ตาม เรนยู [Yuri]

ตอนที่ 8 : 07 น้อยใจ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 81
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    9 ต.ค. 61




“ไหวแน่นะครับ” พี่โตชิลดกระจกฝั่งข้างคนขับลงถามด้วยความเป็นห่วง

“ไหวค่ะ หนูไปก่อนนะค่ะ สวัสดีค่ะ” ฉันส่งยิ้มบางๆแล้วยกมือไหว้พี่โตชิกับพี่ดีเซเว่นก่อนจะเดินกะเผลกๆเข้าไปในโรงเรียน ดีที่ฉันล้มไม่แรงเท่าไรข้อเท้าเลยหายเร็วแต่ก็ยังเจ็บอยู่ไม่ใช่น้อยอาการป่วยก็ดีขึ้นนิดหน่อย แต่ก็พอมาเรียนไหว อันที่จริงเรนไม่อยากให้มาหรอกอยากให้หายเป็นปกติก่อน แต่ถ้ารอฉันหายเป็นปกติรับรองคาบเรียนฉันไม่พอแน่นอน 

ฉันไม่ใช่คนที่จะป่วยง่ายๆแต่ถ้าได้ป่วยแล้วจะป่วยนาน ยิ่งครั้งนี้ไมเกรนขึ้นแล้วด้วย คงจะอีกยาวอะเผื่อจะหาย



อ๋อ ส่วนเรนนะหรอ เจ้าตัวก็เหมือนเดิม คือขับรถมาเอง และออกมาก่อนฉันอีกต่างหาก แต่ก็นั้นแหละ ใครจะมากับคนที่ไม่ถูกกันละ ยิ่งคนอื่นๆในโรงเรียนเห็นแล้วด้วย ถึงแม้ว่าตลอดเวลาเสาร์อาทิตย์ที่ผ่านมาเรนจะดูแลฉันเป็นอย่างดีก็เถอะ ช่างมันเถอะเนอะ คิดมากไปก็เปลืองสมองเปล่าๆ 



จ้อง

 จ้อง 

จ้อง

 จ้องงงงงง


เเละตอนนี้ทุกคนที่ฉันเดินผ่านต่างมองมาที่ฉันเป็นตาเดียว อาจเป็นเพราะตอนนี้สภาพฉันเหมือนศพเดินได้ หรือไม่ก็เรื่องเมื่ออาทิตย์ก่อน ช่างมันเถอะ เว้ย ไม่รู้จะมองอะไรกันนักกันหนา รู้ว่าหน้าดีไม่ต้องมามอง!!



“ยู!!!!” 
“เหี้ย!” ทันที่มีคนมาเรียกชื่อฉันจากด้านหลังอย่างไม่ให้ซุ้มให้เสียงแล้วยังเอามือมาจับบ่าฉันอีกฉันเลยเผลอตอบสนองด้วยคำอุทานชื่อสัตว์โลกผู้ที่คนกล่าวถึงมากที่สุด พร้อมกับหันไปมองแล้วเอามือทาบอกด้วยความตกใจ จนลืมความเจ็บความป่วยตัวเองเลยละ 
และคนที่พึ่งทักฉันเมื่อคู่ก็ทำหน้างงๆว่าฉันพูดอะไรดีที่อุทาน(?)เป็นภาษาไทย เออดีเเล้วที่มันไม่รู้ 


“โถ่ว ไอคิว มาเเบบนี้เราตกใจหมด” ฉันบอกเเล้งเอามือกระชับกระเป๋าสะพายตัวเองให้เเน่นขึ้นแล้วถอนหายใจเบาๆ


“ฮ่าๆ ขอโทษเเล้วกันแต่เมื่อกี้อะไรเหี้ยๆ มันแปลว่าอะไรหรอ” ไอคิวถามหน้าตาบ่งบอกว่าเจ้าตัวสงสัยมากแค่ไหน เอาไงดีวะ ถ้ามันรู้ความหมายนี้มันจะไม่ฆ่าฉันหมกส้วมเลยหรอยิ่งตัวใหญ่ๆอยู่


“อะ…เอ่อ มันเป็นคำอุทานนะไม่มีอะไรหรอก แหะๆ”   ฉันตอบเเล้วส่งยิ้มแห้งๆให้เพื่อนใหม่ตัวสูง
“ออ แล้วยูเป็นอะไรหน้าซีดๆป่วยหรอ” ว่าจบไอคิวก็เอามือมาอังหน้าผากฉัน และยิ่งทำให้นักเรียนคนอื่นที่มองอยู่แล้วยิ่งมองเข้าไปใหญ่  


“นิดหน่อยนะ เข้าตึกเถอะเหมือนฝนจะตก”ฉันจับมือหนาออกแล้วเอ่ยชวนทันทีเพราะสภาพอากาศเหมือนฝนจะตกจริงๆและไม่อยากตกเป็นเป้าสายตาด้วย


“เฮ้ย ยูเจ็บขาด้วยหรอให้เราช่วยไหม” ไอคิวว่าตื่นๆแล้วทำท่าจะเข้ามาพยุงฉันอย่างที่ปากว่าจริงๆ จนฉันต้องเบี่ยงตัวหลบ 
“ไม่เป็นไรเราเดินเองได้มันไม่ได้เจ็บมากเเล้ว” ฉันบอก ใครจะยอมให้พยุงกันเล่า ไม่ได้สนิทกันแถมอีกอย่างคนมองเยอะมากด้วย ไม่อยากสร้างศัตรูเพิ่มแค่สามคนนั้นก็จะเเย่แล้ว ไม่รู้ว่าวันนี้จะเจอกับอะไรบ้าง เฮ้ออออ คิดแล้วก็เพรียจิตเหมือนกันนะ


“อ่า งั้นไปกันเถอะ” ไอคิวว่าแล้งเดินตามหลังฉันมา 

ฉันกับไอคิวยืนรอลิฟต์ไม่นานลิฟต์ก็เปิดออกฉันกับไอคิวจึงเดินเข้าลิฟต์ดีที่ตอนนี้ไม่ค่อยมีคนไม่งั้นนะฉันคงอึดอัดตายเลย 



ติ้ง!
เสียงลิฟต์ดังขึ้นพร้อมกับที่ลิฟต์เปิดออก ฉันเดินออกมาจากลิฟต์พร้อมกับไอคิวที่เดินตามหลังมา 
“ไอคิวเรียนอยู่ชั้นนี้ด้วยหรอ” ฉันถามอย่างสงสัยเพราะตั้งแต่มาเรียนก็ไม่เคยเห็นไอคิวที่ชั้นนี้เลย 
“ใช่ เรากะแล้วว่ายูต้องไม่เคยเห็นเราแน่ๆ” ไอคิวว่า ฉันแค่ยิ้มแห้งๆให้เท่านั้น ก็คนมันไม่เคยเห็นนิแล้วอีกอย่างฉันก็เป็นพวกเข้าสังคมไม่ค่อยเก่งอะนะ



“ถึงห้องแล้ว ถ้ายูไม่ไหวก็มาบอกเราได้นะ”ไอคิวหยุดอยู่หน้าห้องห้องหนึ่งแล้วหันมาบอกฉัน ฉันพยักหน้ารับแล้วส่งยอ่มบางๆให้กับความใจดีของไอคิวแล้วเดินเข้าห้องเรียนตัวเอง พึ่งรู้ก็วันนี้แหละว่าไอคิวเรียนอยู่ข้างๆห้องนี้เอง




จอแจๆ
ห้องเรียนกว้างเต็มไปด้วยนักเรียนในชุดสูทสีฟ้าเข้มกำลังจับกลุ่มนั่งคุยกันกลุ่มใครกลุ่มมันอยู่ต่างกันมามองฉันเป็นตาเดียวและเสียงรอบข้างก็เงียบลง


“เฮ้อ สวัสดี” ฉันพูดลดความประหม่า แล้วเดินไปที่โต๊ะของตัวเอง จะไม่ให้ประหม่าได้ไงอะ ก้าวเข้ามาในห้องก้าวเเรกพากันหันมามองทั้งห้องแล้วเงียบด้วยนะประเด็น ให้ตายเถอะมองฉันอย่างกะตัวประหลาดงั้นแหละ


“ยู ยูเป็นอะไรหรอ” ซอนมีเดินเข้ามาหาฉันแล้วอย่างร้อนรน 
“ป่วยนิดหน่อยนะไม่เป็นอะไรมากหรอก” ฉันตอบแล้วส่งยิ้มบางๆไปให้ ซอนมีขมวดคิ้วเหมือนกับกำลังโกรธอะไรบ้างอย่าง แต่ก็นั้นแหละ คงไม่มีอะไร


“มันชักจะมากเกินไปเเล้วนะ” ซอนมีกัดฟันพูดสีหน้าโกรธจัดอย่างน่ากลัว แต่เพียงแค่เเวบเดียวเท่านั้นซอนมีก็กลับมาทำหน้าปกติก่อนจะยิ้มบางๆให้ฉัน

“ถ้ามีอะไรบอกเราได้นะ เราพร้อมช่วยเหลือเสมอ” มือเรียวลูบหัวฉันเบาๆ ฉันสัมพัสได้ถึงความห่วงใยและอบอุ่นจากซอนมีแต่มันมีน้อยกว่าเรน ว่าแล้วก็เมื่อไรเรนจะมาสักทีนะ

“อืม ขอบคุณน่ะ”  ฉันตอบแล้วยิ้มกว้างให้ซอนมี นึกขอบคุณซอนมีที่ตั้งแต่วันแรกที่เข้ามาก็มีซอนมีนี้แหละที่คอยเข้ามาพูดคุยกับฉัน

“อืม ไม่ไหวก็บอกนะ” ว่าจบซอนมีก็เดินกลับไปนั่งที่ตัวเอง นี้ฉันสภาพดูเเย่ขนาดนั้นเลยหรอ เมื่อเช้าก่อนออกมาก็ไม่เห็นจะดูแย่ตรงไหน แค่มีแผลถลอกนิดหน่อย ตาก็บวมจากการร้องไหเพราะปวดหัว ตาดำเหมือนหมีแพนด้า หน้าก็ซีดๆหน่อย ขาเดี้ยงแล้วเดินเหมือนซอมบี้แค่นั้นเอ๊ง ไม่เห็นดูเหมือนป่วยเลยสักนิด
 




ฉันฟุบหน้าลงกับโต๊ะโดยเอาแขนทั้งสองข้างใช้แทนหมอนก่อนจะหลับตาลง รู้สึกปวดหัวเเละปวดตานิดหน่อย อีกสิบนาทีถึงจะเริ่มเรียนนอนพักสักหน่อยคงจะดี จะได้มีแรงเรียน


คลืดดด
ผ่านไปประมาณห้านาทีเสียงลากเก้าอี้ด้านข้างทำให้ลืมตาขึ้นมาก่อนโลกทั้งใบจะหมุนวนไปมาจนคลื่นไส้ทำให้ฉันหลับตาลงอีกครั้งแล้งจึงลืมตาขึ้นมาใหม่ ฉันมองเรนนิดหน่อยแล้วนั่งตัวตรง แล้วมองไปกระดานอย่างเหมอลอย 


ส่วนในห้องก็เหมือนเดิมคือเงียบ แต่มันกลับไม่ได้รู้สึกอึดอัดเลย ถึงแม้ว่าตอนนี้จะมีสายตาสองคู่กำลังมองฉันอยู่ ฉันไม่อยากสนใจหรือหาเรื่องให้ตัวเองหนักใจ เพราะตอนนี้ฉันก็ปวดหัวมากพออยู่แล้ว



“ยังอยู่อีกหรอ” คำพูดลอยๆดังออกมาจากคนคนเดิมคือเเทยอน ฉันก้มมองมือตัวเองพร้อมกับน้ำสีใสที่ตีตื้นขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่ ฉันกระพริบตาถี่ๆไล่น้ำตาออก ก่อนเหตุการณ์จะย้ำแย่ไปมากกว่านี้ครูก็เดินเข้ามาในห้อง




“เปิดหนังสือไปหน้าที่ห้าสิบสองเราจะทาเรียนเรื่องเซต บลาๆๆๆๆ” แล้วครูก็สอนของเเกไป ฉันก็จดตามบ้างบางครั้ง อาการปวดหัวเริ่มหนักขึ้นจนฉันต้องเอามือหนวดขมับเบาๆใจลึกกลับหวังว่าเรนจะดูแลเหมือนตอนที่อยู่บ้านแต่เปล่าเลย เรนยังคงให้ความสนใจกับการเรียนมากกว่า 



นั้นสินะ เขาจะมาสนใจทำไมในเมื่อเขาก็ไม่ได้ดีกับเราอยู่แล้ว ที่ทำไปทั้งหมดอาจจะเเค่สงสารเท่านั้นก็ได้ หึ แล้วทำไมเราต้องมานั่งน้อยใจแบบนั้นกันด้วยนะ



ฉันฟุบหน้าลงกับโต๊ะโดยแขนมีหน้าที่เป็นหมอนให้เหมือนเดิม ก่อนน้ำตาหยดเล็กๆจะหยดลงกับเเขน ไร้เสียงสะอื้น ไม่มีแม้แต่เเรงสั่นไหว ฉันร้องไหเงียบๆเพื่อไม่ให้ใครรู้แล้วค่อยๆหลับตาลงและค่อยๆจมหายไปกับห้วงนิทรา



“อ้าว เธอคนนั้นนะเป็นอะไร”
“เขาป่วยอยู่ค่ะ”
“ออ อย่าลืมพาเพื่อนไปห้องพยาบาลละ”
“ค่ะ”



 ขนาดตอบคำถามคนที่ไม่ได้อยู่ดูแลฉันอย่างซอนมีกลับตอบแทนทุกอย่าง แต่คนที่คอยดูแลฉันกลับนั่งนิ่งไม่คิดจะเอ่ยตอบแม้แต่คำเดียว  และเสียงเหล่านั้นก็ค่อยๆเลือนหายไปมีเพียงความมืดและความเงียบเท่านั้น 

แม่ค่ะ ถ้าตอนนี้หนูกลับไปแม่จะว่ายังไง ถ้าหากยูท้อเเล้วจริงๆ

คิดถึงแม่จัง...



...คิดถึงพี่ด้วย



“ ยู ยูตื่นได้เเล้ว เที่ยงแล้วนะไปกินข้าวกัน” เสียงทุ้มหวานดันขึ้นข้างๆหู แรงเขย่าเบาๆที่ต้นแขนขวาทำให้ฉันลืมตาตื่นแต่แล้ว อาการปวดหัว ปวดตา และเวียนหัวก็ประทะเข้าเต็มๆจนต้องเอามือกุมขมับไว้ หนวดเบาๆช่วยบรรเทาความเจ็บลง เจ็บจนน้ำตาแทบไหล

อ่า ฉันหลับจนเที่ยงเลยหรอเนี่ย ทำไมครูไม่ด่าวะ งง 


“ไหวไหม” ซอนมีถามเเล้วเอามืออังหน้าผากฉัน 
“อืม ไหว” ฉันตอบเสียงแหบ เจ็บคอจนทำตาแทบไหล ให้ตายเถอะกะจะฆ่ากันให้ตายเลยรึไง 

“ไปกินข้าวกัน จะได้ไปห้องพยาบาลเราว่ายูไม่ไหวหรอกสภาพนี้” ซอนมีว่าเสียงจริงจัง ฉันก็ว่าฉันคงไม่ไหวเหมือนกัน แต่จะให้รบกวนซอนมีอย่างนั้นหรอ ก็ไม่ใช่เรื่องเพราะซอนมีก็มีเพื่อนของตัวเองฉันคงไม่รบกวนหรอก แค่รู้ว่ามีคนเป็นห่วงก็รู้สึกดีมากเเล้ว

“ไม่เป็นไร เราไปเองได้ แค่ก” ฉันตอบแล้วไอออกมา อย่ามาไอแถวนี้นะเว้ย น้ำมูกมึงอย่ามา กูเกลียดมึงงงง

“แต่…” 
“ซอน!!!!!” 

ยังไม่ทันที่ซอนมีจะได้เอ่ยจบประโยคเสียงเรียกจากประตูก็ดังขึ้นซอนมีมองไปมองผู้ชายกลุ่มหนึ่งยืนอยู่หน้าห้องแต่มีสองคนกำลังยืนกอดเอวกันอยู่ ถ้าเป็นเวลาปกคิฉันคงเขินตัวแตกไปแล้วแต่ตอนนี้สภาพร่างกายไม่พร้อมเอาเบาๆก่อนก็แล้วกัน




แม่ขาาาาาผู้ชายเขากอดกันค่ะหนูจิครายหนูเขินนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนน(นี้คือเบาๆนะ : แปะโป้งงงงงง)




“เราไม่เป็นจริงๆซอนมีไปเถอะเดี๋ยวเพื่อนรอนาน” ฉันว่าแล้วพยายามฉีกยิ้มให้ซอนมีที่คิดว่าคงสดใสสุดๆแล้ว 


“อืม งั้นเราไปก่อนนะมีไรโทร.เรียกได้ตลอดเวลา” ซอนมีว่าเร็วๆแล้ววางนามบัตรอะไรสักอย่างไว้ให้อย่างรีบร้อนแล้ววิ่งไปหาเพื่อน คนอื่นๆในห้องก็เริ่มทยอยออกไปกินข้าวกันแล้ว แต่กลุ่มของเรนกลับยังอยู่และเอาแต่จ้องฉันตั้งแต่ซอนมีเข้ามาคุย จนตอนนี้ยังจ้องไม่เลิก เอาเถอะอยากมองก็มองไป 


ฉันรู้สึกไม่หิวข้าวสักนิด เลยกะว่าจะนอนต่อสักหน่อย ถึงออกไปกินข้าวตอนนี้คงไม่ได้เหมือนกัน กินไปก็อ้วกออกมาเชื่อสิ



“ไปเถอะเรน เบื่อคนสำออยเเถวนี้” วาจาร้ายกาจถูกพ่นออกมาจากแทยอนเหมือนเดิม ทำให้ฉันที่กำลังเก็บของลงกระเป๋าชะงักนิดหน่อยแล้วเก็บของลงกระเป๋าต่อ ฉันหลุบตาต่ำไม่มองหน้าอีกคนเหมือนอย่างที่เคยทำ 

“นั่นสินะ เรียกร้องความสนใจหรอขาดความอบอุ่นสินะ” คริสตัลพูดขึ้นมาบ้าง แต่คำพูดเหล่านั้นกลับทำให้ฉันกำมือเเน่น

“ทำไมโกรธหรอ ที่ได้ย้ายมาเรียนที่นี้ตอนกลางเทอมแบบนี้คงเป็นเด็กมีปัญหาสินะ หึ” เเทยอนกอดอกพูดแล้วเหยียดยิ้มมุมปากอย่างสมเพช ฉันลุกขึ้นจ้องหน้าแทยอนอย่างเอาเรื่องจนคนในห้องที่ยังไม่ได้ออกไปหันมามองอย่างสนใจ


เรน ช่วยห้ามเพื่อนตัวเองหน่อยไม่ได้หรอ 


“นั่นนะสิ แบบนี้เขาเรียกว่าไม่มีใครเอา พ่อแม่ไม่สนใจ” คริสตัลพูดบ้าง ฉันก้มหน้าลงแล้วเม้มปากแน่น อย่าพูดพาดพิงถึงครอบครัวสิ 

“ไม่สิคริสตัลเข้าเรียกว่า พ่อแม่ไม่….”

ปึก

ฉันกระชากกระเป๋าขึ้นจากเก้าอี้อย่างแรงก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตากับแทยอนด้วยสายตาพร่าเบลอเพราะม่านน้ำตาบดบัง แล้วน้ำเม็ดโตตกลงไปตามแรงโน้มถ่วง
“อย่าพูดถึงครอบครัวคนอื่นแบบนั้นสิ! ก็ไม่ได้อยากอยู่นักหรอกที่นี้นะ ไม่ได้อยากอยู่กับคนใจร้ายแบบพวกเธอ ไม่ได้อยากอยู่แบบอึดอัดแบบนี้ ไม่ได้อยากอยู่คนเดียวไม่ได้อยากอยู่แบบนี่เลย พวกเธอชนะ ชนะฉันแล้วละพอสักที ฮึก” ฉันไม่รู้ว่าฉันพูดทำไม ในเมื่อยังไงสะฉันก็ต้องไปอยู่ดี ในเมื่ออยู่แล้วไม่มีความสุขจะอยู่ไปทำไม ในเมื่อคนที่ไม่ได้ต้องการฉันเลย



หมับ
เรนที่นั่งนิ่งอยู่นานลุกขึ้นยืนเต็มความสูงแล้วรวบตัวฉันเข้าไปกอดไว้แน่น 
“เฮ้ย!! ไอ้คริส เอาไงดีวะแม่งร้องจริงๆด้วย” แทยอนพูดด้วยน้ำเสียงร้อนรนแต่ฉันไม่รู้หรอกนะว่าแทยอนจะทำหน้าแบบไหน
“มึงเลยทำมันร้อง โว้ยยย เอาไงวะ” คริสตัลพูดด้วยน้ำเสียงไม่ต่างไปจากแทยอน
“ปล่อย ฮึก ฮือออ” ฉันผลักอกแกร่งออกแต่ร่างสูงกลับไม่ขยับเเม้แต่น้อย แต่เรนกลับกอดฉันแน่นขึ้นไปอีก 



“ไม่ให้ไปหรอก ไม่ปล่อยไปไหนอีกแล้วนะ” เสียงทุ้มอบอุ่นแต่แฝงไปด้วยความเศร้าปะปนอยู่ทำให้ฉันหยุดดิ้นปล่อยให้อีกคนกอด ฉันก็ไม่เข้าตัวเองเหมือนกัน แต่ลึกๆแล้วฉันก็อยากได้รับความอบอุ่นจากอีกฝ่ายเหมือนกัน



“ขอโทษนะค่ะ หยุดร้องได้แล้ว เขาไม่ว่าแล้ว” เรนพูดแล้วซบลงไหล่ฉันมือหนายกขึ้นลูบหลับฉันเบาๆ ฉันซบลงอกแกร่งแล้วยกแขนขึ้นกอดร่างหนาไว้ 
“กูหูฝาดเปล่าวะมึง รึกูฝันอยู่ หยิกกูดิ”    คริสตัลพูด แต่ฉันไม่ได้สนใจเอาแต่ปล่อยโฮใส่อกร่างสูง 



“หยุดร้องได้แล้วค่ะ ถ้าหยุดร้องเรนจะให้กินขนม” ทันทีที่พูดจบฉันก็ผละออกจากอกแกร่งทันทีพร้อมกับเช็ดน้ำตาออก



พรืดด

ฉันสูบน้ำมูกแล้วยกแขนขึ้นเช็ดน้ำตาออกเร็วแล้วยิ้มแฉ่งให้เรน 


“หึ” เรนเผลยยิ้มออกมาบางๆแล้วเอามือโยกหัวฉันเบาๆ 



“เอ่อ ยู คือ เราสองคนขอโทษนะ คือเราไม่ได้ตั้งใจนะ แบบมันเป็นคำสั่ง แต่ก็ไม่เชิงว่าเป็นคำสั่ง มันแบบ… ขอโทษจริงๆ ” แทยอนละล่ำละลักพูดอย่างรีบร้อนก้มหน้าลงมองพื้นอย่างสำนึกผิด คริสตัลก็เช่นกัน
“อืม ไม่เป็นไร” ฉันตอบแล้งยิ่มบางๆให้ เขาสำนึกผิดแล้วก็ไม่เป็นไรหรอก อย่างน้อยเขาก็ยังรู้จักขอโทษ
“งะ…งั้นไปกินข้าวกันเถอะ ยูจะได้ไปพักดูดิหน้าซีดหมดแล้ว” คริสตัลว่าแล้วเดินมาแย่งกระเป๋าฉันไปถือก่อนจะเดินนำออกไป

“ไปกันเถอะ” เรนว่าแล้วแล้วกุมมือฉันไว้แล้งเดินจูงมือฉันท่ามกลางสายตาของคนที่เหลือในห้อง

แต่ด้วยความที่ฉันเวียนหัวเมื่อเดินเพียงสองก้าวแรกแทบล้มดีที่แทยอนที่เดินตามหลังมาประคองไว้ไม่ให้ล้มหน้าถิ้มพื้นแน่


“เดินระวังๆหน่อยสิ เดี๋ยวก็เจ็บตัวเพิ่มหรอก” แทยอนว่าเสียงนุ่มซึ่งต่างจากเมื่อสักครู่โดยสิ้นเชิง ฉันพยักหน้าเบาๆแต่แทยอนยังคงประคองฉันอยู่จนเรนตวัดสายตามองแทยอน

“เออๆรู้แล้วๆ หวงจังนะ” แทยอนยกมือขึ้นสองข้างยอมแพ้ แล้วเดินออกห่างฉันสองก้าว เรนไม่ได้พูดอะไรแต่กลับมาประคองฉันแทน ฉันแอนหัวแสนหนักอึ้งลงแขนของเรนแล้วเดินไปช้าๆเพราะขามันก็ยังไม่หาย โดยมีคริสตัลเดินนำหน้า และมีแทยอนเดินตามหลัง แต่ไม่รู้แทยอนบ่นอะไรฟังไม่รู้เรื่อง





“เหม็นฟามรัก!” 











มาต่อแล้วคร้าบบบบบบบบ 
นิยายเรื่องนี้มันเป็นไบโพลาร์ฮ่ะบอกเลย 
เอิ้กๆ ๆๆๆๆ
เจอกันใหม่ตอนหน้าครับโผมมมมมมมมมม



















ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

15 ความคิดเห็น

  1. #12 janenylyily (@janenylyily) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 23 เมษายน 2561 / 11:36
    ฟินเรนพูดเพราะด้วยอร้ายยยยยย
    #12
    0