I'm on a diet! : อย่าท้า เดี๋ยวจะหาว่าไม่เตือน [END]

ตอนที่ 10 : ครั้งที่ 7 Y3T

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 49,409
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,787 ครั้ง
    22 ม.ค. 62




ครั้งที่ 7 Y3T

[ธันวา]


แฮ่ก

“ไอ้ธันพอได้แล้วมั้ง สองทุ่มแล้วโว้ย”

“อ้าวเหรอวะ แฮ่ก” ผมกดปุ่มหยุดลู่วิ่งก่อนจะเงยหน้ามองนาฬิกาที่ผนัง เออจริงด้วยว่ะ ตอนที่อยู่บนลู่ก็เอาแต่มองออกไปนอกหน้าต่าง มองนก มองไม้ นับรถบนถนนไม่ได้สนใจเวลาเลย

“เออดิ แล้วนี่น้ำหนักมึงลดลงมาบ้างรึยัง”

“ไม่เลยว่ะ รู้สึกเหมือนลงยากกว่าก่อนหน้านี้เยอะเลย”

“เรื่องธรรมดา ร่างกายมนุษย์ก็อย่างนี้แหละ ช่วงแรกๆ ที่อยากลดแม่งจะลงให้ง่ายๆ เหมือนหลอกให้ตายใจแต่พอหลังจากนั้นไปแม่งก็ลดยากยิ่งกว่าตดให้ไม่มีกลิ่น” คำเปรียบเทียบมึงน่าเกลียดมาไอ้ต้น

“เหอะๆ แล้วนี่มึงจะกลับเลยป่ะ?” ผมหยิบผ้าขนหนูมาซับเหงื่อขณะเดินลงมาจากลู่วิ่ง อื้อหือ เซ โลกเอียงหรือผมเซเองวะ ฮะๆ

“อือฮึ ที่จริงกูจะออกกำลังกายเสร็จตั้งแต่ทุ่มครึ่งละแต่เห็นมึงตั้งใจก็เลยไม่อยากขัด”

“เฮ้ย คราวหลังทักกูเลยหรือไม่ก็ไม่ต้องรอหรอก” รู้สึกผิดเลยสัส ให้คนอื่นรอตั้งนาน

“ไม่เป็นไร ตอนนั้นกูก็ไม่มีแรงจะกลับบ้านเลยเหมือนกัน ฮ่าๆ”

อ่อ แล้วไป

“วุ้ว เหนื่อยว่ะ” ผมทิ้งตัวลงนอนบนโซฟาที่ไอ้ต้นนั่งอยู่ ไม่ต้องอายหรอกตอนนี้ไม่มีใครแล้วนอกจากเราสองคน หลังจากที่เข้าฟิตเนสมาได้สักระยะผมก็รู้เลทเวลากลับของคนแต่ละกลุ่ม กลุ่มพ่อบ้านแม่บ้านมักจะกลับตอนห้าโมง นักเรียนปกติกลับหกโมง นักเรียนเฮลตี้กลับหนึ่งทุ่ม และพวกนักกีฬาจะกลับสองทุ่ม ซึ่ง… ก็ไม่มีผลต่อความผอมของผมหรอก แค่ว่างจัดก็เลยนั่งสังเกต ฮ่าๆ

“ช่วงนี้มึงได้กินอะไรแบบที่เพิ่มน้ำหนักบ้างป่ะธัน”

“หมายถึงอะไร ขนมนมเนย?”

“อ่าฮะ”

“ไม่นะ ไม่ได้แตะเลย” ปกติตอนที่อ้วนกินแล้วอร่อยมากแต่พอมาเป็นผมในตอนนี้กินแล้วกลับรู้สึกว่าไม่อร่อย บวกกับมีคำว่า ‘ต้องลดให้ได้’ ค้ำคอเอาไว้ ก็เลยรู้สึกเหมือนกระเดือกไม่ลงคอ เหอะๆ

“ดีละ อยากเห็นตอนที่มึงผอมเร็วๆ ว่ะ ไอ้หยางบอกว่าโคตรหล่อ ...เออลืมถาม! เมื่อก่อนไอ้หยางเป็นยังไงวะ”

เป็นยังไงน่ะเหรอ...

ผมเงยหน้ามองเพดานเพื่อคิดคำตอบ อืม มาคิดๆ ดูแล้วก็ไม่ได้ต่างจากตอนนี้มากมั้ง ต่างก็แค่หน้าตาที่หล่อขึ้น สูงขึ้น แดกเผ็ดได้ สรุปแล้วส่วนมากที่เปลี่ยนไปคือสารรูป เอ๊ะ ผมต้องเรียกให้สุภาพว่ากายภาพไหม

“ถ้าไม่นับเรื่องร่างกายที่โตขึ้น กูว่ามันก็เหมือนตอนนี้ทุกอย่าง หล่อ ป็อบ แล้วก็เจ้าชู้” พ่อคุณเขาออกลายมาตั้งแต่เด็กๆ แล้ว ลีลานี่โคตรแพรวพราว จำได้ว่าตอนป.3 มันเคยจีบครูฝึกสอนด้วย แก่แดดจริงๆ ไอ้นี่

“เหรอ กูคิดไว้แล้วเชียว _  _”

“นี่มึง ตอนอยู่โรงเรียนไอ้หยางเคยพาผู้หญิงเข้ามาคุยในห้องเรียนบ้างไหมวะ” ผมเอ่ยถามขณะยกผ้าขึ้นมาปิดหน้า ไม่อยากให้ไอ้ต้นเห็นว่าหน้าผมเสือกขนาดไหน เอ้าก็อยากรู้อ่ะ ดูไอ้หยางมันกล้าพอจะทำ อารมณ์ประมาณไปเปิดตัวกับเพื่อนให้อีกฝ่ายรู้สึกดี เหอะๆ แต่คงไม่ถึงขั้นลากขึ้นห้องนอนแล้วมีเรื่องแบบที่ผู้ใหญ่เขาทำกันหรอกมั้ง ถ้ามีผมจะ… จะ ไม่รู้จะพูดอะไรแล้วก็นั่งทบทวนกับตัวเองว่าโลกมันหมุนเร็วขนาดนี้เลยเหรอพี่บัวลอย

“หืม ก็มีนะ บางคนก็เอาขนมมาให้ บางคนกล้าๆ หน่อยก็ชวนไปที่ห้องเรียนตัวเอง”

“เหรอ” ทำไมเด็กคนอื่นมันกล้ากันจังวะ แล้วย้อนกลัมมามองผมที่ยังคงหัวโบราณอย่างสม่ำเสมอ ความจริงพ่อกับแม่ก็เลี้ยงผมมาแบบธรรมดาไม่ได้เคร่งเรื่องขนบธรรมเนียมประเพณีนะ แต่ผมกลับคิดว่าการรักเดียวใจเดียวกับเรื่องวัยที่สมควรจะมีความรักเนี่ยเป็นเรื่องใหญ่มาก

“ทำไม?”

“เปล่า แล้วมันจีบใครบ้างปะ”

“นอกจากแพนเพื่อนมึงแล้วกูก็ไม่เห็นมันจีบใคร ...มั้งนะ นี่มึงถามไปทำไม อย่าบอกนะว่ามึงชอบไอ้หยาง” หน้ามึงทำบาทากูกระตุกอีกแล้วต้น ต่อไปนี้เปลี่ยนชื่อจากต้นเป็นส้น (ตีน) เถอะ

“พ่อง กูแค่ไม่อยากให้ไอ้หยางจีบแพน แล้วก็ไม่อยากให้มันเจ้าชู้ด้วย”

“เรื่องแรกน่าจะทำได้แต่เรื่องหลังกูว่าโอกาสเป็นไปได้น้อยสุดๆ - -”

“กูก็คิดงั้น ...เมื่อไหร่จะเจอคนที่อยู่ด้วยแล้วมันไม่เบื่อ อยู่ด้วยแล้วก็ทำให้มันยิ้มวะ” ผมทวนสิ่งที่ฝ่ายนั้นเคยบอกเอาไว้ แค่สองข้อเอง ทำไมหายากหาเย็นแบบนี้ ไปหลบอยู่มุมไหนของโลกเนี่ย ออกมาเร็ว โม๊ะๆ

“นี่เพ้ออะไรของมึง สโลแกนกัญชาแท่งเหรอ”

“ค_ย ใช่ที่ไหนล่ะ สเปคคนที่เชี่ยหยางบอกว่าถ้าเจอแล้วจะหยุดเจ้าชู้ต่างหาก” ผมเอ่ยขณะกดเข้าไปดูหน้าเฟสคนที่เป็นหัวข้อบทสนทนา ตั้งแต่เมื่อวานที่ไป the forest อีกฝ่ายก็เข้าไปติดดาวให้ผมเป็นเพื่อนสนิท

ไม่ชินจริงๆ...

ผมว่าสาเหตุของความไม่ชินมันน่าจะมาจากที่เมื่อก่อนเราทั้งคู่ไม่รู้ความเป็นไปของกันและกันเลย แต่อยู่ดีๆ ก็รู้แม้กระทั่งสิ่งที่อีกฝ่ายแชร์ ส่วนหนึ่งอาจจะเพราะผมไม่เคยติดดาวให้ใครแม้กระทั่งพวกไอ้แพนด้วยแหละ (พวกมันไม่ให้ติดครับ มันบอกว่า ‘ความสนิทไม่ได้อยู่ที่การติดดาวให้ใครในเฟส มันอยู่ที่ใจ’ ถุ้ย กูรู้หรอกว่าพวกมึงไม่อยากให้กูเห็นว่าพวกมึงกดติดตามผู้ชาย)

“เหรอ ก็น่าจะต้องตลกเพราะทำให้มันยิ้มได้”

“กูก็ว่างั้น”

“แล้วก็ต้องมีอะไรดีที่ทำให้ไอ้หยางไม่เบื่อ”

“อือ ถ้ากูอยากได้คนแบบนั้นมาให้ไอ้หยาง กูจะไปหาซื้อได้จากที่ไหนบ้างวะมึง” ผมเอาผ้าออกแล้วเปลี่ยนไปนั่งมองหน้าคู่สนทนาอย่างจริงจัง เหมือนเล่นๆ ตรงคำว่าซื้อแต่เชื่อผมสิว่าถ้าคนแบบนี้มาปรากฏตัวให้เห็นเมื่อไหร่ผมจะรีบมัดเธอไว้แล้วโยนให้ไอ้หัสดินทันที

“ที่จริงก็มีอยู่เยอะแต่อยู่ที่ว่าจะถูกใจไอ้หยางไหม แบบกูกับมึงก็ตรงนะ ทั้งตลกทั้งอยู่ด้วยแล้วไม่น่าเบื่อ”

“เออจริงว่ะ งั้น… มึงพลีชีพตัวเองเพื่อเพื่อนกูหน่อยดิ”

“ส้นตีนเถอะไอ้แมวน้ำ กูผู้ชายเว้ย”

“ล้อเล่น ฮะๆ”

“ทำไมมึงไม่เสนอตัวเองบ้างล่ะ มันอาจจะชอบก็ได้” ร่างบางเปลี่ยนเป็นนั่งไขว่ห้างพร้อมยิ้มเจ้าเล่ห์ตามแบบฉบับที่ชอบทำประจำ คิดว่าทำออกมาแล้วดูเหมือนผู้ร้ายเหรอวะถึงได้ชอบทำ มึงคิดผิดละ แม่งออกจะราชินีนิดๆ ด้วยซ้ำในความคิดกู เหอะๆ

“วุ๊ พูดเป็นนิยาย กูกับมันชอบผู้หญิงทั้งคู่ อีกอย่างกูว่าชีวิตนี้กูคงไม่มีแฟน”

“เวร ถ้าจะเกิดมาหล่อแล้วทำแบบนี้มึงเอาหน้าหวานๆ ของกูไป แล้วก็เอาหนังหน้ามึงมา = =” หนุ่มหน้าใสใช้มือดึงแก้มของผมแรงๆ จนมันยืดออกมา อ๊าก! ไอ้เชี่ยต้น ดึงแบบนี้มึงเอามีดมาเฉือนกลับไปเล่นบ้านเลยเถอะ

“โอ้ยๆ ไอ้ห่ากูเจ็บ”

“แล้วทำไมไม่อยากมีแฟน” แอ่ก ปล่อยกูสักที ฮื่อ ปวดแก้ม

“กูว่ามีแล้วก็ไม่ได้ทำให้ชีวิตดีขึ้น”

“อาจจะดีก็ได้ เวลามีแล้วรู้สึกฟุ้งฟิ้งดีอ่ะ ไม่รู้เหมือนกันอธิบายไม่ถูก” แหนะ พูดแบบนี้แสดงว่าเคยมีแฟน… เออะ ถามแปลกๆ เด็กรุ่นนี้คงมีแค่ผมนี่แหละมั้งที่คิดว่าการมีแฟนตอนนี้เป็นเรื่องไม่ควร

“ก็อาจจะดี... ตอนคบกันน่ะนะ แต่ถ้าเลิกกันแล้วก็ต้องเจ็บใช่ไหมล่ะ สู้ไม่มีเลยดีกว่า” ผมไหวไหล่ขณะที่นิ้วกดเข้าไปดูภาพโปรไฟล์ของเพื่อนสนิท มันเปลี่ยนใหม่แล้วครับ เป็นภาพที่นั่งอยู่ในห้องนอน ในมือถือหนังสือเล่มหนาที่เขียนว่า ‘Hello Y3T’ ตัวอักษรนั่นถูกเขียนด้วยลายมือไอ้เจ้าของเฟสแน่นอน ผมจำลายมือกระหลั่วๆ ของมันได้

แปลว่าไรวะ?

“มึงนี่… แปลกคนว่ะ พูดจริงหรือเอาเท่วะ”

“จริง ตั้งแต่เกิดมาไม่มีครั้งไหนที่กูคิดอยากจะมีแฟน”

“กูว่ามึงต้องไปหาหมอแล้วล่ะ สมองมึงต้องได้รับการกระทบกระเทือนอะไรสักอย่างทำให้ต่อมความรักพัง”

“ไม่พังหรอก มันอาจจะยังมีอยู่แต่กูแค่ไม่ได้มีไว้ให้คนอื่นนอกจากครอบครัวและเพื่อน” หรือไม่ ชาติที่แล้วผมคงมีปมไม่ดีเกี่ยวกับเรื่องนี้ ชาตินี้ก็เลยไม่อยากได้

“งั้นก็จับเพื่อนทำแฟนซะสิ”

ผมเงยหน้ามองคู่สนทนาอีกครั้ง ครั้งนี้หน้าเต็มไปด้วยความเหวอ ทำไมไอ้คนตรงหน้าชอบพูดเรื่องที่ผมไม่เคยคิดตลอดเลยวะ

“ไม่เอาอ่ะ”

“ทำไม?”

“ถ้าเรียกว่าเพื่อนก็เท่ากับว่าเราสนิทกันระดับหนึ่งถูกไหม ถ้าต้องคบกันสถานะก็เปลี่ยน พอเลิกแล้วก็ต้องเสียไปทั้งสองสถานะ กูไม่อยากเสียเพื่อน” ไม่รู้หรอกว่า ‘แฟน’ สำคัญขนาดไหนและผมก็ไม่อยากรู้ด้วย รู้แค่ว่าผมจะไม่ยอมเสียคำว่า ‘เพื่อน’ ไปเด็ดขาด ยิ่งเป็น ‘เพื่อนสนิท’ ก็ยิ่งไม่มีวัน

“มึงคิดมากว่ะธัน ทำไมต้องคิดว่าจะเลิกตลอดเลยวะ” ไอ้ต้นขมวดคิ้ว มันยกมือขึ้นมาดีดหน้าผากผมเบาๆ ...เบาพ่อง ดังเป๊าะ ไอ้ห่านอกจากจะชอบบังคับแล้วยังทำร้ายร่างกายกูอีก กูจะช้ำแล้วเนี่ย!

“มึงคิดว่าคนสองคนจะคบกันไปจนตายรึไง”

“สำหรับกูน่ะไม่ แต่ก็ไม่ได้แปลว่าเป็นไปไม่ได้สักหน่อย”

“พอเหอะเลิกคุยเรื่องไร้สาระกัน กูเพิ่งม.5 กูยังไม่อยากคิดเรื่องรักๆ ใคร่ๆ รอมหาลัยแล้วค่อยว่ากันอีกทีละกัน”

“เหอะ ไม่ใช่ว่ามึงมีแฟนก่อนใครเพื่อนนะไอ้ธัน”

“ไม่มีวัน” ถ้าเป็นแบบนั้นจริงอีกฝ่ายคงมีดีมากๆ ที่จะทำให้คนไม่สนใจความรักอย่างผมสนใจในตัวเธอได้

“จ้า อย่าให้เห็นละกันธันวาา”

“เหอะ ...เออมึงไอ้ ‘Hello Y3T’ แปลว่าอะไรวะ?” ผมยื่นต้นเหตุของสิ่งที่กำลังสงสัยให้ไอ้คนข้างๆ ดู สงสัยจริงๆ นะเว้ย ไม่ได้ขี้เสือกแต่ถ้าไม่รู้แล้วแม่งค้างคาใจ

“ไหน… อ๋อนั่นน่ะเหรอ ไม่รู้ว่ะ เป็นหน้าร้องไห้แล้วก็ทำปากจู๋เปล่า แบบเนี้ย TT 3 TT”

“เหรอวะ...” ไม่น่าจะใช่มั้ง


“พรุ่งนี้ว่ายน้ำใช่ป่ะ ชุดว่ายน้ำกูหายไปไหนไม่รู้ว่ะ” ไอ้หนุ่มหน้าใสเบะปากพูดอย่างหัวเสีย ชุดว่ายน้ำ?... ไอ้กางเกงว่ายน้ำสั้นจู๋สีแดงของมึงน่ะเหรอ

“หายไปได้ก็ดีแล้วล่ะ เหอะๆ”

“โด่ว แพงนะเว้ย กูซื้อมาตั้งหลายพัน” บางที แค่บางทีนะที่ผมไม่เข้าใจว่าของที่ดูถู๊กถูกทำไมถึงกลายเป็นของแพงไปได้…

หืม

“อ้าวไอ้แพน มึงมาได้ไง”

ผมเอ่ยทักร่างเพรียวของสาวสวยที่นั่งรออยู่ตรงเคาท์เตอร์ ตอนแรกคิดว่าไม่ใช่แล้วแต่ผมจำเท้ามันได้ แม่งจะมีรอยท่ออยู่ที่ข้างข้อเท้า สัญลักษณ์ความสก๊อยสมัยก่อนของมันเลยนะนั่น ว่าแต่มันมาทำอะไรที่นี่วะ

“ขี่รถมา เลิกแล้วใช่ป่ะ... วันนี้มึงไปนอนบ้านกูนะ” คนพูดวิ่งเข้ามากอดแขนผมแน่นจนน่าตกใจ อะไรของมัน แล้วทำไมหูถึงแดงๆ?

“น่อวว ยังไม่ทันผอมก็มีสาวมาขอนอนด้วยซะแล้วเพื่อนกู”

“เดี๋ยวกูต่อยคว่ำเลยไอ้ห่าต้น ....เฮ้ยไอ้แพน! นี่มึงออกจากบ้านมาทั้งๆ ที่ยังใส่กางเกงนอนขาสั้นกับเสื้อกล้ามสีเหลืองเหรอ แถมยังนั่งรอที่เคาท์เตอร์มาตั้งแต่ตอนไหนไม่รู้อีก บ้าป่ะเนี่ย ถ้าโดนฉุดไปข่มขืนเหมือนในข่าวขึ้นมาจะทำยังไง” จากที่จะเอ่ยอะไรบางอย่างก็กลายเป็นด่าเพื่อนสาวทันทีที่ผมเห็นว่ามันใส่ชุดอะไรอยู่ เดี๋ยวๆ เสื้อนอนกางเกงนอนกูพอเข้าใจ แต่นี่มัน slipper รีบมากเหรอวะ แม้แต่รองเท้าใส่ในบ้านยังไม่ถอดเลย = _ =

“กู...”

“เป็นไรป่ะเนี่ย?” พอมามองดีๆ แล้วไม่ได้แดงแค่หูแฮะ แก้มก็แดง

“เปล่า... ตกลงนอนบ้านกูนะ โทรบอกพี่ตุลย์ด้วย”

“กู… เออก็ได้” เอาวะ สภาพไอ้เพื่อนสาวของผมดูไม่ค่อยดีเลย ขอสวมวิญญาณไอ้เด็กแว่นที่ชอบใส่ชุดสูทน้ำเงินห้อยหูกระต่ายแดงเลยว่าที่นางสาวเพลงพิณมาหาผมทั้งๆ ที่อยู่ในสภาพไม่พร้อมขนาดนี้ มันต้องมีเรื่องอะไรเกิดขึ้นแน่ๆ ไม่ใช่เรื่องเล็กๆ ด้วยละมั้ง

“งั้นกูกลับแล้วนะ อย่าให้ถึงกับท้องกับไส้นะเว้ยเดี๋ยวมึงกับไอ้หยางจะทะเลาะกัน รายนั้นขี้หึงด้วยสิ อิอิ”

“ไอ้บ้า เจอกันพรุ่งนี้เว้ย”

“เออๆ เจอกัน บ๊ายบายแพน” หน้าหวานแล้วไม่เจียม มีการส่งจูบให้สาวด้วยไอ้สัส เหอะๆ

“อือ...” สาวผมสั้นที่เคยมั่นใจในตัวเองตอนนี้เปลี่ยนเป็นสาวน้อยขี้อายไปซะแล้ว ใครหรืออะไรมันทำให้เพื่อนผมเปลี่ยนไปได้ขนาดนี้วะ อยากจะยกมือถือมาถ่ายภาพเก็บไว้จริงๆ นานน๊านนะที่มันจะมีสภาพแบบนี้

“มึงเป็นอะไรวะ?”

“โทรบอกพี่ตุลย์ว่าจะนอนบ้านกู...”

“ก็ได้ๆ” วันนี้กูตามใจมึงสุดๆ เมื่อเช้าก็เพิ่งเลี้ยงไอติม พี่ตุลย์ต้องตกใจแน่เลยที่ผมไปนอนบ้านไอ้แพน ดีไม่ดีอาจจะไม่ให้ไปด้วย ก็ไม่ใช่ว่าไม่เคยไปหรอกครับ แต่ที่จะเป็นแบบที่พูดก็เพราะบอกกะทันหันนี่แหละ

ตู๊ด ตู๊ด

(ฮัลโหล จะกลับแล้วใช่ป่ะ เดี๋ยวกู-)

“ธันนอนบ้านไอ้แพนนะ”

(หือ ทำไมเพิ่งบอก นี่พูดจริงหรือมึงจะหนีไปทำอะไร)

นี่ไงที่ผมบอก พี่ตุลย์น่ะโคตรขี้ระแวงว่าน้องตัวเองจะหนีไปทำเรื่องไม่ดี ดูเบ้าหน้าธันด้วยครับ ขนาดแค่ไม่ได้ช่วยซื้อถั่วต้มจากยายข้างทางกูยังรู้สึกผิดจะตายห่าเลย นับภาษาอะไรกับเรื่องชั่วๆ วะ สาบานเลยว่าไม่เคยคิดจะทำ เหอะๆ

“ไม่รู้มัน มันก็เพิ่งบอกธันเหมือนกัน จะคุยกับไอ้แพนไหม?”

(เอาดิ) เอ้า เอาด้วยให้ตายสิ ไอ้สถาปนิกคนนี้มันเคยเชื่อใจน้องชายตัวเองบ้างไหมเนี่ย!

“แพน พี่ตุลย์จะคุยด้วย ...แม่ง _ _” ผมยื่นโทรศัพท์ให้คนข้างๆ ด้วยอารมณ์น้อยใจนิดๆ

“สวัสดีค่ะ… ค่ะ … พอดีที่บ้านแพนไม่มีคนอยู่ก็เลยกลัวน่ะค่ะ..อ๋อค่ะ ฮะๆ ขอบคุณค่ะ อ่ะ” เฮ้ย ทำไมแม่งสั้นจัง แถมดูเหมือนไอ้พี่ตุลย์จะยอมด้วย

(มึงไปได้ แค่นี้แหละ)

ติ๊ด

โลกแม่งไม่ยุติธรรม =   =


________________________________________________________________________________



เมื่อเคลียร์เรื่องพี่ชายได้แล้วเราทั้งคู่ก็เดินทางมาที่บ้านไอ้แพน แน่นอนว่าไอ้เจ้าของบ้านเป็นคนขี่รถและผมซ้อนเช่นเคย ตลอดทางคนขับไม่พูดกับผมแม้แต่คำเดียว มีแต่ส่งเสียงงุ้งงิ้งๆ แล้วก็กรี๊ดเบาๆ อะไรของมึงเนี่ยไอ้บ้า!

เอ๊ะ… รองเท้าหน้าบ้านก็ยังอยู่นี่หว่า ไหนบอกว่าไม่มีคนอยู่บ้านไงวะ

“ไหนมึงบอก-”

“เดี๋ยวกูเล่าให้ฟัง ตามกูมาก่อน”

ผมพยักหน้าพร้อมกับเดินตามอีกฝ่ายไปเงียบๆ อีกฝ่ายไม่ได้ทำหน้าดุ ตรงกันข้ามเลย… หน้าแม่งมีความสุขสัสๆ แดงมากๆ ด้วย มึงเขิน เฮ้ย ไม่ใช่ว่าไอ้หยางทำอะไรให้มันใจสั่นนะโว้ย

แอ๊ด

“เล่ามาเร็ว เกิดอะไรขึ้น” พอมาถึงห้องสิ่งแรกที่ผมทำคือปิดประตู ลงกลอนแล้วลากเพื่อนสนิทมานั่งบนเตียง โอ่วไม่… หน้าแม่งแดงกว่าที่ผมเห็นในความมืดอีก

“อย่าเพิ่งรีบดิ ขอกูเขินแป๊ป” คู่สนทนาทิ้งตัวนอนบนที่นอน มือขาวหยิบหมอนมาปิดหน้าแล้วกลิ้งไปมาอย่างเขินอาย เดี๋ยวไอ้สัสสภาพแบบนี้ชัดเลย มึงจะหวั่นไหวกับเชี่ยหยางไม่ได้นะเว้ย!

“มีอะไร รีบพูดมาเร็วไอ้ห่า”

“กู...”

“มึง?”

“กู… กูโดนขอคบ”

ฉิบหายละ…

หยดเหงื่อเม็ดเล็กๆ ไหลลงมาที่ข้างแก้มผมจากความเครียด ภาพเพื่อนสาวที่นอนบิดตัวเขินอายบนเตียงทำให้ผมอยากจะสบถออกมาเป็นภาษาเขมร

“แล้วมึงจะตอบตกลง?”

“ดูสภาพกูด้วย ขนาดนี้แล้วคงจะปฏิเสธหรอก” กูรู้แล้ว กูแค่ถามลองเชิงเฉยๆ...

“...”

“มึงดูเขาดีแล้วเหรอ เขาอาจจะไม่ใช่อย่างที่เห็นก็ได้” ขอโทษทีหยาง ณ เวลานี้กูไม่อยากให้มึงมาเป็นแฟนไอ้แพนจริงๆ แต่ถ้าไอ้แพนชอบมึงไปแล้ว… ก็คงต้องแล้วแต่เวรแต่กรรม

“พูดแบบนี้แสดงว่ามึงไม่อยากให้กูคบกับเขา?”

“ก็ถ้าพูดตามความรู้สึกก็ใช่ แต่… แล้วแต่มึงอ่ะ มันเป็นชีวิตของมึง” ผมพยายามพูดให้กลางที่สุด ประมาณว่าไม่ชอบแต่ถ้ามึงจะเอาก็แล้วแต่

“ทำไม มึงไม่ชอบเขาเหรอ?” สาวสวยลุกขึ้นมานั่งมองหน้ากันดีๆ ไอ้ห่าเป็นสาวเป็นแซ่นั่งชันเข่าเหมือนลำยองได้ไง

“ก็ชอบแต่… ก็ไม่ได้อยากให้มึงคบกับเขา”

“ทำไมอ่ะ เขาดีนะเว้ย ทั้งเทคแคร์กู ทั้งช่วยสอนโน้นนี่อีกอย่างพ่อกับแม่กูก็ปลื้มเขาด้วย”

“เอาตรงๆเลยนะ… เชี่ยหยางเจ้าชู้จะตาย มึงก็รู้ว่ามันคุยกับคนอื่นไปด้วยแล้วก็คุยกับมึงไปด้วย ยังจะชอบมันลงอีกเหรอวะ ที่พูดนี่ไม่ได้หวงเพื่อนนะแค่ห่วงว่ามึงจะต้องเสียใจกับคนแบบนั้น ไม่ได้ดูถูกไอ้หยางด้วยเพราะยังไงมันก็เป็นเพื่อนสนิทกู มันเป็นเพื่อนที่ดีจริง แต่กูแค่-”

“Wait...”

ก่อนที่ผมจะพูดจบคู่สนทนาก็หยุดผมด้วยการปิดปากแน่น ไม่อ่ะ อย่าเรียกว่าปิดปากเลย เรียกว่าตบปากดีกว่า ความแรงเมื่อกี้นี้ทำเอาเหงือกกูสั่นเลยครับ

“อะไอ?” แปล : อะไร

“พูดอะไรของมึง =  =”

“อ้าว ก็กำลังคุยเรื่องมึงกับไอ้หยางไง” ผมเริ่มพูดต่อเมื่อมือขาวปล่อยให้ปากผมเป็นอิสระ ทำไมต้องทำหน้างงๆ แบบนั้นวะ?

“กูกับมันทำไม?”

“ก็กำลังจะคบกันไง” ไม่ใช่เหรอ...

“ห้ะ เอาที่ไหนมาพูด =  =”

“ก็มึงบอกเองว่ามันขอคบ”

“อ๋อ ไม่ใช่มันสักหน่อย กูหมายถึงพี่ไกด์”

เหมือนทุกอย่างหยุดนิ่งลงตอนได้ยินคำตอบ ไกด์รัฐศาสตร์กิ๊กมึงน่ะเหรอ… อ้าวตายห่า นี่ผมโวยวายเพื่ออะไรวะเนี่ย เขินจัง

“ตกลงคนที่มึงเขินคือพี่ไกด์?”

“อ่าฮะ”

“คนที่ขอมึงคบก็พี่ไกด์?”

“เยส”

“...” ผมซุกหน้าลงกับเข่าตัวเองด้วยความขำ+เขิน อะไรของกูเนี่ย ขำตัวเองจริงๆ พอมาคิดดดูดีๆ ไอ้แพนก็ไม่เคยเอ่ยชื่อไอ้หยางออกมาสักครั้ง แล้วที่มันพูดก็ไม่ได้เข้าข่ายเพื่อนสนิทผมเลยสักนิด มึงไม่ใช่แมวน้ำแล้วธัน มึงคือกระต่ายตื่นตูม ฮะๆ

“มึงรู้ไหมพี่เขาน่ารักมากเลย กูเขิน” ไอ้แพนใช้ฝ่ามือทาบแก้ม บิดตัวไปมาอย่างเขินอาย บางทีมึงก็บิดไป นั่นหน้ามึงจะไปอยู่ด้านหลังละ...

“ที่มึงเรียกกูมาอยู่เป็นเพื่อนนี่เพราะอะไร?”

“เพราะกู… กู กูไม่รู้ กูเขินก็เลยทำอะไรไม่ถูก รู้ตัวอีกทีก็บึ้นๆ ไปหามึงที่ฟิตเนสแล้ว” มึงบ้ามาก ถ้ากูไม่อยู่ที่ฟิตเนสขึ้นมาจะทำยังไง ไม่ใช่ทุกวันนะที่กูจะอยู่ดึกแบบนี้ -   -

“มึงจะคบกับเขาใช่ไหม?” ผมทิ้งตัวลงนอนบนตุ๊กตาแมวจี้ ผมซื้อให้มันเองแหละครับ ไม่ได้อยากซื้อให้หรอกแม่งบังคับผม เหอะๆ

“อือ...”

“รู้ใช่ไหมว่ากว่ามึงจะเข้ามหาลัยก็ต้องรออีกหนึ่งปี”

“อือ”

“รู้ใช่ไหมว่ามึงจะไม่สามารถดูพี่เขาได้ตลอดเวลา”

“อือ”

“รู้ใช่ไหมว่ามหาลัยเรียนหนัก ไม่ค่อยมีเวลาหรอก” นานๆ ทีพี่ไกด์จะมาหามัน ขนาดโรงเรียนผมกับมอพี่เขาอยู่ใกล้กันแค่นี้นะ ไอ้แพนก็เป็นโรคงุ้งงิ้งเหมือนสาวๆ ทั่วไป ถ้ามีแฟนแล้วก็อยากคุย อยากให้มาหาบ่อยๆ ลงแดงตายห่าแน่มึง เลือกใครไม่เลือก ดันเลือกคนที่รักเรียนยิ่งชีพ _  _

“อือ”

“รู้อย่างนั้นก็อยากคบอยู่ใช่ไหม”

“อือ”

“แล้วแต่อ่ะ มึงชอบใครกูก็โอเคหมด ขออย่าให้เจ้าชู้เป็นพอ อย่างพี่ไกด์ก็โอเคแหละ ไม่ได้สวมหน้ากากคนดีแต่เป็นคนดีจริงๆ” ผมลูบผมสั้นๆ ของคู่สนทนาเพราะไม่อยากให้มันเครียด ดูท่าคำถามของผมจะทำให้มันเครียดขึ้นมานิดนึงนะ ผมก็ถามไปอย่างนั้นแหละ แค่ให้เพื่อนแน่ใจและคิดดีๆ ก่อนจะตัดสินใจเรื่องความรักเพราะเรายังเด็ก

ว่าแต่… ทำไมวันนี้มีแต่เรื่องความรักวะ


พอจบเรื่องความรักของไอ้แพนเราก็ปิดไฟนอนกัน ไม่ได้นอนหลับนะครับ นอนโง่ๆ มองพดานห้องสีขาวนี่เฉยๆ ทำไมไม่หลับไม่นอนกันวะ ทั้งผมทั้งมันเลย =  =

“พรุ่งนี้กูจะตอบตกลงพี่เขานะ...”

“อือฮึ”

“กูจะมีแฟนแล้วนะ”

“อืม”

“กูเขิน อิอิ” ผมคลี่ยิ้มออกมาโดยไม่รู้ตัว เห็นเพื่อนมีความสุขผมก็มีความสุข เวลามองเพื่อนบ่นพึมพำเรื่องกุ๊กกิ๊กมันน่ารักนะครับ แม่งเหมือนคนบ้าแล้วเราเป็นจิตแพทย์อ่ะ ต้องคอยฟังอีกฝ่ายบ่นจนกว่ามันจะพอใจ ต่างกันนิดหน่อยตรงที่ผมแจกยาให้คนไข้ไม่ได้ ฮะๆ

“มึงชอบพี่เขาไหม”

“ชอบดิ”

“มันรู้สึกยังไงตอนที่ชอบใครสักคนวะ” ผมแค่สงสัยแล้วก็อยากรู้ความรู้สึก ไอ้ต้นก็บอกดี ไอ้แพนก็ดูจะชอบ ไอ้หยางก็กำลังตามหาอยู่

“สำหรับคนอื่นไม่รู้นะ สำหรับกูรู้สึกเหมือนโลกสดใสตอนมีเขาอยู่ด้วย รู้สึกบรรยากาศรอบตัวแตกต่างจากตอนที่อยู่กับคนอื่น หัวใจกูก็พองโตแปลกๆ ไม่รู้อ่ะ เอาเป็นว่าอยู่กับเขาแล้วมีความสุข”

“เหรอ...”

“ถามทำไม มึงจะมีความรักเหรอ?” ร่างบางพลิกตัวหันมามองผม สายตาจับผิดแม้อยู่ในความมืด มึงเป็นหมาเหรอที่จะมองเห็นในความมืด =  =

“อย่างกูน่ะเหรอจะมีแฟน?”

“ไม่อ่ะ นอนกัน _  _”


หลังจากจบบทสนทนาของเรา ไอ้คนที่พรุ่งนี้กำลังจะมีแฟนก็นอนหลับไปอย่างมีความสุข ไม่รู้ว่าวันข้างหน้าพี่ไกด์จะทำให้เพื่อนผมเสียใจไหม หรือถ้าเลิกกั-

‘มึงคิดมากว่ะธัน ทำไมต้องคิดว่าจะเลิกตลอดเลยวะ’

เออนั่นสิ… ทำไมผมต้องคิดแต่เรื่อองนี้วะ เลิกๆ เลิกคิดเรื่องนี้

ตือดึง!

Yang : นอนยังวะ

...มึงทักมาได้ถูกเวลาจริงๆ

Thanwa : นอนแล้ว

Yang : พ่อง นอนแล้วตอบได้ไงไอ้สัส555

ไอ้หยางเก่งเนอะ คุยกับคนตั้งยี่สิบคนแล้วยังสามารถคุยกับผมได้อีก ตอบแบบไม่ค่อยเว้นช่วงเท่าไหร่ด้วย ห้ะอะไรนะ คิดว่ามันคุยกับผมคนเดียว? ไม่มีวัน ผมเห็นสกิลพิมพ์เร็วของมันละ ระดับเหรียญทองโอลิมปิก จะคุยเพิ่มอีกสักสิบคนก็ไม่กระเทือนมือมันหรอก -   -

Thanwa : มีไรเปล่าวะ ทำไมทักมาซะดึก

Yang : กูแค่จะทักมาถามว่าเห็นหูฟังกูบ้างไหม ไม่รู้เอาไปวางไว้ที่ไหน นี่ไล่ถามมาตั้งแต่ไอ้เทรนด์ละ ไม่มีใครเห็นเลย= _ =

Thanwa : ไม่เห็นเลยว่ะ ลืมไว้ที่ไหนของมึง ทำไมไม่เก็บให้เป็นที่ _  _

Yang : ถ้ารู้แล้วกูจะมาถามมึงไหมไอ้อ้วน เออๆ กูไปหาหูฟังต่อละ มึงนอนไปเถอะ

ผมกำลังจะทำตามที่อีกฝ่ายบอกแต่อยู่ดีๆ ก็คิดอะไรออก...

Thanwa : ไอ้หยาง

Yang : ว่า

Thanwa : ดูเหมือนว่าถ้าผอมแล้วกูต้องขอเรื่องใหม่แล้วว่ะ

Yang : ?

Thanwa : ไอ้แพนมีแฟนแล้ว

นิ่งไปเลยแฮะ แม่งขึ้น ‘Read’ ตัวเบ้อเล้อแต่ไอ้หยางกลับไปตอบ ...ผมตัดสินใจเดินออกไปที่ระเบียงห้องเพื่อกดโทรหาอีกฝ่าย โอเค ถึงจะไม่อยากให้คบกับไอ้แพนแต่ผมก็ไม่อยากให้ไอ้หยางเสียใจ ตอนนี้มันอาจจะชอบไอ้แพนขึ้นมาจริงๆ แล้วก็ได้

ตู๊ด ตู๊ด

(ว่าไง)

“มึงโอเคเปล่าวะ”

(ก็… โอเคมั้ง ไม่ได้เสียใจอะไร)

“อือ ดีแล้ว” ผมถอนหายใจอย่างโล่งอกพร้อมกับมองรถที่ผ่านไปผ่านมา บ้านไอ้แพนอยู่ติดถนน เป็นบ้านที่มีพื้นที่ไม่มากแต่หลายชั้น มีชั้นใต้ดินด้วยนะ ถ้าเอามาเรียงต่อกันจริงๆ ก็น่าจะใหญ่พอตัว

(เฮ้อ)

“ถอนหายใจทำไม ไหนบอกไม่ได้เสียใจ” โกหกกูรึเปล่าเนี่ย

(เพราะไม่เสียใจไงกูถึงได้ถอนหายใจ)

“?” อะไรของมึง

(ถ้าไม่เสียใจก็เท่ากับว่าไม่ได้ชอบถูกไหม เมื่อไหร่กูจะเจอคนที่ชอบวะธัน...) เสียงเหนื่อยใจของเพื่อนรักทำให้ผมส่ายหัว เป็นนักเรียนก็มีหน้าที่เรียนไปดิ จะไปแสวงหาอะไรที่มันไม่ใช่หน้าที่ทำไมวะไอ้นี่

“หยาง บางอย่างเราไม่จำเป็นต้องรีบมีก็ได้ ถ้าถึงเวลาเมื่อไหร่เดี๋ยวมันก็โผล่เข้ามาเองแหละ ”

(ก็จริง… ดึกขนาดนี้ทำไมมึงยังไม่นอนอีก)

“มึงก็เหมือนกันไม่ใช่รึไง” ผมถามขณะมองรูปร่างตัวเองในกระจก ก็ดูผอมลงนิดหน่อยนะ โยคะนี่มันเล่นแล้วกระชับสัดส่วนจริงๆ ด้วย ผมรู้สึกคันๆ พุงตอนเล่น TRX ด้วยล่ะ สงสัยกล้ามกำลังจะผุดขึ้นมา... ก็ว่าไป กล้ามหรือยอดอ่อนเห็ดขี้ควาย ฮ่าๆ

(ฮะๆ)

“งั้นกูไปนอนละ ฝันดี” นี่ถ่างตาออกมาคุยเลยนะ เมื่อกี้กึ่มๆ พระอินทร์จะมาตามผมไปเข้าเฝ้า แต่ไอ้มารหยางมันทำให้ผมเป็นห่วงก็เลยต้องออกมาโทรหา เลวจริงๆ

(อย่าเพิ่งดิ)

“?”

(กูหิว ออกไปกินข้าวกัน)

ห้ะ = =

“ไอ้หยางอย่ามาบ้า ไปชวนพวกไอ้ต้นไป ตอนนี้กูอยู่บ้านเพื่อน อีกอย่างกูลดน้ำหนักอยู่” กูคงจะไปนั่งมองมึงแดกข้าวอย่างสบายใจได้หรอกไอ้ส้นตีน เหอะๆ

(บ้านใคร เดี๋ยวไปรับ) แหนะ ทำไมบรรยากาศเหมือนในนิยายตอนที่พระเอกจะพานางเอกไปเที่ยวรอบเมือง ดินเนอร์แสนอร่อยใต้แสงจันทร์ แล้วก็จบที่เอากันวะ

“บ้านไอ้แพน”

(รอห้านาที)

ติ๊ด

“อ้าวเฮ้ย” ผมมองหน้าจอมือถืองงๆ ไม่คิดจะขอความสมัครใจกูหน่อยเหรอ อุปสรรคในการลดความอ้วนของกูไม่ใช่ใจกับร่างกายแล้วล่ะ แม่งคือมึงชัดๆ! แล้วอีกเรื่องหนึ่ง ที่บอกว่าจะมารับมึงรู้จักบ้านไอ้แพนรึไงห่า ถ้าโทรมาถามทางกูจะตัดสายทิ้งจริงๆ ด้วย

ผมควรทำยังไงดี =   =

ปริ๊นน

“ไอ้ธัน”

ยังไม่ทันที่ผมจะได้คิดอะไรเสียงแตรรถและเสียงทุ้มต่ำก็ดังขึ้นที่หน้าบ้าน เฮ้ยๆ ไหนบอกห้านาที นี่ยังไม่ถึงห้าสิบวินาทีด้วยซ้ำ

“ลงมาดิ”

“ไม่เอา ไปอ้วนคนเดียวสิไอ้สัส” ผมโบกมือไล่คนข้างล่าง แม่งบ้ารึไง แล้วนี่มันเรื่องบ้าอะไรที่ผมต้องยืนคุยกับไอ้หยางเหมือนราพันเซลกับเจ้าชายขี่ม้าขาว ไหนลองพูดซิว่า ‘ราพันเซลปล่อยผมของเธอลงมา!’ เหอะๆ

“ก็อ้วนคนเดียวอยู่แล้ว กูแดกคนเดียวนี่หว่า”

“มึงคิดว่ากูจะทนนั่งมองมึงแดกเฉยๆ ได้?”

“ได้ดิ ลงมา” ร่างสูงกระดิกนิ้วชี้เพื่อส่งสัญญาประมาณว่า ‘มาหาป๋าสิอีหนู’ ...ถ้าผมโยนรองเท้าแตะใส่หน้ามันจะมีใครด่าไหม _  _

“ไม่เอา กลับบ้านไปนอนไป๊ไอ้เชี่ย”

“ไม่เอาเหมือนกัน ลงมาเร็วๆ ก่อนที่กูจะบีบแตรให้คนตื่นทั้งถนน” หนุ่มหล่อในชุดนักเรียนระบายยิ้มเจ้าเล่ห์ เท้าสะเอวมองผมอย่างท้าทาย นี่มึง... มึงคิดว่ากูกลัวรึไง!

“เออกูลงไปก็ได้ห่าเอ๊ย” เออมึงคิดถูก

สุดท้ายผมก็ยอมแพ้ความโมโหหิวของไอ้ช้าง (หัสดิน) รีบเดินลงบ้านไปช้าๆ เพราะกลัวคนอื่นจะตื่น เดี๋ยวนะ… เรามีปัญหาแล้วล่ะ ถ้าผมออกไปแล้วใครจะล็อคบ้าน?

“ธัน ไปไหน?”

“พี่พุท”

พระเจ้า! นั่นพี่ชายไอ้แพน สวรรค์โคตรเข้าข้างผม คิดว่าต้องปีนหน้าต่างออกไปซะแล้วกู TT^TT

“เออดิ จะไปไหน?”

“ไปข้างนอกครับ พี่ช่วยปิดประตูให้ผมหน่อยได้ไหม”

“ได้สิ” เดี๋ยวกูกลับมานะเว้ยไอ้แพน อย่าเพิ่งตื่นขึ้นมาล่ะ


“จะไปกินอะไร?” ผมเอ่ยถามหลังจากอีกฝ่ายขี่รถมานานแล้ว ครับ แน่นอนว่าเนื่องจากผมขี่รถไม่เป็น ไอ้หยางก็เลยต้องรับหน้าที่สารถีเช่นเดิม รถมันรับน้ำหนักผมได้แล้วนะ ดูเหมือนว่าวันนั้นห่านี่จะเอาของหนักไว้ในที่ใส่ของ โด่ว กูก็ว่าอยู่ว่าทำไมยางรถถึงแบนติดพื้น กูไม่ได้อ้วนขนานนั๊นน

“ไม่รู้ว่ะ เห็นร้านไหนคนเยอะก็จอดร้านนั้นแหละ” อะไรของมึงครับ ปกติมีแต่ ‘ร้านไหนคนน้อยก็จอดร้านนั้นแหละ’ ไม่ใช่รึไงวะ _  _

รู้ไหมครับ กว่าที่หัสดินจะเลือกร้านอาหารที่ถูกใจได้ใช้เวลาไปประมาณสิบนาที มันเลือกร้านอาหารตามสั่งข้างโรงแรมดัง คือ... หอมสัส กลิ่นนี้หอมจนกระเพาะน้อยๆ ของผมเริ่มที่จะร้องบอกว่า ‘กูหิว’ ไอ้เชี๊ย! จิตใจมึงทำด้วยอะไรวะ ไอ้สารชั่ว!!

“เอาข้าวผัดทะเลครับ อ้อ เอายำวุ้นเส้นด้วย”

“ค่ะ”

“เชี่ยหยาง ไอ้เล๊ว” ผมด่ามันหลังจากที่พนักงานเดินจากไป ดูสั่งแต่ละอย่างข้าวผัดทะเลเงี้ย อื้อหือ… ท้องกูร้องเหมือนจะแร็พ ยำวุ้นเส้นเงี้ย… ต่อมน้ำลายกูจะระเบิด

“ไม่เอาน่า มึงทนได้ เนอะ?”

“จ้าาา”

“ฮะๆ” ขำ ขำ ขำอย่างนี้อยากโดนกูกระโดดกัดคอรึไง ขออภัยในความวีน เวลาหิวคนอ้วนเป็นแบบนี้ทุกคนแหละ ยิ่งเป็นกลางดึกแบบนี้ก็ยิ่งโมโหรุนแรงขึ้นสิบระดับ

“แม่ง… เออแล้วมึงรู้จักบ้านไอ้แพนได้ไง”

“เคยเอาขนมไปให้” โห นี่มีบริการเดริเวอรี่ถึงบ้านเลย ทำไมผมถึงไม่รู้เรื่องวะ เชี่ยแพนไม่เห็นเคยพูดให้ฟังสักครั้ง =  =

“เหรอ แล้วนี่มึงไปไหนมา?” สามทุ่มแล้วมันยังใส่ชุดนักเรียนอยู่เลย ถ้าครูในโรงเรียนมาเห็นเข้ามึงเจอดีแน่

“ไปจัดการเรื่องหลีด”

“อ๋อ” ถึงว่าล่ะทำไมดูเหนื่อยๆ ขอบตาดำเชียว ช่วงนี้ได้หลับบ้างไหมเนี่ย แล้วทำไมมึงรีบจังวะ คณะสีกูยังไม่เริ่มหาพี่ซ้อมหลีดเลยมั้ง ไม่สิ ยังไม่ได้คัดหลีดเลยด้วยซ้ำ ชิลไปอีก

“เหนื่อยว่ะ” คนตรงหน้าปิดตาฟุบหน้าลงกับแขนตัวเอง โต๊ะข้างๆ นี่มองกันให้พรึบ… ช่วงนี้ผมเริ่มปลงและชินกับสายตาพวกนั้นแล้วนะครับ ก็ดูแต่ละคนที่ช่วงนี้ผมอยู่ด้วยดิ ไอ้แพน ไอ้เทรนด์ ไอ้ต้น ไอ้หยาง หน้าตาดี๊ดี ไปไหนมาไหนคนก็มองจนตาแทบจะกระเด็นออกมาแล้ว say hi -   -

“ก็แบบนี้แหละ เดี๋ยวกูก็ต้องวาดคัทเอาท์”

“วาดเองเหรอ?” อีกฝ่ายเงยหน้ามามองทั้งๆ ที่ยังนอนอยู่ท่าเดิม

“อือ โรงเรียนไม่ให้จ้างคนอื่นวาด” ผมเอื้อมมือไปถักเปียให้หัวทุยๆ ตรงหน้า ผมยาวขนาดนี้ถ้าเป็นโรงเรียนผมต้องโดนแง๊บไปแล้ว ความจริงผมไอ้หยางไม่ได้ยาวมากหรอก เนี่ยถักเปียได้แค่สามป้องเองแต่โรงเรียนผมแม่งเคร่งไง เหอะๆ

“งานหนักเลยนะนั่น มีคนช่วยเปล่าวะ”

“มีๆ มีคนวาดประมาณแปดเก้าคน” เราเริ่มคุยกันบ้างแล้วว่าจะเอาแบบไหนและแบ่งงานกันยังไง ผมนี่งานหนักเลยครับ ต้องวาดตัวเอก กลุ้มว่ะ ถ้าวาดออกมาไม่ดีคัทเอาท์ต้องดูดรอปแน่เลย

“เดี๋ยวไปช่วยเอาคัทเอาท์ขึ้นแสตน” อีกฝ่ายเอ่ย มือใหญ่ก็จับๆ บีบๆ เปียที่ผมเพิ่งมัดยางให้เมื่อกี้ ยางแดงมัดข้าวแกงนั่นแหละ กินเส้นผมช่างแม่ง หัวไอ้หยาง ฮะๆ

“จริงอ่ะ พูดแล้วนะเว้ย” แหม น่ารักแบบนี้เดี๋ยวกูถักเปียเก็บให้รอบหัวเลยละกัน ผมเห็นไอ้ดาทำแล้วชอบก็เลยให้มันสอนครับ ตอนนี้ผมทำได้หมดอ่ะ เปียเก็บ เปียก้างปลา เปียพจมาน แค่บอกมาว่าอยากได้แบบไหน ธันวาบาเบอร์จัดให้ได้ทุกทรง

“เออ ว่าแต่ธีมสีมึงคืออะไรวะ”

“บาดาล” สีฟ้าแม่งคิดธีมอื่นแหวกจากน้ำกับฟ้าไม่ค่อยได้หรอก เหอะๆ

“แบบใต้น้ำไรงี้?”

“อือฮึ แล้วมึงอ่ะ” ผมถามพร้อมกับเก็บกลุ่มผมเล็กๆ ให้เข้ามาอยู่ในเปีย ไอ้หยางอยู่สีแดงครับ เหมาะกับคนเท่ๆ แบบมันดี คิดภาพมันใส่สีชมพูหรือเขียวตองอ่อนแล้วไม่น่าจะดีเท่าไหร่ อ้อ ยังไม่ได้บอกเลยว่าโรงเรียนมันมีสามสีเหมือนกัน มีสีแดง ชมพู แล้วก็เขียวตองอ่อน

“ยุตถหัตถี”

“เหยด แค่ชื่อก็ดูอลัง”

“แน่นอน ฮะๆ”

“จ้างคนวาดคัทเอาท์ใช่ป่ะ”

“อือ”

“ดีว่ะ กูแม่ง… โคตรเครียดเลย” ผมปล่อยมือที่ถักเปียอยู่แล้วฟุบหน้าลงกับแขนอย่างที่คู่สนทนาทำบ้าง มันจะออกมาดีรึเปล่าวะ ดูเพื่อนจะฝากความหวังไว้ที่ผมมากเอาการเลยห่า โอเคยอมรับว่าผมวาดรูปได้ดี แต่นั่นมันในกระดาษเล็กๆ ไม่ใช่กับป้ายผ้าที่ยาวสิบเอ็ดเมตร สูงสี่เมตร

“เป็นไรวะ” คนฝั่งตรงกันข้ามลุกขึ้นพร้อมกับเอานิ้วมาจิ้มที่แขนผมสองสามจึก

“เรื่องวาดคัทเอาท์นั่นแหละ จากที่วัดขนาดวันก่อนมันใหญ่มากเลยว่ะ ใหญ่จนกูกลัวว่าจะทำได้ไม่ดี”

“เฮ้ย อย่าไปเครียดดิ มึงทำได้อยู่แล้ว”

“...”

“เดี๋ยวไปช่วย”

“หือ วาดเป็น?”

“ฮึ ไม่เป็นแต่จะช่วย”

“สัส ไม่ต้องหรอก ฮะๆ” รู้สึกดีขึ้นมานิดหน่อยแล้วแฮะ ไอ้หยางทำตัวน่ารักดีนะครับ ทั้งๆ ที่วาดไม่เป็นแต่ออกปากแบบโคตรมั่นใจว่าจะไปช่วยเหมือนพวกวาดเป็นอ่ะ ฮะๆ

“ไม่เอาอ่ะ เดี๋ยวจะไปช่วย ถ้ามันเละก็บอกว่ากูทำ”

“น่อว หล่อเลยว่ะ” ผมยิ้มกว้างขณะเท้าคางมองเพื่อนสนิท เห็นไหมว่าหัสดินน่ะดีกับเพื่อนตัวเองแค่ไหน ถ้าไม่เจ้าชู้ผมจะขอแต่งตั้งและยกย่องให้มันเป็นคนที่ดีฉิบหายวายป่วง แต่นี่มันเจ้าชู้ไง ไม่น่าเลยไอ้หรรม

“กูเอาจริงนะเนี่ย”

“ไม่ต้องหรอก ตอนนี้กูรู้สึกมั่นใจในตัวเองขึ้นมานิดนึงละ รู้สึกเหมือนจะวาดออกมาสวย ฮะๆ” ตอนนี้น่ะมั่นใจ ตอนวาดจริงๆ ค่อยว่ากันอีกทีละกัน อาจจะเอาพวกไอ้หยางไปนั่งเล่นข้างๆ เพื่อลดแรงกดดัน

“เหรอ ดีละ มั่นใจในตัวเองเข้าไว้”

“อาหารได้แล้วค่ะ”

อ๊ากก ลืมไปเลยว่ามันมาแดกข้าว เอาผมออกไปจากตรงนี้ที TT[]TT!!!


“เจอกับพรุ่งนี้”

“พรุ่งนี้มึงจะเข้าฟิตเนส?” ผมเลิกคิ้วถามหนุ่มหล่อที่นั่งอยู่บนบิ๊กไบค์ จะว่าไปช่วงนี้มันกับไอ้เทรนด์ก็ไม่ค่อยได้เข้าฟิตเนสเท่าไหร่ สงสัยจะยุ่ง… เดี๋ยวนะ อยู่ห้องเดียวกันแต่ทำไมเชี่ยต้นว่างจังวะ

“อ่าฮะ”

“เออๆ เจอกัน ขอให้เจอหูฟังด้วยละกัน”

“มึงจะพูดให้กูนึกถึงมันทำไม กูอุตส่าห์ลืมไปแล้ว _  _” อีกฝ่ายทำหน้าเบื่อโลกขณะขว้างก้อนทิชชู่มาที่ผม โอ๊ยไอ้ห่า เกลียดกันก็บอกดีๆ ทำไมต้องปล่อยเชื้อโรคใส่กันด้วย!

ช่างแม่ง เข้าไปนอนดีกว่า ง่วงฉิบหาย บอกกูว่าแค่ครึ่งชั่วโมงๆ นี่อะไร… จากสามทุ่มยันเที่ยงคืนแถวบ้านเรียกครึ่งชั่วโมง? อีกอย่าง... มึงบ้าไปแล้ว แดกเยอะขนาดนั้นทำไมไม่อ้วนวะ คนแบบนี้แม่งน่าอิจฉาสัสๆ

กึกๆ

หือ ทำไมเปิดไม่ออกวะ

กึกๆๆ

ฉิบหาย...

ผมลองบิดประตูบ้านอีกครั้งแต่มันก็ยังเปิดไม่ได้อยู่ดี อ้าว ฟวย ลืมไปว่าให้พี่พุทล็อคจากด้านใน ตอนนี้เขาหลับกันหมดบ้านแล้วมั้ง = _ =;;

“เป็นไร?”

“บ้านล็อคว่ะ ไม่เป็นไรเดี๋ยวโทรให้ไอ้แพนมาเปิด มึงกลับบ้านไปเถอะ” ผมโบกมือลาเพื่อนสนิท กำลังจะโทรหาเพื่อนสาวแต่ก็ต้องชะงักเพราะเสียงทุ้ม

“ไม่ต้องหรอก ตอนนี้จะเที่ยงคืนแล้วมึงจะไปกวนคนอื่นทำไม ขึ้นรถมา”

“ไปไหน?”

“ไปนอนบ้านกูไง”



_________________________________________________________________________________

ไปเตรียมกีฬาต่อละ

_(; 3 J L)_ //ร้องไห้คลานไป...

-Mommae-





ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.787K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

30,011 ความคิดเห็น

  1. #29958 9494 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 12 สิงหาคม 2563 / 11:58
    แม่ง จริงๆหยางเป็นเทคแคร์มากเลยนะ
    #29,958
    0
  2. #29626 Pangrumm01 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2563 / 23:30
    รักกันเร็วๆนะจ้าาาา
    #29,626
    0
  3. #29497 Mr.Kimm (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 30 เมษายน 2563 / 18:44
    ฮืออออ แฟรชแบ็กสมัยอยู่มัธยมแล้วทำกีฬาสีมากค่ะ;___; เป็นคิดถึงไปหมด
    #29,497
    0
  4. #29441 Sasiwimonxt (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 28 เมษายน 2563 / 03:53
    Y3T นี่ฟีลแบบ หยาง<3ธัน ปะ 5555555
    #29,441
    0
  5. #29176 นักโทษหมายเลข0 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 5 เมษายน 2563 / 13:13
    อุ้ยยยย
    #29,176
    0
  6. #28999 psunrise (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 2 เมษายน 2563 / 23:24
    ชอบฉากถักเปีย น่ารักมากๆแงง พวกก้อน
    #28,999
    0
  7. #28695 Shipnielong (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 14 เมษายน 2562 / 10:46
    อุ้ยยยยยยยยย
    #28,695
    0
  8. #28635 HunAunSun (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 3 เมษายน 2562 / 19:14
    หยางเอ๊ยนย
    #28,635
    0
  9. #28612 POPPYON-E (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 1 เมษายน 2562 / 22:29

    บ้า นอนบ้านกูอะไรอะ นายสองคนไม่คิด แต่เราอะคิดนะ แค่กๆ

    #28,612
    0
  10. #28390 Callmeyou (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2562 / 23:29
    อะไรเนี้ยมานั่งถักเปียยย
    #28,390
    0
  11. #28253 aee_2910 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 25 มกราคม 2562 / 21:00
    กริ๊ดดด้ขาจะนอนด้วยกันอ้ะเเกรรรรรรรรร
    #28,253
    0
  12. #28226 greentealatte ♡ (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 25 มกราคม 2562 / 11:31
    แหนะๆๆ
    #28,226
    0
  13. #27261 H2O-69 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 28 กรกฎาคม 2561 / 00:47
    บ้าาาาา คิดไรกัน เพื่อนกันนอนด้วยกันไม่แปลกกกกกกกกกก
    #27,261
    0
  14. #27259 Alway2556 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2561 / 22:36
    นอนด้วยกันหรอ? อิอิ
    #27,259
    0
  15. #26460 Kim-kibom (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2561 / 16:21
    ชวนนอนบ้านแล้ววุ้ย
    #26,460
    0
  16. #26151 Sspringlove (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2561 / 21:17
    แปลว่า Hel'l o y 3 T' love Tawanรึเปล่า คึคึคึ
    #26,151
    0
  17. #26107 _gw_17 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2561 / 16:56
    เอ่ออใจเยนนะเม้นล่าง ฮะๆ
    #26,107
    0
  18. #26098 LUKTARN19 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2561 / 03:14
    อยากจะถามธันว่า....แล้ว-คิดว่าพ่อแม่-จะเลิกกันก่อนตายมั้ยละ? สัส!!! ถามมาได้!
    #26,098
    0
  19. #26053 DreamOwO (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2561 / 21:16
    Y3T = หยาง ธัน ต้น เทรนต์ ป่ะ?
    #26,053
    1
    • #26053-1 DreamOwO(จากตอนที่ 10)
      8 พฤษภาคม 2561 / 21:32
      เทรนด์พิมพ์ผิด
      #26053-1
  20. #25941 Lone Dragon (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2561 / 17:33
    Y3T นี่ หยาง&ธัน ปะ??
    #25,941
    0
  21. #25204 m028075100 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 27 เมษายน 2561 / 23:01
    Y3T= เย3ที สมองคิดได้แค่นี้ครับ555
    #25,204
    2
    • #25204-2 คุณหลอกดาว!(จากตอนที่ 10)
      28 เมษายน 2561 / 23:38
      คิดเหมือนกันเลยเห้ย555555555
      #25204-2
  22. #25188 TaTooo (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 27 เมษายน 2561 / 20:32
    Y3T หยาง3ธันมะ ต้องใช่ๆแน่ๆอิอิ
    #25,188
    0
  23. #24708 W Cancer (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 26 เมษายน 2561 / 14:35
    -.///,-
    #24,708
    0
  24. #24606 WayVe❤ (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 25 เมษายน 2561 / 14:57
    น้องธันอุ๋งๆน่ารักตลอดดดดดดด
    #24,606
    0
  25. #24592 Kumpp (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 25 เมษายน 2561 / 13:24
    ตกลงใครรุกใครรับเน้ะะ
    #24,592
    0