I'm on a diet! : อย่าท้า เดี๋ยวจะหาว่าไม่เตือน [END]

ตอนที่ 5 : ครั้งที่ 3 ลดเพื่อรถ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 59,193
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,852 ครั้ง
    22 ม.ค. 62



ครั้งที่ 3 ลดเพื่อรถ

[ธันวา]

“วิ่งเร็วกว่านี้หน่อยธัน”

“แฮ่ก แต่กูจะไม่ไหว แฮ่ก ...แล้วนะเว้ย”

“เออน่า วิ่งต่อไปอีกหน่อย”

“ไอ้แพ๊นน กูไม่ไหวแล้ว แฮ่ก”

“ไอ้เชี่ยธันอย่าเวอร์ มึงเพิ่งขึ้นมาบนลู่ได้แค่ห้านาที”

ถึงจะอย่างนั้นก็เถอะ กูเหนื๊อยย

กราบสวัสดีคนอ่านที่รัก… จากประโยคเมื่อกี้พวกคุณคงเดาได้ว่าผมอยู่ที่ไหนและกำลังทำอะไรอยู่ ครับอย่างที่พวกคุณคิดนั่นแหละ ผมกับเพื่อนรักกำลังออกกำลังกายอยู่ที่ฟิตเนสมหาลัย xx

กิจวัตรประจำวันของผมถูกไอ้แพนเพิ่ม ‘ออกกำลังกาย’ เข้ามาไว้ในทุกๆ วันไม่ว่าจะเป็นวันปกติหรือวันหยุดนักขัตฤกษ์ พูดแล้วดูเหมือนเริ่มมานานแล้ว… อันที่จริงก็เพิ่งเริ่มวันนี้เป็นวันแรกแหละ

ไอ้แพนบอกว่า 'เมื่อเราเริ่มลดน้ำหนัก แรกๆ เราจะฮึดและทำตามกฎทุกอย่าง แต่เมื่อเวลาผ่านไป หลายสิ่งหลายอย่างจะประดังเข้ามาทำให้มึงท้อ เหนื่อยและสุดท้ายก็กลับไปใช้ชีวิตแบบเดิมเพราะฉะนั้นเราต้องรีบบังคับให้ตัวมึงชินกับการลดความอ้วน จะได้ไม่กลับไปแดกเหมือนเดิม!' คือเดี๋ยวนะ นี่ก็แรกๆ อะ ทำไมผมเหนื่อยแล้ววะ

“แฮ่ก พอก่อนๆ”

“เออๆ ก็ได้วะ”

“เหนื่อยฉิบ” ผมทิ้งตัวลงนอนที่ม้านั่งตัวยาวด้วยร่างกายที่อ่อนล้า ร่างกายตุ้ยนุ้ยคงชินกับความขี้เกียจ พอมาออกแรงแบบนี้มันคงตกใจแบบ ‘เฮ้ย ไอ้ธันออกกำลังกายว่ะ!’ ระบบในร่างกายก็เลยรวน ทำให้เหนื่อยง่ายมั้ง เหอะๆ

แชะ

“ไอ้หยางบอกว่า ‘สู้ๆ’”

“อือ” ผมตอบเสียงอื้ออึงอย่างหมดแรง นี่ก็เป็นอีกหนึ่งกิจวัตรประจำวันที่ไอ้แพนเพิ่มเข้ามาให้ผม ‘เป็นนายแบบ’ แม่งถ่ายทุกช็อต ไม่ได้เก็บไว้เองนะครับ มันส่งไปให้ไอ้หัสดินดู ไอ้นั่นก็คงไม่ได้กดเซฟเอาไว้หรือเอาไปทำอะไรหรอก ก็แค่ตอบกลับมาตามภาษาคนอยากคุยด้วย

จะว่าไปช่วงนี้เราก็คุยกันมากขึ้นกว่าเดิมนะ ตอนเย็นๆ บางวันมันก็ทักมาถามว่าน้ำหนักลดรึยัง ถึงผมจะเริ่มลดน้ำหนักวันนี้เป็นวันแรกแต่หลังจากเหตุการณ์ควันไก่ลอยฟ้า (?) ก็ผ่านมาหนึ่งอาทิตย์แล้ว ผมขอเวลาเตรียมตัวเตรียมใจกับไอ้แพนเองแหละ

“หมดเวลาพัก”

“ง่าแพน เพิ่งแป๊บเดียวเอง”

“ก็แป๊บเดียวไง ลุกขึ้นมาเร็วๆ ไปวิ่งต่อ”

“เออๆ” ยอมก็ได้... วะ

...อ่าว

“แพน มึงเล่นไปเถอะ เดี๋ยวกูจะไปปั่นจักรยานตรงนั้น กู… เขิน” ผมบอกทันทีเมื่อลุกขึ้นมาแล้วเห็นว่าโซนลู่วิ่งที่เคยว่างเปล่ากลับมีคนเข้าไปใช้งานเเป็นจำนวนมาก เมื่อกี้ยังไม่มีคนอยู่เลย ทำไมไปนั่งม้านั่งแค่แป๊บเดียวคนถึงเต็มแบบนี้วะ... แถมแต่ละคนก็หุ่นดีทั้งนั้น

“เฮ้ยไม่ได้ ลู่วิ่งไม่ได้เต็มสักหน่อย เหลือตั้งสองเครื่อง”

“ฮึ ไม่เอา” ...มันเป็นเครื่องตรงกลาง

“ไอ้ธัน ถ้ามัวแต่เขินแบบนี้แล้วเมื่อไหร่มึงจะผอมวะ” อีกฝ่ายกอดอกมองผมด้วยสีหน้าจริงจัง ผมรับรู้ถึงความรู้สึกที่มันอยากให้เพื่อนผอมแต่ตอนนี้กูไม่กล้าจริงๆ

“ขอเหอะ... กูได้ยินมาว่าการปั่นจักรยานก็เป็นการลดน้ำหนักที่ดีนะเว้ย เห็นว่าลดตั้ง 508 แคลอลี่ต่อชั่วโมง”

“แต่-”

“นะ… ขอเหอะ” ตรงไหนก็ได้ที่ไม่มีคน

ถึงพวกเขาจะไม่มองผมก็ยังรู้สึกเขินอยู่ดี คนไม่อ้วนกับคนมั่นใจในตัวเองไม่มีวันเข้าใจความรู้สึกหรอกครับ คนประเภทผมจะเหมือนโรคจิตอ่อนๆ ที่จะชอบคิดไปเองว่ามีคนมองเรา ถ้าเป็นหนักหน่อยก็คิดว่าเขาหัวเราะเยาะ ตลกตัวเองชะมัด

“เออก็ได้… ถ้ากล้าเมื่อไหร่ก็มาวิ่งแล้วกัน กูรออยู่”

“อือ”

สุดท้ายผมก็ไปนั่งปั่นจักรยานอย่างที่พูดจริงๆ ตรงที่ผมอยู่ไม่ค่อยมีใครนอกจากเด็กน้อยสองสามคน ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องที่ดี

“เฮ้อ” ผมเฝ้ามองแผ่นหลังของเพื่อนสนิทไปพลาง ปั่นจักรยานไปพลาง เสียใจที่เพื่อนหวังดีแต่ผมกลับรับความหวังดีนั้นไว้ไม่ได้ ถ้าผมกล้าอีกสักหน่อย... ไม่ๆ เราจะไม่เครียดเพราะการเครียดก็เป็นบ่อเกิดแห่งความอ้วน

อืม ส่งภาพไอ้แพนไปให้ไอ้หยางดูสักหน่อยละกัน เดี๋ยวมันจะเฉาตายเพราะดูแต่ภาพผม

แชะ

Thanwa : ดูแต่ภาพกู มึงคงเบื่อแล้วมั้ง *ส่งภาพแพน*

Yang : มึงช่างเป็นเพื่อนที่ประเสริฐอะไรเยี่ยงนี้5555 //กราบ

ผิดคาดแฮะ คิดว่าจะตอบช้าเพราะคุยกับคนอื่นอยู่

Thanwa : แน่น๊อน

Yang : ทำไรอยู่วะ

Thanwa : ออกกำลังกาย

แหม พอได้ใช่ประโยคนี้แล้วตื้นตันใจชะมัด เมื่อก่อนเวลาโดนถามคำตอบของผมจะมีไม่กี่อย่างหรอก ไม่ 'กิน' ก็ 'นอน'

Yang : เหยดดดด แล้วเป็นไง น้ำหนักลดบ้างยัง

Thanwa : 10 กิโล

Yang : จริงอะ?

Thanwa : ฮึ กูล้อเล่น ใครมันจะลดเร็วขนาดนั้นวะกูเพิ่งออกกำลังกายวันแรกเนี่ย555

Yang : กูว่าแล้ว

Thanwa : มึงอะทำอะไรอยู่

Yang : เรียนพิเศษ

Thanwa : อ๋อ งั้นกูไม่กวนละ เรียนไปเถอะ

Yang : เคๆ

บทสนทนาก็จบเพียงเท่านี้ เฮ้ยเพิ่งเห็น… ที่หน้าปัดเครื่องออกกำลังกายมีแคลอรี่กับระยะทางที่ทำได้บอกไว้ด้วยล่ะ ไหนดูซิ ตอนนี้ผมลดไปกี่แคลแล้ว

19 kcal

ไอ้บ้า กูปั่นมาตั้งนานเพิ่งได้แค่นี้เหรอวะ

ถ้าคิดตามหลักแล้ว 1 กิโลกรัมเท่ากับ 7,000 กิโลแคลอรี่ ไอ้แพนให้เวลาผม 6 เดือนซึ่งก็คือ 26 สัปดาห์ ถ้าผมอยากลด 22 กิโลกรัมหรือ 154,000 กิโลแคลอรี่ภายใน 6 เดือน ก็ต้องลดสัปดาห์ละประมาณ…

5,923 กิโลแคลอรี่ หรือเท่ากับวันละ 846 กิโลแคลอรี่!!!

แล้วตัดภาพมาที่ 19 แคล…

ปั่นสิโว้ยรอพ่อมึงตัดริบบิ้นเหรอ!

หลังจากคิดได้ว่าตัวเองต้องลดวันละเท่าไหร่ผมก็รีบปั่นสุดแรงขา ไม่สนใจใครหน้าไหนทั้งนั้น หลังจากปั่นมาได้สักพักแรงเสียดทานที่เคยมีก็หายไป ความลื่นไหลเข้ามาแทนที่ความฝืดในตอนแรกทำให้รู้สึกสบายขึ้นทันตา สงสัยจะชิน แบบนี้แหละดี!

โป๊ก!

“โอ๊ย” ผมร้องเสียงหลง หยุดกิจกรรมกะทันหัน ไอ้บ้าที่ไหนมันเอาขวดน้ำทุบหัวกูวะ อะ... ไม่น่าถามเนอะ คนที่กล้าทำแบบนี้ก็มีไม่กี่คนนี่หว่า

ไอ้แพน...

“มึงคิดว่าตัวเองเป็นเครื่องปั่นไฟเหรอ ปั่นเร็วขนาดนั้นเดี๋ยวกล้ามเนื้อก็ฉีกหรอกไอ้สัส”

“ก็กูต้องรีบปั่น แฮ่ก ให้ลดเยอะๆ”

“ไม่ต้องรีบหรอก ปั่นไปช้าๆ แต่สม่ำเสมอดีกว่า”

“แต่กูต้องลดให้ได้ 846 แคล แฮ่ก ต่อวันเลยนะเว้ย”

“เออนั่นแหละ ไม่ต้องรีบหรอก เรามีเวลาอีกเยอะ” ไอ้แพนไหวไหล่พร้อมกับนั่งลงเครื่องข้างๆ

“มึง แฮ่ก กลับบ้านยังไงวะ”

“ขี่รถกลับ มึงอะ”

“พี่ตุลย์”

“โอเค”

ขามาผมซ้อนมอเตอร์ไซค์มันมา ดูแปลกใช่ไหมล่ะที่คนอ้วนซ้อนแล้วคนผอมขี่ แถมยังเป็นผู้ชายกับผู้หญิงอีก เหตุผลง่ายๆ คือผมขี่รถไม่เป็น อ้าวงง งงเด้ว่าทำไมชอบรถถึงขี่รถไม่เป็น ผมเป็นคนขี้ตกใจน่ะ เวลาขี่รถถ้าคันหลังบีบแตรมาก็จะปล่อยมือทันที เรื่องนี้ทำให้พ่อกับแม่ไม่ไว้ใจให้ผมจับรถอีก

แต่ของแบบนี้มันฝึกกันได้ เนอะพี่ตุลย์

“วุ้ว วันนี้มึงทำได้ดีมากไอ้เพื่อนรัก”

“แฮ่ก”

3 ชั่วโมงกับชัยชนะ 851 แคล...

คนปกติใช้เวลาแค่ชั่วโมงเดียวก็ได้ห้าร้อยหกร้อยแคลแล้วแต่ผมมีไขมันสะสมช่วงขาเยอะ เวลายกขามันจะตึงๆ ก็เลยทำให้ปั่นช้า

“ถ้าทำแบบนี้ต่อไปเรื่อยๆ มึงต้องผอมแน่นอน!” ร่างบางกอดอกทำท่าภูมิใจ

“แฮ่ก เออๆ”

“นี่พี่ตุลย์มารับยังวะ” คนพูดชะเง้อคอมองถนน ตอนนี้พวกผมออกมานั่งที่หน้าฟิตเนสเพราะเตรียมตัวจะกลับบ้านกันแล้ว

18:55 น.

โห เกือบหนึ่งทุ่ม ถึงว่าล่ะทำไมท้องฟ้ามืดๆ

“ยังอะ ยังไม่ได้โทรหาเลย มึงกลับบ้านไปก่อนก็ได้ ต้องไปเตรียมเอกสารงานวิชาการอะไรนั่นไม่ใช่เหรอ” ผมบอกขณะยกผ้าขนหนูขึ้นมาซับเหงื่อ ไอ้แพนได้รับเลือกให้ไปทำงานอะไรไม่รู้ ครูก็เลยให้เตรียมเอกสารมาให้พรุ่งนี้ แล้วเท่าที่ดูผมว่ามันไม่น่าจะน้อยเลย

“ไม่อะ กูไม่รีบ อีกอย่างกูก็ห่วงเพื่อนจะโดนใครฉุดด้วย” กู? เขาจะเอากูไปทำไมล่ะ ค้าชิ้นส่วนมนุษย์หรือตัดไขมันไปแดก เหอะๆ

“ไปเถอะ ไม่ต้องห่วงหรอก กูเป็นผู้ชายนะเว้ย”

“แต่กูอยากอยู่เป็นเพื่-”

“เหอะน่า ไปเถอะ”

“เออๆ” สาวสวยถอนหายใจอย่างยอมแพ้ มันเดินไปที่รถตัวเองแต่ก็ไม่วายหันกลับมามองคล้ายไม่วางใจ เขามีแต่ผู้ชายเป็นห่วงผู้หญิง แล้วนี่อะไร

“ถึงบ้านแล้วโทรบอกกูด้วยนะแพน”

“เออ ระวังตัวด้วย”

“มึงนั่นแหละที่ต้องระวังตัว อือๆ เจอกันพรุ่งนี้” ผมมองรถมอเตอร์ไซค์สีขาวขี่ไกลออกไปเรื่อยๆ จนในที่สุดก็ลับตา ตอนนี้ก็มืดแล้ว ผมควรโทรให้พี่ตุลย์มารับก่อนที่ไอ้ยุงพวกนี้จะหามผมกลับรัง ยุงเยอะฉิบหาย สักวันหนึ่งไอ้พวกนี้ต้องครองโลกแน่ๆ

ตู๊ด ตู๊ด

(ฮัลโหลไอ้ธัน)

“พี่ตุลย์อยู่ไหนแล้วอะ ธันเลิกแล้วครับ” คุยกับพี่ชายไปพลาง ปัดยุงไปพลาง ผมไม่อยากตบมันเพราะตบแล้วเลือดจะออกมาอะ ผมกลัวเลือด

(เฮ้ย กูยังประชุมกับลูกค้าอยู่เลยว่ะ ลูกค้าแม่งเรื่องมาก… มึงให้แม่ไปรับได้ปะ มีแววว่าวันนี้กูน่าจะได้นอนที่สำนักงาน) อ้าว

“อ๋อ… ได้ๆ”

(โทษทีๆ งานด่วนจริงๆ)

“ไม่เป็นไรพี่ ผมเข้าใจ” สถาปนิกหนุ่มไฟแรงก็อย่างนี้แหละ เชื่อไหมว่าลูกค้าคนนี้ต้องเป็นผู้หญิงแน่นอน ผู้ชายจะไม่ค่อยเรื่องเยอะหรอกครับ มีแต่สาวๆ นี่แหละที่เรื่องมาก ไม่รู้เพราะอยากได้งานดีหรืออยากชวนคุณคณินคุย

ตู๊ด ตู๊ด

(ฮัลโหลธัน)

“แม่ครับ ตอนนี้แม่อยู่ที่ไหน”

(ตอนนี้เหรอ? พ่อกับแม่มาหาน้าที่ต่างจังหวัด จะกลับบ้านพรุ่งนี้จ้า นั่นแน่… ถามแบบนี้แสดงว่ากลับถึงบ้านแล้วหิวสินะ ขนมอยู่ในตู้หนังสือนะลูก // คุณ ธันกำลังลดน้ำหนักอยู่ // นิดๆ หน่อยๆ เองน่า)

“...ฮะๆ ครับๆ”

(จ้า งั้นแม่ไปก่อนนะ มีอะไรก็โทรหาได้)

“ครับ”

ฉิบเป๋งละ เอาไงดีวะ

ผมเงยหน้ามองท้องฟ้าที่เริ่มเปลี่ยนเป็นสีส้มอมม่วงแล้วมองลงมาที่ถนนใหญ่ เอ่อ ความจริงจากที่นี่ไปบ้านก็เป็นระยะทางที่เดินไปได้นะ ถึงจะแอบไกลนิดๆ ก็เถอะ ...เอาวะ ถือซะว่าเป็นการลดน้ำหนักไปในตัวก็แล้วกันเพราะยังไงก็ไม่มีทางเลือกอื่นแล้ว จังหวัดผมไม่ได้มีประชากรเยอะจนมีแท็กซี่หรือ grab ซะด้วยสิ

แถด แถ่ด

ไม่ใช่เสียงกระทะกระทบพื้นแต่อย่างใด นี่คือเสียงรองเท้าผมลากพื้นเอง ปวดขาฉิบ ไม่น่าหักโหมเลยไอ้คีรินทร์เอ๊ย

ผมกระชับกระเป๋านักเรียนบนหลังขณะเดินผ่านร้านอาหารข้างทาง ควันหอมๆ ของสิ่งเหล่านั้นลอยตรงมาหาผมเหมือนจงใจ… คุณพ่อค้าครับ ช่วยเอาลูกๆ ของคุณกลับเข้าร้านไปด้วย มันทรมาน

เชี่ย ออกกำลังกายแล้วท้องโคตรโล่ง

โครก

อย่างอแงดิวะ อีกประมาณครึ่งชั่วโมงก็ถึงบ้านแล้วเนี่ย

ผมว่าอยู่แบบนี้ต่อไปไม่ดีแน่... วิ่งเลยละกัน!!!!

สองฝีเท้าเร่งสปีดจนวิวทิวทัศน์ที่มองเห็นเปลี่ยนไปเรื่อยๆ จากร้านอาหารเป็นร้านหนังสือ จากร้านหนังสือเป็นเซเว่น และในที่สุดก็!!!

“ทานอะไรดีครับ”

“โรตีไหมคะ”

“น้ำปั่นก็มีนะคะ”

“ขาหมูครับๆ ทางนี้เลย” เสียงเรียกลูกค้าจากบรรดาคนขายเหมือนมีมนต์สะกดให้ผมต้องหันไปมอง คงเป็นเวรกรรมที่ผมลืมไปว่าก่อนจะถึงซอยบ้านตัวเองต้องผ่านตลาดขนาดใหญ่ก่อน

โครก

ทรมานว่ะท้องก็โล่ง ขาก็ปวด รู้สึกเหมือนจะไม่มีแรงเลย... กินขาหมูสักจานคงไม่เป็นอะไรมั้ง พรุ่งนี้ค่อยเริ่มใหม่ก็ได้ ...เฮ้ย แต่เรามีเวลาลดน้ำหนักไม่มากนะเว้ย ...เอ๊ะไอ้นี่ ไม่เป็นหรอกไรน่าแค่วันเดียวเอง

ไปกินข้าวเย็นกันเถอะ...

“อะๆ นั่นมึงกำลังจะเดินไปไหนครับธันวา”

ก่อนที่เท้าของผมจะก้าวเข้าไปในร้านอาหารก็ถูกมือใหญ่ของใครบางคนรั้งไหล่เอาไว้ซะก่อน นี่คือเทวดาหรือซาตานวะ...

“อ้าว… เพิ่งเรียนพิเศษเสร็จ?” ผมเอ่ยถามอีกฝ่ายก่อนจะแสร้งทำตัวให้เป็นปกติที่สุด ให้ตายสิ จะถือว่ามึงเป็นเทวดาละกัน

“อือฮึ แล้วกูถามว่าเมื่อกี้มึงกำลังจะไปไหน” ไอ้หยางยิ้มกวนตีน กอดอกมองผมขำๆ ขำไรของมึง ฮ่วย กูอุตส่าห์เปลี่ยนเรื่อง

“ไป... ไปเข้าห้องน้ำ กูปวดขี้”

“อ๋อเหรอ… กูคิดว่าจะเดินเข้าไปในร้านข้าวขาหมูซะอีก” อยากให้ทุกคนได้มาเห็นหน้าไอ้เพื่อนเก่าผมมาก เกิดมาไม่เคยเห็นใครลอยหน้าลอยตาแล้วกวนตีนเท่ามันมาก่อนเลย

“บ้า มึงเอาอะไรมาพูด”

“เออ ก็อย่าให้กูรู้แล้วกัน”

“...”

อืม เงียบอีกละ เจอกันแบบนี้ทีไรไม่มีอะไรจะพูดทุกที ทำไมต้องจ้องขนาดนั้นด้วยวะ นี่มึงกำลังกดดันให้กูพูดเรื่องขาหมูใช่ไหม กูไม่ได้ทำอะไรผิดนะน้องขาหมูมายั่วกูเอง กูหนักแน่นขนาดไหนรู้ไหม เจอทั้งกลิ่นน้องฮอทดอก น้องข้าวมันไก่ น้องโรตี แต่สุดท้ายกูก็เลือกแค่น้องขาหมู วุ๊ ปกติกูเอาไม่เลือกนะเว้ยหัสดิ๊น!

“ไม่ไปขี้อะ” หนุ่มหล่อในชุดนักเรียนเอียงหน้าถามพร้อมกับรอยยิ้มยียวน

“ไม่ไป หายปวดแล้ว”

“หึ ไอ้อ้วน” มือใหญ่ดันหัวผมเบาๆ ก่อนจะปิดปากหาวเหมือนง่วงมาก คงเหนื่อยจากการเรียนละมั้ง ผมไม่เรียนพิเศษนะครับ อะไรนะฉลาด? เปล่า ไม่ได้ฉลาดผมแค่อยากพักผ่อนสมอง

“แล้วมึงอะ มาทำอะไรที่นี่”

“มาซื้อปลานิลไปผ่าพรุ่งนี้” ว่าแล้วก็ยกถุงพลาสติกที่มีปลาอยู่ข้างในให้ดู ปลายังตาใสแจ๋วอยู่เลย

“ผ่า?”

“ชีวะ”

“อ๋อ เหอะๆ” ผมเกลียดวิชานี้ที่สุด ยุงมากัดผมยังไม่กล้าตบเลย นับภาษาอะไรกับผ่าสัตว์วะ ในขณะที่ผมไม่กล้าแม้แต่จะเขี่ยปลายฝุ่นบนเกล็ดปลา… ไอ้แพนกลับเฉือนๆ ผ่าๆ ได้อย่างชำนาญประดุจที่บ้านทำอาชีพโรงฆ่าสัตว์มาช้านาน พุทโถ่พุทถัง

“มากับใครวะ พี่ตุลย์?”

“ฮึ เดินมาคนเดียว”

“จากไหน?” มันเลิกคิ้ว มองไปด้านหลังที่ผมเดินมา

“ฟิตเนสมหาลัย xx”

“เฮ้ย ไกลนะ ไม่มีคนมาส่งเหรอวะ”

“อือ”

“โว้ววว มึงผอมแน่เลยวะ ฮ่าๆ” ไอ้หยางหัวเราะขณะเอามือขยำพุงผมอย่างหยอกล้อ อ๊ากไอ้เชี่ยหยาง กูหิวข้าวอยู่ อย่าเพิ่งมาแตะตอนนี๊

“อย่าไอ้สัส แล้วมึงอะมากับใคร”

“มาคนเดียว กูไปส่งบ้านเอาปะ?”

“มึงมีรถ?”

“อ่าฮะ ไปไหม บ้านเราอยู่ใกล้กันแค่ไม่กี่ซอยเองไม่ต้องเกรงใจหรอก” ก็จริงของมัน อืมไปก็ได้… ถ้าผมผอมกว่านี้สักสิบโลน่ะนะ

“ไม่อะ กลัวยางรถมึงระเบิด”

“ไอ้สัส ฮ่าๆ”

“เออนั่นแหละ มึงไปเถอะกูจะเดินลดความอ้วน” ซะที่ไหนล่ะ กูอยากขึ้นรถจะตายแต่ความเกรงใจแม่งค้ำคออยู่ เอาไว้ผอมก่อนนะหยางเอ้ย

“มึงจะไม่ขึ้นจริงดิ รถกูไม่ระเบิดหรอก พอดีซื้อมาแพง อิอิ”

“กูหมั่นไส้… ไม่ขึ้นโว้ย ไปละ บาย” ผมโบกมือลาร่างสูงในชุดนักเรียนแล้วเดินตามทางไปเรื่อยๆ อยากรีบกลับบ้านจริงวุ๊ย ว่าแต่นี่เป็นครั้งแรกเลยนะที่เจอไอ้หยางแถวบ้าน เรียนพิเศษจนถึงหนึ่งทุ่มงั้นเหรอ… ถึงว่าล่ะทำไมไม่เคยเจอกันเลย ผมกลับบ้านตั้งแต่สี่โมงแถมไม่เคยออกจากบ้าน ส่วนอีกฝ่ายเรียนพิเศษจนถึงหนึ่งทุ่ม ก็-

เอ๋…

ใครแม่งตบไฟสูงขนาดนี้วะ สูงไปถึงยอดมะขามเลยนะนั่น

“ดึกๆ ดื่นๆ ทำไมมายืนอยู่คนเดียว ไม่รู้หรือว่ามันเปลี่ยวและน่ากลัว

ดึกๆ ดื่นๆ ทำไมมายืนอยู่ลำพัง ตรงนี้ที่แสงของไฟสลัว”

(คืนนี้สบาย : tattoo colour)

เนื้อเพลงแค่สองท่อนกับไฟกระพริบๆ เหมือนต้องการจะแกล้งกันก็ทำให้ผมรู้ได้โดยสันชาตญาณว่าเจ้าของเสียงทุ้มนุ่มน่าฟังเมื่อกี้เป็นใคร

“ไม่กลับบ้านอะ ซอยมึงไปอีกด้านไม่ใช่รึไง” ผมเอ่ยทั้งๆ ที่ยังไม่ได้หันไปมอง เสียงรถอีกฝ่ายดูหนักๆ น่าจะเป็นแบบล้อใหญ่

“ก็ใช่ แต่ซอยบ้านมึงไม่ค่อยมีไฟไง กูก็เลยมาส่ง”

“แหม เป็นคนดีว่ะ” แอบยิ้มได้ไหม...

“แน่น๊อน”

“ใกล้ถึงบ้านกูแล้ว มึงกลับไปเถอะเดี๋ยวหยินเป็นห่วง” สาวน้อยที่เรากำลังพูดถึงคือน้องสาวแท้ๆ ของมัน ไม่ได้เจอตั้งแต่ป.4 ป่านนี้คงโตเป็นสาวสวยแล้วมั้ง บ้านนี้เขาหน้าตาดีทุกคนครับ หล่อสวยแบบตี๋หมวยเลยเพราะบ้านมีเชื้อจีนแถมเบ้าหน้าพ่อแม่ก็ดีสุดๆ

“ไอ้หยินน่ะเหรอห่วงกู คงต้องรอให้ฟ้าถล่มหรือไม่ก็โลกแตกก่อน” สองคนพี่น้องไม่ค่อยถูกกันเท่าไหร่ แกล้งกันตั้งแต่ตอนเด็กๆ แล้ว มีระดับด้วยนะครับ ถ้าวันไหนอารมณ์ดีแต่อยากแกล้งก็จะแคะขี้มูกป้าย ถ้าวันไหนอารมณ์ไม่ดีแล้วก็อยากแกล้งด้วยจะทวีความรุนแรงเป็นการกำตดแล้วเอาให้อีกฝ่ายดม... ร้ายกาจ

“นั่นแหละ ยังไงมึงก็… เชรดโด้ นินจา!”

พ่อมึ๊งงงง

ผมเอามือทาบอก ตาจ้อง kawasaki ninja 300 สีเขียวดำตรงหน้าด้วยหัวใจที่เต้นระรัวเพราะความตื่นเต้น พระเจ๊า!! ไอ้หยางขี่นินจ๊า! แถมสีเขียวดำแบบที่ผมชอบด๊วย! ไอ๊เชี๊ย

“ชอบ?”

“ชอบดิ ถึงจะชอบ yzf มากกว่าก็เถอะ... เชี่ย สวยจริง” โอ้โห ถ้ารู้ว่ามึงขี่บิ๊กไบค์กูจะรีบหันมามองตั้งวินาทีแรกที่มึงร้องเพลงเลย ถึงว่าล่ะทำไมได้ยินเสียงบึ้นๆ บึ้นๆๆๆๆ บื๋นนนน ช่วยด้วยครับ กูคุมตัวเองไม่อยู่แล้ว

“yzf? อ๋อ คันนั้นปะ วันก่อนกูเห็นพี่ตุลย์เอามาฝากที่อู่ข้างบ้านกู”

!

“เห็นเหรอ! สีอะไรวะ” ผมหันควับมาสนใจคู่สนทนาทันที ถึงว่าล่ะหาทั่วบ้านแล้วก็ยังไม่เจอ ที่แท้ก็เอาไปซ่อนที่อื่นนี่เอง รอบคอบจริงนะไอ้พี่ชายคนนี้

“อ้อ สี… ทำไมมึงดูอยากรู้จัง รถคันนั้นเป็นของใคร?” ไอ้หยางเลิกคิ้วถามอย่างสงสัย

“ของกู... ถ้าน้ำหนักกูเหลือหกสิบสอง”

“หือ ประมาณว่าพี่ตุลย์ซื้อมาเพื่อเป็นกำลังใจในการลดน้ำหนักของมึง?”

“อ่าฮะ” พูดแล้วเศร้าฉิบ ผมจะทนออกกำลังกายกับอดทนไม่กินข้าวเย็นได้นานขนาดไหนวะ ขนาดวันแรกยังเกือบจะทนไม่ได้เลย

“อย่างนี้ทริปภูกระดึงของกูคงไม่มีความหมายแล้วม๊าง”

“เฮ้ย มีดิวะ”

“แต่ของกูไม่แพงเท่าพี่ตุลย์นะ จะสู้กันได้เหร๊อ”

“เอ้า แพงไม่แพงเกี่ยวกันที่ไหน มันอยู่ที่ใจเว้ย” ผมดึงใบไม้ข้างทางปาใส่มันด้วยความหมั่นไส้ ดูทำหน้าทำตาเข้าสิ โถ่ไอ้ห่าทำมาเป็นพูด จากที่นี่ไปจังหวัดเลยก็ใช้เงินเยอะเอาการเหมือนกันนั่นแหละ

“วุ๊ว พูดอย่างนี้มึงดูหล่อเลยว่ะ ฮ่าๆ”

“กูหล่อตั้งนานแล้ว ถามจริงที่มาส่งเนี่ยอยากให้ช่วยจีบไอ้แพนรึเปล่าเนี่ย” ไม่ได้โกรธหรอกถ้าเป็นแบบนั้นจริง ผมจะถือว่ามันมีความพยายามในการจีบเพื่อนแพนอยู่พอตัว

“บ้าดิ กูคนจริงเว้ย ถ้าเพื่อนไม่เต็มใจช่วยกูก็ไม่เซ้าซี้”

“เออดี ค่อยคุยกันรู้เรื่องหน่อย ...ว่าแต่รถสีอะไรวะ” ผมหันไปถามด้วยตาเป็นประกาย อีกตั้งนานกว่าจะลดได้เก้าโล... ขอลักไก่ถามไอ้หยางก่อนละกัน พี่ตุลย์ไม่ด่าหรอกคิดซะว่าเป็นกำลังใจในการลด อิอิ

“พี่ตุลย์ไม่ได้บอกมึงเหรอว่าสีอะไร?”

“อือ พี่มันบอกว่าถ้าลดได้เก้าโลแล้วจะบอก” ทำไมต้องเก้ากิโลวะ ทำไมไม่เป็นหกขีดหรือสี่ขีดผมจะได้รู้เร็วๆ เชื่อสิว่าไอ้พี่ตุลย์ต้องซื้อสีที่ผมชอบแน่... เอ๊ะเดี๋ยวนะ พี่ตุลย์ไม่รู้สักหน่อยว่าผมชอบสีอะไร

“งั้น... ก็ตามนั้นแหละ”

“อ้าวเฮ้ย”

“พยายามเข้าล่ะ”

“ไอ้หยาง ไม่เอาดิ บอกกูหน่อยยย” ผมวิ่งเข้าไปเกาะบิ๊กไบค์ ใช้มือโยกไปมาเพื่อให้รถโคลงเคลง ถ้าไม่บอกกูจะคว่ำรถมึงจริงๆ นะหัสดิน!

“มึงหน้าเหมือนแมวน้ำเลยว่ะ โอ้ยๆ อย่าโยกดิวะ ฮ่ะๆ” ทรงตัวดีชะมัด กูโยกแรงขนาดนี้ยังไม่มีทีท่าว่าจะล้มเลย แต่ผมก็ไม่ได้อยากให้มันล้มตั้งแต่แรกแล้วนั่นแหละ แค่ใช้กำลังข่มขู่นิดหน่อย หึๆ

“งั้นก็บอกกูมาสิว่ารถสีอะไร”

“ไม่เอาอะ ถ้าอยากรู้ก็ผอมเร็วๆ ดิ เอางี้กูจะบอกก็ได้ ถ้าพรุ่งนี้น้ำหนักมึงเหลือแปดสิบเป๊ะ” พูดจบก็คลี่ยิ้มแล้วยักคิ้วกวนตีน

“ไอ้ห่า ผอมนะสัสไม่ใช่ขี้ที่อยากให้ออกก็ออก”

“ทำไมมึงชอบคุยเรื่องขี้จังวะ สายเหลืองปะเนี่ย”

“เดี๋ยวกูยันด้วยส้นตีน” ทำไมคนหล่อต้องหล่อเฉพาะตอนที่อยู่กับสาวสวย แต่เวลาอยู่กับเพื่อนจะกวนตีน?

“ล้อเล่น ฮะๆ”

“เออไอ้หยาง กีฬาสีโรงเรียนมึงมีเมื่อไหร่นะ” ผมเลิกพยายามถามเรื่องรถหลังจากที่มั่นใจแล้วว่าไม่ว่าจะถามยังไงอีกฝ่ายก็ไม่มีทางบอก ถามไปก็เปลืองน้ำลายเปล่าๆ

“ก่อนหน้าโรงเรียนมึงหนึ่งอาทิตย์มั้ง... เออ วันสุดท้ายของกีฬาสีโรงเรียนมึงมีคอนเสริ์ตใช่ปะ เดี๋ยวจะแวะไปหา อิอิ” ผมชอบตาคมๆ ของมันชะมัด เวลายิ้มแล้วมันมีเสน่ห์ ชอบปากกระจับนั่นด้วย เฮ้อ ถ้าผอมแล้วผมจะหล่อแบบนี้ไหมวะ

“มาหากูหรือไอ้แพน?”

“นั่นแหละ ฮะๆ”

“ชอบมันที่ตรงไหนวะถามจริง”

“สวย”

เมื่อได้ยินคำตอบเท้าผมก็ชะงัก อีกฝ่ายยังคงขี่รถต่อไปช้าๆ เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น สีหน้าไม่เปลี่ยนไปจากเดิม ต่างจากผมที่ตอนนี้ริมฝีปากหุบยิ้มไปเรียบร้อยแล้ว ในใจได้แต่คิดว่ามันพูดเล่นหรือจริงจัง

“แค่นี้เหรอ”

“อือ มีเท่านี้แหละ”

“มึงตรงดีว่ะ คิดว่าจะพรรณนาให้กูฟังถึงความดีความชอบของไอ้แพน”

“อะไรแบบนั้นไม่รู้หรอก เพิ่งคุยกันได้แค่สองอาทิตย์กว่าๆ เอง ตอนนี้รู้แค่ชื่อแพน อยู่ม.5/5 โรงเรียน xx มีเพื่อนสนิทคือมึง ดา มิว แล้วก็ชอบสีแดง” พื้นฐานมากๆ เรื่องแบบนี้แค่ถามคนอื่นก็รู้แล้วรึเปล่าวะ

ผมไม่โอเค

“...ถ้ามึงจะเล่นๆ กูอยากให้ไปจีบคนอื่นนะ”

“...”

“ไอ้แพนเป็นเพื่อนกู กูไม่อยากให้มันต้องมาเจอกับคนที่เข้ามาจีบมันเพียงเพราะหน้าตา ...แล้วมึงก็เพื่อนกู กูก็ไม่อยากให้มึงเสียใจเพราะโดนไอ้แพนหักอกเหมือนกัน” ท้ายประโยคผมพยายามพูดให้ติดตลกเพื่อคลายบรรยากาศน่าตึงเครียด แต่ไอ้หยางก็คงรู้ว่าในความตลกมีความจริงจังแฝงอยู่มากกว่าครึ่ง

“จะรับฟังไว้นะ หึ”

“มึงนี่กวนตีนขึ้นเยอะเลยนะหยาง”

“เหรอ ฮ่าๆ”

“...” รอยยิ้มนี้สินะที่ทำให้สาวๆ เข้ามาติดกับ สารภาพว่าคนตรงหน้าดูเหมือนไม่ร้าย ดูดี ดูไม่น่าจะเจ้าชู้และไม่น่าจะเข้ามาจีบใครเพียงเพราะหน้าตา... ช่างเถอะ คนเดี๋ยวนี้เขาก็ชอบกันรักกันเพราะหน้าตาทั้งนั้นแหละ สงสัยจะมีแค่ผมคนเดียวที่ไม่ได้แต่งงานเพราะหัวโบราณ

แปะ

“ไม่ต้องห่วงหรอกน่า เดี๋ยวกูเบื่อก็เลิกคุยเองนั่นแหละ” ฝ่ามืออุ่นวางค้างบนศีรษะผมก่อนจะออกแรงขยี้เบาๆ ฟังจากน้ำเสียงแล้วมันคงไม่อยากให้ผมเครียด แต่ให้ตายสิ คำพูดมึงนี่แม่ง...

“กูชอบคำพูดที่ไม่เสแสร้งของมึงนะ แล้วก็ไม่ชอบตรงที่มันเป็นความจริง”

“เออนั่นแหละ ถ้ากูชอบกูก็จะจีบแบบจริงจัง แต่ถ้าไม่ใช่เดี๋ยวกูก็เลิกเอง ไม่มีสานต่อให้เรื่องยืดเยื้อแน่นอน” ปัญหามันไม่ได้อยู่ตรงนั้นไม่ใช่รึไงไอ้บ้า

“เฮ้อ แล้วแต่ละกัน ไอ้แพนมีเสน่ห์นะเว้ย... ระวังรักมันขึ้นมาจริงๆ”

“ไม่ดี?”

“ไม่ดีหรอกเพราะมันไม่มีทางชอบมึง มึงไม่ตรงสเปคมันสักนิด” สเปคมันต้อง... หนุ่มตี๋ผิวสีน้ำตาลตาโตตัวเตี้ยสูงสักร้อยแปดสิบไม่ต้องรักสัตว์แต่อยากได้ที่เรียนสัตวแพทย์ ถุ้ยไอ้เหี้ย คงจะหาเจอหรอกคนที่เกินมนุษย์แบบนี้อะ

“ใครจะรู๊ สักวันอาจจะใช่ก็ได้”

“หลงตัวเองจริงๆ ...อ้าวถึงบ้านกูละ” นี่เราคุยกันนานขนาดนี้เลยเหรอ ทำไมรู้สึกเหมือนเพิ่งเดินได้แค่เมตรกว่าๆ เอง

“งั้นกูไปละ”

“เออๆ กลับบ้านดีๆ นะ ระวังผู้หญิงฉุด” ไม่ใช่เรื่องตลกนะครับ ดูหน้าไอ้หยางด้วย...

“เออ ฮ่าๆ”

ผมโบกมือลาคู่สนทนาก่อนจะเดินเข้าไปในรั้วบ้าน ตอนนี้ทั้งบ้านไม่มีไฟสักดวง เหมือนบ้านผีสิงชะมัด ไอ้เส้นๆ เหมือนผมผีนั่นใช่ต้นลดาวัลย์ไหม นี่ขนาดยังไม่มีดอกนะ ถ้าออกดอกแล้วคงจะเหมือนหัวคนพิลึก บรื๋อ น่ากลัวฉิบ เลิกคิดดีกว่า

“ธันวา”

“หือ?”

ผมเอี้ยวหน้าไปมองร่างสูงบนบิ๊กไบค์คันสวย พอไอ้หยางใส่ชุดนักเรียน ขี่นินจา ในมือถือหมวกกันน็อคสีดำเป็นออพชั่นเสริมแล้วมัน… เท่ดีว่ะ

“ฝันดี”

“อือ มึงด้วย”

[หยาง]

“กว่าจะกลับนะพี่หยาง ไปไหนมาเนี่ย” ไอ้น้องสาวตัวดีโวยวายทันทีที่ขาผมก้าวเข้ามาในอณาเขตตัวบ้าน ทำมาเป็นพูด สภาพแกก็ไม่น่าจะกลับมาถึงก่อนพี่นานสักเท่าไหร่หรอก ยังสะพายกระเป๋าอยู่เลยด้วยซ้ำ ไม่เนียนน้องไปเรียนมาใหม่

“เรียนพิเศษไง”

“อย่ามาสตอ ที่เรียนพิเศษพี่เลิกหนึ่งทุ่ม ตอนนี้มันสองทุ่มสี่สิบแล้ว” ดูคำพูดมัน...

“ไปส่งไอ้ธันที่บ้านมา” ผมเอาปลานิลไปปล่อยไว้ในซิงค์ล้างจานแล้วทิ้งตัวลงนอนเหยียดยาวบนโซฟา อ่า ได้นอนแล้วค่อยดีขึ้นหน่อย วันนี้เหนื่อยทั้งวันเลย ไหนจะเรียนในห้อง ไหนจะเรียนที่เรียนพิเศษ อะไรนะครับถามว่าเรียนเยอะไปทำไมเหรอ? ก็ผมไม่ได้ฉลาดมาก ถ้าไม่เรียนเสริมก็ไม่ทันเพื่อนหรอก

“พี่ธัน? อ๋อ เพื่อนสนิทสมัยประถมของพี่น่ะเหรอ”

“อือ”

พูดแล้วร่างตุ้ยนุ้ยก็ลอยเข้ามาในสมองเลย จำได้ว่าล่าสุดที่เราเจอกันคือตอนป.6 ก่อนที่จะแยกย้ายไปเรียนมัธยมคนละที่ ไอ้ธันหนักหกสิบสาม ผมคิดว่านั่นคือที่สุดของความอ้วนแล้ว ไม่คิดด้วยว่าเพื่อนตัวเองจะอ้วนได้มากกว่านั้น แต่ผมก็ต้องตกใจเพราะคิดผิดมหันต์

แปดสิบสี่งั้นเหรอ…

ลดยี่สิบสองกิโลภายในหกเดือนไม่ใช่เรื่องง่ายและก็ดูจะยากมากเป็นพิเศษสำหรับคนที่หิวตลอดเวลาอย่างไอ้ธัน ก่อนหน้านี้ตอนที่ไปตลาดเพื่อซื้อปลาผมเห็นแล้วล่ะว่ามันยืนมองร้านข้าวขาหมูอยู่ ได้ยินมันบ่นพึมพำเหมือนกำลังเถียงกับตัวเองว่า ‘แดกเหอะ เดี๋ยวพรุ่งนี้ค่อยลดก็ได้’ กับ ‘เฮ้ย อย่า’ ด้วย

“ตลก… หึ”

สมัยเด็กธันวาค่อนข้างร่าเริง บวกกับการที่อยู่ห้องเดียวกันตลอดเราถึงเข้ากันได้ดี ใช้เวลาไม่นานนักก็สนิทกันแล้ว ไม่รู้ตั้งแต่เมื่อไหร่ที่ผมต้องมองหามันตอนที่ไปถึงห้องเรียน ไม่รู้ตั้งแต่เมื่อไหร่ที่มันมักจะทำให้ผมยิ้มและไม่รู้ว่าตั้งแต่ตอนไหนที่มันหายไปจากข้างกาย

เฮ้อ...

ตอนที่อีกฝ่ายโทรมาบอกว่าสมัครสอบผิดโรงเรียนผมนี่แทบจะวิ่งจากสนามสอบไปตบหัวมันที่โรงเรียนข้างๆ ผมรู้สึกแปลกมากๆ ที่เมื่อก่อนเคยมีใครคนหนึ่งอยู่ข้างๆ ตลอดเวลาแต่อยู่มาวันหนึ่งกลับไม่มีมันแล้ว ตอนม.1 ผมคิดว่า ‘เออ ไม่เป็นไรหรอกถึงตัวจะห่างกันเราก็ยังสนิทกันเหมือนเดิม’ แต่ผมคิดผิดเพราะไม่ใช่แบบนั้น

ผมเรียน ธันเรียน

ผมมีเพื่อนใหม่ ธันมีเพื่อนใหม่

ผมเล่นกับเพื่อนใหม่ ธันเล่นกับเพื่อนใหม่

ผมไม่ว่าง ธันไม่ว่าง

ผมเริ่มไม่กล้าทัก ธันเริ่มไม่กล้าทัก

สรุปคือเราไม่ได้คุยกันและอยู่ในสถานะ ‘ก้ำกึ่ง’ คุยกับคนอื่นแบบไม่มีสถานะยังอึดอัดน้อยกว่านี้เลย

เออ เรื่องมันชักจะดราม่าไปแล้ว

เอาเถอะ ยังไงตอนนี้เราก็เริ่มกลับมาคุยกันเหมือนเดิมแล้ว อีกไม่นานก็คงจะกลับไปเป็น ‘เพื่อนสนิท’ เหมือนเดิม ไม่รู้ว่าเพราะโตขึ้นหรือเพราะความอ้วนที่ทำให้ไอ้ธันดูไม่ค่อยมีความมั่นใจในตัวเองเหมือนเมื่อก่อน สังเกตได้จากภาพที่แพนส่งมาให้ดูประจำ จะมีบุคลิกที่บ่งบอกว่าธันวาไม่มั่นใจในรูปร่างตัวเองอยู่ เช่นการจับเสื้อผ้าตลอดเวลา เดินห่อไหล่ ที่เห็นชัดๆ คือการเอามือกอดพุงไว้

“พี่ธันเป็นไงบ้างอะ เมื่อก่อนอย่างเท่ ตอนนี้ต้องหล่อมากแหงเลย”

“หน้าตาก็ดีเหมือนเดิมแต่อ้วนขึ้น” ผมตอบน้องสาวทั้งๆ ที่ยังหลับตาอยู่ ถึงจะอ้วนแต่ก็ยังเป็นธันคนเดิม ขนาดอ้วนยังดูออกเลยว่าหล่อ เอ หรือเพราะผมเคยเห็นอีกฝ่ายตอนที่ยังไม่อ้วนก็เลยมองว่าหล่อ?

“ไม่เป็นไรๆ หนุ่มอวบน่ารัก อิอิ”

“แปดสิบสี่”

“ห้ะ O_O”

“ง่วงว่ะ พี่ไปนอนแล้วนะ” ผมทิ้งน้องสาวให้ทำหน้าตกใจต่อไป ตอนที่มันย้ายไปเรียนต่างจังหวัดตรงกับช่วงไอ้ธันเริ่มอ้วนพอดี คงตกใจละมั้งที่ชายในฝันเปลี่ยนไปขนาดนี้

อาบน้ำก่อนแล้วค่อยนอนละกัน

เมื่อคิดได้ว่าจะทำอะไรก่อนผมก็เดินเข้าไปในห้องน้ำ ...หือ อยากรู้เหรอว่าพ่อแม่ผมไปไหน? พวกท่านยังอยู่ดีครับไม่ได้จากไปไหน เพียงแต่ตอนนี้กำลังทำภารกิจอันใหญ่หลวง…

ปั๊มลูก

อ่านไม่ผิดหรอก พ่อกับแม่ผมอยู่อเมริกากำลังทำกิ๊ฟท์เพื่อมีน้องให้ผมกับหยิน

ทั้งคู่เป็นพวกมีลูกยากแต่อยากมีลูกเยอะๆ เรื่องก็เลยจบที่การเสียเงินจำนวนมหาศาล เอาเถอะ มีน้องก็ดีเหมือนกัน มันคงฟินไม่หยอกที่ได้เล่นกับน้องชายหรือน้องสาวที่อายุห่างกัน 17 ปี เวลาอุ้มไปซุปเปอร์นี่คือต้องทำใจเลย คนต้องมองว่าผมเป็นพ่อลูกอ่อนแน่นอน

ตือดึง!

Pan Sp : วันนี้ไปออกกำลังกายกับไอ้ธันมาด้วย *ส่งภาพธันตอนกำลังปั่นจักรยาน*

อาบน้ำเสร็จก็ทักมาเลยวุ๊ย

ตั้งแต่แพนรู้ว่าผมกับธันรู้จักกันเธอก็เป็นฝ่ายทักมาก่อนตลอด จะว่าดีก็ดีแหละ จะว่าไม่ดีก็ไม่ดีเหมือนกัน มันก็ดีที่เราได้คุยกันและผมก็ได้รู้เรื่องของธันในตอนนี้ แต่ที่ไม่ดีคือ… ผมจีบแพนอยู่ไง ผมก็อยากคุยเรื่องที่มันดูเป็นเรื่องของ ‘เรา’ มากกว่า

Yang : อือรู้แล้ว เพิ่งไปส่งที่บ้านมาเมื่อกี้

ตอนแรกที่อ้วนบอกว่าให้กลับไปเลยมันอยากเดินลดความอ้วน ผมรับรู้ได้ทันทีว่ามันไม่ได้หมายความแบบนั้น เพราะงั้นผมก็เลยขี่รถตามไปส่งถึงที่บ้าน เออ ไอ้ธันชอบรถผมด้วยล่ะ ท่าทางจะเป็นพวกคลั่งบิ๊กไบค์เอาการ ตานี่วาวระยับเชียว

Pan Sp : จริงอะ ไปเจอมันที่ไหน

Yang : ตลาดแถวบ้าน ธันกำลังจะเดินเข้าไปในร้านข้าวขาหมูเลย555

Pan Sp : เฮ้ย แล้วแกทำไง ได้ห้ามมันไว้ปะ ไอ้เชี่ยนี่เผลอไม่ได้เลยจริงๆ -   -

ผมยกยิ้มกับข้อความที่เพิ่งอ่าน ดีใจที่ไอ้ธันมีเพื่อนดีขนาดนี้ เธอต้องห่วงเพื่อนมากแน่เลยถึงได้ดูโกรธเวลาธันออกนอกลู่นอกทาง สังเกตตั้งแต่เหตุการณ์ควันไก่ลอยฟ้าแล้ว

Yang : ก็ห้ามนะ กลัวมันอ้วนไปมากกว่านี้555

Pan Sp : ดีมาก555

Yang : ทำดีขนาดนี้มีรางวัลไหม?

Pan Sp : มี

ผมกำลังลังจะพิมพ์ว่า ‘จริงอะ งั้นเสาร์นี้ไปเที่ยวกันสองคนนะ’ แต่ก็ต้องชะงักแล้วลบข้อความทั้งหมดเพราะ...

Pan Sp : ส้นตีน

Yang : เอ่อ ครับ

อีกฝ่ายบอกเจตนาชัดเจนว่า ‘กูไม่ได้อยากเป็นแฟนกับมึง’ ถึงอย่างนั้นผมก็ยังคุยกับเธอต่อไปเพื่อบอกว่า ‘แต่กูอยาก’ ไม่รู้สิ ความรู้สึกผมเป็นอย่างที่บอกไอ้ธันไปทุกอย่าง ก็ไม่ได้รักไม่ได้ชอบเธอหรอก แค่เห็นว่าสวยตรงสเปค

เราคุยกันไปเรื่อยจนแพนขอตัวไปทำงานต่อ ที่ไหนล่ะ เรียกชิ่งชัดๆ...

“เฮ้อ ช่างเถอะ นอนดีกว่าพรุ่งนี้ต้องตื่นเช้า”

ตือดึง!

ก่อนที่ผมจะหลับตาแล้วปล่อยตัวไปกับห้วงนิทรา เสียงโทรศัพท์มือถือก็ดังอีกครั้งพร้อมกับแจ้งเตือนว่ามีคนส่งข้อความเข้ากลุ่ม ‘เพื่อน ป.6’ โห… ช่วงนี้เป็นช่วงไทม์แมชชีนเหรอวะ ทั้งเพื่อนเก่า ทั้งกลุ่มเก่า ...คิดถึงว่ะ

Pai Sass : พวกมึง เดือนหน้าแดกหมูกระทะกัน!

ไอ้ไผ่… ไอ้นี่หัวโจกประจำห้องเลย ชวนเพื่อนโดดตลอด วีรกรรมโคตรโชกโชนแต่ตลกดีครับผมชอบ ถ้าจำไม่ผิดตอนนี้มันน่าจะเรียนอยู่ที่อาชีวะ

KaoJao : วุ๊ ทักมาทีไรมีแต่เรื่องแดกนะมึงเนี่ย

Pai Sass : เอ้าาา ก็นานๆ ทีกูจะว่าง ก็อยากพาเพื่อนไปแดกบ้าง

Hop p : แดกหมูกระทะอย่างเดียวกูไม่ว่าหรอก อย่ามาแดกเหล้าแล้วนอนตายเกลื่อนกลาดก็แล้วกัน กูขี้เกียจเก็บศพ ไอ้เด็กกระโปกไผ่อายุแค่นี้หัดแดกเหล้าแดกเบียร์ -   -

Pai Sass : เออน่าาา สีสันของชีวิ๊ตตต

ขนาดยังไม่ได้แดกมึงยังดูเมาเลยไผ่...

Yang : กูว่างตลอด จะแดกเมื่อไหร่ก็นัดมาละกัน555

ผมพิมพ์ส่งไปพร้อมกับกดเข้าไปดูสมาชิกของกลุ่ม ในนี้มีสี่สิบสามคน เป็นชายสามสิบเก้าที่เหลือเป็นผู้หญิง เพื่อนบางคนยังใช้รูปโปรเป็นการ์ตูนอยู่เลยแฮะ อู้ว แต่บางคนก็โชว์หน้าสดจนกูขนลุกเลย อ้อ มีอีกประเภท... ประเภทที่ไม่ใส่ภาพโปรเลยอย่างไอ้ธัน ไอ้บ้า บางทีมึงก็ควรจะใส่บ้างนะ แล้วอะไรเนี่ย... หน้าเฟสมีแต่ของกินกับ DIY

Pai Sass : แหม๊ ทำมาบอกว่าว่างตลอดนะไอ้หยางงงงง เออๆ เอาเป็นเดือนหน้าก็แล้วกัน ใครไปบ้างวะ

Hop p : กู

KaoJao : กูด้วย

Una oI : คิดถึงพวกมึงงงง กูไปด้วย

หลังจากนั้นก็มีเพื่อนประมาณสามสิบคนเข้ามาตอบ ส่วนมากจะไปได้แต่ก็มีคนสองสามคนที่ไม่สะดวกมาเพราะอยู่ไกล ผมก็นั่งอ่านข้อความของทีละคนจนสะดุดกับหนึ่งข้อความ

Thanwa : กูไปด้วย

ไอ้ธัน

นี่ไง ปากบอกจะลดแต่พอเพื่อนถามว่าไปกินหมูกระทะไหมก็บอกว่าไป... แบบนี้จะผอมเมื่อไหร่วะ

Yang : อย่ามาเนียนไอ้ธัน มึงลดน้ำหนักอยู่

Thanwa : เอ๊า กินหมูกระทะกับเพื่อนแค่วันเดียวจะเป็นอะไรไป๊

Yang : พูดอย่างนี้คงไม่ได้ไปภูกระดึงด้วยกันแล้วมั้ง

ผมก็พิมพ์แกล้งมันไปอย่างนั้นเองแหละ นิสัยเสียจริงๆ ตัวกู

Thanwa : เออออ กูไปกินหมูกระทะกับพวกมึงแต่กูจะแดกแค่ผัก มึงคอยดูเลยไอ้สัสหยาง

“ตลกละ ฮ่าๆ” ผมหลุดขำออกมาเสียงดัง มึงยอมจ่ายเงินหลายร้อยเพื่อไปนั่งแดกผักกับน้ำเปล่าเหรอวะ มึงเป็นคนเด้อไม่ใช่เต่ากาลาปากอส

Pai Sass : ไอ้คู่นี้อะไร จะไปภูกระดึงกันเหรอ แล้วทำไมต้องไปด้วยกัน?

Hop p : แล้วถ้าไปมึงจะเดินไหวเหรอไอ้ธัน555

Una oI : เออ ระวังกลิ้งตกลงมานะเว้ย ยิ่งอ้วนๆ อยู่5555

Atipat Aa : พวกมึงก็ไปล้อมัน… อย่าเดินใกล้หน้าผานะเดี๋ยวของเขาถล่มเพราะน้ำหนักมึง55555

นอกจากสามคนนี้คนอื่นๆ ก็เข้ามาพิมพ์ข้อความแนวๆ เดียวกัน ซึ่งผมก็ไม่ค่อยชอบเท่าไหร่… ถึงจะไม่เคยอ้วนแต่ก็เข้าใจว่าการโดนล้อเรื่องรูปลักษณ์ไม่ใช่เรื่องน่ายินดีหรอก ยิ่งถ้าคนโดนล้อไม่มั่นใจในรูปร่างตัวเองเป็นทุนเดิมอยู่แล้วก็ยิ่งไปใหญ่เลย

“เงียบเลย ไม่ใช่ว่าโกรธไปแล้วนะ” ผมจ้องหน้าจอมือถือที่ขึ้นรายชื่อคนที่อ่านข้อความเมื่อกี้แล้ว หนึ่งในนั้นมีไอ้ธันด้วย

อ่านไม่ตอบโกรธแหงเลย...

Una oI : ฉิบหายละ โกรธแล้วมั้ง

Hop p : เพราะมึงแหละไอ้ห่ายู เริ่มก่อนทำด๋อยอะไร

Una oI : เอ้า นี่กูผิดหรอม =  =;;

Yang : พวกมึงทั้งหมดนั่นแหละ ไปง้อมันเลยนะ

คิดถึงสมัยเด็กๆ เลยว่ะ พวกเรามักจะทะเลาะกันตลอดไม่ใช่ทะเลาะกันแค่คนสองคนนะครับ ทะเลาะทั้งห้องนี่แหละ อาจจะเป็นเพราะมีนักเรียนชายเยอะกว่านักเรียนหญิงมั้ง เฮ้ยๆ ไม่ต้องตกใจ เราไม่ได้ต่อยตีกันเหมือนที่พวกคุณคิด ก็แค่กอดอกหันหน้าหนีกันให้อีกฝ่ายรู้ว่า ‘กูโกรธมึงโว้ย’ โคตรแต๋วอะ

Una oI : ง่า ไอ้ธันมันอยู่ม.5 ห้องอะไรนะ

Yang : ม.5/5 โรงเรียน xx ห้องประจำอยู่ที่ 421

Atipat Aa : เชี่ยหยาง ถ้ามึงจะรู้เยอะขนาดนี้ก็พาพวกกูไปหาไอ้ธันเถอะ =  =

Yang : ได้ แต่เดี๋ยวนะถึงจะบอกว่าพาไป… แต่พวกมึงอยู่ต่างจังหวัดหมดเลยนี่

ผมนั่งมองรายชื่อคนที่ล้อไอ้ธันเมื่อกี้ ไม่มีคนไหนเลยที่อยู่ใกล้จังหวัดผม ระยอง ขอนแก่น อุบล ไอ้ยูคนเริ่มด่านี่หนักเลย แม่งเรียนอยู่เวียดนาม…

Pai Sass : เออใช่ =   = … พวกมึงต้องโทรไปขอโทษมันแล้วล่ะ

KaoJao : มีเบอร์มันปะ ตอนนี้ทักไปมันไม่อ่านไม่ตอบเลย Y_Y

Yang : ไม่มีว่ะ

Atipat Aa : โอ้ว พวกกูจะทำยังไงดี TT^TT

Yang : ไม่รู้แหละมาง้อมันด้วย กูไม่ช่วยนะอยากล้อมันเอง

Una oI : เพื่อนหยางงงงงงงงงงงง


_____________________________________________________________________________________

วันนี้มาเร็ว ก่อนเที่ยงคืนตั้งนานเนอะ
ก็ไม่มีอะไร
...



"ตั้งนานเนอะ"

5/10/59
-Mommae-


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.852K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

30,011 ความคิดเห็น

  1. #29960 chickeppp (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 12 สิงหาคม 2563 / 16:47
    หยาง เอ็งจะจีบใครกันแน่วะ
    #29,960
    0
  2. #29616 Nat_bambam (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2563 / 16:37
    เราไม่ให้หยางผ่านได้ป่าว ดูไม่จริงใจอะ แบบมาจีบเพื่อนลูกชั้นแล้วมาจีบลูกชั้นต่องี้หรอ ชั้นไม่ให้ผ่าน อย่ามายุ่งกับลูกชั้นนะ
    #29,616
    0
  3. #29198 M🍳 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 6 เมษายน 2563 / 00:05
    ดีจังงง เพื่อนตั้งเเต่ประถมเเต่ยังสนิทกันอยู่ ฮืออ น่ารักก ทางนี้คือกลายเป็นคนเเปงกหน้ากันไปเลยค้าบ55555

    //น้องธัน สู้ค่ะ!!
    #29,198
    0
  4. #29173 นักโทษหมายเลข0 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 5 เมษายน 2563 / 12:19
    มันจะรักกันไงวะอยากรู้ กลัวใจแพนมากเลยอะแม่
    #29,173
    0
  5. #29073 HunAunSun (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 4 เมษายน 2563 / 02:00
    ธันนน ไม่เป็นไรนะคับคนเก่ง
    #29,073
    0
  6. #28961 TonkhaoTonkhao (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 2 เมษายน 2563 / 09:04
    ฮือออ เราชอบเพื่อนตอนประถมนะ เป็นเพื่อกันมาตั้งหลายปี พอจบ ป. 6 เราก็ต้องย้ายมาต่างจังหวัด ห่างกันตั้ง 200 กว่าโล แต่ก็พอทักหากันบ้าง แต่เรานี่สิ ชอบไปหา 555 ระยะทางไม่ได้เป็นอุปสรรคเลย ไปหาปีละครั้งก็ยังดี😊
    #28,961
    0
  7. #28837 pam005 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 30 มีนาคม 2563 / 11:48
    เพื่อนตอนประถมเรานี่กลายเป็นคนแปลกหน้าเลยจ้าทั้งๆที่อยู่รร.เดียวกัน
    #28,837
    0
  8. #28691 Shipnielong (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 14 เมษายน 2562 / 09:40
    เพื่อนตอนประถมเราแต่ละคนยังไม่ค่อยคุยกันเลย555 มีเพื่อนดีนี่ดีจังเลยน้ออ
    #28,691
    0
  9. #28631 HunAunSun (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 3 เมษายน 2562 / 17:35
    ธัน ไม่เป็นไรนะคับ
    #28,631
    0
  10. #28384 Callmeyou (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2562 / 21:47
    ปะโถ่ อย่าล้อกันซิ เราโดนล้อเรื่องอื่นมาตลอดเหมือนกันมันรู้สึกแย่นิดๆแม่เพื่อนจะแค่แซว อ
    #28,384
    0
  11. #28383 Callmeyou (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2562 / 21:46
    ปะโถ่ อย่าล้อกันซิ เราโดนล้อเรื่องอื่นมาตลอดเหมือนกันมันรู้สึกแย่นิดๆแม่เพื่อนจะแค่แซว
    #28,383
    0
  12. #28382 Callmeyou (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2562 / 21:46
    ปะโถ่ อย่าล้อกันซิ เราโดนล้อเรื่องอื่นมาตลอดเหมือนกันมันรู้สึกแย่นิดๆแม่เพื่อนจะแค่แซว
    #28,382
    0
  13. #28220 greentealatte ♡ (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 25 มกราคม 2562 / 10:35
    ธันคั้บบบบ
    #28,220
    0
  14. #27837 rattanalak44 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 18 พฤศจิกายน 2561 / 18:29
    ธันผอมเร็วๆนะลูก เอาไห้เพื่อนตะลึงในความหล่อไปเลย
    #27,837
    0
  15. #27808 milloo (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 5 พฤศจิกายน 2561 / 10:05
    กลับมาอ่านอีกรอบเหมือนกัน น่ารักอ่ะ
    #27,808
    0
  16. #27799 N_joon (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2561 / 23:25
    เพื่อนแบบนี้...งือออออ
    #27,799
    0
  17. #27344 Chaokuy__ (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 7 กันยายน 2561 / 18:12

    ง้อน่ารักอะ 5555

    #27,344
    0
  18. #27245 Satochi_tom (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 25 กรกฎาคม 2561 / 10:20

    กลับมาเริ่มอ่านอีกรอบ ระหว่างรอตอนใหม่ อิอิ

    #27,245
    0
  19. #27233 ือิอิ (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 20 กรกฎาคม 2561 / 20:37

    ไมเพื่อนแต่ละคนน่ารักกันจัง อ่าาาฟิน

    #27,233
    0
  20. #26513 Meuan Fan. (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2561 / 21:52
    งอนกันแบบกอดอกหันหน้าหนี...ตั้ลล้าคคคค
    #26,513
    0
  21. #26455 Kim-kibom (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2561 / 15:21
    งอนแน่..ล้อกันขนาดนี้
    #26,455
    0
  22. #26362 Nothing Without U (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2561 / 13:44

    เห็นเมจตรงชื่อตอนแต่ละตอนแล้วก็ขำ ฮื้อออ 55555

    #26,362
    0
  23. #26140 defie1988 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2561 / 03:41
    ธันงอนรึหลับถามใจธันดู5555
    #26,140
    0
  24. #25275 NongPimBP (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 28 เมษายน 2561 / 23:42
    เกลียดตัวเองอ่ะ อ่านนิยายนี้บอกธันให้ลดอ้วนเร็วๆ ทั้งที่ตอนนี้มือของตัวเองก็จับของกินยัดปากอยู่555
    #25,275
    0
  25. #24503 WayVe❤ (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 24 เมษายน 2561 / 23:14
    น้องธันลูกค่อยๆพยายามไปนะ รู้เลยว่ามันยากจริงๆ เพื่อนรอบข้างคือบอกว่าจะลดๆแต่ทำไม่ได้สักคนเลยอ่ะ แสดงว่าต้องใจแข็งมาก นี่เป็นคนทักเพื่อนตลอดว่ากินเยอะละแก กินนั่นมันอ้วน แต่นางก็ไม่ฟังเลย สุดท้ายก็ล่ม งื้ออออ น้องธันสู้ๆใจแข็งไว้ลูก!! มั่นใจเข้าไว้!!
    #24,503
    0