[รวมOS//SF] MarkBam Fic Got7 By Pamuu><

ตอนที่ 27 : OS MarkBam Special Christmas Day 2015

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,981
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 15 ครั้ง
    25 ธ.ค. 58

 
 
 

OS MarkBam

 

 

Special fiction for Christmas Day

 
 

[…SANTA CLAUS IS COMING TO TOWN….]

 

 

You better watch out
You better not cry
You better not pout
I’m telling you why

Santa Claus is comin’ to town
Santa Claus is comin’ to town
Santa Claus is comin’ to town.... ”

 

 

เสียงเพลงแห่งความสุขบรรเลงขึ้นอย่างอบอุ่น ภายในบ้านขนาดเล็กแต่เต็มไปด้วยความสนุกสนานรื่นเริงของบรรยากาศวันคริสต์มาสอีฟ ยกเว้นแต่ชายหนุ่มร่างเล็กวัย 16 ปีที่เอาแต่นั่งเกาะกระจกบนห้องนอนจ้องมองหิมะสีขาวที่โปรยปรายข้างนอกเงียบๆ

 
 

เมื่อก่อนเขาชอบบรรยากาศวันคริสต์มาสมากๆเพราะพ่อแม่ของเขาเคยบอกว่าถ้าเป็นเด็กดีซานต้าจะแอบเอาของขวัญมาวางให้ตอนที่เรากำลังหลับ

 
 

ซึ่งวันรุ่งขึ้นเขาก็จะพบว่าซานต้าเอาของขวัญมาให้เขาจริงๆและนั่นทำให้เขามีความสุขมากๆพอได้ของขวัญพ่อกับแม่จะเข้ามากอด ทั้งยังหอมแก้มซ้ายขวาของเขาจนแก้มยืดย้วยไปหมด


 

แต่นั่นก็เป็นเรื่องในอดีต...


 

เมื่อ 7 ปีที่แล้วจู่ๆแม่ก็บอกเขาว่าต้องย้ายบ้านมาอยู่แอลเอ...ตอนนั้นเขาได้แต่ร้องไห้และกอดพ่อกับแม่แน่น


 

ทำไมแบมถึงต้องย้ายไปอยู่กับคนอื่น!!?...ป๊ากับม๊าไม่รักแบมแล้วหรอ!!? ”


 

ผู้เป็นแม่ได้แต่เม้มปากแน่นเพราะเด็กชายยังเล็กเกินกว่าจะเข้าใจ...


 

ว่าความรักที่เขาเห็น...ไม่ใช่ว่าจะเป็นอย่างนั้นเสมอไป


 

วันพรุ่งนี้..เขาทั้งสองกำลังจะหย่ากัน


 

ม๊ารักลูกนะแบม...แต่ถ้าแบมไปอยู่แอลเอกับครอบครัวต้วนแบมจะสนุกและมีความสุขกว่านี้นะครับ ”


 

หญิงวัยกลางคนนั่งลงกอดร่างเล็กที่แน่นน้ำตาที่เคยคลออยู่ในตาบัดนี้กลับพรั่งพรูออกมาเป็นสายไร้ซึ่งการควบคุมอีกต่อไป


 

“ ม๊าสัญญาว่าม๊าจะกลับไปหาแบมนะครับ ”


 

และแล้วคำโกหกของเธอ...ก็ทำให้เด็กน้อยเชื่อได้อีกครั้ง


 

“ ฮืออ...จริงๆนะ


 

จริงสิครับ ”


 

“ แบมแบมเครื่องจะออกแล้วนะ ”


 

มิสต้วนเดินมาตามเมื่อพบว่าอีกไม่กี่นาทีประตูขึ้นเครื่องจะปิดแล้ว


 

“ เอาล่ะแบม...ตอนนี้ที่ม๊าทำก็เพื่อความสุขของลูกนะ ถ้าแบมไปอยู่จะแบมมีพี่ชายอย่างที่แบมอยากมีไง พี่มาร์คเขาทั้งใจดีและน่ารัก....ม๊าเชื่อว่าแบมต้องชอบพี่เขาแน่ๆ ต่อไปแบมก็จะมีเพื่อนเล่นไม่ต้องนั่งเล่นคนเดียวอีกแล้วนะ^^


 

พี่มาร์ค..หรอครับ

 


ใช่แล้วจ้ะ..เอาล่ะแบมต้องไปแล้วนะอย่าลืมจำว่าป๊ากับม๊ารักแบมเสมอนะครับ ”


 

ผู้เป็นแม่ก้มจูบหน้าผากลูกครั้งสุดท้ายก่อนจะส่งมือน้อยๆนั้นให้แก่มิสต้วน แม่บุญธรรมของแบมแบม


 

เด็กชายยังคงร้องไห้หากแต่ใจหนึ่งก็เริ่มจินตนาการไปไกลว่าต่อจากนี้เขาจะได้มีพี่ชายแสนดี..ตามที่ฝันไว้สักที


 

เขายังคงจองมองไปที่ผู้เป็นแม่...จนกระทั่งลับสายตาไป


 

เด็กน้อยกำมือคุณป้าใจดีเพราะตอนนี้เธอกลายเป็นที่พึ่งเดียวของเขา


 

มิสต้วนครับ... ”


 

จ๋า ว่าไงครับแบมแบม


 

แบมแบมเงยหน้าถามดวงตาเป็นประกาย


 

พี่มาร์ค...ใจดีจริงๆหรอครับ ”


 

“ 5555 นึกว่าเรื่องอะไร...พี่เขามาร์คใจดีมากๆเลยล่ะ ตอนนี้พี่เขา 15 กำลังหล่อเลยเดี๋ยวไว้เจอกันแบมก็รู้เองนะจ๊ะ ”


 

ครับ^^ ”


 

ตลอดทางบนเครื่องบินเด็กชายก็พบว่าตอนนี้รอบๆตัวเขามีแต่สิ่งหน้าตื่นตาตื่นใจไปหมดเพราะเมื่อมองออกไปนอกหน้าต่างก็พบกับดวงดาวมากมาย ทั้งคนรอบๆกายที่ดูยังไงก็ไม่ใช่คนไทยแน่ๆ มีทั้งตาสีฟ้า สีเขียว สีน้ำตา และก็ผมสีทอง ทุกอย่างล้วนตื่นตาตื่นใจไปหมด จนถึงบ้านพักหลังใหม่ของเขาในแอลเอ


 

บ้านที่นี่เป็นบ้านชั้นเดียวแต่มีสนามหญ้าที่กว้างมากๆ ทั้งยังมีสนามบาสและสระว่ายน้ำอีกด้วย!!!


 

คุณคะแบมแบมมาแล้วค่ะ!! ”

 


มิสต้วนตะโกนเรียกชายท้วมวัยกลางคน ซึ่งดูใจดีไม่ต่างกับมิสต้วนเลย


 

สวัสดีแบมแบม น่ารักเหมือนในรูปเป๊ะเลย^^ ”


 

ชายคนนี้เข้ามากอดแบมแบมอย่างเอ็นดูเพราะต่อไปเขาจะกลายเป็นสมาชิกใหม่ในครอบครัวนี้


 

ตอนแรกเด็กชายอึดอัดเล็กน้อยที่ต้องมาอยู่กับคนที่ไม่รู้จักแต่เมื่อมาถึงทั้งสองดูแลเขาดีไม่ต่างจากพ่อและแม่ซึ่งทำให้เขาเริ่มปรับตัวเข้าได้ง่ายกว่าที่คาดไว้


 

พี่มาร์คอยู่ไหนหรอครับ? ”

 


เด็กน้อยเอ่ยขึ้นเมื่อมองซ้ายขวาก็ยังไม่พบพี่มาร์คอย่างที่ม๊าพูดเลย


 

พี่มาร์คเขาไปเข้าค่ายน่ะ เดี๋ยวเย็นนี้คงกลับแล้วล่ะจ้ะ ”


 

อ้อครับ ”


 

จากนั้นทั้งสองก็พสเด็กชายไปที่ห้องนอนที่ถูกตกแต่งอย่างดี แบมแบมกระโดดไปมาบนเตียงอย่างตื่นเต้นเพราะเมื่อเงยหน้าขึ้นมองเพดานจะพบว่ามันถูกแต่งเป็นกาแล็กซี่ก่อนจะเปลี่ยนเป็นนอนเล่นบนเตียงจนผลอยหลับไปเพราะความอ่อนล้า


 

ตอนนั้นเขาฝัน...ฝันว่าป๊าและม๊ามาอยู่กับเขา ความทรงจำทั้งหลายของเด็กวัย 9 ขวบถูกรื้อขึ้นมาจากจิตใต้สำนึก


 

ปึงๆๆ!!! ’


 

แต่แล้วภาพความฝันนั้นก็หายไปเมื่อมีเสียงทุบขึ้นหน้าประตูห้อง


 

ด้วยความตกใจเขารีบร่นตัวถอยหนีที่มุมพนังข้างเตียง


 

แต่เสียงนั้นก็ยังไม่ยอมหยุด


 

ปึงๆๆ!! นี่หลับหรือตายเนี่ยห๊า!!! ”

 


เสียงใครสักคนดังขึ้นหน้าประตู...

 


เป็นเสียงที่เขาไม่เคยได้ยินและเสียงนั้นฟังดูเกรี้ยวกราด

 


แบมแบมรวบรวมความกล้าก่อนจะค่อยๆเดินไปเปิดประตูที่กำลังถูกทุบอย่างหนักหน่วง


 

ทันทีที่ประตูเปิดออกทำให้เขาได้พบกับร่างของเด็กผู้ชายวัยรุ่นคนหนึ่ง ผมของเขาเป็นสีน้ำตาลแดง ผิวสีแทนและดูอารมณ์เสียมากๆ


 

กว่าจะเปิดได้นะ!! ”


 

ชายตรงหน้าพูดเสียงดังใส่เด็กชายที่อ่อนกว่าหลายปี


 

ขะ ขอโทษครับ ”


 

แบมแบมหลบตาต่ำเพราะความกลัวในหัวมีแต่คำถามว่าคนตรงหน้าเป็นใคร

 


แม่บอกให้ไปกินข้าว!


 

ผู้ชายคนนั้นพูดและเดินจากไป


 

เด็กชายยังคงกลัวแต่ก็เดินตามร่างสูงนั้นไปจนถึงโต๊ะอาหารที่มีมิสต้วนกับคุณลุงใจดีนั่งคอยอยู่แล้ว


 

แบมแบมเป็นไงหลับสบายมั๊ยจ้ะ มาๆมากินข้าวกันนะ^^ ”


 

มิสต้วนพูดขึ้นอย่างเป็นมิตร อาจจะเป็นเพราะหน้าตาของเด็กชายที่หน้ารักน่าเอ็นดูทำให้ไม่ว่าใครก็สามารถหลงรักได้ง่ายๆ


 

แบมแบมขึ้นนั่งบนเก้าอี้ข้างๆมิสต้วนหากแต่เขาไม่ชอบตำแหน่งนี้เลยเพราะมันทำให้ฝั่งตรงข้ามของเขา...คือผู้ชายขี้โมโหคนนั้น


 

“ อ้อแม่ลืมแนะนำลูกกับน้องไปเลย แต่เมื่อกี้ลูกกับแบมแบมคงรู้จักกันแล้วสินะ

 


คะ ครับ? ”

 


แบมแบมขานรับอย่างงๆ

 


นี่ลูกไม่แนะนำตัวกับน้องหรอ! ”

 


มิสต้วนหันไปดุผู้ชายขี้โมโหจนเขาเอาแต่ก้มหน้าอย่างไม่พอใจ

 


นี่มาร์ค ต้วนลูกชายป้าเอง พี่มาร์คที่แบมแบมถามหาไงครับ^^ ”

 


ห๊ะ! ”

 


ด้วยความตกใจทำให้แบมแบมเผลอทำช้อนส้อมหลุดออกจากมือ


 

เคล้ง!! ”

 


มาร์คช้อนส้อมน้องตกลุกไปเอาให้แบมสิลูก ”

 


ทำไมต้องเอาให้ด้วย ”


 

มาร์คพูดเสียงแข็ง

 


เพราะเขาเป็นน้องลูกไง ”

 


ไม่ใช่ซะหน่อย!! มันก็แค่ลูกที่พ่อแม่มันทะ..

 


มาร์ค!! ”

 


ชายกลางคนหันไปต่อว่าผู้เป็นลูกชายจนสุดท้ายก็ลุกออกจากโต๊ะไปยังห้องนอนแต่นั่นก็ทำให้แบมแบมเห็นว่าห้องที่เขาเข้าไปนั้นคือห้องนอนที่เด็กชายเพิ่งนอนไปเมื่อกี้

 


ทะ ทำไมพี่มาร์คถึงเข้าไปในห้องของผมล่ะครับ? ”

 


แบมแบมเอ่ยถามมิสต้วนอย่างสงสัย

 


พอดีห้องนอนของเราไม่พอ...ป้าเลยคิดว่าจะให้มาร์คและแบมนอนห้องเดียวกันไปก่อนน่ะจ้ะ

 


เอ๋!! ”

 


เห็นมาร์คเขาเป็นอย่างนั้นแต่ความจริงเขาใจดีนะ^^ ไม่ต้องกลัวพี่เขาหรอกจ้ะ ป้าเลี้ยงมากับมือป้ารู้ว่าลูกชายป้าเป็นยังไง ”

 


ในใจของเด็กชายอยากจะร้องไห้อออกมาให้ลั่น

 


แต่เป็นเพราะตอนนี้เขาอยู่ในฐานะผู้อาศัย เขาไม่สามารถจะทำอะไรได้ตามอำเภอใจเหมือนก่อน

 


เมื่อไหร่ป๊ากับม๊าจะกลับมาหาแบมนะ

 


เด็กชายได้แต่นิดน้อยใจ

 


ค่ำวันนั้นหลังจากอาบน้ำเสร็จร่างเล็กได้แต่ยืนลังเลอยู่หน้าประตูสีขาวที่มีบ้ายติดว่า Mark&Bam อย่างลังเลว่าจะเข้าไปดีหรือไม่


 

แบมแบมชั่งใจอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะยกมือเล็กๆนั่นเคาะลงไปจนเกิดเสียงอยู่ 3 ครั้ง


 

เก๊าะๆๆ


 

แต่สิ่งที่ได้รับมีเพียงความเงียบ


 

เขาทำได้เพียงเคาะประตูและยืนนิ่งๆรอคอยคนข้างในอยู่เกือบชั่วโมง ครั้นจะเข้าไปขอคุณลุงคุณป้านอนก็เกรงใจเพราะทั้งสองเข้านอนก่อนที่แบมแบมจะอาบน้ำเสียอีก...

 


และแล้วร่างเล็กก็จำใจต้องถอยออกจากหน้าประตูไปนอนยังโซฟาด้านนอกแทน

 


แบมแบมได้แต่นอนสั่นเพราะไม่มีผ้าห่มแต่เวลานี้ก็ดึกเกินกว่าเด็กวัย 9 ขวบจะลืมตาตื่นทำให้เขาต้องนอนสั่นจนหลับไป

 

คืนนั้นเด็กชายฝันว่าได้กอดพ่ออีกครั้งเขาร้องไห้ออกมาเพราะความคิดถึง


 

คิดถึงอ้อมกอดที่อบอุ่นนี้


 

วันต่อมาหลังจากได้นอนหลับเต็มอิ่มดวงตาของเขาก็ค่อยๆลืมขึ้นแต่เขาก็พบว่าที่นี่ไม่ใช่

ที่ๆเขานอนเมื่อคืน


 

ร่างเล็กหันไปมาก็พบว่าตอนนี้เขานอนในห้องนอนเมื่อวาน


 

แต่เมื่อคืนเขานอนบนโซฟานะ....หรือว่ามาร์คย้ายให้เขามานอนที่นี่อย่างนั้นหรอ


 

ร่างเล็กลุกขึ้นเดินอย่างงัวเงียและงงๆกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแต่ก็ไม่กล้าพอที่จะถามมาร์ค


 

แต่ทุกคืนที่แบมแบมนอนบนโซฟาเช้าวันรุ่งขึ้นเขาก็จะตื่นขึ้นมาบนเตียงนุ่มในห้องนอนทุกครั้ง


 

ความสัมพันธ์ระหว่างแบมแบมและมาร์คไม่ค่อยดีนัก


 

อาจจะเป็นเพราะท่าทางที่ดูโมโหอยู่ตลอดเวลาของมาร์คทำให้การดำเนินชีวิตของทั้งสองค่อยๆห่างไกลกันเรื่อยๆ

 


จนถึงวันที่แบมแบมต้องไปโรงเรียนวันแรก

 

 

 

Bambam’s part

 

วันนี้คุณลุงพาผมไปส่งที่โรงเรียนด้วยรถเบนส์สีดำ แต่พี่มาร์คเลือกที่จะขี่จักรยานไปโรงเรียนด้วยตัวเอง

 

“เดี๋ยวพอถึงโรงเรียนแบมแบมก็ไปที่ห้องวิชาการนะ ที่เหลือทางโรงเรียนจะจัดการให้หนูเอง”

 

คุณลุงพูดก่อนที่ผมจะลงรถไป

 

โรงเรียนนี้เป็นโรงเรียนที่ค่อนข้างใหญ่เลยทีเดียวเพราะเป็นโรงเรียนที่มีชั้นประถมจนถึงมัธยมเห็นคุณลุงบอกว่าพี่มาร์คก็เรียนที่นี่เหมือนกัน

 

ผมค่อยๆก้าวขาแข็งๆนี้ออกไปอย่างกล้าๆกลัวๆ...

 

ตอนที่อยู่ไทยป๊ากับม๊าคอยจัดการเรื่องทุกอย่างให้ผมตลอดแต่เมื่อต้องมาอยู่ที่นี่คุณลุงกับคุณป้าจะสอนให้ผมทำอะไรด้วยตัวเองมากกว่า

 

ผมเดินเข้ามาในอาคารเรียนจนในที่สุดก็พบกับห้องวิชาการจากนั้นก็มีคุณครูผู้หญิงชื่อว่าครูลีน่าเป็นครูประจำชั้นผม พาผมไปยังห้องเรียน

 

ผมแนะนำตัวหน้าห้องเพื่อนๆทุกคนก็ดูจะให้การตอบรับผมเป็นอย่างดี ผมสนิทกับวินดี้เธอเป็นคนเอเชียเหมือนกับผมทำให้เราสนิทกันได้ง่าย แต่ผมไม่ชอบผู้ชายที่ชื่อโรเบิร์ต เขาแกล้งผมตลอดทั้งวันทั้งปากระดาษใส่และล้อสีผิวของผม

 

แต่ผมก็แค่เด็กเกรด 4 ผมไม่กล้าจะไปมีเรื่องอะไรกับพวกเขาหรอกครับ

 

ชีวิตของผมยังคงดำเนินไปเรื่อยๆอย่างสนุกสนานจนตอนนี้ก็เข้าสู่หน้าหนาวแล้วล่ะครับและก็ใกล้วันคริสต์มาสเข้าไปทุกที  วันนี้คุณลุงและคุณป้าพาผมออกมาซื้อของตกแต่งต้นคริสต์มาสเล็กๆในบ้าน ผมมีความสุขมากเวลาที่ห้างเปิดเพลงวันคริสต์มาสมันทำให้ผมอารมณ์ดีแต่มันก็ทำให้ผมคิดถึงป๊าม๊าเช่นกัน

 

เมื่อไหร่ป๊าม๊าจะกลับมาหาผมสักทีนะ

 

เย็นวันนั้นเราทั้งสี่คนช่วยกันตกแต่งต้นไม้อย่างสนุกสนาน พี่มาร์คและคุณลุงออกไปช่วยกันติดไปประดับข้างนอกบ้านและนี่ก็เป็นครั้งแรกที่ผมได้เห็นรอยยิ้มของพี่มาร์ค

 

พี่เขาดูใจดีทันทีที่ยิ้ม ทุกครั้งพี่เขาชอบทำหน้าบึ้งและมันก็ทำให้ผมกลัว

 

หลังจากตกแต่งบ้านเสร็จพวกเราก็กินข้าวเย็นกันและคุณลุงกับคุณป้าก็บอกผมและพี่มาร์คว่าทั้งสองจะไปเที่ยวปารีสกันในหนึ่งอาทิตย์เพื่อฉลองวันครบรอบแต่งงานในวันคริสต์มาส

 

และนั่นก็หมายความว่าวันคริสต์มาสนี้ผมต้องอยู่กับพี่มาร์คสองคน

 

ก่อนคุณลุงคุณป้าจะไปสนามบินทั้งสองกำชับพี่มาร์คว่าให้ดูแลผมให้ดีอย่าให้ผมอยู่บ้านคนเดียวหรือให้ไปไหนมาไหนคนเดียวแล้วก็ให้พาผมไปเที่ยววันคริสต์มาสและส่งรูปไปยืนยันด้วยว่าพาผมไปเที่ยวจริงๆ

 

หลังจากทั้งท่านสองออกจากบ้านไป บ้านเราก็เงียบสนิท...พี่มาร์คเอาแต่หมกตัวอยู่ในห้อง

 

ส่วนผมก็นั่งดูทีวีอย่างเบื่อหน่าย จะไปเล่นที่ไหนก็ไม่ได้เพราะหิมะข้างนอกตกหนักผมเลยเลือกจะไปเอาถุงเท้าสีแดงแขวนไว้ตรงปล่องไฟ เพราะวันนี้เป็นวันคริสต์มาสอีฟ

 

หวังว่าวันนี้คุณซานต้าจะเอาของขวัญมาให้ผมอีกเยอะๆเลยนะครับ^^

 

ผมอธิษฐานต่อซานต้าอย่างมีความสุข

 

“ปัญญาอ่อน..”

 

เสียงทุ้มที่ดังขึ้นทำให้ผมตกใจและรีบหันไปมอง

 

พี่มาร์คพูดอย่างไม่ใส่ใจก่อนจะตรงไปที่ครัว

 

“ซานต้าหน่ะไม่มีจริงสักหน่อยเลิกทำตัวเป็นเด็กสักที ฉันเลิกเชื่อมันตั้งแต่ 7 ขวบแล้ว”

 

ไม่จริงนะป๊ากับม๊าบอกว่าซานต้ามีจริงแล้วผมก็ได้ของขวัญทุกปี

 

“ทำไม..พี่มาร์คถึงพูดอย่างนั้นล่ะครับ”

 

ผมถามออกไปอย่างกล้าๆกลัวๆ นี่คงเป็นการสนทนากันในรอบเดือนเลยก็ว่าได้

 

“เพราะ...มันเป็นแค่เรื่องโกหกน่ะสิ นายถูกพ่อแม่หลอกแล้วล่ะ”

 

“แต่ผมได้มันทุกปีเลยนะครับ”

 

“นั่นมันของขวัญของพ่อแม่นายต่างหากล่ะ”

 

“ไม่จริง!! ซานต้ามีจริงและของขวัญนั้นคุณลุงซานต้าก็เอามาให้ผมเอง!!

 

ผมเริ่มเสียงดังเมื่อพี่มาร์คเริ่มว่าคุณลุงซานต้าและหาว่าป๊าม๊าโกหกผมด้วย

 

“ปึง!!

 

พี่มาร์คเอาแก้วโกโก้กระแทกเคาน์เตอร์ครัวอย่างอารมณ์เสีย

 

“นายนี่มัน..น่ารำคาญจริงๆ!!! อยากจะเชื่อไอ้เรื่องบ้าบอนั่นก็เชื่อไปเถอะ พรุ่งนี้ก็คอยดูแล้วกันว่าซานต้าบ้าบอนั่นจะเอาของขวัญมาให้นายมั๊ยย!!!

 

พี่มาร์คพูดแล้วเดินปึงปังเข้าห้องนอนไป

 

“ไม่จริง..พี่น่ะแหล่ะโกหก..ฮืออ!! ผมเกลียดพี่มาร์คที่สุดเลยย!!!!

 

หลังจากนั้นผมก็เอาแต่ร้องไห้เพราะยิ่งพี่มาร์คพูดอย่างนี้ มันก็ทำให้ผมคิดถึงป๊าม๊าผมอยากกอด อยากหอมแก้มเหมือนเมื่อก่อน

 

“ป๊ากับม๊าอยู่ไหน...ฮืออ ป๊ากับม๊าไม่รักแบมแล้ว ป๊ากับม๊าทิ้งแบมไปแล้วจริงๆฮืออ...ฮึกๆ”

 

ผมร้องไห้อย่างเอาเป็นเอาตายจนเริ่มปวดหัวและโลกทั้งใบก็ค่อยๆมืดลง

 

ผมสะดุ้งตื่นเมื่อได้ยินเสียงอะไรสักอย่างดังขึ้นและพบว่ามันคือเสียงของพี่มาร์คที่ทำอาหารอยู่ในครัว

 

จริงสิวันนี้วันคริสต์มาสนี่!!

 

ผมรีบวิ่งไปดูที่ถุงเท้าทันทีและพบว่ามัน…ว่างเปล่า

 

ไม่มีของขวัญแบบทุกๆปี..

 

ผมหันหน้าไปมองพี่มาร์คที่ตอนนี้ย้ายมานั่งที่โต๊ะอาหารแล้ว

 

“หึ ไม่มีของขวัญใช่มั๊ยล่ะ..ฉันบอกแล้วว่ามันก็แค่เรื่องโกหก”

 

พี่มาร์คพูดอย่างนี้อีกแล้ว..

 

คำพูดของพี่เขาทำให้ผม..อยากจะร้องไห้

 

“ฮึก..ฮือออ!!!

 

และผมก็กลั้นน้ำตาไม่ไหว ผมร้องไห้ออกมา

 

ไม่รู้ว่าร้องไห้ทำไม แต่มันผิดหวังที่ไม่ได้ของขวัญย่างที่คิดไว้แล้วมันก็เสียใจด้วยที่พี่มาร์คชอบพูดในสิ่งที่ผมไม่ชอบแล้วก็ชอบว่าพ่อแม่ของผมด้วยว่าโกหก

 

“นี่..ระ ร้องไห้ทำไมน่ะ!! หยุดร้องเดี๋ยวนี้นะ ฉันกินข้าวเช้าไม่ลง!!

 

ยิ่งพี่มาร์คห้ามให้ผมหยุดร้องแต่มันก็ทำให้ผมยิ่งร้องไห้หนักมากกว่าเดิม

 

“โถ่เว้ยย!!!

 

ผมยืนร้องไห้พี่มาร์คคงโมโหมากเพราะจู่ๆพี่เขาก็วิ่งออกไปจากบ้าน

 

เมื่อได้สติผมตกใจเพราะพี่มาร์คทิ้งให้ผมอยู่บ้านคนเดียว

 

ถ้าโจรเข้ามาจะทำยังไง และถ้ามีผีโผล่มาล่ะผมจะทำยังไง

 

ทำไมพี่มาร์คทิ้งผมไว้คนเดียวอย่างนี้ล่ะ!!

 

คิดแล้วผมก็ร้องไห้ออกมาอีกครั้งนี้ร้องไห้หนักกว่าเดิมด้วยเพราะผมปวดหัวไปหมดจนต้องหลับลงไปเพราะความเหนื่อยล้า

 

ครั้งนี้ผมตื่นขึ้นมาก็พบว่าท้องฟ้าข้างนอกเริ่มมืดลงแล้ว..

 

นี่ผมหลับในวันคริสต์มาสหรอ!!

 

ผมค่อยๆลุกขึ้นเมื่อรู้สึกว่าหัวผมมันหนักมาก

 

ผมหันไปข้างๆก็เจอพี่มาร์คนั่งดูอเมริกันฟุตบอลอยู่ข้างๆ

 

“ขี้เซาจังนะนายเนี่ย”

 

พี่มาร์คพูดแต่ก็ยังสนใจอยู่กับทีวีตรงหน้า

 

“อาหารอยู่บนโต๊ะไปกินซะ”

 

ผมพยักหน้าก่อนจะลุกขึ้นจากโซฟา

 

“ดะ เดี๋ยวก่อน!!

 

ผมหยุดชะงักก่อนจะค่อยๆหันไปหาพี่มาร์ค

 

“อ่ะ เอาไปซะจะได้เลิกทำตัวงี่เง่าสักที!

 

พี่มาร์คยื่นกล่องของขวัญเล็กๆมาให้ผม

 

ผมดีใจและตื่นเต้นมากที่อย่างน้อยปีนี้ผมก็ได้ของขวัญ

 

แล้วนี่พี่มาร์คให้ของขวัญกับผมด้วยย!!

 

“ข ขอบคุณครับพี่มาร์ค!!

 

ผมเข้าไปกอดพี่มาร์คอย่างลืมตัวแต่พี่มาร์คก็ผลักผมออกมาจนผมเซและลุกหนีไป

 

“อย่ามาทำอะไรแบบนี้นะ ฉันไม่ชอบ!!

 

“ขอโทษครับ...”

 

หลังจากประตูห้องปิดลงผมก็รับจัดการแกะของขวัญทันทีและพบว่าของขวัญที่พี่มาร์คให้คือลูกแก้วหิมะที่ข้างในมีรูปซานต้ากับกวางเรนเดียร์ทั้งยังไขลานและมีเพลงประกอบด้วยผมลองไขลานและนั่งฟังมันวนไปมาอย่างมีความสุข

 

ผมเหลือบมองไปที่ประตูห้องนอนแม้มันจะถูกปิดสนิทแต่ก็ทำให้ผมยิ้มกว้างออกมา

 

“ขอบคุณนะครับ...พี่มาร์ค”

 

แม้พี่เขาจะดูรำคาญและไม่ใส่ใจกับสิ่งที่ผมพูดแต่พี่มาร์คก็เอาของขวัญมาให้ผม

 

ผมอยากให้พี่รู้จริงๆนะครับ..ว่าผมขอบคุณจากใจ

 

.....................................................

 

เด็กชายร่างเล็กเอาแต่สนใจลูกแก้วอย่างตื่นเต้นโดยที่เขาไม่รู้เลยว่าเหตุการณ์ทั้งหมดอยู่ภายใต้การรับรู้ของคนเป็นพี่ที่แอบแง้มประตูดูจากข้างใน และเผลอยิ้มออกมาโดยเจ้าตัวเองก็ไม่รู้ว่าทำไมเขาถึงยิ้มกว้างได้ขนาดนี้...และก็ไม่รู้ว่าทำไมอวัยวะตรงอกข้างซ้ายของเขาถึงเต้นแรงได้ขนาดนี้นะ

 

เห็นอย่างนี้ค่อยคุ้มหน่อยกับการขี่จักรยานฝ่าหิมะเพื่อซื้อของขวัญแค่ชิ้นเดียว

 

ชายหนุ่มคิดในใจก่อนจะค่อยๆปิดบานประตูสีขาวลงอีกครั้ง

 

......................................................

 

หลังจากวันนั้นผมรู้สึกว่าความสัมพันธ์ของผมกับพี่มาร์คค่อยๆดีขึ้นเรื่อยๆ แต่พี่มาร์คก็ยังคงชอบทำหน้าดุใส่ผมอยู่บ่อยๆ แต่ผมว่าผมรู้สึกกล้าคุยกับพี่มาร์คมากขึ้นและพี่มาร์คก็พูดคุยกับผมมากขึ้นเช่นกัน

 

จนตอนนี้เกือบจะ 1 ปีแล้วที่ผมย้ายมาอยู่กับครอบครัวต้วน

 

แม้ว่าความรักความคิดถึงของผมต่อป๊าม๊าจะยังคงอยู่แต่ที่นี่ก็มีความรักของผมต่อครอบครัวต้วนด้วยเช่นกัน

 

คืนนี้ขณะที่ผมกำลังจะนอนบนโซฟาตามปกติ จู่ๆพี่มาร์คก็เปิดประตูออกมาจากห้องนอน

 

“แบมแบม..”

 

“ครับพี่มาร์ค..”

 

ผมหันไปหาพี่มาร์คที่วันนี้อยู่ในชุดนอนลายทางสีฟ้า ถ้าจำไม่ผิด..ผมซื้อชุดนี้ให้พี่มาร์คตอนวันเกิดด้วย

 

“เข้ามานอนในห้องเถอะ...ข้างนอกมันหนาว”

 

นี่ผมฟังไม่ผิดไปใช่มั๊ยครับ พี่มาร์คให้ผมไปนอนในห้องนอน!!

 

“มัวยิ้มอะไร! จะมานอนมั๊ย!

 

ผมเผลอดีใจจนพี่มาร์คดุเลยรีบหอบหมอนเข้าไปในห้องนอนก่อนที่พี่มาร์คจะเปลี่ยนใจให้ผมนอนโซฟาเหมือนเดิม

 

“นายนอนข้างล่างฉันนอนข้างบนนะ”

 

เหมือนฝันสลาย...ในที่สุดผมก็ต้องนอนพื้นแต่มันก็นุ่มอยู่นะครับเพราะพี่มาร์คเอาผ้านวมมาปูให้ผมและมันก็อุ่นกว่าข้างนอกด้วย

 

ตอนแรกผมก็หวังอยู่ว่าสักวันพี่มาร์คจะให้ผมไปนอนบนเตียงบ้างแต่จนแล้วจนรอดผมก็ยังได้แต่นอนข้างล่างจนชินแล้วล่ะครับ แต่ช่างเถอะอย่างน้อยสิ่งนี้ก็ทำให้ผมรู้ว่าพี่มาร์ค..ก็ไม่ได้รังเกียจผมไปซะทีเดียวและพี่มาร์คก็เริ่มทำดีกับผมขึ้นเรื่อยๆด้วยล่ะครับ

 

อาจจะดูเป็นเรื่องเล็กๆแต่เมื่อเช้าพี่มาร์คทักผมที่โรงเรียนด้วย

 

เพราะผมเข้ามาอยู่ในฐานะลูกบุญธรรมพี่มาร์คคงไม่อยากจะบอกใครเท่าไหร่แต่วันนี้พี่มาร์คทักผมแล้วก็บอกเพื่อนๆด้วยว่าผมเป็นน้องและอยู่บ้านเดียวกัน

 

ผมแอบชะเง้อมองพี่มาร์คซึ่งกำลังหลับสนิท...

 

ผมชอบมองเวลาที่พี่มาร์คหลับนะ มันทำให้ผมรู้สึกสงบไปด้วย เพราะตอนที่พี่เขาตื่นบางครั้งมันดุน่ากลัวมากๆเลย

 

ไม่รู้ว่าทำไมทุกคืนหลังจากวันนั้นผมต้องแอบมองพี่เขาก่อนนอนทุกคืน

 

จนล่วงเลยมา 7 ปีแล้ว

 

ผมก็ยังคง..แอบมองพี่มาร์ค

 

แค่ความรู้สึกแบบพี่น้อง..ที่เปลี่ยนไป

 

ผมคิดว่าผม ชอบพี่มาร์ค

 

ไม่ใช่แบบพี่น้องเหมือนเมื่อก่อนแต่เป็นแบบ คนรัก

 

ตอนนี้ผมอายุ 16 พี่มาร์ค อายุ 22 ปี

 

และวันนี้เป็นวันคริสต์มาสอีฟ...

 

ผมกำลังนั่งมองหิมะที่โปรยปรายลงมาพลางหวนนึกถึงเรื่องสมัยอดีตภาพตรงหน้าผมกลายเป็นสีขาวโพลนเพราะหิมะที่ปกคลุมบ้านและถนนจนหนาเตอะ

 

ในห้องนั่งเล่นคุณลุงและญาติๆต้วนเปิดเพลงวันคริสต์มาสและพูดคุยกันอย่างอบอุ่น...

 

ตอนแรกผมกะว่าจะเข้ามาเอามือถือแต่ถึงผมกลับไปก็ไม่รู้จะคุยอะไรเพราะญาติๆพี่มาร์คเขาพูดภาษาจีนกันเลยขอนั่งเงียบๆสักพักจะดีกว่า

 

“เก๊าะๆๆ”

 

“ประตูไม่ได้ล็อคครับ!

 

ผมหันไปมองยังประตูก็พบว่าเป็นพี่มาร์ค

 

“อ่าวพี่มาร์คมีอะไรรึเปล่าครับ..”

 

“แม่ตามให้ไปกินข้าว..แล้วทำไมมานั่งคนเดียวล่ะ”

 

พูดจบพี่มาร์คก็ทิ้งตัวนั่งลงข้างๆผม

 

“ก็...มานั่งเล่นเฉยๆครับ”

 

“อืมม....”

 

แล้วเราก็เข้าสู่โหมดเงียบสงบ...

 

พี่มาร์คไม่พูดเอาแต่นั่งจ้องหิมะข้างนอกนิ่งๆ

 

“นี่แบมแบม..”

 

“ครับ..”

 

“นาย...ยังเชื่อเรื่องซานต้าอยู่มั๊ย”

 

“...ก็ไม่รู้สิครับ ตั้งแต่พี่พูดตอนนั้นผมก็คิดได้ว่าป๊ากับม๊าคงเอาของขวัญมาให้ผมเองน่ะแหล่ะ ทำไมหรอครับ”

 

“เปล่า...ฉันแค่..มีเรื่องกลุ้มใจนิดหน่อย..เลยคิดว่าซานต้าอาจจะช่วยฉันได้”

 

พี่มาร์คหันไปค้นอะไรสักอย่างที่กล่องเก็บของข้างๆ และพบว่ามันคือถุงเท้าสีแดงซึ่งดู...เก่ามากๆ

 

“ถุงเท้าคู่นี้เป็นถุงเท้าสมัยฉันยังเด็กๆ...เมื่อก่อนพ่อกับแม่บอกว่าให้ใส่คำขอลงไปแล้วซานต้าจะให้พรตามคำขอ... ”

 

“ แต่แล้ววันนั้นตอนฉัน 7 ขวบฉันจะเอาคำขอลงใส่ไปเหมือนเมื่อก่อนแต่วันนั้นฉันตื่นเต้นมากจนนอนไม่หลับ....เลยแอบตื่นมากลางดึกจะได้มาเจอซานต้า ฉันเดินออกมาก็เจอพ่อกำลังอ่านกระดาษคำขอในถุงเท้าแล้ววันรุ่งขึ้นคำขอนั้นก็เป็นจริง...ฉันขอรถบังคับแล้วเช้าวันนั้นพ่อก็ไปซื้อมาให้แล้วบอกว่าซานต้าตอบคำขอของฉัน...ฉันก็เลยเลิกเชื่อว่าซานต้ามีจริงตั้งแต่ตอนนั้น”

 

“..........................”

 

ผมได้แต่นั่งเงียบฟังเรื่องราวของพี่มาร์ค

 

 

“แต่ปีนี้..ฉันหวังว่าซานต้าจะตอบคำขอของฉันนะ..”

 

พี่มาร์คพูดแล้วหันมาหยุดมองผม...

 

หูของผมเริ่มอื้ออึง ใบหน้าและหูเริ่มร้อนผ่าวเมื่อตอนนี้หน้าของเราอยู่ห่างกันไม่ถึง 5 ซม.ด้วยซ้ำ

 

“....เอ่อ..ครับ ถะ ถ้าพี่มาร์คหวังให้เป็นอย่างนั้น..ผะ ผมว่ามันต้องเป็นจริงแน่ๆครับ”

 

ผมค่อยๆถอยห่างพี่มาร์คเมื่อคิดว่าเราชักใกล้กันเกินไปแล้วสิ...

 

“ผะ ผมว่าเราไปกินข้าวเย็นกันเถอะครับ”

 

“อืม..”

 

แล้วผมก็หลุดจากสถานการณ์อันแสนอึดอันนั้นจนได้

 

มื้อค่ำวันนี้เป็นช่วงเวลาที่ทุกๆคนรอบข้างผมล้วนแต่มีความสุขและยิ้มให้กันมากเป็นพิเศษ คุณลุงได้อวดไม้กอล์ฟรุ่นใหญ่ล่าสุดแก่ญาติๆ คุณป้าได้โชว์ฝีมือการทำอาหารที่เพิ่งไปเรียนมาจากเชฟระดับโรงแรมแถมยังได้รับคำตอบรับที่ดีอีกด้วย ซึ่งสิ่งเหล่านี้ทำให้ผมรู้สึกมีความสุขตามและอบอุ่นอย่างบอกไม่ถูก...นี่สิวันคริสต์มาสที่ผมตามหา

 

หลังจากที่ญาติๆทุกคนแยกย้ายกันกลับบ้าน ผมก็อาสาล้างจานและทำความสะอาดเครื่องครัวให้คุณป้ากว่าจะเสร็จก็ปาไปตี 1 กว่า จนตอนนี้ทุกคนเข้านอนกันหมดแล้ว

 

ผมเดินเช็คความเรียบร้อยรอบบ้านแต่แล้วสายตาของผมก็ไปสะดุดเข้ากับถุงเท้าสีแดงเก่าๆแขวนไว้หน้าปล่องไฟ...

 

ความสงสัยเกิดขึ้นในใจจนผมต้องเดินเข้าไปหามัน

 

ผมค่อยๆล้วงมือเข้าไปข้างในและสัมผัสได้ถึงเศษกระดาษเล็กๆในนั้นจึงหยิบออกมาก่อนจะคลี่มันออกในกระดาษแผ่นเล็กๆนั้นมีข้อความเขียนไว้ว่า...

 

 

“ ถึงคุณซานต้า...สิ่งที่ผมขอไม่รู้ว่าจะเป็นจริงได้มั๊ย

แต่ผมอยากจะสารภาพรักกับคนๆหนึ่ง...เขาชื่อ แบมแบม เขาเป็นน้องของผมที่แม่รับมาเลี้ยง

แต่ผมขี้ขลาดเกินกว่าจะสารภาพไป...

ผมจึงเขียนคำขอนี้ขึ้นมา..

ได้โปรดขอให้เขารับรู้และตอบรับคำขอของผมด้วยเถอะ...”

 

จาก....มาร์ค ต้วน

 

 

ผม...ผมไม่รู้จะพูดอะไรเลยครับ...

 

ผมอึ้งและ....และเขินเอามากๆ...เขินจะมือสั่นไปหมดเลยล่ะ

 

นี่พี่มาร์คก็รู้สึกเหมือนผมอย่างนั้นหรอ!!

 

ผมกลั้นยิ้มไว้ไม่อยู่ผมรีบพับกระดาษเก็บใส่กระเป๋าเสื้อและค่อยๆเดินเข้าห้องนอนอย่างเงียบๆ

 

ตอนนี้พี่มาร์คหลับสนิทแล้วล่ะครับ

 

ผมยืนยิ้มให้พี่มาร์คอยู่นานมากๆๆๆๆ ก่อนจะค่อยๆลงไปนอนบนพื้นเหมือนเคย 

 

ผมคิดว่าพรุ่งนี้ผมจะสารภาพรักกับพี่มาร์คแหล่ะครับถ้าผม...กล้าพอนะ

 

แต่ขณะที่ผมกำลังผันหวานอยู่นั้นจู่ๆผมก็รู้สึกเหมือนมีอะไรบางอย่างเคลื่อนไหวอยู่ข้างกายแต่ขณะที่ผมกำลังจะหันไปนั่นเอง

 

“หมับ”

 

มีใครสักคนกำลังกอดผมจากด้านหลัง!!!

 

“นายอ่านมันแล้วสินะ”

 

เสียงทุ้มดังขึ้นข้างหูพร้อมกับการกระชับกอดที่แน่นขึ้น

 

“พะ พี่มาร์ค!!

 

“ชู่!! เบาๆสิพ่อกับแม่กำลังหลับอยู่นะ”

 

ให้ตายสิทำไมพี่มาร์คต้องเลื่อนหน้ามาแนบแก้มผมด้วย!!

 

โอยย!! งั้นพี่เขาก็รู้น่ะสิว่าผมกำลังเขินอยู่น่ะ!!

 

“หน้าร้อนเชียว...เขินฉันหรอ”

 

“เอ่อ..ไม่ชะ ”

 

“อย่าตอบว่าไม่ใช่ล่ะ...เพราะหัวใจนายตอนนี้มันเต้นเร็วมากเลยนะ”

 

ผมได้แต่ทำตัวบิดไปมาเพราะไม่รู้จะทำตัวยังไงแล้วก็ทำไมพี่มาร์คปากมาแนบกับแก้มของผมด้วยล่ะครับบ!!!

 

ซึ่งมันยิ่งทำให้ผมเขินไปอีกก!!!

 

“ว่าไงล่ะนายเขินฉันใช่มั๊ยหืม?

 

“คะ ครับ...”

 

“ดีเพราะฉันน่ะ.....”

 

พี่มาร์คทำเหมือนจะพูดแต่ก็เงียบไป

 

“...................”

 

“เพราะฉัน.....ก็กำลังเขินนายอยู่เหมือนกัน=///=

 

อ๊ากกกกกกก!!!! ผมล่ะอยากตะโกนออกมาดังๆ!!!

 

อะไรกัน!! ทำไมจู่ๆพี่มาร์คถึงกล้าพูดอะไรแบบนี้ออกมาเนี่ยย!!!

 

“ทะ ทำไมพี่มาร์ค...ถึงทำอย่างนี้ล่ะครับ?

 

“....................................”

 

พี่มาร์คไม่ตอบผมอีกแล้วแต่กลายเป็นว่าพี่เขาจับผมพลิกตัวให้หันตะแคงไปข้างพี่มาร์คเฉยเลย!!

 

แม้มันจะมืดแต่แสงโคมไฟด้านนอกก็สว่างพอจะให้ทำให้ผมเห็นหน้าพี่มาร์คชัดๆและพบว่าหน้าพี่เขาแดงมากๆซึ่งมันคงไม่ต่างจากผม

 

“นายอ่านคำขอของฉันแล้วใช่มั๊ย..”

 

“ชะ ใช่ครับ...”

 

“ถ้าอ่านแล้ว...ฉันว่ามันคงเป็นคำตอบให้นายได้แล้วล่ะ”

 

“คะ..ครับ?

 

“ฉันชอบนาย!

 

การรับรู้ของผมตอนนี้เหมือนมันแฮงค์ไปแล้วเพราะในหัวของผมมันว่างเปล่ามีแต่เสียงในหัวดังว่า พี่มาร์คบอกชอบผม!!

 

“....ฉันจะถามนายตรงๆนะ”

 

“ครับ?

 

“นายชอบฉันรึเปล่า!

 

“ห๊ะ!

 

“นายชอบฉันรึเปล่า! อย่าให้ฉันต้องพูดอีกครั้งนะ….

 

พี่มาร์คจ้องผมนิ่ง...

 

นี่ขนาดบอกชอบยังต้องดุผมขนาดนี้เลยหรอฮืออTOT

 

“เร็วๆสิ ฉันอยากรู้นะ!

 

พี่มาร์คเร่งผมโดยการดึงผมเข้าไปกอดจนหน้าผมซุกเข้ากับอกอุ่นๆของพี่เขา!!

 

“กะ ก็ชอบครับ...”

 

ผมพูดออกไปอย่างอายๆ

 

“ก็ชอบนี่....คือชอบใช่มั๊ย”

 

“ครับ..”

 

“.......................”

 

แล้วเราทั้งคู่ก็อยู่ในความเงียบ...

 

“แบมแบม...นายรู้ใช่มั๊ยว่าฉันชอบนายแบบคนรักไม่ใช่พี่น้องน่ะ”

 

“ระ..รู้ครับ”

 

“แล้วที่นายบอกชอบฉัน...แบบพี่น้อง..หรือคนรักล่ะ”

 

โอยยย!!! ทำไมเราต้องมานอนพูดอะไรอย่างนี้ด้วย!!

 

ผมเขินไปหมดแล้วนะ!!!

 

“ว่าไง! ชอบแบบไหน!

 

เป็นอีกครั้งที่พี่มาร์คเร่งเร้าผม

 

“กะ...ก็ชอบแบบ...คะ...คนรักเหมือนกันครับ”

 

“จริงนะ?..”

 

“จริงครับ...ผะ ผมแอบชอบพี่มาร์คมาตลอดเลยครับ..”

 

“.......................”

 

“ผมกลัวว่าพี่มาร์คจะรังเกียจผมเลยไม่กล้าบอก.....”

 

“อืม.....”

 

พี่มาร์คกระแอมเล็กน้อย..อย่าบอกนะว่าพี่เขาทำเพราะเขินน่ะเพราะเป็นวิธีแก้เขินที่เชยมากๆๆๆๆ

 

ผมแอบลอบมองพี่มาร์คแต่พี่เขาก็เห็นซะก่อน

 

“อยะ อย่ามองหน้าฉันนะ!!

 

“ทำไมล่ะครับ?!

 

พี่มาร์คพูดแล้วกดหัวผมลงไปบนอกเขา

 

“กะ...ก็ฉันเขินอยู่!

 

“ขะ..เขิน…O///O

 

“ชะ ช่างมันเถอะ...ว่าแต่นาย..จะคบกับฉันมั๊ย”

 

“ห๊ะ!?

 

อะไรนะนี่ผมไม่ได้หูฝาดไปใช่มั๊ย!!

 

เมื่อกี้พี่มาร์คเพิ่ง...ขอคบกับผม!!

 

“ฉันถามนายว่า! นายจะเป็นแฟนกับฉันมั๊ย!

 

“..........................”

 

ตุบๆ ตุบๆ

 

ตอนนี้ห้องเงียบสนิทจนผมได้ยินเสียงหัวใจไม่รู้ว่าของผมหรือพี่มาร์คแต่มัน....เต้นรัวมากๆเลยล่ะครับ

 

“นี่..เงียบอย่างนี้คืออะไร!

 

“เอ่อ...คือผม..ตกใจอยู่ครับ”

 

“ตกใจ? ตกใจอะไร!

 

“คือ...ผมตกใจที่จู่ๆพี่มาร์คก็ขอคบกับผม”

 

“อ่าว..ที่ฉันทำนี่มันแปลกมากหรอOoO !?

 

พี่มาร์คตกใจทำตาโตใส่ผมจนผมต้องหัวเราะออกมาในความน่ารัก

 

“ไม่แปลกหรอกครับ...ผมแค่ไม่ทันตั้งตัวน่ะ^^

 

“ละ แล้ว....นายว่าไงล่ะ”

 

ผมเงยหน้าไปสบตาพี่มาร์คที่ดูลุ้นมากๆ ผมคิดถูกจริงๆที่หลงรักพี่เขา...น่ารักซะขนาดนี้

 

“ตกลงครับ...พี่มาร์คจากนี้เรา....”

 

“เป็นแฟนกันนะ//เป็นแฟนกันนะ”

 

เสียงผมและพี่มาร์คดังขึ้นพร้อมกัน

 

ก่อนที่เราต่างก็หัวเราะออกมาเสียงดังพี่มาร์คกอดรัดผมจนแน่นและหอมแก้มผมด้วยแหล่ะ>///<

 

“ขอจุ๊บได้มั๊ย..”

 

“ดะ ได้คระ..”

 

“จุ๊บ!

 

ยังไม่ทันที่ผมจะตกลงพี่มาร์คก็แอบจุ๊บลงมาบนริมฝีปากผมแล้วล่ะครับ

 

“ผมยังไม่ได้อนุญาตเลยนะ”

 

“ไม่เป็นไรฉันอนุญาตตัวเองแล้ว^++^

 

“พี่มาร์คอ่า>/////<

 

แล้วทั้งคืนคริสต์มาสนี้เราก็กอดกันกลมตลอดทั้งคืน..

 

ขอบคุณนะครับคุณซานต้า..ที่ทำให้คำขอของผมเป็นจริง

 

ใช่แล้วครับ...คำขอของผม

 

เพราะคำขอของพี่มาร์คก็คือคำขอของผมเมื่อ 6 ปีที่แล้ว...

 

และในขณะที่ผมกำลังมองออกไปนอกหน้าต่างนั่นเองสายตาของผมก็สังเกตได้ว่าบนว่าบนท้องฟ้ามีอะไรผิดปกติ เงาของชายสูงวัยบนเกวียนและกวางเรนเดียร์ของเขา!!!

 

Merry Christmas Ho Ho Ho!...

 

เหมือนเสียงนั้นลอยมาตามลม เสียงของ...ซานตาคลอส!!!

 

ผมกำลังจะหันไปเรียกพี่มาร์คแต่ก็พบว่าพี่เขาหลับไปเสียแล้ว

 

Merry Christmas เช่นกันครับคุณซานต้า...”

 

Merry Christmas ครับ...พี่มาร์ค จุ๊บ...”

 

ผมจุ๊บพี่มาร์คก่อนจะขดตัวนอน..ในอ้อมกอดของเขาและผลอยหลับไปอย่างมีความสุข

 

อ้อผมลืมบอกไป...

 

 

MERRY CHRISTMAS นะครับนักอ่านทุกคน^^

 

 .

.

.

END







 

มาช้ายังดีกว่าไม่มานะอิอิ

 

ปีนี้เป็นคริสต์มาสที่ร้อนที่สุดในสามโลกTOT 



ช่วยทำแบบสอบถามกันนิดนึงนะคะ ได้ฟิคพิเศษที่ไม่ได้เอาลงด้วยนะเออ

จิ้มๆ
 

https://docs.google.com/forms/d/16eicluC7h84nbLP7yzB4f2K9xUqIkAM9VkNmmNSRP04/viewform

 

 

 

 

 

 

 

 

 


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 15 ครั้ง

465 ความคิดเห็น

  1. #312 mellow_aa (@mellow-aa) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 14 มกราคม 2559 / 13:42
    ตัลลาคคคคคคคคคคคคคคคคคคคคคคคคคคคคค >//////////////////////////////< *เขิน*

    ชอบอะ ตอนแรกทำเป็นดุแต่จิงๆก็ปากแข็งนี่เองสิน้า แหมมมมมมมมมม อั้ยยยย ฟิน 
    #312
    0
  2. #281 MBKY; (@withmbky) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 29 ธันวาคม 2558 / 22:15
    ที่แบม ๆ ตื่นมาทุกเช้าแล้วอยู่บนเตียง นั้นเป็นเพราะมาร์คอุ้มมาปะ
    น่ารักกก กว่าจะสารภาพกันได้เนอะ งื้อออ
    #281
    0
  3. #270 pimpimpim1a (@pimpimpim1a) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2558 / 14:51
    น่ารักอ่า ^^ คริสมาสต์หวาน ^^
    #270
    0
  4. #265 dada0627 (@dada0627) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 26 ธันวาคม 2558 / 14:06
    น่ารักกกก คิคิ ชอบทำเป็นดุน้อง >_<
    #265
    0
  5. #263 pkmyt (@powpc) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 26 ธันวาคม 2558 / 12:35
    ทำเป็นเข้มเพราะชอบน้องสินะ งือออออ
    #263
    0
  6. #261 Nalin Tip (@nalinnalar) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 25 ธันวาคม 2558 / 21:48
    โอ้ย.....น้ำตาลขึ้นตา ตามาร์คคนซึน
    #261
    0
  7. #260 Nuthathai Por (@oengoeng15) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 25 ธันวาคม 2558 / 19:40
    แหมทำเป็นเก็กนะพี่มาร์ค ไม่งั้นก็คงสมหวังไปตั้งแต่ 6 ปีที่แล้วล่ะ
    #260
    0
  8. #259 Kimlpond (@pondnaka2556) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 25 ธันวาคม 2558 / 19:16
    น่าร๊ากกกกกกก ชอบอ่ะๆเขินๆๆๆๆ
    #259
    0