I'm on a diet! : อย่าท้า เดี๋ยวจะหาว่าไม่เตือน [END]

ตอนที่ 6 : ครั้งที่ 4 สนใจแค่กู

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 57,182
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,893 ครั้ง
    22 ม.ค. 62




ครั้งที่ 4 สนใจแค่กู

[ หยาง ]

“ระวังหน่อยนะ เอากรรไกรสอดเข้าช่องเปิดเหนือครีบก้น ตัดตามแนวลำตัวมาที่ครีบเอว จากนั้นค่อยๆ ตัดเนื้อเยื่อบริเวณท้องออกเพื่อให้เห็นอวัยวะภายในได้ชัดเจนขึ้น… ค่อยๆ คลี่ออกมาทีละอย่าง อย่าให้ขาดเชียวนะ ไม่อย่างนั้นครูจะให้พวกเธอมาทำใหม่วันพรุ่งนี้”

“เชี่ย… ใครจะทำ กูทำไม่ได้นะมือกูสั่นมาก ไส้ขาดชัวร์” ไอ้ต้นกระซิบถามทันทีที่ครูหยุดพูด ตอนนี้พวกผมกำลังเรียนชีวะอยู่ที่ตึกวิทย์ครับ เมื่อวานครูให้เตรียมสัตว์ที่จับฉลากได้มากลุ่มละตัว ไม่รู้ว่าโชคดีหรือโชคร้ายที่กลุ่มผมจับได้ปลานิล เอาเถอะ ดีกว่ากระเพาะวัวอย่างกลุ่มข้างๆ ก็แล้วกัน

“กูเองก็ได้” ผมเสนอเพราะยังไงในกลุ่มก็มีแต่คนมือสั่นกับมือหนัก ไอ้ต้นเงี้ย ไอ้เทรนด์เงี้ย เหอะๆ

“มึงช่างเป็นเพื่อนที่เสียสละเหลือเกิน อะแฮ่ม กูไม่อยากกดดันนะแต่… อย่าทำไส้ขาดนะเว้ย” หนุ่มหน้าใสจงใจทำให้รูจมูกใหญ่ ทำปากเบี้ยวๆ ให้ดูเหมือนน้องทรายคุณแม่ขอร้อง ทำไมเมื่อก่อนกูถึงมองว่ามึงน่ารักวะต้น...

“เออๆ”

ผมใส่ถุงมือแล้วลงมือทำอย่างที่ครูเพิ่งบอก น่าสงสารเจ้าตัวนี้ชะมัดที่ต้องมาโดนพวกผมใช้ร่างกายเพื่อการศึกษา พรุ่งนี้จะทำบุญไปให้นะ ว่าแต่ให้ตายสิ เลือดไหลโคตรเยอะ… ถ้าเป็นไอ้ธันคงทำไม่ได้ รายนั้นน่ะกลัวเลือดจะตาย กลัวขนาดที่ว่าเห็นเลือดหมูในตลาดก็จะเป็นลมเลยล่ะ

ตลก

“มึงทำได้ไงวะไม่ขาดสักนิด”

“เออมือไม่สั่นด้วย”

“กูเก่ง” ไม่รู้เป็นคนเดียวรึเปล่า ผมมักจะมีสมาธิและทำอะไรได้ดีตอนที่คิดเรื่องอื่น เหมือนสติลอยไปแล้วร่างกายมันจะทำงานเองอย่างมีคุณภาพ อย่างเช่นตอนนี้ ผมจัดการแยกชิ้นส่วนเพื่อนร่วมโลกตัวน้อยอย่างระมัดระวัง อวัยวะภายในของปลานิลถูกคลี่ออกมาทีละชิ้นจนในที่สุดก็ไม่เหลืออะไร

เสร็จสักที

“ไอ้หยาง มึงคืออัจฉริยะ มึงทำทั้งหมดในเวลาแค่เจ็ดนาทีเอง เชรด...”

“เดี๋ยวกูไปเรียกครูมาตรวจ” ไอ้เทรนด์ยกมือบอกพร้อมเดินไปตามคุณครูประจำวิชามาที่โต๊ะ ส่วนไอ้ต้นก็ใช้เวลาเดียวกันปักหมุดตามจุดต่างๆ ว่าคืออวัยวะอะไร teamwork ดีเวอร์

“ไหน… อืม”

“เป็นไงครับครู พวกผมเก่งใช่ไหมล่ะ” เดี๋ยวๆ ต้น ได้ข่าวว่ากูทำนะ ฮ่าๆ

“ก็นะ… ใช้ได้ เอาไป 10 คะแนน เสร็จแล้วไปได้”

“ห้ะ ไปได้เลยเหรอครับ?” ผมถามซ้ำเพราะปกติครูจะใช้เวลาสอนอย่างคุ้มค่า แม้แต่วินาทีเดียวก็ไม่ปล่อยไป

“อือ ครูยังไม่ได้บอกเหรอว่าเสร็จก่อนไปก่อน”

“ยังครับแต่… สวัสดีคร้าบบบ” พวกเราเก็บกระเป๋า วิ่งออกจากห้องด้วยรอยยิ้มทันทีที่ไหว้เธอแล้ว ก่อนไปไม่ลืมที่จะยักคิ้วกวนตีนให้เพื่อนกลุ่มอื่นด้วย โถ่ๆ สงสารพวกมึงจริงๆ บ๊ายบายนะเพื่อนๆ

“ไปไหนกันดีวะ มีเวลาตั้งเยอะ” คาบชีวะติดกันสองคาบ คาบละห้าสิบนาที  พวกผมใช้เวลาไปเพียงสิบนาทีก็เหลือเก้าสิบนาที บวกกับคาบต่อไปที่ว่างเหมือนกันก็… โห ว่างตั้งสองชั่วโมงกว่า กลับบ้านไปนอนแล้วค่อยกลับมาเรียนต่อยังได้เลยเนี่ย

“ไปนั่งเล่นลานจำปีกันเถอะ” สถานที่ที่พูดถึงคือลานกว้างหลังอาคารวิทย์ ผอ.โรงเรียนผมค่อนข้างชื่นชอบในพันธุ์ไม้กลิ่นหอม เจ้าตัวก็เลยสร้างลานนี้ขึ้นมาเพื่อเป็นที่พักผ่อนหย่อนใจของนักเรียน สงสัยจะหย่อนไปนิด… นักเรียนโดดหรือหายทีไรก็มาจับได้ที่นี่ทุกครั้ง

“กูจะนอนแล้วนะ แดกข้าวเมื่อไหร่ปลุกด้วย”

“หือ? ไอ้ต้นก่อนคาบกินข้าวเป็นคาบสุขะไม่ใช่เหรอวะ”

“มึงคิดว่ากูนอนยาวสองชั่วโมงแล้วจะตื่นขึ้นมากลางคันเพื่อเรียนคาบน่านอนแบบนั้นเหรอเทรนด์” เพื่อนตัวน้อยเอี้ยวหน้ามามองขณะทิ้งตัวนอนที่พื้น มึงช่วยห่วงภาพลักษณ์กับความสะอาดหน่อยได้ไหมไอ้เตี้ย โต๊ะม้าหินอ่อนก็มี

“ก็ไม่คิดงั้นหรอก”

“ตกลงมึงจะไม่เข้า?” ถามไปพลาง หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเล่นไปพลาง ผมไม่อยากนอนเพราะถ้าได้นอนแล้วจะไม่อยากตื่น

“อือ มึงอะเข้าปะ”

“เข้าดิ” ใจจริงไม่ได้อยากเข้าหรอกแต่ทำไงได้ล่ะ พ่อแม่ส่งเงินมาให้ผมเรียนครับ ไม่ได้ส่งมาให้นอน ...ถึงบางครั้งผมจะถูกความขี้เกียจครอบงำจนเผลอโดดไปบ้างก็เถอะ

“งั้นกูอยู่เป็นเพื่อนไอ้ต้นเอง”

“ทำมาเป็นพูด ที่จริงมึงอยากโดดอยู่แล้วรึเปล่าเทรนด์”

“อย่าเอาความจริงมาพูดสิไอ้สัส นอนได้แล้ว” ผมส่ายหัวกับภาพตรงหน้า พวกมันโดดคาบสองคาบก็ไม่เป็นไรหรอก สกิลมั่วแม่งโคตรเหนือ ข้อสอบมีสี่สิบข้อไอ้ต้นกับไอ้เทรนด์สามารถมั่วให้ตัวเองผ่านครึ่งได้แบบไม่น่าเกลียด ยี่สิบเก้างี้ สามสิบงี้ เหอะๆ

ตือดึง!

Pan Sp : ไอ้ธันบอกว่าปวดขา555 *ส่งภาพธันกำลังคลานขึ้นบันได*

ผมมองภาพที่อีกฝ่ายส่งมา ร่างตุ้ยนุ้ยกำลังสะพายกระเป๋า คลานขึ้นบันไดอย่างยากลำบาก ...คิดไว้แล้วว่าต้องเป็นแบบนี้ ขอเดาว่าตลอดสิบเจ็ดปีไอ้ธันคงไม่ค่อยได้ออกกำลังกาย ดีไม่ดีอาจจะไม่เคยเลยด้วยซ้ำ พูดถึงมัน… พวกไอ้ยูง้อมันรึยังวะ

“เออหยาง ช่วงนี้กูอ้วนขึ้นรึเปล่าวะ”

“มึงเหรอ? ไม่นะ” ผมกวาดสายตาสำรวจร่างเล็กที่แทบจะไม่มีไขมันส่วนเกิน อย่าว่าแต่ไขมันเลย เนื้อหนังมึงก็เกือบจะไม่มีแล้วต้น

“โกหก น้ำหนักกูขึ้นตั้งเจ็ดขีด! ฮื่อ วันนี้ไปฟิตเนสกันเถอะ”

“ที่ไหนล่ะ”

“Exclusive ก็ได้ คนสวยเยอะกูชอบ อิอิ” ตกลงมึงจะไปลดน้ำหนักหรือไปส่องคู่ทำพันธุ์ เอาเถอะไปกับมันหน่อยก็ได้ ช่วงนี้ผมเองก็รู้สึกอยากออกกำลังกายขึ้นมาตะหงิดๆ คงเพราะเห็นคนอื่นจะลดความอ้วนละมั้ง

“มึงไปได้รึเปล่าหยาง ติดเรียนปะ?”

“ไม่อะ วันนี้ครูลาคลอด บอกให้ติดไว้ก่อนเดี๋ยวจะมาสอนคืน” วันนี้เป็นวันที่ดีจริงๆ ว่างตั้งแต่คาบแรก ครูสอนพิเศษก็ลาคลอด ตอนเย็นพ่อก็จะส่งรองเท้าวิ่งที่ออกใหม่มาให้อีก lucky day สุดๆ

“อ๋อ โอเคๆ”

คุยกับเพื่อนอีกนิดหน่อยผมก็หันกลับมาตอบคนที่ตัวเองกำลังตามจีบ ถ้าไม่เห็นรูปไอ้ธันที่หน้าจอผมคงลืมไปแล้วว่าแพนทักมา

Yang : เรื่องปกติ มันไม่เคยออกกำลังกายเลยอะดิ555

Pan Sp : ใช่ ไม่เคยแม้แต่จะแตะเครื่องออกกำลังกาย

ถึงว่าทำไมอ้วนเอาๆ แดกเป็นตันแต่ไม่ออกกำลังกายสักนิด

Yang : 555

Pan Sp : ไปนะ เข้าเรียนละ

Yang : ครับ

ผมเท้าคางมองช่องแชทสีฟ้าของตัวเอง หนึ่ง สอง… หกข้อความ นี่เราคุยกันสั้นไปไหม ใจคอเธอจะชวนคุยแค่เรื่องเพื่อนแล้วก็จากไปทุกครั้งเหรอ ไม่สิ บทสนทนาของเราไม่สามารถเรียกว่าคุยได้ด้วยซ้ำ เหมือนเธอมารายงานความคืบหน้าของธันวามากกว่า

แต่ช่างแม่ง คุยเรื่องเพื่อนบ้างก็ดี อีกอย่าง…

ตือดึง!

Natda Cha : หยาง คิดถึงจังเลย

ผมมีคนคุยอีกเยอะ หึ

           

“เลิกเรียนสักที กูจะตายแล้วววว” ไอ้ต้นโอดครวญขณะสวมหมวกกันน็อคสีแดงของตัวเอง ทำมาเป็นพูด ได้ข่าวว่ามึงนอนทั้งวัน ขนาดกูไปปลุกยังไม่ยอมตื่นเลยไอ้ห่า

“เงียบๆ ซะไอ้เตี้ย เห็นไหมว่าคนมองทั้งโรงจอดรถแล้ว”

“ด่าใครเตี้ยไอ้เหี้ยเทรนด์” คนโดนด่าทำหน้าหาเรื่อง

“เอ้า มึงไง เตี้ยแล้วไม่รู้ตัว... น่าสงสารจริงๆ”

“เดี๋ยวกูยันด้วยส้นตีน”

“เฮ้ยๆ อย่าทะเลาะกัน จะไปฟิตเนสไม่ใช่รึไง” ผมห้ามทั้งสองคนไว้ก่อนที่พวกมันจะลงจากรถมาเถียงกันอย่างจริงจัง ไม่ได้หรอกครับไอ้ต้นกับไอ้เทรนด์นี่ฝีปากยิ่งกว่ากะเทย ด่าทีเจ็บไปถึงทรวงใน ถ้าปล่อยให้พวกมันยืนทะเลาะกันเรื่องจะยาวกลายเป็นโต้วาทีแน่ๆ

ตอนแรกที่รู้จักกันพวกมันก็หงิมๆ นะแต่หลังจากนั้นไม่นานก็เปลี่ยนไปเป็นคนละคน ทั้งพูดจาหยาบคาย การกระทำป่าเถื่อน สงสัยเคมีจะตรงกันละมั้ง เหมาะกับสโลแกนน้ำดื่มยี่ห้อหนึ่งเลย ‘ปลุกความหยาบคายในตัวคุณ’ ...อ้าว ไม่ใช่เหรอ ขอโทษครับ

“เออๆ ฝากไว้ก่อนนะไอ้เตี้ยต้น”

“เหอะ”

เหนื่อยใจจริงๆ…

เราขี่รถมาที่ฟิตเนสประจำ ก็ไม่เชิงประจำหรอกเรียกว่าถ้าจะออกกำลังกายเมื่อไหร่ก็มาที่นี่ดีกว่า มันครบครันดีทั้งห้องโยคะ สระว่ายน้ำ เวท ไหนจะเครื่องออกกำลังกายที่แทบจะเรียกได้ว่ามีทุกชนิด อีกอย่างผู้หญิงส่วนมากที่ผมคุยด้วยก็มาจากที่นี่แหละ

“อ้าวน้องๆ ไม่ได้มานานเลยนะคะ ไปไหนมาเนี่ย” พนักงานหน้าเคาท์เตอร์เอ่ยถามเมื่อพวกเราเดินเข้าไปข้างใน เห็นอย่างนี้เธอเป็นภรรยาเจ้าของที่นี่นะครับ เพิ่งแต่งงานกันไปเมื่อเดือนที่แล้วเลย

“หนีไปทำใจเรื่องพี่ลินมา...” ผมแสร้งทำหน้าเศร้า เท้าแขนบนเคาท์เตอร์ข้างกับที่เธอยืนอยู่

“ไอ้เชี่ยหยาง แบบนี้ตลอดอะมึง ถ้าพี่แบงค์มาเห็นแล้วลากเพื่อนกล้ามปูมารุมกระทืบมึงกูจะไม่ช่วยเลย”

“เออ นอกจากไม่ช่วยแล้วกูก็จะเข้าไปรุมด้วย อยากลองเหยียบหน้าหล่อๆ ของมึงมานานละ น่าจะสะใจไม่หยอก” จบประโยคผมก็โดนไอ้สองตัวหลังลากคอออกไปให้ห่างจากผู้หญิงตรงหน้า

“ยังสดใสเหมือนเดิมเลยนะพวกเรา ฮ่าๆ”

“ครับ ถึงไหนแล้วนะ... อ้อ ช่วงนี้พวกผมเรียนหนักก็เลยไม่ค่อยมีเวลา” ไอ้ต้นตอบหลังจากที่เดินไปซื้อไอติมมากิน ไม่อ้วนหรอกครับ นั่นไอติมผัก ผักล้วนๆ เลยอะ ผักปั่นแช่เย็น รสชาติไม่ได้แย่ ราคาก็ไม่ได้ย่อมเยา

“อ๋อค่ะ แล้ววันนี้แบบรายวันหรือรายเดือนคะ?”

“แบบรายวั… ไม่เอาอะ รายเดือนดีกว่า”

“มึงว่างเหรอต้น?”

“ว่างดิ กูเพิ่งเลิกเรียนพิเศษที่ตึกชมพูไปเมื่อวาน”

“แล้วแต่ละกัน ผมรายวันครับ” ผมบอกก่อนจะยื่นเงินให้อีกฝ่าย เรียนพิเศษเลิกตั้งหนึ่งทุ่ม ผมไม่มีเวลาว่าง + แรงมาทำอะไรต่อแล้วล่ะ

“ผมก็ด้วย”

“อ้าววว อย่างนี้พวกมึงก็จะไม่มากับกูแล้วดิ”

“เออสิ กูกับไอ้เทรนด์เรียนพิเศษหนักจะตาย วันอื่นไม่เท่าไหร่แต่วันพุธเลิกตั้งสองทุ่ม กูคงอยากมาออกกำลังกายหรอกไอ้ห่า” ผมกับเทรนด์เรียนพิเศษที่เดียวกันหลายวิชา (ผมเป็นคนแนะนำมันเอง) แต่ละที่นี่โหดเวอร์ เรียนรวดเดียวไม่มีพักทั้งนั้น

“โด่ว กูมาคนเดียวก็ด๊ายย”

“ไปๆ เข้าไปข้างในได้แล้วกูร้อน” ไอ้เทรนด์ผลักหัวพวกผมเข้าไปข้างในอย่างดิบเถื่อน ไม่เคยมีคำว่านุ่มนวลหรืออ่อนโยนอยู่ในหัวคนอย่างมัน หัวกูจะหลุดไหมเนี่ย…

[ธันวา]

“ปวดขาฉิบ”

“อดทนหน่อยเพื่อนธัน เพื่อรถ!”

“เออๆ” ผมปิดปากหาว มองสองข้างทางด้วยอารมณ์ที่ดีกว่าทุกๆ วัน ถึงจะเป็นเรื่องเล็กๆ อย่างการออกกำลังกายแต่ผมก็ภูมิใจ ไม่รู้อะ มันมีความสุข แม่งตื้นตันในอกว่า ‘เออกูออกกำลังกายจนปวดขา’ ไม่ใช่เดินซื้อของกินจนปวดขาเหมือนเมื่อก่อน

“วันนี้มึงต้องลองไปเล่นเครื่องอื่นบ้างนะ”

“ได้ ถ้าตรงนั้นไม่มีคน”

“ถ้ามีคนกูจะไล่มันไปเอง”

“ไอ้บ้า” ผมใช้มือดันหัวคนขับเบาๆ ถึงจะด่ามันแต่ผมยิ้มนะครับ ผมเลือกคบเพื่อนไม่ผิดจริงๆ

“ชิ ก็มึงไม่ยอมอะ”

“ก็กูเขินนี่หว่า” นี่ขนาดเป็นฟิตเนสของมหาลัยที่คนไม่ค่อยเยอะเมื่อเทียบกับข้างนอกผมยังเขินขนาดนี้ ไม่อยากคิดเลยว่าถ้าไปที่อื่นจะเป็นยังไง

“มึงจะเขินทำหอยอะไร มึงเสียตังค่าเข้าแล้วนะเว้ย จะไปนั่งปั่นจักรยานแค่เครื่องเดียวก็ไม่ใช่เรื่องเปล่าวะ”

“เอาน่า เดี๋ยวถ้าผอมลงอีกสักนิดกูจะเล่นให้ครบทุกเครื่องเลย” ถ้าผอมนะ ขอขีดเส้นใต้คำว่า ‘ถ้า’ หนาๆ เลย

“พูดแล้วนะ ข้าได้ทำการบันทึกเทปไว้หมดแล้ว หวังว่าเอ็งจะทำตามที่เอื้อนเอ่ยมา มิเช่นนั้นข้าจักลงทัณฑ์เอ็งด้วยฝ่าพระบาทของข้าเอง”

“เออๆ” ถ้ากูผอมแล้วกูจะทำทุกอย่างที่ตอนอ้วนไม่กล้าทำเลย อย่างเช่นการซื้อเสื้อผ้าเท่ๆ มาใส่ ขี่บิ๊กไบค์ไปฟิตเนสทุกวันด้วยเสื้อผ้าที่อวดหุ่น กูจะทำทั้งหมดเลย

น๊าน แรงบันดาลใจกำลังพลุ่งพล่านข้างในตัวผม! เอาล่ะวันนี้ลด 900 แคเลอรี่ไปเลย!!!

‘ปิดปรับปรุง’

ส้นตีนแตก...

“นี่… กูตาฝาดรึเปล่าวะ ทำไมกูเห็นป้ายปิดปรับปรุงทั้งๆ ที่เมื่อวานมันยังใช้ได้วะ” ผมเดินเข้าไปใกล้เพื่อมองตัวอักษรยึกยือยิ่งกว่าภาษาฮีโรกริฟฟิก มีคนมาแกล้งรึเปล่า?

“ไม่หรอก กูก็เห็นอย่างนั้นเหมือนกัน”

“มาออกกำลังกายเหรอหนู” เสียงถามของใครคนหนึ่งทำให้ผมหันไปมอง นั่นมันลุงภารโรงประจำตึกนี่หว่า บางทีลุงก็ดูชิลไปนะครับ… นั่นชุดนอนใช่ไหม โถ่

“ครับ ทำไมเขาปิดกะทันหันแบบนี้ล่ะครับลุง”

“ไม่มั่นใจเหมือนกัน เห็นว่าเมื่อวานฝนตกหนักแล้วอยู่ดีๆ ฟ้าก็ผ่าลงมาที่ฟิตเนส ได้ยินว่าเครื่องออกกำลังกายข้างในพังหมดเลย” สิ่งที่ได้ยินทำให้ผมหรี่ตาเพื่อมองทะลุประตูกระจกเข้าไป จริงแฮะ เศษแก้วเศษกระจกข้างในเกลื่อนกลาดเลย ไหนจะรอยไหม้ตามทางบนพื้นอีก

“ครับ… แล้วจะเปิดเมื่อไหร่ครับ”

“คงไม่มีกำหนดมั้ง”

“อ่อ ขอบคุณครับ...”

“ฉิบหายละไง”

“ไปที่อื่นดีไหม” แพนเดินเข้าตบหลังเหมือนรับรู้สึกความรู้สึกผม ไม่ใช่อะไรอะ… แค่เฟลนิดหน่อย เวลาที่ผมจะเริ่มทำอะไรที่ยิ่งใหญ่ทีไรมักจะมีเรื่องเข้ามาขัดทุกที ดูอย่างตอนนี้สิ

เฮ้อ เหมือนโดนแกล้งกันเลยว่ะ

“ไปวิ่งที่สนามกันเถอะ” ผมเสนอ เอาวะ ไม่มีฟิตเนสก็ไม่เห็นเป็นไร ตรงหน้าเรายังมีลานกีฬาตั้งหลายชนิดไหนจะบาส วอลเล่ย์ แล้วก็สนามวิ่ง โถ่ แค่ฟิตเนสปิดไม่สามารถหยุดการลดน้ำหนักของผมได้หรอก ขอแค่มีเพื่อนแพนไปด้วย ผมจะได้ไม่เขิน

“เอาดิ ได้ยินว่านักบอลชอบมาซ้อมแข่ง แซ่บๆ ทั้งนั้น”

“เอาที่มึงสบายใจ”

“อิอิ… กูรับโทรศัพท์แม่แป๊บ”

“อือๆ”

“ว่าไงคะแม่… ค่ะ … ห้ะ เอ่อ… แต่ตอนนี้แพน… อ่า ได้ค่ะ ค่ะ” เป็นอีกครั้งที่เหมือนผมโดนใครแกล้ง โทรศัพท์เครื่องหรูแผดเสียงบ่งบอกว่ามีคนโทรมา ไม่รู้ว่าปลายสายพูดดังหรือผมหูดีที่ได้ยินทุกถ้อยคำสนทนา วันนี้มันวันอะไรวะ unlucky day เหรอ...

“ว่าไง”

“แม่ให้กูไปรับแฟนกับลูกพี่พุทที่ขนส่ง มึงรอกูแป๊บนึงนะ เดี๋ยวกูมา”

“ไม่ต้องมาๆ มึงต้องอยู่กับน้องพริมไม่ใช่รึไง ทิ้งน้องมาหาผู้ชายไม่ดีเลยนะอีหนู แย่ๆ” ความจริงแม่ไอ้แพนให้ไปรับหลานสาว (ลูกของพี่ชายมัน) กับภรรยาพี่เขาที่เพิ่งกลับมาจากพิษณุโลก แม่ไม่ได้ให้ไปรับอย่างเดียว ยังกำชับว่า ‘อยู่กับน้องหน่อยนะห้ามทิ้งไปไหน’ ด้วย ถ้าผมเป็นแม่มันก็จะพูดแบบนั้นนะ เพราะหลานมันเพิ่งสี่เดือนเองแถมแฟนพี่พุทก็ป่วย

“ไอ้สัส… แล้วถ้ากูไปมึงจะกลับเลยหรือว่ายังไง”

“อือ เดี๋ยวไปเต้น T25 อยู่ที่บ้านก็ได้” มันคงรู้ว่าผมไม่มีทางไปออกกำลังกายคนเดียวแน่ๆ แน่นอนสิวะ ใครจะไปกล้า

“แน่นะ”

“เออ เดี๋ยววีดิโอคอลให้ดูเลย”

“กูเอาจริงนะเว้ย ถ้าคอลไปมึงต้องรับนะ”

“เออๆ มึงรีบไปเถอะแม่บอกว่าหลานโวยวายแล้วไม่ใช่รึไง” ผมใช้มือผลักหน้าผากเพื่อนรักที่ขมวดคิ้วอย่างกังวล

“เออๆ ขอโทษนะเว้ย เมื่อวานก็ไม่ได้อยู่ด้วย แถมวันนี้ยังชิ่งกลับก่อนอีก”

“คิดมากว่ะ เดี๋ยวตีนกาขึ้นนะมึง”

“ไอ้อ้วน เออ… ไปละนะ” ไอ้แพนเดินกลับไปที่รถอย่างไม่ค่อยเต็มใจ (อีกครั้ง) ขาทั้งสองข้างของมันเหมือนพร้อมที่จะวิ่งกลับมาทุกเมื่อที่ผมรั้ง เอาเข้าไปไอ้นี่ จะได้ไปไหมวันนี้

“อือ ดูหลานดีๆ ถ่ายรูปมาให้กูดูบ้างก็ได้”

“เออ เดี๋ยวถึงบ้านแล้วจะคอลไปนะ”

“เออ”

“...ไปนะ”

“เออ”

“ไปจริงๆ แล้วนะ”

“เออออออ” ลีลาจริงๆ เพื่อนกู

หลังจากที่คู่สนทนาขี่รถจากไปผมก็ยืนมองสนามวิ่งด้วยความชั่งใจ หรือผมจะไปวิ่งที่นั่นดีวะ… ไม่ดีกว่า คนเยอะเกินไป

ตู๊ด ตู๊ด

(ฮัลโหล)

“พี่ตุลย์มารับธันหน่อย” ผมกล่าวขณะสำรวจบริเวณรอบๆ ไปด้วย มหาลัยนี่วุ่นวายจัง ผมยังไม่พร้อมจะออกไปใช้ชีวิตแบบนี้เลย ยังอยากไร้สาระไปวันๆ อยากอยู่กับเพื่อน อยากทำตัวขี้เกียจ เฮ้อ อีกแค่ปีเดียวสินะที่ผมจะได้ใช้ชีวิตแบบที่ชอบ

(ตอนนี้?)

“อือฮึ”

(ทำไมวันนี้กลับเร็ววะ นี่เพิ่งสี่โมงสิบห้าเอง)

“ก็… เปล่าครับ มีเรื่องนิดหน่อย”

(มึงมีเรื่อง?!)

“เปล่าๆ ไม่ได้มีเรื่องแบบนั้น เอาเป็นว่าธันรออยู่หน้าฟิตเนสมหาลัยนะ” ผมรีบปฏิเสธ เสียงพี่ตุลย์เมื่อกี้น่ากลัวชะมัด

(เออๆ เดี๋ยวไป)

พี่เขาไม่ชอบให้ผมมีเรื่อง ก่อนจะมาโรงเรียนทุกครั้งพี่ตุลย์จะบอกผมเสมอว่า ‘อย่าไปมีเรื่องกับใครนะ ถ้ามึงมีกูจะไม่จบแค่ด่า’ รู้ทั้งรู้ว่าผมไม่ใช่เด็กเกเรพี่ตุลย์ก็ยังพูดกรอกหูเสมอจนตอนนี้แม่งฝังเข้าไปในส่วนลึกของสมองผมแล้วว่าอย่าไปมีเรื่องกับใคร เหตุผลที่เขากำชับเรื่องนี้มากน่าจะเป็นเพราะเมื่อก่อนพี่ตุลย์เกเร พ่อแม่สอนยังไงก็ไม่ฟัง จำไม่ได้เหมือนกันว่าอะไรเป็นจุดเปลี่ยน แต่จำได้รางๆ ว่ามันไม่ค่อยดี

“ตกลงมีเรื่องอะไร” คนขับถามทันทีที่ผมเข้าไปนั่งบนรถยนต์คันสวย ผมชื่นชมพี่ชายตัวเองที่เขาสามารถเก็บเงินซื้อโน่นนี่ได้ด้วยตัวเอง แถมยังเอาเงินครึ่งหนึ่งที่ได้จากการทำงานมาแบ่งพ่อกับแม่ทุกครั้งด้วย โถ่ R.I.P แด่เงินในบัญชีคุณคณิน

“ก็ไม่มีอะไรหรอกครับ แค่ฟิตเนสมันปิดปรับปรุง”

“แค่เนี้ย?”

“อือฮึ”

“อ้าว แล้วไม่ไปออกกำลังกายที่อื่นอะ สนามกีฬาข้างๆ ก็มีไม่ใช่เหรอวะ”

“คนเยอะ… อาย”

“อายอะไรวะ อายหุ่นตัวเอง?”

“อือ… เฮ้ยแต่ไม่เป็นไรหรอกเดี๋ยววันนี้ธันจะกลับไปเต้น T25 ที่บ้าน เห็นว่ามีคนลดน้ำหนักได้ตั้งสามสิบกว่าโลเพราะเต้นไอ้นี่ แหม มันก็ดีเหมือนกันนะไม่ต้องอายใครไม่ต้องเสียตังแต่กลับได้หุ่นผอมๆ ฮ่าๆ” ผมกลบเกลื่อนความรู้สึกจริงๆ เก็บเรื่องไม่ดีไว้ในใจแล้วแทนที่สิ่งนั้นด้วยเสียงหัวเราะ ทำไมผมไม่กล้ากว่านี้สักนิดวะ... เมื่อก่อนก็ออกจะเป็นเด็กมั่นใจในตัวเองแท้ๆ พอเป็นเรื่องหุ่นทีไรก็เป็นแบบนี้ทุกที

เอี๊ยดดด บื๋นนน

“!!”

ยังไม่ทันที่ผมจะได้คิดอะไรต่อก็ต้องกลับมาสนใจเรื่องตรงหน้า แรงสะบัดกะทันหันของรถยนต์ที่นั่งอยู่สร้างความตกใจให้ผมไม่น้อย รถเร็วมากซะจนผมต้องรีบยกมือขึ้นไปจับเบาะไว้ เสียงยางรถเสียดสีพื้นถนนดังไปทั่วจนผู้คนรอบข้างสะดุ้งเฮือก ถึงอย่างนั้นคนขับก็ดูจะไม่สนใจอะไรนอกจากจุดหมายของตน

“พี่ตุลย์ไปไหน! แล้วทำไมต้องกลับรถแรงขนาดนี้ด้วย!” อย่าเรียกว่ากลับรถเลย โปรดเรียกว่าดริฟท์เถอะ ถนนยังเป็นรอยยางรถอยู่เลย ควันขาวๆ ข้างหลังนี่ของรถไอ้พี่ชายผมรึเปล่าวะ

“นั่งเงียบๆ ไว้”

“งั้นก็บอกธันก่อนสิว่าจะไปไหน” ผมยังไม่ปล่อยมือจากเบาะรถเพราะกลัวว่าอีกฝ่ายจะทำอะไรเหมือนเมื่อกี้อีก ถ้าอยากรู้ว่าผมเกาะแน่ขนาดไหน... เคยเห็นสล็อตเกาะต้นไม้แล้วนอนหลับไหมครับ แม่งแน่นขนาดที่ว่านอนไปเป็นชาติก็ไม่ร่วงไม่หลุดใช่ไหม นั่นแหละผมตอนนี้

“ไปที่ที่มึงควรจะไปตั้งแต่แรก”

ที่ไหนละวะ! ไอ้พี่ตุ๊ลย์ มึงจะขับเร็วไปแล้วนะโว๊ยยยย!

‘Exclusive GYM’

ผมอ่านป้ายตรงหน้าในใจ สถานที่ที่พี่ชายพาผมมาคือฟิตเนสขนาดใหญ่และหรูหราที่เคยพูดถึง โห ที่โรงรถรถเยอะเหมือนแถวนี้มีคนจัดงานแต่งแล้วคนทั้งตำบลก็มากินโต๊ะจีนฟรีอะ นี่ของคนที่มาออกกำลังกายหมดเลยเหรอ

“พี่พาธันมาที่นี่ทำไม?”

“พาแมวน้ำมาลอกคราบ ปะ” เมื่อพูดจบประโยคร่างสูงก็คว้าแว่นกันแดดสีชาขึ้นมาสวมก่อนจะจูงมือผมเข้าไปในสถานที่ดังกล่าว เฮ้ย! พามาทำไมนะ!

“ยินดีต้อนรับค่ะ มีอะไรให้ช่วยไหมคะ”

“สมัครสมาชิกครับ”

“เฮ้ยๆๆ พี่ตุลย์มาคุยกันก่อน” ผมรั้งแขนพี่ชายที่เดินดุ่มๆ เข้าไปหาสาวตรงเคาท์เตอร์ทันทีที่ก้าวเข้ามาในอาณาเขตที่ผมไม่คิดว่าจะได้มาเหยียบ

“อะไร?”

“เดี๋ยวๆๆ อย่าเพิ่งพูด ขอธันเรียบเรียงเรื่องแป๊บนึง” เรื่องแม่งเกิดขึ้นเร็วจนผมมึน อีกอย่างไอ้พวกนักกล้ามหุ่นดีนั่นก็มองจนผมไม่กล้าขยับ โว้ย!

“ว่า”

“คือพี่พาธันมาที่นี่เพื่อสมัครสมาชิกใช่ไหม?”

“อ่าฮะ”

“แล้วสมัครสมาชิกทำไม?”

“เอ้าไอ้นี่ สมัครให้มึงมาตากแอร์เล่นมั้งสัส ก็ต้องสมัครให้มาออกกำลังกายสิวะ”

“เฮ้ย บอกว่าเต้น T25 อยู่บ้านก็ได้ ธันไม่ชอบคนเยอะ อีกอย่างไอ้ฟิตเนสนี่ก็แพงจะตาย ธันไม่ชอบ...” ผมกระซิบให้ได้ยินกันแค่สองคน เห็นเรทราคาแล้วขาผมสั่นเลยให้ตายสิ วันละร้อยแปดสิบ เดือนละสามพัน ก็อด… นี่เป็นราคาปกติใช่ไหม มันแพงเกินกว่าที่นักเรียนอย่างผมจะจ่ายได้จริงๆ นั่นแหละ

“มัวแต่อายจะได้รถไหม?”

กึก

“...”

ผมเงยหน้ามองอีกฝ่าย พี่ตุลย์กอดอกมองไปที่โซนอื่นเหมือนไม่ได้สนใจผมที่อยู่ตรงนี้ แต่ผมรู้ดีว่ามันไม่ใช่แบบนั้น

“กูจำไม่ได้ว่าเคยสอนให้น้องไม่มีความมั่นใจในตัวเองแบบนี้”

“...”

“กูรักมึงนะเว้ย ทุกสิ่งที่กูเลือกให้แม่งดีทุกอย่างแหละมึงไม่ต้องปฏิเสธหรอก ต่อไปนี้กูยื่นอะไรให้มึงมีหน้าที่แค่รับไว้ก็พอ”

“แต่...”

“อย่าเถียงดิ กูอยากเห็นมึงผอมนะอ้วน” พี่ตุลย์เอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนพร้อมกับประทับริมฝีปากลงมาที่หน้าผากผมอย่างแผ่วเบา สัมผัสที่ได้รับทำให้ผมเริ่มผ่อนคลายลงนิดหน่อย ก็ถ้าจะทำแบบนี้กูยอมก็ได้วะ...

“อือ...”

“รายปีเท่าไหร่ครับ” สถาปนิกหนุ่มขยี้หัวผมสองสามครั้งแล้วหันไปสนทนากับสาวสวยที่เคาท์เตอร์บ้าง รายปี? แค่รายเดือนก็สามพันแล้วรายปีจะเท่าไหร่วะ

“18,000 บาทค่ะ” แค่กๆ ผมนี่แทบไอออกมาเป็นเหรียญบาท

“รับบัตรเครดิตไหมครับ”

“รับค่ะ รบกวนกรอบใบสมัครตรงนี้นะคะ”

“มึงอะกรอก ของมึงนี่” นิ้วเรียวลากกระดาษสีขาวมาทางผม

“อือ...” ผมยืนกรอกใบนั่นด้วยความรู้สึกหลากหลาย ใจหนึ่งก็อยากจะบอกแม่สาวตรงเคาท์เตอร์ว่า ‘ไม่เอาแล้วครับ’ แต่ไอ้สายตากับท่าทางของคุณสถาปนิกข้างๆ ทำให้ผมได้แต่ก้มหน้าก้มตาขีดๆ เขียนๆ จนครบทุกช่อง

“ค่ะ นี่บัตรสมาชิกนะคะ คุณลูกค้าสามารถเข้ามาใช้บริการได้ตั้งแต่ 8:00 น. จนถึง 23:00 น. เลยค่ะ” ไอ้บัตรสีดำนี่ราคาหมื่นแปด... แต่ถ้าคิดตามราคาต่อเดือนก็ถือว่าถูกนะ ว่าแต่เปิดแปดโมงเช้าถึงห้าทุ่มเลยเหรอ ใครมันจะไปอยู่ถึงตอนนั้นวะ

“ครับ งั้นกูไปแล้วนะไอ้ธัน”

“ไปไหน!” ผมจับแขนพี่ชายไว้ทันทีที่เขาทำท่าจะเดินไปจริงๆ ไปไหนของมึงครับพี่ตุลย์ มึงคงไม่ได้เอากูมาทิ้งที่นี่จริงๆ ใช่ไหม!

“กลับบ้านไง เลิกแล้วโทรหาละกัน… ถ้าบอกแบบนี้มึงต้องขอกลับไปกับกูแน่เลยว่ะ งั้นกูขอสั่งว่าอย่างน้อยถ้ามึงจะกลับบ้านต้องเป็นเวลาเกินหนึ่งทุ่มหนึ่งนาทีหนึ่งหนึ่งหนึ่งวินาที” ไอ้พี่ชาย! ใครจะกล้าอยู่ที่แบบนี้คนเดียวนานขนาดนั้นวะ

“พี่ตุลย์! พี่จะไปจริงดิ”

“อือ มึงก็อยู่เล่นไปละกัน”

“ไม่เอาอะ... ค่อยมาพรุ่งนี้ได้ไหม ตอนนี้ธันยังไม่พร้อม”

“ไม่พร้อมอะไร ชุดมึงก็พร้อม รองเท้าก็มี บัตรสมาชิกก็มี ผ้าขนหนูก็ถืออยู่ เอาตังเหรอ?... อะ เอาไปสิบบาท”

“ไม่ใช่ ธันไม่ได้หมายถึงเรื่องปัจจัยภายนอก” หมายถึงใจต่างหากไอ้พี่บ้า! ฟิตเนสธรรมดาที่ไม่ค่อยมีคนผมยังไม่กล้าไปคนเดียวเลย นับภาษาอะไรกับที่นี่วะ ดูนี่สิ ตรงนี้คือลอบบี้รับรองแขก แต่คนอย่างเยอะแถมแต่ละคนไม่มีไขมันส่วนเกินกันสักขีด นอกจากนั้นยังแต่งตัวดีทุกคน ตัดภาพมาที่ผมที่อ้วนตุบ ใส่เสื้อกีฬาสีของโรงเรียน กางเกงบอล รองเท้าพละ โอ้วโน่ว ผมเขิน ผมอาย ผมไม่กล้าเข้าไปข้างใน

“ไม่สน กูบอกแล้วว่ากูยื่นอะไรไปมึงมีหน้าที่รับไว้ ไปแล้วนะหนึ่งทุ่มเจอกัน”

บื๋นนนนนนนนนนนนนน

อ๊ากกกก มันไปจริงๆ ด้วย

ฉิบเป๋ง…

ผมยืนนิ่งมองเท้าตัวเองเพราะไม่รู้จะทำอะไรก่อนดี ต้องก้าวเท้าด้านไหนก่อนวะซ้ายหรือขวา? แล้วผมต้องใช้มือด้านไหนเปิดไอ้ประตูกระจกนี่เพื่อเข้าไปข้างในโซนออกกำลังกาย

ซ้ายหรือขวา ขวาหรือซ้าย…

ไอ้เชี่ย กลับดีกว่า!

หมับ

“จะไปไหน”

ก่อนที่ผมจะได้หันหลังเดินไปข้างนอก หัวไหล่ก็ถูกใครบางคนดึงเอาไว้ซะก่อน เขามาพร้อมกับลมเย็นหอมๆ จากเครื่องปรับอากาศและเสียงผลักประตูกระจก ใครวะ มันออกมาจากห้องข้างในด้วย... ผมตัดสินใจเอี้ยวหน้าไปมองอีกฝ่าย เพียงเห็นแค่รอยยิ้มกับดวงตามก็รู้เลยว่าใคร นี่ บทจะไม่เจอก็ไม่เคยเจอแต่พอบทจะเจอก็เจอทุกวันเลย?

“...ทำไมมึงชอบมาเห็นตอนที่กูกำลังจะทำเรื่องไม่ดีอยู่เรื่อยวะ”

“เหรอ พระเจ้าคงส่งกูมาเป็นทูตความผอมของมึงละมั้ง”

“เฮ้อ”

“ทำไมถอนหายใจแบบนั้นวะ ปะ เข้าไปข้างในกันเถอะ” ร่างสูงใช้มือข้างหนึ่งเปิดประตู ส่วนอีกข้างก็พยายามลากผมเข้าไปอีกฟากที่ผมเรียกว่า ‘ดินแดนศักดิ์สิทธิ์ของพวกเฮลตี้’

“เฮ้ยๆ ไม่เอา”

“ไม่เอาอะไร พี่ตุลย์อุตส่าห์จ่ายแบบรายปี มึงคิดว่าการมายืนมองคนอื่นลดน้ำหนักมันคุ้มค่าเงินเกือบสองหมื่นไหม” ได้ยินด้วยเหรอวะ

“กู...”

“เข้ามา” ไอ้หยางไม่รอให้ผมปฏิเสธหรือตอบรับ พอสั่งเส็จมันก็ดึงตัวผมเข้ามาข้างในด้วยกัน ไม่หยุดแค่นั้นยังพาเดินไปที่ที่มีแต่พวกนักกล้ามอีก ไอ้หยาง! กูเสียวไส้เลยสัสอย่าพากูมาที่แบบนี้ กูไม่ชอบ กูอยากอยู่คนเดียว

“อ้าว ลากใครมาด้วยวะ” ผู้ชายตัวสูงคนหนึ่งเอ่ยถามพร้อมกับยกดัมเบลขึ้น ส่งผลให้เส้นเลือดและกล้ามเนื้อสวยปรากฏชัดเจน ไอ้เชี่ย...

“เพื่อน ชื่อธันวา ไอ้ธันนี่เพื่อนกู ชื่อต้นกับเทรนด์”

“หวัดดี...” ผมพูดเสียงเบาเพราะไม่รู้ว่าจะต้องทำตัวยังไง ไม่รู้คิดไปเองรึเปล่าแต่รู้สึกเหมือนโดนสายตาหลายคู่จับจ้องอยู่เลย มาคิดอีกที... ก็ไม่แปลกหรอกเพราะในนี้ผมดูจะอ้วนที่สุดแล้ว

“เออหวัดดีเว้ย จะเล่นปะกูจะได้ลุกให้” คนตัวเล็กเลิกคิ้วถามพร้อมกับทำท่าจะลุกออกมาจากม้านั่งซิทอัพ ผมกำลังจะปฏิเสธแต่ก็ต้องโดนขัดขึ้นอีกครั้งด้วยคนเดิม

“ฮึ ไม่ต้องหรอก... ไอ้ธันจะซิทอัพที่เบาะ”

“เฮ้ยๆๆ ไอ้สัสหยาง กูยังไม่ทันพูดอะไรเลย”

“รอมึงพูดวันนี้ก็ไม่ได้ออกกำลังกายหรอก นอนลง” ตัวผมกลิ้งไปนอนบนเบาะออกกำลังกายด้วยแรงผลักของอีกฝ่าย ทำอะไรของมึงวะ

“Wait... เดี๋ยวก่อนไอ้เชี่ย ขอกูถามมึงนิดนึงว่าเรากำลังจะทำอะไรกัน” อยากจะลุกขึ้นมาผลักเหมือนในหนังนะแต่แบบ... ติดพุงลุกไม่ขึ้น อนาถจิตเสียจริงอนิจจา

“ซิทอัพไง”

“ตรงนี้?” ผมกระซิบ กวาดตามองไปทั่วห้องกระจกขนาดใหญ่… เราอยู่ตรงกลาง ทำอะไรภาพก็สะท้อนไปทุกด้าน มันคือการประจานกูดีๆ นี่เอง

“อือ ตรงนี้แหละไอ้แมวน้ำ”

“มึง… คือมึงไปออกกำลังกายก็ได้ไม่ต้องสนกูหรอก กูออกเองได้”

“ไม่อะ มึงทำไม่ได้หรอก แค่เปิดประตูมึงยังเปิดไม่เป็นเลย” ไอ้หยางส่ายหน้าขำๆ ก่อนจะเพยิดหน้าไปทางประตูกระจก

“ใครว่ากูเปิดไม่เป็น กูแค่ไม่รู้ว่าจะเข้ามาดีไหม”

“ทำไมต้องไม่รู้วะ จ่ายตังไปแล้วยังมีอะไรที่มึงทำไม่ได้อีกเหรอ”

“...คำพูดมึงป๋าฉิบหาย”

“ป๋าไม่เท่าพี่ตุลย์หรอก ทั้งรถ ทั้งค่าฟิตเนส โคตรพ่อโคตรแม่ป๋า ฮ่าๆ” ก็เป็นอย่างที่มันพูดจริงๆ นั่นแหละ ผมยังอดตกใจไม่ได้เลยว่าทำไมพี่ตุลย์ถึงยอมทุ่มเงินเพื่อผมขนาดนี้ คงจะเป็นเพราะนั่นละมั้ง...

‘...กูอยากเห็นมึงผอมนะอ้วน’

ฟังแล้วจั้กจี้เป็นบ้าแต่ก็ไม่ได้เกลียดหรอกนะ

แปะ

“เฮ้ย ดึงสติมึงกลับมาตรงนี้ก่อนไอ้ธันวา” สัมผัสที่ข้อเท้าทำให้ผมตื่นจากภวังค์ ตอนนี้ไม่ได้มีแค่เราเหมือนตอนแรก ร่างเล็กของต้นกับร่างสูงของเทรนด์ก็นั่งอยู่ข้างๆ เบาะที่ผมนอนอยู่เช่นกัน ไม่ได้นั่งอย่างเดียวนะ มีการแคะขี้มูกแล้วเอามาป้ายเบาะด้วย อี๋ ไอ้ต้น! แล้วนั่นอะไรของมึงเทรนด์ ถือกระดาษอะไรวะ ‘สู้ๆ’ เอ่อ.. ขอบคุณ

“เฮ้ยหยางมึงเอาจริงดิ กูไปเล่นอย่างอื่นไม่ได้เหรอวะ”

“ไม่ได้ นี่กูทำเพื่อตัวมึงนะเว้ย พี่ตุลย์กับแพนก็ช่วยมึงสุดๆ”

“…”

“ทำไมมึงไม่ลองทำเพื่อพวกกูบ้างวะ”

“...”

“พี่ตุลย์บอกแล้วใช่ไหมว่าที่เขาทำทั้งหมดเพราะหวังดี อยากให้มึงผอม ...นั่นแหละ พวกกูก็คิดเหมือนกัน กูไม่ได้บอกว่าอ้วนคือความผิดนะ แต่กูว่าถ้าผอมแล้วมึงจะได้รับสิ่งที่ดีกว่า” กูรู้เรื่องนี้ดี...

“ใช่ๆ มึงจะใส่เสื้อผ้าแนวไหนก็ได้ถ้ามึงผอม ไม่ต้องภวงค์ว่าใส่ตัวนี้แล้วจะดูแย่ไหม ใส่สีนั้นแล้วจะทุเรศรึเปล่า เวลาเดินไปไหนก็มั่นใจ ยิ่งบวกกับเบ้าหน้าดีๆ แบบนี้ใส่จีวรพระยังดูดีเลยมั้ง โอ๊ย!”

“ไอ้แคระ มึงลามปาม ไอ้มารศาสนา”

“ไอ้เปรต มึงกับกูจะอยู่กันดีๆ ไม่ได้ใช่ไหม”

“เอาปะละ”

“พอๆ พวกมึงเงียบไปเลย กูกำลังปลุกใจไอ้ธันมันอยู่เห็นไหม” หยางกุมขมับ โบกมือปรามเพื่อนทั้งสองที่เริ่มฉะฝีปากกัน บรรยากาศวุ่นวายทำให้ผมแอบหัวเราะเบาๆ ความเครียดค่อยๆ จางหายไปโดยไม่รู้ตัว พวกนี้ตลกดีนะ “ช่างแม่งละกัน ไอ้ธันงอเข่า”

“อือ”

“วางมือไว้หลังหัว หันศอกออกด้านข้าง”

ผมทำตามที่อีกฝ่ายบอกทุกอย่าง สารภาพเลยว่าครั้งล่าสุดที่ทำแบบนี้คือตอน ม.2 ชั่วโมงพละ ครูจับเวลาหนึ่งนาทีแล้วให้นักเรียนซิทอัพให้ได้มากที่สุด แน่นอนว่าตอนนั้นผมก็อ้วนแล้ว จำนวนที่ทำได้จึงได้แค่สิบครั้ง ไม่มีใครว่าหรือพูดอะไรแต่ผมก็ผิดหวังในตัวเอง

ครั้งนี้มาพยายามใหม่ก็แล้วกัน

“แตะไว้เฉยๆ นะห้ามใช้มือช่วยออกแรงตอนซิทอัพ”

“เฮ้ย แต่กูอ้วนอะ ไม่ช่วยมันไม่ขึ้นนะเว้ย” ขนาดกูเอามือเกาะเข่าไปด้วย ซิทอัพไปด้วยยังไม่ค่อยจะขึ้นเลยไอ้เทรนด์

“ขึ้นดิ ไม่ต้องขึ้นจนถึงเข่าก็ได้ กูขอแค่ตรง... นี้” คราวนี้ไอ้หยางเป็นฝ่ายเอ่ยบ้าง มือใหญ่ขยับขึ้นไปเหนือหน้าท้องของผมทำมุมตั้งฉากกันพอดี มันก็ดูไม่ยาก... แต่

“สูงไปไหมวะ”

“ไม่หรอก ขยับนิดหน่อยก็ถึงแล้วเพราะมึงสูง ...ชิ อิจฉาว่ะ สูงกว่ากูตั้งเยอะ” ไอ้ต้นอุบอิบ “ไอ้ขี้อ่อย กูขอจับขามันได้ไหม?”

ไอ้หยางนี่เลือกคบเพื่อนดีเหมือนกันนะ ทั้งที่เพิ่งรู้จักกันแท้ๆ แต่ทั้งสองคนกลับเอาใจช่วยผมสุดๆ ไม่ได้รู้สึกว่าปลอมหรือแกล้งทำเลยด้วย

“ไม่เป็นไร กูน่าจะไหว... เวลามึงหายใจออกให้เกร็งหน้าท้องนะ งอคอได้นิดหน่อยแต่อย่าใกล้อกมาก” โห ถามก่อนดีไหมว่ากูมีคอให้งอรึเปล่า คอแม่งกลายพันธุ์เป็นสิ่งเล็กๆ ที่เรียกว่าเหนียงหมดละ

“อือ”

“เซตแรกสิบห้าครั้ง... เริ่ม” อยากจะร้องว่า ‘สิบห้าครั้งเลยเหรอ!’ แต่ก็เหมือนคนตรงหน้าจะรับรู้ความคิดนั้น มันถึงได้ยักคิ้วกวนตีนพร้อมกับเอ่ยไม่มีเสียงว่า 'เออ สิบห้าครั้ง' เออ กูทำก็ได้!

“น... หนึ่ง”

“สอง อึก” โว้ย ไอ้มือนี่ก็อยู่สูงจริงโว้ย โหม่งแม่ง! วุ้ว รู้สึกเหมือนตัวเองเป็นแมวน้ำโชว์ในสวนน้ำ ไอ้หยางเป็นครูฝึก ไอ้เทรนด์เป็นคนดู ส่วนไอ้ต้นก็เป็น... เด็กเก็บตั๋วที่เอาแต่แคะขี้มูกจนจมูกจะบานอยู่แล้ว

เฮ้ยๆ กลับเข้าเรื่องก่อน ถึงไหนแล้ว อ๋อ

“แฮ่ก เจ็ด”

เหงื่อเม็ดเล็กๆ เริ่มไหลลงมาตามใบหน้ากับแผ่นหลัง ร่างกายที่ไม่ค่อยได้ออกกำลังกายเริ่มส่งสัญญาณว่า ‘เหนื่อย’ ด้วยความเจ็บปวดช่วงหน้าท้องและความเมื่อยล้าตามส่วนต่างๆ

เหนื่อยว่ะ อยากพัก...

เฮ้ย อย่าไปยอมดิวะ แค่สิบห้าครั้งเองทำไมจะทำไม่ได้ ถ้ามึงยอมตอนนี้มึงจะไปทำอะไรได้ แค่ออกกำลังกายง่ายๆ ยังไม่ได้เรื่องเลย อีกแค่แปดครั้งเอง สู้ๆ หน่อยตัวกู!

“คิกคิก”

“มึงดูดิ ฮะๆ”

ขณะที่ผมกำลังฮึด เสียงหัวเราะหลายเสียงก็ดังขึ้นไม่ไกลนัก ผู้หญิงกลุ่มหน่งกำลังเกาะกลุ่มชี้นิ้วมาทางนี้ ไม่ได้คิดไปเอง พวกเธอหัวเราะผมจริงๆ... มันดูตลกสินะที่คนอ้วนมานอนซิทอัพแบบนี้

มันทุเรศมากใช่ไหม...

“อย่าสนใจคนอื่น สนใจแค่กู”

สีหน้าจริงจังมาพร้อมประโยคที่ดังพอสมควรเหมือนเจ้าตัวจงใจให้คนกลุ่มนั้นได้ยิน กระแสเสียงเย็นเฉียบแฝงความหมายโดยนัยว่า ‘หุบปาก’ การกระทำดังกล่าวทำให้พวกเธอนิ่ง รีบวิ่งไปที่อื่นทันที ...ทำไมผมต้องมารู้สึกอบอุ่นกับอะไรแบบนี้

“อือ... แปด”

ผมเลือกที่จะทำตาม ไม่สนใจเสียงที่ดังรอบตัวแล้วเปลี่ยนมาโฟกัสที่คนตรงหน้าแทน... แล้วก็ทำได้ เหมือนหูผมตัดเสียงคนรอบข้างทิ้งไปเลย ตอนนี้ผมได้ยินแค่เสียงไอ้หยางนับเลขเท่านั้น

“สิบห้า! แฮ่ก” เหนื่อยสัสๆ นอกจากจะปวดหน้าท้องกับท่อนแขนแล้วยังปวดขาที่ต้องเกร็งตลอดเวลาด้วย เพราะแบบนี้สินะเขาถึงได้บอกว่าออกกำลังกายโดยไม่มีอุปกรณ์เนี่ยยากที่สุดแล้ว

“มึงทำดีมากไอ้เพื่อนใหม่ อะ นี่น้ำเปล่า”

“อย่าเพิ่งดื่ม รอให้หายเหนื่อยก่อน” เทรนด์ห้ามผมไว้ก่อนที่จะเอื้อมมือไปรับน้ำมาจากต้น เออยังไงก็ได้ ตอนนี้กูเหนื่อยมากไม่มีกะจิตกะใจแดกน้ำเหมือนกัน อื้อหือ มึนหัวเลยอะ เชี่ยหยางแม่งแกล้งผมเปล่าวะ รู้สึกเหมือนมือมันสูงขึ้นทุกครั้งที่ผมแตะถึง ครั้งสุดท้ายนี่จำได้เลยว่าต้องเขย่งสุดตัว

“แฮ่ก”

“มึงทำดีมาก เซตต่อไปยี่สิบครั้งเนอะ”

“เฮ้ยหยาง แค่นี้กูก็-”

“หรือจะสามสิบ”

“เชี่ยเทรนด์ มึง!”

“หรือจะสี่สิบ”

“ต้น...”

ไอ้พวกเชี่ย! พวกขบวนการไร้ความเมตตา!!!!!

19 : 25 น.

คงไม่ต้องบรรยายว่าสภาพผมเป็นยังไง เอางี้ ผมจะบอกกิจกรรมที่เพิ่งทำไปแล้วให้พวกคุณไปบวกลบคูณหารเดาสารรูปกับสังขารผมเอง ตอนแรกพวกมันให้ซิทอัพสี่เซ็ทเสร็จสรรพเป็นจำนวนหกสิบครั้งถ้วน หลังจากนั้นก็ไปเล่นเวทช่วงไหล่ต่อครึ่งชั่วโมง และปิดท้ายด้วยเครื่องเดินวงรียี่สิบนาที ...วิ่งบนลู่สี่นาทีกับปั่นจักรยานเมื่อวานนี่ชิดซ้ายไปเลยครับคุณผู้ชม

“นี่หยาง กูว่าเราให้ไอ้ธันออกกำลังกายหนักไปเปล่าวะ มาครั้งแรกแบบมันควรเริ่มจากอะไรเบาๆ อย่างวิ่งบนลู่หรือไม่ก็ดัมเบลน้ำหนักน้อยปะ” ไอ้ต้นนั่งยองๆ จิ้มนิ้วลงมาที่เนื้อผมสองสามจึก แหม เพิ่งมาสำนึกเหรอ แล้วนี่... จิ้มที่อื่นกูจะไม่ว่าเลย ทำไมต้องจิ้มที่หัวนม?

“ไม่เป็นไรหรอก เมื่อวานมันไปออกกำลังกายมาแล้ว”

“เหรอ... แล้วแต่ละกัน มึงไหวเปล่าวะไอ้ธัน”

“แฮ่ก ดูสภาพกูดิ” จากที่ตอนแรกไม่กล้าแม้แต่จะเข้ามา ตอนนี้ผมกลับกล้านอนหงายอย่างไม่อายใครที่กลางห้อง ใครจะขำอะไรเรื่องของพวกมึงแล้วครับ กูเหนื่อยมาก กูจะไม่สนใจอะไรทั้งนั้น

“ทำแบบนี้ทุกวันมึงผอมแน่”

“โหไอ้ห่าหยาง ทำแบบนี้ทุกวันกูคงตายก่อนจะผอม” ผมเขวี้ยงผ้าขนหนูผืนเล็กใส่หน้าขาอีกฝ่ายอย่างแรง... แรงหมด ไม่มีแรงขยับแล้วโว้ย!

“ไม่ตายหรอก ไอ้เทรนด์พิสูจน์มาแล้ว”

“?”

“เมื่อก่อนมันเคยอ้วน”

“จริงดิ มึงอะนะ O_O” อื้อหือ ผมนี่ลุกขึ้นมามองหน้าคนที่โดนพูดถึงเลยครับ ...กล้ามเนื้อเกาะตามร่างกาย ผิวหนังกระชับ ซิกแพ็ค... คนแบบนี้น่ะเหรอที่เคยอ้วน

“เออกูนี่แหละ อ้วนน้อยกว่ามึงนิดหน่อยเอง” โอ้วพระเจ้า โอ้วพระเจ้า... มึงทำได้ไงวะ

“อยากขอคำแนะนำอะไรก็ทักมันไปละกัน เดี๋ยววันนี้กูส่งเฟสไปให้ ว่าแต่...เมื่อวานมึงโกรธพวกไอ้ยูปะเนี่ย”

“หือ เมื่อวาน?”

“ที่คุยกันในแชทกลุ่ม”

“อ๋อ เรื่องนั้นสินะ”

“อย่าไปโกรธพวกมันเลย มึงก็รู้ว่าปากแต่ละคนเป็นยังไง ยิ่งไอ้ยูนะ...”

“...”

“นี่มึงโกรธพวกมันมากขนาดนั้นเลยเหรอวะอ้วน” หนุ่มหล่อใช้ก้นขวดน้ำแปะหน้าผากผมไว้ก่อนจะออกแรงดันเล็กน้อย... มึงต้องการให้หัวกูเอนไปด้านหลังสินะ ซอรี่นะที่หัวกูหนักเพราะไขมันสะสมช่วงแก้มเยอะ มันก็เลยไม่ขยับสักนิด เหอะๆ

“เปล่า...”

“แล้วเงียบทำไม”

“กูก็แค่...”

“...”

“สงสัยว่ามึงกำลังพูดถึงอะไร =  =”

“?”

“โกรธเรื่องอะไรวะแล้วใครโกรธใคร?”

“ก็มึงไง เมื่อคืนพวกไอ้ยูมันล้อมึง มึงก็อ่านแต่ไม่ตอบ… ไม่ได้โกรธเหรอวะ”

“อ๋อ ตอนนั้นน่ะเหรอ” ผมจับคางทำท่าเข้าใจ นึกออกแล้วๆ ต้องเป็นตอนนั้นแน่เลย…

ย้อนกลับไปเมื่อคืนนี้...

ตือดึง

Pai Sass : ไอ้คู่นี้อะไร จะไปภูกระดึงกันเหรอ แล้วทำไมต้องไปด้วยกัน?

Hop p : แล้วถ้าไปมึงจะเดินไหวเหรอไอ้ธัน555

Una oI : เออ ระวังกลิ้งตกลงมานะเว้ย ยิ่งอ้วนๆ อยู่5555

Atipat Aa : พวกมึงก็ไปล้อมัน… อย่าเดินใกล้หน้าผานะเดี๋ยวของเขาถล่มเพราะน้ำหนักมึง5555

“ไอ้พวกสัส ฮ่าๆ...” ผมมองข้อความในมือถือขำๆ ไม่โกรธหรอกครับถ้าเป็นเพื่อนกัน ผมรู้ว่าพวกมันไม่ได้มีเจตนาทำร้าย ว่าแต่เลขห้าหายไปไหนวะ ใครเอาเลขห้าผมออกจากแป้นพิมพ์ วุ๊ อาบน้ำแล้วโคตรง่วงเลยว่ะ จะพิมพ์ ‘555’ ยังทำไม่ได้เลยเนี่ย งืมๆ…

หือ

ฟุดฟิดๆ

...ไก่ย่างวิเชียรบุรี!!!!

“ไอ้เหี้ย ใครมันจิตใจดำอัมหิตได้ขนาดนี้วะ” ผมเอามือปิดจมูก วางมือถือทิ้งไว้ข้างเตียงก่อนจะเดินออกไปมองหน้าต่าง นั่นไงไอ้ตัวการ! คนข้างบ้างผมแม่งตั้งวงแดกเหล้ากัน แดกอย่างเดียวผมไม่ว่าหรอก… แต่ทำไมต้องย่างไก่เป็นกับแกล้ม! ไอ้พวกหัวโคยยย!!

“วุ้ววว อร่อยฉิบหาย มึงเอาปลาหมึกมาย่างดิ๊”

ปลาหมึกพ่อมึง! ไอ้พวกจัญไร!!!!

โครก

ไม่ได้การ ถ้ายังอยู่ต่อไปผมต้องวิ่งลงไปกระชากของพวกมันมาแดกเยี่ยงปอปผีฟ้าเป็นแน่แท้ เมื่อมันเป็นเช่นนั้น… บรรทมซะไอ้ธันวา!!!!

ผมกระโดดขึ้นเตียง เอาผ้าห่มคลุมโปงทั้งตัวเพราะไม่อยากรับรู้อะไรทั้งนั้น ฮื่ออ พวกมึงใจร้ายมากนะที่ทำกับกูแบบนี้! คอยดูเถอะไอ้ส้นตี๊น สักวันกูจะผอมแล้วสามารถเดินไปเยี่ยวได้อย่างสบายใจแม้พวกมึงจะตั้งวงแดกบุฟเฟ่ทองหยอด ฮื่ออ!

ตือดึง

ตือดึง

ตือดึง!

เอ๊ะ นั่นเสียงโทรศัพท์ปะ...

ตือดึง… หิวเมื่อไหร่ก็แวะมา เซเว่นอีเลฟเว่น

ไม่ใช่ธัน! นั่นคือเสียงประตูเซเว่น มึงควรนอนได้แล้ว!!!

“เรื่องมันก็เป็นแบบนี้แหละ” ผมเล่าให้ร่างสูงฟัง คิดแล้วท้องร้องเลยว่ะ แม่งบ้าชัดๆ ไม่มีความเกรงใจกันเลย ทำไมผมต้องมาเจอเพื่อนบ้านแบบนี้ด้วยวะ ฮ่วย สารชั่วที่สุด

“สรุปคือมึงไม่ได้โกรธ?”

“อือฮึ จะโกรธทำด๋อยอะไรเรื่องเท่าจิ๋มมด”

“มึงใช้คำน่าเกลียดมาก… ก็ดีแล้วล่ะ แล้วได้ตอบข้อความพวกไอ้ยูบ้างปะเนี่ย”

“ฮึ กูยังไม่ได้อ่านเลยด้วยซ้ำ เมื่อเช้าตื่นสาย วันนี้ก็เรียนทั้งวัน เพิ่งได้จับโทรศัพท์ตอนโทรหาพี่ตุลย์เมื่อเย็นนี้เอง ไหนดูซิ อื้อหือ... 154 ข้อความจากเชี่ยยูคนเดียว ไม่ใช่ว่าขึ้นเครื่องมาจากเวียดนามแล้วนะ...” ผมนั่งอ่านข้อความขอขมาลาโทษจากเพื่อนทั้งหลาย ตั้งสามสิบกว่าคนแหนะ ผมควรดีใจไหมที่เพื่อนแคร์ขนาดนี้ เพื่อนมัธยมไม่มีมาขอโทษแบบนี้หรอกนะครับ

รู้สึกดีว่ะ

กูแค่หิวไก่ก็เลยไม่ตอบเอง ทำไมมโนกันไปไกลขนาดนี้วะ ฮะๆ









______________________________________________________________________________


ในขณะที่น้องธันเริ่มลดทีละนิด...

อีคนแต่งที่บอกว่าจะลดยังไม่ได้เริ่มอะไรเลย // หยิบไก่ย่างวิเชียรบุรีขึ้นมาแทะ

แหม่... เรื่องมันเศร้าว์จริมๆ


6/10/59

-Mommae-


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.893K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

30,011 ความคิดเห็น

  1. #29961 chickeppp (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 12 สิงหาคม 2563 / 17:06
    พี่ตุลย์จนไม่จริงอ่ะะะ
    #29,961
    0
  2. #29630 MoRO66 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2563 / 02:15
    คิดถึงเรื่องนี้ เริ่มอ่านใหม่หมด จะลดนน.ไปพร้อมๆน้องธัน!!
    #29,630
    0
  3. #29621 Pangrumm01 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2563 / 18:54
    เป็นพี่ดือออ
    #29,621
    0
  4. #29544 chilfull (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2563 / 14:52

    แงงงง พี่ตุลย์โคตรดีอ่ะ

    #29,544
    0
  5. #29223 reluz (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 6 เมษายน 2563 / 15:45
    พี่ตุลย์คือดือมาก
    #29,223
    0
  6. #29174 นักโทษหมายเลข0 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 5 เมษายน 2563 / 12:31
    แง้ววววฝ
    #29,174
    0
  7. #29016 nying009 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 3 เมษายน 2563 / 07:12
    งุ้ยยย อยากโดนพี่ตุลย์จุ้บเหม่ง
    #29,016
    0
  8. #28838 manonii (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 30 มีนาคม 2563 / 14:15
    6/10 วันเกิดหนูพอดีนะคะไรท์55555
    #28,838
    0
  9. #28816 fanclub-tk (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2563 / 17:47
    อ่านละรู้สึกอยาก.........กินไก่ย่างทันที 555555 ค่อยลดพนละกัน
    #28,816
    0
  10. #28806 lol6104 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 12 มกราคม 2563 / 08:31
    อื้อหือ อ่านแล้วคือแบบรู้สึกมีแรงฮึดอยากออกกำลังกายเป็นเพื่อน-ธัน55555
    #28,806
    0
  11. #28692 Shipnielong (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 14 เมษายน 2562 / 09:53
    ธันอย่าไปสนใจคนที่ล้อเลยเน้อ คิดมากไปก็ปวดใจเปล่าๆ สู้ๆนะเจ้าธัน
    #28,692
    0
  12. #28632 HunAunSun (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 3 เมษายน 2562 / 17:49
    เก่งมากเจ้าธัน
    #28,632
    0
  13. #28542 rosayrai (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 30 มีนาคม 2562 / 00:16
    เราเป็นเหมือนธนเลยคืออ้วนมากและไม่มีความมั่นใจ บอกเลยว่าถ้าเรามีพี่แล้วโดนพี่ยัดเยียดแบบนี้ร้องไห้ใส่หน้ามันเลยอ่ะ อย่างที่หยางเลยพูด ไม่เคยอ้วนไม่เข้าใจหรอก ต่อให้บอกว่าหวังดีก็เถอะ แต่ตอนนี้เราตัดสินใจแล้วจะลดน้ำหนักแข่งกับธัน555 เป็นกำลังใจให้ทันลดน้ำหนักนะ สู้ๆ(บอกตัวเอง)
    #28,542
    0
  14. #28486 JHTEN (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 25 มีนาคม 2562 / 22:05
    เข้าใจๆ/ตบบ่า
    #28,486
    0
  15. #28424 aapxw (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2562 / 15:05
    น้องไม่ได้โกรธ น้องแค่หิวไก่
    #28,424
    0
  16. #28385 Callmeyou (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2562 / 22:13
    ....เวลาหิวนี้ทรมานมากเลยนะ ฮือ
    #28,385
    0
  17. #28221 greentealatte ♡ (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 25 มกราคม 2562 / 10:49
    น้องธันสู้ๆ
    #28,221
    0
  18. #28200 tongtongaraya (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 25 มกราคม 2562 / 00:15

    เอาจริงๆชีวิตธันวาคล้ายๆเราเลยนะ คือเวลาจะทำอะไรจะมีสิ่งมาขัดตลอด อย่างเมื่อก่อนจะไปวิ่งที่สนามกีฬาทีไหร่ ฝนตกทุกทีเมื่อมันรู้ว่าเราจะไปวิ่งอ่ะ ปัจจุบันสมัครฟิตเนสจ้า อยากทำให้ได้เหมือนเธอนะธันวา แต่แรงบันดาลใจมันไม่ค่อยมี แต่น้ำหนักเราพอๆกะธันวาเลยแต่น้อยกว่า4กี่โล นี้ตั้งใจว่าจะลดให้ได้เท่าธันวาเลย62 เพราะแต่ก่อนหนักแค่นั้นขึ้นๆลงๆ แต่ตอนนี้ขึ้นมาได้ไงไม่รู้ 80 แค่2ปีเองนะ แสดงว่าเราแ*กเก่งกว่าธันวา5555/(ไรท์กระโดดตบ) ('/\')
    #28,200
    0
  19. #27838 rattanalak44 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 18 พฤศจิกายน 2561 / 22:13
    สงสารธันเลยอ่ะ555
    #27,838
    0
  20. #27744 mookba030 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2561 / 02:24
    อยากลดเลย อ่านนิยายเรื่องนี้แล้วมันมีแรงบรรดารใจ
    #27,744
    0
  21. #27315 randel04adisorn (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 26 สิงหาคม 2561 / 19:28
    ความรู้สึกแบบนี้เคย อาย

    เหมือนที่เขียนทุกอย่างเลย
    อายชุดที่ใส่ อายไข่มัน อายผู้ชาย 555 แต่ก็ลดมาได้20โล สู้ๆธัน
    #27,315
    1
    • #27315-1 Ozøńe♡(จากตอนที่ 6)
      6 ตุลาคม 2561 / 00:18
      โห ลดได้ขนาดนี้ต้องตั้งใจมากแน่ๆเลย
      #27315-1
  22. #27257 H2O-69 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2561 / 15:44
    มาอ่านช่วงอยากลดน้ำหนักพอดีเลย รู้สึกเหมือนธันเลยว่าอยากกินไก่ย่างมากๆ 55555555
    #27,257
    0
  23. #27255 Alway2556 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2561 / 12:51
    เห็นน้องลดเราก็อยากลดขึ้นมาทันที
    #27,255
    0
  24. #27055 padcharapa (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 2 กรกฎาคม 2561 / 18:26
    เราว่าน่าจะให้ไปคาดิโอ้ก่อนนะเพราะทันคือการเบิร์นไขมันเบิร์นเสร็จละค่อยมาเวทคือพวกซิทอัพไรงี้เพื่อสร้างกล้ามเนื้ออ่ะ
    #27,055
    0
  25. #26514 Meuan Fan. (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2561 / 22:13
    ลั่นธันวา555555555555
    #26,514
    0