I'm on a diet! : อย่าท้า เดี๋ยวจะหาว่าไม่เตือน [END]

ตอนที่ 12 : ครั้งที่ 9 วิธีลดน้ำหนักของธันวา

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 53,556
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,658 ครั้ง
    6 พ.ย. 61





ครั้งที่ 9 วิธีลดน้ำหนักของธันวา

[ธันวา]


Ton : ได้ข่าวว่าเมื่อไม่นานมานี้ไอ้หยางแว๊นๆ ไปส่งมึงถึงแถวเหรอ

Thanwa : เออ รู้ได้ไง มันบอก?

Ton : ฮึ เขาพูดถึงกันทั้งจังหวัด

Thanwa : เหรอ -  -

Ton : กูอยากเผือกแต่ขี้เกียจพิมพ์อ่ะ

ผมกำลังจะพิมพ์ตอบอีกฝ่ายไปว่า ‘งั้นเดี๋ยวค่อยคุยกันตอนเย็น’ เพราะยังไงเราก็ต้องไปฟิตเนสด้วยกันอยู่แล้ว แต่ยังไม่ทันที่ผมจะพิมพ์คำแรกจบมือถือก็สั่น

‘สายเรียกเข้าจาก Ton’

กูว่าแล้วว่ามึงต้องโทรมา

“ฮัลโหล” ผมกดรับเหนื่อยๆ ก่อนจะเอนตัวลงนอนลงกับพื้นหญ้า สงสัยล่ะสิว่าทำไมเปิดเรื่องมาผมต้องทำตัวว่างทุกที ผมก็ไม่รู้เหมือนกัน… อันที่จริงคาบนี้ไม่ใช่คาบว่างหรอกครับ มันคือคาบทัศนศิลป์แต่ผมทำงานเสร็จหมดแล้วก็เลยว่าง จะอวดว่าผมเป็นคนเดียวที่ว่างเพราะคนอื่นยังไม่ได้แตะงานสักนิด

ครูผมสายชิล เขาจะสั่งงานเทอมละสี่ชิ้น ทำเสร็จก็ว่างไป ถ้ายังไม่เสร็จก็ทำต่อเรื่อยๆ โดยมีข้อแม้ว่าถ้ายังทำไม่เสร็จห้ามออกจากห้องเรียนเด็ดขาด ส่วนคนทำเสร็จแล้วสามารถออกไปได้... และห้ามเข้ามาในห้องเรียนทัศนศิลป์อีก ผมก็เลยต้องเร่ร่อนอยู่อย่างนี้ไง = _ =

(ทำไมเสียงมึงแปลกๆ วะ เป็นไรป่ะ?)

“เฮ้อ แค่เหนื่อยนิดหน่อย”

(เพราะ?)

“ก็แฟนคลับไอ้หยางน่ะสิ...” ตั้งแต่วันนั้นก็มีแต่คนเข้ามาหาผม ไม่ได้มาตบเหมือนในหนังน้ำเน่าหรอก พวกเธอแค่เข้ามาหาเพื่อถามเกี่ยวกับไอ้ตัวดี บางคนก็ฝากของให้มันบ้าง ฝากถ้อยคำไปบอกมันบ้าง ฝากแม่งทุกอย่างจนผมต้องหนีมานอนที่สวนเรือนคหกรรมแบบนี้

ผมหนีจริงๆ นะครับ -   -

(ทำไมวะ)

“เปล่า แล้ววันนี้มึงไปได้ใช่ป่ะ” ที่ถามแบบนี้เพราะช่วงนี้ไอ้ต้นต้องรับหน้าที่ร่วมกับไอ้เทรนด์และไอ้หยางในการจัดการเรื่องหลีดไงครับ บางวันมันก็ไปได้ บางวันก็ไปไม่ได้ แต่ก็ไม่ใช่ปัญหาหรอกเพราะผมออกกำลังกายจนชินแล้ว อีกอย่างพี่ๆ ในฟิตเนสก็เป็นมิตรสุดๆ

(ไปได้ๆ เฮ้ มึงอย่าเพิ่งเปลี่ยนเรื่องดิวะ บอกมาก่อนว่าแฟนคลับไอ้หยางทำไรมึง)

“เปล่า เขาก็แค่มาคุยทั่วไปตามภาษาคนที่อยากรู้เรื่องสั่มมีย์มโนของตัวเองนั่นแหละ”

(เหรอ นี่อย่าบอกนะว่ามึงไล่ตอบทีละคนจนเหนื่อย)

“พ่อง กูไม่ตอบสักคนแล้วหนีมาต่างหากถึงได้เหนื่อย… เออ น้ำหนักกูลงอีกสี่ขีดแล้วนะ อย่างนี้ต้องขอบคุณไอ้หยาง เหอะๆ” นอกจากผมแล้วไอ้แพนก็ลดเหมือนกัน เพราะมันต้องวิ่งไปกับผมไง จนช่วงนี้นี่แหละที่ผมสงสารเพื่อนก็เลยหนีมาคนเดียวตลอด

(ลงได้ไงวะ กินข้าวปกติปะเนี่ย กูสั่งไว้แล้วนะว่าห้ามอด ถ้าจับได้กูฟาดไม่เลี้ยงนะอุ๋งๆ)

“อดพ่อง ช่วงที่มึงไม่ค่อยมาพี่ลินสอนโยคะให้กู” เรียนตั้งแต่การวอร์มร่างกายไปจนถึงท่าโยคะระดับสูงเลยล่ะ จะอวดว่าไม่เสียเงินสักบาท แต่หลังจบคอร์สผมต้องยืนนิ่งๆ ให้พี่เขาน้วยแก้มสี่ห้านาทีเป็นค่าตอบแทน น่ารักดีครับปล่อยเธอไปเถอะ ฮะๆ

(อื้อหือ ขนาดยังไม่ผอมก็ทำท่าจะมีแม่ยกซะแล้ว)

“แม่ยกอะไร๊”

(เออๆ วันนี้กูไป)

“โอเค”

(มึงว่างเหรอถึงรับโทรศัพท์กูได้?)

“ว่างสุดๆ มึงล่ะว่างเหรอวะที่โทรมาหากูแบบนี้” ผมปิดปากหาว เอามือทั้งสองข้างรองหัวไว้เพื่อนอนให้ถนัด อารมณ์เหมือนเด็กโดดเรียนเลยว่ะ เอาสมุดขึ้นมาวาดรูปเล่นดีกว่า อยากลองวาดทั้งๆ ที่ยังนอนอยู่มานานละ เอาเป็นภาพวิวจากมุมเงยก็แล้วกัน มุมนี้กิ่งไม้กับตัวอาคารกำลังสวยเลย

พึบ

อยู่ดีๆ ลมก็พัดจนกระดาษเปิดไปหน้าที่ผมจงใจเว้นเอาไว้… หน้าที่มีไอ้หยางไง อืม… วาดหน้านี้ละกัน ขี้เกียจเปิดไปหน้าอื่นละ

(ไม่ว่างหรอก กูโดด)

“เลววว” ผมส่ายหน้ายิ้มๆ ให้กับพฤติกรรมของปลายสาย ขณะลากเส้นสีเทาตามที่ตาเห็น วุ้ว พอได้ทำอะไรที่ชอบแล้วค่อยผ่อนคลายหน่อย หนีผู้หญิงจนขาจะลากแล้วเนี่ย

(อิอิ ตอนนี้มึงอยู่ไหนวะ)

“สวนเรือนคหกรรม”

(อ๋อ ไอ้อาคารไม้สวยๆ ที่มีพุ่มไม้ก้อนขี้นั่นน่ะเหรอ)

“พญานาคโว้ย” พุ่มไม้ที่เรากำลังพูดถึงมันเป็นพญานาคจริงๆ ครับ… เมื่อก่อนน่ะเป็น แต่สงสัยลุงคนสวนจะตัดเพลินมือไปหน่อยพญานาคเลยมีหัวที่เล็กแหลมเหมือนสิ่งที่ไอ้ต้นบอก

(ฮะๆ)

“แล้วไอ้สองหน่อที่เหลืออยู่ที่ไหนวะ”

(ไอ้อ่อยกับไอ้เปรตอ่ะเหรอ ไม่รู้ว่ะ // ฮึบ // ชู่ ไอ้เปรตอย่าดังดิวะ!) โกหกชัดๆ ผมได้ยินเสียงไอ้เทรนด์เข้ามาในสายเต็มสองรูหู แม่งกำลังโดดรั้วกันแน่ๆ แหม โดดเป็นขบวนการเลยนะพ่อเจ้าประคุณ

“เหรอ ทำไมกูได้ยินเสียงพวกมันวะ”

(เสียงใคร บ๊าาา)

“โถ่ ไอ้แคระตอแหล”

(ไม่มีเสียงใครทั้งนั้นอ่ะ เอ๊ออ... กูวางละ)

ติ๊ด

เอ้า อะไรของมัน

ผมมองหน้าจออย่างงงๆ ยังไม่ทันที่จะได้ทำอะไรโทรศัพท์ก็สั่นขึ้นอีกครั้ง หน้าจอขึ้นว่ามีคนโทรมา ตอนแรกคิดว่าเป็นไอ้เทรนเนอร์ประจำตัวที่เพิ่งวางสายไป...

‘สายเรียกเข้าจาก Yang’

เป็นไอ้หยางซะงั้น

“ฮัลโหล เล่นอะไรของพวกมึงเนี่ย” เส้นสีเทายังถูกผมลากอย่างตามใจชอบเรื่อยๆ จนตอนนี้ออกมาเป็นรูปเป็นร่างตามที่ต้องการแล้ว

(เล่นอะไร พวกมึงอะไร?)

“ไม่ต้องมาเนียน อย่าคิดว่ากูไม่รู้ว่าพวกมึงอยู่ด้วยกัน”

(บ้า ไม่ได้อยู่กับใคร กูอยู่คนเดียว)

“กวนตีน เอาดีๆ ตอนนี้อยู่ไหนกับใคร” ผมถามไปงั้นแหละ ไม่ได้อยากรู้หรอก เมื่อกี้ก็แค่คำถามที่ไม่ต้องการคำตอบแค่อยากเอาไว้บอกว่า ‘ไม่รู้จะถามอะไร’ เพราะรู้อยู่แล้วว่ามันต้องกำลังโดดรั้วอยู่กับไอ้ 2T

“อยู่ที่สวนกับมึง”

(อยู่ที่สวนกับมึง)

เสียงสองเสียงจากคนๆ เดียวตอบกลับมาพร้อมกับใบหน้าหล่อที่เข้ามาอยู่ในจุดรวมสายตาของผม เราสบตากัน ใบหน้าคนที่มาใหม่ตรงกับหน้าผมพอดี เท้ามันห่างหัวผมไม่เท่าไหร่เองมั้ง ไม่เข้าใจว่ะ… ทำไมตอนกูวาดภาพทีไรมึงต้องโผล่มาเป็นจุดโฟกัสตลอดเลยวะ ครั้งก่อนก็หนึ่งทีละ ไหนจะครั้งนี้อีก

แล้วถามว่าผมทำไงต่อ… ก็วาดไอ้สิ่งใหม่นี่เพิ่มเข้าไปสิครับ

“เหรอ มายังไงวะ”

(โดดรั้วแล้วก็เดินมาหามึง) เหมือนคู่สนทนาจะรับรู้ได้ว่าตัวเองได้กลายเป็นนายแบบภาพนิ่งของผมไปแล้ว จึงยอบกายนั่งยองที่ไม่ห่างจากศีรษะผมมาก ถือว่ามันมีไหวพริบทีเดียวเพราะจุดโฟกัสไม่ต่างไปจากเดิมเท่าไหร่

“ลงทุนเนอะ ลงทุนขนาดนี้ไม่ได้มาหากูแหงเลย”

(ก็ไม่เชิง กูพาไอ้ต้นมาหาเด็กมัน ฮะๆ)

“อ๋อ แล้วมันอยู่ไหนล่ะ”

(ตอนนี้กำลังโดดมากับไอ้เทรนด์)

“อ้าว สรุปมึงมาคนเดียวจริงดิ” ผมเลิกคิ้วถามขณะเติมรายละเอียดใบหน้าไปเรื่อยๆ ให้ตายสิ นี่เป็นภาพที่สองของสมุดผมแล้วนะที่เป็นภาพคน แถมยังเป็นคนเดิมอีกด้วย มึงชักจะกำเริบเกิบสานเกินไปแล้วหัสดิน

(เออ กูจะโกหกมึงเพื่อ?)

“เอ้า ก็กูไม่รู้ ได้ยินเสียงไอ้เทรนด์ตอนคุยกับไอ้ต้นก็เลยคิดว่ามึงจะอยู่ด้วยกัน” ผมขีดเส้นของมือใหญ่และโทรศัพท์เบาๆ ให้พอเห็นว่าคืออะไร คือสงสารไอ้หุ่นนิ่ง แล้วก็สงสารแขนตัวเองด้วยที่ต้องทนอยู่เฉยนานๆ ปวดฉิบ

(คนเราอ่ะ ไม่เคยจะเชื่อใจกัน..)

“อย่ามางอแงกับกู เก็บไปงอแงกับคนของมึง เออแล้วก็วางสายได้ละ เสียงแม่งซ้อนจนกูปวดหัว” ผมแกล้งเบะปากก่อนจะลุกขึ้นนั่งขัดสมาธิและปิดสมุดให้ไอ้หยางรู้ว่าวาดเสร็จแล้ว

“เออๆ ไหนเอาภาพกูมาดูดิ๊” มือใหญ่เอื้อมมาข้างหน้าหมายจะแตะสมุดในมือผมแต่ผมก็เบี่ยงหลบเพื่อบอกว่า...

“ฝันเถอะสัส”

“เอ้า ทำไมอ่ะ นี่กูไม่มีสิทธิ์ดูภาพตัวเอง?”

“ไม่มี”

“อะไรวะ อุตส่าห์ยอมปวดแขนปวดขาค้างท่าไว้ให้มึงวาดตาม ...แง้มๆ ก็ไม่ได้เหรอ?” คู่สนทนาพยายามชะเง้อหน้ามอง ไม่เห็นหรอกสัส ...ที่ไม่ให้ดูไม่ใช่อะไรนะ ถ้าผมให้มันดูภาพนี้มันก็ต้องเห็นอีกภาพที่ผมวาดไว้เพราะแม่งอยู่หน้าเดียวกัน แต่ถ้าให้พูดจริงๆ ถึงอยู่คนละหน้ากันผมก็ไม่ให้ดูอยู่ดี

เขิน

“ฮึ ไม่”

“ชิ งั้นจ่ายค่าตัวกูมา”

“อ่ะ เอาไปแดก นี่กูปลูกเองกับตีน กูเดินคลุกเคล้าจนดินอุดมสมบูรณ์สุดๆ ไม่ต้องพูดถึงหญ้า คุณภาพดีได้มาตรฐานจากอเมริกา การันตีจากนาซ่าว่าเด็ดจริง” ผมเด็ดหญ้าใบหนึ่งขึ้นมาจ่อปากคนตรงหน้า มันก็รับมุก เล่นตามด้วยนะ

“เหรอ เพื่อนธันปลูกเองแบบนี้กูคงต้องลองแดกสักหน่อย ง่ำๆ” ร่างสูงแกล้งทำปากเคี้ยวและส่งเสียงออกมาเหมือนเด็กๆ ตลกชะมัด ผู้ชายถึกๆ สองคนมานั่งเล่นอะไรแบบนี้ ในขณะที่ผู้หญิงที่อยู่ในเรือนคหกรรมกำลังเลื่อยไม้ซ่อมกระดานทำงานประดิษฐ์ ฮะๆ

“อ่ะ มึงแดกแล้วถือว่าหายกัน”

“ถุ้ย ทำไมเป็นคนแบบนี้วะ -   -”

“กูไม่สน ถือว่าให้ค่าตัวแล้ว อิอิ”

“เออเรื่องของมึง ว่าแต่มึงมาทำห่าอะไรที่นี่ เพื่อนฝูงไปไหนหมด” คู่สนทนาทิ้งตัวลงนั่งตรงหน้าผม พอมาคิดดูดีๆ แล้ว... นี่พวกมันเห็นโรงเรียนผมเป็นอะไรถึงได้กล้าโดดเข้ามา พ่อจะโทรฟ้องครูให้หมดเลย หมั่น =   =

“กูหนีติ่งมึงอยู่”

“หนีทำไม?”

“แม่งน่ากลัว” คิดแล้วขนลุก บรื๋อ

“นี่… กูทำให้มึงลำบากสินะ ขอโทษนะเว้ย คือตอนนั้นกูคิดแค่ว่าไม่อยากสายแล้วก็ไม่อยากให้มึงสาย” ไอ้หยางพูดด้วยสีหน้าสำนึกผิดจนผมตกใจ

“กูเข้าใจ ไม่ได้ว่าอะไรสักหน่อย กูแค่เหนื่อยนิดนึงที่คนอื่นเอาแต่วิ่งตามเพื่อถามคำถามเกี่ยวกับมึง”

“…”

“อย่ามาทำหน้าแบบนี้”

“...โอ๊ย ไอ้ธัน” เมื่อเห็นว่ามันยังทำสีหน้าแบบเดิมอยู่ผมจึงยกมือขึ้นไปใกล้ใบหน้าหล่อ ก่อนจะ… กระชากกระจุกผมจนมันหน้าทิ่มลงมานอนที่กระเป๋าผม ให้ตาย บทจะชิลก็ชิลสัส บทจะเครียดก็เครียดเกิน คนเป็นเพื่อนแบบกูลำบากใจนะเว้ย!

“กูไม่ได้เป็นอะไรมาก ถ้าคิดในแง่ดีมันก็คือการออกกำลังกาย”

“มึงโอเคแน่นะ กูรู้สึกแย่ว่ะที่ทำให้มึงต้องลำบาก”

“ถ้ายังไม่เลิกทำหน้าหงอยกูจะทุ่มมึงลงพื้นจริงๆ นะหัสดิน บอกว่าโอเคก็โอเคสิวะ -   -”

“อือ… เฮ้อ มีทางไหนที่จะทำให้พวกนั้นเลิกตามมึงไหมวะ”

“มี”

“ยังไง?” คนตรงหน้าหูผึ่งทันทีที่ผมพูดแบบนั้น ครับผมไม่ได้โกหก มันมีทางที่จะทำให้สาวๆ พวกนั้นเลิกตามผมจริงๆ ...

“มีสองทางคือหนึ่งเราเลิกเป็นเพื่อนกันกับสองกูต้องทำใจ จะเลือกข้อไหนล่ะ?”

“...แน่นอนว่ากูไม่เลือกข้อหนึ่งแน่”

“เออ แค่นี้แหละ ถ้าเลือกข้อสองก็ let’s go ปล่อยมันไปป อย่างที่เป็นน” ผมเด็ดกอหญ้าข้างตัวขึ้นมาโปรยให้เหมือนเอลซ่า แอบเห็นด้วยหางตาว่าไอ้หยางขำนิดๆ ด้วย “แล้วเมื่อไหร่พวกไอ้ต้นจะมา”

“อีกนานมั้ง ดันโง่จอดมอเตอร์ไซค์ไว้ในโรงเรียนทั้งคู่ก็เลยต้องเดินมา”

“พูดแบบนี้แสดงว่ามึงจอดนอกโรงเรียน?”

“อ่าฮะ กูเตรียมตัวโดดเรียนมาตั้งแต่เมื่อวานละ” คนเอ่ยทำท่าภูมิใจพร้อมกับไหวไหล่สองครั้ง เกลียดท่าทางแบบนี้จริงๆ ผมควรเตือนสติให้เพื่อนรักกลับไปเรียนไหม… อย่าเลย แม่งเตรียมตัวมาขนาดนี้แสดงว่าวันนี้ต้องมีคาบว่างเยอะ หรือถึงไม่มีคาบว่างก็ไม่ต่างกัน เพราะไอ้อ่อยคงไม่มีกระจิตกระใจเรียนแล้วล่ะ เหอะๆ

“เลววววว”

“อิอิ”

“แล้วนี่มาทำอะไรนะ พาเชี่ยต้นมาหาเด็ก?”

“อือ ม.4 โรงเรียนมึงนี่แหละ” น่อว ไม่ธรรมดา นอกจากเตี้ยแล้วยังแดกเด็กอีก เวรจริงๆ ผู้หญิงโรงเรียนผมน่ารักนะครับแต่ออกจะอารมณ์ร้อนไปนิดนึง เรื่องเล็กๆ น้อยๆ อย่างการจองที่นั่งกินข้าวพวกเธอก็สามารถนำมาเป็นชนวนการวางมวยได้ และมันจะเปลี่ยนจากมวยวัดเป็น WWE ทันทีถ้าตอนนั้นทั้งสองฝ่ายเป็นเมนส์...

“เหรอ เรื่องเตรียมกีฬาสีมึงไปถึงไหนแล้ววะ” ผมก้มลงมองสิ่งที่อีกฝ่ายกำลังวาดอยู่ สงสัยมันจะไม่มีอะไรทำก็เลยเอาสมุดออกมาวาดรูปเล่นบ้าง นั่นตัวอะไร… เด็กผู้ชายใส่ชุดนักเรียนขี่แมวน้ำ? หืม มีอะไรเขียนไว้ด้วย ...‘หัสดิน’ กับ ‘คีรินทร์’ อ๋อ แม่งวาดตัวเองขี่ผม

“ก็คืบหน้าไปนิดหน่อยแต่ทะเลาะกันฉิบหาย”

“เรื่องธรรมด๊า” พูดจบก็หยิบดินสอตัวเองมาวาดลงบนกระดาษแผ่นเดียวกัน ผมเลือกที่จะวาดแมวน้ำกำลังขี่หลังเด็กผู้ชายบ้าง แอบเติมรอยยิ้มร้ายๆ ให้ตัวที่อยู่ข้างบนและเพิ่มเส้นสั่นๆ รอบกายคนข้างล่างเพื่อความฮา ฮะๆ

วาดเล่นแบบนี้น่ะให้คนอื่นดูได้แต่ถ้าเป็นภาพที่วาดลงสมุด... อย่าหวัง

“เหอะๆ แล้วนี่แพนไปไหน?”

“อยู่ห้องทัศนศิลป์ ทำไมจะไปหามัน?”

“เปล่า แค่ถามหาเฉยๆ” ถึงจะมีแฟนแล้วแต่ไอ้แพนก็ยังคุยกับไอ้อ่อยนี่เหมือนเดิมนะครับ มันบอกว่า ‘ไม่เห็นเป็นไร ไอ้หยางคุยสนุกกูก็เลยคุยด้วย แล้วพวกกูก็คุยกันด้วยความบริสุทธิ์ใจ ไม่มีเรื่องชู้สาวมาเกี่ยวสักนิด’ กูเชื่อได้ไหมเนี่ย...

“นี่ ถามจริง มึงมีความรู้สึกอยากแย่งไอ้แพนมาจากพี่ไกด์บ้างป่ะ”

ไม่ได้มองเพื่อนตัวเองในแง่ลบแต่บางทีผมก็อดคิดไม่ได้ตอนที่เห็นไอ้หยางยิ้มกับข้อความของแพน

“ก็… ไม่นะ กูแค่คุยเล่นๆ เหมือนเพื่อนกันธรรมดา”

“เหรอ ไม่ใช่ว่าแอบเป็นกิ๊กกับเมียชาวบ้านเขานะเว้ย”

“พ่อง จะให้กูเอาอะไรมากิ๊กในเมื่อคุยกันทีไรก็คุยแต่เรื่องมึง?” ร่างสูงเลิกคิ้วถามทั้งๆ ที่ยังก้มหน้าก้มตาวาดรูปอยู่ คราวนี้มันวาดแมวน้ำกำลังซ้อนบิ๊กไบค์ (ที่ดูเหมือนจะเป็นนินจา) ส่วนคนขับก็คือเด็กผู้ชาย เฮ้ วาดรูปสวยเหมือนกันนี่หว่า

“เรื่องกูอีกละ มีอะไรให้คุยนักหนาวะ”

“เรื่องรั่วๆ ของมึงไง ฮะๆ”

“รั่วอะไร ไม่มี๊”

“อย่ามา ได้ข่าวว่าตอนไปทัศนศึกษามึงเคยตดในรถบัสด้วยไม่ใช่เหรอ ฮะๆ” อีกฝ่ายยิ้มขำๆ ก่อนจะผลักหัวผมเบาๆ

“กูเปล๊า” ผมโกหก… เรื่องนี้เกิดขึ้นตอนม.3 ตอนนั้นดึกมากแล้วและผมก็ไม่มีคนคุยด้วยเพราะเขาหลับกันหมด (ทั้งรถมีแต่ห้องผม ครูไปอีกคันหนึ่ง) ด้วยความเหงาอยากมีเพื่อนคุยสักสี่สิบห้าคน ผมจึง… ตดให้เพื่อนตื่น เพื่อนก็ไม่ได้ว่าอะไรนะครับ ออกจะขำด้วยซ้ำ ผมยังขำตัวเองเลย

“มึงโคตรเลว ฮะๆ”

“เลวอะไร๊ ...เอาเถอะ มึงไม่คิดอะไรกับไอ้แพนน่ะดีแล้ว” ผมวางดินสอลงหลังจากวาดภาพสุดท้ายเสร็จ มันเป็นภาพเด็กผู้หญิงใส่ชุดมัธยมกำลังจับมือกับหนุ่มมหาลัย ครับนี่คือเพื่อนรักของผมกับคนรักของเธอ

“ถามจริงหวงขนาดนี้ คิดอะไรกับแพนป่ะเนี่ย?” ไอ้หยางทำหน้าล้อเลียน

“พ่อง ไอ้แพนไม่ใช่สเปคกู”

“เหรอวะ งั้นสเปคมึงเป็นยังไง กูจะได้ช่วยหา”

“ตลก หาได้ก็เก่งแล้ว ของตัวเองมึงยังหาไม่ได้เลยไม่ใช่รึไง”

“อ้าว นี่กล้าแซะกูเหรอคีรินทร์” อีกฝ่ายถกแขนเสื้อขึ้น เอียงหน้าถามอย่างหาเรื่อง มันจงใจทำให้ดูน่ากลัวสินะ ทำไมผมถึงมองว่าตลกจนต้องหลุดยิ้มวะ

“อ่าฮะ”

“ชิ กูอุตส่าห์หวังดี เอาจริงๆ สเปคมึงเป็นแบบไหน ตั้งแต่เด็กจนโตกูไม่เคยเห็นว่ามึงจะมีท่าทีสนใจเรื่องความรักเลย” ผมมองเพื่อนสนิทที่ถือวิสาสะล้มตัวลงนอนบนหน้าแข้งของผมก่อนจะเงยหน้าขึ้นมาสบตากัน เมื่อก่อนก็เป็นแบบนี้ครับ นอกจากขี้อ่อยแล้วหยางยังเป็นเด็กขี้อ้อนอีกด้วย น่าจะเป็นเพราะพ่อแม่ไม่ค่อยได้อยู่ให้อ้อน บวกกับตัวเองเป็นพี่ชายจะให้ไปอ้อนน้องสาวก็ไม่ใช่เรื่อง มันก็เลยมาอ้อนคนอื่นแทน ทั้งเพื่อน ครู แฟน โดนหมดทุกคนแหละ

ตอนเด็กๆ อ้อนแล้วน่ารักนะ ทำไมโตขึ้นมาแล้วถึงให้ความรู้สึกที่ต่างออกไปนิดหน่อยล่ะ คงเป็นเพราะใบหน้าที่หล่อขึ้นนี่ล่ะมั้ง ถึงได้ดู...

น่าเตะ -   -

“ก็อย่างที่มึงพูดนั่นแหละ กูไม่สนเรื่องนั้นจริงๆ สเปคอะไรนั่นก็ไม่มีด้วย”

“เอ้า แล้วทำไมถึงบอกว่าแพนไม่ใช่สเปค” ถามอย่างเดียวไม่จำเป็นต้องดึงเหนียงกูก็ได้มั้ง อื้อ! ดึงขนาดนี้ตัดกลับไปเล่นบ้านเลยเถอะพ่อคุณ _  _

“ก็อยู่ด้วยแล้วแม่งไม่ใช่ ไม่ใช่ไม่มีความสุขนะ แต่ความรู้สึกที่มีให้กันมันเป็นได้แค่เพื่อนรัก มันเป็นรักเพื่อนไม่ได้”

“เหรอ สงสัยเพื่อนกูคงจะออกบวชตลอดชีวิตแน่ละม๊างง” ทำเป็นเล่นไป ผมเคยคิดจะออกบวชตลอดชีวิตจริงๆ นะ คือโลกมันอยู่ยากขึ้นทุกวัน แถมคนสมัยนี้ก็ดูจะน่ากลัวขึ้นแปลกๆ บางทีก็อยากจะออกบวช ลองไปอยู่อีกโลกที่สงบสุขกว่าเหมือนกัน

“ก็คิดอยู่”

“เฮ้ยอย่าบวชเลย ถ้ามึงบวชกูจะคุยกับใครวะ”

“ไอ้ 2T ที่เหลือไง” มองไอ้ผมที่ร่วงลงมาปิดตาซ้ายของไอ้หยางแล้วอยากจะเอื้อมมือไปถักเปียจริงๆ ถ้าไม่ติดว่าตอนนี้ผมเหนื่อยๆ หัวไอ้อ่อยคงกลายเป็นเปียทุกอนูรูขุมขนแล้วล่ะ

“ไม่เอาาา”

“กูล้อเล่น ไม่บวชหรอก ฮะๆ”

“เออดี ว่าแต่ตอนนี้น้ำหนักเท่าไหร่แล้วไอ้แมวน้ำ” ถามก่อนจะใช้นิ้วจิ้มพุงที่แสนน่ารักของผมสองสามจึก

“79.6” รู้สึกว่าช่วงนี้หน้าท้องดูกระชับกว่าเมื่อก่อน ไม่รู้สิ รู้สึกว่าเริ่มเห็นถึงความผอมของตัวเองแล้วนิดหน่อย ปกติคนเรามักไม่ค่อยรู้ถึงรูปร่างที่เปลี่ยนไปของตัวเองหรอกครับ ถ้ามันไม่ได้เปลี่ยนไปเยอะจริงๆ

ดีใจชะมัด

“เหยด เลขเจ็ดแล้วเว๊ย… เอ๊ะ อาทิตย์หน้าเราไปกินหมูกระทะกันใช่ไหม?” อ้าว อาทิตย์หน้าแล้วเหรอวะ นี่วันที่เท่าไหร่… เฮ้ยอาทิตย์หน้าจริงด้วยว่ะ เวลาผ่านไปเร็วหรือผมไม่ค่อยสนใจเรื่องกินหมูกระทะ? แต่พูดแล้วก็ตื่นเต้นนะ ไม่ได้เจอเพื่อนมาตั้งนาน พวกไอ้ไผ่ไม่เท่าไหร่หรอกครับเพราะอยู่ใกล้ๆ แต่ไอ้ยูนี่สิ อยู่ตั้งเวียดนาม นานน๊านจะได้เจอกันสักที ร้านหมูกระทะแตกแน่เลยวะ ฮะๆ

“ใช่ๆ”

“อย่าลืมที่สัญญากันไว้ว่ามึงจะแดกแต่ผักนะ”

“เออ”

“ถ้าเห็นคีบหมูเมื่อไหร่กูตีมือหักนะโว้ย หาวววว” ร่างสูงปิดปากหาวขณะขยับตัวให้เข้าที่เข้าทางเพื่อเตรียมพร้อมจะนอนหลับ เฮ้ ถามกูสักครั้งไหมว่าอนุญาตให้มึงนอนรึเปล่า เหน็บจะแดกกูแล้วเนี่ย

แล้วพวกไอ้ต้นไปไหน ทำไมยังไม่มาอีกเนี่ย =  =


“แฮ่ก โอ๊ยๆ ไอ้ธันพอแล้ว กูไม่ไหวแล้ว”

“เดี๋ยวดิเทรนด์ นี่เพิ่งจะสามสิบวิ รออีกแค่สิบวิเอง”

“แต่กู แฮ่ก สัส… ไม่ไหว” ยังไม่ทันที่จะพูดจบร่างสูงก็ล้มตัวลงนอนไปกับเสื่อโยคะ อะไรกัน ทีเวทมึงยังเล่นได้เป็นชั่วโมง ทำท่าปีนเขาแค่สี่สิบนาทีไม่ได้รึไง

สามสิบเก้า สี่..สิบ

“ฮึบ” ผมนั่งลงข้างๆ แล้วมองไอ้หนุ่มเหล็กดัดสีชมพู (มันเปลี่ยนทุกเดือนนะ แต่ใส่สีเดิมทุกเดือน) วันนี้ไอ้ต้นต้องไปทำงานค้างกับไอ้หยาง เปรตคุงก็เลยมาออกกำลังกายเป็นเพื่อนผมแทน ที่เห็นไอ้เทรนด์เหนื่อยขนาดนี้เพราะก่อนหน้านี้เราทำมาหลายท่าแล้วครับ และผมยังมีอีกเป็นโหล หึๆ

ห้ะ อะไรนะหาว่าผมทรมานคนอื่น?

นี่จะบอกว่าก่อนหน้าที่ผมจะมาทรมานมัน ไอ้ห่านี่ทรมานผมมาก่อน! เมื่อไม่กี่ชั่วโมงที่แล้วเลย… ทรมานด้วยเครื่องเดินวงรีที่ผมเกลียดเข้าไส้!!!!

ย้อนกลับไปก่อนหน้านี้...

“อะ… ไอ้เทรนด์ เหลืออีกกี่นาที แฮ่ก” ผมก้มหน้ามองหยดเหงื่อใสๆ ที่ไหลลงพื้น ตอนนี้รู้สึกเหมือนน่องขาจะแตกเป็นเสี่ยงๆ ช่วงล่างปวดไปหมดแม้กระทั่งฝ่าเท้า ผมเกลียดเครื่องนี้ชะมัด เกลียดยิ่งกว่าการซิทอัพอีก ที่ผมต้องทุ่มเทขนาดนี้เพราะเราพนันกันไว้ว่าใครแพ้จะต้องเลี้ยงสลัด กติกามีอยู่ว่ามีเวลาให้ครึ่งชั่วโมง เดินบนเครื่องยังไงก็ได้ให้ distance มากกว่าอีกคน

“เหลืออีกสองวิ สอง หนึ่ง หมดเวลา”

ฟึบ

ทั้งผมและเทรนด์ลงจากเครื่องพร้อมกันเหมือนถูกตั้งโปรแกรมไว้ แฮ่ก ไหนดูซิได้เท่าไหร่

15 km

หึ ไม่น้อยเลยนะ นี่สถิติสูงสุดเลยก็ว่าได้

“กูได้สิบห้ากิโล มึงได้เท่าไหร่” ผมยกยิ้มก่อนจะเท้าสะเอวมองคู่สนทนาอย่างเหนือกว่า ไม่เคยรู้สึกว่ามั่นใจในตัวเองขนาดนี้มาก่อนเลย อิอิ

“หึ ไอ้อ่อน… กูได้ ยี่ สิบ ห้า กิ โล”

“O_O ห้ะ!” ผมรีบวิ่งไปดูหน้าปัดทันที พระเจ้า… เป็นอย่างที่มันบอกจริงๆ ด้วย มึงบ้าไปแล้ว แค่ครึ่งชั่วโมงแต่ทำได้เกือบสามสิบโลเนี่ยนะ ขาคนหรือเครื่องปั่นไฟ ปั่นถี่ขนาดนี้เอ็นขาดไปแล้วมั้งสัส “ไอ้เชี่ยเทรนด์ ไอ้บ้า มึงทำได้ไงวะ”

“อิอิ กูเอาสลัดผลไม้ไม่ใส่แอปเปิ้ล”

ฮื่ออ ค่าขนมของผม

ผมเดินคอตกลงไปซื้อสลัดเซ็งๆ แต่ยังไม่ทันได้เดินลงไปถึงบันไดก็โดนสะกิดไหล่โดยใครบางคน…

“พี่ลินหวัดดีครับ”

“จ้า นี่น้องธันกำลังจะไปไหน”

“ไปซื้อสลัดให้ไอ้เทรนด์ครับ พอดีแข่งกันแล้วผมแพ้น่ะ” พูดแล้วอารมณ์เสีย ตอนเห็นระยะทางคิดว่าจะชนะแน่ๆ แล้วเชียว ชิ ไอ้ขายาว ไอ้ตัวสูง ไอ้เปรตตตต

“แข่งอะไร ที่ไหน?”

“แข่งเครื่องเดินวงรีครับ ให้เวลาครึ่งชั่วโมงใครได้ระยะทางมากที่สุดก็ชนะ”

“อ๋อ…”

“ไปก่อนนะครับพี่ เดี๋ยวไอ้เปรตมันโวยวาย”

“...นี่รู้ไหม เมื่อกี้พี่เห็นเทรนด์ขำไม่มีเสียงแล้วก็กดเพิ่มระยะทางตรงหน้าปัดด้วยล่ะ”

หือ

“กดเพิ่มระยะทางเองได้ด้วยเหรอพี่”

“เครื่องอื่นไม่ได้หรอก แต่เครื่องที่เทรนด์ใช้มันเสีย ก็เลยกดเปลี่ยนได้ นอกจากนี้เครื่องยังลื่น ปั่นเท่าไหร่ก็ไม่เหนื่อยอีกด้วย โดนหลอกแล้ววว ฮะๆ”

ไอ้เหี้ยเปรต...

พอรู้เรื่องเท่านั้นแหละครับ ผมนี่วิ่งร้อยคูณร้อยไปหาไอ้ตัวการทันที แม่งกำลังนอนขำกับพื้นอยู่เลย เห็นแล้วเส้นเลือดผมนี่ผุดขึ้นมาบนหน้าเลยครับ - _ -*

แล้วรู้ไหมผมจะทำยังไงกับมัน...

“เฮ้ยอย่าดิ โอเคๆ ขอโทษๆ” ไอ้คนขี้โกงร้องลั่นเมื่อผมใช้ผ้าขนหนูม้วนแล้วฟาดเข้าที่ตัวของมัน ตายซะเถอะมึง!

ฟึบ

“โอ๋ๆ นี่มึงโกรธกูจริงดิ… ง้อก็ได้ กูให้มึงเป็นเทรนเนอร์กูหนึ่งวันเลยเอ้า โอ๊ย! อุ๋งๆ อย่าทำดิครับ เทรนด์เจ็บนะ”

“...”

ฟึบ

“ยอมแล้วจ้าๆ สั่งอะไรกูยอมทำหมดเลยเอ้า! โอ๊ยๆ”

“พูดแล้วนะ หึ”


“ฮะ.. แฮ่ก พอเถอะ ...นี่มึงทำไอ้นี่ทุกวันวันละชั่วโมงได้ไงวะธัน ...แฮ่ก ตอนเห็นมึงทำ ฮะ… กูไม่คิดว่าจะปวดตัวขนาดนี้” ครับอย่างที่อีกฝ่ายบอก เนื่องจากเริ่มชอบในโยคะผมจึงเพิ่มมันเข้ามาเป็นหนึ่งในกิจวัตรประจำวัน ทำแล้วรู้สึกสมองปลอดโปร่งดีอ่ะ แรกๆ จะปวดหน่อยแต่พอเริ่มเข้าที่แล้วก็จะสนุก

สนุกซะสิไอ้เพื่อนเกลอของกู หึๆ

“ลุกขึ้นมาเร็ว ยังเหลือท่าเรืออีก”

“ไม่เอาแล้วโว้ยยยย”

“ไม่เอาไม่ได้ นี่เพิ่งสองทุ่ม มึงบอกพ่อว่าจะกลับตอนสองทุ่มครึ่งไม่ใช่รึไง ไม่ต้องปฏิเสธด้วย กูได้ยินกับหู” ไอ้เทรนด์เป็นคนที่หล่อนะครับ น่าเสียดายที่หูหนวก (สงสัยตอนฟังเพลงจะเปิดดังเกินไป) ไม่ค่อยได้ยินอะไรเบาๆ เวลาคุยโทรศัพท์ก็เลยต้องเปิดลำโพงดังลั่น คงไม่ต้องบอกใช่ไหมว่าเวลาใครโทรมาเล่าความลับให้มันฟัง คนที่รู้เรื่องนั้นจะมีกี่คน

“ไม่เอาา แฮ่ก ...กูจะไปเล่นเวท”

“อย่ามาตลกไอ้เปรตคลั่งเวท เล่นเวทได้ก็ต้องเล่นโยคะกับกูได้ ลุกขึ้นมา มึงบอกเองนะว่าให้กูเป็นเทรนเนอร์หนึ่งวัน”

“แฮ่ก ไอ้อุ๋งๆ ช่วงนี้มึงเริ่มโหดเหมือนไอ้ต้นแล้วนะ สงสารกูเถอออออะ”

“ไม่… โอเคๆ ท่าเรือแค่ยี่สิบวิแล้วกูจะปล่อยมึงไป” ที่ยอมเนี่ยเพราะเห็นว่าทั้งห้องโยคะเริ่มมีสาวๆ เข้ามาเยอะแล้ว ไม่ใช่อะไรหรอก พวกเธอเป็นสมาชิกใหม่ทั้งนั้นไง ผมเขิน...

“เออๆ”

“พอแล้ว”

เสียงหนึ่งดังขึ้นข้างหลังพร้อมกับมือที่จับหัวไหล่ผมไว้ ไม่ต้องมองก็รู้ครับว่าใคร ผมจำเสียงได้ แล้วก็จำมือได้ด้วย

“อ้าว มาแล้วเหรอไอ้ต้น”

“เออดิ แล้วนี่มึงกำลังทำอะไรเพื่อนกูครับ? ...เชี่ยเปรตตายยังมึง” คนมาใหม่ใช้ปลายเท้าสะกิดร่างบนเสื่อโยคะเบาๆ เหมือนรังเกียจทั้งๆ ที่วาจาฟังดูแล้วคล้ายเป็นห่วง เหอะๆ

“กู แฮ่ก… ใกล้ละ อุ๋งๆ จะฆ่ากู”

“มึงจะโหดเกินไปแล้วไอ้ธัน น้ำหนักลงบ้างยังเนี่ย… เชี่ย เพิ่งสังเกต มึงผอมลงไปเยอะเลยนี่หว่า” ไอ้ต้นทำท่าตกใจ เดินวนรอบผมเหมือนเจอสิ่งมหัศจรรย์ของโลก จริงเหรอวะ ทำไมผมถึงไม่รู้สึกว่าตัวเองเปลี่ยนไปเลย?

“เหรอ ตอนนี้เจ็ดสิบเจ็ดมั้ง”

จะบอกว่ากว่าจะลงมากิโลสองกิโลเป็นเรื่องยากสุดๆ ขนาดทั้งออกกำลังกาย ทั้งวิ่งหนีติ่งไอ้อ่อย ทั้งควบคุมอาหารแล้วนะ เหมือนน้องไขมันไม่อยากออกไปจากตัวผมเลย บางทีก็แอบหงุดหงิดที่โคตรเหนื่อยแต่มันไม่เป็นไปตามที่คิด

“เชรดโด้ อีกแค่สี่โลมึงก็จะอยู่ในเกณฑ์ปกติแล้ว” ถึงจะเป็นอย่างนั้นผมว่าตัวเองก็ยังดูอวบอยู่ดีเพราะไอ้แก้มนี่มันไม่ยอมลดตามหุ่นอ่ะ

“อือก็จริง แต่กูต้องลดให้เหลือหกสิบสองก่อนกีฬาสี ไม่อย่างนั้นใส่เสื้อสตาฟไม่ได้แน่”

“มึงทำได้อยู่แล้ว อ่ะ นี่น้ำส้ม”

เป็นอีกครั้งที่มีเสียงแทรกเข้ามาในบทสนทนา แต่ครั้งนี้ต่างจากเสียงแรกเพราะทั้งทุ้มและนุ่ม แน่นอนว่าผมจำได้อีกนั่นแหละว่าเป็นเสียงของใคร

“ที่ขึ้นมาช้าเพราะไปซื้อน้ำส้มมา?”

“อ่าฮะ นี่กูลงทุนเดินไปซื้อที่เคาท์เตอร์เลยนะ” พอผมรับแก้วน้ำผลไม้มาถือไว้ในมือแล้วหนุ่มหล่อก็แสร้งปาดเหงื่อบนใบหน้าให้เหมือนตัวเองวิ่งมาไกลมาก… วิ่งพ่อง ผมมึงยังเป็นทรงไม่แดะสักเส้น อมเขาพระวิหารมาพูดกูก็ไม่เชื่อหรอกว่ามึงวิ่งจริงๆ

“ทำเป็นพูด มันเป็นทางผ่านอยู่แล้วเถอะ”

“ฮะๆ”

“แล้วไม่ซื้อให้พวกกูบ้างเหรอ?” ศพบนเสื่อโยคะแกล้งถามขณะแคะเล็บบ้าง เกาตูดบ้าง ไอ้ตัวข้างๆ ก็ทำเช่นเดียวกัน อี๋ มีผู้หญิงอยู่ตั้งเยอะ พวกมึงไม่อายบ้างรึไง

“ไม่อ่ะ”

“ใจ่ร้าายหนาาาาา” เสียงมึงเหน่อมากไอ้เหล็กดัด

“ใช่ซี้ เลี้ยงแต่ไอ้ธันไม่คิดจะเลี้ยงพวกกู… รักเรามันเก่าแล้วนี่”

“ใช่ซี้เชี่ยไร กูเพิ่งเลี้ยงข้าวพวกมึงไปเมื่อตอนกลางวัน ข้าวพวกมึงจานละตั้งสามสิบ น้ำไอ้ธันแค่ยี่สิบเองไอ้พวกกระบือ -   -”

“อ้าวเหรอ ฮะๆ”

ผมยิ้มขำๆ ให้กับภาพตรงหน้า ตั้งแต่มีพวกมันเข้ามาในชีวิตผมก็รู้สึกว่าชีวิตเปลี่ยนไปนิดหน่อย จากเมื่อก่อนที่เลิกเรียนแล้วก็กลับบ้าน ชีวิตมีแค่พวกไอ้แพน ตอนนี้ก็เปลี่ยนไป… กลายเป็นตอนเรียนมีพวกไอ้แพน หลังเลิกเรียนมีพวกไอ้เทรนด์

ซึ่งก็เป็นเรื่องที่ดีมาก

อะ จะไปเล่นเวทนี่หว่า

“จะไปไหน?” ป๋าที่เพิ่งซื้อน้ำส้มให้เลิกคิ้วถามทันทีที่ผมเดินไปที่ประตู พูดถึงป๋าแล้วคิดถึงพี่ตุลย์ ไม่ได้กลับบ้านตั้งอาทิตย์กว่าแล้วป่านนี้จะเป็นไงบ้างเนี่ย… ไม่ได้ไปไหนครับ พี่เขาคิดงานลูกค้าไม่ออกก็เลยหมกตัวอยู่ในออฟฟิศ เหอะๆ

“เล่นเวทข้างล่าง ไปด้วยกันป่ะ”

“ไปๆ” ไอ้ 2T ตอบพร้อมกัน ก็นะเวทกับหนุ่มๆ เป็นของคู่กัน นี่อยากให้มาเห็นเปรตคุงจัง เมื่อกี้ยังนอนเป็นศพอยู่เลย ตอนนี้กระดี๊กระด๊ารีบวิ่งมาซะงั้น

“ไม่ไป แล้วมึงก็ไปไม่ได้ด้วย”

“ทำไม?” ผมชะงักมือพร้อมกับหันไปถามคนพูด ก็ป๋าคนเดิมนั่นแหละครับ

“นี่ลืมจริงดิ?”

“อะไรอ่ะ”

“วันนี้วันที่เท่าไหร่”

“สามสิบเอ็ดไง”

“เป็นวันอะไร”

“ศุกร์ มีอะไรป่ะเนี่ย… นี่กูนัดมึงไว้เหรอ” ไม่นะ ผมว่าช่วงนี้ตัวเองไม่ได้สัญญาหรือนัดไปไหนกับใครเลย ถ้าเป็นก่อนหน้านี้ก็ว่าไปอย่าง

เอ๋…

“เฮ้ย! นัดกินหมูกระทะกับพวกไอ้ยูนี่หว่า”

“เออดิ นี่อุตส่าห์มารับเลยนะ น้ำส้มนี่ก็ซื้อให้แดก มึงจะได้ขี้… ถือว่าเคลียร์ท้องก่อนจะไปแดกผักเป็นตัน ฮะๆ”

“กูควรขอบคุณไหม -   -...” ว่าแล้วก็ดูดสักหน่อย อ่า ชื่นใจ

“ขอบคุณดิ ไปกันเถอะสายแล้ว”

“เดี๋ยวๆ ขอเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนไม่ได้เหรอ เสื้อเหม็นเหงื่ออ่ะ” เพราะไอ้ห่าเทรนด์คนเดียว วันนี้เป็นวันแรกเลยนะที่ผมเหงื่อออกเยอะขนาดนี้ แถมยังเป็นวันแรกที่ปวดขาอีกด้วย โว๊ะ เครื่องซังกะตวย!

“ไม่ต้องหรอก ยังไงก็ต้องโดนกลิ่นควันหมูกระทะกลบอยู่แล้ว”

“แต่...”

“พวกมึงไปไหนกัน?” เจ้าของเวสป้าแดงเอ่ยถาม บางทีมึงก็ไม่ต้องยืนค้างอยู่ที่ประตูก็ได้ เห็นไหมว่าคนอื่นเขาจะเข้า เอ๊ะ กูด้วยนี่หว่า

“ไปกินหมูกระทะกับเพื่อนตอนป.6 ไปด้วยกันเปล่า”

“ไม่เอาอ่ะ ขี้เกียจไปเป็นส่วนเกิน เดี๋ยวพวกกูเล่นเวทอยู่นี่แหละ”

“เฮ้ย ไม่ใช่ส่วนเกินสักหน่อย ไปด้วยกันดิวะ”

“ฮึ ไม่เป็นไร๊ ไม่ต้องห่วงพวกกูหรอก ไปแดกกันเองเถอะ”

เอ๊ะ ประโยคแปลกๆ นะ =  =

“มึงว่าพวกมันจะเป็นไงบ้างวะ” ผมเอ่ยถามขณะเดินเข้าไปในร้านหมูกระทะ จะได้เจอเพื่อนเก่าตั้งสามสิบกว่าคน (ที่เหลือมาไม่ได้) ตอนม.3 เราก็เคยนัดกินเลี้ยงแบบนี้กันนะครับ แต่ตอนนั้นผมไม่ว่างก็เลยไม่ได้ไป แอบเสียใจและดีใจนิดหน่อยนะที่ไม่ได้ไปเพราะตอนเขาถ่ายรูปหมู่ออกมามีแต่คนหุ่นดี ฮะๆ

ตอนนี้ค่อยกล้าขึ้นมาหน่อย

“หมายถึง?”

“ไม่รู้ว่ะ ไม่ได้เจอกันตั้งนาน มึงว่าพวกมันจะเปลี่ยนไปบ้างไหม”

แปลกแต่จริง แค่ก้าวเท้าเข้ามาในสถานที่ที่เพื่อนอยู่มากมายก็รู้สึกเหมือนย้อนเวลากลับไปตอนเป็นเด็กอีกครั้ง บรรยากาศรอบตัวเป็นกลิ่นอายที่คิดถึง ผมมองไม่เห็นเพื่อนสักคน ...แต่รับรู้ได้ว่าพวกเขาอยู่ใกล้ๆ

คิดถึงโว้ย

“ถ้ารูปร่างก็อาจจะเปลี่ยนบ้างล่ะมั้ง”

“อืม”

“พูดถึงเรื่องเปลี่ยน ช่วงนี้ผอมลงเยอะเลยนะ”

“จริง?”

“อือ” เจ้าของดวงตาคมเอ่ยทั้งๆ ที่มองหาโต๊ะ พอเจอแล้วก็เดินนำผมไปทันที ก็อด… ไอ้ยูกับไอ้ไผ่อย่างหล่ออ่ะ หล่อแบบคนละขั้วเลยครับ พ่อหนุ่มนักเรียนนอกหล่อขาวตี๋ ส่วนไอ้เด็กช่างเพื่อนผมหล่อแบบแทนๆ ตามภาษาคนต้องออกแดดบ่อย แล้วดูเพื่อนฮ็อป… เด็กสาธิตมอดังก็หน้าอินเตอร์แบบนี้ทุกคนสิน่า

“อ้าวว ต้อนรับสองสั่มมีย์ภัญย่าของเราหน่อยเร๊ววววว”

“ฮิ้ววววว”

พอพวกเรามาถึงโต๊ะปุ๊บ โทรโข่งของห้องก็ร้องขึ้นปั๊บ คนอื่นก็รับมุขด้วยนะเออ

“ไปไหนมาพวกมึงง ทำไมมาช้าแบบเน้ นี่กู อึก กึ๊บๆ กับเชี่ยยูจะหมดขวดแล้วเนี่ยยย” จานยังไม่มีอาหารสักชิ้น แต่ขวดเหล้านี่ล้อมตัวเลยนะไอ้ไผ่...

“กูเพิ่งทำงานค้างเสร็จ แล้วก็ต้องไปรับไอ้ธันที่ฟิตเนสอีกก็เลยช้านิดหน่อย”

“นิดหน๊อยยย? ตอนนี้กี่ทุ๊มม นี่สองทุ่มครึ่งละน๊า อึก กูนัดตอนหนายไอ้ฮ็อป?”

“สองทุ่ม อย่ามาปากดีเทศคนอื่น มึงก็เพิ่งมาเมื่อห้านาทีก่อนเหมือนกันนั่นแหละ” ห้านาที? ห้านาทีเมาแล้ว อย่างบาป...

“พวกมึงนั่งๆ” เพื่อนอีกคนกวักมือเรียกให้เรานั่งลงที่เก้าอี้ตัวยาวที่เหลืออยู่ เนื่องจากคนมีจำนวนเยอะมาก เราจึงแบ่งเป็นสี่โต๊ะใหญ่ครับ โชคดีจริงๆ ที่ผมได้นั่งกับกลุ่มตัวเฮฮา ต้องดังจนเจ้าของร้านเอาขวดปาหัวแน่เลยว่ะ เตรียมเรียกรถพยาบาลไว้ก่อนดีกว่า ฮะๆ

“วุ้วว ออร่าความหล่อของมึงน่ารำคาญว่ะไอ้หยาง หุบๆ หน่อยดิ๊”

“หุบพ่อมึงสิ ของแบบนี้มันห้ามกันไม่ได้ อิอิ”

“กูหมั่นไส้” ผมเบะปาก จงใจกระแทกไหล่อีกฝ่ายเบาๆ ถึงจะเป็นความจริงก็เถอะ แต่กูเกลียดหน้ามั่นใจแบบสุดๆ ของมึง อี๋!

“ฮะๆ ไอ้ เอ๊ะ… เดี๋ยวนะ กูว่ามีบางอย่างผิดปกติ”

“?”

“ไอ้ธัน! มึงผอมลง O_O!!!” สิ้นเสียงไอ้ยู คนอื่นที่แยกไปนั่งโต๊ะอื่นก็วิ่งกรูเข้ามาสำรวจตัวผม นอกจากนั้นยังเอามือทาบอกร้องโวยวายเหมือนกำลังจะขาดสติด้วย

“ชู่ ไอ้พวกจัญไร เบาๆ หน่อยดิวะ ไม่อายคนอื่นบ้างรึไง” เป็นไอ้หยางเองที่ปรามเพื่อนๆ ขอบคุณมึงมากที่ลุกขึ้นเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจของอีป้าเจ้าของร้าน เหอะๆ

“ก็พวกกูตกใจ”

“นี่มึงผอมลงไปเยอะเลยนะ ถึงจะดูอ้วนอยู่ก็เถอะแต่แบบ… เฮ้ย ทำยังไงให้น้ำหนักลดวะ มึงจับพุงมันดิเหลือนิดเดียวเอง”

“เออ นมด้วย เมื่อก่อนนมใหญ่กว่าหัวกูอีก ดูตอนนี้ดิมึงงง” สาวๆ เริ่มให้ความสนใจ ผู้หญิงก็เป็นแบบนี้แหละครับ สนใจเรื่องน้ำหนักกับความงามเสมอ ว่าแต่ไอ้สารเลว นมกูไม่เคยใหญ่เท่าหัวมึง เวอร์จริงๆ - _ -

“ออกกำลังกายดิวะ” ผมตอบแล้วนั่งลงที่เดิม

“ลดมานานยัง แล้วลงไปกี่โลแล้ว” งานกินเลี้ยงกลายเป็นงานแถลงข่าวของผมตั้งแต่เมื่อไหร่เนี่ย

“วันนี้ครบหนึ่งเดือนพอดี ลงไปเจ็ดกิโลแล้ว” เป็นอีกครั้งที่คนข้างๆ ช่วยตอบให้ผม สงสัยจะรู้ว่าผมจำไม่ได้ ก็ผมเป็นพวกไม่จำเรื่องแบบนี้นี่หว่า วันนี้ยังลืมนัดเลย เหอะๆ

“เชรดโด้ แค่เดือนเดียวเอง”

“มีเคล็ดลับจะบอกพวกกูไหม”

เคล็ดลับเหรอ...

“ไอ้นี่มั้ง”

ผมชี้นิ้วไปที่หนุ่มหล่อข้างตัว ก็จริงอ่ะ เพราะไอ้หยางสัญญาว่าจะพาไปภูกระดึงผมถึงมีแรงบันดาลใจ (จากที่มีมากอยู่แล้ว) ไหนจะติ่งมันที่ทำให้ผมวิ่งทุกวันจนน้ำหนักลดอีก อ้อ แล้วก็มีเพื่อนเทรนเนอร์ 2T ที่น่ารักด้วย ทั้งหมดก็เพราะมันล้วนๆ

“ไอ้หยางทำไมวะ?”

“อ๋ออออ” ไอ้ยูกอดอก พยักหน้าทำท่าเข้าใจอะไรบางอย่าง ไอ้นี่ฉลาด ไม่ต้องพูดมากมันก็เข้าใจแหละ

“กูจะไปตักผัก มึงเอาอะไรรึเปล่าหยาง”

“ฮึ เดี๋ยวไปด้วยกันก็ได้ รอฟังไอ้ยูแปป ฮะๆ” มีอะไรน่าฟังวะนั่น ดูเหมือนไอ้นักเรียนเวียดนามนี่จะกรึ่มๆ นิดหน่อย ไม่ไหวจริงๆ เพื่อนผม ตั้งสติกันหน่อย พวกมึงเพิ่งสิบเจ็ดกันเองนะเออ วัยนี้เขามัวเมากันแล้วหรือไร พวกสารชั่ว _  _

“มึงเข้าใจว่าอะไรวะยู บอกกูบ้างดิ”

“มึงไม่เคยได้ยินเหรอวะ...”

“?”

“มีแฟนช่วยลดน้ำหนักได้” เดี๋ยว ผมว่าไม่ใช่แล้วล่ะ...

“ห้ะ ยังไง?”

“เยกันครึ่งชั่วโมงลดตั้ง 120 แคล”

ห้ะ O_O

“หืมมม งั้นที่ไอ้ธันลดไป 7 โลก็เท่ากับ 49000 แคลสิ เอากันหนึ่งน้ำตกครั้งละประมาณครึ่งชั่วโมงหรือเท่ากับ 120 ก็แปลว่าพวกมันเอากันมาแล้ว 408 ครั้ง… วันละ 13 ครั้ง โหดฉิ๊บหายยย มึงอยากมากเหรอไอ้หยางงง” หนุ่มผิวแทนพูดด้วยน้ำเสียงอ้อแอ้… แต่เสียงดังสัสๆ! ไอ้เชี่ยไผ่ นอกจากเข้าใจผิดไปเองแล้วยังโวยวายให้คนอื่นรู้อีก ฆรวย!!!

“ไอ้สัส ไม่ใช่แล้ว เงียบไปเลย!”

“มึงเก่งวะ ขนาดเมายังคิดเลขถูกเลย ฮะๆ”

“ไม่ใช่ประเด็นไหมหยาง” อยากจะถอดรองเท้าวิ่งออกมาตบหน้ายิ้มๆ นี่จริงๆ คือมันตลกแหละถ้าผมเป็นคนฟังแล้วคนอื่นเป็นคนถูกล้อ แต่นี่ไม่ไง _  _

“อ้าวเหรอ เออมันไม่ถูกนะเว้ยไอ้ยูไอ้ไผ่”

“ยังง๊ายย?”

“หนึ่งน้ำของกูมันใช้เวลานานกว่าครึ่งชั่วโมงเยอะ อิอิ”

“ง่อวววววววว”

ไอ้พวกสัปดน...

“พี่ตุลย์บอกว่าน้ำหนักลงเท่าไหร่ถึงจะบอกว่ารถสีอะไรนะ” หลังจากที่จบบทสนทนาอุบาทไปแล้วทุกคนก็แยกย้ายไปตักอาหารที่ตัวเองอยากกิน แน่นอนว่าสิทธิ์ที่ผมจะกินได้มีแค่ ‘ผัก’ ก็โอเคนะ ตั้งแต่ลดน้ำหนักก็ไม่ได้กินเนื้อกับของมันอยู่แล้ว

“เก้าโล ตอนนี้เหลืออีกสองโลก็ครบละ งึ่มๆ” คิดแล้วตื่นเต้นชะมัด ผมมั่นใจมากว่า yzf r250 จะต้องตกเป็นของผมแน่ๆ ก็ตอนนี้เพิ่งผ่านไปแค่เดือนเดียวแต่น้ำหนักผมก็ลดไปตั้งเจ็ดกิโลแล้ว ถ้าจะทำจริงๆ ก็ทำได้นี่หว่าเรา

“อยากให้บอกไหมว่าสีอะไร”

“จะบอก?” ผมหันขวับไปมองคนพูดทันที

“อือ ถ้าอยากรู้ก็จะบอก”

“ทำไมถึงยอมบอกวะ ก่อนหน้านี้ขอเท่าไหร่ก็ไม่ยอม” จริงๆ นะครับ เจอกันหรือแชทกันเมื่อไหร่สิ่งแรกที่ผมทักไปก็จะเป็น ‘รถกูสีอะไร’ ตลอด แล้วมันก็จะตอบมาว่า ‘ไม่บอก’ ตลอดเหมือนกัน

“ก็เห็นความพยายามไง ตกลงอยากรู้ไหม นี่จะบอกจริงๆ นะ” ผมเขยิบหน้าเข้าไปใกล้ พยายามจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวยเพื่อหาว่ามันต้องการอะไรกันแน่

...สิ่งที่ผมได้กลับมากลับไม่ใช่คำตอบซะงั้น

มันคือการที่อีกฝ่ายเขยิบเข้าหาผมเหมือนกัน กลายเป็นว่าจากที่ผมเป็นคนต้อนกลับถูกต้อนจนหลังติดพนักพิงแทน ถึงอย่างนั้นไอ้หยางก็ยังไม่ยอมหยุดเขยิบเข้ามาใกล้

ต้องการอะไรของมึง…

“ธัน...”

“..?”

.

.

.

“กูมีพริกติดฟันเปล่าวะ ไม่อยากให้คนอื่นเห็นอ่ะ เขิน” พอจบประโยคมันก็หยี่ฟันให้ผมดู อยากจะเตะแม่งจริงๆ แล้วแดกอีท่าไหนของมึงพริกถึงติดฟันเป็นแผ่นขนาดนี้ น่าเกลียด!

“ไม่มี” โทษฐานที่ทำกูหมั่นไส้ จงรับกรรมด้วยการอับอายชาวบ้านซะเถอะหัสดิน อย่าหวังให้พวกไอ้ฮ็อปช่วยเลย แม่งเห็นก่อนกูอีกแต่ไม่บอก ดูจากยิ้มชั่วๆ นั่นก็รู้... ประกาศๆ หากใครมีรูปมันแบบชัดๆ โปรดส่งให้กูหลังงานจบ กูจะเอาภาพไปเผยแพร่ให้แม่งหมดหล่อ

“แต๊ง ตกลงอยากรู้ไหมเนี่ย”

“ไม่อ่ะ อีกแค่สองโลก็รู้แล้ว”

“น่อว เป็นคนดีแบบนี้เอารางวัลไป กูให้แดกน้ำอัดลมได้”

“ไม่เอา แดกแล้วแสบท้อง” กูโกหก แค่ไม่อยากดื่มตอนลดน้ำหนักอยู่ก็เท่านั้นเอง เคยเป็นไหม เวลาดื่มโค้กหรือน้ำที่ตัวเองชอบทีไรมักจะหยุดที่หนึ่งแก้วไม่ได้ทุกที เวรกรรม

“เอ้า นี่จะกินแค่ผักกับน้ำเปล่าจริงดิ?”

“เยส”

“วุ้ววว ทำดี”

“พวกมึงเลิกงุ้งงิ๊งกันสองคนได้ละ นี่มากินเลี้ยงเพื่อนๆ นะเว้ยย คุยกับพวกกูบ้างก็ได้… อึก ไอ้ธันเทน้ำให้กูหน่อย” หนุ่มตี๋ยื่นแก้วให้ผม ผมก็รับมาใส่น้ำแข็งไม่ได้อิดออดอะไร ก็ผมนั่งหัวมุมที่มีเครื่องดื่ม ปกติตอนมากินแบบนี้ก็มีหน้าที่เป็นเด็กนั่งดริ๊งหรือไม่ก็เด็กชงน้ำอยู่แล้ว ฮะๆ

“เอาน้ำอะไร”

“ได้หมดถ้าสดชื่นนนน” ไม่รู้ทำไม กูเกลี๊ยดเกลียดคำพูดทุกคำที่ออกมาจากปากมึง =  =

“แล้วพวกมึงเป็นไงบ้างวะ สบายดีป่ะ”

“ก็ดีนะ มึงอ่ะ”

“ดี๊ดี”

“ที่เวียดนามเป็นไงบ้างวะ ไปอยู่ตั้งห้าปีมึงลองสอนภาษาพวกกูหน่อยดิ” ภาษานี้ก็น่ารักนะครับ อยากจะรู้ไว้เก๋ๆ บ้าง เอาคำว่าอะไรดีวะ ‘หิวข้าว’ ดีไหม หรือว่า ‘ส่งไก่ย่างมาให้กู’ ดีล่ะ ...ตลก ผมหยอกเล่น ฮะๆ

“บ้า กูไม่รู้ภาษาเวียดนามเลย”

“กวนตีนละ อย่ามาสตอ -   -” ไอ้หยางเหมือนรู้ใจผมเลย เมื่อกี้ผมก็กำลังจะด่าอยู่เหมือนกัน ด่าไม่ทัน… โยนผักบุ้งใส่ก็แล้วกัน อื้อ! แดกเข้าไปไอ้ห่า

“ก็จริงๆ อ่ะ”

“มึงไปเรียนภาษาเวียดนามไม่ใช่เหรอ ทำไมพูดไม่ได้ล่ะวะ”

“พ่อง ใครบอกมึงว่ากูไปเรียนภาษาเวียดนาม” อ้าวสัส… ไปเวียดนามไม่เรียนภาษาเขาแล้วมึงเข้าไปเรียนภาษาอะไรเนี่ย หรือจะจีน? เห็นว่าบุคลากรที่นั่นเก่งภาษานี้เหมือนกันนะ

“แล้วเรียนอะไร?”

“กูไปเรียนภาษาไทยที่เวียดนาม”

...ห้ะ

เกิดความเงิบและเงียบขึ้นเมื่อจบประโยคของไอ้นักเรียนนอกคนนี้ นี่มัน… พูดจริงหรือแค่ล้อเล่น ถ้าเป็นจริงผมจะขำจนขำไม่ออกเลยนะ

“อ่าฮะ กูไปเรียนภาษาไทยที่เวียดนาม”

“คนสอนเป็นคนไทย?”

“เปล่า คนเวียดนามนั่นแหละ แม่งเริ่มตั้งแต่ ก-ฮ เลย กูนี่ดูฉลาดไปเลยมึ๊ง” มึง... มึงไม่จำเป็นต้องทำท่าภูมิใจขนาดนั้นก็ได้ป่ะวะ มึงเป็นเจ้าของงภาษาแถมเขาก็เริ่มเรียนตั้งแต่แรกจะไม่ให้มึงดูเก่งได้ยังไง!

“ห้ะ แล้วมึงไปเรียนเพื่อด๋อยอะไร =   =”

“ไม่รู้อ่ะ กูก็งงกับตัวเองเหมือนกัน แต่ช่างเถอะ เรียนจบอะไรมากูก็ต้องมารับช่วงต่อจากแม่อยู่แล้ว ขอโทษทีพอดีรวย อิอิ”

อยู่ดีๆ มือก็ลื่น... อยากทำขวดแก้วตกใส่หัวคนพูดจริงๆ






____________________________________________________________________________________

ม.. ไม่ทันเที่ยงคืนอีกแล้ว

โอ้วโน่ว!!!!


....


24/10/59

-Mommae-





ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.658K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

30,011 ความคิดเห็น

  1. #29631 MoRO66 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2563 / 04:28
    เรียนภาษาไทยที่เวียดนาม5555555555555
    #29,631
    0
  2. #29275 reluz (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 8 เมษายน 2563 / 19:59
    เพื่อนชงเก่งมาก55555
    #29,275
    0
  3. #29019 psunrise (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 3 เมษายน 2563 / 09:53
    น้องธันเก่งมาก สู้ต่อไปลูก
    #29,019
    0
  4. #28697 Shipnielong (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 14 เมษายน 2562 / 11:09
    ธันเนียนเก่งมากเวอร์
    #28,697
    1
    • #28697-1 Shipnielong(จากตอนที่ 12)
      14 เมษายน 2562 / 11:09
      *หยางงงง
      #28697-1
  5. #28644 Thawanhatai_100 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 5 เมษายน 2562 / 16:19
    ชอบประโยคนี้ ไปเเดกกันเองเถอะ อร้ายยคิดไปไกลเลยอ่า>\\\\\<
    #28,644
    0
  6. #28616 POPPYON-E (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 2 เมษายน 2562 / 11:09

    ยูเป็นคนตลก

    #28,616
    0
  7. #28238 greentealatte ♡ (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 25 มกราคม 2562 / 18:14
    อีกนิดเดียวฮึ้บๆ
    #28,238
    0
  8. #27842 rattanalak44 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 19 พฤศจิกายน 2561 / 06:59
    เก่งมากลูก
    #27,842
    0
  9. #25207 W Cancer (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 27 เมษายน 2561 / 23:15
    น้องธันเก่งมากกกก จะร้องงง//ขึ้น3โลTT
    #25,207
    0
  10. #24611 WayVe❤ (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 25 เมษายน 2561 / 16:32
    โอ้ยยยยย ตลกกกกกกกก
    #24,611
    0
  11. #23409 _Honeydukes (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 20 เมษายน 2561 / 23:09
    เดี๋ยวนะ5555
    #23,409
    0
  12. #23405 DraftD (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 20 เมษายน 2561 / 15:05
    ยูตลก55555
    #23,405
    0
  13. #23173 muhyun (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 9 มีนาคม 2561 / 01:44
    อิ้บ้าาา5555
    #23,173
    0
  14. #22752 zton9397 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 26 ตุลาคม 2560 / 00:57
    ขำไปเวียดนามเรียนภาษาไทย5555
    #22,752
    0
  15. #22709 ยัยนักคลั่ง (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2560 / 18:29
    ไปเวียดนามเพื่อเรียนภาษาไทย=_=
    #22,709
    0
  16. #21864 Maylyunho (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 9 กันยายน 2560 / 00:15
    คิดเลข/ด้/ง โคตรเก่งนะยู
    #21,864
    0
  17. #21240 Chopoom94 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 2 สิงหาคม 2560 / 19:32
    คนเมาคิดเลขเร็วจริง ไอ่บ้าไปเวียดนามไม่ได้เรียนภาษาเค้าแต่ไปเรียนภาษาบ้านตัวเอง...555555 โอ้ย
    #21,240
    0
  18. #21204 Fktay (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 1 สิงหาคม 2560 / 22:10
    คิดเลขเร็วจริงๆ ชอบ ขำสัส
    #21,204
    0
  19. #21198 ฺBedroom (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 1 สิงหาคม 2560 / 21:09
    ยู สมกับที่เราชอบนายตั้งเเต่เเรกจริงๆ ไปเรียนทำไมที่เวียดนามฮะ ตั้ง5ปี ไม่ได้อะไรกลับมาเลยเหรอ
    #21,198
    0
  20. #20797 มูตี้ (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 25 กรกฎาคม 2560 / 13:56
    ^_______^
    #20,797
    0
  21. #18167 NNYuki (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 25 เมษายน 2560 / 02:08
    อยากลดให้ได้แบบธันบ้าง ฮืออออออ
    #18,167
    0
  22. #16727 hh_9094 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 16 เมษายน 2560 / 18:02
    ธันกินแค่ผักกับน้ำเปล่าจริงดิ โหเก่งอ่าา
    #16,727
    0
  23. #16496 tbuykeid37 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 7 เมษายน 2560 / 08:53
    ชอบบบบบๆๆ
    #16,496
    0
  24. #14235 Mune (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 8 มีนาคม 2560 / 14:27
    หยางเป็นคนที่น่าหมั่นไส้มาก ทำเราจิ้นไปไกลล โว๊ะะ 5555555
    #14,235
    0
  25. #11495 BaiiKKanYAN01 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 31 มกราคม 2560 / 21:48
    บ้านยูต้องรวยขนาดไหนถึงไปเรียนอะไรแบบนั้น5555555555555555
    #11,495
    0