แม่นางน้อย เจ้าเป็นของข้า

ตอนที่ 6 : การเข้าสู่สนามรบครั้งแรกของข้า

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 11,296
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 109 ครั้ง
    14 พ.ค. 61

ตอนที่ 6 การเข้าสู่สนามรบครั้งแรกของข้า


ข้าพึ่งตระหนัก ข้าพึ่งจะเข้าใจแจ่มแจ้ง ว่าเพราะเหตุใดท่านราชครูและฮูหยินถึงได้ไม่ชิงตกปากรับคำหรือรีบมาทูลเสด็จแม่ของข้าเมื่อครั้งที่ข้าประกาศว่าจะรับซิงเออร์เข้าตำหนักบูรพาของข้า ทำไมทุกคนถึงหลับตาลืมเลือนประเพณีระหว่างชายหญิงที่ข้าละเมิดนับครั้งไม่ถ้วน

ข้าเข้าใจแล้วว่าเหตุใดพวกท่านถึงตระหนกนักเมื่อข้ามอบกำไลหยกให้กับซิงเออร์...ที่แท้พวกท่านก็หมายมาดจะให้นางหมั้นหมายกับองค์ชายใหญ่นี่เอง

"เสด็จแม่...ลูกต้องไปกี่ปีพะยะค่ะ" ข้าเคยต่อต้านการทำสงคราม ข้าไม่ชอบใจที่เห็นการสูญเสีย ข้าและซิงเออร์มีความคล้ายกันคือข้าไม่ต้องการให้มีการเข่นฆ่าสิ่งใด ไม่ว่าจะผู้คนหรือสัตว์

"จนกว่าแม่ทัพจางจะรบชนะแคว้นเหลียนและแคว้นซ่ง" สองแคว้น...ศึกครั้งนี้เสด็จพ่อตั้งใจจะตีถึงสองแคว้นด้วยกันเชียวหรือ เช่นนั้นข้ามิต้องอยู่สนามรบยาวนานหรอกหรือ

"เสด็จแม่ทรงรับปากลูกได้ไหมพะยะค่ะ...ระหว่างนี้หากพี่ใหญ่กลับมา อย่าให้พี่ใหญ่หมั้นหมายกับสตรีสกุลใด" ข้าอยากเอ่ยชื่อสกุลจาง แต่ก็ยั้งปากไว้ทันท่วงที การบอกเสด็จแม่ อาจเหมือนการบอกหลิวกุ้ยเฟย เรื่องนี้ควรจะเงียบไหม หากท่านราชครูเลือกให้เงียบ ข้าเองก็ควรจะเงียบ 

"แม่ได้ยินมาว่า...เจ้ามอบกำไลหยกให้คุณหนูจาง" ที่แท้เรื่องนี้ก็ไม่ใช่ความลับสำหรับเสด็จแม่ของข้า เพราะคุณหนูจางที่ว่าก็จางซือซิงของข้าแน่นอน แม่นางน้อยของข้าผู้เป็นแก้วตาดวงใจเพียงหนึ่งเดียวของตระกูลจาง เพราะไม่ว่าแม่ทัพจางฮุ่ยผู้เป็นลุง ท่านราชครูผู้เป็นบิดา หรือแม่ทัพจางเสิ่นผู้เป็นอาของนาง ฮูหยินเอกและอนุทั้งหลาย ล้วนให้กำเนิดแต่บุตรชาย ที่เป็นหญิงมีแค่นางเพียงคนเดียว 

นางมีค่าดั่งทอง...ท่านแม่มักบอกเล่าให้ข้าได้ฟังเสมอ....แต่การที่ข้าชอบนาง ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องอันใดกับอำนาจใด ๆ  เป็นข้าเองที่ชอบนาง ชอบความใสซื่อ ชอบความไร้เดียงสา เวลาอยู่กับนางข้ามีความสุขยิ่งนัก 

"เอาเถอะ...หากเจ้าไม่อยากบอกเล่าให้แม่ฟัง แม่ก็จะไม่บังคับขู่เข็ญ แต่แม่ก็ขอบใจเจ้ามาก ที่เจ้ายอมเดินทางไปร่วมทัพในครั้งนี้ นี่เป็นสนามรบสนามแรกของเจ้า แม่ขออำนวยพรให้เจ้าแคล้วคลาดปลอดภัย ให้เจ้าสวมหยกนี้ไว้ตลอดเวลา การเดินทางครั้งนี้แม่มอบองครักษ์เงาทั้งสิ้น 24 นายให้ติดตามเจ้าไป"

"เสด็จแม่...ลูกว่า...มันไม่มากไปหรือพะยะค่ะ" 24 เลยเชียวหรือ นี่ท่านให้ข้าไปรบแน่นะเสด็จแม่

"ไม่นับว่ามาก หากไม่คับขัน เจ้าก็อย่าได้เรียกพวกเขาออกมา" เพราะรู้ว่าท่านแม่เป็นห่วง ข้าได้แต่รับคำ หลังจากนั้นท่านแม่จึงได้เดินนำข้าไปเฝ้าเสด็จพ่อเพื่อทูลลา 

"พ่อให้องค์รักษ์เงาติดตามเจ้าไปสิบนาย" เพ้ย...เสด็จพ่อเสด็จแม่...พวกท่านไม่ไว้ใจในฝีมือข้าเลยหรือไร

โอ้สวรรค์...ข้ามีองค์รักษ์เงาติดตามไปสนามรบถึง 34 นาย... 

ข้าอยากฮึกเหิม แต่พวกท่านทำให้ข้าฮึกเหิมไม่ลงจริง ๆ ความเศร้าของข้ามีมากตามจำนวนขององครักษ์เงาเลยทีเดียว และข้ายิ่งเศร้าหลังขึ้นม้าแล้วเดินทางร่วมขบวนกับท่านอาและพี่ใหญ่ของนางเมื่อเห็นซิงเออร์ออกมายืนรอส่งข้าและจางจิ่ง....น้ำตาของนางยิ่งพาข้าเศร้า นางพูดตามฮูหยินจางเสียงสั่นเครือสั่งให้ข้าและจางจิ่งปลอดภัยกลับมา

ข้าอยากบอกนางใจจะขาดว่า ซิงเออร์ เด็กดีของพี่หยางเจี๋ย เจ้าไม่ต้องกังวล รับรองพี่หยางเจี๋ยจะกลับมาหาเจ้าอย่างปลอดภัย...พี่หยางเจี๋ยมีองค์รักษ์เงาถึง 34 นายอารักขา เจ้าอย่าได้กังวลเลย


.................

เสด็จพี่ของข้า หรือที่ทุกคนเรียกขานว่าองค์ชายใหญ่ ออกรบไปพร้อมกับแม่ทัพจางฮุ่ยเมื่อสองปีที่แล้ว พี่หมิงเซียนของข้าเป็นโอรสองค์โตของเสด็จพ่อกับหลิวกุ้ยเฟย หลิวกุ้ยเฟยนางเป็นพี่สาวของฮูยินเอกท่านราชครูจาง

การออกรบครั้งแรกของข้า ไม่ใช่สิ่งที่ข้ากังวลใจ นอกเหนือจากการมีองครักษ์เงาถึง 34 นายแล้ว จางจิ่งยังทำหน้าที่เป็นองครักษ์ส่วนตัวของข้า 

ข้าได้ตำแหน่งรองหัวหน้าหน่วยรบเสือดำมาด้วยวัยย่าง 13 ปี สายตาที่ทุกคนมองข้ามีคำถามมากมาย แต่ข้าหาได้ใส่ใจไม่  และแน่นอนเพราะข้าคือโอรสอันประสูติจากฮองเฮาและฮ่องเต้ นอกจากข้าจะกังวลเรื่องการต้องฆ่าคนแล้ว ข้าไม่มีเคยกังวลว่าข้าจะตายเลยสักนิด แน่ล่ะใครกล้าปล่อยให้ข้าตาย ดังนั้นสิ่งที่ข้าทำคือแน่วแน่ในการวางกลศึก ซึ่งข้าคิดว่ามันแสนสบาย จะกลศึกใด ข้าต้องไปขอบคุณแม่ทัพจางซือที่ได้สั่งสอนข้ามาจากตำราของอดีตแม่ทัพใหญ่จางหยางกวาง

นั่นไง...พวกเจ้าทั้งหลายคงเห็นแล้วใช่ไหม ว่าเหตุใดข้าถึงคู่ควรในการดองกับสกุลจาง ชื่อข้ามีความพ้องกับท่านปู่ของซิงเออร์  ชื่อข้าแปลว่าวีรบุรุษ เปรียบดังดวงอาทิตย์อันเจิดจ้า ส่วนชื่อท่านปู่ของนางแปลว่าแสงอาทิตย์

"องค์ชายรอง...น้ำพะยะค่ะ"

"เรียกข้าว่าหยางเจี๋ย ที่นี่อยู่ในสนามรบ ข้าดูแลตัวเองได้ เจ้าตามสบายเถอะ" แค่เจ้าอย่าให้ใครทำร้ายเจ้าก็พอ...ใช่อะไร ก็ข้ากลัวว่าที่พี่ภรรยาข้าหัวขาดน่ะสิ

"ได้" เหมือนจางจิ่งจะสบายใจ ดีใจ ก็ท่าทางออกจะชัดเสียขนาดนั้น แต่ข้าไม่ถือสา มองว่าที่พี่ภรรยาข้า รีบขยับไปด้านหลัง ดูแลม้าตัวเองทันที เจ้านี่เป็นคนดี ขยัน น่าสนับสนุนนัก ยกเว้นเรื่องเดียวที่ขัดหูขัดตาข้าเสมอคือการกัดกันข้าออกจากซิงเออร์

พอข้ามาคิดทบทวนก็ค่อนข้างจะมั่นใจได้ว่า จางจิ่งชื่นชอบองค์ชายหมิงเซียน พี่ใหญ่ของข้า ข้าเองก็ไม่ได้ว่าอะไร และข้าก็พร้อมอภัยได้หมด หากวันข้างหน้าจางจิ่งหันมาสนับสนุนข้าเรื่องซิงเออร์ 

"เจ้าพกสิ่งใดมา" ข้าแอบชำเลืองมอง เห็นห่อผ้าเล็ก ๆ ที่จางจิ่งถือไว้ระหว่างพัก และตอนนี้ทุกคนมานั่งรวมกันที่ใต้ต้นไม้ใหญ่

"ท่านแม่ห่อหมั่นโถวให้ข้ามา ซิงเออร์นางช่วยท่านแม่ข้านวดแป้ง" จางจิ่งตอบข้าอย่างภาคภูมิใจยิ่ง

"หลงเออร์" ข้าเรียกนายทหารอีกคนที่แม่ทัพจางเสิ่นให้มาอยู่หน่วยเสือดำกับข้า ข้ารู้โดยนัยว่ารายนี้จะทำหน้าที่ดูแลรับใช้ข้า

"พะ...ท่านรองหัวหน้า"

"เจ้าเอาขนมที่ฮองเฮาเตรียมตระเตรียมมาสำหรับวันนี้  แจกจ่ายให้กับทุกคน....จางจิ่ง...วันนี้ข้าเบื่อขนมในวัง ห่อหมั่นโถวของเจ้า...ข้าขอได้หรือไม่" 

"ท่าน....ได้สิ" จางจิ่งอึกอักเล็กน้อย ก่อนที่จะยื่นห่อผ้าให้หลงเฉินนำมันมาให้ข้า สีหน้าบูดบึ้งไม่พอใจอย่างเห็นได้ชัด แต่ข้าแสร้งเมิน แสร้งมองไม่เห็น

ข้ามองหมั่นโถว 6 ก้อน ก่อนจะหยิบมันมาก้อนนึงแล้วกัดไปคำนึง...รสชาตไม่เลวเลยทีเดียว


ข้าให้กำไลหยกแก่ซิงเออร์ไว้แทนใจ เหตุใดข้าถึงเผลอเรอได้ลืมขอสิ่งใดจากนาง แต่ไม่เป็นไร ตอนนี้ข้ามีผ้าของนางแล้ว ต่อให้ผ้านี้จะเป็นผ้าที่ห่อหมั่นโถว ลายปักรูปดอกท้อที่ดูไม่ใช่ดอกท้อที่ข้าเห็นนางปักต่อหน้าข้าวันนั้น 

ซิงเออร์ของข้า นี่ขนาดเจ้าเพิ่งอายุ 7 ปีเท่านั้น เจ้ายังปักผ้าได้งดงามขนาดนี้ หากเจ้าเติบใหญ่งานใดที่เจ้าทำคงสวยงามกว่านี้อีกหลายเท่า 

"จางจิ่ง หมั่นโถวเจ้าอร่อยมาก...ข้าเห็นเจ้ายังไม่ได้ลิ้มรสเลย งั้นข้าจะแบ่งให้เจ้าลูกนึง" นอกจากการปักผ้าแล้ว ฝีมือการนวดแป้งของนางนับว่าดีนัก ช่วยให้ฮูหยินจาง ทำหมั่นโถวออกมารสชาตดียิ่ง

ข้ามองจางจิ่งกินหมั่นโถวด้วยรอยยิ้ม...จางเจิ่งนะจางจิ่ง ว่าที่พี่ภรรยาข้า ข้ารู้ว่าเจ้าต้องมีของจากนางอีกหลายชิ้น...เจ้าอย่าได้ถือโกรธข้าเลยนะ  หากวันหน้าข้าจะหาวิธีเอามาเป็นของข้าเอง ก็ข้าไม่อยากให้นางลำบากทำสิ่งใดให้ข้านี่นา....ถึงจะรับต่อจากเจ้าในภายหลัง ก็อย่าได้ขุนใจ เพราะว่าความตั้งใจของข้าและเจ้านั้นต่างกัน


................


องค์ชายรอง...ท่านช่างคิดได้ดี...ทุกเรื่องเลย :-)
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 109 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

578 ความคิดเห็น

  1. #547 Patna (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2561 / 10:04
    อื้ม ออกอาการจิตนิดๆนะเนี่ยองค์ชายรอง
    #547
    0
  2. #454 kanjanawan2541 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 27 มกราคม 2561 / 23:47
    ท่านช่าง...555+
    #454
    0
  3. #415 Numtanthitiya (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 24 มกราคม 2561 / 01:09
    องค์ชายท่ารช่างล้ำลึกจริงๆ
    #415
    0
  4. #307 PuiPui--r (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 18 มกราคม 2561 / 12:39
    สโต้กเกอร์เบาๆนะท่าน
    #307
    0
  5. #179 joy_za_joy (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 9 มกราคม 2561 / 01:22
    ทำไงถึงอ่านได้อ่ะ หาในการกุศลไม่เจออ่ะ
    #179
    0
  6. #149 LavaCreamcheeses (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 7 มกราคม 2561 / 16:47
    ทำไมตอนนี้อ่านไม่ได้อ่าาา
    #149
    0
  7. Columnist
    #112 P'YinG (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 4 มกราคม 2561 / 18:59
    เอิ่ม... องค์ชายเพคะ 55+
    #112
    0
  8. #92 sylphspy (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 3 มกราคม 2561 / 07:22
    5555+ขนาดพี่เขาก้ไม่เว้น
    #92
    0
  9. #82 kant0533bkk (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 2 มกราคม 2561 / 12:58
    โอ๊ยตลก มันอ่านคลายเคลียดได้ดีเลย
    #82
    0
  10. #76 赵诗兰 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 1 มกราคม 2561 / 20:20
    องค์ชายรองความเจ้าเล่ห์ของท่านนี้ หาผู้ใดเทียบเคียงได้ไม่
    #76
    0
  11. #44 ฟ้าใส (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 30 ธันวาคม 2560 / 15:33
    องค์ชาย...ท่านช่างฉลาดจริง ๆ 555
    #44
    0
  12. #16 Jirapitcha1 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2560 / 20:08
    องค์ชายรอง น่ารักสุดๆ 55
    #16
    0
  13. #15 minrescal (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2560 / 18:01
    รอออออคะ
    #15
    0
  14. #14 cattycall (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2560 / 17:45
    องค์ชายรองน่ารักมาก
    #14
    0