Shh : ใจกากอย่าปากเก่ง

ตอนที่ 2 : กากที่ 1 คอกาก

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 601
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 71 ครั้ง
    29 ก.ย. 62




กากที่ 1 คอกาก

[จอม]

“พี่เติร์ค พี่แฮงค์สวัสดีครับ”

“มาสักทีไอ้น้องเหี้ย”

“นั่งเลยมึง นัดหนึ่งทุ่มโผล่หัวมาตอนสองทุ่มแบบนี้อยากโดนอัพเปอร์คัทใช่ไหม”

“โหยย ขอโทษครับพี่ ตอนเย็นผมไปทำป้ายชื่อให้น้องปีหนึ่งมา” ผมยกมือขอโทษขอโพยชายหนุ่มทั้งสองคนที่มาช้า แต่ที่จริงพวกเขาไม่คิดมากหรอก สายรหัสเราขึ้นชื่อเรื่องชิลอยู่แล้ว

พี่แฮงค์ที่เป็นพี่รหัสผมว่าชิลแล้วนะ เจอลุงรหัสอย่างพี่เติร์คเข้าไปวงการชิลถึงกับสั่นสะเทือน ล่าสุดโดนขโมยจักรยานพี่แกก็ยังนิ่ง สิ่งที่ทำมีสองอย่าง หนึ่งคือบ่นด้วยน้ำเสียงเอื่อยๆ ว่า ‘รอบที่สามแล้วนะ... เด็กม.นี้มันไม่มีตังซื้อจักรยานใช้เองรึไง’ สองคือไปซื้อจักรยานใหม่ เหอะๆ

“กูรึอุตส่าห์จะเลี้ยงครั้งสุดท้ายก่อนไปฝึกงาน กะว่าจะนั่งแดกไปยาวๆ จนร้านปิดก็เลยนัดเร็ว แล้วยังไง? กลายเป็นว่ากูเหลือเวลามอมมึง เอ๊ย เมากับมึงแค่สามสี่ชั่วโมงเอง มันจะไปสนุกอะไรว้าไอ้จอม” พูดจบพี่เขาก็ตีมึนเหมือนเมื่อกี้เนียนมาก ไม่โป๊ะเลย

“น่าพี่ น้ำเมาไม่สำคัญเท่ามิตรภาพของเราหรอก”

“เนี้ยะ! ไอ้เหี้ยแฮงค์ น้องมึงแม่งชอบพูดจาแบบนี้ตลอด แล้วอย่างนี้กูจะแกล้งลงได้ไงวะ”

“พี่ตั้งสติแล้วฟังผมนะ พี่ก็รู้ว่าไอ้จอมมันวาทะศิลป์ขั้นบรมครู อย่าว่าแต่ทำให้พี่ใจอ่อนไม่กล้ามอมเหล้ามันเลย ความสามารถระดับนี้เป่าหูให้ลุงตู้ลงจากเก้าอี้นายกยังได้เลยมั้ง”

“...เออจริงของมึง น่าคิด”

“มันไม่ใช่คนน่าสงสารหรือคนน่าเห็นใจ มันก็แค่คนจัญไรที่พิเศษใส่ไข่เพราะพูดเก่งอะพี่” ถามจริงที่พูดมานี่พี่หรือผม…

“...”

“รู้อย่างนี้แล้วพี่ยังจะใจอ่อนอยู่ไหม”

“มา เดี๋ยวกูชงเหล้าให้นะไอ้หลานรัก” ผู้อาวุโสที่สุดในโต๊ะไม่ตอบคำถามแต่ดีดฝาเหล้าทิ้งอย่างไม่ใยดี ก่อนจะริน… ไม่ ก่อนจะเทมันลงในแก้วแล้วตามด้วยโซดาปริมาณน้อย (เหี้ยๆ) รู้เลยว่าแค่จิบเดียวก็จิตหลุด บ้าแล้ว นี่มันน้ำกระชากวิญญาณชัดๆ

ไม่ได้การณ์ละ

“จางๆ ได้ปะพี่ ผมเอารถมอเตอร์ไซค์มา” ผมตีหน้าเศร้าพร้อมชี้ไปที่สกู๊ปปี้สีกรมคู่ใจ พี่เติร์คน่ะหัวอ่อนแล้วยังขี้สงสาร แค่อ้างเหตุผลที่ฟังขึ้นนิดๆ หน่อยๆ พี่แกก็หลงกลแล้ว

“อ่าวเหรอ โอเคๆ” เห็นไหม หึ

“ขอบ-”

“หอมันอยู่ห่างจากร้านไม่ถึงสามกิโล ถึงเมาก็ขี่รถกลับได้” เห้ยผมถามจริง นี่เรามีเรื่องบาดหมางอะไรกันรึเปล่า ทำไมขัดตลอดเลยละโว้ย!

“พี่แฮงค์ใจร้ายว่ะ ผมน้องพี่นะ”

“ก็เพราะเป็นน้องไง อิอิ”

“ไม่สงสารน้องเหรอ วันนี้น้องโดนใช้งานทั้งวันเลยนะ ปวดเมื่อยไปหมดทั้งตัว เหนื่อยก็เหนื่อย...” ผมเรียกร้องความเห็นใจอีกครั้ง ไม่ยอมโดนมอมหรอกโว้ย ไม่ว่ายังไงวันนี้ผมก็อยากกลับหอด้วยสภาพสมบูรณ์

“จริงดิ มึงเป็นไรมากเปล่าวะไอ้จอม” แตกหนึ่ง...

“ไม่เป็นไรหรอกพี่เติร์ค ก็แค่ปวดแขนเพราะไปยกของมา ปวดขาเพราะเดินเยอะ แล้วก็อ่อนล้อ...”

“งั้น-”

“พรุ่งนี้วันเสาร์ แดกเหล้าเสร็จแล้วค่อยนอนละกันเนอะถือซะว่าเหล้าเป็นเคาท์เตอร์เพน หึ”

...เคาท์เตอร์เพนบ้านพี่มีสี่สิบดีกรีเหรอ


ไม่รอด

ไม่ว่าจะพยายามอ้อนวอนขอร้องหรืออ้างเหตุผลร้อยแปดพี่ชายคนดีก็ไม่หลงกล จัดการจ่อแก้วที่ปากผมพร้อมพูดว่าอิรัชไชมัสเสะ ขนาดนี้แล้วจะให้ผมทำไงวะนอกจากกระเดือกเข้าไป… รสชาติคือเข้มจัดๆ นี่ผมต้องขอบคุณเขาไหมที่ยังใจดีใส่น้ำแข็งให้ ช่วยได้เยอะเลย

“มันเมายังวะไอ้แฮงค์”

“ไม่เหลือ อิอิ”

“ไอ้จอม เป็นไงบ้างวะมึง”

“...เอิ่ก กะให้ผมแดกแล้วเป็นตับแข็งเลยปะเพ้ เหล้านะเว้ยไม่ใช่เฮลบลูบอย เจือจางหน่อย!” ผมอ้อแอ้ชี้หน้าคนที่อยู่ฝั่งตรงข้าม ตาเริ่มพล่ามัวด้วยฤทธิ์แอลกอฮอล์ เดิมทีก็คอไม่แข็งเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว พอเจอเหล้า(เกือบ)เพรียวเข้าไปก็น็อคกลางอากาศ เมาตั้งแต่แก้วที่สองเลยทีเดียว

“ผมว่าอีหรอบนี้กลับเองไม่ไหวหรอก”

“กูก็ว่างั้น”

“เพราะพี่นั่นแหละชงเข้ม ลำบากเลยเนี่ย”

“ขอโทษเว้ย พอดีมันมือไปหน่อย แฮะๆ… แล้วเอาไงอะ มึงเอารถยนต์มาปะ”  ว่าที่บัณฑิตเกาหัวแกร่กๆ ขณะมองผมหรี่ตาหากระเป๋าตังค์ ไหนวะ… นี่ปะ ...ไม่ใช่ดิ นี่มันโทรศัพท์ โอ้ แย่ๆ เมาแล้วตาไม่ดีทุกที

“ผมมีรถยนต์ที่ไหนล่ะพี่ ทุกวันนี้ยังกินมาม่าประทังชีวิตอยู่เลยจะเอาเงินที่ไหนไปซื้อรถยนต์ขับ” เอ๊อะ พี่แฮงค์แม่งจนนนน เชื่อไหมว่าวันเปิดสายรหัสเขาเลี้ยงผมด้วยลูกอมฮอลล์เม็ดเดียวในขณะที่คนอื่นได้โน่นได้นี่เป็นกระสอบ… แต่ผมก็ไม่ได้น้อยใจเพ่เขาาาาา เพราะผมรู้ววว รู้ว่าพี่แฮงค์เอาเงินไปให้เมีย เอิ่ก เข้าใจๆ เมียต้องมาก่อนสั่มเหมอ

“เออว่ะ แล้วงี้ทำไง”

“เรียกแก๊บดีไหมพี่”

“ไม่ต้องๆๆ ...ผมกลับเองได้” ผมโผงขึ้นก่อนจะยืนโชว์ว่ายังไหว แค่นี้สบ๊าย ขี่รถไปแป๊บๆ ก็ถึงหอแล้ว รับรองไม่ตกคลอง

“ไม่ได้หรอกไอ้เหี้ยเดี๋ยวโดนรถชนตาย”

“ได้เด้ ซอยหอผมเปลี่ยวจะต๊ายยยย ไม่มีรถมาชนหรอก” โอ้วๆ เดินเซ… แย่ๆ สงสัยตอนสร้างที่นี่เจ้าของร้านคงทะเลาะกับผู้รับเหมา เนี่ย เขาเลยหมั่นไส้ทำพื้นเอียงให้เลยย

“เดี๋ยวนะ กูควรสบายใจไหม...”

“มันก็น่าเป็นห่วงอยู่ดีนั่นแหละ ทิ้งรถมึงไว้ที่นี่แล้วค่อยมาเอาพรุ่งนี้ละกัน วันนี้กูไปส่งเอง”

“โว๊ะ ไม่ต้องมาตบหัวแล้วลูบหลังเลยไอ้พวกพี่หัวค_ย เอิ่ก… โตแล้วกลับเองได้โว้ย”

“โห ด่างี้มึงไม่ต้องมีคำว่าพี่ก็ได้”

“อ่าวได้เหรอ ดีเลยกูรอวันนี้มานานแล้วไอ้แฮงค์”

“ไอ้สัส เดี๋ยวกูตบหัวแบะ”

“เอิ่กๆ ...เออพี่ ขอตังหน่อยดิ เพิ่งนึกออกว่าน้ำมันจะหมดดดด” ผมเกาะแขนพี่รหัสเพื่อพยุงให้ตัวเองยืนตรง ไม่ไหวจริงๆ เดี๋ยวต้องบอกให้เจ้าของร้านมาปรับปรุงพื้นซะแล้ว แต่จะว่าไปตอนแรกพื้นก็ตรงนี่หว่า หรือว่า… เป็นระบบออโตเมติก? เหยดโด้ โคตรไฮเลยว่ะ

“แล้วขอตังกูทำไม?”

“เอ้าาาา ก็ต้องเอาไปซื้อน้ำมันดิ รถผมต้องใช้น้ำมันในการขับเคลื่อนปะพี่ มันไม่ได้แดกผักบุ้งแล้วแล่นได้นะเว้ยยย”

“...”

“ไอ้เชี่ยจอมเมาแล้วปากดีฉิบหาย”

“ไม่ได้ปากดีอย่างเดียวนะ หน้าตาดีด้วย ฮิฮิ”

“...กูเล่นมันเลยดีไหมวะไอ้แฮงค์”

“รอมันมีสติแล้วค่อยรุมดีกว่าพี่ ตอนนี้ทำไปก็ไม่มันหรอก” เอิ่กๆ

ผมเกลี้ยกล่อมนานนับนาทีกว่าพี่ชายทั้งสองคนจะยอมปล่อยให้ขี่รถกลับเอง ไม่รู้ห่วงอะไรนักหนา ทางก็เปลี่ยว มืดก็มืดแถมไม่มีรถสักคัน ไม่มีใครมาชนผมอยู่แล้ว

โอ๊ะ มาม่าหมดแล้วนี่หว่า...

พอนึกขึ้นได้ก็ไม่รีรอที่จะจอดรถแล้วเดินโซเซไปที่ร้านสะดวกซื้อยอดฮิต ก่อนเข้าไปข้างในก็ไม่ลืมที่จะให้เกียรติสถานที่ด้วยการทำสิ่งหนึ่งก่อนด้วย… เนี่ยยย คนอื่นแม่งไม่เคยทำกันหรอก ไม่คิดหรอกว่าการกระทำของตัวเองจะทำให้ใครเดือดร้อนบ้าง ไอ้พวกสันดานเสีย

“คุณลูกค้าคะ…” 

“คร้าบผมม”

“เอ่อ คือไม่ต้องถอดรองเท้าก็ได้”

“ไม่ได๊ แม่พี่สอนมาดี เข้าร้านค้าไม่ถอดรองเท้าได้ไง ร้านเลอะะะ ลำบากพนักงานมาเช็ดถู”

“...”

นิ่งเลยว่ะ สงสัยจะตื้นตัน

ขณะที่เธอกำลังซาบซึ้งผมก็ตบไหล่เบาๆ เป็นเชิงบอกว่า ‘ไม่ต้องขอบคุณพี่หรอก’ แล้วเดินไปโซนบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป พักหลังมานี้มันคือเพื่อนตายของผมเลย… ไหนดูซิ คราวก่อนเอารสมาม่าหมูสับไปก็อร่อยใช้ได้แต่ตอนนี้เบื่อแล้ว ลองรสอื่นบ้างดีกว่า

ผมกวาดสายตามองบนชั้นอย่างพิจารณา เนื่องจากสายตาพล่ามัวจึงต้องเขยิบหน้าเข้าไปใกล้ สีส้มน่าจะรสต้มยำ สีดำน่าจะมาม่าเกาหลี สีเหลืองน่าจะชีส แล้วไอ้สีเขียวนี่รสอะไรวะ

หือ…

สูตรใหม่

ตัวอักษรที่มุมขวาทำให้ผมช่างใจอยู่พักใหญ่แต่ด้วยความเป็นคนว่านอนสอนง่าย ผมจึงตัดสินใจยกซองขึ้นมาแล้ว… สูดใหม่ เฮ้อ ผู้ผลิตเดี๋ยวนี้แปลกแฮะ ทั้งที่รู้อยู่เต็มอกว่ายังไงผู้บริโภคก็ไม่ได้กลิ่น ยังจะแปะคำสั่งแบบนี้มาอีก ไร้จรรยาบรรณจริงๆ

อือ ตกลงเอารสนี้ละกัน

เลือกได้ปุ๊บผมก็หิ้วมาแพ็คหนึ่งแล้วไปที่จุดหมายใหม่ พยายามอย่างมากที่จะหรี่ตาหาสิ่งที่ต้องการแต่ไม่ว่าหายังไงก็ไม่เจอ สุดท้ายด้วยความขี้เกียจผมจึงโบกมือเรียกตัวช่วย

“น้องๆ”

“ครับ”

“ช่วยหน่อยยย”

“?”

“ช่วยพี่หามะขามสามรสหน่อยเร๊ว” เปรี้ยวปากอยากกินมะขามมากก เดี๋ยวส่งคลิปแดกไปหาไอ้บังให้มันหิวเล่นดีกว่า มะขามยั่วๆ จ้า

“อ่า ...ครับ”


“อันนี้รึเปล่าครับ”

“ช่าย อันนี้แหละ อร่อยมากเลยนะรู้เปล่า ประโยชน์ก็เยอะแดกปุ๊บขี้ไหลทันควันแต่เสียอย่างเดียว เอิ่ก ...เคี้ยวแล้วติดฟันรำคาญฉิบหายเลย” เล่าไปพลางเปิดฝาแล้วหยิบให้อีกฝ่ายลองชิม พูดมากเดี๋ยวจะหาว่าอวยแต่ของเขาดีจริง ตราก็เก๋กู๊ด ได้กลิ่นอายความเป็นโอท็อปสุดๆ

“...เอ่อ”

“แดกดิวะรอพ่อมึงตัดลิบบิ้นไง๊?” ทำเป็นยึกยักมองซ้ายขวา เอ๊ะ หรือมันกำลังสาดส่องสายตาเผื่อมีคนขโมยของ ...พุทโถ๊ะ! ไม่มีใครกล้าขโมยของในเซเว่นหรอกไอ้บ้าา

“ครับๆ”

“เป็นไง”

“อร่อยดีครับ...”

“นี่ไง บอกละ” นี่แหละของดีที่แท้

“จะจ่ายเงินเลยรึเปล่าครับเดี๋ยวผมเอาไปคิดเงินให้” 

โอ้โห...

“น้อง... มึงใจดีว่ะไอ้เหี้ย พ่อแม่มึงเลี้ยงมายังใจวะถึงได้มีจิตใจประเสริฐขนาดนี้ ...กูตื้นตันแทนบุพการีมึงจริงๆ” ผมซึ้งน้ำตาแทบไหล ในยุคที่บ้านเมืองลำบาก ข้าวยากหมากแพง คนเลวมีค่อนประเทศแต่ตรงนี้ยังมีคนดีอยู่ ไอ้เชี่ย ผมจะเอารูปมันไปลงในเน็ตให้คนอื่นรับรู้ถึงความดีนี้...

“คือ… มันเป็นหน้าที่ของพนักงานอยู่แล้วครับ”

“ห้ะ มึงเป็นพนักงาน?! ...มึงไปเรียกคนใหญ่คนโตของที่นี่มาดิ๊ กูมีเรื่องต้องเคลียร์กับมันนน คนดีแบบนี้ทำไมถึงตำแหน่งต่ำเตี่ยเรี่ยดิน มึงควรได้เป็นผู้บริหารปะไอ้น้อง!”

“เอ่อ… ที่เซเว่นนี้มีแค่พนักงานกับผู้จัดการครับพี่”

“อ่าวเหรอ…”

“= _ =;;”

“แล้วนี่ตู้เย็นอยู่ไหนวะ กูจะซื้อนม”

“เอายี่ห้ออะไรครับเดี๋ยวผมหยิบให้”

“ไอ้น้อง… เอาจริงนะ มึงลงสมัครสส.เหอะกูเลือกเอง… รับรองถ้าได้มึงมาเป็นสส.จังหวัดเราจะต้องเจริญ” ซึ้งว่ะไอ้เหี้ย

“ฮะๆ...”

“ขอบใจมากนะเว้ยแต่ไม่ต้องลำบากหรอก กูไปเอาเองได้ๆ เอิ่ก” ผมโบกมือลาคนดีศรีเซเว่นก่อนจะคลำทางไปหาตู้เย็น มาถึงปุ๊บก็เปิดแล้วเขยิบเข้าไปใกล้ชั้นเพื่อเลือกสินค้าอย่างพิถีพิถัน ในจังหวะที่ผมกำลังมีสมาธิก็มีบางอย่างกระแทกไหล่ดังปึก ...มารยาททรามว่ะ ชนแล้วยังไม่ขอโทษอีก แม้จะหงุดหงิดแต่ผมก็ทำใจเย็นแล้วดันอีกฝ่ายออกอย่างสุภาพ

ปึก

ไม่เป็นไร… ผมถอนหายใจ พยายามข่มอารมณ์เอาไว้แล้วออกแรงดันเขาออกไปอีกครั้ง หวังว่านี่จะเป็นครั้งสุดท้ายที่ต้องทำแบบนี้-

ปึก

ปึก!

ปึก!!

ไม่ไหวแล้วโว้ย!

ไม่ว่าจะผลักออกไปกี่ครั้งไอ้ห่านั่นก็กลับมาชนอีกซ้ำแล้วซ้ำเล่า ครั้งสองครั้งยังพอทำเนา นี่ครั้งที่ห้าแล้วนะไอ้สัส แม่งจงใจกวนตีนผมชัดๆ

“มึงจะเอาใช่ปะไอ้เวร” ผมเอียงคอถามอย่างหาเรื่อง ไม่ลืมที่จะดันคู่กรณีไปไกลๆ แต่แล้วก็เป็นเหมือนทุกครั้ง มันยังย้อนกลับมาชนไหล่ผมอย่างแรง เอ๊ะไอ้นี่!

“ค_ยเอ๊ย ขอสักหมัดเหอะ”

“พี่ครับใจเย็น!”

ก่อนที่ผมจะซัดมันพนักงานคนเดิมก็รีบปรี่เข้ามาห้ามไว้ แหนะ ขนาดเห็นว่าผมหงุดหงิดแม่งยังไม่เลิกกวนส้นตีนเลย สันดานฉิบหาย

“ให้เย็นยังไงไหววะ ก็ดูแม่งดิ สันดานแย่!”

“ใครครับ?”

“ไอ้เหี้ยนี่ไง!”

“...แต่มันเป็นแค่ประตูตู้เย็นนะพี่”

“เอ้า เป็นประตูตู้เย็นแล้วคิดจะกวนตีนใครก็ได้เหรอวะ” โด่ว อย่าผยองมากนักเลยไอ้ควาย น่ากลัวตายแหละมึง จะบอกให้นะว่าประตูห้องปกครองที่โรงเรียนมัธยมกูเย็นกว่ามึงเยอะ

“เอ่อ”

“มึงคัดเลือกบุคลากรยังไงทำไมปล่อยให้คนนิสัยนักเลงแบบนี้มาอยู่ในที่ทำงานวะ”

“...นำเข้ามาจากจีนครับ ทางนั้นเขาจัดการให้”

“อ๊ออออ เด็กนอกนี่เอง กูถึงว่าทำไมกร่างจัง”

“...”

“ถุ้ย! คงจะลำพองตนมากสินะมึง”

“...ผมไหว้ล่ะพี่ ไปคิดเงินเถอะ”

เรื่องจบด้วยการที่ไอ้น้องมันถอนหายใจเฮือกใหญ่เหมือนหมดความอดทนก่อนจะกระชากตะกร้าผมไปที่เคาท์เตอร์พร้อมควักเงิน (ในกระเป๋าเงินผม) จ่ายให้เสร็จสรรพ… จริงจังนะเนี่ย ถ้าแม่งลงสมัครสส.เมื่อไหร่ผมจะสนับสนุนอย่างเต็มที่เลย

โอ้ ออกมาข้างนอกแล้วเพิ่งสังเกตว่ามันดึกดื่นป่านนี่แล้ว รีบกลับดีกว่า

“อะ...”

พวงกุญแจไปไหนวะ

ผมพิจารณากุญแจรถอีกครั้งเพื่อความแน่ใจว่าไม่ได้คิดไปเอง ไอ้ตุ๊กตาเต่าจิ๋วที่แม่ซื้อให้มันหายไปแล้วอะ อันนี้ตัวโปรดผมด้วย… ผมก้มหาตามพื้นก็ไม่มี ในเซเว่นก็ไม่เจอ เกือบท้อใจที่หาไม่เจอแล้วจนกระทั่งสายตาเหลือบไปเห็นบางสิ่งบนอ่างล่างมือหน้าห้องน้ำ

“อยู่นี่เอง หาตั้งนาน”

หือ

ทำไมอยู่ในกล่องวะ

สงสัยจะอยากมีพื้นที่ส่วนตัว ...โถ่ ลูกพ่อ ขอโทษนะที่พ่อไม่เคยรู้ถึงความเจ็บปวดนี้ เดี๋ยวพรุ่งนี้จะออกไปซื้อกล่องให้นะ เอาใหญ่ๆ ให้มึงชวนเกียรติศักดิ์ เสนาเมืองมาเตะบอลเล่นได้เลย

เอาล่ะ กลับหอกันดีกว่า


ก็อก ก็อก

อื้อ…

ก็อก ก็อก!

อื้อออ!!

“ใครวะ…” คนจะหลับจะนอนโว้ยยยยย

“อินเอง”

“จะเคาะทำไม มีกุญแจไม่ใช่ไงงงงง๊”

“ทำหายไปแล้ว”

“อีกแล้ว?!” ผมลุกขึ้นมาเปิดประตูให้ไอ้ตัวดีอย่างหัวเสีย เด็กบ้าอะไรเซ่อซ่าฉิบหาย ปั๊มกุญแจให้ใหม่กี่รอบก็ไม่เคยอยู่ได้นานเกินอาทิตย์ “มาทำไรแต่เช้าเนี่ย”

“จะไปยืมหนังสือในหอสมุดแต่ลืมบัตรนักศึกษาไว้ที่หอจอมอะ”

“เฮ้อ ไปๆ ...ไปหาเถอะ” ก็คิดไว้แล้วแหละว่าต้องเป็นเรื่องทำนองนี้ เหอะๆ ขอแนะนำให้รู้จักครับทุกท่าน ไอ้แว่นนี่คือน้องชายผมเอง ชื่ออิน หน้าตาติ๋มๆ ส่วนนิสัยอ่านไปเดี๋ยวก็รู้เอง

“เออจอม เมทอินโคตรเด็กเรียนเลยอะ”

“เมทคนไหน...”

“ที่เรียนเมดเทค”

“อ่อ มันทำไมอะ อ่านหนังสือโต้รุ่งเหรอ”

“เปล่า มันเอากระดูกคนกลับมาเรียนเรื่องอนาโตมี่ที่ห้อง” 

...แบบนี้เขาเรียกเด็กเรียนเหรอ น่ากลัวว่ะไอ้สัส

“นี่ไงเจอบัตรแล้ว เอ้อ แล้วก็นะ...” แทนที่ได้ของแล้วจะรีบไป มันกลับกระโดดมานั่งบนเตียงแล้วเล่าอะไรเรื่อยเปื่อย ส่วนผมก็ล้มเลิกความคิดที่จะกลับไปนอนต่อ ก็เลยเดินไปล้างหน้าล้างตาแล้วหาน้ำดื่ม โคตรปวดหัวเลย พี่แฮงค์กับพี่เติร์คใจร้ายฉิบ… แล้วนี่เมื่อคืนเกิดอะไรขึ้นบ้างวะ

...ช่างแม่งละกัน ผมก็ไม่ใช่คนเมาแล้วรั่ว

“นั่นแหละ อินเลยตะโกนบอกเพื่อนว่าตุ๊กแกกัดเสื้อขาด… หือ”

“อะไร” ผมถามเมื่อจู่ๆ น้องชายก็สะดุดแล้วเลิกคิ้วไปที่หัวเตียง

“ไม่เห็นรู้เลยว่าจอมเลี้ยงเต่า”

“เต่าไร พวงกุญแจน่ะเหรอ”

“ไม่ใช่”

“ถ้าไม่ใช่พวงกุญแจแล้วจะมีเต่าไหนอีกล่ะ หาวว” ง่วงจังวุ้ย กลับไปนอนต่อสักหน่อยแล้วค่อยทำการบ้านละกัน

“เต่านี่ไง”

หืม…

“!!!”

ผมเบิกตากว้าง รีบจ้ำอ้าวไปที่หัวเตียงทันทีที่เห็นสิ่งแปลกปลอม ชีวิตตัวเองยังดูแลไม่ได้ เรื่องหาภาระมาให้ตัวเองก็ไม่เคยอยู่ในหัวเพราะฉะนั้นอย่าหวังว่าผมคนนี้จะมีสัตว์เลี้ยง

ฉิบหาย แล้วนี่เต่าใครวะ...






++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
ว่าจะเขียนให้นิยายเรื่องนี้มีหลายๆ กาก
หนึ่งในนั้นคือความเร็วในการเขียน...



28 / ก.ย. / 62
-Mommae-
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 71 ครั้ง

12 ความคิดเห็น

  1. #12 TeeTian (@hathaichanoktear) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 30 กันยายน 2562 / 17:17
    ขำไม่ไหวแล้วแม่ น้องงงงงงง5555555555555555555555
    #12
    0
  2. #11 ทาสนิยายหม่อมแม่ (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 29 กันยายน 2562 / 09:13

    น้องงงงงงง555

    #11
    1
    • #11-1 yammmmmmmmmmmm (@yammmmmmmmmmmm) (จากตอนที่ 2)
      3 ตุลาคม 2562 / 07:53
      ขำไม่ไหวแล้วแม่55555555555 หนูลูกกกกกกก
      #11-1
  3. #10 ThanaponHankul (@ThanaponHankul) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 28 กันยายน 2562 / 23:32
    น้อนนน รั่วมาก5555
    #10
    0
  4. #9 BangJae_ (@N-finland-bbmm) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 28 กันยายน 2562 / 21:35
    ปากดีจริงๆ55555
    #9
    0
  5. #8 Alonè misticismo (@juneny6-10) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 28 กันยายน 2562 / 20:45
    เมาแล้วรั่ว ตัลหลก
    #8
    0
  6. #6 Warisara Nanthipatpanya (@netwarisara28) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 28 กันยายน 2562 / 16:28
    มาแล้วววๆๆ
    #6
    0