I'm on a diet! : อย่าท้า เดี๋ยวจะหาว่าไม่เตือน [END]

ตอนที่ 15 : ครั้งที่ 12 เปลี่ยน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 59,228
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,816 ครั้ง
    22 ม.ค. 62



.
.
.
ซะเมื่อไหร่
ลาก่อยร่างแมวน้ำของธันวา




ครั้งที่ 12 เปลี่ยน

[ธันวา]

“แพน ไอ้อิมบอกว่าวันนี้สีเราจะวัดไซส์เสื้อน้อง มันอยากให้มึง กู ไอ้ดาแล้วก็ไอ้มิวคุมน้องห้อง 3/11” ผมเอ่ยสิ่งที่เพิ่งไปฟังมาจนหูชา ไอ้ห่าอิมแม่งร่ายยาวเลย ที่จริงเนื้อหาที่เกี่ยวกับผมมีแค่ 2% เท่านั้นแต่ผมก็ใจดีเนอะที่ยืนฟังมันจนจบ เหอะๆ

“อือ...”

“มันบอกว่าถ้าใครโดดหรือไม่มาก็ให้จดชื่อไว้เดี๋ยวมันจะส่งเพื่อนไปจัดการ”

“อืม...”

“มึงเป็นอะไร?” ผมเอียงหน้าถามเพื่อนสนิทที่กำลังทำตาลอยมองมาทางผม รู้ว่าวันนี้แดดแรงแต่ไม่คิดว่ามันจะแรงขนาดที่ทำให้ไอ้แพนตาลอยได้ เอ๊ะคงไม่เกี่ยวมั้ง ก็ตรงที่เราอยู่เป็นห้องเรียนติดแอร์นี่นา หรือมันง่วง หรือช่วงนี้นอนไม่พอ

“กู...”

“?”

“กูกำลังคิดว่ามึงหล่อฉิบหาย”

“ห้ะ อะไรของมึง” ผมมองคู่สนทนางงๆ ขนนี่ลุกซู่เลยครับ เคยโดนคนสนิทชมไหมล่ะ มันจะให้ความรู้สึกแตกต่างจากคนอื่นชมโดยสิ้นเชิง แม่งจะขนลุกๆ บรื๋ออออ

“ก็จริงอ่ะ ไม่เชื่อถามไอ้ดา เนอะดาเนอะ” พอจบประโยคก็ใช้ไหล่สะกิดคนข้างๆ ให้หันมาร่วมวงสนทนา ผมก็เท้าคางนั่งมองพวกมันด้วยหน้าตาเอือมๆ

“จริง” คนโดนถามพยักหน้าหงึกๆ

“กูขอยืนยันอีกหนึ่งเสียงว่ามึงหล่อมากเพื่อนรัก หล่อจนกูอยากได้เลย” ไอ้มิวยกนิ้วโป้งขึ้นเหมือนเป็นการรับรองสิ่งที่ตัวเองพูด

“มึงผอมแล้วหน้าตาดีอย่างที่ไอ้หยางบอกจริงๆ ด้วยวะ”

ครับผม ตามที่ได้ยิน

ตอนนี้ผมผอมแล้ว ผอมทั้งตัวรวมทั้งใบหน้าด้วย ถึงน้ำหนักจะยังไม่ถึงหกสิบสองตามข้อตกลงที่พี่ตุลย์แต่ทางกายภาพก็คือวัยรุ่นชายหุ่นปกติดีๆ นี่เอง จำได้ว่าชั่งเมื่อวันก่อน 65.2

เหอะๆ กว่าจะลงจนถึงเลขหกใช้เวลาตั้งห้าเดือนกว่า

เวลาผ่านไปทีละวันทีละวัน ตอนเช้าผมเรียน ตอนเย็นใช้เวลาสามถึงสี่ชั่วโมงในการออกกำลังกาย ตอนแรกคิดว่าจะไม่รู้ตัวว่าตัวเองผอมลงเหมือนในหนัง แต่เปล่า ผมรู้ตัวตลอดว่าตัวเองลดไปเท่าไหร่และส่วนไหนลดลงไปบ้าง คงเพราะผมถ่ายรูปหุ่นกับวัดรอบเอวทุกวันละมั้ง อาจจะเหมือนโรคจิตนิดๆ แต่เชื่อผมสิว่ามันสามารถทำให้คุณฮึดลดน้ำหนักต่อไปได้

แน่นอนว่าเวลาผ่านไปขนาดนี้ ตอนนี้ก็ต้องใกล้เข้าสู่ช่วงวุ่นวายของชีวิตผมเรื่อยๆ เช่นกัน ครับ… อีกหนึ่งอาทิตย์ผมจะสอบ หลังจากนั้นก็ปิดหนึ่งเดือน หนึ่งเดือนนั้นม.5 อย่างผมไม่ได้ปิดหรอกเพราะพวกเราต้องมาเตรียมกีฬาสี เฮ้อ ถึงเวลาทำคัทเอาท์แล้วสินะ

“พูดถึงหยางที่รักของกู ทำไมช่วงนี้ไม่เห็นมึงไปไหนมาไหนกับเขาเลยวะ”

“มันต้องไปซ้อมหลีด”

อย่างที่ทุกคนรู้ว่าไอ้นี่มันเต้นไม่เป็น พี่กอล์ฟ (พี่หลีดของมัน) ก็เลยให้ไปเตรียมตัวก่อนใครเพื่อน ทั้งดัดหลัง สอนเต้น ดัดมือ ทำทุกอย่างที่จะทำให้ไอ้หยางเต้นได้ดี บอกเลยว่าช่วงแรกๆ มันวางแผนจะหนีด้วยซ้ำแต่พี่เขารู้ทัน ชะตากรรมของเพื่อนผมก็เลยไม่ค่อยได้ออกไปไหนนอกจากโรงเรียนและบ้านตัวเอง...

นั่นเป็นเหตุว่าทำไมเราไม่ค่อยได้เจอหน้ากัน ผมยุ่งเรื่องกีฬาสีตัวเอง มันก็ยุ่งเรื่องซ้อม ถึงจะไม่ได้เจอแต่ก็คุยกันตลอดนะครับ มันชอบทักมาบ่นให้ผมฟังว่า ‘ไอ้เหี้ยยยย ช้ำเลย ดัดตัวขนาดนี้จะส่งกูไปเป็นยิมนาสติกทีมชาติรึไง’ ‘สัสสสส มึงดูหัวกู แดงเลยห่าเมื่อกี้อีพี่กอล์ฟมันโยนกูขึ้นไปบนฟ้า หัวโขกเสาด้วย สารชั่วววว’ สงสารก็สงสารนะ แต่ก็ขำอะ ฮะๆ

“เหรอ น่าเสียดาย กูเลยไม่ได้เจอหน้าสั่มมีย์เลย เฮ้อ”

“เรียกคนโน้นคนนี้ว่าสามีไปทั่ว ไม่อายปาก”

“อีดอก ปากร้าย...”

“ก็จริง รายชื่อผัวมโนของมึงหนากว่าพระไตรปิฏกฉบับยังไม่ย่ออีกมั้ง”

“แพน ด่าขนาดนี้มึงสารภาพมาเถอะว่าเกลียดกู”

“บ๊า กูรักมึงจะตายไป”

“ตอแหลมากจ้าอีแพน ...ธันวาที่รัก หล่อเบอร์นี้ตัวเองสนใจจะมาเป็นหลีดให้สีเราไหม เรายังขาดอยู่สองสามคนน้า” ท่านประธานสีที่ไม่รู้โผล่มาจากไหน เกาะขอบโต๊ะข้างๆ ผมก่อนจะส่งสายตาปิ๊งๆ มาให้ ทำไมวันนี้มีแต่คนทำให้ผมขนลุก

“ฝันเถอะ กูมีหน้าที่ทำคัทเอาท์และจะไม่ทำอย่างอื่นอีก โดยเฉพาะการเป็นหลีด” ต้องไปเต้นๆ ล้มลุกคลุกคลานอะไรนั่นผมไม่เอาด้วยหรอก

“โถ่ เออๆ กูไปหาคนอื่นก็ได้วะ”

“แล้วนี่จะวัดไซส์เสื้อน้องตอนไหนอิม”

“กูบอกน้องว่าหลังเลิกเรียนอะ” โอ้ นี่เพิ่งคาบที่สามเอง เหลือเวลาอีกตั้งเยอะ

“อ๋อ แล้วไปรวมกันทุกห้องเลยปะ”

“ใช่ ทุกห้องที่อยู่สีเรา รวมกันที่หอประชุมดรุณี” หอประชุมที่ว่าอยู่ที่หลังเสาธงครับ ค่อนข้างใหญ่แต่ไม่มีแอร์ หนำซ้ำนกยังชอบบินมาปล่อยระเบิด วัดไซส์เสื้อครั้งนี้บันเทิงแน่มึงเอ๊ย หลบขี้นกกันชุลมุนแน่

“มึงว่าน้องสีเราจะร้ายไหมวะ...”

ผมเอ่ยถามเบาๆ ได้ยินกิตติศักดิ์ของน้องม.ต้นปีนี้มาเยอะ แต่ละข่าวไม่ค่อยดีเท่าไหร่ ไม่ได้แย่ทุกคนนะครับ ที่มีข่าวลือก็เป็นพวกกลุ่มเดิมๆ นั่นแหละ ผมจะไม่กังวลเลย… ถ้าน้องกลุ่มนั้นไม่ได้มาอยู่สีผม เหอๆ ผมคุมห้องนั้นด้วย 3/11 ของพี่ หวังว่าจะเห็นใจพี่บ่าวและไม่ดื้อเด้อหน่อง

“ไม่รู้ดิ ไม่ต้องเครียดหรอก ถ้าร้ายเดี๋ยวกูจัดการเอง”

“ห้ามใช้กำลังกับน้องนะเว้ย”

“มึงเห็นกูเป็นคนยังไงวะ”

“เป็นคนแบบนี้แหละ”

“โหย ที่บอกว่าจัดการกูหมายถึงจะเข้าไปคุยกับน้องต่างหาก”

“อ๋อ… ก็ให้มันแน่ละกัน” ภาพตอนที่มันสั่งให้มิวล็อคตัวหลิงยังติดตาผมอยู่เลย

“แล้วสีเรามีผู้ชายบ้างไหมวะ” ผมไม่ค่อยมีเวลาไปดูน้องก็เลยไม่รู้ว่ามีประชากรบุรุษเพศมากน้อยเพีงใด อยากให้มีเยอะๆ นะ ผมไม่อยากเป็นตัวผู้ตัวเดียวในหมู่สาวๆ หลายร้อย เหมือนปีที่แล้ว… โถ่ ไม่มีผู้ชายสักคนนอกจากผม โคตรเขิน เวลาเดินไปไหนก็มีแต่คนมอง บางคนมองเฉยๆ แต่บางคนก็มองไม่ค่อยดีเท่าไหร่ เข้าใจว่าเขาคงแอบหวังว่าหนุ่มคนเดียวในสีจะหน้าตาดี เฮ้อ โทษทีละกันที่ตอนนั้นผมไม่ได้เป็นอย่างที่พวกคุณหวัง

“ม.4/1 มีผู้ชายสองคน หล่อด้วย”

“กรี๊ด จริงดิ กูอยากวัดไซส์เสื้อห้องนี้ๆๆๆๆ” ไอ้สองตัวที่มีผัวแล้วกระโดดโลดเต้นอย่างดีใจ พวกมันจับตัวไอ้อิมเขย่าซะจนผมเห็นไอ้อิมมีสองร่าง… โหดสัส

“ไม่ค่ะ อีหลิงจองไว้ตั้งแต่ปีมะโว้แล้ว ขู่ไว้ด้วยว่าถ้าใครแย่งมันจะไม่ไว้หน้า”

อื้อหือ จบบรรยากาศฟรุ้งฟริ๊ง...

“อะไรของมัน” แพนขมวดคิ้วเท้าสะเอวด้วยความไม่พอใจ ปกติมันไม่ชอบหลิงอยู่แล้วไง พอมีเรื่องผู้ชายเข้ามาเกี่ยวก็เลยยิ่งไม่ชอบเข้าไปใหญ่

“ปล่อยไปเหอะ กูไม่อยากมีเรื่อง” ท่านประธานบีบไหล่ไอ้แพนเบาๆ ถือว่าไอ้อิมใจเย็นสุดๆ เลยนะครับ ขนาดหลิงเรื่องมากขนาดนั้นมันยังนิ่งได้

“กูไม่ชอบมัน ทำตัวน่ารำคาญ แม่ง เดี๋ยวกูส่งไอ้มิวไปจัดการเลยว่ะ”

“ไม่เอา ขี้เกียจเถียง ตัวเท่า hee แต่ปากดีฉิบหาย” คนโดนพาดพิงโบกมือปฏิเสธ มันคงเหนื่อยที่จะเถียงแล้วมั้งช่วงนี้ถึงดูนิ่งๆ

“กูว่าเคมีพวกมึงเข้ากันดีนะ คนหนึ่งปากดีอีกคนปากหมา”

“พูดแบบนี้อยากโดนกะลาตบปากไหม?” และแล้วก็เกิดสงครามย่อมๆ ระหว่างสาวๆ ขึ้น ผมว่าห้องนี้ตลกที่สุดในสายชั้นแล้วมั้ง ห้องอื่นเขาจะห่วงสวยกัน (สาวๆ โรงเรียนประจำจังหวัดก็งี้แหละ) มีแต่ห้องผมนี่แหละที่บ้าบอ เวลาเล่นก็เล่น เวลาเรียนก็เล่น ฮะๆ

ตือดึง

Yang : พี่กอล์ฟบอกว่ากูเต้นได้ดีกว่าเมื่อก่อนเยอะเลย ปลื้ม *ส่งรูปตัวเองกำลังยิ้ม*

อ้าว เพิ่งพูดถึงไปเมื่อกี้เอง ตายยากจริงๆ

ผมนั่งมองรูปบนมือถือ ไอ้หยางกำลังยิ้มตาปิด ใบหน้าและร่างกายชุ่มไปด้วยเหงื่อ ประกอบกับแสงสีอ่อนๆ ทำให้มันดูดีจนน่าหมั่นไส้ หล่อไปนะมึงอะ

Thanwa : เก่งสัส ตบมือ!

Yang : แต่กว่าจะได้ขนาดนี้ขากูช้ำแล้วช้ำอีก เขียวปี๋เลย ไม่รู้จะหายวันไหน

Thanwa : ทายายังอะ

Yang : ยังเลย ว่าจะไปซื้อตอนเย็น เย็นนี้มึงว่างปะ

ที่ถามก่อนเพราะคู่สนทนาคงรู้ว่าเดือนนี้ผมยุ่งมากจนไม่มีแม้แต่เวลาที่จะไปฟิตเนส ทำได้อย่างมากแค่วิ่งที่สนามโรงเรียนกับเล่นโยคะที่บ้าน แอบเสียดายเงินค่าฟิตเนสนิดๆ แต่ผมไม่มีแรงพอจะไปที่นั่นจริงๆ อีกอย่างพี่ตุลย์ก็ยุ่งจนไม่มีเวลาไปส่งผมเหมือนกัน

Thanwa : หลังเลิกเรียนต้องวัดไซส์เสื้อให้น้อง ทำไม?

Yang : ไปกินบิงซูกันวันนี้กูอารมณ์ดี

Thanwa : หาเรื่องอ้วนให้กูตลอด

Yang : แล้วไปไหมล่ะ กูเลี้ยงเลยนะ

โว๊ะ นี่มึงกำลังหลอกล่อกูด้วยเงินกับของกินเหรอ คิดว่าเพื่อนมึงเป็นคนประเภทไหนกันไอ้หยาง! ทำแบบนี้มันจะหยามกันมากไปแล้ว!!!...

Thanwa : ไป5555

แหม ผอมมาขนาดนี้แล้วเราก็ต้องให้รางวัลตัวเองบ้าง ไอ้ต้นให้ผมกินผักกินหญ้าจนลิ้นจำรสชาติของหวานไม่ได้แล้วเนี่ย เพราะฉะนั้นเราต้องเติมความหวานให้ชีวิตบ้าง

Thanwa : แต่ต้องรอนานหน่อยนะ น่าจะถึงห้าโมงอะ รอได้ปะ

น้องห้องนี้มีตั้งสี่สิบห้าคน ดูแล้วแต่ละคนก็มีไซส์ต่างกันทั้งนั้นด้วย เรื่องยาวแน่ๆ เลยเชื่อผมสิ อย่างเร็วก็สี่โมงสี่สิบมั้ง

Yang : ได้ๆ กูไม่ได้ไปไหนอยู่แล้ว

Thanwa : แล้วไอ้ต้นกับไอ้เทรนด์ไปด้วยปะ

Yang : ไม่ไป พวกมันต้องไปแก้คะแนนติดลบ

Thanwa : ห้ะ พวกมันติดแล้วทำไมมึงไม่ติด555

ในขณะที่ผมกำลังจะพิมพ์ต่อก็ต้องชะงักมือเพราะโทรศัพท์สั่น หน้าจอสีขาวมีหน้าต่างปรากฏภาพโปรไฟล์ของไอ้อ่อยขึ้น

‘สายเรียกเข้าจาก Yang’

“โหล”

(อิอิ)

“อิอิอะไร แล้วทำไมมึงไม่มีคะแนนติดลบวะ เห็นโดดทีไรก็ไปกันสามคนตลอด” ผมถามแล้วนั่งลงที่เก้าอี้ตัวเอง พวกไอ้ดายังไม่เลิกเถียงกันเลยครับ ตอนแรกเป็นเรื่องมิวหลิงแต่หลังๆ เริ่มเถียงกันว่าน้องม.4/1 คนนั้นจะเป็นของใคร ให้มันได้อย่างนี้สิ

(กูเก่ง)

“เอาดีๆ”

(ก็ไปด้วยกันตลอดจนครั้งล่าสุดนี่แหละ)

“?”

(ปกติโดดแล้วไม่เคยมีใครจับได้แต่ครั้งล่าสุดไอ้ห่าต้นมันอยากกินข้าวเหนียวหมูหยอง ตอนนั้นกูทำงานอยู่เลยไปไม่ได้ พวกมันเลยไปกันสองคน แล้วสงสัยดวงตก โดดรั้วไปปุ๊บ เจอครูปั๊บ เห็นว่าครูเพิ่งกลับจากไปซื้อส้มตำมั้ง ฮะๆ)

“โคตรซวย ฮ่าๆ” คิดหน้าไอ้ต้นออกเลยอ่ะ แม่งต้องสตั๊นบวกเหวอสุดๆ แน่เลย อยู่ในสถานการณ์นั้นคงปฏิเสธหรือแก้ตัวไม่ได้ด้วย

(แล้วมึงวัดไซส์อะไรนั่นที่ไหน กูจะได้ไปนั่งรอ)

“ที่หอประชุมดรุณี มาเลยๆ พกพัดลมมาสักตัวด้วยจะดีมาก”

(ในนั้นร้อนเหรอ?)

“มันคือนรกจำลอง” เข้าใจอารมณ์หอประชุมปิดที่ไม่ค่อยมีช่องระบายอากาศไหมครับ นานน๊านลมจากช่องจะพัดเข้ามาหาพวกผมสักที ในนั้นมีพัดลมก็จริงแต่ไม่ได้ช่วยอะไรเลยเพราะมันอยู่สู๊งสูง สูงจนลมแม่งไม่มาถึงผิว ผมว่าพัดลมพวกนี้มีหน้าที่ทำให้ขี้นกมีทิศทางที่กระจายรายได้… เข้าใจคำว่าฝนดาวตกไหม ประมาณนั้นเลย ฟุ่ดๆๆๆ แปะๆๆๆ โดนทุกคนไม่ต้องแย่งกัน...

(เดี๋ยวจะพกพัดลม USB ไปละกัน) ไอ้พัดลมที่เสียบกับโทรศัพท์ปะ เคยเห็นเพื่อนในห้องพกมาเหมือนกัน จัดว่ามีประโยชน์

“อ่าฮะ”

(ไม่ได้เจอตั้งหลายเดือนมึงผอมลงบ้างยัง) กี่เดือนวะที่ผมไม่ได้เจอมัน จำได้ว่าตั้งแต่น้ำหนักเหลือ 70 อะ… สองสามเดือนมั้ง ตอนนั้นซาลาเปาที่หน้าผมยังอยู่เลย

“มาแล้วก็เห็นเอง”

(น่อวว พูดจามีเลศนัย)

“อิอิ”

(ทำไงดีวะ ถ้ามึงผอมแล้วพวกกูจะน้วยแก้มใคร ฮื่อ) ได้ยินแล้วอยากจะเตะมันจริงๆ เชื่อไหมว่าเจอกันเมื่อไหร่พวกมันสามตัวจะเข้ามาน้วยผมทุกครั้ง น้วยทั้งแก้มทั้งเหนียงเลย น้วยไม่ว่าหรอก… แต่กัดด้วยนี่สิ ไอ้เหี้ยเปรตนี่ตัวดี ชอบกัดจนจมเขี้ยวตลอด

“น้วยส้นตีนกูไปก่อนก็แล้วกัน”

(อ้าว ตีนยังอ้วนเหมือนเดิมเหรอ)

“พ่องไอ้สัส แล้วนี่มึงไม่มีเรียนรึไง” ถึงได้มากวนตีนกูไปวันๆ แบบนี้

(มี แต่ครูปล่อยให้อ่านหนังสือ ช่วงใกล้สอบก็งี้แหละ)

“เหมือนกูเลย” ครูบางคนก็ปล่อยให้เป็นคาบว่าง บางคนก็จะสอนเพิ่มเติมให้เด็กไม่ลืม สารภาพว่าถึงครูจะสอนเพิ่มผมก็ลืมอยู่ดี

(ทำไงดีวะ จะสอบแล้วกูยังไม่มีความรู้เลย) มันเป็นเรื่องปกติของมนุษย์...

“จะบอกเคล็ดลับในการสอบให้เอาป่ะ”

(จริงดิ ว่ามาๆ)

“ทุ่มเท”

(ทุ่มเทกับการเรียน?)

“ฮึ... ถ้าไม่เข้าใจก็ให้ทุ่ม แต่ถ้าทำไม่ได้ก็ให้เท”

(ส้นตีน ฮะๆ)

เอ้าก็จริงอะ ถ้าทำไม่ได้ยังไงก็ทำไม่ได้ทุ่มเทไปเล๊ย จะได้จบๆ กันไป คะแนนออกมาค่อยหาวิธีอีกที… วิธีหนีระเบิดจากพ่อแม่นะครับ

(กูไปละ เจอกันตอนเย็น)

“เออ อย่าลืมพกพัดลมมานะเว้ย ถ้าเอามาเผื่อกูจะดีมาก” ถ้าผมรวยจะบริจาคแอร์ให้โรงเรียนสักสองพันเครื่องเพื่อเอามาติดที่ดรุณี จะจ้างคนมาปิดช่องระบายอากาศด้วย มีไว้ก็ไม่มีประโยชน์ แม่งเอาไว้ให้ข้าศึก (นก) บินเข้าชัดๆ

(มีตัวเดียว ว้ายๆ ฮะๆ)

“เลวววว”

(ฮะๆ)

“เออ แค่นี้แหละ” ผมกดวางสายแล้วหันไปมองรอบกาย ปกติถ้าว่างขนาดนี้ห้องผมจะดังมาก ไม่เปิดเพลงก็เล่นไพ่ แต่ช่วงนี้ทุกคนดูมีสาระและความรับผิดชอบขึ้น ถ้าว่างเมื่อไหร่พวกเขาก็จะเอางานออกมาทำ บางคนก็วางแผนดูแลน้องนักกีฬาในช่วงกีฬาสี

หวังว่ากีฬาสีของพวกผมจะผ่านไปด้วยดีนะ

(มากันเยอะแล้วเนอะ งั้นพี่เริ่มเลยนะ) อิมพูดออกไมค์ด้วยสีหน้าสดใสแล้วพูดต่อ (ที่เรียกมาวันนี้ก็ไม่มีอะไรมากค่ะ พี่แค่อยากจะขอวัดไซส์เสื้อน้องแต่ละคน เดี๋ยวพี่จะส่งสตาฟไปห้องละสี่คนนะคะ พี่สตาฟพวกนั้นจะมีเสื้อสิบเอ็ดตัว SSหญิง Sหญิง Sชาย Mหญิง Mชาย Lหญิง Lชาย XLหญิง XLชาย XXLหญิง XXLชาย น้องๆ ต้องไปลองเสื้อกับพวกพี่เขา พอได้ไซส์แล้วก็เดินไปบอกพี่คนที่มีใบรายชื่อ พี่คนที่มีกระดาษช่วยยกให้น้องดูด้วยค่ะ) พวกคนที่ไอ้อิมพูดถึงยกมือขึ้นให้พวกน้องดู กลุ่มผมเป็นไอ้ดาครับ

“น้องก็ดูไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คนอื่นพูดนี่หว่า” ผมกระซิบกับมิว ก็ที่ได้ยินมามีแต่คนบอกว่า 3/11 น่ากลัว แต่เท่าที่ดูก็ปกตินะ มีแต่หน้าตาใสๆ ซื่อ

“นั่นดิ”

“พวกมึงแหกตาดู ในแถวมีแค่สามสิบกว่าคน ที่เหลือสิบกว่าคนนั่นแหละที่ร้าย”

“เหรอ...” แอบดีใจนิดๆ นะเนี่ย จะว่าไปทำไมผมต้องกลัวน้องด้วยวะในเมื่อผมเป็นผู้ชาย ใจเซาะฉิบหายไอ้ธันวา

(ถ้าเข้าใจแล้วก็เริ่มกันเลยดีกว่า เราจะได้กลับบ้านเร็วๆ เนอะ)

เมื่อจบเสียงประกาศพวกผมก็เดินเข้าไปหาแถวที่ต้องรับผิดชอบทันที กลุ่มผมแบ่งกันไปคนละไซส์สองไซส์ครับ ประมาณว่าให้เดินไปหาน้องคนที่คิดวาน่าจะใส่เสื้อที่ตัวเองถืออยู่ได้ จะได้ประหยัดเวลา ผมถือ XLหญิง XLชาย แล้วก็ XXLชาย

นั่นๆ คนนั้นดีกว่า

“ปกติน้องใส่ XLหญิงรึเปล่าครับ” ผมเดินเข้าไปสะกิดไหล่น้องตัวกลมๆ คนหนึ่ง แหม เห็นแก้มอวบๆ นี่แล้วนึกถึงตัวเองเลยแฮะ

“คะ… ค่ะ”

“ลองไหม?”

“ค่ะ” พูดแล้วน้องก็หยิบเสื้อจากมือผมไปลอง แอบเห็นด้วยหางตาว่าคนที่อยู่ใกล้ๆ พยายามกัดปากกลั้นยิ้มอย่างสุดความสามารถ ใจเย็นน้อง… ผมกับเพื่อนลองไซส์ให้รุ่นน้องทีละคน บรรยากาศในหอประชุมวุ่นวายมาก ทั้งดังทั้งแออัดจนเหงื่อผมไหลเต็มเสื้อนักเรียน เวรเอ๊ย อุตส่าห์พยายามไม่ให้เหงื่ออกแล้วแท้ๆ

“ธันๆ”

เสียงใสๆ กับแรงสะกิดที่หัวไหล่ทำให้ผมหันไปมองข้างหลัง สาวแว่นคนหนึ่งกำลังยิ้มแฉ่งโชว์ฟันที่เรียงชิดกันอย่างเป็นระเบียบ เธอเป็นเพื่อนห้องหกครับ ชื่ออะไรสักอย่างนี่แหละ

“ว่าไง?”

“น้องคนนั้นให้มาถามว่าแกมีแฟนรึยังอะ” พูดจบก็ชี้ไปทางน้องม.4 คนหนึ่งที่กำลังหน้าแดง เพื่อนข้างหลังก็รุมชี้เป็นสัญญาณบอกว่า ‘คนนี้พี่ๆ’ ...เคยคิดเล่นๆ เหมือนกันนะว่าต้องมีเรื่องอย่างนี้เกิดขึ้นกันผมบ้าง… แต่พอมันเกิดขึ้นจริงๆ แล้วผมก็ยังรู้สึกตกใจอยู่ดี

โห เอาจริงดิ นี่ครั้งแรกเลยนะที่มีคนมาจีบตอนโต

“ยัง แต่เรายังไม่อยากมี”

“โหย ใจร้ายฉิบ ไม่คิดจะคุยกับน้องเขาหน่อยเหรอ น่ารักอยู่นะ”

“ไม่อะ แกบอกน้องไปแล้วกันว่าเรามีแฟนแล้ว ฮะๆ” ถ้าเกิดบอกว่ายังไม่มีแฟน น้องต้องคิดว่าผมหยิ่งแย่เลยเพราะงั้นยอมมุสาสักวันละกัน

“ไมอ่า น้องเขาชอบแกมานานแล้วนะเว้ย”

“ตั้งแต่ตอนไหนเหรอ”

“ตั้งแต่แกผอมแรกๆ เลย”

“เหรอ… งั้นยิ่งต้องปฏิเสธ” ไม่รู้อคติไปเองรึเปล่า อาจจะเป็นเพราะเมื่อก่อนอ้วนแล้วไม่มีคนมาจีบ พอผอมแล้วดันมีคนเข้ามาหาซะงั้น ไม่ให้รู้สึกตงิดใจก็ยังไงอยู่ ผมมองเป็นอย่างอื่นไม่ได้เลยนอกจากพวกเขาเข้ามาเพราะรูปลักษณ์ภายนอก

ผมไม่ชอบและจะไม่มีวันคบกับคนพวกนี้เด็ดขาด ยิ่งคนที่เมื่อก่อนเคยด่าเรื่องรูปร่างผมนะคุณเอ๊ย ถ้าเข้ามาจีบก็อย่าหวังว่าผมจะแล

อย่างน้องคนนี้ไง

จำได้แม่นเลยว่าตอนนั้นเรากินข้าวโต๊ะข้างกัน สาวเจ้ากับเพื่อนกำลังเม้าท์กันเรื่องความรัก สุดท้ายก็มาจบลงที่เรื่องตัวเอง ‘ชาติหน้ากูอยากเกิดมารูปร่างหน้าตาแบบนี้อีกว่ะ กูรู้สึกแย่อะถ้าจะต้องเกิดมาหน้าตาเหี้ยหรือไม่ก็อ้วน แบบคนนี้… สงสัยว่ะ เขากล้าใช้ชีวิตในสังคมได้ไงวะ ไม่อายสายตาคนอื่นบ้างเหรอ ถ้ากูเป็นเขาคงกระโดดตึกตายไปแล้ว’

แรงมากนะ… โคตรเสียความรู้สึก

“ไมอะ”

“น้องเคยด่าเรา สงสัยเจ้าตัวจะจำไม่ได้มั้งน่าเสียดายจัง” เห็นหน้าใสๆ แต่เอาเรื่องว่ะ มีการส่งสายตาอ่อยๆ มาให้ผมด้วย อยากรู้จังว่าถ้าเธอจำเหตุการณ์ตอนนั้นได้จะทำหน้ายังไง

“...”

“ตามนั้นนะ แกช่วยพูดให้เราหน่อยละกัน ไม่ต้องบอกเรื่องที่เคยด่าเราก็ได้” ยิ้มส่งท้ายก่อนจะกลับไปลองเสื้อให้น้องม.3/11ต่อโดยไม่หันไปสนใจผู้หญิงคนนั้นอีก อืม จริงๆ แล้วถึงน้องจะไม่เคยด่าผมก็ยังปฏิเสธอยู่ดีแหละ ผมยังไม่อยากมีแฟนตอนนี้

Rrrr

‘หยาง’

อ้าวนี่ห้าโมงแล้วเหรอ โทรมาแบบนี้แสดงว่าถึงแล้วแน่เลย

“ฮัลโหล”

(เอารถไปจอดไว้หน้าหอประชุมได้ไหมวะ)

“ได้ๆ ตอนนี้ถึงไหนแล้วล่ะ”

(เข้ามาข้างในแล้ว อีกแป๊บเดียวก็ถึงดรุณี ออกมารับหน่อยได้ปะ) ผมเลิกคิ้วทันทีที่ได้ยิน ปกติไม่เคยจะให้ไปรับสักครั้ง ครั้งนี้เป็นอะไรของมัน

“เดินมาเองไม่ได้รึไง”

(เดินได้แต่คนเยอะ กูกลัวโดนเด็กโรงเรียนมึงฉุดไปปล้ำในกอหญ้า ฮะๆ) แหม๊ แบบนี้ล่ะกลัว ตอนที่โดดรั้วเข้ามาหากูล่ะไม่กลัว

“บ้า เด็กโรงเรียนกูกุลสตรีจะตาย”

(จ้าา ตกลงมารับนะ ถึงแล้ว)

“เออๆ เดี๋ยวไป” ผมกดวางสายแล้วเดินไปหาไอ้แพน เมื่อกี้ได้ยินเสียงเบรคด้วย สงสัยมันจะมาถึงแล้วจริงๆ อืม… ขอทิ้งงานสักแป๊บนะอิมนะ สัญญาว่าจะรีบกลับมา ฮะๆ

“แพนเดี๋ยวกูมานะ”

“ไปไหนอ่ะ?” คนที่กำลังถอดเสื้อออกจากหัวน้องถามขึ้น เฮ้ยๆ มึงจะมือหนักไปแล้ว เดี๋ยวหัวน้องก็หลุดหรอก

“ไปรับหมา”

“ห้ะ”

“รับไอ้หยาง”

“อ๋อ งั้นไปเหอะ… หอประชุมแตกแน่เลย”

กูก็ว่างั้น

ผมเดินออกมาข้างนอกพร้อมกับใบหน้าที่ประดับไปด้วยรอยยิ้ม ไม่รู้จะยิ้มทำไมเหมือนกัน ผมแม่งต้องเป็นพวกโรคจิตแน่ ไม่ชอบให้คนนอกมาชมเวลาผอมแต่จะชอบเวลาคนใกล้ตัวชม ถึงขั้นอยากอวดเลยล่ะ ตอนนี้อวดครบทุกคนแล้วยกเว้นไอ้ Y กับไอ้ 2T

มึงคือรายแรก เตรียมตัวไว้ให้ดีหัสดิน เอ๊ะ ผมควรเรียกรถพยาบาลไหม เผื่อมันเป็นลมเพราะตำลึงในความหล่อของผม ...ตะลึงต่างหาก แฮร่! อ้าวไม่ขำเหรอ โทษๆ ช่วงนี้ดีดไปหน่อย สงสัยจะโดปยาดมมากไป ยาดมตราจิ้งหรีด ดมแล้วดีด แค่สองขีดก็บินได้

ว่าแต่ไอ้หยางไปอยู่ไหนของมัน

อะ เจอแล้ว

ไม่ไกลจากที่ผมยืนอยู่มีร่างสูงกำลังยืนหันหลังพิงนินจาสีเขียวดำ มือกดโทรศัพท์ไปเรื่อย แหม เพื่อนจะเห็นผมผอมเป็นครั้งแรกทั้งที ก็ต้องตื่นเต้นหน่อยสิเนอะ

คิดได้ดังนั้นผมก็ย่องเบาๆ เข้าไปใกล้ พอสบโอกาสก็ใช้มือทั้งสองข้างปิดตาอีกฝ่ายไว้แน่น เหยด เกือบไปแล้ว เมื่อกี้ก่อนจะปิดตาได้เหมือนมันรู้ว่ามีคนอยู่ข้างหลังก็เลยหันมา ดีนะที่ผมมือไวกว่าแต่ก็ไม่ทันตอนที่หันมาอยู่ดี กลายเป็นว่าผมปิดตามันทั้งที่เราหันหน้าเข้าหากัน เวรละ ถ้าไอ้หยางดันหน้าตัวเองไปข้างหลังมือผมหลุดแน่

“ใครครับ”

น๊านน มีคงมีครับ คิดว่ากูเป็นเด็กๆ ของมึงรึไง

“...” ผมเลือกที่จะเงียบ สาเหตุมาจากตอนนี้กำลังพยายามกลั้นขำจนตัวสั่นจึงไม่มีแรงตอบ ครั้งนี้เป็นครั้งแรกเลยนะที่ได้ยินมันพูดครับแบบเสียงอ๊อนเสียงอ่อน คือเมื่อก่อนก็พูดบ้างแต่ตอนนั้นเป็นเด็กไง ฟีลต่างกันเยอะ ฮะๆ

“ถ้าไม่บอกหยางจะทายเองนะ”

จบประโยคมือใหญ่ก็รั้งเอวของผมเข้าไปใกล้ ยังไม่ทันตั้งตัวปลายจมูกโด่งก็ก้มลงมาที่ข้างแก้ม จงใจพ่นลมหายใจอุ่นๆ ให้ผมสะดุ้งเล่น วินาทีนั้นผมตกใจจนตาโต อยากจะรีบผละออกไปแต่ก็ทำไม่ได้เพราะโดนขังไว้ในอ้อมแขนแกร่งซะแล้ว

“ไม่ให้หนีหรอก หึๆ”

กู ไม่ เล่น แล้ว โว้ย!

“ครวยยยยย ไอ้เชี่ยหยาง ออกไปเลยมึง!” ผมปล่อยมือที่ปิดตาเพื่อนสนิทอยู่แล้วผลักแผ่นอกกว้างออกไปทันที ดูมันก็ตกใจเหมือนกันที่เปิดตาออกมาแล้วเจอผม หรรม ไม่น่าเล่นอะไรไม่รู้เรื่องเลยกู

“อ้าวเฮ้ย ไอ้ธันเหรอ”

“เออดิ บรื๋ออ ขนลุก นี่มึงทำแบบนี้กับผู้หญิงของมึงเป็นปกติเหรอ” มึงสิบเจ็ดเองนะเว้ย ฉากเมื่อกี้นี้ไม่น่าจะมีไว้ให้เด็กขนาดนี้เล่นกัน

“ก็... ฮะๆ”

“ขำอะไรของมึง”

“ขำมึงกับกูอะ มายืนกอดยืนฟัดกันหน้าหอประชุม คนเดินผ่านไปผ่านมาก็เยอะแยะ” ร่างสูงปิดปากกลั้นหัวเราะจนตัวสั่น โว้ยยย

“ไม่ใช่เรื่องน่าขำเลยสัส เข้าไปข้างในได้แล้ว” กูอาย!

หลังจากนั้นผมก็จัดการลากไอ้แขกบ้านแขกเมืองมาในหอประชุม ก็อย่างที่คิด พอเข้ามาปุ๊บเสียงที่ว่าดังก็ดังเข้าไปใหญ่ อารมณ์ผู้หญิงสมัยใหม่ทั่วไปนั่นแหละครับ เจอคนหล่อก็เรียกเพื่อนมาดู เจอคนดังก็กรี๊ด

“เชรด คนโคตรเยอะ สีกูมีแค่ครึ่งหนึ่งของสีมึงเองมั้ง” ไอ้คนข้างๆ พูดขึ้นขณะที่นั่งขัดสมาธิลงกับพื้น เอาหลังพิงผนัง

“ก็นะ”

“มึงไปทำงานเถอะเดี๋ยวจะโดนประธานด่า” เออว่ะจริงด้วย ถึงว่าล่ะทำไมรู้สึกแปลกๆ เหมือนโดนอะไรแทงหลัง ที่แท้ก็สายตาของไอ้อิมนี่เอง ขอผมอ่านสายตามันแปป... ‘น๊าน หนีงานไปหาผู้ คิดว่าจะรอดเหรอไอ้เวร...’ เอ่อ รีบไปดีกว่าครับ

หมับ

“ลืมบอก”

ก่อนที่ผมจะเดินออกไปมือใหญ่ก็จับแขนผมไว้ซะก่อน ถ้าเป็นเมื่อก่อนผมคงลากไอ้หยางติดมือไปด้วยเพราะแรงเยอะกว่าประมาณแปดล้านเท่า แต่ตอนนี้ทุกอย่างเปลี่ยนไปแล้ว… แค่มันจับไว้ผมก็ไปไหนไม่ได้ ไม่ชอบเลยว่ะ ผมชอบตอนที่ตัวเองสามารถอุ้มไอ้ห่านี่ท่าเจ้าสาวได้มากกว่า

“ผอมแล้วนี่หว่า”

ประโยคที่ได้ยินทำให้ผมยิ้มกว้างแล้วตัดสินใจนั่งคุยกับคู่สนทนาต่อ ช่างงานก่อนเถอะ ตอนนี้ผมอยากอวดหุ่นของตัวเอง แหมๆ มีเรื่องให้อวดให้เม้าท์เยอะเลย ตอนนี้คุณอยู่กับผมนายอุ๋งๆ ในรายการเรื่องเล่าเขย่าไขมัน คุยกันวันนี้จบอีกทีวันจันทร์ คุยกันมันจนฟันบิ่นกันไปเลย

“เออ ก็ไม่ได้อะไรเนอะ แต่แบบบบบ เหลืออีกสามโลนะอย่าลืม ภูกระดึงของกู แล้วก็อย่าลืมว่ามึงจะให้กูขออะไรก็ได้หนึ่งอย่าง อิอิ” ผมพูดด้วยท่าทีที่อะเลิทสุดๆ ทั้งยิ้มกว้าง จงใจทำหน้าให้น่าหมั่นไส้ นี่พยายามดันเหนียงออกมาแล้วนะแต่มันไม่มี โถถถถถถถถถถ่ น้องเหนียงของพี่ ขอโทษทีที่เราต้องจากกัน

“จ้าพ่อคุณณณ มึงก็อย่าลืมที่บอกว่าจะซ้อนนินจากูแบบไม่ใส่หมวกกันน็อคกับใส่ชุดรัดกล้ามเนื้อเข้าฟิตเนสก็แล้วกัน” ฟังดูโรคจิตนะแต่ทุกอย่างผมเป็นคนพูดเองทั้งนั้น ตอนนั้นกูคิดอะไรอยู่วะ ไม่ใส่หมวกแม่งคือการฝ่าฝืนกฏหมายดีๆ นี่เอง ไหนจะชุดอีก

“โอเค๊”

“เออ เรื่องที่มึงจะขอ”

“?”

“ความจริงมึงจะขอกูเลยก็ได้นะ”

“ไม่เป็นไร จะตอนนี้หรือตอนที่น้ำหนักหกสิบสองมันก็เหมือนกันอะ”

“เออว่ะ แต่มึงซ้อนนินจาแบบไม่ใส่หมวกได้แล้วนี่” ปกติตอนที่ซ้อนรถมันถ้าไม่มีหมวกผมไม่ขึ้นนะครับ รถไอ้เทรนด์กับไอ้ต้นด้วย แม่งเขิน พวกหน้าตาดีมีของให้อวดไม่เข้าใจฟีลคนแบบผมหรอก

“ก็ได้นะ ยังไงวันนี้กูก็ต้องซ้อนรถมึงไปกินบิงซูอยู่แล้วนี่”

พอผอมแล้วใครๆ ก็มั่นใจขึ้น ผมคนหนึ่งแหละที่เป็นแบบนั้น ก็ความมั่นใจเป็นหนึ่งในเป้าหมายที่เราตั้งไว้ว่าจะมีหลังจากที่ลดน้ำหนักได้แล้วนี่ แต่แอบหวั่นๆ เหมือนกันเพราะเชี่ยหยางมันขี่รถเร็ว ถ้าไม่ใส่หมวกแล้วชีวิตผมจะอยู่รอดปลอดภัยรึเปล่า

(ไอ้ธันคะ โปรดกลับมาทำงานก่อนค่ะ อย่าเพิ่งฝอยกับยัวร์สั่มมีย์ กลับไปบ้านค่อยคุยกันก็ได้ จะนอนคุย นั่งคุย ตะแคงคุย หรือจะท่าไหนก็แล้วแต่พวกมึงเลยค่ะ)

เนื่องจากที่นี่เป็นสถานที่ปิด เสียงประกาศจากไมค์จึงดังสะท้อนเป็นพิเศษ เมื่อก่อนก็ชอบนะแต่เดี๋ยวนี้เริ่มจะไม่ละ

“มึงรออยู่นี่นะ กูไปวัดไซส์เสื้อน้องก่อน”

“อือ มาไวๆ นะ ยัวร์สั่มมีย์ไม่อยากอยู่คนเดียวนานๆ สาวๆ ที่นี่น่ากลัว” ไม่พูดเปล่า มันยักคิ้วกวนตีนสองสามจึกด้วย กูเกลียด

“ไอ้สัส อย่าไปเล่นตามมัน”

“ตลกดีนะมึง กูชอบหน้าหมั่นไส้ของอิมอะ ฮ่าๆ”

(ยัง ยังไม่เลิกอีก จะให้กูลงไปลากผัวมึงมาปล้ำให้ดูเป็นขวัญตาไหมจ๊ะธันวา? ไม่ได้อยากทำนะ แค่อยากสั่งสอนให้รู้ว่าต้องเอาเวลางานมาก่อน… หยางมานี่เร๊ว)

จ้า แม่คุณ

“พวกมึงจะไปไหนกันต่อ” แพนถามขึ้นเมื่อผมเดินกลับไปที่แถว เอ๊ะ... ผมจำได้ว่าก่อนจะไปรับไอ้หยางคนในแถวเหลือน้อยกว่านี้เพราะน้องบางคนพอลองเสร็จก็ออกไปจากหอประชุม แต่ทำไมตอนนี้คนเยอะมากเลยวะ

“มึง มาเร็วๆ พี่หยางอยู่ในหอประชุม!”

“อีเหี้ย มึงต้องไม่เชื่อแน่ว่าสามีกูกำลังนั่งอยู่ในหอประชุมเดียวกับกู”

“มาๆ มาดูหนุ่มหล่อเร๊ว! คนนี้เด็ดจริง กูอยู่ที่ดรุณี รีบมานะอีดอก!”

“ถ้ามึงไม่มาตอนนี้จะเสียใจ”

อ๋อ ผมรู้แล้วว่าทำไมคนถึงเยอะ…

สาวน้อยทั้งหลายพร้อมใจกันยกมือถือขึ้นมากดถ่ายภาพไอ้หยางและแชร์ลงเฟสพร้อมสถานที่ บางคนก็โทรเรียกเพื่อนมาดู โอ้ว มันก็คงเป็นความสุขเล็กๆ ของพวกเธอละมั้ง ถึงจะไม่ได้คุยกันแต่แค่เห็นหน้าก็อิ่มอกอิ่มใจ

“กูกับไอ้หยางเหรอ?”

“อือฮึ”

“ไปกินบิงซู” ผมพูดแล้วก็ยักไหล่รัวๆ จงใจกวนประสาทไอ้คนที่ไม่ได้ไป ได้ผลแฮะ มันหันไปบ่นอุบอิบคนเดียวด้วย ‘ชิ อย่าให้พี่ไกด์ว่างเถอะมึง… กูจะเที่ยวทั่วโลกเลยคอยดู จะแดกทุกอย่างที่มีด้วย รถยนต์ มอเตอร์ไซค์ เสาไฟฟ้าอะไรกูแดกหมดอะ’ โถ่ สงสารพวกมีแฟนแต่แฟนไม่ว่าง ผมจะให้มันยืมตัวเองเป็นแฟนก็กระไรอยู่… รอไปละกัน ฮะๆ

“เชี่ยอิจฉา เอากูไปด้วยดิวะ มึงอยู่กับหยางบ่อยแล้วอะ กูอยากอยู่กับเขาบ้างงงงง”

“มึงขอผิดคนแล้วดา ไปขอมันดิ มันเลี้ยง” ผมเพยิดหน้าไปทางร่างสูงที่ก้มหน้าก้มตาเล่นมือถือ คำกล่าวที่ว่า ‘โทรศัพท์เป็นอวัยวะชิ้นที่สามสิบสาม’ เหมาะกับคนอย่างไอ้หยางที่สุดละ ว่างเป็นจับ ขยับเป็นกด

“เลี้ยงด้วยอะมึง ฮื่ออ กูอยากแดกบิงซู ความหวานนน ในใจฉันนั้นมันต่ำไปปป”

“มาเป็นเพลงเลยนะมึง ไปเล่นตรงโน้นไปดา กูจะวัดไซส์เสื้อให้น้อง” ผมแกล้งผลักไหล่สาวสวยออกไปก่อนจะนั่งลงเอาเสื้อให้น้องลอง ให้ตายสิ คนนี้ผมลองให้ไปรึยังวะ คนเยอะจนลายตา บางคนก็เอาเพื่อนมานั่งแทนที่คนที่ไปแล้ว เห็นใจกันบ้าง กูงงครับ

“ทำไมว้า ในเมื่อพวกมึงก็เป็นตัวผู้แมนๆ ที่ดูไม่ได้กุ๊กกิ๊กอะไรกัน แต่ทำไมกูถึงได้อิจฉา ทำไมกูต้องอิจด้วยในเมื่อกูก็มีผัวแล้ว ฮื่อออ กูไม่เข้าใจจจจ” อย่าว่าแต่มึงเลย กูก็ไม่เข้าใจที่มึงพูดเหมือนกัน

ใช้เวลานานพอสมควรกว่าที่ผมจะลองเสื้อให้น้องจนหมดทั้งแถว เฮ้อ เหนื่อยฉิบหาย ถ้าเคยอยู่ในสถานที่แออัด ลมไม่ผ่าน เสียงดังนานๆ คุณจะเข้าใจความรู้สึกผม ร้อน หายใจไม่สะดวก ไม่สบายตัวและมึนหัว หลายๆ อย่างมันรวมกันจนมั่วไปหมด จะเป็นลม...

ฟู่ววว

อะ

ในขณะที่ผมกำลังคิดว่าจะไปหาอะไรมาพัดก็ต้องชะงักเท้าเพราะสัมผัสได้ถึงลมเย็นที่พัดมาโดนตัว ถ้ามันเป็นลมธรรมชาติผมจะไม่หันไปมองเลย

“ร้อนอะดิ เหงื่อออกเต็มเลย”

“อือ โคตรร้อนเลย ยืมแป๊บได้ปะ” คือร้อนมาก ไอ้สามตัวที่เหลือก็เอาตัวรอดด้วยการขโมยพัดของไอ้อิมมาเรียบร้อย อย่างบาป ไม่คิดจะแบ่งกูเล๊ย

“อะ” มือเธอที่ยื่นเข้ามาหาฉันนั้นมันคือสวรรค์ พัดลมนั้นมันเยี่ยมยอดดด กูรอดแล้วโว้ยยยย

ฟึบ

ในขณะที่ผมกำลังดีใจ มือใหญ่ก็ดึงเสื้อนักเรียนของผมให้แนบลงไปกับเนื้อ แต่วางใจได้ ไม่เห็นอะไรหรอกครับนอกจากเสื้อกล้าม แล้วนี่... มึงทำไปเพื่ออะไรเนี่ยหยาง เห็นไหมว่าคนอื่นเขามอง

“ไอ้เชี่ย หุ่นมึงดีกว่าไอ้ต้นอีก” คู่สนทนาทำหน้าตื่นเต้นก่อนจะกดถ่ายรูปผมไปให้ไอ้สองหน่อดู แอบเห็นด้วยหางตาว่าไอ้ต้นตอบว่า ‘หัวค_วยยยยย ไอ้ศิษย์ทรยศ!! ทำไมมึงหุ่นดีกว่าเทรนเนอร์อย่างกู! เจอกันคราวหน้ากูจะยัดทุกอย่างที่คนเสี่ยงโรคอ้วนชอบแดกเข้าปากมึง! มึง มึง มึ๊งงงง!!’

เอ้า กูผิดอีก

“ไอ้ต้นบอกให้ถ่ายรูปกูไปให้มันดูเหรอ”

“เออ มันบอกว่าขอเน้นๆ แนบๆ เอาให้เห็นเนื้อจริงๆ ...นี่กูยังอึ้งอยู่เลย มึงทำได้ไงวะ” หนุ่มหล่อขมวดคิ้วสงสัยขณะจิ้มนิ้วลงมาที่หน้าท้องแบนราบของผม… แค่กๆ พูดคำนี้แล้วกระดากปากฉิบหาย เมื่อก่อนเรียกแต่พุงกับบุญเก่า

“แล้ว… มึงมีชุดรัดกล้ามเนื้อยังอะ”

“ยัง ยังไม่ได้ไปซื้อเลย รอว่างก่อนละกัน ถึงซื้อมาตอนนี้ก็ยังไม่ได้ไปไหนอยู่ดี” ถ้าจะไปต้องเอาไอ้เทรนด์ไปด้วย ห่านี่ชอบใส่เสื้อทำนองนี้ เดี๋ยวให้มันไปช่วยเลือกที่ทนๆ เท่ๆ

“ชุดรัดกล้ามเนื้อคืออันเดียวกับเสื้อรัดรูปกีฬาใช่ปะ”

“Yes ทำไม?”

“ตอนแรกกูคิดว่ามันเป็นชุดที่นักมวยปล้ำใส่ แบบเส้นๆ โหว่ๆ โชว์เนื้อหนังไรงี้”

“ห้ะ...”

“โทษๆ ชื่อมันส่อไปทางนั้น ฮะๆ” พอพูดจบพ่อนักเรียนต่างโรงเรียนก็ก้มหน้าลงไปจิ้มๆ พิมพ์ข้อความตอบสาวๆ ต่อ ผมก็ไม่ได้ว่าอะไร ชินแล้วล่ะที่เป็นแบบนี้

(พี่สตาฟรวมตัวหน่อยค่ะ) พวกผมเดินไปนั่งรวมตัวกันตามที่ไอ้อิมประกาศ แน่นอนว่าต้องกระเตงไอ้อ่อยไปด้วย ไม่ได้ๆ ทิ้งไว้เดี๋ยวเกิดโดนลากไปโน่นไปนี่ขึ้นมาจะทำไง พันธุ์ขี้อ่อยอย่างนี้ยิ่งหายากอยู่ด้วย (ขอบคุณทุกคนมากนะที่มาช่วยกัน เดี๋ยวสอบเสร็จเราต้องมาช่วยกันเตรียมกีฬาสีต่อ ทุกคนรู้หน้าที่แล้วเนอะว่าอยู่ฝ่ายไหน)

“ช่ายยย”

ตอนม.ต้นเวลาเห็นพี่ๆ จัดกีฬาสีผมคิดว่าแม่งง่าย แป๊บเดียวก็เสร็จแต่ความจริงมันไม่ใช่ มันจะง่ายมากถ้าโรงเรียนผมให้จ้างได้ นี่ไม่ไง ทุกอย่างเราต้องทำเอง ทุกอย่างเราต้องซื้อเอง ถึงจะมีงบให้แต่ก็ได้แค่นิดเดียว พอแค่ซื้อสีกับของทำคัทเอาท์อ่ะ

(งั้นก็ไม่มีอะไรแล้วล่ะ กลับบ้านได้… หรือจะอยู่ร้องเพลงกันก็ได้ ดนตรีมา!) จบเสียงสั่ง กลองก็เคาะเป็นจังหวะที่ทุกคนคุ้นเคย (แจวมาแจวจ้ำจึกน้ำนิ่งไหลลึกนึกถึงคนแจว! แจวมาแจวจ้ำจึกน้ำนิ่งไหลลึกนึกถึงคนแจว!! แจวเรือไปซื้อ f*ck แจวเรือไปซื้อ f*ck ขอเชิญสตาฟพยัคลุกขึ้นมาแจ๊ววววววว!!!!) สาวๆ ลุกฮือขึ้นมาเต้นจนไม่เหลือคราบพี่สาวนิ่งๆ เมื่อกี้ ใจเย็นนะโยม พวกมึงใส่กระโปรงอยู่

“ไปกันเถอะไอ้หยาง” ทนมองต่อไปไม่ไหวแล้ว...

“เพื่อนมึงโคตรรั่ว กูอยากจะติดแท็ก ‘นี่หรือโรงเรียนหญิงเกือบล้วน’ ให้จริงๆ...”

“นี่แหละตัวตนที่แท้จริงของพวกมัน” เอ้อ นี่จะหกโมงแล้วเรายังไม่ไปถึงร้านบิงซูเลย อะ ผมไม่ได้อยากกินนะเว้ย ก็แค่ฝันถึงบ่อยๆ ตอนที่กำลังลดน้ำหนัก ฝันว่าได้กินบ้างล่ะ ได้อาบบ้างล่ะ คือไม่กินก็ได้แต่ถ้าได้กินก็ดี๊ “พวกมึง กูกลับแล้วนะ”

“เออๆ ไปเหอะ”

“เจอกันพรุ่งนี้ เย็นนี้อย่าลืมส่งการบ้านคณิตเพิ่มมาให้พวกกูลอกนะ มึงคือความหวังหนึ่งเดียวของห้อง”

“ไอ้พวกจัญไร เออๆ เดี๋ยวทำแล้วจะส่งไปให้” การบ้านที่ว่าเป็นชีทงานหนึ่งร้อยข้อครับ ส่วนตัวผมไม่ได้เก่งนะแค่พอจะเข้าใจแต่ไอ้พวกนี้มันชอบมโนว่าผมเก่ง

“ไม่อยู่ต่อหน่อยเหรอ”

เสียงใสของสาวคนหนึ่งทำให้ผมและไอ้หยางหันกลับไปมอง เธอกำลังยิ้มอ่อนๆ พร้อมกับส่งสายตาหวานหยดย้อยมาให้... เราทั้งคู่ ถึงตรงนี้พวกคุณคงอยากจะรู้ว่าเธอเป็นใคร ผมจะบอกให้ก็ได้

หลิงครับ

“อันที่จริงเราก็อยู่ได้นะ”

ป๊าด พอโดนอ่อยหน่อยก็เปลี่ยนทิศทันทีเลยนะพ่อพวงมาลัย มียิ้มตอบด้วย บางทีผมก็เหนื่อยแทนมันนะที่ต้องยิ้มเรี่ยราดให้คนนั้นคนนี้ ช่างเถอะ ไอ้หยางอาจจะไม่เหนื่อยก็ได้เพราะมันยังยิ้มอยู่เลย

“ตลอดอะมึง เอ้า เลือกมาว่าจะกินบิงซูหรือจะอยู่ที่นี่ กูมีเวลาไม่มากเดี๋ยวต้องไปทำงานต่อ” คณิตหนึ่งร้อยข้อภายในคืนเดียวไม่ใช่งานหมู บอกแล้วไงว่าคีรินทร์ไม่ได้เก่ง ถ้าต้องนั่งฟังไอ้หัสดินเต๊าะสาว (ที่คาดว่าน่าจะใช้เวลาร่วมชั่วโมง) ด้วย ต้องไปกินบิงซูด้วย แล้วก็ต้องกลับบ้านไปทำการบ้านด้วยคงทำได้แค่สองข้อ

“อ้าวเหรอ อืม งั้นเอาไงดีวะ”

“เลือก ถ้ามึงจะไปกินบิงซูก็เร็วๆ เลยบักx แต่ถ้าจะอยู่ที่นี่ต่อกูก็ไม่โกรธหรอก”

“...มึงอยากไปกินบิงซูมากเปล่า วันนี้ขอคุยกับเพื่อนก่อนได้ไหม”

อ่า

“ไว้วันหลังเราค่อยไปด้วยกันก็ได้ วันนี้มึงคุยกับหลิงไปเถอะ ฮะๆ” ไม่โกรธจริงๆ ที่มันจะเบี้ยวนัดผมไปหาผู้หญิง อืม… ความจริงก็เฟลนิดๆ แต่ผมโอเคครับ เราเป็นเพื่อนสนิทกันทำไมผมจะไม่รู้นิสัยอีกฝ่ายล่ะ เรื่องผู้หญิงนี่มาเป็นอันดับต้นๆ อยู่แล้ว เผลอๆ อาจจะอยู่ที่หนึ่งหรือที่สองด้วยซ้ำ อีกอย่างมันก็จะเลี้ยงด้วย ถ้าท้วงอะไรไปมันก็ออกจะน่าเกลียดไปนิด วันนี้ผมกลับไปทำงานก่อนก็ได้

“แล้วมึงจะกลับบ้านยังไง”

“เดี๋ยวโทรให้พี่ตุลย์มารับ”

“เหรอ งั้นเจอกันนะ”

“เออ เจอกันๆ” ผมโบกมือลาร่างสูง ไม่ลืมที่จะเผื่อแผ่ไปถึงเพื่อนๆ ข้างหลังด้วย พอลาเสร็จก็หันหลังเดินจากไป... เฮ้อ ผมเสียใจมากกว่าที่ตัวเองคิดไว้ซะอีก

หมับ

“ล้อเล่น”

…?

“โถไอ้เหี้ย กูแกล้งนิดหน่อยทำเป็นหงอย ปากบอกไม่เป็นไรแต่พอเดินหันหลังกลับไปแล้วไหล่ตกเลยนะมึง ฮ่าๆ” เจ้าของน้ำเสียงกลั้นขำยกมือขึ้นตบหัวผมเบาๆ เมื่อพอใจแล้วพ่อคุณก็หันกลับไปยิ้มโปรยเสน่ห์ให้แม่นางน้อยทั้งหลายที่ยืนอยู่ข้างหลัง “ขอโทษที เอาไว้มาคราวหน้าจะมานั่งคุยด้วยนะ วันนี้เรามีนัดแล้ว”

“...จ้า”

อะไรวะ คดีพลิกซะงั้น

ผมเดินตามไอ้นักเรียนต่างโรงเรียนไปที่รถทั้งๆ ที่ยังมีอาการมึนๆ ตลอดทางมันไม่พูดอะไรเลย เอาแต่ฮัมเพลงเหมือนอารมณ์ดีมาก แล้ว… สรุปคือมันหยอกผมเล่นเหรอ?

“ไปร้านที่เพิ่งเปิดใหม่เนอะ”

“แล้วแต่... ไหนมึงบอกว่าจะนั่งคุยกับเพื่อนไง”

“กูล้อเล่น นั่งคุยกับคนที่เพิ่งรู้จักจะมาสำคัญกว่าการพาแมวน้ำไปแดกบิงซูได้ไงวะ”

ง่อววว

“แหม๊ ทำมาเป็นพูดให้ดูดี ความจริงมึงก็อยากจะนั่งคุยกับสาวๆ นั่นแหละ อย่าให้กูแฉ”

“น๊านน รู้อีก”

“มองตาก็รู้แล้ว”

“จริงดิวะ กูทำตายังไง?”

“เหมือนตาแก่ตัณหากลับมองเด็ก” ล้อเล่น มันไม่ได้เป็นอย่างที่พูดหรอก ไม่สิความจริงก็คล้ายๆ นะ เปลี่ยนแค่นิดหน่อย จากตาแก่เป็นฮ่องเต้ จากเด็กเป็นนางสนม สายตาไอ้หยางเจ้าเล่ห์บวกเจ้าชู้มากซะจนผมที่ไม่ใช่คนโดนมองยังรับรู้ได้ ไอ้เด็กบ้านี่

“อี๋ เปรียบเทียบน่าเกลียดฉิบหาย มึงเดินไปที่ร้านเองเลยนะ”

“เหี้ยยย มึงจะทิ้งเพื่อนได้ลงคอเหรอ” ผมถามขณะมองคู่สนทนาขึ้นคร่อมรถ เอาเข้าไป หมวกกันน็อคก็ไม่ใส่ รู้ว่าหล่อ แต่ไม่ต้องทำให้เด็กโรงเรียนกูใจสั่นบ่อยๆ ก็ได้มั้ง เห็นไหมว่าตรงพุ่มหญ้ากับหลังรูปปั้นยีราฟหน้าโง่มีเลนส์กล้องขนาดเท่าบ้องข้าวหลามโผล่ออกมา แล้วเห็นไหมว่าน้องตากล้องทำหน้าหื่นขนาดไหน ไอ้หยางอย่างเลวอะ

“ทิ้งได้ และกูกำลังจะทิ้ง อิอิ” กูไม่เคยเกลียดคำว่า ‘อิอิ’ ที่ไหนมากไปกว่าอิอิที่ออกมาจากปากมึงสาบานได้! แล้วนั่นมึงสตาร์ทรถทำไม! ไม่ต้องมาบิดบื้นๆ เลยไอ้เชี่ย!

มึงจะเอาแบบนี้ใช่ไหมหัสดิน...

“ถ้ากล้าทำจริงๆ กูจะโทรไปฟ้องแม่มึงว่ามึงเก็บหนังสือโป๊ไว้ใต้เตียงเยอะขนาดไหน จะบอกพ่อมึงด้วยว่าในคอมมึงมีคลิปอะไรบ้างแล้วซ่อนไว้ที่ไหน นอกจากนี้กูจะบอกหยินว่ามึงแอบขโมยดินสอราคาแพงของน้องมาใช้เอง!”

“อ ไอ้... เออขึ้นมา!”

หึ ไม่รู้ซะแล้วว่ากูมีอิทธิพลขนาดไหน

ถึงตอนม.ปลายจะเคยเข้าห้องมึงแค่สามครั้งแต่กูรู้หมดนะครับว่ามึงซ่อนอะไรไว้ที่ไหนบ้าง มึงก็เหมือนคนทั่วไปที่ชอบคิดว่า ‘ที่ที่อันตรายที่สุดคือที่ที่ปลอดภัยที่สุด’ ความลับของมึงถึงได้ถูกซ่อนไว้ในที่หาง่ายโคตรๆ หนังสือเรทอาก็ใต้เตียง คลิปก็ซ่อนไว้ที่ไฟล์เพลง

คือไม่ได้ขี้เสือกนะ ผมเจอทุกอย่างด้วยความบังเอิญ ตอนที่เจอหนังสือจำได้ว่าผมนอนตกเตียงแล้วดันกลิ้งเข้าไปข้างในก็เลยป๊ะเข้ากับกองหนังสือผิดศีลธรรมจำนวนมหาศาล ส่วนตอนเจอคลิป ตอนนั้นอยากฟังเพลงก็เลยกดเข้าไปในโฟลเดอร์เพลง แล้วเป็นไง... บึ้มมมม มีเป็นร้อยคลิป ไอ้หื่นเอ๊ย

“ชิ ไม่ต้องใส่หมวก มึงสัญญาเองว่าจะไม่ใส่!” ร่างสูงโวยวายเมื่อผมกำลังจะเอื้อมมือไปหยิบหมวกกันน็อค ปัดอย่างแรงอ่ะ… พาลว่ะ หึ

“ทำไมขี้โมโหแบบนี้ล่ะครับหัสดิน”

ผมแกล้งจับคางคู่สนทนาเบาๆ แล้วดึงลงมาหาหน้าตัวเอง...

ปฏิกิริยาตอบโต้ของอีกฝ่ายทำให้ผมหัวเราะเสียงดัง มันไม่ใช่การเขินหน้าแดงหรอกครับ มันคือการเบะปากทำหน้าหมั่นไส้ต่างหาก แม่งทุเรศจนผมหลุดขำ นี่สารภาพว่าเห็นทุกรอยตีนกาและรอยย่นบนหน้ามัน อยากให้คุณมาเห็นจริงๆ

“เหอะ ต่อไปนี้กูจะย้ายไปไว้ในที่ที่มึงไม่มีทางหาเจอ” พูดจบก็ปัดมือผมออกไป

“ถ้าเป็นตู้เสื้อผ้าก็ไม่ต้องย้ายนะ สิ้นคิด”

“เฮ้ย รู้ได้ไงวะ”

“...”

ไอ้หยางนี่มันไอ้หยางจริงๆ …

“เออช่างแม่ง ขึ้นมาเถอะ จะได้รีบไปแดกบิงซู การบ้านมีเยอะไม่ใช่ไง๊” มีความตัดจบแบบหน้าด้านๆ ...ช่างเถอะครับ ผมก็ขี้เกียจจะคุยละ หิวก็หิว งานก็อยากจะกลับไปทำเร็วๆ

ผมก้าวขาขึ้นไปนั่งที่เบาะหลังอย่างง่ายดาย รู้ไหมตอนที่ยังอ้วนอยู่ผมลำบากขนาดไหนที่ต้องขึ้นไปนั่งบนเบาะที่โคตรสูงแบบนี้ จะเหยียบที่เหยียบแล้วขึ้นไปก็ไม่ได้เพราะกลัวรถเพื่อนจะล้ม ก็เลยต้องใช้ความยาวช่วงขาก้าวแล้วคร่อมเลย เป้าเกือบขาดไปหลายตัว สงสัยเพราะอย่างนั้นก็เลยทำให้ผมมีสกิลการก้าวขาขึ้นไปนั่งที่งดงามประหนึ่งนายแบบโฆษณาบิ๊กไบค์

เอ๊ะ... ขึ้นมานานแล้วนะ

“หยาง กูขึ้นมานานแล้วนะเมื่อไหร่จะออกรถ” ผมตบไหล่อีกฝ่ายเบาๆ มันยังนั่งนิ่งอยู่เลยเนี่ย ไหนบอกจะรีบไงวะ

“ห้ะ ขึ้นแล้วเหรอวะ กูไม่รู้สึกเลย” มันเอี้ยวหน้ามามองผมด้วยความตกใจ เหยด ได้ยินประโยคนี้แล้วเหมือนจะลอยได้ ดีใจจนระดับอารมณ์ดีพุ่งทะลุปรอท ‘feel good’ กลายเป็นฟีลกู๊ดกูด

“น่อววว สงสัยกูจะผอมจัด” พูดแล้วก็ไหวไหล่ เอามือเสยผมหล่อๆ

“เออ อย่างเบาอะ อาจเป็นเพราะกูชินน้ำหนักก่อนหน้านี้ของมึงก็ได้มั้ง” อือ ก็คงจะเป็นอย่างนั้น

จะว่าไป...

“นี่ถามจริง มึงไม่รู้สึกแปลกบ้างเหรอวะที่กูผอมลง ขนาดไอ้แพนยังไม่ชินเลย” คิดมาตั้งแต่ตอนที่ไอ้หยางเห็นผมครั้งแรกละ หน้ามันตกใจก็จริงแต่ก็ดูไม่ตกใจเท่าพวกไอ้แพน มันแปลกๆ อธิบายไม่ถูก เหมือน ‘ผอมแล้วเหรอ อ้อ โอเค’ คือมึงไม่ตื่นเต้นหน่อยเหรอ เพื่อนมึงลดไปเกือบยี่สิบกิโลเลยนะเว้ย มึงควรจะ ‘ตุหู๊ววว!!!’ ไม่ก็ ‘โอ้โห๊!!!’ สิวะ

“ไม่นะ ไม่รู้ดิ มึงไม่ได้ต่างจากที่กูคิดไว้เท่าไหร่สงสัยภาพตอนเด็กจะติดตามั้ง” ไอ้คนขี่เลิกคิ้วข้างหนึ่ง มือก็ยกขึ้นมาเกาหัวเหมือนไม่รู้จะพูดอะไร กรรม...

“เหอะๆ” ควรรู้สึกยังไง สรุปว่าในสายตามึง กูลดหรือไม่ลดก็ไม่ต่างกันสินะ

“แต่ถ้าให้พูดจริงๆ ก็รู้สึกแปลกนิดหน่อยนะ”

“ยังไง?” กูหล่อขึ้น กูดูดีขึ้นล่ะสิ อิอิ

“ไม่รู้ดิ รู้สึกแปลกที่ไม่มีแก้มให้กัดมั้ง ฮื่อ”

“...”

“มึงไม่มีแก้มแล้วอ่ะ แบบนี้กูกัดอะไรล่ะ เหนียงก็ไม่มีให้บีบ มันไม่ใช่อะธัน มึงไม่ใช่อุ๋งๆ ตัวเดิมของกู กูเจาอุ๋งๆ ตัวเดิม ตัวนี้ไม่น่ากัด ตัวนี้ไม่น่ากิน กระซิก”

ป้าบ

“เลิกเพ้อเจ้อแล้วก็ออกรถไปได้แล้ว กูจะกินบิงซู” น่ากินเชี่ยอะไรของมึง เดี๋ยวพ่อก็จระเข้ฟาดหางเลยว่ะ มันชอบบอกว่าแก้มผมน่ากินเหมือนซาลาเปาไซส์ใหญ่พิเศษ ดูเล่นๆ แต่แม่งกัดเหมือนจะแดก พวกไอ้ต้นก็ทำ โคตรเลว กัดผมเป็นขบวนการ ดีหน่อยที่ไม่กระชากจนเนื้อฉีก

“จ้าๆ เกาะแน่นๆ นะกูจะออกรถละ”

บรื๋นนนนนนนนนนน

วุ้วววว เสียงแบบนี้สิที่ผมชอบ ไม่ใช่แถ่ดๆๆ เหมือนครั้งโน๊นนนนน

 



____________________________________________________________________________________


วุ้ววววววว ฉี่วิตที่มีอุ๋งๆ มันดีจริงๆ!!!!!!




หน่องแน๊งๆ



ปล.ช่วงนี้ไรท์ของพวกแกต้องซ้อมศิลปหัตถกรรม

วันเสาร์อาทิตย์ก็เลยอัพได้ไม่ต่างจากจันทร์ถึงศุกร์ ฮื่ออออ ขอโทษ...

ขอโทษที่ฮ็อตเกินไป



ปล.2 มีรีดบางคนคิดว่าฉันอุบอิบ แต่งจบแล้วแต่ไม่ยอมเอาลง

...ดูหน้า ดูขอบตา ดูสิว ดูรอยย่นจากการไม่ได้นอนนี่สิ

ฉันอยู่ม.5 นะเว้ย จะเอาเวลาที่ไหนมาแต่งนิยายมากมายขนาดน๊านน

ตลก5555555




++++++++++++++++++++++++++++++++++++

หึ หลีกไปพวกตัวประกอบอุ๋งๆ จะเดิน!!!!

//ผลักหัวทุกคนออกไป








อ่าห์ ในที่สุดธันวาของฉันก็หล่อว์...

นี่แหละลูกรักที่แท้จริง!!!!

-Mommae-



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.816K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

30,011 ความคิดเห็น

  1. #29643 Pangrumm01 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2563 / 19:43
    เกือบขึ้นแล้สน่าาหยางน๊าา จะอยู่กับสาวหรอ หื้ิอออ?!
    #29,643
    0
  2. #29529 1080pM (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2563 / 03:02
    ฉันผิดเองที่ทำให้เธอคลั่งไคล้!!!!
    #29,529
    0
  3. #29493 N_jkp (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 30 เมษายน 2563 / 06:50
    กำหมัดแล้วตอนที่หยางบอกจะอยู่กับหลิง
    #29,493
    0
  4. #29359 จิ้งจอกสีเทา (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 15 เมษายน 2563 / 12:42
    โอ้ยย ชั้นยิ้มจนแก้มเมื่อยหมดแล้ววววว
    #29,359
    0
  5. #29291 reluz (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 9 เมษายน 2563 / 13:08
    ธันหล่อมากก บางมุมก็เท่ บางมุมก็น่ารัก มายก้อททท
    #29,291
    0
  6. #29190 นักโทษหมายเลข0 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 5 เมษายน 2563 / 17:35
    เธออ ขอหนทางที่นางจะรักกันนนน
    #29,190
    0
  7. #28794 Poon_P21 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 11 ธันวาคม 2562 / 08:26

    เมื่อไหร่เค้าจะรักกันนนนน
    #28,794
    0
  8. #28652 -HUAHED- (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 6 เมษายน 2562 / 16:32
    โอ้ยเกลียดความบรื้นนน กับแถ่ดๆ55555555
    #28,652
    0
  9. #28647 Thawanhatai_100 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 5 เมษายน 2562 / 21:19
    อิมเมจธันวาใช่ซงเว่ยหลงปะไรท์
    #28,647
    0
  10. #28645 ratchani1738 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 5 เมษายน 2562 / 16:19
    รอจนใส้กิ่วหมด555
    #28,645
    0
  11. #28474 Chimmyn (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 22 มีนาคม 2562 / 23:58
    จับชั้นที!! มั่ยหวัยแร้ว ยืนมั่ยหวัยแร้ว ดาเมจความหลัวนี้ ฮรุก TT
    #28,474
    0
  12. #28393 Callmeyou (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2562 / 01:29
    สองคนนี้หน้าคล้ายๆกันเลยอ่ะ ให้ตาย
    #28,393
    0
  13. #28335 gan8824 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 27 มกราคม 2562 / 14:53
    หล่อ+น่ารักกอะ. งือออ ไม่ไหววว จะเปนลมมม พี่เเพ้แล้ววว อ่อก
    #28,335
    0
  14. #28244 greentealatte ♡ (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 25 มกราคม 2562 / 19:03
    ธันวาหล่อมากกกก
    #28,244
    0
  15. #27845 rattanalak44 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 19 พฤศจิกายน 2561 / 08:25
    ว้าวววววว นุ้งธันอย่างหล่ออ่ะ:-)
    #27,845
    0
  16. #27727 K_Korieee (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2561 / 15:19
    แถ่ดๆๆๆ
    #27,727
    0
  17. #27446 inggy2550 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2561 / 20:34
    ธันลดได้ในเวลาไม่กี่เดือน แล้วกูล่ะ...บอกจะลดตั้งแต่ต้นปี จนตอนนี้แม่งก็ยังคงสภาพเดิม-- ฟฟฟ
    #27,446
    1
    • #27446-1 Thitirat_2005(จากตอนที่ 15)
      28 ธันวาคม 2561 / 21:43
      แถมเพิ่มขึ้นอีกด้วยยย555+
      #27446-1
  18. #27263 H2O-69 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 29 กรกฎาคม 2561 / 13:52
    ธันลดได้แล้ว... เอามือกำพุงแปป อ่านแล้วอยากลดน้ำหนักเลย กระซิกๆ
    #27,263
    0
  19. #27130 Yosrungruang (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 3 กรกฎาคม 2561 / 22:28
    ว้าว..คนแต่งอยู่ ม.ห้าเก่งจัง
    #27,130
    0
  20. #27018 loocbomb (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 2 กรกฎาคม 2561 / 15:00

    อ่านแล้วอย่างซิทอัพตอนนี้เลย5555

    ได้เห็นหน้าธันวาแล้วววว ????

    #27,018
    0
  21. #26529 fxxq (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2561 / 21:55
    จะอ่านกี่รอบหลงหล่อจริงๆ- -
    #26,529
    0
  22. #26508 YuyNittaya (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2561 / 23:32
    งือออ พี่เหว่ยหลงงงง อ้ากกกก สามีช้านนนนน
    #26,508
    0
  23. #26158 Sspringlove (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2561 / 18:04
    อ่าว ทำไมไม่ดูเคะเลยอ่ะ คิดถึงน้องอุ๋งๆๆๆ #ยังอ่านไม่จบ เราจะไม่เห็น 'มีอะไรจะบอก น้ำหนักขึ้นอีกโล' ใช่มั้ยㅠ3ㅠ ไรท์สู้ๆ! ลดนะๆ ขี้เกียจไม่ได้นะ รักส์ อิอิ คิคิ คึคึ
    #26,158
    1
    • #26158-1 Sspringlove(จากตอนที่ 15)
      22 พฤษภาคม 2561 / 18:05
      *หมายถึงรูปน้องธัน ทำไมดูแมนๆ วะ*
      #26158-1
  24. #26124 _gw_17 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2561 / 19:03
    ไมอยากได้อุ๋งๆคืนมา โว้ะ ต้องดีใจสิถ้าเลิกเปนอุ๋งๆ แต่อีนี่คถ.อุ๋งๆโว้ยย
    #26,124
    0
  25. #26079 Green_pn (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2561 / 18:08
    อุ๋งๆ กลับมาาาาาาาา
    #26,079
    0