[FIC] ::: Love Percussion ::: [KrisYeol]

ตอนที่ 12 : ::: ~ [Part 10] ~ :::

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,040
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 5 ครั้ง
    1 ก.พ. 56

[ได้โปรด อ่านน้า] ฟิคตอนนี้ เป็นเหตุการณ์ที่เกิดก่อนตอนพิเศษตอนที่แล้วนะคะ
เพราะตอนแรกแต่งตอนนั้นจบก่อน เลยรีบลง ไม่ได้ดูเล๊ย ว่าเหตุการณ์มันเลยไปไกลแล้ว ฮือๆ หนูขอโืทษ TAT
 
 
มาอีกแล้ว ฟิคสไตล์ นางสาวยอยศทศกัณฐ์ ตอนแรกตันมาก คิดมุกไม่ออก ไปๆมาๆก็เอาเพลงมาแต่ง
เช่นเดิมค่ะ ฮาาา #โดนรีดเดอร์เอาหินปาหัว ^^;;;


ก่อนอ่านฟิค จิ้มไปฟังเพลงนี้ก่อนก็ดีน้า


>>> 

[ทราย - วัชรวลี]






Part 10
 
 
 
Kris Part

 
'ขอจุงมือหน่อยดิ'
 
'ไม่เอา อาย'
 
ความพยายามขอชานยอลจุงมือของผมโดนปฏิเสธอีกครั้ง หลังจากความพยายาม
ก่อนหน้านี้ไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้ง มันก็ยังไม่ยอมให้ผมได้จับมือมัน มันให้เหตุผลอยู่เดียวคือ

 
อาย 

 
มันบอกว่า คนตั้งเยอะ แล้วผมกับมันตัวสูงกันอย่างกะเปรตขนาดนี้ เดินไปไหนก็เด่น ยิ่งเด็ก
ผู้ชายสองคนเดินจุงมือกันก็ยิ่งเด่น ใครๆก็ต้องมอง
 
 
'ไม่เห็นต้องอายเลย คนรักกันชอบกัน เดินจุงมือกันมันผิดตรงไหนล่ะ' ผมบอกชานยอล
ผมเป็นคนตรงๆอยู่แล้ว ไม่แคร์โลกด้วย ก็กูรักกับผู้ชายอ่ะ กูผิดตรงไหน 
 
 
'มันก็ไม่ผิด แต่มัน ...' มันอิดออด อึกอักไม่ยอมพูดต่อ เป็นแบบนี้หลายรอบแล้ว
แล้วจะไม่ให้ผมหงุดหงิดได้ยังไง 
 
 
'ไม่ผิด แล้วมันยังไง ไหนลองบอกมาดิ๊' ผมเริ่มมีน้ำโห ผมไม่ชอบบังคับใครนักหรอก
แต่เพราะนี่คือชานยอล ผมเลยโกรธ 
 
 
'อย่าเพิ่งโกรธดิ' ชานยอลหน้าเสีย กระตุกแขนผมเบาๆ ผมรีบสะบัดหน้าหนีทันที ขืนมอง
หน้ามันต่อ ผมต้องใจอ่อนแน่ๆเลย
 
 
'ไม่ได้โกรธ แค่ไม่เข้าใจ' ผมพูด พยายามทำหน้าให้เหวี่ยงที่สุดเท่าที่จะทำได้ มันเลยยอม
สอดมือตัวเองเข้ามาในมือผมจนได้
 
 
'อ่ะ ยอมให้จับก็ได้' ชานยอลพูดเสร็จแล้วก็กำมือผมไว้แน่น ผมสะบัดมือออกแล้วก็เดินหนี
แต่เอาจริงๆแล้วคือผมหายโกรธแล้วแหล่ะ แต่ว่าอยากแกล้งเด็กต่ออีกหน่อย

 
'ถ้าไม่เต็มใจให้จับก็ไม่เป็นไรหรอก พี่ไม่บังคับ' น่าน มารยาผมน้อยซะที่ไหน ผมเดินหนีต่อ
ชานยอลก็เดินตามผมแจ เห็นมันง้อผมแบบนี้ แล้วมีความสุขที่สุดเลย
 
 
'ไม่ได้ไม่เต็มใจ ก็ให้จับแล้วนี่ไงเล่า' ชานยอลรีบตามมารั้งแขนผมไว้ ลูบแขนผมไปมาอย่าง
ออดอ้อน ผมนี่ขี้ใจอ่อนจังเลย อยากจะแกล้งมันต่อ แต่ก็กลัวมันงอนกลับ สุดท้ายก็ยอม
 
 
'อายไม่ใช่เหรอ' ผมขออีกหน่อย ชานยอลคว้ามือผมไปกุมเอาไว้ แล้วส่ายหน้ารัวๆ
 
 
'ก็อายอ่ะ แต่ถ้าพี่คริสอยากจับมือผม ให้จับก็ได้ อย่าโกรธนะ ไม่ให้โกรธ ห้ามโกรธ' ตากลมๆ
ของมันจ้องหน้าผมนิ่ง สองมืมนิ่มๆกุมมือผมไว้แน่น นี่ถ้าผมไม่ยอมดีกับมัน มันคงไม่ปล่อย
มือผมแน่ๆ
 
 
เอ ... หรือว่าจะไม่หายโกรธดี
 
 
'บอกแล้วว่าไม่ได้โกรธ แค่ไม่เข้าใจ ทำไมไม่ยอมให้จับมือ จะอายอะไรนักหนา' ผมพูด
แล้วก็ดึงมือมันให้ออกเดินต่อ วันนี้ซ้อมดนตรีเสร็จช้ากว่าปกติ งานวันแสดงดนตรีใกล้เข้ามาแล้ว
อาทิตย์หน้าต้องขนเสื้อผ้ามานอนที่โรงเรียน ผมเป็นเด็กวงโย นอนโรงเรียนบ่อยจนชิน ชินซะจน
มองว่าโรงเรียนเป็นบ้านหลังที่สองไปแล้ว แต่การมานอนโรงเรียนครั้งนี้ มันตื่นเต้นกว่าทุกครั้ง
ก็เพราะครั้งนี้มีชานยอลมานอนด้วยไง

 
'ก็มันอายนี่ เกิดมายังไม่เคยเดินจุงมือใครออกสื่อเลยนะ' มันบ่นแต่ก็ยอมให้ผมเดินจุงมือแต่โดยดี 
ผมเดินฮัมเพลงอย่างอารมณ์ดี ลมเย็นๆพัดเอื่อยๆชวนให้อยากเดินเล่นต่อจริงๆ
 
 
'ชานยอลอยากกลับบ้านยัง' ผมหันไปถามชานยอลที่ยังคงก้มหน้าก้มตาเดิน ดูท่าจะอายจริงๆ
 
 
'ยังไงก็ได้อ่ะ พี่คริสอยากไปไหนอ่ะ' มันเงยหน้าขึ้นมาพูด ผมเลยจุงมือมันเดินเลยป้ายรถเมล์ไป
ที่ท่าน้ำตรงตึกไปรษณีย์ ดึกขนาดนี้ไม่ค่อยมีคนแล้ว เหมาะแก่การไปนั่งคุยมากที่สุด
 
 
 
 
'เย็นจังเลยยย' ชานยอลพูดอย่างอารมณ์ดี มันดูมีความสุขกับการจดจ้องไปยังผืนน้ำ และแสงสี
ในยามค่ำคืนของเมืองกรุงที่ไม่เคยหลับไหล แต่ผมว่า พอชานยอลมาอยู่ใกล้ๆ ภาพตรงหน้าดูยังไง
ก็ไม่น่ามอง 

 
 
'สวยเนอะ' ชานยอลยังคงพูดต่อ มันหลับตาแล้วก็ทำท่าสูดหายใจเอาลมเย็นๆชายน้ำเข้าไปเต็มปอด
ผมนั่งมองหน้ามันแล้วก็ยิ้มอยู่คนเดียว ไอ้คนตรงหน้าผมก็ได้แต่เพลิดเพลินกับวิวตรงหน้า ไม่ได้หัน
มาสนใจผมเล๊ย
 
 
'อืม สวย' ผมพูด แต่สายตาไม่ได้มองไปที่แม่น้ำเลย มองแต่หน้าชานยอลมันเนี่ยแหล่ะ
 
 
'อ้าว พามานั่งท่าน้ำแล้วไม่ดูวิวไง๊ นั่งจ้องแต่หน้าคนอื่นอยู่นั่น' ชานยอลพูดเสร็จแล้วก็ทำแก้มป่อง
โอ๊ย ทำตัวหน้ารักอีกแล้ว ผมหันซ้ายแลขวาว่าไม่มีใคร ดึงเอวมันให้เขยิบเข้ามาใกล้ๆ แล้วก็ขโมย
หอมแก้มมันฟอดใหญ่  มันก็ไม่ได้ห้ามอะไร เพราะรู้ว่าไม่มีใครอยู่ตรงนั้น 
 
 
'รักนะ' ผมกระซิบข้างหูชานยอล มันยิ้มน้อยๆ มองด้วยหางตาแล้วก็หันหน้าหนีไป อะโด่ อายอ่ะดิ
 
 
'เออ' ดูมันพูดเข้า คนเค้าบอกรักออกจะหวาน ตอบมาแค่คำว่า เออ รู้แล้วว่าได้ยิน แต่ที่อยากได้อ่ะ
มันคำบอกรักตอบต่างหาก
 
 
'แค่นี้เหรอ แค่คำว่าเออ ไม่มีมากกว่านี้หน่อยเหรอ' ผมใช้สองมือโอบเอวชานยอลไว้แล้วก็ซุกหน้าตัวเอง
ลงไปที่ซอกคอขาวๆของมัน สูดหายใจเข้าลึกๆหลายๆรอบ จนผมรู้สึกได้ว่า คนที่ผมกอดเอวอยู่กำลังขนลุกชูชัน
 
 
'อย่าไซ้คอดิ ไม่เหม็นเหงื่อเหรอ' มันพูดแล้วก็พยายามกระถดคอหนี 
 
 
'ไม่เห็นเหม็นเลย หอมออก โคตรหอม ตรงไหนก็หอม' ผมพูดเสร็จแล้วก็พรมจูบลงไปรัวๆ สุดท้าย
มันทำอะไรไม่ได้ก็ได้แต่ปล่อยให้ผมทำตามใจ สุดท้ายผมก็แนบแก้มตัวเองกับแก้มมัน สองมือที่โอบเอวมันอยู่
เลื่อนลงไปยกตัวมันขึ้นมาให้เข้ามานั่งระหว่างขาผม ดีว่าที่นั่งริมน้ำตรงนี้กว้างพอที่จะรองรับการนั่งซ้อนกัน
ของผู้ชายตัวโตๆอย่างผมกับชานยอลได้
 
 
'ไม่คิดจะบอกรักพี่บ้างเหรอ ปล่อยให้พี่บอกอยู่ฝ่ายเดียว มันรู้สึกแย่นะ' ผมสะกิดพุงมันยิกๆ มันก็บิดซ้าย
บิดขวาเพราะว่าจั๊กจี้ หัวเราะคิกๆคักๆ พยายามจะดิ้นหนีแต่ผมไม่ยอมปล่อยมือ มันก็เลยทำได้แค่ดิ้นซ้ายดิ้นขวา
 
 
'ว่าไงอ่ะ ตอบดิ อย่าเอาแต่หัวเราะ' จนแล้วจนรอดชานยอลก็ยังไม่ยอมปริปากบอกอะไร ผมก็ไม่อยากคาดคั้น
อะไรจากมัน ได้แต่ปล่อยให้มันหัวเราะเอิ๊กอ๊ากไปแบบนั้น งอนอีกรอบซะดีมั๊ย
 
 
จากนั้นผมก็นั่งเงียบไป ปล่อยให้ชานยอลเอนตัวลงมาซบโดยไม่พูดอะไรซักคำ จนเวลาผ่านไปนาน
แค่ไหนก็ไม่รู้ นี่ผมนั่งรออะไรอยู่ ตอนแรกคิดว่า ถ้าผมเงียบ มันก็ต้องชวนผมคุยบ้าง แต่นี่ไม่มีเลย 
ปากปิดสนิท ได้ยินแต่เสียงจิ้งหรีดเรไรร้องระงม ไม่ได้พามานั่งฟังธรรมชาตินะโว๊ย
 
 
ผมคลายกอดจากเอวมัน ลุกออกจากที่นั่ง ชานยอลที่นั่งพิงผมอยู่ไม่ทันได้ตั้งตัวเกือบหงายหลังลงมา
แต่ผมไม่ห่วงมันเลย ตั้งแต่ที่มันเมาแล้วเดินมาหาผมที่บ้านเมื่ออาทิตย์ก่อน มันก็ไม่เคยบอกรักผมอีกเลย
มีแต่ผมบอกรักมันอยู่คนเดียว ชานยอลมองตามผมตาละห้อย ก่อนจะรีบคว้ากระเป๋าวิ่งตามผมมา
จนขึ้นรถเมล์ จนกระทั่งลงจากรถเมล์ ผมก็ยังไม่คุยกับมัน ผมก็ไม่รู้หรอกว่าเวลาผมงอนแล้วมันเป็นยังไง
ก็คงจะเป็นแบบนี้แหล่ะ แบบที่ผมกำลังเป็นกับชานยอลอยู่ตอนนี้
 
 
'พี่คริสเป็นอะไรไปอีกแล้วอ่ะ งอนอีกแล้วดิ' มันถามผมก่อนที่ผมจะเดินกลับบ้านตัวเอง ผมมองหน้ามัน
นิ่งๆ  ถ้ารู้ว่างอน ก็ง้อดิ 
 
 
'พูดได้แล้วเหรอ' ผมว่าน้ำเสียงผมมันคงหาเรื่องมากเลย เพราะชานยอลก็เริ่มขมวดคิ้วใส่ผมเหมือนกัน
 
 
'เป็นอะไรอ่ะ อย่าหาเรื่องกันดิ ผมทำอะไรผิดอ่ะ' 
 
 
'ไม่หรอก ชานยอลไม่เคยทำอะไรผิด มีแต่พี่เนี่ยแหล่ะที่ผิดอยู่คนเดียว' ตายละ ผมพูดไปแบบนั้นได้ยังไง
แต่ผมก็พูดไปแล้ว ชานยอลมองหน้าผมนิ่ง ตายๆ น้องต้องโกรธผมแน่เลย ผมทำผิดพลาดอีกแล้ว 
ทำไมผมเป็นคนแบบนี้ พลันหัวผมก็นึกไปถึงคำที่มาสเซอร์เคยบอกผมไว้ว่า การพูดตรงๆของผมเป็นได้
ทั้งคุณและโทษแก่ตัวผมเอง ตอนนี้มันคงเป็นโทษแก่ผมสินะ ผมว่าชานยอลใกล้จะร้องไห้แล้วแหล่ะ
 
 
'ผมไม่เคย ... พูดแบบนั้นเลยนะ ทำไมพี่คริสพูดแบบนี้ ...' ชานยอลวิ่งเข้าบ้านไปแล้ว
จากตอนแรกที่ผมงอน สุดท้ายมาลงที่ชานยอลโกรธ โอ๊ย ผมล่ะอยากจะเป็นลม ผมพูดแบบนั้น
ออกไปได้ยังไงกัน !!!
 
.
.
.
 
 
วันต่อมาที่โรงเรียน ช่วงพักกลางวันผมก็ชักชวนไอ้ซูโฮให้เดินลงมากินข้าวตามปกติ แต่ก็ยังหงุดหงิด
อยู่เพราะไอ้ชานยอลยังไม่ยอมคุยกับผมเนี่ยแหล่ะ ผมเข้าไปยืนต่อแถวซื้อข้าว เหลือบซ้ายแลขวา
สายตาก็ไปสะดุดเข้ากับ เด็กตัวสูงโย่งคนหนึ่งกำลังยืนต่ออยู่แถวร้านก๋วยเตี๋ยวพอดี ผมเลยรีบ
เดินเข้าไปหา มันเองก็เห็นว่าผมกำลังเดินเข้าไป ก็ยังทำเป็นเฉย ผมเดินเช้าไปเรียกชื่อมันใกล้ๆ
มันก็ยังไม่หันมา เอาอีกแล้ว โกรธผมทีไร เห็นผมเป็น ธาตุอากาศทุกที
 
 
ซักพักชานยอลก็ซื้อก๋วยเตี๋ยวเสร็จ ผมก็เลยเดินตามมันไปที่โต๊ะเครื่องปรุง พยายามสะกิดมันยิกๆ 
มันก็เบี่ยงตัวหนี จากนั้นก็มีเด็ก ม.4 ที่ซื้อก๋วยเตี๋ยวเดินมาที่โต๊ะเครื่องปรุงเหมือนกัน มันเดิน
เข้ามาแทรกระหว่างผมกับชานยอลเพื่อเติมรสชาติให้กับก๋วยเตี๋ยวที่สั่ง อันที่จริงผมก็เข้าใจแหล่ะ
แต่ตอนนั้นผมกำลังหงุดหงิด เห็นอะไรก็ขวางหูขวางตาไปหมดแล้ว
 
 
'เดินเข้ามาแทรกห่ าอะไรเนี่ย ไปไกลๆดิ๊' ผมตวาดเด็กคนนั้นเสียงดังลั่น จนมันต้องรีบยกชาม
ก๋วยเตี๋ยวเดินหนีไปทั้งๆที่ยังไม่ได้เติมอะไรลงไปเลย 
 
 
'ทำไมไปดุน้องเค้าแบบนั้นล่ะ' ชานยอลหันมาว่าผมแล้วเดินถือชามก๋วยเตี๋ยวเดินหนีผมไปอีกคน
 
 
 
 
'มึงอ่ะ หลบดิ๊ อยากโดน ตี น กูนักใช่มั๊ย' ผมเดินหาเรื่องรุ่นน้องคนอื่นไปตลอดทาง รุ่นเดียวกัน
ผมก็หาเรื่อง คนที่ซวยที่สุดสงสัยจะเป็น ซูโฮ ที่ต้องนั่งแทะไก่ไปด้วย และฟังผมโวยวายไปด้วย
 
 
'ก็มึงอ่ะผิด ไปว่าน้องแบบนั้น น้องมันก็บอกรักมึงไปแล้วไม่ใช่ไง๊ ว่าแต่มึงเหอะ ยังไม่ได้ขอ
น้องเค้าเป็นแฟนเลยนี่ จูบกันมาตั้งเป็นอาทิตย์และ ไอ้ฟาย เรื่องนี้ล่ะโง่เกิ๊น' นอกจากซูโฮจะไม่ช่วย 
ปลอบใจอะไรผมแล้วยังด่าผมซ้ำด้วย ผมงี้จุกยันท้องน้อย ก็ที่มันด่ามาแต่ล่ะอย่างอ่ะ โคตรจริงทั้งนั้น 
แต่ตอนนี้ผมยังไม่พร้อมจะรับฟังคำด่าอะไรทั้งนั้น
 
 
'เออ กูผิดตลอดอ่ะ แม่ ง' ผมตัดพ้อกับไอ้ซูโฮ ผมนี่ผิดตลอด ทำอะไรก็ไม่เคยจะถูกเลยซักครั้ง 
แค่ผมอยากฟังชานยอลบอกรักบ้าง นี่ผมผิดมากใช่มั๊ย ผมนี่น่าจะหายตัวไปให้พ้นๆจากโลกนี้เลยนะ 
หายๆไปเลยดีกว่า จะได้ไม่ต้องมานั่งเครียดอะไรแบบนี้อีก
 
 
'เออ รู้ตัวก็ดี รีบไปขอโทษน้องซะ ถ้าไม่อยากเสียน้องไป เพิ่งจีบติดนะ ไอ้ห่ า อย่าเพิ่งเอาแต่ใจ'
ซูโฮพูดเสร็จแล้วก็แทะไก่ต่อ มีความสุขกับการแทะไก่จริงนะ ส่วนผมก็ได้แต่เครียดจนหัวระเบิด
จะเอายังไงต่อไปดี
 
 
'กูก็แค่อยากให้น้องมันบอกรักกูบ้าง' ผมพูดงุ๊งงิ๊งกับตัวเอง คนตัวใหญ่ๆแบบผมใช่ว่าจะน้อยใจ
ไม่เป็นนะ ตอนที่มันบอกรักผมเมื่อคราวก่อนนะ หัวใจผมมันพองโตจนคับอก แต่ว่าพอเวลาผ่าน
ไปซักพัก หัวใจของผมมันก็แฟบลงเรื่อยๆ จนปัจจุบันนี้มันหด ห่อ เหี่ยว เหลือเท่าหัวไม้ขีดแล้ว
 
 
ทำไมมีแต่ชานยอลที่งอนผมได้อยู่ฝ่ายเดียว ... นี่ผมทำบาปทำกรรมอะไรไว้หนอ
 
 
.
.
.
 
 
Chanyeol Part
 
 
ผมนั่งอยู่บนห้องเรียน รอเวลาไปซ้อมดนตรีไทย อยู่ดีๆโทรศัพท์ของผมก็ส่งเสียงดังขึ้น
ผมเปิดมือถือดูก็เห็นว่ามีข้อความถูกส่งเข้ามา ตัวอักษรที่ส่งเข้ามาเป็นเพียงคำสั้นๆ
ประโยคเดียว สะกดผิดสะกดถูกคงเป็นเพราะรีบพิมพ์ไปหน่อย 
 
 
'ลงมาข้างล่างด่วน พี่คริสของขึ้น'
 
 
ข้อความถูกส่งมาจาก เซฮุน วันนี้พี่คริสต้องลงไปคุมวงโยแป๊ปนึงแล้วถึงจะมาซ้อมดนตรีไทย
ผมอ่านข้อความจบก็รีบ เก็บของยัดๆใส่กระเป๋าแล้ววิ่งลงไปข้างล่างทันที
 
ไอ้พี่คริสแม่งแบบนี้ทุกที อารมณ์ร้าย ถ้าไม่ได้อย่างใจ เอาอะไรมาฉุดก็ไม่ยอม นี่ผมรักมันเข้าไปได้ยังไงกันนะ
 
ฮึ้ย !!!
 
.
.
.
 
 
 
'อะไร แค่นี้เหนื่อยแล้วเหรอ ไปวิ่งอีก' เสียงไอ้พี่คริสดังมาแต่ไกล ผมรีบเดินเข้าไปที่โถงใต้ตึก 
เด็กวงโยนับสิบกำลังวิ่งวนรอบๆสนามตามคำสั่งของไอ้หัวหน้าวงโยที่ยืนจังก้าอยู่บนสแตนด์ไม้ข้างสนาม
สบายเลยนะมึง ได้แต่สั่งให้คนอื่นวิ่งน่ะ
 
 
ผมเดินเข้าไปเรื่อยๆ ตัดผ่านกลุ่มวงโยที่กำลังตั้งหน้าตั้งตาวิ่ง ตรงไปหาไอ้ตัวดีที่กำลังมองมาที่ผมเหมือนกัน
 
 
'มึงเป็นอะไรเนี่ย' ผมตะโกนถามไอ้พี่คริส แต่มันแกล้งทำเป็นไม่ได้ยิน หนอย กล้าเมินกูเหรอ
 
 
'อ้าว วิ่งต่อดิ อะไรวะ ให้วิ่งแค่นี้ทำเป็นสำออย' ผมหันไปดูเด็กวงโยที่ยังวิ่งกันอยู่ บางคนนี่ลงไปนอนกับพื้น
แล้ว ไอ้พี่คริส มากไปแล้วมั๊งมึง
 
 
'มึงเป็นบ้าอะไรเนี่ย จะฆ่าคนในวงเหรอ ไอ้บ้า' ผมรีบวิ่งขึ้นไปหามันบนแสตนด์ ผลักมันแรงๆทีนึงแล้ว
หันไปตะโกนให้ทุกคนในวงโยหยุดวิ่ง ไอ้เซฮุนก็อยู่ในวงโย จะให้ผมดูมันเป็นลมไปงั้นเหรอ
 
 
'หยุดวิ่งได้แล้ว กลับมารวมกันตรงนี้เร็วๆเข้า' ผมตะโกนให้ทุกคนมารวมตัวกันตรงที่ที่ผมยืนกับไอ้พี่คริส
เด็กวงโย ช่วยกันหอบร่างของเพื่อนที่เกือบสลบตายมานอนกองกันตรงหน้าผม ส่วนไอ้เซฮุนนี่หน้าซีดดูท่าจะ
ใกล้ตายและ ผมหันไปจ้องหน้าไอ้พี่คริสเขม็ง ส่วนมันก็แกล้งทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ 
 
 
'ใครใช้ให้พวกมึงหยุดวิ่ง ไปวิ่งต่อ กล้าขัดคำสั่งเหรอ' ไอ้พี่คริสยังคงสั่งต่อ นี่ถ้าให้ไอ้เด็กวงโยไปวิ่งต่อ
ชมรมวงโยของโรงเรียนผมมีอันต้องยุบหายไปจากสารระบบแน่ๆ
 
 
'พอ หยุดไม่ต้องไปวิ่งแล้ว เดี๋ยวก็เหนื่อยตายหรอก ไอ้พี่คริส มึงหยุดได้แล้ว' ผมเหวี่ยงหมัดใส่ต้น
แขนไอ้พี่คริสทีนึง ทำไมมันทำตัวน่ากระทืบแบบนี้ล่ะ
 
 
'กูไม่หยุด เรื่องของกู มึงจะไปไหนก็ไปเหอะ ไม่เคยสนใจกันอยู่แล้วนี่' มันพูดแล้วกันหันหน้าหนี
โถ ทำตัวเป็นคนแก่ขี้น้อยใจไปได้ เมื่อวานที่มันด่าผม ก็เข้าใจว่ามันโกรธ แต่มันก็ด่าผมแรงนะ 
ผมยังไม่ได้ชำระความเลย
 
 
'ทำไมพูดแบบนี้อีกแล้วอ่ะ ที่ไม่พูด ไม่ได้หมายความว่าไม่รักนะเว้ย' ผมตะโกนเสียงดัง ไอ้เด็กวงโย
พอได้ยินคำว่ารัก ก็ร้องโห่ฮิ้ว กันใหญ่ หยุดได้แล้ว กูอาย เดี๋ยวก็สั่งวิ่งอีกซะเลยนี่
 
 
'...'  ไอ้พี่คริสเงียบ หึ จ๋อยเลยดิ
 
 
'โห่ ก็แค่นี้ ขี้น้อยใจแบบนี้ ระวังหัวล้านนะ' ผมตั้งใจจะล้อมันเล่น แต่นั่นกลับทำให้อารมณ์ไอ้พี่คริส
ปะทุขึ้นมาอีกรอบ
 
 
'เออ กูขี้น้อยใจ นอกจากระวังหัวล้าน แล้วต้องระวังโดนทิ้งด้วยใช่มะ' เอ๊า ล้อเล่นนิดเดียว 
คิดไปโน่นผมบอกมันตอนไหนว่าผมจะทิ้งมัน เดี๋ยวก็ทิ้งจริงๆซะเลยนี่
 
 
'พวกมึงอ่ะ ใครสั่งให้หยุด ไปวิ่ง ไป เร็ว' ไอ้คริสหันไปลงกับเด็กในวงโยต่อ 
 
 
'ไม่ต้องไปแล้ว อยู่ตรงนี้แหล่ะ' ผมสั่งห้ามเด็กวงโยไม่ให้วิ่ง สภาพเป็นศพกันขนาดนี้ จะวิ่งได้ยังไง
 
 
'ไป ไปวิ่งเลย ถ้าไม่มีคำสั่งจากกู ห้ามหยุดวิ่ง'
 
 
'เอ๊ะ ไอ้พี่คริส มึงจะบ้าไปแล้วเหรอ ไม่ต้องไปวิ่ง อยู่ตรงนี้แหล่ะ กูสั่ง ทุกคนห้ามวิ่ง'
 
 
'ไปวิ่งเดี๋ยวนี้'
 
 
'ห้ามวิ่ง หยุดเลยนะ'
 
 
ผมกับไอ้คริสสลับกันตะโกนสั่งเด็กวงโย จนทุกคนทำตัวไม่ถูกไม่รู้จะไปไหนดี
 
 
'นี่กูควรจะเชื่อฟังใครดีล่ะเนี่ย' เด็กคนหนึ่งในวงโยพูดขึ้น
 
 
'แล้วมึงว่า หัวหน้าวงโย กับ เมียหัวหน้าวงโย ใครใหญ่กว่ากันล่ะวะ'
 
 
เสียงตะโกนแซวของเด็กวงโยอีกคน ตะโกนขึ้นมารับมุก เล่นเอาคนทั้งวงฮาก๊าก
ผมหันไปมองขวับ ใครเมียหัวหน้าวงโยวะ เดี๊ยะเหอะ
 
 
'อะไร ใครเมียประธานวงโย เพื่อนเล่นหรอ เดี๋ยวแม่สั่งวิดพื้นซักคนละร้อยทีเลย พวกมึงนี่'
ผมเริ่มเล่นโหมดโหด ทำท่าจะเดินลงไปหาเรื่องไอ้คนที่พูด แต่ไอ้พี่คริสคว้ามือผมไว้ก่อน
 
 
'ใจเย็นๆก่อน อย่าเพิ่งมีเรื่อง' 
 
 
'ว่าแต่กู มึงบอกตัวเองเหอะ หายบ้าหรือยัง' ผมหันขวับไปหาไอ้คริส จ้องหน้ามันอย่างคาดโทษ
ไม่ต้องมาว่าคนอื่นเลย มึงทั้งนั้นเลย หึ !!!
 
 
'เออ กูบ้า บ้ามากด้วย บ้ารักมึงอยู่ข้างเดียวอ่ะ' มันพูดเสร็จแล้วก็เดินลงจากแสตนด์หนีไปเลย
ทิ้งผมให้ยืนงงอยู่ตรงนั้น ต่อหน้าเด็กวงโยนับสิบที่ยืนส่งเสียงวี๊ดวิ้วให้ผมกับไอ้คริส และฉาก
บอกรักกันแบบกระโชกโฮกฮากมากถึงมากที่สุด
 
.
.
 
 
'โกรธไรกู' ผมถามมันระหว่างนั่งรถเมล์กลับบ้าน ตั้งแต่ตอนเย็นที่ห้องซ้อมดนตรีไทย
จนถึงตอนนี้มันก็ยังไม่คุยดีๆกับผม สะบัดสะบิ้งไปเรื่อย บางทีก็เริ่มน่าตบมากกว่าน่าง้อ
 
 
จากนั้นซักพักรถเมล์ก็แล่นมาถึงซอยหน้าบ้าน ไอ้คริสรีบเดินลงจากรถเมล์ ผมก็รีบตามมัน
ไปติดๆ ผมพยายามพูดยังไงมันก็ไม่ฟัง จนผมชักจะหมดความอดทน
 
 
'งอนอยู่ได้ ถามว่างอนเรื่องอะไรก็ไม่ตอบ ถ้าไม่หันมาคุยดีๆ จะไม่ง้อแล้วนะเว้ย' 
ผมยื่นคำขาด แล้วมันก็ได้ผล ไอ้คริสหยุดเดินแล้วยอมหันมาคุยกับผม แต่หน้าตามัน
ยังดูเหวี่ยงๆอยู่ดี
 
 
'...' จากนั้นไม่นานไอ้คริสก็ทำหน้าเศร้าไป เศร้าไปเลย เศร้าแบบที่ผมไม่เคยเห็นมาก่อน
ตอนนี้ยักษ์ตัวโตแบบมันกลายเป็นแมวหงอยไปแล้ว ผมหวังว่ามันจะไม่ร้องไห้หรอกนะ
 
 
'เป็นอะไร พูดเล่น'ผมบอกกับมัน มันยังก้มหน้านิ่ง ไม่ยอมพูดอะไร 
 
 
'ไหนว่าเป็นคนพูดตรงๆไง ไหงคราวนี้ไม่พูดอ่ะ' มันก็ยังเงียบ สงสัยผมคงต้องงัดแผนสุดท้าย
ออกมาใช้แล้วล่ะนะ  ถึงแม้ว่าผมจะอายแค่ไหนก็ตาม
 
 
'เงียบแบบนี้ งั้นก็แสดงว่า ... ไม่อยากได้ยินผมบอกรักด้วยใช่ป่าว' ได้ผลแฮะ มันยอมเงยหน้า
แต่ก็ยังดูเศร้าๆอยู่ งอนแบบนี้แล้วไอ้คริสดูเป็นเด็กน้อยไปเลย
 
 
'รอตรงนี้ก่อนนะ เดี๋ยวกู เอ๊ย ผมวิ่งเข้าไปเอาของในบ้านแป๊ป' ผมวิ่งตัวปลิวเข้าไปในบ้าน ขึ้นไปบนห้องนอน 
หยิบเอาเสื้อผ้า กะของใช้ยัดๆใส่กระเป๋าผ้าแล้ววิ่งลงมาข้างล่าง
 
 
'พี่เยจิน เดี๋ยววันนี้ผมไปนอนบ้านพี่คริสนะ เดี๋ยวพรุ่งนี้เช้าผมกลับมาอาบน้ำ' ผมบอกพี่เยจินที่ยัง
นั่งดูทีวีอยู่ ส่วนพ่อกับแม่คงหลับไปนานแล้ว
 
 
'แหม อยากไปนอนด้วยจัง ถ่ายรูปมาให้ดูซักรูปดิ' พี่เยจินพูดแล้วก็ขำ ผมว่าพี่สาวผมคงใกล้จะเป็นบ้าแล้ว
 
 
'พูดอะไรไม่รู้เรื่อง ไปและๆ' ผมพูดแล้วก็รีบวิ่งออกจากบ้าน เดินออกไปก็เห็นไอ้คริสหย่อนตูดนั่งอยู่ตรง
ฟุตบาทหน้าบ้าน สภาพเหมือนหมาหงอยใกล้สิ้นพลังเข้าไปทุกที 
 
 
เดี๋ยวคืนนี้ต้องโอ๋หมาหงอยซักหน่อย
 
 
'ปะ ไปกัน' ผมยื่นมือไปหาไอ้คริส มันเงยหน้ามองผม คิ้วขมวดเข้าหากันด้วยความงง เอ๊า มัวแต่งงอยู่นั่นแหล่ะ 
จะไปมั๊ยล่ะ
 
 
'ไปไหน แล้วนั่นถุงอะไร' มันชี้นิ้วถุงผ้าที่ผมหิ้วมา ผมยกขึ้นมาแล้วก็ยิ้มๆ
 
 
'เสื้อผ้าไง วันนี้จะไปนอนบ้านพี่คริส' ผมพูดเสร็จก็ดึงมือไอ้คริส ให้มันลุกขึ้นมา แล้วก็จุงมือมันเดินตรง
ไปที่ซอยบ้านหลังใหญ่ 
 
 
'ไปนอนบ้านพี่ อะไรวะ ไม่เข้าใจ'
 
 
'เหอะน่า ไปกันเหอะ อย่าบ่นมากได้มะ' ผมหันหลังกลับไปบอกมัน เดินไปซักพักก็ถึงบ้านมัน ผมถือวิสาสะ
เปิดประตูบ้านมันเข้าไปเหมือนตัวเองคือเจ้าของบ้านที่แท้จริง 
 
 
ผมลากไอ้คริสเดินขึ้นบันไดบ้านไปอย่างรู้งาน เปิดประตูห้องแล้วกระโดดขึ้นเตียงใหญ่ของไอ้คริส
อย่างมีความสุข เด้งซ้ายเด้งขวา นอนหลับตาในห้องแอร์อย่างมีความสุข ชอบห้องไอ้พี่คริสก็ตรงมีแอร์เนี่ยแหล่ะ
 
 
'เดี๋ยวก่อน ลุกขึ้นมาคุยกันก่อน' ไอ้พี่คริสดึงตัวผมให้ลุกขึ้นไปนั่ง ผมนั่งจ้องหน้ามันแล้วก็ยิ้ม แต่ไอ้คริสไม่
ยิ้มเลย มองผมตาขุ่นๆ ซึ่งผมไม่ชอบเลย เอาตาหวานๆกลับมาเดี๋ยวนี้นะ !!!
 
 
'เล่นอะไรอยู่เนี่ย' มันถาม แววตาถมึงทึง ดูแล้วคงจะโกรธมากจริงๆ
 
 
'ผมสิต้องถามพี่คริสว่าเป็นอะไร งอนอะไรผมจัง ผมง้อไม่ถูก' ผมกอดอกมองหน้ามัน พองแก้มตัวเอง
แบบที่ชอบทำ สาบานว่าไม่ได้อยากทำเพื่อให้ไอ้คริสมอง (จริงๆนะ)
 
 
'ถามชานยอลดีกว่า ว่าทำไมถึงไม่ยอมบอกรักพี่บ้างเลย' โห่ ก็นึกว่าเรื่องอะไรที่แท้ก็เรื่องนี้
 
 
ทำไมไม่เข้าใจบ้างว่า คน มัน อาย !!!
 
 
'แค่เนี้ย ถึงขั้นงอนขนาดนี้เลย' ผมพูด มันค้อนใส่ผมแล้วก็เปลี่ยนเป็นนั่งหันหลังให้ผมแทน
 
 
'พี่คริส' ผมสะกิดไหล่มันให้มันหันมา มันปัดมือผมทิ้ง ผมสะกิดอีกรอบก็ยังปัดมือผมทิ้งอีก
 
 
ผมขยับตัวเข้าไปใกล้ๆมัน ตอนแรกก็กล้าๆกลัวๆที่จะทำ แต่ไหนๆผมก็หอบผ้าหนีตาม(?) ไอ้คริส
มาขนาดนี้แล้ว ประกอบกับในห้องนี้ก็มีแค่ผมกะไอ้คริสเท่านั้น
 
 
ผมสอดแขนตัวเองเข้าไปกอดตัวไอ้คริสไว้หลวมๆ เกยคางบนไหล่มัน จากนั้นก็เปลี่ยนเป็นซุกหน้า
แล้วค้างไว้แบบนั้น
 
 
'ผมขอโทษนะ ผมอายจริงๆ อย่าโกรธเลยนะ' ผมพูดกับไหล่มัน เสียงฟังดูอู้อี้ๆ แต่ผมว่ามันคงได้ยินชัด
อยู่แหล่ะ 
 
 
ไม่มีปฏิกิริยาตอบรับใดๆจากไอ้คริส ไม่มีท่าทีว่าจะสะบัดตัวผมทิ้ง หรือว่าอะไร ผมเลยกระชับวงแขน
ตัวเองให้แน่นขึ้น จนตัวผมกับตัวมันชิดกัน 
 
 
'รักกันไม่เห็นต้องอาย พี่ยังไม่อายที่จะบอกรักชานยอลเลย' จากที่เงียบไปซักพัก ไอ้คริสก็พูดขึ้น
ผมยกมือขึ้นมาจับคางมันบีบเบาๆ  มันเบือนหน้าหนี ไอ้คริสเป็นแบบนี้แล้วก็ดูน่ารักดีนะ เป็นเด็กไปเลย
 
 
'ผมไม่ได้อายที่จะรักนะ ผมแค่อายที่คนอื่นมอง ก็โห่ ผมเกิดมา 16 ปี เป็นผู้ชายมาตลอด แล้วให้ผม 
มาเดินจุงมือผู้ชาย ผมก็ไม่ชินป๊ะบางที ฮึ้ย' ผมหยิกพุงมันไปทีนึง มันแกะมือผมออก แล้วก็หมุนตัวกลับมา
 
 
'แล้วแฟนเก่าชานยอลล่ะ ชวนเค้าจุงมือออกหน้าออกตาป๊ะ' นี่ไอ้คริสกำลังประชดผมหรือเปล่า
ฟังมันพูดแล้วผมตอบไม่ถูกเลย
 
 
'...'
 
 
'เงียบทำไมอ่ะ แสดงว่าชานยอลจับมือเค้าอ่ะดิ แล้วทำไมไม่จับมือพี่อ่ะ' ไอ้คริสเริ่มโวยวาย ผมว่า
มันเริ่มไม่น่ารักแล้วนะตอนนี้
 
 
'ก็นี่ไง จับอยู่เนี่ย ก็ให้จับแล้วเนี่ย จับดิ อ่ะ จับ' ผมจับมือไอ้คริสแล้วเขย่าๆ ผมก็จับมือมันเนี่ย
จูบปากผมยังให้มันจูบเลย
 
 
'ไม่ดิ จับต่อหน้าคนอื่นอ่ะ จับตอนไปเดินเที่ยวกัน จับตอนกินข้าวไรงี้อ่ะ' ไอ้คริสพูดเสียงดัง
ลั่นห้อง มันจะพูดดังให้แม่มันได้ยินหรือไง
 
 
'แล้วจับมือต่อหน้าคนอื่น กับจับมือตอนนี้มันต่างกันตรงไหน ยังไงก็รักเหมือนกัน'
 
 
'ก็ ... เออ นั่นแหล่ะ ก็' ไอ้คริสอ้ำๆอึ้งๆ เดาว่าคงอยากเถียงผมต่อแต่ว่าไม่รู้จะพูดอะไรดี
 
 
'ไม่ต้องเถียงเลย ถ้าเถียงไม่ได้ก็ยอมรับแต่โดยดี' ผมใช้นิ้วชี้ จิ้มแก้มมันไปที แก้มนิ่มดีนี่หว่า
แต่ไม่เท่าผมหรอกนะ ฮ่าๆ
 
 
'แล้วทำไม ชานยอลไม่บอกรักพี่เลยอ่ะ' จบประเด็นจับมือไป ไอ้พี่คริสจอมงอแงของผมก็เปลี่ยน
ไปคุยอีกเรื่อง
 
 
'โห น้องคริสคร๊าบ ขี้งอแงจริง' ผมบิดแก้มไอ้คริสสองข้างด้วยความหมั่นเขี้ยว มันจับมือผมออก
แล้วทำหน้าเซ็งๆ 
 
 
'ก็อยากให้บอกรักบ้างไง บอกรักข้างเดียว ความรู้สึกแม่ ง โคตรแย่เลย' 
 
 
'ก็มันอายนี่' ผมพูดตามตรง ผมอายจนผมไม่กล้าพูดเลย ยิ่งเวลามันบอกรักผม ผมก็ยิ่งอาย 
อยากจะยิ้ม แต่ก็ต้องเก๊กไว้ก่อน ไม่อยากให้มันรู้เลย ว่าผมนี่ เขินสุดๆ แล้วก็มีความสุขแบบสุดๆ
มันพูดไม่ออก ได้แต่พูดอะไรกลบเกลื่อนไว้ก่อน ซ่อนความรู้สึกของตัวเองไว้
 
 
'ไม่เห็นต้องอายเลย' ไอ้พี่คริสยังคงพูดอย่างเอาแต่ใจ มันคงลืมไปว่านิสัยผมกับมันก็แตกต่างกันอยู่
มันเป็นคนตรงๆ คิดอะไรก็พูด ส่วนผมน่ะไม่ใช่แบบนั้นเลยนะ
 
 
'ไม่ได้พูด ก็ไม่ได้หมายความว่าไม่รักนี่ ยังไงผมก็รักพี่คริสอยู่แล้ว ไม่เห็นต้องพูดบ่อยๆ หรือป่าวประกาศ ...'
 
 
'เมื่อกี้พูดว่าอะไรนะ' มันขัดผมก่อนจะพูดจบ ผมนั่งนึกแล้วก็ตอบไป
 
 
'จะบอกว่า จะป่าวประกาศไปทำไม' 
 
 
'ไม่ดิๆ ก่อนหน้านั้นอีกอ่ะ'
 
 
'ก็บอกว่า ไม่เห็นต้องพูดบ่อยๆไง'
 
 
'ไม่ดิ ก่อนหน้านั้นอีก' มันส่ายหน้า โบกไม้โบกมือประมาณว่าให้เล่นย้อนหลังกลับไปก่อนหน้านั้นอีก
 
 
'บอกว่า ยังไงผมก็รักพี่คริส ... อยู่แล้ว' เสียงผมเริ่มแผ่วหายในตอนท้ายของประโยค หน้าไอ้พี่คริส
เริ่มมีรอยยิ้มบ้างๆ ดวงตาของมันเริ่มกลับมาหวานเหมือนเดิม อาาา ผมกำลังจะละลาย
 
 
'จริงๆนะ' ไอ้พี่คริสจ้องผมนิ่ง ส่วนผมก็เริ่มอยู่ไม่สุขแล้ว ไม่ไหวแล้ว อยากจะหนี
 
 
'รักพี่จริงๆใช่มั๊ย' ไอ้พี่คริสก็ยังไม่หยุดต้อนผมให้จนมุม ก็พูดไปแล้วไง จะเอาอะไรอีกเล่า (./////.)
 
 
'เออ' ผมกระแทกเสียง พยายามจะลุกหนีออกจากเตียง แต่ไอ้คริสไม่ยอม มันเริ่มรุกตัวเข้ามากอดผมไว้
ไม่ให้หนีไปไหน แงๆ ชานยอลเสียท่าไอ้พี่คริสจอมเจ้าเล่ห์เข้าแล้ว
 
 
'ปล่อยได้แล้ว จะไปอาบน้ำ' ผมพยายามหาเรื่องหนีจากตรงนี้ ในอ้อมกอดของไอ้พี่คริสที่กำลังมองผม
ด้วยสายตาที่หวานแบบ โคตรหวาน หวานมากๆ ชนิดที่ว่าถ้ามันกินผมได้ มันคงกลืนผมเข้าไปทั้งตัว
 
 
'รีบเชียวนะ รีบเปลี่ยนเรื่องเชียวแหล่ะ ไอ้เด็กดื้อ' ไอ้พี่คริสยื่นหน้าเข้ามากัดจมูกผมเล่น ผมก็พยายามดิ้นหนี
อยู่ในอ้อมกอดของมัน มันกัดจมูกผมเสร็จ ก็เปลี่ยนเป็น หอมแก้ม จากนั้นก็จุ๊บที่เปลือกตา แล้วก็แนบริมฝีปาก
ค้างนานอยู่ที่หน้าผากของผม โอย ร้อนไปหมดแล้ว ปล่อยเถอะ ปล่อย ชานยอลไม่ไหวแล้วนะ !!!
 
 
จากนั้นไอ้คริสก็กอดผมแนบกับตัวมันไว้ นานมาก จนผมเริ่มจะง่วงแล้ว พอผมกำลังจะหลับมันก็ปล่อยตัวผม
 
 
'ไปอาบน้ำเหอะ จะได้นอน' มันบอกผมแล้วก็ลุกออกจากเตียง ผมเดินไปหยิบถุงผ้าตัวเองแล้วก็เดินเข้าไป
ในห้องน้ำ ส่วนไอ้คริส หยิบผ้าเช็ดตัวแล้วเดินออกจากห้องไป ผมเดาว่ามันคงไปอาบน้ำที่ห้องอื่นในบ้าน
 
 
อาบน้ำเสร็จผมก็เดินมานอนที่เตียง ไอ้คริสยังไม่กลับมาที่ห้อง ผมมองนาฬิกาที่เข็มสั้นชี้ไปที่เลขสิบสองแล้ว
ก็ได้แต่ง่วง ได้เวลานอนแล้ว พรุ่งนี้ต้องตื่นเช้าไปโรงเรียนอีก เฮ้อ 
 
 
ผมหยิบเอามือถือออกมาเสียบหูฟัง กดเพลงไปเรื่อยเปื่อย กดไปกดมา ก็ไปโดนเพลงๆนึงเข้า ผมฟังแล้วเขิ๊นเขิน
นอนบิดไปบิดมาอยู่บนเตียง จนไอ้คริสเปิดประตูเข้ามาอ่ะแหล่ะ ผมเลยหยุดกลิ้ง 
 
 
'เป็นอะไรไป' ไอ้พี่คริสเปิดประตูเข้ามาในห้อง มันใส่ชุดนอนก็ดูดีไม่แพ้ชุดนักเรียน ผมล่ะอิจฉา
 
 
'เปล่า ไม่ได้เป็นไร' ผมตอบแล้วก็ลุกขึ้นนั่ง เขยิบตัวเองไปอีกฝั่งของเตียงเพื่อให้ไอ้คริสได้นอนด้วย
 
 
'โอเค เที่ยงคืนแล้ว นอนเหอะ' มันปิดไฟกลางห้องแล้วก็ทิ้งตัวลงบนเตียง แต่ก็ไม่ลืมที่จะหยิบผ้านวม
ขึ้นมาห่มให้ผมด้วย ผมเขยิบตัวเองเข้าไปหามันอีกนิด จะได้ชิดๆกันกว่าเดิม ก็แอร์มันเย็นนี่ นอนใกล้ๆกันจะได้อุ่นๆ
 
 
นอนไปได้ซักพัก ผมยังไม่หลับ เพราะยังฟังเพลงอยู่ นอนคิดกับตัวเองตั้งนานว่าจะทำบางอย่างดีมั๊ย ผมเหล่ไอ้พี่คริส
ที่ตอนนั้นนอนตะแคงข้างหันหลังให้ผมอยู่ โอเค เอาซักหน่อยก็ได้ ห้องมืดๆแบบนี้ ไม่เห็นหน้าแบบนี้ คงไม่อายมาก (เหรอ)
 
 
'พี่คริส หลับยังอ่ะ' ผมลองหยั่งเชิงถามไอ้พี่คริส ดูว่ามันหลับหรือยัง
 
 
'ยัง แต่ใกล้ละ' มันตอบมาเบาๆ โอเค งั้นแสดงว่ายังไม่หลับ ผมหยิบหูฟังออกจากหูตัวเองข้างหนึ่ง เอื้อมเอา
ไปใส่ในหูไอ้พี่คริสไว้ ผมหวังว่ามันจะชอบเพลงนี้นะ 
 
 
'ทำอะไรอ่ะ' 
 
 
'อย่า  อย่าหันมานะ นอนแบบนั้นแหล่ะ' ไอ้พี่คริสทำท่าจะหันมา ผมเลยรีบดันตัวมันไว้ก่อน ขืนมันหันกลับมา
แผนของผมคงล่มสนิท
 
 
'ฟังไปนะ อยากให้ฟัง' ผมบอกมัน ในเมื่อครั้งกระโน้นมันเคยร้องเพลงให้ผมฟัง ผมก็เลยอยากให้มันฟังบ้าง
แต่ผมร้องเพลงไม่เก่ง เลยเปิดเพลงให้มันฟังแทน
 
 
'...' หลังจากนั้นไอ้คริสก็เงียบไปซักพัก จนเมื่อถึงใกล้ถึงท่อนฮุคของเพลงผมก็ใช้แขนข้างหนึ่งพาดตัวมันไว้
จากนั้นก็เขยิบตัวเองเข้าไปใกล้ๆเรื่อยๆ จนอยู่ในท่ากอดจากข้างหลัง (อีกครั้ง) 
 
 
... ให้เธอรู้ (ว่าเธอมีค่าแค่ไหน) อยากให้เธอรู้  (ทั้งชีวิตหัวใจ) 
อยากให้เธอรู้ (จะมอบให้เธอเท่านั้น) คือความรัก ...
 
... จะกอดเธอไปจนเช้า แสงดาวกระทบที่ข้างฉัน 
ให้ไออุ่นกายเราผูกกัน ฉันนั้นรักเธอเหลือเกิน ...
 
... จะกอดเธออยู่อย่างนี้ ข้ามคืนผ่านพ้นราตรีนี้
จวบจนสิ้นแสงแห่งชีวี ก็ยังรักเธอเหลือเกิน ...
 
 
 
'รู้สึกอย่างในเพลงจริงๆใช่มั๊ย' มันถามผม ผมกระชับวงแขนผมขึ้นอีกหน่อยแทนคำตอบ
 
 
'รักกันขนาดนี้เลยเหรอ จริงๆนะ อย่าหลอกกันนะ' มันถามอีก ผมก็เลยกอดให้แน่นกว่าเดิม
นี่ถ้ามันยังถามผมอีก ผมก็ไม่รู้จะกอดให้แน่นยังไงแล้วนะ
 
 
จนเพลงจบ มันก็หันหน้ามาหาผม แล้วดึงตัวผมเข้าไปกอด ไม่สิ ต้องเรียกว่ามันซุกตัว
เข้ามาอยู่ที่หน้าอกผม ไอ้พี่คริสจอมอ้อนเอ๊ย!
 
 
'ขอโทษนะ ที่เมื่อวานพูดไม่ดีกับชานยอลไป รวมถึงวันนี้ด้วย ขอโทษจริงๆ' 
 
 
'พี่ชานยอลไม่ถือหรอกคร๊าบ ไม่เป็นไรนะครับน้องคริส' ผมพูดแล้วก็ลูบหัวมันเบาๆ
สนุกจัง ได้เรียกมันว่าน้องแบบนี้
 
 
'ทะลึ่งและ' มันพูด ส่วนผมก็ได้แต่ขำ ตลกดีอ่ะ
 
 
'ว่าแต่ บอกรักอีกทีได้มั๊ย' ไอ้พี่คริสพูดเสียงอ้อนๆ ผมกอดมันไว้แน่น ไม่พูดอะไรนอกจาก 
ใช้นิ้วเขียนเป็นคำที่หลังมันแทน
 
 
... รัก ...
 
 
ก็มันไม่ได้บอกให้พูดเป็นเสียงนี่ จริงป๊ะ 
 
 
 
TBC.
 
 

พี่คริสชอบไปหาว่าชานยอลขี้งอน ตัวเองอ่ะแหล่ะที่ขี้งอน 5555
 
อีกสองตอนจบแล้ว โฮววว ;____;

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 5 ครั้ง

374 ความคิดเห็น

  1. #372 Prae'w (@fanchan_ky) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 26 มีนาคม 2560 / 20:26
    งื้อออออ พี่คริสคนขี้อ้อน ขี้งอน ขี้น้อยใจ ชานยอลรักพี่คริสอยู่แล้วคิดมากจัง
    #372
    0
  2. #358 Printhida Klinkaewnarong (@rainbowky) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 14 สิงหาคม 2559 / 17:45
    พี่คริสเด็กน้อยมาก งอแงมาก ขี้งอนมาก ขี้อ่อนมาก แมวน้อยมาก งื้อออออ เค้ารักกันมากเลยค่ะแม่ขา หนูอิจ
    #358
    0
  3. #313 HwangBoruem (@boruemmygang) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 23 มิถุนายน 2556 / 22:10
    ประธานกับเมียประธานใครโหดกว่ากัน???
    5555555555555555
    ใครถามว่ะโคตรตลกเลยอ่ะ
    พี่คริสกับน้องยอลนี่ขี้งอนทั้งคู่เลยย
    เเหมมม>///<
    #313
    0
  4. #299 sbater (@songbow) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2556 / 10:43
    พี่คริสงอนน่ารักมากกก
    #299
    0
  5. #286 nan'sp nan (@nansp2) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2556 / 21:13

    พี่คริสได้เชื่ออิเน่ป่ะเนี้ย???งอนเป็นตุ๊ดเลย

    อิเด็กตุ๊ดสอนอะไรพี่มาลบทิ้งให้หมดเลยนะ

    แต่น่ารักดีนะ อ๊ากกอยากเป็นยอลบ้างอ่ะ!!!!

    #286
    0
  6. #274 Onlytop (@babymaryzii-top) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2556 / 23:19
    พี่คริส -___-' งอนเป็นตุ๊ดเลยนะแก มีนั่งหันลงหันหลัง
    เราเป็นยอลเราไม่ง้อ -0-
    #274
    0
  7. #249 Parery_SuJuEXO (@paie) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 29 มีนาคม 2556 / 02:10
    พี่คริส นายเคะแตกว่ะ ฮ่าๆๆๆ
    น่ารักจริงๆเลยสองคนนี้ ><
    #249
    0
  8. #202 zeebel (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 4 มีนาคม 2556 / 01:07
    อ๊ายยยยยยยย เขินแทน -//////-

    พี่คริสก็โคตรขี้งอน น้องชานยอลก็โคตรซึน

    แล้วสรุป หัวหน้าวงโย กับ เมียหัวหน้าวงโย ใครใหญ่ว่าใครกันแน่

    สงสารเด็กวงโยจริ๊ง โดนพาลใส่ตลอด

    น้องชานยอลบอกรักได้โรแมนติกมาก

    จะละลาย -อ่านไปยิ้มไป-
    #202
    0
  9. #185 thetist--? (@eveyoyo) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2556 / 19:00
    พี่คริสที่หลังโมโหอย่าไปลงกับวงโยนะ 5555
    ตอนนี้หวาน หวานมาก T///T
    เขินนน
    #185
    0
  10. #101 YelliE (@yellie0627) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2556 / 23:55
    พี่คริสแม่ม โกรธชานยอลทีไร เด็กๆ วงโยเดือดร้อนทู๊กกกกกที
    ฮาตรง หัวหน้าวงโย กะ เมียหัวหน้าวงโย 555555555555555

    ตอนนั่งอยู่ริมน้ำ ฟินมากกกกก พี่คริสอุ้มน้องยอลมานั่งข้างหน้าตัวเอง
    กรี๊ดๆๆๆๆๆ ยิ่งจิ้นยิ่งฟินนนน ^\\\\\\\\\^
    แล้วอพคก็ทำให้ความฟินพังทะลายเพราะดังงอลที่น้องยอลเงียบ
    โอยยยย อยากจะถีบแกตกน้ำจริงๆ อิพี่คริสสสสสสสสสส

    ไม่คิดว่าน้องยอลจะไปนอนบ้านพี่คริสอ่าาาาา
    แบบว่าๆ ตอนอ่านบรรทัดน้องยอลเก็บเสื้อผ้า แอบคิดไปไกลว่าคืนนี้น้องยอลเสียตัวแน่ๆ 5555 นี่แช้นคิดอะไรลงปายยยยยย
    ตอนน้องยอลเอาเพลงให้พี่คริสฟัง แล้วก็กอดนะ โอ้โหววววววว โรแมนติกมวากกกกกกก
    แล้วเพลงที่ให้ฟังก็โคตรรรรรรรจะเข้ากะบรรยากาศเลย
    ฟินยังโลกหน้าเลยอ่ะไรท์เตอรรรรรร์
    อ่านไปกลิ้งไป แบบว่า เขินอ่ะ เขินจริงๆ นะ โรแมนติกเว่อออออร์

    ส่วนพี่เยจินนางฮาตลอดเว 555555 ไม่มีหงไม่มีหวงน้องเล๊ยยยย
    #101
    0
  11. #100 krisme (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2556 / 23:03
    อยากบอกว่าฟินมากกกกกกกกกก อ่านไปเขินไปจนจะโดนหาว่าเปนบ้ายุแร้วเนี้ย!!55555 รีบมาอัพไวๆนะจ้าาา
    #100
    0
  12. #99 krisme (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2556 / 23:03
    อยากบอกว่าฟินมากกกกกกกกกก อ่านไปเขินไปจนจะโดนหาว่าเปนบ้ายุแร้วเนี้ย!!55555 รีบมาอัพไวๆนะจ้าาา
    #99
    0
  13. #97 happy-n1O ' (@ranna_taji) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2556 / 16:22
    กรี๊ดดรักกันขนาดนี้!!!เขิลลลนะ
    เรารักเรื่องนี้จังงงอย่าเพิ่งจบเลยได้ไหม;-;
    #97
    0
  14. #96 LOvE ChuN-Lun 4EVER (@thanna) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2556 / 14:40
    น่ารักอ่า พี่คริสงอนเก่งกว่าเคะอีกนะ น้องยอลบอกรักได้โรแมนติกมากมาย เขินจริง ><
    #96
    0
  15. #95 jansica (@quipblur) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2556 / 23:12
    โอ้ยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย หกดเ้่าสวงฟหกดเ้่าสว ไม่รู้จะพูดยังไงดีคือมันเขินมาก!!!!!!! แงงงงงงงงงงง้ สมกับที่รอคอยเลยค่ะ เรารอไรเตอร์อยู่ทุกวันจนห่อเหี่ยวคิดว่าจะไม่มาต่อแล้วนะ ซิกๆ
    ตอนนี้มันแบบ เอร้ยยยยยยยยยยยย ฮืออออออออออ เขินมากกกก เขินมากๆๆๆๆ เขินไม่ไหวแล้วจะตาย ยิ้มแก้มแทบปริ แบบอะไรเนี่ยยยยยยย อิพี่คริสขี้งอนมากเลยอ่ะ ขี้งอนขี้อ้อนไม่สมกับตัวเล้ยยย ตัวยังกะยักษ์5555555
    ตอนที่อยู่ในสวนว่าน่ารักแล้วนะ พอมาอยู่กันที่บ้านนิเอร้ยยยยยยยยยยยย เหมือนบรรยากาศเป็นใจ(?) น่ารักมากๆเลยอ่ะ ชานยอลบทจะโรแมนติกก็เอาซะหวานเลยนะ นอนกอดกันไปจนเช้า~ แอรรรรร๊ ตายละ ตายอย่างสงบ

    ทะเลาะกันมาทุกตอน พอรักกันแล้วก็ยังไม่วายทะเลาะกัน เป็นคู่ที่น่ารักจริงๆ
    แต่เห็นทีจะตัดสินยากแล้วล่ะว่าหัวหน้าวงโยหรือเมียหัวหน้าวงโยใครจะน่ากลัวกว่ากัน อิพี่คริสขี้งอนขนาดนี้ แถมตัวก็ยักษ์อีกตะหาก55555555555

    อีกสองตอนก็จบแล้ว...ไม่อยากให้จบเลยอ่ะ รู้สึกว่าผูกพันธ์ แงงง้ แต่งานเลี้ยงย่อมมีวันเลิกรา ซิกๆๆ ;____;
    ยังไงก็รออยู่นะคะ อิอิ^^
    #95
    0
  16. #94 fasai_sky (@skyfapim) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2556 / 20:19
    แงงงง ตอนนี้มันหวานเกินไปแล้ว งืออ T////T

    ตกลงกลายเป็นอิพี่คริสขี้งอนมากกว่าอีกงื่อ
    นิดหน่อยๆก็ชอบงอนเด้ก แหม อยากให้มากอดง้อบ่อยๆใช่ป่ะหล่ะ
    55555555555555
    เขินตอนบอกรักมาก โง้ย ฟินสูงสุด ><
    #94
    0
  17. #93 Rabbit_Yizing (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2556 / 20:10
    โอยยย เขิน-/////////-

    พี่คริสต้องเข้าใจน้องหยอยเขาซึนค่า55555

    'แล้วว่า หัวหน้าวงโย กับ เมียหัวหน้าวงโย ใครใหญ่กว่ากันล่ะวะ'

    จะขำก็ขำ แต่ก็เขินประโยคนี้ อร๊าย>_<

    น้องยอลร้องเพลงบอกรักคริสแล้ว

    ฮิ้วว~
    #93
    0