..กามเทพตัวน้อย..

ตอนที่ 23 : กามเทพตัวน้อย...23

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,445
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 5 ครั้ง
    17 เม.ย. 54

 23

 

                กฤษดาสงสัยว่าเขาต้องวิ่งอีกกี่รอบ เขาถึงจะไม่ต้องคิดถึงแพรวา ไม่ต้องเห็นเธอทุกครั้งที่เขาหลับตา ไม่โหย

หาที่จะกอดเธอและมีเธอในอ้อมแขน เขาโยนขวดน้ำในมือลงบนพื้นก่อนจะออกวิ่งต่อไป แขนกับขาของเขา

เคลื่อนไหวอย่างเป็นกลไกในขณะที่สมองหมุนติ้ว


               
สิ่งที่เกิดขึ้นในบ้านหลังนี้บวกกับสิ่งที่เกิดขึ้นก่อนหน้านั้นและหลังจากนั้นจะเป็นความทรงจำที่ดีที่สุดและ

เลวร้ายที่สุดในใจเขาตลอดไป ถ้าเพียงแต่เขาจำทุกสิ่งทุกอย่างได้หมดนะ


               
มันเจ็บปวดชะมัด เจ็บปวดทั้งๆที่ยังไม่ได้เริ่มต้นด้วยซ้ำ


               
ความใกล้ชิด... นั่นแหละที่เขาเรียกมัน...


               
เธอทำให้เขาสับสน เธอเป็นคนคิดมาก เป็นพวกชอบอะไรเนี้ยบๆไร้ที่ติ อยากรู้อยากเห็น เจ้ากี้เจ้าการ รู้ดีไป

เสียทุกอย่าง แต่กลัวการทำผิดพลาดอย่างสุดโต่ง เจ้าอารมณ์ แถมเธอยัง...


               
อีกหนึ่งรอบ บางทีการวิ่งอีกสักรอบมันอาจจะช่วยให้สมองเขาปิดตายได้


               
เขาคิดถึงเธอ... เขาชอบเธอ...


               
ทั้งตอนที่เธอจ้องมองน้องเมย์ ดูแลเอาใจใส่หนูน้อย ตอนที่เธอจัดการที่อาศัยโล่งๆของเขาให้เป็นบ้าน ซึ่ง

จะว่างเปล่าอีกครั้งเมื่อเธอและเขาจากไป ไม่ว่ามันจะมีเฟอร์นิเจอร์ พรม หรืออะไรบ้าบอคอแตกอย่างอื่นที่เราทิ้งไว้

เบื้องหลัง การที่เธอเข้ามาในชีวิตเขาและมีส่วนร่วมในทุกเรื่องเล็กน้อยก็เป็นเพราะว่าเธอแคร์ เธอไม่ใช่แค่อยากรู้

อยากเห็นหรือเจ้ากี้เจ้าการ แต่เธอแคร์จริงๆ


               
และเขาก็แคร์เธอมากกว่าอะไรทั้งหมด เขาไม่ชอบเวลาที่เธอร้องไห้ ถึงแม้เขาจะไม่ได้เห็นบ่อยนักแต่ก็รับรู้

ได้ว่าเธอกำลังเสียใจ อย่างเมื่อเช้าตอนที่ดารณีมารับน้องเมย์ เขาเห็นหยาดน้ำใสๆในแววตาของเธอแม้มันจะไม่ได้

ไหลออกมาก็ตาม เขาเห็นเธอตั้งใจพับเสื้อผ้าของน้องเมย์ทุกชุดในกระเป๋า เห็นเธอหยิบขวดนมใส่ตะกร้าพร้อมด้วย

ของเล่นของเด็กหญิง แล้วเขาก็เห็นหยาดน้ำตาร่วงลงบนผ้าขนหนูผืนเล็กๆ เธอพยายามซ่อนมันจากเขา และเขาก็

แกล้งทำเป็นไม่เห็นเพื่อไม่ให้เธอรู้สึกแย่


               
พอเริ่มรู้สึกหอบกฤษดาก็ชะลอฝีเท้าจนกลายเป็นเดินแทน เขารู้สึกว่าแดดเริ่มอ่อนแสงลงและดวงอาทิตย์ก็

สาดแสงสีแดงฉานไปทั่วขอบฟ้าจึงตัดสินใจกลับเข้าบ้าน ร่างสูงก้าวขึ้นบันไดไปอย่างมั่นคงในใจก็ยังคิดถึงหญิง

สาวที่อาศัยร่วมบ้านไปด้วย เขาอดเป็นห่วงไม่ได้ว่าเธออาจจะหลบไปร้องไห้ตรงมุมไหนของบ้านคนเดียวรึเปล่า นั่น

จึงทำให้ทิศทางการเดินของเขาไม่ได้มุ่งไปที่ห้องตัวเอง แต่ไปยังห้องของแพรวา


               
ประตูห้องปิดอยู่ เขาจึงเคาะเบาๆไปสองสามที


               
“คะ?” แพรวาขานรับ


               
“ผมเข้าไปนะ”


               
“เชิญค่ะ” เขาค่อยๆแง้มประตูห้องก่อนจะเปิดกว้างออกจึงเห็นกระเป๋าเดินทางที่วางกองอยู่ที่พื้นข้างเตียง

พร้อมด้วยเสื้อผ้าจำนวนหนึ่งที่อัดแน่นอยู่ในนั้น


               
“คุณทำอะไรน่ะ” เขาถามแพรวาที่กำลังนั่งลงบนส้นเท้าข้างๆกระเป๋าใบนั้น


               
“ทำสวนค่ะ” เธอตอบขณะที่ลุกขึ้นยืน


               
“อ้อ ให้ผมช่วยรดน้ำให้มั้ยล่ะ” กฤษดาย้อน


               
“ฉันกำลังเก็บของไงคะ คุณก็เห็น”


               
“เก็บทำไม” เขาเลิกคิ้วถาม


               
“ก็ฉันไม่จำเป็นต้องอยู่ที่นี่ต่อแล้วนี่คะ” เธอยักไหล่ แล้วเดินไปกวาดข้าวของบนโต๊ะมาไว้ในอ้อมแขน


               
“งานคุณยังไม่เสร็จซะหน่อย” เขายืนมองเธออย่างหงุดหงิดจนอยากจะเข้าไปรื้อข้าวของของเธอออกมาเก็บ

ไว้ที่เดิมให้หมดแล้วดึงเธอมากอดไว้แน่นๆ


               
“ใช่ค่ะ งานฉันยังไม่เสร็จ แต่งานแต่งบ้านเนี่ยฉันไม่จำเป็นต้องอยู่ที่นี่ซะหน่อย น้องเมย์ก็กลับไปแล้วฉันก็

ไม่ต้องดูแลแกทั้งวันทั้งคืน งานตกแต่งภายในเค้าทำกันตอนกลางวันค่ะ” เธออธิบายเหมือนมันเป็นเรื่องที่รู้ๆกันอยู่

แต่เขาไม่ยอมรับ


               
“แล้วใครจะทำกับข้าวให้ผมล่ะ” เขาบอกอย่างดื้อดึง


               
 “ฉันจะมาถึงที่นี่แต่เช้าและทำกับข้าวไว้ให้คุณ ตอนกลางวันถ้าคุณอยู่บ้านฉันก็จะเตรียมไว้ให้ ส่วนตอน

เย็นฉันจะทำไว้ก่อนจะกลับคอนโด... เห็นมั้ยคะ ฉันไม่มีเหตุผลที่ต้องนอนที่นี่ซักหน่อย... หรือว่าคุณจะกินข้าวตอน

เที่ยงคืน” แพรวาย้อนถาม


               
“ก็...ไม่แน่ เผื่อบางวันผมเกิดหิวขึ้นมาตอนดึกๆ” แพรวายกมือขึ้นกอดอกแล้วจ้องมองเขาตรงๆ


               
“อ้อ... ฉันไม่ต้องเลี้ยงเด็กเล็กๆแล้ว แต่ต้องมาดูแลคนโตๆแทนใช่มั้ยคะ” กฤษดาขยับเข้าไปหาเธอเล็กน้อย


               
“ผมแค่... คงรู้สึกแปลกๆถ้าคุณไม่อยู่... ไม่รู้สิ มันไม่ชินน่ะถ้าต้องอยู่ที่นี่คนเดียว” เขาตอบ “แต่ถ้าคุณอยาก

กลับก็ตามใจคุณ เดี๋ยวผมไปส่งเอง” เขาพูดต่อเพียงแค่นั้น ก่อนจะหันหลังเดินกลับออกมาด้วยความรู้สึกโหวงเหวง

ชอบกล


               
“แล้วคุณก็จะชินไปเองค่ะ” แพรวาร้องบอก

 

ªªªªªªªªªªªªªªªªªªª

 

                แพรวาคิดว่าทำไมเธอถึงได้โง่เง่าขนาดนี้ ถึงได้หวังหรือเชื่อว่ากฤษดาจะขอให้เธออยู่กับเขาต่อด้วยเหตุผล

อื่นที่ไม่ใช่เรื่องงาน แต่ก็นั่นแหละเธอเป็นอะไรกับเขากันล่ะ คนรักหรอ... ก็ไม่ใช่... ดอกไม้ริมทางงั้นหรอ...


               
หญิงสาวยกมือทั้งสองขึ้นบีบขมับ พยายามควบคุมจังหวะหายใจซึ่งเต้นถี่รัวอยู่นานมากจนเธอคิดว่าตัวเอง

อาจกำลังหอบอยู่ เธอคิดว่าเขาอาจจะชอบเธอเหมือนที่เธอรู้สึก ไม่ใช่แค่แคร์... เพราะใครๆเค้าก็แคร์กันได้... แต่การ

ชอบใครซักคนในระยะเวลาสั้นๆ หรือบางทีอาจจะเพียงแค่แรกเห็นก็รู้สึกชอบ ถูกชะตา มันไม่ได้เกิดขึ้นกับทุกคน

เธอคิดว่าเขาจะนึกถึงคืนนั้นที่เขาจูบเธอ และเขาก็มองตาเธอราวกับว่าไม่อยากปล่อยเธอออกจากอ้อมแขนยังไงยังงั้น

นั่นเป็นเพราะความใกล้ชิดหรือเปล่านะ


               
แต่ที่แน่ๆเธอชอบเขามากกว่าแค่รอยยิ้มทั้งปากและตา กับนัยน์ตาสีน้ำตาลมีประกายของเขา เธอชอบที่เขา

ทำท่าน่ารักติงต๊องเวลาเล่นกับน้องเมย์ แล้วก็พยายามแสร้งทำเป็นว่าหัวใจอันแสนอ่อนไหวของเขาไม่ได้ประทับใจ

กับสองมือเล็กๆของยัยหนู


               
นี่เธอคิดอะไรอยู่น่ะ เธอต้องการอะไรจากฤษดากันแน่...


เปล่าเลย... เธอไม่ได้ต้องการอะไรจากเขา นั่นแหละที่เธอต้องการ เธออาจจะอารมณ์ขึ้นๆลงๆบ้างก็แค่นั้น

บางทีอาจเพราะการจากกับน้องเมย์ก็เลยทำให้เธอสับสนเมื่อต้องจากกับกฤษดาด้วย ตอนนี้เธอเล่นบทแม่บ้านแม่

เรือนมาได้
2 เดือนแล้ว ทั้งตกแต่งบ้าน เข้าครัว ยิ้มแย้ม พูดคุย หรือแม้กระทั่งโต้เถียงกันข้ามโต๊ะอาหาร แล้วไหนจะ

ดูแลเด็กน้อยอีก ทั้งหมดประดังประเดเข้ามาบิดเบือนความคิดของเธอ ก่อนหน้านี้เธออาจจะไม่ได้มีความสุขกับตัวเอง

นัก แต่เธอก็ยังไม่เคยคิดอะไรประเภทลงหลักปักฐานหรือจะเป็นแม่ศรีเรือนอย่างถาวร เธอแค่ต้องการงาน ต้องการ

เงินเท่านั้น


แล้วพอได้เจอกฤษดากับน้องเมย์ เหตุการณ์นี้ก็แค่ทำให้ความรู้สึกเป็นแม่ของผู้หญิงทุกคนมันเกิดขึ้นมา แต่

เธอจะจัดการมันได้เมื่อกลับไปอยู่คอนโดเหมือนเดิม กลับไปใช้ชีวิตแบบเดิมๆที่มุ่งหน้าแต่เรื่องงานเท่านั้น แล้วหลัง

จากนั้นเธอก็จะจากกับกฤษดาแบบไม่มีอะไรติดค้างอยู่ในใจ เธอจะไม่รู้สึกอาลัยอาวรณ์เมื่อไม่ได้เจอเขาอีกต่อไป


“ใช่ มันต้องเป็นอย่างนั้น” แพรวาพูดขณะคุกเข่าลงเก็บของต่อไป

 

ªªªªªªªªªªªªªªªªªªª

 

                “แกชอบเค้า... แกก็รู้ว่ามันไม่ใช่แค่ความใกล้ชิด มันไม่ใช่แค่ความบังเอิญนะแพร แกลองคิดดูสิว่างานของ

แกเจอเจ้านายหนุ่มรูปหล่อมากี่คน แกต้องทำงานร่วมกับผู้ชายมากี่คน ฉันไม่เห็นแกจะหวั่นไหวอะไร แต่กับคุณกฤษ

แกกลับชอบเค้าได้อย่างง่ายดายแกไม่คิดว่ามันแปลกหรอ...” วิทวัสพยายามชักแม่น้ำทั้งห้ามาพูดกับแพรวาตั้งแต่เธอ

แวะมาหาที่ห้องเสื้อและเล่าให้ฟังว่าตอนนี้หญิงสาวย้ายกลับมาอยู่คอนโดเรียบร้อยแล้ว “แล้วแกคิดดูนะ ก่อนหน้าที่

แกจะไปทำงานกับเค้า ก็มีเรื่องบังเอิญให้เจอกันตั้งหลายหน อย่างเนี้ยมันพรหมลิขิตชัดๆนะยะ”


               
“โอ๊ย วัสก็พูดไปโน่น พรหมลิขิตอะไรที่ไหนล่ะ” แพรวาบ่น “แอบชอบเค้าข้างเดียวแบบเนี้ย เค้าเรียกพรหม

ลิขิตที่ไหนกันยะ”


               
วิทวัสเดินมาทิ้งตัวลงนั่งที่โซฟาฝั่งตรงข้ามกับแพรวา แล้วจ้องหน้าเธอด้วยสายตาจับผิดแบบฉบับเฉพาะตัว

ของเขา


               
“ฉันว่าคุณกฤษเค้าก็แอบมีใจให้แกอยู่นา”


               
“วัสไปเอามาจากไหน” เธอรู้สึกใจเต้นแรงขึ้นมาทันที “ใครบอก”


               
“ไม่มีใครบอกหรอก”


               
“อ้าว” แพรวาห่อเหี่ยวลง


               
“ฉันใช้สัญชาติญาณน่ะ ยังไงฉันก็ยังมีความเป็นชายอยู่นะยะ ถึงแม้จะน้อยนิดก็ตามที” หญิงสาวแกล้งเชื่อ

อีกฝ่าย ทั้งๆที่ในใจนั้นไม่อยากจะคิดอะไรมากไปกว่านี้อีกแล้ว “ฉันเห็นสายตาที่เค้ามองแกน่ะดู...เอ่อ...” วิทวัสนิ่ง

คิด


               
“ดูอะไรของวัส”


               
“จะพูดยังไงดีล่ะ... อืม ดูอ่อนโยนมั้ง”


               
“แพรว่าวัสจำผิดแล้วล่ะ จำแพรสลับกับน้องเมย์รึเปล่า” หญิงสาวหยิบนิตยสารดาราขึ้นมาเปิดดูเรื่อยๆแต่

สายตาไม่ได้จับจ้องลงไปที่หนังสือด้วยซ้ำ


               
“เอ๊ะ ยัยแพร อย่าชักใบให้เรือเสียสิยะ... ฉันพูดจริงๆนะ ถึงฉันจะเจอคุณกฤษแค่ไม่กี่ครั้งแต่ทุกครั้งฉันก็

จ้องตาเค้าตลอด... ก็แหมตาสวยขนาดนั้น... แล้วก็นั่นแหละ ฉันเห็นนะว่าสายตาเค้าที่มองแก ไม่เหมือนกับที่มองฉัน

ยัยหนูพลอย หรือว่าหลานเค้า... มันดู...อ่อนโยน อบอุ่น อะไรทำนองนั้นน่ะ เฮ้อออ อยากมีหนุ่มๆมองฉันแบบนั้น

บ้างจัง”


               
“ดูละครมากไปหรือไงวัส” เธอโยนหมอนใส่เพื่อนอย่างล้อเลียน


               
“นี่แพร ฉันจริงจังนะ ในเมื่อแกชอบเค้า แล้วเค้าก็ชอบแกอย่างเนี้ย มันก็น่าจะลงตัวได้ไม่ยาก.. อีกไม่นาน

งานแกก็เสร็จแล้ว แล้วคุณกฤษก็ต้องกลับอเมริกา ฉันว่าแกน่าจะรีบๆบอกชอบเค้าไปเลย มัวชักช้าเดี๋ยวแห้วรับ

ประทานนะยะหล่อน หล่ออย่างนั้นน่ะหาสาวใหม่ได้ไม่ยากหรอกนะ”


               
“บ้าหรอวัส แพรเป็นผู้หญิงนะ อีกอย่างเราก็ไม่รู้ซักหน่อยว่าคุณกฤษชอบแพรจริงๆอย่างที่วัสบอกรึเปล่า ถ้า

เกิดเค้าไม่ได้ชอบแพรก็หน้าแตกน่ะสิ” เธอบ่นอิดออดไปตามประสา


               
“โอ๊ยยย แม่คุณหนูผ้าพับไว้ นี่มันสมัยไหนแล้วยะแม่คุณ... ผู้หญิงผู้ชายเค้าเท่าเทียมกันแล้วย่ะ ใครชอบใคร

ก็รีบๆบอกไปซะ มัวแต่ชักช้าร่ำไรแบบหล่อนน่ะถึงได้ขึ้นคานกันเป็นแถวๆ” วิทวัสเท้าเอวอย่างหมั่นไส้ “ไม่รู้จัก

ทำตัวเป็นชะนีสมัยใหม่ซะบ้าง สมัยนี้ชะนีมันลูกครึ่งแรดกันทั้งนั้นล่ะย่ะ”


               
“บ้า
!!” เธอหัวเราะขำคำเปรียบเปรยของเพื่อนสาว ชะนีผสมแรดเนี่ยนะ... หน้าตาจะเป็นยังไงล่ะเนี่ย


               
“ไม่ต้องมาบ้าเลยแพร... เอางี้นะ เรามาพิสูจน์กันมั้ยล่ะ ว่าคุณกฤษเค้าชอบแกรึเปล่า” วิทวัสเริ่มวางแผน


               
“พิสูจน์หรอ... ยังไงล่ะ” หญิงสาวตาโตด้วยความอยากรู้อยากเห็น


               
“มันไม่ยากหรอก แกแค่ทำตามที่ฉันบอก โอเคมั้ย”


               
“ไม่โอเค...”


               
“อ้าว ไหงงั้นล่ะ”


               
“ก็วัสชอบทำอะไรแผลงๆ ขืนแผนแตกเค้ารู้ว่าแพรชอบเค้าก็ฟาล์วน่ะสิ แถมจะโยนหัวเราะเยาะเอาอีก แล้ว

ยิ่งถ้าเค้าไม่ได้คิดอะไรกับแพรนะ หน้าแตกหมอไม่รับเย็บแน่ๆ” แพรวารีบปฏิเสธทันที เพราะนึกถึงวีรกรรมวีรเวร

สมัยเรียนของวิทวัสแล้วก็ปวดหัว ถึงแม้บางเรื่องจะสำเร็จก็เถอะ แต่เปอร์เซ็นต์ก็ยังต่ำเตี้ยเรี่ยดินจนน่าหวั่นใจว่าหาก

แผนที่เพื่อนกำลังคิดอยู่นั้นไม่ได้เรื่องขึ้นมา เธอจะเป็นฝ่ายต้องลำบากใจแทน


               
“โห นี่หล่อนไม่ไว้ใจฉันหรอยะ”


               
“ก็ไม่น่ะสิ” แพรวาบอกทันทีโดยไม่ต้องคิด


               
“เฮ้ย นี่ฉันหวังดีนะ ผู้ชายอย่างคุณกฤษเนี่ยหาไม่ได้อีกแล้วนะยะ ถ้าปล่อยหลุดมือไปล่ะก็เสียดายตายเลย...

ทั้งหล่อ ทั้งรวย นิสัยก็ดี หุ่นก็เริ่ด โอ๊ย สุดจะเพอร์เฟกต์... แต่แปลกนะทำไมถึงโดนทิ้งได้ก็ไม่รู้...หรือว่า...” วิทวัส

ทำตาโต


               
“หรือว่าอะไร”


               
“หรือว่า...” แพรวาลุ้นคำตอบไปด้วย “เรื่องอย่างว่าจะไม่ได้เรื่อง”


               
“เฮ้ย... พูดอะไรทะลึ่ง” หญิงสาวหน้าแดงขึ้นมาทันที


               
“ก็แหม... ของแบบนี้ที่เมืองนอกเค้าอิสระย่ะ ใครจะไปทำอะไรกับใครยังไงก็ได้ อีกอย่างมีถมไปที่อยู่กินกัน

ก่อนแต่ง ถ้าเข้ากันไม่ได้ก็เลิก... อืม คิดแล้วก็เป็นไปได้นะที่คุณกฤษของแกจะห่วยเรื่องบนเตียง ถึงโดนสาวทิ้งน่ะ”


               
“โอ๊ย น่าเกลียดจริง แพรไม่พูดด้วยแล้ว...” หญิงสาวทำท่าจะลุกกลับ


               
“เฮ้ยๆ อย่าเพิ่งไปสิ ล้อเล่นหน่อยเดียวเอง” อีกฝ่ายรีบฉุดร่างบางให้นั่งลงเหมือนเดิม “ตกลงว่าแกจะทำตาม

แผนฉันมั้ย”


               
“ไม่
!!!” แพรวาย้ำคำเดิม


               
“ยัยแพร... แกไม่อยากรู้หรือไงว่าคุณกฤษชอบแกรึเปล่า”


               
แพรวานิ่งคิด อยากรู้มั้ยงั้นหรอ... อยากรู้สิ... แต่จากความรู้สึกของเธอนั้น กฤษดาก็ไม่ได้คิดอะไรกับเธอเกิน

เลยไปมากกว่าเจ้านายลูกน้อง เพียงแต่เพราะความใกล้ชิดของพวกเขาถึงได้ทำอะไรที่เจ้านายกับลูกน้องทั่วไปเค้าไม่

ทำกันก็เท่านั้น... ความใกล้ชิด... แหม เธอเกลียดคำนี้จัง


               
“ว่าไง แกไม่อยากรู้หรอ” วิทวัสถามซ้ำ


               
“ก็ อยากรู้”


               
“นั่นไง... ในเมื่ออยากรู้ก็ต้องพิสูจน์ให้รู้ๆกันไปเลย” วิทวัสมีท่าทีกระตือรือร้นขึ้นมาทันที


               
“แล้วถ้ามันพลาดแล้วคุณกฤษจับได้ล่ะ” เธอท้วง


               
“รับร้อง วิธีนี้ไม่พลาด อีกอย่างมันก็ไม่ใช่แผนซับซ้อนอะไร แค่แกทำตามที่ฉันบอกก็พอ” หญิงสาวยังทำ

หน้าไม่อยากจะเชื่ออยู่ดี “เอางี้ แกฟังแผนฉันก่อน แล้วจะทำตามรึเปล่าค่อยว่ากัน โอเคม๊ะ”


               
แพรวาพยักหน้าน้อยๆ ก่อนจะตั้งใจฟังเพื่อนอธิบาย

 

ªªªªªªªªªªªªªªªªªªª

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 5 ครั้ง

66 ความคิดเห็น

  1. #41 muLaTAE (@maxxim69) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 18 เมษายน 2554 / 09:06
    มาต่ออีกนะคะอยากรู้แผนของวัส ว่าจะสำเร็จไหม
    รอนะคะไรเตอร์

    #41
    0
  2. #40 SunyaCho (@sunyacho) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 18 เมษายน 2554 / 05:11
    อ้าว ลุงกิด ทำไมยอมกันง่าย ๆ อย่างนี้หละ ทำไมไม่รั้งหนูแพรไว้หละคะ ไปส่งเค้าซะงั้น เฮ้อ!
    #40
    0
  3. #39 pppp (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 17 เมษายน 2554 / 21:13
    สนุกมากคะ มาต่อเร็วๆนะคะ

    #39
    0