ตาม เรนยู [Yuri]

ตอนที่ 4 : 03 บ้านใหม่กว่า

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 47
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    9 ต.ค. 61


“ยู ยูถึงบ้านแล้ว” แรงเขย่าที่หัวไหล่ทำให้ฉันตื่นจากนิทรา ฉันงัวเงียเดินลงจากรถพร้อมกับปิดปากหาวไปด้วย 

แต่ฉันต้องตื่นเต็มตาเมื่อเจอกับบ้านหลังใหญ่ คือใหญ่กว่าบ้านอาฉันอีกอะ 

“เชิญครับ คุณหญิงรออยู่” พี่ดีเซเว่นว่าแล้วเดินนำฉันเข้ามาในบ้านตามด้วยพี่โตชิที่เดินมาตามหลัง คำว่าคุณหญิงทำให้ฉันรู้สึกประหม่าไม่น้อยเลยทีเดียว 

ถ้าเกิดว่าเข้าไปแล้วเป็นเหมือนในละครละ แบบ ต้องเป็นคนใช่ไรงี้ โอ้ววววว ม่ายยยย 
“เชิญครับ” พี่ดีเซเว่น เปิดประตูบานใหญ่ให้ฉันมองหน้าพี่เขาเชิงถามว่า ไม่เข้าไปหรอ พี่ดีเซเว่นส่ายหน้าไปมา เหมือนจะมีสิ่งเลวร้ายเกิดขึ้นเลยอะ

ฉันสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆก่อนจะเดินเข้าไปในห้องอย่างกล้าๆกลัว 
พอเข้ามาปุบก็เจอผู้หญิงวัยกลางคนแต่ยังดูสวย นั่งอยู่ตรงกลางโซฟากำมะหยี่สีเลือดหมูอย่างสง่า พร้อมกับผู้ชายอีกคนอายุหน้าจะมากกว่าคุณหญิงประมาณ 2-3ปี คงจะเป็นพ่อแม่เรนนั้นแหละ


 ถัดมาเป็นโซฟาตัวเล็กสีเดียวกับที่พวกท่านทั้งสองนั่งก็เป็นเรน นั่งหน้านิ่งเหมือนคนโดนแช่แข็งมาประมาณสี่ชาติได้ ถ้าจะนิ่งขนาดนี้นะ

“สะ…สวัสดีค่ะ” ฉันยกมือไหว้ผู้ใหญ่ทั้งสองด้วยอาการเกร็ง เกร็งจนจะเป็นตะคิว เพราะพวกเขากำลังจ้องฉันตาแทบไม่กระพริบ อย่าจ้องหนู หนูประหม่าาาาา ฮือออ จะโดนว่าไรรึเปล่าเนี้ย

“ไม่ต้องเกร็งหรอก มานั่งนี้มา”คุณหญิงว่าอย่างใจดี แล้วตบที่โซฟาข้างที่ว่างให้ฉันไปนั่ง ทำให้ฉันลดความเกร็งลงไปเยอะเลย ฟู่ววว คิดว่าจะโดนดุสะแล้ว(แกคิดไปเองทั้งนั้น;แปะโป้ง)


ฉันเลือกเดินอ้อมมาอีกฝั่งที่ไม่มีเรน  แล้วเดินไปนั่งข้างๆคุณหญิง เรนทำหน้าไม่พอใจเป็นอย่างมากแล้วเบือนหน้าหนีไปอีกฝั่ง ฉันว่าฉันทำอะไรให้เรนผิดใจอีกแล้วละ


“โตขึ้นเยอะเลยนะเนี่ย” คุณหญิงว่าพร้อมกับเอามือลูบหัวฉันไปด้วย หะ? อะไรคือโตขึ้นเยอะเลย นี้เราเคยรู้จักกันหรอวะ

ฉันมองหน้าคุณหญิงด้วยความมึนงง คุณหญิงยกยิ้มอย่างเอ็นดู แต่ไม่ได้ว่าอะไร เอ้า งงเด้งงเด้

“หว่า จำกันไม่ได้สินะ”อยู่ๆคุณชายก็พูดขึ้นอย่างตัดพ้อ แต่กลับยิ้มบางๆส่งมาให้ 

“เอ่อ…หนูต้องขอโทษคุณหญิงกับคุณชายด้วยนะค่ะที่จำไม่ได้ แหะๆ” ฉันรีบขอโทษแล้วส่งยิ้มแห้งๆให้คุณทั้งสอง

“คุณยงคุณหญิงอะไรกันละ เรียกม๊าสิ อยู่บ้านหลังเดียวกันแท้ๆ” คุณหญิงว่าเสียงเข้ม แล้วส่งสายตากดดันมาให้ฉัน เสริมทับด้วยคุณชาย อย่าทำแบบเน่หนูไม่อยากผิดใจกับลูกคุณ

“ค่ะ…มะ ม๊า"และต้องพูดอย่างเลี่ยงไม่ได้ รู้สึกจั๊กจี้ยังไงไม่รู้เอาสิคุณลองเรียกแม่ของคนที่คุณไม่ชอบหน้ามันก็จะรู้สึกแปลกๆอะ 



“ดีมาก กลับมาเหนื่อยๆขึ้นไปพักผ่อนเถอะป๊าให้คนเตรียมห้องนอนไว้ให้แล้ว” ป๊าเรนพูดทำเอาฉันงงเลยอะ เดี๋ยวๆนี้มันจะไม่เร็วไปหน่อยหรอยังไม่ได้ไปขนของมาเลย

“เเต่ว่า…” ยังไม่ทันที่ฉันจะพูดจบม๊าก็พูดแทรกขึ้นมาสะก่อน
“เรื่องข้าวของหนูไม่ต้องห่วงนะ คนของนิตย์ขนมาให้แล้ว” โอ้โหหห อาฉันหวงหลานสักนิดก็ไม่มี พร้อมทวายให้เขาเต็มที่ อย่าให้เจอนะ จะผลานจนล้มละลายเล๊ย

“เอ่อ…ขอบคุณค่ะ” ฉันกล่าวขอบคุณอีกครั้ง แต่คนที่เงียบอย่างกับเป่าสากก็พูดขึ้น

“ธุระม๊ามีแค่นี้ใช่ไหม งั้นเรนขอตัว” ร่างสูงโปร่งว่าเเล้วลุกขึ้นยืนเต็มความสูง แต่ยังเดินไปไม่ถึงประตูคนเป็นแม่ก็เอ่ยรั้งเสียก่อน
“เดี๋ยวเรน นั้นลูกจะไปไหนนะ” ร่างสูงหันกลับมามองคนเป็นแม่ด้วยสีหน้าเรียบนิ่งเช่นเดิมก่อนจะตอบ 
“เรนจะไปอยู่คอนโดสักสามเดือน  อยู่แถวนี้แล้วอากาศเป็นพิษ” เรนตอบหน้านิ่งพร้อมกับปรายตามองมาที่ฉัน เฮ้ยๆ พาลแล้วๆ 



“ไม่ได้ เรนต้องอยู่บ้านจนกว่าป๊ากับม๊าจะกลับจากLA” ป๊าพูดขึ้นบ้าง หะๆๆ อะไรนะ ป๊าม๊า(ของเรน) ก็จะไม่อยู่บ้านด้วยหรอเนี่ย 

อยากจะถามนะว่าไปกี่วันแต่ไม่กล้าถาม เดี๋ยวๆ นี้กะทิ้งกันไว้กับคนอันตรายแบบนี่หรอ ม่ายยย เอาหนูไปด้วย หนูไม่อยากอยู่กับมานนนนน



“แล้วแต่ลูกนะ แต่ถ้ายูเขาหายไปอีกไม่รู้ด้วย นี้เป็นโอกาสครั้งสุดท้ายเเล้วนะ” ม๊าว่าอย่างใจเย็นขณะที่กำลังเล่นผมฉันอยู่  อ้าวเกี่ยวไรกับฉันอีกวะเนี่ย ตูงง อะไรหายๆ ฉันไม่ได้หายไปไหนสักหน่อย รึเคยวะ เออ ช่างมัน

“หึ” เรนไม่ตอบเพียงเค้นหัวเราะแล้วก็เดินออกจากห้องนั่งเล่นไป ฉันมองตามงงๆ อะไรของมันวะ เออเรื่องนี้กูงงทั้งเรื่องอะ 

ม๊ายกยิ้มอย่างผู้มีชัยก่อนจะหันมาพูดกับฉัน
“หึ ยูขึ้นไปพักข้างบนดีกว่าเนอะ เดี๋ยวม๊าจะให้คนไปตามมากินข้าว”  ม๊าว่าเสียงนุ่มมือบางก็ลูบผมฉันไปทำเอาฉันคิดถึงแม่ขึ้นมาเลย อ่าา ป่านนี้จะกินข้าวรึยังนะ


“ค่ะ” ฉันตอบแล้วยิ้มให้ม๊าก่อนป๊าจะเรียกแม่บ้านให้พาไปห้องที่ฉันจะอาศัยอยู่สามเดือน 

พอมาถึงห้องฉันก็ต้องตกตะลึงกับสภาพของห้อง ถึงกับต้องร้องโอ้โหเลย

 โอ้โห Eเห้!! 

คือห้องมีก็กว้างก็หรูอยู่หรอกนะ แต่สภาพคือเละมาก ข้าวของกระจัดกระจายเต็มพื้น และคงไม่มีใครหน้าไหนกล้าทำแบบนี้นอกจาก เรน

“เอ่อ…พี่ลงไปบอกคุณหญิงนะค่ะ” พี่ยูนา(รู้จักตอนเดินขึ้นบันได)สาวใช้พูดขึ้น ฉันถอนหายใจออกมาเบาๆก่อนจะหันไปยิ้มกว้างให้พี่ยูนา

“ไม่เป็นไรค่ะ เดี๋ยวยูเก็บเเปบเดียวก็เสร็จแล้ว ยูไม่ได้ทำงานบ้านมานานแล้ว”ฉันตอบยิ้มๆให้พี่ยูนาสบายใจ แต่ในใจเนี่ย มึงอย่าให้ถึงทีกูวนะเรนนนนน!!!! 

“งั้นพี่ช่วยเก็บนะค่ะ” พี่ยูนาว่าแต่ฉันห้ามไว้สะก่อน 
“ไม่เป็นไรค่ะ เนี่ยหนูหิ๊วหิว พี่ยูนาลงไปช่วยข้างล่างเถอะค่ะจะได้เสร็จไวๆ” ฉันว่าพลางลูบท้องตัวเองเป็นการบอกกลายๆว่าหิวจริงๆ แต่มันก็หิวจริงๆนั่นแหละ

“ฮะๆ ค่ะๆ มีอะไรก็เรียกพี่นะค่ะ” พี่ยูนาหยีผมฉันเบาๆอย่างหมั่นเคี้ยว(พี่ยูนาสูงกว่าฉันนิดหน่อย) ก่อนจะลงไปข้างล่าง 

ฉันหันกลับมาที่ห้องอีกครั้งก่อนจะถอนหายใจออกมาแรงๆ เอาวะถือสะว่าออกกำลังกาย

เวลาผ่านไปนานพอสมควร พี่ยูนาก็เรียกฉันลงไปกินข้าว พึ่งรู้ว่าเรนมีพี่ชายกับพี่สาวด้วย พี่ชายกับพี่สาวเป็นเเฟดคนละฝากัน พี่ชายเรนชื่อ ซิวหมิ่น เป็นผู้ชายตัวเล็ก น่ารักน่าทะนุถนอม ส่วนอีกคนเป็นผู้หญิง ชื่อ มุนบยอน สูงมาก และหล่อมากกก คือถ้าผมไม่ยาวแล้วม๊าบอกว่าเป็นผู้หญิงฉันคงคิดว่าเป็นผู้ชาย และอาหารมื้อค่ำก็ผ่านพ้นไปได้ด้วยดี โดยทั้งโต๊ะมีแค่เรนที่ไม่พูดอะไร แต่ก็ดีแล้วละ พูดออกมาแต่ละคำนี้เสียดแทงกันชัดๆ



“เฮ้อออ” ฉันทิ้งตัวลงบนเตียงนุ่มอย่างเหนื่อยอ่อน หลับตาลงสักพักเป็นการพักสายตา มาวันแรกยังเหนื่อยขนาดนี้ แถมโดนทิ้งอีก กว่าจะเรียนจบฉันไม่ต้องไปนอนข้างถนนเลยหรอ 

โวะ คิดอะไรให้มากมาย โทรหาแม่ดีกว่า

คิดได้ดังนั้นฉันจึงหยิบโทรศัพท์เครื่องบางขึ้นมาแล้วเข้าแอพสีเขียวยอดฮิตแล้วโทรหามารดาด้วยความคิดถึง


[ว่าไงตัวแสบ วันนี้ไปเรียนวันแรกเป็นไงบ้าง] พอได้ยินเสียงแม่ความเหนื่อยล้าทั้งหลายก็หายไป ฉันยิ้มกับความเอาใจใส่ของแม่

“ก็ดีค่ะ โรงเรียนใหญ่มากอะแม่ แถมครูก็ใจดีด้วย” ฉันตอบด้วยเสียงร่าเริงได้ยินเสียงหัวเราะของแม่ดังขึ้นเบาๆ

“แม่กินข้าวรึยังค่ะ” ฉันถามบ้าง แม่นะไม่เคยกินข้าวเคยกินข้าวคนเดียวต้องรอพ่อมาก่อน 
[ยังเลย ทำกับข้าวอยู่] 

เพร้ง!!

ไม่ว่าเปล่ามีเสียงออกมายืนยันด้วย ทำไมฉันดูไม่ตกใจนะหรอ ก็แมวของฉันชื่อหมอนข้างชอบเข้าครัวบ่อยๆตอนแม่ทำอาหารเเล้วชอบทำช้อน ทำถ้วยตกนะสิ อีกหน่อยคงโดนแม่ด่าแน่ๆ

[เจ้าหมอนข้าง เอาอีกแล้วนะ!!

เหมียววว~] แม่ว่าเสียงดุแต่ไม่วายมีเสียงแมวดังออกมาจากสาย มันเถียงๆ


 ฉันหัวเราะเบาๆกับความกวนของหมอนข้าง
[มีเถียงๆ เถียงคำไม่ตกฟากเหมือนเจ้านายมันเลย] แม่ว่าทีเล่นทีจริงไอ้เราก็ร้อนตัวดินั้นเเมวเราไง

“ไรอะแม่ หนูออกจะเป็นเด็กดี กินง่ายนอนง่ายพูดน้อยน่ารัก”
[จ้าๆ เนี่ยได้ยินข่าวว่าไปอยู่บ้านเพื่อนนิตย์หรอเป็นไงบ้าง]แม่ถาม ฉันคงไม่แปลกใจหรอกว่าทำไมแม่รู้ อานิตย์ต้องบอกแม่ก่อนแล้วแน่นอน

“ก็ดีคะ เนี่ย พวกเขาใจดีมากๆเลยนะแม่ แถมบ้านหลังใหญ่มาก หนูคิดว่าพระราชวังสะอีก” ฉันว่าอย่างตื่นเต้น ก็มันน่าชื่นชมนี่นา ฉันว่าเดินไปคงหลงอะ 

[ฮ่าๆ อยู่ได้ก็ดีแล้ว แต่ถ้าวันไหนเหนื่อยก็กลับมาหาแม่นะ แม่รออยู่] เสียงนุ่มเอ่ยขึ้นทำเอาฉันอบอุ่นไปจนถึงหัวใจ ฉันเผยยิ้มกว้างก่อนตอบคนเป็นแม่

“หนูอยู่ได้ แม่ไม่ต้องห่วงหรอก”  ฉันรู้ว่าถ้าฉันกลับไปครั้งนี้แม่จะทำอะไร ฉันไม่อยากให้แม่เลิกทำสิ่งที่ตัวเองรักแล้วมาดูแลฉัน เพราะทุกคนก็มีชีวิตเป็นของตัวเอง

[จ้าๆ แม่คนเก่ง งั้นแค่นี้นะ แม่ทำอาหารก่อน]
“ค่ะๆ ฝากบอกบิดาด้วยว่าหนูคิดถึง” ฉันว่าแล้วหัวเราะออกมา ได้ยินเสียงพ่อดังมาแต่ไกลว่า 'ไอ้ตัวแสบ' ด้วยแหละ หลังจากนั้นฉันก็วางสายไป 

ฉันมองห้องที่ตอนนี้ยังจัดไม่ค่อยเป็นระเบียบเท่าไร ฉันลงมือจัดของต่อ หลังจากเสร็จแล้ว ฉันก็อาบน้ำมาขึ้นเตียงนอนด้วยความเหนื่อย เอาละต่อจากนี้ก็เป็นเรื่องของวันพรุ่งนี้แล้วละ 



ขอให้พรุ่งนี้ดีกว่าวันนี้ด้วยเถอะ




วันที่สองของการมาเรียนฉันใส่ยูนิฟอร์มโรงเรียนที่พึ่งไปซื้อมาเมื่อวาน(ตอนไหนวะ:แปะโป้ง)

ฉันเดินลงจากรถคันหรูที่จอดเทียบหน้าโรงเรียน เรียกสายตาจากผู้คนได้เป็นอย่างดี ถึงแม้ว่าโรงเรียนนี้จะมีแต่พวกคุณหนู แต่ดูเหมือนเรนจะรวยที่สุดแล้วนะ 

อ๋อ ฉันกับเรนไม่ได้ขึ้นรถคันเดียวกันมาเรียน เห็นพี่โตชิบอกว่าเรนขับรถมาเองฉันไม่ได้ใส่ใจอะไรมาก ก็มันเรื่องของเขานิ


ฉันเดินเข้าห้องมาด้วยหน้าตายิ้มแย้มรับวันใหม่แต่ต้องหุบยิ้มเมื่อเจอกับโต๊ะตัวเอง 

ฉันมาที่โต๊ะด้วยความตกใจ เพราะโต๊ะเละมาก เละกว่าเมื่อวานนี้อีก ฉันเอากระดาษทิชชูออกมาทำความสะอาดด้วยความโมโห และมีอยู่พวกเดียวที่ทำแบบนี้ ใจเย็นไว้ยู 

"อึดอัดเนอะ” เสียงเย็นๆของยัยผู้ร้ายหมายเลขสองดังขึ้นจากด้านหลัง ฉันตวัดสายตาให้อย่างเคืองๆ ถ้าอึดอักมากก็โดดลงตึกเลยดิ


เวลาเลิกเรียน 
“เลิกเรียนแล้วรีบกลับเถอะแถวนี้อากาศเป็นพิษ” คำพูดเสียดสีจากเรนทำเอาฉันแทบปรี๊ดแตก อดทนนนน 

บ้าน

สภาพห้องเละอีกแล้ว แถมวันนี่ป๊าม๊าก็ออกเดินทางแล้ว คงเปิดทางให้เรนได้แบบไม่ยาก เฮ้ออ อดทนหน่อยก็แล้วกัน 
เฮ้ออออออออ!!!









วันที่ห้าขอการมาเรียน และต้องมานั่งเรียนในห้องนรก กับพวกนรก กลายเป็นว่าฉันต้องพกผ้าหรือไม่ก็กระดาษทิชชูติดตัวเพื่อนทำความสะอาดโต๊ะ ทุกเช้าจะเป็นแบบนั้นและวันนี้ก็เช่นกันเพราะทุกๆวันของการมาเรียน โต๊ะจะเละ ก่อนกลับบ้านเจอคำเสียดสี  กลับบ้านไปก็ทำความสะอาดห้อง  เลยไม่เป็นที่แปลกใจนักของคนในห้อง ดีหน่อยที่ยังมีคนกล้าเข้ามาคุยกับฉันบ้าง


ฉันเดินเข้ามาในห้องตรงมายังโต๊ะของตัวเองที่วันนี้เละยังไม่พอ ยังมีคำด่าท้อต่างๆอยู่เต็มโต๊ะ แต่มีข้อความหนึ่งที่ทำให้ควาใอดทนของฉันขาดสะบั้น


‘ลูกแม่ไม่เอา!'


ฉันเดินออกจากห้องด้วยความโมโห ว่าอะไรว่าได้แต่อย่าก้าวก่ายเรื่องครอบครับเด็ดขาด

ปึก!

ฉันผลักอกคนตรงหน้าอย่างแรง ทำให้คนยังไม่ทันตั้งตัวเซถอยหลังนิดๆ แทยอน(ได้ยินพวกมันเรียกกัน)มองหน้าฉันอย่างเอาเรื่องผู้คนเเถวนั้นเริ่มให้ความสนใจ ถึงขนาดยกโทรศัพท์ขึ้นมาถ่ายคลิป แต่นั่นไม่ใช่ประเด็น

“ทำบ้าอะไรของเธอ!!” แทยอนกระชากแขนฉันเเรงๆทำเอาฉันนิ่วหน้าด้วยความเจ็บ

“พวกเธอทำบ้าอะไร!!!! ถ้าจะเล่นจะเกลียดก็เกลียดฉันคนเดียว อย่าพาลถึงครอบครัว!” ฉันสบัดแขนอย่างเเรงจนหลุดออกจากการเกาะกุม แล้วส่งสายตาของความเกลียดชังให้ คริสตัลชะงักเล็กน้อก่อนจะกลับมานิ่งๆเหมือนเดิม 

“เลิกยุ่งกับฉันสะที อยู่ใครอยู่มันเถอะ” ว่าจบฉันก็เดินออกมาไม่แม้แต่จะสนใจคนรอบข้างที่มามุงดูเหตุการณ์เลยสักนิด 

อารมณ์เสียแต่เช้าเลยวันนี้ แถมรู้สึกเหมือนจะป่วยๆด้วย ครั่นเนื้อครั่นตัวแปลกๆแหะ อย่าเพิ่งเป็นอะไรไปนะเว้ย

ฉันเดินเข้ามาในห้อง ทั้งห้องต่างมองฉันเป็นตาเดียวและเหมือนบางคนจะหยุดหายใจไปชั่วขณะ อะไรอีกวะ

“เฮ้ออ มีอะไรกับเรารึเปล่า” ฉันพ่นลมหายใจออกมาแรงแล้วกวาดสายตามองไปรอบห้อง 
“เปล่าๆ เฮ้ยมึงเอาการบ้านมาลอกดิ”แล้วทุกคนก็ทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ทำตัวเป็นปกติ เออ ให้มันได้แบบนี้สิ กูงงอีกแล้วครับท่าน
“ลอกการบ้านแป๊ะมึงดิ เมื่อวานไม่มีการบ้าน” เพื่อนในห้องคนหนึ่งพูดขึ้น ฉันยิ้มขำๆก่อนจะมานั่งที่ เอาเถอะ ถึงยังไงฉันก็คงไม่ได้อยู่ที่นี้ตลอดไปหรอก

กึก!
เรนทรุดตัวลงนั่งที่ของตัวเอง ฉันไม่มองหน้าหรืออะไร ก้มหน้ามองแต่โทรศัพท์คุยแชทกับเพื่อน 

ฉันหัวเราะคิกคักอยู่กับโทรศัพท์ เมื่อไอหมอกมาระบายในเเชทกลุ่มบ่นเรื่องการบ้านและกิจกรรม ว่าแล้วก็คิดถึงพวกมันชะมัดเลย

“หึ” เสียงเค้นหัวเราะดังมาจากคนข้างๆทำเอาฉันกรอกตามองบนแล้วเก็บโทรศัพท์ลงใต้โต๊ะ 

ฉันมองตรงไปที่กระดานไม่ต่างไปจากทุกคนในห้อง ทั้งๆที่ไม่มีครูทุกคนต่างให้ความสนใจกระดานมากกว่า ฉันมองกระดานเพราะไม่อยากมองหน้าเรน แต่คนอื่นฉันไม่รู้


“…”


ความเงียบเข้ามาปกคลุมอีกครั้งหลังจากที่เงียบมาหลายวันแต่วันนี้มันเงียบและอึดอัดมากกว่าทุกวันที่ผ่านมา คงเป็นเพราะคนข้างๆปล่อยไอเย็นๆออกมาจากตัวตลอดเวลาก็เป็นได้


สักพักก็มีครูเดินเข้ามา เเละทุกอย่างก็ยังเหมือนเดิมก็คือเงียบและเย็น ครูวางใบงานลงบนโต๊ะเบาๆแบบไม่ให้เกิดเสียง สงสัยจะเกรงใจความเงียบ ฮ่าๆๆ

“สวัสดีครับนักเรียน” ครูพูดพลางขยับแว่นหนาขึ้นเล็กน้อยแล้วกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ 
“เอาละวันนี้เราจะเรียน บลาๆๆๆ” แล้วครูก็เริ่มสอนท่ามกลางบรรยากาศที่อึดอัดตลอดสองชั่วโมง เฮ้อออออ



กรี๊งงงงง
ออดพักเที่ยงดังขึ้น(ไวเวอร์)เหมือนเป็นเสียงสวรรค์เลยละ วันนี้ครูทุกคนที่เข้าสอนรีบไปกว่าทุกวัน เป็นฉัน ฉันก็ไม่อยากอยู่อะ


ฉันเก็บของลงกระเป๋าก่อนจะสะพายขึ้นบ่าเตรียมออกจากห้อง 


กึก

ฉันชะงักเมื่อเรนยืนขวางทางฉัน ฉันเงยหน้าขึ้นมองเรน ทำไมฉันต้องเงย ก็เพราะฉันสูงไม่ถึงไหล่มันไงละ คือเรนสูงเวอร์อะ พ่อแม่ให้อะไรกินเป็นอาหารวะ

“มีไร” ฉันถามท่าทางกวนประสาทที่สุดเท่าที่ฉันเคยทำมา แต่แอบเห็นสองคนข้างหลังขำด้วยแหละ มีไรหน้าขำวะ

“…” ไม่ตอบแต่เดินนำคริสตัลกับแทยอนออกไปเลย เอ้า มันกวนกว่างะ เออ เริ่มไม่เข้าใจมันละ

ช่างมันเถอะ หิวข้าวเเล้วเนี่ย



ฉันเดินขึ้นมาบนดาดฟ้าที่เดิม แต่พอมาถึงมันกลับไม่เป็นเหมือนทุกที เพราะวันนี้มีแขก ประมาณ3-4คน แถมมีแต่ผู้ชาย!! แถมมีแต่คนหล่อๆ อ๊ายยย! เออ ไปดีกว่า กลัวจับพวกมันปล้ำ ฮ่าๆๆ

ฉันหันหลังเตรียมเดินกลับไปทางเดิมแต่มีเสียงหนึ่งเรียกฉันไว้
“เฮ้!! เธออย่าพึ่งไป” เสียงทุ้มดังขึ้น ทำให้ฉันชะงักกึก เรียกฉันเปล่าวะ ถ้าหันไปนี้จะหน้าแตกปะเนี่ย ไหนมีใครอยู่แถวนี้บ้าง 



“เธอนนั้นแหละที่ยืนหันหลังอยู่นะ” เสียงเดิมพูดขึ้นอีกครั้ง ฉันหันไปตามเสียงเรียกพบว่าพวกนั้นมองฉันเป็นตาเดียว แล้วพวกมันก็ลุกขึ้นยกโขยงกันเดินมาหาฉัน ฉันค่อยๆถอยหลังหนี ย๊า~~ เอาไงดีๆ ถ้าพวกมันจะฆ่าฉันละ ฉันจะทำไง เรียกให้คนช่วยคงไม่มีทางได้ยินแน่ หรือต้องโดดตึก ตึกหกชั้นโดดลงไปคงตายห่ากันอยู่ดี พ่อแก้แม่แก้วช่วยลูกด้วยยยย 


“ทำหน้าตลกจัง” หนึ่งคนในนั้นพูดขึ้น ฉันนี้แทบอ้าปากค้างคือเขาเป็นผู้ชายตัวเล็ก(แต่สูงกว่าฉัน) ผิวขาว ตากลมโต น่ารักมากกกกก มองดูผ่านๆนี้คิดว่าทอมอะบอกเลย

“เอ่อ…” ใบ้แดก แล้วพวกคุณมาจ้องอะไรฉ้านนน เกร็งเว้ย


“อ๋อไม่คุยกับคนแปลกหน้าสินะ” นายคนตัวเล็กนั้นพูดแล้วยิ้มให้ โอ้ยยย น่ารักเว้ยยย เขิน

“พี่ชื่อ โด คยองซู เรียก ดีโอก็ได้ เกรด11เป็นคนเกาหลีครับ” ว่าจบก็ยิ้ม แบบโลกละลายเลยอะ อ๊ายตัวเล็กน่ารักกก


“คิมจงอิน ไค เกรด11 เกาหลี” คนที่อยู่ฝั่งซ้ายพูด เขาสูงมาก ผิวสีแทนหน้าตาออกจะเย็นชานิดๆ เป็นคนที่ประหยัดคำพูดดีจังแต่หล่อมากกก


“เราชื่อไอคิวนะ เป็นลูกครึ่งเกาหลีอิตาลีอยู่ชั้นเดียวกันแต่คนละห้อง” นายคนนี้สูง ผิวขาว และหล่อหน้าออกฝรั่งนิดๆ ว่าจบก็ส่งยิ้มให้ฉันจนตาหยี ให้ตายเถอะทำไมมีแต่คนที่ไม่อ่อนโยนต่อใจขนาดนี้ 

“พี่ชื่อ คิมด็อกวอน ลูกครึ่งไทยเกาหลีเป็นญาติกับไค” พี่ชายออกหน้าหวานๆอีกคนพูดขึ้น เมื่อเทียบกับคนอื่นๆแล้วพี่คิมก็ตัวเล็กเหมือนกัน 


“พี่ชื่อนัมจู เกรด11 คนเกาหลีแท้ๆเป็นเพื่อนกับพวกนี้”ว่าจบก็ส่งยิ้มน่ารักมาให้ ตามด้วยคนอื่นๆ ยกเว้นพี่ไคเพราะรายนั้นส่งยิ้มมุมปากมาให้เฉยๆ แต่ โอ้ย ใจนี้ไปแล้ว


“…” เงียบ ได้แต่มองหน้ากันตาปริบๆ ไอ้เรามันก็งงๆนะ แนะนำตัวเพื่อไรวะ

“เพื่อ?” สั้นๆง่ายๆจากปากฉันทำเอาทุกคนหันหลังเเล้วตบหน้าผากตัวเองไปฉากใหญ่ เอ้า ไอ้พวกนี้

“พี่แนะนำตัวแล้วก็แนะนำตัวกลับดิ” พี่ดีโอว่ายิ้มๆ เอ้านี้จำเป็นปะ แต่ช่างเถอะ

“สวัสดีค่ะ ชื่อ ยู เป็นคนไทย เกรด10 ห้อง Aค่ะ”  ฉันแนะนำตัวอย่างเป็นทางการเเต่เหมือนพวกเขายัง งงๆ อะไรสักอย่างอยู่ 

“เอ่อ…ชื่อไรนะทวนใหม่” ไอคิวถาม 

“ชื่อ ยู” ฉันตอบแต่พวกนี้ยังทำหน้างงอีก 
“ไม่ๆ เราถามชื่อเธออะ” ไอคิวโบกมือกลางอากาศแล้วถามอีกครั้ง โวะ พวกนี้พูดไม่รู้เรื่อง
“ชื่อ ยู” ฉันตอบอีกครั้ง 


“ไม่ๆ เราอะชื่ออะไร” ทีนี้เป็นพี่นัมจูถาม เอ้าพวกนี้นิ
 
“ฟังนะ เรา ชื่อ ว่า ยู ที่ไม่ได้แปลว่า คุณ” 
“อ๋อออออ” แล้วก็ลากเสียงยาวพยังหน้าหงึกหงักเป็นอันเข้าใจ ฟู่ววว เหนื่อยชะมัดเลยแฮะ โป้งต่อไปอย่าตั้งชื่อตัวละครที่มันเข้าใจยากนักนะ(คร้าบบบ:แปะโป้ง) 
“น้องใช่มั้ยที่ผลักอกเรนนะ” พี่ดีโอถามอย่างตื่นเต้น ดวงตากลมที่โตอยู่แล้ว ยิ่งโตขึ้นอีกแทบถล่นออกจากเบ้าแล้วเพ้!!


“ใช่” ฉันตอบแบบขอไปที ไม่อยากได้ยินชื่อนี้เลยเอาตรงๆ หัวร้อนมากอะ ไม่รู้อะไรไม่รู้จักกันแต่ตั้งแง้ใส่แล้ว โว๊ะ ว่าแล้วลมเสีย 

“ว้าว สุดยอดอะ นี่นับถือเลยนะเนี่ย” ไอคิวว่าทึ้งๆ ส่วนฉันก็งงไปตามระเบียบ ไอ้การที่ไปมีเรื่องเนี่ยมันดีตรงไหนวะ
“ว่าไปนั้น เราไปมีเรื่องมานะ” ฉันว่ายิ้มๆ แต่จะว่าไปก็ไม่ค่อยเห็นใครพูดหรือคุยกับพวกสามพระหน่อนั้นเลยนะ แต่ก็ไม่แปลกหรอก ปากไม่ดีสะขนาดนั้น เป็นฉันยิ่งจะไม่มองหน้าด้วยซ้ำ


“นั้นนะน้องของ ผอ. เลยนะ”พี่นัมจูพูดอย่างตื่นเต้น
“ใช่ๆแถมเป็นประธานชมรมบาสด้วย” พี่คิมเสริมขึ้นอีกคน ฉันกำลังมีเรื่องกับใครอยู่เนี่ย
“สามคนนั้นเป็นคณะกรรมการโรงเรียน” พี่ไคพูดด้วยสีหน้าราบเรียบ นี้คงเป็นประโยคแรกที่พี่ไคพูดยาวๆ แถมเป็นการพูดเชิงขู่สะด้วย 

อ้าวๆ นี้ฉันหาเรื่องเข้าพบฝ่ายปกครองหรอเนี่ย เเต่ทำไงละมีไปแล้ว แก้ไม่ได้แล้วด้วย

“แหะๆ คงแก้อะไรไม่ได้แล้วละ” ฉันยิ้มแห้งๆให้ ถามว่ากลัวไหม ก็ไม่ แต่ที่กลัวคือ กลัวอานิตย์นักใจ แล้วแม่เป็นห่วงแค่นั้น 

“ฮ่าๆ แต่เราเจ็งมากเลยนะ น้องคนแรกเลยที่ทำแบบนั้น” พี่คิมยื่นมือมาตบบ่าฉันเบาๆ ฉันควรดีใจใช่ไหม!

ฉันยิ้มให้พี่แกบางๆ แต่พวกเขารู้ได้ไงเนี่ย จำได้ว่าไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ไม่ใช่หรอ 

“แล้วรู้ได้ไง” ฉันถามข้อสงสัยออกไปแล้วทุกคนก็ยิ้มมุมปากนิดๆ เพื่อ?
“เพจของโรงเรียนนะ” เป็นพี่ดีโอที่ตอบ ฉันพยักหน้าเข้าใจ ข่าวไวชะมัด มีนักข่าวอยู่ในโรงเรียนรึไง


 ฉันล่วงเอาโทรศัพท์ ในกระเป๋ากระโปรงออกมาดู เป็นแจ้งเตือนจากยูทูป หนังวายมาใหม่ไงงง อ้ากกกก เรื่องนี้รอมานานแล้วไงในที่สุดดดด


แต่แล้วสายตาฉันก็เลือบเห็นตัวเลขบนแทบสถานะ เอ้า ใกล้เวลาเรียนแล้วนิ กลับไปต้องไปทำความสะอาดโต๊ะอีก



“งั้นไปเรียนก่อนนะ ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ” ฉันรีบตัดบทก่อนจะโค้งเป็นการลา ก่อนจะวิ่งออกมา ให้ตายเถอะคุยกันจนหมดเวลา ข้าวก็ยังไม่ได้กิน ตายๆ
“แล้วเจอกันใหม่นะ” ได้ยินเสียงไอคิวดังแววๆมาแต่ไกล ฉันเลยยกมือโอเคให้ ตอนนี้กลับห้องด่วน!

คลืด~

ฉันเปิดประตูห้องเรียนออกมาก่อนทั้งห้องจะหันมามองฉันเป็นตาเดียวกัน ฉันยิ้มแห้งๆให้ทุกคนก่อนจะมาที่โต๊ะ แต่ที่แปลกก็คือ โต๊ะฉันยังอยู่ดี ไม่มีเหมือนอย่างทุกวันนั้นทำให้ฉันยกยิ้มอย่างพอใจ  

คงเลิกยุ่งกับฉันแล้วสินะ ไม่ก็อายที่เป็นข่าว จะอะไรก็ช่าง ดีแล้วที่พวกนั้นไม่มายุ่ง

หลังจากนั้นประมาณห้านาทีก็มีคนเดินเข้ามา แต่ฉันไม่ได้สนใจอะไรเตรียมหนังสือขึ้นมาเตรียมเรียนในคาบบ่าย

ซ่า~

อยู่ๆน้ำจากที่ไหนสักที่ก็ถูกสาดมาใส่ฉันเต็มๆ พอเงยหน้ามองดูว่าเป็นใครฉันแทบอยากกระโดดถีบยอดหน้า 
“ทำบ้าอะไรของเธอ!!” ฉันยืนกำหมัดแน่นด้วยความโมโห แต่แทยอนยังกอดอกมองหน้าฉันด้วนท่าทีสบายๆ แต่กูจะไม่สบายไง!


“ช่วยไม่ได้นี้” คริสตัลไว้ไหล่ ฉันแทบพุ่งเข้าใส่ ถ้าที่นี้ไม่เป็นโรงเรียนนะ ฉันไม่เอาไว้เด็ดขาด

“จะเล่นอย่างนี้ใช่ไหม ได้”  ว่าจบฉันก็นั่งลงที่เดิม เรียนมันทั้งเปียกๆงี้แหละ

แทยอน คริสตัลและเรนมองหน้ากันแปบนึ่งก่อนแทยอนจะหันมาจิกตาใส่ฉันเอาทำอะไรก็ทำไป ฉันมองหน้ากลับอย่างไม่ยอมแพ้เช่นกัน และเป็นแทยอนเองที่หลบตาฉัน เหอะ คิดว่าจะแน่


“เธอไม่ควรจะนั่งเรียนในสภาพแบบนี้นะ ออกไปสะ” แทยอนกระชากเสียงใส่ฉันเอาลิ้นดันกระพุ้งแก้มด้วยความรำคาญก่อนตอบ

“อย่ายุ่ง” พูดจบแล้วก็ฟุบลงไปกับโต๊ะ ส่วนแทยอนกับคริสตัลที่เห็นว่าฉันไม่สนใจก็กระทืบเท้าแล้วกลับไปนั่งที่อย่าช่วยไม่ได้ หึ

เสื้อผ้าเปียกๆโดนลมเข้าหน่อย มันก็จะเย็นๆหน่อย น้ำเริ่มซึมเข้าร่องก้นละ(ทุเรศ:แปะโป้ง) ฮ่าๆๆ 

อ่า ปวดหัวนิดๆแหะ สงสัยไมเกรนจะขึ้น ก็คงขึ้นอยู่หรอก มีเรื่องให้ปวดหัวทุกวัน


“วันนี้กลับบ้านเองนะ”  อยู่ๆเรนก็พูดขึ้นฉันเงยหน้าขึ้นมามออย่างไม่เข้าใจนัก ปกติก็ไม่ได้กลับด้วยกันอยู่แล้วปะ

“วันนี้คนของฉันกับฉันจะไปธุระ” เสียงเรียบพูดขยาย ฉันไม่ตอบเพียงแค่ฟุบลงไปที่เดิม อาการปวดหัวเริ่มรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ให้ตายเถอะโรบิ้น 



ไม่นานครูก็เดินเข้ามาสอน ครูก็ตกใจเล็กน้อยเมื่อเห็นสภาพฉันแต่ก็ไม่ได้ว่าอะไร ส่วนฉันก็ต้องฝืนเรียนทั้งที่ปวดหัวแถมหนาวไปตลอดช่วงบ่าย

“วันนี่พอเเค่นี้นะค่ะ” 

กริ๊งงงงง

ครูว่าจบก็เสียงออดก็ดังขึ้นพร้อมกับครูที่เดินออกจากห้องไป เป๊ะเวอร์ 

ฉันรีบเก็บของลงในกระเป๋าอย่างรีบร้อน เพราะอยากกลับให้ถึงบ้านไวๆ เสื้อผ้าก็พึ่งแห้งอะ หิวก็หิว ข้าวก็ยังไม่ได้กินอีก

ฉันเดินออกจากห้อง แบบไม่สนใจใครทั้งสิ้น และตลอดทางก็มีคนสนใจมากกว่าใครอาจจะเป็นเพราะเรื่องเมื่อเช้าไม่ก็สภาพฉันตอนนี้ละมั้ง

 แต่ตอนนี้ไม่มีเวลามาสนใจใครหรอกนะ ที่เดียวที่ฉันอยากไปมากที่สุดตอนนี้คือบ้าน(ของเรน)

ฉันเดินเข้าลิฟต์พร้อมกับคนจำนวนหนึ่ง และหนึ่งในนั้นคือสามคนนั้น ฉันว่าฉันไวแล้วพวกมันยิ่งไวกว่าอีก

และภายในลิฟต์ก็ตกอยู่ในความเงียบ ฉันกับเรนเผลอสบตากัน ฉันจ้องใบหน้าเรียบนิ่งนั่นอย่างเอาเรื่อง แต่อีกคนกลับมองมาอย่างเฉยชา พร้อมกับเหยียดยิ้มมุมปาก ฉันเกลียดรอยยิ้มนี้ที่สุดเลย


สังเกตได้ว่าคนที่อยู่ในลิฟต์เกร็งกันจนตะคิวแทบกิน จนฉันอดขำไม่ได้ มันน่าตลกดีใช่ไหมละ ถ้าหากเรามาอยู่ขั้นกลางระหว่างคนที่เขาไม่ลงรอยกันแถมมามองหน้ากันเหมือนจะฆ่ากันแบบนี้มันลำบากสุดๆไปเลย 


ติ้ง!
เสียงลิฟต์ดังขึ้นพร้อมกับลิฟต์เปิดออกพร้อมกับฉันเดินออกมาเป็นคนแรก ก็ไม่อยากอยู่นิกลัวได้กัดคอใครบางคนสะก่อน

พอเกินออกจากอาคารก็รู้ว่าฝนใกล้จะตกแล้ว ให้ตายเถอะอย่ามาตกตอนนี้นะ

นักเรียนส่วนใหญ่จะกลับบ้านหมดแล้วเพราะวันนี่ห้องฉันเรียนเต็มเลยได้กลับทีหลัง

ปึก!
“โอ้ย!”
ด้วยความที่เดินแบบไม่ดูสิ่งรอบข้างอยู่ๆก็มีใครสักคนวิ่งมาชนฉันเต็มๆจนฉันล้มตึงลงไปกับพื้นปูนเจ็บข้อสอกด้วย สงสัยถลอกแน่เลย ไรวะเนี่ย

ฉันเหลียวมองหาคนที่ชนแล้วหนี เห็นว่าเป็นแทยอน ส่วนอีกสองคนก็ยืนมองแบบไม่คิดจะเข้ามาช่วยแล้วทั้งหมดก็ขึ้นรถคันคุ้นตาไป  เหอะ!


ฉันพยุงตัวเองให้ลุกขึ้นยืนแต่ก็ต้องล้มลงไปอีกเพราะปวดที่ข้อเท้ามาก สงสัยข้อเท้าพลิก 

คลื้น~~

เสียงฟ้าร้องเบาๆมีลมพัดมาเอื่อยๆพร้อมกับเม็ดฝนหยดเล็กเริ่มโปรยปรายลงมา ฉันจึงพยายามลุกขึ้นอีกครั้งและเดินให้ไวที่สุดเพื่อไปขึ้นรถเมล์หน้าโรงเรียนแต่ไม่ว่าจะพยายามเท่าไรก็ยังช้าอยู่ดีเพราะตอนนี้ทั้งปวดหัวเเละเจ็บขาทำให้เคลื่อนไหวช้ามากๆ ฝนก็เริ่มลงเม็ดแล้วด้วย ไม่เอาแบบนี้ดิ ไม่อ้าววววว



และเเล้วในที่สุดฉันก็กระดึบ(?)มาจนถึงป้ายรถเมล์หน้าโรงเรียนจนได้ แต่ก็เท่านั้นแหละ รถเมล์เขาไปตั้งนานแล้วคร้าาา ชีวิตดี๊ดีเนอะ

ซ่า~~ 

เสียงฝนเทลงมากระทบพื้นปูนทำเอาฉันสั่นเทาไปทั้งตัว ด้วยความหนาว 

คลื้น~เปี๊ยง!!
“เฮือก” ฉันสะดุ้งเสียวฟ้าร้องมันยิ่งทำให้ฉันกลัวจับใจ ฝนเริ่มตกหนักขึ้นเรื่อยๆ ทำให้หวนนึกถึงอดีต อดีตที่ฉันไม่เคยลืมเลือน

น้ำตาหยดเล็กหยดลงกับมืออันสั่นเทาของฉันก่อนที่มันจะกลายเป็นสายแข่งกับฝน ตอนนี้ฉันยอมรับเลยว่ากำลังกลัว กลัวมากจริงๆ

“ขอโทษค่ะ ขอโทษนะ หนูขอโทษจริงๆ ฮึก”









อันยองงงงง กลับมาแล้วครับผมมมม
หายไปนานเลย อิอิ 

อ้าวๆ ยูมีอดีตอะไรนาาาาาา รอติดตามนะฮ่ะ
โป้งเคยบอกแล้วว่าเรื่องนี้ไม่ดราม่า จริงจริ๊ง
ตอนหน้าเตรียมตัวรับมือกับยูให้ดีๆละเรนนนนน ฮ่าๆๆ
อาจจะมีคำผิดนะฮะโป้งยังไม่ได้ตรวจดูดีๆ ถ้าใครเจอก็บอกหน่อยนะฮ่ะ

เจอกันตอนหน้าฮ่ะ



ครูอะไรมีปากกาด้ามเดียว

ตอบ ครูวันเพ็ญ


บะบายยยยยยยยยย จุฟฟฟ
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

15 ความคิดเห็น

  1. #5 PKN_ni (@PKN_ni) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 26 มีนาคม 2561 / 13:23
    อยากรู้แล้วๆ มาเฉลยเร็วๆนะไรท์
    #5
    0
  2. #4 janenylyily (@janenylyily) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 25 มีนาคม 2561 / 15:14
    รออออออออค่าาาาาา
    #4
    0