I'm on a diet! : อย่าท้า เดี๋ยวจะหาว่าไม่เตือน [END]

ตอนที่ 38 : ครั้งที่ 34 ติดน้อง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 36,902
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2,302 ครั้ง
    22 ม.ค. 62


ครั้งที่ 34 ติดน้อง

[ธันวา]

“พี่ตุลย์...”

เขายกน้ำผลไม้ขึ้นดื่มอย่างเป็นธรรมชาติ ท่าทีปกติต่างจากผมที่ตัวแข็งทื่อ เหงื่อผุดขึ้นตามข้างแก้มด้วยความเกร็ง หัวใจเต้นถี่ ลำคอตีบตันหายใจลำบากเหมือนมีมือที่มองไม่เห็นบีบเอาไว้ด้วยแรงมหาศาล มาตั้งแต่เมื่อไหร่แล้วได้ยินอะไรไปบ้างวะ...

“เออ เห็นเป็นใครล่ะ”

“พี่มาได้ไง”

“ขับรถมาดิ”

“...อ่อ” พูดอะไรต่อดี

“ไปเร็ว รอไรล่ะ”

“ห้ะ?”

“ขึ้นรถ กูจะพามึงไปขี่รถเล่น”

“ตอนนี้เหรอ”

“อือ” เจ้าของเรือนผมสีควันบุหรี่เท้าคางกับประตูรถ เสียงปลดล็อคฝั่งตรงกันข้างคนขับดังขึ้นเหมือนต้องการจะเร่ง บรรยากาศปลอดโปร่งก่อนหน้านี้ถูกแทนที่ด้วยความอึดอัดตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ นิ่งไปสักพักผมก็ตัดสินใจหันไปหาเพื่อนสนิทที่อยู่ข้างๆ

“...โทษทีมึง กูไปกับพี่ได้ปะ”

“ได้ดิวะ กูกำลังจะเข้าบ้านพอดี” มึงโกหก ผ้ายังตากไม่เสร็จด้วยซ้ำ

“อือ งั้นเจอกันนะ”

“อือ” รอยยิ้มบางๆ ที่ปรากฏบนใบหน้าหล่อไม่ได้ทำให้ผมรู้สึกว่ามันกำลังยิ้มอยู่เลย ถึงอย่างนั้นผมก็ต้องโบกมือลามันแล้วเลือกที่จะไปหาพี่ชายเพราะลางสังหรณ์บอกว่าถ้าปล่อยให้พวกเขาอยู่ด้วยกันนานกว่านี้จะเกิดเรื่องไม่ดีขึ้น

รู้สึกไม่ดีเลยว่ะ

รถคันหรูแล่นไปตามถนน แอร์เย็นกับเพลงป็อปควรสร้างความเพลิดเพลินแต่ใจผมกลับว้าวุ่น ประโยค ‘ไม่คิดว่ามึงจะรุกน้องกูขนาดนี้’ ยังคงวนเวียนอยู่ในหัว ถ้าพี่ตุลย์เอ่ยอะไรสักนิดเกี่ยวกับเรื่องนี้ผมคงจะหายใจได้ทั่วท้องขึ้น อย่างน้อยๆ ก็ไม่ต้องมานั่งสงสัยว่าทำไมเขาถึงทำตัวปกติเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

อึดอัด...

“ทำไมทำหน้าเครียดแบบนั้น”

“อ่อ เปล่าๆ ไม่ได้เครียดพี่”

“หรือเพราะหิว? ...ดีเลย เดี๋ยวจะพาไปกินอะไรร้านเพื่อนกู เพิ่งเปิดได้ไม่นานกำลังคิดว่าจะไปหาพอดี” โดยไม่รอคำตอบรับหรือปฏิเสธ สถาปนิกหนุ่มก็เลี้ยวรถไปอีกทาง ความจริงผมไม่หิวสักนิดเแต่จะให้ปฏิเสธก็คงไม่ทันแล้ว

ที่พี่ตุลย์พามาเป็นร้านอาหารอิตาเลียนขนาดกลาง ภายในตกแต่งโทนสีดำสไตล์ loft กระจกใสบานใหญ่ล้อมรอบร้านคล้ายเรือนกระจกมากกว่าที่จะเป็นร้านอาการ ต้นไม้ที่เลือกนำมาปลูกก็เป็นพวกไม้เลื้อยซะส่วนใหญ่ รากฝังลงกำแพงเป็นลวดลายงดงาม

ผมชอบ

“อยากกินอะไร”

“ธันเหรอ?”

“ใช่สิ กูพามึงมากินข้าวไงจำได้ไหม”

“อ่อ งั้นขอเป็น… สปาเก็ตตี้คาโบนาร่ากับน้ำเปล่าครับ”

“กินน้อยจัง กลัวอ้วนรึไง” พูดเท่านั้นป๋าก็จัดการร่ายรายการอาหารเกือบทั้งหมดในเมนู เล่นเอาพนักงานสาวถึงกับจดไม่ทันต้องทวนใหม่สี่รอบถึงจะได้ครบตามที่คุณคณินต้องการ ไอ้บ้า… ใครจะไปแดกหมดวะ ตัวเองก็กินอย่างกับแมวดม ผมก็ไม่ค่อยหิว

“อะไร ทำไมมองหน้ากูแบบนั้น?”

“พี่สั่งมาถมที่เหรอ”

“ไม่ กูสั่งเอามัน” ท่ายักคิ้วกวนประสาทของอีกฝ่ายเล่นเอามือผมกระตุก ถ้าไม่ติดว่าเป็นพี่นะ…

ผมรอบมองเสี้ยวหน้าคมคายเป็นระยะ ในใจยังคงมีคำถามหลายอย่างที่อยากจะถามแต่ปฏิกิริยาของเขาก็ยังปกติจนผมเองนี่แหละที่ไม่กล้า...

ตือดึง

เสียงข้อความเข้าเรียกความสนใจให้ผมก้มลงไปมองโทรศัพท์ในมือ พอเห็นว่าเป็นใครผมก็เลิกสนใจพี่ชาย เมื่อกี้มันคงไม่อยากให้ผมลำบากใจก็เลยหนีเข้าบ้าน ผมเห็นจากหางตาว่ามันมองจนกระทั่งรถพี่ตุลย์หายลับไปเลย

Yang : เป็นอะไรไหม

Thanwa : ไม่เป็นไร พี่ตุลย์พามากินข้าวเฉยๆ ขอโทษทีนะเว้ยที่อยู่ๆ ก็กลับ

Yang : กูไม่ได้เครียดสักหน่อย แต่อย่าลืมมาเอาจักรยานล่ะ55555

Thanwa : อือ

Yang : แล้วพี่ตุลย์ว่าไงบ้าง

นั่นสิ...

Thanwa : ไม่ได้พูดถึงเลย

เราต่างก็รู้ดีว่ากำลังหมายถึงเรื่องอะไร พิมพ์ตอบไปแล้วผมก็มองบุคคลที่สามอีกครั้ง ทุกอิริยาบทตลอดจนสายตา ริมฝีปากไม่มีทีท่าว่าจะเปิดเพื่อถามอะไรผม ...หรือตอนนั้นจะแซวเฉยๆ?

Yang : งั้นก็ไม่ต้องคิดมากหรอก พี่เขาคงหยอกเล่น

Thanwa : อืม

Yang : มีอะไรก็โทรมานะ จะรีบไปหา

ผมคลี่ยิ้มโดยไม่รู้ตัวเมื่อได้อ่านข้อความล่าสุด ความรู้สึกโล่งอกเริ่มเข้ามาแทนที่ความอึดอัด หวังว่าจะเป็นอย่างที่พวกผมคิดนะ ...ผมกำลังจะพิมพ์กลับไปว่า ‘เอาอะไรไหมเดี๋ยวซื้อไปฝาก’ แต่ยังไม่ทันที่จะพิมพ์เสร็จก็ต้องเอามือกุมเข่าแทน สาเหตุมาจาก...

“โอ๊ย พี่เตะธันทำไมเนี่ย”

“โทษทีไม่ได้ตั้งใจ ขามันโดนเอง” เป็นคำแก้ตัวที่ฟังไม่ขึ้นที่สุดตั้งแต่เคยได้ยินมา แล้วไอ้ท่าทางไหวไหล่ ขอโทษอย่างขอไปทีนั่นมันอะไร แม่งตั้งใจแหงๆ “เดี๋ยวจะแนะนำให้รู้จักเพื่อนกู”

“เจ้าของร้านเหรอ”

“อือ ชื่อภา เป็นเพื่อนสนิทที่จบมาด้วยกัน มันชอบสีน้ำเหมือนมึงรู้จักกันไว้สิเผื่ออยากได้เทคนิคอะไรก็ถามเอา มันโคตรเทพ”

“อ่า เค” ผมตอบรับเบาๆ ขณะลูบบริเวณที่โดนเตะ เนียนเลยนะครับ... ไม่พูดถึงเรื่องทำร้ายร่างกายน้องชายตัวเองเลย

“คงต้องรอสักพักถึงจะได้เจอ ไอ้นี่เปิดร้านเอง เป็นแม่ครัวเอง ทำเองทุกอย่าง นี่ก็รอดูอยู่ว่าวันไหนจะมาเป็นเด็กเสิร์ฟเอง”

“เป็นคนขยันเหรอพี่”

“เปล่า งก”

“อ่อ...” หลังจากนั้นพี่ตุลย์ก็พูดเกี่ยวกับเธอให้ผมฟัง เธอเป็นสาวห้าวใจเด็ดที่เรียนเก่งแถมได้เกียรตินิยมอันดับหนึ่ง ฟังไปผมก็สงสัยไปว่าทำไมถึงมาเปิดร้านอาหารทั้งๆ ที่น่าจะไปเอาดีด้านสถาปนิก รูปวาดฝีมือเธอที่แปะอยู่ทั่วผนังสวยงามจนผมเผลอจ้องนาน นุ่มนวล สบายตา ไม่ได้ใช้สีฉูดฉาดแต่ดึงดูดจนอยากมองอีก

อยากเจอคนวาดเลย

“โทษที กูมาช้าไปหน่อย”

“กว่าจะมานะมึง นี่เห็นลูกค้าสำคัญกว่ากูเหรอไอ้หน้าเงิน”

“ไอ้สัสเดี๋ยวกูตบคว่ำ เงินต้องมาก่อนเพื่อนเหี้ยๆ อย่างมึงแน่นอนอยู่แล้ว”

“ไอ้เชี่ยภา จำไว้เลยนะมึง”

โห โคตรหน้าตาดี

อยู่ๆ ก็มีใครบางคนวิ่งมาที่โต๊ะ ไม่ทันตั้งตัวสงครามรับฝีปากก็เกิดขึ้นอย่างงงๆ คู่กรณีของพี่ตุลย์มีผมประบ่าสีดำขลับ ตาชั้นเดียว จมูกโด่งเชิดขึ้นเล็กน้อย ริมฝีปากกระจับรับกับใบหน้ารูปไข่ ผิวขาวใสไร้รอยสิว ประกอบกับแว่นกลมกรอบใสยิ่งเพิ่มความนมีเสน่ห์ให้เธอเข้าไปอีก

...เหมือนคนญี่ปุ่นเลยว่ะ หรือจะเป็นลูกครึ่ง? หน้าเธอดูไม่ไทยอะ

“ถึงกับอึ้งเลยเหรอ เพื่อนกูใช้ได้ล่ะสิ หึ”

“เฮ้ยพี่ ไม่ใช่”

ผมรีบยกมือปฏิเสธ ก็แค่เผลอคิดอะไรเพลินๆ ทำไมพี่มันต้องยิ้มกริ่ม ผมว่าตัวเองโดนล้อจนชินแล้วนะแต่เพิ่งเคยโดนกับผู้หญิง เขินต่างกันเลย...

“มึงก็ไปแหย่น้อง”

“นั่งดิ รอพ่อมาตัดริบบิ้นเหรอ”

“ปากคนหรือปากหมา ไม่กวนตีนสักวันจะตายไหม” ร่างบางเบะปากมองบนอย่างขัดใจแต่ก็หย่อนตัวลงนั่งข้างๆ ร่างสูง ตอนนี้ในร้านไม่ค่อยมีลูกค้ามากนักเธอก็เลยมานั่งชิลได้ อาหารที่พี่ภาทำอร่อยมากแต่ที่ร้านไม่ค่อยมีคนคงเพราะเพิ่งเปิดใหม่ คนคงไม่กล้าเสี่ยงมั้ง

“เป็นไงมึง เปิดร้านวันที่สี่แล้ว”

“ไม่ได้แย่แล้วก็ไม่ได้ดีมั้ง ลูกค้าส่วนมากเป็นคนรู้จักอะ” อือ ก็ว่าทำไมคุ้นๆ เพื่อนก๊งเหล้าไอ้ป๋าทั้งนั้นเลยนี่หว่า นั่นๆ คนนั้นพี่ขิง สาวขี้เมาที่ผมได้ยินชื่อบ่อยๆ เจ้าของวลีเด็ด ‘ผู้หญิงกินเหล้าไม่ได้นิสัยไม่ดี เขาเรียกว่าสตรีที่ผ่อนคลายไปกับสุรา’ โถ่ ล่าสุดสตรีคนนี้เป็นโรคตับแข็งเป็นที่เรียบร้อยแล้ว สงสัยจะผ่อนคลายไปหน่อย

“เจ๊งซะม้าง”

“ไอ้เหี้ยตุลย์ ขอสักทีเถอะ” เอ้า เผลอแป๊บเดียวตีกันอีกแล้ว เหมือนละครเพิ่มความเพลิดเพลินตอนกินข้าวของผมเลย ก็พอรู้มาบ้างนะว่าเป็นคนห้าวๆ แต่ไม่คิดว่าจะห้าวขนาดถกกระโปรงขึ้นเตะผู้ชายกลางร้านตัวเอง ภาพตรงหน้าตลกจนผมเผลอหัวเราะออกมา มีไม่กี่คนนะครับที่กล้าทำพี่ชายผมแบบนี้

“โอ๊ยๆ ไอ้สันดาน พอแล้ว”

“พอก็ได้เดี๋ยวคนอื่นคิดว่ากูเป็นคนก้าวร้าว”

“สัส แล้วไม่ใช่รึไง... เออ กูจะแนะนำให้รู้จัก นี่ไอ้ธันน้องชายกู”

“อ๋อ จำได้”

“ตอแหล มึงจะจำได้ไงในเมื่อยังไม่เคยเจอกัน ...ร้ายนะมึงเห็นน้องกูหล่อหน่อยทำเป็นรู้จักขึ้นมาเลย”

“ไอ้ควาย เคยเจอกันแล้วจริงๆ โว้ย! งานกินเลี้ยงตอนปี 4 ที่มึงเมาหัวราน้ำจนกูต้องแบกไปส่งถึงบ้านไง ตอนนั้นเจอธันพอดีเลยให้แบกต่อ”

ปี 4…

ผมพยายามย้อนกลับไปตามเหตุการณ์ที่อีกฝ่ายกล่าวแต่ไม่ว่าจะนึกยังไงก็นึกไม่ออก คุณคณินเมาหัวราน้ำกลับบ้านบ่อยจะตาย เพื่อนที่มาส่งก็เปลี่ยนไปทุกครั้ง คนความจำสั้นแบบผมจำไม่ได้หรอก ไม่มีสมองส่วนไหนจำได้เลยด้วยว่าเคยเจอผู้หญิงน่ารักคนนี้

“อ่อ อือ มั้ง ...เหมือนจะเคยมีเรื่องแบบนั้นเกิดขึ้นสินะ”

“ไอ้เวร ด่ากูซะเสียหญิงเลยห่า”

“โทษๆ แล้วจำได้ไงวะมันเปลี่ยนไปขนาดนี้”

“แค่ผอมลงเอง ไม่ได้มีอะไรเปลี่ยนไปมากเลย”

“แต่ดูท่าทางน้องกูจะจำมึงไม่ได้นะ” กล่าวไปพลาง ยิ้มเจ้าเล่ห์ไปพลาง ...วันนี้เขาเป็นอะไร ทำไมขยันแกล้งผมจัง แม่งจงใจหักหน้ากันชัดๆ

“ไม่ใช่ครับ… คือว่า”

“สารภาพมาเถอะว่าจำไม่ได้ พี่ไม่ว่าหรอก น้องจะจำไม่ได้ก็ไม่แปลกเพราะสมัยก่อนพี่ไม่ได้เป็นอย่างนี้”

“ครับ?”

พี่เป็นกะเทยเหรอครับ

ผมอยากจะถามไปแบบนั้นแต่ต้องรักษามารยาทไว้ ไม่เอาน่า โลกมาถึงจุดที่บุรุษเพศสวยได้ขนาดนี้แล้วเหรอ ถ้าเป็นเรื่องจริงเพื่อนผมก็อยู่ยากแล้ว ลำพังทุกวันนี้ก็ไม่มีผู้ชายเข้ามาในชีวิตอยู่แล้ว ถ้ามีสาวสองสวยเบอร์นี้เพื่อนผมคงได้หนีทางโลกไปพึ่งทางธรรม ห่มสไบขาวเดินจงกรมอยู่ในวัด

“เมื่อก่อนพี่ฟันเหยิน หัวกระเซิง แว่นหนา ฮ่าๆ”

อะ หรือจะเป็นคนนั้นนะ

พอได้ยินประโยคนั้นใบหน้าของอีกฝ่ายก็ผุดขึ้นมาในความทรงจำ ในวันที่ฝนตกหนักชายขี้เมาถูกร่างบางแบกเข้ามาในบ้าน ผมทึ่งในความแข็งแรงของเธอมาก โห เปลี่ยนไปเยอะเลย

“หน้าน้องกูบอกว่า ‘โห เปลี่ยนไปเยอะฉิบหาย กูนึกว่าคนละคนกับอีป้านั่น’”

“พี่ตุลย์!”

“เอาน่า พี่ไม่ว่าหรอก ฮ่าๆ”

“...เปล่านะพี่ ผมไม่ได้คิดแบบนั้น” วันนี้หลายรอบแล้วนะ จำไว้เลยไอ้ป๋า

สักพักเจ้าของร้านก็ขอตัวไปช่วยงานในครัวเพราะเริ่มมีลูกค้าแล้ว ผมกับพี่ชายก็กินต่อไปอย่างไม่รีบร้อน เอาอะไรมารีบล่ะครับอาหารกองเท่าภูเขาขนาดนี้ รีบกินก็จุกตายพอดี จะใส่กล่องกลับไปก็เกรงใจพนักงาน กลัวเขาด่าหัวว่า ‘ไอ้พวกฉิบหาย รู้ว่าแดกไม่หมดยังจะสั่งมาอีก ลำบากกูใส่กล่องไหม’

“ชอบไหม”

“ครับ?” ผมเลิกคิ้วทันทีที่พี่ชายถามอะไรแปลกๆ ชอบที่ว่านี่หมายถึง....

“ร้าน”

“อ๋อ ชอบๆ เห็นแล้วอยากมานั่งวาดรูปเล่นเลย”

“จะพามาบ่อยๆ”

“เฮ้ยไม่ต้องหรอกพี่ คือธันไม่ได้อยากกินอาหารพวกนี้ทุกวัน ถ้าจะให้มานั่งวาดรูปเล่นตากแอร์เฉยๆ ก็กลัวจะดูน่าเกลียด” โต๊ะข้างในก็ไม่ได้เยอะมากขนาดจะให้คนมานั่งแช่ได้ อีกอย่างระยะทางจากบ้านมาที่นี่ไม่ใช่ใกล้ๆ มันเปลืองน้ำมัน “เดี๋ยวธันถ่ายรูปไปวาดที่บ้านก็ได้”

“ของแบบนี้มันต้องเข้าถึงอารมณ์ เข้าถึงบรรยากาศ รูปที่ถ่ายไปมันจะไปรับรู้ของพวกนั้นได้ไง”

“ไม่เป็นไร ธันไม่ได้อยากวาดจริงจังขนาดนั้น ฮะๆ”

“เอาน่า ไอ้ภาเพิ่งจ้างกูออกแบบร้านให้ กูก็เลยขอมานั่งออกแบบที่นี่จะได้รู้ว่าควรออกแบบแนวไหน ถือซะว่ามานั่งเป็นเพื่อนกูก็แล้วกัน”

“ทำไมพี่ภาไม่ทำเองอะ”

“เอ้าไอ้นี่ มึงว่ากูไม่เก่งเหรอไอ้น้องไม่รักดี กูเป็นถึงสถาปนิกมือทองของสำนักงานเลยนะเว้ย หัวกะทิน่ะรู้จักไหม” ฝ่ามือใหญ่ฟาดลงกะบาลผมเต็มๆ ข้อหาพูดจาไม่เข้าหู เกิดอะไรขึ้นกับพี่ชายผม ทำไมวันนี้เขาขยันทำร้ายผมจังวะ

“ไม่ใช่อย่างนั้น ก็พี่บอกเองว่าพี่ภางก ธันก็เลยคิดว่าถ้าทำเองมันน่าจะประหยัดกว่า”

“เออว่ะ อืมม มันเหนื่อยแล้วมั้ง”

“อ่อ...”

สุดท้ายเราก็ทานไม่หมดจนต้องลำบากคุณพนักงานมาเอาไปใส่กล่องให้ แต่ดูเธอจะไม่ลำบากใจอย่างที่คิด พอมาถึงสาวเจ้าก็ยิ้มหวาน บรรจงเก็บอาหารไปอย่างละเมียดละไม นัยน์ตามีรูปหัวใจวิ้งๆ ส่งมาให้สถาปนิกหนุ่ม ไอ้นี่ก็ตัวดีขยิบตาให้เขาซะงั้น

อยากให้บรรดาแม่ยกมาเห็นธาตุแท้ของมันจริงๆ

ใครจะรู้บ้างว่าเบื้องหลังฉากหน้าที่เพอร์เฟคจะมีคนสถุลซ่อนอยู่ ทั้งชอบเกาตูด เดินล่อนจ้อนออกมาจากห้องน้ำ แกล้งใส่น้ำปลาในน้ำโค้กน้อง และที่ทนไม่ได้เลยคือการชอบตดแล้วควักมาให้น้องดม โว้ย!!

ตาสว่างได้แล้วสาวๆ ผู้ชายดีๆ มีแค่ในนิยาย

หลายวันมานี้พี่ตุลย์หิ้วผมไปร้านพี่ภาบ่อยมาก ตอนแรกแค่เสาร์อาทิตย์แต่ตอนนี้ลามไปวันธรรมดาด้วย ผมก็ไม่ได้ว่าอะไรเพราะได้ทำสิ่งที่ตัวเองชอบ ในสภาพแวดล้อมในฝันอีกต่างหาก พี่ภาเองก็ใจดีจองโต๊ะที่เป็นมุมสงบเอาไว้ให้พวกผมเสมอ คอยบริการน้ำดื่มกับอาหารไม่ขาด บางวันถึงขั้นเลี้ยงเลย โคตรเกรงใจ

“ธัน แม่ซื้อเค้กมาในตู้เย็นกินได้นะลูก”

“ไม่ไหวแล้วแม่”

“โถ่ สักหน่อยสิลูก ทิ้งไว้มันจะเสียนะ”

“ตอนนี้อิ่มจริงๆ ครับ เพิ่งอาบน้ำแปรงฟันมาด้วยก็เลยไม่อยากกินอะไรแล้ว” เนี่ย เพิ่งเดินออกมาจากห้องน้ำเลยแม่ ก่อนหน้านี้ก็เพิ่งโยคะมา ถ้าผมกินนี่ถือว่าทรยศตัวเองสุดๆ...

“ปล่อยลูกไปนอนเถอะคุณ เลิกยัดเยียดขนมให้กินได้แล้ว”

ผมมองภาพการทะเลาะกันของคู่สามีภรรยาด้วยรอยยิ้ม คิดถึงจัง เมื่อก่อนมีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นเป็นกิจวัตรประจำวันเลยแต่หลังจากที่คนในบ้านรู้ว่าผมจะลดความอ้วนก็ไม่มีใครพูดถึงของหวานอีก แม่เองก็พยายามอย่างมากที่จะไม่แอบเอาขนมมายัดใส่มือผม

เธอคงเก็บกดมานานมั้ง

พอผมผอมปุ๊บแม่นี่วิ่งไปซื้อของหวานปั๊บ ซื้อมาใส่ตู้เย็นไว้ทุกวัน บางวันนี่เอาไปวางไว้บนหัวเตียงเลย แปะโพสต์อิทเรียบร้อย ‘กินเลยลูก แม่ไม่บอกใครหรอก’ น่ารัก ฮะๆ

ผมทิ้งตัวลงนอนบนเตียง หัวถึงหมอนปุ๊บก็มีสายเรียกเข้าปั๊บ ไม่ต้องเดาเลยว่าเวลานี้ใครจะโทรมา มีคนเดียวแหละครับที่โทรมาทุกวัน ...ไหนว่าวันนี้จะไปนอนติวหนังสือที่บ้านไอ้เทรนด์ไงวะ โทรมาแบบนี้มึงได้แตะหนังสือกันบ้างไหมเนี่ย

“ฮัลโหล”

(มึง...)

“หือ?”

(มารับได้ไหม ...กูจะตายแล้ว)

เสียงหอบหายใจอย่างอ่อนล้าของปลายสายทำผมตกใจ เป็นอะไรวะ หรือว่า... จะมีโจรมาขโมยของ บ้านไอ้เปรตค่อนข้างรวยด้วยสิ คงไม่ใช่ว่ามันโดนแทงหรอกนะ คิดแล้วผมก็คว้าโทรศัพท์บ้านมาเตรียมกดเบอร์ตำรวจพ่วงด้วย 1669

“มึงโอเคไหม”

(ไม่โอเค)

“เป็นไร เกิดอะไรขึ้น”

(...กูคิดถึงมึง)

ไอ้... ฉิบหาย

ดีนะที่กูยังไม่ได้กดโทรออก ไม่งั้นได้โดนโรงพยาบาลด่าหัวแน่ รายนั้นไม่เท่าไหร่หรอกแต่ถ้าเป็นตำรวจคงโดนตามตัวถึงบ้าน สัส เจอหน้ากันเมื่อไหร่ขอเตะสักทีเถอะ

“...ตายๆ ไปซะก็ดี อยู่ไปก็รกโลก”

(ไอ้ธัน ความจริงมึงเกลียดกูสินะ)

“เปล๊า”

(ไอ้เหี้ยหยาง! แค่กๆ ทุบหลังกูที // ห้ะ… เฮ้ย! ไอ้ต้น) ความวุ่นวายทางฝั่งนั้นทำผมใจไม่ดีอีกครั้ง เสียงไอของต้นฟังคล้ายมีบางอย่างติดอยู่ที่คอ เสียงขึ้นจมูก แหบพร่าอย่างทรมาน

“ไอ้ต้นเป็นอะไร”

(ไม่รู้ มัน... เฮ้ย! // โครม)

“...!”

การที่ไม่เห็นภาพเหตุการณ์ ได้ยินแต่เสียงทำผมมโนไปไกล คิดไปต่างๆ นาๆ ว่าเพื่อนเป็นอะไร ไอ้เชี่ยเอ๊ย เปิดกล้องเถอะขอร้อง ใจกูจะขาดแล้ว

(กู แค่กๆ… ไปเอายาให้ยายไอ้เทรนด์มา ละ... แล้วคุยเพลินไปหน่อย แค่ก! // เออแล้วไงต่อ)

“...”

(กูเผลอแดกว่านชักมดลูกไปแล้ว แค่กๆ… เออ ทุบแรงๆ!)

...สองรอบแล้วนะ สองรอบที่กูจะโทรเรียกรถโรงพยาบาลเพราะความบ้าของพวกมึง

ความชุลมุนเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ผมถอนหายใจอย่างระอาก่อนจะตัดสินใจหาอะไรทำฆ่าเวลาระหว่างรอไอ้หยางช่วยชีวิตไอ้แคระ เลื่อนฟีดมาเจอเกม ‘ชาติที่แล้วคุณเกิดเป็นอะไร’ เห็นน่าสนใจดีก็เลยเข้าไปเล่น โห ผมเป็นถึงพระยาเลยทีเดียวเชียว ไอ้เว็บบ้านี่เชื่อถือไม่ได้แล้วล่ะ

(กลับมาแล้ว)

“เป็นไง เอายาออกมาได้ปะ”

(ไม่ได้ว่ะแต่มันไม่เครียดละ เพิ่งนึกขึ้นได้ว่าไม่มีมดลูก)

“เออจริง นี่มึง ถ้าชาติหน้าเลือกเกิดได้จะเกิดเป็นอะไรวะ” ผมอยากเกิดเป็นเศรษฐี จะเอาตังไปซื้อรถให้หมดโชว์รูมเลย อยากเกิดเป็นพี่ชายพี่ตุลย์ด้วย จะได้เปย์กลับ อิอิ

(ไอติมมั้ง)

“ทำไม?” คิดว่าคนอย่างมันจะตอบอะไรที่เกี้ยวพาราสีผมมากกว่านี้ซะอีก แบบ...

(จะได้โดนมึงเลีย)

อือ แบบนี้แหละ...

“...ขออนุญาตวางสาย”

(อย่าๆ ไอ้เหี้ย หยอกหน่อยไม่ได้เลย)

บทสนทนาไร้สาระดำเนินต่อไปเรื่อยๆ โดยมีไอ้ต้นกับไอ้เทรนด์มาแทรกบ้างเป็นระยะ ไม่นานหลังจากนั้นทั้งสามคนก็ขอวางสายไปอ่านหนังสือ ผมก็ภาวนาขอให้ได้อ่านเพราะเวลาพวกมันอยู่ด้วยกันทีไรไม่เคยเป็นอย่างที่หวังสักที นัดไปยิมก็ไม่ได้ออกกำลังกาย นัดไปเที่ยวก็ขลุกอยู่แต่ในรถ ยิ่งช่วงนี้แม่งติดเกมเป็นหมู่คณะด้วย กลัวว่าจะชวนกันไปตีป้อมน่ะสิ

ก็อก ก็อก

“ครับ… อ่าว มีไรพี่ตุลย์”

เสียงเคาะประตูมาพร้อมกับการปรากฏตัวของร่างสูงในชุดบอล ความแปลกใจก่อขึ้นในอก ไม่บ่อยนะที่เขาจะเข้ามาหาผมดึกๆ ดื่นๆ แบบนี้ ถ้าเป็นช่วงอ้วนก็ว่าไปอย่าง ช่วงนั้นพี่ตุลย์มาตรวจดูทุกๆ สามนาทีเลยเพราะกลัวผมแอบกินอาหารกลางดึก

แต่นี่...

“นอนด้วยดิ”

“ห้ะ”

“เออ นอนด้วย”

จบประโยคอีกฝ่ายก็กระโดดขึ้นเตียง ส่งผลให้ตัวผมโยกไปตามแรง เดี๋ยว… เมื่อกี้เขาพูดว่าจะนอนที่นี่ใช่ไหม แต่ที่นี่คือห้องนอนของผมไม่ใช่เหรอวะ ห้องของพี่มันก็อยู่ไม่ไกลเลย จะบอกว่าขี้เกียจเดินเข้าห้องก็ไม่น่าจะใช่

“อึ้งอะไร”

“...พี่มามุขไหนเนี่ย”

“อยากอยู่กับน้องชายบ้างไม่ได้รึไง”

“ก็ไม่ใช่ว่าไม่ได้หรอก... ธันแค่แปลกใจ”

“คนแก่ขี้เหงาน่ะรู้จักไหม”

อะ

ยังไม่ทันได้ตอบกลับ อ้อมแขนแกร่งก็ดึงผมเข้าไปกอดไว้แน่นราวกลับกลัวจะอันตธานหายไป ฝ่ามืออุ่นสางผมให้อย่างอ่อนโยน ทุกการกระทำของเขาทำผมไม่กล้าขยับ แปลกไปจริงๆ… ผมพยายามไม่คิดถึงเรื่องนี้แต่ก็อดไม่ได้ จริงที่ว่าเราเป็นพี่น้องที่รักกัน เมื่อก่อนก็มีกอดบ้างมีหอมบ้างแต่ไม่ทำบ่อยขนาดนี้

ช่วงนี้ดูเขา… ติดผมยังไงไม่รู้

“นานแล้วนะที่ไม่ได้นอนกับมึงแบบนี้”

“นั่นสิ ครั้งสุดท้ายตอนธันม.2 มั้ง ที่พ่อเช่าหนังมาดูด้วยกัน”

“เออ ใครก็ไม่รู้กลัวผีจนไม่กล้านอนคนเดียว”

“ก็ตอนนั้นมันน่ากลัวจริงๆ นี่” หนังเกี่ยวกับบ้านผีสิงที่มีฆาตกรโรคจิตอาศัยอยู่ ซาวด์เขย่าขวัญ เนื้อเรื่องเขย่าอารมณ์เกินกว่าที่เด็กชายคีรินทร์วัย 14 ขวบจะรับได้จริงๆ หลอกดาวฉิบหาย… ข้างกล่องเขียนว่า ‘14+’ กูก็สิบสี่!!! แต่หนังเรื่องนี้เกินไปจริงๆ มึงควรแปะคำว่า ‘ไม่เหมาะกับคนทุกวัย เด็กไม่ควรรับชม ผู้ปกครองไม่ควรให้คำปรึกษา ทุกคนไม่ควรซื้อมาเพราะอาจติดตาไปจนวันตาย’

“หึๆ”

“ไม่ต้องมาขำเลย”

“...ธัน”

“?”

ผมเงยหน้าขึ้นไปสบตาคู่สนทนา นอนตะแคงกอดน้องแบบนี้ น้ำเสียงแผ่วเบาแบบนี้ สายตาอ่อนโยนแบบนี้ ...เขาเรียกว่าอ้อนใช่ไหม เห็นแล้วผมก็หลุดยิ้ม ยกมือขึ้นกอดตอบพี่ชายตัวเอง ท่าทางเขาจะเป็นคนแก่ขี้เหงาอย่างที่พูดจริงๆ แฮะ

“เล่าเรื่องชีวิตมึงให้ฟังหน่อยสิ”

“หือ?”

“กูอยากรู้”

“ห้ะ พี่จะอยากรู้ไปทำไม” ถ้าผมเป็นพะยูนแล้วพี่มันเป็นพวกทำสารคดีก็ว่าไปอย่าง

“ช่วงที่กูทำงานมีอะไรหลายๆ อย่างเกิดขึ้นกับมึง มีทั้งเรื่องที่กูรู้และไม่รู้ กลัวว่าถ้าไม่รู้เยอะไปมากกว่านี้จะแย่”

“?”

“ช่างเถอะ เล่าๆ มา เรื่องอะไรก็ได้”

พูดอะไรวะ ไม่ค่อยเข้าใจเลย

แต่ถึงจะไม่ค่อยเข้าใจเท่าไหร่ผมก็ทำตามที่เขาต้องการ เรื่องชีวิตงั้นเหรอ... งั้นเอาเป็นเรื่องที่โรงเรียนก็แล้วกัน วีรกรรมเปิ่นๆ ของเพื่อนผมเยอะดี ฮะๆ

คืนนี้สองพี่น้องนอนกอดกันกลมบนเตียงใหญ่ ภายในห้องนอนมีเพียงเสียงพูดคุย ไม่มีแสงไฟ ไม่เห็นหน้ากันแต่มันไม่ได้น่ากลัว ความจริง... ลึกๆ แล้วผมค่อนข้างติดพี่เหมือนกัน แต่พี่ตุลย์ทำงานหนักจนไม่ค่อยมีเวลาว่าง ตัวผมก็โตเป็นควายแล้วจะให้ไปออดอ้อนเป็นเด็กก็ไม่ใช่เรื่อง

เพราะงั้นพอช่วงนี้ได้อยู่ใกล้กันมากขึ้นผมก็รู้สึกอบอุ่นเหมือนได้เติมช่องว่างที่ขาดหาย

เป็นแบบนี้ไปสักพักก็ดีเหมือนกัน

“อ่าว ยังไม่กลับบ้านเหรอไอ้อุ๋งๆ”

“เออ รอไอ้หยาง”

“รอทำไมวะรถมึงก็มี”

“อยู่ดีๆ แม่งก็อยากกินขนมเบื้อง ลำบากกูต้องไปเป็นเพื่อนซื้อที่ตลาดนัดอีก” ไอ้หัสดินจริงจังกับเรื่องนี้มาก story ig สามสี่วันมานี้มีแต่ขนมเบื้อง ไม่จบเท่านั้นมันยังวาดรูปมาให้ผมดูทั้งวัน หนูลูก วาดขนมเบื้องยังไม่เหมือนเลย มองแวบแรกกูคิดว่าหอยแครงถือพู่

“ห้ะ ขนมเบื้อง”

“เออ”

“…กูขอภาวนาให้มึงเจอนะ”

“กูก็จะสวดมนต์ขอให้เจอ” เพราะถ้าไม่เจอผมต้องทนฟังมันบ่นไปอีกหลายวัน ไอ้หยางเป็นคนที่ไม่ค่อยอยากกินอะไรแต่ถ้าเกิดอยากกินแล้วมันก็จะต้องกินให้ได้ ไม่ว่าจะเป็นรังผึ้งจากราชบุรีหรือสาลี่จากตรัง ขอแค่รู้แหล่งมันพร้อมขี่นินจาไปสอยมา “แล้วนี่ทำไมพวกมึงยังไม่กลับ”

“ว่าง”

“...”

“ผัวไอ้ดาไปแข่งบอลต่างจังหวัด ไอ้มิวไม่มีซ้อม กูไม่มีธุระ สามสาวสวยทรงเสน่ห์ก็เลยตกลงกันว่าจะเดินเล่นในโรงเรียนจนกว่าจะมีอะไรทำ แต่เดินมาตั้งแต่สี่โมงจนหกโมงครึ่งแล้วก็ยังไม่มีอะไรทำพวกกูก็เลยออกมาข้างนอก กะว่าจะไปวิ่งรอบสนามกีฬาจังหวัดสักสิบรอบ ดีนะที่เจอมึงก่อน”

“...กูเหรอ”

“เออ เดี๋ยวนั่งรอเป็นเพื่อน”

ชีวิตจะว่างอะไรขนาดนั้นวะ...

พวกไอ้แพนตกลงกันว่าจะรอเป็นเพื่อนผมจนกว่าไอ้ตะกละจะมา มีพวกมันนั่งอยู่ข้างๆ แล้วค่อยรู้สึกสบายใจขึ้นมาหน่อย เวลาผมอยู่หน้าโรงเรียนคนเดียวทีไรพวกผู้หญิงชอบมองด้วยสายตาน่ากลัว บางทีก็อยากตะโกนว่า ‘มองขนาดนี้เข้ามาปล้ำกูเลยก็ได้ไอ้เหี้ย’ แต่กลัวพวกเธอจะทำจริงก็เลยเงียบปากมาจนถึงทุกวันนี้

ทำเป็นเล่นไป สาวๆ สมัยนี้น่ากลัวจะตาย...

ปี๊น

เสียงบีบแตรของรถมอเตอร์ไซค์คันใหญ่เรียกความสนใจทุกคน ถามว่าเพราะเสียงดังคนก็เลยหันไปเหรอ ไม่ครับ เหตุผลจริงๆ อยู่ที่คนขับต่างหาก

“ผัวมารับละ พวกกูคงหมดประโยชน์”

“ไปกันเถอะสหาย ไปวิ่งรอบสนามกัน... ปล่อยแมวน้ำไปหาเจ้าชาย”

“กูก็คิดไว้แล้วว่าต้องนั่งได้แค่แป๊บเดียว ความร้อนจากม้านั่งยังไม่ทันซึมเข้ารูตูดกูเลยไอ้ฉิบหาย... รีบบิดหน้าตั้งมาหาเมียเชียวนะมึง” ไอ้พวกนี้... ผมจัดการฟาดพวกมันไปคนละครั้งข้อหาพูดไม่เข้าหูก่อนจะเดินสะพายกระเป๋าไปหาร่างสูง ซึ่งรถผมก็จอดอยู่ข้างๆ มันนั่นแหละ

“ไอ้ธันรีบเร็ว! เดี๋ยวของหมด”

“มันจะมีให้มึงรึเปล่ายังไม่รู้เลย” พูดมาได้ว่าของหมด กระดากปากบ้างไหมหัสดิน

“มีดิ!”

“เออๆ มีก็มี”

“หัวเด็ดตีนขาดยังไงวันนี้กูก็ต้องแดกให้ได้”

“อยากกินขนาดนั้นเลยเหรอวะ”

“มาก มากๆ แบบไม่เคยอยากขนาดนี้มาก่อน กูฝันถึงมันทุกคืนเลย” นักเรียนชายต่างโรงเรียนคร่อมรถมอเตอร์ไซค์คันใหญ่ของตัวเอง ส่งสายตาจริงจัง ท่าทางเองก็มุ่งมั่นซะจนอยากยกมือขึ้นมาก่ายหน้าผาก… อย่าให้กูรู้นะว่าใครเอาเรื่องขนมเบื้องมาเป่าหูมึง

ปี๊น!

“กูมารับแล้ว”

เสียงทุ้มต่ำดังขึ้นแทรกบทสนทนา เจ้าของเสียงเป็นคนที่ผมไม่คิดว่าจะมาอยู่ตรงนี้ หนุ่มหล่อท่าทางภูมิฐานเปิดประตูออกมายืนล้วงกระเป๋า เสื้อสูทสีกรมท่าเข้ารูปกับกางเกงยีนส์สีเข้มเรียกสายตาสาวๆ ที่อยู่บริเวณนี้ได้ไม่น้อย ไม่รู้จงใจหรือบังเอิญที่เขาเลือกจอดข้างๆ รถผม ตอนนี้จึงกลายเป็นว่า… ผมยืนอยู่ตรงกลางระหว่างไอ้หยางกับพี่ตุลย์ โดยรถของพวกมันสองคนล้อมรถผมไว้อีกที

ประทานโทษนะครับ คนหล่อสองคนนี้เขารู้ไหมว่าผมมีรถขี่เหมือนกัน ไม่จำเป็นต้องให้คนมารับ

“ต๊าย มีหนุ่มมารับอีกคนแล้ว”

“ฮ็อตจริงๆ เพื่อนกู เอาไงล่ะจะเลือกเป็นตุ๊กตาหน้ารถหรือเป็นสก๊อย”

ผมไม่ได้สนใจเสียงแซวจากเพื่อนๆ เพราะในหัวกำลังสงสัยว่าทำไมพี่ชายถึงมาอยู่ที่นี่ ผมค่อนข้างมั่นใจนะว่าวันนี้เราไม่ได้นัดอะไรกันไว้

“มารับธันเหรอ… ไปไหน?”

“ร้านไอ้ภาไง”

“ขอโทษพี่วันนี้ธันมีนัดแล้วอะ ไปวันอื่นได้ไหม” สงสารเด็กหิวขนม

“แต่ไอ้ภาเตรียมข้าวไว้ให้มึงแล้วนะ มีของอยากจะให้ด้วย ถ้าไม่ไปเอามันจะหักหานน้ำใจไปไหม”

ความลำบากใจตกมาอยู่ที่ผมซึ่งเป็นคนกลาง ทางซ้ายเป็นเพื่อนที่นัดกันไว้ก่อน ส่วนทางขวาคือพี่ชายที่ทำอะไรไม่เคยบอกล่วงหน้า มีมือถือไว้ส่องสิวไม่เคยคิดจะใช้ในการสื่อสาร ใจจริงผมอยากเลือกไอ้หยาง… แต่ประโยคเมื่อกี้ทำผมลังเล

“มึงไปเถอะ” ท่าทางของผมอยู่ในสายตาคนคนหนึ่งตลอด คนที่รู้เสมอว่าผมคิดอะไรอยู่

“แต่นัด...”

“เอาไว้ครั้งหน้าค่อยไปด้วยกันก็ได้ มึงก็ไม่ได้หายไปไหนสักหน่อย” คำพูดของมันไม่ได้ทำให้ผมรู้สึกดีขึ้นเลย โคตรรู้สึกผิด ผมส่งสายตาค้อนๆ ไปให้พี่ชายเป็นการด่านัยๆ ว่าคราวหน้าจะพาไปไหนให้บอกก่อน อีกฝ่ายเห็นแล้วนะ... แต่แคะขี้หูไม่สนใจ ฮ่วย!

“กูขอโทษนะเว้ย ครั้งหน้าสัญญาจะไม่ผิดนัดอีก”

“เออ งั้นกูไปละ ถ้าได้ขนมเบื้องมาแล้วจะถ่ายไปอวด”

“ถ่ายร้านมาด้วยล่ะ กูอยากรู้ว่าใครมันจะมาขายให้มึง”

“เออ คอยได้เลยไอ้สัส”

“งั้นกูไปละ ขี่รถดีๆ ล่ะ อย่าแซงรถสิบล้ออีก”

“ไม่เคยมั้ง หึ” ฝ่ามือใหญ่ขยี้หัวผมอย่างมันเขี้ยว ผมเองก็หลุดหัวเราะเบาๆ มันไม่เคยอย่างที่พูดจริงๆ นั่นแหละ ก็ขี่รถไปด้วยกันทีไรผมก็จะชี้หน้าย้ำทุกครั้งว่าห้ามขี่เร็ว ห้ามแซงรถใหญ่ ห้ามลืมใส่หมวก เห็นตำรวจให้ชะลอ ติดไฟแดงอยู่ผมก็ไม่เว้นนะ ฮะๆ

“งั้นไปละ เดี๋ยวโทรหา”

“อืม”

เราแยกย้ายไปคนละที่ ผมขี่รถตามพี่ตุลย์ไปร้านเดิม มานั่งวาดรูปเล่นจนคนในร้านคิดว่าผมเป็นหุ้นส่วนไปแล้วมั้ง บางทีพี่ภาก็หนีงานในครัวมานั่งคุยเล่นกับผม พอยิ่งรู้จักกันผมก็ยิ่งรู้จักนิสัยเธอมากขึ้น คนอะไรนอกจากหน้าตาดีแล้วยังใจดีอีก ห้าว ติดดิน คุยสนุก เอางานเอาการ เดาเลยว่าต้องมีหนุ่มหลายคนหมายปองไปเป็นภรรยา อย่างน้อยๆ ก็มีผมคนหนึ่งแหละที่อยากมีภรรยาแบบนี้

“พี่ภาสวัสดีครับ”

“หวัดดีๆ ไอ้ตุลย์บอกยังว่าพี่มีของจะให้”

“ครับ”

“งั้นรอแป๊บเดี๋ยวพี่มา แกนั่งวาดรูปเล่นไปก่อนนะ” จบประโยคร่างบางก็วิ่งเข้าครัว เสียงตะหลิวกระทบกระทะดังแว่วมาแต่ไกล นี่เป็นอีกหนึ่งเสน่ห์ของร้านนี้ที่ผมชอบ ดนตรีในร้านจะคลอเบาๆ ถ้าง่วงอยู่นี่หลงคิดว่าเป็นเสียงกระซิบแน่นอน เวลาประตูห้องครัวเปิดออกก็จะได้ยินเสียงภายใน วุ่นวายแต่ก็ดูมีชีวิตชีวาดี

“วาดไปกี่รูปแล้ววะ”

“ธันก็ไม่รู้เหมือนกัน น่าจะสิบมั้ง”

“ขอดูรูปที่มึงวาดหน่อยดิ”

“ไม่!”

ผมปฏิเสธเสียงแข็ง กอดสมุดวาดภาพของตัวเองอย่างหวงแหน เห็นอย่างนั้นคุณคณินก็ไม่ได้ว่าอะไร แค่โบกมือเชิงบอกว่า ‘เออๆ เรื่องของมึง’ แล้วก้มลงไปทำงานตัวเองต่อ ผมเองก็หันมาสนใจภาพตัวเองเช่นกัน จะไม่มีใครได้เห็นสมุดนี้ทั้งนั้น

ภาพนับสิบที่ผมบรรจงสร้างสรรค์กระจัดกระจายทั่วแผ่นกระดาษ วันก่อนผมลองถ่ายรูปร้านกลับไปวาดต่อแต่ก็ไม่ค่อยพอใจ มานั่งในสถานที่จริงมันถึงอารมณ์กว่าจริงๆ นั่นแหละ

“มาแล้วจ้า”

“ดี งั้นฝากน้องหน่อยกูจะไปคุยงาน” ว่าพลางลุกขึ้นจากเก้าอี้ วันนี้พี่ตุลย์ดูดีมากเลย ผมเองยังแอบมองตั้งหลายครั้ง

“เคๆ”

“อย่าลวนลามน้องกูล่ะ”

“กูไม่ได้เลวขนาดนั้นไหมล่ะ”

“หึ”

ร่างสูงเดินจากเราไปเหลือไว้เพียงผมกับสาวน่ารักตรงหน้า ไม่รอช้าเธอก็ยิ้มแฉ่ง ยื่นบางอย่างมาให้ผม กล่องโลหะขนาดเท่า A4 มีสนิมเกาะบ้างบางแห่ง สภาพโดยรวมจัดว่าค่อนข้างขลังแต่มองอีกมุมก็คลาสสิคดี

อะไรวะ กล่องเก็บเข็มเย็บผ้าเหรอ?

ไม่รอให้สงสัยนานว่าของข้างในคืออะไรเธอเปิดฝาออก… สิ่งที่อยู่ภายในทำผมเบิกตากว้าง มันคือสีน้ำหลอดหลากหลายยี่ห้อ จำนวนมีมากจนเกือบล้นกล่อง ถึงจะเลอะเทอะแต่ก็มองออกว่าเป็นยี่ห้อดังทั้งนั้น ราคารวมหลักพันตอนปลายแน่นอน ...เชี่ย

“ความจริงมันเป็นของพี่เองแต่ไม่ได้ใช้แล้ว จะทิ้งก็เสียดาย เห็นแกใช้สีน้ำเหมือนกันก็เลยคิดว่าน่าจะเป็นประโยชน์ให้ได้บ้าง” ไม่บ้างหรอกพี่ มากเลยล่ะ

“เฮ้ยพี่ ให้ผมจะดีเหรอ”

“ดีดิวะ ดีกว่าอยู่กับพี่ ฮ่าๆ”

“พี่ภา… พี่แม่งโคตรใจดีเลยแต่ผมเกรงใจไม่ขอรับไว้ดีกว่า มันแพงไป” ผมยกมือไหว้อย่างนอบน้อม ผมดีใจมากที่พี่เขาจะยกให้แต่มันมีค่าเกินกว่าที่จะเอามาให้ผม เราเพิ่งรู้จักกันไม่นานเอง อยู่ๆ มาให้ของแพงแบบนี้ใครมันจะไปกล้ารับวะพี่

“ตายแล้วตะหนู พี่เอ็นดู ขี้เกรงใจไม่เหมือนพี่ชายแกเลย เหอะๆ …น่า รับไว้เถอะพี่อยากให้จริงๆ”

“...ไม่ดีกว่าครับ”

“ถ้าแกไม่เอาพี่โยนทิ้งนะ”

“เฮ้ย! อย่าพี่”

ผมสะดุ้งตัวโยนหลังจากสาวเจ้าตั้งท่าจะขว้างกล่องออกนอกหน้าต่าง เมื่อเห็นท่าทางของผมเธอก็กระตุกยิ้มเจ้าเล่ห์ ให้ตายสิ แก๊งนี้เป็นแบบนี้ทุกคนเลยใช่ไหม

“งั้นก็เอาไป”

“...”

“อย่าคิดมาก พี่ให้ด้วยใจเว้ย”

“อือ...” สุดท้ายกล่องโลหะก็มาอยู่ในมือผมจนได้ แม้จะรับมาแล้วแต่ใจผมก็ยังเกรงใจอยู่ดี ต้องหาของมาตอบแทนพี่เขาแล้วล่ะ… ทำไงดี ใจผมเต้นแรงมากเลย ปากก็หุบยิ้มไม่ได้ รู้สึกเหมือนตอนที่พี่ตุลย์ซื้อ yzf ให้เลย ทำไมชีวิตโดนอุปถัมภ์บ่อยจังวะกู

“อย่าร้องๆ โอ๋ๆ”

“ไม่ร้อง… ผมชอบมากเลยขอบคุณนะครับ”

“เห็นแกชอบพี่ก็ดีใจ ตอนแรกยังคิดอยู่เลยว่าให้ดีไหมเพราะมันเป็นของเก่า”

“เก่าแต่มีคุณค่าครับ ผมจะเก็บอย่างดีเลย” ถ้าเป็นคอสีน้ำเชื่อสิว่าใครต่อใครก็อยากได้สิ่งนี้ทั้งนั้น ถ้าอยู่บ้านผมคงตีลังกากลับหลังโชว์ไปแล้ว โอ๊ย ดีใจ... มือสั่นด้วยไม่คิดว่าจะได้จับของดีขนาดนี้ ดูความคุณภาพดีของมันสิ ดูรูปทรงที่งดงาม

“ดีแล้ว”

“รู้สึกเหมือนมาปล้นพี่เลย”

“บ้า แกก็คิดซะว่าพี่เป็นเจ๊สิ”

“เจ๊เหรอ… ก็ดีนะ มีพี่ตุลย์เป็นป๋า มีพี่เป็นเจ๊ ฮ่าๆ” เริ่มไม่แน่ใจแล้วว่าผมเกิดมาเพื่อโดนเปย์รึเปล่า ทั้งรถ ทั้งสีน้ำ ทั้งโดนพาเที่ยว อีกหน่อยถ้ามีเครื่องบินรบมาจอดหน้าบ้านพร้อมจดหมาย ‘ให้ธันจ้า’ ผมจะไม่ตกใจเลย

“อี๋ งี้พี่ก็คู่กับมันดิ”

“ทำไมอะ ไม่ดีเหรอ”

“ไม่ดี! ผู้ชายแบบมันไม่สมควรได้คู่กับพี่”

ผมเท้าคางมองใบหน้าใสทุกอิริยาบท ริมฝีปากเล็กๆ กำลังบ่นเรื่องอดีตที่พี่ตุลย์เคยมารบกวนเธอไว้ ลามไปจนถึงวีรกรรมที่เขาทำตอนมหาลัย ด่าอยู่ดีๆ ก็หัวเราะออกมาซะงั้น โต๊ะของเราจึงเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะสดใสของเจ้าของร้าน

พี่ภาน่ารักดีว่ะ

น่ารักมากๆ...

เหนื่อยโว้ย

กว่าจะได้กลับบ้านก็เป็นเวลาสามทุ่มแล้ว คุณสถาปนิกหนุ่มคุยงานนานมาก นานจนพวกผมสงสัยว่าไปเดินตกท่อที่ไหนรึเปล่า พอถามว่าลูกค้าคนไหนโทรมาก็อึกอักเปลี่ยนเรื่องคุย ทำตัวน่าสงสัยขึ้นทุกวันนะพี่ชายผม หรือที่พักหลังทำตัวแปลกไปเพราะมีเรื่องปิดบังผม

แม่งแอบไปทำผู้หญิงท้องรึเปล่าวะ

ไม่หรอกมั้ง... แต่เพื่อความแน่ใจผมแอบไปส่งเฟสพี่มันหน่อยก็แล้วกัน เผื่อจะเจอเบาะแสอะไรบ้าง

Yang : ไม่เจอขนมเบื้องว่ะ แง

ฉิบหาย เพิ่งเห็น

จากที่คิดว่าจะไปจับผิดพี่ชายแต่ตอนนี้ต้องเปลี่ยนแผนมานั่งตอบข้อความไอ้หยางแทน มันส่งมาตั้งแต่ 18:54 น ตอนนั้นผมน่าจะกำลังคุยกับพี่ภาอยู่มั้ง เพลินจนไม่ได้สนใจอะไรเลย

Thanwa : โทษๆ พอดีกูไม่ได้จับโทรศัพท์

Yang : ไม่เป็นไร ไปไหนมา

ผมไม่พิมพ์ต่อแต่กดโทรหามันแทน ขี้เกียจพิมพ์ครับ จับพู่กันจนนิ้วชาแล้ว พี่ภาแนะนำให้ผมพักมือสักพักเพราะเธอกลัวผมจะนิ้วล็อค ฮะๆ

(ฮัลโหล)

“กูไปร้านเพื่อนพี่ตุลย์มา”

(อ่อ)

“แล้วตกลงมึงไม่ได้กินขนมเบื้อง?” กูรู้อยู่แล้วว่าต้องเป็นแบบนี้ ใครที่ไหนมันจะมาขายให้มึงครับหัสดิน นอกจากช่วงเทศกาลแล้วกูไม่เคยเจอสักชิ้น ทำแดกเองยังง่ายกว่าพลิกแผ่นดินหาอีกมั้ง

(เออ เศร้าฉิบหาย)

“สงสาร หึๆ”

(พรุ่งนี้ไปหาด้วยกันนะ)

“เอาดิ” ความรู้สึกผิดที่ผิดนัดมันยังอยู่ พอรู้ว่ามันยังไม่ได้กินในใจผมก็แอบดีใจนิดๆ แต่ให้ตายสิ ถ้าไปหาแล้วไม่เจอจะทำไงดีวะ เหอะๆ

เราคุยกันจนถึงเที่ยงคืนอีกฝ่ายก็ขอไปทำการบ้าน มันบอกว่าครูที่โรงเรียนสั่งงานเยอะมากต้องรีบปั่นจะได้ไม่เป็นดินพอกหางหมู ดี รู้จักขยัน คิดอะไรเพลินๆ ได้สักพักผมก็ตระหนักได้ว่าสมควรแก่เวลานอนสักที พรุ่งนี้ต้องตื่นแต่เช้า ต้องรีบนอน

ตือดึง

เจ๊ : ไอ้น้องงงงงงง

ไม่เคยได้นอนเร็วจริงๆ...

Thanwa : ครับพี่

เจ๊ : ใช้สีน้ำที่พี่ให้ยัง

Thanwa : ใช้แล้วว ดีมากเลย

จากตอนแรกที่กะจะตอบเป็นพิธีแต่ดันลืมไปว่าคู่สนทนาเป็นพวกเดียวกัน พอเริ่มเปิดประเด็นเรื่องที่ชอบผมก็เหมือนคนสติแตก ส่งข้อความตอบกลับไปอย่างรวดเร็ว สีที่พี่ให้แม่งดีมาก สดใส ละมุน นุ่มนวล แต่โทนเข้มก็ดุดันสะใจ ใช้แล้วใจเต้นตึกตักอย่างกับคนมีความรัก!

ยาว... คุยกันยาวเลยไอ้เหี้ย

เราจบบทสนทนาตอนตีหนึ่ง... เวลานั้นผมเพิ่งรู้ตัวว่าคุณคณินมานอนแอ้งแม้งข้างๆ เป็นที่เรียบร้อยแล้ว กรรม ไม่รู้สึกตัวเลย นี่ถ้าโจรเข้ามาตอนนี้ผมก็คงไม่รู้ว่ามันขโมยอะไรไปบ้าง

“พี่ตุลย์ ผมซื้ออะไรให้พี่ภาดี”

“หือ นี่พวกมึงพัฒนาความสัมพันธ์กันเร็วถึงขั้นนี้แล้วเหรอ เป็นแฟนกันละ?”

“บ้า ไม่ใช่ ผมแค่อยากซื้ออะไรตอบแทนพี่เขา” พี่มันเอาอะไรมาพูดเนี่ย คนเพิ่งเจอกันไม่กี่อาทิตย์จะมาเป็นแฟนกันได้ไง ไม่สิ คนอื่นอาจจะเป็นได้แต่สำหรับคนอย่างผมไม่มีทางเป็นแบบนั้นแน่นอน แฟนนะเว้ยไม่ใช่หมา เราต้องศึกษากันก่อนสิ

“อ๋อ...”

“พี่ภาชอบอะไรอะ มีของที่อยากได้ปะ”

อยากจะซื้อพวกอุปกรณ์ศิลปะอยู่หรอกแต่ดูจากการที่สละสมบัติตัวเองให้คนอื่น พี่เขาน่าจะเลิกวาดแล้วมั้ง น่าเสียดาย ทั้งๆ ที่ฝีมือดีขนาดนั้นแท้ๆ

“ช่อดอกไม้”

ห้ะ...

“เหรอ มันจะไม่หวานแหววไปเหรอพี่”

“ไม่หรอก เห็นห้าวๆ แต่หัวใจคิตตี้นะ กางเกงในมันมีแต่สีชมพูทั้งนั้นแหละ” ผมควรตอบกลับไปว่าอะไรดี พวกเขาสนิทกันถึงขั้นนี้แล้วเหรอ คำว่า ‘ทั้งนั้น’ หมายความว่าเห็นมาหลายตัวแล้วสินะ...

อืม เอาตามนั้นก็ได้

ซื้อดอกไม้ก็แล้วกันแต่ขอเวลาเก็บตังก่อน ผมอยากได้ช่อใหญ่ๆ


_________________________________________________________________________________________
I'm back!
ที่กลับมาได้เพราะมีลุ้นว่าจะได้เข้ามหาลัยแล้ว55555
น้ำตาจะไหล....
วันที่ 25 จะไปสอบสัมภาษณ์ที่เชียงใหม่ เย่!!!!!

....
แต่ติดไหมก็อีกเรื่อง ( , _ , )

++++++++++++++++++++++++++++
นี่เพิ่งมานึกเล่นๆ ว่าเวลาตัวเองวางแผนอะไรไม่เคยเป็นอย่างที่คิดเลย
ตอนแรกคิดไว้ว่าจะแต่งหยางธันให้จบใน 20 ตอน
สรุป...
ตอนที่ 12 ธันวาเพิ่งผอม
ตอนที่ 28 เพิ่งสารภาพรัก + จูบ
ตอนที่ 30 เพิ่งถึง intro
ตอนที่ 34 ยังเป็นเพื่อนกันอยู่
โว้ยยยยยยยยย555555555

-23/4/2018
-Mommae-
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2.302K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

30,011 ความคิดเห็น

  1. #29981 9494 (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 14 สิงหาคม 2563 / 08:04
    สงสารหยางงงงงง
    #29,981
    0
  2. #29906 Suraiya1874 (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 8 สิงหาคม 2563 / 18:21
    พี่ตุลย์แม่งงงงงง แงงง
    #29,906
    0
  3. #29671 MoRO66 (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2563 / 03:05
    พี่ตุลย์อย่าจับคู่น้อง ;-;
    #29,671
    0
  4. #29670 Pangrumm01 (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2563 / 02:44
    อิพี่ตุลย์!!! หยางๆกำลังจะโดนทิ้งแน่ๆเลย โว้ยยยย!!
    #29,670
    0
  5. #29363 จิ้งจอกสีเทา (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 16 เมษายน 2563 / 11:48
    ไม่เอาน้องไม่เอาแบบเน้~~~

    อิพี่ตุลย์โว้ยยยยยยย
    #29,363
    0
  6. #29354 comeback2me (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 14 เมษายน 2563 / 09:43
    อิพี่ตุลย์ อย่ายุ่งเรื่องความรักของน้องสิ ให้เค้าได้ลองผิดลองถูกก่อนได้มั้ยละ5555 #สาววายนอยยยยย
    #29,354
    0
  7. #29272 BIGTON (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 8 เมษายน 2563 / 18:46
    สาววายไม่ถูกใจสิ่งนี้ อิพี่ตุลย์ทำไมทำแบบนี้ รู้นะว่าทำแบบนี้เพราะอะไร อย่าหวั่นไหวนะธัน....
    #29,272
    0
  8. #29238 fahneung622 (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 7 เมษายน 2563 / 01:07
    ไม่เอาแบบนี้ ไม่โอเคอ่ะพี่ตุลย์!! ให้มันเป็นเรื่องของคนสองคนสิ!!!!!
    #29,238
    0
  9. #29184 tawann_614 (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 5 เมษายน 2563 / 15:36
    พี่ตุลย์เกินไปมากๆๆๆๆๆ
    #29,184
    0
  10. #29034 KK-Cloudy (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 3 เมษายน 2563 / 22:47
    ถึงพี่ตุลย์จะหล่อสายเปย์รักน้องธันมากขนาดไหน แต่จะทำแบบนี้มั่ยดั้ย นุมั่ยย้อม!!!!
    #29,034
    0
  11. #28773 phat224468 (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 11 กรกฎาคม 2562 / 17:18
    พี่ตุลย์ หวงน้องได้ แต่แบบนี้มันเกินไปแล้วนะะ
    #28,773
    0
  12. #28717 Shipnielong (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 14 เมษายน 2562 / 20:56
    พี่ตุลย์ อย่าเลยนะะะ แบบนี้มันก็กีดกันเกินไปไหมอ่ะ เรารู้นะเฮ้ยว่าพาธันไปร้านพี่ภาทำไม เพราะจะใ
    แนะนำพี่ภาให้ใช่ไหมล่ะ? ไม่ได้นะพี่ย์ แบบนี้มันไม่ด้ายยยยยยย//เราๆม่โอเคเลยนะเฮ้ย รู้นะว่าหวงน้อง แต่แบบ ทำแบบนั้นก็ไม่ต่างอะไรกับการที่อยากให้น้องมีแฟนเร็วๆเลย มันย้อนแย้งกันนะพี่ หวงน้องแต่แนะนำเพื่อนให้น้องเนี่ย ถึงจะทำเพราะจะกีดกันไม่ให้หยางกับธันคบกันก็เถอะ
    #28,717
    0
  13. #28675 ชากุหลาบอุ่นอุ่น (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 10 เมษายน 2562 / 13:08
    😊😊😊
    #28,675
    0
  14. #28600 gan8824 (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 31 มีนาคม 2562 / 18:20
    หวงน้องได้ เเต่แบบนี้ก็เกินอะ สงสารหยางงง
    #28,600
    0
  15. #28569 rosayrai (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 30 มีนาคม 2562 / 09:34
    พี่ตุลย์ทำไมพี่นิสัยไม่ดีแบบนี้อ่ะ แยกเพื่อน(ผัวเมีย)มันไม่ดีนะ สาธุขอให้ในอนาคตพี่โดนเพื่อนสนิทเมียหรือพี่เมียจับแยกแบบนี้บ้าง
    #28,569
    0
  16. #28430 Callmeyou (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2562 / 14:55
    ฉิบหายละ พี่ตุลย์ทำไมทำแบบนี้ะ ทำไมต้องกีดกันหยางหยางไม่ดีตรงไหนวะ หลายรอบละนะสงสารอ่ะ เฮ้อ
    #28,430
    0
  17. #28307 greentealatte ♡ (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 26 มกราคม 2562 / 20:18
    พี่ตุลไม่น่ารักแล้วอ่ะ คือถ้าไม่อยากให้ธันคุยกับหยางก็บอกหยางดีๆมั้ย
    #28,307
    0
  18. #28159 VKK42 (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 24 มกราคม 2562 / 15:17
    ป๋าจะจับคู่ให้น้องกราส?
    #28,159
    1
    • #28159-1 VKK42(จากตอนที่ 38)
      24 มกราคม 2562 / 15:18
      หราาา*
      #28159-1
  19. #27756 jjuinne (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2561 / 20:45
    น้องอย่าหวั่นไหวกับเจ๊ภานะลูกก พี่ตุลย์นี่ก็นะจับตีซะเลยหนิ
    #27,756
    0
  20. #27199 loocbomb (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 8 กรกฎาคม 2561 / 01:45

    พี่ตุลย์T.T น้องเจ็บบ

    #27,199
    0
  21. #27126 กษิดิศ ปักษี (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 3 กรกฎาคม 2561 / 20:59
    ...นี่มันการพยายามจับแยกกันหนิ!!!!
    #27,126
    0
  22. #26966 Ono SEiJi (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 2 กรกฎาคม 2561 / 01:18
    สงสัยในความซี้กันของป๋าตุลย์กับเจ๊ภามากค่ะ 555 นี่แกซี้กันถึงขั้นรู้สีกางเกงในมันยังไงๆอยู่นะ
    #26,966
    0
  23. #26541 Nada Am (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2561 / 16:11
    พี่ตุลลลล อย่าแยกเขาออกจากกันนนน
    #26,541
    0
  24. #26496 Forensic_fair (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2561 / 01:26
    พี่ตุลย์อะะะ 😂😂😂
    #26,496
    0
  25. #26463 mumuninnin (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2561 / 18:09
    ฮ๊อลลลลลลลลลลล อิพี่ตุลย์นางจะจับคู่ให้น้องอ่ะ มันใช่หรอวะ ละกลัวธันเข้าใจความรู้สึกตัวเองผิดอ่ะ โว้ยยยยยยยยยย
    #26,463
    0