Guipadtamea : ฟังออกแล้วค่อยมาบอกรัก [Boy's love]

ตอนที่ 4 : CHAPTER II เพื่อนเล่น

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5,190
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 508 ครั้ง
    9 เม.ย. 63

 

 

Chapter II เพื่อนเล่น

[Boss]

“ไอ้บ่น… เราไปขอครูไม่ได้เหรอวะ กูกลัวมันจริงๆ นะเว้ย”

“มึงเคยขอแล้วครูตอบกลับมาว่าไงมึงจำไม่ได้เหรอ”

“...”

“เอาน่า ไอ้เมฆมันก็ดูปกตินะ ตอนกูทักไปคุยมันก็ตอบดี”

“เหรอวะ...”

“ลองคุยกับมันไหมล่ะ”

“ไม่เอา กูไม่อยากแอดเฟสมัน... กูกลัวตัวเองเผลอไปกวนตีนแล้วมันตามมาต่อยถึงบ้าน” ตามได้จริงนะเว้ย… คือผมอะเป็นพวกเล่นเฟสแบบไม่ปลอดภัย ถึงจะตั้งค่าทุกโพสต์เป็น ‘เฉพาะเพื่อน’ แต่ว่าถ้าได้แอดเฟรนด์กันแล้วคุณจะรู้ทางไปทั้งบ้านพ่อแม่ บ้านตายาย บ้านญาติ ไปจนถึงหอพักผมเลย

เพราะผมเวิ่นเว้อบ่อยมาก… กลับบ้านก็แชร์โลเคชั่นแล้วใส่แคปชั่นเสี่ยว กลับหอก็แชร์โลเคชั่นแล้วบอกว่าเหนื่อย ละแม่งมีเยอะมากจนตามลบไม่หมด

“คิดมาก”

“แล้วคุยกับมันได้เรื่องว่าไงบ้างอะ”

“นัดทำงานเสาร์นี้ที่บ้านกู”

“กูขอลาป่วยล่วงหน้า”

“ลอง ลองเบี้ยวนัดดิกูเอามึงถึงตายแน่”

“มาจ้ะ มาเอากูเลย ถ้าเป็นมึงกูพร้อมตายคาอก” ผมยิ้มกริ่ม กอดแขนอีกฝ่ายอย่างออดอ้อน แน่นอนว่ามันดีดตัวออกพร้อมง้างมือฟาดไหล่ผมอย่างจัง แรงอยู่นะพ่อ

“ขนลุกไอ้เวร แต่กูจริงจังนะมาด้วย”

“ก็ได้ๆ เซ้าซี้จริง” ยืมประโยคนี้หน่อยนะเปาปลาเค็ม

“ดี เดี๋ยวไปรับ”

“ดุกู ให้กูลอกการบ้าน ชวนไปที่บ้านแถมจะมารับอีก มึงแอบชอบกูปะเอาดีๆ”

“ข้อแรกกูชอบผู้หญิง ข้อสองถึงวันหนึ่งกูชอบผู้ชายขึ้นมาก็คงไม่ใช่มึง ข้อสามที่กูทำก็เพื่อเกรดมึงทั้งนั้น ถ้ากูไม่ช่วยนะ… กูไม่รู้เลยว่าระหว่างเกรดกับมึงใครจะร่วงก่อนกัน” เกรดผมไม่ได้ถือว่าแย่นะครับ ถ้าพูดตามตรงคือมันอยู่ในเกณฑ์กลางไปถึงดี เทอมไหนขี้เกียจก็จะประมาณ 2.5 เทอมไหนไอ้บ่นทนไม่ได้ เข้ามาช่วยก็ 3.00

สรุปเกณฑ์ผมขึ้นอยู่กับความขยันและคุณเสวนา

“จริงๆ มึงฉลาดนะแต่ขี้เกียจฉิบหาย ลำบากกูต้องมาดึงมึงเนี่ยไอ้เหี้ย”

“กุยปั๊ดตะเมี๊ยะ”

“แปลว่าเหี้ยอะไรล่ะนั่น”

“รักนะคะ” คำนี้เป็นคำเดียวที่ผมรียูสได้ ส่วนคำที่เหลือเป็นแบบใช้แล้วทิ้ง ไม่ใช่ไรนะ ผมก็จำไม่ได้เหมือนกันว่าพ่นอะไรออกไป จะให้พูดใหม่มันก็ไม่เหมือนเดิมละ

“เฮ้อ กูไปหาครูละ มึงจะไปไหนก็ไปเหอะ”

“เฮ้ย ใจร้ายว่ะทำไมไล่กูเหมือนหมูเหมือนหมามางี้ล่ะ”

“หรือมึงจะไปกับกู เอาไหมล่ะ อาจารย์ใช้กูไปเดินหนังสือให้หมวดวิทย์น่ะ หึ”

“...ไม่จ้า”

ผมโบกมือลาแล้วรีบเดินถอยหลังเร็วๆ ถ้าเป็นหมวดอื่นผมคงช่วยมันนั่นแหละ แต่บังเอิญว่ากระผมนายธนริตร์เพิ่งมีเรื่องกับครูหัวหน้าหมวดวิทย์มาเมื่อไม่นานมานี้ เหตุมันเกิดเพราะความเกรียนนี่แหละครับ ตอนจบเลยไม่ค่อยสวยเท่าไหร่ เล่าไปแล้วจะยาว เอาเป็นว่าเขาเกลียดขี้หน้าผมมากถึงกับประกาศออกไมค์ว่าถ้าได้เรียนด้วยกันจะไม่ปราณี

“เหอะๆ แล้วนี่มึงจะรอเลิกเรียนหรือโดด”

“โดดดิ รออะไรไม่แนวเลย” การต้องเดินออกนอกโรงเรียนพร้อมคนหมู่มากตอนสี่โมงน่ะนับเป็นเรื่องที่อัปยศ ผมไม่สามารถทำได้จริงๆ

“กูก็รู้อยู่แล้วแหละว่ามึงต้องทำงั้น เฮ้อ ยังไงก็ระวังครูเวรด้วยล่ะ”

“สายกูรายงานว่าวันนี้มีประชุม ครูเวรไม่อยู่ครับเพื่อน”

“จะแน่เหร้อ”

“แน๊ เรื่องเรียนอาจจะไม่เท่าแต่เรื่องเสือกบอกเลยสายกูอยู่ระดับเดียวกับหน่วยข่าวกรองของอเมริกา”

“- _ -”

“มึงก็รีบโดดตามมานะคะเพื่อนขา กูไปละเจอกันโว้ย” ถ้าผมพูเองคุณก็หาว่าตอแหลอีก แต่ช่วงบ่ายวันนี้เราไม่มีเรียนครับ จริงๆ คือในตารางมันเขียนว่าเป็นวิชารด.แต่พวกผมไม่ได้เรียนไงเลยว๊างว่าง

“เออๆ”

Bon Ss : ฝากซื้อข้าวเหนียวไก่ย่างหน่อยดิ

Boss Thanarit : ยังไงนะ จะให้กูโดดออกไปนอกโรงเรียนเพื่อซื้อข้าวเหนียวไก่ย่างให้มึง แล้วโดดกลับเข้ามาอีกทีเพื่อส่งข้าวให้มึงแดกน่ะเหรอ

Bon Ss : ไม่ใช่ แค่โดดออกไปซื้อแล้วส่งมาให้กูที่ข้างกำแพง

Boss Thanarit : เออค่อยสบายใจขึ้นมาหน่อย

กูว่ามันไม่ค่อยต่างกันเท่าไหร่แต่เอาเถอะ ยังไงก็ไม่มีแผนจะทำอะไรอยู่แล้วนอกจากกลับไปนอนโง่ๆ อยู่ในหอ แล้วนี่ถึงไหนแล้วนะ...

ขวาสะดวก ...ซ้ายไม่มีใคร

เมื่อเห็นว่าทางสะดวกผมก็ค่อยๆ ก้าวขาออกจากพุ่งไม้แล้วย่องไปที่กำแพง ฮี่ๆ เห็นไหมบอกแล้วว่าสายผมเชื่อถือได้ ...เสร็จโจรล่ะโว้ย

“เฮ้ย”

กึก

เสียงของใครบางคนดังขึ้นข้างหลังพร้อมเงาที่ทอดยาวมาบังตัวผม ...ฉิบหายละไง เสื้อออกนอกกางเกง กระเป๋าแฟ้บมีแค่ดินสอ ท่าย่องไปทางกำแพงที่เตี้ยที่สุดในโรงเรียน ดูยังไงก็กำลังจะโดด แก้ตัวยังไงเขาคงไม่เชื่อ

ชวนคุยให้ตายใจแล้วค่อยชิ่งละกัน

“แฮะๆ เป็นไงบ้างครับครู ยืนเวรเหนื่อยเปล่า ผมเห็นว่าแดดมันร้อนเลยจะมาถามว่าสนใจขนมครกไหมเดี๋ยวผมซื้อมาให้กิน”

“...”

“หรือจะรับเป็นต้มยำกุ้งดีครับ เคยได้ยินมานะครับว่าถ้าอากาศร้อนให้ดับร้อนด้วยความร้อนจากอาหารร้อน จะช่วยทำให้อุณหภูมิไม่ร้อนอีกต่อไป”

“พี่พูดอะไรของพี่วะ”

เอ๊ะ...

“เอ้า ไอ้เด็กนี่ กูก็คิดว่าครู” ผมหันมามองคู่สนทนาดีๆ เมื่อกี้เห็นแค่เงาเลยคิดว่าเป็นครูซะอีก ที่ไหนได้… โอ๊ย ไอ้เด็กบ้า ทำหัวใจกูจะวาย ตรงหน้าผมคือเด็กม.ต้นตัวป้อมคนหนึ่ง มือซ้ายถือลูกชิ้น มือขวาถือน้ำอัดลม ไอ้เหี้ยตัวมึงมีแค่นี้เองเหรอวะ เงาแม่งหลอกตาฉิบหายกูก็คิดว่าสูงสองเมตร

“พี่เปอร์ๆ”

“?”

“พี่เปอร์!” หือ...

“เปอร์คือกูเหรอ” ผมชี้นิ้วมาที่ตัวเอง ตอนแรกก็ไม่แน่ใจหรอกแต่มันเรียกตั้งสองครั้งแล้วแถมยังเกาะชายเสื้อผมอีก ก็เคยคิดนะว่าตัวเองหน้าโหลแต่ไม่คิดว่าจะมีคนทักผิดตอนกลางวัน แดดจัดๆ เห็นหน้าชัดๆ แบบนี้… เศร้าเลยว่ะไอ้เหี้ย ทำไมแม่ผมไม่มีแฟนเป็นจุงกิวะ ทำไมต้องมาหลงรักพ่อที่หน้าเหมือนพีสะเดิด

“ก็พี่อะดิ เรียกตั้งนานทำไมไม่ตอบวะ”

“กู-”

“โอ๊ยปวดตา แว่นก็หาย เพื่อนยังใช้มาหาคนเล่นซ่อนแอบอีก”

“มึง… ทำแว่นหายเหรอ”

“อือ โลกโคตร HQ เลย… แม่งเอ๊ย”

“อ๋อ งี้ก็มองไม่ค่อยเห็นดิ นี่เลขไรวะ” ผมยกนิ้วขึ้นมาเพื่อลองดูว่าเขาจะเห็นไหม ไม่เคยมีเพื่อนที่ใส่แว่นให้ลองทำแบบนี้เลยว่ะ จริงๆ ผมสนใจแว่นมากนะครับเพราะมันดูเท่ดี นี่ก็พยายามเล่นเกมตอนกลางคืนให้สายตาเสียอยู่ ถ้าไม่ติดว่าเป็นคนนอนเร็วคงได้สายตาสั้นสมใจ บ้าฉิบ พอปิดไฟแล้วเผลอหลับทุกที

“สี่ แค่มองไม่ชัดไม่ได้ตาบอด”

“...” แรงว่ะไอ้เด็กเหี้ย… เหมือนด่ากูว่าโง่เลย

“พี่อย่าบอกแม่นะ”

“ได้ๆ สัญญาลูกผู้ชาย” ยืนยันข้อมูล เปอร์คือพี่ชายมัน

“แล้วนี่ว่างปะ มาเล่นซ่อนแอบด้วยกันหน่อยดิ ขาดคนหนึ่งอะ”

“เอ… ก็ว่างอยู่นะ” ผมย่อตัวลงคุยกับคู่สนทนาเหมือนสนิทกันมานาน ไอ้น้องบอกว่ามันกำลังลำบาก คนใจดีอย่างบอสซี่จะปล่อยผ่านได้ไง แถมไม่ได้เล่นซ่อนหาตั้งนานแล้วด้วย ผมน่ะอยากเล่นใจจะขาดแต่ขอทีไรไอ้บ่นก็บอกว่าปัญญาอ่อนทุกที เยี่ยม! โทษฐานที่มึงไม่ยอมเล่นกับกู จงรอข้าวเหนียวไก่ของมึงไปเถอะ

แล้วก็โทษทีนะไอ้เปอร์ กูไม่รู้จักมึงหรอกแต่ขอสวมรอยเป็นมึงสักพักละกัน

พอดีลกันจบไอ้รุ่นน้องคนนั้นก็พาผมเดินไปสนามเด็กเล่นเก่า ที่เติมคำว่าเก่าเพราะมันอยู่มานานมาก ดูดิ สนิมเขรอะเลย แอบแปลกใจแฮะที่ยังมีเด็กมาเล่นที่นี่อยู่ ปกติผมผ่านมาทีไรไม่เคยเจอใครเลย

“มาที่นี่บ่อยเหรอวะ”

“ไม่อะ เพิ่งมาครั้งแรกนี่แหละ”

“อ้าว”

“พี่ก็รู้ว่าปกติผมจะอยู่ที่สนามใหม่”

“อ้อ แล้วทำไมวันนี้มาที่นี่ล่ะ”

“วันก่อนแก๊งโฮกปิ๊บของผมยกพวกไปตีแก๊งแมงป่องดำของพวกห้อง 8 มาแล้วแพ้ ...วันนี้ก็เลยต้องระเห็จมาเล่นที่ดินแดนร้างอย่างนี้เพราะเสียอาณาเขตไป พูดแล้วเจ็บใจเป็นบ้า!” ไอ้ป้อม (เรียกตามตัว ถ้าถามตรงๆ กลัวความแตก) ทำหน้าแค้นตอนเล่าเรื่อง โห เพิ่งรู้นะว่าเด็กๆ มีแบ่งเป็นแก๊ง มีแบ่งอาณาเขต แถมมีการแย่งชิงอาณาเขตกันด้วย นักเลงสัส

อยากมีสังกัดบ้างอะ

“กูขอเข้าแก๊งด้วยได้ปะ”

“ไม่เอา พี่เป็นผู้ใหญ่แล้ว”

“แค่ตัว สมองกูยังเด็ก” ผมพูดอย่างกระตือรือร้น ที่ไม่ใช่โอกาสที่จะหาได้ทั่วไปนะครับ… เฮ้ยแต่ถึงเข้าไปพอความแตกก็ต้องออกอยู่ดีเปล่าวะ

งั้นแค่วันนี้ก็ได้ ขอเป็นนักเลงวันหนึ่ง!

“แบบนี้ก็นับเหรอ...”

“นับดิ ไม่เห็นโคนันเหรอ”

“เออว่ะ ...งั้นรับก็ได้ ช่วงนี้พวกเรากำลังเสริมกำลังพลอยู่เพราะจะยกพวกไปตีไอ้พวกนั้นอีกที” เลือดวัยรุ่นมันร้อนจริงวุ้ย ดูไฟในตามันดิ โชติช่วงชัชวาลสุดๆ

“พวกนั้นมีกี่คนอะ”

“สามสิบ”

“แล้วพวกมึง?”

“ห้า” แทบจะเวลาเดียวกับที่มันพูดจบเราก็เดินมาถึงที่หมาย ตรงชิงช้ากับม้าหมุนเก่ามีเด็กชายอีกสี่คนกำลังยืนล้วงกระเป๋า เงยหน้ามองฟ้าอยู่ ไอ้คนกลางเล่นใหญ่สุด มันเอามือเสยผมค้างไว้แล้วไขว้ขาด้วย ...เลือกไม่ผิดจริงๆ ที่เข้าแก๊งนี้! เท่ ได้กลิ่นวัยคะนอง แถมยังลูกผู้ชายถึงคนจะน้อยกว่าแต่สู้ยิบตา!!

“พวกมึง นี่เปอร์พี่ชายกู”

“มึงเอาเด็กโตมาทำไมวะ” เพิ่งเคยได้ยินคำว่า ‘เด็กโต’ ...มันแปลว่าไรวะ แล้วเป็นภาษาอะไร ใครป็นคนประดิษฐ์

“ก็มึงให้ไปหาคนเล่นซ่อนแอบ”

“งี้มันก็ไม่แฟร์ดิวะ พี่เขาโตแล้วอะ” ไอ้คนที่ดูเหมือนหัวหน้าเก๊กเสียงหล่อ เปลี่ยนเอามือมาล้วงกระเป๋าก่อนจะค่อยๆ ดันแว่นแล้วเสหน้าไปทางอื่น เชรดโด้

“จริงด้วยว่ะ...”

“เดี๋ยวกูเป็นคนหาเอง” ผมอาสา จริงๆ ไม่อยากเป็นคนหาเท่าไหร่แต่ดูทรงแล้วถ้าไม่ทำงี้พวกมันคงไม่ยอมเล่นด้วย อิทโอเค เฮียเก่งอยู่แล้ว เดี๋ยวรอจับพวกมึงรอบหนึ่งแล้วค่อยไปซ่อนก็ได้ อิอิ รับรองเลยว่าพวกมึงต้องคิดไม่ถึงหรอกว่าเฮียจะเข้าไปซ่อนในถังขยะเปียก

“เฮ้ย เอาจริงดิพี่”

“จริงดิวะ งั้นไปซ่อนซะกูจะนับถึงร้อยแล้วเริ่มหาเลยนะ”

“ไปๆ ๆ ไปซ่อนเร็วพวกมึง!”

“อย่าโกงนะเว้ยพี่ มาสู้กันแบบลูกผู้ชาย!” บริบทไม่ได้แต่วลีได้ฉิบหายเลย เฮียชอบว่ะ

เสียงฝีเท้าของเด็กๆ ทั้งห้าคนดังขึ้นรอบด้านในขณะที่ผมเริ่มนับเรื่อยๆ ...ไหนฟังซิ มีเสียงมาจากด้านหลังตึกสอง ด้านป่ากล้วยหนึ่ง อีกสองเสียงเบาจนจับไม่ได้เลยว่าพวกมันไปที่ไหน เสียงเบาๆ แบบนี้ต้องเป็นไอ้สองตัวตรงชิงช้าแน่ ฉลาดนักนะพวกมึง

แต่มันก็ไม่เกินความสามารถของบอสซี่หรอกบอกเลย

“โป้ง!”

“เฮ้ย หาเจอได้ไง!”

“โป้ง! คราวหลังหลบคนละที่นะไอ้น้อง” การยืนปิดตาหันหลังให้กันไม่นับว่าเป็นคนละที่นะ แล้วปิดตาทำไม ถือคติเราไม่เห็นคนอื่นก็ไม่เห็นเราเหรอ โถ่

“โป้ง!”

“พี่เปอร์! นี่น้องนะ… ทำเป็นไม่เห็นได้เปล่าเดี๋ยวแบ่งขนมในตู้เย็นให้กิน”

“ไม่ว่ะ ศักดิ์ศรีมันค้ำคอ กระเดือกขนมไม่ลง” จริงคือถึงรับข้อเสนอไปกูก็กินไม่ได้อยู่ดี กูไม่ใช่พี่มึงด้วยซ้ำ

เอาล่ะ ทีนี้ก็เหลือไอ้สองตัวนักย่องเบา

ผมกวาดสายตาไปมาเพื่อหาเป้ามาย เสียงสุดท้ายที่ได้ยินมันดังมาจากแถวบาร์โหน ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าพวกมันปีนขึ้นไปซ่อนบนต้นไม้หรือว่ายังไง ...ไม่มีแฮะ แล้วจะไปซ่อนที่ไหนได้อีกวะถ้าไม่ใช่ที่นี่

โอ๊ะ...

ฮั่นแน่

จังหวะที่กำลังก้มๆ เงยๆ หาอยู่นั้น อยู่ดีๆ หางตาของผมก็ไปสะดุดกับกลุ่มผมของใครบางคนที่โผล่พ้นอุโมงค์สไลเดอร์ ...ไอ้หนูน้อย คำที่ว่า ‘ที่ที่อันตรายที่สุดคือที่ที่ปลอดภัยที่สุด’ มันไม่สามารถใช้ได้กับทุกสถานการณ์น้า แต่เอาเถอะกูจะให้โอกาส ถ้านับถึงสิบในใจแล้วมึงยังไม่หาที่ซ่อนใหม่กูจะเข้าไปละ

หนึ่ง สอง สาม… ผมค่อยๆ ปีนขึ้นไปบนเครื่องเล่นสนาม สี่ ห้า หก… ผมย่องเบาผ่านสะพานไม้ เจ็ด… ผมก้าวขึ้นมาเพื่อรอจังหวะ จากตรงนี้เห็นเป็นเงาตะคุ่มปิดทางออกอุโมงค์สไลเดอร์อยู่ ผมทำขนาดนี้มันยังไม่มีทีท่าว่าจะรู้ตัวเลยแฮะ มึงจะใจเย็นไปแล้วไอ้น้อง คงคิดว่าที่นี่ปลอดภัยมากสินะ

แปด เก้า…. เสร็จกูล่ะ!

ฟิ้ว

ผลั่ก!

“โป้ง ฮะๆ”

ผมปล่อยตัวเองให้ไหลไปตามความยาวสไลเดอร์ ไม่ลืมที่จะยกนิ้วโป้งแปะแผ่นหลังเป้าหมายด้วย ฮะๆ ไม่ได้เล่นแบบนี้มานานแล้ว สนุกจังโว้ย

“ตัดสินใจละ ข้อหาที่ดูไม่ตั้งใจเล่นมึงเป็นคนหาต่อเลย” ผมกล่าวทั้งที่ยังหัวเราะจนตาปิด ไม่รู้เหมือนกันว่ามันทำหน้ายังไงอยู่แต่คงต้องมีเคืองบ้างแหละเพราะจังหวะกระแทกเมื่อกี้ทำให้ผมได้มานั่งปลายสไลเดอร์ ส่วนตัวมันปลิวไปอยู่ที่พื้นแล้ว

เอ๊ะ จำไม่เห็นได้เลยว่าเมื่อกี้มีเด็กที่ตัวโตขนาดนี้ด้วย… แล้วผมสีดำสนิทกับผิาวขาวจัดนี่มัน… ไหนจะจมูกโด่ง คิ้วเข้มนี่อีก… ที่แย่สุดๆ คือดวงตาคมไร้สีสันคู่นั้น

ใช่ แย่สุดๆ เลยกูเนี่ย!

“...ทำอะไร”

“คือ… เอ่อ แฮะๆ” ผมยกมือขึ้นมาลูบท้ายทอยแก้เก้อ ไม่รู้จะตอบกลับคำถามของอีกฝ่ายยังไงให้ดูดี ‘กูเล่นซ่อนแอบอยู่แล้วคิดว่ามึงเป็นน้อง’ ‘กูตั้งใจสไลเดอร์ลงมาชนมึงหน้าคะมำ’ ‘กูเห็นแค่เงาก็คิดว่ามึงเป็นน้อง เลยสไลด์ตัวลงมาสุดแรงจนมึงลงไปนอนเล่นอยู่กับพื้น’ ไอ้ฉิบหาย ตอบแบบไหนก็โดนมันด่าอะ ช่วยด้วยโว้ย

“เอ่อ… โทษทีว่ะ” ขอโทษไปก่อนละกัน ฮื่อ…

“อืม...”

“...” อื้อหือ อึดอัดไอ้สัส

หนุ่มไร้ชีวิตชีวาก้มมองสภาพตัวเองนิดหน่อยแล้วยันตัวลุกขึ้น ความพูดน้อยขยับน้อยแสดงสีหน้าน้อยๆ ของมันทำให้ผมเริ่มเหงื่อตก เดาไม่ออกเลยว่าตอนนี้กำลังคิดอะไรอยู่ โกรธรึเปล่า แล้วถ้าโกรธคือโกรธระดับไหน ถึงขั้นอยากต่อยผมไหม…

“เส-”

“งั้นไปนะ!”

เมื่อกี้มันจะพูดอะไรวะ ‘เสล่อมาก ทำอะไรของมึง’ ‘เสยหน้าหรือเสยคาง… กูให้เลือก’ ‘เสือกมาหาเรื่องก่อนเองนะ ตายซะเถอะมึง’ โอ๊ย...

กูชิ่งก่อนดีกว่า

ไม่รอให้โดนซัดผมก็รีบวิ่งออกมาก่อน อื้อหือ หัวใจนี่บีบเหมือนตอนอยู่ใกล้เสือเลย เย็นไว้ลูก อย่ากลัวมันมากเดี๋ยวพ่อตายก่อน... เวรเอ๊ยทำไมต้องมาเจอเรื่องแบบนี้ด้วยวะ ฮื่อออ กูแค่อยากโดดไปนอนอะ แต่ก็ต้องสะดุดเพราะไอ้บ่นใช้ให้ไปซื้อเหนียวไก่ แล้วก็สะดุดอีกทีเพราะมีเด็กมาขอให้เล่นด้วย ด้วยความอยากเป็นคนซ่อนเลยต้องมาหาก่อนแต่ก็ต้องสะดุดอีกเพราะความโง่ สะดุดไปหมดเลยแม่ง!

“อ้าวพี่เปอร์ ไปไหนอะ?” ไอ้ป้อมเลิกคิ้วถามตอนผมวิ่งมาเอากระเป๋า

“กลับ!”

“แล้วไม่หาเพื่อนผมเหรอ” เออเหลืออีกสองคนนี่หว่า… แต่ช่างมัน

“ไม่หาแล้ว!”

“แล้วใบสมัครเข้าแก๊งโฮกปิ๊บล่ะ?” ไอ้หัวหน้าแก๊งชูกระดาษ A4 ที่เขียนด้วยลายมือว่า ‘ใบสมัครเข้าแก๊ง’

“ไม่เข้าแล้ว!!”

“เอ้า อะไรของพี่ แล้วนี่จะโดดเหรอเมื่อกี้ผมไปดูที่รั้วเห็นครูเวรอยู่นะ”

“เอ้า เวรเอ๊ย… งั้นไปนอนที่สนามบาสก็ได้วะ”

“มาเล่นซ่อนหากับพวกผมต่อไม่ดีกว่าเหรอพี่เปอร์ สนุกกว่านอนตั้งเยอะ”

“ไม่เอา ไม่เล่น แล้วกูไม่ได้ชื่อเปอร์ด้วย ไปหาแว่นใส่ซะไอ้น้อง!!”

“...”

โว้ยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย

[ Megha ]

จิ๊บๆ จิ๊บๆ

เสียงนกกระจอก ลมเย็น สงบสุข… ความสุนทรีย์

ผมมองเพื่อนร่วมโลกตัวเล็กผ่านช่องว่างของอุโมงค์ มันกำลังพูดคุยกับเพื่อนอีกสองตัวที่เจี๊ยวจ๊าวไม่แพ้กัน ...การมีเพื่อนดูเป็นเรื่องน่ารำคาญจังแฮะ ตอนอยู่ตัวเดียวเมื่อกี้มันยังเงียบอยู่เลย แต่พออีกสองตัวเข้ามาก็ไม่หุบปากสักที อืม น่าแปลกดี

หาว… น่านอนเป็นบ้า

“พวกมึง นี่เปอร์พี่ชายกู”

“มึงเอาเด็กโตมาทำไมวะ”

“ก็มึงให้ไปหาคนเล่นซ่อนแอบ”

“งี้มันก็ไม่แฟร์ดิวะ พี่เขาโตแล้วอะ”

หือ

ก่อนที่สติจะลอยไปไกลเสียงการสนทนาก็แว่วขึ้น นั่นทำให้ผมเลิกคิ้วสงสัย… ไม่ได้สงสัยว่าพวกเขาเป็นใคร แต่สงสัยว่าทำไมถึงยังมีคนมาที่นี่อีก ...ตั้งแต่มีการสร้างสนามเด็กเล่นที่ตึก 5 บวกกับมีข่าวลือว่ามีคนตายสนามนี้ก็ไม่เคยมีคนมาอีกเลย ไม่มีจริงๆ นะ ผมมานอนทุกวันเป็นเวลาสามปีแล้ว มีวันนี้แหละที่เพิ่งเห็น

ช่างเถอะ

ผมไม่ได้สนใจลุกขึ้นไปมองว่าคนพวกนั้นหน้าตาเป็นยังไงหรือเคยเห็นหน้าไหมเพราะมันไม่สำคัญ ...เปลือกตาที่หนักอึ้งค่อยๆ ปิดลงอีกครั้ง ครั้งนี้สติของผมล่องลอยไปไกล ไกลจนทำให้เห็นภาพทุ่งหญ้าที่มีลมโชยอ่อนๆ กับทะเลสาบเมืองหนาว มันเป็นฝันกลางวันที่ยาวนานและน่าพอใจ ผมมีความสุขกับความสุนทรีย์พวกนี้มาก จนกระทั่ง...

ผลั่ก!

โอ๊ย… เชี่ยไรวะ

อะไรบางอย่างพุ่งชนผมด้วยความเร็ว แรงที่ตกกระทบไม่ได้มากจนเจ็บแต่ก็ทำให้ผมกระเด็นลงมากองกับพื้นได้ ถ้าฟังจากเสียงหัวเราะแล้วตัวการดูชอบใจกับการกระทำนี้อยู่ไม่น้อย นี่มัน… เพื่อนร่วมโลกที่ไม่ชอบผมหมายเลข ๗๒ นี่หว่า

“...ทำอะไร”

“...”

“คือ… เอ่อ แฮะๆ… โทษทีว่ะ”

“อืม...”

ผมลุกขึ้นยืนด้วยตัวเอง อีกฝ่ายก็เลิ่กลั่กหันไปมองทั้งนั้นทางนี้ ฝ่ามืออยู่ไม่สุขลูบท้ายทอยบ้าง จับชายเสื้อบ้าง ดูออกเลยว่าไม่ได้ตั้งใจที่จะทำ หรือไม่ก็อาจจะจำคนผิด… กลุ่มคนที่กำลังเล่นซ่อนหาเมื่อกี้ละมั้ง จริงสิ ผมควรบอกเรื่องงานวันเสาร์นี้กับมันไหม

“เส-”

“งั้นไปนะ!” ยังไม่ทันที่จะกล่าวจบร่างโปร่งก็วิ่งหนีไปทิ้งให้ผมยืนเก้ออยู่กับความเงียบเพื่อนเก่า ...ไปซะแล้ว เอาเถอะ มันเป็นหมายเลข ๗๒ นี่นา

หือ

“ของคนเมื่อกี้เหรอวะ” ผมใช้นิ้วเกี่ยวกุญแจรูปร่างประหลาดขึ้นมามอง เป็นของสำคัญรึเปล่านะ แต่ปกติคนเขาห้อยพวงกุญแจควายไว้ที่ของสำคัญเหรอ… แล้วนี่ผมควรเอาไปคืนมันไหมหรือควรวางไว้ตรงนี้ดี

...มันไม่น่าจะรู้ตัว

จากที่จะวางไว้ผมก็เปลี่ยนใจเก็บมันขึ้นมา พิจารณาจากสภาพเมื่อกี้แล้วเขาคงไม่กลับมาในที่ที่มีผมอยู่หรอก แล้วถ้าสมมติว่ามันเป็นกุญแจบ้านขึ้นมาก็แย่เลย

เฮ้อ

เอาไปให้ประชาสัมพันธ์ประกาศของหายก็ได้มั้ง ขี้เกียจ

ผมกลับไปนอน รอเลิกเรียนแล้วค่อยเอาของไปไว้… ไม่จำเป็นต้องรีบนี่ ชีวิตที่รีบร้อนจะทำให้คุณพลาดการเห็นสิ่งที่สุนทรีย์นะครับ คิดดูถ้าผมรีบเอาไปให้ก็จะไม่ได้เห็นผีเสื้อบินมาเกาะดอกไม้ดอกนี้ ไม่ได้เห็นหมา ไม่ได้มีแมวมาคลอเคลียขาอย่างที่เป็นอยู่

ดี

แต่ผมก็ยังสงสัยอยู่ดีว่าอะไรทำให้คนอื่นไม่ชอบขี้หน้าผมขนาดนั้น ...ผมมี doppelgänger แล้วแฝดคนนั้นทำนิสัยไม่ดีรึเปล่านะ

“มึงทำหายแถวนี้จริงๆ เหรอวะไอ้บอส”

“ไม่รู้ว่ะ… เชี่ยแม่ง มันหายไปไหนวะเนี่ย”

“มึงเห็นมันล่าสุดเมื่อไหร่”

“คาบพละมั้ง ไม่แน่ใจอะ ฮื่อออ ขอบคุณพวกมึงมากนะเว้ยที่มาช่วยหา”

ไม่รู้โชคดีหรือโชคร้าย ระหว่างทางที่จะไปประชาสัมพันธ์ผมดันเจอเจ้าของไอ้พวงกุญแจซะก่อน เขากำลังทำท่าหาอะไรบางอย่างกับคนที่ผมไม่รู้จักอีกสามคน… เป็นของสำคัญจริงด้วยสิ เอาล่ะ เอาไปวางไว้แถวนั้นให้มันมาเจอเองก็ได้มั้ง ผมขี้เกียจเดินไกล ขี้เกียจเห็นใบหน้าตอนคนพวกนั้นเห็นหน้าผมด้วย

“มึงได้อยู่กับไอ้เงียบเหรอวะบอส”

กึก

เท้าของผมหยุดชะงักเมื่อหนึ่งในคนพวกนั้นเอ่ยปากถาม อะไรก็ไม่รู้สั่งให้ผมยืนนิ่งเพื่อรอฟังต่อ ...ถึงจะรู้อยู่แล้วว่าเรื่องมันจะไปในแนวไหน

“เออ”

“เป็นไงบ้างอะ”

“ซวยฉิบหาย… กูไม่อยากอยู่กับแม่งเลย ไปบอกไอ้บ่นว่าลองขอครูเปลี่ยนดูไหมแม่งก็ถอนหายใจ อะไรวะ” ร่างโปร่งส่ายหัวปลงๆ ขณะที่ก้มลงไปดูใต้ม้าหินอ่อน คนอื่นก็ส่งเสียงหัวเราะร่า ทุกการกระทำของพวกเขาอยู่ในสายตาของผมทั้งหมด คำพูดเมื่อกี้ก็ได้ยินชัดแจ๋วเลยล่ะ… น่าสงสัยจริงๆ แฮะ

“โคตรซวย ฮะๆ”

“ไอ้บ่นมันเป็นไรวะ”

“ไม่รู้มัน”

“แล้วมึงจะทำงานกันยังไงวะเนี่ย เป็นกูคงอึดอัดตายที่ต้องทำงานกับมัน… เอ่อ” ประโยคท้ายเขาเอ่ยเบาหวิวเพราะหันหลังมาเห็นผมเข้า ยุ่งยากแล้วสิ

“เป็นไรวะ ไอ้...”

“หือ… เอ่อ”

“อะไรวะ… พวกมึง”

“อะ” ผมเดินเข้าไปเพื่อยื่นพวงกุญแจให้เจ้าของ ที่ตอนนี้หน้าซีดไปแล้ว ตั้งใจไว้ว่าจะวางไว้ให้มันมาหาเองแท้ๆ แต่โดนเห็นแล้วก็คงไม่มีทางเลือก กลัวไม่บอกแล้วมันจะเอาไปพูดใส่ไข่กันอีกน่ะสิ “มึงทำหล่นไว้เมื่อกี้”

“...”

“เอ่อ… กูช่วยแค่นี้นะไอ้บอส มีนัดเตะบอลกับเพื่อนว่ะ”

“กูด้วย”

“เจอกันเพื่อน แฮะๆ...”

ภายในสามสิบวิลานหลังสนามบาสก็เหลือแค่ผมกับเขา เรายืนประจันหน้ากันอยู่อย่างนั้นไม่มีใครเริ่มพูดก่อน เขาทำท่าอึดอัดจนผมเป็นฝ่ายที่เดินถอยออกมา เบื่อ ไม่เข้าใจแล้วก็งง ความรู้สึกเหล่านี้แม่งตีกันอยู่ในหัวผม สงสัยทั้งเรื่องเหตุผลที่ทำให้โดนเกลียด เบื่อที่ต้องมาเจอสายตาแบบนี้ แล้วก็ไม่เข้าใจ… ไม่เข้าใจจริงๆ ที่สุดแล้วผมก็หันหลังกลับไปเพื่อถามบางอย่าง

“มึงไม่ชอบกูเหรอ”

“...”

“ตอบมาเหอะ แค่อยากรู้”

“เปล่า… แค่กลัว”

“ทำไมถึงกลัว”

“มึงก็น่าจะรู้”

“กูรู้ ...รู้ว่าโดนพูดถึงยังไง”

“...”

“แต่แค่สงสัยว่าทำไมมึงกับคนอื่นถึงเชื่อว่ากูเป็นแบบนั้นทั้งที่ยังไม่เคยคุยกับกูด้วยซ้ำ” ผมพูดด้วยน้ำเสียงปกติ ไม่ได้โมโหนะ ที่ถามเพราะสงสัยจริงๆ ...มันน่าหงุดหงิดที่คำถามพวกนี้กวนใจผมมาหลายปี มันน่าหงุดหงิดที่ผมต้องคอยตั้งคำถามกับตัวเองตลอดว่าอะไร ทำไม ยังไง

“กูเห็นกับตา”

“เห็นอะไร”

“ที่มึงทำ… มองคนอื่นอย่างหาเรื่อง ตาขวาง แล้วก็กร่าง ในโรงอาหารมึงก็นั่งคนเดียวไม่แบ่งโต๊ะคนอื่น”

“แล้วมึงก็เชื่อ”

“เอ้า ก็ต้องเชื่อดิเพราะกูเห็นด้วยตากูเองอะ”

“จอนห์ เบอร์เกอร์บอกว่ามนุษย์ไม่ได้มองทุกสิ่งด้วยความใสซื่อ มึงมองทุกอย่างบนพื้นฐานของศาสนา ประสบการณ์และอคติของตัวมึงเอง”

“...”

“สายตามึงไม่เป็นกลาง… มึงเชื่อว่ากูนิสัยไม่ดี เป็นนักเลง เป็นพวกขวางโลก แล้วก็มองกูด้วยอคติพวกนี้”

“...”

“ลองเลิกอคติแล้วมองใหม่… กูตาขวางหรือนี่คือสายตาปกติของกู กูกร่างหรือภาพลักษณ์กูแค่เป็นอย่างนั้น กูนั่งคนเดียวไม่แบ่งใครหรือเป็นคนอื่นเองที่ไม่กล้าเข้ามาใกล้กู”

“...”

“ที่พูดมาทั้งหมดกูไม่ได้โกรธหรือเกลียดมึงนะ มึงมีสิทธิ์ที่จะคิดอะไรก็ได้อยู่แล้ว” ผมเอามือล้วงกระเป๋า ไม่รู้เหมือนกันว่าที่พูดไปทั้งหมดมันจะเข้าใจมากน้อยแค่ไหนแต่ก็… ช่างเถอะ ผมแค่อยากระบายสิ่งที่อยู่ในใจมานาน ไม่ได้คาดหวังให้มีอะไรเปลี่ยนแปลงอยู่แล้ว “เอาเป็นว่าเดี๋ยวกูจะไปบอกครูให้ละกันว่ากูอยากทำงานคนเดียว ถ้าหลอกว่ากูเป็นซึมเศร้าครูแนะแนวอย่างเขาคงยอม”

แอบยุ่งยากนิดนึง… กลัวโกหกไปแล้วเธอแจ้งพ่อแม่จัง โห แค่คิดบ้านก็แตกแล้วมั้ง พ่อกับแม่ผมต้องโทษกันไปโทษกันมาแน่เลย เอาเป็นว่าคิดวิธีไปบอกพ่อแม่ก่อนละกัน

หมับ

“เดี๋ยว”

แรงรั้งจากข้างหลังทำให้ผมหันไปมอง เจ้าของฝ่ามือเป็นคนที่ผมเพิ่งคุยด้วยเมื่อกี้นี้… จริงๆ อยากจับออกแล้วเดินต่อแต่อะไรบางอย่างที่ต่างออกไปทำให้ผมหยุดนิ่ง อะไร… ไอ้ประกายในดวงตากับรอยยิ้มกว้างนั่นมันอะไร

“…อะไร”

“มึงแปลกดีว่ะ”

“...”

“มาเป็นเพื่อนกับกูเหอะ”

“...?”

 

 

-------------------------------------------------------------------------------------------------------

ก็คิดไว้ตั้งแต่แรกแล้วว่ามันยาก แต่พอมานั่งเขียนจริงๆ ก็ได้รู้ว่านิยายเรื่องนี้มันใช้พลังมาก

...เมฆก็ซับซ้อน บอสก็ประหลาด

ตอนน้องเขียนแบบ.... เหมือนเมฆบอสมันตีกันในหัว

ตอนสลับพาร์ทก็ต้องเปลี่ยนไปคิดแบบอีกคนซึ่ง... ไม่ปกติสักคน แม๊ ช่วยด๊วยยยย55555555555555

9/4/2563

- Mommae -

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 508 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

326 ความคิดเห็น

  1. #325 MMai15 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 22 เมษายน 2564 / 17:33
    หายไปนานเกินไปแล้วนะไรท์กลับมาได้แล้วขอร้อง
    #325
    0
  2. #317 AC118_Anima (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2564 / 20:54
    บ่นไรท์มาห้าปีจนไรท์ยอมเขียนคู่นี้
    แต่พอเขียนมาสี่ตอนหายไปอีกเป็นปีนี่ยังไงคะยังงายยยยยย

    มุแง.......
    #317
    0
  3. #316 Jasmine \^v^/♡ (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 21 ธันวาคม 2563 / 20:57
    ฮื่อออ อยากอ่านต่ออ่าา
    #316
    0
  4. #315 ยูถอสระอิกา (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2563 / 23:15
    เเงงงงงง

    อยากอ่านต่ออออ;-;
    #315
    0
  5. #314 kittybeanz (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2563 / 15:31
    อยากอ่านต่อมากๆเลยย มาต่อเร็วๆน้าา
    #314
    0
  6. #304 pkt (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 14 กรกฎาคม 2563 / 14:12

    แง่ อยากอ่านต่อออ รอนะหม่อมแม่

    #304
    0
  7. #297 Space_juliana (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2563 / 01:00

    No sé si soy la única que habla español aquí, pero por favor sigue actualizando amo tu historia, MekBoss es mi ship favorito. 💜👀

    #297
    0
  8. #296 kodoroid (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2563 / 00:50
    เอามือทาบอกแป๊บ เมฆพูดยาวมาก!! โห น้ำตาจะไหล!
    ตอนบอสพูดว่า “กุยปั๊ดตะเมี๊ยะ” เราโคตรดีใจ เพราะมันเป็นศัพท์จากเรื่องแรก ที่ไหนได้... จำได้คำเดียวสินะ โถวลูก ทำไมน่าเอ็นดูขนาดเน้! เป็นกำลังใจให้นะคะไรท์ ชอบมากเลย!!
    #296
    0
  9. #293 nuea_min (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 8 มิถุนายน 2563 / 17:02

    ไรท์หายไปไหน
    #293
    0
  10. #292 pingping3968 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2563 / 02:00
    งือออออออออออออ น่ารักกกกอยากอ่านต่อแล้วววว
    #292
    0
  11. #289 POMPAM__ (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2563 / 21:40
    พออ่านจบแล้วหนูทำท่าเหมือนในมีมเลย!! เหมือนโดยไม่ได้นัดหมาย! แบบคุณพี่บอสเป็นอะไรวะงี้เลย แบบงงไปเลย เดาอะไรจากคุณพี่บอสไม่ได้เลย..
    #289
    0
  12. #288 Nas3-3 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2563 / 17:25
    ไรท์หายไปไหนนนนนน
    ไรท์หายไปแบบไม่มีร่องรอย
    #288
    0
  13. #287 อัพแล้วหายกันเก่งงง (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2563 / 16:33
    ชอบบบบ
    #287
    0
  14. #286 Jr'hyde (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2563 / 09:45
    กรี๊ดดดดดด จุดเริ่มต้นที่แบบดีอะะะะะ สมกับการรอคอยมากค่าา
    #286
    0
  15. #283 nichaput (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2563 / 00:23

    ชอบคู่ยี้มาก แงง

    #283
    0
  16. #281 Chanankan7448 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2563 / 13:49
    ขอบอกอีกครั้ง อยากได้หนังสือแล้วไม่ไหวๆ
    #281
    0
  17. #275 ๋ีJunior_identity (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 18 พฤษภาคม 2563 / 00:27

    มาต่อเรื่องนี้ทีครับ ชอบคู่นี้มากๆเลย คาแรกเตอร์สุดโต่งทั้งคู่ ชอบๆ

    #275
    0
  18. #273 Aom Narumon (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 17 พฤษภาคม 2563 / 20:45
    รอนะค้าาา~
    #273
    0
  19. #272 KiwtyMagic (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 17 พฤษภาคม 2563 / 12:43
    รอต่อไปจ้าาาาา
    #272
    0
  20. #269 MoRO66 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2563 / 19:33
    กว่าเค้าจะมาสนิทกันได้ 55555555
    #269
    0
  21. #267 nuea_min (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2563 / 18:35
    ไรท์จ๋าอัพหน่อยยยยบ
    #267
    0
  22. #263 gKgif (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2563 / 20:36
    มาแล้วววววววววว
    #263
    0
  23. #256 GRIFFON (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 30 เมษายน 2563 / 00:07
    ชอบอะ แง สนุกเด่อ
    #256
    0
  24. #248 Nnorth0 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 23 เมษายน 2563 / 18:05

    สู่ๆนะ

    #248
    0
  25. #247 jaya_kawai (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 22 เมษายน 2563 / 22:32

    เราเปิดแอ็คเคาท์แล้วก็โหลดแอปฯเพื่อ#เมฆบอสเลยน้าาาาา
    #247
    0