I'm on a diet! : อย่าท้า เดี๋ยวจะหาว่าไม่เตือน [END]

ตอนที่ 11 : ครั้งที่ 8 ความหมายของ Y3T

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 51,364
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,633 ครั้ง
    1 เม.ย. 61




ครั้งที่ 8 ความหมายของ Y3T

[ธันวา]


“ไปนอนบ้านกูไง”

“ห้ะ บ้าดิ ไม่ไป” ผมส่ายหน้าปฏิเสธพัลวัน จะบ้านไอ้แพนหรือบ้านมึงก็ไม่ต่างกันเท่าไหร่หรอกฟวย

“เอ้า งั้นมึงจะปลุกคนในบ้านให้มาเปิดประตูตอนเที่ยงคืน?”

“ก็...”

“เกรงใจเขา ขึ้นรถมาเร็วๆ กูง่วงแล้ว” ร่างสูงปิดปากหาวเป็นท่าประกอบ พร้อมกับตบเบาะหลังเป็นสัญญาณให้ขึ้นไปนั่งที่นั่น

“เอางี้ มึงไปส่งกูที่บ้านดีกว่า”

“เอางั้นก็ได้”


“ทำไมบ้านมืดๆ วะ มีคนอยู่บ้านไหมเนี่ย” คนขับเอ่ยถามหลังจากที่ขับมาถึงบ้านผม อย่าว่าแต่แสงจากบ้านเล๊ย แสงจากหลอดไฟข้างทางก็ไม่มี อย่าให้กูเป็นผู้ว่านะ พ่อจะติดไฟตั้งแต่หน้าปากซอยยันท้ายซอย จะให้ช่องว่างระหว่างหนึ่งเสามีแค่หนึ่งเซ็นอ่ะเอาดิ กระพริบได้ด้วยดีกว่า คนในซอยจะได้มีความสุข จัดไปชุดใหญ่ไฟกระพริบ!!

“เอ้าไอ้บ้า ตอนกลางคืนเขาก็หลับกันหมดแล้วดิ ฝันดีเว้ย” ผมโบกมือลาอีกฝ่าย วันนี้ไอ้หยางเป็นทั้งมารและเทวดาของผม แม่งเป็นมารตอนที่ไปแดกข้าวแต่ไม่ต้องวอรี่นะหัสดิน ตอนนี้มึงเป็นมายแองเจิ้ลลลลล

“อือ ฝันดี”

ผมมองตามรถคันสวยที่ขับห่างออกไปเรื่อยๆ จนในที่สุดก็ลับสายตาไป วันนี้ชีวิตผมเป็นอะไรวะ อยู่ดีๆ ก็โดนไอ้แพนลากไปนอนบ้าน กลางดึกก็โดนไอ้หยางลากไปโน่นนี่แล้วก็โดนชวนไปนอนบ้าน… มีแต่คนอยากให้ผมไปนอนบ้านวุ๊ย ขอโทษทีที่บุญพวกมึงไม่ถึงกูสักคน ไอ้แพนยังดีที่ผมนอนด้วยสองสามชั่วโมงแต่เชี่ยหยางนี่สิ น่าสงสารจริมๆ ไม่ได้ร่วมเตียงกับกูสักเสี้ยววินาที

แกร่ก…

‘แม่กับพ่อไปซื้อผ้าซิ่นที่เชียงรายนะจ๊ะ ธันคงกลับมาถึงตอนเช้า แม่ก็เลยเอากุญแจบ้านไปฝากไว้ที่พี่ตุลย์เพราะกลัวขโมยขึ้นบ้าน ถ้าธันมาเช้ากว่าก็รอพี่เขานิดนึงนะลูก รัก.พ่อกับแม่’

ไอ้กระดาษหน้าบ้านนี่มันอะไรวะ...

ฉิบหายx2 อ๊ากก อยากจะนอนกลิ้งกับพื้นแล้วพูดว่า... ‘โวยวายยย!!!’ ไอ้เชี่ยเอ๊ย ทำไมวันนี้ซวยอย่างนี้!

ฮื่อ พี่ตุลย์ TT^TT

ตู๊ด ตู๊ด

(โหลล) เสียงพี่ง่วงชิบหาย...

“พี่ตุลย์...” ผมเสียงอ่อนลงตามอารมณ์ ก็ง่วงไม่ต่างจากปลายสายหรอกครับ ออกกำลังกายเสร็จผมควรจะอาบน้ำนอนได้แแล้ว นี่อาบน้ำเสร็จตั้งแต่สองทุ่ม เที่ยงคืนแล้วหัวยังไม่เฉียดหมอนสักนิด

(มีไรเปล่าวะ นี่มึงอยู่ไหนเนี่ย ดึกดื่นป่านนี้ทำไมไม่หลับไม่นอน?)

“คือ… อยู่หน้าบ้านครับ”

(อ้าว แล้วทำไมไปอยู่นั่น โดนแพนไล่ออกจากบ้านรึไง?)

“ฮึเปล่า เรื่องมันยาว พี่ตุลย์… พี่ช่วยเอากุญแจบ้านมาให้ธันหน่อยได้ไหม” ไม่อยากทำแบบนี้เลยเพราะรู้ว่าพี่เขาต้องทำงานหนักอยู่แน่ๆ แต่ผมไม่มีทางเลือกจริงๆ จะให้นอนโดนยุงกัดตายตรงนี้ก็ไม่ไหวหรอก ขอโทษนะพี่ชายที่รัก งื่อ สัญญาเลยว่ากลับบ้านมาแล้วผมจะนวดให้ตั้งแต่หัวคิ้วยันหางคิ้ว (?)

(ตอนนี้เหรอ? เออๆ เดี๋ยวไป รออยู่นั่นนะอย่าเดินไปไหน ตอนกลางคืนอันตราย)

“ครับ ขอบ- เฮ้ย”

“ไม่ต้องมาพี่ เดี๋ยวไอ้ธันจะไปนอนบ้านผม”

ยังไม่ทันที่ผมจะได้พูดอะไรต่อ มือใหญ่ของใครบางคนก็คว้าเอาโทรศัพท์ของผมไปไว้ในมือ เท่านั้นยังไม่พอ มีการเอาไปคุยต่อหน้าตาเฉยด้วย

“อ้าวเฮ้ยไอ้หยาง ไม่นอน กู-”

“มึงดูเวลาด้วยเชี่ยธัน ฟังจากเสียงพี่ตุลย์ยังไม่ได้หลับไม่ได้นอนเลยมั้ง เขาเหนื่อยขนาดนั้นมึงยังจะให้เขาขับรถเอากุญแจมาให้อีกเหรอวะ” คู่สนทนาพูดด้วยสีหน้าจริงจังจนผมนิ่งไป ก็รู้… แต่กูก็ไม่อยากรบกวนมึงเหมือนกันไงบักห่า

“...”

“ครับ… ไม่ต้องเกรงใจพี่ ยังไงก็เพื่อนกัน พี่ไปทำงานเถอะไม่ต้องห่วงไอ้แมวน้ำ เดี๋ยวผมดูมันเอง รับรองไม่ให้กินรอบดึก… ครับ สวัสดีครับ” พูดจาดูดีนะไอ้สัส มึงแหละตัวดีเพิ่งพากูไปแดกข้าวมาเมื่อไม่นานมานี้เอง!

“ตกลงกูต้องไปนอนบ้านมึงจริงดิ”

“อือฮึ ขึ้นรถเลยไอ้ห่า บอกแล้วให้นอนบ้านกูตั้งแต่แรก”

“เออๆ” ขี้เกียจจะเถียงละ ง่วงก็ง่วง


“ที่บ้านมีใครอยู่ไหมนอกจากมึง” ผมเอ่ยถามขณะเดินสำรวจสถานที่ที่เพิ่งเข้ามา นี่เป็นครั้งที่เท่าไหร่ไม่รู้ที่เข้ามาในบ้านไอ้หยาง น่าจะเกือบร้อยมั้ง คือตั้งแต่ม.1 ไม่ได้เข้ามาใกล้บ้านหลังนี้เลยแต่ช่วงเด็กๆ ที่สนิทกันเราก็มักจะปั่นจักรยานมาหาอีกฝ่ายที่บ้านเสมอๆ บางวันผมก็ปั่นมาหามัน บางวันมันก็ปั่นมาหาผม ก็ชีวิตเด็กไม่มีอะไรมากนี่ครับ นอกจากมาเรียนจันทร์ถึงศุกร์ เสาร์อาทิตย์ตื่นเช้ามาดูการ์ตูนช่องโมเดิร์นไนน์ มืดนอน แม่งน่าเบื่อไง พวกผมก็เลยกำจัดความน่าเบื่อออกด้วยการมาเล่นกับเพื่อนที่บ้าน

“มีไอ้หยิน”

“อ๋อ”

ร่างสูงนำทางผมขึ้นไปห้องนอนที่อยู่ชั้นสอง แอบเห็นว่ามันเดินเซนิดๆ หัวก็ผงกๆ อย่านะเว้ย อย่ากลิ้งตกลงมานะมึง กูไม่รับจริงๆ ด้วย จะปล่อยให้แม่งไหลลงบันไดไปเลยเพราะถ้ากูรับมึงไว้กูก็ต้องตกลงไปเหมือนกัน ไม่เอาๆ คีรินทร์ไม่ขอเสียสละชีวิตให้กับคนที่ทรมานกูด้วยการไปนั่งแดกข้าวรอบดึกหรอก -   -

เชรด ห้องไอ้หยาง...

ไม่มีห่าอะไรเลย ธรรมดามาก ธรรมดาแบบสุดๆ มีแค่เตียงนี่แหละที่ดูพิเศษ ห้องทาสีไข่ ผ้าม่านสีขาว มีเฟอร์นิเจอร์สองสามอย่างคือตู้เสื้อผ้า เตียง โต๊ะคอม ทีวีและโซฟาตัวเล็กที่ปลายเตียง อาจจะเป็นแนวมันก็ได้

“เฮ้ย มีภาพกูตอนเด็กด้วย” ผมชี้ไปที่ภาพหนุ่มน้อยหน้าตาดีที่กำลังยิ้มจนเห็นฟันขาวครบทุกซี่ มันมีรูปผมเหมือนที่ผมมีรูปมันเลยว่ะ

“มีดิ ในอัลบั้มแม่กูมีแต่ภาพมึง หลงอะไรหนักหนาไม่รู้” แหนะ อิจกูล่ะซี่ แม่ไอ้หยางค่อนข้างหลงผมทีเดียว ไม่รู้เหมือนกันว่าเพราะอะไรแต่เห็นเธอบ่นให้ฟังบ่อยๆ ว่าอยากได้น้องชายมาให้หยาง แล้วผมก็ตรงสเปค (ลูกชาย) ที่เธอตั้งไว้พอดี

“ฮะๆ”

“มีภาพตอนเราอาบน้ำในกาละมังด้วยนะ หน้ามึงโคตรตลก” มือใหญ่ถืออัลบั้มที่มีความหนาประมาณวรรณกรรมเยาวชนชื่อดังที่มีตัวเอกเป็นไอ้แว่นมีแผลเป็นสายฟ้าที่หน้าผาก… แหม่ บอกไปเถอะว่า harry potter ก็อด โคตรหนา ผมคิดว่ามีแค่เล่มเดียวแต่เปล่าครับ หลังจากอาบน้ำแต่งตัวเสร็จเจ้าของห้องก็เดินไปที่ห้องข้างๆ เพื่อเอาอัลบั้มอีกหลายเล่มมาให้ผมดู ถ้าให้เดาไอ้อัลบั้มที่เอามาเพิ่มต้องอยู่ในห้องแม่มันชัวร์

“ทำไมกูถึงทำหน้าแบบนั้นวะ”

“สงสัยกูจะเยี่ยวใส่กาละมังแล้วมึงรู้มั้ง”

“น่าจะใช่นะ ตลกอ่ะ ฮะๆ” ในภาพผมมองไอ้หยางเคืองๆ ทั้งขมวดคิ้ว เอาปากล่างยู่ขึ้นจนเกือบชิดจมูก มีการเอานิ้วชี้หน้าอีกฝ่ายด้วยนะ จากที่ง่วงๆ นี่ตื่นเลยว่ะ ฮะๆ

“มึงดูนี่ ตอนกีฬาสีครั้งแรก”

หลังจากประโยค ‘มึงดูนี่’ เรื่องก็ยาว จากเที่ยงคืนเป็นตีหนึ่ง จากตีหนึ่งเป็นตีสอง จนตอนนี้ตีสามแล้วพวกเรายังนั่งขัดสมาธิดูภาพตัวเองบนเตียงอยู่เลย แม่งฮาจริงนะครับ มีทั้งฮาทั้งอายเลย

“กูจำได้เลยว่ามึงเคยโกรธไอ้ยูเพราะช่วงนั้นกูงอนมึงแล้วก็ไปเล่นกับมันแทน”

“เออใช่ กูโคตรแต๋ว ฮะๆ”

“กูว่าน่ารักดีนะ ไหนลองทำอีกรอบดิ๊” ผมกุมท้อง หัวเราะไร้เสียงเมื่อคิดถึงภาพเหตุการณ์ คือช่วงนั้นเราทะเลาะกันนิดหน่อยครับ จำไม่ได้เหมือนกันว่าเรื่องอะไร จำได้แค่ว่าผมหนีไปเล่นกับไอ้ยูเพราะไม่อยากเจอหน้าไอ้หยาง แล้วพอพ่อคุณรู้ตัวเขาก็หงุดหงิดที่เพื่อนสนิทไปเล่นกับคนอื่น ก็เลยทำอะไรที่รุนแรงที่สุดในชีวิตเด็กประถม…

แม่งเดินไปหาไอ้ยูแล้วยกมือขึ้นมา!... ขึ้นมาโป้ง ก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงโกรธแค้นประหนึ่งชาติก่อนเคยทำกรรมร่วมกันมา ‘กูโป้งมึงไอ้ยู มึงแย่งเพื่อนสนิทกู!’

น่ารักฉิบ ฮะๆ

“ไม่รู้อ่ะ ช่วงนั้นชีวิตกูมีแค่มึงนี่หว่า พอมาโดนแย่งไปก็เลยโคตรโกรธ”

“นี่... มึงว่าประโยคเมื่อกี้มันฟังดูคู่รักไปไหมวะ = =”

“เหรอ ไม่รู้อ่ะ กูพูดตามความรู้สึก ฮะๆ”

แต่ก็จริงนะ ประโยคเมื่อกี้น่าจะเป็นคำอธิบายความสัมพันธ์ของเราได้ดีที่สุด ชีวิตเรามีแค่กันจริงๆ ถ้าตอนนั้นไอ้หยางไปเล่นกับคนอื่นขณะที่เรางอนกันอยู่ผมก็อาจจะเคืองนิดๆ แต่ไม่ถึงขั้นที่ไอ้หยางทำหรอก ทุกคนต้องมีความรู้สึกหวงเพื่อนสนิทแหละ แต่จะมากน้อยก็ต่างกันไป

“เออแล้วมึงย้อนกลับไปที่บ้านกูทำไมวะ”

“อ๋อ ไม่มีอะไรหรอก ก็ตอนแรกที่ไปส่งมึงสงสัยกูง่วงจัดก็เลยทำรองเท้าแตะตกที่หน้าบ้านข้างหนึ่ง พอย้อนกลับมาเอาก็แจ็คพ็อตแตกได้ยินที่มึงคุยกับพี่ตุลย์พอดี” เอ้า กูก็คิดว่าจะตอบแบบ ‘กูมีลางสังหรณ์บางอย่างที่ทำให้กลับไป’ ตามหาเกิบที่หายไปเหี้ยไรเนี่ย ไม่นิยายเลยหัสดิน

“เหอะๆ”

“อ้าวเชี่ย ตีสามแล้วไอ้ห่า ทำตัวเหมือนพรุ่งนี้เป็นวันเสาร์อาทิตย์ไปได้ นอนเลยๆ ถ้าพรุ่งนี้กูไม่ยอมตื่นกูจะโทษมึง” ร่างสูงชี้หน้าผมอย่างคาดโทษ

“โทษตัวเองเถอะ มึงนั่นแหละชวนกูคุยยาว -   -"

“เออๆ ช่างแม่ง นอนๆ”

“กูนอนล่างก็ได้” ผมยันตัวลุกขึ้น กำลังจะเดินไปนอนกับพื้นแล้วถ้าอีกฝ่ายไม่ขัดไว้ซะก่อน ขัดด้วยส้นตีนอันเงางาม...

“อย่ามาทำตัวเป็นโสรยาจำเลยรักไอ้ห่า นอนเตียงทั้งคู่นี่แหละ” พูดแล้วก็เท้าคางมองผมนิ่งๆ ท่า... ท่าทุเรศมาก มือเท้าคาง ตีนขัดขากู เล็บตีนมึงตัดบ้างนะ กูขอทำนายเลยว่าถ้ามึงยังไม่ตัด อีกหนึ่งอาทิตย์มึงจะต้องทุกข์ทรมานจากการเป็นเล็บขบแน่นอน หมอธันฟันธง!

“กูอุตส่าห์ให้เกียรติเจ้าของห้อง”

“ให้เกียรติอะไร ไม่ต้องให้เกียรติกู”

“งั้นกูนอนเตียง มึงนอนพรมเช็ดตีน” ผมแกล้งออกแรงผลักร่างบนเตียงให้ชิดขอบ ก่อนจะใช้ตีนเตะหลังมันเบาๆ ให้เกือบตกที่นอน

“บางทีก็ไม่ให้เกียรติกูไปนะ -   -”

“ฮะๆ” คราวนี้ผมแกล้งใช้นิ้วโป้งตีนจิ้มตูดมันบ้าง โหเหี้ยโคตรแข็ง นี่มึงเล่นเวทมากไปจนกล้ามขึ้นตูดหรือมึงนั่งเยอะเกินตูดก็เลยด้านวะ

“บังอาจเขี่ยตูดกูเหรอ เหิมเกริมนักคีรินทร์ คิดว่ามีเนื้อเยอะกว่ากูแล้วจะทำอะไรก็ได้อย่างนั้นสิ? คิดผิดแล้วไอ้แมวน้ำ..”

“เฮ้ยๆ อย่าๆ อย่าจี้เอ๊วว ฮ่าๆ” ผมหัวเราะสุดเสียงเมื่อร่างสูงใช้จังหวะที่ผมเผลอ รีบเขยิบเข้ามาใกล้แล้วใช้นิ้วจี้เอว (ที่ตอนนี้โดนไขมันบดบัง) รัวๆ อ๊ากไอ้เหี๊ย จี้ธรรมดากูก็จะ (หัวเราะ) ตายแล๊ว

“ตายซะไอ้เชี่ย ขำตายไปเลยมึง กล้าแตะต้องแดนสงวนของกู” นี่กูจิ้มตูดมึงสองจึกมึงถึงกับจะฆ่ากูเลยรึไง ฆรวยยย

“ฮ่าๆๆ”

ปึง!

“...”

เกิดสุญญากาศขึ้นเมื่อผมดันอีกฝ่ายออกไปเพื่อปกป้องตัวเอง แต่สงสัยจะแรงเกินไป ส่งผลให้เราทั้งคู่ตกไปอยู่ข้างเตียง ในสภาพที่ผมอยู่ข้างบน ปลายจมูกเราห่างกันเพียงครึ่งเซนเท่านั้น ใกล้จนผมรับรู้ได้ถึงลมหายใจอุ่นๆ และกลิ่นสบู่อาบน้ำหอมๆ จากตัวร่างสูง

“ไอ้ธัน...”

“ไอ้หยาง...”

“มึง… คือกูรู้สึก” สีหน้าของคนข้างล่างดูลำบากใจที่จะพูดเล็กน้อย เรื่องที่เขาอยากจะพูดต้องเป็นเรื่องสำคัญมากแน่เลย...

“...”

“รู้สึกเหมือนกระดูกจะหัก มึงช่วยออกไปก่อนได้ไหมไอ้เชี๊ยยย!”

หึ

คิดว่ากูไม่รู้รึไง ที่กูนอนนิ่งอยู่แบบนี้ก็เพราะรู้ไงว่ามึงรับน้ำหนักกูไม่ไหวแน่ๆ คราวนี้ตากูแล้วไอ้สัส กระดูกหักตายไปซะไอ้หัสดิน ถ้ามึงตายก็โทษกระดูกอ่อนๆ บอบบางไร้แรงของตัวเองซะเถอะ!



++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++



“เชี่ย… กูคิดว่าตัวเองจะตายซะแล้ว”

มันโอดครวญ มือใหญ่ทั้งสองข้างเกาะตุ๊กตาเป็ดไว้เบาๆ เหมือนคนหมดแรง นี่กูใจดีอุตส่าห์ปล่อยง่ายๆ เห็นใจไอ้กระดูกบอบบางๆ ที่ร้องกรึ๊บๆ กับกล้ามเนื้อสั่นๆ นั่นหรอกถึงยอมปล่อย

“มึงนี่เวอร์จริงๆ” จะบอกว่าไอ้หยางไม่มีแรงขนาดที่ผมต้องอุ้มมันขึ้นมานอนบนเตียงอ่ะ โคตรแมนเลยกู -   -

“ไม่เวอร์ มึงลองมาเป็นกูดิแล้วจะรู้ว่าทรมาน กระซิก”

“ฮะๆ”

“ไม่ต้องขำเลย ขึ้นมานอนได้ละพรุ่งนี้ต้องไปโรงเรียนแต่เช้า”

“โถ ทีแบบนี้ล่ะเร่งกู”

ถึงจะบอกให้นอนก็เถอะ… เคยต่างสถานที่ ต่างบรรยากาศจนนอนไม่หลับไหมครับ ผมกำลังเป็นอยู่… ความต่างนั่นอาจจะเป็นสาเหตุที่ทำให้ไม่หลับจริง แต่ผมว่าอีกปัจจัยที่ทำให้ข่มตาไม่ลงน่าจะเป็นเพราะเมื่อกี้ผมกับไอ้หยางเล่นกันจนหมดแรง แม่งหมดแรงแบบตื่นๆ ไม่อยากหลับอ่ะ เวรกรรมจริงๆ

“มึงนอนยังวะ” ดูเหมือนจะไม่ใช่ผมคนเดียวนะที่นอนไม่หลับ

“ฮึ ยัง”

“เพราะมึงคนเดียว พรุ่งนี้กูมีสอบฟิสิกต์แต่เช้าแท้ๆ กูยิ่งโง่อยู่ด้วย” อีกฝ่ายยกแขนขึ้นเก่ยหน้าผากแล้วพูดด้วยน้ำเสียงเซ็งๆ เอ้า งั้นก็ลุกไปอ่านหนังสือสิโว้ย

“กูก็มีสอบญี่ปุ่น แต่กูอ่านหนังสือแล้ว ไม่ตกแน่นอน อิอิ”

“มึงเรียนวิทย์คณิตไม่ใช่?”

“ใช่ แต่กูเลือกภาษาญี่ปุ่นเป็นภาษาที่สามไง” ภาษาที่สามคือวิชาที่นักเรียนสามารถเลือกภาษาที่ตัวเองสนใจได้หนึ่งภาษา แล้วก็ต้องเรียนไปสามปีครับ

“มึงเลือกเพราะอะไรวะ ดูแม่งยากๆ นะ”

“กูชอบ” ผมชอบดูอนิเมะกับอ่านมังงะ ไม่ได้เป็นภาษาญี่ปุ่นล้วนนะครับ มีซับไทยทุกอย่าง ฮะๆ ก็ผมไม่ได้เก่งมากนี่ รู้แค่นิดๆ หน่อยๆ ให้พอประดับสมองว่าเออกูก็รู้นิดนึง (อย่างพวกคำทักทายอะไรอย่างนี้) ไม่ได้เรียนเอาโล่หรอก

“เหรอ ดีละที่ไม่เลือกแบบกู”

“มึงเลือกอะไร?”

“พม่า” คู่สนทนาหัวเราะเบาๆ พร้อมกับตะแคงข้างมองหน้าต่าง ตอนนี้บนเตียงมีแค่เราสองคน ไอ้หยางนอนด้านขวาส่วนผมนอนด้านซ้ายที่ติดหน้าต่าง พอมันหันมามองหน้าต่างก็เลยเหมือนหันมามองผมกลายๆ “กูเลือกเพราะไม่อยากเรียนเยอะ ภาษานี้ไม่ค่อยมีคนสนใจเท่าไหร่ บวกกับมีครูสอนแค่คนเดียวก็เลยชิลๆ ไม่สิต้องบอกว่ามันคือคาบว่างดีๆ นี่เอง ครูชอบบอกว่าติดประชุม ก็เลยไม่ได้เรียน”

“โถ่ไอ้สัส ที่จริงโรงเรียนกูก็มีภาษาพม่านะ แต่ดูเหมือนจะไม่หมูเท่าไหร่” คิดแล้วก็ขำ ไอ้ดาคนหนึ่งแหละที่เลือกเรียนเพราะคิดว่าจะว่าง เป็นไงล่ะมึง เกรดเทอมแรกก็ 1.5 เลย ฮะๆ

“โรงเรียนกูชิลสุดละ บ่ายสามครึ่งก็ออกได้ ไม่เหมือนโรงเรียนมึงหรอกที่เรียนยันสี่โมงเย็น วรั๊ยๆ” เชื่อไหม ขนาดมีแค่แสงที่ไม่ค่อยสว่างมากจากนอกหน้าต่างผมยังรู้สึกได้เลยว่าไอ้หยางยิ้มกวนตีนอยู่

“โว๊ะ” โรงเรียนอื่นเขาก็เลิกสี่โมง มีแค่โรงเรียนมึงนั่นแหละที่อินดี้อยากปล่อยตอนบ่ายสามครึ่ง ...คือจริงๆ เขาปล่อยให้ไปเล่นกีฬากับหางานอดิเรกทำ แต่นักเรียนก็ค้นพบแล้วว่าการกลับบ้านไปนอนคืองานอดิเรกที่ดีที่สุด เหอะๆ

ตือดึง

เสียงข้อความเข้ามาพร้อมกับหน้าจอโทรศัพท์ที่สว่างขึ้นเตือนว่ามีสาวสวยคนหนึ่งส่งข้อความมา… ล้อเล่นน่ะ ไลน์ไม่ได้บอกขนาดนั้นหรอกครับ ผมแค่จำได้ว่าชื่อบนหน้าจอคือพี่ม.6 คนดังโรงเรียนผมเอง

และพวกคุณก็คงจะเดาได้ใช่ไหมว่าเธอไม่มีวันทักมาหาอุ๋งๆ อย่างผม

ครับ ก็เป็นไปตามสเต็ป ไอ้หยางลุกขึ้นนั่งขัดสมาธิเพื่อคุยกับอีกฝ่าย แสงไฟจากช่องแชทสีฟ้าส่องจนผมเห็นทุกสีหน้าของเพื่อนสนิท ถึงจะพูดอย่างนั้นแต่ก็มีแค่หน้าเดียวเท่านั้น ‘หน้าเฉยๆ’ พิมพ์ ‘555’ ก็ยังเฉย…

ตือดึง

หลังจากรุ่นพี่โรงเรียนผมทักมา แชทอื่นก็เด้งขึ้นเหมือนเห็บอวกาศ จากที่ตื่นอยู่แล้ว ตอนนี้ทั้งผมทั้งไอ้หยางก็เลยไม่มีอารมณ์อยากนอนสักนิด ไอ้นั่นน่ะไม่ง่วงเพราะมีคนคุย ส่วนผมไม่ง่วงเพราะแสงแอนด์เสียงจากมือถือของมันนั่นแหละ

นี่คือการกระทำหลังจากที่มึงบอกกูว่าจะพยายามคุยให้น้อยลงสินะ =   =

“นี่ นอนได้แล้วมั้ง” มองจากมุมนี้ผมเห็นทุกข้อความที่พวกเขาคุยกันเลย ไม่ได้เสือก แค่หางตามันเหลือบไปเห็น ก็คุยปกตินี่หว่า วันนี้เป็นไง ไปทำอะไรมาบ้าง เรียนเหนื่อยไหม เทือกๆ นี้แหละครับ

“แป๊บๆ คนสุดท้ายละ” ว่าแล้วก็ทิ้งตัวลงนอนข้างผม ก่อนจะยกมือทั้งสองข้างขึ้นสูงให้อยู่ระดับสายตาเหมือนท่าปกติที่วัยรุ่นนิยม ผมก็เคยทำ เวลาโทรศัพท์ตกใส่หน้าแม่งโคตรเจ็บ ถ้าดั้งบุบได้ก็คงบุบไปแล้ว...

เฮ้อ ดูท่าแล้วถึงผมห้ามมันคุยไปก็เท่านั้นละมั้ง

สุดท้ายเมื่อตระหนักได้ว่าคงนอนไม่หลับแล้วผมก็เลยยกมือถือขึ้นมาเล่นบ้าง หน้าฟีดเฟสผมไม่ค่อยมีเรื่องคนอื่นเท่าไหร่เพราะผมกดเลิกติดตามทุกคนที่เพิ่มเป็นเพื่อน (ยกเว้นเพื่อนสนิท) หน้าฟีดก็เลยมีแต่โพสต์ของเพจที่ผมกดไลค์ ซึ่งก็มีแค่เพจวาดภาพ อ้อไม่สิ มีเรื่องของไอ้คนข้างๆ ด้วย

‘Hello Y3T’

เกือบลืมเรื่องนี้เลยนะเนี่ย

“ไอ้หยาง”

“เสร็จแล้วๆ นอนกันๆ” สงสัยอีกฝ่ายจะคิดว่าผมจะด่าก็เลยรีบปิดหน้าจอมือถือแล้วห่มผ้าจนชิบคอ

“มีไรจะถามอ่ะ” ผมกดล็อคหน้าจอบ้าง เงยหน้าขึ้นมองดวงดาวข้างบน บ้านไอ้หยางไม่ได้เป็นบ้านกระจกเวอร์วังอลังการหรอกครับ ดาวที่ผมเป็นแค่ดาวเรืองแสงสีเขียวอ่อน ไม่รู้แม่งไปหามาจากไหนถึงได้เยอะขนาดนี้ สวยดีว่ะ หนึ่ง สอง… กี่ดวงเนี่ย มีอักษรที่เขียนด้วยสีเรืองแสงอยู่บนสุดด้วยแฮะ ‘Husdin’ เชรดโด้ โคตรเท่ นี่ใช้พู่กันเบอร์ทาบ้าน(?)เลยใช่ไหมถึงได้สวยขนาดนี้

“หือ ว่ามาดิ”

“เมื่อเร็วๆ นี้มึงเพิ่งเปลี่ยนรูปโปรใช่ป่ะ”

“อือ”

“Y3T คือไรวะ” จะบอกว่าเป็นสีหน้าก็คงไม่ใช่ จะเป็น Y รัก T ก็ไม่น่าจะใช่มั้ง ...หรือถ้าใช่ Y ก็น่าจะหมายถึงหยาง 3 น่าจะเป็นจุ๊บหรือรัก? ส่วน T ก็น่าจะเป็นชื่อคน... น้ำเน่าเกิน ไม่ใช่หรอก

“...อ๋อ นั่นน่ะเหรอ หึ”

“ขำไร” ผมลืมตา พลิกตัวตะแคงข้างหันไปมองคู่สนทนาทันที

“อยากรู้?”

“อ้าว ถ้าไม่อยากกูจะถามเพื่อ”

“แหนะ กวนตีน กูไม่บอกละ”

“อ้าวเฮ้ย” ผมนี่เอื้อมมือไปเปิดโคมไฟที่หัวเตียงเลยครับ กวนตตีนแบบนี้เรื่องคงยาว “นี่มึงจะไม่บอกกูจริงดิ?”

“อือฮึ กูง่วงละ หาววว” เป็นการหาวที่ตอแหลมาก กรีดนิ้วปิดปากกูไม่ว่า แต่จิกส้นตีนด้วยกูรับไม่ได้ -   -

“ช่างเหอะ ถ้ามึงไม่อยากบอกกูก็จะไม่ถาม” ทีมันอยากดูสมุดวาดภาพผมยังไม่ให้ดูได้เลย คนเราก็มีเรื่องที่ไม่อยากบอกคนอื่นบ้างแหละ

นอนดีกว่า

“อ้าว ไม่อยากรู้แล้วเหรอ” อยู่ดีๆ คนที่บอกว่าง่วงก็พลิกตัวขึ้นมามองผมด้วยสีหน้าแปลกๆ …อะไรของมึงเนี่ย

“เออ เรื่องของมึง”

“เฮ้ยไม่เอาดิ กูอยากให้มึงถามอ่ะ” หนุ่มหล่อเท้าคางกับพื้นเตียง ยู่หน้าทำปากจู๋มองมาทางผม นี่ถ้าเปลี่ยนจากผมเป็นสาวๆ คงจับไอ้คนตรงหน้าปล้ำไปแล้ว ดูทำหน้าเข้าสิ

“งั้นก็บอก”

“ไม่บอก”

“โอเคจบ กูนอนละ” ผมใช้ความเร็วดีดผ้าห่มผืนหนาขึ้นมาคลุมตัวเอง ก่อนจะพลิกตัวหันหลังให้คู่สนทนาที่แสนจะกวนประสาท ยิ่งคุยก็ยิ่งตื่น แถมปวดหัวอีกต่างหาก

“ไอ้ธันนนน” แม้จะมองไม่เห็น ผมก็สามารถรับรู้ได้ว่าอีกฝ่ายเขยิบเข้ามาใกล้ นอกจากนี้ยังเขย่าตัวผมไปมาด้วย แต่… แน่นอนว่าผมไม่ขยับสักนิดเพราะน้ำหนักผมเยอะกว่าแรงมัน กระจอกมากหัสดิน ไปแดกเพิ่มมาสักตันแล้วเราค่อยมาว่ากันใหม่

“ไรของมึง ก็บอกเองไม่ใช่เหรอว่าไม่อยากบอก” ผมพูดเนือยๆ ทั้งๆ ที่ยังอยู่ในผ้าห่ม

“ก็ใช่ แต่มึงไม่คิดจะตื๊อหน่อยเหรอ ตามหลักมึงต้องยื่นข้อเสนอให้กูสนใจดิวะ”

“ไม่เอาอ่ะ ไม่ใช่นิสัยกู”

“งั้นกูเอง”

“ตลกละไอ้สัส กูไม่อยากฟังโว้ย” ผมโผล่หน้าออกมาขมวดคิ้วใส่ไอ้หล่อตรงหน้า อยากจะเอาไม้ช็อตยุงตบมันสักสองสามป๊าบ

“กูไม่สนนน มึงไม่มีทางเลือกกก”

“ค_ย”

“มีเหมือนกัน นายไม่ต้องให้เราหรอก อิอิ” ร่างสูงปิดตายิ้มกว้าง มีการชี้นิ้วมือไปที่อวัยวะที่เรามีเหมือนกันด้วย บัดซบ!

“ไอ้กวนตีน หย-”

“กูจะบอกว่า Y3T คืออะไรถ้ามึงยอม...ให้กู”

“...”

“เอาป่ะ? เอ๊ะไม่สิ มึงมีคำตอบเดียวคือ ‘ตกลง’”



ทำไมคนจำพวกนี้ถึงเป็นที่ถูกใจของสาวๆ ทั้งนิสัยเผด็จการ เอาแต่ใจ ...อย่าครับ อย่าปฏิเสธว่าไม่ชอบ เห็นอ่านนิยายหรือดูซีรี่ย์ทีไรพวกคุณก็เลือกแต่พระเอกแบบนี้ (มันกร๊าวใจ : หม่อมแม่)

“ไอ้หยาง กูเหงื่อออกแล้วนะ เอาไว้ทำพรุ่งนี้เช้าไม่ได้เหรอ กูอยากนอนหลับแบบสบายตัวอ่ะ” ผมยกมือขึ้นเช็ดหยดน้ำใสๆ ที่ข้างแก้ม ขนาดเปิดแอร์ยังออกเลย!

“ไม่ได้ เหงื่อออกนี่แหละดี หึ”

ให้ทายว่าไอ้เจ้าของบ้านให้ผมทำอะไร จะใบ้ให้ก็ได้ว่าเป็นกิจกรรมที่ออกแรงเยอะ ร้อนและเหนื่อยง่ายมาก

ขุดดิน? ตอนนี้อ่ะนะ บ้าเถอะ

แบกปูน? ไม่

โอเคบอกละ

“เสื้อผ้ามึงจะเยอะไปไหนวะ นี่กูรีดจนมือชาแล้วนะโว้ย”

ครับ ผมรีดผ้าให้มันอยู่ ไม่ใช่แค่ชุดนักเรียนนะ… ทั้งตู้ เสื้อยืดธรรมดาคุณชายก็บอกให้รีดให้เรียบ เออ แม่งให้ผมรีดกางเกงอีก เลวววววว!!!

“อิอิ ก็ต้องใส่หลายโอกาส รีดๆ ไปเถอะน่า”

เหอะๆ

ถือว่าเรียนรู้รสนิยมเพื่อนสนิทก็แล้วกัน ดูท่ามันจะชอบใส่เสื้อเรียบๆ ไม่มีลายนะครับ ตั้งแต่รีดมาไม่มีตัวไหนเลยที่มีลาย นอกจากเรียบแล้วยังบางอีกด้วย สงสัยจะขี้ร้อนเหมือนผม

จะว่าไปเสื้อมันตัวเล็กจังวะ ไม่สิต้องบอกว่าผมตัวใหญ่ไปถึงจะถูก หุ่นแบบไอ้หัสดินละมั้งที่พวกกะเทยเรียกว่า ‘น่ากิน’ น่าอิจฉาชะมัด ...เสื้อหอมด้วยว่ะ ได้กลิ่นแล้วรู้สึกสปอร์ตสัสๆ ต่างกับเสื้อนักเรียนตัวเหลืองจุ๊กกุแร้เหม็นเต่าของผมแบบสุดๆ เลย

“เฮ้อ”

“เป็นไรวะ เหนื่อยขนาดนั้นเลยเหรอ” ร่างสูงบนเตียงเอียงหน้ามองผม มึงลองมารีดเสื้อผ้าทั้งตู้สิวะ ไม่เหนื่อยกูให้ตบกบาลเลยเอ้า “ไม่ต้องรีดแล้วก็ได้”

เชรดโด้

“ฮึ ไม่เป็นไร เหลืออีกแค่ไม่เท่าไหร่หรอก” ผมมองเสื้ออีกประมาณสามตัวในตู้ เหลือแต่เสื้อยืดรีดง่ายทั้งนั้นด้วย ...ทำไมไม่ทักให้เร็วกว่านี้วะ ถ้ารู้ว่าร้อง 'เฮ้อ' แล้วจะให้พอผมคงเฮ้อตั้งแต่ตัวแรกละ

“เออๆ แล้วแต่ละกัน”

ผมพยักหน้าเข้าใจ ตั้งใจรีดต่อจะได้เสร็จเร็วๆ ให้ตายสิ คิดว่าเที่ยงคืนเวลาปกติที่ผมนอนดึกแล้วนะ เฮ่นโลลล นี่ตีห้า...

“หมดละ บอกกูได้แล้วว่าไอ้ Y3T คืออะไร” ผมทิ้งตัวลงนอนบนเตียงอย่างหมดแรง นี่หมดแรงจริงๆ ผมเป็นคนหนึ่งแหละที่เกลียดการรีดผ้าเข้าไส้ ไอ้เพื่อนสนิทที่นอนอยู่ข้างๆ ก็น่าจะไม่ชอบเหมือนกันถึงได้เอาเรื่องนี้มาเป็นข้อแลกเปลี่ยน ถึงว่าทำไมทำหน้าแปลกๆ เหอะๆ

“ให้ทายก่อน”

“ไม่เอา… เหนื่อย” แรงจะตดกูยังไม่มีเลยสัส

“เฮ้ย ทายก่อนดิ” อีกฝ่ายเขยิบเข้ามาใกล้ มือใหญ่จับปลายผมของผมไปม้วนเล่น ตอนแรกมันจะถักแต่ไปๆ มาๆ กลายเป็นม้วนได้ไงไม่รู้ สงสัยจะกากถักเปียไม่เป็น วั้ย

“เออๆ ...Y คือมึง”

“อ่าฮะ ก็รู้นี่หว่า”

เฮ้ย ถูกจริงดิ O_O

“... แล้ว 3T คืออะไร?” ผมตะแคงข้างมองหน้าคู่สนทนาที่กำลังแคะขี้มูกอยู่ ด่าดีไหมวะ… เอาเถอะ ยังไงก็ดูดีกว่าไอ้ต้นหน่อยนึง _  _

“เดาดิวะ”

“ชื่อเมียมึง ท้อง ทุ่ง ทุย ทุ้งทิ้งๆ ?” ผมยิ้มขำๆ ให้กับคำตอบของตัวเอง ทุ้งทิ้งๆ อะไรของผมวะ คือไม่รู้อ่ะ อะไรที่พอจะขึ้นต้นด้วย T ผมก็พูดออกมาหมด

“เป็นอะไรที่สำคัญ”

อะไรที่สำคัญอย่างนั้นเหรอ อะไรที่ขึ้นต้นด้วยทีแล้วมีความหมายสำหรับไอ้หยางวะ ชื่อคน ชื่อสถานที่หรือจะเป็นอะไรที่มีความหมายเฉพาะ T...

“Than...” ผมหลุดปากพูดสิ่งที่คิดออกมาเบาๆ ถึงจะเบาแต่ก็สามารถทำให้ทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบได้ คนฟังคลี่ยิ้มออกมานิดๆ ที่ผมพูดแบบนั้น ยิ้มทำไม หรือว่าสิ่งที่ผมคิดจะถูก...

“...”

“Thang ตังใช่ไหมวะ?” ผมถามอย่างจริงจัง แน่ๆ ตังต้องสำคัญกับชีวิตมันแน่ๆ!

“ถุ้ย ไม่ใช่โว้ย”

“งั้นอะไรละวะ กูเหนื่อยจริงๆ นะเนี่ย บอกมาเห้ออออ” ผมพยายามปัดมือใหญ่ให้พ้นจากหัวเพราะยิ่งมันเล่นก็ยิ่งร้อน ผมชอบเล่นหัวคนอื่นแต่ไม่ชอบให้ใครเล่นหัวตัวเอง แปลกแต่จริงครับ ขนาดพ่อจะเล่นผมยังไม่ยอมให้เล่นเลย อ้าว... ไอ้เชี่ยนี่ไม่ยอมปล่อยซะงั้น

“อื้อ หยาง... ปล่อย” ผมส่งเสียงรำคาญเล็กน้อยเมื่อคนตรงหน้าไม่ยอมปล่อย นอกจากไม่ยอมแล้วยังเล่นต่อไปเหมือนจะพูดว่า 'ไม่รู้ไม่ชี้' อีก เลว!

“ก่อนหน้านี้มึงพูดถูกแล้ว”

“อะไรอ่ะ” คราวนี้ผมปล่อยละ... จะทำอะไรก็เรื่องของมึง อย่าให้ผมกูพันกันจนแก้ไม่ออกเป็นพอ

“มึงไง”

...หือ

“ตัวอักษรที่เหลือคือมึง”

“...” ผมสบตากับดวงตาคมตรงหน้า ประโยคเมื่อกี้ทำให้ผมหมดคำพูด ไม่รู้ว่าควรจะเอ่ยหรือควรจะทำอะไรดี ผมเป็นอะไรที่สำคัญงั้นเหรอ ดูแปลกๆ ไหม...

“มึง ไอ้เทรนด์ ไอ้ต้น”

ก่อนที่ผมจะคิดไปไกลไอ้หยางก็พูดขึ้นพร้อมกับรอยยิ้มกวนๆ ห้าพยางค์… แค่ห้าพยางค์ก็สามารถทำให้ผมกลับมาหายใจได้อย่างเต็มปอด เชี่ย ตกใจหมด

“อ๋อไอ้สัส ตกใจหมด”

“ทำไม นี่อุตส่าห์เลือกตัวอักษรที่เดาง่ายแล้วนะ นี่ไม่รู้จริงดิ?” รอยยิ้มกวนๆ กับหัวคิ้วที่เลิกขึ้นเหมือนจะด่าว่า ‘ไอ้โง่’ ทำให้มือผมกระตุกเล็กน้อย

...จวย

“เออไม่รู้โว้ย แล้วมึง กู ไอ้ต้น ไอ้เทรนด์ทำไม?”

“เอ้า ก็หมายถึงกลุ่มเพื่อนสนิทของกูไง นี่มึงโง่จริงๆ ใช่ไหมเนี่ยไอ้อุ๋งๆ”

“เออว่ะ ทำไมกูโง่แบบนี้วะ”

“โด่ เท่านี้ใช่ไหมที่มึงจะถาม ถ้ามีแค่นี้ก็นอนกันเหอะถ้าไม่อยากตื่นสายแล้วก็ไม่ทันสอบ … ตีห้าสิบห้า เจริญล่ะกู -   -”

เออนอนกันเถอะ เหอะๆ



“ธัน..”

“หือ...” ผมใช้มือปัดป้องอะไรบางอย่างที่เขยิบเข้ามาใกล้ใบหู เสียงอะไรวะ ไม่ค่อยได้ยินเลย ถึงจะได้ยิน… ผมก็ไม่มีแรงลุกขึ้นมาตอบอยู่ดี

“ไอ้ธัน...”

“อื้อ อะไร...”

“...ตื่นได้แล้ว”

“หือ?... อะไร ...นะ” ผมถามย้ำเพื่อความแน่ใจก่อนจะดึงอะไรบางอย่างเข้ามากอด นิ่มชะมัด หอมด้วย กลิ่นนี้คืออะไรวะ คุ้นๆ นะ เหมือนกลิ่น...

โครม!

“อะ โอ้ยไอ้เหี้ย ใครทำวะ”

“ตื่นได้แล้ว นี่เจ็ดโมงสี่สิบเก้าแล้วโว้ย!!”

“ห้ะ!” ผมสปริงตัวลุกขึ้นยืนด้วยความเร็ว จากที่คิดว่าจะด่าคนที่ถีบตัวเองจนตกเตียงสักหน่อยก็เป็นอันเลิกไป เมื่อกี้มันว่าไงนะ...

“ไปอาบน้ำแต่งตัวเร็วๆ เลยมึง มึงอาบห้องนี้แหละเดี๋ยวกูไปอาบห้องพ่อเอง” ผมพยักหน้ารับคำหงึกๆ ก่อนจะรีบวิ่งเข้าไปอาบน้ำด้วยความเร็วแสง เอ้าเหี้ย… ลืมไปว่าไม่มีแปรงสีฟันกับเสื้อผ้า นอกจากนี้กระเป๋านักเรียนก็ยังไม่ได้จัดตารางสอนอีก!

เวรแล้วกู

แอ๊ด

“ไอ้หยางกู...”

ในขณะที่ผมเปิดประตูออกไป กำลังจะถามเจ้าบ้านถึงเรื่องที่เพิ่งคิดได้ก็เป็นอันต้องชะงักเพราะทั้งห้องไม่มีใครอยู่เลย เวรคูณสองแล้วกู สอบคาบแรกด้วยสิ…

อะ

‘ขอบคุณกูซะที่ตื่นมาแต่เช้าเพื่อไปเอาเสื้อผ้าให้มึง’

ผมจ้องมองข้อความบนเศษกระดาษ มันวางอยู่บนชุดนักเรียนตัวใหญ่ ที่อกปักชื่อว่า ‘คีรินทร์’ ใช่ครับนี่ชุดผม เต็มยศมาก มีทั้งเสื้อ กางเกง เข็มขัด เข็มโรงเรียน ถุงเท้า รองเท้าก็มี ถึงว่าล่ะทำไมตอนเช้ารู้สึกว่าได้ยินเสียงเปิดประตู แหม่ มีเพื่อนแบบนี้ผมก็ไม่ขออะไรแล้วล่ะ

เอ๊ะ แล้วกระเป๋า

“ไอ้หยา-”

เป็นอีกครั้งที่ผมต้องชะงักเพราะเหลือบไปเห็นอะไรบางอย่าง ต่างกับครั้งแรกนิดหน่อยตรงที่ครั้งนี้เป็นกระเป๋าสีกรมท่าสุดคุ้นตา

‘หาปาเก๋าอยู่อ่ะดิ? มึงคิดว่ากูโง่ขนาดที่ไปเอาเสื้อผ้ามาให้แต่ไม่เอากระเป๋ามารึไง ปล.ไม่อยากจะอวดว่าจัดตารางสอนมาให้ด้วย’

“ปาเก๋าพ่อง ฮะๆ”

อ้าวเชี่ย แล้วแปรง…

‘ยังทำหน้าตกใจอีก แปรงฟันสีเหลืองอยู่ในแก้วหน้ากระจกไอ้ควายยยยย’

วุ้ว ชาติที่แล้วกูทำบุญด้วยอะไรวะ มึงเป็นเพื่อนที่ดีฉิบหายเลยว่ะไอ้หยาง

...จัดตารางสอนให้สักหน่อยก็แล้วกัน



“นี่ ถ้ามึงตื่นตั้งแต่เช้าแล้วทำไมตื่นมากูยังเห็นมึงอยู่ข้างๆ วะ” ผมถามอย่างสงสัยเมื่อขี่รถมาถึงสี่แยกที่ห่างจากโรงเรียนผมพอสมควร

“ก็กูง่วงเลยนอนต่อ แต่สงสัยเพลินไปหน่อยก็เลยสายแบบนี้ เหอะๆ”

♫♪

“อ๊าก เสียงเพลงขึ้นแล้ว!” ผมใจเต้นแรง บีบหัวไหล่คนข้างหน้าแน่น ก่อนจะเข้าแถวโรงเรียนผมจะเปิดเพลงสามเพลงเพื่อกระตุ้นให้นักเรียนรีบเดิน ถ้าจบเพลงสุดท้ายแล้วใครยังไม่ถึงแถวจะโดนกักตัวไปทำโทษทุกคนโดยไม่มีข้อแม้

เพลงแรกคือเพลงประจำจังหวัด เพลงที่สองคือเพลงมาร์ชโรงเรียนและเพลงสุดท้ายคือเพลงประจำสถาบัน ปกติผมจะยืนอยู่ในแถวก่อนที่เพลงแรกจะขึ้นเสมอ แต่นี่… จะจบเพลงที่สองแล้ว! ม่าย วันนี้ครูรัศมีคุมด้วย ได้วิ่งรอบสนามแน่เลยไอ้ธันเอ๊ย โดนวิ่งไม่เท่าไหร่แต่โดนหักคะแนนความประพฤตินี่สิ ปกติครูคนอื่นหักแค่สิบนะครับ ครูคนนี้หักสามสิบห้า

แล้วมันต่างกันยังไงงั้นเหรอ?

ก็ถ้าความประพฤติติดลบเกินสามสิบคะแนนเมื่อไหร่ปิดเทอมก็จะต้องไปบวชไง!

เฮ้ยแต่ยังทันอยู่น่า ถ้าไอ้หยางไปส่งหน้าประตูโรงเรียนแล้วผมก็วิ่งด้วยความเร็วสูงต้องทันแน่!

♪ ♫

ในขณะที่ผมกำลังเครียด หูก็แว่วเสียงเพลงประจำสถาบันของโรงเรียนชายที่อยู่ห่างออกไป กฏโรงเรียนแถวนี้เหมือนกันหมดครับ ถ้าจบเพลงที่สามแล้วยังไม่มาก็ต้องโดนทำโทษ แต่รู้สึกจะต่างกันนิดหน่อยตรงที่โรงเรียนไอ้หยาง... เพลงประจำสถาบันคือเพลงแรก

“หยางจอด” ผมตบไหล่คนขับเบาๆ แล้วชี้นิ้วไปที่ข้างทาง ตอนนี้เรายังไม่ขยับไปจากที่เดิม คือสี่แยกที่ห่างจากโรงเรียนผม

“จอดทำไม?”

“จอดส่งกูตรงนี้แล้วมึงก็รีบขี่รถไปทางลัดซะ ถ้าไปตอนนี้มึงเข้าแถวทันอยู่แล้ว” ทางลัดที่ว่าอยู่คนละทางกับทางไปโรงเรียนผมครับ มันต้องเลี้ยวซ้ายไปแล้วผ่านตรอกซอกซอยอีกนิดหน่อยก็จะถึงประตูหลังของโรงเรียนไอ้หยาง

“เอ้า แล้วมึงอ่ะ”

“เออน่า จอดเถอะ” ถ้าไปส่งผมที่หน้าโรงเรียนตอนนี้ไอ้หยางจะไปเข้าแถวไม่ทันชัวร์ๆ เพราะช่วงใกล้เข้าแถวหน้าโรงเรียนผมรถจะติดแบบเวอร์ๆ

“เฮ้ยไม่เอา ถ้ากูรีบบิดตอนนี้มึงก็น่าจะไปทันเข้าแถวแต่ถ้าจอดส่งมึงตรงนี้มึงจะไม่มีทางไปทันเลยไม่ใช่รึไง” อีกฝ่ายเอี้ยวหน้ามาถามผมด้วยสีหน้าติดจะเครียดนิดหน่อย

“ก็ใช่ แต่ถ้าไปส่งกู มึงก็จะสายไง”

“มึงต้องไม่สาย”

“...”

“และกูก็จะไม่สายเหมือนกัน”

“แต่-”

“เกาะแน่นๆ เครื่องพี่มันแรง...” ว่าจบมือใหญ่ก็กระชับหมวกกันน็อคของตัวเองให้เข้าที่ บิดคอซ้ายขวาเล็กน้อยให้เกิดเสียงเหมือนต้องการจะผ่อนคลาย ผมกำลังจะถามว่า 'ทำไมต้องทำเท่วะ' จะถามแล้วถ้า...

ฟึบ

บรื๋นนนน!

ถ้าไม่เกิดเหตุการณ์แบบนี้!! O_O!

ผมตกใจรีบเกาะหัวไหล่คนขับแน่นทันทีที่รถเร่งความเร็วขึ้นจนตั้งตัวไม่ทัน เร็วจนผมเห็นสิ่งรอบข้างเป็นเส้นความเร็ว เร็วขนาดไหนถามใจเธอดูววว ไอ้เหี๊ยยย มึงขี่เร็วอย่างกับพ่อซื้อถนนให้เป็นสถานที่ส่วนตัว! มึงมีใบขับขี่รึยังเนี่ยย!!

“เฮ้ย!” ผมอุทานด้วยความตกใจมากกว่าเดิมเมื่อไอ้หยางใช้ความเร็วที่มีฝ่าฝูงรถยนต์คันใหญ่คันเล็กไปอย่างมืออาชีพ ไม่มีเสียงบีบแตรไล่และไม่มีเสียงตะโกนด่าจากรถพวกนั้นเพราะพวกเขาคงกำลังอึ้งกับความกล้าบ้าบิ่นของคนคนนี้อยู่ ผมยังอึ้งเลย…

จิบิหมาคาวาอี้ กูอยากจะรู้นักว่าถ้ารถล้มกลางถนนตอนนี้ เราจะอายกันขนาดไหน

“เฮ้ยๆๆ ไปไหนหยาง!” ตั้งแต่ตอนไหนไม่รู้ที่ร่างสูงขี่เข้ามาถึงหน้าโรงเรียน… และขี่เข้าไปในนั้นลึกเรื่อยๆ จนตอนนี้เลยป้อมยามมาแล้ว เฮ้ย!!!

“ไปส่งตรงสนาม มึงวิ่งไปไม่ทันหรอกถ้าจอดหน้าโรงเรียนตอนนี้ ได้ข่าวว่าวันนี้ครูเวรโหด” สนามที่มันพูดถึงคือสนามหน้าเสาธงซึ่งเป็นสถานที่เข้าแถว ตอนนี้ใกล้จบเพลงที่สามแล้วคนก็เลยเต็มสนาม นักเรียนสามารถขี่รถเข้าไปได้ก็จริงแต่… แต่มึงไม่ใช่นักเรียนโรงเรียนกูครับ! แถมไอ้นินจาสีเขียวดำสลักคำว่า 'Husdin' ก็มีคันเดียวในจังหวัด ใครมองก็รู้ทั้งนั้นแหละว่าคือมึง

ไอ้เชี่ย!!!

“เฮ๊ยยย จอดตรง-” ผมกำลังจะพูดว่า ‘จอดตรงนี้แหละ ไม่ต้องเข้าไปถึงสนามหรอก’ แต่คงไม่ทันแล้วเพราะทันทีที่เงยหน้าขึ้นมามองตรงหน้า

เอี๊ยด

ไอ้หยางก็จอดตรงท้ายแถวห้องผมพอดีเป๊ะ… จบกันฉี่วิตคีรินทร์

“ไอ้หยาง มึงมันเหี้ย...”

“ลงเร็วๆๆๆ เดี๋ยวกูไปไม่ทันโรงเรียนขึ๊นน” ด้วยความที่เกรงใจเพื่อนผมจึงรีบลงมาจากรถแล้วรีบถอดหมวกกันน็อคให้ทันที

“เออ เจอกันเว้ย”

บรื๋นนนน

ทิ้งท้ายไว้เท่านั้นก็กลับรถออกนอกโรงเรียนไปเลย แน่นอนว่าครูมองเป็นตาเดียว อย่าว่าแต่ครูเลย นักเรียน ภารโรง ไม่สิต้องบอกว่าเขามองกันทุกคน ผมยืนมองบิ๊กไบค์คันสวยแล่นออกไป ไม่นานนักมันก็หายไปจากสายตาพร้อมกับเพลงสถาบันที่จบลง…

ทันจริงๆ ด้วยว่ะ

“กรี๊ดดด เมื่อกี้พี่หยางใช่ไหมแก หล่อมากเลยอ่ะ”

“ใช่ๆ ฉันจำรถพี่เขาได้”

“มากับใครน่ะแก”

“ไม่รู้ว่ะ คนอ้วนๆ นั่นน่ะ”

“เป็นเพื่อนกันเหรอ”

นั่นคือสัญญาณที่บอกว่าชีวิตผมจะไม่สงบสุขอีกต่อไปรึเปล่า?

“ไอ้ธัน เข้าแถวเร็ว” เสียงเรียกมาพร้อมกับแรงดึงให้ผมเดินตามไป เธอคนนี้จะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากเพื่อนสนิทอีกคนของผม

“แพน”

“เออดิ รู้ไหมเมื่อเช้ากูตกใจขนาดไหนที่ตื่นขึ้นมาไม่เจอมึง แล้วนี่มาโรงเรียนกับหยางได้ไงวะ” แพนมีสีหน้าสงสัยปนตกใจนิดหน่อย เป็นผมก็ตกใจ เชื่อสิว่าตั้งแต่ก่อตั้งโรงเรียนมาหนึ่งร้อยกว่าปีไม่เคยมีใครที่ขี่รถเข้ามาส่งเพื่อนถึงสนามหน้าเสาธงแบบนี้ ไม่มีใครบอกหรอกครับ ...ดูจากหน้าผอ.ก็รู้ _  _

“คือ-”

(นักเรียนทั้งหมดนิ่ง ...เคารพธงชาติ ธงขึ้น ตรง)

“เอาไว้ค่อยเล่าละกันนะ”

“เออๆ” พวกเราเงียบก่อนจะทำกิจกรรมหน้าเสาธงเหมือนกับทุกๆ วัน ก็ไม่เชิงหรอก… วันนี้กดดันกว่าปกติเพราะผมรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นเป้าสายตาของใครหลายๆ คน ให้ตายสิ เคยบอกแล้วใช่ไหมว่าผมไม่ชอบให้ใครจ้อง ...ทั้งหมดนี้เป็นเพราะมันเลย คนที่คุณรู้ว่าใคร

ตือดึง

Yang : กูเข้าแถวทันด้วย คนอะไรเก่งชิบหาย5555

ไอ้นี่ไง

Thanwa : เวรหยาง มึงทำให้กูกลายเป็นเป้าสายตาของคนทั้งโรงเรียน -   -

Yang : เอาน่ากูเข้าใจความรู้สึก ไอ้ต้นก็เคยทำแบบนี้ตอนกูกับมันไปโรงเรียนเกือบสาย5555

อ้อ งั้นกูรู้สึกดีขึ้นมานิดนึงที่รถมึงเป็นนินจาไม่ใช่เวสป้าสีแดงสะท้อนแสงวิ๊บวั๊บๆ ของเชี่ยต้น...

(นักเรียนฟังหน่อยครับ) รองผู้อำนวยการเอ่ยขณะเอามือป้องตาเพื่อหลบแสงแดด คิดว่านักเรียนโรงเรียนหญิงเกือบล้วนทำยังไงครับ เงียบ? ไม่มีวัน สาวๆ สมัยนี้ฮาร์ดคอร์

“ป้ายนั่นอ่านว่าอะไรวะดา” มิวชี้ไปที่ป้ายบนเวที อ้าว เพิ่งสังเกตว่ามีคนจำนวนหนึ่งอยู่บนนั้น สงสัยจะมาประชาสัมพันธ์อะไรสักอย่างละมั้ง

“แหมดีจัง ให้คนสายตาสั้นมองป้ายไกลๆ -   -”

“อ้าวลืม”

“อ่านว่าโครงการสวยใสไร้พุง” ผมเท้าคางบอกเพื่อนทั้งสองคน เซ็งจริงๆ เซ็งสายตาคนรอบข้างเนี่ย พวกที่พูดธรรมดาผมไม่ว่าหรอก แต่ไอ้พวกที่บอกว่า...

“หยางไม่น่าคบกับคนอ้วนได้เนอะ ดูไม่เข้ากันเลยอ่ะ”

ใช่ครับ แบบนี้แหละที่ผมหมายถึง รู้สึกแย่ว่ะ

Thanwa : มึงทำให้กูโดนคนอื่นด่านะไอ้หล่อ

พิมพ์ไปให้อีกฝ่ายตกใจเล่นเฉยๆ ผมไม่ได้อยากด่ามันหรอกครับ เพราะไม่ใช่ความผิดของพ่อคุณเขาทั้งหมด ถ้าจะผิดก็ผิดที่ผมนี่แหละที่อ้วน เฮ้อ

จึกๆ

“ตกลงว่าไง ทำไมมึงถึงมากับหยางแล้วทำไมเมื่อคืนถึงหายไปดื้อๆ” ในขณะที่ผมกำลังจะพิมพ์ข้อความส่งไปว่า ‘กูล้อเล่น555’ ก็โดนขัดจังหวะด้วยน้ำเสียงนิ่มๆ ของไอ้แพนซะก่อน

“อะไร เมื่อคืนทำไม?” ไอ้ดาหูผึ่งทันทีที่ได้ยินพ่อยอดดวงใจของตัวเอง

“ก็เมื่อคืนไอ้ห่าธันมันไปนอนบ้านกู แต่นอนอีท่าไหนไม่รู้ ตีสามกูถึงตื่นมาเยี่ยวแล้วไม่เจอมันที่เตียง กูก็ห่วงแทบตายว่าเพื่อนจะเป็นอะไร ...ตอนเช้ากลับมีหนุ่มหล่อขี่บิ๊กไบค์มาส่งถึงแถวซะงั้น”

“อะไรเนี่ยไอ้ธัน มึงเอานมใหญ่ๆ นี่ล่อผัวกูไปปล้ำใช่ไหม” ไอ้(เหี้ย)ดา ใช้มือเขี่ยนมทั้งสองข้างของผมจนสั่น กูเกลียด… -   -

“พ่อง”

“แล้วเรื่องมันเป็นยังไง ...วันนี้มึงโดนพูดถึงทั้งวันแน่ไอ้ธันเอ๊ย” กูก็ว่างั้นเหมือนกันมิว

“ก็เมื่อคืนอยู่ดีๆ ไอ้หยางก็บอกว่าหิว หลังจากนั้นแม่งก็ขี่รถมารับกูที่บ้านไอ้แพน พอแดกข้าวเสร็จกลับมาประตูก็ล็อคกูเลยไปนอนบ้านมัน ตอนเช้าก็มาโรงเรียนด้วยกัน จบปิ๊ง” ผมเล่าแบบเร่งรัดตัดตอนที่คุยเรื่องไอ้แพนออกไปเพราะ… ขี้เกียจเล่า

“เหรอ”

“แล้วมึงอ่ะ เรื่องพี่ไกด์เป็นไงบ้าง?” พอผมถามถึงเรื่องนี้คู่สนทนาก็มีท่าทีเปลี่ยนไปทันที จากที่ทำหน้าสงสัยก็เปลี่ยนเป็นแดงเล็กน้อย น่อว ผมว่าแล้วแน่ๆ เป็นแฟนกันแล้วแน่ๆ

“ก็... นั่นแหละ”

“กูว่าแล้ว”

“อะไรอีกอ่ะ ทำไมพวกกูไม่รู้เรื่องอะไรเลยวะ” มิวเอี้ยวหน้ามาถามทั้งๆ ที่ยังกินปลาเส้นอยู่ น่าเกลียดมาก… มึงช่วยแดกให้หมดก่อนแล้วค่อยพูดได้ไหมมิว

“ไม่บอกหรอกปล่อยให้งง” ไอ้แพนยิ้มร้ายพร้อมกับไหวไหล่ไม่สนใจ

“เฮ้ยยย”

การดูผู้หญิงทะเลาะกันเป็นอะไรที่ผมเห็นทุกวัน - -

(ค่า พวกเรามาจากโครงการสวยใสไร้พุงนะคะ วันนี้ไม่มีอะไรมากแค่จะมาประชาสัมพันธ์ให้นักเรียนตัวกลมๆ ที่น่ารักหันมารักสุขภาพ เปลี่ยนห่วงยางเป็นห่วงใย เปลี่ยนเซลลูไลท์เป็นกล้ามเนื้อ เปลี่ยนความน่าเบื่อเป็นความสนุก เปลี่ยนตัวอ้วนกลมปุ๊กลุ๊กให้เป็นไม้สนุ๊กเรียวยาวค่าาา) น่อวสโลแกนใช้ได้เลย

“กูชอบว่ะ ฮะๆ”

(เอออ่ะ เรามาว่ากันด้วยเรื่องปัญหาน้ำหนักเกินของคนสมัยนี้ดีกว่า…) แล้วเขาก็ร่ายยาวไป ได้สาระดีนะครับ คนอื่นอาจไม่สนใจแต่ผมนี่ฟังอย่างใจจดใจจ่อเลย มีวิธีสาธิตการออกกำลังกายง่ายๆ ที่ทำได้ที่บ้านด้วย

แบบนี้อีกนานกว่าจะลด ต้องให้เข้าคอร์สกับเทรนเนอร์ต้น… สิบเอ็ดวันรู้เรื่องเลย

(ค่ะ ที่พี่พูดมาทั้งหมดเนี่ย น้องอย่าเข้าใจผิดคิดว่าคนอ้วนมีโอกาสน้อยกว่าคนผอมนะ ถึงเราจะอ้วนเราก็เรียนเก่งได้ ถึงเราจะอ้วนเราก็ใส่ชุดสวยๆ ได้ ถึงเราจะอ้วนเราก็รวยได้ และถึงเราจะอ้วน เราก็มีแฟนหล่อมีแฟนสวยได้ค่ะ)

สิ้นเสียงประกาศทุกคนก็พร้อมใจกันปรบมือและผิวปากชอบใจ โดยเฉพาะคนที่หุ่นเหมือนผมนี่แทบจะลุกขึ้นตีลังกาแล้วฉีกขาถวายบังคมเลย ถ้าไม่ติดว่าอ้วน...

(ดูอย่างน้องคนนั้นสิคะ ขนาดอ้วนยังมีหนุ่มหล่อขี่บิ๊กไบค์ราคาเป็นแสนมาส่งถึงแถวเลย ตัดภาพมาที่พี่… แค่จะขึ้นแท็กซี่เขาก็บอกว่า ‘ส่งรถ’ แล้ว อิจแรงงงง)

ตายๆ ถ้าพี่ไม่พูดเขาก็ลืมกันไปละ แล้วบางคนเขาก็ไม่รู้ไงว่าไอ้อ้วนที่ซ้อนรถพ่อคุณหยางคือใคร พี่พูด+ชี้นิ้วมาที่ผมแบบนี้เขาก็รู้กันทั้งบางสิโว้ยยยย

ฟัคยูชีวิตกู!








__________________________________________________________________________________

เอื้ออออ กลับมาแล้ว//คลานมาจากนน
สำหรับคนที่ยังไม่รู้ว่าไรท์ไปไหนมา ทุกคนสามารถติดตามชีวิตของไรท์ได้ที่เพจ 'ตามติดฉี่วิตแมวน้ำ'
...หยอก
'Mommae หม่อมแม่' ต่างหาก555
คือประเด็นไปแจกลายเซ็นต์มาไง(แล้วบ้านอยู่อุตรดิตถ์ งานอยู่ที่กทม.) หลังจบงานก็เลยแวะไปหาญาติสักหน่อย(ไม่ได้เจอกันนาน) ไม่คิดว่าเขาก็คิดถึงเหมือนกัน... คิดถึงจนไม่ปล่อยกลับแถมยังส่งต่อไปให้ญาติคนอื่นด้วย
ทั้งนน อยุธยา ปทุม...
อีนี่ก็ปฏิเสธไม่ได้+ไม่ได้เอาโน๊ตบุ๊คไป+โทรศัพท์ไม่มีเน็ต=ไม่ได้แต่งนิยาย
เศร้า...

แต่ช่างเถอะเพราะ I'm back!!!!!!





กลับ บ้าน แล้ว โว้ยยย

-Mommae-
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.633K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

30,011 ความคิดเห็น

  1. #29738 MIDNIGHT-GZ (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2563 / 14:39
    เตรียมน้อมฯของเราต้องมาแล้วป่ะ555
    #29,738
    0
  2. #29737 MIDNIGHT-GZ (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2563 / 14:33
    แง้วววว คนอุตรดิตถ์เหมียนกันเบยยย
    #29,737
    0
  3. #29629 Pangrumm01 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2563 / 02:11
    ความรักเพื่อนนี้5555 นึกว่าเลข3คือจุ๊บอะ555
    #29,629
    0
  4. #29506 ohsehunsh (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2563 / 18:16
    งืออออ พี่หยางเรียน รร เดียวกับเราสมัยมัธยมเลยง่า ดีใจที่เจอคน อต ด้วยกัน
    #29,506
    0
  5. #29179 นักโทษหมายเลข0 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 5 เมษายน 2563 / 13:30
    แหมมมม ฉันก็ลืมนึกถึงชื่อเพื่อนเลย หึ้ย
    #29,179
    0
  6. #29001 psunrise (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 2 เมษายน 2563 / 23:47
    ไม่ได้อยากเท่ห์แต่คนมันเป็นไปตามธรรมชาติอะนะ ตอนธันอุ้มหยาฃคือโซผัวมาก ! แต่นเป็นน้องดีกว่าเนอะ
    #29,001
    1
    • #29001-1 psunrise(จากตอนที่ 11)
      2 เมษายน 2563 / 23:47
      หยางสิ พิมพ์ชื่อสามีผิดได้ยังไงเนี่ย
      #29001-1
  7. #28696 Shipnielong (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 14 เมษายน 2562 / 10:57
    Y3T ต้องเป็นหยางรักธันวาแล้วป้ะแกกกก แหมมม อย่ามาเนียนบอกว่าเป็นเทรนด์กับต้นด้วยเลยน่าา
    #28,696
    0
  8. #28636 HunAunSun (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 3 เมษายน 2562 / 19:27
    น้องงงงง สงสาร5555
    #28,636
    0
  9. #28615 POPPYON-E (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 2 เมษายน 2562 / 10:14

    อย่าชี้ตัวดิเธอออ 5555

    #28,615
    0
  10. #28594 noowi (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 31 มีนาคม 2562 / 09:35
    หยาง. น่ารักอ่าา
    #28,594
    0
  11. #28471 Chimmyn (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 22 มีนาคม 2562 / 21:11
    ขอ'ญาตเกลียดอิพี่เสาธงนะคะ หาเรื่องมาให้น้องธันกูแร้วงัย!! อิเวงงงง
    #28,471
    0
  12. #28391 Callmeyou (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2562 / 23:59
    โอ้โหยยยย พี่หยางกูโคตรเอา
    #28,391
    0
  13. #28234 malz (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 25 มกราคม 2562 / 14:41
    โลเคชั่นโรงเรียนหญิง ออนอ กับโรงเรียนชาย ออตอ ใช่มั้ยคะ คุ้นตั้งแต่ชื่อคณะสี 555555
    #28,234
    1
    • #28234-1 wanaoneble(จากตอนที่ 11)
      31 มีนาคม 2562 / 09:01
      คิดเหมือนกันเลย
      #28234-1
  14. #28228 greentealatte ♡ (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 25 มกราคม 2562 / 11:45
    หยางน่ารัก5555
    #28,228
    0
  15. #28028 minixiuminseok (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 23 มกราคม 2562 / 17:05
    อยากได้หยาง
    #28,028
    0
  16. #27879 MaiNatkamon (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 31 ธันวาคม 2561 / 14:52
    หยางคือดีมากกกก ดูแลโครตดีอ่ะะะะ
    #27,879
    0
  17. #27841 rattanalak44 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 19 พฤศจิกายน 2561 / 06:31
    หยาง:-)ธัน
    #27,841
    0
  18. #27724 K_Korieee (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2561 / 12:37
    ทำไม Y3T ของหนู มันถึงสัปดน =^=
    #27,724
    0
  19. #27709 1200901376368 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2561 / 19:19
    ขอเอาสโลแกนไปทำโครงง่นได้มัิ้ยคะ555
    #27,709
    0
  20. #27445 inggy2550 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2561 / 19:22
    Y3T หมายถึงหยางรักธันแน่ๆ ฟฟฟ
    #27,445
    1
    • #27445-1 inggy2550(จากตอนที่ 11)
      15 ตุลาคม 2561 / 19:26
      เอ้าเวรกรรมดันมีเฉลยในตอน โอ้ยยย เพล้งยาวๆไปค่ะ ฮื่ออออ
      #27445-1
  21. #27262 H2O-69 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 28 กรกฎาคม 2561 / 01:15
    แหวกมาก -การซิ่งรถไปส่งที่แถวเนี่ย 555555555555555555555555555
    #27,262
    0
  22. #27234 อิอิ (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 20 กรกฎาคม 2561 / 22:25

    สงสารน้องธัน5555

    #27,234
    0
  23. #27168 jengzkungZ (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 5 กรกฎาคม 2561 / 14:59
    ฉันรู้สึกเหมือนตอน 14 ตอนที่ฉันมีแฟนคนเเรก555555555//นว้องงงง
    #27,168
    0
  24. #26932 loocbomb (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 1 กรกฎาคม 2561 / 17:59

    ชอบคู่นี้อะ เหมือนกลับไป16อรกครั้ง55555

    #26,932
    0
  25. #26062 Chompoo_mg (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2561 / 20:31
    ชอบความ (มันกราวใจ)ไรท์แต่งถูกใจเวอร์555
    #26,062
    0