I'm on a diet! : อย่าท้า เดี๋ยวจะหาว่าไม่เตือน [END]

ตอนที่ 8 : ครั้งที่ 5 อีกฟากหนึ่งของรั้วโรงเรียน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 53,889
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,673 ครั้ง
    22 ม.ค. 62





ครั้งที่ 5 อีกฟากหนึ่งของรั้วโรงเรียน

[ธันวา]

“ธัน ช่วงนี้มึงได้ชั่งน้ำหนักบ้างรึยัง”

“หือน้ำหนักเหรอ ยังอะ ทำไม?” ผมเอี้ยวหน้าไปมองเพื่อนสนิทที่นั่งอยู่ข้างกัน ครูหน้าชั้นกำลังสอนเรื่องประวัติศาสตร์สากล ผมโคตรเกลียดเรื่องนี้ เนื้อหาเยอะยิ่งกว่าเม็ดทรายบนโลก รายละเอียดถี่ยิบยิ่งกว่ารูขุมขนบนตัวลิงชิมแปนซี เฮ้อ

“ก็เปล่า กูแค่คิดว่า... น้ำหนักมึงน่าจะลดลงนิดหน่อยแล้วมั้ง”

“จริงเหรอวะ” ดูน่าตกใจแต่ถ้าน้ำหนักลงจริงๆ ผมก็คงไม่แปลกใจเท่าไหร่เด้อ

เพราะอะไรน่ะเหรอ…

เพราะไอ้ต้นไง!

ใช่ครับ อ่านไม่ผิดหรอก ไม่ใช่เพราะไอ้หยางแต่เป็นไอ้ต้น คนที่ผมเพิ่งรู้จักได้ไม่นาน คนที่แคะขี้มูกจนจมูกเกือบบานนั่นแหละ ตั้งแต่วันแรกที่เข้าฟิตเนสก็ผ่านมาสิบเอ็ดวันเต็มๆ หลังจากวันนั้นพอตื่นขึ้นมาร่างกายผมก็ปวดร้าวเหมือนจะแตกเป็นเสี่ยงๆ ผมก็เลยโทรลาครูแล้วนอนตีพุงอยู่บ้าน แต่รู้ไหมครับว่าเกิดอะไรขึ้น จะย้อนเวลากลับไปให้ดู

ก่อนหน้านี้สิบเอ็ดวัน…

“ไหวไหม ออกกำลังกายท่าไหนถึงได้ปวดทั่วตัวขนาดนี้ฮะเรา” พ่อลูบหัวผมขำๆ ไม่ไปโรงเรียนมันดีตรงที่แม่งไม่ต้องทำอะไรเลยนอกจากนอนกับกิน แต่ผมก็กินไม่ได้เยอะเท่าไหร่ สงสัยกำลังจะเป็นโรคอยากผอมเร็วๆ

“ถามว่าท่าไหนเหรอพ่อ… มันหลายท่า ธันนับไม่หมดอะ”

“เหรอ แล้วเราไปออกเยอะทำไมล่ะนั่น”

“ก็พวกไอ้หยางน่ะสิ” พูดแล้วก็เท้าคางมองภาพบนชั้นหน้าทีวี ตรงมุมซ้ายสุดเป็นภาพผมตอนเด็กๆ ...แต่ผมไม่ได้มองภาพตัวเองนะ ผมมองภาพไอ้บุคคลที่เป็นหัวข้อการสนทนาต่างหาก ยิ้มทำเชี่ยไร? เดี๋ยวกูดีดขี้ตาใส่เลยว่ะ ขอเบรคนิดนึงว่าไม่ได้โกรธมันหรอก ที่บ่นๆ อยู่เนี่ยแค่ปวดตัวก็เลยพาล เหอะๆ

“หยาง? หยางลูกลุงฟงน่ะเหรอ”

“ครับ ไอ้หยางนั่นแหละ”

“หยางทำอะไรเรา?”

“มันกับเพื่อนบังคับให้ธันออกกำลังกาย ทั้งซิทอัพ เล่นเวทแล้วก็เล่นเครื่องวงรีด้วย เกือบตายแหนะ” เชื่อไหมว่าเล่นเวทกับซิทอัพเป็นชั่วโมงยังไม่ปวดเท่าเล่นเครื่องเดินวงรีสิบนาที ปวดมาก ปวดบรรลัย ปวดสุดๆ คนไม่เคยลองจะไม่มีวันเข้าใจ

“ดีแล้วไม่ใช่เหรอ เจ้าหยางนี่มันรักเพื่อนจริงๆ”

“- _ -”

กริ๊งงง

หือ

“หกโมงเย็น… ใครมาตอนนี้นะ” พ่อพึมพำกับตัวเองก่อนจะลุกขึ้นไปดู น่าจะเป็นลูกค้าแม่นั่นแหละ แม่ผมเปิดร้านผ้าไหมอยู่ที่ตัวเมืองกับขายทางออนไลน์ครับ รายได้ก็พอตัวแต่แม่ก็ส่งบริจาคทุกเดือนทำให้เหลือเงินเดือนละหมื่นกว่าๆ นางฟ้าสุดๆ เลยคุณประภา

“ธันวาเพื่อนมาหา”

“เพื่อนไหนครับ ไอ้แพนเหรอ” ผมเลิกคิ้วมองคนที่เพิ่งกลับเข้ามาในบ้าน ถ้าเป็นไอ้แพนทำไมมันไม่เดินเข้ามา ปกตินี่ขึ้นไปถึงบนห้องโดยที่ไม่ต้องเอ่ยปากเชิญสักพยางค์

“เปล่า เป็นผู้ชาย”

“ไอ้หยาง?”

“ฮึ พ่อไม่รู้จักอะ เพื่อนรออยู่หน้าบ้าน” ผมเดินตามไปที่อีกฝ่ายบอกแบบงงๆ เพื่อนผู้ชายที่ไม่ใช่ไอ้หยางเหรอ จะมีใครอีกวะโรงเรียนที่ผมอยู่เป็นแบบเกือบจะหญิงล้วน ผู้ชายที่ผมรู้จักก็เลยมีน้อยมาก หรือไอ้ยูจะบินมาหาจริงๆ ...อย่านะเว้ย

“ใครวะ…”

“Hi มึง”

“ไอ้ต้น!”

“เออกูเอง นี่มึงจะโวยวายทำไมเนี่ย”

คนที่อยู่หน้าบ้านไม่ใช่ใครที่ผมคิดไว้เลยสักนิด ร่างบางของเพื่อนสนิทไอ้หยางมาในชุดที่เรียกได้ว่าพร้อมออกกำลังกายเต็มที่ เสื้อ gymshark สีเทาแบบรัดกล้ามเนื้อ กางเกงขายาว รองเท้าวิ่งสีแดง แค่อยู่ใกล้ก็ได้กลิ่นความเฮลตี้จากตัวมันละ

“โทษๆ กูตกใจนิดหน่อย ว่าแต่มึงมาทำไมวะ” ผมนั่งลงบนเก้าอี้โยก ไม่ลืมที่จะกวักมือให้อีกฝ่ายนั่งลงที่เก้าอี้ข้างๆ กันด้วย

“มาหามึงไง กูว่าแล้วว่ามึงต้องปวดตัวแต่ไม่คิดว่าจะถึงขั้นลาแบบนี้ ฮ่าๆ”

“เหอะๆ ตกลงมาเยี่ยม?”

“เปล่า เอ๊ะ ก็มาเยี่ยมแหละ อะนี่เคาน์เตอร์เพน”

“ขอบคุณเว้ย”

“ไม่ต้องขอบคุณหรอก กูไปจิ๊กของไอ้เทรนด์มา แล้วไอ้เทรนด์ก็ไปขโมยมาจากกระเป๋าไอ้หยางอีกที” ช่างซับซ้อนแต่สรุปแล้วคือพวกมึงลักมาเป็นทอดๆ...

“อ่า ช่างเถอะถึงยังไงก็ขอบคุณนะ”

“ไม่เป็นไร กูใจป๋า อิอิ”

“ถุ้ย ใจป๋าหรือใจหมา”

“โหย แรงว่ะ”

“แล้วนี่มาบ้านกูถูกได้ไง”

“ถามไอ้หยางแต่ถามแล้วหลง กูก็เลยจ้างไอ้เด็กผมแกะนำทางมา” เด็กผมแกะ… ไอ้ (ฟัน) หลอแหงเลย มันเป็นเด็กแถวบ้าน ชอบตัดต้นกล้วยบ้านป้าเช็งมาทำเป็นม้าหน้าตาประหลาดๆ แล้วก็ฮี่ๆ กรับๆ ทั่วซอย เชื่อไหมว่าเที่ยงคืนมันยังฮี่ๆ กรับๆ อยู่เลย ผมนี่โคตรหลอนคิดว่ากุมารทอง

“เข้าไปในบ้านก่อนปะ”

“ไปๆ”

ผมเลือกที่จะพาแขกขึ้นมาบนห้อง ยังไงข้างล่างก็ไม่มีอะไรอยู่แล้ว บอกแล้วว่าบ้านผมไม่ได้รวย ไม่มีห้องรับรองหรือห้องเวอร์ๆ เหมือนในหนังไทยหรอก

“เชรด ห้องสวยนี่หว่า” ร่างบางอุทานออกมาเมื่อก้าวเข้ามาในห้อง มันไม่ได้กว้าง อาศัยการออกแบบภายในที่ดูดี (ซึ่งแน่นอนว่าเป็นฝีมือพี่ตุลย์) ก็เลยออกมาสวย สีในห้องส่วนมากจะเป็นสีเหลืองสลับดำ ตอนกลางวันจะดูดแสงนิดหน่อยแต่ไม่เป็นไร อยากเท่ต้องอดทน

“ตามสบายนะ น้ำผลไม้มีอยู่ในตู้เย็น คอมก็เล่นได้”

“มึงต้อนรับกูโคตรดี ถ้าเป็นไอ้สองตัวนั้นคง ‘หิวก็ไปซื้อแดกเอง’ ‘ห้ามแตะคอมกู’ ‘อย่าซนด้วยไอ้สัสเดี๋ยวพ่อฟาดด้วยหลังมือ’”

“ฮ่าๆ”

“แล้วนี่มึงกินยาแก้ปวดยัง ดีขึ้นเปล่า”

“กินแล้ว ก็ดีขึ้นแล้วแหละ ยาดีฉิบ” ผมทิ้งตัวนอนบนเตียงก่อนจะหยิบขวดยาที่พูดถึงออกมาดูฉลาก แม่งใส่อะไรเข้าไปวะ กินตอนเช้าปุ๊บ ตอนเที่ยงหายปั๊บ โอ๊ะ… ราคาขนาดนี้ก็สมควรแก่คุณสมบัติยา ถ้า-

“งั้น… ทายาซะแล้วอีกยี่สิบนาทีเราจะไปฟิตเนสกัน”

...ห้ะ เมื่อกี้มันพูดว่าอะไรนะ

“นั่นแหละครับท่านผู้ชม ตู้เสื้อผ้ามึงใช่ปะ เดี๋ยวกูเลือกชุดให้”

“เฮ้ยๆ ไปทำไม”

“ไปออกกำลังกายไง พี่มึงอุตส่าห์เสียเงินเป็นรายปี ใจคอมึงจะหยุดไปวันหนึ่งเพียงเพราะปวดขาเหรอวะ มันไม่ได๊ ไหนบอกจะลดน้ำหนักไง แค่นี้มึงก็จอดแล้วเหรอไอ้ธัน!”

มึง...

“…มึงดูแปลกๆ นะ มีอะไรมากกว่านั้นใช่ไหม” ดูจากแอคติ้งปลอมๆ หน้าเวอร์ๆ แล้วไอ้บ้านี่มันต้องอยากได้อะไรแน่ๆ หรือไม่การที่ผมไปฟิตเนสด้วยก็ต้องมีประโยชน์กับมันสักอย่าง

“ก็ แฮะๆ… ก็แบบว่าไอ้สองตัวนั้นไปเรียนพิเศษกูเลยไม่มีเพื่อน ข้างในฟิตเนสก็กว๊างกว้าง แอร์ก็เย๊นเย็นจะให้กูอยู่คนเดียวอยู่ลำพังหว่าเว้ได้ไงว้า เพราะฉะนั้น… กูก็เลยมาลากมึงไปอยู่เป็นเพื่อน” กูว่าแล้ว...

“ฝันเถอะไอ้เหี้ย ไปคนเดียวเลย”

“ไม่สนแหละ ต่อจากนี้ไปมึงกับกูเราจะไปฟิตเนสด้วยกันทุกวัน นี่กูลงทุนสมัครเพิ่มเป็นรายปีเพื่ออยู่ช่วยมึงลดน้ำหนักเลยนะเว้ย” แหม่คนเรา พูดให้ตัวเองดูดีเก่งฉิบหาย

“มึงก็แค่อยากมีเพื่อนออกกำลังกาย”

“นั่นแหละน่า นั่นเป็นผลพลอยได้เว้ย แต่ความจริงกูอยากช่วยมึงลดน้ำหนัก” จะบอกว่าโชคดีหรือโชคร้ายดีล่ะที่คนรอบตัวผมมีแต่คนดีๆ เพื่อนก็ช่วยลดน้ำหนักเต็มที่ พี่ชายก็เปย์ทุกอย่างที่จะทำให้ผมผอม

เออ ไปก็ได้

“เคๆ ไปก็ไป” ผมยันตัวลุกขึ้น เดินไปหาอีกฝ่ายที่ยืนอยู่ตรงตู้เสื้อผ้า เลือกเสื้อดีๆ สักชุดดีกว่าไปเสื้อกีฬาสีแบบเมื่อวานไม่โอเคเลย

“เย่!”

“แต่กูไม่มีรถนะเว้ย กูขี่รถไม่เป็นด้วย”

“ไม่เป็นไร ซ้อนเวสป้ากูไปก็ได้”

“เฮ้ย งั้นไม่เอา” ผมเคยเห็นเวสป้าแดงของมันนะ เมื่อวานจอดอยู่ข้างซูเมอร์เอ็กซ์ของไอ้เทรนด์ ก็ดูดี… แต่ไม่น่าจะรับน้ำหนักผมไหว แม่งดูบอบบางฉิบหาย เบาะก็เล๊กเล็ก ทุกอย่างมันดูกะทัดรัดไปหมด “เดี๋ยวกูโทรให้พี่ชายมารับ มึงก็ล่วงหน้าไปก่อนเลย”

“ไม่เอาอะ ฟิตเนสไกล มึงจะทำให้พี่ลำบากทำไม ก็ไปพร้อมกูนี่แหละ”

“แต่กูหนัก”

“โอ๊ย ชิล! ปีที่แล้วกูเอาหมูป่าซ้อนมายังไม่เป็นไรเลย”

“ห้ะ...”

“ปู่กูเหงา กูก็เลยขี่รถไปซื้อหมูป่าบนดอยมาให้เขาเลี้ยง” ชักจะไม่แน่ใจแล้วว่าไอ้หยางมันเลือกคบเพื่อนดีรึเปล่า “นั่นแหละ เชื่อกูว่าไม่เป็นไร ไปได้สบายหายห่วง”

“แต่กู...”

“กูไม่สนคำคัดค้าน กูเป็นระบอบเผด็จการทหาร”

“เชี่ยไรเนี่ย”

“อะๆ ให้เลือกหน่อยละกันเดี๋ยวจะหาว่าใจร้าย ...ระหว่างเดินกับซ้อนรถกู มึงจะเลือกอะไร”

โอ้โห กูเลือกได้มากเลยมั้ง

“แล้วกูควรลดน้ำหนักยังไงดีวะ”

“กูไปถามไอ้เปรตมาให้ละ” หนุ่มหน้าใสยิ้มพร้อมเปิดแชทในโทรศัพท์ขึ้นมาให้ดู

“เปรต?”

“เชี่ยเทรนด์ไง”

“อ่อ...”

“มันบอกว่าถ้าอยากลดเร็วและได้ผลต้อง…  ดื่มน้ำเยอะๆ ห้ามกินของทอด มัน คาว กินผักผลไม้ที่มีใยอาหารเยอะๆ ห้ามงดข้าวเย็นแต่ให้เปลี่ยนเป็นนมหรือน้ำผลไม้แทน เลิกยุ่งกับแป้งน้ำตาลเกลือ และสุดท้ายคือนอนเยอะๆ นอนในคาบเรียนก็ได้ อุอิ” ไม่ๆ กูว่าอันหลังมึงน่าจะเติมเอง

“อือ”

“อะ เอาชุดนี้ไปเปลี่ยน ต่อไปนี้หลังเลิกเรียนข้างกายฉันจะมีเธอว์ และข้างกายเธอว์จะมีฉันนะที่รักซ์”

“ไอ้เกรียนต้น” เคยได้ยินเหมือนกันว่าโลกนี้มีคนประเภทไหลเก่ง แต่ไม่คิดว่าจะได้เจอกับตัว ประทานโทษนะครับ สาบานว่าเราเพิ่งเจอกันเมื่อวาน สาบานว่าไอ้นี่กับผมเพิ่งรู้จักกันได้ไม่นาน สาบานว่านี่คือการกระทำของคนเพิ่งรู้จักกัน

“ปะ เริ่มกันเลยดีกว่า กูจะเป็นเทรนเนอร์ให้มึงเอง เชี่ยหยางมันเป็นได้แค่วันเดียวนั่นแหละ โว๊ะ พวกเรียนเยอะ กูขอสาป ถ้าพวกมันไม่เจียดเวลามาออกกำลังกายกับเราอย่างน้อยอาทิตย์ละครั้ง สักวันสมองพวกมันจะต้องฝ่อ ...สมพรปากกูเทอญ” เชี่ย นี่มึงแช่งเพื่อนตัวเองเหรอ ต้องใจบาปขนาดไหนวะ

“มีตารางออกกำลังกายไหมวะ” เห็นในเน็ตที่เขามารีวิวความผอมมักจะมีตารางลดน้ำหนักแบบวันจันทร์ต้องทำแบบนี้ วันอังคารแบบนั้น

“มี”

“ยังไงอะ”

“วันจันทร์ทำตามใจกู วันอังคารเล่นทุกอย่างที่ว่างอยู่ วันพุธมีสาวสวยที่ไหนเราจะไปเล่นตรงนั้น วันพฤหัสบดีเล่นเวท วันศุกร์จับฉลากเอาละกัน วันเสาร์ว่ายน้ำ วันอาทิตย์กูให้มึงพัก”

“เดี๋ยวๆ นี่เรียกว่าตารางเหรอ มันดูไม่มีระบบและไม่มีความน่าเชื่อถือว่าวันหนึ่งกูจะผอมเพราะตารางแบบนี้เลยนะ”

“มึงเชื่อกูดิ ตอนนี้กูเป็นเทรนเนอร์มึงนะเว้ย” สุดท้ายผมก็ทำใจเชื่อและทำตามที่มันบอกทุกอย่าง ตอนแรกดูจากหน้าตากวนตีนและการวางแผนออกกำลังกายไม่ได้เรื่องนั่น คิดว่ามันจะต่อนยอนไม่โหดมาก แต่ผมคิดผิด...

“ซิทอัพเซทแรกสามสิบครั้ง ปฏิบัติ!”

“วิ่งบนลู่จะมาเยาะๆ ได้ไง เอาไป… speed 70 incline 3!”

“วันนี้โยคะ เริ่มจากท่าง่ายๆ อย่าง...สะพานโค้งแล้วก็ต่อด้วยท่าเรือละกัน”

“ถึงจะเหมือนจักรยานแต่นี่เครื่องออกกำลังกาย ปั่นแบบนั้นมันจะไปลดได้ยังไง อย่างน้อยมึงต้องลด 900 แคลต่อหนึ่งครั้งที่เล่นไอ้เครื่องนี้!”

“ว่ายเร็วๆ หน่อยไอ้ธัน สามนาทีมึงต้องไปกลับได้อย่างน้อยยี่สิบรอบ ถ้าทำไม่ได้วันนี้มึงต้องวิ่งกลับบ้าน!”

“ไอ้เชี่ยต้นนนนนนน กูจะตายแล้ว!!!!”

ครับ เรื่องมันก็เป็นแบบนั้นแหละ…

“เชรด แปดสิบเป๊ะ ลดไปตั้งสี่กิโล เพื่อนสนิทหยางโคตรเก่งเลยว่ะ นี่เพิ่งสิบเอ็ดวันเอง” สาวสวยทำท่าตื่นเต้น มือก็กดถ่ายภาพตาชั่งดิจิตอลที่ขึ้นว่า ‘80.00’ แบบรัวๆ หลังจากหมดคาบประวัติแม่เพลงพิณก็ลากผมมาหน้าห้องพละเพื่อชั่งน้ำหนักด้วยความเร็วแสง

...ลดจริงๆ ด้วยแฮะ ควรจะไปขอบคุณไอ้ต้นดีไหม นี่รู้สึกเหมือนตัวเองกล้าแสดงออกขึ้นนิดหน่อย ช่วงนี้ก็เริ่มคุยกับพี่ๆ ในฟิตเนสได้แล้ว

“มึงบอกพี่ตุลย์ๆๆๆๆ”

“เออๆ” ผมยิ้มขำๆ ให้กับปฏิกริยาที่ดูจะดีใจเวอร์ของเพื่อนรัก ที่จริงไอ้แพนก็อยากจะไปฟิตเนสกับผมนะครับแต่ช่วงนี้มันต้องเตรียมงานวิชาการก็เลยไม่ค่อยมีเวลา

ตู๊ด ตู๊ด

(ฮัลโหล) รับแล้วๆ

“พี่ตุลย์ ธันลงไปสี่กิโลแล้วนะ อิอิ” ผมยิ้มจนแก้มปริขณะเดินไปนั่งข้างๆ ไอ้แพนที่กำลังยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ ส่งภาพผมไปให้คนที่คุณก็รู้ว่าใคร เนี่ยเตรียมตัวเลย สิ้นปีนี้ไอ้หยางเปิดแกลเลอรี่ภาพผมได้ละแม่ง

(ดูดีรึยัง มันพังรึเปล่า?) เอ๊ะ ไอ้พี่คนนี้

“ไม่พังงง”

(แล้วโทรมาบอกแค่นี้เหรอ)

“ใช่ไงงง ลดไปตั้งสี่โลแล้วเนอะ สิบเอ็ดวันเองเนอะ แหม อยากรู้สีรถจังเนอะ พี่ตุลย์จะใจดีบอกไหมเนอะ…” ฟันธงเลยว่าถ้าอยู่ใกล้ๆพี่ตุลย์ต้องเตะผมแน่

(หึ ไอ้ส้นตีน)

“บอกเห้ออออ อยากรู้แล้ว”

(ไม่เอาเว้ย สัญญาก็เป็นสัญญา ต้องเก้าโลก่อนกูถึงจะบอก)

“โด่ว จะโป้งแล้วนะ”

(เรื่องของมึง กูไปละ… สู้ๆ) ครับ ชาติที่แล้วผมคงทำบุญไว้เยอะชาตินี้ถึงได้เกิดมามีพี่ชายและเพื่อนที่ดีขนาดนี้

ตือดึง

Yang : ได้ข่าวว่าน้ำหนักลดไปสี่โล?

ผมเท้าคางมองข้อความจากเพื่อนที่เริ่มจะกลับมาเรียกได้เต็มปากว่า ‘เพื่อนสนิท’ ผมว่าอีกฝ่ายก็คงอยากจะให้เรากลับมาสนิทกันเหมือนกับที่ผมอยาก ถึงได้ทักมาตลอด แต่ถึงไม่ทักมาผมก็ทักไปอยู่ดี จะว่าไงดีล่ะ...

ไม่อยากเป็น ‘เพื่อนสนิทที่ไม่สนิท’

Thanwa : ช่าย เพราะไอ้ต้น555

Yang : เพราะมึงด้วยแหละ ถ้าไอ้ต้นบังคับแต่มึงไม่ทำตาม น้ำหนักก็ไม่ลดหรอกถูกไหม

Thanwa : อือ ลดตั้งสี่โลลลลล อยากจะให้อะไรกูไหม555

หึ ชีวิตคนเรามันมีทางออกเสมอ... เอากับคุณคณินไม่ได้ก็มาเอากับไอ้หัสดินนี่แหละ

Yang : ไม่อะ

เอ้าไอ้เหี้ย ทำไมนกอีกแล้ววะ

Thanwa : วุ๊ ไม่ป๋าเลย

Yang : รอมึงลดครบยี่สิบสองโลก่อน ขออะไรกูจะให้หมดเลย

Thanwa : น่อววว อย่างนี้ค่อยน่าคุยด้วยหน่อย กูจะแคปแชทนี้ไว้เป็นหลักฐานว่ามึงสัญญาแล้ว5555

Yang : เต็มที่555

ผมกำลังจะพิมพ์ไปถามคู่สนทนาว่า ‘วันนี้มึงไป exclusive ไหม’ แต่ยังไม่ทันที่จะพิมพ์คำว่าแรกเสร็จก็ต้องเลิกคิ้วเพราะ...

'สายโทรเข้าจาก Yang'

วีดิโอคอล…

ผมเอี้ยวหน้าไปมองข้างตัวที่มีไอ้มิว ไอ้ดา และไอ้แพนที่นั่งแชทกับหนุ่มอีกคนอยู่ คนนี้ค่อนข้างเป็นผู้ใหญ่ จำได้ว่าอยู่ปีสอง คณะรัฐศาสตร์มหาลัยดัง ไอ้แพนเพิ่งคุยกับอีกฝ่ายได้ไม่นานแต่ดูท่าว่าเขาจะคุยสนุก เพื่อนผมถึงได้ขอบตาดำมาโรงเรียนทุกวัน อืม ถ้ารับสายไอ้หยางตอนนี้ไอ้แพนจะว่าอะไรไหม ...ยังไม่ทันคิดจบนิ้วของผมก็เลื่อนไปที่คำว่า ‘รับสาย’ ซะแล้ว

ช่างแม่ง ใส่หูฟังละกัน

(ไงมึง)

“เออ โทรมาไม อยากเห็นหน้าไอ้แพน?”

(ไม่อะ คุยกับแพนมามากละ ตอนนี้อยากคุยกับมึง)

“?” แหม ประโยคเมื่อกี้มันจั๊กจี้ชะมัด ถ้าเพศแม่มาได้ยินเสียงทุ้มๆ กับรอยยิ้มหวานๆ ของมันคงตายคาโทรศัพท์ไปแล้ว ดีนะที่ผมมีภูมิต้านทานคนหน้าตาดีเยอะ ผมพิสูจน์แล้วว่าคนหน้าตาดีมักจะกวนตีนแอนด์จัญไรทุกคน ดูไอ้ต้นสิ ไอ้แพนด้วย เหอะๆ

(แพนคุยกับคนอื่นเหรอ)

“...” ผมตกใจจนเกือบทำมือถือหล่น คนรอบข้างก็พลอยตกใจไปตามๆ กัน สิ่งที่ทำได้ตอนนี้จึงมีเพียงการหันไปยิ้มแห้งๆ ให้ ขยับปากพูดไม่มีเสียงว่า ‘เดี๋ยวกูมานะ’ แล้วเดินออกมาจากตรงนั้นด้วยความไวแสง

(กูว่าแล้ว)

“นี่มึงโอเคเปล่าวะ” ผมเลือกที่จะเดินไปหน้าห้องพยาบาล ตรงนี้สงบดีคนไม่เยอะ ถ้าไปที่คนเยอะมีหวังต้องรู้สึกอึดอัดจากสายตาคนอื่นที่มองมาแน่ บอกแล้วว่าไอ้เชี่ยนี่ดัง มันเป็นของดีประจำจังหวัดนะเว้ย ไม่มีใครไม่รู้จัก ‘หยาง OTOP’ หรอก ชื่อแม่งโคตรน่าเกลียดแต่คนโคตรชอบ ฟังที่ไรผมคิดว่าเป็นยาชวนป๋วยปี่แปกอหรือไม่ก็ของดีประจำตำบลทุกที

(ก็โอเคนะ… ยังไงพวกเขาก็ยังไม่ได้คบกัน)

“พูดแบบนี้แสดงว่าจะไม่หยุดคุยกับแพน”

(อือ กูยังไม่เบื่อว่ะ อีกไม่นานคงจะชอบมั้ง มั้ง มั้ง มั้ง มั้ง มั้ง หึ)

“กูควรบอกให้มึงเลิกชอบมันหรือว่าควรให้กำลังใจมึง?” ผมเลิกคิ้วถามหนุ่มหล่อในจอ ขนาดเอามือเท้าคางจนเนื้อส่วนแก้มขึ้นมาดันตาเกือบปิดยังดูหล่ออะ ตัดภาพมาที่กูที่อยู่เฉยๆ ก็ดูไม่ได้

(แล้วแต่ เอาที่มึงสะดวก หึ)

“เรื่องของพวกมึงเถอะ กูจะไม่ยุ่งก็แล้วกัน” ถือว่าน่าสงสารทั้งคู่ ฝ่ายชายพยายามชวนคุยแต่อีกฝ่ายกลับคุยแต่เรื่องเพื่อน ส่วนฝ่ายหญิง… เอ๊ะ ไอ้แพนแม่งมีอะไรน่าสงสารวะ นอกจากจะไม่ชอบเขาแล้วยังไปคุยกับคนอื่นด้วย เอาเป็นว่ามันน่าสงสารเพราะโดนไอ้หยางจีบละกัน

(แล้วเป็นไง น้ำหนักมึงลงไปตั้งสี่กี่โล ไหนดูซิผอมลงบ้างปะ) ปลายสายแกล้งเอียงหน้าไปซ้ายขวาเหมือนพยายามจะมองหุ่นของผม ผมก็สนองมันด้วยการกดกล้องลงต่ำและแกล้งโชว์เหนียงน้อยๆ ของตัวเอง

“เป็นไงๆ เริ่มเห็นความณเดชน์บนหน้ากูยัง”

(ไอ้สัส เหนียงมึง ฮ่าๆ)

“ฮะๆ”

(ตอนนี้มึงอยู่ไหน)

“ห้องพยาบาลโรงเรียน” พูดแล้วก็หลบให้ไอ้หยางเห็นป้ายห้อง ไม่อยากจะอวดว่านอกจากห้องพยาบาลโรงเรียนผมจะใหญ่แล้วคนที่ดูแลห้องยังคาวาอี้มาก เสียดายไม่น่ากิ๊กกับครูฝรั่งเลย น่าจะอยู่โสดเป็นขวัญใจหนุ่มๆ (ที่มีน้อยนิด) ในโรงเรียนก่อน

“อยู่ไกลหอประชุมปะ”

“ก็พอควร ทำไม?”

(เพื่อนกูขี่รถผ่านเมื่อกี้ ...มันบอกว่ามีแมวกำลังโดนตีอยู่ที่หอประชุมโรงเรียนมึงอะ)

“เฮ้ยจริงดิ แล้วมีคนไปช่วยยัง” ผมตกใจกับคำพูดที่เพิ่งได้ยินจนเผลอเสียงดัง ใครมันกล้าทำแบบนั้นวะ โรงเรียนผมโคตรเคร่ง เตะหมาเตะแมวมีโทษทัณฑ์บนนะครับ ภารโรงคนก่อนก็ออกไปเพราะเอาไม้กวาดฟาดแมวนี่แหละ

(น่าจะยัง กูเลยโทรมาให้มึงไปช่วย)

“เอ้า แล้วไม่บอกตั้งแต่ตอนแรก เออๆ แค่นี้นะ” ผมกดวางสายแล้วรีบวิ่งไปสถานที่ดังกล่าว หวังว่าจะไม่ใช่ไอ้แมวสีน้ำตาลตัวที่ผมชอบเล่นด้วยนะ มันเพิ่งโดนรถชนมาเมื่อไม่นานมานี้เอง ถ้าโดนตีซ้ำอีกก็คงไม่น่ารอด ตัวเล็กซะด้วยสิ

ถึงแล้ว!

“แฮ่ก ไหนวะ...”

เมี๊ยว

เสียงแมว? ดังมาจากตรงไหนน่ะ

ผมเดินเข้าไปหาตามซอกหลืบของม้าหินอ่อน เริ่มจากตัวนั้นไปตัวนี้จนในที่สุดก็หาครบทุกตัวแล้วแต่ยังไม่เจอวี่แววของเจ้าสัตว์หน้าขนเลยแม้แต่นิดเดียว บ้าชะมัด นี่ผมคงไม่ได้มาสายไปใช่ไหม

...หรือจะหนีข้ามรั้วไปแล้ว

คิดพลางเงยหน้ามองรั้ว รั้วโรงเรียนผมเป็นแบบครึ่งบนเป็นซี่เหล็กส่วนครึ่งล่างเป็นกำแพงปูน สูงประมาณสองเมตร แบ่งเป็นครึ่งละเมตร... คิดว่าแมวน่าจะแทรกตัวผ่านซี่เหล็กได้นะเพราะมันไม่ได้ถี่มากแต่ผมก็ยังไม่อยากฟันธง ขอหาอีกสักพักแล้วกัน

“อยู่ตรงไหนเนี่ย”

เหมียว เมี๊ยววว

เดี๋ยวนะ...

“...”

เมี๊ยวว หม่าววววววว

“...ไอ้เชี่ยหยาง” โว้ย ไอ้ห่า เนียนนักนะมึง ผมเท้าสะเอวมองฝั่งตรงข้ามรั้ว มองผ่านๆ อาจจะไม่เห็นอะไรแต่ถ้าคุณเพ่งดีๆ จะเห็นร่างสูงในชุดนักเรียนชายยืนหันข้าง เอามือปิดหน้าพิงต้นไม้ บรรดาพุ่มไม้ช่วยพรางตัวให้มันได้เป็นอย่างดี ถ้าเปลี่ยนเป็นชุดไทยนี่กูคงคิดว่ามึงเป็นนางไม้

“รู้ด้วยเหรอ ฮ่าๆ” อีกฝ่ายค่อยๆ เอี้ยวหน้ามามองผมพร้อมกับรอยยิ้มขำๆ ยังจะมีหน้ามายิ้มอีกไอ้เวร กูก็หาแมวแทบตาย แถมยังด่าคนอื่น (ที่ไม่มีตัวตน) สารพัด

“ไม่รู้มั้งสัส ร้องอย่างกับแมวแก่ใกล้คลอด”

“โห ใจร้ายว่ะ เสียงกูนี่ระดับชอว์น เมนเดสนะครับ”

“ช้อน เมนไหลน่ะสิไอ้เหี้ย”

“มึงจะเยียดหยามกูเกินไปละไอ้ธัน”

“แล้วมาทำอะไร ...นี่อย่าบอกนะว่าโดดเรียนมา” นอกจากจะใส่ชุดนักเรียนเต็มยศแล้วกระเป๋านักเรียนยังคาหลังอีก เป็นอย่างอื่นไปไม่ได้แล้วมั้ง

“ก็ประมาณนั้น แต่กูไม่ได้อยากโดดนะมันมีเหตุจำเป็น”

“คือ?”

“ก็วันนี้ลืมเอางานสำคัญมา ตอนพักเที่ยงก็เลยต้องโดดรั้วกลับไปเอางานที่บ้าน แต่ดันดวงซวยที่วันนี้มีครูยืนคุมทุกจุด กูก็เลยกลับเข้าไปในโรงเรียนไม่ได้” ผมมองภาพไอ้หยางเอาหลังพิงต้นไม้ขณะเล่าเรื่องผ่านรั้วสีกรมท่าขอบทอง มือใหญ่ไม่อยู่นิ่งเด็ดใบไม้มาดึงเล่นเหมือนเด็กๆ

“แล้วงานอะ”

“โยนเข้าไปในรั้ว ฝากไอ้เทรนด์ส่งไปแล้ว”

“อ๋อ เพราะแบบนี้เลยไม่มีที่ไป?”

“อ่าฮะ ตอนแรกว่าจะกลับบ้านแต่คิดไปคิดมา… มาหามึงหน่อยดีกว่า” สีหน้าของคู่สนทนาฉายแววขี้เล่นพร้อมๆ กับรอยยิ้มหล่อที่ผุดขึ้นมาบนใบหน้า เฮ้อ ผมปวดขาละ นั่งตรงม้าหินอ่อนข้างๆ มันนี่แหละ ดูท่าทางน่าจะมีเรื่องคุยกันอีกเยอะ

“มาหากูแน่รึเปล่า ไม่ใช่อยากเห็นหน้าไอ้แพนเหร้อ”

“เอ้าไอ้นี่ บอกมาหามึงก็มาหามึงสิ ถ้ากูอยากมาหาแพนกูก็ต้องเรียกแพนมาสิ ถูกไหม?” คนที่อยู่อีกฟากทิ้งใบไม้แล้วใช้มือทั้งสองข้างเกาะซี่เหล็กที่กั้นระหว่างเราไว้แน่น ขาข้างหนึ่งค้ำส่วนที่เป็นกำแพงไว้ อีกข้างก็เหยียดตรงเพื่อไม่ให้ตัวเองล้ม เชี่ย คุยกับเพื่อนไม่จำเป็นต้องเท่ขนาดนี้ก็ได้มั้ง

“อะ เชื่อๆ ...ว่าแต่มึงบอกว่าออกมาตอนพักเที่ยงใช่ปะ กินข้าวยัง”

“ยังเลย ว่าจะไปซื้อมากินอยู่”

“ตอนนี้โรงอาหารโรงเรียนกูยังขายอยู่นะ กินไหมเดี๋ยวไปซื้อให้ กูก็ยังไม่ได้กินเหมือนกัน” ไม่รู้เป็นอะไร อยู่ดีๆ พักเที่ยงที่แสนสุขของผมก็ไม่แสนสุขเพราะกระเพาะไม่ร้อง ผมก็เลยไม่กินข้าว กะจะมาซื้อกินตอนคาบนี้พอดี บังเอิญจริงๆ

“จริงอะ”

“อือ แต่ถ้ามึงจะไปกินข้างนอกก็ไม่เป็นไร” ข้าวโรงเรียนผมไม่ได้อร่อยมากหรอกครับ… เอ๊ะ หรือเพราะผมกินมาห้าปีแล้วก็เลยเบื่อก็ไม่รู้

“ไม่อะ กินกับมึงนี่แหละ”

“งั้นจะกินอะไร”

“อืม… อะไรก็ได้แล้วแต่มึง” คู่สนทนาบอกปัดพร้อมกับยื่นเงินมาให้ห้าสิบบาท มึงให้เยอะไปไหม ข้าวโรงเรียนกูจานละยี่สิบเอง

“รอแป๊บนะ”

“อือฮึ” ผมเดินไปซื้อข้าวอย่างที่บอก ตอนนี้โรงอาหารมีคนนิดเดียว สงสัยจะไปกิจกรรมกันหมด ว่าแต่ซื้ออะไรไปให้ไอ้หยางกินดีวะ ถึงจะจำได้ว่าชอบกินอะไรก็เถอะแต่นั่นมันตอนเด็ก โตแล้วคนเราก็ต้องเปลี่ยนแปลงกันบ้าง ขนาดผมยังเปลี่ยนไซส์เสื้อกับกางเกงทุกปีเลย… อ้าวไม่เหมือนกันเหรอ โทษที

เอาตามนั้นละกัน

“ป้าครับเอาคะน้าหมูกรอบไม่เผ็ดหนึ่งจาน อีกจานเอาเป็นผัดผักรวมครับ”

“จ้า ป้าคิดว่าน้องธันจะไม่มาซื้อซะแล้ว แล้วทำไมวันนี้สั่งสองจานล่ะ ปกติเห็นกินแค่ผัดผักรวม”แม่ค้าเจ้าประจำของผมชะเง้อหน้ามาถามด้วยรอยยิ้ม เธอใจดีม๊าก ใจดีขนาดที่ว่าผมซื้อราคาปกติ ป้าก็จะแถมให้แบบพูนจานยิ่งกว่าราคาพิเศษร้านข้างๆ อุ๊บซ์ เผลอพาดพิง โถ่ถังปากเจ้ากรรม

“ซื้อให้เพื่อนครับ”

“อ๋อ ไม่เผ็ดเลยใช่ไหมลูก”

“ครับ มันกินเผ็ดไม่ได้”

มันจะยังชอบกินแบบนี้อยู่รึเปล่าวะ

“อะ ตังทอน” ผมส่งเงินทอนผ่านรั้วสีกรมท่า กำลังจะยื่นจานข้าวตามไปให้แต่ก็ต้องชะงักเพราะคนที่เคยอยู่อีกฟากปีนเข้ามายืนอยู่ข้างๆ กันซะแล้ว

“แต๊งกิ้ว”

“เดี๋ยวนะเชี่ยหยาง ถ้ามึงจะปีนเข้ามาแดกด้วยกันแล้วทำไมเมื่อกี้ไม่เดินไปซื้อข้าวกับกู” นี่กูหนักนะห่า ต้องไปขอถาดเขามาเลยเนี่ย

“ก็กูเป็นเด็กต่างโรงเรียน ถ้าเข้าไปแล้วโดนคนอื่นจับได้ก็โดนเด้งกลับไปลงโทษที่โรงเรียนดิวะ” มันเอ่ยขณะปัดเศษฝุ่นตามเสื้อผ้าตัวเอง วุ๊ เบื่อคนดูดีว่ะ กางเกงแม่งสั้นเหนือเข่าขึ้นมา (นิดหน่อย) ยังดูหล่อเลย

“เออจริง ...อะ กูไม่รู้ว่ามึงชอบอยู่รึเปล่า โทษละกันถ้าไม่ถูกใจ”

“มึงจะขอโทษทำไมวะ กูแดกได้ทั้งนั้นแหละ ฮ่าๆ”

“เออๆ”

“ไม่ได้กินนานละ น่อวว ไม่ใส่พริกซะด้วย” หนุ่มหล่อยิ้มหน้าบานขณะนั่งลงที่ม้าหินอ่อน ผมก็เดินไปนั่งอีกฝั่งเหมือนกัน แม่ง เวลาเพื่อนพูดว่า ‘น่อว’ หรือไม่ก็ ‘ง่อว’ ทีไรผมต้องหลุดยิ้มทุกที

“ตอนนี้มึงกินเผ็ดได้ยัง?”

“ได้แล้ว ชอบด้วย”

“ผิดกับกูเลยว่ะ เดี๋ยวนี้กูไม่แตะสักนิด”

“ทำไมวะ?”

“เคยแดกของเผ็ดตอนดูหนังตลก พอขำปุ๊บก็เลยสำลัก โคตรทรมาน หลังจากนั้นกูก็ไม่กินเผ็ดอีก”

“กูว่ามึงแก้ปัญหาไม่ถูกจุดนะคีรินทร์ ฮ่าๆ”

“ง่อว จำชื่อจริงกูได้ด้วย” เปลี่ยนเป็นผมบ้างที่เอ่ยปากแซวแล้วอีกฝ่ายยิ้มตาม กูรู้แล้วว่าก่อนหน้านี้มึงยิ้มทำไม เวลาเพื่อนจำเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ของเราได้แล้วมัน… มีความสุขว่ะ

“แค่นี้กระจอกกก กูจำได้มากกว่านี้อีก จำได้ว่ามึงชอบชาเขียวปั่นใส่ถั่วแดง ชอบสีเหลืองกับสีดำ ชอบวาดรูป ไม่ชอบเสียงดัง เมื่อก่อนมีเพื่อนในจินตนาการชื่อเอ็ดดี้ จำได้ด้วยว่ามึงเคยเอายางลบรูปส้มของกูไปเคี้ยวเล่น”

“เกือบดีละ มึงไม่น่าพูดเรื่องสุดท้ายเลย ฮ่าๆ”

“ก็จริงอะ กูนี่แค้นไม่หาย อุตส่าห์เก็บตังซื้อตั้งนาน พอซื้อมาได้ก็ไม่เคยใช้สักครั้งแถมยังดูแลดียิ่งกว่าไข่ในหิน แต่พอจะเอาออกมาใช้ตอนสอบก็หาไม่เจอ หันมามองอีกทีเพื่อนกูแดกไปแล่วววว”

“ก็กลิ่นมันหอม กูแค่เคี้ยวเฉยๆ ไม่ได้แดกจริงจังสักหน่อย ฮ่าๆ”

“ไม่รู้แหละกูถือว่ามึงฆาตกรรมน้องส้มกู ไอ้ธันวา ไอ้ฆาตกร”

“กู ฮ่ะๆ” ผมก้มหน้าขำจนน้ำตาไหล แม่งขำตรงที่ผมทำอย่างที่มันพูดจริงๆ นี่แหละ คือตอนนั้นเราอยู่ป.5 ไอ้หยางหลงรักยางลบส้มที่สหกรณ์แต่ราคาแพงมาก (สำหรับเด็ก) มันก็เลยเก็บตังวันละเล็กวันละน้อยจนในที่สุดความฝันก็เป็นจริง พอได้มามันก็ดูแลปัดฝุ่นเช็ดถูจนยางลบดูดีมีออร่าและกลิ่นก็หอมน่ากินใช้ได้เช่นกัน… คงรู้นะว่าหลังจากนั้นเกิดอะไรขึ้น ฮ่าๆ

“ยังมีหน้ามาขำอีก ตอนนั้นกูโคตรเสียใจอะ ใจสลายสุดๆ มึงเป็นเพื่อนสนิทกูนะเว้ย ทำแบบนั้นได้ไงวะ” คู่สนทนาแกล้งดันหัวไหล่ผมแล้วขมวดคิ้วโกรธๆ มือใหญ่กุมหน้าอกข้างซ้ายเหมือนเรื่องนี้ทำให้มันเจ็บปวดเจียนตาย โว้ยย กูหยุดขำไม่ได้

“กู ฮะๆ ขอโทษ ฮ่าๆ”

“อย่าให้มึงซื้อยางลบมาบ้างนะ กูจะเคี้ยวให้ละเอียด ป่นยิ่งกว่าผงพริกไทยดำอีก”

“อี้ววว น่าเกลียดเชี่ยหยาง”

“ก็มึงแดกของกูได้ทำไมกูจะแดกของมึงบ้างไม่ได้ กล่องดินสอมึงอยู่ไหน เอาออกมาเดี๋ยวนี้”

“เฮ้ยๆ อย่านะโว้ย” ผมร้องเสียงหลงทันทีที่อีกฝ่ายคว้าหมับเข้าที่กระเป๋านักเรียน เท่านั้นยังไม่พอ มือยังล้วงเข้าไปในช่องเล็กซึ่ง… เป็นช่องที่ผมเก็บกล่องดินสอไว้! มึงจะเก่งไปละ มึงรู้ได้ไงวะว่ากูซ่อนไว้ที่นี่

“นี่ไง ยี่ห้อดังซะด้วย หึๆ”

“ไอ้หย๊างงงง” สรุปแล้วเราใช้เวลาสามสิบนาทีในการยื้อหยุดแย่งยางลบกันและอีกสิบนาทีในการกินข้าว อยากรู้สินะว่าศึกยางลบจบยังไง เรื่องจบที่น้องยางลบไม่โดนกินครับ ไอ้หยางแค่แกล้งเล่นเฉยๆ แต่อาจจะแกล้งเหมือนจริงไปหน่อย ถึงได้มีน้ำลายติดยางลบผมมาด้วย...

“อืม มึงดูผอมลงนิดหน่อยจริงๆ ว่ะ คิดไปคิดมา… ก็สมควรลดแหละ ดูที่เชี่ยต้นสั่งให้ออกกำลังกายแต่ละอย่างดิ ฮ่าๆ” ขอบคุณทุกคนที่สงสารกูครับ อยากจะบอกว่าถ้าวันหนึ่งไอ้ต้นไม่มีงานทำมันสามารถไปเป็นครูฝึกรด.ได้สบาย คุณดูเสียงมัน กังวานยิ่งกว่าระฆังวัด นอกจากนี้ยังโหดยิ่งกว่าลูกหมาบางแก้วที่ผสมข้ามสายพันธุ์กับสิงโตคองโก

“วันนี้มึงก็ไปฟิตเนสใช่ปะ”

“อือฮึ” ผมพยักหน้าตอบพร้อมกับพยายามถ่างตามองอีกฝ่าย จะหลับแล้วครับ คำกล่าวที่ว่าพอหนังท้องอิ่มหนังตาก็จะเริ่มหย่อนเป็นอะไรที่จริงที่สุด… ทำไมบรรยากาศน่านอนอย่างนี้ ไอ้กลิ่นหอมๆ ของดอกไม้นี่ก็เป็นใจให้ง่วงซะเหลือเกิน

“วันนี้ไอ้ต้นไม่ไปนะ”

“อ้าว มันเป็นไร” ตื่นเลยกู

“ป่วย ติดหวัดหมูป่า”

“ห้ะ?” ผมฟังผิดรึเปล่าวะ

“เออ มันติดหวัดหมูป่าที่เลี้ยงไว้”

“อนาถ… แล้วอย่างนี้กูจะไปออกกำลังกายกับใครวะ” ผมพึมพำกับตัวเอง วันนี้ไอ้แพนไม่ว่าง ไอ้มิวก็มีซ้อมบาส ส่วนไอ้ดาก็มีนัดกับแฟนเด็กช่าง ชิบเป๋งละนี่ต้องไปคนเดียวเหรอวะ… คงไม่เป็นไรหรอกมั้ง ยังไงก็รู้จักพี่ๆ บ้างแล้ว พยายามเข้าไปอยู่ใกล้ๆ คนที่รู้จักก็แล้วกัน

แต่ไม่มีไอ้ต้นแล้วไม่มั่นใจในตัวเองเลยว่ะ ปกติมันจะโวกเวกโวยวายจนคนในฟิตเนสให้ความสนใจจนไม่สนใจ งงไหม ก็แบบดังเกินจนเขาไม่อยากมองอะ

“กูไง”

หือ...

“มึง?” ผมเลิกคิ้วมองคนตรงหน้าที่กำลังปิดปากหาว ไปกับไอ้หัสดินก็ไม่ใช่ว่าไม่ดีหรอก แต่... มันคงจะให้ความรู้สึกที่ต่างจากไอ้ต้นนิดหน่อยเพราะไอ้หยางแม่งหล่อ (เทรนเนอร์ของผมก็หล่อ แต่หล่อไม่เท่าไอ้นี่ไง) เวลาเดินไปไหนก็มีแต่คนมอง เดินข้างมันทีไรผมเขินสายตาคนอื่นแทนมันทุกที

“อือฮึ เนี่ยกำลังนั่งรอมึงเลิกเรียนอยู่”

“บ้า อีกสองชั่วโมงเลยนะเว้ย”

“ไม่เป็นไร สองชั่วโมงที่ว่ามึงก็ไม่ได้ทำอะไรอยู่แล้วไม่ใช่รึไง” ครับ อย่างที่มันบอกนั่นแหละ วันนี้วันอังคารหรือเรียกอีกอย่างว่าวันกิจกรรม คาบเช้าเราจะเรียนแต่คาบบ่ายจะว่างล้วนๆ อันที่จริงมันเป็นคาบรด. แต่ผมไม่ได้เรียนก็เลยกลายเป็นคาบว่าง

“เออก็จริง นี่เราจะนั่งอยู่ตรงนี้จนเลิกเรียนเลย?” ถึงผมจะไม่ได้มีธุระอะไรก็เถอะ แต่มันแปลกๆ ไหมที่มานั่งหลบมุมกันอยู่สองคน

“อือฮึ กูขี้เกียจลุกไปไหนแล้ว”

“แล้วแต่ละกัน เอ๊ะ ความจริงมึงไม่ต้องรอกูก็ได้นี่ ยังไงกูก็ต้องให้พี่ตุลย์ไปส่งอยู่แล้ว”

“ใครบอก มึงจะไปกับกูต่างหาก”

“เฮ้ย ไม่เอา”

“ทำไม มึงอย่ามาอ้างว่าน้ำหนักเยอะนะ คิดว่ากูไม่รู้เหรอว่ามึงซ้อนรถไอ้ต้นไปฟิตเนสทุกวัน”

“...”

“มึงจะบอกว่าเวสป้าไอ้ต้นทำได้แต่นินจากูทำไม่ได้งั้นสิ?” แอบเฟียร์ซว่ะ

“เคๆ แล้วแต่มึงละกัน กูหวังว่าพรุ่งนี้จะไม่มีข่าว ‘นักเรียนม.ปลายดับอนาถกลางสี่แยกไฟแดง เหตุเพราะน้ำหนักเกินล้อจึงระเบิด’ นะ”

“ไม่หรอก” คู่สนทนายิ้มกริ่มก่อนจะก้มลงไปเล่นโทรศัพท์ของตัวเองต่อ ผมก็เอากระเป๋ามาวางแล้วนอนฟุบหน้าลงไป ไม่ไหวแล้วโว้ย อากาศน่านอนขนาดนี้ใครทนได้ผมจะตีลังกากราบเบญจางคประดิษฐ์มันสามครั้งเลย... ยกเว้นไอ้คนตรงหน้านะ เชี่ยนี่มันเห็นสาวๆ สำคัญกว่าทุกอย่างอยู่แล้ว เชื่อดิว่าถึงตาอยากจะปิดมันก็ต้องถ่างเอาไว้เพื่อตอบแชท เหอะๆ

ตือดึง

Pan Sp : มึงหายไปไหนเนี่ย =   =

อ้าวฉิบเป๋ง ลืมไปเลยว่ายังไม่ได้บอกคนอื่นว่าอยู่ที่ไหน

“แพน?”

“อ่าฮะ ลืมบอกมันว่ามาที่นี่”

“มึงไม่ต้องบอกนะว่าอยู่ที่ไหนกับใคร บอกไปว่าอยู่นอกโรงเรียน กำลังช่วยครูขนหนังสืออยู่ กูไม่อยากให้แพนมาที่นี่” ผมหันควับไปมองทันทีที่มันพูดจบ มือที่กำลังจะพิมพ์ตอบเพื่อนไปว่าอยู่ที่ม้าหินข้างหอประชุมก็ชะงักค้างไว้อย่างนั้น

“ทำไม”

“ตอนแพนอยู่มึงไม่ค่อยคุยกับกูอะ” มันเอาแก้มแนบท่อนแขนของตัวเอง ดวงตาคู่สวยเงยขึ้นมาสบตากับผม

เดี๋ยวนะ...

“ไม่ดีเหรอวะ ตกลงมึงอยากคุยกับแพนหรืออยากคุยกับกู เอาดีๆ”

“ทั้งคู่ แต่อยากคุยกับมึงดีกว่า”

“เอ้า กูงง”

“ไม่ต้องงงหรอก บอกตามที่กูพูดไปเมื่อกี้นั่นแหละ”

“เออๆ ก็ได้วะ” สุดท้ายผมก็ทำอย่างที่อีกฝ่ายบอกจริงๆ ไอ้แพนก็ดูจะไม่ค่อยติดใจอะไรแถมบอกอีกว่าให้ผมซื้อขนมไปฝากด้วย

ไอ้หยางบอกว่าจะคุยกับผม…

แล้วมันก็ทำอย่างที่พูดจริงๆ ตลอดหนึ่งชั่วโมงกว่าที่เหลือเราคุยกันจนคอแห้ง ที่คุยกันเยอะขนาดนี้เพราะมันเป็นเรื่องฝอยเพื่อนเก่า ทั้งวีรกรรมเกรียนๆ อย่างการแข่งเขียนกำแพงห้องน้ำด้วยฉี่ ไม่ได้ฉี่แล้วเอาอะไรไปเขียนนะครับ เขียนตอนที่ฉี่นั่นแหละ วิธีการก็ไม่ยากแค่ตวัดช้างน้อยตัวเองให้เป็นตัวอักษร อย่าเพิ่งด่าๆ ทำแล้วพวกผมช่วยกันทำความสะอาด

กริ๊งงงงง

“ทำไมสี่โมงเร็วจังวะ”

“เพราะเรามัวแต่ฝอยไง”

“เออน่าจะใช่ ฮะๆ”

“แล้วจะออกไปยังไง” แน่นอนว่าให้ผมโดดรั้วไปกับไอ้หยางไม่ได้เพราะรั้วมียอดที่แหลมสัสๆ ตอนไอ้หยางข้ามมาผมยังทึ่งอยู่เลยว่าแม่งทำได้ไง ไม่มีแผลสักนิด รั้วไม่เกี่ยวไข่ กางเกงในยังอยู่ดี เชี่ย โจรมืออาชีพ

“เดี๋ยวกูโดดออกไปข้างนอก มึงไปรอที่หน้าโรงเรียนละกันจะได้ไม่ต้องเดินไกล”

“ได้… เฮ้ย ไม่เอาหน้าโรงเรียนคนเยอะกูอาย” ช่วงนี้ยิ่งเยอะเป็นพิเศษเพราะหน้าโรงเรียนเพิ่งมีร้านบิงซูมาเปิดใหม่ ถึงได้บอกว่าพระเจ้าชอบแกล้งผม ตอนที่ไม่อยากลดนี่ต้องไปเสาะแสวงหามาแดกไกลถึงจังหวัดอื่น พอจะลดน้ำหนักปุ๊บ เอาแล่วว มาเปิดแล่ว ร้านอื่นก็ตามมาเหมือนดอกเห็ดด้วยดีออก

“อายอะไร”

“ก็แบบ มึงแม่งดัง ถ้ามึงมารับกูหน้าโรงเรียนต้องมีแต่คนมองกูแน่เลย” นอกจากจะมองแล้วอาจจะมีกระแสด่าผมด้วยความอิจฉาอันแรงกล้า ดีไม่ดีอาจจะลามด่าไปเรื่อยโดยไม่มีเหตุผล ปากผู้หญิงน่ะจัดและจะจัดเป็นพิเศษเวลาที่มีเรื่องผู้ชายมาเกี่ยว เหอะๆ

“เอ้า แล้วจะให้ทำไง”

“มึงรออยู่นี่แหละ เดี๋ยวกูออกประตูโรงเรียนแล้วก็เดินอ้อมมาหามึงเอง”

“ลำบากไปไหมวะ ระยะทางแม่งห่างกันตั้งเยอะ ให้กูไปรับที่หัวมุมปะ” หัวมุมที่มันพูดถึงอยู่ไม่ไกลจากประตูโรงเรียนและหน้าโรงเรียนนัก ถ้าไปรับที่นั่นผมก็จะได้เดินน้อยลงแต่... มันต่างจากการที่มึงไปรับกูหน้าโรงเรียนยังไงวะนั่น

“ไม่ต้องหรอก ถือซะว่าเป็นการลดน้ำหนักด้วยละกัน”

“ทำไมต้องยอมลำบากเพราะอายคนอื่น มึงมีอะไรที่น่าอายวะ”

สีหน้าอีกฝ่ายจริงจังเสียจนผมไม่กล้าสบสายตา ...ถึงบอกไปมึงก็ไม่เข้าใจหรอกหยาง ความรู้สึกกูพูดยาก นอกจากพูดยากแล้วยังเข้าใจยากด้วย มีแต่คนประเภทกูเท่านั้นที่จะเข้าใจ

“มึงไปรอที่รถนะ เดี๋ยวกูมา ...แป๊บเดียว” ไม่รอให้มันตอบรับหรือปฏิเสธผมก็วิ่งหนีไปทันที ไม่รู้ดิ มีความรู้สึกว่าถ้าอยู่ต่อไปต้องมีเรื่องแน่เลย

ตือดึง

Yang : สาบานได้ว่าถ้าเมื่อกี้มึงอยู่ต่ออีกนิดกูจะลากมึงเดินออกนอกโรงเรียนไปด้วยกัน มีความมั่นใจในตัวเองหน่อยธัน มึงไม่ได้มีอะไรน่าอายเลย

เหมือนเซ้นส์ผมจะถูกแฮะ

“มันจะไม่เป็นไรจริงๆ ใช่ไหมวะ...” ผมกอดอกยืนชั่งใจมองรถคันสวยตรงหน้า โอเค เวสป้ายังรับน้ำหนักเราได้ ทำไมไอ้รถคันใหญ่นี่จะรับน้ำหนักเราไม่ได้ ใช่ๆ ไม่เป็นไรหรอก ถึงเบาะหลังจะมีพื้นที่น้อยนิด ตูดเราอาจจะนั่งได้แค่นิดหน่อย เสี้ยวตูดอาจจะเลยออกไปที่ไฟท้ายเล็กน้อย...

“อือ ถังแก๊สกูก็เคยเอาซ้อนมาแล้ว”

“ขอบคุณมาก กูรู้สึกดีขึ้นเยอะเลย เหอะๆ”

“เอาน่า ขึ้นมาเร็ว” เอ๊อ กูอุตส่าห์ห่วงสวัสดิภาพรถมึง เบาะหลังหักขึ้นมาอย่ามาว่ากันนะน้อง

ฮึบ

“เชรด เบาะโคตรสูง” คือนอกจากเบาะหลังจะสูงแล้ว เบาะคนขับยังอยู่ต่ำกว่าทำให้ตอนนี้ผมดูสูงกว่าไอ้หยางมากโข เชรดโด้ ความรู้สึกตอนนั่งบิ๊กไบค์แม่งเป็นแบบนี้นี่เอง แต่เอ๊ะ... ถ้าเป็นแบบนี้คนอื่นก็เห็นชัดดิวะว่าผมซ้อนไอ้หยาง เห็นหน้าแบบ HD เลยด้วย ฉิบหายละ

พึบ

ก่อนที่ผมจะคิดอะไรไปมากกว่านั้นวัตถุบางอย่างก็ครอบลงมาที่ศีรษะผมด้วยฝีมือของใครบางคน เขาเปิดกันลมให้เราทั้งคู่มองเห็นดวงตาของอีกฝ่ายด้วย ไปเอาหมวกกันน็อคมาจากไหน เมื่อกี้กูยังไม่เห็นเลย

“กูรู้ว่ามึงคิดอะไร”

“...”

“กูไม่ชอบเลยนะเว้ยที่มึงเป็นแบบนี้ เมื่อก่อนมึงโคตรมั่นใจในตัวเองแต่ทำไมตอนนี้มันไม่ใช่แบบนั้นแล้ววะ...” หัวคิ้วสวยขมวดเข้าหากันเล็กน้อยบ่งบอกว่าคู่สนทนารู้สึกอย่างที่พูดจริงๆ

“...”

“กูว่าปัญหาตอนนี้มันไม่ใช่เรื่องที่มึงอ้วนแล้วว่ะ น่าจะเป็นเรื่องไม่มั่นใจในตัวเองมากกว่า”

“เฮ้ย ไม่ต้องเครียดหรอก เดี๋ยวผอมแล้วกูก็มั่นใจเองนั่นแหละ” ผมกลบเกลื่อนความรู้สึกไม่ดีไว้ในใจแล้วแทนที่สิ่งนั้นด้วยรอยยิ้ม ไม่เอาน่าหยาง เรื่องแค่นี้เองทำไมต้องทำให้เป็นดราม่าด้วยวะ

“ก็ขอให้เป็นแบบนั้นนะไอ้อ้วน” คนขับจงใจกระแทกหมวกกันน็อคของตัวเองกับหมวกกันน็อคที่ผมสวมอยู่ แน่นอนว่าแรงกระแทกทำให้ผมหน้าเซไปข้างหลังเล็กน้อย ...จะเอาใช่ไหมหัสดิน?

โป๊ก

“เอ๊อ คอยดูได้เลย ถ้าผอมแล้วกูจะใส่ชุดรัดกล้ามเนื้อแบบโคตรรัดเข้าฟิตเนสทุกวัน จะขี่ yzf ไปทั่วเมือง เออจะซ้อน ninja มึงแบบไม่สวมหมวกกันน็อคด้วย ให้คนแม่งเห็นไปเลยว่ากูซ้อนมึงอยู่” ผมกระแทกหมวกกันน็อคกลับไปบ้างอย่างท้าทาย นี่คือศึกระหว่างลูกผู้ชาย!

“พูดแล้วนะ”

“เออ ถ้ามึงยอมให้กูซ้อนนะ”

“กูจะจองเบาะหลังให้มึงคนเดียวเลยไอ้ธัน”

“วุ๊ ขี้ตู่ เห็นสาวซ้อนไม่ซ้ำหน้า”

“ก็นั่นมันก่อนที่เราจะสัญญากัน ต่อไปนี้จะไม่มีใครได้นั่งจนกว่ามึงจะผอม” มันทำได้ไงวะ ใส่หมวกกันน็อคเห็นแค่ตาแต่ผมรู้สึกได้เลยว่ามันยิ้มอยู่ แถมยังยิ้มกวนตีนด้วย

“เออเอาดิ ถ้ามึงกล้าพูดแบบนี้กูก็กล้าสัญญาว่าจะผอมเร็วๆ ฮะๆ”

“โอเค๊ เกาะดีๆ กลิ้งตกลงไปอายเขานะเว้ย” อื้อหือ ได้ยินคำนี้แล้วผมนี่ล็อคคอไอ้คนหน้าแน่นเลยครับ

“อ้ากไอ้ธัน แค่กๆ กูหายใจไม่ออก” อ้าว เหรอโทษทีๆ

“ก็กูไม่รู้จะเกาะอะไร”

“เกาะเอวกูก็ได้” อีกฝ่ายตบที่เอวตัวเองสองสามครั้งเหมือนเป็นการอนุญาต เมื่อไหร่เราจะได้ไปฟิตเนสวะ ไม่ได้อะไรนะแต่ตอนนี้กูปวดตูดมาก

“ไม่อะแม่งเสีย tattoo color”

“ห้ะ?”

“เสียสักสี”

“ศักดิ์ศรีไหมล่ะสัส...”

“กูหัวครีเอท ฮ่ะๆ”

“งั้นเกาะไหล่ๆ อะไรก็ได้ที่ไม่ใช่คอ เดี๋ยวกูขาดอากาศหายใจตายกลางสี่แยก คราวนี้ได้เป็นข่าวจริงๆ แน่มึง”

“อ่าฮะ” ผมทำตามที่อีกฝ่ายบอก ใช้มือทั้งสองข้างเกาะไหล่กว้างเอาไว้แน่น ไม่แน่นไม่ได้หรอกเดี๋ยวกลิ้งตกลงมาจริงๆ อายสัสๆ เลยนะครับ

“กูจะไปแล้วนะ” คนขับเอี้ยวหน้ามาหาผมก่อนจะสตาร์ทรถ เอาล่ะ นี่ครั้งแรกเลยนะที่ได้นั่งบนเบาะบิ๊กไบค์ที่ผมชอบ ถึงจะไม่ใช่ yzf แต่ก็ถือว่าเป็นบิ๊กไบค์… เท่ฉิบ!

ไปเล้ย!! บื๋นนนนน บื๋นนนน บื๋นไปเลยไอ้หยาง!!!

.

.

.

แถ่ด แถ่ด แถ่ดดดดด

เอ๋ ทำไมเสียงมันเป็นแบบนี้ล่ะ ความจริงมันต้องเป็นเสียงประมาณ ‘บื๋น’ ไม่ก็ ‘ม๋าน’ ไม่ใช่เหรอวะ เสียงแบบนี้เหมือนยางรถมันติดพื้นถนนเลย

“ธัน กูว่าปัญหาของมึงคือเรื่องน้ำหนักนี่แหละถูกแล้ว...”



__________________________________________________________________________________


มีคนถามเรื่องแท็กในทวิตมาด้วยแหละ... เอาเป็น

#หยางธัน ละกันง่ายดี

_( : 3 J L)

ว่าแต่

ทำไมพวกแกถึงได้มองว่านุ้งเทรนด์ตะมุตะมิ?










โด่ว ออกจะมาดแมนแฮนซั่ม!


แล้วทำไมถึงได้มองว่านุ้งต้นดูแมน...





ออกจะตะมุตะมิ//เลีย

มองใหม่ซะ! นุ้งต้นน่ารัก นุ้งเทรนด์หล่อวว์!!!

-Mommae-




ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.673K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

30,011 ความคิดเห็น

  1. #29285 Tery2006 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 9 เมษายน 2563 / 03:54
    ดิฉันผู้อยากขำแต่ขำไม่ได้~
    #29,285
    0
  2. #29175 นักโทษหมายเลข0 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 5 เมษายน 2563 / 12:48
    ยางแบนนน
    #29,175
    0
  3. #28996 psunrise (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 2 เมษายน 2563 / 22:45
    ตอนนี้เมดมายเดย์มาก55555555 ขำตอนเล่าเรื่องสมัยเด็ก ส่วนตอนท้ายคือยิ้มจนเมื่อยปาก หยางแคร์เพื่อนมากๆเลย ไม่ใช่แค่หยางแต่เพื่อนทุกคนเลย ! ดีใจกับธันด้วยมีเพื่อนดีขนาดนี้
    #28,996
    0
  4. #28807 lol6104 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 12 มกราคม 2563 / 09:09
    แถ่ด แถ่ด แถ่ดดดดด
    #28,807
    0
  5. #28790 JINXASIN (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 23 พฤศจิกายน 2562 / 23:56
    สาบานด้วยปลั๊กสามตา ตอนป.1เคยขโมยยางลบเพื่อนมากิน555555
    #28,790
    0
  6. #28693 Shipnielong (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 14 เมษายน 2562 / 10:06
    ตลกตอนสุดท้ายอ่ะ5555
    #28,693
    0
  7. #28544 rosayrai (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 30 มีนาคม 2562 / 00:23
    รู้ป้ะไรท์จริงๆคำแนะนำของเทรนด์มันย้อนแย้งนะ เพราะเทรนด์บอกว่าลดน้ำตาลแต่น้ำผลไม้นั่นตัวทำน้ำตาลขึ้นเลยนะ ที่เรารู้เพราะแม่เราก็อยากให้เราลดน้ำหนักและเวลาซื้อน้ำผลไม้มากินแม่จะบ่นกรอกหูเราตลอด(แม่เราเป็นพยาบาลงับและลดน้ำหนักด้วยตัวเองด้วยจากเท่าธันเหลือเท่าเป้าหมายของธันพอดีด้วย)
    #28,544
    1
    • #28544-1 Amnesiaa(จากตอนที่ 8)
      30 มีนาคม 2562 / 12:06
      ใช่ๆแต่ทางไรด์ก็ไม่ได้ระบุว่าเป็นผลไม้ชนิดไหนนิครับ ถ้าให้ตามการกินก็แบ่งได้สามประเภทครับ มีแบบกินได้บ่อยๆ กินอาทิตย์ละครั้ง สองครั้งกับกินได้ทุกวัน หรือกินนานๆครั้งๆ ถ้าที่ให้บอกทางไรด์น่าจะหมายถึงผลไม้ที่กินได้บ่อยๆ อย่างเช่น แอปเปิ้ล ส้ม และอื่นๆครับ หรือจะกินกล้วยก็ได้แต่ว่าให้ลดสารอาหารอื่นๆลดลงมา ในกล้วยค่อนข้างจะมีสารอาหารที่ค่อนข้างเยอะ
      #28544-1
  8. #28487 JHTEN (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 25 มีนาคม 2562 / 22:36
    โว้ยยยยย555555
    #28,487
    0
  9. #28389 Callmeyou (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2562 / 22:43
    5555555 ตายตอนจบวะ
    #28,389
    0
  10. #28388 Callmeyou (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2562 / 22:43
    5555555 ตายตอนจบวะ
    #28,388
    0
  11. #28387 Callmeyou (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2562 / 22:43
    5555555 ตายตอนจบวะ
    #28,387
    0
  12. #28386 Callmeyou (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2562 / 22:43
    5555555 ตายตอนจบวะ
    #28,386
    0
  13. #28224 greentealatte ♡ (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 25 มกราคม 2562 / 11:05
    หยางงงงงง อิบ้าเอ้ย55555555555
    #28,224
    0
  14. #27904 Design (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 4 มกราคม 2562 / 00:09
    อ่านไปอ่านมาละรู้สึกชอบแมวน้ำที่ไรต์เอามาเป็นภาพประกอบ น้องงงงงงงงงงงงง //โทดฮะ โฟกัสผิดจุด 555555
    แต่นิยายสนุกมากเลยนะ อ่านได้เรื่องๆเลย ชอบๆๆๆๆ
    #27,904
    0
  15. #27903 Design (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 4 มกราคม 2562 / 00:09
    อ่านไปอ่านมาละรู้สึกชอบแมวน้ำที่ไรต์เอามาเป็นภาพประกอบ น้องงงงงงงงงงงงง //โทดฮะ โฟกัสผิดจุด 555555
    แต่นิยายสนุกมากเลยนะ อ่านได้เรื่องๆเลย ชอบๆๆๆๆ
    #27,903
    0
  16. #27805 bellberryice (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2561 / 17:07
    ขำตอนแถ่ด แถ่ด แถ่ด อ่ะ ลั้นเลยแง้งน้องงงงง555555555555544444
    #27,805
    0
  17. #27762 araya15072002 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 25 ตุลาคม 2561 / 00:25
    เคยมีเพื่อนแบบนี้นะรู้จักกันวันเดียว แต่เล่นกันคุยกันเหมือนรู้จักกันมาชาติเศษๆอะ
    #27,762
    0
  18. #27412 Ozøńe♡ (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2561 / 08:24
    สตาร์ทอย่างหล่อ แต่จบแบบ... แถ่ด แถ่ด แถ่ด 😂😂😂
    #27,412
    0
  19. #27258 Alway2556 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2561 / 16:30
    ชอบอ้ะ #หยางธัน
    #27,258
    0
  20. #27147 BLUR_MOON (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 4 กรกฎาคม 2561 / 10:31

    ชอบอ่าาคือตั้งแต่อ่านมาหยางดูแบบคอยให้กำลังใจธันตลอดอ่ะ ชอบที่แบบอ่านนิยายแล้วเหมือนได้กำลังใจในการใช้ชีวิตเลย. เขินนนนนน

    https://www0.dek-d.com/assets/article/images/sticker/jj-06.png https://www0.dek-d.com/assets/article/images/sticker/jj-big-08.png

    #27,147
    0
  21. #26824 loocbomb (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 1 กรกฎาคม 2561 / 02:38
    น่าร้ากกก ชอบคู่นี้คุยกัน มีความบางอย่าง
    #26,824
    0
  22. #26515 Meuan Fan. (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2561 / 23:07
    ลั่นตอนท้าย555555
    #26,515
    0
  23. #26149 Sspringlove (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2561 / 20:17
    ว่ายไปกลับสามนาทีอย่างน้อยยี่สิบรอบ!!! -เถอะพี่ต้น
    #26,149
    0
  24. #26141 defie1988 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2561 / 04:37
    555 เทรนด์ ดูคาวาอี้ จิงนะ
    #26,141
    0
  25. #25185 TaTooo (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 27 เมษายน 2561 / 20:01
    55555 วงวารรถ
    #25,185
    0