Guipadtamea : ฟังออกแล้วค่อยมาบอกรัก [Boy's love]

ตอนที่ 3 : CHAPTER I : เพื่อนร่วมโลก

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 7,025
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 606 ครั้ง
    10 มี.ค. 63

 

 

Chapter I เพื่อนร่วมโลก

[Boss]

 

(เมื่อไหร่จะกลับบ้านล่ะเรา)

“เป็นผู้ใหญ่แล้ว ใครเขากลับบ้านกันแม่” 

(นิยามคำว่าผู้ใหญ่ของมึงคือ?)

“คนที่เป็นผู้ชายหรือผู้หญิงที่มีบางสิ่งใหญ่ เผื่อแม่ไม่รู้จะบอกให้เป็นกรณีพิเศษนะ บอสน่ะมีอวัยวะช่วงล่างกับสมองใหญ่” โฮ่ พูดแล้วอกนี่ยืดตามความภูมิใจเลย

(อ๋อ สมองบวมกับมะเร็งอัณฑะ)

“เห้ยแม่ ไม่ใช่ดิ ไอ้จู๋ใหญ่กับฉลาดต่างหาก!” ผมแทบหัวคว่ำตอนได้ยินคำตอบกลับของปลายสาย เห็นพูดหยาบกับปากร้ายอย่างนี้ที่จริงเธอเป็นครูภาษาไทยที่ใจดีมากเลยนะครับ… ยกเว้นกับลูกชาย

(พูดปด ไร้ยางอาย ไร้สาระ)

“แม่ใช้คำแรงอะ”

(งั้นจะให้ใช้คำว่าอะไร ตอแหล หน้าด้าน เพ้อเจ้อ?)

“อย่างน้อยถ้าจะด่าแม่ช่วยใช้ภาษาของผมได้ปะ ที่ถูกต้องควรจะเป็น ปรำติ๊ก เกร๊าะห์ ซาเปร๊ะ” ในฐานะที่เราเพิ่งรู้จักกัน คุณควรรู้ไว้แค่สองสิ่ง อย่างแรกผมชื่อบอสครับ อย่างต่อมาคือผมมีภาษาเป็นของตัวเอง ...ขอบอกไว้ก่อนว่าอย่าพยายามทำความเข้าใจเลยเพราะมันไม่มีหลักการเหมือนภาษาลู ทุกคำล้วนออกมาจากอารมณ์ผมล้วนๆ

ใจกับโชคเท่านั้นที่จะทำให้คุณเข้าใจได้

(ฮัลโหลลลล กูจะออกเสียงตามยังไงก่อน ต้องคายลิ้นออกมาก่อนไหมหรือยังไง)

“แม่กระดกลิ้นให้มันแตะเพดานแล้วดีดมันลง”

(ลูกแม่ ...ทานข้าวบ้างนะ)

“ทำไมมาเข้าเรื่อง-”

(อย่าทานแต่หญ้า แม่เป็นห่วง)

“...” เอ๊อะ แฮงอยู่เด้

(แม่ถามจริงๆ มึงพี้กัญชาหรือเล่นยาบ้างไหม)

“ในสายตาแม่บอสเป็นคนอย่างนี้เองสินะ ฮึก บอสคิดมาตลอดว่าในสายตาแม่บอสคือลูกชายหัวแก้วหัวแหวน เป็นอนาคตที่รุ่งโรจน์ของตระกูลเรา”

(เย็นนี้ไปตรวจฉี่ซะไอ้บอส วีดิโอคอลมาให้เห็นทุกขั้นตอนตั้งแต่ควักหนอนน้อยออกมา รีดน้ำ เจ้าหน้าที่เอาไปตรวจ ไปจนถึงตอนผลออกเลย อย่าให้พลาดสักวินาทีนะ แม่ไม่เชื่อเด็ดขาดว่านี่คือคำพูดของคนที่ไม่เสพ) 

“โหแม่ อันนั้นก็เกินไป”

(ไม่เกินไปหรอก มึงเคยได้ยินเพื่อนพูดจาแบบนี้เหรอ) 

“ไม่อะ”

(ดี ขอบคุณพระเจ้าที่มึงมีเพื่อนปกติ แม่ยังเครียดอยู่เลยว่าถ้ามึงตอบ ‘เพื่อนบอสก็พูดจาแบบนี้’ แม่จะทำอะไรก่อนดีระหว่างแจ้งตำรวจให้ไปสุ่มตรวจยาเสพติดที่โรงเรียนมึง กับจัดการย้ายให้มึงกลับมาเรียนที่บ้านเรา) ก่อนหน้านี้ผมเรียนอยู่ต่างจังหวัดครับ แต่ด้วยความห้าวบวกกับชอบผจญภัยผมจึงแอบมาสอบเข้าโรงเรียนในเมืองหลวง… 

แล้วก็ไม่ติด

มาติดโรงเรียนนี้ ที่ตอนนั้นผมไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามันอยู่ส่วนไหนของประเทศไทย จำได้รางๆ ว่าเขาเปิดรับโควต้าสายวิทย์แล้วบังเอิญผมพอจะมีผลงานด้านนี้อยู่บ้างเลยทำพอร์ทไปยื่น ดันติดเฉย

“ฮะๆ”

(แล้วนี่เดินถึงโรงเรียนรึยัง)

“ใกล้ละแม่”

(ใกล้ถึง?)

“ฮึ ใกล้เป็นลม… เหยดแหม่ ไกลไปไหนวะเนี่ย” ขอหยุดพักหายใจแป๊บ เห็นทางเข้าอยู่รำไรแต่ไม่ไหวแล้วโว้ย เหนื่อยสัส… ก็ได้แต่บ่นแหละครับ ผมทำอะไรเรื่องระยะทางไม่ได้หรอกเพราะตอนขอย้ายมาเรียนนี่พ่อกับแม่ยื่นข้อเสนอว่าต้องอยู่หอที่ห่างจากโรงเรียนประมาณยี่สิบช่วงตึก (ดูก็รู้ว่าไม่อยากให้มา) แรกๆ ผมก็เรียกพี่วินทุกวัน คิดว่าสบ๊าย แต่พอเริ่มอยู่ไปนานๆ เงินเดือนที่ได้มาก็หายไปกับค่าโดยสาร เหลือแดกอยู่ไม่กี่บาทผมก็เลยต้องเดินเอานี่แหละ

นี่ต้องเป็นแผนที่พ่อแม่คิดไว้แล้วแน่ๆ...

(ถ้ามาอยู่บ้านจะไม่ลำบากแบบนี้) 

“ไม่เอาาา ที่โน่นมีแต่สก๊อยกับแยงกี้ บอสชอบพริตตี้ที่นี่มากกว่า”

(เกี่ยวอะไรวะ)

“เอ้าาา วัยรุ่นปะแม่ ก็ต้องคิดเผื่อเรื่องสืบพันธุ์ไว้ดิ”

(ไปเรียนหรือไปร่าน เอาดีๆ)

“จริงจังนะ  ฝีปากกะเลยมากอะ แม่ปลอมเพศมาปะเนี่ย”

(ใช่ แล้วมึงก็เป็นเด็กที่กูกับพ่อมึงเก็บมาเลี้ยง… ในที่สุดมึงก็รู้ตัวสักที คิดว่าจะรู้ตั้งแต่เห็นความต่างของไอคิวแล้วซะอีก ใช้เวลานานกว่าที่คิดแฮะ)

“...” ทั้งโลกมีแค่เธอคนเดียวนี่แหละที่ทำให้ผมเงียบได้

(กริ่งโรงเรียนดังละ แม่ไปก่อนนะ มึงก็รีบเข้าล่ะเขาร้องเพลงชาติกันแล้ว)

“ชิล ไม่มีคะแนนจะให้ปกครองหักแล้ว”

(ได้ยินแบบนี้กูรู้สึกผิดที่ขายควายส่งมึงเรียนเลยว่ะ…) พึมพำจบก็วางสายไปเลย เชื่อปะว่าแม่กำลังส่ายหัวอยู่

ถึงสักที

“สายเสมอนะไอ้เด็กเกรียน”

“ครูคมสวัสดีครับบบบ”

“แล้วจะเอาไง จะวิ่งหรือยอมโดนตัดคะแนน”

“ของแบบนี้มันแน่นอนอยู่แล้วปะครู วิ่งอะไร คนคูลเขาไม่ทำกันหรอก เซ็ทผมมาอย่างดีเดี๋ยวกระเจิงหมด” ผมทำทีเป็นเสยผมเท่ๆ แล้วเดินไปที่จุดรวมคนมาสาย… อย่าให้เขารู้ครับว่าที่ทุกวันนี้ไม่วิ่งหนีเพราะเหนื่อย แฮ่ก เชี่ยเอ๊ย

“Yo bro” ดูซิว่าเราเจอใคร ทฤษฎีโลกเหวี่ยงคนเหมือนกันมาเจอกันแม่งจริงด้วยว่ะ

“ดะยิดะยิปิปิ๊”

“คือกูทักมึงเป็นภาษาอังกฤษอย่างอินเตอร์ แต่มึงตอบกลับมาด้วย…?” เพื่อนรักของผมแบมือสองข้างประมาณว่า ‘what the f*ck’

ไอ้เหี้ยนี่ชื่อบ่นครับ ไม่ต้องไปรู้จักมันมากหรอกเดี๋ยวแม่งแย่งบทเด่นไปจนหมด เอาเป็นว่ามันหน้าตาส้นตีนมาก ไม่หล่อเลย ตาไม่คม จมูกไม่โด่ง ยิ้มไม่ละลายใจสาวๆ หุ่นก็งั้นๆ แหละ อย่าคาดหวังว่าผู้ชายในนิยายจะหล่อทุกคนครับ มันเป็นไปไม่ได้ ไร้สาระด้วย มีผมหล่อคนเดียวก็เกินพอแล้ว

“พวกมึ๊งงง พี่บ่น!!” 

“เบ้าหน้าแบบนี้ควรได้ขึ้นทะเบียนเป็นสมบัติของชาติปะเอาดีๆ” ลืมที่ผมพูดไปเหอะ ไอ้เหี้ยนี่มันหล่อ ก่อนหน้านี้ผมขี้ตู่ทั้งหมดนั่นแหละ

“สาวๆ จับกูที กูทรงตัวไม่อยู่...”

“อิคว๊าย ไม่เตรียมการเลยมึง อยู่ใกล้พี่เขาไม่มีไอเทมนี้ได้ไง!” สาวน้อยดึงไอเทมที่คอออกแล้วใส่ให้เพื่อน ทันใดนั้นคนที่หน้ามืดก็สูดหายใจเฮือกใหญ่ อาการดีขึ้นทันตา “กำพระไว้แน่ๆ ความฮ็อตของพี่เขาจะเบาลงเอง”

เอ่อ ทานโทษนะ อันนี้หวีดผู้หรือผีเข้าอะทำไมรักษาได้ด้วยพระเครื่อง

“บ้านอยู่ใกล้ขนาดนี้ทำไมมาสายวะ” ผมเลิกสนใจพวกเธอแล้วทิ้งตัวลงนั่งข้างไอ้เถื่อนเพื่อนรัก คุณคงอยากรู้ว่าเราต้องทำอะไรบ้างถ้ายินยอมที่จะมาโดนหักคะแนน ก็ไม่มีอะไรมากครับ แค่ไม่ได้ไปเข้าแถวกับโดนหักคะแนนความประพฤติ ซึ่งไอ้พวกที่วิ่งก็โดนเหมือนกันแต่มันอยากดิ้นรนเผื่อรอด

“ทะเลาะกับไอ้บุ๋น มันเลยไม่ยอมมาส่ง” 

“ถามจริง วันก่อนก็กับไอ้บิน นี่จะมีสักวันไหมที่มึงไม่ทะเลาะกับพี่น้อง”

“มีดิ กูคิดวิธีไว้ละ”

“คิดวิธีสงบศึก?”

“คิดวิธีฆ่ามันสองตัว เท่านี้ก็ไม่มีพี่น้องให้ทะเลาะละ หึ” ไอ้ฉิบหาย สงสารแม่มึงเถอะที่เบ่งพี่น้องออกมาให้มึงฆ่าเล่น “ไอ้บอส มึงทำการบ้านพุทธศาสนายังวะ”

“ว้าว บังเอิญจังเพื่อน กูก็กำลังจะถามมึงด้วยคำถามเดียวกันเลย”

“เหอะ กูว่าแล้ว หน้าโง่แบบนี้แสดงว่ายังไม่ได้ทำสินะ อะ กูทำเสร็จแล้ว” ฝ่ามือใหญ่ยื่นสมุดการบ้านมาให้ผม โอ้โห น้ำตาจะไหล มิดตะพาบของเรามันเป็นของแท้ว่ะบ่น

“มาให้กูหอมแก้มมา”

“ถอยไปไอ้เด็กเหี้ย เข้ามากูซัดหน้าแหกนะ” กูกลัวมากมั้ง ถึงไม่แหกด้วยมือมึงวันนี้ สักวันมันก็ต้องแหกด้วยมือคนอื่นที่กูไปเกรียนใส่อยู่ดี 

ฟอดดด

“อ๊ากกก ไอ้เหี้ยๆๆๆๆๆๆ”

หลังจากได้รับรางวัลเป็นปากนุ่มนิ่มอิ่มน้ำของผม ไอ้บ่นก็ไม่รอช้าง้างมือขึ้นมาเหมือนจะชกจริงๆ การตอบสนองที่เป็นไปตามคาดของมันทำให้ผมชอบใจ บอกเลยว่าไอ้นี่แหละแกล้งสนุกที่สุดในโลกแล้ว ฮะๆ…ช่างเรื่องนี้ก่อนละกัน มาลอกการบ้านดีกว่าเดี๋ยวไม่ทันส่ง เรียนคาบแรกด้วยสิ

ไหนดูซิ

“ญะฮันนัมนี่คืออะไรวะ”

“เชื่อกันว่าเป็นสถานที่ลงโทษคนทำผิดในศาสนาอิสลาม ก็นรกนั่นแหละ”

“อ้อ... ของคริสต์ก็มีใช่ปะ”

“เออ”

อืมม อินเทอเรสติ้ง

อยู่ดีๆ สมองของผมก็ตั้งคำถามบางอย่างที่น่าสนใจ มันก็มีอยู่ใช่ไหมล่ะคนที่นับถือหลายศาสนา… แล้วถ้าสมมติว่า สมมติว่านะ

“กูสงสั-” 

“อย่าถามอะไรไร้สาระ ขอร้อง เช้าๆ ปล่อยให้สมองกูโล่งบ้าง” 

“เห้ย ไม่ไร้สาระเว้ย” 

“ให้มันจริง ...ไหนลองถามมา” 

“ถ้ากูนับถือทั้งพุทธ คริสต์ อิสลามแล้วทำผิดศีลทุกข้อของทุกศาสนา ตอนตายกูจะต้องไปชดใช้กรรมที่ไหน”

“...”

“กูสงสัยอะ เพราะทั้งสามศาสนาบอกว่าคนบาปต้องชดใช้กรรมทันทีที่ตาย ตรงนี้หมายความว่าไง ถ้ากูทำอย่างที่บอกไปยมบาลทุกศาสนาจะมาแย่งตัวกูไปลงโทษเหรอ” แค่คิดตามก็สนุกแล้ว ‘ปล่อยมือจากไอ้คนบาปนี่ซะ กูจะเอามันไปลงโทษ’ ‘มึงสิปล่อย คิดว่ามันบาปแค่ในถิ่นมึงรึไง’ ‘หยุดทั้งคู่นั่นแหละ ไอ้เด็กเกรียนนี่สมควรลงนรกของพุทธ มันลบหลู่พระศาสดาด้วยการใช้มีมพระ’

วุ้ว ฮ็อตฉิบหายกู แทบจะรอไม่ไหวแล้วที่จะได้ไปเผยแพร่ภาษาในที่ใหม่ๆ

“...บอส กูไหว้ล่ะ”

“หรือเขาจะส่งทูตของแต่ละศาสนาไปเจรจากันวะว่าจะให้กูไปที่ไหนก่อน” โห กูแม่งคือเชลยศึก VIP ไม่ใช่ขี้ๆ นะเนี่ย

“พักก่อนเพื่อน ถ้ามึงไม่พักกูพักเอง” ว่าแล้วอีกฝ่ายก็ฟุบหน้าลงกับเข่าหนีไปซะงั้น อิหยังวะ topic นี้น่าศึกษาจะตาย

 

“แปลกนะ ปกติไม่เคยมาสายเลยนี่เรา”

“…พอดีรถมีปัญหานิดหน่อย”

“อ้อ งั้นก็คงต้องหักคะแนนไปตามระเบียบ” 

“อือ”

 

เสียงการสนทนาเรียกความสนใจให้ผมหันไปมอง เสียงแรกเป็นของครูคมแน่นอนแต่อีกเสียงมันไม่คุ้นเลยว่ะ ผมน่ะมาสายสองปีติดกันแล้ว เพื่อนร่วมชะตากรรมก็มีแต่คนหน้าเดิมๆ เจอกันทุกวันอย่าว่าแต่เสียงเลยผมจำได้กระทั่งชื่อพวกมัน ฮึ่ม ไอ้เสียงแหบต่ำนี่มันใครวะ บังอาจมาเสียงเท่กว่าผมได้ยังไง สามหาวนัก

ไอ้นี่มัน...

“ไอ้เมฆปะมึง”

“เออ”

“กูเพิ่งเคยเจอตัวจริง น่ากลัวอย่างที่เขาพูดกันจริงๆ ด้วย” คนรอบข้างเริ่มพากันซุบซิบ ดวงตาทุกคู่จับจ้องไปที่ร่างสูงของคนที่มาใหม่ มันชื่อเมฆครับ เราไม่ได้รู้จักกันเป็นการส่วนตัว ถ้าจะถามถึงฐานะที่ยืนยันได้ก็คงเป็นเพื่อนร่วมห้อง ...จริงๆ เห็นหน้ามานานแล้วแต่เพิ่งได้อยู่ห้องเดียวกันตอนม.5 นี่แหละ 

“ไอ้นี่หน้าคุ้นๆ ว่ะ ใช่เด็กหลังห้องที่เงียบๆ รึเปล่าวะ” ไอ้เถื่อนเงยหน้ามาถามขณะที่อ้าปากหาว

“ใช่” 

“มันดังพอตัวเลยนี่หว่า ไปไหนก็มีแต่คนกรี๊ด”

“กรี๊ดเชี่ยไร เขาเรียกนินทา...”

“อ่าว นินทาไรวะ มันเป็นคนไม่ดีเหรอ”

“ไม่รู้ว่ะแต่แม่งดูน่ากลัวฉิบหายอย่าไปยุ่งกับมันเลย” ไม่ถูกโลกกับคนแบบนี้เลย มืดมน เข้าถึงยากแถมยังเดาไม่ออกว่าคิดอะไรอยู่ ...คนที่คาดเดาไม่ได้แม่งไม่น่าสนุกสักนิด ผมน่ะชอบพวกที่แกล้งแล้วแสดงรีแอคชั่นตลกๆ อย่างไอ้บ่นมากกว่า

“...”

เชี่ย

สงสัยจะเผลอจ้องนานไปหน่อยอีกฝ่ายก็เลยรู้ตัวแล้วหันมาสบตากัน ดวงตาสีดำสนิทดูเหม่อๆ บอกตามตรงว่าผมไม่รู้สึกถึงอะไรในสายตานี้เลย ...เราสบตากันแต่เหมือนมันไม่มองผม ไม่สิ เหมือนมันไม่ได้มองอะไรเลยมากกว่า

อะไรวะ

 

****************************************************************************************************************

 

[Megha]

 

ไร้สีสันและธรรมดา

คือนิยามชีวิตของผม หากเปรียบเป็นกราฟชีวิตผมก็คงเป็นเส้นตรงที่ไม่มีรอยหยักขึ้นลงอะไรเลย อ่านมาถึงตรงนี้คุณอาจจะคิดว่าผมเป็นพวกขวางโลก ไม่ใช่นะครับ ผมไม่ได้เกลียดโลกหรือเกลียดผู้คนขนาดนั้น ก็แค่มองทุกอย่างด้วยค่า 0 ...หมายถึงไม่เกลียดแล้วก็ไม่ได้พิศวาสน่ะ

ปึก

“โอ๊ย”

คิดเพลินไปหน่อยเลยไม่ทันได้มองทาง ตัวเก้งก้างของผมก็เผลอชนผู้หญิงคนหนึ่งเข้าอย่างจัง ร่างเพรียวลมของสาวเจ้าล้มลงไปกองกับพื้นดูท่าจะเจ็บไม่น้อย แย่ละ

“โทษที”

“เอ่อ ...ไม่เป็นไร”

“เป็น-” ยังไม่ทันที่ผมจะกล่าวอะไรเธอก็รีบลุกแล้ววิ่งออกไปเลย… เธอคงไม่อยากยุ่งกับคนที่มีข่าวลือหนาหูนักหรอก

“มึงเห็นมันเดินชนผู้หญิงปะ”

“เออ ไอ้เหี้ย… ไม่ช่วยแถมมองด้วยสายตาปลาตายอีก”

“มันก็เป็นอย่างนี้แหละมึง กูเคยได้ยินเขาบอกกันว่ามันนิสัยแย่มากๆ”

“กูก็ได้ยินเขาบอกว่ามาเข้าโรงเรียนได้เพราะเส้นใหญ่ ...ได้ยินว่าพ่อมันเป็นคนใหญ่คนโตในกระทรวง”

“เหี้ยสัส” เสียงซุบซิบนินทาดังขึ้นกระหึ่มทางเดิน บรรดานักเรียนที่นั่งอยู่แถวนั้นป้องปากคุยกันราวกับว่าผมไม่มีตัวตน นี่แหละครับข่าวลือที่ผมบอก ไม่รู้เหมือนกันว่าใครเป็นคนเริ่มหรือเริ่มได้ยังไง ปากคนมันยาวกว่าปากกามากจนสาวตัวต้นเรื่องยาก

พวกเขาพูดกันว่าผมเงียบ ไม่เข้าสังคม เป็นพวกเบื่อโลกที่ไม่มีใครคบแถมนิสัยยังเย็นชาเหมือนสายตา เอาจริงๆมันก็ไม่ผิดทั้งหมดหรอกแต่ก็ไม่ใช่ความจริงทั้งหมด ที่ผมงงคือไอ้เรื่องที่เข้าโรงเรียนได้เพราะเส้นใหญ่… สภาพกูดูเหมือนคนรวยเหรอ แต่งตัวธรรมดา ใช้ของธรรมดาๆ บ้านก็ไม่ได้รวยพ่อแม่ทำงานบริษัทธรรมดา ไม่ได้เงินเดือนอู้ฟู่ขนาดมายัดใต้โต๊ะโรงเรียนนี้ได้หรอก

ไร้สาระมากทั้งคนต้นเรื่องทั้งคนที่เชื่อ

โดยทั่วไปแล้วถ้าเป็นมนุษย์คนอื่นก็คงหาทางแก้ต่าง แต่บังเอิญว่านี่คือผม คนที่ขี้เกียจมากๆ ....ก็เลยไม่อยากเหนื่อย อีกอย่างไอ้ข่าวลือพวกนี้ก็แอบมีประโยชน์อยู่ตรงที่มันทำให้คนอื่นไม่อยากเข้ามายุ่งกับผม... ไม่มีคนมาท้าตีท้าต่อย ไม่มีใครเข้ามาหาเรื่องแต่ก็ไม่มีเพื่อนด้วยเหมือนกันแต่ผมไม่มีปัญหานะ ยังไงก็มองทุกคนเป็นแค่เพื่อนร่วมโลก เป็นส่วนประกอบของสภาพแวดล้อมอยู่แล้ว

“ไอ้บอสโว้ยยยยยยยยยย!!!”

“ว่าไง!!”

ขณะที่เดินเข้ามานั่งในห้องเรียนก็เห็นภาพชายหนุ่มคนหนึ่งป้องปากตะโกนคุยกับเพื่อนตรงริมหน้าต่าง ตัวมันน่ะอยู่ชั้นเดียวกับผม ซึ่งก็คือชั้นสาม ส่วนเพื่อนของมันอยู่ที่สนามบาสชั้นล่าง กำลังเล่นหมากเก็บกับพวกผู้หญิงอยู่… จริงๆ ผมไม่แน่ใจเหมือนกันว่าควรโฟกัสเรื่องไหนก่อน

“ครูจะมาแล้ว เลิกเล่นแล้วขึ้นมาเรียนสักที ไอ้ ควายยยยยยยยยย!!!!!”

“ห้ะ อะไรนะ???!!!!”

“เออ ขึ้นมาสักที ถ้าโดนเช็คขาดอีกรอบมึงจะติดร.แล้วนะ!!!!”

“ห้ะ!!!”

“เข้าใจแล้วก็ขึ้นมา!!!”

“ไม่... มึงอะพูดอะไรนะ กูไม่ได้ยิน!!!!”

“โอ๊ยกูจะบ้า… ขึ้น มา!!!!”

ดูภาพตรงหน้าสักพักผมก็หยิบหูฟังขึ้นมาแล้วเปิดเพลงที่ระดับกลางเพื่อกลบเสียงสิ่งรอบข้าง เด็กผู้หญิงที่นั่งข้างเธอคงชินกับท่าทางของผมแล้วก็เลยได้แต่ถอนหายใจยาวๆ เอาจริงๆ ในห้องนี้ผมเหมือนส่วนเกินที่ไม่มีคนสนใจ ผมจะทำอะไรก็ไม่มีใครด่าหรอก

“นั่งที่เร็วพวกมึงๆ ครูมาแล้ว!”

จบประโยคบอกเล่าของหัวหน้าห้องที่แอบส่องอยู่ตรงประตู ทุกคนก็กลับไปนั่งประจำที่เหมือนก่อนหน้านี้ไม่มีคนจับกลุ่มเล่นไพ่กันอยู่หลังห้อง ไม่มีคนตะโกนโหวกเหวกโวยวาย ไม่มีคนเปิดซาลอนทำผมที่ริมประตู สิ่งมีชีวิตที่เรียกว่าครูนี่น่าอัศจรรย์จริงๆ

“สวัสดีวันพุธ ครูขอเช็คชื่อเลยนะ ...ปรมะ”

“ครับ”

“พรพรรณ”

“ค่ะ”

“ธนริตน์”

“...”

“นายบอสขา-”

ตึก ตึก ตึก

เสียงการสับเท้าอย่างว่องไวของใครบางคนดังทะลุเข้ามาในหูฟัง ไม่ปล่อยให้สงสัยนานตัวการที่ทำเสียงก็สไลด์ตัวเข้ามาในห้องด้วยท่า spiderman pose

“สะหยุ่มกุ้มมมมมม”

ทุกคนปรบมือต้องรับการปรากฏตัวของดาวเด่น มันชื่อบอส เราอยู่โรงเรียนเดียวกันมาตั้งแต่ประถมแต่ผมไม่เคยคุยกับมันหรอกนะเพราะเราต่างกันเกินไป มันเป็นสิ่งมีชีวิตประเภทที่ผมจัดว่าเหนื่อยที่สุดในบรรดาสิ่งมีชีวิตทั้งปวง… ขี้เล่น อัธยาศัยดี มีอารมณ์ขัน เป็นเหมือนแสงไฟที่อยู่ไหนก็มีสีสัน

นิสัยพวกนั้นทำให้เข้าได้กับคนทุกประเภท ทุกคนเอ็นดูมัน ใครๆ ก็อยากอยู่ใกล้ มันคือคนสร้างความสุข แต่นั่นแหละปัญหา ผมว่า… ไม่รู้ดิ เอาเป็นว่าแค่เห็นก็เหนื่อยแล้ว

“ภาษาอะไรล่ะนั่น”

“ภาษาผมเองครับ แปลว่ามาแล้วคร้าบบบบ”

“เฮ้อ เธอนี่มันจริงๆ เลยนะ ฉันควรเช็ดขาดหรือว่ายังไงดี”

“อย่าสิครู ผมมาทันเวลานะไม่เห็นท่าสไลด์เมื่อกี้เหรอ ผมเข้ามาในห้องก่อนที่ครูจะบอกว่าขาดอีก” ว่าพร้อมทำท่าออดอ้อน ส่งสายตาปิ๊งให้คู่สนทนา เรียกเสียงหัวเราะได้จากทั้งห้อง

“ให้ตายสิ ม.5 แล้วเธอควรกระตือรือร้นกว่านี้นะ มาลำบากตอนม.6 อย่ามาหาว่าครูไม่เตือนล่ะ”

“เรื่องนั้นปล่อยให้ตัวผมตอนม.6 เป็นคนจัดการเถอะ ตัวผมในตอนนี้มีหน้าที่ทำตัวไร้สาระไปวันๆ” มันพูดอย่างภูมิใจ

“...ไป เธอจะไปไหนก็ไป”

“แสดงว่าไม่เช็คขาดใช่ไหมครับ”

“จ้าพ่อคุณ”

เขากระโดดดึ๋งดั๋งไปนั่งข้างเพื่อนสนิทที่ชื่อบ่น ไม่นานนักคุณครูก็เริ่มบทเรียนที่น่าเบื่อ มันน่าเบื่อเหมือนทุกวัน แต่วันนี้แตกต่างออกไปนิดหน่อยตรงที่…

“ครูจะให้ทำงานกลุ่มสามคน-”

“อยู่กับกู”

“ไอ้ไนท์อยู่ด้วยกันปะ”

“เออๆ”

“เพื่อนรัก มึงอยู่กับกูเถอะ”

“ได้ งั้นอีกคนเอาไอ้เจนะ ตี้เดิมๆ” หลังจากที่ได้ยินคำสั่งทุกคนก็พากันเดินไปหาเพื่อนของตัวเองเพื่อรวมกลุ่ม ส่วนคนที่ไม่มีเพื่อนอย่างผมก็นั่งนิ่งอยู่ที่เดิม ในห้องสี่เหลี่ยมที่ผู้คนเดินไปกระจุกกันอยู่เป็นบริเวณ มีแค่โซนผมเท่านั้นที่ไร้ผู้คน

คุณคงสงสัยว่าทำไมผมไม่ลุกไปบ้าง คำตอบง่ายมากครับห้องเรามีสามสิบคน เท่ากับว่าถึงผมจะไม่ทำอะไรสุดท้ายมันจะต้องมีเศษที่มาจับกลุ่มกับผมอยู่ดี

“ฟังให้จบก่อนจ้า อย่าเพิ่งรีบ... ไอ้เด็กพวกนี้ ครูยังไม่ได้บอกสักคำว่าให้จับกลุ่มเอง”

“...”

“จับตามเลขที่”

“โห ไม่เอาอะ”

“ครูคะ หนูอยากอยู่กับเพื่อน”

“เทอมนี้ครูให้ทำงานมาสามครั้งละ พวกเธอก็จับกลุ่มเดิมตลอด งานที่ได้ก็คุณภาพเดิมเพราะพวกเธออยู่กับเพื่อนสนิท เวลานัดไปทำงานก็เล่นกันจนไม่ทำล่ะสิ”

“...”

“ครูครับ ผมว่าจับกลุ่มแบบนี้มันก็ไม่ได้ผลดีเสมอหรอกนะครับ” คนที่มาสายที่สุดยกมือขึ้นพูดในสิ่งที่ทุกคนไม่คาดถึง ปกติมันจะยังไงก็ได้เพราะรู้จักทุกคนแต่คงเพราะครั้งนี้ได้อยู่กับผมละมั้ง

แกร่ก แกร่ก…

‘รายชื่อเพื่อนร่วมโลกที่ไม่ชอบเรา : หมายเลข ๗๒ บอส’

ผมลากดินสอเขียนอย่างบรรจงแล้วพับสมุดบันทึกใส่กระเป๋าดังเดิม อาจจะฟังดูแปลกไปสักหน่อยแต่นี่เป็นงานอดิเรกของผมครับ เมื่อปีที่แล้วจู่ๆ ผมก็คิดว่ามันน่าสนใจดีที่ได้รู้ว่ามีคนไม่ชอบเรากี่คน ก็เลยเริ่มนับมาตั้งแต่ตอนนั้น เกณฑ์การคัดเลือกก็ง่ายๆ หนึ่งเขาดูไม่ชอบผม สองเขาทำอะไรสักอย่างที่เป็นการบ่งบอกว่าไม่ชอบผมจริงๆ

นี่ก็คนที่เจ็ดสิบสองแล้ว น่าทึ่งชะมัด

“ก็ลองก่อนไง ทำไม… ครูไม่มีสิทธิ์กำหนดงานวิชาตัวเองเหรอ”

“...แง เปล่าครับ”

เธอบอกรายละเอียดต่อไม่สนใจเสียงโอดครวญของนักเรียนทั้งห้อง ถ้าผมเป็นคนคิดมากคงรู้สึกดาวน์ที่โดนรังเกียจไปแล้ว แต่ผมไม่ใช่ เพราะงั้นที่รู้สึกตอนนี้ก็เลยมีแค่ความสงสัยว่าทำไมเขาถึงไม่ชอบผมนักทั้งที่เรายังไม่เคยคุยกันด้วยซ้ำ

พอเสียงกริ่งเป็นสัญญาณบอกว่าหมดเวลาเรียน คนอื่นก็เดินออกจากห้องไป ส่วนผมยังคงนั่งอยู่ที่เดิมเพื่อรอดูว่าถ้าผมไม่เป็นฝ่ายไปขอ เขาจะเข้ามาหาไหม

“...”

ห้านาที… ยังเงียบ

สิบก็ยังเงียบ…

อืม คงไม่มาแล้วมั้ง

พอเขาไม่มีท่าทีจะขยับผมก็ลุกขึ้น คว้ากระเป๋าแล้วเตรียมเดินออกไป จริงๆ มันเป็นผลลัพธ์ที่คาดเดาได้ตั้งแต่แรกแล้วแหละ แต่ผมแค่อยากรู้ว่าอีกฝ่ายจะแตกต่างรึเปล่าเพราะดูมีวิธีคิดที่ประหลาดกว่าชาวบ้าน

“มึง”

“...”

“กูชื่อบ่น ได้อยู่กลุ่มเดียวกัน” คนนี้ก็ประหลาด นอกจากไม่มีท่าทีกลัวแล้วเขายังชิลกับการที่ได้อยู่กลุ่มเดียวกับผมด้วย น่าสนใจ

“อ่อ”

“ขอเฟสหน่อยดิ เอาไว้ติดต่องาน”

“เค” ผมพิมพ์ชื่อตัวเองในช่องค้นหา จัดการกดเพิ่มแล้วตอบรับ ทุกอย่างเสร็จภายในเวลาสองนาทีแล้วก็กลับเข้าสู่ความเงียบ คนที่ล้วงกระเป๋าอยู่ข้างหลังเพื่อน (ร่วมโลก) ใหม่ของผมไม่มีทีท่าว่าจะเข้ามาขอคอนแทนคใดๆ ทั้งสิ้น สิ่งที่มันทำมีแค่การหันหน้าไปทางอื่น

“ไอ้บ่น ...ขยมฉม๊วกยนเฮาะ” ไอ้คนที่หลบอยู่ข้างหลังป้องปากกระซิบกับเพื่อนสนิท

“ห้ะ เชี่ยไรวะ”

“ขยมฉม๊วกยนเฮาะ”

“เออกูได้ยินว่ามึงพูดอะไร แต่ที่กูถามว่าเชี่ยไรคือมันหมายความว่ายังไง” พอเห็นท่าว่าคงคุยกันไม่รู้เรื่องแน่ถ้าทำอย่างนี้ต่อ มันก็กระซิบเป็นคำพูดให้เพื่อนเข้าใจ ผมไม่ได้ยินหรอกว่าคุยอะไรกันแต่ไอ้บ่นถอนหายใจยาวเลยหลังจากได้ยินสิ่งนั้น

“มึงนี่นะ… งั้นค่อยคุยกันเย็นนี้ละกันไอ้เมฆ”

“อือ”

ผมใช้ชีวิตหนึ่งวันหมดไปอย่างรวดเร็วและธรรมดา ตกเย็นก็ขี่รถมอเตอร์ไซค์กลับบ้าน เล่นเกม ทำการบ้าน ว่างๆ ก็ออกไปรดน้ำต้นไม้เหมือนเด็กมัธยมปลายคนอื่นๆ ยิ่งมองยิ่งไม่เห็นความอลังการในวิถีชีวิต… อยากจะรู้จริงๆ ว่าข่าวลือพวกนั้นมันมาจากไหน

“ที่โรงเรียนเป็นไงบ้างเมฆา”

“ก็เรื่อยๆ”

“มีเพื่อนรึยัง”

“เยอะ เพื่อนร่วมโลกน่ะ”

“แม่มองเราแล้วไม่รู้เลยว่าจะใช้ชีวิตในสังคมนี้ได้ยังไง” เธอเท้าคางมองอย่างกังวล ส่วนคนที่เป็นต้นเหตุอย่างผมหาได้สนใจไม่ ผมเลิกคิ้วข้างหนึ่งเป็นเชิงบอกว่า ‘มีอะไรน่าห่วง’

“เมฆก็ใช้ชีวิตแบบนี้มาสิบเจ็ดปีแล้วยังไม่มีปัญหาอะไรเลย”

“เฮ้อ”

“เมฆดูแลตัวเองได้”

“ใช่ คุณน่ะเลิกพูดแบบนั้นสักที” หัวหน้าครอบครัววางแฟ้มงานบนโต๊ะก่อนจะเท้าสะเอวพูด ท่าแบบนี้... น้ำเสียงแบบนี้... วินาทีที่เห็นท่าทางเหล่านั้นผมก็หยิบสมุดบันทึกขึ้นมาเพื่อทำงานอดิเรกอีกอย่างที่ทำมาตั้งแต่อนุบาล

‘จำนวนครั้งที่พ่อแม่ทะเลาะกัน : ๕๐๕’

เลขสวยแฮะ

“ก็ฉันเป็นห่วงลูกนี่”

“สบายใจเถอะ ลูกผมไม่ได้รับยีนส์อ่อนแอของคุณมาสักนิด ดูส่วนสูงที่เกินชายไทยนี่สิ ไหนจะตาสีดำเข้ม ริมฝีปากบาง ดวงตาตี่ทรงเสน่ห์นี่อีก… เอาจริงๆ ผมไม่เห็นเค้าโครงหน้าคุณในตัวลูกเลย”

“นี่คุณ จะเอาใช่ไหม”

“ก็มาดิค้าบ ท้าก่อนเหมือนเก่งอะ” พ่อยิ้มเยาะ มือขวาเอื้อมไปหยิบที่ตักผงเมื่อเห็นว่าแม่คว้าไม้กวาดไปเป็นอาวุธแล้ว หลังจากนั้นสงครามก็เกิดขึ้น ทั้งสองคนวิ่งไล่กันรอบโต๊ะทานข้าวโดยที่มีตัวผมนั่งกินข้าวเย็นอยู่ที่ศูนย์กลาง พ่อแม่ผมตีกันประจำนั่นแหละครับ

มันเป็นเรื่องธรรมดา

ตือดึง

Bon Ss : งานจะทำเรื่องอะไรดีวะ

หือ… อ่อ บ่นสินะ

Megha : จะคุยเลยเหรอ

Bon Ss : เออดิเดี๋ยวไม่ทัน

Megha : ไม่ หมายถึงคุยกันแค่สองคน?

ผมมองเครื่องหมาย ‘...’ ที่แปลว่าอีกฝ่ายลบและพิมพ์ใหม่หลายครั้ง คำถามของผมมันตอบยากขนาดนั้นเลยเหรอ

Bon Ss : เออ เดี๋ยวกูไปบอกไอ้บอสเอง

Megha : เค

เอาเถอะ การที่มีใครสักคนไม่อยากคุยกับผมเนี่ย… มันไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่ในชีวิตนักหรอก

 

 

 

 

 

****************************************************************************************************************

ล่าสุดเราเจอรุ่นน้องคนนึงที่ติดตามงานเขียน พอน้องรู้เรื่องเมฆบอสแล้วนางทำหน้าแบบ

'ตายจริง ฉันหูฝาดไปรึเปล่านะ'

10 / 03 / 2563

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 606 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

328 ความคิดเห็น

  1. #295 kodoroid (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2563 / 00:18
    จี้มากอะ โอ๊ยชั้นจะขำตาย รักหนูบอสสุดๆ เมฆก็ตลก ชั้นชอบเอนเนจี้จดบันทึก 555+ ทุกอย่างมันฮาไปหม๊ด มีคู่นี้เหมือนชีวิตได้นิพพาน!
    #295
    0
  2. #285 Jr'hyde (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2563 / 08:29
    การที่ได้อ่านเมฆบอส เหมือนฝันไป แง้ ตีนุที มันเจ็บไหมทมททม
    #285
    0
  3. #268 MoRO66 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2563 / 19:09
    ในที่สุดดดด
    #268
    0
  4. #266 Kn_nann (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2563 / 04:02
    ฝันที่ไม่กล้าฝัน ที่คนอย่างหนูได้แต่ฝัน ในที่สุดคู่นี้ก็คลอดออกมาแล้วโว้ยยยยย เจ็บแผลผ่าคลอดนังบอส ออกมาร้องอร๊องเปร๊าะ อร๊องเปร๊าะต่อหน้าหมอเฉย.
    #266
    0
  5. #255 soppp_ii (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 29 เมษายน 2563 / 14:00
    ในที่สุด...เฮ้อออ คิดถึงมากเลยจ้า !!!

    หม่อมแม่กลับมาแล้วรอเรื่องนี้นานมากกก
    #255
    0
  6. #234 Kon--Kon (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 13 เมษายน 2563 / 22:42
    ขำตัวโยกตั้งแต่ก่อนครึ่งแรก555 อ่านของหม่อมแม่ต้องใช้พลังเยอะจริงวุ้ย
    #234
    0
  7. #232 พาราได๋_. (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 13 เมษายน 2563 / 21:00
    ชอบจริตคุณแม่มาก555
    #232
    0
  8. #223 รักพี่คิงเมียพี่ราม (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 12 เมษายน 2563 / 02:42
    หืมมมมมม ตกใจที่เมฆาทำอะไรอย่างการจดบันทึกด้วย น่ารักกกก
    #223
    0
  9. #210 memory28231 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 10 เมษายน 2563 / 23:38
    นี่ก็คิดว่าตัวเองตาฝาดค่ะ มองชื่อคนแต่งสองสามรอบ ว่าเอ๊ะแค่ชื่อตัวละครเหมือนรึเปล่า555 แต่ชอบพ่อมากเท่จัด55555
    #210
    0
  10. #209 Absolute_1a (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 10 เมษายน 2563 / 23:33
    วันนี้ที่นุรอคอยย
    #209
    0
  11. #201 ricejao_ (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 10 เมษายน 2563 / 20:24
    นุรอมานาน ในที่สุดวันนี้ก็มาถึง!!!
    #201
    0
  12. #194 smilesunshine2 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 10 เมษายน 2563 / 02:27
    รอนะคะ
    #194
    0
  13. #152 0927739174 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 8 เมษายน 2563 / 18:28
    ขำไม่ไหวแล้ว และคืออ่านตอนมาร์คที่ลอกสิวเสี้ยน กัดปากสุดฤทธิ์ ถ้าเล่มออกพร้อมเปย์ มาค่ะ เอาเลยยน
    #152
    0
  14. #151 กรกาล109 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 7 เมษายน 2563 / 22:39
    พร้อมเปย์มาก รอรูปเล่มแล้วววว
    #151
    0
  15. #149 879605 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 7 เมษายน 2563 / 17:30

    รออยู่

    #149
    0
  16. #148 เหมียวเถื่อน (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 7 เมษายน 2563 / 16:00

    พร้อมเปย์คู่นี้มากกกกก

    #148
    0
  17. #146 _.forever.withgot7 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 7 เมษายน 2563 / 05:07

    รออ่านคร้าาา
    #146
    0
  18. #144 Pong Runda (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 6 เมษายน 2563 / 14:44

    รอๆเธอมาแสนนาน เฆม💜บอส
    #144
    0
  19. #141 Bowwy2547 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 5 เมษายน 2563 / 23:41
    เเง~~~~ชอบมากเลยยยย
    จะตั้งหน้าตั้งตาคอยนะคะ
    จุ้บๆๆๆๆๆๆ
    #141
    0
  20. #140 Pin_Aus (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 5 เมษายน 2563 / 21:13

    รออออออ #ผัวเงียบเมียเกรียน
    #140
    0
  21. #139 nn1998 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 5 เมษายน 2563 / 21:02
    รออ่านตอนต่อไปเลยค่าาา
    #139
    0
  22. #136 Hoshi Hakava (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 5 เมษายน 2563 / 10:24

    รออ่านอยู่แม่ #ผัวเงียยเมัยเกรียน มาแล้วจริงๆโอ๊ยดีใจ

    #136
    0
  23. #135 Pong Runda (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 5 เมษายน 2563 / 03:30
    รอๆๆ บอส เมฆ
    #135
    0
  24. #134 SerinS. (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 5 เมษายน 2563 / 02:19
    อุต๊ะ ปฐมบทผัวเงียบเมียเกรียน อุป้ะดั้บกรับกรี้(เริ่มต้นขึ้นแล้ว)
    #134
    0
  25. #133 I'm rabbit (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 4 เมษายน 2563 / 20:51
    รอจ้ารอมากๆและก็จะรอ
    #133
    0