I'm on a diet! : อย่าท้า เดี๋ยวจะหาว่าไม่เตือน [END]

ตอนที่ 14 : ครั้งที่ 11 มันเขี้ยว รอยฟัน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 55,228
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,752 ครั้ง
    22 ม.ค. 62





ครั้งที่ 11 มันเขี้ยว รอยฟัน

[ธันวา]

“หึๆ” ผมหัวเราะในลำคอทันทีที่เห็นว่าบนเครื่องชั่งน้ำหนักขึ้นเลขอะไร ในที่สุด หลังจากที่ใช้เวลานานบรม ...ในที่สุดน้ำหนักผมก็ลดครบเก้ากิโลที่พี่ตุลย์ตั้งไว้สักที เย่ จะได้รู้สีรถในฝันแล้วโว้ย! yzf ที่รักรอพี่ก่อนนะจ๊ะ

“มึงโอเคเปล่าวะไอ้ธัน นี่ช็อคจนบ้าไปแล้วเหรอ”

“มึงอย่าไปด่ามันแคระ ที่ยิ้มแบบนั้นคงเพราะหิวจัด ไปเอาแครอทมาให้มันแดกดิ๊ ถ้าช้าเดี๋ยวแม่งโวยวายทำลายข้าวของนะเว้ย”

“ส้นตีนเถอะไอ้พวกจัญไร อิอิ”

“ทำไมต้องมีอิอิ กูเกลียดว่ะ”

“เพราะกูอารมณ์ดีไง อะ ไอ้หยาง”

“หือ ว่า?”

“ดูนี่ น้ำหนักกูเท่าไหร่” ผมกวักมือเรียกหนุ่มหล่อที่เพิ่งเดินเข้ามาในฟิตเนส จุดประสงค์มีเพียงหนึ่งเดียวเท่านั้น… อวดครับ

“ไหน ลดแล้วเหรอ... เฮ้ย 75 แล้วเหรอวะ กูไม่เจอมึงแค่แป๊บเดียวเอง” มันก้มมองอีกครั้งอย่างไม่เชื่อสายตา ถึงกระนั้นก็ยิ้มบางๆ นั่นแน่ ดีใจกับกูล่ะซี่ กูเก่งใช่ไหมล่า

“อ่า ก็คนมันจะผอม อะไรก็หยุดไม่อยู่หรอกน้อง” ผมเสยผมตัวเองก่อนจะพิงประตูกระจก สาจ๋า ไปเอาน้ำมาให้แพรหน่อย อยากโฆษณาน้ำดื่มอะ 'น้ำดื่มตราตระไคร้ ดีต่อใจใครๆ ก็ชอบ' ...ถุ้ย เกลียดตัวเองว่ะไอ้เหี้ย เวลามีความสุขแล้วเหมือนคนพี้กัญชาทุกที

“ไอ้หลงตัวเอง ไหนเอาหุ่นมาดูดิ๊”

ไอ้หยางผลักหัวผมเบาๆ ก่อนจะยกแขนขึ้นโอบรอบเอวทั้งสองข้างของผม คนอื่นเองก็ตามมาติดๆ ผมก็ไม่ได้ว่าอะไร ยืนให้พวกมันแต๊ะอั๋งอยู่แบบนั้นเพราะกำลังอยู่ในช่วงเห่อน้ำหนักแอนด์อยากอวดชาวบ้านว่าพุงน้อยๆ ได้จากผมไป (นิดนึง) แล้ว

“มึงมีเอวแล้วจริงด้วย”

“เนอะ”

“เอาเรื่องว่ะ ตอนนี้หุ่นมึงเกือบจะเรียกว่าปกติได้แล้วเนี่ย ติดแค่อวบนิดหน่อยเท่านั้นเอง” ไอ้เทรนด์พูดพลางลูบตรงส่วนเว้าโค้ง (อันน้อยนิด) ของผม ตั้งแต่อ้วนมา ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่ผมได้สัมผัสคำว่าเอว ปริ่มโว้ย

“ใช่ไหมล่ะ”

“แต่ว่านะ...”

“?”

“เหนียงกับแก้มยังอยู่ว่ะ อยู่แบบครบองค์ประชุมด้วย” เจ้าของนินจาเขียวใช้มือทั้งสองข้างบีบแก้มผมให้ยืดออก ถ้ายืดเบาๆ จะไม่ว่าเลย นี่โคตรแรง

“โอ๊ยๆ ไอ้เอี้ย อ่อย!” ผมร้องโวยวายขณะส่งสายตาขอความช่วยเหลือให้ร่างเล็กว่า ‘ไอ้ต้นช่วยกูด้วย’

“กูก็ว่างั้น เพราะแบบนี้รึเปล่าวะถึงได้ดูอ้วนไม่เปลี่ยน” น๊าน นอกจากจะไม่ช่วยกูแล้วยังเข้ามาผสมโรงอีกไอ้แคระ หน้ามึงจิตมากรู้ตัวไหม

“นั่นดิ” มึงก็ด้วยเหรอไอ้เทรนด์!

“ไอ้อวกเอร!” (แปล : ไอ้พวกเวร)

พวกมันสามตัวน้วยแก้มผมอยู่นานแต่ไม่มีทีท่าว่าจะปล่อยสักที ต้องเตะเรียงตัวนั่นแหละถึงยอม อื้อหือแก้มนี่แดงเถือกเป็นรอยนิ้วมือ เหนียงก็ช้ำ มือหนักกันฉิบหาย กูจะฟ้องพี่ตุลย์!... มาคิดดูแล้วไม่ฟ้องดีกว่า ถึงฟ้องไปก็คงไม่มีอะไรดีขึ้น

“ก่อนหน้านี้กูก็รู้แล้วล่ะว่าแก้มต้องไม่ลด เลยไปหาท่าบริหารหน้าเรียวมาแล้ว”

“จริงอดิ มึงโคตรเตรียมตัวเลยว่ะหัสดิน”

“แล้วต้องทำไง กูก็อยากลดบ้าง รู้สึกว่าช่วงนี้หน้าบวมๆ” บวม? ถ้ามึงบวมกูก็อืดจนตัวแตกแล้วมั้งไอ้จัญไรต้น ดูขาที่เหมือนตะเกียบนั่นสิ ไหนจะแขนที่เล็กกว่าดินสอ แล้วไอ้นิ้วไม้จิ้มฟันนั่นมันอะไร ถ้าไม่บอกกูคงคิดว่ามึงเป็นผู้ป่วยโรคขาดสารอาหารระยะทำใจ

“กูขอเปิดดูแป๊บ” ว่าแล้วมันก็นั่งลงกลางฟิตเนส ล้วงเอาโทรศัพท์ขึ้นมากดหาอะไรบางอย่าง ตอนนี้คนเต็มเลยครับแต่ผมไม่เขินแล้วเพราะรู้จักทุกคน

“เจอละ ไอ้ธันมานั่งนี่” มันกวักมือให้ผมนั่งลงข้างตัวเอง ผมก็ยอมแต่โดยดี ไอ้สองตัวที่เหลือก็นั่งข้างๆ กลายเป็นว่าเราสี่คนจับกลุ่มนั่งเป็นวงกลมที่พื้น แหม่... อย่างกับตั้งวงเล่นไพ่ ยิ่งท่าชันเข่าไอ้เหล็กชมพูนี่โคตรเหมือน เหอะๆ

“ท่าแรก เขาบอกว่าท่านี้จะช่วยกระชับใบหน้าแล้วก็ลดแก้ม”

“อ่าฮะ”

“เริ่มจากการสูดลมเข้าลึกๆ ด้วยปาก” พอพูดจบร่างสูงก็ทำเป็นตัวอย่างให้เราทำตาม เชื่อไหมว่าคนอื่นทำแล้วโคตรน่าเกลียด แต่ไอ้ห่านี่ทำแล้วโคตรดูดี ไม่ยุติธรรมเลย

“อูหุ๊ รุงุตุ” (แปล : อ่าฮะ แล้วไงต่อ) ต้น... ไม่จำเป็นต้องทำค้างเอาไว้หรอก ไม่จำเป็นที่มึงจะต้องจริงจังด้วย ท่าแม่งโคตรตลก อ้าปากค้าง หัวคิ้วขมวดแล้วมองอย่างมุ่งมั่น

“อี๋ นี่กบปะจ๊ะ”

“งุปุลุ!” (แปล : เงียบไปเลย) ไอ้เชี่ย แค่ท่าบริหารหน้าก็สามารถทำให้คนไทยกลายเป็นคนญี่ปุ่นได้...

“อ่ะต่อ เอาลมมาไว้ที่แก้มแล้วทำแก้มป่องๆ จากนั้นก็สลับลมไปมาระหว่างแก้มทั้งสองข้าง”

“ต้องค้างไว้ไหม”

“ไม่ๆ ทำเหมือนตอนที่เรากลั้วปากเลย สลับไปเรื่อยๆ สักสามสิบวิ”

ผมเริ่มทำตามที่เพื่อนสนิทบอก ตอนแรกก็ไม่ได้อะไรหรอกแต่นานๆ ไปรู้สึกปวดแก้มชะมัด ไหนจะไอ้แก้มที่ดันขึ้นมาจนตาหยีนี่อีก ดันขึ้นมาขนาดนี้กลัวคนอื่นไม่รู้เหรอว่ากูอ้วน

พรืด

“ขำไร?” ผมมองคนที่หลุดขำจนตัวสั่นแล้วเอามือปิดหน้าตัวเองไว้ ต้องดั้นขนาดไหนถึงจะขำแบบไม่มีเสียงได้ถามใจเธอดู...

“ขำมึง ทำหน้าเชี่ยไรเนี่ย ฮ่าๆ”

“เอ้า ก็ปกติ มีไรวะ” มีแค่ไอ้หยางเท่านั้นที่ขำ ไอ้ 2T ยังเป่าลมแล้วมองแบบงงๆ อยู่เลย เอ้า... น้ำตาไหลด้วย ขำอะไรเบอร์นั้น

“โอเคๆ ทำต่อๆ” มันยกมือขึ้นเหมือนจะบอกว่าขอเวลาปรับตัวแป๊บนึง ซึ่งผมก็มองงงๆ แล้วไม่ได้พูดอะไร เมื่อกี้ผมทำหน้าตลกมากเลยเหรอ ถ้าตลกมากทำไมไอ้เทรนด์กับไอ้ต้นถึงไม่หลุดขำล่ะ หรือพวกมันไม่เห็น

“อะแฮ่ม ฮะๆ... ครบสามสิบนาทีแล้ว ท่าต่อไปจะช่วยให้เห็นกรามชัดขึ้น” ยัง ยังมีการหลุดขำ

ใช้เวลานานพอสมควรกว่าที่เราจะจบคอร์สบริหารหน้าเรียว ที่จริงยังไม่จบหรอกครับ มีแค่ไอ้เทรนด์กับไอ้ต้นที่เลิก เห็นว่าจะไปว่ายน้ำกันมั้ง ตอนนี้ก็เลยเหลือผมเป็นนักเรียนคนเดียว ครูใจดี๊ใจดีเห็นว่าผมปวดแก้มเลยให้พักสิบนาที อันนี้ปวดจริงไม่ติงนัง ปวดทั้งหน้า ปวดจนต้องนอนแผ่บนพื้นเลยเนี่ย

นี่คงเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีของหน้าเรียววีเชฟสินะ

ตือดึง

เอาอีกละ กูอยู่กับมึงทีไรได้ยินเสียงแบบนี้ทุกที เบื่อพวกฮ็อตจริงๆ

“วันนี้เรียนหนักไหม” มันเอ่ยถาม ตอนนี้ผมนอน ส่วนมันก็นั่งขัดสมาธิตอบแชทข้างๆ ซึ่งก็เป็นมุมที่ทำให้ผมเห็นทุกตัวอักษรเหมือนเดิมนั่นแหละ แต่ผมก็ไม่ได้มองตรงๆ นะ แค่เห็นด้วยหางตาว่าไอ้หยางเปลี่ยนไปหลายห้องแชท หลายคน... ผมบอกแล้วว่ามันคุยกับผู้หญิงน้อยลงไม่ได้หรอก

“ก็นิดหน่อยนะ มึงอะ”

“เหมือนกัน” ตอบแล้วก็กลับไปเงียบเหมือนเดิม สีหน้าของคู่สนทนาก็มีแค่ ‘เฉยๆ’ เหมือนครั้งก่อน ไม่สิเหมือนครั้งก่อนๆ แล้วก็ครั้งก่อนๆๆ ด้วย เหอะๆ

ตือดึง

Pan Sp : มึ๊งงงง พี่ไกด์ซื้อน้องหมีให้กู

ไอ้แพน?

ถึงจะบอกว่าน้องหมีก็เถอะ... นี่มันแม่หมีไม่ใช่รึไง ตุ๊กตัวตัวใหญ่ขนาดนี้ตัวละเท่าไหร่วะ แพงแหงๆ พี่เขาจะทุ่มทุนเพื่อเพื่อนผมมากไปไหม ถ้าผมเป็นไอ้แพนคงจะรู้สึกตื้นตันแล้วก็เกรงใจสัสๆ เพราะมันไม่เคยซื้ออะไรให้พี่เขาเลย หรืออาจจะซื้อแต่ผมไม่รู้วะ

Thanwa : น่ารักดีว่ะ

Pan Sp : แฟนใครนะ น่ารักที่สุดเลยยย

Thanwa : อิจ5555

Pan Sp : อยากได้ไหม กูจะเอาไปให้

Thanwa : ให้เลย?

ผมยกยิ้มขณะเคลื่อนตัวเข้าไปนอนบนตักร่างสูง นอนบนพื้นแล้วปวดคออ่ะ อ้อ ไม่ต้องกลัวผมเอาเปรียบไอ้หยางนะครับ ก่อนหน้านี้มันชอบใช้แรงงานผมด้วยการให้นวดไหล่มันประจำ บ่นปวดหลังอย่างกับคนแก่

อ้าวไม่ได้กลัวผมเอาเปรียบแต่กลัวผมทำขามันหักหรอกเหรอ? อะไรกันใจร้ายที่สุด

Pan Sp : ฮึ ให้ดม

Thanwa : ไอ้ส้นตีน

Pan Sp : ไม่ให้ดมแล้วดีกว่า หมีกู กูเก็บไว้ดมคนเดียว ไม่ๆ เก็บไว้ดมกับพี่ไกด์ อิอิ

เสื่อมฉิบหาย

ผมกดเข้าไปดูภาพหมีที่อีกฝ่ายส่งมาให้อีกครั้ง เพิ่งสังเกตว่ามีปลอกคอด้วย ‘PG’ พีจี... เพนกวิน? หยอกเล่นน่า ผมรู้หรอกว่ามันคือแพนไกด์ ...ก็ดีแล้วที่ไปกันได้ดี ยอมรับว่าช่วงแรกผมแอบหวั่นใจแทนเพื่อน กลัวว่าพี่เขาจะเปลี่ยนไปเป็นคนนิสัยเสีย พอได้รู้ว่าเป็นคนดีโดยเนื้อแท้ค่อยโล่งใจขึ้นมาหน่อย

“เดี๋ยวนี้ชอบอะไรแบบนี้?”

“เปล่า นี่ของไอ้แพนต่างหาก”

“เหรอ น่ารักดี”

“พี่ไกด์ซื้อให้มัน”

“น่อว บอกแพนไปว่ากูหมั่นไส้” ผมพยักหน้าเข้าใจก่อนจะกดพิมพ์ตามที่มันบอก ไอ้แพนนี่โคตรสุดยอดเลยที่สามารถทำให้สุภาพบุรุษที่ไม่เคยพูดคำหยาบกับผู้หญิงอย่างไอ้หยางพูดคำหยาบใส่มันได้

Thanwa : ไอ้หยางฝากบอกว่าหมั่นไส้

Pan Sp : อิจฉากูละซี่ แล้วนี่พวกมึงอยู่ด้วยกัน?

ผมไม่ตอบแต่กดถ่ายภาพส่งไป ในภาพเห็นแค่หน้าผมอยู่ที่มุมล่างสุด พื้นที่ที่เหลือเป็นของไอ้หยางหมดเลย หึ ไม่ว่าจะหล่อแค่ไหน เจอมุมเสยไปก็จอดทุกราย ยิ่งตอนนี้มันกำลังก้มหน้าพิมพ์อะไรด้วยนะ เหนียงบาน โว้ยยย กูได้รูปเด็ดไปประมูลในตลาดมืดแล้ว ฮ่าๆ

Pan Sp : ตัวติดกันตลอดเลยนะพวกมึง นี่ไม่คิดจะมีเวลาให้เพื่อนสาวแบบกู ไอ้ดาแล้วก็ไอ้มิวเลยรึไง

Thanwa : อย่ามาดราม่า มึงกับไอ้ดามีผัว ไม่มีเวลาหรอกหรือถึงมีพวกมึงก็เอาแต่ก้มหน้ากดมือถือ ไอ้มิวก็ซ้อมบาสจนตัวดำเป็นเมี่ยง เวลาแดกข้าวยังไม่มีเลย กูสิต้องเป็นฝ่ายบอกให้พวกมึงสนใจผู้ชายคนเดียวในกลุ่มอย่างกูบ้าง

Pan Sp : อ้าวเหรอ ท่ดๆ 555

นี่คือเรื่องจริงร้อยเปอร์เซ็นต์ไม่มีปรุงแต่งใดๆ เพราะผมเป็นฝ่ายบรรยายบ่อยพวกคุณอาจจะคิดว่าผมทิ้งเพื่อนสาวตัวน้อยๆ ทั้งสามหน่อ... ความจริงพวกมันต่างหากที่ทิ้งผม อย่างเลวอ่ะ ทิ้งเพื่อนไปหาผู้บ่าว

“สิบนาทีแล้ว”

อื้อหือ นอกจากเสียงนาฬิกาก็มีเสียงมึงนี่แหละที่กูไม่ชอบ...

“กูยังปวดแก้มอยู่เลยยย” ผมเงยหน้าขึ้นไปมองอีกฝ่ายที่มองอยู่ก่อนแล้ว ไม่ลืมที่จะใช้มือแตะแก้มทั้งสองให้มันดูเป็นท่าประกอบด้วย กูปวดเจรงเจรง

“แล้ว?”

“เลิกเหอะ เหนื่อยย”

“ด่าแต่ไอ้เทรนด์ มึงก็เหมือนกันนั่นแหละ โยคะเหนื่อยฉิบหายยังทนได้เป็นชั่วโมง บริหารหน้านิดเดียวทำเป็นโอดครวญ” แหม๊พ่อคุณ ไม่เห็นจะต้องทำหน้าแบบนั้นใส่กูเลย มึงไม่มีแก้มเยอะอย่างกูมึงไม่เข้าใจหรอก ระดับความปวดมันเพิ่มตามจำนวนเนื้อและชั้นไขมันโว้ย

“ไม่ได้โอดครวญแต่วันนี้กูเรียนพละก็เลยเหนื่อยมาก่อนแล้ว พอมาออกกำลังกายต่อก็ยิ่งเหนื่อยเข้าไปใหญ่ ไหนบอกว่าไม่อยากให้กูหักโหมไง” กล่าวจบก็เงยหน้าไปมองคนข้างบน แสร้งทำตัวน่าสงสาร ไหล่สั่นอย่างทรมาน ไม่รู้เหมือนกันว่ามันจะยอมไหมแต่โดยปกติถ้าเราเห็นเพื่อนทรมานก็ต้องใจอ่อนบ้างแหละ

“…”

“เลิกเหอะ เหนื่อยจริงๆ...”

“ไม่”

กูก็คิดไว้แล้ว...

“กูอยากให้มึงเอาไอ้ก้อนซาลาเปานี่ออกจากหน้า” คู่สนทนาก้มหน้าลงมาใกล้เพื่อบีบแก้มของผม ไม่รู้แม่งมันเขี้ยวอะไรนักหนา ทั้งบีบ ทั้งถู

“โอ๊ยๆ เดี๋ยววันอื่นก็ได้ วันนี้ไม่ไหวจริงๆ”

“อุ๋งๆ ไหนร้องอุ๋งๆ ซิ ฮะๆ” สารชั่ว! นอกจากไม่ปล่อยกูแล้วยังบังคับให้กูร้องอุ๋งๆ อีก นี่ฟิตเนสนะไม่ใช่โชว์สัตว์น้ำ

“ร้องแล้วมึงจะหยุดปะ โอ๊ยยย” อัปยศฉิบหาย

“ร้องมาก่อนแล้วจะคิดอีกที ฮ่าๆ”

“อุ๋งๆๆๆ ไอ้สัสอุ๋งๆ ปล่อยได้แล้วโว้ย!” ผมทั้งตี ทั้งปัดมือใหญ่ออกไปซึ่งก็ทำได้เหมือนทุกครั้ง แต่แปลก… ค่อนข้างมั่นใจว่าเมื่อก่อนผมปัดมันกระเด็นได้ด้วยมือเดียวแต่เมื่อกี้ต้องใช้ถึงสองมือกว่าจะดันออกไปได้ เพิ่งรู้ว่าแรงไอ้หยางเยอะขนาดนี้

“โอเคพอก็ได้ ที่จริงมันก็มีการบริหารหน้าเรียวโดยการนวดอยู่เหมือนกันนะ ลองปะ?”

“ไม่เอา ขี้เกียจ” ไม่รอให้คู่สนทนาได้ทำอะไรผมก็พลิกตัวนอนตะแคงข้างหนีใบหน้าหล่อๆ นั่น ทั้งๆ ที่ยังนอนอยู่บนตักมันเหมือนเดิม กูคนจริง ขี้เกียจคือขี้เกียจ

“เดี๋ยวกูนวดให้ก็ได้”

“จริงอะ มึงเนี่ยนะจะนวดให้กู?” ผมมองมันอย่างตกตะลึง ตั้งแต่เป็นเพื่อนกันมาไอ้หยางไม่เคยทำอะไรแบบนี้ให้ผมสักครั้ง คงเพราะผมไม่ได้เป็นโรคคนแก่แบบมันด้วยละมั้งก็เลยไม่เคยขอ เชรดโด้ โคตรเป็นเกียรติแก่วงศ์ตระกูล

“เออ จะเอาไหม”

“เอาๆ”

“กูก็ไม่ค่อยรู้เรื่องนวดมากเหมือนกันนะ ถ้าจับเส้นผิดหน้าเบี้ยวปากบิดขึ้นมาก็ขอโทษละกัน อ้าว เพิ่งไปเข้าห้องน้ำยังไม่ได้ล้างมือเลยนี่หว่า” แกล้งยกมือขึ้นมาให้ดูเป็นท่าประกอบแล้วก็ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่

“มึงไปเล่นไกลๆ ส้นตีนกูเลย”

“หยอกกก”

คุยเล่นกันอีกนิดหน่อยหนุ่มหล่อที่ผันตัวเป็นหมอนวดก็เริ่มกดนิ้วนางและนิ้วกลางนวดจากบริเวณกึ่งกลางหน้าผากของผม ค่อยๆ นวดวนขึ้นเป็นแนวขดลวด ขึ้นลงเบาๆ จนถึงขมับ ทุกสัมผัสทำให้ผมผ่อนคลายลง แอบเกร็งนิดหน่อยตอนที่นิ้วเหล่านั้นลากผ่าน ไม่ชินเลยวุ้ย

“ใช้ได้นี่หว่า แต่… มันเป็นการนวดทำให้หน้าเรียวจริงดิ”

“มึงใจเย็นดิวะ กูก็เพิ่งเปิดอ่านเมื่อไม่นานมานี้เอง ฮะๆ”

“เวรรร ถ้าเกิดกูพิการขึ้นมาจะทำยังไง” ถึงจะด่าแต่ผมก็ปล่อยให้มันนวดต่อไป ดูเหมือนจะเริ่มเข้าสู่การนวดเพื่อบริหารหน้าเรียวแล้วนะครับ ทั้งนวดแก้ม ดันขึ้น ปัดเหนียง ทำห่าอะไรไม่รู้แหละ รู้แค่ว่าสบายสัสๆ จะหลับละเนี่ย

“หน้าใสว่ะ”

“เหรอ ทำไมไอ้พี่ตุลย์ชอบด่าว่ากูหน้าเป็นหลุม?”

“เขาพูดเล่นปะ กูก็ด่าไอ้หยินว่าปลวกทั้งๆ ที่มันหน้าตาดีเหมือนกัน”

“พวกพี่ชายนี่โรคจิตจริงๆ ชอบแกล้งไร้สาระ ไอ้พวกเวร” ผมยกมือขึ้นไปบีบแก้มคนข้างบนแรงๆ ให้มันรับรู้ความรู้สึกผมบ้าง แทนที่มันจะร้องโอ๊ยๆ เหมือนที่ผมทำนะ...

“เพราะรักไงถึงได้ชอบแกล้ง ฮะๆ”

“เหอะ” ก็ไม่ปฏิเสธหรอก ถึงจะด่า ถึงจะแกล้งยังไงพี่ตุลย์ก็เป็นพี่ที่ดีทีเดียว ไม่สิดีมากเลยต่างหาก ผมยังจำวันที่เขาทำให้ผมเปลี่ยนตัวเองได้เลย วันที่พี่ตุลย์บอกว่า ‘กูยังอยากมีน้องชายอยู่นะ’ ไม่คิดว่าประโยคนี้จะสามารถทำให้ผมเปลี่ยนไปขนาดนี้

“ยิ้มหน่อย”

“ห้ะ เพื่อ?” ผมเลิกคิ้วถามทั้งๆ ที่มือก็ยังคาอยู่ที่แก้มอีกคน ท่าเราดูตลกไม่น้อยเลย ผมนอนตักไอ้หยาง มือทั้งสองข้างมันอยู่บนหน้าผม มือผมก็อยู่บนหน้ามัน

“ในเว็บบอกว่าเป็นการบริหารแก้มที่ดี จะทำให้แก้มกระชับ” พอพูดจบมันก็ยกหน้าจอให้ผมดู จริงด้วยแฮะ ทำตามก็ได้วะ “ยิ้มกว้างๆ”

“อือ”

“อุ๋งๆ กว้างอีก”

“อือฮึ” เริ่มจะตงิดๆ ละ...

“กว้างอีกดิวะ”

ไอ้ค_ย! กว้างกว่านี้ก็ปากฉีกแล้วไอ้สัส คนโว้ยไม่ใช่ซิปกระเป๋าที่จะได้ฉีกปากกว้างจนถึงรูหู! ผมประชดร่างสูงด้วยการทำตาหยีพร้อมยิ้มกว้างที่สุดเท่าที่จะทำได้ โชว์เหนียงด้วยเอ้า! ถ้ารอบนี้มึงบอกให้กว้างอีกกูจะลุกขึ้นตบด้วยเล็บขบจริงๆ นะไอ้ห่าหยาง

ผลที่ได้กลับไม่ใช่แบบที่คิดซะงั้น…

“น่ามันเขี้ยววว เหมือนแมวน้ำเลยไอ้สัส ฮะๆ”

“โอ๊ยๆๆ”

ไอ้คนที่ผมนอนตักกลับก้มลงมาฟัดแก้มผมด้วยความมันเขี้ยวซะงั้น โอ๊ยๆ แม่งกัดแก้มผมด้วย อะไรจะมันเขี้ยวขนาดนั้น ทำแบบนี้ตัดแก้มกูกลับไปเล่นบ้านเลยไหมละ! ไม่สิ แก้มผมอาจจะติดไปกับฟันของมันแล้วก็ได้ ไอ้สันดานเสียหัสดิน!

“อ้าว กูกับไอ้เทรนด์ไปว่ายน้ำแป๊บเดียวพวกมึงถึงขั้นกัดกันตายเลย?”

สงสัยสวรรค์คงเห็นว่าผมน่าสงสารเลยส่งเทวดามาสองตัว (?) แต่ไม่รู้ว่าเทวดามาจากสวรรค์ชั้นไหน ไอ้เทรนด์น่ะโอเคแต่งตัวเรียบร้อยแล้ว ที่ไม่โอเคคือเหี้ยต้น... มาเป็นเตี่ยวแดงเลยนะมึง อายคนอื่นบ้าง ที่นี่สาธารณะ public น่ะรู้จักไหมพ่อเจ้าประคุณ

“ไม่ได้กัดกันสักหน่อย” ไอ้หมอนวดไหวไหล่ก่อนจะตีหน้าซื่อ

“งั้นทำอะไร”

“ถามพี่ พี่เห็นทุกเหตุการณ์” พวกเราทั้งสามคนหันไปทางต้นเสียง พบกับสามีพี่ลินหรือพี่เจ้าของฟิตเนสนั่นเอง เขากำลังเล่นเครื่องสร้างกล้ามเนื้อช่วงน่องขาอยู่ ผมเกลียดสติ๊กเกอร์ดาวที่แปะอยู่บนหัวนมพี่... พี่ลินก็เนอะ ช่างจะเอามาแปะ

“พวกมันทำไรกันพี่?”

“หึ ตอนแรกก็เล่นมือถือใครมือถือมันเหมือนไม่มีอะไร...” คนเอ่ยค่อยๆ คลี่ยิ้มเจ้าเล่ห์ออกมาขณะที่ขาทำหน้าที่ดันแผ่นเหล็กที่มีน้ำหนักมากกว่าห้ากิโล “สักพักอุ๋งๆ ก็เริ่มเขยิบเข้าไปนอนตักไอ้หยาง หลังจากนั้นก็เข้าสู่ช่วงการผสมข้ามสายพันธุ์ของคนกับแมวน้ำ”

เวร...

ผมลุกขึ้นออกจากตักไอ้หยางแล้วถอนหายใจแรงๆ ขี้เกียจที่จะบอกความจริงแล้ว บอกไปพวกเขาก็ไม่หยุดล้อหรอกครับ ดีไม่ดีอาจจะล้อหนักเดิมด้วยซ้ำ นั่งเฉยๆ นี่แหละทางออกที่ดีที่สุด

“เหยด ถึงว่าล่ะ”

“แล้วมึงกัดไอ้ธันทำไมวะหยาง มึงซาดิสม์เหรอ”

“เพื่อความมันและสีสันของการเอา อิอิ” กูเกลียดที่มึงสามารถพูดเรื่องสัปดนได้โดยที่ยังทำหน้าตาเหมือนพูดเรื่องกวนตีนธรรมดา เกลียดไอ้น้ำเสียงกับสายตาล้อเลียนนั่นด้วย

“อย่างเลว”

“อย่างบาป”

“ไอ้อ้วน แก้มไปโดนอะไรมา ทำไมถึงเป็นรอยกัดแบบนั้น?”

ฟังคำถามนี้แล้วอารมณ์ขึ้นเบาๆ พอคิดถึงภาพเหตุการณ์ก็พาลนึกถึงหน้ากวนๆ ของคนทำ กัดกูแล้วยังยิ้มได้อีก สงสัยยังไม่เคยเจอผมโหมดโหด... อย่าให้กูโกรธ พ่อจะกระโดดหนุมานคลุกฝุ่นให้ตัวกลิ้งเลย ...ตัวกูนี่แหละที่กลิ้ง

“หมากัด...”

“หมาไหนของมึง นี่รอยฟันคนชัดๆ” พี่ตุลย์เดินเข้ามาสำรวจรอยดังกล่าวก่อนจะเริ่มขมวดคิ้วด้วยความสงสัย หมาไหนงั้นเหรอ... ก็ไอ้หมาที่เพิ่งมาส่งผมเมื่อกี้นี้ไง!

“ช่างเถอะ ว่าแต่พี่ตุลย์… ธันลดลงครบเก้าโลแล้วนะ อิอิ” ผมลากพี่ชายมานั่งลงที่โซฟาตัวใหญ่ พอนั่งปุ๊บผมก็กอดแขน เอาหน้าซบไหล่อีกฝ่ายทันที จำได้ไหมครับว่าคุณคณินเคยสัญญาอะไรไว้ถ้าผมลดได้ 9 กิโลแรก

สีรถไง

“จริง? ทำไมมึงยังดูหน้าบวมอยู่เลยวะ” คู่สนทนาจิ้มแก้มผม... แรงๆ แรงมาก แม่งจงใจแน่ๆ เพราะไอ้นิ้วเรียวนั่นจังแผลที่โดนไอ้ห่าหยางกัดพอดี! ฮื่อ ฉี่วิตช่างน่าสงสาร มีเพื่อนก็กัด (แก้ม) มีพี่ก็กด (แผล)

“โอ้ยๆ เจ็บนะเว้ย... อ้วนแค่แก้มหรอก พี่ลองจับเอวแล้วจะรู้ว่าธันผอมลงจริงๆ”

“ไม่เอา”

“งั้นก็บอกสีมาเลยก็ได้” ถึงจะแค่สีก็เถอะแต่ถือว่าเป็นกำลังใจที่ยิ่งใหญ่ในการลดน้ำหนักต่อไปของผม แหม อันที่จริงพี่ตุลย์น่าจะใจดีกว่านี้อีกสักนิดนะ อย่างเช่น… ลดอีกห้าโลได้ล้อรถ ลดอีกหกโลได้ท่อ ลดอีกเจ็ดโลได้กุญแจรถไรงี้

“ขึ้นไปชั่งบนเครื่องก่อนแล้วกูจะบอก เผื่อมึงโกงกูขึ้นมาจะทำไง” จบประโยคก็ใช้ปลายเท้าลากเครื่องชั่งน้ำหนักที่อยู่ใต้โซฟาออกมา โห… มันอยู่ตรงนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่

“โถ่คนเรา เท่านี้ก็ไม่เชื่อใจน้อง”

ผมแกล้งเอามือข้างหนึ่งปิดหน้า ส่วนอีกข้างก็ยกนิ้วโป้งขึ้นไปแปะที่หัวไหล่มน เวลาน้ำหนักลดแล้วคนเรามักจะมีนิสัยฟรุ้งฟริ๊งขึ้นประมาณยี่สิบเปอร์เซ็นต์ คนรอบข้างก็เช่นกัน เชื่อสิว่าพี่ตุลย์จะพูดว่า ‘ง้อๆ’ แน่ๆ อิอิ

“อย่ามาปัญญาอ่อน ขึ้นไปเร็วๆ”

อ้าวเฮ้ย ไม่เหมือนที่คุยกันไว้นี่หน่า...

สุดท้ายผมก็ต้องขึ้นไปชั่งจริงๆ เอาเถอะยังไงความจริงที่ว่าน้ำหนักผมลดไปเก้ากิโลก็เป็นความจริงอยู่แล้ว

75.00

แหม ไม่ว่าจะเห็นอีกกี่ครั้งก็มีความสุข ความสุขของคนอ้วนคือการกิน ความสุขของคนกำลังลดความอ้วนก็คือการเห็นตัวเลขบนตาชั่งลดลงเรื่อยๆ นี่แหละ

“ก็… งั้นๆ”

“งั้นๆ อะไร ไม่ได้ถามสักหน่อยว่าเป็นยังไง ธันอยากรู้สีรถต่างหาก”

“จะบอกก็ได้แต่มึงต้องออกไปข้างนอกกับกูก่อน” ไม่พูดเปล่า เขาคว้ากุญแจรถเบนซ์ของตัวเองเดินไปที่หน้าประตูด้วย อ้าวเฮ้ย ไปไหนล่ะนั่น

“ออกไปไหนพี่ตุลย์ ธันเพิ่งกลับมาเองนะ เหนื่อยยย”

“อยากรู้สีรถไหม?”

ดักทางขนาดนี้คิดว่าผมตอบว่าอะไรถ้าไม่ใช่ตกลงและเดินต้อยๆ ตามพี่ชายไปที่รถ…

“ร้านเสื้อผ้า? มาทำหยัง”

ผมเงยหน้ามองป้ายร้านสีดำขอบทอง ออกตัวก่อนเลยว่าผมเป็นคนอ้วนที่ไม่ค่อยมีความมั่นใจในตัวเอง อยากใส่เสื้อผ้าสวยๆ แต่ไม่กล้ามาซื้อ กลัวคนอื่นจะหัวเราะตอนเราลองเสื้อผ้าหรือบางทีก็คิดว่าถ้าลองแล้วเสื้อผ้าเขาอาจจะขาด เพราะคิดแบบนั้นก็เลยไม่เคยมาที่แบบนี้สักครั้ง เสื้อผ้าส่วนใหญ่ของผมก็มีแต่ของสถาบันกับพ่อแม่ซื้อให้ ฟังแล้วอนาถเบาๆ

“มากินแจ่วบองมั้งไอ้สัส มาร้านเสื้อผ้าก็ต้องมาซื้อเสื้อผ้าสิวะ”

ครับ...

ในขณะที่สถาปนิกหนุ่มเดินไปทางราวเสื้อผ้าผมก็เดินไปอีกด้านที่มีเก้าอี้หนัง ขี้เกียจไปยืนดูเสื้อผ้ากับพี่ตุลย์ มันชอบถามผมว่าตัวไหนสวย พอผมบอกว่าตัวนั้น แม่งจะเลือกอีกตัว อย่างนี้แหละนิสัยพวกพี่ชาย ความสุขของพวกมึงคือการได้กวนตีนน้อง

“เอ้า ไปนั่งโง่ตรงนั้นทำไม” อ้าว นั่งก็ผิดเหรอ

“ขี้เกียจยืน พี่จะซื้อก็เลือกเลยธันปวดตัว” ปวดจริงครับ อาจจะเป็นเพราะโดนไอ้หยางฟัดมั้ง ก็มันกดผมลงพื้นอ่ะ กดแรงด้วย พื้นก็แข็งแถมไม่มีเสื่อโยคะรองอีก แม่ง...

“แต่นี่เสื้อผ้ามึงนะ”

“?”

ห้ะ...

“เออ ของมึง”

“เฮ้ย จะซื้อให้ธันทำไม”

“กูรวย” คู่สนทนาไหวไหล่จนเสื้อคลุมยีนส์ตกลงมาจากบ่า เผยให้เห็นรอยสักเท่ที่หัวไหล่มน สาบานเลยว่าถ้าคนอื่นมาพูดแบบนี้ผมจะเดินไปตบให้หัวมันแตก แต่นี่คนพูดคือพี่ชายผม... ยอมครับ หล่อและรวยกว่าพี่ไม่มีแล้วครับ

“เอาดีๆ ซื้อให้ธันทำไม” ผมเดินไปใกล้เพื่อเค้นคำตอบ เขาอาจจะรวยจริงเพราะช่วงนี้มีงานเข้ามาเยอะมากแต่อยู่ดีๆ ก็จะมาซื้อของให้ผมแบบนี้มันแปลกไปหน่อยไหม

“ก็ไม่มีอะไรมาก ...น้องกูผอมแล้ว กูก็อยากให้มันแต่งตัวดีๆ บ้าง ไม่ใช่ใส่แต่กางเกงกีฬากับเสื้อโรงเรียน”

คำตอบที่ได้ยินทำให้ผมอึ้งเล็กน้อย ไม่คิดว่าเขาจะตอบแบบนี้ ถึงจะไม่คิดก็เถอะ… ดีใจว่ะ ดีใจจนหุบยิ้มไม่ได้เลยเนี่ย

“พี่จะซื้อให้ธันกี่ตัว” ผมเข้าไปกอดแขนแกร่ง ไม่รู้เรียกว่าอ้อนรึเปล่าแต่นี่เป็นสิ่งที่อยากทำตอนนี้ ตอนนี้ผม feel good สุดๆ good ขนาดที่ว่าถ้าไอ้หยางเข้ามากัดแก้มอีกทีก็จะไม่ด่า อาจจะยิ้มรับด้วยมั้ง ฉี่วิตดี๊ดี

“แล้วแต่มึงจะเลือก”

“ตอบป๋าแบบนี้ถ้าเกิดธันเหมาหมดร้านล่ะจะทำไง” ผมแกล้งทำหน้าเจ้าเล่ห์ จำได้ว่าเคยพูดแบบนี้แล้วพี่ตุลย์ตบหัวผมบอกว่า ‘พี่มึงไม่ได้รวยขนาดนั้นไอ้หอยหลอด จะซื้ออะไรก็โปรดสงสารแลเห็นใจเงินในพระคลังกูด้วยน้องรัก’ ฮะๆ

“ก็แล้วแต่ ยังไงกูก็พร้อมเปย์อยู่แล้ว”

O_O!

“เฮ้ยล้อเล่น ไม่เอาหรอกแค่สองตัวพอแล้วๆ”

“ก็แล้วแต่” ร่างสูงไหวไหล่ก่อนจะเดินไปนั่งที่เก้าอี้ตัวเดิมของผม “ถ้าเสร็จแล้วก็บอกละกัน กูจะนั่งรออยู่ตรงนี้” ว่าจบก็ไขว่ห้าง เอื้อมมือเก็บผ้าคลุมมาไว้ที่ตัก อื้อหือ ออร่าความป๋านี้คืออะไรกัน ช่างเรื่องนี้ก่อนแล้วกัน… เลือกเสื้อผ้าดีกว่า นานๆ ทีจะกล้าออกมาซื้อในร้าน แถมยังไม่ต้องจ่ายเงินเองอีก สุขใจยิ่งกว่าถูกหวยรางวัลที่หนึ่งอีกไอ้ธันเอ๊ย

“พี่ตุลย์ตัวนี้สวยไหม?” ตัวที่ผมถืออยู่เป็นเสื้อคอวีสีดำธรรมดา

“ก็ดี ชอบแบบนี้เหรอวะ”

“อ่าฮะ ไม่ชอบพวกลายเยอะ ปวดตา” อย่างไอ้เสื้อเชิ้ตราคาหลายพันตัวข้างๆ นี่ไง ผมเป็นคนเดียวรึเปล่าที่ไม่ชอบไอ้ลายสัตว์หลากสีนี่ เยอะไป! แพงไป!

“ตัวนี้เป็นไง”

“หือ พี่เปลี่ยนแนวแล้วเหรอ เมื่อก่อนเห็นชอบแบบ... แบบที่ใส่อยู่” ผมมองเสื้อในมือพี่ชายก่อนจะพูดออกมา ปกติพี่ตุลย์จะชอบใส่พวกยีนส์ๆ อะไรเทือกนั้น ไม่เคยเห็นใส่เสื้อลายทางน้ำเงินขาวปกกะลาสักครั้ง มันก็น่ารักแหละครับแต่... น่ารักไป ถ้าผมใส่แล้วคงดูเหมือนเด็กบ้าหลุดออกมาจากสวนปรุง

“ไม่ได้เปลี่ยนแนว แต่ตัวนี้เลือกให้ธันไง”

“พี่ชอบให้ธันใส่แบบนี้เหรอ” ผมเลิกคิ้วถามเมื่อเห็นเขาเดินไปในโซนเสื้อผ้าทำนองเดียวกันกับตัวเมื่อกี้ เฮ้ยๆ ตัวนั้นยาวจนเกือบจะกลายเป็นชุดกระโปรงแล้วนะไอ้พี่ตุลย์

“อือ น่ารัก ซื้อเลยนะ”

“แต่...”

“ซื้อแล้วต้องใส่ด้วย เดี๋ยวจะพาไปเที่ยวทะเล จะได้เข้ากับชุด” พี่ไม่จำเป็นต้องลงทุนเพื่อความเข้ากันขนาดนั้นก็ได้มั้ง

ให้ทายว่าสรุปแล้วผมได้เสื้อผ้ามากี่ตัว

สิบห้าครับ ที่จริงผมเลือกเองแค่ตัวเดียวคือเสื้อคอวีสีดำ ที่เหลือคุณคณินจัดการ ราคารวมไอ้พวกนี้ทำเอาผมต้องขมวดคิ้วด้วยความเกรงใจ ตอนแรกผมจะเอาไปเก็บให้เหลือตัวเดียวแต่ไอ้คนจ่ายมันรู้ทันจับมือผมไว้ก่อน ไม่พอยังมีการขู่ ‘กูรู้นะว่ามึงจะทำอะไร ถ้าอยากตายก็ลองดิ...’ ไอ้พี่บ้า

“อยากได้รองเท้าวิ่งไหม”

“ไม่ รองเท้าพละก็โอ-”

“ไม่โอ”

ถามเองตอบเองเสร็จสรรพร่างสูงก็ลากผมไปที่ร้านขายรองเท้าแบรนด์ดังเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น โว้ยยย จะว่าดีก็ดีหรอกที่มีคนมาเปย์แต่ผมไม่ใช่ประเภทใช้เงินฟุ่มเฟือยไง พอไอ้พี่ตัวดีละลายทรัพย์เพื่อตัวผมก็เลยรู้สึกไม่ชอบใจ พอเถอะพ่อคุณ

“นั่งตรงนี้นะ เดี๋ยวไปดูมาให้”

“พี่-” เป็นอีกครั้งที่เขาไม่ฟังคำพูดของผมเลย พอกดผมนั่งลงที่เก้าอี้หน้ากระจกเสร็จก็เดินไวๆ ไปหยิบรองเท้าวิ่งมาคู่หนึ่ง ...สวยแต่ไม่อยากได้ เพราะอย่างนั้นผมจึงแสดงท่าทีไม่ชอบใจให้เห็นด้วยการกอดอก หันหน้าไปมองด้านอื่น บอกว่าไม่อยากได้ก็ไม่อยากได้ไงวะ ใส่รองเท้าพละเข้าฟิตเนสผิดตรงไหน นี่ผมใส่มาตั้งสองสามเดือนแล้วยังไม่มีใครมาด่าสักคน

อะ

“ชอบคู่นี้ไหม”

เสียงถามอ่อนโยนมาพร้อมกับสัมผัสเบาๆ ที่ฝ่าเท้า มือใหญ่บรรจงถอดรองเท้าคู่เก่าของผมออก ก่อนจะสวมคู่ใหม่เข้าแทนที่ ไม่อยากอวยพี่ตัวเองหรอกแต่ถ้าใครได้พี่ผมไปเป็นสามีคงโชคดีตายห่า กับน้องชายยังคุกเข่าใส่รองเท้าให้ เมียจะขนาดไหน

“ไม่ชอบ”

ถึงจะตกใจบวกมีความสุขนิดๆ ผมก็ยังฟอร์มกอดอกทำหน้าไม่พอใจต่อ ว่าก็ว่าเถอะ ไอ้พี่ตุลย์รู้เรื่องของผมทุกอย่าง แม่งรู้อยู่แล้วว่าทำแบบนี้แล้วผมจะใจอ่อน ต้องไม่สบตา ต้องไม่ฟังเสียงอ่อนโยน ต้องไม่...

“เหรอแต่กูชอบนะ แล้วมันหลวมไปรึเปล่า”

“พี่ตุลย์ ธันบอกว่าไม่ชอบ มันแพง...”

“กูคนจ่าย มึงมีหน้าที่แค่บอกมาว่าชอบไหม” คนที่กำลังคุกเข่าไหวไหล่ไม่สนใจก่อนจะผูกเชือกรองเท้าให้ผมดีๆ เขาจับคางมองซ้ายมองขวานิดหน่อยก็กวักมือเรียกพนักงานเข้ามาหา เฮ้ย!

“ก็ชอบแต่แม่งแพงไงโว้ย!”

“งั้นเอาคู่นี้ครับ ไม่ต้องใส่กล่องนะเดี๋ยวน้องชายผมจะใส่ไปเลย”

“เฮ้อ!” ช่างแม่ง! อยากเสียตังก็เรื่องของพี่

“ทำไมทำหน้าแบบนั้น กูอุตส่าห์ใจดีพามาซื้อของ” คนข้างๆ ถามขณะที่เรากำลังเดินกลับรถ ผมกำลังรวมราคาสิ่งที่ไอ้สถาปนิกซื้อให้ในใจ แค่รองเท้าก็แพงจนผมแทบจะเอากระดาษมารองทุกย่างก้าวของตัวเองเพราะไม่อยากให้แม่งเปื้อน ไหนจะเสื้อผ้าอีก

“ก็เพราะพามาไงผมถึงทำหน้าแบบนี้” ให้ตายสิ ดีนะที่เขาหยุดแค่รองเท้าวิ่ง ไม่งั้นผมได้องค์ลงแน่

“เอาน่า บอกแล้วไงว่าตังกู ไม่ต้องเกรงใจหรอกสัส”

“ก็เพราะเป็นตังพี่อีกนั่นแหละผมถึงได้เกรงใจ พี่ควรเอาตังไปซื้อของให้ตัวเองหรือไม่ก็เอาไปทำอะไรที่มันมีประโยชน์มากกว่านี้ นี่คือตังที่พี่หามาด้วยแรงตัวเองเลยนะเว้ย”

“คิดมากว่ะธัน กูพี่มึงนะเว้ย”

“...”

“ที่ซื้อให้เพราะอยากซื้อให้ ไม่ต้องคิดมากหรอก ของพวกนี้ก็เหมือนกับรถนั่นแหละ กูซื้อให้เป็นรางวัลที่มึงตั้งใจลดน้ำหนัก”

“…”

“ก็อาจจะมากไปจริงๆ แต่... โทษที พอดีกูดีใจมากไปหน่อย” กล่าวจบก็ยกหลังมือขึ้นมาบังหน้าเพื่อซ่อนบางสิ่งแต่ก็ซ่อนไม่พ้นเพราะใบหน้าหล่อที่ขึ้นสีแดงมันเด่นซะจนใครเห็นก็ต้องหันมามอง แย่ชะมัด อย่ามาทำท่าทางน่ารักอย่างนี้ดิโว้ย เห็นอย่างนี้แล้วไอ้บ้าที่ไหนมันจะโกรธลงวะ

“อื้อ ช่างเถอะ ขอบคุณนะครับ” ผมเดินเข้าไปกอดพี่ชายจากด้านหลัง ที่จริงผมดีใจมากเลยนะที่เขาซื้อของให้ เพียงแต่ไม่สบอารมณ์ที่ราคามันแพงก็เท่านั้นเอง

“อือ”

“แล้วตกลงรถสีอะไร” ยัง อย่าคิดว่าผมลืมเรื่องนี้ นี่ประเด็นหลักของการที่ผมยอมมาที่นี่เลยจำได้ไหม

“จะพาไปดู”

“จริงอ่ะ!” หัวใจของผมเต้นแรงทันทีที่ได้ยินประโยคนั้น คือ… แค่สีรถก็ทำให้ผมกระตือรือร้นมาก ถ้าได้เห็นของจริงผมจะเป็นยังไงวะ หือออ แค่คิดก็ตื่นเต้นแล้ว นี่ยังคิดไม่ออกเลยนะว่าสีอะไร

“ฮึ ล้อเล่น ฮะๆ”

“ฮ่วย!” เปล่า ผมไม่ได้อยากพูดคำนี้ ผมอยากเปลี่ยน ฮ เป็น ค แล้วตัดไม้เอกทิ้งซะ..

“โอ๋ๆ อย่าทำหน้างั้นดิวะ กูบอกแล้วๆ ฮะๆ” คู่สนทนาขยี้หัวผมอย่างมันเขี้ยวก่อนจะพูดต่อ ทำไมวันนี้มีแต่คนมันเขี้ยวผม อผมผิดอัลไร... “รถเป็นสีที่มึงชอบไง”

?

“สีอะไร แล้วพี่รู้ได้ไงว่าผมชอบรถรุ่นนี้?” ผมสงสัยมานานแต่ไม่ได้ถามสักที อย่างที่บอกว่าผมไม่เคยบอกคนในครอบครัวว่าอยากได้และไม่เคยแสดงออกให้พวกเขารู้ด้วยว่าอยากได้

“ไม่รู้จริงเหรอวะ”

“อือ อะไรอ่ะ”

“มึงเซฟภาพมาเต็มคอม ตั้งเป็นหน้าจอด้วย กูไม่รู้เลยมั้ง”

“…” อ้าวเฮ้ย ผมลืมไปว่าตัวเองเปิดโฟลเดอร์ที่ชื่อว่า ‘YZF ที่รักของธันวา’ ไว้ นอกจากนี้ยังตั้งเป็นภาพหน้าจอพร้อมข้อความว่า ‘จะเก็บตังซื้อ สักวันคงได้อยู่ด้วยกัน’

“จริงด้วย...”

“ใครดูแล้วไม่รู้ก็บ้าแล้ว เหอะๆ”

“แล้วตกลงสีอะไร”

“ก็บอกไปแล้วว่าสีที่มึงชอบ” ในใจผมมีสีที่ว่าอยู่แล้วแต่แบบ... ไม่กล้าฟันธง กลัวใช่แล้วผมจะดีใจจนเป็นลม ถึงอย่างนั้นในหัวผมก็คิดออกแค่สีเดียว

“อะไร”

“ห้องมึงสีอะไร”

“...ส สีเหลืองดำเหรอ?”

“อ่าฮะ หึๆ”

...

“รักพี่ที่สุดดดด” ผมกอดอีกฝ่ายแน่นขึ้นจนต้องหลุดหัวเราะออกมา มีความสุขว่ะ รู้สึกเหมือนตัวเองกำลังจะสติแตกเพราะความดีใจเลย

“ลองไม่รักสิ กูจะเฆี่ยนด้วยสายชาร์ตแบต” คนโดนกอดเอี้ยวหน้ามาดีดหน้าผากผมเบาๆ “หมดตัวจริงๆ แล้วตอนนี้ คงซื้ออะไรให้มึงไม่ได้อีกนาน”

วุ้ว ไม่ต้องซื้อแล๊ว เท่านี้ก็มากเกินพอแล๊วววว

ลั้ลลาา

ฉันคือแมวน้ำเหนียงน้อยในวังตุมุตะมายยย ฉันมีพี่ชายชื่อพี่ตุลย์คณิน รถพี่คณินเติมแอลพีจี พี่ตุลย์ใจดีซื้อบิ๊กไบค์ให้ฉันขี่ ซื้อหมี ซื้อหมี่ ซื้อเสื้อสีเทา ซื้อรองเท้า ซื้อกาว ซื้อทุกอย่างให้ฉันนนน เอิงเอ๊ย

อิจฉาละซี่ อิอิ





___________________________________________________________________________________

เงอะ ไม่มีอะไรจะบอกนอกจากน้ำหนักขึ้นอีกแล้ว

555

++++++++++++++++++++++++++++++

หือ ทำไมมีกระแส #ธันหยาง

พวกแกเมาเหรอ หรือว่าท้ายตอนที่แล้วทำให้พวกแกคิด?

ถึงจะน่าสนใจแต่เรื่องนี้...

#หยางธันโว้ย555

แหม่ ไม่คิดว่าพิมพ์เล่นๆ จะทำให้พวกแกคิดมากขนาดนี้

พวกหมั่นโนวววว5555


วุ๊ว อ่านคอมเมนท์แล้วรู้สึกดีด555


26/10/59

-Mommae-

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.752K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

30,011 ความคิดเห็น

  1. #30004 984363270 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 12 กันยายน 2563 / 18:44
    เอาพี่ตุลย์แทนธันวาได้ไหมทำไมเป็นหนักขนาดนี้ใครได้เป็นแฟนพี่ตุลย์นะโคตรโชคดี!
    #30,004
    0
  2. #29909 0984363270 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 8 สิงหาคม 2563 / 21:32
    กลับมาอ่านอีกรอบก้อยังชอบอยุ่ดี!!!!

    เรือบาปได้มะ!? เข้ากันเหลือเกินนนน มีการถอดรองทงรองเท้าให้ด้วยยยยย
    #29,909
    0
  3. #29908 0984363270 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 8 สิงหาคม 2563 / 21:32
    กลับมาอ่านอีกรอบก้อยังชอบอยุ่ดี!!!!

    เรือบาปได้มะ!? เข้ากันเหลือเกินนนน มีการถอดรองทงรองเท้าให้ด้วยยยย
    #29,908
    0
  4. #29713 BACHA (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2563 / 08:53
    กลับมาอ่านก้ยังชอบบบ ฮืออออ
    #29,713
    0
  5. #29690 Choo_only (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2563 / 17:19
    ชอบนะคะ อยากแต่งงานด้วย - พี่ตุลย์คนิน
    #29,690
    1
    • #29690-1 Choccolar(จากตอนที่ 14)
      17 พฤษภาคม 2563 / 07:30
      55555รับคนรองไหมคะ อยากแต่งด้วย
      #29690-1
  6. #29641 Pangrumm01 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2563 / 17:34
    พี่ซายยยยยยยย~¥¥
    #29,641
    0
  7. #29639 MoRO66 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2563 / 14:36
    ชอบค่ะ ผู้ชายนิสัยรวย
    #29,639
    0
  8. #29489 some-siwarak (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 29 เมษายน 2563 / 23:10
    ซื้อกาว เดี๋ยวน๊า55555555
    #29,489
    0
  9. #29358 Sind_121 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 14 เมษายน 2563 / 18:37
    พี่ตุลย์ คือดียยยย์เวอรรร์
    อยากมีพี่ชายแบบนี้มั่งงง่าา
    #29,358
    0
  10. #29292 MissReall (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 9 เมษายน 2563 / 14:06
    ชั้นรักพี่ตุลย์ หลงรักนาง
    #29,292
    0
  11. #29290 reluz (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 9 เมษายน 2563 / 12:11
    รับแม่บ้านเพิ่มไหมคะ
    #29,290
    0
  12. #29273 Sun_Kun (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 8 เมษายน 2563 / 18:58
    พี่ตุลย์คือดือย์มากกกก น่าร๊ากกกกเปย์เก่งงงง
    #29,273
    0
  13. #29226 Azisa (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 6 เมษายน 2563 / 18:35
    รับพี่สะใภ้มั้ยคะ...เป็นแค่คนรับใช้ก็ได้
    #29,226
    0
  14. #29221 ochin456 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 6 เมษายน 2563 / 15:12
    สมัครตำแหน่งพี่สะใภ้ค่ะ
    #29,221
    0
  15. #29211 nameyojibi (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 6 เมษายน 2563 / 09:34
    ธันรับสมัครพี่สะใภ้มั้ยคะ
    #29,211
    0
  16. #29191 sulasoh (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 5 เมษายน 2563 / 20:10
    อยากได้พี่ตุลย์เป็นพี่ชายบ้างค่ะ หาซื้อได้จากที่ไหนบ้างคะ
    #29,191
    0
  17. #29188 นักโทษหมายเลข0 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 5 เมษายน 2563 / 17:05
    ฮาวทูมีพี่ชายแบบเน้
    #29,188
    0
  18. #29127 lcandyl (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 4 เมษายน 2563 / 16:09

    ขอซื้อพี่ตุลย์หน่อยค่ะ ห่อใส่กล่องกลับบ้านเลยก็ได้
    #29,127
    0
  19. #29029 AmyOh (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 3 เมษายน 2563 / 19:56

    ขอพี่ตุลย์สักคนสิ
    #29,029
    0
  20. #29027 No_nueng (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 3 เมษายน 2563 / 17:09
    โอ้ยยยย อิจความมีพี่สายเปย์!!
    #29,027
    0
  21. #29024 mintewanlaya (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 3 เมษายน 2563 / 11:28
    พี่แบบนี้หาซื้อได้จากที่ไหนคะ
    #29,024
    0
  22. #29022 psunrise (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 3 เมษายน 2563 / 10:31
    เด็กผู้ชายก็เล่นกันแบบนี้แหละ ก็ตกกะปินะ อืมๆ
    #29,022
    0
  23. #29000 AumTangphati (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 2 เมษายน 2563 / 23:42
    ถ้าพี่เป็นแบบนี้นี่จะกราบมันเลย ติดเกม ติดแฟน ชอบแย่งข้าวอีก เป็นหมาไง?! //เดือดไปหน่อย ขอโทษค่ะ
    #29,000
    0
  24. #28980 KK-Cloudy (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 2 เมษายน 2563 / 14:51
    มีพี่แบบนี้ไม่มีผัวก็ได้อะ
    #28,980
    0
  25. #28948 W_W@ (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 2 เมษายน 2563 / 01:45
    อยากมีฟีลพี่ชายบ้าง แต่ดันมีพี่สาวนี่สิ
    #28,948
    0