[FIC] ::: Love Percussion ::: [KrisYeol]

ตอนที่ 10 : ::: ~ [Part 9] ~ :::

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,116
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    20 ม.ค. 56


Part 9

Kris Part

นับจากเมื่อวานที่ผมงอนชานยอลก็ยังไม่มีปฏิกิริยาอะไรจากมัน จนอีกวันผ่านไป จนเจอมันที่
ห้องดนรีไทยอีกครั้ง มันก็ได้แต่มองผมแล้วก็ทำหน้านิ่งๆ
 
ใจคอมึงจะไม่ง้อกูเลยช๊ะ !!!
 
'ชานยอล เหม่อไปไหน มีสมาธิหน่อย' อาจารย์ดนตรีไทยตำหนิชานยอลที่ใจลอยไปไหน
ต่อไหนจนทำอะไรไม่ถูก
 
'ขอโทษครับ' มันพูดกับอาจารย์ส่ายหน้าสองสามทีด้วยสีหน้าเคร่งเครียด ไม่แม้จะปรายหาง
ตามองมาทางผมเลย 
 
เออ ได้  !!!
 
ส่วนวันนี้ที่โรงเรียนมีงานออกร้านขายของการกุศลภายในโรงเรียน มีแสดงจากวงดนตรีของโรงเรียน
แล้วก็มี นักเรียนและบุคคลจากภายนอกเข้ามาภายในโรงเรียน และแน่นอนว่า เด็กผู้ชายหน้าตาอย่างผม
ที่ทุกคนลงความเห็นว่าให้เป็น เด็กผู้ชายที่ดูดีติดอันดับต้นๆของโรงเรียนต้องมาทำหน้าที่เป็นฝ่ายต้อนรับ
คนจากภายนอกที่จะเข้ามาในโรงเรียน รวมถึงพูดจาหว่านล้อมให้ทุกคนเห็นดีเห็นงามที่จะร่วมซื้อของ
ที่มาออกร้านเพื่อหาเงินเข้าการกุศลของทางโรงเรียนด้วย
 
โอเค ในเมื่อผมรับหน้าที่นี้มาแล้วผมก็จะทำให้ดีที่สุดแต่ในใจแม่งห่อเหี่ยวจนไม่อยากแม้แต่จะขยับเขยื้อน 
 
'คริส มานี่หน่อย' เพื่อนผมอีกคนที่อยู่ฝ่ายต้อนรับเหมือนกันเรียกผมให้เดินเข้าไปหา
 
'เออ ว่า' ผมถามมัน ข้างๆมันเป็นกลุ่มนักเรียนหญิงล้วนจากโรงเรียนใกล้เคียงยืนอยู่สองสามคน ผมหัน
ไปมองผู้หญิงกลุ่มนั้น แล้วก็ยิ้ม ผู้หญิงคนที่ดูดีที่สุดในกลุ่มยิ้มกว้างให้ผม ผมรู้สึกคุ้นกับรอยยิ้มนั้นแบบแปลกๆ
เหมือนกับว่าผมเคยเจอผู้หญิงคนนี้ที่ไหนมาก่อน
 
'เออ มึง นี่ มึงพา ผู้หญิงกลุ่มนี้ไปทัวร์รอบโรงเรียนหน่อยนะ เดี๋ยวกูจะไปอยู่ที่หน้าประตูต่อ' มันหันมาสั่ง
ผมแล้วก็เดินจากไป เด็กผู้หญิงกลุ่มนั้นหันไปซุบซิบๆกันในกลุ่ม แล้วก็ดันตัวผู้หญิงคนที่ผมคุ้นๆหน้าออกมา
เธอดูอายๆ แต่ก็พยายามยิ้มให้ผมอย่างจริงใจ
 
'เราชื่อ โซมี นะคะ วันนี้รบกวนพาเดินดูรอบๆด้วยนะคะ' เธอพูด เสียงของเธอใสและฟังดูน่ารักมาก 
หน้าตาของเธอก็น่ารักชนิดที่เรียกได้ว่าคงจะป๊อปมากในหมู่เพื่อนๆ แววตาของเธอที่มองมาที่ผม ดูเป็นประกายวิ๊งๆ 
ผมว่าผมเริ่มรู้แล้วว่าผมเคยเจอผู้หญิงคนนี้ที่ไหน เหมือนเธอเคยมาสารภาพรักกับผมครั้งหนึ่งเมื่อปีที่แล้วหรือไงนี่แหล่ะ
 
'งั้นตามมาเลยครับ' ผมพูดแล้วก็เดินพาเธอชมไปรอบๆงาน โดยมีเพื่อนของเธอ เดินตามอยู่ข้างหลัง
ส่งเสียงหัวเราะคิกคักๆจนน่ารำคาญ แถมยังพูดอะไรประมาณว่าเหมาะกันดีเนอะ จีบเลยๆ อะไรซักอย่าง
เพราะวันนี้ที่โรงเรียนคนเยอะเสียงดังมาก ผมเลยฟังไม่ถนัดว่าพวกเธอพูดเรื่องอะไร
 
'ช่วงนี้คริสเรียนหนักหรือเปล่าคะ' โซมีถามผมขึ้นระหว่างที่ผมแนะนำร้านต่างๆภายในมหาวิทยาลัย
ผมหันไปมองเธอแล้วก็ส่ายหน้านิดหน่อย ไม่ชอบเลย ที่อยากเข้ามาในโรงเรียนนี่ก็เพราะมีอะไรแอบแฝงตลอด
 
'ทางนั้นเป็นร้านอาหารนะครับ มีอาหารอร่อยเต็มเลย ถ้ารักหุ่นก็มีพวกสลัดกับผักที่ปลูกภายในโรงเรียน
ให้เลือกซื้อนะครับ' ผมชี้แนะนำร้านขายอาหาร พลันสายตาก็เห็นชานยอลอยู่ตรงร้านชายกล้วยทอด
กับแก๊งค์เพื่อนของมัน
 
'อ้าว ชานยอล ไม่ได้เจอกันนานเลย' โซมีเดินเข้าไปทักชานยอลที่ร้านกล้วยทอด กลุ่มเพื่อนมันที่ยืน
ขายกล้วยทอดอยู่ส่งเสียงวี๊ดวิ้วคล้ายว่ารู้จักโซมีกันมานานแล้ว ไอ้เพคฮยอนส่งเสียงร้อง บะบะโอ้บะบะ
ส่วน จงอินกับดีโอหัวเราะคิกคักพลางจิ้มตัวไอ้ชานยอลเล่น ส่วนเซฮุนที่มองเห็นว่าผมเดินมากับโซมี
ก็ได้แต่ร้องว่า แม่เจ้าโว๊ยรถไฟชนกัน รถไฟชนไอ้ชานยอลแล้ววันนี้
 
อะไรของมันวะ
 
'สวัสดีครับ พี่โซมี ครับ ไม่ได้เจอกันนานเลย' ชานยอลยิ้มกว้างให้โซมี หน้าตาดูแจ่มใสขึ้นกว่าตอนแรก
โอเค ดูแค่นี้ผมก็เข้าใจแล้วว่า โซมี คือใคร
 
โซมีคือผู้หญิงที่ชานยอลชอบ คือผู้หญิงที่ชานยอลแอบปลื้มมาตลอด เป็นผู้หญิงที่ชานยอลเคยสารภาพรักด้วย
เป็นผู้หญิงที่ไม่ได้รักชานยอล แต่กลับมาสารภาพรักกับผม และทำให้ชานยอลเสียใจจะเป็นจะตาย ทำให้ชานยอล
พาลเกลียดผม หาว่าผมไปหักอกคนที่มันรัก
 
ใครก็ได้พาผมออกไปจากตรงนี้ทีเถอะ
 
'อ้าว พี่คริสหวัดดีค๊าบ' แกงค์เพื่อนของชานยอลยกมือหวัดดีผมกันหมด ยกเว้นไอ้ชานยอลที่มองผมด้วย
สายตาแปลกๆ ก่อนจะหันไปคุยกับโซมีต่อ
 
'พี่โซมีอยากกินกล้วยทอดมั๊ยครับ ผมให้ฟรีเลยนะ' ชานยอลรีบตักกล้วยทอดใส่ถุงแล้วส่งให้โซมีกับมือ
 
'ว๊า พี่ลดหุ่นอยู่อ่ะ ไม่อยากกินของทอด' โซมีพูด เฮอะ ตัวผมขนาดนั้นแล้วยังจะอยากลดหุ่นไปทำไมกันอีก
นี่ผมหมั่นไส้โซมีเหรอ เปล่าเลย ไม่ได้หมั่นไส้เลยซักกะติ๊ด เธอเป็นผู้หญิงนะ จะไปหมั่นไส้ทำไมกัน !!!
 
'อ่ะ คริส เราให้ เอาไปกินแทนเราหน่อยนะ' โซมีถือถุงกล้วยทอดมาให้ผม ผมรับมาแล้วก็ยิ้มๆ ตามอง
ไปที่ชานยอลทีหนึ่ง มันเองก็มองหน้าผมอยู่ แต่พอเห็นผมมองหน้าอยู่มันก็หลบสายตาผมไป
 
'คริส เราไปเดินเที่ยวกันต่อเถอะ โซมีอยากไปดูดนตรี' โซมีชวนให้ผมเดินไปตรงเวทีใหญ่หน้าโรงเรียน
ผมก็เดินตามไปอย่างว่าง่าย ผมหันกลับไปมองร้านขายกล้วยทอดอีกทีก็ไม่เห็นชานยอลแล้ว
 
 
ผมกับโซมี และกลุ่มเพื่อนของเธอ เดินมาถึงหน้าเวทีใหญ่ที่ วงดนตรีของโรงเรียนวงต่อไปกำลังจะขึ้นโชว์
การแสดงบนเวที ไอ้วงนี้ก็เพื่อนผมทั้งนั้นแหล่ะ  ดูเหมือนว่าทุกคนที่เดินอยู่ในโรงเรียนจะพร้อมใจกันมา
รวมตัวดูวงดนตรีวงนี้ ก็แน่แหล่ะ เบอร์หนึ่งของโรงเรียนเลยนะ
 
'ชานยอล ชานยอล มายืนตรงนี้สิ' โซมีหันไปตะโกนเรียกชื่อชานยอล จนผมต้องหันไปมอง ชานยอล
กับแก๊งค์เพื่อนมันเดินมายืนอยู่ข้างๆเธอ ผมหันไปอีกทางก็เจอไอ้ซูโฮเดินมาพอดี ผมเลยตะโกนเรียกมัน
ให้มายืนอยู่ด้วยกัน กลายเป็นการรวมหมู่ญาติขนาดย่อมๆรอบๆตัว
 
'ไงมึง ดีกับน้องยัง' ไอ้ซูโฮกระซิบถามผม เมื่อเห็นชานยอลยืนอยู่ตรงนั้นด้วย 
 
'ยังอ่ะ ยังมึนตึงอยู่ แม่ง อารมณ์เสีย' ผมพูดกับซูโฮ ก่อนจะหันมาดูวงดนตรีต่อ แม่ง รีบๆร้องเถอะ
ตอนนี้อยากฟังดนตรีดับอารมณ์มาก
 
 
'เอ๊า พร้อมจะสนุกกันหรือยังคร๊าบบบบบบบบ' เสียงนักร้องนำดึงขึ้นเมื่อ Sound check กันเสร็จ
เรียบร้อย เสียงกรี๊ดดั่งกระหึ่มไปทั่วบริเวณ (วันนี้เด็กผู้หญิงในโรงเรียนเยอะมาก อย่าเพิ่งตกใจว่าเป็นเสียง
ผู้ชายกรีดร้องไปซะก่อนนะ) พวกผมก็ปรบมือกันใหญ่ ผมพร้อมจะมันส์ให้โลกลืมแล้ว
 
... รอนแรมมาเนิ่นนานเพียงหนึ่งใจ กับทางที่โรยเอาไว้ด้วยขวากหนาม ... [1]
 
เสียงท่อนเพลงที่คุ้นเคยดังขึ้น กลุ่มคนขนาดใหญ่ที่ยืนรวมตัวกันอยู่ตรงนี้เริ่มเคลื่อนไหวไปตามเสียงเพลง
เสียง เบส เสียงลีดกีตาร์ เสียงกลอง เสียงรัวกระเดื่องที่หนักแน่นไปตามอารมณ์ของเพลง ชวนให้ผมคล้อยตาม
จนลืมเรื่องเครียดๆที่คิดอยู่ไปจนหมด
 
 
'โอเค เพลงแรกจบไปแล้วนะครับ สนุกกันมั๊ยเอ่ย' นักร้องนำพูดออกไมค์ขอเสียงจากผู้ฟังก่อนจะเริ่ม
เพลงต่อไป ผมกับไอ้ซูโฮก็ปรบมือกันใหญ่ อยากให้มันเล่นเพลงต่อไปเร็วๆ
 
'มาต่อที่เพลงต่อไปเลยดีกว่า เพลงนี้ขอมอบให้คนที่กำลังมีความรักทุกคนแล้วกันนะครับ'
 
เสียงกีตาร์บรรเลงทำนองเพลงที่ทุกคนคุ้นเคยกันดี และในวินาทีที่เพลงเริ่มเล่นขึ้นนั่นเอง
ผมกับชานยอลก็หันมามองหน้ากันโดยไม่ได้นัดหมาย
 
..มองไปก็มีแต่ฝนโปรยปราย ในหัวใจก็มีแต่ความเหน็บหนาว 
ท้องฟ้าที่มองไม่เห็นแสงดาว คือเหน็บหนาว ...
 
'เพลงนี้เพราะเนอะ คริส' โซมีหันมาคุยกับผม และด้วยเสียงเครื่องดนตรีที่ดังมาก ผมเลยต้องก้มตัวลงไป
ใกล้ๆโซมีเพื่อตั้งใจฟังอีกรอบ 
 
'เพลงนี้เพราะเนอะ' เธอพูดข้างๆหูผม ผมพยักหน้าน้อยๆแล้วก็หันไปมองบนเวทีต่อ โซมีเลยหันไปคุยกับ
ชานยอลแทน ฃานยอลยิ้มบางๆให้โซมี เป็นรอยยิ้มที่ผมไม่เคยได้จากมันเลยซักครั้ง 
 
...อยู่ต่อเลยได้มั๊ย อย่าเพิ่งปล่อยให้ตัวฉันไป...
 
เพลงยังคงดำเนินไปเรื่อยๆ สลับกับผมที่มองหน้าชานยอลอยู่ตลอดเกือบทั้งเพลง ผมจำได้แม่นว่าผม
เคยลองเพลงนี้ให้มันเมื่อตอนที่มันกลับมารับผลที่โรงเรียน แต่ดูท่าว่ามันจะลืมไปแล้ว
 
'คืนนี้ให้ฉันได้อยู่กับเธอ ...' ผมตะโกนร้องท่อนสุดท้ายเสียงดัง แต่ไม่ได้หันหน้าเข้าเวทีนะ
ผมร้องเพลงหันไปทางที่ชานยอลมันยืนอยู่ อย่างน้อยมันก็ต้องได้ยินบ้างแหล่ะ แต่มันก็ยังไม่มีปฏิกิริยาอะไร
 
'คริส เพลงนี้ชื่อเพลงอะไรเหรอ ถามชานยอลแล้ว ชานยอลบอกไม่รู้' โซมีเขย่งตัวขึ้นมาพูดข้างหูผม 
แต่ไม่รู้ว่า เพราะเธอเขย่งมากเกินไปจนทรงตัวไม่ดีหรือยังไง ปากของเธอเลยดันมาเฉียดแก้มของผมแทน
 
'เอ่อ เราขอโทษ' โซมีพูดแล้วก็ก้มหน้างุด ผมคิดว่าเธอคงอาย นี่ถ้าเป็นหนุ่มคนอื่น เจอเหตุการณ์เมื่อครู่
เข้าไปคงคิดว่า ลาภปาก เพราะมีสาวๆสวยๆแบบนี้มาขายขนมจีบใส่ แต่ผมไม่ยักกะรู้สึกอะไร ก็คนที่ผมรัก
มันยืนทำหน้าเป็นตูดอยู่ไม่ไกลเลย
 
'ชานยอลไม่รู้เหรอ' ผมพูดแล้วเหล่มองไปที่ชานยอลอีกครั้ง 
 
'เพลง อยู่ต่อเลยได้ไหม ของสิงโต นำโชค น่ะ' ผมบอกกับเธอ แล้วหันไปคุยกับ ซูโฮต่อ
 
 
'อ้าว ชานยอล เฮ้ยไปไหน' เสียงไอ้เพคฮยอนดังขึ้นลั่นจนผมต้องหันไปมอง ทันเห็นไอ้ชานยอลเดิน
หนีหายออกไปจากลานแสดงดนตรีพอดี 
 
'เออ มึง เดี๋ยวกูมา โซมี ผมไปก่อนนะ หวัดดีครับ' ผมหันไปบอกไอ้ซูโฮทีหนึ่งกับหันไปบอกลาโซมี
ด้วยความรวดเร็ว 
 
'อ้าว ไป ...' ผมไม่อยู่รอฟังโซมีพูดจนจบก็รีบรุดตัวออกจากฝูงชนตรงนั้นพอ พลางสอดสายตาหาว่า
ไอ้ชานยอลเดินไปทางไหน มองไปมองมาก็เห็นมันเดินขึ้นบันไดตึกไปพอดี
 
ผมเดินตามมันขึ้นไปบนตึก จนไปหยุดที่ชั้น 3 เห็นหลังมันไวๆว่าเดินไปทางห้องน้ำ แต่พอผมเดินไปก็
ไม่เห็นมันแล้ว ผมเลยลองเดินเข้าไปในห้องน้ำ ก็เห็นชานยอลยืนอยู่ในนั้น
 
มันยืนหันหลังเข้ากำแพง มันเลยไม่เห็นว่าผมกำลังเดินเข้าไปหา
 
'ชานยอล' 
 
'คริส'  
 
มันที่เพิ่งรู้ตัวว่าผมเดินตามมันมาจนถึงตรงนี้ก็ได้แต่ทำหน้าตาตกใจ ส่วนผมก็ตกใจไม่แพ้มันหรอก
หน้าชานยอลเต็มไปด้วยน้ำตา ผมเห็นชัดเจนเต็มสองตาเลย
 
'มึงตามกูมาทำไม ฮะ' พอมันตั้งสติได้มันก็เริ่มตะคอกผมด้วยเสียงดังลั้น ผมมองหน้ามันด้วยความ
ไม่เข้าใจ 
 
'ร้องไห้ทำไมอ่ะ' ผมไม่ตอบคำถามชานยอล แต่เปลี่ยนไปถามเรื่องน้ำตาของมันแทน ใครทำมัน
ร้องไห้กัน
 
'เรื่องของกู ไม่ต้องมายุ่ง ไม่อยากยุ่งกับกูแล้วนี่ สมใจแล้วดิ' ชานยอลยังคงตะคอกใส่ผมด้วยแรงอารมณ์ต่อไป
ผมพยายามจับแขนมันเอาไว้ให้อยู่นิ่วๆ มันก็ดิ้นสุดแรง จนผมต้องปล่อยมือ
 
'สมใจอะไร พูดอะไร ไม่เข้าใจ'
 
'ไม่ต้องมาแสร้งพูดดีหรอก ไอ้คริส มึงมันชั่ว' ชานยอลตะโกนด่าผมทั้งน้ำตา จมูกและตาแดงก่ำจนผมอดสงสาร
ไม่ได้ นี่มันเป็นอะไรทำไมไม่บอกผมเลย
 
'แล้วมาด่าพี่ทำไมอ่ะ พี่ทำอะไรผิดก็บอกมาดิ' 
 
'พูดไปมึงก็ไม่เข้าใจหรอก ไปให้พ้นหน้ากูเหอะ กูไม่อยากเห็นหน้ามึงอีก มึงได้ยินมั๊ย กูเกลียดมึง' 
 
ผมจ้องเข้าไปในดวงตากลมที่คลอไปด้วยน้ำใสทั้งสองข้างด้วยความเจ็บปวดลึกๆในใจ คำว่าเกลียด
เป็นคำสุดท้ายที่ผมอยากได้ยินจากปากชานยอล แล้วมันก็เพิ่งพูดให้ผมได้ยินชัดเจนเต็มสองรูหู
 
'เกลียดพี่มากใช่มั๊ย' ผมถามมัน ถึงแม้จะรู้อยู่แก่ใจ ว่าชานยอลเขียนอะไรลงในไดอารี่ของมันบ้าง
แต่มันจะไปสำคัญอะไรถ้าไม่ได้ยินจากปากชานยอลเอง
 
'เออ เกลียด กูก็บอกมึงตั้งแต่แรกแล้วนี่ ว่ากูเกลียดมึงอ่ะ เกลียดมาก เกลียดสุดๆไปเลย เลิกยุ่งกับกูได้แล้ว
กูไม่มีวันชอบผู้ชายแบบมึงหรอก'
 
'...'
 
'ไปตายซะ ไอ้บ้า ไอ้ ..'
 
'ถ้าชานยอลไม่อยากเจอหน้าพี่ งั้นก็ได้ พี่ก็จะไป จะไม่มายุ่งกับชานยอลอีก ชานยอลจะได้สบายใจ'
 
ผมพูดเสร็จแล้วก็หมุนตัวกลับ จากนั้นก็โทรไปหาอาจารย์ดนตรีไทยว่าวันนี้ขอลาซ้อม 1 วัน
บอกว่าไม่ค่อยสบาย ไปซ้อมไม่ไหว แล้วผมก็ตรงดิ่งกลับบ้านในทันที
 
 
 
.
.
.
 
 
'แม่ครับ มันจะเป็นไปได้มั๊ยที่คนเราจะสามารถรักกันได้ทั้งที่เพิ่งรู้จักกันแค่อาทิตย์เดียว'
ผมที่กำลังนอนหนุนตักแม่ดูทีวีอยู่ในห้องนอนใหญ่ ถามขึ้น แม่ละสายตาจากทีวีลงมามอง
ตาผม ท่านยิ้มให้ผมน้อยๆก่อนจะเริ่มพูด
 
'เรื่องความรักนะ อะไรก็เป็นไปได้ทั้งนั้นแหล่ะ'
 
'แล้ว ถ้าคนๆนั้นเคยเกลียดผมมาก่อนล่ะ แบบ เกลียดผมมากๆเลยน่ะ เค้าจะหันมาสนใจผม
ได้บ้างมั๊ย' ผมถามท่านต่อ ถูแก้มของตัวเองกับตักอุ่นๆของท่านอย่างออดอ้อน
 
'ลูกแม่ออกจะน่ารักขนาดนี้ ใครกล้าเกลียดได้ลงน้า' ท่านหัวเราะ ผมยิ้มนิดหน่อย บางที
ไอ้เรื่องบ้าๆที่เกิดขึ้นนี่ก็อาจจะไม่ใช่ความผิดของผมเลย
 
'การทำให้ใครซักคนหันมารักเรานี่มันยากเนอะแม่' ผมพูด บางทีก็เริ่มเหนื่อย เหนื่อยกาย
ตามตื๊อชานยอลนี่ไม่เท่าไหร่ แต่เหนื่อยใจนี่สิ ...
 
'เอาน่า ของแบบนี้ต้องใช้ความพยายาม' แม่ลูบหัวผมด้วยความเอ็นดู ผมนอนหลับตาปี๋
บนตักของท่านด้วยความสุข มันก็ต้องใช้ความพยายามอย่างที่แม่ผมว่าจริงๆ แต่ในเมื่อ
ชานยอลเองก็เหมือนจะมีใจให้ผมแล้ว ทำไมมันยังปากแข็งอยู่อีก
 
ผมไม่เข้าใจเลยจริงๆ 
 
 
zzzZZZ
 
 
... rrrrrrrrrrrr ...
 
 
เสียงเรียกเข้าโทรศัพท์ของผมดังขึ้นกลางดึก เรียกให้ผมที่นอนหลับไปนานแล้วต้องตื่นขึ้นมา
คว้าเอาโทรศัพท์ที่วางอยู่บนหัวเตียงมาดู เป็นเบอร์แปลกที่ผมไม่คุ้น ผมเลยกดตัดสายทิ้งไป
แล้วล้มตัวนอนต่อ จากนั้นเบอร์โทรศัพท์นั้นก็เรียกเข้ามาอีก ผมเลยต้องกดรับด้วยสภาพที่ยังไม่ตื่นดี
 
'ฮัลโหล คร๊าบ' 
 
'พี่คริสเหรอครับ พี่คริส' เสียงของเด็กผู้ชายที่ไหนไม่รู้กรอกมาจากปลายสาย เรียกผมพี่คริสๆๆๆด้วยเสียง
แตกต่างตื่น คล้ายว่ากำลังเกิดเรื่องใหญ่
 
'ใครอ่ะ' ผมถามมัน ถ้าลองว่ามีเบอร์ผม แล้วรู้จักชื่อผมด้วยคงเป็นคนที่ผมรู้จักแน่
 
'ผมเพคฮยอนอ่ะพี่ เพื่อนไอ้ชานยอลอ่ะพี่ พี่คริส เกิดเรื่องใหญ่แล้วพี่ ชานยอล อ่ะ' ผมตาสว่าทันทีที่ได้ยิน
ชื่อชานยอล โทรมากลางดึกแบบนี้คงไม่ใช่เรื่องเล็กๆแน่
 
'เกิดอะไรขึ้น เล่าให้กูฟังดิ๊ เร็วๆ'
 
'พี่คริสอยู่กับไอ้ชานยอลมันหรือเปล่าอ่ะ ชานยอลมันยังไม่กลับบ้านอ่ะพี่ เมื่อกี้แม่มันโทรหาผมอ่ะ' 
สิ่งที่เพคฮยอนพูดมายิ่งทำให้ผมตาโตขึ้นกว่าเดิม
 
'ไม่ ไม่อยู่ แล้วโทรหาชานยอลมันยังล่ะ' 
 
'โทรแล้วพี่ ไม่ติดเลย สงสัยแม่งแบตหมด' ใจผมหล่นไปอยู่ตาตุ่ม เริ่มคิดว่าชานยอลมันจะไปไหนได้
แต่คิดยังไงก็คิดไม่ออก เหลือบดูนาฬิกาตอนนี้ก็ปาไป เที่ยงคืนกว่าแล้ว แล้วมันจะไปไหนได้
โอ๊ยชานยอล นี่มึงไปไหนล่ะ
 
 
-ก๊อกๆ -
 
'คริสลูก คริส มีคนมาตะโกนเรียกหนูหน้าบ้านแน่ะ ออกมาดูหน่อยสิ' เสียงแม่ผมมาเรียกที่หน้าประตูห้อง
บอกว่ามีคนมาเรียกผมที่หน้าบ้าน 
 
'ครับแม่ แป๊ปนึงนะเพคฮยอน ถือสายรอแป๊ป' ผมเดินไปที่ประตูระเบียง ลองเอาหูแนบฟังกับกระจก
เพื่อฟังดูว่ามีใครมาตะโกนเรียกจริงหรือเปล่า
 
'คริส มึงอยู่ไหนอ่ะ ไอ้คริสสส'
 
'เรียกกูนี่หว่า เอ ใครวะ' ผมรีบเปิดประตูออกไปดูตรงระเบียง มองไปตรงถนนหน้าบ้าน ก็สะดุดตาเข้ากับ
คนที่คุ้นเคย ที่เคยเห็นอยู่ทุกวัน แถมยังเป็นคนที่เพคฮยอนตามหาตัวอยู่ด้วย 
 
'เฮ๊ย เพคฮยอน พี่เจอตัวไอ้ชานยอลและ ไม่ต้องห่วงแล้วนะ เดี๋ยวพี่โทรบอกแม่ชานยอลเอง' 
ผมวางสายจากเพคฮยอนแล้วรีบวิ่งลงข้างล่าง ก็ไม่รู้เหมือนกันว่ามันเดินมาแถวนี้ทำไม แต่ถ้ามัน
ตะโกนชื่อผมออกมาซะขนาดนั้น แสดงว่ามันก็ต้องอยากเจอผมใช่มั๊ย
 
'ไอ้คริส ไอ้บ้า มึงอยู่ไหน ออกมานะ' ชานยอลยืนตะโกนกลางถนนเหมือนคนบ้า นี่คนบ้านอื่นไม่เรียก
ตำรวจมาจับมันไปก็ดีเท่าไหร่แล้ว 
 
'ชานยอล' ผมเปิดประตูเรียกมันที่หน้าบ้าน พอได้ยืนเสียงเรียกชานยอลก็หันมา แต่พอมันเห็น
ผมเท่านั้นแหล่ะ มันก็รีบวิ่งเข้ามาผลักผมเลย 
 
'มึงอ่ะ มึง เพราะมึงเลย มึง ...' มันยืนชี้หน้าผมที่ตอนนี้กำลังนอนหงายอยู่บนพื้น กลิ่นเหล้า
จากตัวชานยอลเหม็นหึ่งตลบอบอวล ดูจากท่าทางของมันแล้วก็คงจะเมาจริงๆ เพราะหน้ามันแดงก่ำ
แถมยังยืนแล้วเซไปเซมา
 
ผมตะเกียจตะกายลุกขึ้นจากพื้น เดินเข้าไปประคองมันที่กำลังจะเซไถลไปข้างๆ แล้วออกแรงลากมันเข้าบ้าน
ตอนแรกมันก็ไม่ยอมเดินตาม ผมเลยต้องออกแรงมากกว่าเดิม จากนั้นก็กลายเป็นการลากชานยอล
เข้าบ้านแบบถูลู่ถูกัง 
 
'ใครเหรอคริส' แม่ผมที่รออยู่ในห้องนั่งเล่นถามผม เมื่อผมลากไอ้ชานยอลเข้ามา และที่น่าแปลกใจมากคือ
ถึงแม้ชานยอลจะดูเมามากก็ตาม แต่มันก็ยังคงความมารยาทดีด้วยการยกมือขึ้นไว้แม่ผมด้วย 
 
'ชานยอลครับแม่ รุ่นน้องที่โรงเรียน' ผมพูดกับแม่ แม่พยักหน้าหงึกๆ แล้วก็รีบบอกให้ผมพาน้องขึ้นห้อง
 
จากนั้นผมก็ลากชานยอลขึ้นบันไดบ้านมาด้วยความยากลำบากกว่าเก่า เพราะมันแทบจะไม่ก้าวขาเลย
ผมก็เลยอาศัยค่อยๆลากมันขึ้นบันไดมาทีละขั้นๆ กว่าจะมาถึงห้องก็เล่นเอาเหนื่อยแทบแย่ 
 
'แฮ่กๆ ทำไมตอนเมาแล้วตัวหนักขึ้นกว่าเดิมล่ะวะ' ผมโวยวายแล้วก็ทิ้งตัวมันลงกับเตียง สภาพมันตอนนี้
ดูไม่ค่อยได้ ผมพยายามค้นกระเป๋ามันเพื่อหาโทรศัพท์ ลองเปิดดูก็พบว่าแบตหมด ดีนะว่ามันใช้โทรศัพท์รุ่นเดียวกับผม
ผมเลยเสียบสายชาร์จให้มัน กะว่าเดี๋ยวจะเปิดเครื่องแล้วโทรไปบอกแม่มันว่า ชานยอลอยู่กับผม ไม่ต้องเป็นห่วง
 
'ฮือๆ' เสียงสะอึกสะอื้นดังมาจากข้างหลัง ผมลองหันไปดูชานยอลที่อยู่บนเตียง ก็เห็นว่ามันกำลังเอามือปิดหน้า
ร้องไห้อยู่ อ้าว เฮ๊ย เป็นอะไร
 
'ชานยอลเป็นอะไร อย่าร้องไห้ดิ' ผมใช้มือปาดน้ำตาให้มัน น้ำตาหยดแล้วหยดเหล้าไหลออกมาไม่ขาดสาย
ราวกับเปิดก๊อก 
 
'มึง เพราะมึงเลย มึงอ่ะทำกู ทำไมมึงทำกับกูแบบนี้ ไอ้เชี่ย กูไม่น่าหลงเชื่อมึงเลย ไม่น่าเลย' ชานยอลก้มหน้า
ร้องห่มร้องไห้สะอึกสะอื้นจนตัวโยน ผมอ้าแขนโอบให้ชานยอลเขยิบเข้ามาใกล้ผมมากขึ้น จนหน้าผากมันชน
กับปากผมพอดี ผมค้างท่านั้นไว้ซักพักจนมันเริ่มนิ่ง ผมก็ดันตัวชานยอลออกมา น้ำตาบนแก้มมันเริ่มแห้งลง
บ้างแล้ว แล้วตากลมๆก็ยังเต็มไปด้วยน้ำตาอยู่
 
'พี่ไปทำอะไรให้เหรอ ไหนลองบอกมาซิ' ผมลูบหัวมัน เห็นมันร้องไห้แบบนี้แล้วก็โกรธต่อไม่ลงเลยจริงๆ
 
'ก็มึงอ่ะ จะทิ้งกู มึงทิ้งกู มึง ไอ้คนไม่จริงใจ' 
 
'ไม่ได้ทิ้ง แค่งอนเฉยๆ' ผมพูดกับชานยอล กดนิ้วโป้งข้างซ้ายลงกับแก้มมันเบาๆ มืออีกข้างก็ลูบหัวมันไป
เรื่อยๆ
 
'แล้วมึง มึงอ่ะ ... ฮือ' ชานยอลก๊อกแตกเป็นรอบที่สอง โอย อย่าร้องไห้สิ เห็นแล้วเจ็บปวดแทนนะ
 
'ทำไม พี่ทำไมเหรอ บอกมาสิ จะได้ปรับปรุงตัวไง' 
 
'มึงอ่ะ ฮึก  มึงหลอกกู' 
 
'หลอกตอนไหน ที่พูดที่ทำลงไปนั่นจากใจล้วนๆ' ผมเขี่ยแก้มมันเล่น ตลกตัวเองที่คุยกับคนเมารู้เรื่อง
ได้ขนาดนี้ 
 
'ไม่จริง มึงหลอกกู ฮึก กูไม่เชื่อ ไอ้บ้าาา' มันส่ายหน้า ทำปากเบะเหมือนเด็ก ไม่เคยมีใครบอก
มันหรือไงว่าทำแบบนี้แล้วน่ารักเกิ๊น
 
'มึงหลอกกู ฮือ มึงหลอกให้กูรักมึง แล้วมึงก็จะทิ้งกูไปใช่มั๊ย' ชานยอลยกกำปั้นขึ้นมารัวใส่ตัวผม
ผมพยายามจับมือมันไว้แต่มันก็ยังดิ้นอยู่
 
'ชานยอล ฟังก่อน ฟังพี่ก่อน' 
 
'ไม่ กูไม่ฟัง มึงจะทิ้งกูได้ยังไง ไหนมึงบอกว่ามึงอยากเป็นแฟนกูไง กูไม่ยอมนะ ไม่ย๊อม ฮือ'
 
'ฟัง ฟังก่อนสิ สร่างเมาได้แล้ว' ผมตะโกนใส่หน้ามัน แต่มันก็ยังไม่หยุด ทั้งจิก ทั้งข่วน ทั้งต่อย
เท้าสองข้างก็ถีบรัวๆไม่ยั้ง
 
'ใครว่ากูเมา กูไม่ได้เมา แม่ง เมาห่าอะไร แค่ 5 6 ขวด ไม่เมา เห้ ไม่เมา อูแหวะ' 
ชานยอลเอามือปิดปากตัวเองคล้ายว่าจะขย้อนเอาทุกสิ่งในพุงออกมา ตายละวา ถ้ามันอ๊วก
บนเตียงผมนี้สงสัยเรื่องใหญ่
 
'เฮ้ยๆ อย่าเพิ่ง เข้าห้องน้ำก่อน' ผมดึงคอเสื้อมันลากเข้าไปห้องน้ำ กดหัวมันลงกับชักโครก
แล้วปล่อยให้มันปล่อยทุกสิ่งทุกอย่างออกมา โอย ดีนะว่าทัน ไม่งั้น เหม็นฉึ่ง
 
 
ผมเดินออกมานอกห้องน้ำ หยิบโทรศัพท์ของชานยอลขึ้นมาดูเบอร์โทรศัพท์แม่มันแล้วก็
จัดการโทรบอกแม่มันเสร็จสรรพ โม้ๆไปบ้างเพื่อที่ไอ้ชานยอลจะได้ไม่โดนด่า มันเป็นหนี้บุญคุณ
ผมเลยนะเนี่ย
 
ผมเดินหยิบมือถือมานั่งเล่นที่ปลายเตียง นั่งๆไปซักพักก็ได้ยินเสียงเปิดประตูห้องน้ำ ชานยอล
เดินโซเซออกมา หน้ามันยังคงแดงเพราะฤทธิ์เหล้า แต่ดูๆไปสติของมันน่าจะกลับคืนมา
บ้างแล้วพอสมควร
 
'โอ๊ย ปวดหัวอ่ะ' ชานยอลยกมือขึ้นกุมหัว ผมลุกเข้าไปประคองมันให้เดินมาที่เตียง
หัวชานยอลเปียกชุ่มไปด้วยน้ำ ผมคิดว่ามันคงเอาน้ำราดหัวมาเพื่อให้สร่างเมา
 
'ไปนอนดีกว่า เดี๋ยวเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนนอนนะ'ผมเดินไปหาเสื้อผ้าที่ชานยอลพอจะใส่ได้
ออกมา จากนั้น ก็โยนให้มัน มันรับไปแล้วก็สวมทับเสื้อนักเรียนมันไปเลย 
แล้วมันจะใส่เข้าไปทำไมน่ะแบบนั้น ไม่มีประโยชน์เลย
 
'อย่าใส่ทับดิ๊ ถอดเสื้อนักเรียนออกก่อน' ผมดึงเสื้อมาจากมือมัน แล้วก็ชี้นิ้วให้มันถอดเสื้อ
ชานยอลไม่พูดอะไรนอกจากปลดกระดุมเสื้อนักเรียนแล้วถอดเสื้อออก มันโยนเสื้อนักเรียน
ลงข้างเตียง แล้วก็จัดการถอดเสื้อกล้ามออกด้วย เฮ้ย ไม่ต้องขนาดนั้นก็ได้
 
'ไม่ต้องถอดเสื้อกล้ามก็ได้ ถอดแค่เสื้อนักเรียนก็พอ' ผมร้องห้ามมันแต่ก็ไม่ทันแล้ว
เนื้อหนังมันสาชานยอลปรากฏต่อหน้าผมเป็นครั้งที่สอง ยิ่งมันกินเหล้าแบบนี้ ตัวมันก็ยิ่ง
แดงกว่าเก่า 
 
เย็นไว้นะ ไอ้คริส
 
ชานยอลที่เพิ่งถอดเสื้อกล้ามออกเงยหน้าขึ้นมามองผมที่ยังคงยืนนิ่งอยู่ข้างเตียง สายตาที่มัน
มองมาก็แลดูกรุ้มกริ่มเหลือเกิน นี่มันกำลังคิดอะไร
 
'มึงชอบกูตอนโป๊ใช่มะ' พูดเสร็จมันก็ขำ ผมละเหนื่อยกับคนเมา
 
'รีบใส่เสื้อเหอะ รีบๆเข้าเลย เร็วๆเลยนะ' ผมนั่งลงข้างเตียงพยายามใส่เสื้อให้มัน
จะได้รีบเข้านอนกันไวๆ แต่มันก็ยังไม่ยอม เอามือปัดอยู่นั่น
 
'ไม่เอาไม่ใส่ ... พี่คริสอ่าา' ชานยอลกระเถิบตัวเองเข้ามาหาผม มองหน้าผมแล้วยิ้ม
 
'พี่คริสอยากลองเล่นอะไรดูมั๊ย อิอิ' ชานยอลไม่พูดเปล่า มันเอามือมาจับมือผมไปสัมผัส
กับตัวมัน เริ่มจาก หน้าท้อง ไล่มาที่เอว ผมพยายามชักมือกลับแต่ชานยอลไม่ยอมปล่อย
เฮ้ย นี่มันเล่นอะไรของมัน
 
'ชานยอล ปล่อยมือนะ เล่นอะไรเนี่ย' ผมพูดกับมันแต่มันก็ยังไม่หยุด โอ้ ไม่ มันกำลังจะ
เลื่อนมือผมไปที่หน้าอก มันหัวเราะคิกคักราวกับว่านี่คือการแกล้งให้ผมอาย
 
ใจสั่นไม่ไหวแล้ว
 
'พอๆ หยุดเลิกเล่น นอน นอนกันเถอะ' ผมดึงมือตัวเองออกมา แล้วก็ปาเสื้อใส่มัน ลุกออกจากเตียง
แล้วเดินไปอีกฝั่ง ชานยอลยอมใส่เสื้อแต่ก็ยังมองผมด้วยสายตากรุ้มกริ่มอยู่ เสียงหัวเราะคิกคักก็ยัง
ดังไม่ขาด ขำไปเถอะ พรุ่งนี้เช้าตื่นมาจะแกล้งกลับซะให้เข็ด
 
ผมปิดไฟห้อง แล้วทิ้งตัวนอนลงบนเตียง ดีนะว่าเตียงผมมันค่อนข้างใหญ่ ผมเลยพยายามนอนกระเถิบมา
ทางริมๆเตียง จะได้ไม่ไปเบียดชานยอลมัน ผมหยิบผ้านวมผืนใหญ่ขึ้นมาคลุมตัวเราทั้งสองคน
พยายามหลับข่มตาให้หลับให้เร็วที่สุด เพราะผมนอน คนเดียวมาตลอด พอวันนี้มีคนมานอนข้างๆเลยรู้สึกแปลกๆ 
ยิ่งคนที่มานอนอยู่ข้างๆคือชานยอลผมยิ่งรู้สึกแปลกมากเข้าไปใหญ่ ใจมันเต้นแรงจนบอกไม่ถูก 
 
ผมยกมือตัวเองทั้งสองข้างมาวางไว้บนหน้าอก สัมผัสอุ่นร้อน และนิ่มเมื่อกี้ยังคงติดอยู่ที่ปลายนิ้ว ผิวชานยอล
นิ่มมากจนบอกไม่ถูก นิ่มกว่าผิวแม่ผมอีก นิ่มกว่าอะไรทุกอย่างที่ผมเคยจับมา
 
ผมนอนคิดเรื่องนั้นไปได้ไม่นานก็รู้สึกกับอะไรบางอย่างเบียดเข้ามา และถึงแม้ผมจะปิดไฟไปแล้ว ภายใน
ห้องก็ยังพอมองเห็นอะไรอยู่บ้าง ผมหันหน้าไปทางขวามือก็เห็นเงาสีดำซุกตัวเข้ามา เบียดเข้ามาใกล้มาก
จนกลุ่มผมนิ่มๆมาระรานอยู่แถวๆซอกคอผม บนลำตัวรู้สึกได้ถึงอะไรหนักๆกดทับลงมา 
 
ผมมองลงไปบนตัวของตัวเองก็เห็นทั้งแขนและขาของชานยอลกำลังกอดก่ายผมต่างหมอนข้าง แล้วนี่ผม
จะขยับตัวยังไงถ้ามันยังนอนกอดผมอยู่แบบนี้ และประเด็นคือตัวมันหม็นเหล้ามากเลยนี่สิ
 
เอาเถอะ ผมหยวนให้หรอกนะ ถ้าเป็นชานยอล มันทำอะไรผมก็ยอมมันทั้งนั้นแหล่ะ
 
.
.
.
 
 
Chanyeol Part
 
 
เมื่อวานผมเครียดเรื่องไอ้คริสมาก เพราะผมคิดว่ามันต้องโกรธผมอยู่แน่ๆเลย ผมก็ง้อคนไม่เป็นซะด้วยสิ
เพราะไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นพูดกับมันยังไง โอ๊ย แล้วนี่ผมทำอะไรผิดล่ะ ผมยังไม่ได้ทำอะไรเลยนะ
 
เมื่อวานมีงานที่โรงเรียนด้วย ผมกับเพื่อนในห้องต้องออกร้านขายกล้วยทอดกัน ผมยืนขายไปซักพักก็
ไปสะดุดตากับ คนคุ้นหน้าคุ้นตาสองคนเดินมาด้วยกัน และสองคนที่ว่านั่นคือ ไอ้คริสกับพี่โซมี 
รุ่นพี่ต่างโรงเรียนที่ผมเคยแอบชอบ พอเห็นภาพสองคนนั้นแล้วผมล่ะอยากจะจุ่มหัวตัวเองลงไป
ในกระทะทอดกล้วยทอดนี่ที่สุดเลย เห็นแล้วหงุดหงิดจนอยากจะปากล้วยดิบใส่รัวๆ
 
จะว่าผมหึงก็ได้ หึงมากๆด้วย และถ้าเป็นเมื่อก่อน ผมคงจะไม่ชอบที่ไอ้คริสมาจุ้นจ้านกับพี่โซมี
เพราะ พี่โซมีน่ะก็ยังแอบชอบไอ้พี่คริสอยู่ แต่ตอนนี้น่ะ ผมไม่ชอบพี่โซมีว่ะ 
 
อย่ามายุ่งกับพี่คริสได้มั๊ย
 
แล้วพอตอนบ่ายนิดๆ ที่วงดนตรี ม.6 ของโรงเรียนขึ้นแสดง พวกผมก็ละทิ้งร้านกล้วยทอด
วิ่งไปดูดนตรีกัน ยืนไปยืนมา พี่โซมีเรียกผมให้ไปยืนด้วยซะงั้น ผมก็ต้องเดินไปหาอย่างช่วยไม่ได้
ไอ้คริสยืนข้างๆพี่โซมี จนวงดนตรีเล่นไปจนเข้าเพลงสอง ผมสะดุ้งสุดตัวทันทีที่ได้เห็นท่อนเริ่มของเพลง
ผมหันไปมองหน้าไอ้คริส และมันก็หันหน้ามาทางผมพอดี เรามองตากันได้แค่แป๊ปเดียว แป๊ปเดียวจริงๆ
ก็ต้องหันไปมองที่เวทีต่อ 
 
... เธอก็รู้ทั้งหัวใจ ฉันอยู่ที่เธอหมดแล้ว ตอนนี้ ...
 
อยู่ดีๆผมก็นึกย้อนไปถึงวันที่ผมกลับมารับมันที่โรงเรียน แล้วมันก็หาเรื่องชวนผมไปหาไรกินต่อด้วยการ
ร้องเพลงให้ผมฟัง แล้วผมก็จดเนื้อเพลงนี้ลงในไดอารี่ แล้วก็ตั้งเป็นเสียงเรียกเข้าโทรศัพท์ แล้วก็
นั่งฟังทุกๆครั้งที่มีเวลาว่าง แล้วก็นึกถึงหน้ามัน 
 
แล้วหลังเมื่อวันก่อนที่ผมทำเค้กไปให้มัน พอตอนเย็นมามันก็โกรธผมไปเลย ไม่มอง ไม่ยิ้ม สายตาที่มอง
มาก็เปลี่ยนไป แล้วนี่มันเป็นอะไร ทำไมมันต้องโกรธผมด้วยล่ะ
 
'เพลงนี้ชื่อเพลงอะไรเหรอชานยอล' พี่โซมีหันมาถามผม ผมส่ายหัวแรงๆ ไม่ใช่ว่าผมไม่รู้จักชื่อเพลงนะ
แต่เป็นเพราะผมไม่อยากพูดอะไรแล้วในตอนนี้ น้ำตาผมจะไหลออกมาแล้ว ก้อนแข็งๆขึ้นมาจุกอยู่ที่ลำคอ
จนผมต้องพยายามทำตัวให้นิ่งที่สุดเพื่อกลืนมันกลับลงไป
 
ผมหันไปมองพี่โซมีที่หันหน้าไปคุยกับไอ้คริสแทน และเห็นช็อตที่ ปากพี่โซมีโดนแก้มไอ้คริสพอดี
 
โอเค ไม่ทนแล้ว !!!
 
ผมตัดสินใจเดินหนีออกจากตรงนั้น ไอ้เพคฮยอนพยายามตะโกนเรียกผม แต่ผมก็ไม่หันกลับไป 
ผมต้องไปหาที่ระบายก่อน ผมไม่อยากร้องไห้ตรงนี้ ไม่อยากร้องไห้ต่อหน้าไอ้คริสอีกแล้ว
 
ทำไมมันทำกับผมแบบนี้ มันไม่รักผมแล้วใช่มั๊ย น้อยใจนะเว้ย มาหลอกให้รักแล้วทำกันแบบนี้อ่ะ
ผมไม่น่าเลย ไม่น่าหลงรักมันเลย ชานยอล แกโดนหลอกแล้วแหล่ะ
 
ผมเดินขึ้นตึกวิ่งไปร้องไห้ในห้องน้ำชั้น 3 เพราะคิดว่าไม่น่าจะมีใครอยู่ ภายในใจวนเวียนคิดถึง
แต่ไอ้คนเลวๆอย่างไอ้คริสที่ทำให้ผมเสียใจแบบนี้ 
 
'ชานยอล' ผมได้ยินเสียงของใครดังมาจากข้างหลัง ผมหันหลังกับไปมองก็เจอกับไอ้คริส 
 
ผมควรจะดีใจที่เห็นมันมายืนตรงหน้าแบบนี้ แต่ความโกรธในใจก็ยังมีอยู่ ผมเลยตะโกนใส่หน้ามัน
ด้วยความโมโห 
 
'กูเกลียดมึง' ผมพูดออกไป และมันตรงข้ามกับภายในใจผมมากจริงๆ ทั้งๆที่ผมน่ะรักมัน
แทบจะหมดทั้งหัวใจแล้ว
 
'พี่จะไม่มีมายุ่งกับชานยอลอีก ชานยอลจะได้สบายใจ' มันพูดแล้วก็เดินหายออกจากห้องน้ำไป
และนั่นทำให้ผมแทบเป็นบ้า ผมร้องไห้ออกมาหนักกว่าเดิม ไอ้คริสมันทิ้งผมแล้ว มันไม่รักผมแล้ว
 
 
เย็นนั้นผมไม่กลับบ้าน และตัดสินใจชวนไอ้จงอินกับดีโอไปกินเหล้ากันที่ปากซอยบ้านผม 
ผมกินเหล้าไปเยอะมาก และระบายความในใจไปเรื่อยๆ ส่วนจงอินกับดีโอก็มีหน้าที่ได้แค่ปลอบใจ
 
'แม่ง ไอ้คริสมันทิ้งกู ไอ้เลว' ผมกร่นด่าคริสไปด้วย ยกแก้วซดไปด้วย กินจนเมาแอ๋ จนไอ้จงอิน
แย่งแก้วเหล้าไปจากผม ผลักผมออกนอกร้าน และส่งผมเดินเข้าไปในซอยบ้าน
 
ผมรู้ตัวว่าผมเมามาก เดินก็ไม่ค่อยจะตรงทาง ตอนแรกก็ว่าจะกลับบ้าน แต่ในใจผมตอนนั้นบอกผมว่า 
ผมอยากไปหาไอ้คริสมาก อยากไปด่ามัน ผมเลยเดินโซซัดโซเซไปทางซอยบ้านมัน และตะโกนเรียกมันลั่นซอย
 
นั่นคือสิ่งสุดท้ายที่ผมจำได้ เกิดอะไรขึ้นต่อจากนั้นบ้างผมก็ไม่รู้
 
จนกระทั่งผมลืมตาตื่นขึ้นมาในตอนเช้า และเห็นดวงตาเรียวคู่หนึ่งกำลังจ้องตาผมอยู่
 
'ไอ้คริส' ผมกรีดร้อง ผมมาอยู่กับมันได้ยังไง ผมกระเด้งตัวเองลุกขึ้นมานั่ง มองไปรอบๆห้อง
นี่มันไม่ใช่ ห้องผมนี่ แล้วผมอยู่ไหน
 
'โอ๊ย ปวดหัว โอ๊ย' หัวของผมปวดจี๊ดขึ้นมา สงสัยเพราะเมื่อคืนผมหนักไปหน่อย วันนี้เลยยังแฮงค์
ผมทิ้งตัวเองลงกับเตียงอีกรอบ มองไปทางซ้ายมือของตัวเองอีกที ก็ยังเห็นว่าไอ้คริสนอนอยู่
แสดงว่าผมไม่ได้ฝัน ผมอยู่กับไอ้คริสจริงๆ ว่าแต่ผมอยู่ที่ไหนล่ะ
 
'ที่ไหนเนี่ย' ผมพูดกับมัน มันยิ้มก่อนจะตอบ
 
'ห้องพี่เอง เมื่อคืนเด็กดื้อที่ไหนไม่รู้ไปเมามา แล้วก็มาตะโกนเรียกชื่อพี่หน้าบ้าน' 
 
ผมนี่ใจหายว๊าบเลย เพราะผมจำได้แค่ว่า ผมมาตะโกนเรียกมันที่หน้าบ้าน แต่ผมจำอะไรต่อ
จากนั้นไม่ได้ แล้วเมื่อคืนนี่ผมทำอะไรลงไปบ้างล่ะเนี่ย ก็ตอน ผมเมานะ ผมแม่งชอบเรื้อน
 
'จากนั้นก็ฟูมฟายหาว่าพี่จะทิ้งไป ทั้งๆที่ยังไม่ได้ถามกันซักคำ' มันพูดอีก ยิ่งมันพูดผมก็ยิ่ง
อยากจะกัดลิ้นตาย เมื่อคืนผมพูดอะไรกับมันไปบ้างล่ะเนี่ย ผมจำไม่ได้เลย ตาย ชานยอลตายแน่ๆ TwT
 
'กูพูดอะไรบ้างเหรอ' ผมดึงผ้าห่มขึ้นมาปิดปากตัวเองแล้ว หันไปเหล่มัน สายตาแม่งกรุ้มกริ่มมาก
นี่ผมพูดอะไรกับมันไปบ้างล่ะเนี่ย ไม่น่าเลยชานยอล
 
'ก็ไม่มีอะไรมากอ่ะ ก็แค่ ร้องไห้ ฟูมฟาย หาว่าจะทิ้งกันไป แล้วก็ดิ้นใหญ่เลย บอกว่าไม่ยอมๆ' 
มันพูดแล้วก็ขำ โอย ผมมุดหัวเข้าไปในผ้าห่ม ให้ตายเถอะ หน้าผมมันร้อนจนไฟจะลุกแล้ว
 
'หลังจากนั้นก็เล่นแผลงๆ ด้วยการถอดเสื้อโชว์ แล้วดึงมือพี่ไปลูบทั้งตัวเลย' มันมุดตามผม
เข้ามาในผ้าห่ม พยายามยื่นหน้าเข้ามาใกล้ๆแล้วพูด ผมรีบออกมาจากผ้าห่ม ให้ตายเถอะ
เมื่อคืนผมถอดเสื้อโชว์มันด้วยเหรอ
 
'ลูบ ... ละลูบเหรอ โอ๊ยยย' ผมยกมือตบหัวตัวเองผัวะๆๆๆ อย่างแรง อยากจะตีตัวเอง
ให้ตายที่เผลอทำอะไรแบบนั้นไปได้ ไม่น่าไปเมาเลยจริงๆ 
 
'ตีตัวเองทำไม เดี๋ยวก็เจ็บหรอก' มันดึงมือผมออก แล้วลูบหน้าผากผมเบาๆ มันในท่า
ใช้แขนข้างขวายันเตียงไว้ แล้วอีกข้างก็ลูบหน้าผากผม นี่ถ้ามันก้มลงมาหาผมอีก ก็เกือบ
อยู่ในท่าคร่อมแล้วนะ
 
'โอเค ยังปวดหัวอยู่ใช่มะ เดี๋ยวไปหายามาให้ ดีนะวันนี้โรงเรียนหยุดเรียน อีกสักพักค่อย
กลับบ้านแล้วกันนะ' 
 
มันพูดแล้วก็ลุกออกจากเตียงไป ผมดึงผ้าห่มขึ้นมาปิดปากตัวเองอีกรอบ
 
นี่ผมกับมันจะเป็นยังไงกันต่อไปล่ะเนี่ย
 
.
.
.
 
'ชานยอล อ่ะนี่ ยาแก้เมา กินเข้าไปก่อน เดี๋ยวลุกขึ้นล้างหน้าล้างตาแล้วจะเดินไปส่งที่บ้าน'
 
มันส่งยา กับน้ำให้ผม ผมรับมาแล้วรีบกินเข้าไป วางแก้วไว้หัวเตียง แล้วนั่งเอาผ้าห่มคลุมหัว
กับตัวไว้เหมือนไอ้โม่ง ไอ้คริสเดินมานั่งข้างหน้าผม เราสองคนจ้องตากันไปมาโดยไม่มีใครพูดอะไร
ผมมองมันไปซักพักก็ต้องหลบตา มีความรู้สึกว่า สายตาหวานๆของมันเริ่มกลับมาแล้ว มันหายโกรธผม
แล้วใช่มั๊ย
 
'มึงโกรธกูเรื่องอะไร' ผมถามมันทั้งๆที่ยังก้มหน้า เอานิ้วเขี่ยๆเตียงไปเรื่อย มันใช้มือข้างหนึ่ง
จับนิ้วผมไว้ จากนั้นก็กุมมือผมไว้ด้วยมือทั้งสองข้าง ลูบไปลูบมาด้วยความอ่อนโยน
 
'พี่เห็นชานยอลยืนกอดกับเซฮุน' ผมเงยหน้าขึ้นมามองมันทันทีที่ได้ยินมันพูด นี่มันเห็นฉากนั้น
ด้วยเหรอ เมื่อวันก่อน เซฮุนกับพวก เพคฮยอน ดีโอ จงอิน อยากจะแกล้งพี่ลู่หาน แฟนไอ้เซฮุนเล่นๆ
ด้วยการจัดฉากให้ผมแกล้งเล่นฉากรักกับเซฮุน ให้พี่ลู่หานหึง แต่ผมไม่คิดเลยว่า ไอ้คริสก็จะมาเห็น
ฉากนั้นด้วย นี่มันต้องเข้าใจผิดแน่ๆ
 
'แม่งโคตรเจ็บเลย' มันพูดอีก หน้าตาดูเศร้าๆ เฮ๊ย อย่าเพิ่งเข้าใจผิด ผมกับเซฮุนเป็นเพื่อนกันเท่านั้น
 
'เฮ้ยๆ คือ มันเป็นการแสดง เป็นละครเฉยๆ กูกับเซฮุนไม่ได้คิดอะไรกันมากกว่าเพื่อนนะ คือ ...'
ปมพยายามอธิบาย มันทำหน้า งงเล็กน้อยผมเลยอธิบายต่อ
 
'คือ เซฮุนมันเป็นแฟนกับพี่ลู่หานไง มึงก็รู้จักนี่นา แล้วก็แกล้งให้พี่ลู่หานหึงเฉยๆ แต่กูไม่ได้คิดอะไรเลยนะ
กูไม่ได้คิดกับเซฮุนเกิดเพื่อนเลย' ผมพูด มันพยักหน้าหงึกๆประมาณว่าเข้าใจ แต่หน้าตาก็ยังดูเศร้าๆอยู่
 
'แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังรู้สึกเจ็บอยู่ดี' อ่า มันไม่มองหน้าผมเลยอ่ะ ทำไงดีอ่ะ 
 
'ก็ไม่ได้คิดอะไร กูไม่ได้ชอบเซฮุน แค่เล่นๆกัน กูขอโทษ กูไม่นึกว่ามึงจะเห็น' ผมหลับหูหลับตาพูด
ใช้มือเขย่าต้นแขนมันแรงๆ หันมามองกันก่อนสิ หันมามองกันก่อน
 
'มึงไม่อยากให้กูเข้าใจผิด อย่างนั้นใช่มะ' มันหันมามองหน้าผมแล้ว ผมเบะปากใส่มัน พยักหน้ารัวๆ
เหมือนเด็ก ลูบต้นแขนมันขึ้นลง เชื่อกูเฮอะ นะ นะ
 
'แล้วทำไมมึงถึงไม่อยากให้กูเข้าใจผิดล่ะ มึงเกลียดกูนี่ จะให้กูเข้าใจแบบนั้นไปก็ไม่เห็นเสียหายอะไร'
มันยังไม่หายงอน โห่ พูดแบบนั้นได้ไง ไม่รู้เลยหรือไงว่ากูรู้สึกยังไงกับมึงอ่ะ ไอ้บ้า
 
'กู คือ กุไม่ได้เกลียดมึงแล้ว คือ กูอ่ะ ...' ผมล่ะอยากจะพูดใจจะขาด แต่ก็ไม่กล้า จะพูดว่ายังไงดีล่ะ
พูดว่าผมรักมันเลยเหรอ น่าอายไปมั๊ยอ่ะ (./////.)
 
'ไม่ได้เกลียดแล้วรู้สึกยังไง' มันถามผม เลื่อนมือมาจับไหล่ผมไว้แน่น แล้วมองมาที่ผมไม่วางตา
สายตาของมันเหมือนสะกดจิตให้ผมอยู่นิ่งและตกอยู่ในภวังค์
 
'คือกู ... กู' ผมอ้ำๆอึ้งๆ จะให้พูดเลยเหรอ เร็วไปมั๊ย ขอตั้งตัวก่อน
 
'เออ ไม่อยากพูด งั้นก้ไม่ต้องพูดหรอก' มันสะบัดหน้าหนี ผมเลยต้องดึงตัวมันลงมานั่ง แบบเดิม
แล้วพูดความในใจออกไป
 
'กูรักมึง ได้ยินมั๊ย กูรักมึง' ผมพูดออกไปแล้ว พูดออกไปแล้ว พอพูดเสร็จผมก็นั่งก้มหน้า กอดเข่า
อยู่ใต้ผ้าห่ม ผมบอกรักผู้ชายด้วยกันเป็นครั้งแรกใจชีวิต ให้ตายเถอะ จะทำหน้ายังไงดี ;__;
 
'โห บอกรักให้มันเพราะๆหน่อยได้มะ กูรักมึง นี่มันไม่ค่อยลื่นหูเลย' โห ได้ทีก็เอาใหญ่เลยนะ
แล้วจะให้ผมพูดยังไงล่ะ
 
'แล้วให้พูดยังไงล่ะ ก็บอกรักแล้วนี่ไง จะเอาอะไรอีก'
 
'ก็ลองเปลี่ยนสรรพนามให้มันลื่นหูหน่อยดิ เอาแบบตอนที่ จะยืนรองเท้าพี่วันนั้นอ่ะ แบบนั้นเลยนะ'
มันยื่นหูเข้ามาใกล้ๆผม โอ๊ย เออ อยากฟังนักใช่มะ จะพูดให้ระทวยเลย แม่ง
 
'พะ พี่คริสครับ' ผมกระซิบพูดข้างๆหูมัน เสียงของผมมันสั่นในทีแรก แต่ก็พยายามรวบรวม
ความกล้าที่จะพูดกับมันต่อให้จบ
 
'พี่คริสครับ ชานยอลรัก พี่คริสนะครับ' ผมพูดไปแล้ว มันหันมายิ้มหวานเลย แง๊ ผมควรทำยังไงต่ออ่ะ
ผมรวบให้ผ้าห่มเข้ามาคลุมทั้งตัวจนเหลือแต่หน้า ไอ้คริสยังไม่เลิกยิ้มเลย หยุดจ้องกันแบบนั้นเถอะ
นี่ถ้าผมละลายลงไปกับเตียง มันจะกอบตัวผมขึ้นมาปั้นใหม่มั๊ยล่ะ
 
'แล้วอยากรู้ความในใจพี่บ้างป๊ะ' มันพูดพลางค่อยๆยืนหน้าเข้ามาใกล้ผม ผมไม่ทำอะไรนอกจาก
ทำตาโตใส่มัน บอกไม่ถูกเหมือนกันว่าอยากฟังมั๊ย
 
'ไม่อยากฟังไม่พูดก็ได้' มันทำท่าจะลุกขึ้นจากเตียงอีก โห ไอ้ขี้งอน แม่ง เออ ฟังก็ได้
 
'ฟังๆ ฟังสิ' ผมพูด แต่มันก็ยังไม่ยอม 
 
'พูดเพราะๆก่อนดิ' อื้อหือ ไอ้คริสนี่งอนมากๆแล้วเริ่มน่าถีบ แต่ผมก็ยอมทำตามที่มันขอ
 
'ผมอยากรู้ ว่าพี่คริส คิดยังไงกับผม' ผมพูดเสียงเบา มันยิ้มกว้างทีหนึ่ง ก่อนจะดึงผ้า
ห่มที่คลุมตัวผมออกก่อนจะ เลื่อนหน้าเข้ามาจูบที่ริมฝีปากผม
 
ผมรู้สึกตกใจในตอนแรง แต่ซักพักก็เคลิ้มไปกับมัน นี่มันไม่เคยมีแฟนจริงๆอ่ะ ทำไมมันจูบเก่งจัง
 
รสสัมผัสที่นุ่มและเปียกชื้นคลอเคลียไปทั่วริมฝีปากของผม จากนั้นก็เริ่มสอดแทรกเรียวลิ้นเข้ามาข้างใน
ผมยอมอ้าปากออกให้มันเข้ามาสำรวจข้างในโพรงปากได้อย่างเต็มที่ ก็ไม่รู้สิ แต่ตอนนี้ผมมีความสุขแบบ
โคตรมีความสุข แบบสุดๆ ของที่สุด
 
จากจูบที่อ่อนหวานในตอนแรกก็เริ่มรุนแรงขึ้น ใบหน้าผมร้อนขึ้นเรื่อยๆตามความรุนแรงนั้น
ลมหายใจที่มีเริ่มถูกกลืนหาย ดูเหมือนว่าไอ้คริสจะไม่มีวันพอกับสิ่งนี้ จนในวินาทีที่ผมรู้สึกว่าจะขาดใจ
ผมก็เลยรีบทุบไหล่มันแรงๆ
 
มันยอมถอนริมฝีปากออก ผมหอบหายใจด้วยความเหนื่อย จูบแค่นี้ทำไมมันเหนื่อยจังเลย
 
'ตกลงรู้ยังว่าพี่คิดยังไงกับชานยอล' มันพูด แล้วเริ่มกดจูบลงมาที่แก้มผมแทน ดูมันจะชอบแก้มผมมาก
ผมยอมให้มันจูบไปแบบนั้นโดยไม่ห้ามอะไร เพราะไม่รู้จะห้ามยังไง ใจจริงก็ไม่อยากให้มันถอนปาก
ออกไปด้วยซ้ำ
 
เออ รู้แล้วว่าคิดยังไง ไม่ต้องบอกก็รู้ดีเลย
 
ไอ้พี่คริสบ้า !!!
 
 
TBC.

-----------------------------------------------------------------------------------------------------

[Talk] : ฟิคจะจบแล้วนะคะ เสียใจกันมะ ;___; เพราะเราวางพล็อตมาแค่นี้จริงๆ
ขอโทษน้า ถ้าแต่งไม่เก่ง ยังมือใหม่ค่ะ ก็พยายามถูๆให้มันจบไป พยายามๆสุดๆแล้ว

ปกฟิคออกแบบใกล้เสร็จแล้ว เดี๋ยวเอามาให้ดูนะคะ >< (แต่อย่าคาดหวังนะ มันเรียบมากเลยอ่ะ 555)

ป.ล. แต่งจบแล้วงอาจจะมี สเปมาให้อ่าน สัก ตอน สองตอน (ไม่รวมสเปในเล่มอีกน้า)
 
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

374 ความคิดเห็น

  1. #370 Prae'w (@fanchan_ky) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 26 มีนาคม 2560 / 18:38
    งื้ออออออ ชานยอลบอกรักพี่คริสแล้ววว จูบกันแล้วด้วยยยยย
    #370
    0
  2. #357 Printhida Klinkaewnarong (@rainbowky) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 14 สิงหาคม 2559 / 17:28
    แง้ บ้าาาาาา พวกบ้าาาาา บื้ออออ แก ชั้นเขินมาก ชานยอลทำไมอ่อนให้พี่เค้าขนาดนั้น น้องสารภาพรักพี่แล้วค่า ฮืออออ พี่จับน้องจูบแล้วค่า งื้อออออ จุดพลุ 627 ลูก ฮืออออออ
    #357
    0
  3. #334 sbater (@songbow) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 4 ธันวาคม 2556 / 17:39
    โอ้ยยยย สารภาพรักกันได้น่ารักมากกก

    ยอลเมาแล้วแบบ..ไม่ไหวอ่ะ555
    #334
    0
  4. #311 HwangBoruem (@boruemmygang) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 23 มิถุนายน 2556 / 21:49
    บอกรักกันเเล้ว!!!
    จูบกันเเล้ว!!!
    ฟินตาย
    #311
    0
  5. #297 sbater (@songbow) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2556 / 00:02
    กรี๊ดอ่ะน่ารักมากกกกกกกกก เขินแทนเลยอ่ะ
    #297
    0
  6. #284 nan'sp nan (@nansp2) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2556 / 20:11

    ยอลบอกรักพี่คริส อร้าย><

    #284
    0
  7. #272 Onlytop (@babymaryzii-top) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2556 / 23:19
    เราว่าบอกรักแบบยอลน่ะซึ้งสุด แลดูจริงใจดี
    #272
    0
  8. #247 Parery_SuJuEXO (@paie) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 29 มีนาคม 2556 / 01:51
    ในที่สุดยอลก็บอกรักพี่คริส เย้ๆๆๆ *จุดพลุ*
    หวานกันขนาดนี้ มดขึ้นละๆ ><
    #247
    0
  9. #200 zeebel (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 3 มีนาคม 2556 / 21:37
    น่ารักมากกกกกกกกกกกกก

    ยอมเลยยอมไรเตอร์จริงๆแต่งเก่งมาก



    แอบกระซิบว่า...

    เราไปส่องกระจกมาหน้าแดงมากเลย

    ไรเตอร์ทำเราเขิน



    ฮ่าๆๆๆ น้องชานยอลยั่วได้น่ารักมาก

    พี่คริสทนได้ไงเนี่ย

    เป็นฉันนะจะไม่ทน

    พี่ตริวสารภาพได้ละมุนมาก



    พอๆๆ เขิน >////
    #200
    0
  10. #184 thetist--? (@eveyoyo) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2556 / 18:51
    ตอนนี้พี่คริสหวานมาก
    ในที่สุดน้องยอลก็ยอมบอกแล้ว -////-

    #184
    0
  11. #129 dongdanglee (@leedongdang) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2556 / 00:27
    จะร้องไห้้ มันน่ารักมาก
    #129
    0
  12. #98 happy-n1O ' (@ranna_taji) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2556 / 16:36
    กรี้ดดดดน่ารักกก ยินดีล่วยยยจ้า *จุกพลุ ปังงงงๆๆ

    แต่แอบแซ่ดดน่ะไปอ่านตอนโน้นก่อน จบกัน55555 

    แต่ไรท์เขียนดีเลยให้อภัยนะ กร๊ากกกก 
    #98
    0
  13. #89 YelliE (@yellie0627) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 23 มกราคม 2556 / 16:21
    กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด
    'พี่คริสครับ ชานยอลรักพี่คริสนะครับ' กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด
    *ลงไปนอนดิ้นบนพื้น*
    ถูกใจมากกกกกกก แอบอยากให้มันพูดในชีวิตจริง 555555

    ตอนที่พี่คริสเอานิ้วเขี่ยแก้มน้องยอลเล่น อ๊ายยย น่ารักเว่อวีวา
    แกนี่ ถ้าทางจะชอบแก้มน้องนะ
    พี่คริสโคตรอดทน โดนอ่อยขนาดนั้น ทนได้ไงฟร๊ะ สุภาพบุรุษเฟร่ออออ
    แต่เวลางอนนี่น่าหมั่นไส้มาก ได้คืบแล้วจะเอาศอก
    อพค มารยาชายร้อยเล่มเกวียนจริงๆ55555

    ที่แท้ก็งอนน้องเพราะเห็นน้องกอดกะเซฮุน
    ต้องขอบคุณเซฮุน เพราะถ้าเซฮุนไม่คิดแผนพิเรนๆ มาแกล้งลู่หาน
    ฉากอพค กะ น้องยอลสารภาพรัก + จูบกัน ในห้องนอน คงไม่เกิดขึ้น *กระโดดกอดเซฮุน* 555555

    แอบฮาตรงที่พี่คริสกะน้องยอลต่างคนต่างไม่ชอบโซมี
    ของพี่คริสนี่หนักเลย ถึงขึ้นอิจฉา ผญ กันเลยทีเดียว กร๊ากกกกก
    #89
    0
  14. #70 PaRaNPaRK1004 (@spy_thailand) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 21 มกราคม 2556 / 02:01
    เพ่เครสสสสสสส ฮืออ น่ารัก ผู้ชายอะไรน่ารักอย่างนี้

    บอกรักกันแล้ว จูบกันแล้ว วะฮิ๊วววว

    พี่คริสน่ารักมากๆๆๆ ชานยอลเวลาพูดเพราะๆน่ารักมากนะลูก

    ต่อๆไปพูดกับพี่คริสเพราะๆนะจ๊ะ

    #70
    0
  15. #68 LOvE ChuN-Lun 4EVER (@thanna) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 21 มกราคม 2556 / 01:51
    เฮียต่อเลยดิ แชปนี้หยอยน่ารักสุดๆเลย
    #68
    0
  16. #66 luvnats (@luvnats) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 20 มกราคม 2556 / 20:51
    อยากจะสครีมหนักๆ
    ให้สาแก่ใจ

    นอกจากพี่คริสจะรักและคลั่งชานยอลอย่างมากแล้ว
    พี่คริสยังเป็นนักเรียนชั้นม.6 ทีหน้าตาดี เก่งกิจกรรม
    ที่อ้อนแม่ได้น่ารักอย่างมากอีกด้วย

    ผช ที่รักและใส่ใจดูแลแม่
    เค้าว่าจะเจริญทุกคน
    พี่คริสก็ไม่ผิดจากนั้นนักหรอก
    อ่านพาร์ทนี้แล้วอมยิ้มตอน อพค อ้อนแม่มากๆ

    ในที่สุดๆ
    ชานยอลก็ยอมรับออกมาจนได้
    เนี่ยน้า....เอาแต่เก็บ หลบตา ปากไม่ตรงกับใจ และยังเหวี่ยงวีนอีก
    เกือบจะทำให้ อพค ถอดใจละนะ

    ชอบชานยอลตอนเมาอ่ะ
    แต่ชอบมากกว่าคือ อพค คุยกะคนเมาได้เป็นเรื่องเป็นราว
    อพค ดูแลน้องดีนะ ตั้งกะหัวจรดหาง

    จริงๆ พี่คริสไม่ต้องอดทนมากก็ได้
    อยากหอม หอม
    อยากจูบ จูบ
    อยากกอด กอด
    แล้วจับกดไปเลยพี่ รับรองสร่าง!

    ไม่อยากให้เรื่องนี้จบเลย
    คิดถึงพี่คริสตาซึ้งกับน้องยอลแก้มกลม

    ขอบคุณมากๆนะคะ
    #66
    0
  17. #64 O L Y V É (@neple) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 20 มกราคม 2556 / 14:41
    เกร้ดดดดดดดดดด~ ชานยอลน่ารักมากเลยตอนนี้
    สวีทหวานมวากกกกก >////////<
    #64
    0
  18. #63 fasai_sky (@skyfapim) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 20 มกราคม 2556 / 14:21
    โอ้ยยยยยย เขิน! เขินมากกก TTTwTTTT ในที่สุดยอลก็ยอมรับรัก(?)พี่คริสแล้ววว ฮือ ลุ้นจนตัวโก่ง ;__; แต่สรุปที่พี่คริสมันงอนยอลเพราะแค่ไปเห็นยอลกอดกับฮุนแค่เนี๊ยะ? แหม่่ เค้าเพื่อนกันน่าา -3- แล้วยอลนี่ก็ดิบมาก เมาแล้วไปบุกถึงบ้านเลย แถมยังไปยั่วพี่คริสอีก หิหิ..ถ้าอิพี่คริสมันหน้ามืดตามจะทำไงเนี่ย? -. .-
    #63
    0
  19. #62 Jane (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 20 มกราคม 2556 / 14:10
    สะ..สุดท้ายก็รักกัน ฮิ้วววววววววววววว

    แต่งกันโล้ด

    มีต่อปะเนี่ยยยยย ลุ้นอ่า><

    #62
    0
  20. #61 ชานมไข่มุก (@pairloveprin) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 20 มกราคม 2556 / 13:07
    น่ารักๆๆๆ >< ยอมบอกเฮียแล้ว ดีนะที่เฮียหยุดตัวเองได้ ไม่งั้นละก็ คึคึ
    คิคิ รีบมาอัพต่อนะคะ
    #61
    0