I'm on a diet! : อย่าท้า เดี๋ยวจะหาว่าไม่เตือน [END]

ตอนที่ 40 : ครั้งที่ 36 ความฝัน รักแรก

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 34,782
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2,768 ครั้ง
    22 ม.ค. 62




ครั้งที่ 36 ความฝัน รักแรก

[หยาง]

ทรมานจัง

หน้าจอโทรทัศน์ฉายการ์ตูนตลกยอดฮิตที่เด็กสมัยนี้ชอบดูกัน แต่ผมไม่ยักจะขำ จะบอกว่ามันไม่สนุกก็ไม่ได้หรอก สาเหตุอยู่ที่ผมไม่มีสมาธิดูมากกว่า ดูไม่ได้เลย สภาพตัวเองตอนนี้ไม่ต่างจากคนที่โดนล้างสมองมาใหม่ๆ ไร้ความคิด ไร้อารมณ์ มีเพียงความรู้สึกเจ็บ

“งานการไม่ทำ มานั่งเป็นพระเอกเอ็มวีอยู่ได้”

เสียงตำหนิดังขึ้นพร้อมแรงยวบข้างๆ ไม่ต้องหันไปมองก็รู้ว่าเป็นน้องสาว ความจริงเห็นมันยืนอยู่หลังโซฟาตั้งนานแล้ว กำลังคิดอยู่เลยว่าเมื่อไหร่จะเดินมาหา หึ...

“ไม่มีงานทำ การบ้านก็ไม่มี”

“เหรอ… แล้วเป็นไร”

“ไม่ได้เป็นอะไร แค่อยากนั่งนิ่งๆ”

“อ่อ”

ร่างบางยังนั่งอยู่ข้างๆ แม้ว่าจะได้คำตอบ ภาษาพี่น้องเรียกสิ่งนี้ว่าความเป็นห่วงแต่ครอบครัวเรามันปากหนัก จะให้พูดออกมาตรงๆ แม่งเสียฟอร์ม ยิ่งเราเป็นพี่น้องที่กัดกันประจำยิ่งพูดยาก มันคงกระดากปาก… ผมคลี่ยิ้มกับการกระทำดังกล่าว ยกมือขึ้นลูบหัวหยินก่อนจะตัดสินใจลุกขึ้น

...อยู่ที่นี่ไม่ได้

“ไปไหน”

“ไปอยู่บ้านไอ้เทรนด์สักพัก ฝากบอกพ่อแม่ด้วย”

“บอกว่าไง ลูกชายหนีออกจากบ้านเหรอ”

“หึๆ ยังไงก็ได้”

“ชิ เออ! จะบอกให้ว่าไปทำโครงงาน” นี่แหละส่วนน่ารักของมัน

ผมเก็บเสื้อผ้า หนังสือเรียนและของใช้จำเป็นใส่กระเป๋า เมื่อทุกอย่างครบก็ขี่รถออกจากบ้านตอนเที่ยงคืน เวลานี้ท้องฟ้ามืดสนิท พระจันทร์ดวงใหญ่ถูกเมฆบดบังไม่เห็นแม้แต่เงา มีเพียงดาวดวงน้อยที่กระจัดกระจายเต็มฟ้าเท่านั้นที่ออกมาทักทาย ผมตั้งค่า google map ไปที่บ้านไอ้เทรนด์ สมองก็นึกทางไปบ้านมัน ใช่… ควรไปที่นั้น

แต่พอมารู้ตัวอีกทีกลับอยู่หน้าบ้านคนอื่น

คนที่ทำให้ผมเจ็บเจียนตาย

“ไอ้เหี้ยเอ๊ย...”

ผมเกาหัวอย่างอารมณ์เสีย อยากต่อยตัวเองให้สลบ โวยวายอยู่สักพักก็มีความคิดที่อยากจะทำบางอย่าง... มาที่นี่ก็ดีเหมือนกัน

ตู๊ด ตู๊ด

ผมกดโทรหาลูกชายเจ้าของบ้าน เวลานี้ก็เริ่มวันใหม่แล้วคนปกตินอนจนฝันเห็นหนังได้เป็นเรื่องแล้วมั้ง ทั้งๆ ที่รู้อย่างนั้นแต่ผมก็ยังเฝ้ารอการตอบรับของปลายสาย

(อื้อ ว่าไง...)

รับแล้ว

เราเคยโทรหากันหลายครั้ง ทุกครั้งผมก็ได้ยินเสียงแบบนี้แต่ไม่รู้ทำไมครั้งนี้ถึงรู้สึกแตกต่าง เพียงแค่ได้ยินเสียงงัวเงีย ใจผมก็เต้นไม่เป็นจังหวะ ดีใจ สับสน เสียใจ ผสมปนเปกันจนไม่รู้ว่าควรจะตอบอะไร ฝ่ามือชื้นเหงื่อ ริมฝีปากสั่นอย่างเห็นได้ชัด

(ไอ้หยาง?)

“อือ...”

(มีไรวะ หาว)

“มาหาหน่อย”

(ห้ะ มึงบ้าปะ... จะให้กูขี่รถไปบ้านมึงตอนเที่ยงคืนเนี่ยนะไอ้คุณหัสดิน) ผมยกยิ้มกับเสียงด่าที่คุ้นเคย นานเท่าไหร่แล้วที่ไม่ได้ยินประโยคพวกนี้ นานเท่าไหร่แล้วที่มันไม่ได้พูดคำอื่นนอกจาก ‘วันนี้กูมีนัด’

“เปล่า อยู่หน้าบ้านมึง”

(!)

จบประโยคอีกฝ่ายก็เงียบไป เสียงตึงตังจากการลงบันไดดังขึ้นเรื่อยๆ ไม่นานนักร่างโปร่งก็มาหาผมที่หน้าบ้านด้วยสภาพกึ่งหลับกึ่งตื่น หัวยุ่ง เสื้อยืดตัวใหญ่ กางเกงบอล สภาพมันตอนนี้คนอื่นคงมองว่าดูไม่ได้แต่ผมไม่สนเรื่องนั้นหรอก

ได้เจอกันตรงๆ สักทีนะ

“ไง”

“ไงพ่อมึงสิ มาทำอะไรหน้าบ้านคนอื่นดึกๆ ดื่นๆ”

คิดถึง

อยากพูดออกไปแบบนั้นแต่ผมทำไม่ได้

ถ้าบอกออกไปมันจะลำบากใจ ผมต้องคำนึงไว้เสมอว่าทุกอย่างเปลี่ยนไปแล้ว หัวใจของมันไม่มีที่ว่างให้ผมอีกต่อไป ไม่สิ… ผมไม่เคยได้เข้าไปอยู่ในนั้นตั้งแต่แรกแล้วต่างหาก แต่ที่มันยังอยู่เพราะห่วงความรู้สึกผม เพราะงั้น… ผมไม่ควรสร้างความลำบากใจให้มัน

ถ้าธันไม่ไป ผมนี่แหละที่จะไปเอง

“ขี่รถเล่น”

“ตลกเหรอ หวัดแดกไม่รู้ด้วยนะมึง”

“หึๆ...”

“หยางมาคุยกันในบ้าน ตรงนี้มันหนาว” ฝ่ามือบางทำท่าจะเลื่อนรั้วแต่ผมห้ามเอาไว้ อยู่ตรงนี้ดีแล้ว ประตูรั้วบานนี้เปรียบเสมือนความรู้สึกของผม ตรงที่ผมยืนอยู่คือเพื่อน ผมต้องไม่ข้ามเส้นนี้ไป อาจจะฟังดูบ้าแต่ผมรู้สึกว่าถ้ารั้วนี้ถูกเปิดออกผมคงวิ่งไปกอดมันแน่ๆ ...และผมก็จะตัดใจจากมันไม่ได้

“ไม่ต้องเปิด”

“ทำไม?”

“อยากคุยแบบนี้”

“ซ้อมเป็นนักโทษเหรอ…. อะ กูมาเยี่ยมแล้วนะ วันหลังจะซื้อข้าวผัดไข่กับโอเลี้ยงมาฝาก”

“ฮะๆ”

...นี่คือความสุขในช่วงเวลาสั้นๆ เป็นความสุขที่ผมจะจดจำไปตลอด

เขาไม่มีทางรู้หรอกว่าหลังจากนี้ผมคงไม่มีความสุขแบบนี้อีกแล้ว ระหว่างเราจะกลับไปเป็นเหมือนเดิมตั้งแต่แรก เพื่อนสนิท ...ที่ผมอาจจะไม่ได้สนิทใจนักแต่ผมก็ทนสภาพนั้นได้ ผมอยากให้มันสบายใจ ทำอะไรได้อย่างเปิดเผย มีแฟนก็สามารถบอกคนอื่นได้ไม่ต้องเก็บไว้เป็นความลับ

มึงก็บ้าว่ะไอ้ธัน มึงไม่จำเป็นต้องแคร์ความรู้สึกกูก็ได้ กูแค่คนที่เข้ามาจีบ… กูดีใจที่มึงเห็นความสำคัญ แต่ในขณะเดียวกันกูก็เสียใจเพราะรู้ดีว่ามันเป็นความสำคัญที่มึงมอบให้เพื่อน

จะตัดใจแต่ขอเวลาทำใจหน่อยนะ ...ไม่นานหรอก

กูจะทำตามสัญญาที่เคยให้ไว้ด้วย

‘สัญญาได้ไหมว่าถ้าหลังจากนี้กูปฏิเสธ เราจะกลับมาเป็นเพื่อนกันเหมือนเดิม มึงจะไม่ไปไหน ...จะไม่มีการหึงหวงหรือแอบไปนั่งร้องไห้ถ้ากูมีแฟน’

ไอ้ควาย อ่อนฉิบหาย สุดท้ายก็เป็นมึงเองที่ไม่สามารถทำได้… แค่เดินมาปฏิเสธกูมันยากนักเหรอวะ หึ

“ขอจับมือหน่อย”

ผมเอื้อมมือไปกุมฝ่ามือขาวผ่านช่องว่างของรั้วเหล็ก แทบจะร้องไห้ออกมาด้วยซ้ำแต่ต้องเก็บความรู้สึกเอาไว้ภายใต้ใบหน้ายิ้มแย้ม ผมไม่อยากปล่อยมือคู่นี้ แต่บางทีเราก็ต้องออกห่างจากบางสิ่งเพื่อเข้าใจความจริงบางอย่าง ความจริงที่ว่าระหว่างเราเป็นมากกว่าเพื่อนไม่ได้

“ช่วงนี้ขาดความอบอุ่นเหรอวะ เจอกันทีไรก็ขอจับมือ”

“...หึๆ”

มึงรู้รึเปล่าว่าพักหลังเราเจอกันไม่ถึงเจ็ดครั้ง สังเกตไหมว่ากูจับมือมึงเพราะอะไร เห็นอะไรในตากูรึเปล่า แล้วอาการสั่นที่มือนี้ล่ะมึงรับรู้บ้างไหม…

“แล้วจะนอนเมื่อไหร่ เที่ยงคืนแล้วนะ”

“อือ จะไปแล้ว”

“เออดี ไปนอนไป๊”

“กูไปแล้วนะธัน”

กูจะปล่อยมือจากมึงแล้วนะ

ชีวิตผมเหมือนต้นไม้ไร้น้ำ ไม่อยากทำอะไรเลยทั้งวัน น้ำก็ไม่อยากดื่ม ข้าวก็ไม่อยากกิน อาการคงน่าเป็นห่วงมากในสายตาคนอื่น แต่ผมโอเคนะครับ… อย่างน้อยก็คิดว่าไม่น่าจะตาย

“วันหยุดยาวแบบนี้คุณหยางไม่คิดจะออกไปไหนนอกจากบ้านกูบ้างเหรอครับ”

“ไม่ครับ”

“เฮ้อ”

หมอนใบใหญ่ถูกฟาดลงมาที่หลังผมหลายครั้งเบาๆ ตามมาด้วยแรงกระแทกหนักๆ นั่นคือหัวไอ้เปรตนั่นเอง เราสองคนนอนเล่นอยู่ที่แหย่งหลังบ้าน บริเวณนี้สงบสุขเย็นสบายเพราะอยู่ข้างบ่อน้ำ ผมมานอนเล่นที่นี่ได้เก้าวันแล้ว แม่ไอ้เทรนด์ก็กลัวอยู่ว่าวันไหนงูจะมาฉกผม

“ข้าวกลางวันอยากกินอะไร”

“อะไรก็ได้”

“ตอบแบบนี้ทุกวันไม่เบื่อรึไง”

“ถามแบบนี้ทุกวันไม่เบื่อรึไง ฮะๆ” อีกฝ่ายคงอยากเอาใจไม่ให้ผมเศร้า ไม่ใช่แค่มันคนเดียวหรอกเรียกว่าทั้งบ้านวิทยพัทธิเลยมากกว่า ตอนเช้าคนพ่อจะเดินมาเคาะประตูห้องถามว่าอยากได้ขนมไหม ตอนกลางวันคนแม่จะถามว่าอยากไปเที่ยวไหน ระหว่างมื้อก็มีไอ้เหล็กดัดมาถามว่าอยากินอะไร พวกเขาลืมไปรึเปล่าว่าผมเป็นคนที่มาขออาศัยไม่ใช่เจ้าบ้าน ขยันน่ารักกันดีจัง

“เออ”

“น่า ทำอะไรมากูก็กินได้หมดแหละ”

“งั้นเดี๋ยวไปทำผัดผักให้กิน”

“มึงลงมือทำเองเลย?”

“เออ”

“โห ขอฝากตัวเป็นลูกสะใภ้บ้านนี้ได้ไหม พี่เทรนด์ดูแลดีจังเลยค่ะ”

“อี๋ จะอ้วกไอ้สัส” อีกฝ่ายเบะปากทำหน้าขยะแขยงแล้ววิ่งเข้าบ้านไปเลย ไม่บ่อยหรอกที่มันจะลงครัวเอง นอกจากวันพิเศษแล้วก็มีครั้งนี้แหละ ผมทำเพื่อนเครียดรึเปล่านะ… มันกับไอ้แคระเป็นห่วงผมอย่างเห็นได้ชัด คอยโทร คอยเรียกหาตลอดเหมือนกลัวว่าถ้าไม่ทำอย่างนั้นผมจะทำอะไรบ้าๆ

คิดมาก กูอกหักเว้ยไม่ได้จิตตกจนอยากฆ่าตัวตาย

“แดกนิดเดียวอีกละ นี่ของโปรดมึงไม่ใช่ไง” คู่สนทนาเท้าคางมองเซ็งๆ เมื่อเห็นผมตักข้าวเข้าปากได้ไม่กี่คำก็วางช้อนลง เกลียดที่ตัวเองเป็นแบบนี้เหมือนกันแต่กระเพาะอิ่มจริงๆ มันกำลังร้องว่า ‘อย่าเอาเข้ามามากกว่านี้ ไม่งั้นกูจะดันออกมาให้มึงอ้วก’

“อิ่มว่ะ โทษที”

“เออๆ ไม่เป็นไร”

ผมเอากับข้าวที่เหลือไปเก็บไว้ในตู้เย็นก่อนจะกลับไปที่แหย่งหลังบ้านเพื่อนอนกลางวัน ทำตัวเป็นคนไข้โรงพยาบาลบ้าไปวันๆ เอาแต่นอนกับมองวิว ข้าวไม่กิน อย่างอื่นไม่ทำ

“อยากเล่ารึยัง”

“อืม...”

“ว่ามาสิ กูพร้อมเสมอ”

“กูจะเลิกจีบไอ้ธัน”

“...ห้ะ?”

“อือ ตามนั้น”

เป็นใครก็ต้องตกใจกับเรื่องนี้โดยเฉพาะมันที่เป็นคนใกล้ชิด นอกจากนี้ยังเป็นที่ปรึกษา บางครั้งก็เป็นคนหาโอกาสให้ผมได้อยู่กับธันตามลำพัง จะว่ากันตามตรงไอ้เทรนด์ก็คล้ายๆ คิวปิดละมั้ง ...แต่สงสัยแผลงศรผิดคนไปหน่อยรักครั้งนี้ก็เลยจบดื้อๆ หึๆ

“ทำไม ยังไง เกิดอะไรขึ้นวะ”

“…มันมีแฟน”

“...”

“แต่มันไม่กล้าบอกกู กลัวกูเสียใจ”

“อ่า นิสัยห่วงความรู้สึกเพื่อนของมันสินะ”

“อือ” ผมทิ้งตัวลงนอน มองท้องฟ้าอย่างเหม่อลอย ใจเจ็บทุกครั้งที่คิดถึงเรื่องนี้ ใบหน้าอีกฝ่ายยังคงมีเต็มหัว ริมฝีปากกระจับ ตาทรงเสน่ห์ ผมจดจำได้ทุกรายละเอียด

“มีวิธีทำให้หายเจ็บเร็วๆ ไหมวะ”

“ไม่มี”

“...”

“แผลใจมันเร่งให้หายไม่ได้หรอก มึงทำได้แค่ปล่อยให้เวลารักษาหัวใจ”

นั่นสิ

ผมควรทำแบบที่มันพูด

เจ้าของบ้านปล่อยให้ผมอยู่กับตัวเอง ลมโชยกลิ่นหญ้าอ่อนๆ ปลอบให้ผมปิดตาลง ค่อยๆ เข้าสู้ห้วงนิทราช้าๆ ไม่รู้เพราะอะไรครั้งนี้ถึงแตกต่างจากครั้งอื่น ห้วงฝันนำพาผมไปในความทรงจำที่เลือนราง

วัยเด็กที่ผมหวงแหน

ในวันหนึ่งของปิดเทอม ป.2 ที่ตรงกับวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา เด็กชายถูกผู้เป็นแม่ปลุกให้ตื่นแต่เช้าเพื่อแต่งองค์ทรงเครื่องซะเต็มยศ ‘หยาง’ รู้สึกไม่ชอบชุดที่แม่เตรียมไว้นักแต่ก็ขัดไม่ได้ ได้แต่ก้มหน้ายอมให้อีกฝ่ายปฏิบัติราวกับตนเป็นตุ๊กตา น้องสาวตัวน้อยของเขาก็มีชะตากรรมเดียวกัน

เมื่อทุกอย่างพร้อมครอบครัวสุขสัตน์พากันไปที่วัดตอนเจ็ดโมงเช้า วัดขนาดกลางถูกสร้างด้วยสถาปัตยกรรมเก่าแก่ ที่นี่เต็มไปด้วยผู้เฒ่าผู้แก่ละแวกบ้าน เขาคุ้นหน้าหลายคนประกอบกับแม่ชอบพามาบ่อยๆ การมาวัดครั้งนี้จึงไม่ได้น่าอึดอัดนัก จะติดก็ตรง...

“พี่หยาง หยินไม่ชอบกระโปรง”

“พี่ก็ไม่ชอบเสื้อตัวนี้”

“ถอดได้ไหม”

“ไม่ได้ ในวัดต้องแต่งตัวสุภาพ” ร่างเล็กยกนิ้วเอ็ดน้องสาวก่อนจะช่วยดึงให้กระโปรงสีขาวยาวลงมาถึงหัวเข่า จัดแจงให้เข้าที่อีกนิดก็เดินตามบุพการีไปที่ร้านขายดอกไม้หน้าอุโบสถ มีงานทีไรแม่ชอบจับพวกเขาแต่งตัวน่าอึดอัดทุกที ‘ใส่ชุดนี้แล้วกินข้าวลำบากจะตาย’ เด็กชายคิด

“ป้าลัทสวัสดีครับ”

“จ้า”

“สี่ชุดครับ”

“มากันทุกคนเลยนะ หยินกับหยางแต่งตัวคู่กันอีกแล้วน่ารักจังลูก” หญิงชราชมไม่ขาดปาก มือเหยี่ยวย่นหยิบดอกไม้ธูปเทียนให้ลูกค้าสี่ชุด เขาได้ดอกบัวตูมสีขาว มีใบเตยแซมเพิ่มความงดงามเล็กน้อย มากี่ครั้งก็ได้แบบเดิมตลอดจนเผลอคิดด้วยความไร้เดียงสาว่าถ้าไม่ใช่ดอกบัว พระจะไม่ให้เข้าวัด

“ขอบคุณค่ะ”

“ขอบคุณครับ”

“โถลูก มารยาทดีซะด้วย”

“ตรงโน้นเขาตั้งวงอะไรกันครับป้า” หัวหน้าครอบครัวชี้ไปทางใต้ต้นโพธิ์ บรรดาผู้คนจำนวนไม่น้อยกว่าสิบกำลังยืนมุงอะไรบางอย่างแต่แปลกที่ไร้เสียงพูดคุย สร้างความสงสัยให้ผู้พบเห็นเป็นอย่างมาก

“ดูดวงจ้ะ เห็นว่าเป็นพราหม์ที่มาจากอินเดีย ดูแม่นมาก”

“จริงเหรอคะ”

“ใช่ ไปสิแค่ 50 บาทเอง”

“ไปค่ะคุณ!”

“เดี๋ยวๆ ไปได้แต่ห้ามเอาตาหยางไป” แม่ค้าส่งเสียงห้ามก่อนที่ครอบครัวสุขสันต์จะเดินเข้าไปร่วมวงไทยมุง คนโดนพูดถึงถึงกับเลิกคิ้วอย่างไม่เข้าใจ ‘หยินไปได้แล้วทำไมเราไปไม่ได้?’ เขาตั้งคำถามในใจ

“ทำไมล่ะคะ”

“ป้าก็ไม่รู้เหมือนกันแต่พรามหณ์ห้ามเด็กผู้ชายเข้าไปใกล้”

“อ๋อ… งั้นไม่ไปก็ได้ค่ะ”

“ไปเถอะครับแม่ เดี๋ยวผมจะเดินเล่นรอแถวนี้” หยางเห็นผู้เป็นแม่ทำหน้าเสียดายก็เอ่ยขึ้น เดิมทีเขาไม่ได้ชอบเรื่องพวกนี้อยู่แล้ว นี่ถือเป็นโอกาสดีที่เขาจะได้ไปสำรวจวัดแห่งนี้ หลังศาลามีบ่อเต่าที่เขาอยากไปดูตั้งหลายครั้งแล้วแต่ไม่มีโอกาสเสียที

ครั้งนี้แหละจะไปให้ได้

“เอาอย่างนั้นเหรอ...”

“ครับ”

“หยินจะอยู่เป็นเพื่อนพี่เขาไหม”

“ไม่ค่ะ หยินจะไปถามเรื่องสามีในอนาคต”

“อะ… อ่า เอางั้นก็ได้จ้ะ”

‘เยี่ยมเลย... หึ’

เมื่อเป็นไปตามแผนเด็กจอมซนก็ลอบยิ้มเจ้าเล่ห์ โบกมือลาจนทุกคนไปถึงต้นไม้ใหญ่แล้วจึงค่อยๆ วิ่งไปจุดหมายปลายทาง

หลังศาลาร่มรื่นมีบ่อน้ำที่เป็นแหล่งอาศัยของเต่าตัวใหญ่ เนื่องจากน้ำใสมากจึงทำให้มองเห็นกระดองที่แข็งแรงได้อย่างชัดเจน สิ่งที่พบเห็นสร้างความตื่นตาตื่นใจให้เด็กชายไม่น้อย เขาเดินเข้าไปใกล้ก่อนจะกวักมือเรียกสิ่งมีชีวิตตัวดังกล่าว แต่ไม่ว่าจะกวักมือเรียกยังไงมันก็ไม่มาสักที

‘หรือเพราะโบกมือกลางอากาศก็เลยไม่เห็น?’

คิดได้ดังนั้นมือเล็กๆ ก็จุ่มลงไปรับความเย็นเฉียบ ผิวเนื้อเปียกชุ่ม เขาเริ่มสะบัดมือไปมาเพื่อเรียกเพื่อนร่วมโลกอีกครั้ง แต่ผลลัพธ์ก็ไม่ต่างจากเดิม

‘หรือมือเราสั้นไป?’

คราวนี้หยางนำดอกไม้ในมือจุ่มลงไปบ้าง สำเร็จ วัตถุสีเขียวสะดุดตาเจ้าเต่าอย่างมาก มันว่ายน้ำเข้ามาใกล้ช้าๆ หัวสีดำโผล่ออกมาให้เป็นที่ประจักษ์แก่สายตา หัวใจดวงน้อยพองโตอย่างมีความสุข รอยยิ้มสดใสปรากฏขึ้นบนใบหน้าจิ้มลิ้ม

งั่บ!

‘ฉิบหายละไง...’

ก่อนที่หัวใจดวงน้อยจะแห้งแห่วลงภายในพริบตาเมื่อปากกว้างถูกอ้าออกจนเห็นทุกซอก สิ่งมีชีวิตที่เขาเคยคิดว่าน่ารักชะเง้อคอออกมาจนสุด ไม่ทันที่จะตั้งตัวมันก็งับประทุมขาวเข้าไปในปาก กัดกินใบเตยด้วยความเร็วที่น่ากลัว ในเวลาไม่นานดอกไม้ของเขาก็เหลือเพียงก้าน

“กินได้ไงเนี่ยไอ้เต่านี่ของไหว้พระนะ คายออกมาเลย!”

แม้จะตะโกนเสียงดังยังไงเจ้าเต่าก็ไม่สนใจ มันเดินต้วมเตี้ยมกลับไปนอนต่ออย่างสบายใจเฉิบ ทิ้งให้เด็กชายหันซ้ายทีขวาทีอย่างไม่รู้จะทำยังไง

“ทำไงดี...”

“หยาง อยู่แถวนี้รึเปล่าลูก”

“ค… ครับ!”

เสียงเรียกของมารดาทำให้เขากระส่ายกระสับกว่าเดิม ตัดสินใจโดยฉับพลันว่าต้องทำลายหลักฐานทิ้ง คิดได้ดังนั่นมือเล็กก็ขว้างก้านสีเขียวเข้าขยะ ไม่รอช้าก็เดินไวๆ ไปหาต้นเสียงทั้งใจที่ยังคงรู้สึกผิด

“ไปลูก ไปไหว้พระกัน”

“ครับ ดวงเป็นยังไงบ้างแม่”

“ไม่ค่อยดีเลย พรามหณ์บอกว่าจะไม่มีลูกคนที่สาม เฮ้อ”

“อ่า ไม่ต้องเสียใจนะครับแม่”

“อือ อ้อ! แต่เขาบอกว่าจะได้ลูกชายเพิ่มอีกคนนะ ไม่ใช่สายเลือด แต่จะได้มาเพราะลูก”

“หมายความว่าไง ผมจะท้องเหรอ?” ถามออกไปตามที่ตนคิด ประโยคเข้าใจยากเมื่อสักครู่ทำหัวคิ้วสวยขมวดเป็นปมด้วยความไม่เข้าใจ

“เปล่าลูก ฮะๆ”

“อืมม น่าจะหมายความว่าพ่อกับแม่จะรับเลี้ยงเด็กมั้ง ...เพราะถ้าเป็นลูกของหยางก็ต้องใช้คำว่าหลานสิ นี่พรามหณ์ใช้คำว่าลูก”

“แล้วผมเกี่ยวอะไร”

“นั่นสิ”

“ช่างเถอะคุณ หมอดูก็คือหมอเดา เราไปไหว้พระกันดีกว่านี่ก็ได้เวลาแล้ว”

“ตายแล้ว! เขาเข้าโบสถ์กันหมดแล้วมั้ง ตายๆๆ เข้าไปทีหลังอย่างนี้ต้องโดนมองแน่เลย รีบไปไหว้พระเร็วลูก” หญิงสาวทำหน้าตื่นหลังได้มองนาฬิกาข้างเสา เธอรีบกุรีกุจอลากลูกๆ ไปอย่างเร็ว ...ทุกอย่างอยู่ในสายตาของเด็กชายหยางทั้งหมด เมื่อทุกอย่างเป็นไปได้ด้วยดีรอยยิ้มร้ายก็ถูกหยัดขึ้นช้าๆ ‘ทุกอย่างเรียบร้อยดี… ทำตัวเนียนไว้ไม่มีใครรู้หรอก’

“ดอกบัวไปไหนพี่หยาง”

‘ไอ้หยิน!!!!’

วินาทีนั้นเขาอยากกระโจนเข้าใส่น้องสาวตัวดี ราวกับปราสาททรายที่ถูกสึนามิพัดให้พังทลายลง ความรุนแรงที่ได้รับมันมากมายเสียจนอยากจะร้องไห้

“นั่นสิ พ่อเพิ่งสังเกต”

“อย่าบอกนะว่าลูกทำหาย”

ร่างเล็กเหงื่อตก ใจเต้นแรง สมองคิดหาคำแก้ตัวที่ดีที่สุดโดยเร็ว ไม่ลืมที่จะหันไปค้อนสายตาให้คนที่จุดประเด็นเรื่องนี้ด้วย ...หากแต่อีกฝ่ายก็ยักคิ้วตอบอย่างร้ายกาจ การกระทำเหล่านี้ยิ่งทำให้หยางหมั่นไส้น้องเข้าไปใหญ่ ‘ฝากไว้ก่อนเถอะไอ้ตัวแสบ’

“...ไม่ครับ ผมเอาไปไหว้พระแล้ว”

“อ่าวเหรอ”

“ไหว้เร็วจัง”

“ผมกลัวจะช้าน่ะ อ่าว เลยเวลามามากแล้วนะครับแม่”

“เออใช่! ไปเร็วทุกคน”

นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่หยินหาเรื่องพี่ชายตัวเองและไม่ใช่ครั้งแรกที่หยางรอดได้อย่างหวุดหวิด สุภาษิตลิ้นกับฟันเหมาะสมกับพี่น้องคู่นี้โดยแท้

ครอบครัวสุขสันต์รีบไว้พระหน้าอุโบสทก่อนจะรีบเข้าไปข้างใน กิจกรรมทางพุทธศาสนาดำเนินไม่มีติดขัด ตั้งแต่การตักบาตร จบด้วยการให้พร เด็กชายไม่โดนจับได้เรื่องดอกไม้แต่ในใจก็ยังรู้สึกผิด อีกทั้งยังมีความกลัวในบาปเนื่องจากตั้งใจจะมาทำบุญแต่เผลอทำดอกไม้หายซะนี่ ไม่สิ เผลอให้เต่ากินไปโดยไม่ตั้งใจต่างหาก

‘อยากไปซื้อใหม่...’

ดวงตาคู่สวยเหลียวมองร้านป้าลัทเป็นระยะ ถ้าไม่ติดว่าลืมเอากระเป๋าตังมาเขาคงวิ่งไปซื้อแล้ว

“ลุงฟงป้าบัว สวัสดีครับ”

ขณะกำลังตกอยู่ในภวังค์ เสียงใสหนึ่งก็เอ่ยขึ้นเรียกให้เขากลับมาสนใจสถานการณ์ตรงหน้า ผู้ที่มาใหม่คือ ‘เพื่อนสนิท’ ที่เขายกให้เป็นที่หนึ่งในใจ อีกฝ่ายมากับครอบครัวเช่นกัน

“ธันวา สวัสดีลูก”

“มาๆ มาให้ป้ากอดหน่อยซิ”

“ฮะๆ”

“มาให้ลุงหอมด้วย” สองสามีภรรยากอดรัดฟังเหวี่ยงเด็กชายคีรินทร์อย่างรักใคร่ ทั้งสองเห็นเด็กคนนี้เป็นลูกชายอีกคน ทั้งรักทั้งเอ็นดูจนบางครั้งก็ต้องปรามตัวเองไว้ไม่ให้มากไปกว่านี้เพราะเกรงว่าจะอยากขโมยมาไว้บ้านจริงๆ เมื่อหนำใจแล้วก็ปล่อยให้เด็กน้อยไปหาเพื่อนบ้าง

“ไงหยาง”

“มึง ทำไงดี… คือกู”

“กูรู้”

“...อะไร?”

“กูเห็นมึงเอาดอกไม้ให้เต่ากิน”

“...”

“กููรู้ว่ามึงใจดี แต่วันนี้เราเอาดอกไม้มาไหวพระ ไม่ได้เอามาถวายเต่า” ใจจริงหยางอยากเถียงกลับไปว่า ‘...ไม่ กูไม่ได้ตั้งใจ เต่ามันกินเอง’ แต่ก็ไม่ทัน ฝ่ายนั้นวิ่งไปหาพี่ชายซะแล้ว ครั้นจะตามไปก็กลัวถูกมองว่ามีพิรุธเขาจึงนั่งตัวตรงแสร้งทำหน้าปกติต่อไป

ฝ่ายธันวาเมื่อวิ่งมาที่ตัวเองแล้วก็ตรงไปหาพี่ชายสุดที่รัก มือเล็กป้องปากกับหูที่ใหญ่กว่าของตนมากพร้อมกระซิบถ้อยคำที่ตนคิดว่าเบาที่สุด

“พี่ตุลย์… ขอยืมยี่สิบบาท เดี๋ยวกลับบ้านธันจะทุบกระปุกมาคืน”

“เอาไปทำอะไร?”

“บอกไม่ได้ เป็นความลับ”

“เออๆ อย่าชักดาบล่ะช่วงนี้ถังแตก” เจ้าของใบหน้าคมคายปิดปากหาว ยื่นธนบัตรสีเขียวให้คู่สนทนาอย่างขอไปที ฝ่ายคนรับก็ยืนนิ่งไปสักพักเพราะไม่เข้าใจแต่ไม่นานก็ยิ้มแฉ่ง ตบไหล่กว้างปุๆ

“ชักดาบ… อ่อ สบายใจได้ รัฐบาลห้ามประชาชนพกอาวุธโดยไม่มีใบขออนุญาต ธันเพิ่งแปดขวบเองทำใบขออนุญาตไม่ได้หรอก เรื่องถังแตกพี่ก็ไม่ต้องห่วงนะที่บ้านเราใช้ฝักบัวอาบน้ำ”

“...”

อึ้งจนพูดไม่ออกคือนิยามอาการของตุลย์ตอนนี้ เด็กหนุ่มได้แต่มองแผ่นหลังน้องชายห่างไปเรื่อยๆ ทั้งใจที่ยังคงตั้งคำถาม ‘ด่ามันดีไหมวะ…’

เด็กน้อยสองคนจูงมือกันออกไปข้างนอก ณ ตอนนี้ไร้คนพลุกพล่าน มีเพียงป้าลัทเท่านั้นที่ยืนขายดอกไม้อยู่ เห็นดังนั้นธันวาก็ไม่รอช้า รีบลากเพื่อนตัวเองไปซื้อดอกไม้ทันที ดอกบัวสีขาวแบบเดิมเป๊ะกลับมาอยู่ในมือหยางอีกครั้ง เขาแทบจะร้องไห้ด้วยความดีใจ ‘ไม่บาปแล้วโว้ย...’

“ไอ้ธัน… มึงคือเพื่อนที่ดีที่สุดของกูเลย”

“ฮิฮิ”

“ไหว้ด้วยกันสิ”

“กูไหว้ไปแล้ว”

“ไหว้ด้วยกัน พ่อบอกว่าถ้าทำบุญกับใครชาติหน้าจะได้เกิดมาคู่กัน” คราวก่อนที่ไปวัดแอบได้ยินพ่อกับแม่คุยกันเรื่องนี้ ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าหมายความว่าอย่างไร ไม่รู้ด้วยว่าทำไมตอนนั้นแม่ถึงหน้าแดง เขารู้เพียงว่ามันเป็นเรื่องดีมากๆ

“คืออะไร รองเท้าเหรอ?”

“ไม่รู้ รู้แค่ว่าจะได้อยู่ด้วยกัน”

“อืม งั้นไหว้ด้วยก็ได้… แต่กูไม่อยากเกิดเป็นรองเท้า”

ร่างเล็กขยับเข้ามาใกล้เพื่อนสนิท ทั้งสองพนมมือซ้อนกัน ในใจสวดมนต์อธิษฐานความต้องการของตัวเองอยู่พักหนึ่งก็เสียบดอกไม้เข้าไปในตะกร้า ธูปเทียนก็ช่วยกันจุดอย่างระมัดระวังไม่ให้โดนผิวหนัง

“มึงช่วยกูตลอดเลย ขอบคุณนะ...”

“ไม่ต้องขอบคุณหรอก ถ้าเห็นเพื่อนลำบากเราก็ต้องช่วยสิ”

“ถ้าไม่มีมึงกูต้องตายแน่ๆ”

ว่าพลางคิดไปถึงเรื่องราวต่างๆ ก่อนหน้านี้ ธันวาช่วยเขาจากพวกเด็กไม่ดี ช่วยเขาปั้นไดโนเสาร์ ช่วยสอนเขาทำการบ้าน ช่วยแกะส้ม ช่วยเก็บหนังสือเข้าชั้น ทั้งหมดนี้ไม่สามารถทำให้ใครตายได้แต่หยางรู้สึกว่าถ้าไม่มีธันวาคอยช่วยเขาจะจากโลกนี้ไปจริงๆ

“ไม่ตายหรอกไอ้ปัญญาอ่อน”

“ตายสิ...”

“งั้นกูก็จะอยู่ข้างๆ คอยช่วยมึงตลอดนี่แหละ จะได้ไม่ตาย”

รอยยิ้มพิมพ์ใจที่สดใสตราตรึงในหัวใจเด็กน้อย หยางไม่ค่อยเข้าใจความรู้สึกแปลกใหม่ที่แทรกเข้ามาในใจนัก รู้เพียงว่าอยากอยู่กับคนคนนี้ไปนานๆ ไม่อยากแยกจากกันเลย

ผมสะดุ้งตื่นจากความฝัน ดวงตาเหม่อมองท้องฟ้าที่สดใสเช่นเดียวกับรอยยิ้มในฝัน รอบข้างยังเป็นทิวทัศน์เดิมไม่เปลี่ยน บ้านไอ้เทรนด์ ที่แหย่งหลังบ้านมัน ต่างกันแค่หัวใจที่เต้นระรัวกับสิ่งใหม่ที่เพิ่งค้นพบ

“เด็กขนาดนั้นเลยเหรอ ...แก่แดดเหมือนกันนะกู”

ในที่สุดผมก็รู้ตัวว่าชอบมันตั้งแต่เมื่อไหร่

แต่นึกได้ตอนนี้ก็มีแต่ยิ่งทำให้เจ็บมากขึ้นเท่านั้นแหละ



_____________________________________________________________________________
ขอโทษษษ เรามาช้า55555
//กราบ...


เรื่องสัมภาษณ์ไม่รู้ว่าผ่านไหมแต่รุ่นพี่พาไปตัดเสื้อแล้ว
เดี๋ยว55555555

26/04/2018
-Mommae-
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2.768K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

30,011 ความคิดเห็น

  1. #29983 9494 (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 14 สิงหาคม 2563 / 08:37
    โอโห ไม่ไหว หยางลูกแม่ ;-;
    #29,983
    0
  2. #29675 MoRO66 (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2563 / 03:41
    เปียกปอนนน ใจเจ็บ หยางงงงง TT
    #29,675
    0
  3. #29674 Pangrumm01 (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2563 / 03:25
    ไม่ใส่ใจแล้วจะดูออกที่ไหนละ. เหอะ
    #29,674
    0
  4. #29530 Fl2●$T (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2563 / 05:21
    แอแงงง //ไม่อย่กขัดแต่ว่า ขอโทษน้า แหย่งคือสวนใช่มั้ย;-;
    #29,530
    0
  5. #29525 Bea1_ (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2563 / 23:34
    ปวดใจแอแงงงง
    #29,525
    0
  6. #29504 N_jkp (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2563 / 14:15
    เฮ้ออออออออ
    #29,504
    0
  7. #29269 Min (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 8 เมษายน 2563 / 14:31

    ไรทแมวนู๋ไม่ได้ตายแต่วันนี้มีน้ำตาอ่า

    #29,269
    0
  8. #29237 pooh0410 (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 7 เมษายน 2563 / 00:59
    หยางลูกแม่TT
    #29,237
    0
  9. #29038 S'neez (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 3 เมษายน 2563 / 23:55

    น้ำตาไหลแล้ว อินจัดมากเลยตอนนี้ เศร้าอะ

    เพราะอีพี่ตุลย์แท้ๆอะ

    #29,038
    0
  10. #28813 Iovememorise (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 25 มกราคม 2563 / 16:12
    โอ้ยน้ำตาใหลยังกะเขื่อนแตกอ่อนใหวง่ายจังฮือๆๆ
    #28,813
    0
  11. #28802 morningU (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 24 ธันวาคม 2562 / 23:52
    โถววว น้องหยางฉี่ขวบ
    #28,802
    0
  12. #28749 Praewa_T (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2562 / 21:32
    อ่านไปนำ้ตาไหลรินไป ทำไมเรื่องมันคุ้นๆ TT
    #28,749
    0
  13. #28719 Shipnielong (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 14 เมษายน 2562 / 21:15
    อิพี่ตุลย์น่าหงุดหงิดอ่ะ ฮือออออ ทำไมต้องทำขนาดนี้ ทำไมต้องทำร้ายหยางขนาดนี้อ่ะ หยางไปทำอะไรให้พี่โกรธแค้นขนาดนั้นอ่ะ พี่อย่าเอานิสัยแต่ก่อนของตัวเองมาตัดสินคนอื่นดิ หยางน่ะไม่เลวหรอกนะเฮ้ย!
    #28,719
    0
  14. #28677 ชากุหลาบอุ่นอุ่น (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 10 เมษายน 2562 / 14:52
    😊😊😊
    #28,677
    0
  15. #28659 noowi (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 8 เมษายน 2562 / 11:03
    งือ สงสารหยางจัง หยางเข้าใจผิดนะลูก
    #28,659
    0
  16. #28571 rosayrai (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 30 มีนาคม 2562 / 09:58
    ถ้าให้เราเดาจริงๆน้องธันลไม่ได้สมัครสอบผิดที่หรอกแต่เป็นอิผีตุลย์ที่เล็งเห็นว่าน้องตัวเองมีแววจะชอบหยาง เลยจัดการจัดฉากว่าสมัครผิดแล้วกะจะให้ความสัมพันธ์ของทั้งคู่จางลงเพราะมีเพื่อนใหม่แล้วลืมกันไปเอง แต่มันผิดแผนตรงที่ทั้งคู่ดันกลับมาสนิทกันมากกว่าเดิม เลยจัดฉากให้ทั้งคู่ผิดใจกันล่ะสิ ถ้าให้เดาอีกที่น้องธันอ้วนก็น่าจะเป็นเพราะอิผีตุลย์นี่แหละคอยเปย์และเป่าหูคุณแม่ให้ขุนน้องธัน น้องธันจะได้อ้วนไม่มีคนมาสนใจ แต่มันผิดแผนตรงที่น้องธันอ้วนเกินไปเลยต้องหาทางให้ลดน้ำหนักแทน อิผีมันร้าย//อย่าสนใจเก๊า เก๊าแค่ยังไม่ได้นอนเอ๊ง จินตนาการเก๊าเลยบรรเจิดไปนิ๊โหน่ยยยย
    #28,571
    1
    • #28571-1 Shipnielong(จากตอนที่ 40)
      14 เมษายน 2562 / 21:16
      เราก็คิดเหมือนกันค่ะ เหตุเกิดจากอิพี่ตุลย์คนเดียวเลย
      #28571-1
  17. #28452 Nggggggg (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 9 มีนาคม 2562 / 23:03
    หยางไม่ต้องร้องไห้นะเราร้องไห้แทนไปหมดแล้วแงง
    #28,452
    0
  18. #28432 Callmeyou (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2562 / 15:24
    ปวดใจเว้ยยย
    #28,432
    0
  19. #28309 greentealatte ♡ (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 26 มกราคม 2562 / 20:29
    เห้อ โกรธพี่ตุลอ่ะ แม่งๆๆๆๆๆ
    #28,309
    0
  20. #27900 MaiNatkamon (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 3 มกราคม 2562 / 18:59
    โกรธพี่ตุลย์มาก หยางอย่าร้องได้มั้ยแค่หยางจะร้องเราก็ไม่ไหวแล้วววTT TT
    #27,900
    0
  21. #27145 กษิดิศ ปักษี (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 4 กรกฎาคม 2561 / 09:08
    ความเข้าใจผิดเต็มๆเลย...
    #27,145
    0
  22. #26585 tbuykeid37 (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2561 / 09:27
    เข้าใจผิด
    #26,585
    0
  23. #26543 Nada Am (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2561 / 16:40
    สงสารหยางงงง เรื่องมันเกิดจากพี่ตุลย์และความเข้าใจผิด!!
    #26,543
    0
  24. #26493 aom9090tangmo (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2561 / 19:25
    น้ำตาไหลพราก
    #26,493
    0
  25. #26295 UnWPan (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2561 / 22:51
    อยากร้องไห ชอบฟีลนี้ค่ะ ไรท์ถ่ายทอดได้ดีมาก อยากให้หน่วงต่อไปอีก นะๆๆๆ
    #26,295
    0