I'm on a diet! : อย่าท้า เดี๋ยวจะหาว่าไม่เตือน [END]

ตอนที่ 32 : ครั้งที่ 28 การกระทำ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 51,570
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,449 ครั้ง
    22 ม.ค. 62




ครั้งที่ 28 การกระทำ

[ธันวา]

Yang : มึงเอาอะไรไปบ้างวะ

Thanwa : ใส่ชุดนอนไปเลย แล้วก็เสื้อผ้าของวันพรุ่งนี้ มึงอะ

Yang : เหมือนมึง

Thanwa : ดี ไม่ต้องเตรียมพวกเครื่องนอนไปหรอกเพราะที่นั่นมีครบ

ณ ตอนนี้เป็นเวลาสองทุ่มตรง ผมกับไอ้หยางกำลังเตรียมตัวที่จะไปนอนรอเอาคัทเอาท์ขึ้นตอนตีสองที่โรงเรียนครับ ไม่เชิงรอหรอก ตอนแรกกะว่าจะไม่นอนกันแต่มันมีเพื่อนบางคนที่บ้านอยู่ไกลก็เลยต้องมานอนโรงเรียน พวกเธอบอกว่านอนกันไม่กี่คนกลัวผีมาก ฉะนั้นด้วยความ ‘ประธานรักความเท่าเทียมของไอ้อิม’ มันก็เลยใช้อำนาจสั่งให้สต๊าฟทุกคนมานอนกันให้หมดเพื่อนจะได้ไม่เหงา น่ารักไหมล่ะ

อ้อ สงสัยสินะว่าเอาไอ้หยางไปทำไม

ก็มันเป็นหนึ่งในบุรุษผู้ซึ่งจะมายกคัทเอาท์ขึ้นให้เราไงครับ ไม่ได้มีแค่มันนะ มีทั้งไอ้ต้น ไอ้เทรนด์ ไอ้เจ และเพื่อนๆ สีแดงของมันอีกจำนวนหนึ่ง ทุกคนต้องมานอนด้วยเหมือนกันแต่พวกมันไม่ได้คัดค้านอะไรหรอก ออกจะดี๊ด๊าด้วยซ้ำที่ได้มานอนรวมกับสาวๆ

หึ กูเตือนไว้เลยว่าระวังตัวเองไว้ ระวังจะโดนข่มขืนไม่รู้ตัว

Yang : แล้วมึงได้ลองเสื้อสต๊าฟรึยัง ไอ้แพนมันสั่งไซส์ให้ก่อนจะวัดตัวไม่ใช่เหรอ

Thanwa : เออว่ะ ยังไม่ได้ลองเลย ลองแป๊บบบบ

Yang : มาบอกด้วย

ผมลุกขึ้นไปค้นๆ เสื้อในตู้เสื้อผ้าออกมา ตั้งแต่ได้มาแม่ก็เอาไปซัก หลังจากนั้นผมก็ไม่เคยได้แตะต้องมันอีกเลย พรุ่งนี้จะกีฬาสีแล้วผมต้องเอาออกมาลองสักหน่อยเผื่อมันมีปัญหาจะได้แก้ทัน คิดได้ดังนั้นก็จัดการถอดเสื้อที่ใส่อยู่แล้วแทนที่ด้วยตัวใหม่ ให้ทายว่าผลมันออกมาเป็นยังไง…

อืมมม

Thanwa : โอเคนะ

Yang : จริงดิ

Thanwa : อ่าฮะ

พิมพ์ข้อความส่งให้เพื่อนสนิทแล้วก็ดูตัวเองในกระจก ...ความจริงมันแอบหลวมนิดๆ และเนื่องจากเป็นเสื้อยืดคอวี พอหลวมแล้วคอเสื้อจึงกว้าง แต่ไม่ได้น่าเกลียดนะมันแค่แหวกเห็นไหปลาร้านิดหน่อย ผมใส่ได้ไม่มีปัญหา ถึงใส่แล้วจะดูเหมือนพวกแบดบอยก็ตามที

Yang : ถ่ายมาให้ดู

Thanwa : ครับพ่อ *ส่งรูปภาพตัวเอง*

“ไม่คิดว่าจะทำได้นะเนี่ย” ผมคลี่ยิ้ม ใช้มือลูบหน้าท้องแบนราบพลางนึกถึงเมื่อก่อน… บอกตามตรงว่าตอนที่ไอ้แพนเขียนไซส์ M ลงไปในกระดาษผมเครียดมาก ไม่มีความมั่นใจเลยว่าจะทำได้อย่างที่เพื่อนหวัง แต่สุดท้ายด้วยความพยายามผมก็สามารถลดได้

นอกจากพี่ตุลย์ ไอ้หยาง ไอ้ต้น ไอ้เทรนด์… มึงก็เป็นอีกคนที่ทำให้กูมีวันนี้ ขอบคุณนะเว้ยไอ้แพน

ตือดึง

Yang : ไปซื้อตัวใหม่ กูไม่ให้มึงใส่ตัวนี้

เอ้า พ่อไม่ปลื้มซะงั้น

Thanwa : ทำไมวะ

Yang : มึงเห็นไหมว่าไหปลาร้าโผล่

Thanwa : ก็นิดเดียว

Yang : นิดเดียวพ่อมึงสิ ไม่รู้แหละ ไปซื้อตัวใหม่ซะ

Thanwa : ซื้อได้ไงล่ะไอ้สัส นี่เสื้อสั่งทำ ถ้าไม่สั่งเกินห้าสิบตัวร้านก็ไม่ทำให้หรอก อีกอย่างตอนนี้ก็สองทุ่มแล้ว ร้านที่ไหนมันจะเปิดให้มึงครับพ่อ ถึงจะเปิดให้เขาก็ไม่รับทำงานด่วนเหี้ยๆ แบบนี้หรอก แหม๊ สั่งวันนี้จะรับของพรุ่งนี้ คิดได้ไง

Yang : มึงก็ไปขอแลกกับเพื่อนที่ตัวอ้วนขึ้นดิ

Thanwa : หัสดิ๊น พูดง่ายทำยากนะครับ

ไอ้เชี่ย มันจะมีเพื่อนคนไหนบ้างล่ะที่น้ำหนักขึ้นช่วงก่อนกีฬาสี มีแต่เขาต้องวิ่งวุ่นทำงานหนักกันทั้งนั้น อย่าว่าแต่น้ำหนักขึ้นเลย ตาจะลืมขึ้นรึเปล่ายังไม่รู้เลย

แอ๊ด

“กูไม่ชอบเสื้อตัวนี้”

!

“ไอ้เชี่ยหยาง ตกใจหมด” ขณะที่ผมกำลังคิดอะไรเพลินๆ ประตูห้องก็เปิดออกพร้อมกับการมาถึงของร่างสูง ถ้ามันมาปกติผมจะไม่ตกใจเลย นี่มีโคลนสีดำทาทั่วหน้า สันดานเอ๊ย… หัวใจกูจะวายตาย ใครสั่งใครสอนให้มึงทาโคลนลอกสิวเสี้ยวแล้วเดินออกมานอกบ้าน “หัวค_ย ก่อนออกจากบ้านหยินไม่ทักเหรอว่าให้ลอกหน้าก่อน”

“ก็ทักนะแต่มันยังไม่ถึงเวลาลอกไง อย่าเปลี่ยนเรื่อง เอาเรื่องเสื้อมึงก่อน”

“ไม่เป็นไรหรอกหลวมนิดเดียว”

“นิดส้นตีนมึงดิ มันหลวมมาก” ไม่พูดเปล่า อีกฝ่ายจับๆ ดึงๆ เสื้อผมหลายครั้งเพื่อสำรวจ แต่สงสัยยังไม่สาแก่ใจพ่อคุณถึงเอาสายวัดออกมาจากกระเป๋ากางเกงแล้วจัดการวัดคอเสื้อผม... “เนี่ย! ถ้าไม่หลวมคอเสื้อจะกว้างสามสิบเซนไหมไอ้ควาย”

“ใส่ไปนานๆ เดี๋ยวคอเสื้อมันก็หดเข้าเองอะ”

“หดได้ก็เหี้ยละ”

“ได้ดิ โอ๊ย”

เพี๊ยะ

ผมเอามือกุมปากเนื่องจากโดนตบกะทันหัน ถึงจะไม่แรงมากแต่ก็แอบชาเบาๆ ...ไอ้เชี่ย นอกจากจะไม่ขอโทษแล้วมันยังกอดอกขู่ต่ออีก จิตใจมึงทำด้วยอะไรวะ

“เถียงเก่ง เดี๋ยวมึงจะโดนกูฟาดนะธัน”

“ทำไมมึงโหดจังวะ”

“ก็ดูมึงทำตัวดิ”

“เออน่าไม่เห็นเป็นไร กูเห็นพวกนักกีฬาถอดเสื้อวิ่งในสนามกันลึ่มร่ำ ไม่มีใครด่าสักคน”

“ไม่เหมือนกัน พวกนั้นหุ่นดีจะโชว์ก็ปล่อยพวกมันไปดิ” เดี๋ยวนะ

“นี่มึงด่ากู?”

“เออ”

“ไอ้ปากหมา หุ่นกูดีจะตาย” ผมเบะปาก หันไปมองกระจกอีกครั้ง เนี่ย ร่างโปร่ง ผิวขาว ซิกแพคก็มีนิดหน่อย (หน่อยจริงๆ) บวกกับหน้าตาแล้วมันก็ไม่ได้แย่นะเว้ย ตอนเข้าฟิตเนสสาวมองกันให้ควัก มึงช่างมีตาหามีแววไม่ไอ้หอกหักหัสดิน

“ก็เพราะดีไงกูถึงไม่อยากให้โชว์...”

“อะไรนะ?”

“เปล่า กูบอกว่าคนอื่นตาไม่ดี” คู่สนทนาไหวไหล่ไม่สนใจ จัดการถอดเสื้อผมออกอย่างรุนแรง อ๊าก ถ้าหัวกูหลุดขึ้นมากูจะดึงไอ้โคลนลอกสิวเสี้ยนของมึงทั้งหน้าเลยคอยดู “ไม่รู้แหละ มึงต้องไปเปลี่ยนกับใครสักคน ใครก็ได้ที่มีเสื้อไซส์พอดีตัวมึงตอนนี้”

“สั่งจังพ่อคุณ กูบอกว่าพูดง่ายทำยากไง”

“ทำยากตรงไหน พอไปถึงโรงเรียนมึงก็เดินไปถามเพื่อนว่าใครอ้วนขึ้นบ้าง ก็แค่เนี้ย”

“ถ้าง่ายอย่างนั้นมึงทำเองเลยไหมล่ะ”

“เออ เดี๋ยวจัดการให้”

นี่กู ประชดนะ…

เมื่อหมดทางที่จะเถียงผมจึงปล่อยพ่อคุณเขาทำตามที่ตัวเองอยาก มันจัดการทักไปถามเพื่อนๆ ที่อยู่สีเดียวกับผมว่าใครมีคุณสมบัติอย่างที่กล่าวไปแล้วบ้าง แน่นอนว่าทุกคนพูดป็นเสียงเดียวกันว่า ‘ขอโทษนะ น้ำหนักเราก็ลดจนเสื้อหลวมๆ เหมือนกัน’ ไอ้หยางก็เลยหงุดหงิดไม่น้อย

“กูบอกมึงแล้วว่าไม่มีใครอ้วนขึ้นหรอก” ผมแสยะยิ้มให้ไอ้คนที่นอนอยู่บนตัก มันบอกว่าขอนอนรอเวลาลอกหน้าแป๊บเดียว นี่ก็ผ่านมาสิบนาทีละ มันใช้เวลานานขนาดนั้นเลยเหรอวะ

“แล้วจะทำยังไงกับเสื้อมึง กูไม่ให้ใส่จริงๆ นะธัน”

“ทำไมจะใส่ไม่ได้” ควาย ตัวกูอะใส่ได้พอดีเลย ติดตรงคอกว้างนิดเดียวเนี่ย

“มันเปิดกว้าง เห็นไหปลาร้า เห็นคอ อีกนิดเดียวก็จะเห็นอกแล้วเนี่ย” พ่อคุณขมวดคิ้วยุ่งขณะใช้ปลายนิ้วค่อยๆ แกะโคลนแห้งๆ ออกจากหน้า แน่นอนว่าด้วยความเป็นเพื่อนที่ดีมาก ผมจึงปัดมือมันออกแล้วเป็นคนจัดการหน้าที่นั้นเอง กูรอเวลานี้มานานแล้ว หึ

“แล้วไงวะ มันก็ไม่ได้น่าเกลียด” ค่อยๆ ลอกนะมือกู อย่าให้ขาดนะมึง...

“มันไม่น่าเกลียดแต่กูไม่อยากให้ใส่”

“ทำไมไม่อยากให้ใส่”

ปึด!

“แดดมันแรงผิวมึงจะ... โอ๊ย! ธันวาเดี๋ยวมึงจะโดนดี” ร่างสูงส่งเสียงร้องอย่างเจ็บปวด ชี้นิ้วคาดโทษเมื่อผมดึงแผ่นสีดำออกมาจากหน้ามันภายในครั้งเดียว เหยดโด้ ออกมาเป็นหน้าเลยว่ะกูเก่งฉิบหาย นี่ๆ คุณดูสิวเสี้ยนสีขาวๆ พวกนี้สิ มันคือความสำเร็จของผมเลยนะ ไหนจะขนหลายเส้นนี่อีก

หึๆ กูหมั่นไส้มานานละ

“ครีมกันแดดก็มี เสื้อกันหนาวก็มี จะห่วงอะไร”

“กูยอมก็ได้ แต่มึงจะยอมรูดซิปเสื้อกันหนาวจนถึงคอไหมล่ะ”

“ไอ้บ้า อากาศร้อนจะตาย มึงจะฆ่ากูเหรอ” แค่คิดภาพตามกูก็ร้อนแล้วครับ ท่ามกลางแสงแดดเปรี้ยงปร้างชายคนหนึ่งใส่เสื้อสองชั้น เสื้อกันหนาวของเขารูดขึ้นถึงลำคอ แขนทั้งสองข้างอยู่ภายใต้การปกป้องของเนื้อผ้าหนาทึบ สาบานได้เลยว่าให้ตายยังไงผมก็ไม่เอาด้วยหรอก เหงื่อต้องไหลเป็นแม่น้ำไทรโยคแน่

“เห็นไหมมึงก็ไม่ยอม... ซี๊ด ไอ้อุ๋งๆ มันเจ็บจริงๆ นะเนี่ย มึงจะดึงแรงทำไมวะสัส”

“ไหนดูซิ”

ผมปัดฝ่ามือใหญ่ออกให้พ้นทางเพื่อมองใบหน้าคมคายชัดๆ ผิวที่เคยขาวตอนนี้กลับขึ้นสีแดงระเรื่อจนน่าสงสาร ทั้งจมูก แก้ม หน้าผากหรือแม้แต่คางก็ไม่เว้น โถ่  เห็นแล้วรู้สึกผิดเลยว่ะ ไม่น่าเลย พลั้งมือไปนิด

“แดงไหมวะ...”

“เออแดง ขอโทษๆ ฮะๆ”

“ยังจะขำอีก” คนบนตักยกมือขึ้นมาบีบแก้มผมแรงๆ ก่อนจะใช้กล้องหน้าโทรศัพท์สำรวจอาการเบื้องต้น เฮ้ย ผมรู้สึกผิดจริงๆ นะแต่มันก็อดขำไม่ได้ สภาพแม่งเหมือนลุงขี้เมาที่กระเดือกเหล้าไปแล้วสี่รังอะ “ไอ้ธัน แดงขนาดนี้มึงต้องรับผิดชอบแล้วไอ้เหี้ย”

“โอ๋เอ๋ ขอโทษแล้วไง ฮะๆ”

“เช็ดหน้าให้กูเลย” หือ

“เช็ดอะไร?”

“หน้ากูยังมีเศษโคลนเหลืออยู่ มึงต้องเป็นคนเอาออก” ก็จริงอย่างที่มันพูด ถึงจะลอกโคลนแผ่นใหญ่ออกไปแล้วแต่ก็ยังมีเศษดำเล็กๆ ติดอยู่ตามใบหน้า ผมทำให้ได้นะแต่...

“ทำไมไม่ไปล้างหน้าล่ะ เร็วกว่าอีก”

“ไม่เอา อยากใช้ ...มึงมีปัญหารึไง เป็นคนทำกูเจ็บแท้ๆ” นอกจากวาจาจะหาเรื่องแล้วสีหน้าเองก็ไม่ใช่เล่นเหมือนกัน อะๆ เห็นแก่ความผิดที่ทำลงไปกูจะยอมชดใช้กรรมให้ละกัน คิดได้ดังนั้นผมก็จัดการเอื้อมมือไปหยิบสำลีเช็ดหน้ากับน้ำเปล่ามาถือไว้ ไม่ใช่ของผมหรอก ของไอ้พี่ตุลย์มันลืมไว้ เหมาะเจาะจริงๆ

“หน้าแด๊งแดง ไปทำอะไรมาครับคุณลูกค้า”

“ถามมาก”

“เอ้า กูเพิ่งถามเองนะครับเนี่ย ทำไมคุณลูกค้าขี้โมโหจัง ฮะๆ” ผมแกล้งถามขณะแตะสำลีชุบน้ำลงบนผิวหน้า ออกแรงถูๆ ให้คราบสีดำออกไป ดูหน้าคุณลูกค้าสิครับ โคตรไม่สบอารมณ์เลย แหมแต่ก็สมควรแล้วล่ะ ถ้าเจ็บขนาดนั้นผมก็คงยิ้มไม่ออกหรอก

“เพราะมึงนั่นแหละ เจ็บฉิบหาย...”

“โอ๋เอ๋ๆ กูขอโทษๆ จะรีบทำให้เสร็จเร็วๆ นะ ฮะๆ”

ใช้เวลาไม่นานใบหน้าไอ้เพื่อนรักก็กลับมาหมดจดอีกครั้ง พอทำอะไรเสร็จเรียบร้อยเราสองคนก็ขี่รถไปโรงเรียนด้วยกัน วันนี้คุณหยางไม่ปล่อยให้ผมเอารถไปครับ มันกลัวผมจะหนีไปไหนอีก ต้องบอกเลยว่าหลังจากวันที่โดนจับได้ว่าไปร้านเหล้ากับพี่เต ไอ้หล่อนี่ก็ไม่เคยปล่อยให้ผมคลาดสายตาแม้แต่ก้าวเดียว

จากที่ติดอยู่แล้วตอนนี้โทรศัพท์นี่คือต้องอยู่ติดมือตลอดเหมือนมีกาวตาช้างแปะเอาไว้ ไปไหนไปกัน ไอ้หยางคอลมาต้องรับทุกครั้ง ถ้าไม่รับมาถึงบ้านแน่นอน สิ่งที่มันทำแม่งทำให้ผมงงมาก มันจับตามองผมไปทำไมวะในเมื่อก็เคลียร์กันแล้วว่าครั้งนั้นพี่เขาเศร้า ปกติผมก็ไม่ใช่คนเหลวแหลกเที่ยวกลางคืนประจำสักหน่อย

“โรงเรียนมึงตอนกลางคืนน่ากลัวฉิบหาย” พูดแล้วก็หันซ้ายหันขวามองรอบกายที่มีแสงอยู่ไม่กี่ที่ อย่ามองตอนขับรถอยู่ดิวะ

“ไม่ต่างจากโรงเรียนมึงหรอก”

“เออ น่ากลัวทุกโรงเรียนแหละ เราต้องไปที่ไหนนะ หอประชุมดรุณี?”

“อ่าฮะ” ถึงจะบอกว่านอนรอเอาคัทเอาท์ขึ้นแต่เราก็ไม่ได้ไปนอนที่หน้าอัฒจันทร์เชียร์หรอกเพราะว่ามันเป็นสนามหญ้าทั้งหมดไม่มีที่หลบน้ำค้างเลย ถ้านอนที่นั่นจริงๆ คงให้อารมณ์มาตั้งแคมป์สุดๆ ตั้งเต้นท์ ปูเสื่อ นอนคุยกันงี้

“นี่คือสต๊าฟทั้งหมดของสีแกเหรออิม เยอะว่ะ”

“คนโรงเรียนเราเยอะกว่าโรงเรียนแกไง”

“แล้ว… อ้าว มาแล้วเหรอข้าวใหม่ปลามัน” จากที่กำลังคุยกับไอ้อิมอยู่ บักต้นก็หันมาทักเราที่เพิ่งเดินเข้ามาใหม่ พวกไอ้เจเองก็โบกมือทักทายหยอยๆ

“เออ พวกกูนอนไหน”

“แล้วแต่เลย ที่ในหอประชุมมีเป็นไร่มึงจะนอนตรงไหนก็ได้ ถ้าอยากนอนกับพวกกูก็ไปนอนมุมโน้น ถ้าอยากนอนกับพวกแพนก็มุมนั้น ถ้าอยากสวีทกันสองคนก็หลบมานอนมุมนี้”

“หลบทำไม ตรงกลางเลยดิวะ คมชัดลึก”

“เออ เผื่อแผ่เพื่อนฝูงมองบ้าง ถือเป็นกรณีศึกษาไง ได้บุญนะมึง”

“หึ” ร่างสูงหัวเราะในลำคอขณะใช้เท้าเตะเข้าไปที่หลังพวกมันทีละตัว ผมไม่สามารถบอกได้จริงๆ ว่า ‘หึ’ ในที่นี้คือชอบหรือไม่ชอบเพราะรอยยิ้มบนใบหน้าของมันดูถูกใจมาก

“ไอ้หยาง มึงจะนอนไหน”

“นอนกับพวกไอ้ต้น”

“งั้นกูไปนอนกับพวกแพนนะ” ช่วงนี้ไม่ค่อยได้เจอหน้าพวกมันเลยเพราะแต่ละคนก็มีงานของตัวเอง ไอ้แพนหนักสุด ได้ข่าวว่าเมื่อวานซ้อมใหญ่จนหอบแฮ่ก ท่าทางจะจริงเพราะตั้งแต่เข้ามาในหอประชุมผมเห็นมันเอาแต่นอนอย่างเดียว ไม่ห่วงสวยเลยเพื่อนผม ท่านอนแมนฉิบหาย

“ไม่เอาดิ นอนด้วยกัน”

กูว่าแล้ว...

“หยาง มึงติดกูไปปะ ปล่อยให้กูไปหาเพื่อนบ้าง”

“กูก็เพื่อนมึง”

“กูหมายถึงเพื่อนคนอื่นไง”

“ไม่เอา ไม่ให้ไป” ฝ่ามืออุ่นดึงผมเข้าไปในอ้อมแขน มันกอดแน่นจนผมต้องศอกเข้าไปที่สีข้างเพื่อให้ผ่อนแรงลง ใบหน้าหล่อยังคงนิ่งเป็นปกติทั้งๆ ที่กำลังทำตัวเหมือนเด็ก แม่งไม่สะทกสะท้านอะไรเลย

“เฮ้ย ปล่อย”

“ไม่ปล่อย”

“เป็นเด็กรึไง”

“อือ” ยักคิ้วหาพ่อง โว้ยยยยยย

“ปล่อยดิวะ กูจะไปนอนกับแพน”

“รู้ตัวไหมว่ากำลังพูดอะไรออกมา มึงกำลังบอกว่าจะไปนอนกับผู้หญิงนะ สุภาพบุรุษเขาไม่พูดจาแบบนี้กันหรอก” คู่สนทนาก้มหน้าลงซบไหล่ของผม เลื่อนมือลงมากอดไว้ที่เอวแทน มีการโยกตัวไปซ้ายทีขวาทีด้วย เขาไม่ใช่หัสดินที่ทุกคนรู้จักอีกต่อไป นี่คือเด็กชายหยางอายุสี่ขวบ เด็กแถวบ้านผมเอง…

“แล้วสุภาพบุรุษต้องพูดยังไง ต้องบอกว่าจะไปนอนกับมึงเหรอ?”

“อือ ต้องนอนกับกู”

“ไม่นอนไม่ได้เหรอ อยากนอนกับเพื่อนบ้าง” ผมแกล้งถามขณะพยายามกลั้นขำกับท่าทีของเพื่อนสนิท มันยังไม่หยุดโยกตัวเราเลย ที่มาทำอะไรแบบนี้มึงคิดว่ามึงอายุเท่าไหร่ ตัวก็ไม่ใช่จะเล็กๆ สูงเกินร้อยแปดสิบไปตั้งกี่เซน อยากให้คนอื่นมองว่าตัวเองเป็นเด็กโข่งเหรอวะ… ไม่หรอก พวกเพื่อนผมไม่มีทางมองมันอย่างนั้นแน่ เท่าที่เห็นด้วยหางตามีแต่คนส่งสายตาหลงๆ มาพร้อมกับพึมพำว่า ‘น่ารัก’

ผมไม่เข้าใจพวกผู้หญิงจริงๆ

“ไม่ได้ ไม่อนุญาต”

“เดี๋ยวนี้ทำอะไรก็ต้องขออนุญาตเหรอ”

“เออ กูเป็นพ่อมึง ถ้าไม่ได้รับอนุญาตจากกูมึงไม่มีสิทธิ์ทำอะไรทั้งนั้น”

“เรื่องของมึง กูจะนอน” ไม่รอให้อีกฝ่ายขัดผมก็ใช้จังหวะที่มันกำลังเหวอรีบสะบัดตัวออกมาจากการเกาะกุม หันหลังแล้ววิ่งไปหากลุ่มเพื่อนสนิททันที ก่อนจะไปก็ไม่ลืมยักคิ้วทิ้งท้ายไว้ ถึงมึงจะแน่สักแค่ไหนสุดท้ายก็เป็นแค่เด็กกลัวพ่อแม่คนหนึ่งเท่านั้นแหละ “ห้ามตามมานะไอ้สัส ไม่งั้นกูจะฟ้องพ่อแม่ว่ามึงเพิ่งพรีออเดอร์รองเท้ามาจากเมกา”

“ชิ...”

เมื่อชนะใสๆ แล้วผมก็กระโดดดึ๋งดั๋งไปหาพวกไอ้มิว ชีวิตคนเรามันก็ต้องมีขึ้นมีลง จะให้ผมตกเป็นสองรองมันตลอดไม่ได้หรอกนะครับคุณผู้ชม

“กูคิดว่ามึงจะปลีกตัวมาไม่ได้ซะแล้ว”

“ก็เชี่ยหยางนั่นแหละ”

“หยางติดมึงมากเลยเนอะ ติดมากแบบมากๆ เลยอะ” ไอ้ดาเอ่ย ตามองไปที่บุคคลที่สาม เขากำลังนั่งเกาะกลุ่มเล่นไพ่กับเพื่อนด้วยใบหน้าเบื่อโลก หันมาส่งสายตาคาดโทษให้ผมบ้างเป็นระยะ ก็แค่มานอนกับเพื่อน มึงจะอะไรนักหนา ห่างกันไม่กี่เมตรเองเนี่ย

“กูก็ว่างั้น ช่างเรื่องนี้เถอะ… นี่ไอ้แพนมันนอนไปนานยัง?”

“มาปุ๊บนอนปั๊บ ท่าทางจะเหนื่อยมาก”

“หลีดอะเนอะ… กูว่าเราก็น่าจะนอนได้แล้ว” ตอนนี้สองทุ่มครึ่ง ไม่ได้ดึกมากถ้าเทียบกับปกติที่ผมนอน แต่พรุ่งนี้กีฬาสีไง เราต้องใช้แรงทำอะไรอีกเยอะแยะ ผมกลัวว่าถ้านอนดึกกว่านี้เราจะเพลีย แดดเมืองไทยก็ไม่ใช่เล่นๆ เห็นจากกีฬาสีไอ้เทรนด์แล้วท้อ

“ไม่เล่นเกมอะไรหน่อยเหรอวะ”

“ไม่อะ ง่วง” ตาจะปิดละ

“กูก็ง่วง” จับมือเลยเพื่อนมิว

“โห่ แต่กูอยากเล่นง่ะ นานๆ ทีกูจะมีโอกาสแยกมานอนกับเพื่อนฝูงนะเหวย” เออ ปกติมันไปนอนบ้านแฟนตลอดเลยนี่หว่า อีกอย่างแฟนมันก็นิสัยหึงโหดโคตรผัว ไม่เคยปล่อยให้ไอ้ดาไปไหนมาไหนกับพวกผมเลย

“เล่นคนเดียวไป พวกกูง่วง”

“ไอ้พวกโหดร้ายยยย… งั้นนอนคุยกันก็ได้”

อืม ก็ดีเหมือนกัน

ผมทิ้งตัวลงนอนข้างไอ้แพน ไอ้ดากับไอ้มิวก็นอนเรียงตามลำดับ ที่นอนของเราเป็นเสื่อธรรมดาๆ ผ้าห่มก็ขอยืมคหกรรมมา มันไม่ได้เลิศหรูแต่ก็ไม่ได้แย่ อากาศตอนกลางคืนของภาคเหนือไม่ว่าจะอยู่ฤดูไหนก็จะเย็นๆ สบายๆ นอนแบบไม่มีผ้าห่มยังได้เลย

“ว่ามา ดาด้าพร้อมละ อิอิ”

“มึงท้องยัง” ทั้งผมและไอ้มิวเอ่ยพร้อมกันโดยไม่ได้นัดหมาย ที่จริงเราพูดเล่นครับแต่ก็อยากจะรู้จริงๆ (?) ก็มันย้ายไปอยู่กินกับฝ่ายชายตั้งหลายเดือนแล้วผมก็ต้องถามเผื่อไว้บ้างตามภาษาเพื่อนสนิท ตอนที่มันบอกว่าจะไปผมนี่ค้านหัวชนฝาเลย ก็มีอย่างที่ไหนล่ะ มันเป็นผู้หญิงม.5 อายุก็เพิ่งจะสิบเจ็ดยังไม่บรรลุนิติภาวะ แถมเพิ่งผ่านคำว่าเด็กหญิงมาได้แค่สองปี

“พ่อมึงสิ กูกับมันไม่เคยมีอะไรกัน”

“จริงดิ” ไอ้เหี้ย นี่คือความจริงที่น่าตกใจ...

“เออ มึงเห็นกูง่ายขนาดนั้นเลยเหรอวะ”

“ง่ายไม่ง่ายมึงก็ย้ายไปอยู่กับเขาแล้ว”

“พวกจัญไร เพื่อนมึงรักนวลสงวนตัวกว่าที่คิดค่ะ ถึงจะย้ายไปอยู่กับมันแต่กูไม่เคยให้มันทำมากกว่าจูบเลย”

“ดี รอจบมหาลัยก่อนแล้วจะทำอะไรก็ทำ” ผมเอามือยันหัว มองหน้าคู่สนทนาชิลๆ แค่คิดจะมีอะไรกันมันก็มีแต่ปัญหาแล้ว ไหนจะต้องห่วงว่าจะท้องไหม อีกฝ่ายจะมีโรครึเปล่า ป้องกันแล้วถ้าหลุดล่ะจะเป็นทำยังไง

“ไอ้สัส รอนานขนาดนั้นเลยเหรอวะ”

“เอ้า แล้วมึงจะมีตอนไหนถ้าไม่มีหลังเรียนจบ”

“มหาลัยก็มีได้แล้วมั้งมึง” ไอ้นี่...

“ไม่ได้ กูไม่ให้มึงมี ถ้ามึงท้องขึ้นมามึงแน่ใจได้ไงว่าแฟนมึงจะรับผิดชอบ กูไม่ยอมให้เพื่อนต้องมาเสียอนาคตเพราะเรื่องไม่เป็นเรื่องหรอกนะ มึงด้วยไอ้มิว ไอ้แพน ห้ามใครในที่นี้มีอะไรกับแฟนก่อนเรียนจบทั้งนั้นไม่งั้นกูโกรธ… พวกมึงจะมีหลานให้กูอุ้มได้ตอนที่มีทุกอย่างพร้อมแล้วเท่านั้น กูไม่อยากให้หลานเกิดมาแล้วต้องลำบาก”

ผมพูดด้วยใบหน้าจริงจัง ทุกวันนี้ข่าวท้องในวัยเรียนมีเยอะจนผมกลัวว่าสักวันจะเกิดกับคนใกล้ตัว โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับเพื่อนรักของผม ความจริงผมกลัวพวกไอ้ต้นจะพลาดไปทำคนอื่นท้องเหมือนกันแต่มันก็ต่างกันอยู่ดี เพราะยังไงผู้ชายก็ตัวเปล่า แต่ผู้หญิงมีอีกหนึ่งชีวิตในท้อง มองแค่นี้ก็รู้แล้วว่าฝ่ายไหนเสียเปรียบกว่า

หืม

“พวกมึงเงียบกันทำไม” ผมพูดอะไรแปลกๆ ออกไปเหรอ ทำไมมันสองคนถึงทำหน้าแบบนั้น ไหนจะไอ้แพนที่ตื่นขึ้นมามองอีก...

เฮ้ย

“โอ๊ยพ่อหนุ่ม ทำไมมึงเป็นผู้ชายที่อบอุ่นอย่างนี้ ถ้ากูมีแฟนอย่างมึงคงหลงตายอะ มึงดีมากเลยธันวาา” ก่อนที่จะได้พูดอะไรต่อสามสาวก็พร้อมใจกันโถมตัวเข้ามากอดผมจนตัวกลม โอ๊ยๆ ไส้กูจะแตกแล้ว

“อบอุ่น มึงอบอุ่นมากเลยไอ้เหี้ย” โว้ย เลิกจุ๊บเหม่งกูสักทีไอ้มิว!

“ความคิดมึงสุภาพบุรุษมากอะ แลดูเป็นความคิดของเด็กใสซื่อบริสุทธิ์” อย่าๆ อย่าขยี้หัวกูแบบนั้นไอ้แพ๊น มึงกลับไปนอนเดี๋ยวนี้เลยนะ!

ศึกการดิ้นรนเพื่อเอาชีวิตรอดของผมดำเนินไปนานพอสมควรกว่าที่พวกนางทั้งสามจะยอมถอยออกไป ทั้งนี้ทั้งนั้นเพราะพวกมันง่วงล้วนๆ ผมเองก็เหนื่อยจากการออกแรงไปเยอะเหมือนกันแต่ยังนอนไม่ได้เพราะต้องตอบแชทไอ้คนที่เพิ่งทักมาก่อน

Yang : เล่นไรกัน

Thanwa : พวกมันจะปล้ำกู มันบอกว่ากูเป็นผู้ชายอบอุ่น...

Yang : ...

Thanwa : เล่นไพ่ไปตอบแชทไปไม่กลัวแพ้เหรอ

หนุ่มหล่อเลิกคิ้วมองหน้าจอโทรศัพท์ก่อนจะหันมามองผมที่กำลังตะแคงข้างมองมัน ไอ้พวกนั้นเก่งดีว่ะเล่นไพ่กันเหมือนมันมาก ผมเคยลองเล่นสองสามครั้ง ไม่เห็นจะสนุกตรงไหนเลยมีแต่แพ้กับแพ้ แม่ง

Yang : ระดับนี้แล้ว หลับตาเล่นก็ชนะ

Thanwa : ไอ้ตอแหลลลลลล

ผมเบะปากอย่างหมั่นไส้ให้คู่สนทนาเห็น ดูมันไม่สนใจเลยนะว่าผมกำลังด่าอยู่ มีการไหวไหล่ภูมิใจในตัวเองด้วย

Yang : แล้วนี่ทำไมยังไม่หลับ

Thanwa : กูสิต้องถาม ต้องตื่นไปเอาคัทเอาท์ขึ้นไม่ใช่เหรอ หลับได้แล้วพวกมึงอะ

ผมเน้นคำว่าพวกมึงให้อีกฝ่ายรู้ว่าไม่ได้หมายถึงมันคนเดียว ซึ่งมันก็ดี๊ดี พออ่านจบก็หันไปบอกเพื่อนแล้วชี้มาทางผม แม่งพร้อมใจกันไหว้พร้อมขยับปากว่า ‘ครับพ่อ’ พร้อมกัน หึ ไอ้พวกบ้า

Yang : เออๆ

Thanwa : กูง่วงละ ฝันดี

ร่างสูงไม่ได้พิมพ์ตอบแต่มันขยับปากบอกว่า ‘เหมือนกัน’ แสงไฟในห้องประชุมใหญ่เริ่มปิดลงทีละดวงจนในที่สุดข้างในก็ถูกปกคลุมไปด้วยความมืดมิด มีเพียงแสงจันทร์ที่ลอดผ่านช่องมาเท่านั้นที่ทำให้เราสามารถมองเห็นได้ โอ้โห ไร้เสียงคนมีแต่เสียงลมพัด รอบข้างมืดไร้เงาผู้ใด นี่มันคำบรรยายฉากลี้ลับชัดๆ

ขออย่าให้ผมตื่นกลางดึกเลย แม่งน่ากลัว

...คร่อก

เปลือกตาหนักอึ้ง ผมกระพริบถี่ก่อนจะค่อยๆ ปิดลงช้าๆ เวลาพาผมเข้าไปในห้วงนิทรา สิ่งที่รับรู้ได้มีเพียงความเย็นจากการห่มผ้าแค่ครึ่งเดียว เดี๋ยวพอตีสองตีสามมันก็เริ่มร้อนแล้วครับ ห่มครึ่งๆ แบบนี้แหละดี ...แต่ถึงจะห่มครึ่งตัวยังไงผมก็ไม่ลืมที่จะม้วนผ้าห่มมารองเท้าตัวเองไว้ ไม่ได้ ผมมโนเก่ง ชอบมโนว่ามีอะไรมาดึงเท้าอยู่เรื่อย

หือ เดี๋ยวสิ

… ผมชะงักลืมตาตื่นขึ้นเมื่อจู่ๆ ไอ้ความเย็นที่ว่าก็ถูกแทนที่ด้วยความอุ่นจากอ้อมแขนแกร่ง จมูกผมได้กลิ่นหอมคุ้นเคยของใครบางคน บางคนที่ตอนนี้สมควรจะนอนอยู่กับเพื่อนตัวเอง

“...นี่มึงจะไม่ยอมจริงๆ ใช่ไหมหยาง”

ผมพลิกตัวหันไปมองเจ้าของดวงตาคม แม้จะมืดแต่ก็ยังเห็นลางๆ เห็นด้วยว่ามันกำลังยิ้มเอาจริงๆ นะ เวลาที่เราห่างกันมันรวมแล้วเกินหนึ่งชั่วโมงไหมวะ กูรู้สึกว่ามันแป๊บเดียวจริงๆ

“รู้ได้ไงว่าเป็นกู”

“ก็มีอยู่คนเดียว ใครมันจะกล้าเดินฝ่าความมืดมาเพื่อนอนกับกูล่ะ” ยิ่งพูดก็ยิ่งทึ่ง ผมไม่กล้าทำแน่นอน คุณดูความมืดนี่สิ มันอยู่ในระดับที่ทำให้ผู้ใหญ่กลัวได้สบายๆ เลยนะ

“อาจจะเป็นไอ้เทรนด์หรือไอ้ต้นก็ได้นี่”

“พวกมันสองตัวไม่ทำแบบมึงหรอก ...เฮ้อ กูจะทำยังไงกับเด็กติดเพื่อนอย่างมึงดีหัสดิน” ผมบีบปลายจมูกโด่งเบาๆ ด้วยความมันเขี้ยว อีกฝ่ายก็ไม่สะทกสะท้าน ยิ้มรับซะงั้น เดี๋ยวเถอะ

“ไม่ต้องทำอะไรหรอก แค่อยู่นิ่งๆ ก็พอ”

คนตัวโตเขยิบตัวลงต่ำกว่าผมนิดหน่อยเพื่อให้หน้าตัวเองอยู่ในระดับเดียวกับอกของผม เมื่อได้สิ่งที่ต้องการมันก็จัดการซุกหน้าลงไปที่อก มือใหญ่ออกแรงดึงผมเข้าไปใกล้ขึ้น ผมเองก็ไม่ได้ขัดขืนอะไรเนื่องจากรู้ว่าขัดขืนไปก็เสียแรงเปล่า แม่งไม่ปล่อยหรอก

“ไม่ดีเลยนะหยาง มึงกำลังทำให้กูติดสัมผัสมึง มึงเองก็กำลังติดสัมผัสกูเหมือนกัน” ถึงจะบ่นๆ ด่าๆ แค่ไหนแต่ทุกครั้งที่อีกฝ่ายเข้ามาใกล้ ผมเองก็ไม่สามารถห้ามตัวเองให้สัมผัสมันได้เช่นกัน ทั้งๆ ที่สมองสั่งว่า ‘อย่า’ แต่พอมารู้ตัวอีกทีมือก็กำลังสางเส้นผมของมันซะแล้ว แย่… ไม่ใช่แค่กำลังติด แต่เราติดสัมผัสกันและกันไปแล้วต่างหาก

“ไม่เห็นเป็นไร”

“เป็นดิ ถ้ามึงมีแฟนแล้วแฟนชวนไปเดท มึงก็จะลากกูไปด้วยรึไง บ้าบอ เขาจะเข้าใจเหรอถ้าเราคอลกันทุกวัน มารับมาส่งกันทุกวัน ตัวติดกันตลอด?”

“...”

“ฟังนะเว้ย ไม่มีใครชอบให้แฟนติดเพื่อนหรอก โดยเฉพาะพวกผู้หญิง”

“รู้ พวกผู้หญิงขี้น้อยใจ”

“เออ เพราะฉะนั้นมันจะมีปัญหามากถ้าเรายังเป็นแบบนี้อยู่”

“ไม่มีปัญหาหรอก”

ไอ้...

“มันจะไม่มีปัญหาได้ไงในเมื่อตอนนี้คนอื่นเขาคิดว่าเราคบกัน ยิ่งเราตัวติดกันแจขนาดนี้ กูฟันธงเลยว่าแฟนมึงต้องระแวงมาก เผลอๆ เกลียดกูอีก” คนอย่างผมยังคิด แล้วพวกผู้หญิงที่ sensitive กับเรื่องความรักมากๆ ล่ะ พวกเธอจะไม่คิดอะไรเชียวเหรอ จำตอนที่ผมกับไอ้หยางมีข่าวกันใหม่ๆ ได้ไหม อื้อหือ แชทผมลุกเป็นไฟเลย ผู้หญิงแม่งเข้ามาด่าตรึม

“ไม่มีปัญหาเพราะกูไม่คิดจะคบกับคนอื่นไง”

หือ

“คนอื่นเหรอ แหนะ พูดอย่างนี้แสดงว่ามีคนที่ถูกใจแล้วสิเพื่อนรัก ร้ายนะมึง เห็นเงียบๆ คิดว่าไม่มีซะอีก อิอิ”

“ไอ้เหี้ย มึงนี่มัน...”

“?”

“ความรู้สึกของกูมันยังไม่ชัดเจนเหรอวะธัน ที่กูทำมึงดูไม่ออกเหรอ”

เสียงทุ้มนุ่มของอีกฝ่ายทำให้ผมปิดปากไม่พูดอะไรต่อ ไม่สิ ถ้าจะให้ถูกต้องบอกว่าไม่สามารถพูดได้ต่างหาก เหมือนปากโดนอะไรบางอย่างที่หนักอึ้งถ่วงเอาไว้ ร่างกายชาไปหมดคล้ายเส้นประสาทถูกหยุดการทำงาน บรรยากาศดีๆ เปลี่ยนเป็นตึงเครียดทันที ถึงจะไม่ค่อยอยากคิดเรื่องนั้นแต่ไม่ว่าจะฟังยังไงประโยคเมื่อกี้มันก็...

ไม่หรอกมั้ง ก็เราเป็นเพื่อนสนิทกัน

“เล่นอะไรของมึง นอนเลยกูจะหลับแล้ว ฮะๆ”

“มึงอย่าหนี ฟังที่กูจะพูด” ร่างสูงรั้งท้ายทอยให้ผมก้มลงไปสบตากัน ในนัยน์ตาคู่นั้นมีบางสิ่งที่มากไปกว่าความจริงจัง ...ผมไม่ชอบสายตาแบบนี้เลย เวลาถูกมองแล้วแม่งทำตัวไม่ถูก ผมไม่รู้จะต้องทำตัวยังไง ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าต้องมองไปที่ไหน

“กู...”

“มึงมองเข้ามาในตากู แล้วบอกซิว่ากูมองมึงด้วยสายตาที่เพื่อนใช้มองกันรึเปล่า”

“...”

“มึงจับหัวใจกู แล้วบอกกูซิว่าถ้ากูคิดกับมึงแค่เพื่อน หัวใจกูจะเต้นแรงขนาดนี้ไหม” อีกฝ่ายดึงมือผมไปแตะไว้ที่หน้าอกด้านซ้ายของตัวเอง เพียงแค่แตะเอาไว้ชีพจรที่เต้นถี่รัวก็ถูกส่งผ่านมาให้ผมรับรู้ว่าตอนนี้หัวใจดวงนี้กำลังทำงานหนักแค่ไหน แรง… หัวใจมันเต้นแรงมาก

“...”

“มึงดูการกระทำกู แล้วบอกกูซิว่าถ้าไม่ได้รักมึง… กูจะทำแบบนี้เหรอ”

ทันทีที่เอ่ยจบ ริมฝีปากของเราก็สัมผัสกัน ร่างสูงไม่ได้ทำอะไรมากไปกว่าการแตะไว้ให้ผมรู้ว่านี่คือเรื่องจริงไม่ใช่ความฝัน ณ เวลานี้ตาของผมยังจ้องมองไปที่เพื่อนสนิท ก้อนเนื้อที่อกข้างซ้ายก็เต้นแรงจากสิ่งที่เพิ่งได้รับโดยไม่ทันตั้งตัว มันมีคำถามและความรู้สึกหลากหลายเกิดขึ้นพร้อมกันจนผมสับสัน…

นี่เรากำลังทำอะไร

...จูบไม่ใช่เหรอ

ผมไม่ได้ขัดขืนไอ้หยางทั้งๆ ที่สมองบอกว่าให้ผลักมัน นั่นเป็นเพราะสติของผมหลุดลอยออกไปไกลแล้ว ในหัวมันขาวโพลนคิดอะไรไม่ออก อวัยวะทุกส่วนก็ไม่ขยับตามที่สั่ง ผมยังรับรู้ได้ถึงความนุ่มที่ริมฝีปาก ยังรับรู้ได้ถึงลมหายใจอุ่นๆ และกลิ่นกายหอมที่คุ้นเคย

ก็ได้แค่รับรู้แต่ผมไม่รู้จะทำยังไง

นานพอสมควรกว่าที่อีกฝ่ายจะผละออกไป สายตาของเรายังคงสบกัน เขายังคงมองผมอย่างลึกซึ้งในขณะเดียวกันผมก็ยังนิ่งพูดอะไรไม่ออก ระหว่างเรามีแค่เสียงหัวใจที่เต้นระรัวและแสงจันทร์เท่านั้น จนกระทั่งฝ่ายนั้นพลิกตัวหันหลังนอนแล้วนั่นแหละผมถึงขยับปากเอ่ยอะไรได้ เฮ้ย มึง… เอาจริงเหรอ

“หยาง… มึง”

“ก็ตามนั้น กูนอนแล้วนะ ฝันดี”

“...”

ผมควรจะพูดอะไรกับสถานการณ์ตอนนี้...





____________________________________________________________________________________________
แทแดดด 
คัมแบล็คอย่างถาวรร


เหยดโด้ววววว ในที่สุดความสัมพันธ์ก็คืบหน้า

-Mommae-
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.449K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

30,011 ความคิดเห็น

  1. #29979 9494 (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2563 / 22:30
    ไฟ น้อล ลี่!!!!! อหหหหหหหหหห
    #29,979
    0
  2. #29954 sillnapp (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 11 สิงหาคม 2563 / 19:54
    กิ้ดๆๆๆๆๆ มาแล้วแหละ มันต้องมาแล้วแหละ
    #29,954
    0
  3. #29916 เจ้ากระต่ายจมูกหมู (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 9 สิงหาคม 2563 / 14:02
    ใน! ที่! สุด!
    #29,916
    0
  4. #29915 katekate (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 9 สิงหาคม 2563 / 10:11

    กรี๊ดดดดด หยางบอกรักซักที

    #29,915
    0
  5. #29721 BACHA (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2563 / 18:14
    ชอบเทอ!!!!!!!
    #29,721
    0
  6. #29663 MoRO66 (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2563 / 13:38
    ชัดมาก ชัดว่าไม่อยากเป็นเพื่อนแล้ว
    #29,663
    0
  7. #29417 Mel1302 (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 21 เมษายน 2563 / 16:04
    แต่งค่ะ!! 55555
    #29,417
    0
  8. #29393 anna96422 (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 19 เมษายน 2563 / 08:54
    ในที่สุดดดดด สู้ๆนะหยางงงง
    #29,393
    0
  9. #29361 จิ้งจอกสีเทา (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 16 เมษายน 2563 / 00:00

    คำว่าเพื่อนสนิทมันค้ำคอ!!
    #29,361
    0
  10. #29296 Achila (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 9 เมษายน 2563 / 23:20
    ตายอย่างสงบ
    #29,296
    0
  11. #29293 โอมมณี (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 9 เมษายน 2563 / 14:53
    กรีดร้องงงงงงง
    #29,293
    0
  12. #29270 Jealous? (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 8 เมษายน 2563 / 15:40
    กี๊ดดดดหยางสู้ๆนะ
    #29,270
    0
  13. #29235 fahneung622 (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 6 เมษายน 2563 / 23:27
    กี้ดดดดดดด!!!! อมกๆๆ ไม่ไหวเลยค่ะคุณมันแลบกวหาหนงหหง
    #29,235
    0
  14. #29159 AmyOh (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 5 เมษายน 2563 / 02:27

    โอ เอ็ม จี คบกันเลยค่ะ ขนาดนี้แล้ว
    #29,159
    0
  15. #29153 psunrise (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 4 เมษายน 2563 / 23:51

    อมก ตอนที่แล้วพึ่งบอกว่าค่อยเป็นค่อยไป พอมาตอนนี้คืออะไร๊ มันคืออะร๊ายยยย รุกแบบตั้งรับไม่ทัน อ่ยขิตแล้วจ้าแม่จ๋า

    #29,153
    0
  16. #28713 Shipnielong (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 14 เมษายน 2562 / 16:17
    พี่หยางคนจริงเว้ยแกกกกก อยากไปอยู่ในเหตุการณ์นั้นนนน
    #28,713
    0
  17. #28668 ชากุหลาบอุ่นอุ่น (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 9 เมษายน 2562 / 16:29
    😊😊😊
    #28,668
    0
  18. #28655 Kmmbs may (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 7 เมษายน 2562 / 12:37

    ไม่คิดว่าเพื่อนจะแอบฟังเลยเร๊อออออออ โอ้ยยย หย๊างงงงนายมันแน่มาก!! ชอบบๆๆ555555
    #28,655
    0
  19. #28637 willwell (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 3 เมษายน 2562 / 20:01

    หยางแกแน่มากกอ้ากกกกก
    #28,637
    0
  20. #28626 noowi (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 3 เมษายน 2562 / 13:26
    สลบแปบ. งืออออออ หยางคนจริง 2019
    #28,626
    0
  21. #28479 Chimmyn (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 24 มีนาคม 2562 / 16:04

    แมมมมมมมมมมมมมมมมมมม๊ !!!!!!!!!!!

    #28,479
    0
  22. #28420 Callmeyou (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2562 / 23:26
    เผลอพูดเสียงดังเลยอ่ะแบบ หยางอยู่ๆก็บอกเลย อีหยางงง ฉันแบบทำรไม่ถูก
    #28,420
    0
  23. #28419 Callmeyou (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2562 / 23:26
    เผลอพูดเสียงดังเลยอ่ะแบบ หยางอยู่ๆก็บอกเลย อีหยางงง ฉันแบบทำรไม่ถูด
    #28,419
    0
  24. #28378 diizzpop2107 (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2562 / 19:25
    หยางคนจิงงง
    #28,378
    0
  25. #28322 minpolly (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 26 มกราคม 2562 / 23:11
    สักทีอะะะสักเทททททท
    #28,322
    0