็ไม่ได้เจอกันอีกเลย
 
'อะแฮ่มๆ ฟังทางนี้กันก่อนนะครับ ก่อนที่พวกผมจะเล่นเพลงประกวดกัน ต้องขอบอกก่อนเลยว่า วันนี้พวกผม
ไม่ได้มาร้องเพลงประกวดกันอย่างเดียว'
 
เสียงนักร้องนำของวงดังขึ้น ทำให้พวกผมต้องหยุดโวยวายใส่กันแล้วหันไปมองที่เวทีเป็นตาเดียว
 
'แต่ว่ามีเพื่อนของพวกผมบางคนขอร้องให้ช่วยทำอะไรบางอย่างหน่อย ไม่ต้องพูดพร่ำทำเพลงอะไรให้มากเลยครับ
ไปฟังเพลงกันเลยดีกว่า' นักร้องนำพูดเสร็จก็ทำท่าจะเล่นเพลง แต่เหมือนนึกอะไรบางออกเลยกลับมาพูดอีกครั้ง
 
'อ้อๆ ลืมๆ เพลงนี้ มอบให้แด่ น้องชานยอล ม.5 ห้อง ... ห้องไรวะ' นักร้องนำเหมือนจะลืมประโยค
ท้ายไป แต่เดี๋ยวนะ นั่นมันชื่อผมนี่ 
 
'ห้องสามเว้ยๆ' พวกนักดนตรีข้างหลังตะโกนขึ้นมา นักร้องนำก็พยักหน้าหงึกๆ แล้วพูดต่อจนครบประโยค
สรุปคือ พี่เค้าพูดว่า เพลงนี้ขอมอบให้ น้องชานยอล ม.5 ห้อง 3 จากใจของคนที่อยู่ข้างหลัง
 
แล้วมันใครล่ะวะ
 
ผมสงสัยได้ไม่นาน ก็ได้ยินเสียงร้องวี๊ดวิ้วมาจากข้างหลัง แต่ไม่ทันที่ผมจะได้พูดอะไรออกไป ก็มีดอกกุหลาบ
สีแดงสดช่อหนึ่งถูกยื่นมาจากทางด้านหลัง 
 
'ไม่ต้องหันมานะ' เสียงไอ้พี่คริสดังขึ้นข้างๆหูผม ตายล่ะวา นี่มันจะทำอะไรของมันเนี่ย คนทั้งโรงเรียนเลยนะ
 
'ตั้งใจฟังเพลงนี้นะ' มันพูดได้ไม่นาน เสียงเพลงก็ดังขึ้น เป็นเพลงภาษาอังกฤษที่ทุกคนรู้จักกันเป็นอย่างดี
ผมก็รู้จักนะ แต่ไม่ค่อยเข้าใจความหมายเพลงซักเท่าไหร่
 
'ฟังไม่ออก' ผมพูดอ้อมแอ้ม รับช่อดอกกุหลาบมาถือไว้ด้วยความเขินอาย ก็ตอนนี้ทุกๆคนกำลังจ้องมาที่
ผมกับไอ้พี่คริสน่ะสิ
 
'ถ้าฟังไม่ออก เดี๋ยวพี่แปลให้ฟัง' ไอ้พี่คริสพูดเสร็จก็เอามือมาจับเอวผมไว้หลวมๆ ตายล่ะวา ใครก็ได้ 
ช่วยผมที
 
 
'เฮ๊ย ไม่เป็นไร ฟังออกแล้ว เอาแขนออกไปเหอะ' ผมรีบพูดว่าผมฟังเนื้อเพลงออก ที่จริงก็ฟังไม่ออกหรอก 
แต่ไม่อยากให้ไอ้พี่คริสมันกระซิบกระซาบเบาๆข้างหูแบบนี้ แค่ใส่เสื้อกันหนาวนี่ก็ร้องเกินพอแล้ว ไม่ต้องการลม
ร้อนๆข้างหูอีก ไม่เข้าใจหรือไง TwT
 
'แน่ใจเหรอ' ยิ่งห้ามเหมือนยิ่งยุ มือยาวๆของไอ้พี่คริสเริ่มโอบเข้ามาแน่นขึ้น ผมรู้สึกได้ว่า หน้าอกมันเริ่มแตะๆ
กับแผนหลังของผมแล้ว เอ๊า ไอ้นี่ ก็บอกว่าฟังออกไง ฟังออกแล้วเนี่ย พอรู้ว่ามีคนจะมาอาสาแปลให้ฟังข้างหู
ก็รีบฟังออกเลยเนี่ย
 
'นะ แน่ดิ โคตร แน่ใจ' คงเป็นเพราะหูผมมันกางมากไปสินะ มันเลยโดนเข้ากับริมฝีปากไอ้คริสแบบจังๆ 
ไอ้นี่ก็ตัวดี อย่าเอาอะไรมาวนอยู่รอบๆหูได้มั๊ยเล่า !
 
'งั้น ประโยค and when you smile the whole world stop and stare
for a while นี่แปลว่าอะไร ไหนลองบอกดิ๊' ไอ้พี่คริสถามเสียงเจ้าเล่ห์ ถ้ามึงรู้ตั้งแต่แรกว่ากูแปล
ไม่ได้แน่นอน มึงจะถามกูเพื่ออะไร 
 
'อะไรนะ ฟังไม่ทัน ไปและ' ผมทำท่าจะเดินหนี แต่ไอ้พี่คริสกลับเกาะเอาผมไว้แน่นกว่าเดิม ตอนนี้มันกลายเป็น
ท่ากอดจากข้างหลังแล้ว ลองคิดดูสิ Back hug กลาง โรง เรียน ...
 
'โอ๊ย มึงอย่ากอดแบบนี้สิ คนมองหมดแล้ว' ผมหันไปดุไอ้คริส ที่ตอนนี้แทบจะเอาหน้ามาเกยไหล่ผมอยู่แล้ว
จากนั้นก็มองไปรอบๆตัว ตอนนี้ไม่มีใครสนใจวงดนตรีแล้วแหล่ะ ก็ผมกับไอ้คริสนี่ใกล้ๆคำว่าหนังสดเข้าไปทุกที
 
'ก็ดีดิ ทุกคนจะได้รู้ว่า ชานยอลอ่ะ ของพี่' ไอ้พี่คริสพูดหน้าตาย ใครเค้าเป็นของมึงกันวะ 
 
'เครื่องสำอางที่ใช้นั่นดีจริงๆเหรอ' ผมหันหน้าไปจ้องหน้าไอ้คริสด้วยความตกใจ นี่มันรู้ได้ยังไงว่าผมใช้
เครื่องสำอางอยู่น่ะ
 
'ยอมรับแล้วใช่มั๊ยว่าไอ้ของในถุงนั้น ซื้อมาใช้เอง' ไอ้พี่คริสพูดแล้วก็ยิ้มอย่างคนที่เหนือกว่า ผมเซ็งนะ ทำไม
มันต้องรู้ทันผมไปซะทุกอย่าง 
 
ผมไม่พูดอะไรนอกจากสะบัดหน้าหนี แต่รู้แล้วก็ดี จะได้รู้ว่าผมน่ะ โคตรพยายามทำเพื่อมันเลยนะ พูดหน่อยสิ
พูดชมว่ากูน่ารักอ่ะ พูดดิ พูด พูดเร็วๆ !
 
'ถ้าชานยอลให้พี่จูบปากชานยอลได้ทุกวันพี่ก็จะทำ' ไอ้พี่คริสเริ่มพูดอะไรแปลกๆ ผมหันไปมองหน้ามัน
แล้วก็ทำหน้าหงุดหงิดใส่ พูดอะไรเพ้อเจ้อไปนะมึง
 
'พูดอะไร' ผมขยับปากให้มันรู้ เพราะเสียงลำโพงดังมาก ตะโกนแข่งไปยังไงก็ไม่ได้ยิน
 
'ก็แปลเพลงให้ฟังไง' ไอ้พี่คริสกระซิบข้างหูอีกครั้ง ผมเลยหันหน้ากลับไปแบบเดิม 
 
'ชานยอลไม่ชอบหน้าตัวเองเวลาหัวเราะ แต่พี่ว่าน่ารักดีน้า' จากนั้นมันก็เริ่มแปลเพลงต่อ ผมไม่รู้หรอกว่ามันแปล
ตรงกับเพลงมั๊ย แต่ที่ผมอยากรู้คือว่าในเพลงมันมีชื่อ ชานยอล ด้วยไง๊ ?
 
'ชานยอลน่ารักที่สุด แล้วพี่ก็บอกกับชานยอลแบบนี้ทุกวัน' 
 
'...' ผมพูดอะไรไม่ออก โลกของผมมันหยุดไปแล้วตั้งแต่ประโยคเมื่อกี้ 
 
 
 
'ชานยอลก็รู้ ว่าพี่ไม่เคยขอให้ชานยอลเปลี่ยนแปลงอะไร ถ้าชานยอลอยากจะถามหาความเพอร์เฟค งั้นก็อยู่แบบนี้ดีกว่า'
 
'แล้วไม่ต้องถามพี่อีกนะว่าชานยอลดูเป็นยังไง เพราะพี่ก็จะพูดแบบเดิม'
 
'ตอนที่พี่เจอชานยอล ไม่มีอะไรที่พี่อยากเปลี่ยนมันเลย'
 
'เพราะชานยอลก็น่ารัก ในแบบของชานยอลอยู่แล้ว'
 
'แล้วตอนที่ชานยอลยิ้ม โลกต้องหยุดหมุนเพื่อมองมาที่ชานยอล'
 
'เพราะชานยอลแม่งโคตรน่ารัก แบบที่ชานยอลเป็นอยู่แล้ว'
 
'ชานยอลของพี่คริสน่ารักที่สุดแล้ว'
 
 
 
โอย เดี๋ยว หยุดก่อน ผมไม่ไหวแล้ว ใครก็ได้บอกให้นักดนตรีช่วยรีบๆเล่นเพลงให้จบๆที ถ้ายังไม่จบตอนนี้
กูตายอ่ะ
อะไรของไอ้พี่คริสมันเนี่ย ทั้งกอด ทั้งกระซิบ แถมยังเอาคางมาเกยที่ไหล่อีก พอเถอะพอ นี่กูกราบเลย 
 
 
'ชานยอลของพี่ ...' ผมเอามือข้างที่ถือช่อดอกกุหลาบไปฟาดๆหน้าไอ้พี่คริสไว้ก่อนที่มันจะพูดจบประโยค
พอได้แล้ว อายจนหน้าเหลวแล้ว ไม่ไหวแล้วนะ
 
ขอบคุณสวรรค์ที่เพลงจบลงซักที ผมไม่ได้ฟังเลยว่านักดนตรีร้องเพราะมั๊ย เพราะจิตใจจดจ่ออยู่ที่ข้างๆหูเท่านั้น
สายตาคนทั้งโรงเรียนที่มองมายังไม่เท่าที่มันมองมาที่ผมแค่คนเดียวเลยในตอนนี้
 
ผมเหลือบไปมองไอ้พี่คริสแค่หางตาเท่านั้นไม่กล้ามองมันตรงๆ ไอ้พี่คริสไม่ได้พูดอะไรต่อนอกจากยืนกุมมือ
ผมข้างที่ว่างไว้แน่น ส่วนมืออีกข้างของผมก็กำช่อดอกกุหลาบไว้แน่นเหมือนกัน ไอ้เด็กที่ยืนรอบๆตัวผมกับไอ้พี่คริส
กลับไปสนใจนักดนตรีบนเวทีต่อ ส่วนผมกับพี่คริสได้แต่ยืนนิ่งๆท่ามกลางเด็ก ม.ปลาย กางเกงสีน้ำเงินสดที่กับโยกย้าย
ไปกับจังหวะเพลง ส่วนไอ้เพลงที่นักดนตรีเล่นนี่ก็ช่างเป็นใจเหลือเกิน มีแต่เพลงรักๆ อย่างกะอยู่ในงานแต่งแบบนั้นเลย
 

อืม เจ้าบ่าวยืนกุมมือเจ้าสาว ส่วนเจ้าสาวก็ยืนถือช่อดอกไม้อยู่แบบนั้นใช่มั๊ย แต่เดี๋ยวก่อน ผมไม่ใช่เจ้าสาวนะ !!!
 

แล้วทุกครั้งที่เพลงเริ่มเล่น พอถึงท่อนเพลงที่หวานๆ ไอ้พี่คริสก็จะเริ่มมองมาทางผม ปากก็ขยับไปตามเพลง ผมก็ได้
แต่ชี้โบ๊ชี้เบ๊ว่า เวทีน่ะ มันอยู่ข้างหน้า ไม่ได้อยู่ทางขวามือของมึงเลย 
 
'เวทีอยู่ข้างหน้ามึงโน่น' ผมเลื่อนใบหน้าเข้าไปกระซิบข้างๆหูมัน มันก็ได้แต่ยิ้มแล้วกระซิบกลับมา
 
'มองหน้าชานยอลมีความสุขกว่า' พูดข้างหูผมเสร็จมันก็คว้าไหล่ผมปั๊ป ทำท่าจะหอมแก้มผมทันที ดีว่าผมรู้ตัว
เอามือข้างที่ว่างยันหน้ามันไว้ได้ทัน 
 
'อย่านะโว๊ย' ผมแหกปากตะโกนเสียงดัง ถึงมันจะไม่ได้ยินก็เถอะ มันก็ยังจะดันตัวเองเข้ามาให้ได้ ผมก็พยายาม
ผลักหน้ามันไว้สุดแรงเกิด ดันกันไปดันกันมา เกิดเป็นภาพน่าเวทนาระหว่างผมกับมันสองคน ท่ามกลางเด็กนักเรียน
นับพันคนที่กำลังยืนดิ้นแด่วๆไปตามเสียงเพลง แหม่ โรแมนติกไม่มีใครเกิน
 
จนเมื่อเพลงจบลง ทุกอย่างก็จบตาม วงนี้เป็นวงสุดท้ายแล้ว หลังจากนี้จึงเป็นเพียงการปิดงานเท่านั้น ส่วนรายชื่อ
ผู้ผ่านการเข้ารอบต่อไปจะติดประกาศให้ทราบที่บอร์ดอีกครั้งหนึ่ง จากนั้นพวกเด็กนักเรียนก็ทยอยกันเดินออกจาก
บริเวณโถงใต้ตึกเพื่อกลับบ้าน เพราะตอนนั้นก็เย็นมากแล้ว 
 
'ปล่อยมือได้แล้ว' ผมหันไปมองไอ้พี่คริสที่ยังคงไม่ปล่อยมือผมเสียที ตอนแรกมันไม่ยอมปล่อย แต่ผมจ้องหน้ามัน
เขม็งอยู่นานมาก มันเลยยอมปล่อยมือแบบไม่เต็มใจนัก 
 
'โอ๊ย ร้อน' ผมบ่นกับตัวเองพลางยกมือขึ้นมาพัดหน้าตัวเองแรงๆ ตอนนี้หัวผมเปียกไปทั้งหัวเลย ตัวผมก็เปียก
ผมรู้สึกได้เลย 
 
'ร้อนก็ถอดเสื้อออกสิ ใส่อยู่นั่นแหล่ะ ไม่ต้องกลัวดำหรอก' ไอ้พี่คริสพยายามจะมาดึงเสื้อผมออก ผมมองหน้ามัน
แบบโคตรจะโมโห หึ ที่ใส่นี่ก็เพราะมึงทั้งนั้นแหล่ะ
 
'ก็เพราะมึงแหล่ะ กูถึงต้องใส่เสื้อไว้แบบนี้อ่ะ'
 
'อะไร พี่ผิดตรงไหน ตัวเองแหล่ะคิดเองเออเอง' 
 
'เออ กูคิดเองเออเอง กลัวมึงจะไม่รัก กลัวมึงไม่สนใจ กูคิดไปเองทั้งนั้นแหล่ะแม่ง' ผมทำท่าจะเดินหนี
พูดแล้วน้ำตามันพาลจะไหลออกมาให้ได้ ทำอะไรมันไม่เคยเข้าใจผมเลย
 
'เดี๋ยวก่อนสิ ก็จะบอกอยู่นี่ไง ไม่ได้สนใจเนื้อเพลงที่แปลให้ฟังเมื่อกี้เลยหรือไง' ไอ้คริสคว้าแขนผมไว้ก่อน
แล้วค่อยๆจัดการรูดซิปเสื้อหนาวผมลงอย่ารวดเร็ว เปิดให้เห็นเสื้อนักเรียนข้างในที่เปียกโชกไปด้วยเหงื่อ 
เปียกเหมือนมีคนเอาน้ำมาราด โอ้โห นี่ผมเหงื่ออกเยอะขนาดนี้เลยเหรอ
 
'เหงื่อออกขนาดนี้ เดี๋ยวก็เป็นลมไปหรอก ถอดออกเหอะ' จากนั้นผมก็ยอมให้ไอ้พี่คริสถอดเสื้อผมออกแต่โดยดี
ส่วนผมที่ได้ถอดเสื้อหนาวออกเสียที เหมือนได้ขึ้นมาจาก นรกที่ร้อนตับแตก ขึ้นสู่สวรรค์ที่เย็นสดชื่น
 
'เดี๋ยวไปซื้อน้ำมาให้ รอก่อนนะ' ไอ้พี่คริสพูดแล้วก็เดินไป ผมเดินไปนั่งตรงม้านั่งแถวนั้นก่อน พยายามสะบัด
เสื้อตัวเองไล่ความร้อน ถึงเสื้อมันจะไม่กระดิกตามเลยก็เถอะ
 
'ไง ไอ้ชานยอล พี่คริสไปไหนแล้วล่ะ กรั๊กๆ' กลุ่มเพื่อนผมเดินมาจากข้างหลังกันพร้อมหน้า อยากจะถามพวกมัน
จริงๆว่าหายหัวไปไหนมา ทิ้งผมให้ยืนเปลี้ยอยู่แบบนั้นกับไอ้พี่คริสมัน
 
'ไม่ต้องไปถามหาเขาเลย พวกมึงนี่ทิ้งกูเลยนะ ยืนดิ้นด้วยกันอยู่ดีๆ'  ผมรีบโวยวายใส่ไอ้พวกเพื่อนตัวดี ที่ยืนทำหน้า
ทะเล้น
ใส่ให้ผมเขินเล่น เกลียดพวกมึงที่สุดเลย
 
'ถ้ากูไม่ถอยออกไปกูก็ไม่ได้เห็นช็อตเด็ดดิ หน้ามึงหน้าเคลิ้มมากอ่ะ' ไอ้จงอินแซวหน้าบานมาก แล้วก็ยืนขำท้องขด
ท้องแข็งกันทั้งกลุ่ม
ทิ้งให้ผมนั่งหน้าแดงอยู่คนเดียว ทำไมพวกมันทำกับผมแบบนี้
 
'เห็นแล้วกูคิดว่า มึงกับพี่คริสต้องมีลูกกันในเร็ววัน' ไอ้ดีโอพูดแล้วก็ทำตาโต โอ้โห น่าเอาเล็บขูดตาขาวมันซักที
ใครจะมีลูก
กูเป็นผู้ชายนะเว้ย ไม่มีมดลูก ท้องไม่ได้
 
'แล้วนี่มึงไปอาบน้ำมาหรือไง ทำไมเสื้อมันเปียกแบบนั้น'  ไอ้เพคฮยอนเอานิ้วมาจิ้มๆไหล่ผมแล้วก็ทำหน้ายี้ๆใส่
ถ้ารังเกียจขนาดนั้น
แล้วจะเอานิ้วมาจิ้มทำไม
 
'เปียกขนาดนั้นถอดออกเถอะว่ะ นี่มึง กูหยิบเสื้อมาจากห้องวงโยพอดี เอาไปใส่ก่อน' ไอ้เซฮุนเสนอวิธีที่ดีขึ้นมา
พร้อมกับโยนเสื้อสีขาว
ของเด็กวงโยมาให้ เปลี่ยนเสื้อซักหน่อยก็ดี คงจะสบายตัวขึ้น
 
'เฮ๊ย ทำไร' ไอ้พี่คริสที่เพิ่งเดินกลับมาจากซื้อน้ำ มาเห็นผมตอนกำลังจะถอดเสื้อนักเรียนออกพอดี ไม่พูดพร่ำทำเพลง
อะไรมันก็เดิน
มาขวางตัวผมกับเพื่อนเอาไว้
 
'ถอดเสื้อทำไม'  ไอ้พี่คริสจ้องหน้าผมตาเขม็ง
 
'จะเปลี่ยนเสื้อ เสื้อมันเปียกไปหมดแล้ว มึงก็เห็นนี่'  ผมถอดเสื้อออกแล้วโยนไปกองไว้บนม้านั่ง ถึงแม้ว่าตอนนั้นจะเย็น
แล้วก็ตาม
ก็ยังมีเด็ก เดินไปเดินมาแถวนั้นอยู่ เด็กบางคนก็เล่นบาสอยู่ ที่จริงเด็กผู้ชายถอดเสื้อในโรงเรียนไม่ใช่เรื่อง
แปลกเลย
 
'ไปเปลี่ยนในห้องน้ำดิ มาเปลี่ยนตรงนี้ทำไม คนมองหมดแล้ว' ไอ้พี่คริสพยายามกางแขนบังตัวผมไว้ไม่ให้คนอื่นมอง
ตอนแรกก็
ไม่มีใครมองหรอก ซักพักคนก้เริ่มสนใจ เพราะไอ้พี่คริสนี่แหล่ะ เสียงดังลั่นเลย
 
'อะไรเล่า เปลี่ยนแค่นี้เอง แต่ก่อนถอดจะบ่อย ก็ถอดข้างนอกแบบนี้ตลอด' 
 
'เฮ๊ยๆ ของกู อย่ามอง' ไอ้พี่คริสกางแขนบังผมไว้แล้วก็หันไปด่า เด็กคนอื่นที่เดินผ่านไปมา รวมถึงเพื่อนผมที่ยืนหน้า
งง อยู่ด้วย 
คือมากกว่านี้พวกมันก็เห็นมาแล้วนะ หันของกันและกันมาทั้งกลุ่มแล้ว
 
'ยืนเฉยทำไมเล่า รีบๆใส่เสื้อสิ'  มันหันมาว่าให้ผมใส่เสื้อเร็วๆ ผมก็รีบๆใส่เสื้อเข้าไปตามที่มันว่า อะไรจะหวงขนาดนั้น
แต่พอเห็นมันหวงผมแบบนี้แล้วก็รู้สึกดีอยู่นะ
 
'เออ ใส่แล้วๆ' ผมใส่เสื้อเสร็จ ก็ยืนอยู่เฉยๆแบบนั้น ผมกับมันต่างคนต่างเขินไม่พูดอะไร ส่วนพวกเพื่อนผมหนีหายไป
นานแล้ว
สงสัยจะรู้หน้าที่ ว่าไม่ควรอยู่
 
'อ่ะ น้ำ กินซะ' ไอ้พี่คริสลากผมไปที่ม้านั่งแล้วก็ ดึงให้ผมนั่งลงข้างๆ เปิดฝาขวดน้ำออกแล้วก็ยื่นให้ผม ผมรับมาดื่มแต่
โดยดี
กินน้ำเย็นๆแบบนี้แล้วรู้สึกดีขึ้นอีกเยอะ 
 
'ร้อนมากมั๊ย วันหลังไม่เอาแล้วนะ อย่าทำแบบนี้' ไอ้พี่คริสพูด พลางลูบผมเปียกๆของผมไปมาอย่างเป็นห่วง
 
'อืม ไม่เอาแล้ว ร้อนมากเลย' ผมวางขวดน้ำไว้ข้างๆตัว นั่งไหล่ห่อๆเพราะเริ่มรู้สึกผิด ที่จริงผมก็ไม่ได้ผิดเลยนะ แต่พอ
ไอ้พี่คริสพูด 
ผมดูผิดไปเลย
 
'เครื่องสำอางพวกนั้นซื้อมาเท่าไหร่' ผมไม่อยากตอบคำถามนี้เลยจริงๆ จะอยากรู้ไปทำไมเล่า
 
'ก็แพงอยู่' 
 
'พันห้าใช่มั๊ย' ไอ้พี่คริสพูด เฮ๊ย มันรู้ได้ไง 
 
'อืม' ผมพยักหน้า ข้างในรู้สึกคล้ายอยากจะร้องไห้ เฮ้อ ผมไม่น่าซื้อมาเลย แต่ผมกลัวไอ้คริสไม่รักนี่ ผมไม่ผิดนะ
 
'ก่อนพี่จะพูดอะไรต่อ ขอถามอะไรอย่างสิ ทำไมถึงซื้อเครื่องสำอางมาใช้เหรอ'
 
'กลัวมึงไม่รัก' ผมพูดเสียงเบา ไม่หันไปมองหน้ามันด้วย ถ้าผมมองมันคงได้มีเสียน้ำตา
 
'คิดว่าพี่รักชานยอลเพราะแค่แก้มแดงๆเหรอ' ไอ้พี่คริสไม่พุดเปล่า เอาสองมือมาบิดแก้มผมเล่นด้วย โอ๊ย เจ็บ!
 
'ก็เออดิ แม่ง ก็มึงเคยบอกกูแบบนั้น' ผมแกะมือมันทิ้งพร้อมกระแทกเสียงใส่ น้ำตาเม็ดใหญ่ร่วงเผาะออกมาจากตา
พอดิบพอดี 
ผมร้องไห้อีกแล้ว ร้องไห้ต่อหน้าไอ้พี่คริสอีกแล้ว
 
'พูดเพราะๆสิ ไม่เอาไม่ร้องนะไม่ร้อง' ไอ้พี่คริสถึงผมเข้าไปกอด แค่นั้นแหล่ะ ผมถึงกับเขื่อนแตกกลั้นน้ำตาไม่อยู่อีก
ต่อไป
 
'กูผิดเหรอ กูอยากให้มึงรักกูอ่ะ กูผิดเหรอ' ผมฟูมฟายเสียงดังอย่างไม่อายคนแถวนั้น ไม่สนใจแล้วโว๊ย อัดอั้นมานาน
 
ไอ้พี่คริสไม่พูดอะไรนอกจากให้ผมซบไหล่ แล้วกอดผมไว้แบบนั้น จนผมหยุดร้องมันก็เริ่มเช็ดน้ำตาที่เปื้อนแก้มผมออก
เบาๆ 
ด้วยนิ้วโป้งของมันเอง 
 
'ยังจำครั้งแรกที่เจอกันได้มั๊ย ที่ชานยอลบอกว่าโคตรเกลียดพี่เลย'  ผมพยักหน้า ผมจำได้ดีทุกอย่างแหล่ะ ทั้งที่ผมด่า
มัน จิกตาใส่มัน
รวมถึงที่ผมอัดกล่องดวงใจมันไปด้วย
 
'แล้วก็วันที่ชานยอลกลับมารับพี่ที่โรงเรียน พร้อมกับรองเท้าแตะ' ผมพยักหน้าอีก วันนั้นผมกลัวว่ามันจะไม่มีรองเท้าใส่
กลับบ้าน 
เลยซื้อรองเท้ามาให้มัน ทั้งๆที่ผมใส่รองเท้าของมันอยู่
 
'วันที่ชานยอลป่วย วันที่ชานยอลเอาเค้กมาให้พี่ แล้วก็วันที่ชานยาลเมา' ผมนึกภาพตามสักแป๊ปแล้วก็พยักหน้า นี่ผม
ลืมไปแล้วนะเนี่ย 
ว่าผมเคยทำเค้กมาให้มัน ผมถึงขั้นเปิดดูวิธีทำในเน็ตแล้วก็ทำตามเลย กว่าจะเสร็จ เล่นเอาเกือบตาย
 
แต่ที่แปลกมากคือ ไอ้พี่คริสจำได้ทุกเหตุการณ์เลย
 
'อืม จำได้ดิ ทำไมอ่ะ' ผมกับมันจ้องตากันนิ่ง ปากไอ้พี่คริสปรากฏรอยยิ้มบางๆที่เห็นแล้วอุ่นไปถึงขั้วหัวใจ
 
'ที่อยากจะบอกคือ พี่ไม่ได้รักชานยอลแค่เพราะแก้มหรอก ไม่ได้รักแค่เพราะชานยอลตัวขาว' มันพูดพลางลูบแก้มผม
ไล้ลงมา
ถึงไหล่ แล้วหยุดลงที่กลางหน้าอกผม
 
'เพราะพี่รู้ว่า ภายในชานยอลน่ะ น่ารักกว่าข้างนอกเยอะ เพราะฉะนั้นไม่ต้องห่วงว่าพี่จะทิ้งชานยอลเลย เข้าใจแล้วนะ'
 
'อืม' ผมพยักหน้า ทำไมผมถึงแพ้ไอ้คริสทุกครั้งเลยก็ไม่รู้
 
'ถ้าชานยอลเกลียดพี่จริงๆ หรือว่าชานยอลเป็นคนไม่ดี เจ้าคิดเจ้าแค้น ชานยอลคงไม่ยอมพี่ง่ายๆแบบนี้' ฟังประโยคนี้
แล้วผมปรี๊ดชอบกลว่ะ ผมง่ายเหรอ
 
'อ๋อ จะหาว่ากูง่ายงั้นดิ ไอ้บ้า ไอ้เห้' ผมกำหมัดทุบไหล่มันดัง อักๆๆ หาว่ากูง่ายเหรอ นี่แน่ะๆ
 
'โอ๊ยๆๆ เดี๋ยวๆ ไม่ได้หมายความแบบนั้น คือแบบ ชานยอลเป็นคนดีไง คนดีงี้ เฮ๊ย หยุด' ไอ้คริสพยายามยกมือห้ามให้ผมหยุด
แต่ผมไม่หยุดหรอก ด่ากูง่ายเหรอ ไอ้บ้า กูไม่น่ารักมึงเลย
 
'ถ้าไม่หยุดจะจูบโชว์ตรงนี้เลยนะ' มุกนี้ใช้ได้ผลกับผมเสมอ เอะอะจูบๆนะมึงน่ะ คิดว่าตัวเองเป็นพระเอกหนังไทยหรือไง
 
'เออ' ผมยอมสงบศึก แล้วเปลี่ยนมานั่งในท่ากอดอกงอนตุ๊บป่องแทน 
 
'อ่ะ นี่' อยู่ดีๆมันก็ยื่นอะไรมาให้ผมอย่างหนึ่ง ลักษณะเป็นจี้เงินรูปอะไรซักอย่าง พร้อมกับสายสร้อยสีเงินเส้นกลางๆ
ผมยื่นมือจะไปคว้ามาจากมือมัน แต่มันก็เบี่ยงมือหลบไปก่อน
 
'ก่อนจะเอาไป ฟังก่อนนะ รู้มั๊ยว่าจี้นี่เป็นรูปอะไร' ไอ้พี่คริสถามผม ผมพยายามนั่งเพ่งดีๆก็พอมองออกว่าเป็น
สัญลักษณ์ของดนตรีสากลอย่างหนึ่ง แต่มันกลับหัวกลับหางอยู่นะ 
 
'กุญแจซอล'ผมตอบไป ถึงผมจะเรียนดนตรีไทยแต่พวกโน๊ตดนตรีสากลผมก็รู้จักนะ
 
'เก่งนี่' ไอ้พี่คริสพูดเสร็จก็ส่งสร้อยให้ผม ผมรับสร้อยมาแล้วก้มหน้าลงนั่งดูสร้อยอย่างละเอียด 
 
'ให้กูอ่อ' ผมยิ้มรับ จี้รูปกุญแจซอลกลับหัวเป็นสีเงินวาวสวยมากๆ แต่มันกลับหัวอยู่อ่ะ นี่มันทำมาผิดหรือเปล่า
 
'แล้วทำไมมันกลับหัวล่ะ มึงทำมาผิดเหรอ' 
 
'มันมีเหตุผลน่า ว่าแต่ พูดเพราะๆก่อนดิ พูดมึงกูอีกแล้ว' ผมยิ้มแหะๆเมื่อเพิ่งรู้ตัวว่ายังพูดกูมึงอยู่ ก็แหม มันติดนี่
 
'อันนั้นของชานยอล ส่วนอันนี้ของพี่' ไอ้พี่คริสหยิบสร้อยอีกเส้นออกมาจากกระเป๋า เป็นสร้อยแบบเดียวกับผมเลย
เว้นแต่ตรงจี้ เป็นรูปที่ผมไม่รู้จัก แต่ผมว่ามันคงเป็นโน๊ตดนตรีสากลนะ 
 
'อันนั้นรูปอะไร' ผมถามแล้วชี้นิ้วไปที่จี้เงินของสร้อยมัน
 
'อันนี้กุญแจฟา' มันพูดแล้วก็ยิ้ม ผมไม่ค่อยเข้าใจนักหรอก แต่ก็พยักหน้าไปงั้นๆ
 
'ลักษณะมันก็บันทึกไว้บนบรรทัด 5 เส้นเหมือนกันนั่นแหล่ะ แต่ประเด็นไม่ได้อยู่ตรงนั้นหรอก' 
ไอ้พี่คริสเงียบไปพักหนึ่งก่อนจะเริ่มพูดต่อ ดูมันต้องรวบรวมความกล้าในการพูดต่อมากๆเลย
 
'อยากรู้มั๊ยว่าทำไม กุญแจซอลของชานยอลถึงกลับหัว' ผมพยักหน้า ก็ต้องอยากรู้อยู่แล้วแหล่ะ
พูดมาซะขนาดนี้แล้วนี่นา
 
'ถ้าอยากรู้ต้องตอบคำถามอย่างหนึ่งก่อนนะ' ผมรู้สึกว่าวันนี้ไอ้พี่คริสดูมีเงื่อนงำอะไรเยอะมากจริงๆ
แต่ผมก็พยักหน้าไป ไม่มีอะไรจะเสียอยู่แล้ว
 
'ชานยอลรักพี่ใช่มั๊ย' ผมกับมันประสานตากันนิ่ง พอรู้สึกตัวอีกที หน้าผมกับมันก็เลื่อนมาอยู่ใกล้กันมากแล้ว
 
'รัก' เสียงเบาๆที่ออกมาจากปากผม ดังสะท้อนในใจของผมและมันอย่างชัดเจน  
 
'งั้นคบกับพี่นะ' คำพูดที่ไอ้พี่คริสเพิ่งเปล่งออกมาจากปากทำให้ทุกอย่างที่กำลังเคลื่อนไหวอยู่รอบๆตัวผม
มีอันหยุดชะงักไป ผมไม่รับรู้อะไรภายนอกอีกแล้ว ... คบกันงั้นเหรอ 
 
'คบกับพี่คริสเหรอ' ผมทวนคำพูดอีกครั้ง คบกันเป็นแฟนแบบนั้นใช่มั๊ย นี่มันขอผมเป็นแฟนแล้วใช่มั๊ย
 
'ใช่ เป็นแฟนกันนะ' เฮ้ย ผมหูฝาดไปหรือเปล่า ผมขออีกทีได้มั๊ย ผมกับไอ้พี่คริสจะเป็นแฟนกันแล้วใช่มั๊ย
ผมควรตอบยังไงดี ตอบว่า ตกลง หรือแค่พยักหน้าเฉยๆดี ทำไงดี ทำไงดี !
 
'คะ ครับ ...' ตอบไปแล้ว ผมตอบตกลงไปแล้ว โอ๊ย หูกับแก้มผมร้อนไปหมดแล้ว แง๊ ร้อน TwT
 
'รักนะ คนดี' ผมก้มหน้างุดลงเพราะความอาย เรียกผมอย่างกับพระเอกลิเกแบบนั้นได้ยังไง 
ฟังแล้วมัน จั๊กกะจี๊พิลึก
 
'ใส่สร้อยให้นะ' ไอ้คริสหยิบสร้อยจากมือผมไป แล้วจัดการใส่สร้อยรูปกุญแจซอลให้ จากนั้นมันก็ยื่น
สร้อยกุญแจฟาของมันให้ผมบ้าง
 
'ใส่ให้หน่อย' ผมยิ้มรับ หยิบสร้อยมาจากมือมันด้วยความยินดี 
 
'แล้วบอกได้ยังว่าทำไม สร้อยกุญแจซอลผมถึงกลับหัว' ผมถามมันหลังจากใส่สร้อยให้มันเสร็จ มันยิ้มกว้าง
แล้วใช้มือข้างหนึ่งจับสร้อยตัวเองขึ้นมา อีกข้างก็จับสร้อยของผมเอาไว้ แล้วค่อยๆเอาตรงส่วนปลายหางของ
กุญแจฟามาเกี่ยวไว้กับส่วนปลายของกุญแจซอลเอาไว้ ตอนแรกผมก็มองไม่ค่อยออก แต่พอดูไปดูมาแล้วผม
ว่ามันคล้ายรูปหัวใจ มันคือการเอา กุญแจสองอันมาประกบกันเป็นรูปหัวใจ
 
ผมเงยหน้าขึ้นมามองมัน ใบหน้าผมกับมันอยู่ห่างกันไม่ถึงคืบแล้วจริงๆ หลังจากนั้นไม่นาน ริมฝีปากของผมกับ
มันก็ชนกัน เป็นการจูจุ๊บที่สั้นมากถ้ามองจากภายนอก แต่เพียงแค่จูบนิดเดียวก็ทำให้ผมสั่นไปทั้งตัวและหัวใจได้ไม่ยาก
 
'ได้เวลาไปซ้อมดนตรีแล้ว ไปกันเถอะ' ไอ้พี่คริสลุกขึ้นจากเก้าอี้ ผมหันไปหยิบเสื้อของตัวเองขึ้นมาแล้วก็
เดินตามมันไป ว่าแต่มันเดินนำหน้าผมแบบนั้นได้ยังไง ต้องเดินด้วยกันสิ
 
'อย่าเดินนำหน้าดิ' ผมเดินให้ทันมันแล้วคว้ามือมันไว้ มันหันมามองหน้าผมอึ้งๆ แต่ก็ไม่ได้ว่าอะไรต่อ
 
'จับมือแน่นๆดิ' ผมสั่งมัน จะว่าผมเอาแต่ใจก็ได้ ก็ผมอยากทำนี่
 
'โห พอเป็นแฟนนี่ก็เริ่มสั่งพี่เลยเหรอ' มันหันมาพูดกับผมขำๆ แต่ผมไม่ตลกด้วยหรอกนะ เชอะ
 
'ทำไมจะสั่งไม่ได้ ก็มึงไม่ใช่พี่กู' ไอ้พี่คริสหันมาจ้องหน้าผมแบบโคตรจะงง ผมยิ้มยิงฟันให้มันอีกทีก่อนจะตอบอีกครั้ง
 
'เพราะมึงเป็นแฟนกูแล้ว' ผมกับไอ้คริสจับมือกันแน่นแล้วก็พากันเดินขึ้นตึก แต่ก่อนขึ้นตึกก็ไม่ลืมจะแวะซื้อ
ของกินก่อนซักหน่อย และแน่นอนว่าไอ้พี่คริสต้องเป็นคนจ่าย
 
'เดี๋ยวไปห้องน้ำก่อนนะ' ผมสั่งไอ้พี่คริสอีกครั้ง มันก็ยอมทำตาม เดินพาผมไปห้องน้ำ แต่ผมไม่ได้ปวดชิ้งฉ่องหรอก
 
ขอจูบเสริมแรงก่อนซ้อมดนตรีแล้วกัน
 
ผมไม่ใช่คนแรงหรอกสาบาน แต่ทำอะไรกุ๊กกิ๊กๆกับแฟนก็เป็นเรื่องปกติธรรมดานี่นา
 
จริงมะ ?
 
 
TBC.




ภาพนี้มีชื่อว่า treble clef heart ค่ะ แอบไปเห็นมาตอนหาข้อมูล เลยหยิบเอามาแต่งฟิคด้วยเลย ><
ทางซ้ายมือของเราคือ กุญแจซอล (กลับหัวอยู่) ค่ะ ทางขวามือคือกุญแจฟา ทั้งสองนี้เป็นกุญแจประจำหลัก
ที่เอาไว้กำหนดระดับเสียงบนบันทัด 5 เส้นน่ะค่ะ 

ตอนหน้าจบแล้ว โฮว TT 
 
 
 
 
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4 ครั้ง

374 ความคิดเห็น

  1. #373 Prae'w (@fanchan_ky) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 26 มีนาคม 2560 / 21:51
    ฮ่อยยยยยยย ทำไมน่ารัก
    #373
    0
  2. #359 Printhida Klinkaewnarong (@rainbowky) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 14 สิงหาคม 2559 / 18:07
    น้องยอลลลล ทำไมเป็นคนแบบนี้ ฮือออออออ ชวนพี่เค้าเข้าห้องน้ำด้วย บ้าไปแล้ว ตีตายเลย เป็นแฟนกันแล้วน๊าาาา
    #359
    0
  3. #337 sbater (@songbow) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 9 ธันวาคม 2556 / 21:22
    โอ้ยยยยยคบกันแล้วฮ่าๆ
    ยอลไม่ค่อยเลยนะ
    #337
    0
  4. #314 HwangBoruem (@boruemmygang) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 23 มิถุนายน 2556 / 22:38
    โหหหหห
    น้องยอลทำเพื่อนให้พี่คริสขนาดนี้
    พี่คริสจะไม่รักน้องยอลได้ไง
    พี่คริสไม่ได้รักน้องยอลที่เเก้มนิ่มๆหรือสีผิวขาวๆ
    เเต่พี่รู้ว่าน้องยอลภายในน่ารักมากก><
    ชอบอ่ะ ฟิน!!!
    ชอบตอนให้สร้อยมากอ่ะ
    เอาสร้อยรูปกุญเเจซอลกลับหัวมาต่อกับสร้อยรูปกุญเเจฟา
    มันเหมือนรูปหัวจายยย
    พี่คริสรักน้องยอล
    น้องยอลก็รักพี่คริส><
    #314
    0
  5. #300 sbater (@songbow) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2556 / 12:46
    อร๊ายยยเขินแทนยอลอ่ะ><
    #300
    0
  6. #287 nan'sp nan (@nansp2) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2556 / 13:49

    พี่คริสไหมน่ารักแบบนี้อ่ะ อ๊ากกเขิน

    #287
    0
  7. #275 Onlytop (@babymaryzii-top) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2556 / 23:19
    พี่คริสแม่ง...โคตรโรแมนติกอะ
    ไรท์ทำให้เราคลั่งงงงงง อยากได้ผู้ชายแบบนี้มาเป็นคู่ชีวิต!!!!
    #275
    0
  8. #250 Parery_SuJuEXO (@paie) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 29 มีนาคม 2556 / 02:31
    ชอบมากเลยกุญแจซอลกุญแจฟา มันดูลึกซึ้งดี
    อิจฉาสองคนนี้จริงๆ ><
    #250
    0
  9. #204 zeebel (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 5 มีนาคม 2556 / 01:52
    ที่พี่คริสบอก ถึงเวลาต้องใช้สิ่งนั้น นี่ใช้อะไร!?

    พูดได้คลุมเครือมาก เราก็คิดไปไกล

    แล้วยังจะสัญญารักอีก โหยยยยยยย อะไรคะพี่คริส

    น้องชานยอลก็แบบมุ้งมิ้งมาก

    ถ้าเราเป็นคริสจะไม่ทนนะ จะฟัดตรงนั้นแหละ โฮกฮากกกก
    #204
    0
  10. #187 thetist--? (@eveyoyo) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2556 / 19:44
    อั้ยย คริสยอลน่ารักเกินไปแล้ว T//////T
    #187
    0
  11. #150 happy-n1O ' (@ranna_taji) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2556 / 00:10
    น่ารักกกกเกิ้นนนนนนน ไม่อยากให้จบเบยยย *เริ่มคร่ำครวณ ขอสเปเชี่ยลน่ะ ขอตอนเสริมน่ะ ต่ออีกได้ไหม555555

    *ไรทบอกเรื่องอื่นก็มีอิเจ้ รออ่านสิย่ะ ;-;
    #150
    0
  12. #149 dongdanglee (@leedongdang) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2556 / 18:25
    น่ารักไปไหนเนี่น ปหนๆ มีจูบเพิ่มแรงด้วยว่ะ
    #149
    0
  13. #147 YelliE (@yellie0627) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2556 / 02:42
    ในที่สุดพี่คริสก็ขอน้องยอลเป็นแฟนแล้ว *จุดพลุฉลอง*
    มีจุ๊บกันเบาๆ ด้วยยยย คิคิ
    ประโยค รักนะ คนดี มันลิเกมากจริงๆ ค่ะพี่คริสสสส 55555
    พอได้เป็นแฟนกัน สั่งใหญ่เลยนะเมียหัวหน้าวงโย 555555555

    โง่ยยยยย ชอบกุญแจซอล กุญแจฟา อ่าไรท์เตอร์
    ลึกซึ้งมากกกกกกกก
    #147
    0
  14. #146 O L Y V É (@neple) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2556 / 01:02
    กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด

    ชานยอลน่ารักมวากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก

    กลัวพี่คริสไม่รัก พยายามทำทุกอย่าง 

    พี่คริสก็ละมุนมวากกกกกก โรแมนติกมากกกกกกกกก

    ชอบอ่ะ อ่านไปกรี๊ดไป เขินไป คู่นี้น่ารักอ่ะ

    งื้ออออออ~ 



    >/////////< 
    #146
    0
  15. #144 luvnats (@luvnats) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2556 / 21:57
    โอ้ยยยยยยย
    อพค เมิงทำแต่ละสิ่ง แต่ละอย่าง สิ่งละอันพันละน้อยมากกกกก #ทรุด

    อยากร้อง อยากโห่ไปถึงตึกเอสเอ็ม
    คริส กะ ชานยอล เค้าเป็นแฟนกันแล้วเฟ้ยยยยย

    ไม่อยากให้เรื่องนี้จบเลย
    เคว้งๆไงไม่รู้ค่ะ เพราะเข้าท่องเนตทีไร ก็จะวิ่งมาดูทุกทีว่าอัพหรือยังน้าาา

    รอจองหนังสือนะคะ

    รอตอนจบแบบอิ่มเอม
    #144
    0
  16. #143 jansica (@quipblur) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2556 / 21:09
    just the way you are... :)
    อร้ายยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย เป็น แฟน กัน แล้ว เว่ยยยยยยยยย!!!!!!!!!! เฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮ
    อิพี่คริสโคดเลี่ยนอ่ะ นี่ทำไมเป็นผู้ชายที่เลี่ยนได้ขนาดนี้ แต่ก็น่ารักเน้ะ พอิ๊ แง้วๆๆๆ ตอนขอเป็นแฟนนี่โคดดดดดดดดจะเขินเลยบอกตรงๆ มันน่ารักมาก ฮื้ออออออ แล้วชานยอลนี่ก็ร้ายใช่เล่นนะ ไม่แรงแต่แซ่บค่ะ จะบอกงี้ใช่แม้ะ555555 มีการขอจูบเสริมพลังก่อนไปซ้อม แหมมม อ้าง!!! คิคิ จริงๆมันไม่จุใจจากตอนขอเป็นแฟนใช้ม้าาา อร๊างงงงงง พบ้า><
    ตอนหน้าจบแล้วอ่าาา ฮือออออ ไม่อยากให้จบเลย รู้สึกผูกพันธ์ยังไงบอกไม่ถูก แหะๆ ถ้ามีภาคต่อเป็นตอนชีวิตมหาลัยก็ดีสิคะ!!! อึ๊ยยยยยยยยยยย><

    สร้อยคู่น่ารักมากเลยอ่ะ เราชอบๆๆๆ
    #143
    0
  17. #142 Rabbit_Yizing (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2556 / 20:39
    โอยย จุดพลุ* คริสยอลตกลงเป็นแฟนกันแล้วค่า -////////////-

    สัญลักษณ์น่ารักมากเลย ประกอบเป็นหัวใจพอดิบพอดี

    พอเป็นแฟนนี่น้องยอลเริ่มดุแล้ว อิอิ-..-
    #142
    0
  18. #141 fasai_sky (@skyfapim) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2556 / 20:19
    อ้อยยยยย เขินนนนนนนนนนน T/////T
    แงง พี่คริสแม่งขอเป็นแฟนได้โครตน่ารัก ลึกซึ้งมากแง *หน้าร้อนตามชานชาน*
    แล้วดูยอลดิ่ แหม จะมากุ๊กกิ๊กๆมุมิอะไรวะ ฮืออ ทำตัวน่ารักเกินไปละ
    ถึงว่าอิพี่คริสมันถึงได้หลงไง 5555555555555

    #141
    0
  19. วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2556 / 20:01
    เป็นแฟนกันเเล้ว
    ยอลเอ้ยยยยยยยยยยย
    #140
    0
  20. #139 smitt❤9413 (@smitt-9413) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2556 / 17:12
    กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด!
    เป็นแฟนกันแล้ว! พี่คริสน้องชานยอลเป็นแฟนกันแล้วจ้าาาาาา ><

    ชอบรูปหัวใจจากกุญแจซอลกุญแจฟาจัง สวยมากเลย :)

    ชานยอลอ่า~พอเป็นแฟนกันก็รุกเชียวน้าา
    มีจูบเสริมพลังด้วย แอร๊ยยยยยย แบบนี้ให้ซ้อมทั้งคืนก็ไม่เหนื่อยแล้วมั้งเนี่ย > <~

    จะจบซะแล้ว..ใจหายเลยค่ะ
    รู้สึกผูกพันกับพี่คริสน้องชานยอลกางเกงน้ำเงินซะแล้วอ่า TvT


    #139
    0
  21. #138 แอมบีซี่สส (@am-bezi) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2556 / 15:38
    โอ๋ยยย อยากอ่านต่อแล้วเบาๆ จริงๆ แค่อยากอ่านตอนจูบเสริมกำลังดีๆนี่เอง 5555 
    น้องยอลน่ารักอ่ะ ไม่แรงเลยลูก - -"
    พี่คริสโคตร รรรร โรเเมนติก อบอุ่นมากค้าาา 
    #138
    0
  22. #137 PaRaNPaRK1004 (@spy_thailand) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2556 / 05:05
    มาอ่านห้าเปอร์ที่เหลือ หวานเวอร์ น่ารักเวอร์ ><

    โ คต ร ชอบพี่คริสเลยอ่ะ หล่อและอบอุ่นมากๆ
    ชานยอลก็น่ารัก แสบน้อยๆ น่ารักจริงๆ (ยิ้มไม่หุบเลย)
    #137
    0
  23. #135 smitt❤9413 (@smitt-9413) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2556 / 23:20
    ติดตามเรื่องนี้ในบ้านสิบเอ็ดตั้งแต่เริ่มแรก
    เห็นไรเตอร์หายไปนาน คิดถึงมากๆ
    พอเข้ามาดูในเด็กดีแล้วเจอชื่อเรื่องนี่แบบรีบกดเข้ามาเลย

    ตอนนี้แบบเขินไม่ไหวจะทนนนนนนนนนนนนนนนน!
    ถ้าพี่คริสจะแสนดีขนาดนี้นะ งื้อออออออออออออ > <
    ชานยอลก็น้าา..กังวลกลัวพี่คริสไม่รัก โถ่ลูก ~
    พี่เค้ารักเราจะตาย แค่แก้มตอบไปนิดเดียวไม่ทำให้หมดรักหรอกน้าา
    ถึงยังไงชานยอลก็น่ารักสำหรับพี่คริสและรีดเดอร์เสมอนะจ๊ะ

    ตอนแปลเพลงนี่น้ำตาคลอเลยอ่ะ! หวานเว่อร์วีว่าาาาาาาาาาาาาา
    เขินแทนชานยอลสุดฤทธิ์ ประหนึ่งโดนบอกรักเอง โอ๊ยยยยยยยยยย
    >//////////////////////////////<

    #135
    0
  24. #134 YelliE (@yellie0627) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2556 / 22:03
    โง่ยยยยย พี่คริสน่ารักง่าาาาาา เขินแทนน้องยอล
    ตอนที่พี่คริสเอาคางเกยไหล่น้องยอล มันไม่เขินไม่อายเด็กทั้งโรงเรียนเลยหราาา
    แถมยังแบคฮักอิก โอยยย ใครมันจะไปสนใจเวทีล่ะทีนี้ ^\\\\\\\\^
    พี่คริสจำเหตุการณ์ทุกอย่างได้หมดเลย ถ้าเก๊าเป็นน้องยอล รักตายเลย
    อ๊ากกกก ไรท์เตอรรรรรร์ อิก 5% ที่เหลือ ขอฉากจูบด้วยนะ
    จูบกลางโรงเรียนไปเล๊ยยยยยย 555555555
    #134
    0
  25. #133 3lee (@lovelee789) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2556 / 20:53
    โอ้ยยย ถ้าจะหวานเว่อร์ขนาดนี้...คนอ่านเขาอิจฉานะเว้ย!!
    พี่คริสแม่งรู้ทันทุกอย่า...อิยอลก็คล้อยไปตามทุกสิ่งที่ถูกทักท้วง
    มั้นคงหน่อยดิเว้ยเห้ย!! พี่คริสแกทำสิ่งที่แกปล่อยละเลยมานานได้แล้ว
    ถ้าอิยอลมันจริงจังขึ้นมาเดี๋ยวก็ทะเลากันอีก -3-
    #133
    0