I'm on a diet! : อย่าท้า เดี๋ยวจะหาว่าไม่เตือน [END]

ตอนที่ 13 : ครั้งที่ 10 จบงาน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 52,518
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,655 ครั้ง
    7 พ.ย. 61



ครั้งที่ 10 จบงาน

[ธันวา]



“นี่ ใจคอมึงจะแดกแค่ผักจริงๆ เหรออุ๋งๆ”

“เออ ไม?” ผมถามร่างสูงที่กำลังนั่งเท้าคางมองมา คนในร้านเริ่มบางตาลงตามเวลาที่ร่วงเลยผ่านไปแต่เสียงก็ยังดังเหมือนเดิมเพราะต้นเสียงอยู่ที่สี่โต๊ะอันยิ่งใหญ่ของพวกผมไง แม่งเมาครับ เสียงก็เลยดังกว่าปกติ นั่นๆ ไอ้ไผ่ลุกขึ้นมาร้องเพลงเพื่อชีวิตแล้ว =  =

“ไม่เหม็นเขียวหรือเอียนบ้างเหรอวะ”

“ไม่อ่ะ ไม่รู้ดิ ไอ้ต้นชอบเอาน้ำผักปั่นสดมาให้กูแดกตลอดก็เลยชินมั้ง” น้ำผักที่ว่าไม่มีการผสมน้ำตาลหรือน้ำแข็งแม้แต่นิดเดียว ผมเห็นทุกขั้นตอนการทำ ตั้งแต่หั่นไปจนถึงรินให้ผมแดก สดขนาดนี้ไม่ต้องพูดถึงกลิ่นกับรสชาติครับ ...จะอ้วก

“โหดฉิบ”

“แล้วนั่นมึงจะแดกแต่ของทอดรึไง” รอบกายไอ้หยางไม่มีอย่างอื่นนอกจากของทอดเลย มันกินแบบนี้มานานแล้วล่ะ ไม่เห็นท่าว่าจะหยุดเลยด้วย

“ก็ชอบอ่ะ เอาป่ะจะแบ่งให้”

“ฮึ” เชี่ยนี่ชอบยัดเยียดของอ้วนๆ มาให้ผม ชิ ใช่ซี้ ไอ้พวกกินเท่าไหร่ก็ไม่อ้วนมันไม่เข้าใจอารมณ์คนที่แดกแค่น้ำเปล่าก็น้ำหนักขึ้นอย่างผมหรอก เผลอๆ แค่หายใจเข้าออกชั้นไขมันก็ขยายตัวแล้วมั้ง โลกแม่งไม่ยุติธรรมเลยสัส กูจะไปฟ้องกระทรวงเวทมนต์ _  _

“เออหยาง เรื่องหลีดเป็นไงบ้าง” เพื่อนคนหนึ่งที่อยู่โรงเรียนเดียวกับไอ้หยางเอ่ยถาม จำได้ว่าพวกมันอยู่ห้องเดียวกันมั้ง นอกจากไอ้นี่ก็มีอีกสองสามคนด้วย

“ตกลงเรียบร้อยแล้ว พี่เขาให้เราเริ่มซ้อมปิดเทอมนี้เลย” ของผมก็เหมือนกัน พี่คนที่มาซ้อมหลีดของผมอย่างโหด ตัวนี่ถึกยิ่งกว่านักกล้าม แขนสองข้างน้ำหนักมากกว่าดัมเบล เอวก็ใหญ่ แถมยังใส่เสื้อในสีดำอีก… หยอก พี่เขาไม่ได้เป็นแบบนั้นหรอกครับ ก็เกย์เจ้าสำอางธรรมดานั่นแหละ

“อ่าฮะ”

“แล้วคัทเอาท์อ่ะ”

“ใกล้เสร็จละ กูไปแอบเห็นมาด้วย อย่างสวยย”

“กูถ่ายส่งไปให้ในกลุ่มไลน์คณะสีอ่ะ”

“เหยด สีเราได้ที่หนึ่งแน่” บทสนทนาดังกล่าวทำให้ผมหันไปมองภาพในมือถือไอ้หยาง บนหน้าจอปรากฏภาพป้ายไม้อัดขนาดใหญ่ ตรงกลางเขียนว่า ‘แดงยุทธหัตถี’ ไม่มีคำอธิบายอะไรนอกจาก สวย… สวยสัสๆ มึงจ่ายไปเท่าไหร่เนี่ย

“จ่ายเท่าไหร่วะ”

“ก็นะ ฮะๆ”

“เยอะสินะ” ไม่แปลกใจหรอกถ้าจะเยอะ คือมันไม่ได้สวยธรรมดาพอไปวัดไปวานะครับ มันทั้งสวยทั้งเท่ ไม่รู้ดิ เอาเป็นว่าคัทเอาท์สีแดงได้ที่หนึ่งแน่ๆ คิดภาพที่สวยกว่านี้ไม่ออกแล้ว

“มึงรู้ป่ะ กูแอบไปเห็นสีชมพูมาด้วย แม่งวาดเองเว้ยโคตรกากอ่ะ สงสารน้องที่อยู่สีนี้ฉิบหาย ฮ่าๆ”

กึก

“...”

ทั้งๆ ที่ไม่มีส่วนไหนของประโยคที่เกี่ยวกับตัวเองแต่ผมกลับรู้สึกไม่ดี มันโหวงๆ ที่ท้องและหัวใจ ...ถ้าวาดคัทเอาท์ออกมาไม่ดีคนอื่นก็จะดูถูกแบบนี้ แถมน้องในคณะก็ต้องอับอาย ถ้าผมเป็นคนไม่คิดมากก็คงดี เชื่อดิว่าคนอื่นไม่คิดเยอะอย่างผมหรอก เฮ้อ

“เป็นไร”

“หือ… เปล่า แค่อิ่ม” พูดจบก็วางตะเกียบเป็นท่าประกอบให้คู่สนทนาเชื่อ เมื่อกี้ยังหิวอยู่เลย คำพูดคนเรานี่มีอิทธิพลจริงๆ

“ทำไมอยู่ๆ ถึงอิ่ม เป็นอะไร”

“...เปล่า”

“ไอ้ธัน มึงเป็นอะไร” น้ำเสียงที่เคยทุ้มนุ่มกดต่ำจนออกจะคล้ายขู่เล็กน้อย ไม่ใช่แค่เสียงนะที่เป็นแบบนั้น สีหน้าก็ออกจะขู่เหมือนกัน

“ก็แค่คิดอะไรนิดหน่อย ไม่ต้องสนใจหรอก” พูดจบผมก็เอนหลังพิงพนักพิงเหนื่อยๆ ไม่ชอบสีหน้าแบบนี้เลยแฮะ ไหนจะตาคมคู่นั้นอีก

“เรื่องคัทเอาท์สินะ”

“...”

บางทีผมก็สงสัยนะว่าถ้ามันรู้แล้วจะถามทำไม แต่ก็แอบตกใจนิดหน่อยที่มันรู้ได้ว่าผมคิดเรื่องอะไรอยู่

“มึงไม่ต้องเก็บคำพูดไอ้เจมาคิดให้รกสมองหรอก ก็รู้นี่ว่าไอ้ห่านั่นมันปากหมาชอบด่าคนอื่นไปทั่ว”

“อะไร กูได้ยินนะโว้ย” บุคคลที่สามที่ถูกพาดพิงโยนก้านขึ้นฉ่ายใส่ใบหน้าหล่ออย่างแม่นยำ การกระทำนั้นทำให้ผมหลุดยิ้มออกมานิดๆ นึกถึงตอนเด็กๆ ที่เราชอบเล่นอะไรคล้ายๆ แบบนี้ จำได้ว่ามียางมัดข้าวแกงเป็นเหมือนหนังสติ๊ก แล้วก็มีเศษกระดาษม้วนๆ เป็นกระสุน

“ก็จริงอ่ะ” เอ้า นอกจากจะไม่ขอโทษแล้วยังไหวไหล่ไม่สนใจอีกต่างหาก ถ้าผมเป็นไอ้เจก็คงลุกขึ้นมาเตะปากแล้ว

“ชิ”

“ถึงจะปากหมาแต่มันก็ด่าเพราะปากไว ความจริงไม่ได้เจตนาร้ายอะไรหรอก”

“...กูรู้ เหมือนมึงแหละ เจ้าชู้ไปเรื่อยแต่ความจริงขี้อ่อยด้วย”

“นี่หลอกด่า?”

“เออ ฮะๆ”

“อย่างนี้ต้องเจอกู!” ไอ้หยางยิ้มเลวก่อนจะขยำพุงของผมไปมา แม่งบีบกับพูดว่า 'ไอ้นุ่มนิ่ม!' ด้วย นี่มึงมันเขี้ยวกูมากใช่ไหม...



_______________________________________________________________________

[หยาง]


“เอิ๊ก… ที่นี่ที่หนายยย บ้านกูล่าาา บ้านกูอยู่ที่หนายย”

“ไอ้ไผ่อย่าเตะดิวะ” ผมพูดอย่างหัวเสียเมื่อไอ้ควายที่กำลังอุ้มอยู่โวยวายเสียงดังแล้วเตะขาไปมา นี่เป็นเวรเป็นกรรมอะไรของผมที่ต้องมานั่งเก็บศพเพื่อนทีละคนแบบนี้ ตอนกินตอนเล่นกันก็สนุกอยู่หรอก แต่หลังจากที่พวกตัวถึกๆ ดื่มเหล้าจนเมาทุกอย่างก็เริ่มไม่สนุกเพราะพวกมันกลับบ้านเองไม่ได้ แถมผมก็ไม่สามารถไปส่งได้ทุกคน ก็เลยต้องพาที่เหลืออีกประมาณสิบคนมานอนที่บ้านตัวเอง

“แฮ่ก ไอ้ยูตัวหนักฉิบหาย” ยังดีที่ในความโชคร้ายยังมีโชคดีอยู่ สงสัยพระเจ้าไม่อยากให้ผมน่าสงสารจนเกินไปจึงส่งไอ้ฮ็อปกับไอ้ธันมาช่วยแบกศพไอ้พวกนี้ ถามว่าเอามายังไงในเมื่อผมขี่บิ๊กไบค์ ไอ้ฮ็อปก็ขับฟีโน่ ส่วนไอ้ธันไม่มีรถ

...ก็ต้องต๊อกรอบละคนน่ะสิครับ อนาถจริงๆ จะเรียกผู้ปกครองมารับก็ไม่ได้เพราะเดี๋ยวเขาจะหาว่าว่าเราพาเพื่อนไปในทางที่ไม่ดี เหอะๆ

“เอาพวกมันกองไว้ที่นี่แหละ แฮ่ก พวกมึงจะนอนไหน”

“กูคงนอนนี่ว่ะ แฮ่ก”

“ก.. กูด้วย”

“อ้าว ความจริงกูไปส่งก็ได้นะ” ผมปาดเหงื่อแล้วมองหน้าเพื่อนสนิท ซึ่งมีสภาพไม่ต่างกันเท่าไหร่ ตัวชุ่มเหงื่อ เสื้อเปื้อนน้ำจิ้มซีฟู้ด เราไม่ได้กินมูมมามนะครับ ไอ้ขี้เมาที่นอนอยู่บนพื้นนี่ต่างหากที่เอามาจิ้มทุกคน เวรจริงๆ...

“ไม่ต้องหรอก ดูท่ามึงจะเหนื่อย”

“อ่อ แล้วแต่ละกัน พวกมึงจะอาบน้ำป่ะ ยืมเสื้อผ้ากูได้นะ” ถ้าให้พูดจากใจก็ไม่อยากไปไหนแล้วเหมือนกัน เข้าใจอารมณ์ที่ต้องขี่รถไปกลับห้าหกรอบแถมต้องแบกควายไหมครับ

“มีไซส์กูด้วย?” ไอ้ธันเอ่ยถาม มันคิดว่าตัวเองอ้วนกว่ายางมิชลินรึไง ผมถึงไม่มีไซส์มัน

“มีดิ เดี๋ยวไปเอาของพ่อมาให้”

“เออดี ตอนนี้กูร้อนมาก ทั้งเหงื่อตอนออกกำลังกายทั้งควันหมูกระทะเกาะจนกูเวียนหัวอ่ะสัส” ไอ้อุ๋งๆ และเด็กสาธิตมอดังเบ้หน้าก่อนจะคลานขึ้นบันไดอย่างหมดแรง

ใช้เวลานานพอสมควรกว่าที่เราทั้งสามจะอาบน้ำแต่งตัวเสร็จ อาบน้ำแล้วยังนอนไม่ได้นะครับ เรายังต้องมาจัดแจงที่นอนให้เพื่อนๆ ที่น่าลัก (ไปฆ่า) อีก เนื่องจากบ้านผมมีห้องแค่ไม่กี่ห้องจึงไม่สามารถจุไอ้พวกนี้ได้หมด ที่นอนในคืนนี้ของพวกมันก็เลยมีแค่ที่เดียว พื้นห้องรับแขกนี่แหละ

“งืมมม หนาววว”

“กูควรสละผ้าขี้ริ้วให้ไอ้ยูไหม?” ไอ้อุ๋งๆ กอดอกมองศพบนพื้นอย่างอนาถใจ นี่อุตส่าห์เปิดแอร์เบอร์ที่ไม่แรงมาก สงสารคนใส่เสื้อกล้ามกางเกงเจเจอย่างไอ้ยู ไข่สั่นแน่มึง

“อย่าเลย… ผ้าเช็ดตีนก็พอ”

แหม่ มึงรักเพื่อนมากไอ้ห่า



“มึงกูนอนไม่หลับว่ะ เปิดหนังดูกันเถอะ” อยู่ดีๆ ไอ้ฮ็อปที่นอนอยู่ข้างผมก็พูดขึ้น ตอนนี้ผมไอ้ธันไอ้ฮ็อปขึ้นมาที่ห้องแล้วครับ นอนกันบนเตียงทั้งสามคนเลย ผมนอนกลาง ไอ้ฮ็อปซ้าย ไอ้ธันขวา (ที่ประจำติดหน้าต่างของมันนั่นแหละ) อ้อ ไม่ต้องห่วงเพื่อนข้างล่างนะ ไอ้ธันใจดีวิ่งเอาผ้าห่มผืนใหญ่ไปห่มให้แล้ว

“เอาดิ กูก็ไม่ง่วงเหมือนกัน” ว่าแล้วผมก็กดรีโมทเปิดทีวีที่ปลายเตียงทันที หนังอะไรวะนั่น ...เหยด หนังผี

“ไปอยู่เชียงใหม่เป็นไงบ้างวะฮ็อป” ร่างโปร่งเอ่ยถาม

“เรียนหนัก ไม่ได้นอน เครียด”

“นี่ขนาดเครียดนะ” ผมเอี้ยวหน้าไปมองคู่สนทนา บนหนังหน้าไม่มีส่วนไหนเลยที่บอกว่ามันเครียด ตรงกันข้าม ออกจะดูแฮปปี้ด้วยซ้ำ =   =

“ทำไม?”

“หน้ามึงดูไม่เครียดอ่ะ”

“เหรอวะ ทำไมกูมองตัวเองทีไรก็เห็นแต่ความเครียด ช่างเถอะ แล้วพวกมึงอ่ะเป็นไงบ้าง เรียนที่นี่โอเคดีป่ะ” พูดแล้วก็ยกท่อนขาขึ้นมาพาดขาอีกข้างที่กำลังชันอยู่ มีการกระดิกด้วยนะ มึงจะสบายไปแล้วไอ้หรรมน้อย

“ก็ดีนะ โรงเรียนกูไม่เครียด ไม่เหมือนโรงเรียนไอ้ธัน”

“แหนะ แซะกู” คนพูดเบะปากโชว์เหนียงก่อนจะใช้ศอกกระทุ้งท้องของผมเบาๆ ถ้าไม่ใช่ธันวาทำไม่ได้นะเนี่ย แมวน้ำนี่มันแมวน้ำจริงๆ

“ก็จริงอ่ะ ฮะๆ”

“อ้าว พวกมึงอยู่คนละโรงเรียนกันเหรอ กูคิดว่าอยู่ที่เดียวกัน” ไอ้ฮ็อปเอ่ย จากนั้นก็เปลี่ยนเป็นนอนเหยียดตรงแล้วพูดต่อ “รักกันดีนะ ขนาดอยู่คนละที่ยังสนิทกันเหมือนเดิมเลย ถ้าเป็นกูคงไม่เหลือคำว่าสนิทแล้ว”

“อันที่จริงก็เพิ่งกลับมาสนิทกันเมื่อไม่นานมานี้เอง” เมื่อไหร่นะ… หนึ่งเดือนป่ะ จำได้ว่าเป็นช่วงที่ผมจีบแพนพอดี ตอนที่ยังไม่สนิทกันนี่โคตรอึดอัดอ่ะ จะคุยอะไรแต่ละทีก็เหมือนโดนบีบคอให้พูดไม่ออก ดีแล้วล่ะที่กลับมาเป็นเหมือนเดิม

“เหรอวะ แล้วกลับมาสนิทกันได้ไง”

“อยากให้กูเล่าป่ะ” ไอ้ธันเอี้ยวหน้ามาถามผม

“เอาดิ ฮะๆ”

“ทำไมต้องถามก่อน มันเป็นเรื่องไม่ดีเหรอ?”

“ไม่ใช่เรื่องไม่ดีหรอก ก็แค่เชี่ยหยางจีบเพื่อนสนิทกู เคยมาหาที่โรงเรียนแล้วอ้างว่ามาหากูด้วยนะ อย่างเลวอ่ะ” ผมเฝ้ามองใบหน้ายิ้มๆ ของเพื่อนรัก อ้อ… เคยมีเรื่องแบบนั้นด้วยสินะ นานจนจำไม่ได้แล้วเนี่ย จำได้รางๆ ว่าที่ไปเพราะอยากไปเจอหน้าแพน แล้วก็อยากไปหาไอ้ธันด้วยมั้ง

“แค่เนี๊ย?”

“ไม่แค่นี้หรอก ไอ้ขี้อ่อยนี่ทักเพื่อนกูไปทุกวันเลยเว้ย แต่ก็ต้องแห้วแดกเพราะเธอเอาแต่คุยเรื่องกู ไม่เคยคุยเรื่องมันสักครั้ง ฮะๆ”

อ้าวเห้ย… ถึงว่าล่ะทำไมถามก่อน

“ว๊ายย ฮ่าๆๆ”

“ขำเข้าไป” ไม่น่าให้เล่าเลยว่ะ นี่แอบอายนิดๆ นะ เชื่อสิว่าใครเป็นผมก็ต้องอาย ทักเขาไปเพื่อจะจีบแท้แท๊ ดันได้คุยแต่เรื่องไอ้อุ๋งๆ ซะงั้น

“แล้วหลังจากนั้นพวกมึงกลับมาสนิทกันได้ไงวะ”

นั่นสิ กลับมาสนิทได้ยังไงนะ

“ไม่รู้เหมือนกัน คงจะ… กูอยากให้มันกลับมาเป็นเพื่อนสนิทเหมือนเมื่อก่อนก็เลยคอยทักไปบ่อยๆ” บ่อยพอๆ กับที่ทักแพนไปเลยมั้ง บางทีอาจมากกว่าด้วยซ้ำ คุยกับใครก็ไม่สนุกเท่าคุยกับเพื่อนสนิทหรอกครับ โดยเฉพาะเพื่อนสนิทที่รู้ทุกอย่างของเรา

“เหรอ แล้วมึงทำไงไอ้ธัน” มึงเปลี่ยนหน้าที่จากเพื่อนเป็นพิธีกรตั้งแต่เมื่อไหร่เนี่ย

“ก็… ทำแบบเดียวกัน”

“น่าววว เดี๋ยวนะ… นี่กูกำลังถามเรื่องความสนิทหรือสัมภาษณ์คู่แต่งงานใหม่วะ”

“ฮะๆ”

เราคุยเล่นกันอีกนิดหน่อยก็หันไปดูหนังต่อ ตอนนี้ห้องผมเหมือนโรงหนังเลย ไฟข้างในถูกปิดจนหมด อากาศหนาว โทรทัศน์จอใหญ่ บรรยากาศวังเวงชะมัด ดีนะที่ผมไม่ใช่คนกลัวสิ่งเล้นลับ ไม่ได้กลัวแต่ก็ไม่ได้ลบหลู่นะ อารมณ์ประมาณจะมีก็มี ไม่มีก็ไม่ได้ว่าอะไร

‘กรี๊ดดดดด’

เฮือก

หืม...

“กลัว?” ผมถามคนข้างตัวที่สะดุ้งตามเสียงผู้หญิงในหนัง ถามไปงั้นแหละ แค่ดูสภาพก็รู้แล้วว่าไอ้ธันกลัว นั่งชันเข่า ผ้าห่มคลุมถึงคอซะขนาดนั้น เหอะๆ

“ก็… นิดหน่อย”

“ให้ยืมแขนเอาป่ะ”

“จวย ไม่อ่ะ ...ขอหมอนก็พอ” ผมพยักหน้าแล้วหยิบสิ่งที่อีกฝ่ายต้องการให้

อืม

เขาว่ากันว่าเวลาคนเรากลัวอะไรมากๆ มักจะไม่สนใจเรื่องอื่น ท่าจะจริงแฮะ ขนาดผมแกล้งเอาสติ๊กเกอร์ (จากฝากระป๋องแป้ง) แปะหลังมันยังไม่มีทีท่าว่าจะรู้ตัวเลย

…ไอ้ผมข้างหูนี่มันล่อตาชะมัด

คิดได้ดังนั้นผมก็จัดการจับมันแบ่งออกเป็นสามส่วน ก่อนจะถักสลับไปมาเหมือนที่ไอ้ธันเคยทำให้ ผมชอบให้คนอื่นเล่นหัวนะ โดยเฉพาะคนอย่างไอ้ธัน คือมันถักเปียเป็นแถมสวยอีกต่างหาก เวลาถูกคนแบบนี้เล่นหัวแล้วแม่งเพลินดีอ่ะ ไม่เหมือนตอนที่ไอ้ต้นเล่น ม้วนซะผมพันกันจนน่ารำคาญ

เอ๊ะ ทำไมออกมาไม่เหมือนเปียเลยวะ...

“ถามจริง พวกมึงเคยหวั่นไหวกันเองบ้างไหม”

เป็นอีกครั้งที่ไอ้คนขี้สงสัยถามขึ้นในตอนที่ผมกำลังพยายามถักเปียเก็บให้ไอ้อุ๋งๆ คำถามดังกล่าวทำให้ผมถึงกับหันไปมองหน้าไอ้ฮ็อปทันที มองแบบ ‘ห้ะ มึงคิดไงถึงถามแบบนี้ -   -’

“ไม่”

“ถ้าจะตอบพร้อมกันขนาดนี้นะสัส ทำไมวะ ไม่เคยจริงดิ” อยากจะเอาขวานมาแหวกหัวมันแล้วเข้าไปดูจริงๆ ว่าอะไรทำให้มันถามแบบนั้น

“ผู้หญิงสวยๆ นมดู้มๆ เดินผ่านไอ้ธันยังไม่แลเลย นับภาษาอะไรกับผู้ชายอกสามศอกแบบกูครับ”

“เหรอ ...มึงไม่หวั่นไหวกับไอ้หยางเลย?”

“เยส” เจ้าของเหนียงน้อยๆ (?) พยักหน้าตอบ นี่ ถ้าให้พูดจริงๆ ไอ้ธันน้ำหนักลงจนร่างกายผอมลงนิดหน่อยแล้วนะ แต่ไอ้แก้มกับเหนียงนี่มันไม่ยอมลงอ่ะ สงสัยต้องไปหาท่าบริหารหน้าให้วีเชฟมาให้สักหน่อย

“มันหล่อนะเว้ย นิสัยก็ขี้อ้อนขี้อ่อย อยู่ด้วยกันบ่อยๆ ไม่รู้สึกแปลกบ้างเหรอ”

คนข้างๆ หันหน้ามามองผมเมื่อฟังจบ รู้ไหมว่าผมชอบส่วนไหนบนใบหน้าไอ้ธันที่สุด… ผมชอบริมฝีปาก ชอบมาตั้งแต่เด็กแล้ว ไอ้ธันจะมีเสน่ห์กว่าเดิมประมาณสองแสนล้านเท่าเมื่อริมฝีปากสวยคลี่ยิ้มออกมา มันยิ้มทีไรผมต้องยิ้มตามทุกที

“ก็มีบ้าง”

ผมไม่ได้พูด… คนข้างๆ ต่างหาก

“ไม่รู้สิ กูรู้สึกแปลกๆ ว่ะ มันอธิบายไม่ถูก…”  

“ยังไง” ไอ้ฮ็อปที่นั่งอยู่ข้างๆ ย้ายตัวมานั่งตรงปลายเตียงเพื่อจะมองหน้าพวกเราได้ถนัด ไม่รู้ว่าผมทำสีหน้าแบบไหนออกไปเหมือนกัน …ก็ตกใจนี่หว่า

“เวลามองหน้าไอ้หยางแล้วกูก็อยาก...”

“...”

“‘อยากเตะ’ ‘อยากต่อย’ ‘อยากทุ่มลงดิน’”

“เอ่อ… ไอ้สัส ฮะๆ”

“ใจร้ายยย กูออกจะน่าถนุถนอม” กูว่าแล๊ว กูว่าแล้วว่ามึงต้องพูดอะไรทำนองนี้ เราเคยมีบทสนทนาแบบอื่นด้วยรึไง อ้าปากทีนี่กูเห็นไปถึงลิ้นไก่ มึงจะพูดอะไรกูรู้หมดอ่ะ



______________________________________________________________________________



“ตกลงหลีดมีกี่คน”

“…”

“เงียบทำไม? ถ้าพวกน้องหาหลีดให้พี่ไม่ได้แล้วพี่จะฝึกให้ใครคะ ท่อนไม้เหรอ หรือว่าก้อนหิน?”

“…”

“พี่ขอแค่สิบห้าคน นี่เพิ่งได้มาแค่แปด”

“…”

“เงียบอีกแล้ว ตกลงจะมีแค่นี้ใช่ไหม?” ใครมันจะไปอยากเป็นวะ ต้องสละทั้งกำลังกายทั้งเวลาว่างช่วงปิดเทอม ผมไม่ได้เห็นแก่ตัวนะครับแต่แบบ.... ผมเป็นเด็กขี้เกียจไง แล้วคนขี้เกียจมักจะหวงแหนเวลาว่างของตัวเองสุดๆ อีกอย่างผมก็เป็นคนจัดการเรื่องหาคนมาแล้ว คงไม่ต้องมาเหนื่อยเปลืองเนื้อเปลืองตัวกับเขาหรอกมั้ง

อ้อ ยังไม่ได้บอกสินะว่ากำลังทำอะไรอยู่ ตอนนี้เรากำลังคุยเรื่องหลีดกีฬาสีอยู่ครับ ที่กำลังว๊ากอยู่ตรงหน้าคือพี่ที่เป็นครูฝึกของเรา สามสาวที่ไปคุยงานด้วยวันนั้นพวกเธอไม่ใช่คนฝึกโดยตรงหรอก พี่ๆ เขาแค่เป็นธุระติดต่อให้เฉยๆ

และที่เรากำลังมีปัญหากันอยู่ตรงนี้คือเรื่องจำนวนคนไม่พอตามที่ตั้งไว้ แปดคนที่ว่านั่นรีดเค้นสัสๆ เลยรู้ไหม คือโรงเรียนผมคนน้อยกว่าโรงเรียนไอ้ธัน พอมาจัดกีฬาสี ห้องที่เป็นสตาฟก็เลยมีสีละสามถึงสี่ห้องแต่จำนวนคนเท่าสองห้องของไอ้ธันเป๊ะ อนาถจิต

“มึงออกไปดิ”

“มึงนั่นแหละ มึงสูง”

“เกี่ยว? หลีดเขาดูหน้าตา”

“งั้นก็มึง”

“บ้า กูเป็นโรคหอบ เต้นไม่ได้หรอก” เกิดเสียงถกเถียงกันขึ้นในที่ประชุม คนนั้นโยนให้คนนี้บ้าง คนนี้โยนให้คนโน้นบ้าง ก็บอกแล้วว่าไม่มีใครอยากเป็นหรอก พวกเราไม่ใช่ผู้หญิงที่สนใจเรื่องแบบนี้ ผู้ชายอย่างเราต้องงานแบกหามหรือไม่ก็นั่งอยู่เฉยๆ ครับ

“ถ้าไม่มีใครอาสาพี่จะเดินไปเลือกเองแล้วนะ”

หลังจบประโยคนั้นทุกคนก็เริ่มเกี่ยงกันรุนแรงขึ้น เริ่มมีการใช้กำลังดันเพื่อนออกไปบ้าง ลากบ้าง และที่พีคสัสคือการอุ้มออกไป ท่าเจ้าสาวด้วยนะ =   =… ถึงอย่างนั้นจำนวนก็ยังไม่ครบอยู่ดี ขาดตั้งสองคน

“ยังไม่ครบ… พี่ขออนุญาตเดินไปเลือกเองนะคะ”

เสียงของอีกฝ่ายไม่เข้าหูผมเลย เพราะผมกำลังมีสมาธิกับการตอบไลน์คนที่ทักเข้ามา สาว? เปล่าสักหน่อย ทำไมต้องมองผมในแง่นั้นด้วย

Thanwa : มึง กูเครียด

Yang : เป็นอะไร?

ผมคุยกับธันวาต่างหาก

หลังจากกินเลี้ยงก็ผ่านมาหนึ่งเดือนแล้ว มีอะไรเปลี่ยนไปนิดหน่อย ไม่ใช่หุ่นไอ้แมวน้ำนะครับ สิ่งที่เปลี่ยนคือการที่เราคุยกันทางออนไลน์มากขึ้นต่างหาก คือช่วงนี้เป็นช่วงสองเดือนก่อนสอบ พวกเราก็เลยต้องแอคทีฟนิดนึงเพราะเนื้อหาเยอะ บวกกับเรื่องกีฬาสีด้วยเลยกลายเป็นว่าทั้งผมและมันไม่มีเวลามาเจอกันเลย

เห็นหน้ามันครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่วะ...

ไม่ได้หมายถึงในภาพนะครับ ถ้าอันนั้นน่ะเห็นทุกวันเพราะแพนจะคอยส่งภาพไอ้ธันมาให้ตลอด เชื่อผมไหมว่าเธอโคตรอวยและอยากอวดเพื่อนตัวเอง ดูแต่ละข้อความดิ ‘เพื่อนกู อิอิ’ ‘มึง ไอ้ธันกำลังจะผอมแล้ววว’ ‘ดูแก้มนี่สิ รีบจับก่อนที่จะไม่มีให้จับนะจ๊ะ’ พอเริ่มสนิทกันแล้วคุยสนุกกว่าเดิมเยอะเลยแฮะ แปลกเนอะ แฟนคุยกับหนุ่มหล่อ (?) ทุกวัน คนที่ชื่อไกด์กลับไม่หึงหวงเลย

จำได้ว่าเคยถามแพนไปสองครั้ง และทุกครั้งจะได้คำตอบว่า 'พี่เขาเป็นคนดี นิสัยผู้ใหญ่ รู้ว่าอะไรเป็นอะไร กูกับมึงคุยแต่เรื่องไอ้ธันจะให้พี่เขาหึงอะไร หึงเหนียงมันเหรอ - -' ก็จริงของมัน

Thanwa : น้ำหนักไม่ยอมลงสักที นี่ผ่านมาตั้งหนึ่งเดือนแล้วนะ - -

Yang : มึงน่าจะลดเร็วเกินไปมั้ง แค่เดือนแรกก็ลดตั้ง 7 โลละ ร่างกายคงปรับสภาพไม่ทันแหละ รอดูไปก่อนก็แล้วกัน

แถวบ้านเรียกหักโหมอ่ะ ทั้งออกกำลังกายหนัก… โอเคอันนี้โทษไอ้ต้น แต่หลังจากออกแล้วอาบน้ำนอน ร่างกายได้พักผ่อนจบปิ๊งก็ไม่มีปัญหาอะไรหรอก แต่ไอ้ธันเสือกเล่นโยคะต่อจนดึกไง แบบนี้เวลานอนจะมีสักเท่าไหร่กันเชียว กลัวแม่งจะหน้ามืดหัวฟาดพื้นสักวัน

Thanwa : กูเศร้าแปป...

Yang : เฮ้ย ไม่ต้องเศร้า มึงใช้เวลาไปแค่สองเดือนเอง เหลืออีกตั้งสี่เดือนเต็มๆ ...อ่ะ ตอนนี้มึงต้องลดอีก 15 กิโลถูกป่ะ ถ้าลดเดือนละ 3.75 กิโลก็ครบตามที่ตั้งไว้แล้ว

Thanwa : เฮ้อ โอเคๆ

Yang : ไม่ต้องเครียดนะสัส แบบนี้แหละชีวิต ของที่อยากได้มากๆ มักจะยากเสมอ5555

Thanwa : จริง555

“น้องละกัน”

ในขณะที่ผมกำลังจะพิมพ์ตอบก็ต้องชะงักมือ เงยหน้าขึ้นมองต้นเสียง เพิ่งสังเกตว่าเพื่อนทุกคนมองมาที่ผม เพิ่งสังเกตว่ารอบข้างไร้ซึ่งเสียงพูดคุย เพิ่งสังเกตว่าตรงหน้าผมมีขาของใครบางคนที่เดาได้เลยว่าไม่ใช่นักเรียนแน่เพราะแม่งใส่เดรฟกับรองเท้าผ้าใบสีแดง ขอให้อย่าเป็นแบบที่กูคิดเล๊ย...

“น้องเป็นหลีดเนอะ”

บัดซบ!

“เฮ้ยไม่เอาครับ ผมเต้นไม่เป็น” ผมรีบปฏิเสธทันที ไม่ได้หาข้ออ้างแต่มันคือความจริง เคยพยายามที่จะลองเต้นแล้วแต่ก็เหลวไม่เป็นท่าทุกที คนอื่นเต้นเหมือนบอยแบรนด์เกาหลีผมเต้นทีเหมือนหมีเป็นริดสีดวงอ่ะ เพราะงั้นถ้าไม่อยากให้สีแพ้ จงรู้ไว้ว่าอย่าจับกูเป็นหลีดเด็ดขาด

“ฝึกได้ค่ะ ดีกว่าไม่มีคนมาให้ฝึกเลย”

“…แต่ผมไม่-”

ก่อนที่ผมจะพูดว่า ‘แต่ผมไม่อยากเป็นหลีด’ ก็โดนมือของใครบางคนปิดปากเอาไว้ซะก่อน คุณต้องไม่เชื่อแน่เลยว่าใครเป็นคนปิด...

ไอ้เทรนด์ครับ

“?” ผมเลิกคิ้วเป็นเชิงถามว่า ‘ห้ามกูทำเชี่ยอะไร’

“เป็นเถอะ กูก็เพิ่งโดนบังคับให้เป็นเมื่อกี้นี้เอง เถียงไปก็เท่านั้น ยังไงก็ไม่รอด...”

“อื้อ!” ไม่เอาโว้ย! ปิดเทอมที่แสนสุขของกูมีไว้สำหรับทำตัวว่างฉิบหายและนอนเปื่อยๆ อยู่บนเตียง!

“เอาน่าถือว่ากูขอ ทำเพื่อสีสักครั้งนะเพื่อน กูไม่รู้จะไปหาใครแล้ว กระซิก” ไอ้ประธานคณะสีเข้ามาขอร้องอีกแรง สงสัยจะรู้ว่าผมจะปฏิเสธ ผมเป็นคนง่ายๆ นะครับ ถ้ามีงานให้ทำก็จะช่วยเพื่อนทำ ทำได้... แต่กูต้องสมัครใจ!

“อัวอวย!” รู้ใช่ไหมครับว่าผมด่าไอ้พวกนี้ว่าอะไร...

“เป็นเถ๊อะ มึงจะทำอะไรกูจะไม่ขัดเลยสัญญา”

“…”

“เงียบแล้วเว้ย แปลว่าสนใจข้อเสนอนี้?” ไอ้เทรนด์ค่อยๆ คลายมือที่ปิดปากผมอยู่ ...ก็น่าสนใจอยู่นะ ผมกำลังมีเรื่องที่อยากจะขออยู่พอดีเลย

“อือ กูขอลาล่วงหน้า”

“ลา?” ทั้งไอ้ต้น ไอ้เทรนด์และไอ้เจประธานคณะเอ่ยขึ้นพร้อมกันเหมือนนัดกันไว้ ดังขนาดนี้มึงเรียกพี่คนนั้นมานั่งจับเข่าคุยกันเลยไหม พี่เขาก็ใจเย็นดีนะครับ ยืนมองพวกเราคุยกันโดยไม่บ่นสักแอะ

“ลาอะไร ลามะลิลาหรือลาที่ร้องแบะๆ”

“แบะๆ พ่อมึงสิไอ้แคระ แกะไหมล่ะสัส” ไม่ด่าเปล่า ไอ้เปรตยกมือขึ้นตบหัวเพื่อนสนิทตัวเองด้วย

“ช่างแพะช่างแกะเถอะ ...มึงจะลาไปไหน” เจถาม

“กูจะไปช่วยเพื่อนวาดรูปกับเอาคัทเอาท์ขึ้นแสตน” จำเหตุการณ์โรมิหยางพาจูแมวน้ำหนีไปกินข้าวเย็น (ดึก) ได้ไหมครับ ตอนนั้นผมบอกไอ้ธันไว้ว่าจะไปช่วยมัน ชีวิตเด็กม.5 โรงเรียนมันแม่งน่าสงสาร จ้างวาดก็ไม่ได้ จ้างคนมายกคัทเอาท์ขึ้นก็ไม่ได้อีก เวรจริงๆ ถ้าเด็กตกลงมาตายผมจะรอดูหน้าผอ.เลย ให้ตายสิ จะประหยัดอะไรก็ให้มีขอบเขตหน่อย

“สีอะไร นี่มึงเป็นกบฏเหรอเชี่ยหยาง -   -”

“พยัคหมอก” ชื่อโคตรเท่ คณะสีโรงเรียนไอ้ธันจะมีชื่อเป็นดอกไม้หมดเลยครับ ผมว่าเก๋ดี ไม่เหมือนโรงเรียนผม แดงก็แดง ชมพูก็ชมพู ตองอ่อนก็ตองอ่อน

“โรงเรียนข้างๆ ? โถ่พ่อคุณ ว่างนักเหรอมึง =   =”

“ก็ไม่แต่จะไป ตกลงให้ไหม” ผมเลิกคิ้วถามด้วยสีหน้าที่เหนือกว่า มึงพลาดแล้วเชี่ยเจ ไม่ใช่อะไรหรอกครับ หาเรื่องโดดไปงั้นแหละ... หยอก นั่นน่ะแค่ผลพลอยได้ ประเด็นหลักคือไปช่วยเพื่อนต่างหาก ดูไอ้ธันจะกังวลเรื่องนี้มากพอสมควรเลยล่ะ ถ้าปล่อยไปวาดคนเดียวอาจจะเกิดเรื่องไม่คาดฝันอย่างการกลัวจนมือสั่น พอมือสั่นแล้วงานก็เละ เพราะงั้นผมก็เลยต้องคอยไปจับมือมันไว้ไม่ให้สั่น ฮะๆ

“มาคุยกันให้เข้าใจก่อนว่ามึงหมายถึงอะไร หมายถึงว่า... มึงจะยอมเป็นหลีด แต่ถ้าวันที่ซ้อมหลีดเสือกตรงกับวันที่เพื่อนมึงวาดหรือเอาคัทเอาท์ขึ้น มึงก็จะไม่มา?”

“เยส”

“เชี่ยยย วันซ้อมธรรมดาไม่เท่าไหร่ แต่ถ้าตรงกับวันซ้อมใหญ่ขึ้นมาจะทำยังไง”

“ไม่รู้สิ”

“ไอ้หย๊างงง TT[]TT” แหม ทำไมผมดูเอาแต่ใจตัวเองแบบนี้ อันที่จริงไม่คิดว่าไอ้เจจะยอมขนาดนี้นะ ตอนแรกกะเอาแค่วันสองวันก็พอแล้ว แต่ดันฟลุ๊ค ไอ้ห่านี่ยอมหมดซะงั้น ฮ่าๆ

“เอางี้ๆ ถ้าตรงกันจริงๆ มึงก็ไปซ้อมใหญ่ เดี๋ยวพวกกูไปเอาคัทเอาท์ขึ้นให้เอง พวกกูว่างอยู่แล้ว สีไอ้ธันใช่ไหมล่ะ?” บรรดาเพื่อนที่เคยอยู่ป.6 กับผมเสนอขึ้น

“รู้ได้ไง?” ผมแน่ใจว่าตัวเองไม่เคยเอ่ยชื่อออกมาเลยนะ ใช้คำว่าเพื่อนตลอด

“วุ๊ นอกจากผู้หญิงก็มีไอ้ธันนี่แหละที่ทำให้มึงขยัน อยากไปช่วยนั่นช่วยนี่”

“เอ๊าา ก็นั่นผัวมัน” ไอ้เจยิ้มเลว ไอ้ธันเป็นผัวผมเหรอ... ไม่ได้ยินมานานแล้วนะเนี่ย ก็ตั้งแต่ตอนที่โดนล้อก็ผ่านมาหลายปี ผมก็สูงขึ้นจนตอนนี้มีแค่ไอ้เทรนด์เท่านั้นที่สูงกว่า คนอื่นก็เลยไม่กล้าล้อผมว่าเป็นเมียใคร คิดแล้วขำชะมัด เมื่อก่อนไอ้อุ๋งๆ สูงกว่าผมตั้งเยอะแหนะ ผมตัวเท่าไหล่มันเองมั้ง ส่วนตอนนี้กลับกันเลย ฮะๆ

“อะไร มึงเป็นเมียหรอกเหรอไอ้หยาง กูหลงผิดคิดว่ามึงเป็นผัวมาโดยตลอดนะเนี่ย” ไอ้ต้นเริ่มหันมาสนใจบทสนทนาของเราบ้าง ทีเมื่อกี้ล่ะคุยกับผู้หญิงไม่สนใจเพื่อน

“เออ ฮะๆ”

“ตกลงว่ามึงยอมเป็นหลีดใช่ไหม?”

“อ่าฮะ อย่าลืมที่คุยกันไว้นะเว้ย”

“เออๆ เอ๊ะ ว่าแต่ไอ้ธันวาดรูปกี่วัน” นั่นสินะ ยังไม่เคยถามเลย แต่ผมว่าอย่างน้อยก็ต้องหนึ่งอาทิตย์อ่ะ ได้ข่าวว่าคัทเอาท์อีกฝ่ายขนาดใหญ่กว่าของผมประมาณสามถึงสี่เท่าได้ ใช่ซี่ เขาเป็นโรงเรียนประจำจังหวัดมีอัฒจรรย์ส่วนตัวในโรงเรียนนี่หว่า (ใหญ่ด้วย) โรงเรียนผมไม่มีนะครับ เราต้องเดินขบวนไปโคตรไกลเพื่อที่จะไปใช้สนามกีฬาประจำจังหวัด กระซิก... รู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจ

“ไม่รู้เหมือนกัน ไม่ต้องห่วง กูคงไม่ไปทุกวันหรอก ขอสี่วันพอ”

“เยอะ!”

“สัญญาว่าจะตั้งใจซ้อม จะจำท่าให้ได้เร็วๆ” ผมยกนิ้วขึ้นมาทำท่าสาบาน ส่วนมืออีกข้างก็เอาไปแอบไว้ด้านหลังและไขว้กันไว้ เพื่อบอกว่า ‘กูโกหก’ ฮ่าๆ

“เอ๊อ ก็ได้ กูจะให้พี่เขาจับตาดูมึงไว้ ถ้าผิดคำพูดเมื่อไหร่ให้ตุ๋ยมึงได้เลย”

“ไม่ต้องห่วง พี่ไม่ทำหรอก... ชอบโดนกระทำมากกว่า”

อื้อหือ ขนลุกเลยกู...


“พี่หยาง หยินหิว” ร่างเพรียวทิ้งตัวนั่งลงข้างโซฟาที่ผมนอนอยู่ ถึงจะหลับตาอยู่แต่ผมก็รับรู้ได้เพราะกลิ่นผักบนตัวมัน ไอ้หยินชอบแกะสลักครับ แกะโคตรเก่ง... แกะรูปผู้ชายน่ะโคตรเก่งเลย เหมือนทุกรายละเอียดแม้กระทั่งจู๋ อย่างบาปอ่ะ แอบเอาไว้ทำอะไรบ้างป่ะเนี่ย =   =

“ก็หาอะไรแดกดิ”

“ชิ ถ้าหาเองได้ก็คงไม่เดินมาหาหรอก ออกไปซื้อข้าวมาให้หยินกินเดี๋ยวนี้”

“เรื่องดิ พี่ขี้เกียจ” ก็เห็นใจนะเพราะน้องสาวผมขี่รถไม่เป็นก็เลยไปไหนมาไหนเองไม่ได้ แต่ผมเพิ่งขับรถมาถึงบ้านเมื่อกี้ไง เพิ่งกลับมาจากที่เรียนพิเศษด้วยประเด็น ทั้งเหนื่อยทั้งล้าเลยห่า

“นะ นะ นะ นะ น้าา”

“…”

“พี่หยางงง พี่หยางหล่อที่สุดในโลกเลย” พูดแล้วก็เขย่าแขนผมไปมาเหมือนอ้อนๆ ...ก็คงเป็นอย่างนั้นถ้ามันไม่ออกแรงซะจนผมเกือบตกโซฟา ไอ้หยินเหมือนแพนด้าขี้หิวใน gif หนึ่งที่ผมเคยดูเลยว่ะ ฮะๆ

“พี่รู้ตัวครับ...”

“ไอ้หลงตัวเอง เอ๊ย ใช่ไหมล่ะ หยินก็คิดแบบนั้น” แหม๊ เปลี่ยนอย่างเร็ว

“หึ”

“เป็นพี่ชายที่ดีที่สุดด้วย เพราะงั้นไปซื้อข้าวให้หยินกินหน่อยน้า” อยากจะให้พ่อแม่บินมาดูลูกสาวตัวเองตอนนี้จริงๆ ไอ้นี่ห้าวนะครับ เป็นผู้หญิงที่ไม่ใส่ชุดกระโปรง ไม่เคยอ้อน (นอกจากจะจำเป็น) ไม่ชอบสีชมพู ไม่เล่นตุ๊กตา (แต่มีไว้เป็นเพื่อนคุย น่ากลัวสัส...) ไม่ทำอะไรที่เหมือนผู้หญิง

มีอยู่ครั้งหนึ่งหยินโดนแอบถ่ายใต้กระโปรง พอผมรู้ก็รีบไปหาไอ้คนทำเลย ตอนนั้นโกรธจัด โกรธขนาดที่ไม่สามารถมีใครหยุดได้ คิดว่า ‘กูเลี้ยงน้องสาวมาตั้งแต่ตีนเท่าฝาหอย จนตอนนี้ตีนเท่าฝาโอ่ง มึงกล้าดียังไงมาทำน้องกู’ แต่พอไปเห็นสภาพไอ้คนทำก็หายโกรธเลย... เพราะน้องสาวตัวน้อยๆ ของผมนี่แหละที่เข้าไปกระทืบมันเองกับตีนฝาโอ่ง

“…”

“นะ นะ นะ”

“…” ผมแกล้งพลิกตัวไปซ้ายทีขวาที แกล้งลอยหน้าลอยตาบ้าง แคะเล็บบ้างให้อีกฝ่ายรู้ว่าผมไม่อยากไป อีกนัยหนึ่งก็คือการกวนประสาทด้วยแหละ แกล้งใครก็ไม่สนุกเท่าคนในครอบครัวและเพื่อนหรอกครับ ฮะๆ

“ฮ่วย! จ้างร้อยนึง!”

...

“เอาอะไร ร้านไหนครับน้องสาวพี่” ผมสปริงตัวลุกขึ้นก่อนจะกลิ้งลงไปนั่งคุกเข่าบนพื้น มือข้างหนึ่งพาดอก ส่วนอีกข้างไขว้หลังไว้ให้เหมือนค่ารับใช้กำลังรับคำสั่งผู้บัญชาการ ...สมัยนี้เงินมันหายาก

“ไอ้คนเห็นแก่เงิน...”

“เปล่าสักหน่อย พี่กลัวน้องจะหิวต่างหาก อิอิ”

“ตอแหลลล” ดูมันด่าพี่ตัวเอง ด่าไม่พอยังมีหน้ามาเบะปากใส่อีก “หยินจะกินคะน้าหมูกรอบร้านเจ๊เห็บ จะกินเครปเย็นที่ The forest กินผัดผักกระเชดที่หน้าวัดกลาง กินปลาที่มีแต่หางที่ดอยอินทนนท์”

“ตบไหม?” แหม ไอ้สองอย่างแรกพอไปได้แต่ไอ้ที่เหลือนี่สิ ห่างกันเป็นโยชน์ ยิ่งดอยอินทนนท์นี่ข้ามจังหวัดไปแล้ว =  =

“หยอก ฮ่าๆ”

สรุปนางจะกินข้าวผัดคะน้าหมูกรอบอย่างเดียวครับ แล้วจะพูดเยอะเพื่อ?


“ป้าครับ เอาผัดคะน้าหมูกรอบ”

“จ้า รอแป๊บนึงนะลูก”

ผมรับคำก่อนจะเดินไปนั่งโต๊ะที่ว่างอยู่ ร้านมีเป็นแสนดันเลือกร้านที่คนเยอะ เฮ้อ เหนื่อยใจกับไอ้หยินจริงๆ แล้วนี่พี่สาวโต๊ะข้างๆ จะมองผมอีกนานไหม ถ้าเป็นปกติผมจะยิ้มตอบตลอดแต่ตอนนี้โคตรเหนื่อย ไม่มีแรงปั้นยิ้มแล้ว

ตือดึง

Sand Saii : ว่างไหมคะ คุยด้วยได้ไหม

ข้อความที่เด้งขึ้นมาบนหน้าจอทำให้ผมเท้าคางเซ็งๆ แม้แต่แรงยิ้มยังไม่มีเลย ผมจะเอาแรงที่ไหนไปกดพิมพ์แป๊กๆ เพื่อตอบคุณครับ

ผมตัดสินใจเด้งแชทนี้ออกไปจากหน้าจอแล้วนั่งเท้าคางมองวิวบนถนน รถเยอะชะมัด ควันก็เยอะ เพราะแบบนี้รึเปล่ามลพิษทางอากาศถึงได้เยอะขึ้นทุกวัน เมื่อก่อนผมเคยคิดจะประดิษฐ์เครื่องที่ช่วยเปลี่ยนมลพิษเป็นอากาศบริสุทธิ์ด้วยล่ะ น่ารักใช่ไหมล่ะ แต่ตอนนี้ไม่-

Rrr

สั่นอีกละ ใครโทรมาวะ บอกแล้วไงว่าตอนนี้เหนื่อยมาก ไม่อยากทำอะไรนอกจากนั่งโง่ๆ อยู่แบบนี้… ผมกำลังจะกดปิดเครื่องเพื่อหนีทุกอย่าง คงจะได้ปิดแล้วล่ะถ้าหางตาไม่เหลือบไปเห็นชื่อกับโปรไฟล์ที่เป็นรูปผู้ชายสีเทาบนพื้นหลังสีขาวที่เป็นโปรไฟล์แรกเริ่มของเฟสบุ๊ค

‘สายเรียกเข้าจาก Thanwa’

ไอ้ธัน?

“ว่าไง”

กฏทุกอย่างต้องมีข้อยกเว้น ความเหนื่อยที่จะคุยของผมก็เหมือนกัน ผมรู้ไงว่าคนที่เพิ่งทักมาเมื่อกี้ต้องการจะคุยเกี่ยวกับเรื่องกุ๊กๆ กิ๊กๆ ซึ่งก็เป็นเรื่องปกติของคนที่ทักผมมา แต่ไอ้ธันไม่ได้ทักมาเพื่อคุยเรื่องทำนองนั้นแน่นอน

(ได้ข่าวว่าเป็นหลีด?)

“อ่าฮะ ใครบอกวะ”

(แพน กูว่าก็ดีนะ มึงจะได้ใช้หุ่นกับหน้าตาให้เป็นประโยชน์หน่อย ฮะๆ)

“เลววว พูดแบบนี้แสดงว่าก่อนหน้านี้กูไม่มีประโยชน์?”

(ก็ไม่เชิงอ่ะ นอกจากหล่ออ่อยสาวไปวันๆ กูก็ไม่เห็นประโยชน์อื่นแล้วไง) น้ำเสียงแฝงทั้งความแซะเบาๆ และความเป็นห่วง ผมชอบที่ไอ้ธันเป็นแบบนี้ชะมัด ถึงจะแซะแต่ก็ห่วงผมมากกว่าใคร

“กรรมๆ ฮะๆ”

(มึงโอเคเปล่าวะ)

“ทำไมจะไม่โอเค กูเป็นอะไร?”

(ก็แบบ… กูรู้ไงว่ามึงไม่ชอบอะไรเทือกนี้) นอกจากห่วงแล้วยังเข้าใจความรู้สึกผมอีก ขอบคุณพระเจ้าที่แพนเข้ามาทำให้ผมสนใจ ผมถึงกล้าที่จะทักไอ้อุ๋งๆ แล้วทำให้เรากลับมาสนิทกันอีกครั้ง

“อือใช่ กูไม่ชอบ ไม่อยากเป็นด้วยแต่ปฏิเสธไปก็เท่านั้น”

(ถึงปฏิเสธได้มึงก็ต้องไปหาคนมาเปลี่ยนตัว)

“อ่าฮะ แล้วใครมันจะยอมมาเปลี่ยนกับกูวะ”

(เออ ฮ่าๆ) อยากให้ทุกคนเห็นหน้าเพื่อนที่เหลือตอนที่พี่กะเทยบอกว่าจะเอาผม (?) พวกมันโคตรโล่งใจเหมือนไปจับใบดำใบแดงแล้วได้ใบดำ พวกทรยศ พวกมึงทิ้งกู _ _

“มาเป็นหลีดแทนหน่อยดิ เดี๋ยวไปวาดรูปให้”

(กระจายความเหี้ยเหรอ กูทำหลีดสีมึงได้ที่โหล่ ส่วนมึงทำคัทเอาท์สีกูได้ที่โหล่?) ผมหลุดยิ้มกับประโยคที่ได้ยิน เออจริง พังแน่ ทั้งสีผมทั้งสีไอ้ธันเลย

“แบบนั้นก็ได้นะ เราจะได้ไปกินเหล้าย้อมใจกันสองคน ฮะๆ”

(ไอ้บ้า กูไม่แดกเหล้า ฮ่าๆ)

“นี่… รู้ใช่ปะว่ากูเต้นไม่เป็น” ผมเท้าคางมองคนที่เดินผ่านไปผ่านมา อยู่ๆ ก็เข้าใจความรู้สึกไอ้ธันที่ต้องรับหน้าที่ใหญ่ ถ้าผมเก่งอย่างมันก็คงเบาใจไปบ้างแต่นี่ไม่ไง ธันวาดรูปเป็น แต่ผมเต้นไม่เป็นเลยสักนิด เวรตะไล... ถ้าสีไม่ได้ที่หนึ่งอย่ามาโทษกูละกัน พวกมึงเลือกกันเองนะ

(อือฮึ)

“ไม่รู้ว่ากูควรจะบอกอะไรมึงดีว่ะ” อยากระบายแต่กลับไม่มีอะไรนอกจากความว่างเปล่าในหัวกับหัวใจที่โหวงๆ เขาเรียกว่าอะไรวะ

(มึงกลัวเต้นไม่ได้ แล้วก็กลัวโชว์ออกมาไม่ดีสินะ)

“ก็… อ่าฮะ”

รู้ได้ไง

(แหม๊ ไม่เคยคิดว่าจะต้องปลอบคนอื่นมาก่อนเลยนะเนี่ย ฮะๆ)

“หึ” ผมเปลี่ยนจากเท้าคางเป็นฟุบหน้าลงกับแขน ไม่ใช่อะไรหรอกครับ แสงแยงตา อีกอย่างสาวๆ ในร้านก็มองผมจนน่ารำคาญ

(กูจะไม่บอกว่า ‘ไม่ต้องเครียด’ นะ เพราะขนาดกูยังเครียดเลย)

“...”

(ไม่มีคำพูดดีๆ จะบอกด้วย นอกจาก… สู้ๆ ทำให้เต็มที่ที่สุด ถ้าเกิดท้อ… ทำไงดีวะ คิดซะว่ากูท้อกว่ามึงก็แล้วกัน ฮะๆ)

“สัส ไม่คมไม่เด็ดไม่มีเหี้ยอะไรเลยจริงๆ ฮ่ะๆ”

(กูก็บอกแล้วอ่ะ)

“ยังไงก็ขอบคุณนะเว้ย กูว่ากูโล่งใจขึ้นมาแล้วว่ะ เดี๋ยวตอนโชว์ค่อยอัญเชิญวิญญาณไมเคิลแจ็คสันมาสิงร่างก็ได้ มึงก็อัญเชิญวิญญาณดาวินชีมาละกันนะ”

(ปัญญาอ่อน… แต่จะลองทำนะ ฮะๆ)

“เออ ตอนมึงเอาคัทเอาท์ขึ้น ถ้าตรงกับวันซ้อมใหญ่กู กูอาจจะไปไม่ได้นะแต่ไม่ต้องห่วง เดี๋ยวจะส่งคนไปช่วยแทน” ตัวถึกๆ ทั้งนั้น คงไม่ต้องห่วงเรื่องตกลงมาตายหรอกมั้ง (?) เหมือนว่าไอ้เวสป้าแดงมันจะเคยบอกว่าแม่มันทำประกันชีวิตให้แล้ว ไม่ต้องห่วงๆ ถ้ามันตายไปก็มีแต่ได้กับได้

(โอเค ไม่เป็นไร ขอบคุณมาก ที่จริงไม่ต้องมาก็ได้เพราะตอนนี้เพื่อนๆ ในสีกูหาแฟนได้นางละคนแล้ว รวมๆ กันก็น่าจะมีสิบกว่าคนมั้ง) หือ มีแฟนแล้วทำไมวะ

“เกี่ยวไร?”

(เอ้า เอามาช่วยแบกหามใช้แรงงานไง)

“เลวกว่าสีกูก็สีมึงนี่แหละ -   -”

(เลวอะไร๊ เขาก็ทำแบบนี้กันทั้งนั๊น)

“งั้นเดี๋ยวกูไปช่วยดีกว่า ซ้อมใหญ่ไม่ใหญ่กูก็ไม่สนแล้ว”

(เอ้า ทำไมอ่ะ)

“เดี๋ยวมึงไม่มีเมียไปอวดเพื่อน อิอิ”

(มึงนี่เวรจริงๆ ฮะๆ) ผมคลี่ยิ้มขำๆ ก่อนจะเริ่มคุยกับปลายสายต่อ เราคุยกันไปเรื่อยอ่ะครับ เรื่องไร้สาระแบบเปิดขวดน้ำไม่ได้ก็มาเป็นหัวข้อสนทนาได้ แอบมีเรื่องเรียนบ้างนิดหน่อย เน้นว่านิดจริงๆ ถ้าคิดเป็นร้อยละก็น่าจะเป็น 0.1%

“ได้แล้วจ้า”

“ขอบคุณครับ” สารภาพ… กูลืมไปแล้วครับป้า นี่แอบให้คนอื่นลัดคิวบ้างป่ะเนี่ย ทำไมตาลุงที่มาหลังผมถึงได้นั่งกินผัดไทยสบายใจเฉิบอย่างนั้น =  =

“คุยกับแฟนเหรอจ๊ะ ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่เชียว”

...

ถ้าผมตอบว่า ‘เปล่าครับ คุยกับผัว’ ป้าจะตกใจไหม ฮะๆ









___________________________________________________________________________________


ก็ไม่ได้อะไร...

'ทันเที่ยงคืนด้วยล่ะ หึ'




++++++++++++++++++++++++++++++++


เงอะ โทษที ไรท์ไม่ค่อยว่างเลย วันนี้ก็ไปเดินขบวนมา เพิ่งกลับมาตอนดึกๆ ก็เลยแต่งได้แค่นี้...

ดูขอบตาดำๆ นี่สิที่รัก...

แล้วก็...

พรุ่งนี้เปิดเทอม

...เลิกเรียนแล้วจะพยายามแต่งให้ครบ 100 % ที่เหลือนะตัวเธอ

_(; 3 J L)_




เราขอไปนอนก่อนนะ

-Mommae-

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.655K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

30,011 ความคิดเห็น

  1. #29483 N_jkp (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 29 เมษายน 2563 / 21:02
    เลิ่กลั่กกับโพไม่ไหวแล้ว
    #29,483
    0
  2. #29286 Tery2006 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 9 เมษายน 2563 / 05:27
    เห็นเป็นตัวอุ๋งๆ หนูขอโทษษษษ
    #29,286
    1
    • #29286-1 girlymysterious(จากตอนที่ 13)
      24 มิถุนายน 2563 / 15:45
      ขอเกลียดการตั้งชื่อลูกแปบ หยินหยาง
      #29286-1
  3. #29276 reluz (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 8 เมษายน 2563 / 20:21
    สองคนนี้โพไหนก็ได้อะ แต่แบบ นุเชียร์ธันหยางค่ะ;-;
    #29,276
    0
  4. #29263 PhialiakSinghan (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 8 เมษายน 2563 / 09:01
    ขอร้องล่ะ อย่าให้เชียร์เลย กลัวใจจริงๆ T^T
    #29,263
    0
  5. #29233 **Music** (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 6 เมษายน 2563 / 22:56
    กลัวเชียร์ผิดโพมากแม่QAQ
    #29,233
    0
  6. #29181 นักโทษหมายเลข0 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 5 เมษายน 2563 / 14:00
    เอาล่ะ โพในสมองเราคือพลิกไปพลิกมาหมดแล้วแม่!!!
    #29,181
    0
  7. #29021 psunrise (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 3 เมษายน 2563 / 10:14
    การกระทำมันฟ้อง555555555
    #29,021
    0
  8. #28883 Flukekook (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 1 เมษายน 2563 / 17:19
    อ่าวสรุปธันหยางรึ555555
    #28,883
    0
  9. #28817 fanclub-tk (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2563 / 23:12
    ชอบ gif ต้าวอ้วงงงงงง
    #28,817
    0
  10. #28770 Bwitchayaz.♥ (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 15 มิถุนายน 2562 / 17:28
    เอาจริงปะ เรื่องสีนี่เหมือนไรท์จะเปลี่ยนไปเรื่อยๆเลย ตอนแรกบอกรรธันมี5สี ธันอยู่สีฟ้า(อัญชัน) แล้วตอนต่อมาธันก็พูดว่ารรหยางมี3สีเหมือนกัน จนมาตอนนี้ก็บอกว่าสีของธันชื่อพยัคฆ์หมอกอะ
    #28,770
    0
  11. #28736 Ruanjai (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 19 เมษายน 2562 / 22:14
    ตกลงใครรุกใครรับ??
    #28,736
    0
  12. #28698 Shipnielong (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 14 เมษายน 2562 / 11:20
    ตกลงใครผัวใครเมียกันเนี่ย5555
    #28,698
    0
  13. #28392 Callmeyou (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2562 / 00:55
    อ่านสองคนนี้คุยกันละเพลินมากอ่ะ แต่ขำเจ้าแมวน้ำสองตัวข้างล่าง
    #28,392
    0
  14. #28240 greentealatte ♡ (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 25 มกราคม 2562 / 18:31
    แรกๆมันก็หยางธันวาอ่ะ ตอนนี้มันชักจะธันวาหยางแร้ว55555555
    #28,240
    0
  15. #27905 Design (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 4 มกราคม 2562 / 03:03
    เริ่มไม่แน่ใจละว่าจะ 'หยางธันวา' หรือ 'ธันวาหยาง' ดี
    #27,905
    0
  16. #27882 MaiNatkamon (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 1 มกราคม 2562 / 02:06
    ดีจัง หยางดูสบายใจมากเวลาคุยกะธันนนน
    #27,882
    0
  17. #27843 rattanalak44 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 19 พฤศจิกายน 2561 / 07:24
    ใครจะผัวใครจะเมียน๊า ลุ้นๆ
    #27,843
    0
  18. #27801 N_joon (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 31 ตุลาคม 2561 / 23:25
    จะ #หยางธัน หรือ #ธันหยาง ดี55555
    #27,801
    0
  19. #27778 FinFin2549 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 26 ตุลาคม 2561 / 17:07
    ตกลงว่า หยางธันหรือธันหยาง โอ้ยยย
    #27,778
    0
  20. #27751 Yumi (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2561 / 12:24

    แต่ก่อนก็เฉยๆ กับปลาพะยูน. แต่เดี๋ยวนี้ (ตั้งแต่อ่านเรื่องนี้มีรูปปลาทั้งต้นเรื่อง) ชอบ

    ดูแล้วน่ารัก. ฮ่ะ ฮะ


    #27,751
    0
  21. #27254 jeep2ornm (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2561 / 03:52
    รูปท้ายเรื่องน่ารักอ่ะ..เข้ากับเนื้อเรื่องมาก
    #27,254
    0
  22. #27253 jeep2ornm (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2561 / 03:52
    รูปท้ายเรื่องน่ารักอ่ะ..เข้ากับเนื้อเรื่องมาก
    #27,253
    0
  23. #27235 อิอิ (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 20 กรกฎาคม 2561 / 23:14

    รูปอุ๋งๆตอนกระโดดน่าร็ากกก

    #27,235
    0
  24. #26958 loocbomb (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 1 กรกฎาคม 2561 / 22:39

    มันมุ้งมิ้งงงง

    #26,958
    0
  25. #26156 Sspringlove (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2561 / 15:08
    หยางไม่ได้เคะโว้ยย น้องหยางหมายถึงตอนเด็กๆ ไม่เคะ ไม่เคะ ไม่เคะ ไม่เคะ ไม่เคะ ไม่เคะ ไม่เคะ ไม่เคะ ไม่เคะ ไม่เคะ
    #26,156
    0