..กามเทพตัวน้อย..

ตอนที่ 6 : กามเทพตัวน้อย...6

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,566
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 7 ครั้ง
    27 ก.พ. 54

 6

 

                แพรวาพาร่างสะบักสะบอมของตัวเองลงมาจากรถแท็กซี่ที่กฤษดาเป็นคนโทรตามให้มารับที่บ้านของเขา

และตอนนี้เธอก็เหนื่อยจนแทบจะไม่อยากทำอะไรทั้งสิ้นนอกจากทิ้งตัวลงบนเตียงและหลับให้เร็วที่สุด ซึ่งมันก็เป็น

ไปไม่ได้เพราะตอนนี้ทั้งตัวเธอมีแต่กลิ่นซอสมะเขือเทศ เธอจำเป็นต้องอาบน้ำ


               
แพรวาพาตัวเองไปยืนอยู่ใต้ฝักบัวที่เปิดน้ำแรงเต็มพิกัด น้ำอุ่นๆทำให้เธอรู้สึกผ่อนคลายไปได้มากทีเดียว

หญิงสาวก้มศีรษะลงเพื่อให้ผมสีดำขลับของเธอโดนน้ำจนเปียกชุ่ม ก่อนจะเทแชมพูกลิ่นหอมหวานใส่มือและลูบไล้

ครีมเหนียวให้เป็นฟองทั่วเส้นผม การสระผมทำให้เธอรู้สึกดีขึ้นเสมอเพราะมันก็เหมือนกับเธอกำลังล้างความคิด

แย่ๆออกไปพร้อมกับน้ำที่ล้างฟองออก และเมื่อเธออาบน้ำเสร็จเธอก็พร้อมที่จะลุยต่อแต่อย่างน้อยก็ไม่ใช่ในตอนนี้

เพราะตอนนี้เธอต้องการการพักผ่อน

                หลังจากการหลับสนิทตลอดทั้งคืนก็ทำให้เช้าวันใหม่ของแพรวาสดชื่นขึ้น ภาระหนี้สินและค่าใช้จ่ายต่างๆ

ดูจะเป็นเรื่องเล็กน้อยไปเลยทีเดียวเมื่อคิดถึงรายได้ก้อนโตที่กำลังจะได้รับ หญิงสาวลุกขึ้นจากเตียงตอน
6 โมงครึ่ง

เพื่ออาบน้ำแต่งตัวด้วยชุดที่ทะมัดทะแมงที่สุด และเดินเข้าครัวเพื่อดื่มโกโก้ร้อนๆ แพรวาไม่เคยชอบกาแฟมาแต่ไหน

แต่ไร เพราะกาแฟมักจะทำให้เธอรู้สึกปวดหัวและใจสั่นทุกครั้ง เธอจึงเลือกดื่มโกโก้ร้อนๆแทนในยามเช้า แสงแดด

ส่องสว่างอากาศอบอุ่นแต่ไม่ถึงขั้นอุ่นจนร้อน เพราะตอนนี้เป็นเดือนพฤศจิกายนแล้ว ปลายฝนต้นหนาวแบบนี้แพร

วามักจะทำตัวเองให้อุ่นอยู่เสมอ ถึงแม้ว่าฤดูหนาวของกรุงเทพฯจะหมดไปนานแล้วก็ตาม

                หญิงสาวก้าวอย่างมั่นใจไปขึ้นรถแท็กซี่เพื่อเดินทางอย่างเคย เธอไม่ได้คาดหวังว่าจะมีราชรถที่มีคนขับ

หน้าตาดี อย่างกฤษดามารอรับ แต่ก็ต้องยอมรับว่าเธออยากให้เขามีน้ำใจมารับสักหน่อย แต่เอาเถอะผู้ชายอย่างกฤษ

ดาคงจะคาดหวังให้ทำอะไรอย่างที่สุภาพบุรุษทำกันไม่ได้

                แพรวากดกริ่งหน้าบ้านก่อนจะเปิดประตูรั้วที่ไมได้ใส่กุญแจไว้ แล้วเดินตรงดิ่งไปยังประตูไม้สักบานใหญ่

ซึ่งกฤษดาโผล่ศีรษะยุ่งเหยิงออกมารอรับแล้ว

                “ฉาบปูนเพดานอยู่หรือไงคะ” แพรวาถามพลางสำรวจสภาพของชายหนุ่มตรงหน้าที่ดูไม่จืดเลยทีเดียว “แล้ว

ทั้งตัวคุณเปื้อนอะไรเนี่ย”

                กฤษดาเช็ดมือกับกางเกงนอนขายาวก่อนจะหลบให้แพรวาเดินผ่านไป


               
“เชื่อผมเถอะว่าคุณไม่อยากรู้หรอก” เขาบอกเสียงเหนื่อยๆ “คุณรู้มั้ยว่าผมรอเวลานี้มาทั้งคืน”


               
“หืม?” แพรวาหันมามองหน้าเขาอย่างสงสัย


               
“ก็รอให้คุณมาไง” เขาผายมือไปยังบันไดที่แว่วเสียงน้องเมย์กำลังร้องไห้อยู่


               
“คิดถึงฉันขึ้นมาหรือไงคุณ” แพรวาถามเล่นๆ


               
“มากกกกกกกกก” เขาลากเสียง “แล้วผมก็มีข้อเสนอใหม่มาให้คุณด้วยนะ แต่เอาเป็นว่าเราค่อยคุยกันตอนที่

ทั้งคุณและผมพร้อมกว่านี้ก่อน” แพรวาแปลกใจกับคำพูดของเขา และทันทีที่เธอเห็นร่างของน้องเมย์ เธอก็เข้าใจ

ทันทีว่าทำไมเสื้อของกฤษดาถึงเปียกเลอะ เพราะน้องเมย์เปียกมากกว่าเขาถึงสองเท่า

                “นี่คุณทำอะไรกับแก” แพรวาช้อนร่างของหนูน้อยขึ้นมาก่อนจะพาตรงไปยังห้องน้ำ


               
“ผมไม่รู้” เขาชะโงกหัวมองเธอจากนอกห้องน้ำ


               
“คุณ เข้ามานี่ แล้วหยิบตะกร้าอาบน้ำของน้องเมย์มาด้วย” แพรวาออกคำสั่งซึ่งกฤษดาก็ทำตามแต่โดยดี


               
แพรวาจัดการถอดเสื้อผ้าของน้องเมย์ออกแล้วโยนให้กฤษดาซึ่งรับไว้ได้อย่างแม่นยำ และแล้วปฏิบัติการ

อาบน้ำก็เริ่มขึ้นโดยมีกฤษดาเป็นลูกมือคอยส่งขวดสบู่ แชมพู และผ้าเช็ดตัวให้

                “แล้วคุณกินอะไรรึยัง” แพรวาถามขึ้นหลังจากเวลาผ่านไปร่วมชั่วโมง และตอนนี้น้องเมย์ก็กำลังถือขวดนม

อยู่ในมือ ส่วนปากก็กำลังดูดจุกนมอยู่อย่างน่ารักน่าเอ็นดู

“อันที่จริงคุณน่าจะถามผมว่า ผมได้นอนแล้วรึยังมากกว่านะ” กฤษดาตอบอย่างอ่อนแรง

“บ้าน่า นี่คุณอย่าบอกนะว่ายังไม่ได้นอนเลยทั้งคืน” เธอเงยหน้าขึ้นมอง แล้วก็สบกับสายตาเซ็กซี่บาดใจที่

จ้องกลับมาอย่างตำหนิของกฤษดา

“ก็ใช่น่ะสิ” เขาย้อน “แล้วคุณคงไม่ต้องถามนะว่าเพราะอะไร”

“ถ้างั้นคุณไปนอนก่อนก็ได้นะคะ ไว้ตื่นมาแล้วฉันจะหาอะไรให้กิน” แพรวาก้มลงหยิบขวดนมว่างเปล่า

ออกจากมือของน้องเมย์ที่ทำตาปรือเหมือนคนง่วงนอน

“คุณทำกับข้าวเป็นด้วยงั้นหรอ” กฤษดาถามด้วยน้ำเสียงราวกับเธอเพิ่งเอาระเบิดไปโยนใส่บ้านใครมา

“ใช่ ฉันทำกับข้าวเป็น” แพรวาบอกเขา “ทำไม หน้าตาอย่างฉันนี่ดูเหมือนคนทำอะไรไม่เป็นเลยงั้นสิ”

“ก็เปล่า อย่างน้อยคุณก็เลี้ยงเด็กเก่งกว่าผม แล้วก็อาจจะรวมถึงเรื่องแต่งบ้าน แต่เรื่องทำกับข้าวนี่ ออกจะเกิน

ความคาดหมายไปนิดหน่อยก็เท่านั้น” เขายักไหล่

“งั้นก็เชิญคุณไปนอนได้แล้ว” แพรวาไล่

“ผมไม่ง่วงแล้วล่ะ ผมว่าเราออกไปซุปเปอร์กันเถอะ ในบ้านมีแต่ไข่ กับอาหารของน้องเมย์” กฤษดาชวน ซึ่ง

ก็นับว่าเป็นคำชวนที่เธอพอรับได้เพราะไม่มีสายตาตำหนิดูถูกใดๆจ้องมา

 

ªªªªªªªªªªªªªªªªªªª

 

แพรวาเลี้ยวรถเข็นไปสุดปลายแถวทางขวา เข้าไปยังทางเดินช่องต่อไปที่วางผักกระป๋อง ซอส พาสต้า

สารพัดชนิดแล้วก็ต้องรีบคว้ามือน้องเมย์เอาไว้ตอนที่รถเข้าไปใกล้กองปลากระป๋องมากเกินไป

“หนูนี่มือยุ่บยั่บยิ่งกว่าหนวดปลาหมึกอีกนะคะ” แพรวาบอกขณะที่ยังใช้อีกมือที่ว่างเข็นรถต่อไป

“ผมไม่กินเผ็ดนะคุณ” กฤษดาบอกเมื่อเห็นแพรวาส่งขวดซอสพริกแบบเผ็ดมากใส่รถเข็น ซึ่งเธอก็ยักไหล่

แล้วหยิบซอสมะเขือเทศมาใส่แทน

“ปกติคุณกินอะไร ตอนอยู่บ้านน่ะ” แพรวาถามขึ้น

“อืม... ผมชอบสตูว์เนื้อ” เขาบอกอย่างลืมตัวว่ากำลังอยู่เมืองไทย

“ขอโทษเถอะคุณ ฉันเป็นคนไทยแล้วก็ไม่เคยไปต่างประเทศเลยตั้งแต่เกิด ฉันไม่รู้จักไอ้สตูว์อะไรของคุณ

หรอก” เธอพูดไปก็หยิบผักหลากชนิดใส่ถุงก่อนจะนำไปให้พนักงานชั่งเพื่อติดป้ายราคา

“โทษที” เขาเอ่ยขอโทษพลางหยิบผักบุ้งออกจากมือน้องเมย์ที่กำลังจะส่งผักสีเขียวนั้นเข้าปาก “ผมไม่ค่อยได้

กินอาหารไทย คือทั้งแม่ทั้งป้าผมทำอาหารกันไม่เป็น กลับมาที่นี่ทีไรก็ไปกินแต่ตามร้านซึ่งจะว่าไป ผมก็ไม่ค่อยรู้จัก

นักหรอก”

“คุณนี่เป็นคนไทยที่แย่เอามากๆเลยนะ” หญิงสาวต่อว่า

“แต่ผมอ่าน เขียน แล้วก็พูดไทยได้นะคุณ” เขาเถียง

“ใครก็ทำได้ทั้งนั้นแหละ” แพรวาค้อน “อืม คุณไม่กินเผ็ด งั้นเช้านี้ก็กินข้าวต้มกุ๊ยแล้วกันนะ”

“เอ่อ อะไรนะ” เขาถามอีกครั้ง

“ข้าวต้มขาวๆน่ะคุณ กินกับกับข้าวหลายๆอย่าง อย่างเช่น ผัดผักบุ้ง ปลาทอด หมูแผ่น อะไรทำนองนี้” แพร

วาอธิบายซึ่งกฤษดาก็พยักหน้าเข้าใจ

“อ้อ ผมว่าผมเคยกินนะ” กฤษดาบอกขณะหยิบเหล่าอาหารกระป๋องหน้าตาประหลาดๆใส่รถเข็น ซึ่งแพรวา

เดาว่าคงเป็นอาหารฝรั่ง “แล้วคุณทำพวกสปาเกตตี้ง่ายๆเป็นมั้ย”

“หืม? เอ่อ ก็ไม่เคยทำนะ แต่ถ้าดูตามตำราเอาก็ไม่น่าจะยาก” เธอตอบเลี่ยงๆ

“งั้นผมซื้อเส้นพาสต้ากับสปาเกตตี้ไปด้วยดีกว่า แล้วเดี๋ยวเราไปแวะร้านหนังสือกัน คุณจะได้ดูตำราอาหาร

เผื่อไปด้วย” เขารีบพูดก่อนจะเดินหายไปในช่องข้างๆที่เต็มไปด้วยเมนูเส้นทั้งหลาย

“คุณลุงของหนูนี่มาแปลกนะคะวันนี้” แพรวาสงสัย และก็ไม่เก็บมันไว้นาน เพราะทันทีที่กฤษดาเดินกลับ

มาเธอก็ถามข้อสงสัยทันที “นี่คุณ ทำอย่างกับว่าฉันต้องมาทำอาหารให้คุณกินทุกมื้องั้นแหละ ขอบอกไว้ก่อนนะว่า

มันไม่ใช่หน้าที่ของฉัน”

“นั่นแหละคือข้อตกลงใหม่ของผม” แพรวาถลึงตาใส่เขา “ไม่ต้องมองแบบนั้นเลยคุณ แค่ปกติตาคุณก็โตจะ

ตายอยู่แล้ว มาเหลือกตาใส่ผม เดี๋ยวมันก็หลุดออกมาจากเบ้าหรอก”

“ไอ้บ้า” แพรวาว่า “ข้อตกลงอะไรของคุณ”

“อืม... ก็เมื่อคืนนี้หลังจากที่ผมเจอมรสุมชีวิตตอนอยู่กับน้องเมย์ ผมก็มาคิดๆดูแล้วว่า ผมน่าจะจ้างคุณเป็นแม่

บ้านด้วยซะเลย” เขาพูดด้วยท่าทีสบายพลางดันรถเข็นไปข้างหน้าด้วย “แล้วคุณก็ย้ายเข้ามาอยู่ที่บ้านผมจนกว่าน้อง

สาวผมจะมารับน้องเมย์กลับไป”

“เฮ้ย!! นี่คุณพูดบ้าอะไรของคุณ” แพรวาหยุดเดินอย่างกะทันหัน “ให้ฉันย้ายเข้าไปเนี่ยนะ แถมเป็นแม่บ้าน

อีก ฉันเป็นมัณฑนากรนะคุณ”

“เบาๆสิคุณ” กฤษดาดุ “น้องเมย์ตกใจหมด แล้วดูสิคนเค้ากำลังมองเรานะ” แพรวาก้มหน้าลงสบตากับเด็ก

หญิงที่ส่งยิ้มหวานมาให้ก่อนจะหันไปพยายามหยิบกล่องขนมที่วางอยู่บนชั้น

“อาวววอี้.... อาวววอี้....” เด็กหญิงพูด แต่ทั้งแพรวาและกฤษดาต่างก็ไม่ใส่ใจนัก เพราะแกจะพูดแบบนี้ทุก

ครั้งเวลาเดินผ่านของที่อยากได้ซึ่งแน่นอนว่า มันไม่ใช่ของสำหรับเด็กวัย
1 ขวบ

“นี่คุณ แค่เวลาวันเดียวเมื่อวานนี้ฉันก็เหนื่อยจะแย่แล้ว แต่นี่จะให้ไปอยู่กับคุณทั้งวันทั้งคืน ฉันมีหวังเป็น

โรคประสาทแหงๆ” เธอส่ายหัวไล่ความคิดเรื่องเมื่อวานทิ้งไป

“ผมไม่ได้ให้คุณมาอยู่กับผมทั้งวันทั้งคืน นี่..รายนี้ต่างหากที่ผมอยากให้คุณดูแล” เขาพยักเพยิดมาทางหลาน

สาว

“ก็นั่นแหละ” แพรวาเถียง “ฉันเหนื่อยเป็นนะคุณ”

“แต่อย่างน้อยคุณก็ดูแลแกได้ดีกว่าผม คุณไม่เห็นสภาพแกเมื่อเช้าหรือไง ถ้าขืนทิ้งให้น้องเมย์อยู่กับผมอีก

คืนมีหวังแกตายแน่ๆ” เขาพยายามหว่านล้อม

“คุณพูดเล่นใช่มั้ย”

“เรื่องไหนล่ะ เรื่องแกตายหรือเรื่องที่ผมจะจ้างคุณ” เขายังคงหยิบของมาเติมใส่รถเข็นอย่างสบายใจ ใน

ขณะที่แพรวกำลังใช้สมองอย่างหนัก

“ฉันไม่ตลกนะ” เธอพูดเสียงเครียด

“โอเค... ผมจ้างคุณเพิ่มจากค่าจ้างเดิมอีกครึ่งเท่า” เขาพูดในสิ่งที่แพรวาไม่อาจปฏิเสธได้

“เฮ้ย!! นี่คุณปั๊มเงินเองได้หรือไง” เธอดึงรถเข็นที่กฤษดาเข็นอยู่ไว้ แล้วจ้องหน้าเขาตรงๆ ซึ่งเขาก็ทำเพียง

ยักไหล่ให้เท่านั้น “โอเค... คือข้อเสนอของคุณมันก็น่าสนใจอ่ะนะ แต่ฉันคิดว่ามันมากเกินไป”

แพรวาเริ่มสับสนในตัวเอง เพราะเงินที่เขาจ้างเธอนั้นเมื่อรวมกับค่าจ้างที่ตกลงกันไว้ทีแรกแล้วมันมากกว่า

เงินเดือนตอนเธอทำงานที่บริษัทเก่าทั้งปีเชียวนะ ไม่ใช่ว่าเธอไม่อยากได้ เพียงแต่จิตใต้สำนึกกำลังเข้ามาอาละวาดอยู่

ในสมองของเธอตอนนี้

“ผมยินดีจะจ่ายเท่าไหร่ก็ได้นะ ถ้าคุณจะมาดูแลแกแทนผม” เขาสบตากับแพรวาที่ไม่อาจฝืนยืนจ้องตาเขา

ตรงๆได้ เพราะถ้าหากเธอจ้องตาเขานานเกิน
1 นาทีละก็ เธอต้องตกหลุมรักเขาแหงๆ ให้ตายเถอะ กฤษดาเป็น

นายจ้างที่น่ากลัวชะมัด

“เอ่อ ถ้างั้น” กฤษดาส่งยิ้มอวดฟันขาวที่เรียงเป็นระเบียบมาให้ “ฉันว่าคุณจ่ายเพิ่มแค่แสนเดียวก็พอค่ะ”

“คุณห้ามเปลี่ยนใจนะ” กฤษดาหลิ่วตา “มันลดจากเดิมตั้งเยอะนะคุณ”

“ค่ะ... ไม่เปลี่ยนใจค่ะ” แพรวาพยักหน้ายืนยัน

“โอเคตามนั้น” เขาว่าแล้วก็เข็นรถต่อไป

 

ªªªªªªªªªªªªªªªªªªª

 

กฤษดาจอดรถที่หน้าคอนโดแห่งหนึ่งซึ่งต้องยอมรับว่าเป็นคอนโดที่น่าอยู่ทีเดียว คอนโดใจกลางเมืองใกล้

กับรถไฟฟ้า สะดวกต่อการเดินทาง และทันทีที่รถจอดสนิทแพรวาก็ทำท่าจะกระโจนลงไป

“เร็วๆหน่อยนะคุณ ใครจะรู้ว่าน้องเมย์จะนั่งยิ้มแป้นพูดคนเดียวไปอีกนานแค่ไหน ถ้าเกิดเธอร้องไห้ขึ้นมา

ล่ะก็...” เขาเว้นช่วงท้ายไว้

“รับทราบค่ะ” หญิงสาวตอบก่อนจะรีบลงจากรถไปทันที

แพรวารีบจ้ำไปยังลิฟต์ที่เปิดรออยู่แล้ว ห้องของเธออยู่ชั้น 7 ซึ่งเป็นเลขมงคลสำหรับเธอ และเลขห้องของ

เธอก็คือ
707 ซึ่งนั่นก็ยิ่งเพิ่มความมั่นใจในโชคชะตาของตัวเธอเอง ทันทีที่หญิงสาวก้าวเข้าไปในห้องเธอก็กระโจน

ไปตามส่วนต่างๆเพื่อคว้าสิ่งของจำเป็นทั้งหลายแหล่ยัดใส่กระเป๋าเดินทาง
2 ใบ ทั้งเสื้อผ้า อุปกรณ์อาบน้ำ ไดร์เป่า

ผม ถุงเครื่องสำอาง ชุดชั้นใน ยาสามัญประจำบ้าน ผ้าเช็ดตัว และอื่นๆอีกจิปาถะ และในเวลาครึ่งชั่วโมงถัดมาเธอก็

มานั่งจุ้มปุ๊กอยู่ในรถเรียบร้อย พร้อมกับอาการเหนื่อยหอบเล็กน้อย

“ให้ตายสิ มีอะไรที่ฉันทำไม่ได้เพื่อเงินบ้างเนี่ย” เธอบ่นเบาๆซึ่งเรียกเสียงหัวเราะจากกฤษดาได้มากทีเดียว

“ไม่ต้องมาขำเลยคุณ เป็นเพราะคุณคนเดียว”

“โอเค... ไม่ขำก็ไม่ขำ” เขาตอบแล้วก็ออกรถไปทันที

“หนูดูลุงของหนูไว้นะ โตขึ้นอย่าเอาผู้ชายอย่างนี้มาเป็นแฟนเชียว” แพรวาหันไปคุยกับน้องเมย์ที่ส่งเสียง

หัวเราะเอิ๊กอ๊ากมาเหมือนเข้าใจสิ่งที่แพรวาพูด

“อ้าวคุณ ไปสอนเด็กแบบนั้นผมก็เสียสิครับ” หญิงสาวหันมาจ้องเสี้ยวใบหน้าคมสันจากด้านข้าง

“คุณมันเป็นผู้ชายซังกะบ๊วย” เธอว่า

“ถึงผมจะไม่เข้าใจว่าแปลว่าอะไร แต่ผมก็พอเดาได้นะคุณ ว่าคุณไม่ได้ชมผม” กฤษดาตอบเรียบๆ

 

ªªªªªªªªªªªªªªªªªªª

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 7 ครั้ง

66 ความคิดเห็น