แม่นางน้อย เจ้าเป็นของข้า

ตอนที่ 7 : ซิงเออร์...แม่นางน้อยของข้า

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 10,916
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 103 ครั้ง
    4 ธ.ค. 63

ตอนที่ 7 ซิงเออร์...แม่นางน้อยของข้า


พี่หยางเจี๋ยและพี่ใหญ่จากข้าไปหลายหลายปีแล้ว ข้าได้รับจดหมายจากพี่ใหญ่และพี่หยางเจี๋ยอย่างสม่ำเสมอ ทุกครั้งที่ได้รับจดหมายท่านพ่อท่านแม่จะกำชับให้ข้าตอบจดหมายพี่ใหญ่ ส่วนพี่รองมักจะเตือนให้ข้าตอบจดหมายพี่หยางเจี๋ยก่อนทุกครั้ง

"ซิงเออร์...แม่นางน้อยของข้า" พี่หยางเจี๋ยเรียกขานข้าแบบนี้เสมอ ข้าไม่รู้ว่าตัวเองยิ้มมากแค่ไหน แต่แค่อ่านคำเรียกขาน แม่นมผิงถึงกับหยอกล้อข้า

"คุณหนู...ท่านไม่ควรเสียกิริยาเยี่ยงนี้นะเจ้าค่ะ สตรีที่ดีควรยิ้มแต่พองาม"

"ในห้องมีเพียงเราสองคน ไม่มีผู้ใดหรอก" ข้าหันมาส่งยิ้มให้แม่นมผิง ก่อนที่แม่นมผิงจะถอยห่าง แล้วก็ก้าวออกจากห้องไป ข้าเริ่มอ่านเรื่องราวที่สนามรบที่พี่หยางเจี๋ยมักเขียนเล่าให้ข้าฟังเป็นเรื่องแรก 

"พี่ใหญ่ของเจ้าบอกว่าเจ้าโตขึ้นมาก ส่วนสูงเพียงอกท่านราชครูแล้ว พี่รองของเจ้าชอบวาดภาพ เจ้าจะขัดข้องหรือไม่ หากข้าจะขอให้เจ้าเป็นแบบให้พี่รองเจ้าได้วาด" ข้าครุ่นคิดชั่วครู่ ก่อนจะอ่านจดหมายไปจนจบ แล้วเริ่มอ่านจดหมายจากพี่ใหญ่ หลังจากนั้นไม่นานจึงได้หยิบหมึกและกระดาษมาเขียนจดหมายตอบทั้งสองคน

ข้ายังไม่ได้บอกพี่หยางเจี๋ยว่าข้ายอมเป็นแบบ แต่เหมือนพี่รองจะรู้หรือไร อีกวันถึงได้ขอท่านแม่มาสอนข้าวาดภาพ....และช่างเป็นการสอนที่แปลกประหลาดนัก เพราะข้าไม่ได้ทำอะไรเลย นอกจากนั่งเป็นแบบให้พี่รองได้วาด

"พี่รองท่านวาดภาพให้ข้าสองภาพได้หรือไม่เจ้าคะ" 

"ได้สิ" พี่รองรับคำข้า ข้าคิดว่าข้าจะเอาภาพนึงให้กับพี่ใหญ่ คิดว่าภาพควรจะเป็นสิทธิ์ของข้า จนกระทั่งพี่รองวาดเสร็จ ข้าถึงกับพูดไม่ออกเมื่อพี่รองเปิดเผยความคิดของตัวเอง

"เจ้าว่าหากข้าขายภาพนี้ให้พี่ใหญ่ เจ้าคิดว่าราคาจะเป็นเท่าใด"

เพ้ย...พี่รอง...นี่ท่านจะเอาภาพข้าไปชายให้พี่ใหญ่...แล้วพลันความทรงจำของข้าก็ระลึกถึงเรื่องราวของน้ำผึ้งก้อนในวัยเด็กขึ้นมาได้ 

"ท่าน...ท่านแอบทำการค้าเช่นนี้ได้เยี่ยงไร ท่านห้ามทำแบบนี้กับพี่ใหญ่นะเจ้าคะ"

"เอาน่า เจ้าอย่าใส่ใจนัก ข้าไม่อยากเป็นทหาร ไม่อยากเป็นแม่ทัพ ข้าอยากเป็นพ่อค้านี่นา...ซิงเออร์ เจ้าอย่าทำหน้าเหมือนตำหนิพี่รองแบบนี้ได้หรือไม่...เจ้าควรส่งเสริมพี่รองนะเด็กดี พี่ใหญ่น่ะได้รับเบี้ยหวัดเยอะ ยิ่งอยู่สนามรบยิ่งไม่ได้ใช้เงิน ข้าควรจะแบ่งมาจากพี่ใหญ่บ้าง"

"แต่แค่ท่านเอ่ยปากขอ ข้าว่าพี่ใหญ่ก็ให้นะเจ้าคะ" ข้ารีบบอกพี่รองอย่างรวดเร็ว 

"ไม่ได้หรอก ข้าไม่ชอบทำตามคำขอของพี่ใหญ่ สิ่งแลกเปลี่ยนของพี่ใหญ่ไม่น่าสนใจ" ก็ฟังแล้วก็ฉงนไปชั่วครู...เอ๋...แล้วใยท่านทำตามที่องค์ชายรองขอโดยง่ายเล่า หรือว่าสิ่งแลกเปลี่ยนขององค์ชายรองน่าสนใจมากกว่างั้นหรือ

"พี่รอง...ท่านบอกข้าได้หรือไม่ว่า เหตุใดท่านชอบองค์รองชาย" ข้าพยายามมองภาพของข้าที่พี่รองวาดเสร็จไปแล้ว 

"ข้าเป็นพ่อค้า ข้าย่อมต้องชอบการข้อแลกเปลี่ยนที่ดี....เออ...ข้าลืมไป ซิงเออร์อีกสามวันหลิวกุ้ยเฟยเรียกตัวเจ้าเข้าวังใช่หรือไม่" 

"เจ้าค่ะ" ข่าวท่านช่างรวดเร็วมากพี่รอง ต่อให้คราวนี้ท่านแม่จะกำชับข้าว่าไม่ให้บอกใคร แต่ท่านกลับรู้ได้

"องค์ชายรองให้ข้ามาบอกเจ้าว่า...หากเจ้าไม่อยากไปให้เจ้าบอกว่าป่วย" ข้านิ่วหน้ามองพี่รอง นี่ข้าไม่ได้เข้าเฝ้าหลิวกุ้ยเฟยมานานมาก 

"แบบนี้ก็เท่ากับข้าโกหก ท่านแม่บอกว่าไม่ดี...ข้าไม่อยากทำ" ก็มันไม่ดีจริง ๆ นี่นา 

"งั้นข้าคงต้องทำอย่างที่องค์ชายรองกำชับแล้ว" พี่หยางเจี๋ยกำชับหรือ กำชับอะไร กำชับเรื่องใด แล้วยังไม่ทันที่ข้าจะถาม 

"ภาพวาดแห้งดีแล้ว...ข้าไปล่ะ" พี่รอง...ข้าร้องเรียกในใจ ข้ายังไม่ทันได้ดูภาพ แล้วข้าก็ยังไม่รู้เรื่องราวอันใดเลยว่าพี่หยางเจี๋ยกำชับอะไรท่านเอาไว้ 

จนกระทั่งหลังจากนั้นอีกสามวัน ข้าถึงได้เข้าใจว่าการกำชับของพี่หยางเจี๋ยหมายถึงอะไรหลังจากที่จู่ ๆ ข้าก็มีไข้ หนาวสั่น และอาเจียนจนแทบหมดแรง...และมันต้องเป็นแบบนี้ทุกครั้ง ในวันที่ข้าจะต้องเข้าวังไปเข้าเฝ้าหลิวกุ้ยเฟย


.......................



ถึงหลิวกุ้ยเฟยเป็นท่านป้าของซิงเออร์ แต่หากการเข้าเฝ้าหลิวกุ้ยเฟยของนางทำให้ข้าต้องมีความกังวลใจในระหว่างอยู่สนามรบ ก็ไม่นับว่าเป็นเรื่องดีนัก ข้าได้แต่หวังว่า ทุกครั้งที่นางป่วย นางจะฟื้นตัวเร็ว และข้าก็มักไม่ผิดหวังเมื่อรางวัลที่ข้าให้พี่รองของนางคุ้มค่าเสมอ

"พี่หยางเจี๋ย" ทุกครั้งที่ข้าอ่านจดหมาย ข้าเหมือนได้ยินเสียงนางเรียกข้าจริง ๆ ครั้งนี้ข้าตื่นเต้นนัก เพราะนอกจากจดหมายแล้ว ข้ายังมีอย่างอื่นอีก แต่ข้าก็บอกอดทน บอกตัวเองว่าข้าต้องอ่านจดหมายนางให้จบก่อน แล้วค่อยเปิดดูภาพวาดของนาง โชคดีเป็นของข้านักที่พี่รองของนางยอมมอบภาพของนางให้ข้าทั้งสองภาพ ไม่ได้ส่งให้จางจิ่งพี่ใหญ่นางตามที่บอกนางไว้ในครั้งแรก

"ท่านหัวหน้ากอง...ข้าจางจิ่ง" นี่คือตำแหน่งของข้าในตอนนี้ ด้วยความสามารถของข้า ข้าขยับจากตำแหน่งรองหัวหน้ากองขึ้นเป็นหัวหน้ากองในระยะเวลาเพียงสามปี ส่วนตามคาดหมายจางจิ่งได้ขึ้นเป็นรองนายกอง กองเสือดำของข้าพ่วงด้วยตำแหน่งเดิมคือองครักษ์ประจำตัวข้า

"เข้ามา!" จางจิ่งก้าวเข้ามาในกระโจมข้า ข้ามองไปที่ภาพที่ม้วนอยู่ เขาก็มองไปเช่นกัน...แต่เราทั้งคู่ต่างไม่พูดอะไร ผ้าห่อหมั่นโถวของซิงเออร์ที่ข้าได้จากเขามานานแล้วให้คนซักเอามาแขวนไว้ คงดึงสายตาจางจิ่งอยู่ชั่วครู่ ก่อนที่อีกฝ่ายจะเอ่ยขึ้น

"ท่านให้ข้าดูภาพซือซิงได้หรือไม่" เจ้านี่รู้ด้วยว่าข้าได้ภาพซิงเออร์มา หรือว่านางบอกเอาไว้

"เจ้าให้ข้าอ่านจดหมายนางจบก่อนได้หรือไม่ เหตุใดเจ้าจึงรู้ว่าข้ามีภาพวาดนาง" 

"นางบอกข้าว่าน้องรองวาดภาพนางสองภาพ" จางจิ่งเหมือนโกรธเคืองข้า...สายตาเขาบ่งบอก มือเขากำแน่น รายนี้ยอมข้าได้ทุกอย่าง ยกเว้นเรื่องของซิงเออร์...เห็นแก่น้ำใจที่ยอมสละของหลายชิ้นจากนางมาให้ข้า ข้าจะไม่สนใจความโกรธเคืองของเขา

"เห็นแก่ความเป็นสหายของเรา เดี๋ยวข้าจะเปิดให้เจ้าดู" ความมีน้ำใจของข้าล้นเหลือ หากอยากได้หนึ่งสิ่งที่คุ้มค่า ข้าจะยอมเสียสามสิ่งโดยไม่ลังเล คราวนี้ก็เช่นกันข้ายอมเปิดให้เขาดูสักหน่อยจะเป็นไรไป แต่จะยอมเสียอะไรให้น่ะหรือ...ตอนนี้ติดไว้ก่อน ข้าค่อยชดเชยด้วยภาพสามภาพให้ว่าที่พี่เมียข้าในภายหลัง

"ที่จริงแล้วนางบอกว่า...น้องรองของข้าวาดภาพนางภาพนึงให้ข้า" ยังไม่ทันได้ดูภาพเลย จางจิ่งกลับบอกข้ามาแบบนี้...เพ้ย...นี่เจ้ากล้าหาญจะหาเรื่องชิงภาพกับข้าหรือไง

"ภาพวาดเหล่านี้ อยู่ในกล่องจดหมายที่นางส่งให้ข้า" นี่คงเพียงพอที่จะบ่งบอกว่ามันเป็นของข้า

"ภาพที่นางให้น้องรองวาดให้ข้า คงติดมากับกล่องของท่าน" ยังอีก เจ้าจางจิ่งยังไม่ยอมอีก

"นางอาจจะลืมใส่ภาพลงในกล่องของเจ้า เดี๋ยวข้าอ่านจดหมายนางจบ แล้วข้าจะอ่านจดหมายของน้องรองเจ้า คงจะรู้ว่าภาพเหล่านี้คือของผู้ใดบ้าง....แบบนี้เจ้าว่าดีไหม" มีหรือข้าจะไม่รู้ว่าพี่รองของนางยกภาพทั้งสองภาพนี้ให้ข้า  

"ท่านหัวหน้ากอง ท่านแม่ทัพจางมีคำสั่งให้ท่านเข้าพบ

"ได้...เดี๋ยวข้าจะไป" ดี ๆ นัก ข้าชอบท่านนักท่านแม่ทัพจาง หลังกลับไปข้าจะให้เสด็จแม่ข้าพระราชทานรางวัล ให้เสด็จพ่อข้าพระราชทานอนุให้หลาย ๆ คน ข้าส่งสายตาเป็นคำถามต่อจางจิ่งว่ายังมีเรื่องใดอีกไหม ก่อนที่จะเห็นเขาตอบปฏิเสธ ท่าทางเขาลังเล แต่ข้าไม่ได้เอ่ยอะไรที่เกี่ยวกับภาพวาดออกไปอีก


"องครักษ์จาง...ไปกันได้แล้ว" 

"พะยะค่ะ" และตำแหน่งที่ข้าเรียกจางจิ่งในตอนนี้ ก็ทำให้จางจิ่งรีบลุกขึ้น  เดินตามข้าออกมาจากกระโจมในบัดดล

ส่วนเรื่องภาพเจ้าก็อย่าโทษข้าเลยนะจางจิ่ง ข้าว่าแบบนี้ก็เป็นการดีแล้ว หากเจ้าเห็นภาพนาง เจ้าอาจจะคิดถึงนางมากขึ้นอีก ปล่อยข้าคิดถึงนางเพียงผู้เดียว แบบนี้นับว่าเจ้าไม่ขาดทุนอันใด


.............





ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 103 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

578 ความคิดเห็น

  1. #548 Patna (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2561 / 10:12
    นับว่าน้ำใจดีงามมากนะองค์ชาย ไม่เห็นภาพจะได้ไม่ต้องคิดถึง
    #548
    0
  2. #416 Numtanthitiya (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 24 มกราคม 2561 / 01:21
    สงสารพี่ใหญ่โดนลุมมม
    #416
    0
  3. #321 ซอโซ่ (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 18 มกราคม 2561 / 16:39
    555 สุดๆ กุนซือ องค์ชายรอง กะพี่รอง
    #321
    0
  4. #309 PuiPui--r (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 18 มกราคม 2561 / 12:45
    องค์ชายรอง+พี่รอง=มหาพันธมิตร 55555555
    #309
    0
  5. #264 Moji Jung (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 16 มกราคม 2561 / 11:56
    อย่าประทานอนุเป็นพอ4544555
    #264
    0
  6. #141 Nottefa (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 6 มกราคม 2561 / 23:15
    อยากอ่าน TT
    #141
    0
  7. #45 ฟ้าใส (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 30 ธันวาคม 2560 / 17:40
    องค์ชายรอง..ล้ำเลิศ ยิ่งจับมือกับพี่รองแล้ว พี่ใหญ่กับนางเอกนี่แพ้ราบคาบ
    #45
    0
  8. #19 Boomsakalaka999 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2560 / 08:10
    สงสารนางเอกจริงๆ ทำไมนางใสซื่อบริสุทธิ์ขนาดนี้ พี่รองร้ายสุดสินะ มิน่าเข้ากับองค์ชายรอง ปล.การเมืองแย่งอำนาจระหว่างกุ้ยเฟยแม่องค์ชายใหญ่vsฮ่องเฮาแม่องค์ชายรองสินะ
    #19
    1
    • #19-1 palmbotanica(จากตอนที่ 7)
      28 ธันวาคม 2560 / 23:22
      สงสารนางไปนางก็ยังไม่รู้เรื่อง :-)
      #19-1
  9. #17 cattycall (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2560 / 23:30
    ขอบคุณมาก
    #17
    0