I'm on a diet! : อย่าท้า เดี๋ยวจะหาว่าไม่เตือน [END]

ตอนที่ 41 : ครั้งที่ 37 แปลกหน้า

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 41,331
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3,219 ครั้ง
    1 เม.ย. 63





ครั้งที่ 37 แปลกหน้า

[ธันวา]

(พี่เหงานะ ทำไมแกไม่มาหาพี่บ้าง)

“ขอโทษ ผมยุ่งเรื่องเรียนครับ ฮะๆ”

เปล่า ไม่ใช่แบบนั้นหรอก ผมก็แค่วาดทุกมุมในร้านพี่ภาแล้ว มือก็ชา ตาก็เบลอเลยอยากพักบ้างแต่ความจริงก็อยากเจอพี่เขาเหมือนกัน

(โห่ ไม่ต้องเรียนแล้วเดี๋ยวพี่เลี้ยงเอง)

“วุ๊ ทำเป็นพูดไป”

(ได้จริงๆ นะเว้ย // พี่ภามีออเดอร์ครับ)

“พี่ไปทำงานเถอะ”

(อือๆ พี่วางก่อนนะ คิดถึง จุ๊บๆ)

“ครับ”

ผมคลี่ยิ้ม ความสุขเพิ่มขึ้นทุกวันหลังจากที่รู้ความรู้สึกของพี่ภา เราได้ทำอะไรที่สมควรทำอย่างค่อยเป็นค่อยไป ตกลงกันแล้วว่าจะไม่รีบร้อน เรื่องความรักเป็นเรื่องละเอียดอ่อนต้องใช้เวลาศึกษาอีกฝ่ายไปเรื่อยๆ ถึงพี่เขาจะชอบก็เถอะแต่ผมก็อยากให้ดูให้ดีก่อน ใช้เวลาไตร่ตรองอีกนิด

“ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่เชียวนะมึง” พี่ชายที่นั่งอยู่ข้างๆ กระทุ้งเอว นั่นยิ่งทำให้ผมยิ้มกว้างกว่าเดิม

“ฮะๆ”

“เป็นแฟนกันแล้วเหรอ”

“นั่นสิ ยังไงนะ”

“...” คำตอบของผมคงเหนือความคาดหมายเขาถึงได้นิ่งไป พี่ตุลย์ค่อยๆ หุบยิ้มลงเช่นเดียวกับนัยน์ตาสีดำขลับที่มีความรู้สึกบางอย่างแฝงอยู่ ไงล่ะจับคู่ดีนัก พอแบบนี้ล่ะถึงกับพูดไม่ออก

“อะไรกันธันมีแฟนแล้วเหรอลูก” คุณนายที่เพิ่งออกมาจากห้องครัวได้ยินบทสนทนาของเราพอดี เธอมีสีหน้าตื่นตระหนก รีบวิ่งเข้ามานั่งแทรกกลางทันที นี่เป็นครั้งแรกเลยมั้งที่ผมพูดเรื่องความรักในบ้านเพราะฉะนั้นแม่จะตื่นเต้นก็ไม่แปลก คนในครอบครัวคงรอเวลานี้มานาน นานสิ… สิบเจ็ดปีแล้วเนี่ย

“ฮะๆ”

“ใคร”

“แม่จำพี่ภาเพื่อนสนิทพี่ตุลย์ได้ไหม”

“อ่อ หนูภา จำได้ๆ”

“เขาน่ารักดีนะครับ ขยัน ใจดี ตลก เป็นผู้หญิงที่ดีคนหนึ่งเลย ...แม่คิดว่าไงถ้าพี่ภาเข้ามาเป็นลูกสะใภ้” ผู้หญิงแบบนี้ไม่ได้หากันง่ายๆ ผมว่าค้นทั้งประเทศก็มีอยู่ไม่ถึงร้อยหรอก ถ้าได้เป็นครอบครัวเดียวกับเธอผมคงดีใจไม่น้อย

“ตายแล้วขั้นลูกสะใภ้เลยเหรอ”

“ครับ”

“แม่ก็ต้องยินดีสิ! ลูกรักใครแม่ก็รักด้วย”

“งั้น-”

“เอาเรื่องเรียนก่อน เรื่องนั้นเรียนจบแล้วค่อยว่ากัน” ร่างสูงขัดขึ้นกะทันหัน อยู่ๆ ก็ลุกพรวดก้าวเท้าเดินไปที่อื่นทิ้งให้พวกเรายืนมองงงๆ ...นี่แหละน้าพวกปากอย่างใจอย่าง ปากบอกว่าอยากให้น้องชายมีแฟนแต่เอาเข้าจริงก็เป็นอย่างนี้

แต่เขาจะรู้ไหมว่าครั้งนี้พิเศษกว่าครั้งอื่น

วันหยุดยาวแบบนี้นักเรียนมัธยมปลายอย่างผมก็ต้องหาอนิเมะดูฆ่าเวลาเพราะว่างมาก… ก็อยากจะพูดอย่างนั้นอยู่หรอกถ้าครูไม่ได้พร้อมใจกันสั่งงานกองเท่าเอเวอร์เลส สั่งแบบนี้กะไม่ให้ผมก้าวขาออกจากบ้านเลยใช่ไหมครับ งานเยอะจนผมไม่รู้จะเริ่มตรงไหนแล้วเนี่ย

ช่างแม่ง คุยกับไอ้หยางดีกว่า

ความหมดแรงสั่งให้ผมทิ้งตัวลงนอน คว้าโทรศัพท์ได้ก็เปิดแชทสีขาว สิ่งที่คาดว่าจะเจอคือข้อความเหมือนเคยแต่… ผมกลับพบเพียงความว่างเปล่า ไม่มีข้อความใหม่ ไม่มีการตอบรับ ข้อความล่าสุดเป็นของผมเมื่อสิบวันก่อนและที่สำคัญยังไม่ขึ้น ‘read’

มันไปไหน?

“ทำการบ้านรึเปล่าวะ” สังเกตว่าแชทเงียบมาสักพักแล้วแต่คิดว่าอีกฝ่ายน่าจะมีเรื่องที่ต้องทำ ประจวบเหมาะกับที่ผมต้องทำการบ้านกับยุ่งเรื่องพี่ภาด้วยก็เลยไม่ได้เข้าไปกวนมัน

Thanwa : กินข้าวยัง

เงียบ…

เงียบแบบที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ถ้าเป็นเมื่อก่อนมันคงรีบตอบ เผลอๆ อาจจะโทรมาเลยด้วยซ้ำเพราะไม่บ่อยนักที่ผมจะเป็นฝ่ายเริ่มบทสนทนา ผมเคยชินกับการตื่นมาพบข้อความ ‘อรุณสวัสดิ์’ ‘กินข้าวรึยัง’ ‘คิดถึงนะ’ ก่อนนอนก็ ‘ฝันดี’ พอตื่นมาไม่เจออะไรแบบนี้มัน ...เหงายังไงไม่รู้

โทรเลยก็แล้วกัน

ผมกดคอลทาง messenger ขณะรอก็มาทำการบ้านต่อ วิชาประวัติศาสตร์สมควรปรับหน่วยกิจเป็น 4.0 ถ้าครูจะสั่งงานเยอะ and ยากขนาดนี้นะก็เอาไปให้เกศุรางค์ทำเถอะไอ้เหี้ย ม.5 ยังขนาดนี้ ...ม.6 ไม่ต้องทะลุมิติไปถามคุณพี่เดชเลยเหรอ

Trrr

อ่าว

“ทำอะไรอยู่วะ” เสียงเมื่อกี้บ่งบอกว่าปลายสายไม่ได้เปิดเน็ต พอคอล line ไปก็ได้ผลลัพธ์เช่นเดียวกัน แม้กระทั่งโทรเบอร์ไปก็ยังได้ยินแต่เสียงผู้หญิงบอกว่า ‘ไม่มีสัญญาณตอบรับจากหมายเลขที่ท่านเรียก’ ยุ่งแค่ไหนไอ้หยางก็ไม่เคยเป็นแบบนี้...

ก็อก ก็อก

เสียงเคาะประตูขัดความคิด เรียกให้ผมหันไปสนใจต้นเสียง

หรือจะเป็น...

“ธัน มีคนมาหาลูก”

อ่า ไม่ใช่

ใจรู้สึกผิดหวังแปลกๆ ที่เปิดออกมาไม่ใช่คนที่ผมคิด ...ผมก็บ้า น่าจะรู้ว่าถ้าเป็นมันจริงๆ คงไม่มีการเคาะประตู แม่งจะพุ่งพรวดเข้ามาเลย หนักหน่อยก็ให้ผมลงไปรับหน้าบ้านเหมือนเมื่อสิบวันก่อน

วันนั้นผมตกใจมากที่คุณหัสดินบอกว่ารออยู่หน้าประตู ผมนี่ใส่เกียร์หมาวิ่งไปหามันอย่างไม่คิดชีวิต สัส เที่ยงคืนนะเว้ยแม่งไม่กลัวผีกลัวโจรบ้างรึไง ไอ้เราก็คิดว่ามีเรื่องสำคัญ ที่ไหนได้มาขี่รถเล่นเฉยๆ โคตรอยากเตะให้ก้านคอหักแต่ความง่วงมีมากไปผมก็เลยด่าเฉยๆ ไม่สิ ปล่อยให้มันจับมือถือแขนด้วย ...ก็ตอนนั้นผมง่วงอะ สมองเต่า ตาเบลอมองไม่ค่อยเห็นอะไร ไอ้หยางทำหน้ายังไงผมยังมองไม่เห็นเลย

จะว่าไป…

ทุกอย่างก็เปลี่ยนไปตั้งแต่วันนั้นนี่นา

“ธัน?... ธันวา!”

“...ครับแม่”

“เหม่ออะไรเจ้าลูกคนนี้ มีคนรออยู่ข้างล่าง”

“ใครครับ พี่ภาเหรอ?”

“แหม อะไรๆ ก็พี่ภา… ไม่ใช่พี่เขาหรอก แต่ก็เป็นผู้หญิงนะ”

“เพื่อนผมเหรอ”

“ไม่จ้ะ แม่คิดว่าหน้าตาคุ้นๆ แต่ไม่ใช่เพื่อนลูกหรอก แหนะ มาถึงบ้านขนาดนี้เป็นอะไรกันเนี่ยเจ้าลูกชาย ...พอไม่มีก็ไม่มีเลยแต่พอมีก็ไม่ขาดสาย ร้ายนะเรา” ผมยิ้มแหยๆ แทนคำตอบก่อนจะรีบเดินลงข้างล่างเพื่อดูหน้าแขก จำไม่เห็นได้เลยว่าเคยบอกที่อยู่กับผู้หญิงคนอื่นนอกจากพวกไอ้แพน หรือจะเป็นไอ้อิมวะ ...ก็ไม่น่าจะใช่อีก กีฬาสีจบผมก็หมดความสำคัญกับมันแล้ว

อะ

“พี่ธันสวัสดีค่ะ”

“ครับ”

พอมาถึงข้างล่างความสงสัยทุกอย่างก็กระจ่าง คิดว่าใครที่ไหนได้ก็คนใกล้บ้านนี่เอง อะ ถ้าน้องอยู่นี่งั้นพี่ชายก็คง… ผมชะเง้อมองนอกหน้าต่างอย่างมีความหวัง ทำไมไม่เข้ามาวะใช้น้องมาคุยแบบนี้แย่จริงๆ เห็นทีต้องออกไปสั่งสอนสักหน่อย

“หยินมาได้ไงหยางมาส่งเหรอ”

“พี่หยางไม่ได้มาค่ะ”

“...เหรอ” ผมชะงักไปชั่วขณะ อุตส่าห์คิดว่ายังไงมันก็ต้องมาแท้ๆ ...มีพี่บ้าที่ไหนปล่อยน้องสาวเข้าบ้านผู้ชายคนเดียวบ้างวะ ...เอ๊ะ หรือจะแกล้ง? “ฮั่นแน่ พอเลยไม่เล่นแล้ว ไอ้หยางแอบอยู่แถวนี้ใช่ปะ ไปลากมันออกมาหาพี่เลย”

หึๆ ไม่ได้แดกกูหรอก

“เอ่อ...”

“มันจ้างมาเท่าไหร่เนี่ยถึงยอมเล่นด้วย” เธอไม่ใช่คนที่จะยอมทำตามพี่ชายง่ายๆ หรอกครับ ถ้าไอ้หยางอยากใช้จริงๆ ก็ต้องมีการแลกเปลี่ยนที่เท่าเทียม ซึ่งโดยส่วนมากจะเป็นเงิน ครั้งนี้ถึงขั้นให้มาโกหกผมขนาดนี้ต้องจ่ายแพงแหงๆ

“คือ...”

“ไม่เป็นไรเดี๋ยวพี่ออกไปหามันเอง” ผมเอ่ยพร้อมเดินไปที่ประตูบ้าน น่าสงสาร ที่พูดตะกุกตะกักทำท่าลำบากใจอย่างนี้คงกลัวมันด่าที่ทำแผนล่ม ไม่เป็นไรเดี๋ยวพี่จัดการเคลียร์ให้ ...ลงทุนขนาดนี้แม่งมีเซอร์ไพรส์แน่เลย เห็นแก่ความพยายามกูจะแกล้งตกใจก็ได้ ฮะๆ

หมับ

“พี่ธัน หยินมาคนเดียวจริงๆ …ที่มาหาก็จะคุยเรื่องนี้แหละค่ะ”

รอยยิ้มบนใบหน้าของผมค่อยๆ ตกลงหลังโดนคู่สนทนาจับให้หันไปเผชิญหน้า ดวงตาที่คล้ายคลึงกับคนเป็นพี่ฉายแววจริงจังซะจนดูไม่ออกเลยว่าแกล้ง… ที่ไหนล่ะ หยินไม่ได้ล้อเล่น ความจริงข้อนี้ทำเอาผมถึงกับนิ่ง นี่มันไม่ได้มาจริงๆ เหรอ

“อ่า”

“ช่วงนี้พี่ได้คุยกับพี่หยางบ้างไหม”

“ฮึ ไม่เลย พี่โทรไปก็ไม่รับทักไปก็ไม่ตอบ” คนฟังกัดริมฝีปากแน่น พี่น้องคู่นี้เขาไม่มาเป็นห่วงเป็นใยกันหรอกถ้าไม่ใช่เรื่องที่ทนไม่ไหวจริง ...เกิดอะไรขึ้น

“พี่หยางทำตัวแปลกๆ หยินกลัวว่าจะเป็นอะไรไป”

“มันเป็นอะไร”

“หนีออกจากบ้านค่ะ”

“ห้ะ!”

ใจผมหายวูบ ตกใจตาเบิกกว้าง ไอ้เหี้ยนั่นมันคิดอะไรอยู่ มีเรื่องคับอกคับใจขนาดหนีออกจากบ้านทำไมไม่มาปรึกษาผม ที่โทรไปไม่รับก็เพราะแบบนี้ใช่ไหม

“หนีไปตั้งแต่เมื่อไหร่”

“สิบวันก่อน...”

“ทำไมไม่รีบมาบอก!” ผมเผลอตะคอกเสียงดังจนอีกฝ่ายสะดุ้ง ในอกเต็มไปด้วยความขุ่นเคืองจนต้องระบายลมหายใจออกมาเพื่อระงับเอาไว้ แต่ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไรน้องก็ควรรีบบอกไม่ใช่ปล่อยไว้เกือบสองอาทิตย์แบบนี้ ถ้ามันทำอะไรบ้าๆ ขึ้นมาจะทำยังไง “ขอโทษ… แล้วบอกพ่อกับแม่รึยัง”

“บอกแล้วค่ะ… บอกว่าไปทำโครงงานบ้านเพื่อน”

“หยิน!”

“หยินรู้ว่าไม่ดีแต่เขาสั่งไว้...”

“สั่งแล้วยังไงล่ะหยิน รู้เหรอว่ามันไปไหน โทรศัพท์ก็ติดต่อไม่ได้ ถ้าเป็นอะไรขึ้นมาเราจะรู้ได้ยังไง”

“เรื่องนั้นไม่ต้องห่วงค่ะ เขาไปอยู่บ้านพี่เทรนด์”

“...”

มันมีเรื่องเครียด ปิดเครื่อง ขาดการติดต่อ ไม่ปริปากบอกผมสักคำว่าเป็นอะไรแต่เลือกที่จะหนีไปหาไอ้เทรนด์ ให้ไอ้เทรนด์เป็นที่ปรึกษา ให้มันรับฟังทุกอย่าง ในขณะที่ทิ้งให้ผมเป็นบ้าอยู่คนเดียว ถ้าไม่มีคนมาบอกผมก็คงไม่รู้ว่ามันหายไปไหน

...น่าน้อยใจ

“แต่หยินก็ยังไม่สบายใจอยู่ดี ก่อนจะออกจากบ้านพี่หยางดูเศร้ามาก นอนตายอยู่บนโซฟาทั้งวันไม่ยอมทำอะไรเลย” ทำไมผมไม่สังเกตเห็นเลยทั้งๆ ที่เป็นเพื่อนสนิท …งั้นที่ชอบขอจับมือก็คงเพราะมีเรื่องไม่สบายใจก็เลยอยากหาที่พึ่งสิ

ผมโคตรเหี้ยเลยว่ะ

“...”

“หยินคิดว่าทะเลาะกับพี่ก็เลยมาหาเผื่อช่วยอะไรได้ ...ตกลงไม่ได้ทะเลาะกันเหรอคะ?”

“เปล่า เราไม่ได้ทะเลาะกัน”

“งั้นหยินก็สบายใจ สงสัยจะเครียดเรื่องเรียนมั้ง”

“อืม”

ลางสังหรณ์บอกผมว่าไม่ใช่อย่างนั้น… ผมจะไปหามัน

[หยาง]

“ตายซะไอ้ไก่อ่อน หึ”

“มึงนั่นแหละที่ต้องตาย ปิ่วๆ”

“ไอ้ต้นอย่ายิง กูเป็นเพื่อนมึงนะเว้ย!”

“ในสนามรบไม่มีมิตร ทุกคนคือศัตรู สหายในวันวานไม่สามารถทำให้กูใจอ่อนได้หรอก หึ” เสียงเถียงกันของพวกมันทำผมยิ้ม ขณะเดียวกันก็กดโจมตีอย่างต่อเนื่อง

ในห้องนอนขนาดใหญ่ของคุณหนูบ้านวิทยาพัทธิ นักเรียนชายสามคนกำลังนั่งจุ้มปุ๊กอยู่กับพื้น ในมือถือจอยคนละเครื่อง ตาจ้องหน้าจอทีวีแทบถลน ผมเทรนด์ต้นเล่นเกมแข่งรถกันอยู่ครับ นี่ก็ตาที่สิบแล้วผลยังเสมอกันอยู่ที่ 3 : 3 : 3 ตานี้แหละที่จะรู้ว่าใครอยู่ใครไป

การหนีมาพักใจที่นี่เป็นเรื่องที่คิดถูก

นอกจากจะได้สงบใจลงแล้วยังมีอะไรให้ทำไม่ขาด ไอ้ต้นเองก็แวะเวียนมาเล่นด้วย ...แต่น่าประหลาดที่แผลใจยังไม่ถูกรักษา ทั้งๆ ที่ได้ทำเรื่องสนุกตลอดจนดูไม่มีเวลาว่างให้คิดเรื่องอื่นแต่ผมกลับยังคิดถึงมันทุกวินาที ทั้งตอนเดิน ตอนกิน แม้ในฝันก็ยังคิดถึง

ยังไงก็ต้องเลิกให้ได้

ผมจะตัดใจจากมันแล้วเดินไปบอกเอง

“เทรนด์ มีเพื่อนมาหาหน้าบ้านแหนะลูก”

“ใครครับ”

“ธันวา”

“!!!”

บอกครับ แต่ไม่ใช่ตอนนี้...

ผมตกใจเผลอทำจอยร่วง หนุ่มเหล็กดัดข้างๆ เองก็มีสภาพไม่ต่างกัน เราวิ่งไปเกาะหน้าต่างพร้อมกันโดยไม่ได้นัดหมาย มือแหวกม่านออกเพื่อมองหน้าบ้าน สิ่งที่ทักทายสายตาเราคือร่างโปร่งในชุดลำลอง บอกตรงๆ ว่าสติผมแทบแตก หัวใจเต้นไม่เป็นจังหวะทุกอย่างรวนไปหมดเพียงเพราะคนคนเดียว

มาได้ไง…

“เพื่อนจะมาบ้านก็ไม่บอกแม่”

“คือ...”

“ดูซิเนี่ยหน้าแดงหมดแล้ว ไม่รู้ว่ายืนรอมานานรึยัง ธันไม่โทรมาหาบ้างเลยเหรอว่าถึงแล้ว”

“ไม่นิครับ ก็… โทรว่ะ” ไอ้เทรนด์เหงื่อตกหลังกดดูแล้วเจอสายที่ไม่ได้รับ 8 สาย ส่วนผมไม่ต้องเช็คเพราะปิดเครื่องเอาไว้ตั้งแต่สิบวันที่แล้ว

“นั่นไง แย่จริงๆ ไอ้ลูกคนนี้ ดีนะที่แม่เห็น”

“ขอโทษครับ...”

“ไม่เป็นไร แม่ให้พ่อไปเปิดประตูให้แล้ว”

ไม่เป็นไรที่ไหนล่ะครับ!

หลังมาทิ้งระเบิดไว้แม่ก็ออกไปเหลือไว้เพียงผมกับเพื่อนที่วิ่งวุ่น จะให้ออกไปก็คงต้องสวนกันตรงบันได จะให้ยืนโง่อยู่เฉยๆ ก็ไม่ได้ ผมต้องหลบ... แต่ที่ไหนล่ะวะ ใต้เตียง ห้องน้ำ ชั้นหนังสือ หลังประตู ไม่ว่าที่ไหนก็ดูไม่ได้เรื่อง ให้ตายสิ ขืนยังเป็นแบบนี้อยู่มีหวังโดนเจอตัวแน่

“ยืนรอนานรึยังลูก พ่อขอโทษนะที่ไม่เห็น”

“ไม่เป็นไรครับ ฮะๆ”

“เทรนด์กับเพื่อนอยู่ในห้อง ตามสบายเลยนะ”

เสียงพูดคุยของเจ้าบ้านกับแขกใหม่ดังขึ้นทางบันได ฝีเท้าที่สม่ำเสมอกระตุกหัวใจราวกับโดนช็อต เพราะไม่มีเวลาให้คิดไอ้ 2T จึงกุลีกุจอยัดผมเข้าตู้เสื้อผ้าอย่างรวดเร็ว การกระทำดังกล่าวถือว่าฉลาดมากเพราะไม่นานร่างโปร่งก็ผลักประตูเข้ามา

เกือบไปแล้ว

ผมคงต้องซ่อนตัวอยู่ในนี้จนกว่ามันจะกลับบ้าน ...ผมไม่พร้อมประจันหน้ามัน ตอนนี้มันยังเร็วไปใจผมยังตัดอะไรไม่ได้เลย

“อ่าวไอ้ธัน หวัดดี จะมาทำไมไม่บอกก่อนอะกูจะได้เก็บบ้าน”

“เออไอ้เชี่ย หน้าแดงหมดละถ้าแม่ไอ้เปรตไม่มาบอกพวกกูจะรู้ไหมว่ามึงมา” เพื่อนซี้ทั้งสองคนเริ่มบทสนทนาอย่างราบรื่น ผมเฝ้ามองทุกอย่างจากช่องว่างเล็กๆ ...เนี่ย ลำพังเห็นแค่เสี้ยวหน้าผมก็ทำตัวไม่ถูกแล้ว ไม่ต้องคิดเรื่องเผชิญหน้ากันเลย ไม่ไหวแน่

ว่าแต่มันมาที่นี่ทำไมวะ

“แล้วมาที่นี่ทำไมอะ”

“ถามโง่ๆ ก็นี่บ้านมึง มันก็ต้องมาหามึงดิไอ้ควาย”

“ไม่ด่ากูสักวันจะตายไหม” เออดี ทะเลาะกันแบบนั้นแหละจะได้ดูปกติ ไม่รู้หรอกว่ามันมาทำไมแต่ขอให้คุยกันเร็วๆ ถ้าเป็นไปได้ก็ลงไปคุยกันข้างล่างเถอะ อยู่ตรงนี้ผมหายใจไม่ค่อยสะดวกเลย สาเหตุหนึ่งอาจเพราะพื้นที่ในตู้แต่สาเหตุหลักอยู่ที่นั่นต่างหาก ไอ้หน้าอ่อนข้างนอกน่ะ

“อยู่ไหน”

“อะไร”

“ไอ้หยางอยู่ไหน กูมาหามัน”

ผมต้องขยำเสื้อตรงอกไม่ให้ตัวเองเผลอหายใจแรง ไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะมาที่นี่เพราะเหตุผลนี้... พนักงานคนนั้นพูดเรื่องผมแล้วเหรอ ไม่น่า ถึงพูดไปมันก็ไม่น่าจะรู้ตัวนอกซะจากว่าเธอบอกรูปร่างหน้าตาโดยละเอียดกับรถของผม ...เชี่ยเอ๊ย รู้งี้น่าจะไปถามไกลๆ รถหน่อย

“มันจะมาอยู่บ้านกูได้ยังไง”

“เออ ฮะๆ”

“พ่อมึงบอกว่า ‘เพื่อนอยู่ในห้อง’ ไม่ได้หมายถึงมันเหรอ?”

“บ บ๊า หมายถึงกูเว้ย” อยากจะยกมือขึ้นก่ายหน้าผากกับท่าทางมีพิรุธสุดๆ ของไอ้ต้น เพื่อนสองคนของผมต่างกันอย่างชัดเจน ไอ้เทรนด์ตีหน้านิ่งพูดด้วยเสียงปกติอย่างแนบเนียน ในทางตรงกันข้ามไอ้แคระกลับไม่รู้จะวางมือไว้ตรงไหน ดวงตากลมโตกลอกไปมา เสียงพูดตะกุกตะกักผิดจากปกติ

ไอ้ต้นเอ๊ย

“อ่อ แล้วทำไมมีแก้วน้ำสามใบ?” เวร ลืมเก็บ

“ของกูเอง กูอยากกินทั้งน้ำโค้กทั้งน้ำแดง”

“อือ อยากเล่นเกมสองตัวด้วยปะ เห็นมีจอยสามเครื่อง?”

“ปะ เปล่า อันนั้นเสียบค้างไว้เฉยๆ ไม่ได้กดเล่นหรอก ฮะๆ” ไอ้ธันไม่ได้ตอบอะไร เพียงแค่เปรยตามองหน้าจอที่ขึ้นคำว่า ‘3 player’ ก่อนจะระบายยิ้มที่เย็นเฉียบทำเอาผมต้องกัดปากขณะขนลุกเกรียว ก็พอจะรู้อยู่หรอกว่าฉลาดแต่พอมาโดนไล่บี้แบบนี้แล้วมัน... เสียวไส้เลย

“หยินบอกกูว่ามันอยู่ที่นี่”

“...”

ห้องกว้างตกอยู่ภายใต้ความเงียบ เด็กหนุ่มทั้งสามคนยืนมองหน้ากันอย่างนั้นไม่มีใครกล้าเอ่ยอะไร จบแล้ว… ผมถอนหายใจออกมาเบาๆ ทำใจยอมแพ้โชคชะตาตัวเองสักพักก็ตัดสินใจออกจากที่ซ่อน อย่าหาว่าโง่เลย ถึงไม่ออกไปไม่นานไอ้ธันก็ต้องเดินมาหาอยู่ดี ตามันมองมาที่นี่ตลอด รู้ตั้งแต่แรกแล้วมั้ง

“ไง”

“อือ ไง”

การกลับมาเจอกันครั้งนี้ทำให้ผมนึกถึงเมื่อหลายเดือนก่อนตอนที่เราเพิ่งกลับมาเจอหน้ากันหลังจากห่างหายไปหลายปี สถานะเราคือเพื่อนสนิทที่ไม่สนิท ไม่ว่าจะจัดท่า จะพูด จะมอง จะทำอะไรก็น่าอึดอัดไปหมดเหมือนเป็นคนแปลกหน้าระหว่างกัน

เช่นเดียวกับตอนนี้ ความรู้สึกหลายๆ อย่างมันเปลี่ยนไปแล้ว

“ขอโทษนะพวกมึง ขออยู่กับธันสักพักได้ไหม” ผมหันไปบอกอีกสองคนที่ยืนเหงื่อตกอยู่ข้างๆ ไม่อยากให้พวกมันรับรู้เรื่องต่อไปนี้ ...กลัวความอ่อนแอของตัวเองด้วย

“เออ มีอะไรก็เรียกนะพวกกูจะไปรอข้างล่าง”

“ข้างล่างเหรอ หน้าประตูไม่ได้เหรอวะ… โอ๊ยๆ”

“อย่าไปเสือกเรื่องชาวบ้านเขา”

คนอื่นเริ่มเดินออกจากห้องไปช้าๆ ไม่นานทั้งห้องก็เหลือเพียงผมกับธันวา บรรยากาศมาคุน่าอึดอัดก่อขึ้นไม่หยุดหย่อน ถ้ามีเครื่องวัดคงมีปริมาณมหาศาลจนเครื่องพัง ...เห็นอย่างนี้ก็ยิ่งมั่นใจว่ายังไงผมก็ไม่พร้อมจริงๆ นั่นแหละ

“เป็นอะไรทำไมไม่กลับบ้าน”

“อยากเปลี่ยนบรรยากาศบ้าง ฮะๆ”

“หยินเป็นห่วง กูก็ด้วย”

กูเจ็บนะเว้ย…

ไม่ว่าจะตั้งใจหรือไม่ตั้งใจก็ตาม การที่อีกฝ่ายยังส่งสายตาเป็นห่วงเป็นใยมันทำให้ผมเข้าใจผิด ทำให้ผมไปจากมันไม่ได้ทั้งที่ต้องไป

“กูพอแล้วนะ”

“อะไร?”

“เรื่องจีบมึง”

“...”

“เป็นเพื่อนกันนี่แหละดีที่สุด” ผมปั้นหน้ายิ้ม ใจแม่งเจ็บยิ่งกว่าโดนสับเป็นเนื้อละเอียด ทริปภูกระดึงที่เคยวาดฝันไว้ว่าจะเป็นทริปที่มีความสุขก็คงกลายเป็นทริปที่น่าอึดอัด ถ้าให้ไปกับมันแค่สองคนผมคงทรมาน ...ชวนไอ้หยินไปด้วยดีกว่า พวกไอ้ 2T ไปไม่ได้อยู่แล้ว อืม หรือจะลองขออีกทีเผื่อไปได้แล้ว

“...ทำไม”

“มึงก็รู้เหตุผลอยู่แล้ว”

“...ไหนมึงบอกว่าจะใช้เวลาทั้งชาติเพื่อจีบกู”

“...”

“ไหนว่ารอได้จนแก่”

อย่าสิ อย่าพูดอย่างนี้

ทุกประโยคที่ออกมาจากริมฝีปากกระจับทิ่มแทงทะลุร่างเจ็บปวดไปหมด ดวงตาทรงเสน่ห์วูบไหวคล้ายเว้าวอน ฝ่ามืออุ่นที่แตะลงมาบนท่อนแขนของผมก็สั่นระริก ...อย่าทำให้กูหลงตัวเองคิดว่ามึงแอบมีใจให้เลย มันไม่มีอะไรดีขึ้นหรอก มีแต่กูนี่แหละที่เจ็บ

“มึงชอบคนอื่นเหรอ”

“เปล่า” มึงต่างหาก...

“งั้นทำไม?”

“กูไม่อยากทำมึงอึดอัดไปมากกว่านี้”

“...”

“ขอโทษ”

“อึดอัดเรื่องอะไร กูไม่เข้าใจที่มึงพูด...”

“กูดีใจที่มึงเป็นห่วงความรู้สึกกูขนาดนี้ แต่เราเคยคุยกันไปแล้วว่าถ้าไม่ไหวจริงๆ ก็บอก นี่มึงกลับไม่บอกอะไรเลย ปล่อยให้กูจีบต่อทั้งที่ตัวเองมีแฟน ...กูสงสารผู้หญิง” ไม่รู้ว่าอีกฝ่ายรู้เรื่องนี้รึเปล่า ถ้าเป็นไปได้ผมก็ไม่อยากให้เธอรู้หรอก เดี๋ยวจบเรื่องนี้แล้วคงต้องสั่งไอ้ธันไม่ให้พูดถึงอีก

“...”

“มึงเป็นผู้ชายก็ควรให้เกียรติเขา ถ้ากูเป็นเขาก็คงไม่ชอบที่มึงทำอย่างนี้”

“...”

“ตอนนี้กูยังตัดใจไม่ได้จริงๆ ขอเวลาไม่นานจะกลับไปเป็นเพื่อนกันเหมือนเดิม” คงต้องขอโทษไว้ล่วงหน้า… กลับไปเป็นเพื่อนกันครั้งนี้กูคงไม่สามารถมีความสุขเวลาเห็นมึงกับแฟนได้ คงแอบอิจฉา ความรู้สึกกูคงกลับไปเป็นเพื่อนได้ไม่เต็มร้อยแต่สบายใจเถอะ จะไม่ทำให้มึงลำบากใจแน่นอน

“เดี๋ยว… มึงพูดเรื่องอะไร แฟนอะไร”

“แฟนมึงไง ไม่ต้องปิดกูหรอก”

“...เหี้ยไรวะ กูไม่เคยมีแฟน”

“เจ้าของร้านอิตาเลียนคนนั้นไง”

“อ่อ… พี่ภา”

อือ ชื่อนี้ละมั้งที่ได้ยินมา

เป็นคู่ที่เหมาะกันดีนะครับ อายุห่างกันประมาณนี้กำลังดี เวลาทะเลาะกันฝ่ายหญิงคงใช้เหตุผลมากกว่าอารมณ์ คงเลิกกันยากแล้วล่ะเพราะไอ้ธันเองก็เป็นคนมีเหตุผล หึๆ...

“พนักงานที่ร้านบอกกูแล้วว่ามึงเป็นแฟนเขา”

“ใครบอกอะไรนะ?”

“พนักงานที่ร้าน”

“...กูว่าแล้ว ตอนนั้นได้ยินไม่ผิดจริงๆ” มันพึมพำอะไรบางอย่างก่อนจะหันกลับมาคุยกับผมด้วยสีหน้าจริงจัง “ฟังกูดีๆ นะไอ้ขี้มโน กูไม่เคยมีแฟน พี่ภาเป็นแค่พี่”

“แล้วมึงจะเอาดอกไม้ไปให้ทำไม” มันจะโกหกเพื่ออะไรวะ

“ก็ตอบแทนที่เขาให้สีน้ำกู”

“งั้นทำไมต้องทำหน้าเขิน”

“ก็คนในร้านแซวไงไอ้ควาย”

“แล้ว-”

“กูบอกว่าไม่ใช่แฟนไง! พี่ภาชอบพี่ตุลย์!!”

...?

[ธันวา]

“แกจะว่าอะไรไหมถ้าพี่ชอบ…”

“...?”

“ชอบ… ไอ้ตุลย์”

ประโยคที่เพิ่งได้ยินทำผมตกใจเล็กน้อยแต่ไม่นานก็คลี่ยิ้มออกมาอย่างมีความสุข ในใจมีความปิติยินดีกับเรื่องนี้ ผมรู้อยู่แล้วว่าต้องใช่ รออีกฝ่ายบอกมาตลอด ตอนแรกก็ไม่แน่ใจหรอกแต่นานวันเข้าก็เริ่มสังเกตเห็น… ว่าเจ๊คนนี้แอบมองป๋าของผมด้วยสายตาที่ไม่ธรรมดา ผมถึงบอกว่าเธอพิเศษ

เดาถูกจริงๆ ด้วยแฮะ

แม้จะทะเลาะกันทุกวี่ทุกวันเจ้าของร้านอาหารก็มักจะเสิร์ฟแต่ของที่คุณคณินชอบ เอาใจใส่ในทุกๆ รายละเอียด นัยน์ตาเรียวเล็กแฝงบางอย่างไว้เต็มเปี่ยม

“ไม่ผิดหรอกพี่”

“...”

“พี่ชอบมาตั้งนานแล้วใช่ไหม”

“อือ ตั้งแต่ปี 2 ละมั้ง”

“โห ทำไมไม่บอกไปล่ะ” สมัยเรียนมหาลัยพี่ชายผมเปลี่ยนผู้หญิงบ่อยยิ่งกว่าเปลี่ยนเสื้อผ้า แต่ละเดือนไม่ซ้ำหน้ากันสักคน แน่นอนว่าต้องพาสาวไปอวดเพื่อนสนิทก่อนทุกครั้งเพื่อให้ทุกคนพิจารณาว่าผ่านไหม แล้ว… พี่ภาก็เป็นหนึ่งในเพื่อนสนิท ไม่อยากจะคิดเลยว่าจะเจ็บแค่ไหน

“คำว่าเพื่อนมันค้ำคอ พี่ไม่กล้า...”

“...หึๆ”

อยู่ดีๆ หน้าไอ้หยางก็ลอยขึ้นมา

ไม่เห็นไอ้บ้านั่นจะห่วงอะไรเลย วันสารภาพรักแม่งขโมยจูบผมไปเลยด้วย ไม่รอ ไม่กลัว กล้าสุดๆ แต่พอหลังจากที่ทำลงไปแล้วราชสีห์ก็กลายเป็นลูกแมว กลัวมันทุกอย่างอยากจับมือยังไม่กล้า มองหน้าก็เหงื่อตก พูดจาสุภาพบุรุษอย่างกับคุณชายจุฑาเทพ คิดแล้วก็ขำ

“ขำอะไร นี่แกล้อพี่เหรอ”

“เปล่าๆ ผมคิดถึงเรื่องตัวเอง ฮะๆ”

“แกแอบชอบเพื่อนเหมือนกันเหรอ”

“ไม่ๆ ไม่ใช่ครับ” ผมโบกมือปฏิเสธพัลวัน ชอบเพื่อนอะไรกันเล่า...

“แล้วเรื่องตัวเองคือไร มีเพื่อนมาสารภาพรัก?”

“...อืม”

“ก็ไม่น่าแปลกหรอก นิสัยดี หน้าตาดี ใครๆ ก็ต้องหวั่นไหว ยิ่งกับคนใกล้ตัวก็ยิ่งหวั่นไหวเป็นพิเศษ”

“เหรอครับ… มันอาจจะเมาขนมเบื้องก็ได้” เป็นหนุ่มฮ็อตอยู่ดีๆ เสือกอยากมีแฟนเป็นผู้ชาย เลยต้องลำบากถอดเขี้ยวเล็บมาตามจีบกูต้อยๆ มันใช่เรื่องไหมเนี่ย ถ้าผู้หญิงทั้งจังหวัดรู้เข้าคงมีคนอกหักเกินกว่าครึ่ง ...พูดแล้วก็งง ผมก็ไม่ได้ตัวเล็กน่ารักหน้าตาไม่ได้ดึงดูดเพศเดียวกันแท้ๆ เอาตรงไหนมาชอบวะ

“ห้ะ?”

“เปล่าครับๆ”

“พี่ถามได้ไหม ทำไมแกถึงให้เพื่อนจีบล่ะไม่กลัวบ้างเหรอ”

“…”

นั่นสิ

ผมเท้าคางมองน้ำแข็งในแก้วใส ไอ้หยางสารภาพรักกับผมในวันกีฬาสี ช่วงแรกบอกตามตรงว่าอึดอัดมาก ไม่รู้จะเข้าหน้ากับมันยังไง นั่งอยู่ใกล้ๆ ก็เหมือนโดนเชือกรัดคอ ได้แต่หาวิธีปฏิเสธที่นุ่มนวลที่สุดไม่ว่ายังไงก็จะปฏิเสธให้ได้

แต่พอได้ฟังที่ไอ้แพนพูดผมก็เปลี่ยนความคิด

“ถ้าจะถามถึงเหตุผลคงเพราะผมไม่ได้รังเกียจที่มันจูบ ประกอบกับไม่ได้รู้สึกแย่ที่โดนสารภาพรักก็เลยยอมมั้ง ผมอยากรู้ว่าทำไมตัวเองถึงไม่ต่อต้านความรู้สึกกับการกระทำพวกนั้นทั้งๆ ที่ควรจะทำ”

“...”

“อืม ผมก็เลยลองดู”

จาก 100 คงมีคนเลือกทำแบบผมไม่ถึง 10 แน่ล่ะ ผู้ชายที่ไหนจะไปยอมให้เพื่อนสนิทเพศเดียวกันมาจีบวะ นอกซะจากจะแอบรู้สึกบ้าง...

“อู้ว เป็นสาวรุกเหรอ”

“ไม่เชิง ถ้าจะให้พูดก็เป็นหนุ่มมากกว่ามั้ง” ส่วนเรื่องรุกน่ะแน่นอนอยู่แล้ว

“หนุ่ม!! ผู้ชายเหรอ ได้ไง เอาจริงดิ!!”

“เอ่อ อือ ครับ” ผมเกาแก้มแก้เก้อที่เผลอหลุดปาก...น่าแปลก ถ้าเป็นเมื่อก่อนผมคงไม่กล้าบอกใครต่อใครว่ามีผู้ชายมาจีบ แต่ไปๆ มาๆ กลับรู้สึกว่าไม่ได้เสียหายอะไร เน้นนิดนึงว่า ‘ถ้าไม่ถามก็ไม่บอก’ เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องที่ต้องปิดและไม่ใช่เรื่องที่ต้องป่าวประกาศ

“ไอ้ตุลย์รู้เรื่องนี้ไหม”

“...ไม่รู้เหมือนกันครับ” ผมก็กำลังหาคำตอบเรื่องนี้อยู่

“ถ้ามันรู้ต้องเป็นเรื่องใหญ่แน่ แม่งหวงแกอย่างกับอะไรดี ...น่าจะมีจัดอันดับพี่ชายที่หวงน้องที่สุดในโลกนะ มันคงได้ที่ 1”

“ขนาดนั้นเลยเหรอพี่ ฮ่าๆ”

“เออดิ คนบ้าอะไรพกรูปน้องชายในกระเป๋าตัง อวดเพื่อนทุกวันว่าน้องตัวเองน่ารักอย่างนั้นอย่างนี้ เพื่อนพี่เคยแกล้งบอกว่าจะจีบแกแล้วมันทำหน้าเหมือนจะฆ่าด้วย โคตรน่ากลัว” เรื่องหวงพอรู้ แต่ไม่เคยรู้มาก่อนว่าในกระเป๋าตังคุณคณินมีรูปผม… เชี่ย นี่เขาอายตัวเองบ้างไหมเนี่ย

“ไอ้พี่ตุลย์แม่ง”

“พูดถึงมันแล้วเครียด...”

“บอกไปเลยดิพี่ บอกแล้วโดนปฏิเสธดีกว่าเก็บไว้ไม่ได้บอกนะ”

“แกให้กำลังใจพี่อยู่ปะ หรือแช่ง?”

“ไม่ๆ ผมก็พูดไปตามที่คิด ไม่ได้หมายความว่าพี่จะโดนปฏิเสธหรอก”

“แกรู้ได้ไง พี่ต้องโดนมันปฏิเสธแน่เลย” เอ้า เอาไงแน่เนี่ย… ไม่ต้องกลัวหรอกน่าก็ผมแอบเห็นคุณสถาปนิกหนุ่มไม่ได้มองพี่ในฐานะเพื่อนเหมือนกันน่ะสิ จะต่างกันก็ตรงที่ไม่รู้ตัวนี่แหละ โถ ใจจริงก็อยากมาหาเขานั่นแหละแต่เอางานมาบังหน้า ขี้ตู่ว่าอยากดูบรรยากาศในร้านแต่เอาเข้าจริงก็ไม่เห็นจะทำอะไร เอาแต่เท้าคางมองเจ้าของร้านไปวันๆ

ถุ้ย แล้วยังมีหน้ามายัดเยียดให้น้อง พอน้องชมให้แม่ฟังก็ทำเป็นหึง

คนเรานี่ก็ประหลาด เรื่องตัวเองไม่เคยรู้อะไรเลย ดูไม่เคยออกหรอกว่าเพื่อนชอบแต่พอเป็นเรื่องคนอื่นกลับมองออกทะลุปุโปร่ง เห็นตาเขาก็รู้ว่ารู้สึกยังไง ...ไม่ใช่พี่ตุลย์นะ ผมนี่แหละ

“ไม่หรอกพี่ เชื่อผมดิ”

“พี่ควรทำไงดี ...พี่อยากได้มันเป็นผัว”

นี่ก็ตรงไป

“ลองไปเที่ยวไหม ไปสร้างความทรงจำดีๆ แล้วก็เนียนๆ จีบไปด้วย ดูท่าทีไปสักพักถ้าพอจะมีใจพี่ก็สารภาพรักเลย”

“เออ แกฉลาดจังวะ”

“อิอิ”

“งั้นพามันไปเที่ยวทะเลดีกว่า แกไปด้วยได้ไหมพี่น่าจะว่าช่วงเดือนพฤศจิกา” ปากอยากตอบว่าตกลงแต่พอทวนดูดีๆ เดือนนั้นผมไม่ว่างนี่หว่า

“อ่า ขอโทษครับ ช่วงนั้นผมไม่ว่าง”

“อ่าว ปิดเทอมไม่ใช่เหรอไอ้ธัน ช่วยพี่หน่อยเถอะจะให้ไปกับมันสองคนพี่ก็ไม่ด้านพอ จะพาเพื่อนไปด้วยก็กลัวเฮฮาจนเสียเรื่อง” ร่างบางขอร้องอย่างน่าสงสาร ดวงพี่ไม่ดีเลยที่ว่างตรงกับช่วงทริปใหญ่ของผม ผมล่มทริปนี้ทิ้งไม่ได้ด้วยอุตส่าห์รอมาตั้งหลายเดือน แถมเป็นรางวัลที่ผอมอีก พลาดไม่ได้เด็ดขาด

“ผมอยากไปนะแต่ต้องไปภูกระดึง ขอโทษจริงๆ พี่”

“แกไปกับใคร

“กับเพื่อนครับ”

“กี่คน พาพี่กับไอ้ตุลย์ไปด้วยได้ไหม”

“...สองคน ไปได้ไหมผมคงต้องถามมันก่อน”

“อ่อ… พี่เข้าใจละ ‘เพื่อน’ คนนั้นใช่ไหม โอเคๆ พี่ไม่ไปแล้ว พี่ว่าน้องเขาคงอยากไปกับธันแค่ ‘สองคน’ หึๆ” สายตากับรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่ปรากฏขึ้นบนใบหน้าคู่สนทนาทำผมต้องหันหน้าหนี เกาท้ายทอยปรอยๆ ไม่ได้เขินเรื่องไอ้หยางแต่เพิ่งเคยโดนผู้ใหญ่ล้อครั้งแรก ให้ตาย อานุภาพรุนแรงกว่าตอนโดนพวกไอ้แพนล้อโต้งๆ เยอะเลย พวกผู้ใหญ่น่ากลัวจริงๆ

“งั้นพี่ก็ลองหาเพื่อนไปสักสองสามคนก็ได้ แอบบอกเขาก่อนว่าพี่ชอบพี่ตุลย์ พวกเขาจะได้ไม่มากวนเผลอๆ อาจจะสร้างโอกาสให้ด้วย”

“โอเค หึๆ รีบเปลี่ยนเรื่องเลยนะ เขินเหรอ”

“เปล่า ผมก็ปกติดี” ไม่ได้หน้าแดงอะไรด้วย

“พี่อยากรู้จังว่าน้องเขาเป็นยังไง พอจะมีรูปไหม”

“หน้าตุ๊กตาเคน ใจตุ๊กตายาง”

“ห้ะ หื่นเหรอ”

“สุดๆ” มันเป็นคนแบบนี้อยู่แล้วหรือไปติดไอ้ต้นมาไม่รู้ แรกๆ ที่เริ่มจีบไม่เห็นจะกล้าเล่นมุขใต้สะดือเลย พอผ่านไปนานๆ กลับกล้า ถึงจะไม่ได้เล่นบ่อยนัก ไม่ได้แตะเนื้อต้องตัวมากแต่สายตาบอกทุกอย่าง ถ้าสามารถแปลภาษาตาเป็นตัวอักษรได้ ตาไอ้หยางก็ควรได้รับป้าย 18+

“แล้วดุไหม”

“ไม่นะ มันตามใจผมตลอดเลย”

“ไม่ได้ดุอย่างนั้น”

“?”

“บนเตียงน่ะ ดุไหม”

“...”

ไม่ใช่แค่มันแล้วล่ะ พี่ภาเองก็สมควรได้รับป้าย 18+ เหมือนกัน ...ผมก็เห็นใสๆ นึกว่าพี่เป็นน้ำเปล่า ที่แท้ก็เหล้าเถื่อนนี่เอง ไม่แปลกใจเลยทำไมเป็นเพื่อนกับพี่ชายผมได้

“งั้นทำไมไม่ตอบข้อความกูเลย”

“ก็พี่เขามาถามเรื่องความชอบพี่ตุลย์ บางวันก็คุยเรื่องทริปบ้าง วางแผนเที่ยวบ้างจนไม่ค่อยมีเวลาตอบข้อความมึงไง… มึงคิดมากเพราะเรื่องนี้เหรอ?”

“...อือ”

“ไอ้โง่”

“...”

“มีปากก็ไม่ถามล่ะ มโนเก่ง คิดมากเก่ง” ผมกดนิ้วลงหน้าผากอีกฝ่ายหลายครั้งแรงๆ จนหัวมันโคลง โคตรบ้า ผมก็เป็นห่วงแทบตายคิดว่าหนีออกจากบ้านเพราะอะไร แค่เรื่องเข้าใจผิดเนี่ยนะ ...แต่ก็โทษมันไม่ได้หรอก วันนั้นพี่พนักงานบอกมันเองว่าเป็นแฟน แถมการกระทำของผมกับพี่ภาก็น่าคิด

“...ขอโทษ”

“แล้วจะเอาไง ไม่จีบแล้วใช่ไหม”

“เฮ้ย จีบดิๆ”

“ก็เมื่อกี้มึงบอกเองว่าไม่จีบแล้ว”

“จีบครับ...”

ร่างสูงดึงผมไปกอดไว้ในอ้อมแขน ใบหน้าคมคายฝังลงมาที่หัวไหล่ ริมฝีปากส่งเสียงอู้อี้ฟังยากตลอดเวลาเหมือนคนไม่มีสติ เหตุผลเดียวที่ผมไม่ผลักมันออกเพราะจังหวะการเต้นของหัวใจที่อกข้างขวา ...หัวใจผมอยู่ด้านซ้ายนี่แหละ แต่ที่กำลังเต้นอยู่คือของไอ้หยาง

มันทั้งระรัวและแรงจนผมกลัวว่ามันจะหลุดออกมาจากอก ดีใจอะไรขนาดนั้น

“กูดีใจที่มึงยังไม่มีใคร…”

“อือ”

“สิบวันที่ผ่านมากูทรมานมากเลย”

“ทรมานเพราะความโง่ของมึงเอง”

“เออ นี่ก็ซ้ำจัง พ่อเป็นไม้ยมกเหรอ”

“...” ไอ้เหี้ย เจ็บจี๊ด…

“...เงียบๆ”

แรงกอดรัดที่เพิ่มขึ้นราวกับต้องการทำให้แน่ใจว่าผมจะไม่หายไปไหน ผมปล่อยให้มันกอดอยู่อย่างนั้นเพราะสัมผัสได้ถึงความกลัว ความโล่งอก ความดีใจ ทุกอย่างส่งผ่านมาให้รับรู้แล้ว สิบวันที่ผ่านมามันคงผ่านช่วงเวลาที่เจ็บปวดจริงๆ แม้จะอยากด่าแต่ก็สงสารเกินกว่าจะทำแบบนั้นได้ สิ่งที่ผมเลือกทำจึงมีเพียงการลูบแผ่นหลังกว้างเบาๆ เป็นการปลอบประโลมที่ไม่ค่อยอ่อนโยนนัก แต่ก็… ก็ถือว่าปลอบไง

เรื่องนี้เกิดขึ้นเพราะความเข้าใจผิด จบลงด้วยการสร้างบาดแผลในใจให้ไอ้หยาง

และทำให้ผมรู้ว่ามันรักผมจริงๆ

...ไอ้ควาย ไม่กะจะแบ่งไปรักคนอื่นบ้างเลยรึไง

“คิดถึงมึงจัง”

“อืม”

“รู้ไหมวันที่ต้องปล่อยมือมึงกูรู้สึกเหมือนจะตาย แม่งเจ็บฉิบหาย โดนไม้หน้าสามฟาดยังไม่เจ็บเท่านี้เลย...” เอ่ยเสียงเบาบางพร้อมจุมพิตลงบนหัวไหล่… แม้กระทั่งริมฝีปากก็ยังสั่นเครือ นี่เป็นหลักฐานยืนยันว่ามันรู้สึกอย่างที่พูดจริงๆ “กูไม่อยากให้มึงไปไหนเลยธัน...”

“กูก็ยังอยู่ตรงนี้ไง”

“...ก็แค่ตอนนี้ ไม่ใช่ตลอดไป”

“ถ้าอยากให้อยู่ตลอดก็รีบจีบให้ติดสิ...”

“นี่อ่อยเหรอ”

“...”

“รักธันนะ”

กว่าที่ผมจะโอ๋เด็กชายหัสดินเสร็จก็เป็นเวลาเที่ยงครึ่งแล้ว ท้องผมร้องหิวข้าวมันก็เลยยอมปล่อย สัส ยังมีหน้ามายิ้มล้อกูอีก ก็กูกินข้าวตรงเวลาทุกวันนี่หว่า นี่ก็เลยข้าวเที่ยงมาตั้งครึ่งชั่วโมงแล้วกระเพาะก็ต้องประท้วงขออาหารสิ… แม่ง อายโว้ย

“เดี๋ยวพาไปกินข้าวข้างนอกนะ”

“อือ แล้วจะกลับบ้านวันไหน”

“วันนี้ ตอนนี้เลย” ไม่พูดเปล่า ฝ่ามือใหญ่คว้ากระเป๋าเสื้อผ้ามาสะพายเป็นท่าประกอบด้วย อ่อ กูเชื่อแล้วว่าหนีมาพักใจจริงๆ พอเคลียร์จบก็กลับบ้านเลยไม่มีงอแง

“งั้นไปลาพ่อแม่ไอ้เทรนด์ก่อน”

“อืม ต้องหาของมาไหว้สักหน่อยรบกวนตั้งหลายวัน”

ผมพยักหน้าเห็นด้วยก่อนจะเลี้ยวเข้าห้องรับแขกไปหาเพื่อนสนิทอีกสองคน พวกมันคงกำลังรอเราอยู่ แม่งเห็นปุ๊บก็วิ่งมาหาปั๊บเลย

“พวกมึง… โอเคไหม”

“อือ”

“ทำไมไอ้หยางยิ้มแฉ่งแบบนั้น ตกลงมึงจะเลิกกับแฟนเหรอไอ้ธัน?... โอ๊ย! ตบหัวกูหาพ่อมึงเหรอไอ้เปรต”

“ก็ดูมึงพูดสิ สมควรโดนแล้ว”

“ก็กูสงสัยนี่!” ร่างเล็กโต้วาทีกับคนข้างตัวสักพักก็หันมาหาผม ไอ้ต้นไม่เคยเก็บอาการได้ ไม่ว่าจะเรื่องอะไรก็ตามอย่าได้ไว้ใจให้มันโกหกเพื่อปกปิดความลับเด็ดขาด ตัวอย่างน่าจะได้เห็นกันแล้ว ความจริงถ้าตัดเรื่องแก้วกับจอยออกไปแล้วทั้งห้องเหลือแค่ไอ้เทรนด์ บางทีผมอาจจะหลงเชื่อว่าไอ้หยางไม่ได้อยู่ที่นี่ก็ได้ “ตกลงเลิกไหม”

“ไม่เลิก”

“...”

“เพราะกูไม่มีแฟน”

“อ่าว แต่ไอ้หยางบอกว่ามี...”

“มันมโนไปเอง”

“ห้ะ…?”

ผมเล่าเรื่องทั้งหมดให้ 2T ฟังอย่างละเอียด จากสีหน้าตกใจก็ค่อยๆ เปลี่ยนไปเป็นนิ่งเฉย ตวัดตามองไอ้ตัวปัญหาอย่างเอาเรื่อง ไงล่ะมึง ทำเขาวุ่นวายไปทั่วราชอาณาจักร เหอะๆ พ่อหนุ่มช้ำรักระวังจะตาช้ำเพราะเพื่อนชกนะ ได้ยินเสียงหักนิ้วไหม

“ต่อยสักหมัดดีไหม”

“อย่าเลย… นี่เพื่อนไงจำได้ไหม”

“ไม่สน จังหวะนี้ถึงเป็นพ่อกูก็ต่อย”

“ไอ้ชาติชั่วใจบาปเลวทรามต่ำช้า เฮ้ย!”

“มานี่เลยมึง เอาเวลาอ่านการ์ตูนอันมีค่าของกูคืนมา... ไอ้สัส กูก็อุตส่าห์เป็นห่วงไปนั่งเฝ้าเช้าเย็น เห็นเพื่อนอกหักก็ตามใจอยากแดกอะไรก็ทำให้กิน เสียเวลาทำอยู่นานสองนานมึงยัดเข้าปากแค่สามคำกูก็ไม่โกรธ! จะนอนเป็นผักต้มอยู่หลังบ้านเหมือนคนตายกูก็สงสาร! แอบด่าไอ้ธันในใจไปตั้งหลายครั้ง แล้วอย่างนี้จะให้กูทำยังไง!”

โห ฟังแค่ประโยคเดียวผมก็รู้เลยว่าสิบวันที่ผ่านมามันมีสภาพเป็นยังไง

“ขอโทษโว้ย”

“ขอโทษแล้วมันหายไหม”

“เอาน่า...”

“น่าพ่อมึงสิ กูก็ขี่รถออกจากบ้านมาหาทุกวันเพราะห่วง บ้านกูห่างจากที่นี่ 30 กิโลกูก็ไม่ท้อ! ฝ่าลมฝ่าฝนฝ่ารถติดมาเพื่อมาเล่นกับมึง อยากให้มึงสบายใจ! แล้วงี้ทำไง ห้ะ?!”

“ใจเย็นสิเพื่อนๆ… คนเราต้องเคยมีเรื่องผิดพลาดทั้งนั้นแหละ”

“มี แต่ครั้งนี้พวกกูไม่ยกโทษให้จนกว่าจะได้ต่อยมึง!”

“ธัน ช่วยกูด้วย!”

ไม่มีทาง


_____________________________________________________________________________________

แฮร่ มาแล้ว5555

หยางธันคุยกันแล้ว!!!! ฉลอง!!!!


เราติดมช.แล้ว!!!!! ฉลอง!!!!




2/05/2018

-Mommae-


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3.219K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

30,011 ความคิดเห็น

  1. #30007 chickeppp (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 13 พฤศจิกายน 2563 / 09:16
    แปปนะอิหนู ชั้นว่าเรื่องนี้หยางแทบไม่ผิดเลยด้วยซ้ำ ปากมีก็พูดสิว่าเรื่องเป็นยังไง หยางหายไปเป็นสิบวัน ไม่เอะใจหน่อยหรอ แล้วยังมาด่าหยางอีก ใครกันแน่ที่ควรโดนด่า ถ้าจะปล่อยให้เขารอเเล้วทำแบบนี้ตัดไปเถอะธัน
    #30,007
    0
  2. #29998 thanaporn0 (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 31 สิงหาคม 2563 / 01:28
    มาอ่านตอนนี้ให้หน่วง

    ธันไม่สนใจหยาง แต่ดูยื้อมากนะตอนนี้หยางบอกจะเลิกจีบ

    ข้อความ10วันเลยนะ ไม่มีเอะใจคิดถึงกันเลย ไม่ชอบกันเลย ไม่สนใจกันเลย เห้ออ แต่ดีนะ ตอนจบน่ารักกันมาก กว่าธันจะรับเป็นแฟน 55
    #29,998
    0
  3. #29984 9494 (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 14 สิงหาคม 2563 / 09:08
    จิง เห็นด้วยกับคอมเม้นล่าง มุแงงง ยังสงสารหยางอยู่ดี คนที่รักมากกว่ายังไงก็เสียเปรียบ
    #29,984
    0
  4. #29895 News_hun (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 8 สิงหาคม 2563 / 04:32
    ก็ยังหน่วงอ่ะ ธันแม่งไม่สนใจเลยอ่ะเข้าใจว่าไม่ได้ชอบหยางแต่แบบขัดใจว่ะ
    #29,895
    0
  5. #29744 Pai_Natthaporn (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2563 / 13:43
    ด้วยความกูอ่านไม่ละเอียดด้วย กูโดนต้มอ้าาาาาา ร้องอย่างหมาเลยค้าบบบบ
    #29,744
    0
  6. #29677 MoRO66 (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2563 / 04:02
    สักที สักที๊
    #29,677
    0
  7. #29676 Pangrumm01 (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2563 / 03:56
    ยังหน่วงวะ ง้อกว่านี้ไม่ได้หรอ ตอนแรกไม่สนใจกันเลยนะ
    #29,676
    0
  8. #29439 _BEDGASM_ (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 28 เมษายน 2563 / 00:06
    ไรท์ทำเราเสียน้ำตาไปแล้ว
    #29,439
    0
  9. #29431 Ai Dell (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 25 เมษายน 2563 / 15:01
    รู้สึกตัวเองก้าวข้าวมาม่าได้หนึ่งชามนี้คืออะไร5555 สัสเอ้ย ไรท์เอ้ย จิร้องให้5555
    #29,431
    0
  10. #29356 comeback2me (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 14 เมษายน 2563 / 10:10
    มันก็หน่วงๆอยู่นะ //ไม่เคลียร์เท่าไรทำไมๆๆถึงไม่แบ่งเวลาให้อิพระเอกบ้าง อะไรๆก็พี่ภา เป็นเราก็น้อยใจอยู่นะ อยากให้ง้ออีกกกก
    #29,356
    0
  11. #29298 Nicha582 (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 9 เมษายน 2563 / 23:54
    ทำไมยังรู้สึกอึดอัดอยู่วะ//ทะเลาะกับตัวเอง//
    #29,298
    0
  12. #29239 fahneung622 (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 7 เมษายน 2563 / 01:27
    ฮื่ออึดอัดสุดดด เข้าใจกันซักที
    #29,239
    0
  13. #29108 Wilasinee Jaroenrit (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 4 เมษายน 2563 / 13:34
    ดีใจด้วยน้า
    #29,108
    0
  14. #28809 noknai (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 14 มกราคม 2563 / 21:09

    เราอ่านม่ายยยยทันนนนน
    #28,809
    0
  15. #28795 _ean04 (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 11 ธันวาคม 2562 / 10:48
    แงงงงงไม่จริงงงไม่ทันง่าา
    #28,795
    0
  16. #28769 eys.skyblue (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 11 มิถุนายน 2562 / 17:33
    มันล็อค อมก.T^T
    #28,769
    0
  17. #28763 jampee123 (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2562 / 11:46
    มาอ่านไม่ทันล็อกแล้วอ่ะ
    #28,763
    0
  18. #28720 Shipnielong (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 14 เมษายน 2562 / 21:32
    ใจชื้นขึ้นมานิดหน่อยแล้วล่ะค่ะ หลังจากร้องไห้มา ฮือออ ธันต้องไปเคลียร์กับพี่ตุลย์แล้วก็พ่อแม่ด้วยนะ ที่ว่าโกหกว่าจะเป็นแฟนกับเจ๊แกอ่ะ
    #28,720
    0
  19. #28678 ชากุหลาบอุ่นอุ่น (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 10 เมษายน 2562 / 15:29
    😊😊😊
    #28,678
    0
  20. #28660 noowi (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 8 เมษายน 2562 / 11:52
    จริงๆ อยากให้หยางเล่าเรื่องที่พี่ตุลย์ พูดเรื่องธันกับหยางด้วย เรื่องนี้มันยิ่งตอกย้ำหยางเจ้าไปใหญ่. เล่าเลย
    #28,660
    0
  21. #28604 s2134 (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 31 มีนาคม 2562 / 19:45
    เห็นเป็นน้ำเปล่าที่จริงเหล้าเถื่อน 5555
    #28,604
    0
  22. #28572 rosayrai (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 30 มีนาคม 2562 / 10:10
    นั่นไง๊ เดาผิดที่ไหน5555 จริงๆก็แอบใจแป๊วๆอยู่นะเพราะไรท์โครตเนียน5555 เกือบเสียน้ำตาแล้ว55555
    #28,572
    0
  23. #28443 +[-BloodsKy-]+ (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2562 / 10:38
    ชอบ2t มากๆ
    #28,443
    0
  24. #28433 Callmeyou (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2562 / 15:44
    5555 จบตินแบบนี้แหละใช่ ดีใจด้วยครับบบบบ
    #28,433
    0
  25. #28381 diizzpop2107 (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2562 / 13:21
    ชอบมิตรภาพความเปนเพื่อน
    #28,381
    0