..กามเทพตัวน้อย..

ตอนที่ 5 : กามเทพตัวน้อย...5

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,628
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 6 ครั้ง
    25 ก.พ. 54

  

5

 

                ในที่สุดหลังจากการรบระหว่างแพรวาและน้องเมย์อีกครั้งเพื่อจับหนูน้อยเปลี่ยนเสื้อผ้าทั้งคู่ก็มานั่งจุ้มปุ๊กรอ

สารถีสุดหล่อกันอยู่ในรถที่แพรวารู้จากกฤษดาว่าเป็นของคุณป้าศรัญญา เพราะรถของเขาต้องเข้าอู่เนื่องจากถูกผู้

หญิงซุ่มซ่ามคนหนึ่งขับมาชน


                
“เธอน่ารักนะคะ” แพรวาเอ่ยขึ้นหลังจากรถออกมาสักพัก

“หลานผมน่ะหรอ... ใช่เธอน่ารัก และจะน่ารักกว่านี้มากถ้าเธอจะหยุดร้องไห้ซะบ้าง” กฤษดาตอบขณะพยายามบังคับรถไปด้วย

“ตอนนี้เธอก็ไม่ร้องนี่คะ”

“ผมไม่นับเวลาหลับครับ” เขาตอบกวนๆ

“แล้วคุณทำงานอะไรคะ” แพรวาพยายามชวนคุย พลางลอบมองชายหนุ่มที่นั่งข้างๆเป็นระยะ

“ผมทำธุรกิจที่อเมริกาน่ะ”

“อ้อ... แล้วยังไงคะ ช่วงพักร้อนหรอ” หญิงสาวซักอย่างไม่ได้ใส่ใจมากนัก แค่พยายามสร้างมิตรภาพเล็ก

น้อยก่อนจะต้องทำงานร่วมกันไปอีกหลายเดือน

“ทำนองนั้น” เขาตอบเสียงเครียด

“เอ่อ...” แพรวาตั้งท่าจะถามต่อ แต่ก็ถูกสายตาดุๆหันขวับมามอง

“นี่คุณช่วยอยู่เงียบๆบ้างได้มั้ย ผมอยากพักหูบ้างนะคุณ แค่ฟังเสียงน้องเมย์ร้องก็ปวดหัวจะตายอยู่แล้ว ยัง

ต้องมาฟังคุณนั่งซักนั่งถามอีก”

“ขอโทษค่ะ” แพรวามีสีหน้าสลดลง แต่ในใจอยากจะตะโกนกรอกหูอีตาบ้าขี้เก๊กนี่เหลือเกิน ใช่ว่าเธออยาก

จะเสวนาด้วยเสียหน่อย แค่เป็นเพราะไม่อยากให้บรรยากาศการทำงานของเธอมันตึงเครียดเกินไปก็เท่านั้นเอง

บรรยากาศภายในรถเย็นยะเยือกไปตลอดทางจนกระทั่งรถเลี้ยวเข้าจอดในลานจอดรถของห้างสรรพสินค้า

และกฤษดาก็เป็นฝ่ายเอ่ยขึ้น

“น้องเมย์ยังหลับอยู่เลย คุณจะเอาไง”

“งั้นฉันไปซื้อของเอง คุณนั่งเฝ้าเธอละกัน” แพรวาตัดสินใจ เพราะถ้าให้เขาไปซื้อของก็คงจะไม่ได้เรื่อง แต่

ถ้าจะให้นั่งรอน้องเมย์ตื่นก็คงจะเสียเวลาไปเปล่าๆ

“เฮ้ย แล้วถ้าเกิดตอนคุณซื้อของอยู่แล้วน้องเมย์ตื่นล่ะ ผมก็แย่น่ะสิ หน้าที่ดูแลน้องเมย์มันเป็นของคุณนะ

ไม่ใช่ของผม” กฤษดาโวยทันที

“นี่!! แล้วไอ้การที่ฉันลงไปซื้อของเนี่ย คุณไม่นับว่าเป็นการดูแลหลานคุณรึไง”  แพรวาโวยบ้าง ซึ่งก็ถือว่า

ได้ผลเพราะทำให้อีกฝ่ายยอมแพ้ได้

“โอเค... ถ้างั้น เราให้น้องเมย์นอนอยู่ในรถไม่ได้หรอ ผมจะได้ลงไปซื้อของด้วย” เขายื่นข้อเสนอ

“คุณจะบ้าหรอ ขังเด็กขวบเดียวไว้ในรถเนี่ยนะ คุณใช้อะไรคิดเนี่ย” เธอมองหน้าเขาด้วยสายตาเหยียดหยาม

สุดฤทธิ์

“ไม่ต้องมองหน้าผมแบบนั้นเลยนะคุณ ... งั้นเอางี้เราก็พาเธอไปทั้งหลับๆอย่างนี้ไม่ได้หรอ ให้เธอนั่งอยู่บน

รถนั่นแล้วก็เอาไปใส่รถเข็นน่ะ” อีกครั้งที่แพรวามองเขาด้วยสายตาเหยียดหยาม

“คุณคิดว่ารถเข็นในห้างจะใส่รถเด็กได้รึไง” แต่ไม่ทันที่ทั้งคู่จะตกลงกันได้ เสียงหัวเราะของเด็กก็ดังมาจาก

ที่นั่งด้านหลังซึ่งเรียกสายตา
2 คู่ให้หันกลับไปมองได้

“อืม... อย่างน้อยผมว่าเราก็ตัดสินใจได้แล้วว่าจะเอายังไง”

 

ªªªªªªªªªªªªªªªªªªª

 

กฤษดาเงยหน้ามองป้ายเหนือหัวที่บอกไว้ว่าโซนที่พวกเขากำลังยืนอยู่นั้นคือโซนเด็กเล็ก ซึ่งแน่นอนว่าย่อม

มีแต่ของเด็กอย่างเดียว เขาหันมองรอบๆอย่างประหลาดใจ

“ให้ตายเหอะ เด็กขวบเดียว เดินก็ยังไม่ได้ พูดก็ยังไม่คล่อง ฟันก็ยังไม่เต็มปาก น้องเมย์จะต้องใช้อะไร

มากมายนักเชียว”

“เธอต้องใช้อะไรมากกว่าที่คุณคิดแน่นอน” แพรวาตอบอย่างไม่ใส่ใจนัก “อุ๊ยคุณ น่ารักจัง” หญิงสาวหยิบ

กล่องที่ตั้งอยู่บนชั้นขึ้นมาพลิกดู

“แล้วนี่มันคืออะไรล่ะ” กฤษดาชะโงกหน้าผ่านไหล่ของหญิงสาวมามองของที่อยู่ในมือเธอ

“มันเอาไว้ทำแม่พิมพ์ปูนปลาสเตอร์รูปเท้ากับมือเล็กๆของเด็กไง ดูสิ ในนี้มีกระดานขาตั้งรวมไว้ให้ด้วย จะ

ได้วางโชว์บนชั้นไงล่ะ” แพรวาก้มหน้าอ่านพลางอธิบายไปด้วย “ชอบมั้ยคะน้องเมย์”

แน่นอนว่าประโยคหลังแพรวาหันไปพูดกับเด็กหญิงที่นั่งดูดนิ้วอยู่บนที่นั่งสำหรับเด็กของรถเข็น

“อย่าดีกว่า” กฤษดาคว้ากล่องในมือแพรวากลับไปวางบนชั้นตามเดิม

“โธ่คุณ มันน่ารักออกจะตาย” เธอเหลียวมองอย่างเสียดาย

“ผมเชื่อว่าแม่เธอคงมีมันเป็นกระบุงเลยล่ะ” กฤษดาดันรถเข็นให้เคลื่อนไปข้างหน้าเล็กน้อย “ตอนนี้หน้าที่

คุณคือ รีบๆหยิบของที่จำเป็นโยนใส่รถมา แล้วเราจะได้ไปหาอะไรโยนใส่กระเพาะบ้าง ผมชักจะหิวแล้วนะ”


กฤษดาเหลือบมองนาฬิกาข้อมือของตัวเองพลางทำเสียงจึกจักในลำคออย่างเด็กที่ไม่ถูกใจอะไรสักอย่าง


“เที่ยงครึ่งแล้วหรือเนี่ย ว่าแล้วเชียวทำไมรู้สึกหิว” แพรวาพูดหลังจากก้มดูนาฬิกาของตัวเองบ้าง


“ผมถึงได้บอกให้เรารีบไง เพราะไม่อย่างนั้น แม่ตัวเล็กนี่อาจจะออกฤทธิ์อีกรอบก็ได้”

แล้วหลังจากนั้นพวกเขาก็เดินเข้าช่องนู้นออกช่องนี้กันจนทั่วและก็ได้ของทั้งที่จำเป็นและไม่จำเป็นมาจน

เต็มรถเข็นซึ่งน้องเมย์เองก็ดูท่าว่าจะสนุกสนานไม่ใช่น้อย เพราะเธอเอาแต่ชี้ตามชั้นวางสินค้าและทุกครั้งแพรวาก็

จะต้องวิ่งไปหยิบของที่เด็กแค่ขวบเดียวชี้มาโยนใส่ในรถเข็น ดังนั้นรถจึงมีทั้งโคมไฟ แผ่นกรองแสงแดดในรถ ชุด

ปฐมพยาบาลพร้อมกับซีดีแนะนำการป้องกันภัย จุกนมและขวดนมเพิ่มเติมจากที่ดารณีให้มา แชมพู แป้ง สำลีสำหรับ

เด็ก ช้อนและจาน นมผงสำเร็จรูป ผ้าอ้อมสำเร็จเด็กไซส์เดียวกับที่น้องเมย์ใช้

“นี่คุณ น้องเมย์อยู่กับเราแค่ 2 เดือนนะ ไม่ใช่ทั้งชาติ ทำไมต้องซื้ออะไรเยอะแยะขนาดนี้ด้วย” กฤษดาเริ่ม

โวยเมื่อเห็นว่าของบางอย่างก็ดูจะฟุ่มเฟือยเกินไป “อย่างจุกนม หรือขวดนมเนี่ย น้องเมย์ก็มีอยู่แล้ว”

“น้องเมย์มีฟันแล้วนะคุณ เธออาจจะกัดจุกนมก็ได้ เราก็ต้องซื้อเผื่อเอาไว้ก่อน ถ้าไม่ได้ใช้คุณก็เก็บไว้ให้แม่

เธอตอนกลับมาสิ” แพรวาเถียง

“แต่ผมหิว” เขาเริ่มบ่นอีก แต่เสียงอ่อนลงเล็กน้อย

“ฉันก็หิว แต่ไหนๆซื้อแล้วก็ซื้อให้มันเสร็จไปทีเดียวสิคุณ” เธอบอกไปก็คว้าห่อบิสกิตมาหย่อนใส่รถเข็นซึ่ง

น้องเมย์ก็ดูชอบอกชอบใจ

“โอเค...” เขาก้มหน้าก้มตาเข็นรถต่อไปอย่างไม่มีปากมีเสียง จนตอนนี้เขาเองก็ชักจะไม่แน่ใจว่าใครเป็นเจ้า

นายใครเป็นลูกจ้างกันแน่

หลังจากนั้นทุกสิ่งทุกอย่างในสายตากฤษดาก็กลายเป็นภาพพร่ามัว เตียงนอนเด็ก ฟูกเตียงเด็ก ผ้าปูที่นอน

ผ้าห่ม เบาะปูรอง โมบาย โคมไฟเข้าชุด ผ้าม่าน หมอน รถเข็นที่มีล้อขนาดใหญ่ เบาะรองนั่ง เก้าอี้เด็กแบบสูงและ

แบบเตี้ย ชิงช้าเล็กๆ ตะกร้าผ้า เบาะผ้า หนังสือคู่มือเลี้ยงเด็กสามเล่ม ซีดีเพลงกล่อมเด็ก การ์ตูน แปรงและหวี และ

อื่นๆอีกมากมาย

“แพรวา ถ้าเผื่อคุณจะลืมไปแล้วนะ ผมอยากจะย้ำอีกครั้งว่า น้องเมย์อยู่กับเราแค่ 2 เดือน” แพรวาหันควับมา

หาเขาทันที แล้วก็หันกลับไปอย่างไม่ใส่ใจ

กฤษดามองตามร่างบางของลูกจ้างไปอย่างหงุดหงิด แต่เมื่อมานึกอีกทีถ้าหากเขาแต่งงานกับโอลิเวียเขาก็คง

ต้องตกอยู่ในสภาพนี้เหมือนกัน มีหน้าที่ทำตามคำสั่งโดยไม่มีปากไม่มีเสียง แต่ถ้าเป็นแบบนั้นเขาเองก็เต็มใจที่จะทำ

เขาพร้อมเสมอที่จะทำอะไรๆให้โอลิเวีย มันเป็นแบบนี้มา
8 ปี จนกระทั่งวันนั้น วันที่เธอตัดสินใจว่าเขาไม่ใช่คนที่

เธอต้องการอีกต่อไป

“คุณ... คุณ... คุณกฤษดา” เสียงเรียกของแพรวาดึงสติเขากลับมาอีกครั้ง


“หืม?”

“จ่ายตังสิคะ” กฤษดากลอกตาก่อนจะควักกระป่าเงินขึ้นมาและส่งบัตรเครดิตให้พนักงานที่ยืนส่งยิ้มให้กับ

น้องเมย์


“ลูกน่ารักจังนะคะ” พนักงานคนดังกล่าวเอ่ยขึ้น


“ไม่ใช่ลูกค่ะ เอ่อ เป็นหลานเจ้านายน่ะค่ะ”แพรวาบอก


“เข้าใจล้อเล่นนะคะ” พนักงานยิ้ม ก่อนจะทำหน้าที่ของตัวเองต่อ


“ฉันว่าเค้าไม่เชื่อเรานะ คุณว่าไง” แพรวาถามขึ้นหลังจากจ่ายค่าสินค้าที่ราคาเหยียบหมื่นเสร็จเรียบร้อย

“ก็ไม่แน่นะ เค้าอาจจะเชื่อก็ได้ ใครล่ะจะไปคิดว่าผู้หญิงซุ่มซ่ามหน้าตาบ้านๆอย่างคุณจะเป็นแม่คนได้”

อารมณ์หงุดหงิดเพราะความหิวประกอบกับอยากกวนประสาทผู้หญิงตรงหน้าทำให้เขาพูดออกไปอย่างนั้น

“เหอะ... อย่างกับผู้ชายแบบคุณจะเป็นพ่อคนได้น่ะ” กฤษดาอมยิ้มกับคำตอบกลับของเธอ

“ผู้ชายทั่วๆไปเค้าก็เป็นเหมือนผมกันทั้งนั้นแหละ”

“ยังไง... ไร้มารยาท พูดจากวนส้นเท้า ไม่มีความเป็นสุภาพบุรุษ อย่างคุณเนี่ยนะ” หญิงสาวพูดอย่างมีโมโห

ซึ่งก็เรียกรอยยิ้มให้เขาได้อีกเช่นกัน “ฉันจะไม่แปลกใจเลยนะ ถ้าคุณจะหาแม่ของลูกไม่ได้ ผู้หญิงที่ไหนจะไปชอบ

ผู้ชายเฮงซวยแบบคุณ”

“ให้มันน้อยๆหน่อยคุณ ผมเป็นนายจ้างคุณนะ”กฤษดาเริ่มหมดความอดทน

“เราทำสัญญาห้ามฉันด่าคุณด้วยหรอ ฉันว่าไม่มีในข้อตกลงนะคะ” แพรวาหันมาส่งยิ้นกวนๆให้แต่เขายัง

ไม่ทันได้ตอบโต้อะไรเสียงเล็กๆของน้องเมย์ก็ดังขึ้น

“ก่ายยยยยย” กฤษดาก้มลงมองหลานตัวน้อยในรถเข็น “ก่ายยยยย”

“เอ่อ ฉันว่าเธอพูดว่าไก่นะคะ” แพรวาตั้งข้อสังเกตพลางเหลือบมองรูปปั้นคุณลุงใจดีที่อยู่หน้าร้านอาหาร

ฟาสฟู้ดชื่อดัง

“หรอ” กฤษดามองตามมือของหนูน้อยที่ชี้ไปยังรูปปั้น และร้องเรียก ก่ายยยยยยย ไปด้วย

“อยากกินไก่หรอจ้ะ” หญิงสาวก้มลงคุยกับเด็กหญิงซึ่งยิ้มตอบให้เธออย่างน่ารัก

“ก่ายยยยยยยย”

“ฮะๆๆๆ” กฤษดาหัวเราะออกมาได้ในรอบหลายเดือนกับท่าทีน่าเอ็นดูของหลานสาวตัวน้อย “โอเค งั้นวัน

นี้เรากินไก่กันก็ได้” เขาว่าพลางเข็นรถตรงเข้าไปในร้าน

 

ªªªªªªªªªªªªªªªªªªª

 

แพรวานั่งลงบนพื้นกลางห้องที่เลือกไว้เป็นห้องนอนของน้องเมย์ พลางสงสัยว่าเธอจะเริ่มทำอะไรก่อนดี

เพราะถ้ามองจากกองถุงพลาสติกที่บรรจุข้าวของทั้งหลายเวลาอีกไม่ถึงครึ่งวันเธอคงจัดการไม่เสร็จแน่นอน หญิง

สาวสำรวจถุงพลาสติกทีละใบอย่างละเอียดขณะที่สมองก็วางแผนเป็นระบบว่าจะเอาอะไรวางไว้ตรงไหน ของชิ้น

ใหญ่ๆจำพวกโต๊ะและเตียงสำหรับเด็กนั้นทางห้างจะนำมาส่งให้ในวันพรุ่งนี้ซึ่งเธอคิดว่ามันค่อนข้างช้า ในเมื่อ

น้องเมย์จำเป็นต้องมีที่นอนคืนนี้ แต่ก็ช่างปะไรคืนนี้เป็นหน้าที่ของอีตาคุณลุงจอมกวนประสาทนั่นต่างหาก

แล้วแพรวาก็เริ่มลงมือจัดการกับข้าวของในขณะที่น้องเมย์กำลังหลับปุ๋ยอยู่ชั้นล่างในที่นั่งสำหรับเด็กที่ซื้อ

มาใหม่เอี่ยม ส่วนอีตาคุณลุงสุดหล่อของน้องเมย์ก็หายต๋อมไปตั้งแต่ขนของลงจากรถเสร็จ แต่ก็ดีเสียอีกเธอจะได้

ทำงานได้โดยไม่ต้องเหนื่อยอธิบายอะไรๆมากมาย เพราะอย่างไรเสียวันนี้เธอก็คงไม่ได้แต่งบ้านเนื่องจากงานด่วน

อย่างเลี้ยงน้องเมย์ดูจะสลักสำคัญและเร่งด่วนกว่า

แพรวาเป็นคนมีระเบียบ แต่ก็ไม่ถึงขั้นเนี้ยบไม่มีที่ติ เธอชอบให้อะไรๆมันอยู่เป็นที่เป็นทางซึ่งก็ดูจะเป็นไป

ได้ยากสักหน่อยกับบ้านที่โล่งโจ้ง ไม่มีเฟอร์นิเจอร์อะไรเลยนอกจากเตียงขนาดคิงไซส์ในห้องที่กฤษดาใช้ซุก

หัวนอน หญิงสาวจัดแจงเอาแชมพู แป้ง โลชัน สำลีไปวางรวมกันไว้ในตะกร้าใบเล็กสีชมพูหวานสำหรับยกไป

ใช้ได้สะดวกตอนอาบน้ำให้น้องเมย์ ห่อผ้าอ้อมสำเร็จรูปยังคงอยู่ในถุงเพราะยังไม่มีตู้สำหรับเก็บรวมถึงพวกขวดนม

และจุกนมด้วย

“พอแก้ขัดไปได้ก่อนล่ะนะ” แพรวาสรุปก่อนจะลุกขึ้นมองรอบๆ อย่างน้อยตอนนี้ถุงพลาสติกก็หายไปเกิน

ครึ่ง และเมื่อเธอได้ตู้เสื้อผ้า โต๊ะวางของ และอะไรต่อมิอะไรมาเพิ่ม ตอนนั้นก็คงจะไม่เหลือถุงพลาสติกให้ต้อง

จัดการอีกแล้ว

“โอ้โห วันนี้ฉันเพิ่มขยะให้โลกอีกเป็นกองเลยนะเนี่ย” แพรวาก้มลงรวบรวมถุงพลาสติกทั้งหลายเพื่อนำไป

ใช้ซ้ำ นำกลับมาใช้ใหม่ตามอย่างที่พวกดาราทีวีกำลังรณรงค์กันอยู่ อย่างน้อยก็คงช่วยลดโลกร้อนได้บ้างล่ะ

นอกจากห้องนอนของน้องเมย์แล้ว ห้องอื่นๆก็ยังคงว่างเปล่าไม่ว่าจะเป็นห้องชั้นบน หรือห้องชั้นล่าง อ้อ

เธอเกือบลืมไป อย่างน้อยตอนนี้ในครัวก็มีตู้เย็นกับหม้อหุงข้าวมาเพิ่ม ส่วนจานชามเธอก็ซื้อมาเผื่อเกือบ
2 โหล และ

ตอนนี้ก็ได้เวลาลงไปจัดการกับข้าวของที่กองรออยู่ที่ห้องครัว

แพรวายื่นศีรษะเข้าไปในตู้เย็นเพื่อเก็บของทั้งสดและแห้งเข้าไปไว้ในตู้เย็น และเธอก็เพิ่งเริ่มทำไปได้ไม่

นานเมื่อเสียงของกฤษดาดังขึ้นจากด้านหลัง

“คุณจะเอาน้ำมันพืชใส่ตู้เย็นด้วยหรือไง” กฤษดาถามเบาๆ แต่ก็ดังพอที่จะทำให้แพรวาตกใจ ด้วยความ

ไม่ทันระวังเธอเงยศีรษะขึ้นกะทันหันทำให้ด้านหลังศีรษะกระแทกกับประตูตู้เย็นอย่างแรง พร้อมกับขวดซอส

มะเขือเทศที่เป็นแก้วหล่นกระแทกพื้นเสียงดังและแตกกระจาย

“โอ๊ย!!!” เธอร้องเสียงหลง “นี่คุณจะฆ่ากันรึไง” แพรวาตวาดเสียงดังพลางยกมือลูบศีรษะตัวเองไปมา

และนั่นก็ปลุกให้น้องเมย์ตื่นแล้วเริ่มร้องไห้

“ดูสิว่าคุณทำอะไรลงไป!

“อะไรของคุณ” กฤษดาถาม เลิกคิ้วสูงซะจนแพรวาอยากจะเอาไข่ในตู้เขวี้ยงใส่หน้าหล่อๆนั่น

“คุณทำให้น้องเมย์ตื่น” แพรวาเดินย่องๆหลบร่องรอยซอสมะเขือเทศ

“ผมเนี่ยนะทำให้แกตื่น... ยังไงไม่ทราบ” เขาถามพลางมองท่าทางกระโดดหยองแหยงของอีกฝ่าย “ผม

กระแทกประตูตอนเดินเข้ามารึก็เปล่า ผมเดินเสียงดังใช่มั้ย ก็ไม่ ผมตะโกนหรอ ม่ายยยยยยเลย ผมแค่ย่องเข้าประตูมา

ยืนดูคุณเล่นจัดบ้านตุ๊กตา แล้วผมก็กระซิบถามคุณว่าคุณจะเอาน้ำมันพืชแช่ตู้เย็นหรอ แล้วคุณนั่นแหละที่อาละวาด

ขึ้นมาซะอย่างนั้น”

แพรวายืนเอามือเท้าเอวฟังคู่กรณีด้วยความหมั่นไส้ นี่ถ้าไม่ติดว่าน้องเมย์กำลังแหกปากร้องอย่างเอาเป็น

เอาตายล่ะก็ เธอต้องได้วางมวยกับอีตาบ้าอวดดีตรงหน้าแน่ๆ  ยิ่งเขาจ้องมองเธออย่างท้าทายแบบนี้ และยิ่งดวงตาโต

สีน้ำตาลเข้มของเขาน่ามองขนาดไหน มันยิ่งทำให้เธอหงุดหงิดมากขึ้นเท่านั้น

“ฝากไว้ก่อนเถอะ”

“รีบๆมาเอาคืนนะครับคุณผู้หญิง ผมไม่ชอบรับฝากของใครนานๆ” กฤษดาส่งยิ้มกวนประสาทมาให้แพรวา

ที่ส่งขวดนมมาให้เขา

“อ่ะ”

“อะไรของคุณ”

“คุณเห็นไอ้ที่กองเลอะเทอะอยู่บนพื้นนี่มั้ย ไอ้ซอสบ้าๆเนี่ย มันมีสาเหตุมาจากคุณ...” แพรวาชี้นิ้วไปที่เขา

อย่างออกคำสั่ง “และฉัน...” เธอชี้นิ้วมาที่ตัวเอง “ก็ต้องเก็บมัน ดังนั้นจึงเป็นหน้าที่คุณที่ต้องไปทำให้เธอเงียบซะ”

“ขอโทษนะครับคุณแพรวา” กฤษดายื่นขวดนมกลับมาให้เธอ “ช่วยทวนความทรงจำเมื่อเช้าให้ผมที ในข้อ

ตกลงเราบอกไว้ตรงไหนไม่ทราบว่าผมจะต้องทำตามคำสั่งคุณ”

“ให้ตายสิ นี่คุณ!!!” แพรวาตะโกนแข่งกับเสียงร้องไห้ของน้องเมย์ “แกเป็นหลานคุณนะ และต่อให้คุณจะ

เป็นผู้ชายที่ทุเรศที่สุดในโลก สมองกลวงที่สุด หรือเฮงซวยที่สุดก็ตาม อย่างน้อยคุณก็น่าจะมีสำนึกบ้างนะ” แพรวา

หันไปคว้าผ้าที่ใช้สำหรับเป็นผ้าขี้ริ้วขึ้นมา แล้วเขวี้ยงใส่ผู้ว่าจ้างสุดแรง “ถ้าคุณไม่ไปทำให้เธอเงียบ คุณก็เก็บไอ้พวก

นี้ซะ”

“แล้วถ้าผมไม่เลือกอะไรเลยล่ะ” เขายังคงยืนทำท่าสบายอารมณ์

“ฉันก็จะฆ่าคุณด้วยเศษแก้วที่แตกพวกนี้น่ะสิ” แพรวาจ้องหน้าเขาเขม็ง และในที่สุดเขาก็เป็นฝ่ายยอมแพ้

“โอเค... งั้นผมเลือกที่จะเก็บไอ้พวกนี้ก็แล้วกัน” เขายื่นขวดนมมาข้างหน้าและแพรวาก็กระชากมันมาด้วย

ความหงุดหงิด

ถ้าไม่ใช่เพราะรายได้มหาศาลที่เธอคงไม่มีทางหาได้ที่ไหนอีกแล้ว นอกจากการซื้อล็อตเตอรี่ที่โอกาสถูก

รางวัลแทบจะเป็นศูนย์ เธอคงไม่มีวันยอมอดทนทำงานกับผู้ชายบ้า อวดดี แถมมีหน้าตาหล่อเหลาเป็นอาวุธอย่างกฤษ

ดาแน่นอน

“เงียบนะคะคนดี” แพรวาช้อนร่างจ้ำม่ำของน้องเมย์ขึ้นมาแล้วอุ้มเธอไว้แนบอก “โอ๋ๆๆๆ เงียบนะคะคน

เก่ง” และเพียงไม่นานเด็กหญิงก็ผล็อยหลับไปอีกครั้ง ส่วนแพรวาก็นั่งหมดแรงอยู่ข้างๆกัน

กฤษดาค่อยๆย่องเข้ามาในห้องนอนของน้องเมย์พลางส่งม้วนกระดาษทิชชู่ให้เธอม้วนหนึ่ง

“หน้าคุณเลอะซอสน่ะ ผมลืมบอกตอนอยู่ข้างล่าง” แพรวาหันไปมองเขาตาเขียวก่อนจะรับม้วนกระดาษมา

อย่างไม่เต็มใจนัก “เอ่อ... ขอโทษที่ทำให้คุณหงิดหงิด”

“ช่างมันเถอะ” นี่คือสิ่งที่แพรวาเกลียดที่สุดในตัวเอง อาการโกรธหัวฟัดหัวเหวี่ยงเมื่อครู่แทบจะหายไป

ทันทีที่ได้ยินคำว่า ขอโทษ เธอเป็นคนใจอ่อนมาแต่ไหนแต่ไร และมันก็มักจะสร้างความลำบากใจให้เธอแทบจะทุก

ครั้งไป รวมถึงครั้งนี้ด้วยที่เมื่อชายหนุ่มรูปร่างดี หน้าตาจัดว่าดีมากมานั่งทำหน้าจ๋อยและเอ่ยปากขอโทษ มันทำให้

เธอเกือบจะละลาย ถ้าไม่มีประโยคหลังตามมา

“อ้อ ไอ้ขวดซอสข้างล่างนั่น ผมเก็บมันไม่เป็น คุณช่วยไปดูให้หน่อยสิ”

 

ªªªªªªªªªªªªªªªªªªª

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 6 ครั้ง

66 ความคิดเห็น

  1. #10 เนรุยะ (@tale-illusion) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2554 / 22:19
    จะตีกันตายก่อนปล่าวนี้ เหอๆ   สู้ๆค่ะ
    #10
    0