ตาม เรนยู [Yuri]

ตอนที่ 5 : 04 ป่วย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 50
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    9 ต.ค. 61

ซ่าๆๆ

ฝนตกลงมาอย่างต่อเนื่องหลายนาที ยังไม่มีทีท่าว่าจะซาลงเลยเเม้แต่น้อย แถมไม่มีแม้แต่แท็กซี่หรือรถผ่านมาแม่แต่คันเดียว ทำให้ฉันตัดสินใจว่าจะเดินตากฝนกลับบ้าน ดีรึเปล่า 
“เอาก็เอาวะ” ฉันพูดกับตัวเองแล้วค่อยๆพยุงตัวเองให้เดิน แม้จะล้มอยู่หลายครั้งก็เถอะ 

ฉันเดินมาเรื่อยๆพร้อมกับฝนตกลงมาอย่างกับฟ้ารั่ว ดีหน่อยที่เสียงฟ้าร้องนั้นไม่ค่อยมีแล้ว 

ถ้ามีคนออกมาเจอฉันตอนนี้เขาจะช่วยฉันรึเปล่านะ แล้วถ้าคนคนนั้นเป็นเรนละ

นี่ฉันหวังอะไรอยู่คนไม่มีหัวใจแบบนั้นนะหรอจะช่วยใคร โดยเฉพาะฉันคงแล้วใหญ่  
“บ้าไปแล้ว จะหวังอะไรกับคนแบบนั้นกัน” ฉันว่าเสียงแหบแล้วตั้งหน้าตั้งตาเดินต่อไปเรื่อยๆ 


คิดแล้วมันก็น้อยใจยังไงไม่รู้ เหมือนกับไม่มีใครต้องการ ขนาดพี่โตชิกับพี่ดีเซเว่นเห็นฉันล้มอยู่แท้ๆยังไม่มีใครคิดจะสนใจ น้ำตาของความน้อยใจเริ่มไหลพร้อมกับน้ำฝนปนกันไปหมด แล้วทำไมฉันต้องร้องไหด้วย ฉันไม่ได้สำคัญอะไรขนาดที่พวกเขาจะมาแคร์


ใช่เวลานานมากกว่าจะมาถึงหน้าคฤหาสน์หลังใหญ่พร้อมกับสภาพร่างกายที่เริ่มจะไม่ไหว

ภายในบ้านเปิดไฟสว่างโล่เพื่อรอคนสำคัญของบ้านแต่คงไม่ใช่ฉันเพราะฉันเป็นเพียงแค่คนอาศัย น้ำตาเจ้ากรรมก็ไหลออกมาอีกครั้ง ทำไมเป็นคนอ่อนแอแบบนี้นะ

อาการปวดหัวรุนแรงเพิ้มขึ้นจนฉันต้องเอามือกุมขมับไว้ ภาพตรงหน้าเบลอมากๆ

อย่าพึ่งเป็นอะไรนะ อีกแค่นิดเดียว นิดเดียวเท่านั้น 

ฉันกำลังจะก้าวขึ้นบันไดแต่แล้วมันเกิดอาการหน้ามืดกระทันหันทำให้ฉันล้มหัวกระแทกกับบันไดขั้นแรก ความเจ็บแล่นเข้ามาบริเวณหัว แขนและลำตัวรวมถึงขาอีกข้างด้วย

ฉันนอนนิ่งขยับไปไหนไม่ได้ไม่แม้แต่แรงพูด ฝนเม็ดโตพร้อมกับฟ้าร้องเสียงดังไปทั่วบริเวณทำเอาฉันตัวสั่นไปหมดไม่รู้ว่าเพราะความหนาว หรือ ความกลัวที่เกาะกินจิตใจฉันในตอนนี้กันแน่

ไม่ไหว ไม่ไหวแล้ว ขอแค่ใครสักคนที่เข้ามาเห็นฉันก็พอ

แล้วทุกอย่างก็เลือนหายไปแม่กระทั้งความเจ็บปวด ขอให้ทุกอย่างนวันนี้เป็นเพียงแค่ความฝัน…
.
.
.
.
.
“นั้นอะไรนะ” เสียงหวานใสพูดขึ้นพลางหรี่ตามอง แต่พอรู้ว่าเป็นอะไรดวงตากลมก็เบิกกว้างขึ้นมาพร้อมกับร่างบางวิ่งฝ่าสายฝนเข้าหาร่างเล็กด้วยความตกใจ
“ยู ยู …เป็นลมหรอเนี่ย” โซลาร์ว่าพร้อมกับช้อนร่างเล็กขึ้นแนบอกอย่างเบามือ แต่ต้องตกใจอีกครั้งเมื่ออุณหภูมิร่างกายของอีกคนร้อนอย่างกับไฟทั้งๆที่ตากฝนจนตัวเปียก คิ้วก็แตก แผลถลอกตามร่างกายเหมือนไปฟัดกับหมาที่ไหนมา ทั้งหน้าซีดเผือกเหมือนไก่ต้มนั้นยิ่งทำให้คนตัวเล็กดูน่าสงสารจับใจ

“ไม่ได้การละ” โซลาร์เตรียมหันหลังเดินเข้าบ้านแต่เพียงแค่หันหลังเท่านั้นเสียงรถคันคุ้นเคยกลับขี่เข้ามาอย่างแรงก่อนเจ้าของร่างสูงโปร่งจะลงจากรถเดินมาหาเธอโดยไม่กลัวเลยว่าตอนนี้ตนจะเปียกมากแค่ไหน

“เป็นอะไร” น้ำเสียงเย็นถูกเปล่งออกมาจากร่างโปร่งทั้งที่ยังมองคนในอ้อมกอดเธอ โซลาร์ถอนหายใจออกมาเบาๆก่อนตอบ

“ไม่สบายค่ะ” เธอตอบ แต่คนถามกลับเงียบ โซลาร์ยกยิ้มมุมปากเล็กน้อย พึ่งเคยเห็นสายตาแบบนี้นะเนี่ย
“เธอไปพักเถอะ ฉันจัดการเอง” ว่าจบเรนรีบรับร่างเล็กจากอีกคนมา ยิ่งเห็นดวงหน้าซีดเซียวแถมมีเลือดไหลออกจากหางคิ้วยิ่งทำให้เรนรู้สึกผิดเเละเป็นห่วง 

ไม่รอช้าเรนรีบตรงไปยังห้องนอนของตนทันที เมื่อมาถึงห้องเรนจัดการเปลี่ยนเสื้อผ้าที่เปียกปอนของร่างเล็กออกแล้วกดโทรหาหมอประจำตระกูล

ตู๊ด~ตู๊ด~
[ว่าไงครับไอ้คุณเรน] ไม่นานปรายสายก็รับก่อนเสียงกวนๆนั้นจะดังออกมาจากปลายสาย 
“มาที่บ้านหน่อย” เสียงร้อนรนผิดปกติของร่างโปร่งทำคนปลายสายถึงกับขมวดคิ้วแต่ยังไม่ทันที่คุณหมอจะพูดอะไรเรนกลับตัดสายสะก่อน

“เฮ้อ” เรนถายหายใจเบาๆก่อนจะกลับมาที่ร่างเล็กอีกครั้ง 

มือหนาลูบผมสีโค้กเบาๆด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย 
“ในที่สุดฉันก็เมินเธอไม่ได้อยู่ดีสินะ” เสียงนุ่มที่ไม่เคยมีใครได้ฟังมาก่อนถูกเปล่งออกมาจากริมฝีปากบาง 

ก๊อกๆๆ
เสียงเคาะประตูดังขึ้นทำให้ร่างสูงโปร่งเดินไปเปิดประตูให้คนมาใหม่เข้ามา
“คนไข้อยู่ไหน” ทันทีที่เห็นร่างโปร่งคุณหมอก็ถามขึ้นอย่างตื่นเต้น ก็จะไม่ให้ตื่นเต้นได้ยังไงละ นี้มันเป็นครั้งแรกที่เรนร้อนรน และเป็นครั้งแรกที่พาคนเข้าห้อง เรื่องนี้มันก็ต้องไม่ธรรมดาอยู่แล้ว และคนคนนั้นคงไม่ธรรมดาด้วยเช่นกัน
“ในห้อง” เรนเดินนำคุณหมอหนุ่มมาที่เตียง คุณหมอยกยิ้มมุมปากนิดๆก่อนจะเดินตามไปติดๆ 

เตียงสีดำมีร่างร่างหนึ่งนอนอยู่ดูได้ไม่อยากว่าเป็นผู้หญิง คุณหมอหยุดยื่นยิ้มเจ้าเล่ห์อยู่ปลายเตียง ก่อนมือหนาจะยกขึ้นลูบคางตัวเองเบาๆอย่างใช่ความคิด แต่หารู้ไม่ว่าอีกคนไม่พอใจมากแค่ไหน

“คุณไอ้หมอเซฮุน พี่มึงจะทำอะไรก็รีบๆทำ” น้ำเสียงเย็นเฉียบต่างจากหน้าตาที่ตอนนี้ดูก็รู้ว่าหงุดหงิดมากแค่ไหน เซฮุนได้แต่ยกมือขึ้นทั้งสองข้างเหมือนบอกว่ายอมแพ้แล้ว ก่อนจะลงมือตรวจร่างกายคนตัวเล็ก

โอ เซฮุน หรือเซฮุน เป็นคุณหมอประจำตระกลูของเรนแต่จะเรียกว่าประจำคงไม่ถูกเพราะต้องคอยช่วยเหลือเพื่อนๆ และต้องคอยดูโรงพยาบาลของตัวเองอีก

ถึงเรนกับเซฮุนจะอายุต่างกันมาก แต่ก็สามารถเป็นเพื่อนกันได้ และด้วยความที่รู้จักกันมานานถึงทำให้รู้ว่าคนที่ตนกำลังรักษานี้ ถึงจะเป็นแค่เด็กผู้หญิงธรรมดาแต่คงไม่ธรรมดาอย่างที่คิด 

เซฮุนขมวดคิ้วอย่างไม่ค่อยพอใจเท่าไร เพราะเด็กผู้หญิงคนนี้ไข้ขึ้นสูงมาก ตามร่างกายมีรอยถลอกขนาดตอนนี้ยังมีเลือดซิบออกมาเลย คงไม่ต้องบอกว่าเกิดจากการล้มอย่างแรง คิ้วก็แตก ข้อเท้าก็บวมจนน่ากลัว นี้ไอ้เรนมันทำอะไรวะเนี่ย

“คนไข้มีไข้สูงมาก ทั้งร่างกายยังมีบาดแผลพรุ่งนี้อาจจะระบมมาก ข้อเท้าพลิกระวังอย่าให้เดินหรือยืนในช่วงนี้ และคนไข้มีอาการเครียดสะสม นี่ยา มียาลดไข้ยาไมเกรนและยาทาบริเวณข้อเท้า ทายาและนวดเบาๆเป็นประจำทุกวันอีกอย่าง คนไข้เป็นไมเกรนอย่าทำให้เครียดหรือคิดเยอะเด็ดขาด” หมอโอร่ายยาว ส่วนเรนก็ฟังอย่างตั้งใจทำให้คนพูดรู้สึกแปลกใจนิดๆ หึ ชอบขนาดนี้ยังใจร้ายอีกหรอ

“นี้ถามจริง เขาทำไรให้เกลียดหรอถึงใจร้ายกับยัยตัวเล็กนี้จัง” คนถูกถามคิ้วกระตุกกับคำว่าตัวเล็ก ก่อนจะชักสีหน้าให้คนถามได้ขำเบาๆ หวงสะด้วย
“ไม่เสือกสิ” เรนว่าเสียงเรียบทำเอาเซฮุนขำออกมาดังๆ ยิ่งทำให้เรนหัวเสียมากกว่าเดิมสะอีก หลงกลมันจนได้
“โอเค ไม่บอกก็ไม่บอก ไปตามสืบเองก็ได้” เซฮุนลอยหน้าลอยตาพูดก่อนจะเก็บอุปกรณ์ลงกล่องปฐมพยาบาลแล้วสะพายขึ้นบ่า 

ในระหว่างที่เซฮุนเดินผ่านร่างโปร่งก็มิวายกระซิบถ้อยคำที่ทำให้เรนแทบพุ่งเข้าใส่
“ขาวดีนะคนนั้นนะ” ว่าจบเซฮุนก็รีบวิ่งออกจากห้องทันที เรนได้แต่กัดฟันกรอดด้วยความโมโห ไอ้หมอบ้า กูไม่ให้มึงมารักษาคนในตระกูลกูอีกแล้ว
“เออ ลืมไป อย่าลืมเช็ดตัวให้น้องตัวเล็กด้วยละ ไปละ บายย” เซฮุนโผล่หน้ามาจากหลังประตูอีกครั้งก่อนจะพูดเตือนแล้ววิ่งหนีไปอีกครั้ง เรนได้เเต่ส่ายหน้าเบาๆอย่างเอื้อมละอา หมอบ้าไรวะปัญญาอ่อนชิบหาย


[Ran : Part] 

สวัสดีฉันชื่อเรนทุกคนคงรู้จักชื่อฉันแล้ว ฉันมีพี่สาวซึ่งก็ไม่สาวเป็นเจ้าของโรงเรียนที่ฉันเรียนอยู่ตอนนี้ และฉันยังมีกลุ่มเพื่อนที่ต่างก็มีอิทธิพลเหมือนกัน เช่น ลูกนักการเมือง นักธุรกิจ หรือแม้กระทั้งนายตำรวจ 

บ้านฉันเองก็ทำธุระกิจหลายอย่าง แต่ที่ฉันทำในตอนนี้เรียกง่ายๆนั้นก็มาเฟียดีๆนี้เอง ธุรกิจนี้สืบต่อมาจากรุ่นทวด แต่มีบางอย่างที่ฉันไม่ทำคือ ค้ามนุษย์ และยาเสพติด ฉันหัดยิงปืนตั้งแต่อายุยังไม่ถึงเจ็ดขวบดี เหมือนกับคุณปู่วางแผนว่าให้ฉันมาดูแลต่อจากท่าน 

อ๋อแล้วอีกอย่างนะ ฉันเป็นผู้หญิงที่มีฮอร์โมนเพศชายมากเกินไป นั้นทำให้ฉันมีหนวดเหมือนผู้ชาย หน้าอกแบน และฉันสูง185เซนติเมตร เอาง่ายๆก็เหมือนผู้ชายนั้นแหละ แต่มันก็ดีนะ ทำงานได้สะดวกดี

“ฮึก แม่เขาใจร้ายจัง”  เสียงแหบเล็กดังขึ้นเบาๆ ก่อนน้ำสีใสจะไหลรินออกาจากดวงตากลมที่ปิดสนิท ฉันถอนหายใจเบาๆก่อนจะทิ้งตัวลงนอนข้างยูแล้วรวบตัวอีกคนมากอดจนจม อก 
“ฮึก ยูเจ็บจัง ฮึกๆ” คนถูกกอดยังไม่หยุดเพ้อ เสียงสะอื้นนั้นทำให้ฉันจุกอยู่กลางอก 

...ฉันก็เจ็บเหมือนกัน 

“นอนสะคนดี” ฉันกดจูบที่กระหม่อมบางเบาๆแล้วลูบหัวปลอบอีกคน จนในที่สุดร่างเล็กก็สงบลง ฉันค่อยๆครายอ้อมกอดออก แล้วจ้องหน้าหวานที่เคยมีแต่รอยยิ้ม และความสดใส แต่ตอนนี้กลับซีดเซียวไม่มีชีวิตชีวา 

“ไม่ปล่อยไปอีกแล้ว จะไม่ให้ไปไหนอีกแล้ว” ฉันกดจูบหน้าผากเล็กซ้ำๆ ค่อยๆหลับตาลงด้วยความเหนื่อย แต่ยังไม่ทันที่เปลือกตาจะปิดสนิท เสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้นสะก่อน

“เฮ้อ” ฉันถอนหายใจออกมาเบาๆก่อนจะผละจากร่างเล็กเพื่อรับโทรศัพท์ 

ฉันเลือกที่จะออกมาคุยข้างนอกเพราะกลัวว่าจะรบกวนการนอนของคนตัวเล็ก ถึงแม้ว่าตอนนี้ข้างนอกจะมีเสียงฝนกับเสียงฟ้าร้องดังมากแค่ไหนก็ตาม แต่ดีตรงระเบียงห้องไม่เปียก
“อืม” ฉันกรอกเสียวลงในโทรศัพท์ตามแบบฉบับสายตายังคงมองยูไม่ไม่ให้คาดสายตา เผื่อละเมออีก

[จับตัวได้แล้ว เอาไงต่อฆ่าเลยมั้ย] เสียงเย็นๆถูกเปล่งออกมาจากปลายสายผิดกับตอนอยู่โรงเรียน หึ
“อย่าพึ่งเค้นเอาคำตอบมาให้ได้ แล้วฉันจะจัดการเอง” ฉันตอบเสียงเรียบ คนทรยศแบบนั้นเอาเลี้ยงเสียข้าวสุกจริงๆ
[อืม] หลังจากนั้นปลายสายก็ตัดไป ฉันค่อยๆหลับตาลงช้าๆแล้วถอนหายใจเบาๆ ก่อนจะเดินเข้าห้อง มองไปยังเตียงพบว่ายูยังคงนิ่ง คงไม่เป็นไรแล้วละ

เห็นดังนั่นฉันจึงเลือกที่จะเข้าไปชำระร่างกายก่อนวันนี้เหนื่อยมาทั้งวัน

ซ่า~
น้ำจากฝักบัวค่อยๆไหลผ่านตามร่างกายทำให้รู้สึกผ่อนครายขึ้นมานิดหน่อย แตาอาบไปได้ไม่นานเสียงด้านนอกทำให้ฉันต้องรับคว้าผ้าเช็ดตัวพันรอบเอวเเล้ววิ่งออกจาห้องน้ำด้วยความไวแสง

“ฮึก ไม่ อย่าทิ้งยูไป ฮืออ อย่าทิ้งยูไป” แขนเล็กยกขึ้นคว้าอากาศเหมือนกับคว้าบางสิ่งไว้แล้วบ่นพึมพำอะไรก็ไม่รู้ 

ฉันเดินไปจับมือเล็กไว้ก่อนจะดึงอีกคนเข้ามากอด ร่างของยูสั่นน้อยๆด้วยเเรงสะอื้น กอดฉันไว้แน่นเหมือนเป็นที่พักพิง ฉันโยกตัวไปมากล่อมอีกคน ตัวร้อนอย่างกับไฟ ไข้ขึ้นหรอเนี่ย 
“ฮึก ยะ…อย่าทิ้งยู อึก อย่าไป ฮืออ” เสียงหวามแหบพูดพร้อมกับกอดเอวฉันแน่น น้ำตาไหลอาบแก้มเนียนอย่างน่าสงสาร 

นี้ฉันพลาดอะไรไปรึเปล่า ยูเจออะไรมา

“ไม่เป็นไรๆ เรนอยู่นี้แล้ว ไม่ร้องนะคนเก่ง” ฉันลูบหลังบางเบาๆยูร้องไหจนตัวโยงทั้งที่ยังไม่ลืมตาด้วยซ้ำ ฝันร้ายสินะ
“ฮึกๆ”  แรงสะอื้นเริ่มเบาลงนั้นหมายถึงคนตัวเล็กเริ่มสงบลง เฮ้อ วันนี้ไอ้เรนไม่นอนมันแล้ว

ฉันค่อยๆเอนตัวลงที่นอนพร้อมกับร่างเล็กที่นอนทับบนตัว ยูกอดฉันแน่นเหมือนกับว่ากลัวฉันจะหายไปทำเอาฉันยิ้มหน้าบาน แต่ตอนนี้ต้องไปแต่งตัวก่อน ไม่งั้นมีหวังเป็นปอดบวมตายแน่ๆ

“อึก ไม่เอา ไม่ให้ไป” พอจะเเกะเเขนเล็กคนยอนหลับสนิทกลับกระชับแน่นขึ้น เออ ไม่ต้องใส่มันหรอกเสื้อผ้า นอนกันแบบนี้แหละ

คิดได้แบบนั้นฉันก็ดึงผ้าขึ้นมาห่ม แล้วกอดยูจนร่างเล็กเกือบหายไป 

อ๋อ อีกอย่าง ฉันไม่มีนม หึๆ พี่สาวฉันก็เหมือนกัน เราลองไปปรึกษาหมอมาแล้ว หมอก็บอกว่าไม่เป็นอะไร เพียงแค่เป็นเพราะฮอร์โมนเท่านั้น แต่เป็นแบบนี้มันก็ดีแล้วละ 

เอาละ ตอนนี้ก็ขอนอนเอาแรงก่อนก็แล้วกัน เหมือนฉันคงได้รับมือกับยัยตัวแสบหนักแน่ๆ



กลางดึก

ร้อนๆแหะ ร้อนตรงอกมากๆ ร้อนเหมือนไฟเลย แอะ หรือว่า 
“ยู” ฉันลืมตามองผ่านความมืดอีกครั้ง ด้วยความที่ฉันชอบอยู่กับความมืดอยู่แล้ว จึงไม่เป็นอุปสรรคในการมองเห็น

หน้าเรียวเล็กซีดเหงื่อเม็ดโตพุดขึ้นเต็มหน้า พร้อมกับร่างกายที่สั่นเทา ความร้อนระอุแผ่ออกมาจากร่าง ฉันใช่มืออังหน้าผากมนก่อนจะชักมือออก 
“ร้อนเป็นไฟเลย” ฉันพึมพำคิ้มขมวก แล้วดูแลคนป่วยนี้ทำไงวะ โว้ยยย ก็คนมันไม่เคยทำ
“โซลาร์” คิดได้แบบนั้นฉันจึงรีบลึกขึ้นใส่เสื้อผ้าลวกๆก่อนจะวิ่งไปห้องนอนพี่สาวทันที

ไปที่ห้องพี่ทำไมนะหรอ หึ

ปังๆๆ
ฉันทุบประตูเสียงดังหลายๆครั้ง พังได้พังแล้ว
“อะไรวะ ไม่รู้จักหลับจักนอน” พี่มุนบยอนเปิดประตูด้วยความงัวเงียแล้วมองหน้าฉันอย่างเอาเรื่อง
“พี่โซลาร์อยู่ไหน” ฉันถามอย่างรีบร้อนจนคนตรงหน้าเลิกคิ้วขึ้นด้วยความสงสัย
“ในห้อง ทำไมร้อนรนแปลกๆ” พี่มุนบยอนว่าอย่างใจเย็นพร้อมยกยิ้มมุมปาก ฉันกรอกตามองบน รู้แล้วยังจะถาม
“พี่ก็รู้ ไปเรียกมาหน่อยอย่าลีลา ยูกำลังแย่” ฉันว่าเสียงจริงจัง พี่มุนบยอนยกมือขึ้นสองข้างยอมแพ้ก่อนจะเดินเข้าไปในห้อง มิวายส่งสายตาล้อเลียนมาให้  เอาที่พี่สบายใจเถอะ

ไม่ถึงนาทีพี่โซลาร์ก็วิ่งหน้าตื่นออกมาจากห้อง แล้วเดินนำฉันไป นี้ใครเป็นห่วงใครมากกว่ากันวะเนี่ย

“ไปเอาน้ำอุ้นใส่กะละมังแล้วก็ผ้าขนหนูผืนเล็กๆมาให้พี่หน่อย” พี่โซลาร์สั่ง ไอ้เราก็ต้องทำตามไง นั้นเมียพี่นิ 

ฉันเดินเข้าห้องน้ำด้วยความไวแสง สักพักฉันก็ได้ของที่ต้องการ เดินออกมาจากห้องน้ำด้วยความร้อนรน

แต่พอออกมาแล้วแทบอยากโยนกะละมังทิ้ง แต่ทำไม่ได้ 

ก็ตอนนี้พี่โซลาร์กำลังประคองยัยตัวเล็กให้นั่งโดยยูพิงเข้ากับตัวพี่โซลาร์ ปากเบะออกจากกันอย่างน่ารัก ถึงแม้ว่าตอนนี้จะป่วยอยู่ก็เถอะ โว้ยยย ร้อนรนเว้ย

“ได้แล้ว” ฉันพูดเสียงเย็น ก่อนจะวางกะละมังใบเล็กบนหัวเตียง พี่โซลาร์ไม่ได้สนใจ ได้แต่คุยกับคนในอ้อมกอด
“กินยานะจะได้หาย” มือเรียวจับเม็ดยาจ้อปากซีด ยูคว่ำปากลงพร้อมกับช้อนตาช่ำน้ำตามองพี่โซลาร์ 

ผิดไหมถ้าฉันจะโกรธ อยากเป็นพี่โซลาร์เว้ย ฉันได้แต่ฟาดงวงฟาดงาอยู่คนเดียว ใจเย็นเรน พี่เขาทำไปเพราะช่วย พี่เขาเป็นพี่สะใภ้มึงไง 

“หนูปวดหัวจัง หนาวด้วย” ยูว่าหลังจากกินยาแล้ว และกอดพี่โซลาร์พร้อมกับซุกหน้าเขาหาอกพี่โซลาร์ โว้ยย จะไม่ไหวแล้วนะเว้ย

“โอ๋ๆ ไม่เป็นไรนะค่ะ กินยาแล้วเดี๋ยวก็หาย นอนก่อนเนอะ” พี่โซลาร์ว่สแต่ยังไม่ปล่อยยูออกจากอ้อมกอดเลย ยูพยักหน้าน้อยๆ ก่อนจะเอนตัวลงที่นอนโดยมีพี่โซลาร์คอยประคอง 

“เช็ดตัวก่อนเนอะจะได้หายตัวร้อน” พี่โซลาร์ใช่ผ้าขนหนูผืนเล็กชุบน้ำบิดหมาดๆก่อนจะเช็ดไปตามใบหน้าลำคอและแขน ฉันมองทุกอย่างที่พี่โซลาร์ทำ ถือเป็นความรู้ใหม่เลยก็แล้วกัน
“หนาว ไม่เช็ด” ปากเล็กเริ่มเบะอีกครั้ง หมั่นเคี้ยวเว้ย อยากกัด นี้เราคิดอะไรอยู่เนี่ย ไม่เอาๆ ไม่คิด

“ไม่ได้คะ ต้องเช็ด ไม่งั้นไม่หายปวดหัวนะ” พี่โซลาร์พูดเสียงนุ่ม ก่อนจะเปิดผ้าห่มออก แล้วค่อยๆเช็ดไปตามขาเล็กทั้งสองข้างอย่างเบามือ แต่คนตัวเล็กกลับตัวสั่นไปทั้งร่างด้วยความหนาว เห็นแล้วอดสงสารไม่ได้

พี่โซลาร์เช็ดตรงเท้าเล็กก่อนจะเองผ้าผืนนั้นวางไว้บนเท้าก่อนจะใช่ผ้าอีกผืนผับเป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้า แล้ววางไวบนหน้าผาก สักผักก็เอาผ้าตรงเท้าออก แล้วห่มผ้าให้อีกคนจนถึงคอ

“เสร็จแล้วค่ะ” พี่โซลาร์ลูบกลุ่มผมนุ่มเบาๆ ก่อนจะกดจูบลงบนผ้าบนหน้าผากมนเบาๆ เท้ากระตุกหยิกๆอะบอกเลย ไม่ทนเว้ย ดูไม่ได้

ฉันเดินฟึดฟัดออกจากห้อง เจอพี่สาวตัวดียืนหน้าระรื่นสายตาล้อเลียนมาให้แต่ฉันนี่หน้าตึงอย่างกับกลอง เหอะ

“ไปลากเมียพี่ออกมาได้แล้วนะ จะเอากันในห้องอยู่แล้ว” ฉันพูดด้วยความหัวเสียแต่คนได้ฟังประโยคเมื่อกี้กลับยิ้มออกมาสะกว้าง มึงไม่หวงเมียหรอวะไอ้พี่บ้า 
“อย่าห่วงเลย  หึหึ”ว่าด้วยท่าทีสบายๆ ทำเอาฉันหมั่นไส้ไม่น้อย เหอะ ไว้ใจกันเข้าไป

แกร๊ก

เสียงเปิดประตูดังขึ้น ฉันรีบมองหน้าพี่โซลาร์อย่างเอาเรื่องเเต่เจ้าตัวกลับไหวไหล่อย่างไม่แคร์ เว้ย หมั่นใส้ได้ปะ

“ถ้าตัวร้อนมากๆก็เช็ดตัวให้ยู จนกว่าตัวจะเย็นลงนะค่ะ ระวังอย่าให้ตัวร้อนมากเกินไปไม่อย่างนั้นอาจจะช็อกได้ พี่ไปละ” ว่าแล้วพี่โซลาร์ก็เดินจูงมือพี่บยอนไป 

“เฮ้อ” ฉันถอนหายเบาๆก่อนจะเกินเข้าห้องไป ไม่แปลกหรอกที่พี่โซลาร์จรู้เรื่องอะไรพวกนี้ก็พี่แกจบหมอจากอเมริกามาเชียวนะ แต่ต้องมาหมดอนาคตเพราะพี่ฉันไปขโมยตัวมา หึหึ เลวสะไม่มี

ฉันสอดตัวเข้าใต้ผ้าห่มผืนหนาสีดำก่อนจะคว้าตัวยูมากอดซุกอก อือ ตัวไม่ค่อยร้อนแล้ว คงจะดีขึ้นแล้วสินะ

เฮ้อออ ได้นอนสะที 
“ฝันดีนะค่ะ จุ้บ” ฉันขโมยจุ๊บปากเล็กเบาๆก่อนจะค่อยหลับตาลงอีกครั้ง เอาเถอะ พรุ่งนี้วันเสาร์ยูคงได้พักผ่อนเต็มที่ แต่ตอนนี้ฉันควรชาร์ตพลังเตรียบรับมือกับยูก่อนดีกว่า ดูท่าแล้วพรุ่งนี้คงจะเสียพลังงานไปเยอะ



ฝันดีทุกคน







ปมใหม่มาแล้วจ้าาาา 
ปมเก่ายังไม่แก้ปมใหม่ก็มา ฮ่าๆๆ
เรื่องปมเอาไว้ก่อนเนอะ คริคริ
บอกเลยว่าหนูยูตอนป่วยนี้…
ฮ่าๆๆ เจอกันตอนหน้าครับ







A: วันนั้นครับ
B: ทำไมครับ
A:ผมไปดูหนังมา พอหนังจบเท่านั้นแหละนี้คนตบมือเสียงดังเลยครับ
B: โอ้โห แสดงว่าหนังสนุกมาก
A:เปล่าครับ ยุงมันเยอะ
B:….

                






  บาย










ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

15 ความคิดเห็น

  1. #6 janenylyily (@janenylyily) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 29 มีนาคม 2561 / 23:16
    มาต่อเร็วๆๆนะ
    #6
    0